แสงไฟนีออนสีซีดส่องผ่านม่านที่ปิดไม่สนิท ในห้องพักราคาถูกของโรงแรมแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ กลิ่นอับชื้นผสมปนเปกับความตึงเครียด ภีม ลิน วิทย์ และ นัท นั่งจมอยู่ในความเงียบ ความล้มเหลวจากการถ่ายทำที่สุสานเมื่อคืนยังคงหนักอึ้ง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีผี ไม่มีเสียง ไม่มีอะไรเลย
ภีมขยี้ผมอย่างแรง เขาจ้องตัวเลขผู้ติดตามบนหน้าจอมือถือ ตัวเลขที่ลดลงทุกวันเหมือนเลือดที่ไหลไม่หยุด
“โธ่เว้ย!” ภีมสบถออกมา ก่อนจะปามือถือลงบนเตียงที่นอนแข็งๆ “มันต้องมีอะไรผิดพลาดสักอย่าง”
วิทย์เงยหน้าขึ้นจากกล้องของเขา แววตาเย็นชาหลังกรอบแว่น “ความผิดพลาดคือเราโกหกคนดู”
“มันไม่ใช่การโกหก วิทย์” ภีมเถียงกลับทันที “มันคือการสร้างอรรถรส” “อรรถรสที่ว่า เกือบทำให้นายโดนจับได้คราวที่แล้วน่ะเหรอ” วิทย์พูดเรียบๆ แต่ทุกคำพูดเหมือนมีดที่กรีดลงบนความอดทนของภีม
ลินถอนหายใจยาว เธอรู้สึกคลื่นไส้ ไม่ใช่แค่เพราะบรรยากาศในห้อง แต่เป็นบางอย่างที่กำลังก่อตัวในท้องของเธอ เธอเอามือลูบท้องเบาๆ โดยไม่ให้ใครเห็น “พอแล้วน่า ทั้งสองคน” เธอมองภีม “เราเหนื่อยกันมาก”
นัท เด็กหนุ่มที่พวกเขาจ้างมาเป็น “คนเห็นผี” นั่งตัวลีบอยู่ที่มุมห้อง เขาคือความหวังใหม่ของช่อง แต่เขากลับเป็นคนแรกที่กลัวความมืด นัทพยายามทำหน้าที่ของตัวเอง เขาหลับตา ทำท่าเหมือนกำลังสัมผัสบางอย่าง “ผม… ผมรู้สึกถึงพลังงานไม่ดีครับ” “ที่นี่… มีบางอย่าง”
ภีมหัวเราะเยาะ “พลังงานไม่ดีที่ว่า คือกลิ่นส้วมตันของโรงแรมนี้ใช่มั้ย นัท” “เลิกแสดงได้แล้ว” “นายต้องทำได้ดีกว่านี้ ถ้าอยากได้เงิน”
นัทหน้าซีดเผือด เขาไม่ได้กลัวผี เขากลัวภีม เขากลัวเจ้าหนี้ที่เขากำลังหนีมา
ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง มีเพียงเสียงพัดลมเพดานที่ดังเอี๊ยดอ๊าด เหมือนเสียงกระดูกที่กำลังจะหัก
ภีมลุกขึ้นยืน แววตาของเขาเปลี่ยนไป จากความสิ้นหวัง กลายเป็นความบ้าบิ่น เขาเดินไปหยิบกระเป๋าเป้ และหยิบแผนที่เก่าๆ แผ่นหนึ่งออกมา แผนที่ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ
“ฉันมีแผนสุดท้าย” ภีมกางแผนที่ออกบนโต๊ะ เขาใช้นิ้วชี้ไปที่จุดหนึ่ง จุดที่ถูกวงไว้ด้วยปากกาสีแดง “ที่นี่”
ลินขมวดคิ้ว “นั่นมันดอยสุเทพ” “มันมีอะไร นอกจากวัด”
“มีสิ” ภีมยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ลินไม่ชอบเลย “มีตำนานที่คนเขาไม่กล้าพูดถึง” เขาหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาเปิดหน้าข่าวเก่าๆ ข่าวเกี่ยวกับพื้นที่ต้องห้าม เกี่ยวกับอาถรรพ์โบราณ เกี่ยวกับ… พญานาค
“พวกเขาเรียกมันว่า ‘แดนสังเวย'” ภีมพูด เสียงของเขาเบาลง แต่เต็มไปด้วยความตตื่นเต้น “ที่ที่คนโบราณใช้บูชายัญ” “และชาวบ้านเชื่อว่า… ยังมี ‘ท่าน’ อยู่ที่นั่น” “พวกเขาบอกว่า ห้ามใครเข้าไปหลังตะวันตกดินเด็ดขาด”
ลินรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว “ภีม… อย่าบอกนะว่า…”
“ใช่!” ภีมตะโกน “เราจะไปที่นั่น คืนนี้!” “นี่แหละของจริง นี่คือสิ่งที่จะทำให้ช่องเรากลับมาระเบิดอีกครั้ง!”
วิทย์ส่ายหัวช้าๆ “นายมันบ้าไปแล้ว ภีม” “นั่นมันพื้นที่อุทยานนะ เราจะโดนจับ”
“ไม่โดน” ภีมสวน “ถ้าเราไปอย่างเงียบๆ” “ฉันศึกษาเส้นทางมาหมดแล้ว” “เราจะเข้าไปทางป่า ด้านหลัง ไม่มีใครเห็น”
ลินเดินเข้าไปจับแขนภีม “ภีม ฉันว่ามันเสี่ยงไป” “นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ นี่มันความเชื่อคน” “มันคือการลบหลู่”
ภีมปัดมือเธอออก สายตาของเขามองลินอย่างเย็นชา “การลบหลู่ คือสิ่งที่คนดูชอบ ลิน” “เธอไม่เข้าใจเหรอ” “เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว!”
เขากวาดตามองทุกคนในห้อง “เตรียมของ” “เราจะออกเดินทางภายในหนึ่งชั่วโมง”
ภีมเดินออกไปที่ระเบียงเพื่อสูบบุหรี่ ทิ้งความตึงเครียดไว้เบื้องหลัง ลินมองตามแผ่นหลังของเขา เธอรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนี้ มันรุนแรงกว่าเดิม
เธอรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ เสียงอาเจียนของเธอดังออกมา วิทย์มองไปที่ประตูห้องน้ำด้วยความเป็นห่วง ส่วนนัท… เขากำลังสวดมนต์ ไม่ใช่ให้ผี แต่สวดให้ตัวเอง
ในควันบุหรี่ที่ลอยจาง ภีมมองขึ้นไปยังยอดดอยสุเทพที่มืดทะมึน เขายิ้ม เขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่รออยู่บนนั้น… ก็กำลังรอพวกเขาอยู่เช่นกัน
(เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นภาษาไทย ตามข้อกำหนด)
รถกระบะเก่าๆ แล่นไปตามถนนที่มืดและชันขึ้นเรื่อยๆ มุ่งหน้าสู่ดอยสุเทพ ความเงียบในรถหนักอึ้งยิ่งกว่าหมอกที่เริ่มจับตัวหนาแน่นนอกหน้าต่าง ภีมเป็นคนขับ แววตาของเขามุ่งมั่น ลินนั่งข้างๆ เธอกอดอกแน่น พยายามข่มอาการคลื่นไส้ เบาะหลัง วิทย์กำลังตรวจสอบอุปกรณ์ของเขาเป็นครั้งสุดท้าย ส่วนนัท นั่งตัวแข็งทื่อ มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างหวาดผวา
“ทำไมมันเงียบแบบนี้” นัทพึมพำ “บนเขาก็เงียบแบบนี้แหละน่า” ภีมตอบอย่างรำคาญ
รถเลี้ยวผ่านโค้งหักศอก ไฟหน้ารถส่องไปเห็นด่านตรวจเก่าๆ ที่ถูกทิ้งร้าง …แต่คืนนี้ มันไม่ได้ร้าง
มีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ เขาสวมเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ซีดจาง ข้างกายเขามีตะเกียงน้ำมันดวงเล็กๆ ภีมเหยียบเบรกหัวทิ่ม
“บ้าชิบ” ภีมทุบพวงมาลัย “มาได้ยังไง”
ชายชราลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาเดินเข้ามาที่ข้างรถ สายตาของเขากวาดมองอุปกรณ์กล้องราคาแพงที่เบาะหลัง ก่อนจะหยุดนิ่งที่ใบหน้าของภีม
“จะไปไหนกัน” เสียงของเขาแหบพร่า แต่ก้องกังวานในความเงียบ “เอ่อ… เรามาถ่ายธรรมชาติครับลุง” ภีมอ้าง “กะว่าจะมาถ่ายดาว”
ชายชรามองขึ้นไปบนฟ้าที่เมฆครึ้ม “คืนนี้ไม่มีดาวหรอก” เขามองกลับมาที่ภีม “แล้วนั่น… พวกเจ้าจะไปที่ไหน”
ลินรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล เธอกำลังจะอ้าปากพูด แต่ภีมเร็วกว่า เขาหยิบธนบัตรสีเทาสองสามใบออกจากกระเป๋า ยื่นให้ชายชราผ่านทางหน้าต่างที่แง้มไว้
“เราแค่อยากได้วิวสวยๆ ครับลุง” “นี่ค่าน้ำชาเล็กๆ น้อยๆ”
ชายชรามองเงินในมือภีม เขายื่นมือที่หยาบกร้านมารับเงินไป แต่สายตาของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลย “เงินซื้อทางได้” ชายชราพูดช้าๆ “แต่ซื้อชีวิตกลับมาไม่ได้”
เขาชี้ไปทางป่าด้านข้าง “ทางนั้น… ที่มีเชือกแดง” “อย่าเข้าไป” “หลังตะวันตกดิน ที่นั่นไม่ใช่ของคน” “ที่นั่นเป็นของ ‘ท่าน'”
คำว่า “ท่าน” หลุดออกมาจากปากของเขา ราวกับเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ที่น่าสะพรึงกลัว ภีมพยักหน้าส่งๆ “ครับๆ ขอบคุณครับลุง” เขารีบเข้าเกียร์และขับออกไปอย่างรวดเร็ว
ลินหันกลับไปมอง ชายชรายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ท่ามกลางสายหมอก เหมือนรูปปั้นที่คอยเฝ้าประตูสู่นรก
“เขาหมายถึงอะไร” นัทถาม เสียงสั่น “ก็แค่คนแก่ขี้เมา” ภีมตัดบท “อย่าไปสนใจ”
รถวิ่งต่อไป สัญญาณโทรศัพท์เริ่มขาดหาย วิทย์เปิดหน้าจอโดรนของเขา “สัญญาณ GPS อ่อนมาก ภีม” “สนามแม่เหล็กบนนี้มันแปลกๆ โดรนอาจจะรวน”
“อย่ามาหาข้ออ้างน่า วิทย์” ภีมตวาด “ฉันจ่ายเงินให้นายมาทำงาน ไม่ใช่มาบ่น”
“ฉันแค่เตือน” วิทย์พูดเสียงเย็น “ถ้ามันตก นายก็ซื้อใหม่เองแล้วกัน”
บรรยากาศในรถเลวร้ายลง ภีมจอดรถในจุดอับสายตา ซ่อนไว้หลังแนวป่าทึบ “ถึงแล้ว” เขาประกาศ “จากตรงนี้ เราต้องเดินเท้า”
ทุกคนก้าวลงจากรถ อากาศยามค่ำคืนบนดอยหนาวเย็นจนแทบกัดกระดูก หมอกหนาจัดจนมองเห็นได้ไม่เกินสองเมตร ภีมเปิดไฟฉายคาดศีรษะ “เปิดกล้องให้หมด” “ลิน ถือกล้องหลักไว้ วิทย์ เอาโดรนขึ้นถ้าทำได้” “นัท… ทำตัวมีประโยชน์หน่อย”
ลินกลืนน้ำลายที่ขมปร่า เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดแปลบๆ ที่ท้องน้อย เธอไม่ได้บอกภีมเรื่องที่เธอสงสัย… เรื่องที่เธออาจจะท้อง เธอคิดว่ามันคงเป็นแค่อาการเครียด แต่ตอนนี้… ความกลัวมันชัดเจนกว่า
ภีมเดินนำหน้า แหวกกิ่งไม้ที่เปียกชื้น พวกเขาเดินลึกเข้าไปในความมืด เสียงเดียวที่ได้ยิน คือเสียงฝีเท้าของตัวเองที่ย่ำไปบนใบไม้แห้ง และเสียงหัวใจที่เต้นระรัว… เหมือนเสียงกลอง ที่กำลังปลุกบางสิ่งที่หลับใหล
(เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นภาษาไทย ตามข้อกำหนด)
ป่าทึบขึ้นเรื่อยๆ กิ่งไม้เกี่ยวข่วนเสื้อผ้าของพวกเขา หมอกหนาจนเหมือนกำลังเดินอยู่ในม่านน้ำนม วิทย์พยายามเอาโดรนขึ้นบิน แต่มันบินขึ้นได้เพียงไม่กี่เมตรก็เสียการควบคุม เขาต้องเอามันลงอย่างหัวเสีย
“บอกแล้ว สัญญาณมันรวน”
“ช่างมัน” ภีมตวาด “ใช้กล้องมือถือเอา” เขาเดินหน้าต่ออย่างไม่ลดละ ความทะเยอทะยานผลักดันเขาให้มืดบอดต่ออันตราย
นัทเดินรั้งท้าย เขาสะดุดรากไม้ล้มลง “โอ๊ย!” “เงียบ!” ภีมขู่ “อยากให้ใครรู้รึไงว่าเราอยู่ที่นี่”
นัทรีบลุกขึ้น เขารู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ มองมาจากทุกทิศทาง เขากระซิบกับลิน “พี่ลินครับ… ผมว่าเรากลับกันเถอะ” “ผมรู้สึกไม่ดีเลย… จริงๆ”
ลินมองหน้าซีดๆ ของนัท เธอเองก็รู้สึกเหมือนกัน “ฉันก็ว่างั้น”
เธอตะโกนเรียกภีม “ภีม! พอได้แล้ว หมอกหนาขนาดนี้ ถ่ายไปก็ไม่เห็นอะไรหรอก!” “เรากลับกันเถอะนะ ฉันขอร้อง”
ภีมหยุดกะทันหัน เขาหันขวับมา ไฟฉายคาดศีรษะของเขาส่องเข้าตาเธอจนพร่า “กลับเหรอ!” “เธอบอกให้ฉันกลับตอนนี้เหรอ ลิน!” “ดูนั่น!”
เขาชี้ไฟฉายไปข้างหน้า ทะลุผ่านม่านหมอกจางๆ พวกเขาเห็นมัน
แนวรั้วไม้เก่าๆ ที่ผุพัง และที่แขวนอยู่บนรั้ว คือ… เชือกสีแดง สายสิญจน์ หรือ ผ้ายันต์ ที่บัดนี้ซีดจางตามกาลเวลา มันคือเขตแดน คือคำเตือนสุดท้าย
“ถึงแล้ว” ภีมกระซิบ เสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น เขารีบเปิดกล้องหลักที่ถืออยู่ในมือ “เอาล่ะครับท่านผู้ชม…” เขากดเสียงให้ต่ำ ฟังดูน่าขนลุก “ตอนนี้เราอยู่ที่… เขตต้องห้าม”
“อย่า ภีม” ลินร้องห้าม ความเจ็บปวดที่ท้องน้อยของเธอเริ่มรุนแรงขึ้น
บรรยากาศรอบตัวพวกเขาเปลี่ยนไป มันเงียบ… เงียบจนน่าขนลุก ไม่มีเสียงจิ้งหรีด ไม่มีเสียงแมลง มีเพียงเสียงลมหายใจของพวกเขาสี่คน
ภีมเดินเข้าไปใกล้แนวเชือกสีแดง เขายื่นมือออกไป “ว่ากันว่า… ถ้าใครข้ามเส้นนี้ไป” “จะไม่ได้กลับออกมาอีก”
“ภีม อย่า!” ลินตะโกน เธอกุมท้องตัวเองไว้ ความเจ็บปวดบีบรัดจนเธอแทบยืนไม่ไหว “ฉันปวดท้อง… ภีม… ฉันไม่ไหว”
ภีมชะงัก เขาหันมามองลินที่ทรุดตัวลงนั่ง ความรำคาญฉายชัดบนใบหน้าเขา “เป็นอะไรอีก” “เธอนี่มัน… ป่วยตลอดเวลาเลย”
คำพูดนั้นแทงใจลิน น้ำตาเธอคลอ วิทย์รีบเข้าไปดูลิน “เป็นอะไรมากมั้ย” เขาเหลือบมองภีมอย่างเกลียดชัง “เธอกำลังเจ็บ นายไม่เห็นรึไง”
ภีมถูกกดดันจนถึงขีดสุด เขาหันกลับไปที่แนวเขต เขาต้องการภาพ เขาต้องได้อะไรสักอย่างกลับไป “พวกนายรออยู่นี่แหละ” “ฉันจะเข้าไปแป๊บเดียว”
เขาหันไปที่กล้องอีกครั้ง “เพื่อพิสูจน์… ผมจะข้ามเส้นนี้” “ให้พวกคุณดู”
ว่าแล้ว ภีมก็ยื่นมือออกไป คว้าเชือกสีแดงเส้นหนึ่ง และกระชากมันจนขาด
วินาทีนั้นเอง…
วูบ! ลมกระโชกแรงพัดผ่าน รุนแรงจนต้นไม้สั่นไหว ไฟฉายคาดศีรษะของทั้งสี่คน ดับพรึ่บ… พร้อมกัน
ความมืดสนิทเข้าครอบงำ หนึ่งวินาที… สองวินาที… สามวินาที…
ไฟฉายสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม ยกเว้นสิ่งหนึ่ง
พวกเขาได้ยินเสียง
มันไม่ใช่เสียงลม ไม่ใช่เสียงสัตว์ มันเป็นเสียง… ซ่า… ซ่า… เหมือนเสียงของกรวดหินนับพันๆ เม็ด กำลังเสียดสีกัน… กำลังเลื่อนไถลไปมาบนพื้นดิน เสียงนั้น… อยู่รอบตัวพวกเขา
นัทเบิกตากว้าง เขายกนิ้วสั่นๆ ชี้เข้าไปในความมืด “นั่น… นั่นตัวอะไร”
ภีมกลืนน้ำลายเหนียวๆ เขาพยายามรักษาน้ำเสียงให้ดูเป็นมืออาชีพ เขาหันกล้องไปตามทิศที่นัทชี้ ซูมเข้าไปในความมืดทึบ “คุณได้ยินเสียงนั่นมั้ยครับ” “มีบางอย่าง… อยู่ที่นี่กับเรา”
และในความมืดนั้น ท่ามกลางเสียง ซ่า… ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ มีบางอย่าง… มัน… ขยับ
เสียงซ่า… ซ่า… นั่น มันดังขึ้น ดังขึ้น มันไม่ได้มาจากทิศทางเดียว มันมาจากรอบทิศ เหมือนป่าทั้งป่ากำลังเคลื่อนไหว
“ภีม!” ลินกรีดร้องเบาๆ “เสียงอะไรน่ะ”
ภีมยกกล้องขึ้นส่อง แสงไฟจากกล้องสาดเข้าไปในความมืด แต่มันมองเห็นได้แค่กิ่งไม้ที่ชื้นแฉะและม่านหมอก ไม่มีอะไร… แต่เสียงนั่น… ยังคงอยู่
“มันคือ… ลม” ภีมพูด แต่เสียงของเขาไม่มั่นคง “ลมพัดใบไม้แห้งไง”
“มันไม่ใช่ลม” วิทย์พูดสวนขึ้นมาทันที เขาปิดไฟฉายของตัวเอง “ฟัง” ทุกคนหยุดนิ่ง ในความเงียบ… เสียง ซ่า… นั่น มันไม่ได้หยุด มันสม่ำเสมอ เหมือน… การเลื้อย ของบางสิ่งที่ใหญ่มากๆ
นัททรุดลงกับพื้น เขากำลังสวดมนต์พึมพำ จับจด สับสน “กลับเถอะครับพี่ภีม… ผมไหว้ล่ะ” “มันมีจริง… มันอยู่ที่นี่”
“ลุกขึ้น นัท!” ภีมตะคอก “อย่ามาทำตัวอ่อนแอตอนนี้” “นี่คือฟุตเทจพันล้าน!” “ตามฉันมา!”
ภีมกลบเกลื่อนความกลัวของตัวเองด้วยความบ้าบิ่น เขาเดินลึกเข้าไปในเขตต้องห้าม ตามเสียงนั้นไป ราวกับถูกมนต์สะกด
ลินมองวิทย์อย่างขอความช่วยเหลือ แต่วิทย์แค่ส่ายหน้า เขาต้องไปเอาโดรน และเขาต้องตามลินไป เขาหยิบแขนลิน “ไปกันเถอะ… อยู่ห่างหมอนั่นไม่ได้” “ถ้าแยกกันตอนนี้… เราตายแน่”
พวกเขาสามคนรีบเดินตามภีม ป่าดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด ต้นไม้ทุกต้นดูคล้ายกันหมด หมอกหนาจนเหมือนกำแพง เสียงซ่า… นั่น เดี๋ยวก็ดัง เดี๋ยวก็หาย เหมือนกำลังเล่นซ่อนแอบกับพวกเขา
“ภีม เราหลงแล้ว” ลินพูด เสียงสั่น “นายพาเราเดินไปไหน”
“ฉันรู้ว่าฉันกำลังทำอะไร” ภีมเถียง แต่เขากำลังมองแผนที่ในมือถือที่ไม่มีสัญญาณ
ทันใดนั้น… ภีมก็หยุดเดิน เขายกมือขึ้น “ชู่ว์…” “นั่นอะไร”
เขาส่องไฟฉายไปข้างหน้า แสงไฟกระทบกับบางสิ่งที่ทำจากหิน มันไม่ใช่ต้นไม้
พวกเขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ ม่านหมอกจางลงเล็กน้อย ราวกับมีเจตนาให้พวกเขาเห็น
มันคือ… ลานหิน ลานหินวงกลมกว้าง ที่กลางลาน… มีรูปปั้น รูปปั้นพญานาคขนาดมหึมา แกะสลักจากหินก้อนเดียว มันขดตัวเป็นวง ชูคอสูงขึ้นไปในอากาศ หัวของมัน… หายไปในม่านหมอก มองเห็นไม่ชัด
ตะไคร่น้ำจับเขียวครึ้มไปทั่ว เหมือนมันอยู่ที่นี่มานับพันปี บรรยากาศรอบๆ ลานหินนี้… เย็นเยียบ และเงียบสงัด
เสียง ซ่า… ที่พวกได้ยิน… …ได้หยุดลงแล้ว
“โอ้โห…” ภีมกระซิบ ตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น “ลิน… ถ่าย” “ถ่ายเดี๋ยวนี้!”
เขาวิ่งไปที่ฐานของรูปปั้น ใช้มือลูบไล้หินที่เย็นเฉียบ “ของจริง… นี่มันของจริง” “คนดูต้องคลั่งแน่ๆ”
ลินยกกล้องขึ้นถ่าย แต่มือเธอสั่น ความเจ็บปวดที่ท้องน้อยกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้… มันมาพร้อมกับความรู้สึกประหลาด ความรู้สึกเหมือนถูกจ้องมอง
“วิทย์ เอาโดรนขึ้น” ภีมสั่ง “ฉันอยากเห็นหัวของมัน”
“ฉันบอกนายแล้วไงว่าสัญญาณมัน…”
“ลองอีกครั้ง!” ภีมตะคอก “ทำยังไงก็ได้ ให้มันบินขึ้นไป!”
วิทย์ถอนหายใจอย่างหัวเสีย เขาเริ่มประกอบโดรนอีกครั้ง ในขณะที่ภีม… หันไปหานัท
“เอาล่ะ นัท” ภีมยิ้มเยาะ “ถึงเวลาทำงานของนายแล้ว” “ไปสิ… ไปสื่อสาร” “ไปถาม ‘ท่าน’ ดูว่าท่านอยากบอกอะไร”
นัทหน้าซีดเหมือนกระดาษ “พี่ภีม… อย่าเลยครับ” “ที่นี่มัน…”
“ไป!” ภีมผลักนัทจนเกือบล้ม “หรือนายอยากกลับไปหาเจ้าหนี้ของนาย”
คำขู่ของภีมได้ผล ความกลัวเจ้าหนี้… ดูเหมือนจะมากกว่าความกลัวสิ่งที่มองไม่เห็น นัทเดินตัวสั่นไปที่หน้ารูปปั้น เขายกมือไหว้ท่วมหัว นั่งพับเพียบลงบนลานหินที่ชื้นแฉะ
“เอ่อ… ท่านครับ…” นัทเริ่มพูดตะกุกตะกัก “พวกเรา… เอ่อ… ไม่ได้มาลบหลู่” “เราแค่อยากมา… ทักทาย”
ภีมซูมกล้องไปที่หน้านัท “พูดต่อไป!” เขาขยับปากโดยไม่มีเสียง
นัทหลับตาปี๋ เขาเริ่มสวดมนต์มั่วซั่ว บทสวดที่เขาจำได้จากหนังผี “โอม… สัมผัส… วิญญาณ… ณ ที่นี้” “จงแสดงตัว… ออกมา…”
และทันทีที่เขาพูดจบคำว่า “ออกมา” …มันก็เริ่มขึ้น
ลินเป็นคนแรกที่รู้สึก เธอได้ยินเสียง เสียง… เด็ก เสียงเด็กร้องไห้ “อุแว้… อุแว้…”
เธอสะดุ้ง หันขวับไปทางต้นเสียง “ภีม… ได้ยินเสียงเด็กมั้ย”
ภีมหันมามองเธออย่างรำคาญ “เด็กอะไร” “บนดอยเนี่ยนะ อย่าปัญญาอ่อนน่า ลิน”
“ฉันได้ยินจริงๆ!” ลินเถียง เสียงนั้นดังขึ้นอีก คราวนี้ชัดเจนมาก ดังมาจากความมืดนอกลานหิน “อุแว้… อุแว้…” มันเป็นเสียงที่โหยหวน เสียงของทารกที่กำลังเจ็บปวด
ลินรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบ ความเจ็บที่ท้องน้อยของเธอแปรเปลี่ยนเป็นความกังวล “ลูก…” เธอพึมพำโดยไม่รู้ตัว เธอเดินตามเสียงนั้นไป เหมือนคนละเมอ “เดี๋ยวก่อนนะลูก… แม่กำลังไป”
“ลิน!” วิทย์ตะโกนเรียก “กลับมา! อย่าออกไปจากลานหิน!” แต่ลินเหมือนไม่ได้ยิน
ในขณะเดียวกัน… นัท ที่กำลังหลับตาสวดมนต์ ก็เริ่มได้ยินเสียงเหมือนกัน แต่มันไม่ใช่เสียงเด็ก มันคือเสียงที่เขาคุ้นเคย เสียงที่เขาหวาดกลัวที่สุดในชีวิต
“ไอ้นัท… มึงอยู่ไหน!” เป็นเสียงแหบห้าวของเสี่ยอ๋า เจ้าหนี้ของเขา “มึงคิดว่ามึงจะหนีกูพ้นเหรอ!”
นัทลืมตาโพลง เหงื่อแตกพลั่ก เขามองไปรอบๆ “ไม่… ไม่จริง” “เป็นไปไม่ได้”
“มึงเอามีดแทงกู” เสียงนั้นดังมาจากหลังรูปปั้น “มึงแทงกู… แล้วมึงก็หนี” “มึงต้องชดใช้!”
“ผมไม่ได้ตั้งใจ!” นัทกรีดร้อง เขาล้มลุกคลุกคลานถอยหลัง “ผมป้องกันตัว!”
ภีมมองนัทอย่างสับสน “มันเป็นอะไรของมันวะ” เขาคิดว่านัทกำลัง “แสดง” เขาซูมกล้องเข้าไปอีก “ดีมาก… เล่นใหญ่ดี… เอาอีก!”
ส่วนวิทย์… เขากำลังต่อสู้กับโดรน ในที่สุดเขาก็บังคับให้มันบินขึ้นได้ สัญญาณภาพขาดๆ หายๆ แต่มันก็สูงพอที่จะมองเห็นเหนือม่านหมอก
เขามองจ้องไปที่หน้าจอบังคับ ภาพที่เห็น… คือหัวของพญานาค มันไม่ได้สลักจากหิน… มันดู… มันดูเหมือน… เดี๋ยวนะ…
ภาพบนจอสั่นไหว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นภาพอื่น มันเป็นภาพ… ลิน ลินกำลังยืนอยู่ เธอกำลัง… ยิ้ม เธอยิ้มให้กล้องของโดรน แต่รอยยิ้มนั้น… มันบิดเบี้ยว มันเยาะเย้ย
แล้วเธอก็พูด ผ่านเสียงซ่าของสัญญาณ “แกมันขี้แพ้ วิทย์” “แกไม่เคยกล้า” “แกมันก็แค่… คนแอบรัก” “ไม่มีวันได้เธอไปหรอก”
วิทย์ตัวชา นี่มันอะไรกัน เขาเหลือบมองไปทางลิน ลินตัวจริง… ยังคงเดินละเมอตามเสียงเด็กร้องไห้อยู่ที่ขอบลานหิน เธอไม่ได้ยิ้ม
ภาพในจอ… คืออะไร ความโกรธ ความอิจฉา ความเจ็บปวด พุ่งขึ้นมาจุกอกเขา “หุบปาก!” เขาตะโกนใส่หน้าจอ
ทุกคนกำลังจมดิ่ง จมดิ่งสู่ความหวาดกลัวส่วนตัวของตัวเอง เสียงซ่า… ที่เคยหายไป บัดนี้… มันกลับมาอีกครั้ง แต่มันไม่ได้อยู่ข้างนอก มันดัง… …มาจากในหัวของพวกเขา
(เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นภาษาไทย ตามข้อกำหนด)
ภีมไม่ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ เขาไม่ได้ยินเสียงเจ้าหนี้ สิ่งที่เขาเห็น… คือยอดวิว เขากำลังจ้องมองรูปปั้นพญานาคหิน ในสายตาของเขา… มันไม่ใช่หิน มันคือทองคำ
เขายกกล้องขึ้น แนบสายตาเข้ากับช่องมองภาพ “สุดยอด… นี่มันสุดยอด” เขากระซิบกับตัวเอง ในจินตนาการของเขา เกล็ดหินที่เย็นชื้น… กำลังเปล่งแสง แสงสีทองจางๆ เขากดซูมเข้าไปใกล้ เขามองเห็น… ตัวเลข ตัวเลขกำลังวิ่งไปมาบนเกล็ดหิน 1,000,000 views 5,000,000 views 10,000,000 views!
“ฮ่าๆๆ…” เขาหัวเราะเบาๆ อย่างบ้าคลั่ง “สำเร็จ… ในที่สุดก็สำเร็จ” “ช่อง ‘ล่าเงา’ กลับมาแล้ว!”
เขาไม่สนใจเสียงร้องไห้ของนัท เขาไม่สนใจเสียงตะโกนของวิทย์ โลกทั้งใบของเขาหดเล็กลง เหลือแค่เขากับรูปปั้น กับความสำเร็จที่เขากระหาย
ในขณะเดียวกัน… ลินกำลังเดินอย่างไร้ทิศทาง เสียงเด็กร้องไห้นั่น… มันกำลังเรียกหาเธอ “แม่จ๋า… ช่วยหนูด้วย… หนาว” เสียงนั้นมันช่างน่าสงสาร มันดึงสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่เพิ่งก่อตัวในตัวเธอ “เดี๋ยวก่อนลูก… แม่กำลังไป”
เธอก้าวเท้า ผ่านขอบลานหิน เข้าไปในดงไม้ทึบ หมอกหนาจนเธอไม่เห็นว่า ตรงหน้าเธอ… คือขอบเหว เหวเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด เสียงเด็กร้องไห้… ดังมาจากข้างล่างนั่น
“ลิน!” วิทย์ตะโกนสุดเสียง ภาพหลอนบนหน้าจอโดรนของเขาหายไปแล้ว ตอนนี้มันเป็นแค่ภาพซ่าๆ แต่ความโกรธของเขายังไม่หาย เขามองเห็นลินกำลังเดินเข้าหาอันตราย และเขามองเห็นภีม… ที่กำลังยืนยิ้มอยู่หน้ารูปปั้น ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
“ไอ้ภีม!” วิทย์คำราม “แฟนนายกำลังจะตกเหวอยู่แล้ว!”
ภีมไม่หัน เขายังคงจมอยู่กับยอดวิวปลอมๆ “อย่ามายุ่งน่าวิทย์… ฉันกำลังได้ช็อตเด็ด”
ความอดทนของวิทย์ขาดสะบั้น “ช็อตเด็ดเหรอ!” เขากระชากแผงควบคุมโดรน บังคับให้มันบินขึ้นอีกครั้ง “มึงอยากได้ช็อตเด็ดใช่มั้ย!”
วิทย์บังคับโดรน บินตรงไปที่หัวของภีม เสียงใบพัดดัง หวือ! หวือ! มันบินเฉี่ยวหัวภีมไปแค่คืบ “เฮ้ย! จะบ้าเหรอ!” ภีมสะดุ้ง ตกใจ หลุดออกจากภวังค์ เขากำลังจะหันไปด่าวิทย์
แต่สิ่งที่เขาเห็น ทำให้เขาต้องกลืนคำด่าลงคอ
เขามองเห็นลิน ยืนอยู่หมิ่นเหม่ที่ขอบเหว เธอกำลังก้มลงมองอะไรบางอย่าง ทำท่าเหมือนจะกระโดดลงไป เขามองเห็นวิทย์… ที่กำลังจะวิ่งเข้าไปหาเธอ และเขามองเห็นนัท…
นัทกำลังคลานสี่เท้า เขาถอยห่างจากรูปปั้น ใบหน้าเขาเปื้อนน้ำตาและดินโคลน เขาตะโกนใส่ความว่างเปล่า “ผมขอโทษ! ผมไม่ได้ตั้งใจ!” “มันป้องกันตัว!”
“อะไรของพวกมึงวะเนี่ย!” ภีมตะโกนอย่างบ้าคลั่ง “กูจ้างพวกมึงมาทำงานนะ!” “ไม่ใช่มาเล่นบ้าเล่นบอ!”
“มันสายไปแล้ว!” นัทกรีดร้อง เสียงของเขาแตกพร่า “เขาตายแล้ว! ผมแทงเขา!” “ผมไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเสี่ยอ๋า!” “ผมแค่… ผมแค่… ไม่อยากโดนซ้อม!”
ความจริง… ถูกเปิดเผยออกมา ความจริงที่นัทปิดบังไว้ เขาไม่ได้แค่หนีหนี้ เขาหนีคดีฆ่าคน
วินาทีที่นัทสารภาพบาปที่หนักที่สุดออกมา… ป่าทั้งป่าก็เปลี่ยนไป เสียง ซ่า… ที่เคยดังรอบนอก บัดนี้… มันดังขึ้นมาจากใต้ดิน ดังขึ้นมาจาก… ลานหินที่พวกเขายืนอยู่ เหมือนมีบางสิ่งกำลังดันพื้นหินขึ้นมา
หมอกที่เคยนิ่ง… เริ่มหมุนวน มันหมุนรอบตัวพวกเขา แยกพวกเขาออกจากกัน เหมือนกำแพง
“ภีม!” ลินกรีดร้อง เธอได้สติกลับมา เสียงเด็กร้องไห้หายไปแล้ว ตอนนี้เธอเห็นเหวอยู่ตรงหน้า และหมอกกำลังบดบังทางที่เธอจะกลับไปหาคนอื่น
ภีมวิ่งไปหาลิน แต่ไม่ใช่ด้วยความห่วงใย เขาโกรธ โกรธที่ทุกอย่างพังไม่เป็นท่า “เธอมันตัวปัญหา ลิน!” เขาตะคอกใส่เธอ “เธอเป็นบ้าอะไร! ทำไมเธอต้องทำลายทุกอย่างของฉัน!”
เขากระชากแขนเธอ “เธอกำลังทำลายช็อตที่ดีที่สุดในชีวิตฉัน!”
ลินมองหน้าเขา ใบหน้าที่เธอเคยรัก แต่ตอนนี้… มันดูเหมือนปีศาจ ความเจ็บปวดที่ท้อง ความกลัว ความเสียใจ ทุกอย่างมันระเบิดออกมาพร้อมกัน
“ช็อตเหรอ!” เธอตะคลอกกลับ “พี่มันห่วงแค่ไอ้กล้องบ้าๆ นี่เหรอ!” “พี่ไม่เคยสนใจฉันเลยใช่มั้ย!” น้ำตาเธอไหลทะลัก
“ฉันกำลังเจ็บ… ภีม” “ฉันปวดท้องจะตายอยู่แล้ว!”
“ก็ทนเอาสิ!” ภีมตะโกน “เรื่องแค่นี้เอง! อย่ามาสำออย!”
“มันไม่ใช่เรื่องแค่นี้!” ลินกรีดร้องสุดเสียง ความจริงสุดท้าย… ที่เธอกลัวที่สุด หลุดออกมาจากปากเธอ
“ฉันท้อง!” “ภีม… ฉันกำลังท้องลูกของพี่!”
ความเงียบ… เงียบยิ่งกว่าตอนที่พวกเขามาถึง เสียง ซ่า… ที่ดังมาจากใต้ดิน… หยุดกึก หมอกที่กำลังหมุนวน… หยุดนิ่ง แม้แต่เสียงหายใจของวิทย์กับนัท… ก็ยังเงียบ
ภีมยืนตัวแข็ง คำว่า “ท้อง” เหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงมากลางหัวเขา เขาจ้องหน้าลิน สับสน… โกรธ… และ… กลัว
วิทย์ ที่ยืนอยู่ไม่ไกล… ได้ยินชัดเจน หัวใจเขาเหมือนแตกสลาย ผู้หญิงที่เขารัก… กำลังจะมีลูก… กับไอ้คนเลวทรามที่เขารังเกียจ
นัท… หยุดร้องไห้ เขาเงยหน้ามองลิน ด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
ความจริง… ทั้งความจริงที่โสมม (การฆาตกรรม) และความจริงที่บริสุทธิ์ (ชีวิตใหม่) ได้ถูกสังเวย… ณ ลานบูชายัญแห่งนี้แล้ว
และในความเงียบนั้นเอง บนยอดของรูปปั้นพญานาคหิน… ที่เคยจมอยู่ในความมืด
บัดนี้… ดวงตาหินทั้งสองข้าง… ได้ลืมตาขึ้น เป็นสีแดง… สีแดงก่ำ… เหมือนเลือด
‘ท่าน’ ได้ยินทุกอย่าง และตอนนี้… ‘ท่าน’ เริ่มพิพากษา
(เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นภาษาไทย ตามข้อกำหนด)
ดวงตาสีเลือดก่ำคู่ นั้น สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดบนยอดรูปปั้น มันไม่ได้จ้องมองใครคนใดคนหนึ่ง มันจ้องมอง… ทุกคน จ้องทะลุเข้าไปในบาปที่พวกเขาเพิ่งสารภาพออกมา
“พะ… ภีม” ลินกระซิบ เสียงของเธอแห้งผาก “นั่น… นั่นมัน…” เธอพูดต่อไม่ไหว ความเจ็บปวดที่ท้องน้อยของเธอหายไป ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง
ภีมยืนตัวแข็ง ภาพยอดวิวสิบล้าน… หายวับไปจากหัว เหลือเพียงภาพดวงตาสีเลือดที่น่าสะพรึงกลัวนั่น “ไม่… ไม่จริง” “มัน… มันเป็นแค่หิน” “มันเป็นแค่… สเปเชียลเอฟเฟกต์” เขาพยายามบอกตัวเอง แต่ขาทั้งสองข้างของเขากำลังสั่น
วิทย์เป็นคนแรกที่ได้สติ “หนี!” เขาคำราม “ทุกคน! วิ่ง! กลับไปที่รถ! เดี๋ยวนี้!”
แต่มันสายเกินไป
ทันทีที่วิทย์ตะโกน เสียง ซ่า… ที่เคยเงียบไป ก็ระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนี้… มันไม่ได้ดังมาจากใต้ดิน มันดังมาจาก… ตัวรูปปั้น เสียงกรีดร้องของโลหะนับพันชิ้นเสียดสีกัน ผสมกับเสียงเลื้อยของบางสิ่งที่ใหญ่เกินจินตนาการ
วูบ!
หมอกที่เคยนิ่งสงบ บัดนี้… มันเคลื่อนไหว มันไม่ได้ลอย… มัน “พุ่ง” มันพุ่งออกมาจากแนวป่ารอบลานหิน พุ่งเข้ามาหาพวกเขา เหมือนคลื่นยักษ์สีขาวโพลน
มันหนาทึบ… หนาจนมองไม่เห็นมือตัวเอง และมัน… เย็น เย็นเหมือนน้ำแข็ง กลิ่นอับชื้นเหมือนดินในถ้ำลึก ผสมกับกลิ่นคาว… กลิ่นคาวเลือดจางๆ
“อ๊าก! อะไรวะเนี่ย!” ภีมตะโกน เขาคว้าแขนลิน “ลิน! อยู่ไหน!” “อย่าปล่อยมือฉัน!” เขาไม่ได้ห่วงเธอ เขาห่วงตัวเอง… เขาไม่อยากอยู่คนเดียว
“วิทย์! นัท!” ลินกรีดร้อง “อยู่ไหนกัน!” “ฉันมองไม่เห็น!”
พวกเขาถูกแยกออกจากกันทันที หมอกกลืนกินทุกสิ่ง เหลือเพียงเสียงหายใจฟืดฟาดของตัวเอง และเสียงหัวใจที่เต้นเหมือนจะทะลุออกมาจากอก
และท่ามกลางความสับสนนั้น… พวกเขาก็ได้ยินเสียงของนัท
“อ๊ากกกกกก!” นัทกรีดร้อง ไม่ใช่เสียงร้องเพราะเห็นผี แต่เป็นเสียงร้องของคนที่เสียสติไปแล้ว “ผมขอโทษ! ผมไม่ได้ตั้งใจฆ่า!” “มันป้องกันตัว! ผมบอกแล้วว่ามันป้องกันตัว!” นัทกำลังวิ่ง วิ่งสะเปะสะปะ เขามองไม่เห็นอะไรเลย เขาชนต้นไม้… ล้มลง… แล้วลุกขึ้นวิ่งต่อ
เขาไม่ได้วิ่งหนีพญานาค เขากำลังวิ่งหนีวิญญาณของเสี่ยอ๋า ที่เขาสร้างขึ้นมาเองในหัว หรือ… อาจจะไม่ใช่แค่ในหัว
“มึงหนีกูไม่พ้นหรอก… ไอ้นัท” เสียงแหบพร่าดังขึ้น มันดังอยู่ข้างหูเขา “กูตามมึงมาถึงนี่”
“ไม่! ไปให้พ้น!” นัทร้องไห้ เขาสะดุดรากไม้… ล้มลงอีกครั้ง ครั้งนี้เขาลุกไม่ขึ้น เขานอนหอบอยู่บนพื้นดินที่ชื้นแฉะ
เสียง ซ่า… เสียงเลื้อย… มันดังมาก… มันดังอยู่ตรงหน้าเขา เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนบนพื้นดิน เหมือนมีรถบรรทุกกำลังวิ่งผ่านมา
เขารู้สึกถึงลมเย็นๆ ที่พัดมาปะทะหน้า ลมที่พากลิ่นคาวเลือดมาด้วย เขาเงยหน้าขึ้น ทะลุม่านหมอก… เขามองไม่เห็นดวงตาสีแดง เขามองไม่เห็นรูปร่าง
แต่เขาเห็น… เกล็ด เกล็ดสีดำมะเมื่อม มันใหญ่… ใหญ่เหมือนกำแพง กำลังเคลื่อนที่… อยู่เหนือตัวเขา
นัทอ้าปาก เขาพยายามจะกรีดร้องเป็นครั้งสุดท้าย แต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา มีเพียงเสียง… กร๊อบ!
เสียงกระดูกซี่โครงที่หักพร้อมกัน เสียงของเหลวที่ถูกบีบอัด เสียงเนื้อที่ถูกฉีกขาด
จากนั้น… เงียบ เงียบกริบ
หมอกยังคงหนาทึบ ภีม ลิน และ วิทย์ ยืนตัวแข็งทื่อ พวกเขากอดกันเป็นก้อนกลม พวกเขาไม่ได้เห็น… แต่พวกเขาได้ยิน… พวกเขาได้ยินเสียง “กร๊อบ” นั่น ชัดเจน… เหมือนมันดังอยู่ข้างๆ หู
ไม่มีใครกล้าขยับ ไม่มีใครกล้าหายใจ เสียงเลื้อย… หายไปแล้ว เสียงกรีดร้องของนัท… หายไปแล้ว ดวงตาสีแดง… ก็หายไปแล้ว
เหลือเพียงความเงียบ… และความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ อาจจะหนึ่งนาที… หรืออาจจะสิบนาที หมอกที่หนาทึบ… เริ่มจางลง ช้าๆ… ทีละน้อย…
จากที่มองไม่เห็นอะไรเลย ตอนนี้… พวกเขามองเห็นได้ไกลขึ้น ประมาณ… สองฟุต สามฟุต…
“นัท…” ลินเป็นคนแรกที่พูด เสียงเธอสั่นเครือ “นัท… นายอยู่ไหน”
ไม่มีเสียงตอบ
“ไอ้นัท!” ภีมตะโกน เสียงของเขาสั่นไม่แพ้กัน “เลิกเล่นบ้าได้แล้ว!” “มันไม่ตลก!”
วิทย์ส่องไฟฉายไปรอบๆ แสงไฟส่องผ่านม่านหมอกจางๆ “เขา… เขาหายไปแล้ว”
“เป็นไปไม่ได้” ภีมเถียง “เขาต้องหนีกลับไปแล้วแน่ๆ” “ไอ้ขี้ขลาด… ทิ้งพวกเรา!”
ภีมกำลังจะก้าวขา… แต่เท้าของเขาสะดุดเข้ากับบางอย่าง เขาก้มลงมอง มันคือ… กระเป๋าเป้ของนัท
และข้างๆ กระเป๋า มีบางสิ่งส่องแสงวิบวับอยู่บนพื้น มันคือ… มือถือของนัท หน้าจอยังคงสว่าง แอปกล้อง… ยังคงเปิดค้างไว้ หน้าจอแตกเป็นใยแมงมุม แต่ยังทำงานได้
ลินอ้าปากค้าง เธอกำลังจะก้มลงไปหยิบ แต่ภีมเร็วกว่า เขากระโจนเข้าไปคว้ามัน “ฟุตเทจ!” เขากระซิบ “อาจจะ… อาจจะถ่ายติด!”
ความโลภ… มันยังคงไม่ตาย แม้ในสถานการณ์แบบนี้
เขาเปิดดูไฟล์วิดีโอล่าสุด ไฟล์สุดท้ายที่นัทถ่าย
ภาพในจอสั่นไหวรุนแรง มันคือใบหน้าของนัท ที่บิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว เปื้อนน้ำตาและน้ำมูก “ผมขอโทษ! ผมขอโทษ!” นัทกำลังร้องไห้… วิ่ง “ผมไม่ได้ตั้งใจ! ผมป้องกันตัว!”
แล้วนัทก็ล้มลง กล้องหลุดจากมือ ตกลงบนพื้น แต่เลนส์ยังคงหันไปทางเขา ภาพที่เห็นคือ… นัทกำลังพยายามลุกขึ้น ตะเกียกตะกาย
ทันใดนั้น… นัทหยุดนิ่ง เขาเงยหน้าขึ้น มอง… บางสิ่งที่อยู่เหนือกล้อง ดวงตาของเขาเบิกกว้าง… กว้างที่สุด… กว้างจนเห็นแต่ตาขาว ความหวาดกลัวในดวงตานั้น… มันไม่ใช่ความกลัว “คน” มันไม่ใช่ความกลัว “ผี” มันคือความกลัว… ของเหยื่อ… ที่กำลังจะถูกกิน
จากด้านบนของจอ เงาดำ เงาดำมหึมา… เคลื่อนตัวลงมา มันไม่ได้ชัดเจน มันเป็นแค่… มวล มวลสีดำทะมึน ที่บดบังแสงจันทร์จางๆ และม่านหมอกจนหมดสิ้น
เราไม่ได้ยินเสียงเลื้อย แต่เราได้ยินเสียง… แคร่ก… แคร่ก… เหมือนเสียงเกล็ดแข็งๆ นับพัน กำลังเสียดสีกัน เสียงเหมือนมีดนับพันเล่มกำลังถูกชักออกจากฝัก
นัทอ้าปากค้าง… และเงาดำนั้น… ก็ทับลงมา
หน้าจอดับ… กลายเป็นสีดำ แต่วิดีโอยังไม่จบ เสียง… เสียงยังคงเล่นต่อไป… อีกสองวินาที
“กร๊อบ… บร๊วบ…”
เสียงบดขยี้ที่เปียกแฉะ และเสียงลมหายใจสุดท้ายที่ถูกบีบอัด…
วิดีโอจบลง หน้าจอดับสนิท ภีมยืนถือมือถือค้างไว้ มือของเขาสั่นจนเห็นได้ชัด ลินทรุดตัวลง เธออาเจียน อาเจียนทุกอย่างออกมา น้ำตา น้ำลาย… เธอไม่รู้ว่าเธอร้องไห้เพราะกลัว หรือเพราะอาการแพ้ท้อง
วิทย์ยืนนิ่ง สมองของเขาที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ กำลังพยายามประมวลผล พยายามหาเหตุผล พยายามหาคำอธิบาย …แต่หาไม่ได้
นี่ไม่ใช่ผี นี่ไม่ใช่ตำนาน นี่คือ… นักล่า มันมีอยู่จริง และมัน… เพิ่งจะกินนัท เป็น… อาหารเรียกน้ำย่อย
ภีมทิ้งมือถือของนัทลงพื้น เหมือนมันเป็นของร้อน ความตื่นเต้นเรื่องยอดวิว… หายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความกลัวดิบๆ ความกลัวตาย
และราวกับจะตอกย้ำความสิ้นหวังของพวกเขา เสียง ซ่า… เสียงเลื้อย… มันกลับมาอีกครั้ง เบาๆ… นุ่มนวล… แต่คราวนี้… มันดังมาจากรอบทิศทาง มันไม่ได้รีบร้อน มันกำลัง… เล่น มันกำลัง… ลิ้มรสความกลัวของพวกเขา
หมอกคืออาวุธของมัน และความจริง… คือเหยื่อล่อของมัน
ตอนนี้… พวกเขาทั้งสามคน ติดอยู่ ติดอยู่ในลานสังเวย กับบางสิ่งที่กำลัง… หิว
(เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นภาษาไทย ตามข้อกำหนด)
“วิ่ง!” คำเดียว… จากปากของวิทย์ มันคือสัญชาตญาณ มันคือสิ่งเดียวที่สมองของพวกเขาสั่งการได้
ภีมกระชากแขนลิน “ไป!” เขาวิ่ง… ไม่ใช่ในฐานะผู้นำ แต่ในฐานะคนขี้ขลาดที่วิ่งหนีเป็นคนแรก
พวกเขาทั้งสามคน พุ่งเข้าไปในกำแพงหมอก ทิศทางไหน… ไม่รู้ ขอแค่… ให้พ้นจากลานหินนั่น ให้พ้นจากเสียง “กร๊อบ” ที่ยังก้องอยู่ในหู
ป่า… กลายเป็นกับดัก หมอกหนาทึบ กิ่งไม้เกี่ยวข่วน รากไม้เหมือนงูที่พยายามรั้งขาพวกเขาไว้
“อ๊ะ!” ลินสะดุด เธอล้มลง ภีมที่จูงมือเธออยู่… ถูกกระชากจนเกือบล้มตาม “ลุกขึ้น! เร็ว!” เขาตะคอก ดึงเธอขึ้นมาอย่างแรง โดยไม่สนว่าเธอจะเจ็บตรงไหน
“ฉัน… ฉันไม่ไหว” ลินหอบ เธอปวดท้อง… ไม่ใช่ความเจ็บปวดจากลูก แต่เป็นความเจ็บปวดจากความเครียด… และความกลัว “ช้า… ช้าลงหน่อย”
“ช้าก็ตายสิ!” ภีมคำราม เขาดึงเธอลากถูลู่ถูกังไป วิทย์วิ่งตามหลังมา เขาพยายามใช้ไฟฉายส่องทาง แต่แสงไฟ… มันสะท้อนกับม่านหมอก ทำให้ตาพร่ายิ่งกว่าเดิม
“ทางไหน!” วิทย์ตะโกนถาม “ฉันไม่รู้!” ภีมตอบ “แค่… วิ่ง!”
พวกเขาได้ยินเสียง… เสียง ซ่า… เสียงเลื้อย… มันตามมา มันไม่ได้รีบร้อน มันค่อยๆ คืบคลาน มันเหมือน… มันกำลังต้อนพวกเขา ต้อนฝูงแกะที่ตื่นกลัว
และพวกเขาได้ยินเสียงกระซิบ มันแผ่วเบา… ปนมากับสายลม ปนมากับเสียงใบไม้เสียดสี
“ฉันท้อง…” เสียงของลิน… ที่ถูกบิดเบือน “ฉันท้อง… ฮ่าๆๆ… ท้อง…”
“ลิน! เธอพูดอะไร” ภีมตวาด “ฉันเปล่า!” ลินร้องไห้ “ฉันไม่ได้พูด!”
“ไอ้ฆาตกร…” เสียงของนัท… “มึงฆ่ากู… เสี่ยอ๋า” “ไอ้นัท… มึงหนีกูไม่พ้น”
“นัท! ผี… ผีนัท!” วิทย์ส่องไฟฉายไปรอบๆ “ไม่! ไม่ใช่!” ลินกรีดร้อง “มันไม่มีผี… มันคือ… มันคือ…”
เธอพูดไม่ออก มันคืออะไร มันคือ ‘ท่าน’ มันกำลังเล่นกับพวกเขา มันกำลังใช้ความจริงที่พวกเขาสารภาพ… มาเป็นอาวุธทิ่มแทงพวกเขา
“ไอ้ขี้โกง!” เสียงนี้… วิทย์จำได้ มันคือเสียงหลอนในจอโดรนของเขา “แกมันขี้แพ้… แอบรักเมียเขา” “น่าสมเพช!”
“หุบปาก!” วิทย์ตะโกนใส่ความมืด เขาเสียสติ… เขาวิ่งชนต้นไม้ ล้มกลิ้งไปกับพื้น “อ๊าก!”
“วิทย์!” ลินพยายามจะหยุด แต่ภีมไม่ยอม “ช่างมัน! ไป!”
“ไม่!” ลินสะบัดมือภีมหลุด “เราทิ้งเขาไม่ได้!” เธอวิ่งกลับไปหาวิทย์ ที่กำลังกุมข้อเท้าตัวเอง… นอนบิดตัวด้วยความเจ็บปวด
ภีมสบถอย่างหัวเสีย เขาจำเป็นต้องมีวิทย์… วิทย์รู้ทางเทคนิค… วิทย์อาจจะช่วยได้ เขาจึงวิ่งย้อนกลับไป ดึงวิทย์ให้ลุกขึ้น “ลุกขึ้นมาสิวะ! อย่ามาสำออย!”
“ข้อเท้า… ข้อเท้าฉัน” วิทย์กัดฟันพูด “มัน… ฉันว่ามันหัก”
“ไม่หัก!” ภีมตะคอก “แค่เคล็ด! ลุก!” เขาดึงวิทย์ขึ้นมา ใช้ไหล่พยุง พวกเขากลายเป็นกลุ่มคนที่พิการ ทั้งร่างกาย… และจิตใจ
พวกเขาเดิน… กึ่งวิ่ง ไปข้างหน้า อย่างไร้จุดหมาย ป่ามันเหมือนกันหมด ต้นไม้ทุกต้น… หน้าตาเหมือนกัน หมอกทุกที่… หนาทึบเหมือนกัน
“ฉันว่า… เรากำลังเดินวน” ลินพูด เสียงเธอสั่น… จนแทบไม่เป็นคำ
“อย่าพูด” ภีมขู่ “แค่เดินต่อไป”
พวกเขาเดิน… เดินจนขาลาก เดินจนหมดแรง เดินจนความกลัว… เริ่มด้านชา
แล้ว… พวกเขาก็ทะลุออกจากแนวต้นไม้ ข้างหน้า… เป็นที่โล่ง
ลินเงยหน้าขึ้น เธอกำลังจะร้องออกมาด้วยความดีใจ เพราะคิดว่า… เจอด่านป่าไม้ เจอถนน…
แต่แล้ว… คำร้อง… ก็กลายเป็นเสียงลมที่ติดอยู่ในคอ มันไม่ใช่ถนน
มันคือ… ลานหิน ลานหินวงกลม… ที่พวกเขาเพิ่งหนีมา
และที่กลางลาน… รูปปั้นพญานาคหิน ยังคงตั้งตระหง่าน ดวงตาสีแดง… บัดนี้ดับมืด เหมือนหินธรรมดา เหมือนกำลัง… รอคอย …อย่างอดทน
“ไม่…” ลินทรุดลงกับพื้น “ไม่… ไม่… ไม่จริง” “นี่มันฝันร้าย”
พวกเขาวิ่งหนีสุดชีวิต เพื่อที่จะ… กลับมาที่จุดเริ่มต้น จุดสังหาร
วิทย์… ที่ถูกพยุงมา ทรุดลงไปกองกับพื้นทันที ความเจ็บปวดที่ข้อเท้า กับความจริงที่น่าสะพรึงกลัว …มันมากเกินไป
“มัน… มันเล่นกับเรา” วิทย์หอบ “มันต้อนเรากลับมาที่นี่”
ภีมมองไปรอบๆ อย่างบ้าคลั่ง “ทางออก… มันต้องมีทางออกสิ!” เขามองเห็นกระเป๋าเป้ของนัท… ที่ยังวางอยู่ที่เดิม เขามองเห็นมือถือของนัท… ที่หน้าจอแตก ทุกอย่าง… เหมือนเดิม เหมือนรอพวกเขา… กลับมาแสดง… องก์ต่อไป
เสียง… เสียง ซ่า… มันเริ่มดังขึ้นอีกแล้ว เบาๆ… จากรอบๆ ลานหิน เหมือนมันกำลัง… กระชับวงล้อม
“ไป” ภีมพูด น้ำเสียงเขาแห้งผาก “เราต้องไป” เขามองไปทางลิน
ลินส่ายหน้า “วิทย์… วิทย์เดินไม่ได้” “เราทิ้งเขาไม่ได้”
ภีมมองวิทย์… ที่นอนกองอยู่กับพื้น แววตาของเขา… ที่เคยเต็มไปด้วยความโลภ บัดนี้… มันว่างเปล่า มันคือแววตา… ของคนที่เลือกแล้ว …ที่จะเอาตัวรอด
“งั้น… ก็เรื่องของเขา” ภีมพูด เขาเดินไปคว้าแขนลิน “ไปกับฉัน… สองคน”
ลินตกตะลึง เธอจ้องหน้าภีม “พี่… พี่พูดว่าอะไรนะ”
“เราแบกมันไปไม่ได้!” ภีมตะคอก “มันถ่วงเรา! ถ้าเราอยู่… เราตายทั้งสามคน!” “แต่ถ้าเราไป… เราสองคนอาจจะรอด!” เขาลากเธอ “ไป!”
“ไม่!” ลินกรีดร้อง เธอใช้แรงทั้งหมดที่มี… สะบัด… และ…
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือของเธอ… ตบเข้าที่หน้าของภีม… อย่างจัง เสียงดังก้อง… ในความเงียบ มันดัง… ยิ่งกว่าเสียงเลื้อยของพญานาค
ภีมหน้าหัน เขายืนนิ่ง ความเจ็บที่ใบหน้า… เทียบไม่ได้กับความช็อก ลิน… ตบเขา
“พี่มัน… สัตว์นรก” ลินพูด เสียงเธอเย็น… จนน่ากลัว “พี่ไม่ใช่คน”
ภีมหันกลับมา ดวงตาของเขาวาวโรจน์ ความกลัว… ถูกแทนที่ด้วยความโกรธ “เธอตบฉันเหรอ” “เพราะไอ้ขี้แพ้นี่น่ะเหรอ!”
“เขาชื่อวิทย์!” ลินตะโกน “เขาเป็นเพื่อนเรา!”
“เพื่อนเหรอ!” ภีมหัวเราะ “เพื่อนที่มันจ้องจะแย่งเธอจากฉันน่ะเหรอ!”
การโต้เถียง… การสาดโคลน… การเปิดโปง… มันเริ่มขึ้นอีกแล้ว
วิทย์… ที่นอนเจ็บอยู่ เงยหน้าขึ้น ใบหน้าเขาซีดเผือด แต่ดวงตา… เต็มไปด้วยความเกลียดชัง “มันพูดถูก… ลิน” วิทย์พูด เสียงแหบแห้ง… แต่ชัดเจน
“อะไรนะ” ลินหันไปมองวิทย์ สับสน
“ภีมมันพูดถูกทุกอย่าง” วิทย์ยิ้ม… เป็นรอยยิ้มที่น่าสมเพช “ฉัน… ฉันรักเธอ ลิน” “ฉันรักเธอมาตลอด… ตั้งแต่วันแรกที่เจอ”
“วิทย์… อย่า” ลินพึมพำ
“ฉันเกลียดมัน!” วิทย์ตะโกน เขาชี้ไปที่ภีม “ฉันเกลียดที่มันได้เธอไป!” “เกลียดที่มัน… โกหกเธอ!”
“โกหกอะไร” ลินถาม
“ทุกอย่าง!” วิทย์ตะเบ็งเสียง “ไอ้ช่อง ‘ล่าเงา’ บ้าบอนี่!” “ผีที่สุสานคราวก่อนน่ะ… มันจัดฉาก!” “ฉันรู้! ฉันเห็นมันจ้างคน!” “มันโกหกเธอ! มันโกหกคนดู!” “ฉัน… ฉันภาวนาให้ช่องมันเจ๊ง!” “ฉันภาวนาให้มันล่มจม!”
ความจริง… ถูกตอกย้ำ ความจริงที่ลินรู้อยู่แล้ว… แต่การได้ยินจากปากวิทย์… มันเหมือน… การยืนยัน ว่าชีวิตเธอ… มันพังพินาศขนาดไหน
“และฉันก็เกลียด…” วิทย์หันมามองลิน มองไปที่ท้องของเธอ น้ำตาของเขาไหลออกมา “ฉันเกลียด… ที่เธอท้อง” “ฉันเกลียด… ลูกของมัน!”
คำสารภาพสุดท้าย… คำสารภาพแห่งความอิจฉาริษยา ความรัก… ความเกลียด… มันถูกโยนลงไปในกองเพลิง ณ ลานสังเวยแห่งนี้
ภีมยืนนิ่ง… ลินยืนนิ่ง… วิทย์… หอบหายใจ หลังจากปลดปล่อยทุกอย่างออกมา
เสียง ซ่า… ที่เคยดังอยู่รอบนอก บัดนี้… มันดัง… และมันใกล้… ใกล้มาก
ครืน… ครืน… พื้นดินสั่นสะเทือน ไม่ใช่การสั่นแบบแผ่นดินไหว แต่เป็นการสั่น… เหมือนมีบางสิ่งที่หนักมหาศาล… กำลังเคลื่อนที่… อยู่ข้างบน
ทั้งสามคน… เงยหน้าขึ้น… พร้อมกัน
หมอก… ที่เคยบดบังยอดรูปปั้น บัดนี้… มันจางออก ราวกับมีคน… จงใจ… เปิดม่าน
และพวกเขา… ก็เห็น เป็นครั้งแรก… ที่พวกเขาเห็น… ‘ท่าน’ ไม่ใช่แค่ดวงตา ไม่ใช่แค่เงา แต่คือ… ทั้งตัว
มันไม่ใช่หิน มันไม่เคยเป็นหิน มันคือ… เกล็ด เกล็ดสีดำมะเมื่อม… สะท้อนแสงจันทร์จางๆ… เหมือนนิลกาฬที่เปียกชื้น
มันขดตัว… อยู่บนยอดรูปปั้น ร่างของมัน… ใหญ่… ใหญ่กว่ารถบัส ใหญ่จน… บดบังท้องฟ้า ใหญ่จน… เหลือเชื่อ
มันอยู่ที่นั่น… ตลอดเวลา มันคือ… ส่วนหนึ่งของรูปปั้น หรือ… รูปปั้นคือส่วนหนึ่งของมัน
มันได้ยินทุกอย่าง มันลิ้มรส… ทุกคำโกหก ทุกความริษยา ทุกความลับ
บัดนี้… มันพร้อมแล้ว… สำหรับอาหารจานหลัก
มัน… ชูคอขึ้น ชูคอขึ้นสูง… สูงจนน่าหวาดเสียว หัวของมัน… ที่พวกเขาไม่เคยเห็น บัดนี้… มันก้มลงมา ก้มลงมา… ช้าๆ ผ่านม่านหมอก
มันไม่มีตา… ที่เป็นลูกตา แต่มันมี… สองจุด สองจุด… ที่เป็นสีแดงก่ำ… ลุกโชน… เหมือนถ่านไฟนรก
มันมอง… มันมองผ่านลิน มันมองผ่านวิทย์ที่บาดเจ็บ แววตาของมัน… จับจ้อง นิ่ง… ไปที่คนคนเดียว
คนที่ทำลายผนึก คนที่นำความจอมปลอม… มาสู่สถานที่แห่งความจริง คนที่… บาปหนาที่สุด
มันอ้าปาก… ไม่มีฟัน มีเพียง… ความมืดมิด… ที่ลึกจนสุดหยั่ง และเสียง…
“ซี่…………….”
เสียงขู่… ที่แหลมเล็ก แต่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูก มันคือเสียง… แห่งความพิพากษา
มัน… พุ่งเป้า ไปที่… ภีม
(เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นภาษาไทย ตามข้อกำหนด)
เสียง “ซี่…” นั้น มันก้องสะท้อน มันไม่ได้ดัง… แต่มันสั่นสะเทือนเข้าไปในกระดูก ภีมยืนตัวแข็ง เขากลายเป็นหิน… ไม่ต่างจากรูปปั้นที่เขาเคยชื่นชม
ดวงตาสีแดงก่ำนับร้อยดวง… (หรืออาจจะแค่สองดวง ที่สั่นไหวจนดูเหมือนร้อยดวง) …มันจับจ้องมาที่เขา ตรึงเขาไว้กับที่ ความทะเยอทะยาน… ความโลภ… ความบ้าบิ่น… หายไปหมด ถูกดูดกลืน… เหลือเพียง… ‘เหยื่อ’
เขาคือเป้าหมาย เขารู้ มันรู้ ทุกคนรู้
“ภะ… ภีม…” ลินกระซิบ เธอยืนอยู่ข้างเขา ใกล้… ใกล้เกินไป มือของเธอยังกุมท้อง เธอกำลังปกป้องชีวิตใหม่… ในขณะที่ชีวิตของเธอกำลังจะถูกพราก เธออยากวิ่ง… แต่ขาไม่ขยับ
“ฮ… ฮ…” ภีมพยายามพูด แต่มีเพียงเสียงลมเล็ดลอดออกมาจากลำคอ เขากำลังจะ… เขา… ฉี่ราด ความอุ่น… ที่ชื้นแฉะ… ไหลลงไปตามขากางเกง ความอัปยศสุดท้าย… ต่อหน้า ‘ท่าน’
และ ‘ท่าน’… ก็ตัดสินใจว่า… …ถึงเวลาแล้ว
มันไม่ใช่การเคลื่อนไหว มันคือ… การ “ปรากฏ” หัวที่มหึมานั้น… ที่เคยลอยอยู่สูง… บัดนี้… มันอยู่ตรงหน้า
มันพุ่งลงมา ไม่ใช่ความเร็วของงู แต่เป็นความเร็วของ… ความมืด เสียงแหวกอากาศดัง… วูบ!
มันไม่ได้อ้าปาก… มัน “เปิด” ความมืด… ที่เคยเป็นปาก บัดนี้… มันขยายออก กลายเป็นหุบเหวสีดำสนิท ที่พร้อมจะกลืนกิน… เป้าหมายของมัน… ภีม
“ภีม!!!” ลินกรีดร้อง เธอทุบตีเขา “วิ่งสิ! วิ่ง!” แต่เขาไม่ขยับ เขาถูกแช่แข็งด้วยความกลัว
ในเสี้ยววินาทีนั้น… ที่ความตายอยู่ห่างแค่ลมหายใจ วิทย์… ที่นอนจมกองเลือดและความเจ็บปวด …มองเห็น เขาไม่ได้เห็นความตายของภีม เขาเห็น… ความตายของลิน ที่ยืนอยู่ข้างๆ ไอ้คนสารเลว เธอจะโดนลูกหลง เธอจะถูกกลืน… ไปพร้อมกัน
ความรัก… ความริษยา… ความเกลียดชัง… มันปะทุขึ้นมาเป็นครั้งสุดท้าย เขาเกลียดภีม… แต่เขารักลิน เขาไม่ยอม… เขาไม่ยอมให้เธอตาย… ไม่… แม้ว่าเธอจะอุ้มท้องลูกของศัตรูหัวใจ
“ลิน!!!” เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ไม่ใช่เพื่อลุกยืน แต่เพื่อ… พุ่ง เขายังมีแขน เขายังมี… ความเกลียด
เขาใช้ร่างที่พิการของเขา… พุ่ง… ไถลไปกับพื้นหินที่เปียกชื้น ไม่ใช่เพื่อไปขวาง… แต่เพื่อไป… “ผลัก”
เขาใช้หัว… โขก… กระแทกเข้าที่… ขา ของภีม “อั้ก!”
มันเป็นการกระทำ… ที่ไร้เหตุผล แต่… มันได้ผล
ภีม… ที่ถูกแช่แข็ง เสียการทรงตัว เขาล้ม… ล้มไปด้านข้าง ดึงลิน… ที่กำลังทุบตีเขา …ให้ล้มลงไปด้วยกัน
ทุกอย่างเกิดขึ้น… ในหนึ่งวินาที
หุบเหวสีดำนั้น… ที่พุ่งเป้ามาที่ภีม บัดนี้… พลาดเป้า มันพุ่ง… ผ่านจุดที่ภีมเคยยืน… ลงมา ณ จุดที่… วิทย์เพิ่งไถลตัวมาถึง
วิทย์… เงยหน้าขึ้น ใบหน้าของเขา… ห่างจากความมืดมิดนั่น… ไม่ถึงคืบ เขาไม่เห็นเกล็ด เขาไม่เห็นฟัน เขาเห็นเพียง… ความว่างเปล่า… ที่กำลังจะกลืนกินเขา
เขายิ้ม… เป็นรอยยิ้มสุดท้าย… ให้แก่ความโง่เขลาของตัวเอง “ลิน…”
“กร๊อบ!!!!!”
เสียง… มันดังกว่าครั้งของนัท มันคือเสียงของ… ร่างกายทั้งร่าง ที่ถูกบดขยี้… ในคราวเดียว เสียงกระดูกที่แตกละเอียด… เสียงเนื้อที่ถูกอัด… เสียง… ที่ไม่ควรมีอยู่บนโลก
มันไม่ใช่การ “กิน” มันคือการ “ลบ” ร่างของวิทย์… หายไป ถูกกลืนเข้าไปในความมืดนั้น… ที่บัดนี้… หดตัวกลับ อย่างรวดเร็ว
“ซูมมมม…”
หัวของมัน… กลับขึ้นไป… อยู่บนยอดรูปปั้น ในท่าเดิม เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
มีเพียง… แอ่งเลือดเล็กๆ… และรอยลาก… บนพื้นหิน… ที่ๆ วิทย์เคยนอนอยู่ …คือหลักฐาน ว่าเขา… เคยมีตัวตน
ภีม… และ ลิน นอนกองอยู่กับพื้น ห่างออกไปไม่กี่เมตร พวกเขามอง… ตาไม่กะพริบ สมอง… หยุดทำงาน
ลิน… อ้าปากค้าง น้ำตา… น้ำลาย… ไหลออกมา เธอไม่รู้สึกตัว เธอไม่กรีดร้อง เสียง… มันหายไป
ภีม… เขานอนตัวสั่น เหมือนคนถูกไฟดูด ฟันของเขากระทบกัน… กึก… กึก… กึก… เขาจ้องมอง… จุดที่วิทย์… หายไป
ความเงียบ… กลับมาอีกครั้ง เงียบ… จนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง
แล้ว… ภีมก็รู้สึก เขารู้สึกถึง… การจ้องมอง
เขาค่อยๆ… ค่อยๆ… เงยหน้าขึ้น ช้าๆ… เหมือนเครื่องจักรที่เป็นสนิม
บนยอดรูปปั้น… มันยังอยู่ มันไม่ไปไหน มันไม่ได้ในสิ่งที่มันต้องการ
ดวงตาสีแดงก่ำ… ยังคงลุกโชน และบัดนี้… มันก้มลงมามอง มอง… ภีม ที่นอนอยู่บนพื้น อย่างน่าสมเพช
มัน… เอียงคอ เหมือน… กำลังสงสัย “ทำไม… เหยื่อถึงยังไม่ตาย” “ทำไม… ถึงมีคนอื่น… มารับแทน”
การเสียสละ… มันคือ… ความจริง ความจริง… แห่งความรัก มันคือ… อาหาร ที่แปลกประหลาด
‘ท่าน’ สับสน …เพียงชั่วครู่
ความสับสนนั้น… แปรเปลี่ยนเป็น… ความหิว… ที่มากขึ้น
มันได้ลิ้มรส… “ความจริง” (การฆาตกรรมของนัท) มันได้ลิ้มรส… “ความรักที่ถูกบิดเบือน” (การเสียสละของวิทย์) บัดนี้… มันเหลือ… “ความจอมปลอมที่บริสุทธิ์” (ตัวตนของภีม) และ… “ชีวิตที่ยังไม่เกิด” (ลูกในท้องลิน)
มันคือ… บุฟเฟต์ และมัน… ยังไม่อิ่ม
“ซี่…………….”
เสียงขู่… ดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้… มันดังกว่าเดิม มันคือเสียง… ประกาศ ว่า… “ตาต่อไป… ของแก”
เสียงขู่นั้น… ปลุกภีม… จากอาการอัมพาต ความกลัวตาย… มันทะลัก… ทะลุความกลัวทั้งหมด เขากรีดร้อง… ไม่ใช่เสียงผู้ชาย ไม่ใช่เสียงคน มันคือเสียง… ของสัตว์ที่กำลังจะถูกเชือด
“อ๊ากกกกกกกกกกก!!!!!”
เขาลุกขึ้น ไม่ใช่… ลุก เขา… “ดีด” ตัวเอง จากพื้น เขาสะบัด… เขาคลั่ง
เขามองไม่เห็นลิน เขามองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น เขาวิ่ง… วิ่ง… วิ่งเข้าไปในป่า… อีกครั้ง
ลิน… ที่นอนตะลึงอยู่ สะดุ้ง… เมื่อเห็นภีมวิ่งหนีไป “ภีม!” เธอตะโกน “อย่าทิ้งฉัน!”
ความกลัว… ที่จะถูกทิ้ง… มันแรงกว่าความกลัว… พญานาค เธอ… ที่กำลังอุ้มท้อง… ที่เพิ่งเห็นคนตายไปสองคน… รวบรวมแรงทั้งหมด… ลุกขึ้น และ… วิ่ง วิ่งตาม… ไอ้ผู้ชาย… ที่เพิ่งฉี่ราด และวิ่งหนี… ทิ้งเธอไว้
ป่า… กลืนกินพวกเขาทั้งสองคน… อีกครั้ง ทิ้งไว้เพียง… ลานสังเวย ที่ว่างเปล่า… กับคาวเลือด และ… ‘ท่าน’ ที่มองตาม… อย่างไม่รีบร้อน
การไล่ล่า… ยังไม่จบ มันแค่… เปลี่ยนสถานที่ จากลานหิน… สู่… วงกตในป่า …และในใจคน
(เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นภาษาไทย ตามข้อกำหนด)
ป่า… คือนรก มันไม่มีทางออก มันคือเขาวงกตที่ถูกสร้างขึ้นจากความกลัวของพวกเขา
“ภีม! ช้าลงหน่อย! ฉันทนไม่ไหว!” ลินกรีดร้อง มือของเธอกุมท้องแน่น ทุกย่างก้าวที่เธอกระแทกลงไปบนพื้น… เหมือนมีเข็มนับพัน… ทิ่มแทงเข้าไปในมดลูก เธอเจ็บ… เจ็บจนน้ำตาไหล เจ็บ… จนแทบจะขาดใจ
“หุบปาก!” ภีมตะคอกกลับ เขาไม่หันมามอง เขายังคงวิ่ง… ลากเธอ… เหมือนลากกระสอบทราย “ถ้าเธอหยุด… เธอก็ตาย!”
เขาไม่ได้กลัว ‘ท่าน’ เขาไม่ได้กลัวความมืด ณ จุดนี้… เขา… “คือ” ความกลัว เขาคือสัตว์… ที่หนีตาย สัญชาตญาณดิบ… มันกลืนกินความเป็นคนของเขาไปหมดแล้ว
“ซ่า… ซ่า… ซ่า…”
เสียงเลื้อย… มันไม่ได้ตามหลัง มันอยู่… รอบตัว มันอยู่ในเงาของต้นไม้ มันอยู่ใต้พื้นดินที่พวกเขาวิ่งเหยียบ มันอยู่… เหนือหัว บนกิ่งไม้…
บางครั้ง… พวกเขาก็เห็น หางตา… แวบ… เกล็ดสีดำมะเมื่อม… ที่เลื้อยขนานไปกับพวกเขา ในความมืด… มันไม่รีบ มันกำลัง… ต้อน มันกำลัง… เล่น
“ฉันท้อง…” เสียงกระซิบ… ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงของลิน มันคือเสียง… ของป่า “ฉันท้อง… แล้วแกก็ไม่สนใจ” “แกมันสารเลว”
“ไม่ใช่! ฉันเปล่า!” ลินกรีดร้อง เธอรู้ว่ามันคือเสียงหลอน แต่… มันคือความจริง
“ไอ้ขี้ขลาด…” เสียงกระซิบ… เปลี่ยนเป้าหมาย “แกมัน… ขี้ขลาด… ฉี่ราด” เสียงของวิทย์… ดังก้อง… เยาะเย้ยภีม “แกทิ้งฉัน… แกทิ้งลิน… แกมัน…”
“หุบปาก! หุบปาก! หุบปาก!” ภีมกรีดร้อง เขาเอามืออุดหู… ในขณะที่ยังวิ่ง เขาเสียสติ… เขาสะดุด… ล้ม… หน้าคะมำ ลงไปบนพื้นดินที่เปียกแฉะ กองใบไม้เน่า
ลิน… ที่ถูกเขาลาก ก็ล้มทับลงไปบนตัวเขา
“อ๊ากกกกกกกกก!!!”
ลินกรีดร้อง… สุดเสียง มันไม่ใช่เสียงกรีดร้อง… แห่งความกลัว มันคือเสียง… แห่งความเจ็บปวด… ที่แท้จริง
ภีม… ที่ล้มอยู่ รู้สึก… ถึงความเปียก… ที่นองอยู่บนหลังเขา มันไม่ใช่โคลน มันอุ่น… และมัน… ข้น…
เขารีบผลักเธออก เขาลุกขึ้นนั่ง จ้องมองเธอ… ที่นอนขดตัว… กุมท้อง… ตัวสั่น… และ… ที่หว่างขาของเธอ… เลือด เลือดสีแดงสด… กำลังไหล… อาบกางเกงยีนส์ของเธอ นอง… ลงบนพื้น… ผสมกับดิน… และใบไม้เน่า
“ลูก…” ลินพึมพำ น้ำตาไหลทะลัก “ภีม… ลูก… ลูกเรา” เธอเจ็บ… เจ็บปวด… จนจุก… จนพูดไม่ออก ร่างกายของเธอ… กำลังขับ… สิ่งมีชีวิต ที่เธอเพิ่งรับรู้… ขับมัน… ออกมา… ณ สถานที่… ที่เลวร้ายที่สุดในโลก
ภีม… เขานั่งนิ่ง เขาจ้อง… เลือด สีแดง…
ความทะเยอทะยาน… ยอดวิว… การโกหก… ความกลัวตาย…
ทุกอย่าง… ที่เคยขับเคลื่อนเขา บัดนี้… มันหยุด มันหยุด… เมื่อเห็น… เลือด เลือด… ที่เป็น… ของจริง เลือด… ที่เป็น… ผล… จากการกระทำ… ของเขา
เขามอง… ลิน… ที่กำลังบิดตัวด้วยความเจ็บปวด เขามอง… เลือด… ที่ไหลไม่หยุด เขา… ค่อยๆ… เงยหน้าขึ้น มองเข้าไปในความมืด… รอบตัว
เสียง “ซ่า…” มันหยุดแล้ว มันหยุด… ตั้งแต่ลิน… เริ่มมีเลือดออก มันหยุด… เพื่อ “รอ” มันรอ… ช่วงเวลา… ที่เปราะบางที่สุด มันรอ… ช่วงเวลา… ที่ความจริง… กำลังจะตาย
“ฮ… ฮ…” ภีม… เขา… หัวเราะ มันเป็นเสียงหัวเราะ… ที่แห้งผาก เสียงหัวเราะ… ของคนบ้า ของคนที่… ไม่เหลืออะไรแล้ว “ฮ่า… ฮ่าๆๆ…”
ลินเงยหน้ามองเขา ด้วยสายตา… ที่สับสน… และหวาดกลัว “ภีม… พี่… พี่เป็นอะไร”
ภีมส่ายหน้า เขาคลาน… คลาน… เข้าไปหาลิน ไม่ใช่… คลานหนี เขาคลาน… เข้าไป นั่ง… ข้างๆ เธอ ที่นอนจมกองเลือด
เขาไม่สน… ว่ามันจะเปื้อน เขาไม่สน… ‘ท่าน’ เขาไม่สน… อะไรทั้งนั้น
เขามองเธอ เขามอง… ท้องของเธอ เขา… ค่อยๆ… ยื่นมือ… ที่สั่นเทา ไป… แตะ… บนท้อง… ที่เปื้อนเลือดของเธอ
เขารู้แล้ว… ‘ท่าน’ ไม่ได้กิน… คน ‘ท่าน’ กิน… ความจริง ‘ท่าน’ กิน… บาป ‘ท่าน’ กิน… คำสารภาพ
นัท… สารภาพว่าฆ่าคน… มันกินนัท วิทย์… สารภาพว่ารักและริษยา… มันกินวิทย์
และตอนนี้… ลิน… กำลังสูญเสีย… ความจริง… ที่บริสุทธิ์ที่สุด (ชีวิตใหม่) เพราะ… ความจอมปลอม… ที่เลวร้ายที่สุด (ตัวเขา)
ภีม… หันหน้า ออกจากลิน เขาหัน… ไปเผชิญ… กับความมืด กับเงา… ที่เขาเริ่มมองเห็น เงา… ที่สูงตระหง่าน… เงา… ของ ‘ท่าน’… ที่กำลัง… โน้มตัวลงมา… ช้าๆ… เตรียม… ที่จะ “เก็บเกี่ยว” เหยื่อ… ทั้งสอง
ภีม… สูดลมหายใจ… ลึก… กลิ่นดิน… กลิ่นเลือด… กลิ่นคาว… กลิ่น… แห่งความตาย
เขา… พูด ไม่ใช่… ตะโกน เขา… กระซิบ กระซิบ… ถึง ‘ท่าน’ ถึงป่า… ถึงโลภ… ถึง… ตัวเอง
“ฉัน…” เขาเริ่ม… เสียงสั่น… “ฉัน… มัน… ขี้โกง”
ความมืด… หยุดชะงัก เงา… ที่กำลังโน้มตัว… หยุดนิ่ง …มันกำลังฟัง
“ฉัน… โกหก… ทุกอย่าง” น้ำตา… เริ่มไหล… จากตา… ของผู้ชาย… ที่ไม่เคยร้องไห้ “ไอ้ช่อง… บ้าๆ นั่น” “ผี… วิญญาณ… ทุกอย่าง… ฉันแต่งขึ้นมา” “ฉันจ้างคน… ฉันจัดฉาก” “ฉัน… หลอก… ทุกคน”
เขาหันไปมองลิน… ที่กำลังนอนหอบ… มองเขา… ด้วยสายตา… ที่อ่านไม่ออก “ฉันหลอก… ลิน” “ฉันหลอก… วิทย์” “ฉันหลอก… นัท” “ฉัน… ลากพวกเขา… มาตาย” “เพื่อ… ยอดวิว” “เพื่อ… เงิน” “เพื่อ… ไอ้สิ่งที่มัน… ไม่มีอยู่จริง”
เขาหัวเราะ… ทั้งน้ำตา “ฉันมัน… ตัวปลอม” “ฉันมัน… ความว่างเปล่า” “ฉัน… ไม่ได้รักอะไรเลย… นอกจาก… ตัวเอง” “และ… แม้กระทั่งตัวเอง… ฉันก็ยังโกหก”
เขา… ก้มหน้าลง ซบหน้า… กับพื้นดิน… ที่เปียกแฉะ เขาร้องไห้… เหมือนเด็ก… “ฉันแพ้แล้ว” เขาพึมพำ… กับดิน “ฉัน… ไม่เหลืออะไรแล้ว” “ฉัน… มัน… ไม่มีค่า… พอให้แกกินด้วยซ้ำ”
นี่คือ… คำสารภาพ… สุดท้าย ความจริง… ที่บริสุทธิ์… ที่สุด ความจริง… ของความล้มเหลว… ที่สมบูรณ์แบบ ความจริง… ของความจอมปลอม… ที่ยอมรับ… ว่าตัวเองจอมปลอม
ความเงียบ… เข้ามาแทนที่ ความเงียบ… ที่หนักอึ้ง เงียบ… จนน่าขนลุก
เสียง “ซ่า…” เสียงเลื้อย… เสียงกระซิบ… เสียงลม… ทุกอย่าง… …หายไป
ภีม… เงยหน้าขึ้น เขามอง… ความมืด… ที่เคยคุกคาม บัดนี้… มัน… จางลง มัน… ถอยห่าง มัน… กำลัง… “ถอย”
‘ท่าน’… พญานาค… มันได้ในสิ่งที่มันต้องการแล้ว มันได้… “กิน” มันไม่ได้กิน… ร่างกาย มันกิน… “อัตตา” มันกิน… “ความทะเยอทะยาน” มันกิน… “ความจอมปลอม” ของภีม… จนหมดสิ้น ไม่เหลือ… อะไรเลย
มัน… อิ่มแล้ว สำหรับค่ำคืนนี้
ภีม… นั่งนิ่ง ท่ามกลาง… ความเงียบ ข้างๆ… ร่างของลิน… ที่กำลังนอน… หายใจรวยริน… ในป่า… ที่มืดมิด… บนดอย… ที่ถูกสาป
เขา… รอดแล้ว เขา… รอดชีวิต แต่… เขา… ได้ “ตาย” ไปแล้ว วิญญาณของเขา… ถูกกิน… ไปจนหมดสิ้นแล้ว
(เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นภาษาไทย ตามข้อกำหนด)
ป่า… ยังคงมืด แต่… มันไม่เหมือนเดิม มันคือ… ป่า …ธรรมดา เสียง ซ่า… หายไปแล้ว เงา… ที่เคยเคลื่อนไหว… บัดนี้… มันหยุดนิ่ง กลายเป็น… ต้นไม้ …ธรรมดา
ภีม… ยังคงนั่ง… ซบหน้ากับดิน เขานั่งนิ่ง… นาน… นานจน… ลิน… ที่นอนอยู่ข้างๆ …หยุดสั่น
“ภีม…” เสียงเธอ… แหบพร่า เหมือนกระดาษทราย “ฉัน… ฉันหนาว”
คำพูดนั้น… มันดึง… ภีม… ออกจากความว่างเปล่า เขา… เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขา… ที่เคยเต็มไปด้วยไฟ… บัดนี้… มันมืดบอด มันคือ… ถ่าน… ที่มอดแล้ว
เขามองลิน เขามอง… เลือด… ที่ยังซึม เขามอง… ความเจ็บปวด… ที่สลักอยู่บนใบหน้าเธอ เขา… ไม่รู้สึก… เขาไม่รู้สึก… สงสาร เขาไม่รู้สึก… ผิด เขาไม่รู้สึก… อะไรเลย เขา… “ว่างเปล่า”
เขา… ลุกขึ้น อย่างเชื่องช้า… เหมือนหุ่นยนต์ ร่างกาย… ยังทำงาน แต่… ไม่มีคน… “ขับ”
เขาเดิน… ไปหาลิน เขา… ช้อน… ช้อนร่างที่อ่อนปวกเปียกของเธอ… ขึ้นมา… อุ้ม… ในอ้อมแขน
ลิน… ผวา “อย่… อย่า” เธอพยายามจะดิ้น แต่… เธอไม่มีแรง เธอซบหน้า… กับอกเขา ไม่ใช่… เพราะรัก แต่เพราะ… หมดแรง
ภีม… เริ่มเดิน เขาไม่ได้วิ่ง เขา… เดิน เขาเดิน… โดยไม่มีทิศทาง เขาเดิน… เพราะ… มันคือสิ่งเดียวที่ต้องทำ
เขาไม่พูด ลิน… ไม่พูด มีเพียง… เสียงฝีเท้า ที่ย่ำ… ไปบน… ใบไม้เน่า เสียง… ลาก… ศพ… สองศพ หนึ่งศพ… ที่กำลังจะตาย และอีกหนึ่งศพ… ที่ตายไปแล้ว… จากข้างใน
พวกเขาเดิน… นานแค่ไหน… ไม่รู้ สิบนาที… หนึ่งชั่วโมง… …หรืออาจจะ… ชั่วนิรันดร์
ป่า… ที่เคยเป็นเขาวงกต บัดนี้… มันมี… ทางออก หรือ… บางที… มันอาจจะ… “อนุญาต” ให้พวกเขา… ออกไป
ภีม… หยุดเดิน ข้างหน้าเขา… ทะลุม่านหมอกจางๆ… …คือ… แนวรั้วไม้ แนวรั้วไม้… ที่ผุพัง และ… เชือกสีแดง เชือกสีแดง… ที่เขา… …เป็นคนกระชากมัน …เมื่อนาน… แสนนาน… มาแล้ว
มันคือ… เขตแดน เขตแดน… ระหว่าง… โลกของ ‘ท่าน’ …และ… โลกของ… คน
ภีม… ก้าวขา เขา… ก้าว… ข้าม… แนวเชือกนั้น
วินาที… ที่เท้าของเขาทั้งสองข้าง… แตะ… พื้นดิน… ด้านนอก…
แกร๊ก!
เหมือนมีคน… เปิดสวิตช์ เสียง… เสียงจิ้งหรีด… เสียงแมลง… เสียงกบ… เสียงเขียด… เสียง… ของป่า… ที่พวกเขา… ไม่ได้ยิน… มาหลายชั่วโมง …มัน… “กลับมา” มันดัง… ระงม… ดัง… จน… หนวกหู ดัง… เหมือน… มันกำลัง… ตะโกน… เยาะเย้ย… “พวกมึงรอดแล้ว… ไอ้พวกโง่”
ภีม… ไม่สะดุ้ง เขา… เดินต่อ อุ้มร่างของลิน… เดิน… มุ่งหน้า… ลง… จากเขา
เขาเดิน… ไม่หยุดพัก ความเจ็บปวด… ความเหนื่อยล้า… เขาไม่รู้สึก เขาคือ… เครื่องจักร
จนกระทั่ง… แสง… แสงแรก… ของวันใหม่… แสงสีเทา… ที่ส่อง… ผ่าน… ยอดไม้ ส่อง… มากระทบ… …ด่านตรวจ… เก่าๆ …ที่เขา… ขับรถผ่าน
ชายชรา… คนเฝ้าป่า… …ยังอยู่ที่เดิม เขากำลัง… …กวาดใบไม้ เขา… ไม่ได้นั่ง เขา… กวาด… กวาด… อย่างใจเย็น เหมือน… เขากำลัง… รอปิดฉาก… การแสดง… รอบดึก
ภีม… เดิน… จนมาหยุด… ตรงหน้า… ชายชรา เขายืน… อุ้มร่าง… ที่เปื้อนเลือด… ของลิน ยืน… นิ่ง… เหมือนรูปปั้น… รูปปั้น… แห่งความพ่ายแพ้
ชายชรา… หยุดกวาด เขา… เงยหน้าขึ้น สายตา… ที่เหี่ยวย่น… มอง… มอง… ภีม มอง… ลิน มอง… เลือด มอง… สองคน… ที่กลับมา… จาก… สี่คน… ที่เข้าไป
เขา… ไม่แปลกใจ เขา… ไม่ถาม เขา… ไม่พูด… อะไรสักคำ
เขา… หันหลัง… เดิน… ไปหยิบ… กระติกน้ำ… เก่าๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะ เขา… ยื่นมัน… ให้ภีม
ภีม… มองกระติกน้ำ เขา… ค่อยๆ… วาง… ร่างของลิน… ลง พิง… กับ… เสาด่าน อย่าง… …ทนุถนอม… อย่าง… ที่เขา… ไม่เคยทำมาก่อน …แต่… มัน… ว่างเปล่า
ลิน… เธอยังมีสติ เธอ… มองหน้า… ชายชรา น้ำตา… ไหล “ช่วย… ช่วย…” เธอพยายามพูด “นัท… วิทย์…”
ชายชรา… ส่ายหน้า… ช้าๆ เขา… ไม่ได้มองลิน เขามอง… ภีม เขามอง… เข้าไป… ในดวงตา… ที่มอดดับ… ของภีม
“ท่าน…” ชายชรา… พูด เสียง… แหบพร่า… เหมือนเดิม “ท่าน… เอา… สิ่งที่ท่าน… ต้องการ… ไปแล้ว”
ภีม… จ้องตอบ… …ไม่กะพริบตา
ชายชรา… พูดต่อ… เหมือน… กระซิบ “ท่าน… เอา… ‘ความจริง’ … ไป” “และท่าน… ก็… ‘ทิ้ง’ … บางอย่าง… ไว้”
ชายชรา… ก้มลง… หยิบไม้กวาด… …และ… กวาดใบไม้… ต่อ เหมือน… …การสนทนา… จบแล้ว เหมือน… …ทุกอย่าง… กลับสู่… สภาพปกติ
ภีม… อุ้มลิน… ขึ้นมาอีกครั้ง เขา… เดิน… ผ่าน… ด่าน มุ่งหน้า… ไปยัง… …รถกระบะ… ที่จอดซ่อนไว้… ในเงามืด… …ของรุ่งอรุณ
…
…หลายเดือนต่อมา…
อพาร์ตเมนต์… เล็กๆ ใน… กรุงเทพ มืด… อับ… กลิ่น… ยา …และ… กลิ่น… ของความเศร้า… ที่เกาะ… จนหนา
ลิน… นั่งอยู่… ริมหน้าต่าง เธอนั่ง… เหม่อมอง… ออกไป… ที่… กำแพงตึก… อีกฝั่ง เธอ… ไม่ได้ร้องไห้ เธอ… ไม่เคย… ร้องไห้… อีกเลย ตั้งแต่… คืนนั้น เธอ… สูญเสีย… ลูก และเธอ… สูญเสีย… …ทุกอย่าง วิญญาณของเธอ… …มัน… แตกสลาย… อยู่ที่… ลานหิน… นั่น
ภีม… เขากลับมา… จาก… ที่ทำงาน งาน… …คีย์ข้อมูล น่าเบื่อ… ซ้ำซาก… …แต่… มัน… คือสิ่งเดียว… ที่สมอง… ที่ว่างเปล่า… ของเขา… …ทำได้
เขา… เดิน… เข้าไปในครัว เปิด… ตู้เย็น หยิบ… อาหารกล่อง… …มาอุ่น… ในไมโครเวฟ ติ๊ง…
เขา… วาง… อาหารสองกล่อง… ลงบนโต๊ะ “กินข้าว” เขาพูด… กับลิน …ที่นั่ง… หันหลังให้เขา
ลิน… …ไม่ขยับ
ภีม… …ถอนหายใจ มันคือ… เสียงเดียว… ที่เขา… ทำ… ที่แสดง… ว่าเขา… ยังมี… อารมณ์ เขา… นั่งลง… กิน… กิน… …อย่าง… เชื่องช้า …คนเดียว
มือถือ… มือถือ… ที่เขา… เคยรัก… ยิ่งกว่าชีวิต ที่เคย… เป็น… โลกทั้งใบ …มัน… วางอยู่… บนโต๊ะ หน้าจอดำ… ช่อง “ล่าเงา”… …ตายแล้ว ไม่มี… คลิป… สุดท้าย ไม่มี… ฟุตเทจ… พันล้าน เขา… ลบ… ลบ… ทุกอย่าง ทันที… ที่… กลับมาถึง
มัน… คือ… มือถือ… …ธรรมดา เหมือน… เขา… ที่เป็น… คน… …ธรรมดา …ที่… ว่างเปล่า
เขากิน… จนหมด เขา… ลุก… เก็บจาน… เขา… เดิน… …เข้าห้องน้ำ …เพื่อ… อาบน้ำ …และ… นอน
เขา… ยืน… อยู่หน้า… กระจก… กระจก… ที่… อ่างล้างหน้า กระจก… ที่… มีรอยร้าว… …ที่มุม
เขา… ก้ม… วักน้ำ… …ล้างหน้า น้ำ… เย็น… …กระทบ… …ผิว… เขา… ไม่รู้สึก
เขา… เงยหน้าขึ้น มอง… …ตัวเอง… …ในกระจก
ผู้ชาย… ที่… ผอมโซ ตา… โหล หนวดเครา… รกรุงรัง ดวงตา… …ที่… ว่างเปล่า
เขา… จ้อง… เงา… …ในกระจก เงา… …ก็… จ้องตอบ
เขา… …กะพริบตา
แต่… เงา… ในกระจก…
…
…มัน… ไม่… กะพริบ
ภีม… …ยืนนิ่ง
เงา… ในกระจก… มัน… ยิ้ม มันไม่ใช่… รอยยิ้ม มันคือ… …การ… “แยกเขี้ยว” ช้าๆ… มุมปาก… ยกขึ้น… เผย… “ความมืด”… ที่อยู่… ข้างใน
ดวงตา… ของเงา… …มัน… ไม่แดง มัน… เย็น… เย็น… เหมือน… หิน เย็น… และ… …เก่าแก่ เหมือน… ดวงตา… …ของ ‘ท่าน’
บนผิว… ของเงา… ที่หน้า… …ที่คอ… เหมือนมี… …ลาย… …จางๆ… วูบวาบ… เหมือน… …เกล็ดงู
ภีม… …ยังคง… จ้อง… …ไม่กะพริบตา เขา… ไม่กลัว เขา… ไม่ตกใจ เขา… “ชิน”
เขา… ค่อยๆ… ยก… มือขึ้น แตะ… …กระจก นิ้ว… สัมผัส… …เงา
เงา… ในกระจก… ก็… ยกมือ… ขึ้น… …แตะ… …จาก… “ข้างใน”
ภีม… ลดมือลง เขา… เบือนหน้า… หนี เขา… หยิบ… ผ้าเช็ดตัว …และ… …เดิน… ออกจากห้องน้ำ …ไป… …นอน
เขา… รอดชีวิต… แต่… ส่วนหนึ่ง… ของ… ดอยสุเทพ ส่วนหนึ่ง… ของ… พญานาค มัน… …ตาม… เขากลับมา มัน… …อาศัย… …อยู่ใน… “ความว่างเปล่า” ที่เขา… ได้… สังเวย… ให้มัน มัน… …คือ… “ความจริง” …ที่บัดนี้… …อยู่… กับเขา …ตลอดไป