Bạn cùng phòng tôi ngủ cạnh cái xác thối rữa suốt sáu tháng.

ผมชื่อโจม หกเดือนแล้ว หกเดือนที่ผมย้ายมาอยู่ที่หอพักแห่งนี้ ผมไม่เคยเข้าใจ ว่าทำไมคนเราถึงต้องหยาบคายต่อกันนัก ที่นี่…ผู้คนเย็นชา เหมือนอากาศในเดือนธันวาคม ผมพยายามแล้ว พยายามจะเป็นมิตร แต่มันเหมือนกับการพูดใส่กำแพง กำแพงที่มองไม่เห็น…แต่รู้สึกได้ วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ผมพยายามเรียนให้หนัก แต่สมองมันตื้อไปหมด ผมเลยลงไปซื้อกาแฟข้างล่าง ตอนกลับขึ้นมา ผมเห็นเมย์ เธอกำลังจะเข้าลิฟต์ เมย์อยู่ห้อง 308…

Read More

Sự Thật Thối Rữa Đang Bị Che Giấu Trong Phòng Rác Tầng Hầm B2

ห้อง 1408 สะอาดจนไร้ชีวิต ทุกอย่างอยู่ในที่ของมัน แสงไฟสีขาวนวลส่องกระทบพื้นผิวที่เงาวับ ไร้ฝุ่น พิพัฒน์ หรือ ภพ กำลังจดจ่ออยู่กับเคาน์เตอร์ครัว ผ้าในมือของเขาเคลื่อนเป็นวงกลม เช็ดคราบน้ำที่มองไม่เห็น เขาเช็ดมันซ้ำๆ ความเงียบในห้องหนักอึ้ง มีเพียงเสียงผ้าเสียดสีกับหินแกรนิต เขาเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนัง เข็มวินาทีขยับอย่างแม่นยำ สิบนา ถุงขยะสีดำสนิทถูกมัดปากถุงอย่างแน่นหนา แต่สำหรับภพ…

Read More

Gã hàng xóm điên loạn: Hắn đang “chế tạo” lại người vợ đã chết bằng máy móc và kim loại.

ผมชื่ออาน อายุ 34 ชีวิตของผมถูกย่อส่วนลงมาอยู่ในกล่องกระดาษสามใบ มันไม่มีอะไรเหลือมากนัก สมบัติล้ำค่าของผมเคยเป็นชุดไมโครโฟนวินเทจ ตอนนี้มันคือห่อโฟมอุดหูขนาดใหญ่ ผมขายไมโครโฟนพวกนั้นไป เพื่อจ่ายค่ามัดจำสำหรับที่นี่ อพาร์ตเมนต์ 305 อาคารซีหนึ่ง คำว่า “คอนโดมิเนียม” ดูจะเป็นคำที่ใจดีเกินไป ที่นี่คือแท่งคอนกรีตจากยุค 80 เหม็นอับชื้นและกลิ่นน้ำมันทำอาหารเก่าๆ แต่มันถูก และนายหน้าก็สัญญากับผมว่ามัน…

Read More

Vị Khách Ngụ Cư Phòng 27

พิมเริ่มงานกะดึกของเธอที่ “โฮสเทลตะวันลับฟ้า” ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมหรูหรา มันเป็นเพียงที่พักราคาถูกแถบชานเมือง เก่าและเงียบเหงา ผนังสีซีดจางและกลิ่นอับชื้นจางๆ เจ๊เจ้าของโฮสเทลกำลังอธิบายกฎต่างๆ ให้พิมฟัง เธอเป็นผู้หญิงวัยกลางคน ท่าทางจริงจัง และสนใจแค่เรื่องเงินเท่านั้น “กฎข้อแรก อย่าพูดกับแขกถ้าไม่จำเป็น” เจ๊พูดเสียงเข้ม “ข้อสอง ทำความสะอาดให้ไวที่สุด” “และข้อสาม…” เจ๊หยุดชะงักเล็กน้อย สายตาของเธอมองไปยังสุดทางเดินมืดๆ ตรงไปยังประตูห้องหมายเลข…

Read More

Tiếng Thét Nakhon Pathom (โหยหวน นครปฐม)

เสียงกรรไกรตัดฉับๆ ผสมกับเสียงกระดาษถูกฉีกดึงดังระงมไปทั่วโรงงานเหมือนเสียงกระซิบของผีเสื้อนับพันตัว ในอำเภอนครชัยศรีของจังหวัดนครปฐมแห่งนี้ โรงงานทำเครื่องกระดาษของไชยถือเป็นอาณาจักรใหญ่ที่สุด กลิ่นกาวอ่อนๆ และฝุ่นกระดาษลอยฟุ้งไปในอากาศยามบ่ายที่ร้อนจัด ไชยวัยสี่สิบยืนกอดอกอยู่ข้างกองกระดาษเงินกระดาษทองที่สูงท่วมหัว ดวงตาของเขาสอดส่องความเรียบร้อยทุกตารางนิ้วของการทำงาน การเตรียมงานสำหรับเทศกาลสารทไทยคือช่วงเวลาแห่งความมั่งคั่งสูงสุดของเขาแต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เขารู้สึกไม่สงบที่สุดเช่นกัน “บุญ กระดาษม้าตัวนี้ไม่สมส่วนเลยนะ ขาดูอ่อนแอเกินไป ใครจะกล้าเผาให้บรรพบุรุษด้วยความรู้สึกไม่เชื่อมั่นแบบนี้” ไชยเอ่ยด้วยเสียงเรียบแต่แฝงด้วยอำนาจ บุญ ช่างฝีมืออาวุโสวัยห้าสิบเงยหน้าขึ้นจากงาน ดวงตาที่กร้านโลกและแฝงความเหนื่อยล้ามองตรงมาที่ไชย บุญไม่พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้ารับคำสั่งแล้วก้มลงซ่อมม้ากระดาษตัวนั้นต่ออย่างเงียบๆ ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเต็มไปด้วยช่องว่างและความตึงเครียดที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง…

Read More

Lời Nguyền Dưới Cây Bồ Đề (คำสาปใต้ต้นโพธิ์)

ฉันชื่อพลอย อายุย่างเข้า 29 ปี เป็นเพียงพนักงานออฟฟิศคนหนึ่งในกรุงเทพฯ ชีวิตของฉันไม่ต่างจากแสงไฟจากตึกสูงที่สว่างไสวแต่ไร้ความหมาย ทุกเช้าฉันตื่นขึ้นมาในห้องเช่าที่เงียบสงัดเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทุกเย็นฉันกลับมาพบกับความว่างเปล่าเดิมๆ ความเงียบนั้นหนาวเย็นกว่าเครื่องปรับอากาศเสียอีก ความเหงาของฉันไม่ใช่แค่การไม่มีใครอยู่ข้างๆ แต่มันคือการไม่มีใครเข้าใจ ไม่มีความผูกพันที่แท้จริง ฉันลองคบหากับผู้ชายหลายคน พวกเขาเข้ามาแล้วก็จากไปเหมือนกระแสลม ความรักที่ฉันได้รับนั้นเป็นเพียงความฉาบฉวย เป็นเหมือนการแสดงที่จบลงเมื่อม่านปิดลง ฉันเคยคิดว่าความสำเร็จในหน้าที่การงานจะเติมเต็มได้ แต่ไม่เลย ฉันประสบความสำเร็จ ฉันมีเงินพอใช้…

Read More

Lời Nguyền Chiếc Nhẫn Xương | อาถรรพ์แหวนกระดูก

เสียงรถขับเคลื่อนสี่ล้อบดทับกรวดดินดังอื้ออึงในความเงียบยามบ่ายของสกลนคร ความชื้นจากทะเลสาบหนองหานลอยอวลอยู่กลางอากาศคล้ายม่านหมอกจางๆ นิรันดร์ วัยสี่สิบปีเต็ม ก้าวลงจากรถพร้อมสูดหายใจลึก เขามีบุคลิกของนักวิทยาศาสตร์ผู้เคร่งครัดและเชื่อมั่นในหลักฐาน ใบหน้าของเขามีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลแต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะไขปริศนาที่เขาตามหามานานนับปีหนองหานไม่ใช่แค่บึงน้ำขนาดใหญ่ แต่มันคือหลุมดำทางประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยตำนานเรื่องพญานาคและประตูสู่นรกที่ชาวบ้านร่ำลือกัน “หมอกหนาทุกวันเลยนะที่นี่” เสียงสุจิราดังขึ้นจากด้านหลัง เธอมีอายุน้อยกว่านิรันดร์สิบปี สุจิราเป็นนักภาษาศาสตร์โบราณที่แต่งตัวเรียบง่ายแต่สายตาของเธอมักมองทะลุไปยังสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น เธอไม่เคยเชื่อในเรื่องผีสางแต่เธอเชื่อมั่นในพลังของคำพูดและแรงอธิษฐานที่สลักไว้บนศิลาจารึก “พวกเขาว่าถ้าหนองหานสงบเกินไป นั่นแหละคือลางร้าย” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ แต่น้ำหนักของคำพูดนั้นกลับทำให้ความเงียบรอบตัวดูหนาขึ้นไปอีก กร ช่างดำน้ำมืออาชีพผู้มีรอยสักเต็มแขนและรอยยิ้มเยาะหยันอยู่เสมอ เดินอ้อมรถมาพร้อมกับโยนกระเป๋าอุปกรณ์ลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจ…

Read More

Thanh Tẩy Bằng Lưỡi Đục: Nghi Thức Sám Hối | ชำระบาปด้วยสิ่ว

ฉันคือปัญญาอายุสี่สิบห้าปีช่างไม้ในหมู่บ้านอันเงียบสงบใกล้เชียงใหม่มือซ้ายของฉันคือสิ่งที่ผู้คนเรียกว่ามือทองคำฉันแกะสลักพระพุทธรูปที่ละเอียดอ่อนทำกล่องไม้บรรจุอัฐิและสร้างโลงศพที่ดูสง่างามงานของฉันส่วนใหญ่เกี่ยวกับความตายและการบูชาแต่ฉันก็ยังคงใช้ชีวิตต่อไปหลังจากการจากไปของภรรยาและลูกสาวด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามปีก่อนฉันเชื่ออย่างสุดใจว่าความสูญเสียนั้นไม่ใช่แค่โชคชะตาแต่มันคือหนี้กรรมที่ฉันต้องชดใช้ฉันรู้ว่าฉันเป็นคนขับรถในวันนั้นฉันรู้ว่ามือของฉันที่กุมพวงมาลัยคือมือที่ตัดสินทุกอย่างมันคือมือซ้ายนี้มือทองคำที่ตอนนี้แกะสลักความสงบแต่ก่อนหน้านั้นมันได้มอบความตายให้กับคนที่ฉันรักที่สุด ความเชื่อของฉันเริ่มแข็งแกร่งขึ้นหลังจากนั้นไม่นานฉันหันเข้าหาศาสนาพุทธอย่างเคร่งครัดไม่ใช่วิธีที่สงบแต่เป็นวิธีที่รุนแรงและกระหายการไถ่บาปฉันคิดว่ายิ่งฉันเสียสละมากเท่าไหร่กรรมของฉันก็จะยิ่งเบาบางลงเท่านั้นฉันใช้เวลาเกือบทั้งหมดในวัดของอาจารย์สมชายอาจารย์ในหมู่บ้านที่ดูเหมือนจะเข้าใจความเจ็บปวดภายในของฉันอย่างลึกซึ้งท่านไม่ได้สอนแค่ธรรมะแต่ท่านสอนเรื่องวิญญาณบาปและพลังงานลบที่เกาะติดอยู่กับผู้กระทำกรรมอาจารย์สมชายมีดวงตาที่สงบแต่ลึกล้ำราวกับว่าท่านมองเห็นสิ่งที่ฉันซ่อนไว้แม้กระทั่งจากตัวเองท่านบอกว่าความทุกข์ที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องที่เราจำได้แต่มันคือพลังงานที่เราปล่อยออกไปในช่วงเวลาแห่งความผิดพลาด ในช่วงแรกฉันรู้สึกสงบเมื่อได้สร้างสรรค์งานศิลปะด้วยมือซ้ายของฉันฉันแกะสลักรอยยิ้มของพระพุทธเจ้าด้วยความตั้งใจทุกครั้งที่ใบมีดของฉันสัมผัสกับเนื้อไม้ฉันรู้สึกราวกับว่ากำลังตัดทอนความเจ็บปวดออกไปจากจิตวิญญาณแต่ความสงบนั้นมันอยู่ได้ไม่นานความหวาดกลัวเริ่มต้นขึ้นในความฝันความฝันของฉันมักจะเป็นภาพอุบัติเหตุนั้นซ้ำไปซ้ำมาแต่รายละเอียดมันเปลี่ยนไปมันไม่ใช่ภาพรถพุ่งชนต้นไม้แล้วแต่มันเป็นภาพมือซ้ายของฉันที่หลุดออกจากแขนแล้ววิ่งไล่ตามฉันไปตามท้องถนน ฉันเริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติในชีวิตจริงของฉันมือซ้ายของฉันบางครั้งมันทำสิ่งที่ฉันไม่ได้สั่งมันเช่นการทำถ้วยชาหล่นในขณะที่กำลังนั่งสมาธิหรือการทำมีดแกะสลักคมกริบตกลงบนพื้นโดยไม่มีเหตุผลฉันปัดมันทิ้งไปในตอนแรกคิดว่ามันเป็นเพียงความเหนื่อยล้าแต่ความถี่ของมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นความรู้สึกที่ชัดเจนว่ามีบางอย่างที่ไม่ใช่ฉันสิงสถิตอยู่ในมือนี้ฉันกำลังจะแกะสลักเศียรพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่ฉันใช้เวลาทำมาเป็นเดือนๆมือขวาของฉันกำลังจับสิ่วอย่างมั่นคงแต่ทันใดนั้นมือซ้ายของฉันมันก็ปัดไปชนกับสิ่วนั้นเศียรพระพุทธรูปแตกออกเป็นสองส่วนเสียงดังก้องในความเงียบของห้องทำงานของฉันหัวใจฉันเต้นระรัวราวกับกำลังจะหลุดออกมาฉันทรุดตัวลงมองดูเศษไม้ที่แตกหักมันเหมือนกับหัวใจของฉันที่แตกสลายไปแล้วครั้งหนึ่ง ฉันไปหาอาจารย์สมชายด้วยความกลัวและความสับสนฉันเล่าเรื่องทั้งหมดให้อาจารย์ฟังมือซ้ายของฉันความฝันที่น่ากลัวและการทำลายเศียรพระอาจารย์สมชายไม่ได้ตกใจเลยท่านเพียงแต่นั่งเงียบๆมองฉันด้วยสายตาที่เข้าใจท่านบอกว่าปัญญาเอ๋ยนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความเหนื่อยล้าหรือความโชคร้ายแต่เป็นเรื่องของวิญญาณบาปที่ติดอยู่กับเจ้าวิญญาณบาปเหล่านั้นจะเกาะติดกับส่วนที่กระทำกรรมหนักที่สุดของร่างกายเพื่อเป็นการลงโทษฉันน้ำตาไหลอาบแก้มเมื่อได้ยินดังนั้นฉันรู้แล้วว่ามือซ้ายของฉันคือจุดศูนย์กลางของความมืดมิดทั้งหมดมันคือมือที่ผิดพลาดมันคือมือที่ฆ่า อาจารย์สมชายกล่าวต่อไปว่ามือซ้ายของเจ้ามันเป็นมือทองคำที่สร้างสรรค์สิ่งดีงามมากมายก็จริงแต่มันก็คือมือที่เคยเป็นพาหะนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่ที่สุดของเจ้าด้วยเช่นกันเพื่อที่จะไถ่บาปอย่างแท้จริงเจ้าต้องตัดขาดจากมือนี้ไม่ใช่มือซ้ายที่แท้จริงแต่เป็นวิญญาณบาปที่สิงสถิตอยู่ข้างในนั้นมันคือการเสียสละขั้นสูงสุดการมอบแขนข้างหนึ่งให้กับพระพุทธเจ้าเป็นการถวายบูชาด้วยเนื้อหนังเพื่อแลกกับความสงบทางจิตวิญญาณฉันคิดถึงภรรยาและลูกสาวของฉันฉันรู้สึกว่านี่เป็นโอกาสเดียวของฉันที่จะได้พบความสงบที่แท้จริงถึงแม้ว่ามันจะเจ็บปวดเพียงใดก็ตาม ฉันกลับไปที่ห้องทำงานของฉันมองดูเศษเศียรพระที่แตกหักและมองดูมือซ้ายของฉันมือที่เคยเป็นความภาคภูมิใจและตอนนี้กลายเป็นความอับอายมันต้องถูกตัดออกมันต้องถูกชำระล้างฉันใช้เวลาสองวันในการเตรียมการฉันไม่ได้ใช้เครื่องมือแกะสลักของฉันแต่ฉันเริ่มสร้างหีบไม้ขนาดเล็กหีบไม้ที่สวยงามที่สุดที่ฉันเคยทำมามันทำจากไม้สักเก่าแก่ขัดเงาจนขึ้นเงาเหมือนกระจกมันจะเป็นที่พักผ่อนสุดท้ายของมือของฉันเองมันคือโลงศพที่ทำขึ้นเพื่อส่วนหนึ่งของร่างกายฉันเองฉันแกะสลักลวดลายดอกบัวและพระธรรมจักรไว้ที่ฝาหีบอย่างละเอียดฉันทำงานด้วยมือทั้งสองข้างเป็นครั้งสุดท้าย คืนนั้นเป็นคืนที่เงียบสงบแสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้องทำงานของฉันฉันจัดเตรียมเครื่องมือของช่างไม้ที่คมที่สุดของฉันไม่ใช่เลื่อยแต่เป็นมีดขนาดใหญ่ที่ฉันใช้สำหรับตัดแต่งไม้แข็งฉันนั่งลงกับพื้นบนเสื่อที่เตรียมไว้ฉันจุดธูปสามดอกและสวดมนต์ขอขมาต่อพระรัตนตรัยฉันรู้สึกเย็นยะเยือกแต่ก็รู้สึกสงบอย่างน่าประหลาดใจฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีมองไปที่มือซ้ายของฉันแล้วลงมือทำความเจ็บปวดมันรุนแรงมากจนโลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดนิ่งมันไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดทางกายแต่มันคือความเจ็บปวดของการสูญเสียสิ่งที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของฉันเอง ฉันพันแขนที่เหลือด้วยผ้าอย่างแน่นหนาเลือดไหลท่วมพื้นไม้แต่ฉันก็ยังคงนั่งนิ่งๆทำพิธีต่อไปฉันหยิบมือซ้ายของฉันขึ้นมามันเป็นชิ้นเนื้อที่ดูว่างเปล่าและไร้ชีวิตชีวาฉันวางมันลงในหีบไม้สักที่ฉันเตรียมไว้ฉันปิดฝาหีบอย่างช้าๆแล้วล็อคด้วยกลอนทองเหลืองที่ฉันทำขึ้นเป็นพิเศษฉันรู้สึกโล่งใจอย่างไม่น่าเชื่อเหมือนกับว่าก้อนหินขนาดใหญ่ได้หลุดออกจากหัวใจของฉันแล้วฉันมองไปที่หีบไม้ที่วางอยู่บนพื้นความรู้สึกของความสำเร็จและการไถ่บาปกำลังท่วมท้นฉันฉันรู้ว่าฉันได้ทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่แล้วในความเงียบของคืนนั้นแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมามันดูเหมือนจะจงใจส่องไปยังหีบไม้ตรงหน้าฉันฉันมองเห็นความผิดปกติเล็กๆน้อยๆที่ทำให้เลือดในตัวฉันเย็นยะเยือกหีบไม้มันสั่นเล็กน้อยเหมือนกับการเต้นของหัวใจที่แผ่วเบาแล้วฉันก็เห็นมันผ่านร่องรอยเล็กๆของฝาหีบมือซ้ายของฉันที่อยู่ในหีบนั้นมันไม่ได้สงบนิ่งแต่มันกำลังขยับนิ้วเล็กน้อยราวกับกำลังค้นหาหรือพยายามที่จะจับอะไรบางอย่างมันคือการกระตุกที่ชัดเจนไม่ใช่อาการของกล้ามเนื้อที่เพิ่งถูกตัดขาดแต่เป็นเหมือนการเคลื่อนไหวที่มีความตั้งใจของสิ่งมีชีวิตฉันจ้องมองมันด้วยความหวาดกลัวก่อนที่ความมืดจะกลืนกินสติของฉันไป ในตอนเช้าแสงแดดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องทำงานของฉันความอบอุ่นนั้นไม่ได้ช่วยขจัดความเย็นยะเยือกที่เกาะกินในกระดูกของฉันเลยฉันตื่นขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดที่รุนแรงจากการเสียเลือดและการตัดขาดแต่สิ่งที่ทำให้ฉันหวาดกลัวยิ่งกว่าคือความทรงจำสุดท้ายของคืนที่ผ่านมาภาพมือซ้ายของฉันที่เคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตอยู่ในหีบไม้มันชัดเจนราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีที่แล้วฉันมองไปยังหีบไม้สักที่วางอยู่ตรงมุมห้องมันดูเงียบสงบและบริสุทธิ์เหมือนกับว่ามันเป็นเพียงแค่กล่องไม้ธรรมดาๆใบหนึ่งแต่ฉันรู้ว่าความจริงมันไม่ใช่แบบนั้น ฉันพยายามลุกขึ้นยืนแต่ความเจ็บปวดที่แขนทำให้ฉันทรุดลงฉันมองไปที่ผ้าพันแผลที่โชกเลือดฉันต้องทำความสะอาดและรักษาบาดแผลก่อนที่จะมีใครมาเห็นหรือก่อนที่ฉันจะติดเชื้อฉันตัดสินใจที่จะไม่ไปโรงพยาบาลเพราะการกระทำของฉันมันผิดปกติเกินไปที่จะอธิบายให้ใครฟังได้ฉันใช้ความรู้จากประสบการณ์การทำไม้และการดูแลตัวเองในชีวิตชนบทเพื่อทำความสะอาดบาดแผลด้วยน้ำร้อนและสมุนไพรที่ฉันมีในบ้านฉันกัดฟันกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้เพราะฉันรู้ว่านี่คือส่วนหนึ่งของการไถ่บาปที่ฉันต้องอดทน เมื่อบาดแผลถูกทำความสะอาดและพันอย่างแน่นหนาแล้วฉันก็เดินอย่างเชื่องช้าไปยังหีบไม้ที่วางอยู่ตรงมุมห้องฉันคุกเข่าลงข้างๆและใช้นิ้วมือขวาที่สั่นเทาของฉันสัมผัสไปที่ฝาหีบไม้สักนั้นมันเย็นและแข็งทื่อฉันพยายามที่จะเปิดมันเพื่อพิสูจน์ว่าเมื่อคืนมันเป็นเพียงภาพหลอนที่เกิดจากความเจ็บปวดและความเหนื่อยล้าแต่ฉันไม่สามารถทำได้เพราะฉันได้ล็อคกลอนทองเหลืองที่ฉันทำขึ้นเป็นพิเศษและกุญแจนั้นฉันได้โยนทิ้งไปในป่าเมื่อตอนเช้ามืดเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเปิดมันได้อีกต่อไป ฉันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังต่อสู้กับความบ้าคลั่งภายในจิตใจของตัวเองฉันรู้ว่าในทางวิทยาศาสตร์แล้วมือที่ถูกตัดออกไปไม่สามารถขยับได้อีกแต่วิญญาณบาปที่อาจารย์สมชายพูดถึงมันกำลังผุดขึ้นมาในความคิดของฉันมันเป็นไปได้ไหมที่ความตั้งใจของฉันที่จะกำจัดบาปกลับเป็นการปลดปล่อยปีศาจที่แท้จริงออกมาฉันนั่งอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานจนกระทั่งฉันได้ยินเสียงเคาะประตูมันคือแม่นวลเพื่อนบ้านสูงอายุที่มักจะนำอาหารมาให้ฉันหลังจากที่ภรรยาของฉันเสียชีวิต ฉันพยายามที่จะซ่อนแขนซ้ายของฉันไว้ภายใต้เสื้อแขนยาวและตอบกลับด้วยเสียงที่ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้แม่นวลเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนแต่มันก็เปลี่ยนเป็นความกังวลเมื่อแม่นวลเห็นร่องรอยของการทำความสะอาดเลือดบนพื้นไม้ถึงแม้ว่าฉันจะพยายามเช็ดมันออกไปให้มากที่สุดแล้วก็ตามแม่นวลถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันทำไมฉันถึงดูซีดเซียวและทำไมถึงต้องพันผ้าพันแผลที่แขนขวาฉันรีบบอกปัดไปว่าฉันเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยจากการใช้เครื่องมือแกะสลักในขณะที่กำลังทำงานอย่างเร่งรีบแม่นวลดูไม่เชื่อนักแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อแม่นวลเพียงแต่มอบอาหารที่ทำมาให้อย่างเงียบๆพร้อมกับกำชับให้ฉันดูแลตัวเองให้ดี หลังจากที่แม่นวลจากไปความรู้สึกโดดเดี่ยวและความหวาดกลัวก็กลับมาท่วมท้นฉันอีกครั้งฉันรู้สึกว่าฉันต้องกำจัดหีบไม้นี้ออกไปจากชีวิตของฉันฉันต้องนำมันไปทำลายหรือฝังไว้ในที่ที่ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่เมื่อฉันพยายามที่จะยกหีบไม้ขึ้นมาเพื่อที่จะนำออกไปฉันรู้สึกถึงแรงต้านทานที่แปลกประหลาดหีบไม้มันหนักกว่าที่ควรจะเป็นมากราวกับว่ามันไม่ได้บรรจุแค่ชิ้นส่วนของร่างกายแต่บรรจุเอาความหนาแน่นของความมืดมิดเอาไว้ด้วยฉันต้องใช้แรงทั้งหมดของฉันเพื่อยกมันขึ้นมาได้ ฉันลากหีบไม้ออกไปยังสวนหลังบ้านที่ฉันตั้งใจจะขุดหลุมเพื่อฝังมันไว้ฉันขุดหลุมด้วยมือขวาข้างเดียวอย่างช้าๆและเจ็บปวดทุกครั้งที่จอบกระทบกับดินฉันรู้สึกราวกับว่ากำลังขุดหลุมฝังศพให้กับความผิดพลาดของตัวเองความเหนื่อยล้าทางร่างกายไม่ได้เทียบเท่ากับความเจ็บปวดทางจิตวิญญาณเลยในขณะที่ฉันขุดหลุมไปได้ประมาณครึ่งหนึ่งฉันได้ยินเสียงแปลกๆมันเป็นเสียงขูดขีดที่มาจากด้านในของหีบไม้ หัวใจฉันแทบจะหยุดเต้นฉันทิ้งจอบลงและถอยหลังออกไปทันทีเสียงขูดขีดนั้นชัดเจนและดังขึ้นเรื่อยๆมันเหมือนกับการที่นิ้วมือที่แข็งแรงกำลังพยายามตะกุยเนื้อไม้จากด้านในมันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากธรรมชาติแต่มันคือเสียงที่เกิดจากความตั้งใจฉันนั่งลงบนพื้นมองไปที่หีบไม้ที่วางอยู่ตรงหน้าฉันมือซ้ายของฉันมันกำลังพยายามที่จะออกมาจากโลงศพที่ฉันสร้างขึ้นให้มันเอง ฉันพยายามที่จะปฏิเสธสิ่งที่ฉันได้ยินแต่เสียงขูดขีดนั้นมันเปลี่ยนไปเป็นเสียงทุบเบาๆแล้วมันก็หยุดลงทันทีเมื่อฉันกำลังจะลุกขึ้นเสียงกระซิบก็ดังขึ้นในหูของฉันมันไม่ใช่เสียงที่เข้ามาทางหูแต่มันเป็นเสียงที่เข้ามาในจิตใจของฉันมันเป็นภาษาไทยที่ฉันคุ้นเคยแต่มันมีความมืดมิดและความเจ็บปวดอยู่ข้างในนั้นมันพูดว่า “ทำไมถึงทิ้งฉันไว้ทำไมถึงทอดทิ้งฉันเจ้าต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เจ้าทำ”…

Read More

Máu Trong Lễ Tắm Phật | โลหิตในพิธีสรงน้ำ

ฝนเม็ดใหญ่เริ่มซัดสาดกระทบหลังคาศาลาไม้เก่า กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นกำยานจางๆ คลุ้งอยู่ในอากาศ กมลาขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะใช้พู่กันปัดฝุ่นออกจากฐานพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรขนาดเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เธออยู่ในร้านขายของโบราณของตัวเองที่ดูเหมือนจะไม่เคยมีลูกค้าเข้ามาเลยในช่วงหลายเดือนนี้ แสงสลัวๆ จากโคมไฟโบราณทำให้ใบหน้าของเธอดูเหนื่อยล้า ใต้ตาคล้ำบ่งบอกถึงการนอนไม่หลับเรื้อรัง “องค์นี้เก่าแก่มากเลยนะคะกมลา” เสียงแหบๆ ของป้าสมจิต ลูกค้าประจำที่มักจะนำของเก่ามาให้เธอดูเอ่ยขึ้น “แต่ฉันรู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างที่หนักอึ้งติดมาด้วย” กมลาเงยหน้าขึ้นมองป้าสมจิต ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวลที่ถูกซ่อนไว้ “เป็นพระที่ถูกนำออกมาจากวัดร้างค่ะป้าสมจิต คุณพ่อของฉันเป็นคนจัดการไว้ก่อนจะเสียไป” เธอก้มลงมองรอยแตกเล็กๆ บนพระเกศของพระพุทธรูป พยายามทำตัวให้เป็นมืออาชีพที่สุด…

Read More

Nghiệp Báo Trên Đỉnh Naga | วิบากกรรมบนยอดนาคา

แสงไฟนีออนสีซีดส่องผ่านม่านที่ปิดไม่สนิท ในห้องพักราคาถูกของโรงแรมแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ กลิ่นอับชื้นผสมปนเปกับความตึงเครียด ภีม ลิน วิทย์ และ นัท นั่งจมอยู่ในความเงียบ ความล้มเหลวจากการถ่ายทำที่สุสานเมื่อคืนยังคงหนักอึ้ง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีผี ไม่มีเสียง ไม่มีอะไรเลย ภีมขยี้ผมอย่างแรง เขาจ้องตัวเลขผู้ติดตามบนหน้าจอมือถือ ตัวเลขที่ลดลงทุกวันเหมือนเลือดที่ไหลไม่หยุด “โธ่เว้ย!” ภีมสบถออกมา ก่อนจะปามือถือลงบนเตียงที่นอนแข็งๆ…

Read More
Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube