สองวิญญาณ หนึ่งเรือนจำ: วิบากกรรมแห่งตัณหา
เสียงค้อนไม้กระทบโต๊ะดังขึ้น. เบาๆ. มันไม่ใช่การประมูลทั่วไป.
ที่นี่คือห้องใต้ดินของโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่ง. อับชื้น. กลิ่นซิการ์เก่าๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง. แขกที่มามีไม่กี่คน. แต่ละคน… คือคนที่เงินซื้อได้ทุกอย่าง. พวกเขานั่งจิบไวน์ในความมืดสลัว. มองดูโบราณวัตถุที่ถูกนำเสนอทีละชิ้น. บางชิ้นเป็นทองคำ. บางชิ้นเป็นหยก.
กวิน (อายุ 32) นั่งอยู่ตรงนั้น. เขาแตกต่าง. เขาไม่ตื่นเต้น. แววตาของเขาเย็นชา. เหมือนนักล่าที่กำลังประเมินเหยื่อ. กวินคือ ‘นักสะสม’. เขาไม่ได้สะสมแค่ของเก่า. เขาสะสมทุกอย่าง. เขาสะสมอำนาจ. สะสมความสำเร็จ. และพยายามสะสมผู้คน. ชุดสูทของเขาราคาแพงกว่ารถยนต์ของคนทั่วไป. แต่เขากลับดูไม่ใส่ใจมัน.
ของชิ้นที่สิบสี่ถูกนำออกมา. มันคือโถดินเผา. ใบเล็ก. ดูธรรมดามาก. ผู้บรรยายอธิบายว่า “โถดินเผาไม่ทราบที่มา. คาดว่ามาจากสมัยอยุธยา. ศตวรรษที่ 16.” “ที่ปากโถ… ยังมีครั่งประทับตราปิดผนึกไว้. ยังไม่เคยถูกเปิด.”
คนอื่นๆ ในห้องเริ่มเบือนหน้าหนี. พวกเขามาที่นี่เพื่อทองคำ. เพื่อพระพุทธรูปหายาก. ไม่ใช่เพื่อไหดินเผาเก่าๆ ที่ไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร. ราคาเริ่มต้นที่ห้าหมื่นบาท. เงียบกริบ.
กวินเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย. เขารู้สึกถึงมัน. ไม่ใช่ความงาม. ไม่ใช่ประวัติศาสตร์. แต่เป็น… พลังงาน. พลังงานที่เย็นเยียบ. เหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านอากาศ. มันกำลัง เรียก เขา.
“ห้าแสน.” กวินพูดเรียบๆ. ทั้งห้องหันมามองเขา. ห้าแสน… สำหรับโถดินเผา? ชายอีกคน หัวเราะเบาๆ. “ห้าแสนห้า.” เขาคงคิดว่ากวินหน้าใหม่. “หนึ่งล้าน.” กวินไม่กระพริบตา. ความเงียบกลับมาอีกครั้ง. แต่ครั้งนี้เป็นความเงียบที่ตึงเครียด. “หนึ่งล้านห้าแสน.” ชายคนเดิมแย้ง. “ห้าล้าน.”
กวินพูดคำนี้… เหมือนกำลังสั่งกาแฟ. มันคือตัวเลขที่ไร้ความหมายสำหรับเขา. แต่สำหรับคนอื่น… มันคือความบ้าคลั่ง. ชายคนนั้นส่ายหน้า. ถอยกลับไปในเงา. “ห้าล้าน. ครั้งที่หนึ่ง.” “ครั้งที่สอง.” กวินมองไปที่โถใบนั้น. มันดูเหมือนกำลังสั่นเทาเบาๆ ใต้แสงไฟ. หรือเขาตาฝาด? “ครั้งที่สาม. ขาย.” ค้อนไม้กระทบโต๊ะ. กวินได้ของสะสมชิ้นใหม่.
เพนท์เฮาส์ของกวินอยู่สูงเสียดฟ้า. มองเห็นกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนเหมือนดวงดาวบนพื้นดิน. แต่ข้างใน… มันหนาว. ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างสมบูรณ์แบบ. โบราณวัตถุราคาแพง… วางนิ่ง. ไร้ชีวิตชีวา. เหมือนพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว. หรือ… สุสาน.
โถดินเผาใบเล็กถูกวางไว้กลางโต๊ะไม้สักสีดำ. มันดูไม่เข้าที่. เหมือนสิ่งมีชีวิตที่หลงเข้ามาในห้องปลอดเชื้อ. กวินจิบวิสกี้. มองมัน. เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดนั่นอีกครั้ง. เขารู้สึกถึง… ความกระหาย.
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา. กดเบอร์โทรด่วน. ปลายสายรับ. เสียงผู้หญิงที่… สดใส. และระมัดระวัง. “มายาค่ะ.” มายา (อายุ 29). ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินศิลปวัตถุ. เธอทำงานที่พิพิธภัณฑ์. และเธอ… คือคนเดียวที่กวิน ‘ซื้อ’ ไม่ได้. “ผมได้ของใหม่มา. คุณมายา.” กวินพูด. พยายามให้เสียงนุ่มนวล. “อยากให้คุณมาดูหน่อย.”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง. “คุณกวินคะ. นี่มันดึกมากแล้ว.” เธอบอก. “ถ้าเป็นเรื่องงาน. กรุณาติดต่อในเวลาราชการนะคะ.” นี่คือสิ่งที่กวินเกลียด. การถูกปฏิเสธ. และนี่คือสิ่งที่เขาหลงใหลในตัวเธอ. เธอมีสิ่งที่ของเก่าเหล่านี้ไม่มี… เธอมี ‘เจตจำนง’ ของตัวเอง. “ผมจะจ่ายเป็นสามเท่าของค่าจ้างปกติ.” เขาลองอีกครั้ง. “ราตรีสวัสดิ์ค่ะ. คุณกวิน.” เธอกดวางสาย.
กวินกำโทรศัพท์แน่น. ความโกรธฉายชัดในดวงตา. เขาเกลียดความรู้สึกนี้. ความรู้สึก… ไร้อำนาจ. สายตาของเขากลับไปที่โถดินเผา. ครั่งสีแดงเข้มที่ปิดผนึกปากโถ… มันดูเหมือนเลือดแห้ง.
เขาลุกขึ้น. ความอยากรู้อยากเห็น… หรือบางอย่างที่มืดมนกว่านั้น… กำลังครอบงำเขา. เขาต้องเปิดมัน. เขาเดินไปที่ห้องทำงาน. หยิบมีดคัตเตอร์เล่มเล็ก. เขากลับมานั่ง. สูดหายใจเข้าลึกๆ. ค่อยๆ ใช้ปลายมีดแซะเข้าไปที่ครั่ง. มันแข็งมาก. เก่ามาก.
เมื่อครั่งแตกออก. ฟู่… มีเสียงเหมือนลมหายใจถูกปล่อยออกมา. กวินผงะ. กลิ่น… กลิ่นแรกคือกลิ่นดินเก่า. กลิ่นอับชื้น. แต่แล้ว… ก็มีกลิ่นอื่นตามมา. กลิ่นหอม. เหมือนดอกมะลิ. แต่เป็นมะลิที่… เหี่ยวเฉา. และใต้กลิ่นนั้น… มีกลิ่นคาวจางๆ. กลิ่นเหมือนสนิม. หรือ… เลือด.
กวินขมวดคิ้ว. เขามองเข้าไปในโถ. มันมืด. เขาเทของข้างในออกมาบนฝ่ามืออย่างระมัดระวัง. ไม่มีทอง. ไม่มีอัญมณี. มีเพียงเถ้าถ่านสีเทา… และในกองเถ้านั้น… คือพระเครื่องดินเผาองค์เล็กๆ องค์หนึ่ง. พิมพ์พระขุนแผน.
แต่มันดูแปลก. สีของมัน… ไม่ใช่สีดินเผาปกติ. มันเป็นสีน้ำตาลเข้ม… เกือบดำ. เหมือนถูกย้อมด้วยอะไรบางอย่าง… มานานแสนนาน. กวินกำลังจะเก็บมัน.
ทันใดนั้น. กริ๊ง. เสียงออดหน้าประตู. เขาสะดุ้ง. ใครจะมาเวลานี้? เขาดูจออินเตอร์คอม. มายา. เธอยืนอยู่ที่นั่น. สีหน้าสับสน. กวินรีบกดเปิดประตู. มายาเดินเข้ามาในห้อง. “ฉันขอโทษ.” เธอพูด. “ฉัน… ฉันไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงกลับมา.” “ฉันแค่รู้สึกว่า… ฉันต้องมา.”
กวินมองเธอ. แล้วเขาก็มองไปที่พระขุนแผนในมือ. เขาไม่ได้ทำอะไรเลย. หรือว่า… “ไม่เป็นไร. ดีแล้วที่คุณมา.” เขายิ้ม. “มาดูของใหม่ของผมสิ.” มายาเดินตามเขา. เหมือนคนละเมอ. “มันคืออะไรคะ?” เธอถาม. มองไปที่โถเปล่า. “ก็แค่… ของเก่านิดหน่อย.” กวินพูด. เขากำพระขุนแผนไว้ในมือแน่น. มัน… อุ่น. มันอุ่นขึ้นอย่างประหลาด.
มายาตรวจดูโถ. “มันเก่าจริงค่ะ. สมัยอยุธยาตอนกลาง.” เธอวิเคราะห์อย่างมืออาชีพ. แต่เสียงของเธอ… ไร้ความรู้สึก. “มีแค่นี้เหรอคะ?” “ครับ.” กวินโกหก. เขายังคงซ่อนพระเครื่องไว้. “งั้น… ฉันกลับก่อนนะคะ.” มายาพูด. เธอพยายามรวบรวมสติ. เธอเริ่มก้าวถอยหลัง. “ฉัน… ฉันไม่ควรมาที่นี่.” เธอหันหลังกลับ.
ความรู้สึกไร้อำนาจกลับมาอีกครั้ง. กวินมองไปที่แผ่นหลังของเธอ. ในชั่วขณะของความสิ้นหวังและความอยากรู้อยากเห็น. เขามองไปที่พระขุนแผนในมือ. และเขา… คิด. เขาไม่ได้พูดออกมา. เขาแค่คิดอย่างแรงกล้า. “ผมอยากให้เธออยู่ต่อ.”
มายาหยุดกึก. มือของเธอค้างอยู่ที่ลูกบิดประตู. เธอไม่หันกลับมา. “มีอะไร… หรือเปล่าคะ?” เธอถาม. เสียงสั่น. “เปล่าครับ.” กวินพูด. เขารู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรง. “คุณแน่ใจนะว่าอยากกลับ?” มายาค่อยๆ หันกลับมา. ดวงตาของเธอ… มันเบิกกว้าง. สับสน. เหมือนเธอกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น. “ฉัน…” “ฉัน… ไม่รู้สิ.” “ฉันว่า… ฉันควรจะอยู่ต่ออีกสักหน่อย.” เธอก้าวกลับเข้ามาในห้อง. “บางที… ดื่มไวน์สักแก้ว. ก็คงดี.” กวินยิ้ม. มันเป็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะ. แต่ลึกๆ แล้ว… เขารู้สึกหนาวเยือก.
คืนนั้น. มายาไม่ได้กลับบ้าน. กวินได้รับในสิ่งที่เขาต้องการ. เขารู้สึกถึงพลังอำนาจที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน. พลังที่… หอมหวาน. และน่าสะพรึงกลัว.
เช้าวันต่อมา. กวินตื่นขึ้นมาบนเตียงหรูหราของเขา. มายานอนอยู่ข้างๆ. หายใจสม่ำเสมอ. แต่กวินรู้สึกปวดหัว. เขาฝัน. เป็นฝันที่… ชัดเจน. เขาฝันว่าเขากำลังยืนอยู่. ไม่ใช่ในเพนท์เฮาส์. แต่เป็น… กลางทุ่งหญ้า. ท้องฟ้าสีแดงฉาน. รอบตัวเขาเต็มไปด้วยร่างของทหาร. กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง. ในมือของเขา… เขากำลังถือ ดาบ. ดาบโบราณ. เปื้อนเลือด. เลือดกำลังหยดลงมาจากปลายดาบ. เขารู้สึก… ไม่ใชความกลัว. แต่เป็นความ… ภาคภูมิใจ.
กวินลุกพรวดจากเตียง. เหงื่อแตกพลั่ก. “แค่ฝัน.” เขาบอกตัวเอง. “แค่ฝันร้าย.” แต่แล้วเขาก็ได้กลิ่น. กลิ่นดอกมะลิเหี่ยว. และกลิ่นคาวเลือด. มันไม่ใช่แค่ในฝัน. กลิ่นนั้น… อยู่ในห้องนี้. เขามองไปที่โต๊ะข้างเตียง. พระขุนแผนองค์นั้นวางอยู่. เขาวางมันไว้ตรงนั้นก่อนนอน. กลิ่นมาจาก… องค์พระ. กลิ่นมันแรงขึ้น. จนเขาแทบจะอาเจียน. มายาขยับตัว. “คุณกวิน… เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” “เปล่า.” เขารีบพูด. “ไม่มีอะไร.” เขารีบหยิบพระเครื่ององค์นั้น. “ผม… ผมจะไปอาบน้ำ.” เขากำมันไว้แน่น. ความอบอุ่น… ยังคงอยู่. เหมือนมันมีชีวิต.
มายาเปลี่ยนไป. เธอดู… ว่างเปล่า. เธอนั่งทานอาหารเช้ากับเขา. แต่สายตาของเธอไม่ได้อยู่ที่เขา. เธอมองผ่านเขาไป. “วันนี้ฉันจะอยู่ที่นี่นะคะ.” เธอพูดลอยๆ. “ฉันโทรไปลาป่วยที่พิพิธภัณฑ์แล้ว.” “ทำไมล่ะ?” กวินถาม. “ไม่รู้สิคะ. แค่… อยากอยู่กับคุณ.” คำพูดนั้นควรจะทำให้เขามีความสุข. แต่กวินกลับรู้สึกไม่สบายใจ. นี่ไม่ใช่มายาที่เขาพยายามเอาชนะ. มายาคนนั้น… หายไปแล้ว. เหลือเพียงเปลือกที่ว่างเปล่า.
กวินต้องรู้. เขาต้องรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง. เขาบอกมายาว่ามีประชุมด่วน. เขาใส่สร้อย. นำพระเครื่ององค์นั้นมาห้อยคอ. เขารู้สึกถึงความเย็นของโลหะ. และความร้อนของดินเผา. มันแนบสนิทกับผิวหนังของเขา.
การประชุมวันนี้… เป็นการเจรจาที่ยากที่สุด. คู่ค้าของเขาคือ คุณสุปราณี. “ผู้หญิงเหล็ก” แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์. เธอขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด. และเกลียดกวินเป็นการส่วนตัว. กวินเดินเข้าไปในห้องประชุม. สุปราณีนั่งรออยู่. หน้าตาบึ้งตึง. “คุณมาช้าห้านาที. คุณกวิน.” “ข้อเสนอของคุณ… ฉันปฏิเสธ.”
กวินยิ้ม. เขานั่งลงตรงข้ามเธอ. เขาไม่ได้พูดเรื่องงาน. “วันนี้คุณดูสวยมากครับ. คุณสุปราณี.” สุปราณีเลิกคิ้ว. “อย่ามาเล่นลิ้น.” กวินจ้องตาเธอ. เขาไม่ได้ละสายตา. เขาคิด. “คุณจะยอมรับข้อเสนอของผม. ทุกข้อ.” “คุณจะชื่นชมผม.”
พระเครื่องที่หน้าอกของเขา… ร้อนจี๋. ร้อนจนผิวหนังแทบไหม้. สุปราณีชะงัก. ความบึ้งตึงบนใบหน้าเธอ… ค่อยๆ คลายลง. เธอกระพริบตา. “อะไรนะคะ?” “ผมว่า… เราน่าจะมาคุยกันดีๆ.” กวินพูดช้าๆ. “ข้อเสนอของผม… ดีสำหรับคุณมาก.” สุปราณีมองเขา. แต่ครั้งนี้… สายตาของเธอเปลี่ยนไป. มันไม่ใช่สายตาของคู่แข่ง. มัน… อ่อนลง. มันว่างเปล่า. “ค่ะ.” เธอพูดเบาๆ. “ใช่ค่ะ… ข้อเสนอของคุณ… ดีมาก.” “ฉัน… ฉันไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงปฏิเสธไปตอนแรก.” เธอยิ้ม. เป็นรอยยิ้มที่… ว่างเปล่า. “ฉันยอมรับค่ะ. ทุกข้อ.”
กวินเอนหลังพิงเก้าอี้. ความรู้สึกมีอำนาจท่วมท้นตัวเขา. มันเหมือนยาเสพติด. เขาทำได้. เขาควบคุมได้ทุกอย่าง.
คืนนั้น. เขากลับมาที่เพนท์เฮาส์. มายายังคงรอเขา. เหมือนสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์. กวินไม่สนใจเธอ. เขาเดินไปที่กระจกบานใหญ่. เขามองตัวเอง. ชายในกระจกดูเหมือนเดิม. หล่อเหลา. ร่ำรวย. แต่… เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ. เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของตัวเอง.
และในชั่ววินาทีนั้น. ภาพสะท้อน… มันเปลี่ยนไป. มันไม่ใช่กวิน. มันคือชายอีกคน. ชายในชุดเกราะโบราณ. ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น. ดวงตาเต็มไปด้วยความกระหายเลือด. นักรบ. นักรบในกระจก… กำลังยิ้มให้เขา. เป็นรอยยิ้มที่น่ารังเกียจ. กวินถอยหลังกรูด. เขากระพริบตา. ภาพนั้นหายไปแล้ว. เหลือเพียงตัวเขาเองในกระจก. เขายกมือขึ้นสัมผัสหน้าอก. พระเครื่องยังคงร้อน. นี่ไม่ใช่การชื่นชม. นี่ไม่ใช่เสน่ห์. มันคือการ… ควบคุม. มันคือการ… ครอบงำ. ความกลัว… เริ่มเกาะกุมหัวใจของเขา. เป็นครั้งแรกในชีวิต… ที่กวินรู้สึกว่า… เขาไม่ใช่ผู้ควบคุมอีกต่อไป.
ความกลัว… มันเป็นความรู้สึกที่กวินไม่คุ้นเคย. เขายืนนิ่งอยู่หน้ากระจก. ภาพของนักรบโบราณ… รอยยิ้มที่เหยียดหยาม… มันยังคงติดตาเขา. หัวใจของเขากระหน่ำเต้น. เขากระชากสร้อยคอ. พยายามจะถอดพระเครื่ององค์นั้นออก. แต่… ทันทีที่นิ้วของเขาสัมผัสกับองค์พระ… ความเจ็บปวด. มันไม่ใช่แค่ความร้อน. มันเหมือน… ถูกไฟฟ้าช็อต. “อ๊าก!” เขาร้องออกมา. ดึงมือกลับแทบไม่ทัน. ผิวหนังที่ปลายนิ้วของเขาแดงก่ำ. เขาพยายามอีกครั้ง. ใช้ผ้าเช็ดหน้าจับ. แต่ความเจ็บปวด… มันทะลุผ่านเนื้อผ้า. กวินทรุดตัวลง. หายใจหอบ. เขา… ถอดมันไม่ได้. พระเครื่ององค์นี้… มันเลือกเขาแล้ว. มัน… เกาะ อยู่บนหน้าอกของเขา. เหมือนปรสิต.
ความกลัวควรจะครอบงำเขา. แต่… มันกลับมีอีกความรู้สึกหนึ่ง. ความรู้สึกที่อันตรายกว่า. ความตื่นเต้น. พลัง… เขาได้สัมผัสพลังที่แท้จริง. พลังในการ ‘ดัด’ โลกให้เป็นไปตามที่เขาต้องการ. กวินมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง. ครั้งนี้… ไม่มีนักรบ. มีเพียงกวิน. เขาค่อยๆ ยิ้ม. “เอาล่ะ.” เขาพึมพำ. “ในเมื่อนายอยากอยู่กับฉัน… นายก็ต้องทำงานให้ฉัน.” ความกลัวถูกกลืนกิน… ด้วยความโลภ.
วันต่อๆ มา. กวินกลายเป็นคนใหม่. อำนาจกลายเป็นยาเสพติดชนิดรุนแรง. เขาใช้มัน. เขาใช้มันกับทุกสิ่ง. เขาอยากได้โต๊ะที่ดีที่สุดในร้านอาหารหรูที่จองเต็มไปอีกสามเดือน. เขาแค่เดินเข้าไป. สบตากับผู้จัดการ. “ผมต้องการโต๊ะริมหน้าต่าง. เดี๋ยวนี้.” ผู้จัดการตัวสั่น. “ครับ. ครับท่าน. เชิญครับ.” เขาไล่ลูกค้ารายอื่น… เพื่อให้กวินได้โต๊ะนั้น.
เขาต้องการให้คู่แข่งทางธุรกิจที่เคยดูถูกเขา… ต้องอับอาย. เขาเรียกประชุม. ในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยผู้บริหาร. เขาสบตาคู่แข่งคนนั้น. “คุณ… เป็นหนี้คำขอโทษผมนะ.” ชายคนนั้น. ซีอีโอที่เย่อหยิ่ง… หน้าซีดเผือด. เขาเริ่มตัวสั่น. แล้วเขาก็… คุกเข่าลง. “ผมขอโทษ. ผมขอโทษครับคุณกวิน.” ทุกคนในห้องตะลึง. กวินหัวเราะ. มันเป็นเสียงหัวเราะที่เขาไม่คุ้นเคย. เสียงมัน… ทุ้มต่ำ. และโหดเหี้ยม.
ผู้หญิง… โอ้. ผู้หญิงกลายเป็นเรื่องง่ายดาย. นางแบบ. นักแสดง. ไฮโซ. แค่เขามอง. แค่เขาพยักหน้า. พวกเธอก็พร้อมจะทิ้งทุกอย่าง… เพื่อมาอยู่กับเขา. พวกเธอมองเขา… ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า. สายตาแห่งการบูชา. แต่… ไม่มีใครเหมือนมายา. ไม่มีใคร… ท้าทาย เขาเหมือนที่เธอเคยทำ.
แล้วมายาล่ะ? มายา… ยังคงอยู่ในเพนท์เฮาส์. เธอไม่ไปไหน. เธอไม่ทำอะไรเลย. เธอเลิกอ่านหนังสือ. เธอเลิกดูข่าวศิลปะ. เธอเลิกติดต่อเพื่อน. ชีวิตของเธอลดขนาดลง… จนเหลือแค่กวิน. เธอจะตื่น. แต่งตัวด้วยชุดที่สวยที่สุด. นั่งรอเขาที่โซฟาตัวเดิม. รอเขากลับบ้าน. บางครั้งเขากลับดึกมาก. ตีสาม. ตีสี่. เธอก็กยังคงนั่งรออยู่ตรงนั้น. ในความมืด.
วันหนึ่ง. กวินกลับมา. เขาเหนื่อย. เขาเบื่อ. การเอาชนะที่ง่ายดาย… มันไม่สนุกอีกต่อไป. เขาเห็นเธอนั่งรออยู่. “มายา.” เขาเรียก. “คะ. คุณกวิน.” เธอยิ้มหวาน. “คุณกลับมาแล้ว.” “ทำไมคุณไม่ไปทำอย่างอื่นบ้าง?” เขาถาม. หงุดหงิด. “ทำไมต้องนั่งรอผม.” “ก็… การรอคุณ. คือความสุขของฉันค่ะ.” เธอลุกขึ้น. เดินเข้ามานวดไหล่ให้เขา. มือของเธอเย็นเฉียบ. “ฉันอยากได้ยินความคิดเห็นของคุณ.” กวินพูด. “เกี่ยวกับ… อะไรก็ได้. ศิลปะ. การเมือง.” “ฉันอยากคุยกับคุณ. มายาคนเดิม.” มายาหยุดนวด. เธอก้มลงมองเขา. ดวงตาของเธอ… มันไม่มีประกาย. “ความคิดเห็นของฉัน… ไม่สำคัญหรอกค่ะ.” “ความคิดของคุณ… คือความคิดของฉัน.” “คุณกวินต้องการให้ฉันคิดอะไร… ฉันก็จะคิดแบบนั้น.”
กวินผลักเธอออก. “นี่ไม่ใช่คุณ!” “ผมต้องการมายา! ไม่ใช่ตุ๊กตา!” มายาหน้าเสีย. น้ำตาคลอ. “ฉันทำอะไรผิดเหรอคะ?” “ฉัน… ฉันไม่ดีพอเหรอคะ?” “บอกฉันสิคะ. ว่าต้องทำยังไง… คุณถึงจะพอใจ.” เธอเริ่มคุกเข่าลง. “ไม่!” กวินตะคอก. “ลุกขึ้น! อย่าทำแบบนี้!”
เขากำลังโกรธ. เขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการแล้วไม่ใช่หรือ? เขาต้องการให้เธอ ‘ยอม’. ตอนนี้เธอ ‘ยอม’ ทุกอย่าง. แต่ทำไม… เขากลับรู้สึกขยะแขยง. เขาไม่ได้ ‘ชนะ’ เธอ. เขา… ทำลาย เธอ. นี่ไม่ใช่ชัยชนะ. นี่คือการสูญเสีย.
เขากระแทกประตูห้องทำงาน. ทิ้งให้มายาร้องไห้อยู่ข้างนอก. เขาอยากอยู่คนเดียว. แต่เขา… ไม่เคยได้อยู่คนเดียวอีกเลย.
เขาเริ่มได้ยินเสียง. ตอนแรกมันเบามาก. เหมือนเสียงกระซิบ… อยู่ไกลๆ. เป็นภาษา… ที่เขาไม่เข้าใจ. ภาษาโบราณ. เสียงนั้น… มันมาจากในหัวของเขา.
เขามองดูตัวเองในกระจกห้องทำงาน. ขอบตาของเขาคล้ำลง. ใบหน้าซูบตอบลงเล็กน้อย. แต่ดวงตา… ดวงตาของเขา… มันดู ดุร้าย ขึ้น.
“…ไม่พอ…” เสียงกระซิบดังขึ้น. ครั้งนี้… ชัดเจน. “ใครน่ะ!” กวินหันขวับ. ในห้องไม่มีใคร. “…ยังไม่พอ…” “พออะไร?” กวินถาม. เขาเริ่มคิดว่าตัวเองบ้าไปแล้ว. “…อำนาจ… ผู้หญิง… มันยังไม่พอ…” เสียงนั้น… มันไม่ได้มาจากภายนอก. มันดังก้อง… มาจากหน้าอกของเขา. มาจากองค์พระ.
กวินเริ่มเปลี่ยนไป. ไม่เฉพาะจิตใจ. แต่ร่างกายด้วย. เขาเริ่มก้าวร้าว. เขาตวาดใส่แม่บ้าน. “กาแฟนี่มันรสชาติหมาไม่แดก! เอาไปทิ้ง!” แม่บ้านตกใจกลัว. น้ำตาไหล. กวินไม่เคยเป็นแบบนี้. เขาเคยเป็นคนสุภาพ. เย็นชา. แต่… ไม่ใช่คนหยาบคาย. คำพูด… มันหลุดออกมาจากปากเขาเอง. เสียงของเขา… มันฟังดู แหบพร่า.
แล้วก็… กลิ่น. กลิ่นมะลิเหี่ยว. กลิ่นคาวเลือด. มันกลับมาอีกครั้ง. แต่ครั้งนี้… มันไม่ได้มาจากองค์พระ. มันมาจาก… ตัวเขา. เขาล้างมือ. เขาอาบน้ำวันละหลายๆ ครั้ง. เขาฉีดน้ำหอมที่แพงที่สุด. แต่กลิ่นนั้น… ก็ยังอยู่. เหมือนมันซึมออกมาจากผิวหนังของเขา.
คืนนั้น. เขาพยายามจะนอน. แต่เขาหลับไม่ลง. เสียงกระซิบดังขึ้นเรื่อยๆ. “…ข้าต้องการ… ข้ากระหาย…” “ต้องการอะไร!” กวินตะโกนใส่ความมืด. มายาสะดุ้งตื่นข้างๆ เขา. “คุณกวิน… เป็นอะไรคะ?” “ออกไป!” เขาตวาด. “ไปนอนห้องอื่น!” มายารีบลุกออกไป. ตัวสั่น. กวินอยู่คนเดียว. เขามองออกไปนอกหน้าต่าง. เมืองกรุงเทพฯ… สวยงาม. แต่เขาไม่รู้สึกอะไร.
ทันใดนั้น. โลกก็บิดเบี้ยว. ห้องเพนท์เฮาส์… หายไป. เขากลับไปที่นั่นอีกแล้ว. สนามรบ. ท้องฟ้าสีเลือด. ศพนับร้อย. นักรบคนนั้น. ยืนอยู่ตรงหน้าเขา. แต่ครั้งนี้… กวินไม่ได้ ‘ฝัน’. เขา ‘เห็น’ มัน. นักรบคนนั้น… กำลังมองมาที่เขา. ไม่สิ. นักรบคนนั้น… กำลังยิ้ม. และมันก็พูด. ด้วยเสียงเดียวกับเสียงกระซิบในหัวเขา. “…ในที่สุด… เราก็เริ่มเป็นหนึ่งเดียวกัน…”
กวินกรีดร้อง. ภาพตัดกลับมา. เขายืนอยู่ในห้องนอน. เหงื่อท่วมตัว. เขายกมือขึ้นกุมหน้าอก. องค์พระ… มันไม่ได้ร้อน. มันไม่ได้เย็น. มันกำลัง… เต้น. มันเต้นเป็นจังหวะ. ตุบ. ตุบ. ตุบ. เหมือนหัวใจดวงเล็กๆ… ที่เต้นอยู่ใต้ผิวหนังของเขา. มันมีชีวิต. และมันกำลัง… เติบโต.
เขากลัว. เขากลัวจริงๆ แล้ว. เขาต้องเอามันออก. เขาพยายามอีกครั้ง. ตั้งใจจะดึงมันออกมา. แม้ว่ามันจะเจ็บ. แต่… เขาทำไม่ได้. นิ้วของเขา… แข็งทื่อ. เหมือนร่างกาย… ไม่เชื่อฟังคำสั่ง.
“…เจ้าหนีข้าไม่พ้น…” เสียงนั้นหัวเราะในหัวเขา. “…ความปรารถนาของเจ้า… มันคืออาหารของข้า…” “…เจ้าเรียกข้ามาเอง… กวิน…”
กวินเดินไปที่ห้องนอนแขก. เขาเปิดประตู. มายานอนขดตัวอยู่บนเตียง. ร้องไห้สะอื้น. เขามองเธอ. ความรู้สึกผิด… แล่นผ่านเข้ามา. แต่… มันก็ถูกแทนที่อย่างรวดเร็ว. ด้วยความรู้สึกใหม่. ความรู้สึก… รังเกียจ. ความรู้สึก… เหยียดหยาม.
“…อ่อนแอ…” เสียงนักรบกระซิบ. “…ผู้หญิงก็เป็นเช่นนี้… ไร้ค่า… เอาไว้แค่ประดับบารมี…”
กวินยืนนิ่ง. เขาตกใจ. ไม่ใช่เพราะเสียงที่ได้ยิน. แต่เพราะ… ลึกๆ ข้างใน… เขากำลัง… เห็นด้วย. เขาเริ่มคิดเหมือนมัน. เขากำลังสูญเสียตัวเอง. ความคิดของเขา… ไม่ใช่ของเขาคนเดียวอีกต่อไป.
ความตระหนักรู้นั้น… ว่าเขา… เห็นด้วย กับมัน… น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าภาพนักรบในกระจก. กวินผงะถอย. เขาไม่ได้มองมายาอีกต่อไป. เขากำลังมอง… ตัวเอง. มองความคิดที่โสโครก… ที่กำลังก่อตัวขึ้นในหัว. นี่ไม่ใช่เขา. “แต่มันใช่.” เสียงนั้นกระซิบตอบ. “…นี่คือเจ้า… ส่วนที่เจ้าซ่อนไว้… ข้าแค่ปลุกมันขึ้นมา.”
กวินหันหลัง. วิ่ง. เขาวิ่งออกจากห้องนอนแขก. เขาวิ่งไปที่ลิฟต์ส่วนตัว. “คุณกวิน! จะไปไหนคะ!” เสียงมายาดังไล่หลัง. เขาไม่ตอบ. เขาต้องหนี. ไม่ใช่หนีจากเธอ. หนีจากตัวเขาเอง. หนี… จากสิ่งที่เขาอาจจะทำ.
เขาลงมาที่โรงจอดรถ. กลิ่นหนังแท้ราคาแพงในรถสปอร์ตของเขา… มันช่วยกลบกลิ่นมะลิเน่ากับกลิ่นเลือดได้ชั่วครู่. เขาสตาร์ทรถ. เสียงเครื่องยนต์คำราม. เขาขับออกไป. ไร้จุดหมาย. เขาแค่ขับ. ขับ… เพื่อให้รู้สึกว่าเขายังควบคุมอะไรบางอย่างได้. อย่างน้อย… ก็พวงมาลัยนี่.
เขาขับรถไปเรื่อยๆ. ความโกรธ. ความสับสน. ความกลัว. มันปนเปกันไปหมด. เขาเหลือบมองกระจกมองหลัง. ภาพของมายา… ที่ขดตัวร้องไห้… มันทำให้เขาเจ็บปวด. แต่… ความเจ็บปวดนั้น… ก็ถูกแทนที่. ด้วยความรู้สึก… รำคาญ. “…อ่อนแอสิ้นดี…” เสียงนักรบเยาะเย้ย. “หุบปาก!” กวินตะโกนใส่ความว่างเปล่า. เขาตบพวงมาลัย. “นี่มันร่างของฉัน! ความคิดของฉัน!” “…งั้นหรือ?…” เสียงนั้นหัวเราะ. “…ลองพิสูจน์สิ…”
ทันใดนั้น. ความเหนื่อยล้า… ก็จู่โจมเขา. ไม่ใช่แค่ความเหนื่อย. มันเหมือน… ถูกดูดพลังงาน. เปลือกตาของเขาหนักอึ้ง. เขาพยายามฝืน. “ไม่… ฉันต้อง…” ภาพถนนเบื้องหน้า… เริ่มพร่ามัว. แสงไฟจากรถคันอื่น… แตกกระจาย. เขากระพริบตา. แค่… วินาทีเดียว. เขาแค่กระพริบตา.
พรึ่บ. กวินสะดุ้งตื่น. รถ… จอดนิ่ง. เครื่องยนต์ดับ. เขาไม่ได้อยู่บนทางด่วน. เขา… อยู่ที่ไหน? ข้างนอกมืดสนิท. มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ. นี่มัน… ซอยเปลี่ยว. มีต้นไม้ใหญ่สองข้างทาง. กลิ่นดิน. กลิ่นหญ้า. เขามองไปรอบตัว. เขาอยู่ที่ไหน? เขามาที่นี่ได้ยังไง? เขาก้มดูนาฬิกา. ตีสาม. เป็นไปไม่ได้. เมื่อกี้มัน… เพิ่งจะห้าทุ่ม. เวลา… หายไปไหนสามชั่วโมง?
กวินตัวเย็นเฉียบ. นี่คือ… ‘การสูญเสียเวลา’. ภาวะที่เขา… ไม่ได้ควบคุมร่างกายตัวเอง. มัน… นักรบคนนั้น… มัน ควบคุมเขา. มัน ขับรถมาที่นี่. เพื่ออะไร?
กวินมองไปรอบๆ. เขาเห็นบางอย่าง… อยู่เบาะข้างคนขับ. มันคือ… พลั่ว. พลั่วทำสวนอันเล็กๆ. ที่ท้ายรถเขามีไว้เผื่อฉุกเฉิน. แต่… ที่ปลายพลั่ว… เปื้อนดิน. ดินยังเปียกหมาดๆ. กวินหัวใจแทบหยุดเต้น. เขา… ออกไปทำอะไรมา? เขากลั้นหายใจ. เปิดประตูรถ. กลิ่นมะลิเน่า… แรงขึ้น. เขาพยายามนึก. นึกเท่าไหร่… ก็นึกไม่ออก. มันเหมือนมีกำแพงสีดำ… กั้นอยู่ในความทรงจำ. “…ธุระเล็กน้อย…” เสียงนักรบกระซิบ. “…ข้าแค่… นำของไปคืน…” “คืนอะไร!” กวินตะคอก. ไม่มีคำตอบ. มีเพียงเสียงหัวเราะเบาๆ… ในหัว. กวินรีบสตาร์ทรถ. เขาขับกลับเพนท์เฮาส์. ด้วยความเร็วที่บ้าคลั่ง. เขาไม่ใช่แค่กลัว. เขา… ขยะแขยงตัวเอง.
เขากลับถึงห้อง. ห้องมืดสนิท. เงียบ. เขาเดิน… ย่องเบา. เหมือนโจร… ในบ้านของตัวเอง. เขาไปที่ห้องนอนแขกก่อน. แง้มประตู. มายา… ยังคงนอนขดตัว. หลับ. แต่… เป็นการหลับที่ไม่สงบ. เธอสะดุ้ง… พึมพำ… “อย่า… อย่าทำฉัน…” กวินปิดประตูเบาๆ. เขากลับไปที่ห้องนอนใหญ่. เขาต้องอาบน้ำ. เขาต้องล้าง… ล้างกลิ่นนี้ออกไป. เขากำลังจะถอดเสื้อ. เขายืนอยู่หน้ากระจก. และเขาก็เห็น. มือของเขา. ข้อนิ้ว… มันไม่ใช่แค่รอยแดง. มัน… ถลอก. เลือดซิบๆ. เหมือน… เขาเพิ่งไปชกต่อยกับอะไรมา. หรือ… ขุด อะไรบางอย่าง. กวินอ้าปากค้าง. เขาจำไม่ได้. เขาจำอะไรไม่ได้เลย. เขา… กลายเป็นฆาตกรไปแล้วหรือยัง? เขาฆ่าใคร? เขาฝังใคร?
ไม่. เขาต้องตั้งสติ. เขาพยายามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน. เขาขับรถออกไป… เขาเหนื่อย… แล้วเขาก็… ตื่นขึ้นมาในซอย. เขาหลับใน? ไม่. นี่ไม่ใช่การหลับใน. นี่คือการ… ถูกยึดร่าง.
เขาต้องรู้. เขาต้องรู้ว่าไอ้เวรนี่… คืออะไร. มันมาจากไหน. มันไม่ใช่พระขุนแผนธรรมดา. เขาถูกหลอก. เขาต้องตามหา… หาที่มาของโถใบนั้น.
เช้าวันต่อมา. กวินไปที่สถาบันประมูล. เขาไม่โทร. เขาไปเอง. ใบหน้าเขาซีดเซียว. ดวงตาขวาง. มันไม่ใช่ท่าทางของนักธุรกิจ. มันคือท่าทางของ… สัตว์ป่าที่บาดเจ็บ. เขาเดินตรงไปที่ห้องผู้จัดการ. “ผมต้องการที่มาของโถดินเผา. ชิ้นที่ 14. การประมูลเมื่อสามวันก่อน.” ผู้จัดการ. ชายวัยกลางคนที่ปกติจะยิ้มแย้ม… หน้าซีดเมื่อเห็นกวิน. “คุณกวินครับ. มัน… เป็นความลับของลูกค้า.” “ผมให้คุณไม่ได้.” กวินเอนตัวไปข้างหน้า. เขาไม่ได้พูดอะไร. เขาแค่… จ้อง. พระเครื่องใต้เสื้อเชิ้ต… เริ่มร้อน. ไม่ใช่ร้อนธรรมดา. มันร้อน… จนควันขึ้น. เสื้อเชิ้ตของเขาเริ่มมีรอยไหม้เล็กๆ. “อ๊า…” กวินกัดฟัน. แต่มันไม่ใช่ความเจ็บปวดของเขาคนเดียว. นักรบ… มันกำลัง สนุก. พลังงานสีดำ… แผ่ออกจากตัวกวิน. มันไม่ใช่เสน่ห์. มันคือ… ความกลัว. ผู้จัดการเริ่มหายใจไม่ออก. “ผม… ผม… หายใจ… ไม่…” เขากุมคอตัวเอง. เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบ. “บอกมา.” กวินพูด. เสียงของเขา… มันแหบ. มันเป็นเสียง… สองเสียง… ที่พูดพร้อมกัน. เสียงของเขา… และเสียงของนักรบ. “ได้โปรด… ปล่อยผม…” ผู้จัดการน้ำตาไหล. เขาคลานไปที่คอมพิวเตอร์. “มัน… มันเป็นของ… พ่อค้าคนกลาง… ครับ… ” “เขา… ชื่อ… ลุงบุญ…” “ร้าน… อยู่… ตรอก… ตรอก…” “บอกมา!!!” “ตรอกศิลป์ดำ! ครับ! ตรอกศิลป์ดำ! แถวเมืองเก่า!” กวินชักพลังกลับ. ผู้จัดการล้มฟุบลงกับพื้น. ไอโขลก. กวินเดินออกมา. เขาไม่รู้สึกผิด. เขาไม่รู้สึกอะไรเลย. นอกจาก… ความเย็นชา.
ตรอกศิลป์ดำ. มันเป็นตรอกเล็กๆ. อับชื้น. ไม่ใช่ที่ที่นักสะสมระดับกวินจะมา. ที่นี่… ขายของปลอม. ของอาถรรพ์. มันเป็นด้านมืดของวงการ. เขาร้านของ ‘ลุงบุญ’. มันเล็ก. มืด. เต็มไปด้วยพระพุทธรูปที่แตกหัก… และหน้ากากผี. ลุงบุญ… เป็นชายแก่. ผอม. เขากำลังจุดธูป. เมื่อเขาเห็นกวินเดินเข้ามา… ธูปในมือ… ร่วง. ชายแก่เบิกตากว้าง. เขามอง… ไม่ใช่ที่หน้ากวิน. เขามอง… ที่หน้าอกของกวิน. “พุทโธ… ธัมโม… สังโฆ…” ชายแก่เริ่มสวดมนต์. ตัวสั่นเทา.
“โถดินเผา.” กวินพูด. “แกเอามาจากไหน.” “ผม… ผมไม่รู้…” ลุงบุญถอยหลัง. “ผมแค่… รับมา… แล้ว… ส่งต่อ…” “รับมาจากใคร!” กวินก้าวเข้าไป. ความร้อนที่หน้าอก… มันแผ่ซ่าน. ของในร้าน… เริ่มสั่น. ถ้วยชาม… กระทบกัน. “อย่า… อย่าทำผม…” ลุงบุญยกมือไหว้. “ผมกลัวแล้ว! ผมกลัวแล้ว!” “มันเป็น… ของ… ของต้องสาป!” “ผมรู้… ผมรู้สึกได้ตั้งแต่วันแรก!”
“ใคร… เอามาให้แก!” กวินคว้าคอเสื้อชายแก่. “…ฆ่ามัน…” เสียงนักรบกระซิบ. “…มันรู้มากไป… ฆ่ามันซะ…” “ไม่!” กวินสบัดหัว. เขาต่อสู้. “บอกมา… แล้วฉันจะไว้ชีวิตแก.”
ลุงบุญร้องไห้. “ครอบครัวหนึ่ง… ครับ
.. ให้ไปหา… อาจารย์เพลิง!” ชายแก่ตะโกน. “เขา… เขาเป็นคนเดียวที่รู้… เขารู้เรื่องของพวกนี้!” “เขาอยู่ที่กุฏิเก่า… ริมคลอง… หลังวัดเงา!”
กวินปล่อยคอเสื้อลุงบุญ. ชายแก่ล้มลงไปกองกับพื้น. กวินไม่พูดขอบคุณ. เขาไม่พูดอะไรเลย. เขาหันหลัง. เดินออกจากร้าน. ทิ้งให้ลุงบุญ… สวดมนต์ไล่… ด้วยเสียงที่สั่นเครือ.
“…อย่าไป…” เสียงนักรบดังขึ้นในหัว. “…ไอ้พวกพระ… พวกมันจะพรากข้าไปจากเจ้า…” “หุบปาก!” กวินตวาดขณะเดินไปที่รถ. คนในตรอกหันมามองเขา. มอง… เหมือนเขาเป็นตัวประหลาด. เขาไม่สนใจ. เขาขึ้นรถ. เขาต้องไป… หลังวัดเงา.
“…เจ้าโง่… เจ้าน่ะสิที่โง่…” เสียงนั้น… มันไม่ได้กระซิบแล้ว. มัน… เยาะเย้ย. “…เจ้าคิดว่าเจ้าควบคุมข้าได้รึ?…” “…ข้าต่างหาก… ที่ควบคุมเจ้ามาตลอด…” “ไม่!” กวินกระแทกพวงมาลัย.
ทันใดนั้น. มือของเขา… ที่จับพวงมาลัย… มัน บิด เอง. “เฮ้ย!” รถหักเลี้ยวอย่างแรง. เกือบจะชนแผงขายของข้างทาง. “ฉันบอกให้หยุด!” กวินพยายามดึงพวงมาลัยกลับ. แต่มือของเขา… มันไม่ฟัง. มันแข็งเหมือนเหล็ก. “แกจะทำอะไร!” “…เราจะกลับบ้าน… กวิน…” “…กลับไปหา ‘ของเล่น’ ของเรา…” …มายา…
กวินตื่นตระหนก. มันจะ… มันจะกลับไปหามายา. มันจะทำร้ายเธอ. “ไม่!!!!” กวินใช้แรงทั้งหมดที่มี. เขา… กัด แขนตัวเอง. กัด… จนเลือดออก. ความเจ็บปวดที่แหลมคม… ทำให้เขาได้สติกลับคืนมา… ชั่วขณะ. มือที่แข็งทื่อ… คลายออก. เขารีบหักพวงมาลัย. เลี้ยวรถ… มุ่งหน้าไปทางเมืองเก่า. ไปหาวัดเงา. เขาขับรถ… เหมือนคนบ้า. เขาต้องไปให้ถึง… ก่อนที่มันจะยึดร่างเขาได้อีก.
กุฏิเก่า… อยู่ลึก. มันเป็นบ้านไม้… ที่ดูเหมือนจะพังแหล่มิพังแหล่. ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว… ริมคลองสีดำสนิท. กวินจอดรถ. เขาวิ่ง. เขาวิ่ง… เหมือนหนีตาย. เขาพังประตูเข้าไป. “อาจารย์! อาจารย์เพลิง!”
ข้างใน… มืด. มีเพียงแสงเทียนเล่มเล็กๆ… และกลิ่นกำยาน… ที่หอม… จนน่าขนลุก. มีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่. นั่งนิ่ง… บนเสื่อเก่าๆ. เขาหันหน้ามาทางประตู. ดวงตาของเขา… มันเป็นสีขาวขุ่น. เขา… ตาบอด.
“ในที่สุด… เจ้าก็มา.” เสียงของเขาแหบ. แต่ทรงพลัง. “คุณ… คุณรู้ได้ยังไง?” กวินหอบ. อาจารย์เพลิง… ไม่ตอบ. เขา… ดมกลิ่น. “กลิ่น… แรงเหลือเกิน.” ชายชราพูด. “กลิ่นของเลือด… กลิ่นของความใคร่… และกลิ่นของ… ความตาย.” “ได้โปรด… ช่วยผมด้วย!” กวินทรุดลง. “ผม… ผมถอดมันไม่ออก.” เขาดึงเสื้อเชิ้ตออก. เผยให้เห็น… พระเครื่ององค์นั้น. ตอนนี้… มันไม่ใช่สีดำแล้ว. มัน… เป็นสีแดง. แดง… เหมือนเลือดสด. และผิวหนังรอบๆ… มันบวมเป่ง. เหมือนรากไม้… กำลังชอนไช… เข้าไปใต้ผิวหนังของเขา.
อาจารย์เพลิง… “มอง” ไปที่องค์พระ. ใบหน้าของเขา… เคร่งเครียด. “นี่ไม่ใช่ขุนแผน.” ชายชราบอก. “ขุนแผน… คือเมตตามหานิยม.” “แต่สิ่งที่เจ้าแขวนอยู่…” “มันคือ… ไพร.” “ไพร… อะไร?” “ภูตผี… วิญญาณ… ที่ถูกกักขัง.” อาจารย์เพลิงลุกขึ้น. เขาเดิน… โดยไม่ชนอะไร. เขาเดินมาหยุด… ตรงหน้ากวิน. เขาไม่ได้ยื่นมือมา. เขาแค่… สัมผัสอากาศ… รอบๆ องค์พระ. “ข้าสัมผัสได้.” “มันไม่ใช่หนึ่ง.” ชายชรากระซิบ. “มันมี… สองดวง.“
กวินตัวสั่น. “หมายความว่ายังไง?” “มันคือ… วิชาอาคมโบราณ. เก่าแก่… และชั่วร้าย.” “วิชา… ‘ผูกวิญญาณ’.” อาจารย์เพลิงเริ่มเล่า. “นานมาแล้ว. น่าจะ… สี่ร้อยกว่าปี.” “มีนักรบคนหนึ่ง.” “เขาเก่งกาจ… แต่โหดเหี้ยม.” “เขาหลงรัก… หรือ… อยากครอบครอง… นางรำ.” “แต่นาง… ไม่เล่นด้วย.” “นางปฏิเสธเขา.” นักรบ… โกรธแค้น. “เขาไม่ต้องการเสน่ห์ของขุนแผน.” “เขาต้องการ… อำนาจ… ของขุนแผน.” “เขาเลย… สร้าง… ขุนแผนของเขาเอง.”
“เขาทำยังไง?” กวินกลืนน้ำลาย. “เขา… ฆ่า นางรำ.” อาจารย์เพลิงพูด. “เขาไม่ได้ฆ่าธรรมดา… เขา… บูชายัญ… เธอบนกองไฟ.” “เขาใช้เถ้ากระดูกของนาง… ผสมกับดินเจ็ดป่าช้า.” “และ… เขาใช้เลือดของนาง… ชโลมองค์พระ.” “แต่นั่น… ยังไม่พอ.” “เพื่อที่จะควบคุมนาง… แม้ในความตาย…” “เขาได้… สะกด… วิญญาณของตัวเอง… ผูกติดเข้าไปด้วย.”
กวินหน้าซีด. “เขา… เขาฆ่าตัวตาย?” “ไม่.” อาจารย์เพลิงส่ายหน้า. “เขาสะกด… ‘เงา’ ของเขา.” “ส่วนที่มืดมนที่สุด. ความกระหายเลือด. ความบ้าคลั่ง.” “เขามัดมันไว้… กับวิญญาณที่เจ็บปวดของนางรำ.” “เขาเชื่อว่า… เขาจะได้ทั้งพลังเสน่ห์ของนาง… และพลังรบของเขา.” “เขาขังวิญญาณทั้งสองดวง… ไว้ในโถดินเผานั่น.” “รอ… รอวันที่คนที่มี ‘ความปรารถนา’ แบบเดียวกับเขา… มาปลุกมัน.” “คน… อย่างเจ้า.”
“แล้ว… แล้วเสน่ห์…” กวินพูดตะกุกตะกัก. “…เสน่ห์ที่ทำให้คนหลงรักผม…” “นั่นไม่ใช่ความรัก!” อาจารย์เพลิงตวาด. “นั่นคือ… เหยื่อ!” “วิญญาณนักรบ… มันใช้เสน่ห์ของนางรำ… เป็น ‘เหยื่อล่อ’!” “มันล่อลวงผู้หญิง… เพื่อที่มันจะได้… สูบ… พลังชีวิต.” “มันสูบพลังจากพวกเธอ… เพื่อเลี้ยงตัวเอง!” กวินคิดถึงมายา. คิดถึง… สายตาที่ว่างเปล่า… ร่างกายที่เย็นเฉียบ. “โอ้… ไม่… ไม่…” “แต่นั่น… แค่เริ่มต้น.” อาจารย์เพลิงพูดต่อ. “ตอนนี้… มันอิ่มแล้ว.” “พลังชีวิต… มันได้ไปพอแล้ว.” “ตอนนี้… มันต้องการ… สิ่งที่มันกระหายมาตลอดสี่ร้อยปี.” “มันต้องการ… เลือด.“
“…มันพูดถูก…” เสียงนักรบดังขึ้นในหัวกวิน. ชัดเจน. เหมือนมันยืนอยู่ข้างๆ เขา. “…ข้าเบื่อ… ของหวานแล้ว…” “…ข้าอยากได้… ของคาว…”
“ช่วยผม!” กวินคุกเข่า. “เอามันออกไป! ได้โปรด!” อาจารย์เพลิงส่ายหน้า. “มันไม่ง่าย.” “มันไม่ได้ ‘สิง’ เจ้า.” “มัน… ผูกพัน… กับเจ้า.” “มันผูก… กับ ‘ความปรารถนา’ ของเจ้า.” “ตราบใดที่เจ้า… ยังอยาก ‘ควบคุม’…” “เจ้า… ก็จะเป็นของมัน.”
“ผม… ผมไม่อยาก! ผมไม่อยากแล้ว!” “ปากเจ้าพูดอย่าง.” อาจารย์เพลิงชี้นิ้วมาที่หน้าอกกวิน. “แต่ ‘ใจ’ เจ้า… ยังไม่ปล่อยวาง.” “เอาล่ะ… ข้าจะลอง.” อาจารย์เพลิง… หยิบสายสิญจน์ขึ้นมา. เขาเริ่มสวด. เป็นภาษาบาลี… ที่กวินไม่เคยได้ยิน. มัน… ฟังดูโบราณ. เขานำสายสิญจน์… ค่อยๆ แตะลงบนองค์พระ.
ฉ่าาาาาา! เกิดควัน… พวยพุ่ง! เหมือนเอาน้ำ… ราดลงบนเหล็กร้อน! “อ๊าาาาาาาากกกกกกก!!!” ไม่ใช่กวินที่ร้อง. มันคือเสียง… สองเสียง… กรีดร้อง… โหยหวน… ออกมาจากองค์พระ! เสียงหนึ่ง… คือเสียงนักรบ… ที่เต็มไปด้วยความโกรธ. อีกเสียง… คือเสียงผู้หญิง… ที่เต็มไปด้วย… ความเจ็บปวด.
“อดทนไว้!” อาจารย์เพลิงตะโกน. เขาพยายามพันสายสิญจน์… รอบองค์พระ. แต่… ตุบ! ร่างของกวิน… กระตุก. ดวงตาของเขา… เหลือกขึ้น. “แก… ไอ้พระตาบอด…” เสียงที่พูด… ไม่ใช่กวิน. มันคือเสียงนักรบ. “แก… ยุ่ง… ไม่เข้าเรื่อง!” ร่างของกวิน… คว้ามือ… บีบคออาจารย์เพลิง! “คุณกวิน! ไม่!” กวิน (ตัวตนที่แท้จริง) กรีดร้องอยู่ข้างใน. แต่เขา… ควบคุมร่างกายไม่ได้!
อาจารย์เพลิง… ถูกยกขึ้น. แต่เขายังคงสวด. เขาใช้แรงเฮือกสุดท้าย… ทุบฝ่ามือ… ลงบนหน้าผากของกวิน. “พุทธัง… สลาย!”
เปรี้ยง! ร่างของกวิน… ถูกกระแทก… ถอยหลัง. เขากระเด็นไปชนผนังกุฏิ. วิญญาณนักรบ… ถูกขับออกไป… ชั่วคราว. กวิน… ได้ร่างกลับคืนมา. เขาไอโขลก. อาจารย์เพลิง… ล้มลงไปนั่งหอบ. “มัน… มันแกร่งมาก.” ชายชราพูด. “มันผูกกับเจ้า… ลึกเกินไป.” “ผม… ผมต้องทำยังไง?” กวินคลานเข้าไปหา. “ข้า… ข้าต้านมันได้ไม่นาน.” อาจารย์เพลิง… หายใจติดขัด. “แต่… ข้า… ข้าเห็น…” “ตอนที่มันออกมา… ข้าเห็น…” “เห็นอะไรครับ!” “มันไม่ใช่… นักรบ.” อาจารย์เพลิงกระซิบ. “วิญญาณนักรบ… มันแค่… ‘เกาะ’ อยู่.” “พลังที่แท้จริง… ที่กักขังมันไว้… ที่มัดมันไว้…” “คือ… เธอ.” “นางรำ.” “มันไม่ใช่… พลังของมัน.” “มันคือ… พลังแห่งความแค้น… ของเธอ.” กวินเบิกตากว้าง. “ผม… ไม่เข้าใจ.” “มันควบคุมเธอ… แต่… เธอก็ควบคุมมัน.” อาจารย์เพลิงไอ. “วิญญาณสองดวง… ถูกมัดติดกันด้วย… ความเกลียด.” “และตอนนี้… พวกมัน… ก็มัดติดกับเจ้า.” กวินมองไปที่หน้าอกตัวเอง. องค์พระ… มันสงบลงแล้ว. แต่มันยังคง… เป็นสีแดง. “ผม… ผมเป็น… คุก…?” “ใช่.” อาจารย์เพลิงพยักหน้า. “เจ้าคือ… คุก… อันใหม่ของพวกมัน.” “และพวกมัน… ก็คือคุกของเจ้า.” กวินมองชายชราที่บาดเจ็บ. เขามองไปที่ประตู. เขา… หนี. เขาลุกขึ้น. วิ่งหนี… หนีจากอาจารย์เพลิง… หนีจากความจริง… ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า… ว่าเขา… ไม่ได้ถูกผีสิง. เขา… กลายเป็น… กรง… ของปีศาจสองตัว… ที่กำลังฉีกทึ้งกันเอง.
เขาวิ่ง. เขาวิ่ง… ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีที่ให้หนี. เขาขับรถกลับมาที่เพนท์เฮาส์. ในหัวของเขา… ว่างเปล่า. ไม่. มันไม่ได้ว่างเปล่า. มัน… เงียบ. เงียบ… อย่างน่ากลัว. เสียงของนักรบ… หายไป. เสียงกรีดร้องของนางรำ… ก็หายไป. เหลือเพียง… ตัวเขา. คนเดียว. กับความจริงที่ว่า… เขาคือ ‘กรง’.
ความเงียบนี้น่ากลัวกว่าเสียงกระซิบ. เพราะมันหมายความว่า… พวกมัน… กำลังรอ. พวกมัน… กำลัง… ซ่อนตัว. รอให้เขา… เผลอ.
เขาขึ้นลิฟต์ส่วนตัว. มือของเขาสั่น. รอยกัด… ที่แขน… ยังคงแสบ. รอยถลอก… ที่ข้อนิ้ว… ก็ยังแสบ. แต่ที่แสบที่สุด… คือหน้าอก. พระเครื่ององค์นั้น… มันกลับไปเป็นสีดำสนิท. เหมือนดินเผาธรรมดา. มัน… เย็น. เย็น… เหมือนน้ำแข็ง.
ลิฟต์เปิดออก. เพนท์เฮาส์… มืด. ปกติ… มายาจะรอเขา. เธอจะเปิดไฟ… นั่งรอเขา… ที่โซฟาตัวเดิม. แต่… วันนี้… มันมืด. และ… เงียบ. “มายา?” เขาเรียก. เสียงของเขา… สั่น. ไม่มีเสียงตอบ.
กวิน… ใจหาย. หรือว่า… เธอกลับไปแล้ว? หรือว่า… เธอหนีไปแล้ว? เสี้ยววินาทีหนึ่ง… เขารู้สึก… โล่งใจ. ดีแล้ว. เธอควรจะหนีไป. หนีไปจากเขา. หนีไปจาก… สัตว์ประหลาด… ที่เขากลายเป็น.
เขาเดินเข้าไปในความมืด. เขากำลังจะไปเปิดไฟ. แต่แล้ว… เขาก็ได้ยิน. เสียง… เสียง… สะอื้น. เบามาก. มาจาก… ห้องนอน. ไม่. ไม่ใช่ห้องนอน. หน้าประตู.
เขามองไป. ในความมืดสลัว… เขาเห็น… ร่าง. ร่างของมายา. เธอนั่งกองอยู่กับพื้น… ข้างประตูทางออก. ข้างๆ เธอ… คือกระเป๋าเดินทางใบเล็ก. เธอ… กำลังจะหนี.
หัวใจของกวิน… บีบรัด. เธอ… เธอตื่นแล้ว. เธอหลุดจากมนต์สะกดแล้ว. “มายา?” ร่างนั้นสะดุ้งสุดตัว. เหมือนกวาง… ที่เห็นนายพราน. มายาเงยหน้าขึ้น. ดวงตาของเธอ… โอ้… ดวงตาของเธอ. มันไม่ใช่ดวงตาที่ว่างเปล่า… อีกต่อไป. มันเต็มไปด้วย… ความหวาดกลัว. ความกลัว… ที่บริสุทธิ์. ความกลัว… ที่มีต่อ… เขา.
“อย่า… อย่าเข้ามา!” เธอถอย… จนแผ่นหลัง… ชิดประตู. “คุณ… คุณมัน… ปีศาจ.” เธอจำได้. เธอคง… จำได้… ตอนที่เขาถูกนักรบสิง… แล้วตวาดใส่เธอ. “มายา… ผม…” กวินพยายามจะพูด. “ผมขอโทษ… ผมไม่ได้…” “คุณทำร้ายฉัน!” เธอกรีดร้อง. “ไม่ใช่แค่… ร่างกาย… แต่… หัวของฉัน!” เธอกุมหัวตัวเอง. “คุณ… คุณขโมย… ความคิดของฉันไป!” น้ำตาเธอไหลพราก. “ฉัน… ฉันตื่นขึ้นมา… ฉันจำอะไรไม่ได้…” “ฉันจำไม่ได้ว่า… สองสามวันที่ผ่านมา… ฉันทำอะไรลงไป…” “มันเหมือน… ฉันดูตัวเอง… ผ่าน… กระจกหนาๆ…” “ฉัน… เป็นแค่… ตุ๊กตาของคุณ!”
คำพูดนั้น… เหมือนมีดกรีดหัวใจกวิน. “ผมรู้.” เขากระซิบ. “ผมรู้… และผม… ผมกำลังจะไปแก้ไข.” “ผม… ผมจะไป…” “โกหก!” มายาตะโกน. “คุณมันโกหก! คุณมัน… ตัวประหลาด!” “คุณมัน… ไม่ใช่มนุษย์!”
เธอเอื้อมมือไปที่ลูกบิด. พยายามจะเปิดประตู. “ผมขอร้อง… อย่าไป…” กวินก้าวเข้าไป. เขาไม่ได้จะหยุดเธอ. เขาแค่… อยากจะอธิบาย. “อย่าแตะต้องฉัน!” มายาคว้า… แจกัน… ที่วางอยู่ข้างประตู. ขว้าง… ใส่เขา. เพล้ง! แจกันแตก… กระจาย… ที่เท้าของเขา.
กวินหยุด. ความเจ็บปวด… มันไม่ใช่ความเจ็บจากเศษกระเบื้อง. มันคือ… ความเจ็บ… จากสายตาของเธอ. สายตาที่… เกลียดชัง.
และในตอนนั้นเอง. ในตอนที่เขารู้สึก… ถูกปฏิเสธ. ถูกปฏิเสธ… โดยคนเดียว… ที่เขา… อาจจะ… รู้สึก… รัก.
ตึก… ตัก… พระเครื่องที่หน้าอก… มันเต้น. มันไม่ได้เต้น… ช้าๆ. มัน… กระหน่ำ. ความเย็น… หายไป. ถูกแทนที่… ด้วย… ความร้อนนรก. “อ๊าาาาา…” กวินกุมหน้าอก. มันร้อน… ร้อน… ร้อนกว่าตอนที่เขาพยายามถอดมัน. ร้อน… เหมือนถูกเหล็กเผาไฟ… นาบ.
“คุณ… เป็นอะไร…” มายาชะงัก. เสียงของเธอ… ยังคงกลัว. กวินเงยหน้าขึ้น. เขาพยายามจะพูด… “หนีไป…” เขาพยายามจะเตือนเธอ. แต่… คำพูด… มันไม่ออกมา.
“…นาง… ปฏิเสธ… เรา…” เสียงนักรบ… มันกลับมาแล้ว. มันไม่ได้กระซิบ. มัน… คำราม. “…เหมือนนาง… เหมือนนังแพศยา… คนนั้น!” “ไม่…” กวินพยายามต่อต้าน. เขาเกาะกุม… เศษเสี้ยวสุดท้าย… ของสติ. “ไม่ใช่… เธอ… ไม่เหมือนกัน…”
“…เหมือนกัน! พวกมัน… เหมือนกันหมด!” “…พวกมัน… สมควร… ตาย!”
พรึ่บ. ดวงตาของกวิน… มัน… เปลี่ยนไป. มันไม่ใช่ดวงตา… ของกวิน. มันไม่ใช่สีดำ… มัน… แดงก่ำ. เต็มไปด้วย… เส้นเลือด. และ… ความบ้าคลั่ง.
“คุณ… คุณกวิน?” มายาเริ่มเห็น. เริ่มเห็น… ความผิดปกติ. ใบหน้าของกวิน… มัน… บิดเบี้ยว. กล้ามเนื้อ… กระตุก. รอยยิ้ม… รอยยิ้มที่น่ารังเกียจ… รอยยิ้ม… ของนักรบ… ปรากฏขึ้น… บนใบหน้าของกวิน.
“กะ… เกิดอะไรขึ้นกับคุณ…” “กวิน… อยู่ที่นี่.” เสียงที่พูด… มันคือเสียงของกวิน… แต่… ไม่ใช่. มันคือเสียง… สองเสียง… พูดทับซ้อนกัน. ทุ้มต่ำ… และแหบพร่า. “เขา… เหนื่อย… แล้ว.” “ตอนนี้… ตาข้า… เล่นบ้าง.”
ร่างของกวิน… ก้าวเข้ามาหาเธอ. ช้าๆ. ไม่ใช่การเดิน… ของนักธุรกิจ. มันคือการ… ย่างสามขุม. เหมือน… สัตว์ป่า… ที่กำลัง… ล่าเหยื่อ.
“ไม่… ไม่… อย่าเข้ามา!” มายา… ทุบประตู. “ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย!” แต่… นี่คือเพนท์เฮาส์. เก็บเสียง. ไม่มีใคร… ได้ยินเธอ.
“แก… จะหนีไปไหน.” นักรบ… ในร่างกวิน… หัวเราะ. “ข้า… รอเวลานี้… มานานเหลือเกิน.” “ข้าเบื่อ… การ ‘ล่อลวง’.” “ข้าอยาก… ฉีกกระชาก.“
“คุณไม่ใช่คุณกวิน! ออกไปจากร่างเขา!” มายา… ทั้งกลัว… แต่ก็ยัง… พยายามจะสู้. “โอ้… แต่เขา… เชิญ… ข้าเข้ามาเอง.” นักรบพูด. “ด้วย… ความปรารถนา… ที่โสโครก… ของเขา.” “เขาอยาก… ‘ครอบครอง’ … เจ้า.” “ข้า… ก็แค่… ทำให้มัน… สมบูรณ์.“
มันถึงตัวเธอแล้ว. “ไม่!” มายา… ถีบ. เธอถีบ… สุดแรงเกิด. โดน… ที่หน้าอก. ตรง… องค์พระ. ฉ่า! เสียง… เหมือนเนื้อไหม้! แต่… ไม่ใช่ร่างของกวิน. มันคือ… เท้าของมายา. ถุงน่องของเธอ… ไหม้. “อ๊าาาา!” เธอร้อง… ด้วยความเจ็บปวด.
นักรบ… ก้มลงมอง… รอยเท้า… ที่ถูกเผา… บนเสื้อเชิ้ตของมัน. มัน… โกรธ. “แก… กล้า… แตะต้อง… ข้า!” มัน… ไม่ใช่ ‘เขา’ อีกต่อไป. มัน… คือ ‘มัน’. มัน… คำราม. เสียง… ไม่ใช่มนุษย์. เสียง… ของสัตว์ร้าย.
มันกระชาก… มันกระชากคอมายา. ยกเธอขึ้น… ตัวเธอลอย… จากพื้น. “อ… อ่อก…” มายา… ดิ้น. เธอกำลัง… ขาดอากาศหายใจ.
“แก… ทำร้าย… นาง.” นักรบ… พูด. “แก… ทำให้… นาง… เจ็บปวด!” กวิน… สับสน. ‘นาง’… ไหน? …วิญญาณนางรำ?…
“แก… รนหาที่ตาย!” มันง้างมือ. จะ… ตบ… จะ… ฆ่า… เธอ.
“ไม่!!!!!!!!!” เสียง… กรีดร้อง… ดังขึ้น. แต่… ไม่ใช่เสียงของมายา. ไม่ใช่เสียงของกวิน. เป็นเสียง… ผู้หญิง… ที่แหลม… สูง… เต็มไปด้วย… ความแค้น. มันดัง… ออกมาจาก… องค์พระ!
ร่างของกวิน… ชะงัก. มือที่ง้าง… ค้างอยู่กลางอากาศ. “อะไร…” นักรบ… พึมพำ. มัน… สับสน. ร่างของกวิน… เริ่ม… สั่น. สั่น… อย่างรุนแรง. เหมือน… กำลังชัก.
“อ… อ่อก…” มายา… ตกจากมือมัน. เธอล้มลงไปกอง… ไอโขลก. เธอมอง… ภาพที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด. ร่างของกวิน… กำลัง… ต่อสู้… กับตัวเอง.
“ปล่อย… ข้า!” นักรบ… ตะโกน. “ไม่… ไอ้… สารเลว…” เสียง… กวิน. กวิน… กำลัง… ต่อสู้… เพื่อกลับมา. “แก… จะ… ฆ่า… เธอ… ไม่ได้!” “แก… มัน… อ่อนแอ!” “ไม่ใช่!…” ร่างของกวิน… ต่อย… ต่อย… ผนัง! โครม! ผนัง… ยุบ. ข้อนิ้ว… แตก… เลือดสาด.
“อ๊าาาาาา!” ร่างนั้น… กรีดร้อง… ด้วยความเจ็บปวด… และความสับสน. มัน… ไม่ใช่แค่… สอง… มันคือ… สาม… สาม… ตัวตน… ที่กำลัง… ฉีกทึ้ง… ร่างกาย… ร่างเดียว. นักรบ… ที่กระหายเลือด. กวิน… ที่พยายามจะปกป้อง. และ… นางรำ… วิญญาณ… ที่เต็มไปด้วยความแค้น… ที่… เกลียด… นักรบ. และตอนนี้… ก็… เกลียด… กวินด้วย.
“พวกแก… ทั้งคู่…” เสียง… ผู้หญิง… มันพูด… ผ่านปากของกวิน. เสียง… ที่เย็นชา… “พวกผู้ชาย… ที่อยาก… ครอบครอง…” “พวกแก… ทั้งหมด… ต้อง… ชดใช้!”
พรึ่บ. ไฟ… ไฟในห้อง… ดับ. ดับ… พร้อมกัน… ทั้งเพนท์เฮาส์. เหลือเพียง… แสงจันทร์… ที่ส่อง… เข้ามาจาก… หน้าต่าง. ส่อง… ให้เห็น… ร่างของกวิน… ที่ยืนนิ่ง. ดวงตา… เบิกกว้าง. แต่… ว่างเปล่า. ว่างเปล่า… กว่า… ตอนที่มายา… ถูกสะกด.
“คุณ… คุณกวิน?” มายา… กระซิบ. เธอ… คลาน… ถอยหลัง. ร่างนั้น… ค่อยๆ… หันมา. ช้าๆ. มัน… ไม่ใช่กวิน. มัน… ไม่ใช่นักรบ. มัน… ยิ้ม. เป็นรอยยิ้ม… ที่… สวยงาม. สวยงาม… จน… น่าขนลุก. เป็นรอยยิ้ม… ของ… นางรำ.
มัน… หรือ เธอ… ยกมือขึ้น. มือ… ที่เปื้อนเลือด… ของกวิน. เธอ… แตะ… ที่ใบหน้าของตัวเอง. ใบหน้า… ของกวิน. “ในที่สุด…” เธอกระซิบ. “ในที่สุด… ข้า… ก็ได้… ร่าง…”
มายา… กรีดร้อง. ร่างนั้น… ร่างของกวิน… ที่ถูกสิงโดยนางรำ… พุ่ง… เข้าหาเธอ.
“นาง… จะไม่หนี… ข้า… ไปไหน… อีกแล้ว.” เสียง… เสียงสุดท้ายที่มายาได้ยิน… มัน… ไม่ใช่เสียงของกวิน. มันคือเสียง… ของนักรบ… ที่ถูก… กักขัง… อยู่… ข้างใน… กำลัง… กรีดร้อง.
ห้อง… มืดสนิท. เหลือเพียง… เสียง… เสียง… การต่อสู้. และ… เสียงกรีดร้อง… ที่ถูก… ตัดขาด.
สติ… มันลอยกลับมา… ช้าๆ. เหมือนลอยขึ้น… มาจากก้นบึ้งของน้ำลึก… ที่หนาวเย็น. สิ่งแรกที่เขารู้สึก… คือความเจ็บปวด.
เจ็บ. เจ็บ… ไปทั้งตัว. ข้อนิ้ว… เหมือนถูกทุบ. ลำคอ… แสบร้อน… เหมือนถูกฉีก. กวินลืมตา. ภาพ… พร่ามัว. เพดาน. เขานอนอยู่บนพื้น. พื้นหินอ่อน… เย็นเฉียบ.
เขา… อยู่ในเพนท์เฮาส์. แต่… มันไม่ใช่… ห้องของเขา. มันคือ… ซากปรักหักพัง. เศษแจกัน… แตกละเอียด… กระจายเกลื่อน. ผนัง… ที่เขาเคยภูมิใจ… มัน… ยุบ. มีรอย… หมัด… รอยหมัด… ของเขา. และ… เลือด. เลือด… เลือด… เปื้อนผนัง. เลือด… นอง… ที่พื้น. เลือด… ที่มาจาก… มือของเขา. ข้อนิ้ว… แตก. กระดูก… คงหักไปแล้ว. เขา… ทำบ้าอะไรลงไป.
…มายา…
หัวใจของเขา… หยุดเต้น. ความเจ็บปวดทางกาย… หายไปสิ้น. ถูกแทนที่… ด้วยความกลัว… ที่จับขั้วหัวใจ. เขา… ฆ่า… เธอ… เขาฆ่าเธอไปแล้วใช่ไหม?
“มายา!” เสียงที่ออกมา… แหบพร่า. เหมือนเสียง… ของคนอื่น. เงียบ. ไม่มีเสียงตอบ. เขามองไปรอบห้อง. กระเป๋าเดินทางของเธอ… ยังคงอยู่… ข้างประตูทางออก. แต่… ร่างของเธอ… ไม่อยู่. ไม่อยู่ตรงนั้น. “ไม่… ไม่… ไม่…” เขากวาดตา. เขา… ลุกขึ้น. ร่างกาย… โซเซ. “มายา!”
แล้ว… เขาก็เห็นเธอ. เธอ… ไม่ได้อยู่ตรงประตู. มีรอย… ลาก… รอยเลือด… ลาก… ไป… ที่… มุมห้อง. เธอนอนขดตัว… อยู่ใต้หน้าต่างบานใหญ่. นิ่ง. นิ่ง… เกินไป. เหมือน… ตุ๊กตา… ที่ถูก… ทำลาย.
“ไม่… โอ้… ไม่…” กวิน… คลาน. เขาไม่กล้าเดิน. เขา… คลาน… ไปหาเธอ. เขาหยุด… เขาไม่กล้า… แตะต้อง. “มายา… ตื่น… ได้โปรด…” เขาเห็น… ลำคอ… ลำคอของเธอ… มัน… เป็นสี… ม่วงคล้ำ. รอย… นิ้วมือ… ชัดเจน. รอยนิ้วมือ… ของเขา.
“โอ้… พระเจ้า… ผมทำ… ผมทำ…” เขายื่นมือ… ที่สั่นเทา… มือ… ที่เปื้อนเลือด… ยื่น… ไปอัง… ที่จมูกของเธอ. นิ่ง. …ไม่… …แผ่วเบา… ลม… ลมหายใจ… มัน… ยัง… อยู่. เบา… เบา… จนแทบจะขาดหาย. เธอยังมีชีวิตอยู่.
กวิน… ทรุดลง. เขาอยากจะร้องไห้. แต่… ไม่มีน้ำตา. มันคือ… เสียง… เสียง… คราง… เหมือนสัตว์ป่า… ที่บาดเจ็บ… เขา… ทำสิ่งนี้. เขา… เกือบ… ฆ่าเธอ. เขา… ไม่. มัน. …นักรบ… เขา… จะฆ่ามัน.
กวิน… กุมหน้าอก. พระเครื่อง… มัน… มัน… เย็น. เย็น… เหมือนน้ำแข็ง. เหมือน… ไม่มีอะไรเกิดขึ้น. มันกลับไป… เป็นสีดำสนิท… เหมือน… ดินเผา… ธรรมดา.
“แก… ไอ้สารเลว…” เขา… กระซิบ. เขา… หมายถึง… นักรบ.
…ฮืม…
เสียง… เสียง… ฮัมเพลง. เบา… หวาน… มัน… มัน… ดัง… มาจาก… ในหัว. กวิน… ตัวแข็ง. นี่… นี่… ไม่ใช่… เสียงนักรบ. เป็น… เสียง… ผู้หญิง.
“…เขา… ทำร้าย… ‘น้องสาว’… ของข้า…”
เสียงนั้น… เสียงของ… นางรำ. เธอ… พูด… ในหัวเขา. ชัดเจน. เยือกเย็น. “เธอ… เธอ… อยู่ไหน?” กวิน… พึมพำ… ด้วยความสับสน. “…ข้า… อยู่… ที่นี่… เสมอ…” “…ข้า… คือ… ‘ใจกลาง’… ของ… พายุ…” “เธอ… เธอช่วยผม…” “…ข้า… ไม่ได้… ช่วย… ‘เจ้า’…” เสียงนั้น… หัวเราะ… เป็นเสียง… ที่ไพเราะ… แต่… ไร้… ความเมตตา. “…ข้า… ช่วย… ‘นาง’…” เธอมอง… (ผ่านตาของเขา)… ไปที่ร่างของมายา. “…และ… ข้า… ‘ลงโทษ’… เขา…” “เขา? …นักรบ?” “…เขา… คิด… ว่า… เขา… เป็น… นาย…” “…สี่ร้อยปี… เขา… กักขัง… ข้า…” “…ใน… ‘โถ’… นั่น…” “…แต่… เขา… ลืม… ไป… ว่า…” “…เถ้ากระดูก… ของใคร… ที่สร้าง… พระองค์นี้…” “…เลือด… ของใคร… ที่ให้… พลัง… มัน…” “…มัน… คือ… พลัง… ของ… ข้า…”
ความจริง… ที่อาจารย์เพลิงบอก… มัน… ชัดเจน… พลังแห่งความแค้น… ของเธอ. “แล้ว… เขา… อยู่ไหน?” กวินถาม… ด้วยความกลัว. “…เขา… อยู่… ใน… ‘กรง’… อันใหม่…” “…เขา… อยู่… ใน… เจ้า…” “…เขา… กรีดร้อง… โหยหวน… อยู่… ตอนนี้…” “…แต่… ไม่มีใคร… ได้ยิน…” “…เหมือน… ที่… ข้า… กรีดร้อง… มา… สี่ร้อยปี…”
กวิน… รู้สึก. เขารู้สึก… ถึง… การสั่น… สะเทือน… ลึก… ลึก… ข้างใน… ใต้… ผิวหนัง. เหมือน… มี… สัตว์ร้าย… ที่ถูก… ล่ามโซ่… กำลัง… ดิ้นรน… …นักรบ… ถูกขัง. …นางรำ… คือ… ผู้คุม. …และ… เขา… คือ… ‘เรือนจำ’…
“ไม่… ไม่… เอาพวกมันออกไป!” กวินทึ้งผมตัวเอง. “เอาพวกแกทั้งคู่ออกไป!” “…สาย… ไปแล้ว…” นางรำ… กระซิบ. “…เรา… ผูกพัน… กันแล้ว…” “…โถดินเผา… มัน… แตกสลาย… ไปแล้ว…” กวิน… เบิกตากว้าง. โถ? เขามอง… โถดินเผา… ที่เขาซื้อมา… ที่เขา… วางไว้… บนหิ้ง… มัน… มัน… แตก. แตกละเอียด… กองอยู่… บนพื้น. ตั้งแต่… เมื่อไหร่? ตอนที่… ต่อสู้… ตอนที่… มายา… ขว้าง… แจกัน? …ไม่… กวิน… นึกออก. ตอนที่… ร่างของเขา… ถูก… นางรำ… สิง… เธอ… เธอ… เป็นคน… ทำลาย… โถ… เธอ… จงใจ…
“…โถ… คือ… คุก… เก่า…” เธอยืนยัน. “…เถ้ากระดูก… ของข้า… อิสระ… แล้ว…” “…วิญญาณ… ของข้า… ก็… อิสระ…” “อิสระ… ที่จะ… อยู่… ใน… ตัว… ฉัน… เนี่ยนะ!” “…ร่างของเจ้า… คือ… ‘คุก’… ใหม่…” “…คุก… ที่… แข็งแรง… กว่า… ดินเผา…” “…คุก… ที่… ข้า… ใช้… ขัง… มัน…”
กวิน… สิ้นหวัง. เขา… หมดหนทาง. เขา… มอง… มายา… ที่… หายใจ… รวยริน. เขา… ต้อง… ช่วย… เธอ. เขา… ต้อง… เรียก… รถพยาบาล. เขา… ต้อง… ทำอะไรสักอย่าง. เขา… หยิบ… โทรศัพท์มือถือ. มือ… ที่เปื้อนเลือด… มัน… สั่น… สั่น… อย่าง… ควบคุมไม่ได้.
…หยุด…
ทันใดนั้น. มือ… มัน… หยุดสั่น. นิ่ง. นิ่ง… สนิท. ความเจ็บปวด… ที่ข้อนิ้ว… หายไป. ความ… กลัว… ความ… สับสน… หายไป. ทุกอย่าง… ถูก… แทนที่… ด้วย… ความ… สงบ. ความสงบ… ที่… เยือกเย็น… ความสงบ… ที่… ไม่ใช่มนุษย์.
กวิน… (หรือ… ร่างของกวิน…) ลุกขึ้นยืน. เขา… เดิน… เดิน… อย่าง… มั่นคง. ไป… ที่… โทรศัพท์บ้าน. เขา… กด… 1669.
เสียง… เสียง… ของเขา… ที่… พูด… กับ… ปลายสาย… “สวัสดีครับ… ผมต้องการ… รถพยาบาล…” “ที่อยู่…” (เขาบอกที่อยู่… อย่าง… ชัดเจน…) “มี… ผู้หญิง… หมดสติ… ครับ.” “ครับ… ผม… เพิ่งกลับมา… พบเธอ.” “ครับ… รีบหน่อยนะครับ.” เสียงนั้น… มัน… สุภาพ. ใจเย็น. ปกติ… ทุกอย่าง. โกหก… โกหก… ได้… อย่าง… เลือดเย็น.
เขา… วางสาย. เขา… หัน… หัน… ไป… ที่… กระจก… กระจก… บานใหญ่… ที่… สะท้อน… ภาพ… ภาพ… ของ… กวิน. ใบหน้า… หล่อเหลา… แต่… ซีดเซียว. มี… เลือด… ที่… มือ… มี… รอย… เลือด… ที่… เสื้อ. เขา… มอง… มอง… ลึก… เข้าไป… ใน… ดวงตา… ดวงตา… มัน… คือ… ดวงตา… ของเขา. แต่… แววตา… นั้น… มัน… ไม่ใช่. มัน… สงบ… มัน… ลุ่มลึก… มัน… เก่าแก่. และ… มัน… ยิ้ม. ไม่ใช่… รอยยิ้ม… ที่… ริมฝีปาก. เป็น… รอยยิ้ม… ใน… ดวงตา. รอยยิ้ม… ของ… ผู้คุม. รอยยิ้ม… ของ… นางรำ.
กวิน… ตัวตน… ที่แท้จริง… ของเขา… กำลัง… กรีดร้อง… กรีดร้อง… อยู่… ข้างใน. เขา… ก็… ถูกขัง… เช่นกัน.
เสียงไซเรน… ดัง… ใกล้เข้ามา. ในที่สุด.
ร่างของกวิน… (หรือ… ร่าง… ที่นางรำควบคุม…) ไม่ได้รอเฉยๆ. เธอ… กำลัง… ทำงาน.
“เขา… ประมาท.” เสียงนางรำ… พูด… ในหัวของกวิน. (กวิน… ตัวตนที่แท้จริง… ได้แต่ดิ้นรน… ฟัง… อย่างสยดสยอง.) “เขา… นักรบ… เขา… ใช้… แต่… ‘กำลัง’.” “เขา… ทิ้ง… ร่องรอย… ไว้… เต็มไปหมด.”
ร่างนั้น… เดิน… ไปที่ห้องน้ำ. อย่าง… ใจเย็น. เธอเปิดน้ำ. ล้าง… ล้างเลือด… ออกจาก… ข้อมือ. ล้าง… เศษ… ผนัง… ออกจาก… รอยถลอก. ความเจ็บปวด… กวิน… รู้สึก… แต่… ร่างกาย… ไม่… ตอบสนอง. นางรำ… ไม่… รู้สึกเจ็บปวด. เธอ… แค่… กำลัง… “ทำความสะอาด… เครื่องมือ.”
“มือ… นี้… สวย.” เธอ… พึมพำ… ขณะมอง… มือของกวิน… ในกระจก. “แต่… เขา… ดูแล… มัน… ไม่ดีเลย.” กวิน… กรีดร้อง… ในจิตใจ. “แก… ออกไปจากร่างฉัน! ออกไป!”
“…เงียบ…” เสียงนางรำ… สั่ง. “…เสียงของเจ้า… น่ารำคาญ…”
ร่างนั้น… เดิน… กลับไป… ที่ห้องแต่งตัว. เปิด… ลิ้นชัก. เลือก… เลือก… เสื้อยืด… สีเทา. สะอาด. ธรรมดา. เธอ… ถอด… เสื้อเชิ้ต… ที่เปื้อนเลือด… และ… รอยไหม้… จากเท้าของมายา. เธอ… โยนมัน… โยนมัน… ลง… ใน… ช่องทิ้งผ้า. (ช่อง… ที่… นำ… ไปสู่… ห้องซักรีด… ชั้นล่างสุด.) ทำลาย… หลักฐาน.
เธอ… สวม… เสื้อยืด… ตัวใหม่. จัด… ให้… เข้าที่. แล้ว… เธอก็… เดิน… กลับ… ไป… ที่… ร่าง… ของมายา. เธอ… ไม่ได้… แตะต้อง. เธอ… แค่… คุกเข่า… ลง… ข้างๆ. จัด… ทรงผม… ของ… ตัวเอง… (ผมของกวิน…) ให้… มัน… ยุ่ง… เหมือน… คน… ที่… เพิ่ง… สิ้นหวัง. เธอ… เธอ… กำลัง… จัดฉาก.
ติ๊งต่อง. เสียงออด… ดัง… พร้อมกับ… เสียงทุบประตู. “รถพยาบาลครับ! เปิดประตู!”
ร่างนั้น… สูด… หายใจ… เข้า… ลึกๆ. แล้ว… เธอก็… “ปล่อย”… ให้… ความ… “ตื่นกลัว”… เข้ามา. “ครับ! ครับ! เปิดแล้ว!” เสียง… ที่… ตอบกลับไป… คือ… เสียง… ของกวิน. เสียง… ที่… แตกพร่า. เสียง… ที่… สั่น… เสียง… ของ… ผู้ชาย… ที่… หัวใจ… แหลกสลาย. …การแสดง… ที่… สมบูรณ์แบบ.
เขา… (เธอ)… วิ่ง… ไป… เปิดประตู. หน่วยกู้ชีพ… 3 คน… ตำรวจ… 2 นาย… กรูกัน… เข้ามา. “เธออยู่ไหนครับ!” “ทางนี้… ทางนี้…” กวิน… ชี้… ไปที่… ร่างของมายา. เขา… ทรุดตัว… “ผม… ผม… เพิ่งกลับมา… …ผม… …ผม… เจอ… เธอ… แบบนี้…” เขา… พูด… …ตะกุกตะกัก… …เหมือน… คน… ช็อก.
หน่วยกู้ชีพ… วิ่ง… ไปหามายา. “ยังมีชีพจร! อ่อนมาก!” “ขาดอากาศหายใจ! รอยช้ำ… ที่คอ!” “เตรียม… ออกซิเจน!” พวกเขา… ทำงาน… อย่าง… รวดเร็ว.
ตำรวจ… หันมา… หากวิน. นายหนึ่ง… อาวุโสกว่า… มอง… กวิน… มอง… ห้อง… ที่… เละเทะ… มอง… ผนัง… ที่… ยุบ. “คุณ… คือ…?” “ผม… กวิน… เธอ… เธอ… ชื่อ… มายา…” กวิน… (นางรำ)… เงยหน้า… ดวงตา… เบิกกว้าง… (เธอ… จงใจ… ให้น้ำตา… คลอ.) “เธอ… เธอ… เป็น… แฟน… ผม…” (กวินตัวจริง… กรีดร้อง… “ไม่! ไม่! โกหก! ทั้งเพ! บอกเขา… บอกเขา… ว่า… ผม… ทำ… …ผม… คือ… สัตว์ประหลาด!”)
“…ถ้าเจ้า… ไม่… หยุด…” เสียงนางรำ… กระซิบ… ในหัว. เย็นชา… “…ข้า… จะ… ปล่อย… ‘มัน’… ออกมา… ‘เล่น’… กับ… เจ้า…” (เธอ… หมายถึง… นักรบ.) กวิน… (ตัวจริง)… หยุด. เขา… กลัว… เขากลัว… มัน… เขากลัว… เธอ. เขา… กลายเป็น… นักโทษ… ที่… ถูก… ขู่… โดย… ผู้คุม… และ… สัตว์ร้าย… ใน… กรง… ข้างๆ.
“คุณกลับมา… ตอนไหน?” ตำรวจถาม. “เมื่อ… เมื่อ… 10… นาที… ที่แล้ว…” “มี… ร่องรอย… งัดแงะ… ไหม?” “ผม… ไม่… ไม่รู้… ประตู… มัน… ไม่ได้… ล็อก…” โกหก. “คุณเห็น… รอย… ที่ผนัง… นั่นไหม?” ตำรวจชี้. กวิน… (นางรำ)… พยักหน้า. น้ำตา… เริ่ม… ไหล. (น้ำตา… ที่… เธอ… สั่ง… ให้… ไหล.) “ผม… ผม… เห็น… เธอ…” “ผม… ไม่รู้… จะ… ทำ… ยังไง…” “ผม… โกรธ… ผม…” เธอ… ยก… มือ… มือ… ที่… ข้อนิ้ว… แตก… โชว์… ให้… ตำรวจ… ดู. “ผม… ต่อย… มัน…” “ผม… ต่อย… ผนัง… …ผม… …ผม… ช่วย… เธอ… ไม่ได้…” เขา… ร้องไห้… โฮ.
ตำรวจ… มอง… มือ… มอง… ผนัง… เรื่อง… มัน… เข้ากัน. เรื่อง… มัน… สมเหตุสมผล. ผู้ชาย… กลับมา… เจอ… แฟน… ถูกทำร้าย… เขา… โกรธ… จน… ทำลาย… ข้าวของ. “โอเค… ครับ… ใจเย็นๆ…” ตำรวจ… ลดเสียงลง. “เรา… จะ… ตรวจสอบ… กล้องวงจรปิด.” “คุณ… ต้อง… ไป… กับ… เรา.” “ไป… ให้… ปากคำ… ที่… โรงพยาบาล.”
“ครับ… ครับ…” กวิน… (นางรำ)… พยักหน้า. “อะไร… ก็ได้… …แค่… …ช่วย… เธอ…”
หน่วยกู้ชีพ… นำ… ร่าง… ของมายา… ขึ้น… เปล. พวกเข… วิ่ง… ออกไป. กวิน… (นางรำ)… เดิน… ตาม. โซเซ… เหมือน… คน… หมดแรง. เขา… เดิน… ผ่าน… กอง… เศษ… โถดินเผา… ที่… แตก… ละเอียด. ตำรวจ… มอง… มัน. “นั่น… อะไร?” “ของ… เก่า… ครับ…” กวิน… (นางรำ)… ตอบ. “มัน… คง… ตก… ตอน… ที่… …ตอน… ที่… มัน… เกิดเรื่อง…” เธอ… โกหก… โดย… ไม่… กระพริบตา.
โรงพยาบาล. แสงไฟ… สีขาว… สว่าง… จ้า… จน… แสบตา. กลิ่น… ยาฆ่าเชื้อ… แรง… จน… น่า… เวียนหัว.
มายา… ถูก… เข็น… เข้า… ห้องฉุกเฉิน. ประตู… ปิด. กวิน… (นางรำ)… ถูก… ทิ้ง… ไว้… ให้… นั่ง… รอ… บน… เก้าอี้… พลาสติก… แข็งๆ. ตำรวจ… ยืน… คุมเชิง… อยู่… ไม่ไกล.
เวลา… ผ่าน… ไป. หนึ่ง… ชั่วโมง. สอง… ชั่วโมง. เงียบ. ความเงียบ… ใน… หัว… ของ… กวิน… มัน… ดัง… กว่า… เสียง… รอบ… ข้าง.
“ทำไม…?” กวิน… (ตัวจริง)… กระซิบ… ถาม… ใน… จิต. “ทำไม… ต้อง… ทำ… ขนาดนี้?” “ทำไม… ต้อง… ช่วย… เธอ?” (เขา… หมายถึง… มายา.)
นางรำ… ที่… นั่ง… นิ่ง… ใน… “บัลลังก์”… (ร่างของกวิน…) ตอบ… ช้าๆ. “…เพราะ… ‘เขา’… เกลียด… นาง…” “เขา…?” “…นักรบ… …เขา… เกลียด… ‘ผู้หญิง’… ที่… ปฏิเสธ… เขา.” “…เขา… อยาก… ให้… ‘นาง’… (มายา)… ตาย…” “…เหมือน… ที่… เขา… ฆ่า… ‘ข้า’…”
“…ดังนั้น…” เสียง… นางรำ… เย็น… เยียบ… “…ข้า… จะ… ให้… ‘นาง’… รอด…” “…ข้า… จะ… ให้… นาง… มี… ชีวิต… อยู่…” “…เพื่อ… ที่… ‘เขา’… (นักรบ)… …จะ… ต้อง… ‘ทนทุกข์’… …ที่… เห็น… ‘นาง’… รอด…” “…ทุก… วัน…” “…จาก… ใน… กรง… นี้…”
กวิน… (ตัวจริง)… สั่น. นี่… นี่… มัน… ไม่ใช่… การ… ช่วยเหลือ. นี่… มัน… ไม่ใช่… ความ… เมตตา. …นี่… คือ… การ… ‘ทรมาน’… ที่… ซับซ้อน… ยิ่งกว่า. เธอ… ช่วย… มายา… เพื่อ… เยาะเย้ย… นักรบ.
ประตู… ห้องฉุกเฉิน… เปิด. หมอ… เดิน… ออกมา. หน้า… เครียด. “ญาติ… คุณมายา… ครับ?” กวิน… (นางรำ)… ลุกพรวด. “ผมครับ! เธอ… เป็น… ยังไง… บ้าง!” (การแสดง… กลับมา…)
“เรา… ช่วย… เธอ… ไว้… ได้… ครับ.” กวิน… (นางรำ)… แสร้ง… ทำเป็น… เข่าอ่อน. (กวิน… ตัวจริง… รู้สึก… โล่งอก… …แต่… นางรำ… ไม่รู้สึก… อะไรเลย.) “ขอบคุณ… พระเจ้า…”
“แต่…” หมอ… พูด… ต่อ. “แต่… เธอ… ขาดอากาศ… นานเกินไป.” “สมอง… …สมอง… เธอ… ได้รับ… ความ… กระทบกระเทือน… …อย่าง… รุนแรง.” กวิน… (นางรำ)… ชะงัก. “หมาย… ความ… ว่า… ยังไง?”
“เธอ… รอด… ครับ.” “แต่… เธอ… อาจ… จะ… …ไม่… ‘กลับมา’… เหมือนเดิม.” “เธอ… อาจจะ… จำ… อะไร… ไม่ได้.” “เธอ… อาจจะ… พูด… ไม่ได้.” “เธอ… อาจจะ… ต้อง… อยู่… ใน… …ภาวะ… ‘พืชผัก’… …ตลอด… ชีวิต.”
ตำรวจ… ที่… ยืน… ฟัง… ถอน… หายใจ. “ไอ้เวร… ที่… ทำ… มัน…” เขา… สบถ.
กวิน… (นางรำ)… ยืน… นิ่ง. นี่… คือ… สิ่ง… ที่… เธอ… ไม่ได้… คาดคิด. มายา… รอด. แต่… มายา… ‘หายไป’… ไม่ต่าง… จาก… ตอนที่… ถูก… มนต์… สะกด.
“…อืม…” นางรำ… ครุ่นคิด… ใน… หัว. “…แบบนี้… ก็… ไม่เลว…” “…’นักรบ’… อยาก… ‘ฆ่า’… นาง…” “…แต่… ‘นาง’… กลับ… ต้อง… ‘มีชีวิต’… …ใน… สภาพ… ที่… ‘ตาย’… ทั้งเป็น…” “…โอ้… นี่… มัน… ‘บทลงโทษ’… ที่… สวยงาม… ยิ่งกว่า… ความตาย…”
กวิน… (ตัวจริง)… รู้สึก… คลื่น… ความ… สุข… ที่… วิปริต… แผ่… ซ่าน… ออก… มา… จาก… เธอ. เธอ… พอใจ… เธอ… ชอบ… …ผลลัพธ์… นี้.
“หมอ… ผม… ผม… ขอ… เข้าไป… ดู… เธอ…” กวิน… (นางรำ)… พูด… เสียง… สั่น… ด้วย… “ความ… เสียใจ.”
หมอ… พยักหน้า. “ได้… ครับ… …แต่… แป๊บเดียว.”
กวิน… (นางรำ)… เดิน… ผ่าน… ตำรวจ… เข้า… ไป… ใน… ห้อง… ICU. มายา… นอน… นิ่ง… บน… เตียง. สาย… ระโยงระยาง. ใบหน้า… ซีด… แต่… หายใจ… (ด้วย… เครื่อง… ช่วย…)
“มายา…” กวิน… (นางรำ)… กระซิบ. เขา… (เธอ)… ยื่น… มือ… (มือ… ที่… เพิ่ง… ทำร้าย… มายา…) ไป… ลูบ… ที่… ผม… ของ… มายา… อย่าง… อ่อนโยน.
“ผม… อยู่… นี่… แล้ว…” เธอ… กระซิบ. “ผม… จะ… ไม่… ทิ้ง… คุณ… ไป… ไหน.” “ผม… จะ… ดูแล… คุณ… …ตลอดไป.”
ตำรวจ… ที่… มอง… ผ่าน… กระจก… เห็น… ภาพ… ของ… แฟน… หนุ่ม… ที่… รัก… มั่นคง… ที่… ไม่… ทอดทิ้ง… แม้… เธอ… จะ… กลายเป็น… แบบนี้. เขา… ซาบซึ้ง. …เขา… เลิก… สงสัย… กวิน… แล้ว.
แต่… กวิน… (ตัวจริง)… ที่… ถูก… ขัง… อยู่… ข้างใน… เห็น… ความจริง. นี่… คือ… สัตว์ประหลาด… ที่… กำลัง… ลูบไล้… …ถ้วยรางวัล… …ของ… มัน. และ… เขากำลัง… ได้ยิน… เสียง… กรีดร้อง… ที่… ดัง… ที่สุด… ดัง… จน… แทบ… ขาดใจ… มัน… คือ… เสียง… ของ… นักรบ. ที่… ถูก… บังคับ… ให้… ‘ดู’… ให้… ‘รู้สึก’… ถึง… การ… “ดูแล”… ที่… อ่อนโยน… นี้… ที่… ‘ร่าง’… ของ… มัน… กำลัง… มอบ… ให้… กับ… ‘เหยื่อ’… ที่… มัน… ฆ่า… …ไม่… สำเร็จ.
หกเดือน… ผ่านไป.
เวลา… สำหรับบางคน… มันคือการเยียวยา. สำหรับบางคน… มันคือการลืมเลือน. แต่สำหรับกวิน… มันคือ… นิรันดร์.
ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ… ที่แพงที่สุดในประเทศ. ห้อง… สวีท. ไม่ใช่ห้อง… ผู้ป่วย. แสงแดด… ส่อง… ผ่านหน้าต่างบานใหญ่. กลิ่นหอม… ของ… ดอกลิลลี่… สด. ทุกอย่าง… สะอาด. ทุกอย่าง… สงบ.
มายา… นอนอยู่บนเตียง. เธอยัง… หายใจ. ผิวของเธอ… ดู… มีเลือดฝาด. ผมของเธอ… ถูก… สระ… และ… หวี… อย่างดี. เธอ… ดู… เหมือน… เจ้าหญิงนิทรา. …ที่… ไม่มีวัน… ตื่น.
และ… กวิน… เขานั่ง… อยู่… ข้างเตียง. เขากำลัง… อ่านหนังสือ. อ่าน… ออกเสียง. เป็น… หนังสือกวีนิพนธ์. เสียงของเขา… นุ่มนวล. อบอุ่น. เต็มไปด้วย… ความรัก.
“ลมหายใจ… ของเธอ… คือ… บทเพลง… ที่ฉัน… รอคอย…” เขา… อ่าน… “แม้… ดวงดาว… จะ… ลับ… ฉัน… จะ… ขอ… เป็น… ท้องฟ้า… ที่… โอบอุ้ม… เธอ… ไว้…”
พยาบาล… ที่เดินผ่าน… มอง… เข้ามา… เธอ… ยิ้ม. “คุณกวิน… น่าทึ่งจริงๆ.” พยาบาลคนหนึ่ง… กระซิบ… กับอีกคน. “หกเดือน… แล้วนะ.” “เขามา… ทุกวัน.” “ไม่เคย… ขาด.” “ถ้า… ฉัน… จะ… มี… ผู้ชาย… ที่… รัก… ฉัน… ได้… สัก… ครึ่ง… ของ… เขา…” “รักแท้… มัน… เป็น… แบบนี้… นี่เอง.”
…รักแท้…
…ข้างใน… …ใน… กรง… แห่ง… กะโหลก… นี้… มัน… ไม่ใช่… ความรัก. มัน… คือ… นรก.
“…หยุด…” กวิน… (ตัวตน… ที่แท้จริง…) กรีดร้อง… (แต่… ไม่มี… เสียง… ออกมา.) “…หยุด… อ่าน… ไอ้… คำ… โกหก… พวกนี้…” “…หยุด… ใช้… เสียง… ของ… ฉัน…”
“…ฆ่า… มัน! ฆ่า… นังนั่น… ซะ!” เสียง… คำราม… ของ… นักรบ. มัน… ดิ้นรน… มัน… บ้าคลั่ง… มัน… ถูก… “บังคับ”… ให้… ดู. ให้… “ชื่นชม”… เหยื่อ… ของ… มัน. “…ข้า… จะ… ฉีก… แก… เป็น… ชิ้นๆ! …อี… นาง… รำ…!”
ร่างของกวิน… (ที่นางรำ… ควบคุม…) หยุด… อ่าน. เธอ… วาง… หนังสือลง. เธอ… ยิ้ม… ยิ้ม… ที่… อ่อนโยน… …ให้… กับ… พยาบาล… ที่… มอง… อยู่… นอก… ประตู. พยาบาล… ยิ้ม… ตอบ… แล้ว… เดิน… จากไป.
เมื่อ… อยู่… “ตามลำพัง”… (ตามลำพัง… กับ… เหยื่อ… และ… นักโทษ… อีก… สอง… คน…) รอยยิ้ม… นั้น… …ไม่… หายไป. นี่… คือ… สิ่ง… ที่… น่า… กลัว… ที่สุด. เธอ… ไม่ได้… “แสร้ง”… ทำ… อีกต่อไป. เธอ… คือ… …รอยยิ้ม… นี้.
“…เงียบ… ซะ…” นางรำ… “คิด”… เสียง… ของ… เธอ… (ใน… หัว…) …ไพเราะ… เหมือน… เสียง… ระฆังแก้ว. “…สัตว์เลี้ยง… ที่น่ารำคาญ… ของข้า…”
เธอ… (ในร่างกวิน)… เอื้อมมือ… มือ… ที่… ข้อนิ้ว… หายดี… แล้ว… (แต่… กวิน… (ตัวจริง)… ยัง… จำ… ความ… เจ็บ… ตอนที่… มัน… หัก… ได้.) เธอ… ใช้… มือ… นั้น… …ปัด… …ปอยผม… …ที่… ปรก… หน้าผาก… ของ… มายา. …อย่าง… นุ่มนวล.
“…ดู… สิ…” เธอ… “พูด”… กับ… นักรบ. “…ดู… …ความงาม… ที่… เจ้า… อยาก… ทำลาย…” “…ดู… …ลมหายใจ… ที่… เจ้า… พยายาม… หยุด…” “…เจ้า… แพ้… แล้ว…”
“…อ๊ากกกกกกกก!” นักรบ… คำราม… ใน… จิต. มัน… พุ่ง… ชน… “กำแพงกรง”… (กวิน… (ตัวจริง)… รู้สึก… …เหมือน… สมอง… จะ… ระเบิด… …ทุกครั้ง… ที่… มัน… ดิ้นรน.)
“…และ… เจ้า…” นางรำ… หัน… “ความสนใจ”… มาหา… กวิน… (ตัวจริง). “…เจ้า… ที่… อยาก… ‘ควบคุม’… ทุกสิ่ง…” “…ตอนนี้… เจ้า… เหลือ… อะไร?” “…เจ้า… ควบคุม… ได้… แม้แต่… …เปลือกตา… ของ… เจ้า… ไหม?”
กวิน… (ตัวจริง)… พยายาม… พยายาม… จะ… กระพริบตา. พยายาม… จะ… หุบ… ปาก. พยายาม… จะ… ขยับ… นิ้ว. …ไม่ได้. …เขา… ขยับ… อะไร… ไม่ได้เลย. เขา… คือ… “ผู้ชม”… ที่… ถูก… มัด… ติด… กับ… เก้าอี้… แถวหน้าสุด… ใน… โรงละคร… ที่… วิปริต… ที่สุด.
“…เห็นไหม…” นางรำ… กระซิบ. “…นี่… คือ… ชะตากรรม… ของ… พวก… ‘ผู้ชาย’… …ที่… คิด… ว่า… โลก… หมุน… รอบ… ตัวเอง…”
เพนท์เฮาส์… เปลี่ยนไป. ของ… สะสม… โบราณวัตถุ… ที่… กวิน… (ตัวจริง)… เคย… ภาคภูมิใจ… …หายไป… หมดแล้ว.
นางรำ… (ในร่างกวิน)… …ขาย… มัน… …ทิ้ง… …ทั้งหมด. เธอ… ไม่… สนใจ… “ของ… ที่… ไร้… วิญญาณ.” เธอ… ไม่… สนใจ… “อำนาจ”… หรือ… “เงินทอง.” (เธอ… เก็บ… เงิน… ไว้… …แค่… พอ… ที่จะ… จ่าย… ค่า… รักษา… พยาบาล… ที่… ดีที่สุด… ให้… มายา… …และ… …ชีวิต… ที่… “สบาย”… …ของ… เธอ.)
ห้อง… ถูก… ตกแต่ง… ใหม่. ด้วย… ผ้า… ผ้าไหม… สี… อ่อนหวาน. มี… ดอกไม้… สด… …ทุก… มุม. มี… เครื่อง… หอม… …กลิ่น… ดอกมะลิ. (ไม่ใช่… มะลิ… เหี่ยว… …เป็น… มะลิ… สด… …ที่… หอม… เย็น.)
มัน… กลาย… เป็น… “เรือน”… …ของ… เธอ.
ทนาย… มา… รายงาน… เรื่อง… ธุรกิจ. นางรำ… (ในร่างกวิน)… นั่ง… เซ็น… เอกสาร. (ลายเซ็น… ของ… กวิน… …ที่… เธอ… เลียนแบบ… ได้… …สมบูรณ์แบบ.) “ขาย… ครับ.” เธอ… พูด… (ด้วย… เสียง… กวิน.) “ขาย… บริษัท… นั่น… ทิ้ง.” “ผม… ไม่… อยาก… ทำ… แล้ว.” “ผม… จะ… อุทิศ… เวลา… ทั้งหมด… …ให้… กับ… การ… ดูแล… มายา.”
ทนาย… มอง… “กวิน”… ด้วย… แววตา… …ชื่นชม. “คุณกวิน… ครับ… …คุณ… คือ… นักบุญ… ชัดๆ.”
…นักบุญ…
เย็น… วันนั้น. ใน… ครัว… ที่… หรูหรา. นางรำ… (ในร่างกวิน)… กำลัง… ทำ… อาหาร. เธอ… ไม่ได้… ทำ… …สเต็ก… …หรือ… …อาหาร… ฝรั่งเศส… …ที่… กวิน… (ตัวจริง)… …ชอบ.
เธอ… กำลัง… ทำ… …ต้มข่าไก่. กลิ่น… กลิ่น… ข่า… ตะไคร้… ใบมะกรูด… กะทิ… …หอม… …อบอวล.
“…จำ… กลิ่น… นี้… ได้… ไหม?” นางรำ… “ถาม”… …นักรบ.
นักรบ… (ที่… กำลัง… ถูก… บังคับ… ให้… “ดู”… …ผ่าน… ดวงตา… …ให้… “ดม”… …ผ่าน… จมูก… …ของ… กวิน…) …มัน… เงียบ. แต่… เป็น… ความเงียบ… ที่… สั่น… สะท้าน… …ด้วย… ความ… เจ็บปวด.
“…นี่… คือ… …อาหาร… …ที่… ‘นางรำ’… คน… นั้น… …ชอบ… ทำให้… ‘ชาย’… …ที่… นาง… …รัก…” (นางรำ… พูด… ถึง… “อดีต”… …เหมือน… กำลัง… เล่า… นิทาน.) “…ก่อน… ที่… ‘เจ้า’… …จะ… พราก… …ทุกอย่าง… …ไป… จาก… นาง…”
“…ฆ่า… ข้า…” นักรบ… มัน… ไม่… คำราม… มัน… กระซิบ. เป็น… ครั้งแรก… ที่… มัน… “อ้อนวอน.” “…ได้โปรด… อี… ปีศาจ… …ฆ่า… ข้า… ที…”
“…ฆ่า… หรือ?” นางรำ… ตัก… ต้มข่า… ใส่… ถ้วย… อย่าง… ปราณีต. “…นั่น… มัน… ‘ง่าย’… เกินไป.”
“…เจ้า… …กับ… ‘เขา’…” (เธอ… หมายถึง… กวิน… (ตัวจริง)…) “…พวกเจ้า… สองคน… …จะ… อยู่… …เป็น… ‘เพื่อน’… กัน… …ข้าง… ใน… นี้…” “…และ… ‘ดู’… …ข้า… …ใช้… ชีวิต… …ที่… พวกเจ้า… …พราก… …ไป… จาก… ข้า.”
คืนนั้น. ที่… ศูนย์ฟื้นฟู. ดึก… พยาบาล… ออก… เวร… ไปแล้ว. เหลือ… แค่… ร่าง… ของ… กวิน. …และ… ร่าง… ของ… มายา. ใน… ห้อง… ที่… เงียบ… สงัด.
“ได้โปรด…” คราวนี้… เป็น… กวิน… (ตัวจริง)… ที่… อ้อนวอน. เสียง… ใน… จิต… ของเขา… …แหบแห้ง… …แตกสลาย. “ปล่อย… มายา… ไป… เถอะ…” “เธอ… ทรมาน… พอแล้ว…” “ปล่อย… ให้… เธอ… …ตาย… …อย่าง… สงบ…”
ร่าง… ของ… กวิน… (ที่… นางรำ… ควบคุม…) หัน… หัน… ไป… มอง… เครื่อง… ช่วย… หายใจ. มัน… ทำงาน… …สม่ำเสมอ. …ติ๊ด… …ติ๊ด…
“ปล่อย… เธอ… ตาย… หรือ?” นางรำ… พูด… (พูด… ออกเสียง… …เบาๆ… …ใน… ความมืด. …เพราะ… ไม่มี… ใคร… ได้ยิน.) เธอ… ยิ้ม. …ด้วย… ปาก… ของ… กวิน.
“…โอ้… …ไม่…” เธอ… เอน… ตัว… ลง… …ช้าๆ… …จน… ริมฝีปาก… (ของกวิน)… …อยู่… …ใกล้… …ใบหู… …ของ… มายา. (ผู้… ไม่… รับรู้…)
“…’ความตาย’…” เธอ… กระซิบ. “…มัน… คือ… ‘อิสรภาพ’…”
เธอ… จูบ… ที่… หน้าผาก… ของ… มายา. …อย่าง… อ่อนโยน. …จูบ… …ที่… ทรมาน… …วิญญาณ… อีก… สอง… ดวง… …จน… แทบ… ขาดใจ.
“…และ… ‘อิสรภาพ’…” เธอ… พูด… ต่อ… ขณะ… นั่ง… ลง… กุม… มือ… ที่… ไร้… ความรู้สึก… ของ… มายา… ไว้. “…ไม่… มี… ไว้… …สำหรับ… ‘ผู้ชาย’… …อย่าง… พวก… ‘เจ้า’…”
ร่าง… ของ… กวิน… นั่ง… นิ่ง… …ใน… ความมืด. ถือ… มือ… ของ… เหยื่อ. เฝ้า… “ถ้วยรางวัล”… ของเธอ. และ… เธอ… เริ่ม… …ฮัมเพลง. เป็น… ทำนอง… …ที่… ไพเราะ… …เศร้า… …และ… …เยือกเย็น.
ข้างใน… กวิน… และ… นักรบ… …ได้… แต่… ฟัง. พวกเขา… ทำอะไร… ไม่ได้… …นอก… จาก… …กรีดร้อง… …โดย… …ไร้… ซึ่ง… …เสียง.
กวิน (ตัวจริง) รู้สึกถึงคลื่นความเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามาจากภายนอก. มันเป็นความเย็นที่คุ้นเคย. ความเย็นของการถูกครอบครองอย่างสมบูรณ์. และตอนนี้… มันคือความเย็นของการถูกกักขัง.
นางรำยังคงฮัมเพลง. เพลงโบราณ. เพลงที่เต็มไปด้วยความแค้น. ความแค้นที่ไม่ได้มีแค่ต่อนักรบ. แต่กับกวินด้วย. เพราะกวิน… คือเมล็ดพันธุ์. เขาคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เปิดประตูให้เธอและนักรบได้กลับมา.
“…เจ้า… ยัง… รอด…” เสียงนางรำกระซิบกับกวิน (ตัวจริง). “…เพราะ… ‘เจ้า’… คือ… …กุญแจ… ดอกสุดท้าย…” “กุญแจอะไร?” กวินถามในใจ. เขาอยากให้มันจบลง.
“…กุญแจ… สู่… ‘การให้อภัย’…” เสียงนั้นหัวเราะ. เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้เยื่อใย. “…ซึ่ง… ข้า… จะ… ไม่มีวัน… มอบให้…”
สองปีต่อมา.
ชีวิตของกวิน… กลายเป็นเพียงกิจวัตร. กิจวัตร… ที่น่ากลัว. เขา… (ที่จริงคือนางรำ)… ได้รับความนับถือจากสังคม. เขาขายบริษัททั้งหมด. นำเงินไปตั้งมูลนิธิ… เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง. เขาใช้เงิน… เพื่อ ‘ไถ่บาป’… ไถ่บาปที่เขาไม่ได้ก่อ. แต่ไถ่บาปที่ทำให้นักรบที่อยู่ข้างใน… ทรมาน.
เขาใช้ชีวิตเรียบง่าย. ขับรถคันเก่า. สวมเสื้อยืดธรรมดา. เขาอยู่กับมายา. ในบ้านพักตากอากาศ… ริมทะเล. ที่นั่น… ไม่มีใครรบกวน. มีเพียงพยาบาลส่วนตัว… ที่ทำตามคำสั่งของ ‘กวิน’… ทุกอย่าง.
มายายังคงนิ่ง. แต่… มีบางอย่าง… บางครั้ง… เมื่อกวิน (นางรำ) นั่งอยู่ข้างๆ. เธอมอง… ออกไปที่ทะเล. แล้ว… น้ำตา… ก็ไหล. น้ำตา… ที่ไร้สาเหตุ. เพราะ… เธอไม่ควรจะรับรู้อะไรเลย. หมอบอกว่า… สมองส่วนที่รับรู้อารมณ์… ตายไปแล้ว.
กวิน (ตัวจริง)… รู้สึก. เขารู้สึกถึงความเศร้า… ที่แผ่ซ่านมาจาก… มายา. เธอ… รับรู้. เธอ… รู้สึกถึง… บางอย่าง.
และในคืนหนึ่ง. คืนที่พายุเข้า. ฟ้าผ่าลงกลางทะเล. เสียงดังสนั่น.
นางรำ… ตกใจ. (แม้เธอจะเป็นวิญญาณ. แต่เธอถูกขังอยู่ในร่างที่เปราะบาง.) เธอ… ลุกจากเก้าอี้. เดินไปปิดหน้าต่าง.
ทันใดนั้น. แววตาของกวิน… (นางรำ)… เปลี่ยนไป. ความสงบเงียบ… หายไป. ความโกรธ… พุ่งขึ้นมา. “…อิสระ! ข้า… ต้องการ… อิสระ!” เสียง… นักรบ! แรงสั่นสะเทือนจากพายุ… ทำให้นางรำ… อ่อนแอ. นักรบ… ใช้โอกาสนี้… ยึดร่าง. แค่… วินาทีเดียว.
กวิน… (ตัวจริง)… รู้สึกถึง… การกลับมา… ของความร้อน. ความร้อนที่โหดเหี้ยม. ความรู้สึกของการ… ฆ่า.
นักรบ… ในร่างกวิน… วิ่ง… วิ่ง… ไปที่เตียงของมายา. ดวงตาของมัน… แดงก่ำ. “…ตายซะ! นังบ้า! ข้า… จะ… ไม่… ทน… อีกต่อไป!” มัน… ง้างมือ… จะบีบคอมายา… ให้ตาย… ให้จบเรื่อง!
แต่… ในชั่ววินาทีนั้น. มายา… ลืมตา. ลืมตา… เบิกกว้าง. เธอ… ไม่ได้มอง… กวิน. เธอ… มอง… ทะลุ… เข้าไป. มอง… ที่… วิญญาณ… ของ… นักรบ.
แล้ว… เธอ… ยิ้ม. เป็นรอยยิ้ม… ที่… ว่างเปล่า. ยิ้ม… ที่… สับสน. แต่… เธอกล่าวคำ. คำแรก… ในรอบสองปี. เสียง… เบา. แต่… ชัดเจน. “ขอบคุณ… นะ.”
“ขอบคุณ… อะไร!” นักรบคำราม. “แก… แก… ต้องตาย!”
“ขอบคุณ…” มายา… พูด… อีกครั้ง. “ที่… เธอ… ยัง… อยู่.” เธอ… ไม่ได้… พูด… กับ… นักรบ. เธอ… กำลัง… พูด… กับ… กวิน. กวิน (ตัวจริง)… ที่… ถูก… ขัง… อยู่… ข้างใน.
คำพูดนั้น… มัน… ทรงพลัง. พลังของความบริสุทธิ์… พลังของ… ความเข้าใจ. มัน… ทำลาย… กำแพง.
นักรบ… ชะงัก. มือของมัน… ค้างอยู่เหนือคอมายา. แล้ว… มัน… ก็… ทรุด. นักรบ… ร้อง… ไม่ใช่เสียง… คำราม. แต่เป็นเสียง… ร้องไห้. ร้องไห้… ด้วยความปวดร้าว… ที่… ถูก… เข้าใจ. ที่… ถูก… ให้อภัย.
พรึ่บ. ร่างของกวิน… ล้มลง… ไป… บน… พื้น.
และในหัวของเขา. กวิน (ตัวจริง)… รู้สึกถึง… การจากไป. เสียง… ของนักรบ… แผ่วลง. เสียง… ของนางรำ… หายไป. ความเย็น… ความร้อน… …ทุกอย่าง… หายไปหมด. เขา… อิสระ.
สามเดือนต่อมา.
กวิน… ในร่างของตัวเอง. นั่ง… อยู่… ใน… บ้านพักริมทะเล. เขา… ได้… ร่างกาย… กลับคืนมา. เขา… ได้… ความคิด… กลับคืนมา. เขา… ถูก… ตรวจสอบ. หมอ… งงงวย. ไม่พบ… ร่องรอย… ความผิดปกติ.
เขา… ลุกขึ้น. เดิน… ไป… ที่… เตียง. มายา… ยังคง… นอนอยู่. เธอ… ไม่ได้… จำเขาได้. เธอ… ไม่ได้… พูดอะไร. เธอ… ยังคง… สภาพเดิม.
แต่… กวิน… มอง… เธอ. เขายิ้ม. เป็น… รอยยิ้ม… ที่… จริงใจ. รอยยิ้ม… แห่ง… การยอมรับ. เขา… ไม่ได้… ต้องการ… ‘ควบคุม’ เธออีกต่อไป. เขา… เพียงแค่… ‘อยู่’ กับเธอ.
เขาก้มลง. กระซิบ… “ขอบคุณ… นะ… มายา.” “ที่… เธอ… ปล่อย… ฉัน.”
กวิน… นั่งลง. หยิบ… หนังสือ… เล่มเดิม… ขึ้นมา. เปิด… เขา… เริ่ม… อ่าน. ด้วย… เสียง… นุ่มนวล. (เสียง… ที่… ไม่ใช่… เสียง… ของ… นักรบ… หรือ… นางรำ.)
“ลมหายใจ… ของเธอ… คือ… บทเพลง… ที่ฉัน… รอคอย…”
เขา… อ่าน… จบ… เงียบ. แล้ว… เขาก็… มอง… เธอ. เขารู้สึก… สงบ. เขา… ชดใช้… แล้ว. เขา… คือ… กวิน… คนใหม่. …ที่… สะสม… เพียง… …ความสงบ… …และความ… เสียใจ.
เขาลุกขึ้น. เดินไปที่กระจก. เขามองตัวเอง. ชายในกระจก… ดูแก่ลง. มีรอยเศร้า… ในดวงตา. แต่… ดวงตา… คู่นั้น… ใส. ใส… บริสุทธิ์. เขา… ยิ้ม.
แต่… ในชั่ววินาทีสุดท้าย. เมื่อ… เขา… หันหลัง… ให้… กระจก. เงา… สะท้อน… ของ… กวิน… ที่… ยัง… คง… อยู่… ใน… กระจก… มัน… ไม่ได้… ยิ้ม… ด้วย… ความ… บริสุทธิ์. มัน… ยิ้ม… …เป็น… รอยยิ้ม… ที่… เย็นชา. รอยยิ้ม… ที่… มี… อำนาจ. รอยยิ้ม… ที่… ว่างเปล่า. รอยยิ้ม… ของ… กวิน… คน… เดิม.
เพราะ… ปีศาจ… ที่… แท้จริง… …ไม่ได้… อยู่… ใน… องค์พระ… …ไม่ได้… อยู่… ใน… นางรำ… …ไม่ได้… อยู่… ใน… นักรบ… …แต่… มัน… อยู่… ใน… …ความปรารถนา… …ของ… เขา… เอง. …และ… …ความปรารถนา… …นั้น… …ไม่เคย… …ตาย.