เสียงฝนตกหนักกระทบหลังคาสังกะสีเก่าๆ ในซอยแคบของกรุงเทพมหานครดังสนั่นจนแทบไม่ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของรินรดาเธอนั่งอยู่บนเตียงไม้หลังเล็กในห้องเช่าที่มืดสลัวมือทั้งสองข้างสั่นเทาขณะถือแท่งพลาสติกเล็กๆ ที่แสดงผลสองขีดสีแดงเข้มมันควรจะเป็นข่าวดีที่สุดในชีวิตของลูกผู้หญิงคนหนึ่งแต่วันนี้มันกลับกลายเป็นเหมือนระเบิดเวลาที่กำลังจะทำลายทุกอย่างรินรดามองไปที่รูปภาพบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือมันเป็นรูปแอบถ่ายที่เธอเห็นใบหน้าของตัวเองยิ้มอย่างมีความสุขข้างๆ ชายหนุ่มที่คนทั้งประเทศรู้จักในนามกวินซูเปอร์สตาร์ดาวรุ่งที่กำลังเจิดจรัสที่สุดในวงการบันเทิงความรักของเขาสองคนถูกเก็บซ่อนไว้ในเงามืดมาตลอดสองปีเธอเป็นเพียงผู้ช่วยกองถ่ายโนเนมส่วนเขาคือเทพบุตรบนจอแก้วรินรดาเชื่อมาตลอดว่าความรักจะชนะทุกอย่างจนกระทั่งประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรงกวินเดินเข้ามาด้วยสภาพที่เปียกโชกใบหน้าหล่อเหลานั้นไม่ได้มีความอ่อนโยนเหมือนทุกครั้งเขามองมาที่เธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลและหวาดระแวงรินรดายื่นแท่งตรวจครรภ์ให้เขาด้วยมือที่สั่นเครือหวังลึกๆ ว่าจะเห็นรอยยิ้มหรืออ้อมกอดที่ปลอบโยนแต่กวินกลับถอยหลังไปหนึ่งก้าวเหมือนเห็นอสูรกายเขาอุทานออกมาด้วยถ้อยคำที่ทิ่มแทงใจว่ามันจะเป็นไปได้ยังไงเราป้องกันแล้วไม่ใช่เหรอรินรดาน้ำตาไหลอาบแก้มพยายามอธิบายว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้แต่นี่คือลูกของเรานะกวินเสียงของเธอสั่นเครือและเบาหวิวท่ามกลางเสียงฝนกวินเดินพล่านไปมาในห้องที่คับแคบเขาขยี้ผมตัวเองจนเสียทรงพลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างบ้าคลั่งเขาบอกเธอว่าเขากำลังจะได้เซ็นสัญญาพรีเซ็นเตอร์ระดับโลกเขากำลังจะมีละครฟอร์มยักษ์ชีวิตเขากำลังจะไปได้ไกลกว่านี้รินจะให้เขาทิ้งทุกอย่างเพื่อเด็กคนเดียวงั้นเหรอคำว่าเด็กคนเดียวทำเอาหัวใจของรินรดาร่วงหล่นลงไปที่พื้นเธอมองผู้ชายตรงหน้าเหมือนคนแปลกหน้าคนที่เคยบอกว่าจะสร้างครอบครัวด้วยกันหายไปไหนหมดแล้วยังไม่ทันที่การโต้แย้งจะจบลงผู้หญิงอีกคนก็ก้าวเข้ามาในห้องเธอคืออรอุมาผู้จัดการส่วนตัวผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของกวินอรอุมาไม่ได้มาเพื่อเจรจาแต่มาเพื่อกำจัดปัญหาสายตาของเธอมองรินรดาเหมือนมองขยะชิ้นหนึ่งที่ติดอยู่บนรองเท้าแบรนด์เนมอรอุมาวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้ที่ผุพังแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่ารินรดาเรามาคุยกันแบบผู้ใหญ่ดีกว่ากวินเขามีอนาคตเขาเป็นสมบัติของประชาชนเขาไม่ใช่สามีของเด็กกองถ่ายอย่างเธอเงินในซองนี้มากพอที่จะทำให้เธอไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ไกลๆและจัดการเรื่องเด็กในท้องให้เรียบร้อยรินรดาสะอึกจนพูดไม่ออกเธอมองกวินหวังให้เขาคัดค้านแต่เขากลับเบือนหน้าหนีและพยักหน้าเบาๆ เป็นการเห็นชอบอรอุมาไม่รอช้าเธอเดินเข้าไปคว้ารูปภาพและของที่ระลึกทุกอย่างที่เป็นหลักฐานความสัมพันธ์ของทั้งคู่เธอบังคับให้รินรดาส่งโทรศัพท์มือถือให้รินรดาขัดขืนแต่กวินกลับเป็นคนเดินมาแย่งมันไปจากมือเธอเองเขากดลบรหัสผ่านแล้วยื่นให้อรอุมาภาพทุกใบข้อความทุกข้อความที่เคยบอกรักกันถูกลบทิ้งไปต่อหน้าต่อตาทีละไฟล์ทีละไฟล์เหมือนตัวตนของรินรดากำลังถูกลบเลือนไปจากโลกใบนี้อรอุมาหัวเราะในลำคอแล้วบอกว่าจากนี้ไปจะไม่มีใครจำได้ว่าเธอเคยเดินข้างกวินไม่มีรูปไม่มีหลักฐานไม่มีพยานเธอเป็นแค่คนแปลกหน้าที่เดินผ่านหน้ากองถ่ายเท่านั้นกวินหันมามองเธอเป็นครั้งสุดท้ายสายตาของเขาไม่มีความรักหลงเหลืออยู่เลยมีแต่ความโล่งใจที่ภาระกำลังจะถูกกำจัดออกไปเขาพูดสั้นๆ ว่าขอโทษนะรินแต่นี่คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเราสองคนรินรดาหัวเราะทั้งน้ำตาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเขาคนเดียวต่างหากเธอถูกผลักให้ออกไปจากห้องในคืนที่ฝนกระหน่ำเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นถูกโยนตามออกมาพร้อมกับความฝันที่แตกสลายรินรดายืนคว้างอยู่กลางซอยมืดๆมือข้างหนึ่งกุมท้องที่ยังแบนราบส่วนอีกข้างหนึ่งกำสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่มันคือกล้องวิดีโอตัวเล็กเก่าๆที่กวินเคยให้เธอในวันครบรอบปีแรกเขาคงลืมไปว่ามันยังมีเมมโมรี่การ์ดที่บรรจุความลับเอาไว้รินรดามองไปที่ตึกสูงที่กวินกำลังจะกลับไปเสวยสุขความเจ็บปวดเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในดวงตาเธอไม่ได้เลือกที่จะทำลายเด็กคนนี้แต่เธอจะใช้เด็กคนนี้เป็นเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ต่อไปเธอพูดกับตัวเองเบาๆ ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องว่ากวินคุณลบฉันออกไปจากชีวิตคุณได้แต่คุณลบความจริงไม่ได้วันหนึ่งฉันจะกลับมาเล่าเรื่องนี้ให้คนทั้งโลกฟังด้วยมือของฉันเองรินรดาเดินหายไปในม่านฝนทิ้งเบื้องหลังที่เป็นอดีตอันแสนหวานที่กลายเป็นยาพิษเธอเริ่มต้นเดินทางสู่เส้นทางที่ไม่มีใครรู้จักเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนตัวตนและฝังความแค้นไว้ใต้รอยยิ้มที่ไม่มีใครเคยเห็นอีกต่อไปกาลเวลาเริ่มนับถอยหลังตั้งแต่วินาทีนั้นโดยที่กวินไม่รู้เลยว่าการลบครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของบทเรียนที่เขาต้องจ่ายด้วยชีวิตทั้งชีวิตของเขาในอนาคต [Word Count: 2,412] สิบปีผ่านไปเหมือนการกระพริบตาที่ยาวนานในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วของวงการบันเทิงไทยชื่อของกวินยังคงเป็นชื่อที่สะกดทุกสายตาเขาไม่ใช่แค่พระเอกดาวรุ่งอีกต่อไปแต่เขาคือตำนานที่ยังมีลมหายใจภาพลักษณ์สามีแห่งชาติที่รักความถูกต้องและสุภาพบุรุษผู้แสนดีถูกฉาบไว้ด้วยเปลือกนอกที่สมบูรณ์แบบจนไม่มีใครมองเห็นรอยร้าวที่ซ่อนอยู่ข้างในกวินนั่งอยู่ในห้องพักรับรองสุดหรูของสถานีโทรทัศน์ชื่อดังมองกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพชายวัยสามสิบต้นๆที่มีริ้วรอยแห่งประสบการณ์อยู่บนใบหน้าเขาดูดีกว่าเมื่อสิบปีก่อนมากแต่นัยน์ตาของเขากลับดูว่างเปล่าและเหนื่อยล้าอรอุมายังคงยืนอยู่ข้างเขาเหมือนเงาตามตัวเธอแก่ลงไปบ้างแต่ความดุดันและกระหายในอำนาจยังคงเข้มข้นอรอุมาวางแท็บเล็ตลงตรงหน้ากวินพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นนัยสำคัญเธอบอกเขาว่าตอนนี้ทั้งวงการกำลังสั่นสะเทือนเพราะผู้กำกับอาร์ผู้กำกับหญิงชาวไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงระดับโลกจนกวาดรางวัลมาแล้วทุกสถาบันกำลังจะกลับมาทำหนังที่เมืองไทยเป็นครั้งแรกและที่สำคัญที่สุดคือเธอเลือกกวินให้เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งในบทนำกวินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเขารู้จักชื่อเสียงของผู้กำกับอาร์ดีเธอขึ้นชื่อเรื่องความสมจริงความเจ็บปวดและหนังที่ขุดรากถอนโคนสันดานมนุษย์กวินถามอรอุมาว่าทำไมเธอถึงเลือกผมอรอุมาตอบด้วยความมั่นใจว่าเพราะคุณคือที่สุดไงกวินหนังเรื่องนี้ชื่อว่าเดอะอีเรสหรือผู้ถูกลบมันเป็นบทที่เขียนมาเพื่อส่งคุณไปสู่รางวัลระดับสากลถ้าคุณได้เล่นเรื่องนี้ตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์ระดับโลกที่คุณเคยฝันไว้เมื่อสิบปีก่อนจะกลับมาหาคุณอย่างแน่นอนคำว่าสิบปีก่อนทำให้หัวใจของกวินกระตุกวูบไปชั่วขณะภาพใบหน้าของผู้หญิงที่ร้องไห้กลางสายฝนผุดขึ้นมาในหัวเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้เขาพยายามสลัดมันทิ้งไปเหมือนที่เขาเคยลบไฟล์ทุกอย่างในวันนั้นเขาบอกตัวเองว่ามันเป็นแค่ความผิดพลาดในอดีตที่ได้รับการแก้ไขแล้วกวินตอบตกลงรับนัดเพื่อพบกับผู้กำกับอาร์โดยไม่ลังเลใจขณะเดียวกันในวิลล่าหรูริมทะเลที่หัวหินบรรยากาศช่างแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงรินรดายืนอยู่บนระเบียงมองดูคลื่นที่กระทบฝั่งแสงแดดรำไรสะท้อนบนใบหน้าของเธอที่ดูสงบนิ่งและลึกลับเธอไม่ได้เป็นเด็กกองถ่ายที่ซื่อบื้ออีกต่อไปผมสั้นประบ่ารับกับใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีสายตาของเธอนิ่งลึกเหมือนมหาสมุทรที่ซ่อนพายุไว้ข้างล่างข้างๆเธอคือคาลินเด็กชายวัยเก้าขวบที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากกวินอย่างกับพิมพ์เดียวกันแต่แววตาของเด็กน้อยกลับมีความเด็ดเดี่ยวและฉลาดเฉลียวเหมือนแม่คาลินเดินมาเกาะแขนรินรดาแล้วถามว่าแม่ครับเราจะกลับกรุงเทพฯกันจริงๆเหรอครับรินรดาก้มลงลูบหัวลูกชายด้วยความอ่อนโยนที่สุดในชีวิตเธอพยักหน้าแล้วบอกว่าใช่จ๊ะลูกเราจะกลับไปทวงคืนความจริงที่ถูกทิ้งไว้ที่นั่นคาลินมองแม่ด้วยความไม่เข้าใจแต่เขาก็เชื่อใจแม่เหนือสิ่งอื่นใดรินรดาหันกลับไปมองบทภาพยนตร์ที่วางอยู่บนโต๊ะมันเป็นผลงานที่เธอทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อเขียนมันขึ้นมาทุกตัวอักษรคือหยดเลือดและน้ำตาของเธอเองหนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ศิลปะแต่มันคือเครื่องประหารชีวิตที่จะลากคนผิดออกมาให้คนทั้งโลกเห็นเธอรู้ดีว่ากวินจะต้องรับเล่นบทนี้เพราะความทะเยอทะยานของเขาคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดรินรดาหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาใส่พรางปกปิดสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นการกลับมาครั้งนี้เธอเตรียมตัวมาอย่างดีชื่อรินรดาถูกลบไปแล้วเหลือเพียงผู้กำกับอาร์ที่พร้อมจะรังสรรค์ฉากจบที่สวยงามที่สุดให้กับคนที่เคยทำลายชีวิตเธออรอุมาจัดงานแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงแรมห้าดาวใจกลางเมืองสื่อมวลชนนับร้อยสำนักต่างมารอกันอย่างเนืองแน่นเพื่อรอชมการปรากฏตัวของผู้กำกับระดับโลกและพระเอกเบอร์หนึ่งกวินเดินขึ้นบนเวทีด้วยรอยยิ้มโปรยเสน่ห์ที่เขาฝึกฝนมานับหมื่นครั้งเขาให้สัมภาษณ์ถึงความตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับผู้กำกับอาร์โดยที่ไม่รู้เลยว่าบุคคลที่เขากำลังชื่นชมนั้นยืนอยู่ในมุมมืดหลังเวทีรินรดามองดูภาพชายคนรักเก่าผ่านจอมอนิเตอร์เธอกระตุกยิ้มที่มุมปากมันเป็นรอยยิ้มที่เย็นไปถึงกระดูกเธอพูดพึมพำกับตัวเองว่าเริ่มการแสดงได้แล้วกวินคุณจะต้องแสดงเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่น่าสมเพชที่สุดเมื่อถึงเวลาเปิดตัวผู้กำกับรินรดาก้าวออกมาท่ามกลางแสงแฟลชที่สาดส่องจนแสบตากวินที่ยืนอยู่ข้างหน้ายิ้มค้างไว้เพื่อรอต้อนรับแต่เมื่อเขาสบตากับผู้หญิงที่เดินเข้ามาใกล้หัวใจของเขาก็แทบจะหยุดเต้นกลิ่นน้ำหอมจางๆที่รินรดาใช้ยังคงเป็นกลิ่นเดิมที่เขาเคยชอบแม้ใบหน้าจะเปลี่ยนไปบ้างตามกาลเวลาและความภูมิฐานจะบดบังความอ่อนแอในอดีตไปจนหมดแต่ดวงตาคู่นั้นดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักและเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าเขายังจำมันได้ดีกวินรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปเขาอ้าปากจะเรียกชื่อเธอแต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาอรอุมาที่ยืนอยู่ข้างล่างเวทีก็หน้าถอดสีเธอจ้องมองรินรดาด้วยความหวาดระแวงรินรดาเดินเข้ามายืนเคียงข้างกวินต่อหน้ากล้องนับร้อยเธอหันไปยิ้มให้เขาอย่างมืออาชีพแล้วพูดผ่านไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังว่าสวัสดีค่ะทุกคนฉันชื่ออาร์และนี่คือกวินพระเอกที่จะมารับบทชายที่พยายามลบคนรักออกจากชีวิตในหนังเรื่องใหม่ของฉันหวังว่าเราจะร่วมงานกันได้อย่างดีนะคะกวินสั่นสะท้านไปทั้งตัวคำพูดของรินรดาเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่าเขารู้แล้วว่านี่ไม่ใช่แค่การทำงานแต่มันคือการประกาศสงครามที่เขาไม่มีทางหนีพ้นความจริงที่เขาพยายามลบมาตลอดสิบปีบัดนี้มันได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในรูปแบบของผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างเขาและเธอกำลังจะเปิดโปงเขาทีละชั้นท่ามกลางแสงไฟที่เจิดจรัสที่สุด [Word Count: 2,487] บรรยากาศภายในห้องแถลงข่าวที่เคยเต็มไปด้วยเสียงแฟลชและเสียงเซ็งแซ่ของนักข่าวพลันเงียบกริบลงเมื่อกวินและอรอุมาเดินกลับเข้ามาในห้องพักส่วนตัวประตูไม้บานหนาปิดลงพร้อมกับความจริงที่เริ่มทิ่มแทงใจอรอุมาเดินพล่านไปมาในห้องเหมือนเสือติดจารด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดเธอหันไปตวาดใส่กวินว่ามันจะเป็นไปได้ยังไงกวินอีรินรดามันหายหัวไปสิบปีแล้วนะมันควรจะตายไปแล้วหรือหนีไปลำบากอยู่ที่ไหนสักแห่งไม่ใช่กลับมาในคราบผู้กำกับระดับโลกแบบนี้กวินไม่ได้ตอบเขาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาเอามือกุมขมับหัวใจของเขายังเต้นรัวจนเจ็บหน้าอกเขายังจำสายตาคู่นั้นได้ดีมันไม่ใช่สายตาของคนที่เคยรักเขาแต่มันคือสายตาของคนที่กำลังมองดูเหยื่อที่กำลังจะถูกล่ากวินพึมพำออกมาว่าถ้าเป็นเธอจริงๆเราจะทำยังไงอรอุมาหยุดกึกแล้วจ้องหน้าเขาด้วยความเด็ดขาดเธอบอกว่าถ้าเป็นมันจริงๆเราก็ยิ่งต้องทำให้มันเงียบปากที่สุดกวินคุณมีสัญญากับมันแล้วนะถ้าคุณถอนตัวตอนนี้คุณต้องจ่ายค่าปรับมหาศาลและชื่อเสียงที่คุณสร้างมาทั้งหมดจะพังทลายเราต้องตามน้ำไปก่อนดูว่ามันต้องการอะไรเงินหรือความแค้นถ้ามันต้องการเงินเราก็แค่จ่ายแต่ถ้ามันต้องการมากกว่านั้นฉันจะจัดการมันเองเหมือนที่เคยทำเมื่อสิบปีก่อน วันต่อมาที่สตูดิโอส่วนตัวของผู้กำกับอาร์ห้องประชุมถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความกดดันรินรดานั่งอยู่ที่หัวโต๊ะในชุดสูทสีขาวสะอาดตาเธอดูภูมิฐานและน่าเกรงขามจนทีมงานทุกคนไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงดังเมื่อกวินเดินเข้ามาพร้อมกับอรอุมาสายตาของเขามองหาความจริงในใบหน้าของเธอรินรดาเงยหน้าขึ้นยิ้มเล็กน้อยแล้วผุดลุกขึ้นทักทายสวัสดีค่ะคุณกวินเชิญนั่งค่ะวันนี้เราจะเริ่มทำการอ่านบทครั้งแรกหรือเทเบิลรีดกันนะคะฉันอยากให้คุณเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครให้มากที่สุดเพราะหนังเรื่องนี้ความสมจริงคือหัวใจสำคัญอรอุมาพยายามแทรกตัวเข้ามาเพื่อทำลายกำแพงความอึดอัดเธอยิ้มประจบแล้วพูดว่าคุณอาร์คะบทหนังเรื่องนี้ช่างน่าสนใจจริงๆค่ะแต่ทางเราแอบกังวลว่าบางฉากมันดูจะรุนแรงเกินไปสำหรับภาพลักษณ์ของคุณกวินหรือเปล่ารินรดาหันไปมองอรอุมาด้วยสายตาเรียบเฉยแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังถึงกับขนลุกภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้นมาด้วยคำโกหกมันก็แค่เปลือกหอยที่เปราะบางค่ะคุณอรแต่สิ่งที่ฉันกำลังจะทำคือการกะเทาะเปลือกนั้นออกเพื่อให้คนดูเห็นเนื้อในที่แท้จริงไม่ว่ามันจะเน่าเฟะแค่ไหนก็ตามอรอุมาถึงกับหน้าชาเธอสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่รุนแรงกว่ารินรดาคนเดิมเป็นร้อยเท่า การอ่านบทเริ่มต้นขึ้นกวินพยายามควบคุมเสียงสั่นๆของเขาเขาเริ่มอ่านบทสนทนาในฉากที่พระเอกต้องบอกเลิกนางเอกเพราะกลัวจะเสียชื่อเสียงรินรดาสั่งให้เขาหยุดกวินคะบทพูดตรงนี้คุณต้องอ่านด้วยความรู้สึกที่เห็นแก่ตัวกว่านี้เธอพูดเสียงเรียบคุณต้องรู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้าคือภาระคือขยะที่คุณอยากจะกวาดทิ้งไปให้พ้นทางไม่ใช่แค่การบอกเลิกทั่วไปแต่คือการลบเธอออกไปจากสารบบชีวิตของคุณลองใหม่อีกครั้งค่ะกวินกำบทในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่เขาพยายามทำตามแต่ทุกคำพูดที่หลุดออกมาจากปากมันเหมือนเขากำลังด่าทอตัวเองเมื่อสิบปีก่อนน้ำตาที่ไม่ได้มาจากบทการแสดงเริ่มคลอเบ้ากวินเงยหน้าขึ้นมองรินรดาท่ามกลางสายตาของทีมงานที่จ้องมองอยู่รินรดาจ้องตอบเขากลับไปอย่างไร้ความปราณีเธอถามเขาเบาๆว่าทำไมล่ะคะคุณกวินบทมันยากไปหรือว่ามันตรงกับเรื่องจริงของใครบางคนจนคุณเล่นไม่ออกห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบที่น่าอึดอัดกวินรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวหายไปเขารู้สึกเหมือนถูกแก้ผ้าประจานกลางที่สาธารณะ ทันใดนั้นเสียงประตูห้องประชุมถูกเปิดออกเด็กชายคาลินเดินถือถาดเครื่องดื่มเข้ามาในห้องแม่ครับผมเอาพรีเมียมคอฟฟี่มาให้ครับเสียงใสๆของเด็กชายทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดชะงักลงกวินหันไปมองเด็กคนนั้นแล้วดวงตาของเขาก็เบิกกว้างเด็กคนนี้มีใบหน้าที่เหมือนเขาตอนเด็กๆอย่างกับคนเดียวกันหัวใจของกวินกระตุกอย่างรุนแรงเขามองสลับระหว่างรินรดากับเด็กชายคาลินรินรดายิ้มอย่างอ่อนโยนให้ลูกชายแล้วหันมาทางกวินขอบคุณค่ะคาลินนี่คุณกวินนะลูกสวัสดีลุงเขาสิคาลินยกมือไหว้กวินอย่างมีมารยาทพร้อมรอยยิ้มที่สดใสสวัสดีครับคุณลุงกวินกวินนั่งแข็งทื่อเขาไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่นิดเดียวอรอุมาที่นั่งอยู่ข้างๆถึงกับเผลอทำแก้วน้ำหลุดจากมือจนน้ำหกกระจายเต็มโต๊ะเธอรู้ซึ้งถึงความหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นรินรดาไม่ได้กลับมาคนเดียวแต่นำพยานหลักฐานที่มีชีวิตกลับมาด้วยนี่คือหมัดฮุคแรกที่รินรดาเหวี่ยงใส่พวกเขาโดยที่ไม่มีการเตือนล่วงหน้า รินรดาหันกลับมามองกวินที่หน้าซีดเผือดเหมือนศพแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทว่าเด็กคนนี้คือแรงบันดาลใจหลักของฉันในการทำหนังเรื่องนี้ค่ะคุณกวินเขาคือความจริงที่ถูกทิ้งไว้ในความมืดมานานเกินไปและตอนนี้ถึงเวลาที่แสงไฟต้องส่องไปที่เขาแล้วเรามาต่อกันที่ฉากที่นางเอกเดินออกไปกลางสายฝนนะคะกวินคุณคิดว่าตอนนั้นเธอจะรู้สึกยังไงคะกวินไม่สามารถตอบคำถามได้อีกต่อไปเขาพุ่งตัวออกไปจากห้องประชุมอย่างรวดเร็วท่ามกลางความงุนงงของทีมงานอรอุมาต้องรีบวิ่งตามไปทิ้งให้รินรดานั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบที่ทรงพลังเธอลูบหัวคาลินเบาๆพร้อมกับสายตาที่มองตามหลังกวินไปความเจ็บปวดสิบปีที่ผ่านมาเริ่มถูกระบายออกมาผ่านการล่มสลายของคนที่เธอเคยรักนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้นกวินคุณจะหนีไปได้ไกลแค่ไหนในเมื่อความจริงมันเดินตามหลังคุณอยู่ตลอดเวลาและครั้งนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้คุณลบใครออกไปได้อีกแล้วแม้แต่คนเดียว…