Dấu Máu Trên Tường: Lời Nguyền Sukhothai
รอยเลือดบนกำแพง: คำสาปสุโขทัย คืนนั้นอากาศเย็นจัดจนความชื้นเกาะเป็นเม็ดน้ำค้างบนพื้นหินนิรันดร์นั่งอยู่บนรถกระบะเก่าๆ จ้องมองไปยังกำแพงศิลาด้านหลังวัดมหาธาตุความมืดสนิทกลืนกินทุกสิ่งเว้นแต่แสงจันทร์สีเงินที่สาดกระทบให้เห็นผิวหินตะปุ่มตะป่ำเขาอยู่ที่นี่มาสามคืนแล้วหลังจากผู้ดูแลคนสุดท้ายกลับบ้านไปความหลงใหลของเขาไม่ใช่ลายสลักอันวิจิตรแต่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสนใจสิ่งที่นักโบราณคดีรุ่นก่อนสรุปว่าเป็นเพียงริ้วรอยตามธรรมชาติหรือความเสียหายจากกาลเวลา นิรันดร์หยิบไฟฉายพลังสูงขึ้นมากระแสแสงส่องเจาะความมืดมิดเผยให้เห็นความผิดปกตินับพันบนผิวหินมันไม่ใช่รอยแตกแต่เป็นร่องตื้นๆ ที่ดูคล้ายกับการถูกกดด้วยแรงมหาศาลเขาค่อยๆ ลากนิ้วไปตามร่องรอยเหล่านั้นความรู้สึกที่ได้คือความแข็งกระด้างและเย็นเฉียบนิรันดร์ใช้กล้องจุลทรรศน์แบบพกพาส่องดูใกล้ๆ ภายใต้กำลังขยายสูงเขาเห็นโครงสร้างที่ละเอียดอ่อนบางอย่างที่ฝังลึกอยู่ในเนื้อหินมันมีสีน้ำตาลเข้มเกือบดำบางจุดมีสีแดงเรื่อๆ ซึ่งไม่น่าจะเป็นแร่ธาตุตามธรรมชาติมันดูเหมือน…ผิวหนังและเลือดแห้งกรัง เขาจำคำพูดของครูสักได้ผู้เฒ่าที่ดูแลบริเวณนี้มาหลายสิบปีครูสักพูดด้วยเสียงแหบพร่าและหนักแน่นว่า”อย่าแตะต้องกำแพงนั้นมันไม่ใช่หินมันคือคำสาบาน”นิรันดร์ในฐานะนักวิทยาศาสตร์หัวเราะในลำคอต่อคำเตือนนั้นแต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกเย็นวาบที่สันหลังความรู้สึกนี้ไม่ใช่ความกลัวผีแต่เป็นความกลัวต่อความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผยเขาต้องการความถูกต้องทางประวัติศาสตร์เขาต้องการพิสูจน์ว่าโลกได้มองข้ามสิ่งสำคัญที่สุดของสุโขทัยไป วันรุ่งขึ้นนิรันดร์จัดเตรียมตัวอย่างหินเล็กๆ พร้อมเศษอินทรียวัตถุที่เขาขูดได้ส่งไปยังห้องปฏิบัติการที่เชื่อถือได้ในกรุงเทพฯเขาต้องการหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ก่อนที่เรื่องนี้จะรั่วไหลออกไปสู่สาธารณะและถูกตีความผิดๆนิรันดร์รู้ดีว่าสังคมต้องการเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นมากกว่าข้อเท็จจริงที่ซับซ้อนและนั่นทำให้เขาต้องพบกับแพรวแพรวเป็นนักข่าวสายสืบสวนอิสระที่มีชื่อเสียงด้านความไม่ประนีประนอมและความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลลึกๆเขาไม่ชอบวิธีการของเธอที่เน้นการสร้างความแตกตื่นแต่เขาต้องการกระบอกเสียงที่มีอำนาจ การพบกันครั้งแรกเป็นไปอย่างตึงเครียดในร้านกาแฟเล็กๆ แพรวมองนิรันดร์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและเหยียดหยามเล็กน้อย”คุณหมอนิรันดร์คุณบอกว่าคุณค้นพบร่องรอยของมนุษย์ที่ถูกฝังไว้ในกำแพงอายุเจ็ดร้อยปีฟังดูเหมือนพล็อตเรื่องหนังสยองขวัญชั้นสองนะคะ”แพรวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบ นิรันดร์กุมมือที่เย็นชื้นของตัวเองไว้บนโต๊ะ”ผมไม่ได้บอกว่ามันเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติคุณแพรวผมบอกว่ามันเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่ถูกละเลยที่บ่งชี้ถึงความโหดร้ายที่คาดไม่ถึงและพิธีกรรมที่น่าสะพรึงกลัวในช่วงต้นของอาณาจักรนี่คือชิ้นส่วนของผิวหนังและเลือดที่ติดอยู่ในหิน”เขาเปิดภาพถ่ายความละเอียดสูงของร่องรอยนั้นให้เธอดูร่องรอยที่ดูคล้ายนิ้วมือที่บิดเบี้ยวและเกร็งค้างในหิน แพรวเงียบไปครู่หนึ่งสายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่ภาพนั้นเธอเป็นคนที่มีเหตุผลและไม่เชื่อเรื่องงมงายแต่ภาพเหล่านั้นมีความจริงจังบางอย่างที่ทำให้เธอหยุดคิด”คุณต้องการให้ฉันทำอะไรกับมันคะเงินทุนวิจัยหรือพื้นที่ข่าว”เธอกลับมาเป็นมืออาชีพอีกครั้ง”ผมต้องการทั้งสองอย่างและผมต้องการให้คุณสัญญาว่าจะไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงผมกำลังสืบสวนเรื่องการสังเวยเหยื่อที่ไม่ใช่แค่การประหารชีวิตธรรมดา”นิรันดร์ตอบ ความร่วมมือที่ไม่เต็มใจจึงเริ่มต้นขึ้นแพรวเริ่มศึกษาตำนานท้องถิ่นอย่างลึกซึ้งขึ้นเธอพบเรื่องเล่าที่ถูกเลือนหายไปเกี่ยวกับนักโทษที่ไม่ได้ถูกประหารชีวิตด้วยดาบแต่ถูก ‘ผูกติด’ ไว้กับกำแพงขณะที่ปูนยังไม่แห้งเพื่อใช้เป็นโล่กำบังวิญญาณPrachuen Khamphra…