Vị Khách Ngụ Cư Phòng 27

พิมเริ่มงานกะดึกของเธอที่ “โฮสเทลตะวันลับฟ้า” ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมหรูหรา มันเป็นเพียงที่พักราคาถูกแถบชานเมือง เก่าและเงียบเหงา ผนังสีซีดจางและกลิ่นอับชื้นจางๆ เจ๊เจ้าของโฮสเทลกำลังอธิบายกฎต่างๆ ให้พิมฟัง เธอเป็นผู้หญิงวัยกลางคน ท่าทางจริงจัง และสนใจแค่เรื่องเงินเท่านั้น

“กฎข้อแรก อย่าพูดกับแขกถ้าไม่จำเป็น” เจ๊พูดเสียงเข้ม “ข้อสอง ทำความสะอาดให้ไวที่สุด” “และข้อสาม…” เจ๊หยุดชะงักเล็กน้อย สายตาของเธอมองไปยังสุดทางเดินมืดๆ ตรงไปยังประตูห้องหมายเลข 27

“ห้องนั้น…” เจ๊พูดต่อ “อย่าไปยุ่ง” พิมขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงคะ” “คุณกฤต เขาเป็นแขกประจำ เขาจ่ายเงินตรงเวลาเสมอ” “เขาไม่ชอบให้ใครรบกวน” เจ๊เน้นคำว่า “ไม่ชอบ” “ถ้าไม่ใช่เวลาเก็บเงิน ก็อย่าไปเคาะประตู” “เข้าใจไหม”

พิมพยักหน้ารับคำ เธอก็ไม่ได้อยากยุ่งกับแขกอยู่แล้ว เธอแค่ต้องการเงิน งานที่นี่จ่ายดีพอสมควร แม้ว่าบรรยากาศจะน่าอึดอัดก็ตาม

วันแรกๆ ผ่านไปอย่างราบรื่น โฮสเทลตะวันลับฟ้าเงียบสงัด แขกส่วนใหญ่มาพักแค่คืนสองคืน ยกเว้นห้อง 27

พิมเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ คุณกฤต ชายผู้เช่าห้อง 27 ไม่เคยโทรเรียกบริการรูมเซอร์วิส ไม่เคยขอให้ทำความสะอาด ตลอดสามสัปดาห์ที่เขาอยู่ที่นี่ ห้องของเขาเหมือนไม่มีคนอยู่

แต่เขายังอยู่ พิมเห็นเขาจ่ายเงินค่าเช่ากับเจ๊ทุกสัปดาห์ เขาเป็นชายร่างผอม อายุเกือบห้าสิบ ดวงตาลึกโหล เขามักจะสวมเสื้อเชิ้ตเก่าๆ สีทึมๆ และจ่ายเงินสดเสมอ เขาไม่พูดอะไรมาก แค่ยื่นเงินให้ แล้วก็กลับเข้าห้องไป

สิ่งเดียวที่เขาต้องการ คือผ้าเช็ดตัวใหม่กับถุงขยะ แต่เขามีวิธีรับส่งของที่ประหลาด ทุกเช้ามืด ราวๆ ตีสาม เขาจะวางถุงขยะและผ้าเช็ดตัวที่ใช้แล้วไว้หน้าประตู และเมื่อพิมนำของใหม่ไปวางไว้ เขาจะรอจนกว่าพิมจะเดินลับสายตาไปแล้ว เขาถึงจะเปิดประตูออกมาหยิบมันเข้าไป

พิมไม่เคยเห็นข้างในห้องนั้นเลย แม้แต่ครั้งเดียว ประตูห้อง 27 ปิดสนิทเสมอ เหมือนเป็นโลกอีกใบที่ถูกตัดขาด

คืนหนึ่ง พิมกำลังถูพื้นทางเดิน เธอรู้สึกได้ถึงความเย็นที่แผ่ออกมาจากใต้ประตูห้อง 27 มันเย็นกว่าห้องอื่นๆ อย่างชัดเจน ทั้งที่เครื่องปรับอากาศส่วนกลางก็ตั้งอุณหภูมิเท่ากัน เธอยืนนิ่ง ความอยากรู้อยากเห็นเริ่มก่อตัว เธอพยายามเงี่ยหูฟัง เงียบ เงียบสนิท ไม่มีเสียงทีวี ไม่มีเสียงคนพูดคุย ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจ

มันเงียบเกินไป เงียบจนน่าขนลุก

“ทำอะไรน่ะ” เสียงเจ๊ดังขึ้นจากด้านหลัง พิมสะดุ้งสุดตัว “เปล่าค่ะเจ๊ แค่… เช็ดพื้นค่ะ” เจ๊มองหน้าพิมด้วยสายตาจับผิด “ฉันเตือนเธอแล้วนะพิม” “อย่าสอดรู้สอดเห็นเรื่องของแขก” “โดยเฉพาะห้องนั้น” เจ๊เหลือบมองไปที่ประตูห้อง 27 “เขาจ่ายเงินดี และนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด” “กลับไปทำงานได้แล้ว”

พิมรีบก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ แต่คำถามยังคงวนเวียนอยู่ในหัว คุณกฤตทำอะไรอยู่ในนั้น ทำไมเขาถึงไม่เคยออกมา ทำไมห้องนั้นถึงได้เย็นเยียบขนาดนี้

หลายวันต่อมา เกิดเหตุไม่คาดฝัน ระบบท่อประปาของโฮสเทลเกิดอุดตัน น้ำเริ่มเอ่อล้นในบางห้อง เจ๊หน้าเครียด “ตายจริง ต้องแจ้งแขกทุกคนให้งดใช้น้ำชั่วคราว” “พิม เธอไปเคาะประตูแจ้งทุกห้องเลยนะ” “ทุกห้อง… แม้แต่ห้อง 27”

นี่เป็นครั้งแรกที่พิมได้รับอนุญาตให้ “รบกวน” ห้องนั้น หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เธอเดินไปตามทางเดิน เคาะห้อง 24… 25… 26… และแล้วก็มาถึง ห้อง 27

พิมสูดหายใจลึก เธอยกมือขึ้นเคาะ ก๊อก ก๊อก ก๊อก “คุณกฤตคะ… ขอโทษที่รบกวนค่ะ” “พอดีท่อน้ำมีปัญหา… เจ๊ฝากมาแจ้งว่า…”

ไม่มีเสียงตอบรับ พิมรอสักครู่ “คุณกฤตคะ ได้ยินไหมคะ” เธอลองเคาะอีกครั้ง ดังกว่าเดิม ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก็ยังเงียบ

ความเงียบนั้นหนักอึ้ง พิมเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ หรือว่าเขาจะไม่อยู่ แต่… รถเข็นผ้าหน้าห้องยังมีผ้าเช็ดตัวที่เขาเพิ่งเปลี่ยนเมื่อเช้ามืด เขายังอยู่ข้างในแน่นอน

“เขาอาจจะหลับอยู่” พิมพึมพำกับตัวเอง แต่เจ๊สั่งให้แจ้ง “ทุกห้อง” พิมตัดสินใจบิดลูกบิดประตู มันล็อก แน่นอนอยู่แล้ว

เธอหันหลังกลับ กำลังจะไปบอกเจ๊ แต่แล้ว… เธอกได้ยินเสียง เสียงที่เบามาก ดังมาจากข้างในห้อง

มันไม่ใช่เสียงคน ไม่ใช่เสียงทีวี มันเป็นเสียง… เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังขยับ เสียงลากเบาๆ บนพื้น

พิมตัวแข็งทื่อ เธอแนบหูกับประตูไม้เก่าๆ เสียงนั้น… มันดังมาจาก… ในห้องน้ำ ใช่ มันดังมาจากในห้องน้ำของห้อง 27

เสียงเหมือนมีคนกำลัง… ทำอะไรบางอย่างกับน้ำ เสียงน้ำกระเซ็นเบาๆ สลับกับเสียงลากถูอะไรสักอย่าง

ความอยากรู้อยากเห็นเอาชนะความกลัว พิมล้วงเข้าไปในกระเป๋าผ้ากันเปื้อน หยิบคีย์การ์ดสำรองออกมา นิ้วของเธอสั่น นี่มันผิดกฎ ถ้าเจ๊รู้ เธอโดนไล่ออกแน่

แต่เธอต้องรู้ เกิดอะไรขึ้นข้างในนั้น

พิมสอดคีย์การ์ดเข้าไปในช่อง เสียงปลดล็อกดัง “คลิก” เบาๆ เธอค่อยๆ ผลักประตูให้แง้มออก ช้าๆ ทีละนิด

สิ่งที่เธอเห็น ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ

ห้องทั้งห้องมืดสนิท ผ้าม่านถูกปิดตาย มีเพียงแสงสลัวๆ จากทางเดินที่ส่องเข้าไป อากาศข้างในเย็นจัด เย็นจนเป็นไอ และทุกอย่าง… เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน ราวกับไม่มีคนอยู่

แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด คือเตียงนอน เตียงนอนขนาดคิงไซส์กลางห้อง มันถูกปูไว้ตึงเปรี๊ยะ ผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด หมอนถูกจัดวางอย่างดี

มันเป็นเตียงที่ “ไม่เคยมีคนนอน” ตลอดสามสัปดาห์ คุณกฤตไม่เคยนอนบนเตียงนี้เลย

แล้วเขาไปนอนที่ไหน พิมกลืนน้ำลาย สายตาของเธอมองไปที่ประตูห้องน้ำ ซึ่งปิดสนิท

เสียงนั้น… เสียงน้ำกระเซ็นเบาๆ ยังคงดังมาจากหลังประตูบานนั้น และ… เสียงอะไรอีกอย่าง เสียง “แกรก… แกรก…” เบาๆ เหมือนเสียง… เล็บ… หรืออะไรบางอย่างที่แข็ง กำลังขูดกับพื้นกระเบื้อง

พิมก้าวเท้าเข้าไปในห้องอย่างช้าๆ ความเย็นยะเยือกทำให้เธอขนลุก เธอมองไปรอบๆ ไม่มีเสื้อผ้า ไม่มีของใช้ส่วนตัว นอกจากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ กระเป๋าเดินทางหนังสีดำเก่าๆ ที่วางอยู่หน้าประตูห้องน้ำ มันดูหนักอึ้ง หนักผิดปกติ

พิมกำลังจะเอื้อมมือไปจับ แต่ทันใดนั้น เสียงในห้องน้ำก็หยุดกะทันหัน ทุกอย่างเงียบสนิท เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง

พิมผงะ เธอมองไปที่ประตูห้องน้ำ ลูกบิดประตู… มันถูกล็อก …จากข้างใน

มีคนอยู่ในห้องน้ำ มีคนอยู่ในนั้นตลอดเวลา คุณกฤต… เขาไม่ได้หลับ เขาอยู่ในห้องน้ำ

พิมถอยหลัง หัวใจเต้นรัว เธอต้องรีบออกไปจากที่นี่ เธอกำลังจะหันหลังกลับ แต่แล้วเธอก็สังเกตเห็นบางอย่าง ที่พื้น ใกล้ๆ กับกระเป๋าเดินทางใบนั้น

เศษผ้า เศษผ้าเก่าๆ ชุ่มน้ำ และ… เชือกป่านเส้นเล็กๆ ตกอยู่เกลื่อนกลาด ราวกับมีคนพยายามยัดมันกลับเข้าไปในกระเป๋า แต่ทำตกไว้

พิมรีบปิดประตูห้อง 27 ล็อกมันกลับเหมือนเดิม เธอยืนพิงผนังทางเดิน หอบหายใจ ภาพในห้องนั้นติดตาเธอ เตียงที่ว่างเปล่า ห้องน้ำที่ล็อกไว้ และกระเป๋าเดินทางที่ดูหนักอึ้งใบนั้น

คืนนั้น พายุเข้า ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง พิมต้องอยู่ทำงานล่วงเวลา เพื่อช่วยเจ๊ตรวจสอบหน้าต่างตามห้องต่างๆ ที่ไม่มีแขกพัก

เธอเดินผ่านห้อง 27 ทุกอย่างดูเงียบสงบเหมือนเคย แต่เมื่อเธอเดินผ่านไป เธอได้ยิน… เสียง เสียงพูด เป็นเสียงผู้ชาย เสียงของคุณกฤต ทุ้มต่ำและเหนื่อยล้า

เขากำลัง… ร้องเพลง ไม่ใช่ เขากำลัง “ฮัมเพลงกล่อมเด็ก”

“นอนเถอะนะ… เด็กดี… อย่าร้องไห้…”

พิมหยุดกริบ เธอรู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง เขากล่อมใคร ในห้องนั้นไม่มีเด็ก เจ๊บอกว่าเขาพักคนเดียว

เธอค่อยๆ ย่อตัวลง มองลอดใต้ช่องประตู แสงสลัวๆ จากข้างใน ทำให้เธอเห็นเงา

เงาของคุณกฤต… กำลังนั่งอยู่บนพื้น โยกตัวไปมา แต่… มีเงาอีกเงาหนึ่ง เงาเล็กๆ เล็กมาก กำลังเคลื่อนไหวไปมา ขยับไปมาอย่างรวดเร็ว อยู่ข้างๆ เขา บนพื้น

พิมนอนไม่หลับในคืนนั้น ภาพเงาเล็กๆ ที่เคลื่อนไหวได้ กับเสียงเพลงกล่อมเด็กอันเย็นเยียบ ยังคงติดอยู่ในหัวของเธอ

วันรุ่งขึ้น พิมมาทำงานด้วยขอบตาดำคล้ำ เธอพยายามทำตัวตามปกติ พยายามไม่มองไปทางห้อง 27 แต่เธอก็ทำไม่ได้ ห้องนั้นเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่าง แรงดึงดูดอันมืดมิดและน่าสะพรึงกลัว

เธอเริ่มจับตามองคุณกฤตมากขึ้น อย่างลับๆ เธอแอบสังเกตเวลาที่เขาเอาน้ำไปส่งหน้าห้อง (เขาไม่เคยสั่งอาหารเลย) เขาดูซูบผอมลงทุกวันที่เธอเห็น ผิวของเขาซีดเผือด เหมือนคนไม่ได้โดนแสงแดดมานาน ดวงตาของเขาลึกโบ๋และว่างเปล่า

ความอยากรู้อยากเห็นของพิม กำลังกลายเป็นความหมกมุ่น เธอเริ่มตรวจสอบถุงขยะที่เขานำมาวางไว้หน้าห้องทุกตีสาม อย่างระมัดระวัง ในตอนแรก มันก็เป็นแค่ขยะธรรมดา กล่องอาหารสำเร็จรูปที่ว่างเปล่า (เขาสั่งอาหารจากข้างนอก แต่ให้คนส่งวางไว้ที่ล็อบบี้) ขวดน้ำพลาสติก

แต่ไม่กี่วันต่อมา เธอพบสิ่งผิดปกติ

ในถุงขยะสีดำมืด ใต้เศษอาหาร มีผ้าขนหนูผืนเล็กๆ เป็นผ้าขนหนูของโฮสเทล แต่มันถูกฉีกขาด และ… มันเปื้อนคราบสีเข้ม สีน้ำตาลอมแดง เหมือนเลือดเก่า

พิมกลั้นหายใจ เธอหยิบมันขึ้นมาดูใกล้ๆ ไม่ใช่แค่คราบเลือด มันมีกลิ่นคาวจางๆ และมีเส้นใยประหลาดติดอยู่ เหมือน… เส้นผม แต่ไม่ใช่เส้นผมมนุษย์ มันหยาบและแข็งกว่า

หัวใจเธอเต้นรัว เขากำลังทำอะไรข้างในนั้น เขาทำร้ายใคร หรือเขาทำร้ายตัวเอง

เธอรีบยัดผ้าผืนนั้นกลับเข้าไปในถุงขยะ ก่อนที่เจ๊จะมาเห็น ความกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจเธอ นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น บางที… คุณกฤตอาจจะเป็นอาชญากร อาจจะ… ซ่อนศพไว้ในห้องน้ำ

ความคิดนั้นทำให้เธอขยะแขยง แต่เธอก็สลัดมันทิ้งไปไม่ได้

คืนแล้วคืนเล่า เธอยังคงได้ยินเสียง เสียงน้ำไหลเบาๆ เสียงลากถู และบางครั้ง… เสียงเหมือนมีอะไรกระทบกัน “กริ๊ง… กริ๊ง…” เบาๆ เหมือนกระดิ่งลมเล็กๆ แต่ทำไมถึงมีกระดิ่งลมในห้องน้ำ

ความตึงเครียดในตัวพิมสูงขึ้น เธอเริ่มฝันร้าย ฝันเห็นเงาดำเล็กๆ นั้น มันคลานออกมาจากใต้ประตูห้อง 27 คลานมาหาเธอในความมืด เธอมักจะสะดุ้งตื่นกลางดึก เหงื่อท่วมตัว

เธออยากจะลาออก หนีไปจากที่นี่ แต่เธอก็ต้องการเงิน และอีกส่วนหนึ่งในใจ… เธอก็อยากรู้ความจริง

เธอต้องหาทางเข้าไปในห้องนั้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ เธอต้องแน่ใจว่าคุณกฤตไม่อยู่

โอกาสมาถึงเร็วกว่าที่คิด

บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่พิมกำลังเปลี่ยนผ้าปูที่นอนห้อง 25 เธอได้ยินเสียงเอะอะโวยวายที่ชั้นล่าง เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นรถพยาบาลจอดอยู่หน้าโฮสเทล

สักพัก เธอก็ได้ยินเสียงเจ๊ตะโกนเรียกชื่อเธอ “พิม! พิม! ลงมาช่วยกันหน่อย!”

พิมวิ่งลงไปดู ภาพที่เห็นทำให้เธอตกใจ คุณกฤต! เขากำลังนอนฟุบอยู่ที่โต๊ะในล็อบบี้ หน้าซีดเผือด เหงื่อแตกพลั่ก เขากำลังหายใจหอบ เหมือนคนกำลังจะขาดใจ

“เขา… เขาบอกว่าเจ็บหน้าอก” เจ๊พูดอย่างตื่นตระหนก “เขาเพิ่งลงมาจ่ายค่าห้อง… แล้วก็ล้มลงไปเลย”

พนักงานรถพยาบาลรีบเข้ามา พวกเขาประเมินอาการของคุณกฤตอย่างรวดเร็ว “เขาอาการไม่ดี ต้องรีบไปโรงพยาบาล” พวกเขาพยุงคุณกฤตขึ้นรถเข็น เขาดูอ่อนแรงมาก แต่ดวงตาของเขา… มันไม่ได้มองไปที่ทีมกู้ภัย มันมองจ้องกลับเข้าไปในโฮสเทล มองขึ้นไปชั้นบน ไปยังทิศทางของห้อง 27

สายตาของเขาเต็มไปด้วยความ… ไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความ “ตื่นกลัว” ราวกับว่าเขากำลังทิ้งบางสิ่งที่สำคัญ… หรือ “อันตราย” ไว้ข้างหลัง

“เดี๋ยวก่อน…” เขาพยายามพูด เสียงแหบพร่า “ผม… ผมต้องกลับขึ้นไป…” “ใจเย็นๆ ครับคุณ” พนักงานพูด “คุณต้องไปโรงพยาบาล”

พวกเขานำตัวเขาออกไป เสียงไซเรนดังขึ้นแล้วก็ค่อยๆ จางหายไป เจ๊ถอนหายใจยาว “เกือบไปแล้ว… ถ้าเขาตายที่นี่ ฉันซวยแน่” เจ๊หันไปหาพิม “เอาล่ะ… ไม่มีอะไรแล้ว กลับไปทำงานต่อ” “อ้อ… แล้วก็…” เจ๊ล้วงกุญแจห้อง 27 ออกมาจากลิ้นชัก (มันเป็นกุญแจดอกจริง ไม่ใช่คีย์การ์ด ที่คุณกฤตใช้) “เขาทำตกไว้น่ะ ตอนที่เขาล้ม” “เดี๋ยวเขาคงโทรมาบอกให้เราไปเอาของ” “แต่ระหว่างนี้… ล็อกห้องเขาไว้ให้ดีล่ะ” “ฉันไม่อยากให้มีปัญหาทีหลัง”

เจ๊ยื่นกุญแจให้พิม “เอาไปเก็บไว้ที่เคาน์เตอร์”

พิมรับกุญแจมา โลหะเย็นเฉียบอยู่ในมือเธอ นี่คือโอกาส โอกาสที่เธอรอคอย

เจ๊เดินกลับไปที่ห้องทำงานของเธอ พิมยืนนิ่งอยู่คนเดียวในล็อบบี้ ในมือของเธอคือกุญแจสู่ความลับ คุณกฤตไปโรงพยาบาลแล้ว เขาคงไม่กลับมาเร็วๆ นี้แน่

เธอกลืนน้ำลาย นี่คือการตัดสินใจที่เสี่ยงที่สุด ถ้าเธอถูกจับได้ เธอตกงานแน่ แต่ถ้าเธอไม่ทำ… เธอจะไม่มีวันได้รู้ความจริง

ความอยากรู้อยากเห็น และความรู้สึกไม่สบายใจอย่างรุนแรง มันผลักดันเธอ เธอกำกุญแจไว้แน่น แล้วเดินตรงไปที่บันได มุ่งหน้าสู่ชั้นสอง มุ่งหน้าสู่ห้อง 27

ทางเดินเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าของเธอ หัวใจเธอเต้นเหมือนกลองรัว เธอหยุดยืนอยู่หน้าประตู ทุกอย่างเหมือนเดิม เย็นและเงียบ

เธอไขกุญแจ เสียงกลไกดัง “แกร๊ก” เบาๆ เธอเปิดประตูเข้าไป

กลิ่น กลิ่นแรกที่ปะทะจมูกเธอ ไม่ใช่กลิ่นอับชื้น แต่เป็นกลิ่น… กลิ่นคาว กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่น… เหมือนโลหะ และกลิ่นน้ำเน่า

พิมปิดจมูก เธอก้าวเข้าไปข้างใน ห้องยังคงมืดเหมือนเดิม เตียงนอนยังคงตึงเปรี๊ยะ ไม่เคยถูกใช้งาน

สายตาของเธอจับจ้องไปที่ ประตูห้องน้ำ มันปิดอยู่ แต่คราวนี้… มันไม่ได้ล็อก

เธอรู้ได้ทันที เพราะมีแสงสลัวๆ ลอดออกมาจากช่องใต้ประตู และ… เสียง เสียงที่เธอคุ้นเคย เสียงน้ำกระเซ็น แต่คราวนี้มันดังกว่าเดิม เหมือนมีคนเปิดน้ำทิ้งไว้

พิมเดินช้าๆ เหมือนถูกสะกดจิต ตรงไปยังห้องน้ำ มือของเธอเอื้อมไปที่ลูกบิด มันเย็นเฉียบ เธอหมุนมัน…

ประตูห้องน้ำแง้มเปิดออกช้าๆ เสียงบานพับเสียดสีกันเบาๆ กลิ่น กลิ่นนั้นรุนแรงจนพิมแทบอาเจียน มันคือกลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้น ผสมกับกลิ่นเน่าเหม็นจางๆ และกลิ่นสนิมโลหะ มันเป็นกลิ่นที่เธอไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน กลิ่นแห่งความตาย

พิมใช้แขนเสื้อปิดจมูก เธอกลั้นหายใจ แล้วก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป

ภาพที่เห็น ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ ห้องน้ำ… มันไม่ได้สะอาด มันคือความโสโครก พื้นกระเบื้องสีขาว บัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำขุ่นๆ น้ำที่นองอยู่บนพื้น มันไหลมาจากสายฉีดชำระ ที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ปล่อยให้น้ำไหลเจิ่งนองพื้นตลอดเวลา นี่คือเสียงน้ำที่เธอได้ยินมาตลอดหลายสัปดาห์

แต่ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด คืออ่างอาบน้ำ อ่างอาบน้ำอะคริลิกเก่าๆ บัดนี้… มันเต็มไปด้วยน้ำ น้ำสีขุ่นคล้ำ เกือบดำ ส่งกลิ่นเหม็นเน่า และลอยฟ่องไปด้วย… เศษผ้า และเชือกป่าน เหมือนกับที่เธอเคยเห็นตกอยู่หน้าห้อง

แต่มีบางอย่าง… อยู่ “ใน” อ่างนั้น จมอยู่ใต้น้ำสีดำนั่น

พิมก้าวเข้าไปใกล้ขึ้น อย่างเชื่องช้า หัวใจของเธอเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก

กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเดินทางหนังสีดำใบใหญ่ ใบเดียวกับที่เธอเคยเห็นวางอยู่หน้าห้องน้ำ ตอนนี้ มันจมอยู่ในอ่างอาบน้ำ ถูกแช่อยู่ในน้ำเน่าเหม็นนั้น

และ… มันถูกล่ามไว้ โซ่เหล็กหนาๆ พันรอบกระเป๋า และคล้องไว้กับก๊อกน้ำ ล็อกไว้ด้วยแม่กุญแจขนาดใหญ่ กันสนิม

นี่คือสิ่งที่เขากำลังทำ นี่คือเหตุผลที่เขาต้องอยู่ในห้องน้ำ เขาไม่ได้ “อาบน้ำ” เขา… “เฝ้า” เขากำลังเฝ้ากระเป๋าใบนี้

ทำไม ทำไมต้องแช่มันไว้ในน้ำ ทำไมต้องล็อกมันไว้

พิมยืนนิ่ง เหมือนถูกแช่แข็ง ความสยดสยองเข้าครอบงำเธอ ข้างในนั้นมีอะไร อะไรที่ต้องถูก “กักขัง” ด้วยโซ่ และน้ำ

เธอเผลอถอยหลัง เท้าของเธอไปเหยียบอะไรบางอย่าง บนพื้นที่เปียกแฉะ มันสะท้อนแสงไฟสลัวๆ

เธอขยับเท้าออก ก้มลงมอง ท่ามกลางน้ำขุ่นๆ นั้น มีวัตถุเล็กๆ มันวาว ตกลงอยู่

มันคือล็อกเกต ล็อกเกตเงินอันเล็กๆ รูปหัวใจ สายสร้อยขาด เหมือนถูกกระชาก มันคงหลุดมาจากคุณกฤต ตอนที่เขาล้มลง

พิมยื่นมือที่สั่นเทา ค่อยๆ หยิบมันขึ้นมา ความเย็นของโลหะ กระทบผิวเธอ

ทันทีที่นิ้วของเธอสัมผัสล็อกเกต เสียงก็ดังขึ้น

“ตึง!”

ไม่ใช่เสียงจากข้างนอก มันดังมาจาก… ในอ่างอาบน้ำ

พิมสะดุ้ง จ้องมองไปที่กระเป๋าเดินทางใบนั้น มันขยับ มันขยับได้เอง!

“ตึง! ตึง! ตึง!”

กระเป๋าใบนั้น เริ่มกระแทกกับขอบอ่าง อย่างรุนแรง จาก “ข้างใน” ราวกับมีสิ่งมีชีวิต ที่ทรงพลัง ถูกขังอยู่ และมันกำลังพยายามพังออกมา

น้ำในอ่างกระฉอก สาดซัด เสียงโซ่เหล็กเสียดสีกัน ดังลั่นห้องน้ำ เสียงกระแทกนั้นหนักแน่น รุนแรง จนอ่างอาบน้ำเริ่มสั่นสะเทือน

พิมกรีดร้อง เสียงกรีดร้องดังลั่น เธอขว้างล็อกเกตในมือทิ้ง (แต่เธอไม่ได้ขว้าง มันยังอยู่ในกำมือเธอ) เธอหันหลัง วิ่ง วิ่งสุดชีวิต

เธอลื่นล้มลงบนพื้น น้ำสกปรกกระเด็น แต่เธอรีบลุกขึ้น คลาน หนี ออกจากห้องน้ำนั่น

“ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!”

เสียงกระแทกดังตามหลังเธอมา บ้าคลั่ง เหมือนสัตว์ป่า

พิมวิ่งออกจากห้อง 27 เธอไม่แม้แต่จะปิดประตู เธอวิ่งไปตามทางเดิน ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เธอต้องหนี หนีไปให้ไกลที่สุด

เธอวิ่งมาจนถึงสุดทางเดิน ตรงหน้าต่างบานใหญ่ เธอหยุด พิงผนัง หอบหายใจ ตัวสั่นเทิ้ม

ความเงียบ กลับมาเยือนอีกครั้ง เสียงจากห้อง 27 หยุดแล้ว

พิมค่อยๆ รู้สึกตัว เธอ… ยังปลอดภัย เธอมองไปรอบๆ ไม่มีใคร เจ๊ยังไม่รู้

เธอก้มมองมือตัวเอง มือที่ใช้ยันพื้น มือที่เปียกปอน

และเธอก็เห็น ในอุ้งมือที่กำแน่นของเธอ ล็อกเกตเงิน ยังคงอยู่ เธอไม่ได้ทิ้งมันไป

เธอมองมัน ด้วยความสับสนและหวาดกลัว วัตถุชิ้นเล็กๆ นี้ คืออะไร ทำไมมันถึงทำให้ “สิ่งนั้น” ในกระเป๋า คลุ้มคลั่งได้

นิ้วหัวแม่มือของเธอ สัมผัสโดนที่เปิด อย่างไม่ตั้งใจ

ล็อกเกตเปิดออก

ข้างใน มีรูปถ่ายเล็กๆ ซีดจาง เป็นรูปผู้ชายคนหนึ่ง กำลังยิ้ม ใบหน้าอ่อนโยน ไม่ใช่ใบหน้าที่ซีดเซียวเหมือนตอนนี้ เขากำลังอุ้มเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เด็กผู้หญิงที่กำลังยิ้มกว้าง มีความสุข

ผู้ชายในรูปนั้น คือคุณกฤต เมื่อหลายปีก่อน

พิมวิ่งหนี แต่เธอหนีความจริงที่เพิ่งเห็นไม่ได้ ภาพกระเป๋าเดินทางที่สั่นกระแทกในอ่างน้ำเน่า ล็อกเกตในมือที่ยังคงกำแน่น และรูปถ่ายของเด็กผู้หญิงคนนั้น

เธอไม่ได้บอกเจ๊ เธอไม่กล้าบอก ถ้าเธอบอกว่าเธอแอบเข้าห้องแขก เธอจะถูกไล่ออก แต่ที่สำคัญกว่านั้น… เธอกลัว กลัวว่าถ้าเธอพูดออกไป “สิ่งนั้น” จะรู้ และมันจะตามหาเธอ

เธอกลับไปที่ห้องพักพนักงาน ตัวสั่น เธอซ่อนล็อกเกตไว้ในกระเป๋าของเธอ ล้างหน้า พยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่เธอไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว

คุณกฤตกลับมาจากโรงพยาบาลในวันรุ่งขึ้น พิมแอบมองเขาจากหลังเคาน์เตอร์ เขาดูแย่ยิ่งกว่าเดิม ผิวซีดเหมือนกระดาษ ขอบตาดำคล้ำ เขาเดินเหมือนคนไร้วิญญาณ ตรงดิ่งกลับไปที่ห้อง 27 และขังตัวเองไว้ในนั้น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่พิมรู้ เธอรู้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้น และตอนนี้… เธอมั่นใจ คุณกฤตไม่ใช่คนป่วย เขาคือ “อาชญากร”

ความคิดนั้นชัดเจนขึ้นในหัวของเธอ สิ่งที่อยู่ในกระเป๋า มันดิ้นรน มันรุนแรง มันต้องเป็น… “เด็ก” เด็กที่ถูกลักพาตัวมา

นั่นคือเหตุผลที่เขาต้องซ่อนมันไว้ นั่นคือเหตุผลที่เขาต้องอยู่ในห้องน้ำ เพื่อกลบเสียง เสียงร้องไห้ เสียงกรีดร้อง เขาใช้เสียงน้ำไหล เพื่อกลบเสียงของเหยื่อ

ภาพเด็กผู้หญิงในล็อกเกต… นั่นอาจจะเป็นเหยื่อคนแรก หรืออาจจะเป็นลูกสาวของเขาเอง ที่เขาทนดูเธอตายไม่ได้ จนกลายเป็นบ้า และลักพาตัวเด็กคนอื่นมาทดแทน

ทุกอย่างเริ่มปะติดปะต่อในหัวของพิม ความกลัวของเธอ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความโกรธ และความรู้สึก… ที่ต้องรับผิดชอบ

เธอไม่ใช่แค่คนอยากรู้อยากเห็นอีกต่อไป เธอคือ “พยาน” พยานคนเดียว ที่รู้ความลับอันดำมืดในห้อง 27

เธอเริ่ม “เฝ้าดู” อย่างจริงจัง ทุกการเคลื่อนไหวของคุณกฤต ถูกจับตามอง ผ่านสายตาของพิม

เธอพบว่าเขาไม่เคยออกจากโฮสเทลเลย แม้แต่ก้าวเดียว เขาใช้ชีวิตทั้งหมด ในรัศมีสิบตารางเมตร ของห้องนั้น

อาหาร เขาจะโทรสั่งจากร้านเดิมๆ ซ้ำๆ และให้คนส่งของวางไว้ที่ล็อบบี้ เขาจะรอ จนกว่าพนักงานส่งของจะขับรถออกไปไกลแล้ว เขาถึงจะลงมารับกล่องอาหาร อย่างรวดเร็ว เหมือนหนูที่หวาดระแวง แล้วรีบกลับขึ้นห้องไป

พิมพยายามเข้าใกล้เขา เธอพยายามทำเป็นถูพื้นอยู่ใกล้ๆ ตอนที่เขาลงมารับอาหาร เธออยากเห็นแววตาเขา อยากค้นหาอะไรบางอย่าง

“คุณกฤต… สบายดีไหมคะ” เธอรวบรวมความกล้าถาม ในเย็นวันหนึ่ง

เขาสะดุ้ง เหมือนไม่คิดว่าจะมีคนกล้าคุยกับเขา เขาหันมามองเธอ ดวงตาของเขากลวงโบ๋ ไร้ความรู้สึก แต่เมื่อเขามองมาที่พิม พิมเห็นบางอย่าง บางอย่างที่วาบขึ้นมา… ความ “เกลียดชัง”

เขารู้ พิมรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว เขารู้ว่าเธอเคยเข้าไปในห้องนั้น เขามองเธอ เหมือนมองศัตรู

เขาไม่ตอบ เขาคว้ากล่องอาหาร แล้วเดินหนีไปทันที ก้าวเร็วๆ กลับไปยังที่หลบภัยของเขา ห้อง 27

คืนนั้น พิมฝันร้ายอีกครั้ง เธอฝันเห็นอ่างอาบน้ำ แต่น้ำในอ่าง กลายเป็นสีแดง สีแดงสด และมีมือเล็กๆ มือของเด็ก ซีดขาว โผล่พ้นน้ำขึ้นมา กวักมือเรียกเธอ “ช่วยด้วย… ช่วยหนูด้วย…”

พิมสะดุ้งตื่น เหงื่อท่วมตัว เสียงนั้น… เสียงในฝัน มันยังคงก้องอยู่ในหู

เธอทนไม่ไหวแล้ว เธอต้องทำอะไรสักอย่าง เธอไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นต่อไปได้ ถ้ามีเด็กถูกขังอยู่ในนั้นจริงๆ เธอต้องช่วย

เธอตัดสินใจ เธอจะหาหลักฐาน หลักฐานที่จะมัดตัวเขา หลักฐานที่จะทำให้ตำรวจเชื่อเธอ

เธอเริ่มค้นหาข้อมูลของคุณกฤต แต่เธอไม่มีนามสกุล เธอมีแค่ชื่อ “กฤต” และล็อกเกต ล็อกเกตที่เป็นรูปเขากับเด็กผู้หญิง

เธอพลิกล็อกเกตไปมา ในห้องพักพนักงานที่เงียบสงัด เธอมองหารอยสลัก หรืออะไรก็ได้ และเธอก็เห็นมัน

ที่ด้านหลังของล็อกเกต มีตัวอักษรเล็กๆ สลักไว้ จางมาก แทบมองไม่เห็น “กฤต และ มินตรา” “ตราบชั่วนิรันดร์”

มินตรา… เด็กผู้หญิงในรูป ชื่อ มินตรา

พิมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา นิ้วสั่น เธอพิมพ์ชื่อ “กฤต” “มินตรา” และคำว่า “หาย”

ผลการค้นหา ปรากฏขึ้นช้าๆ และสิ่งที่เธอเห็น ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ

ข่าว ข่าวพาดหัวตัวเล็กๆ จากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เมื่อห้าปีก่อน

“โศกนาฏกรรมน่าสะเทือนใจ เด็กหญิงจมน้ำเสียชีวิต พ่อรอดปาฏิหาริย์”

พิมคลิกเข้าไปอ่าน เนื้อข่าวบรรยายถึงอุบัติเหตุทางเรือ ในวันที่ฝนตกหนัก เรือเล็กของสองพ่อลูกล่ม ผู้เป็นพ่อ “นายกฤต ชัยสวัสดิ์” ถูกพบเกือบหมดสติ เกาะซากเรือลอยอยู่ แต่ร่างของลูกสาว “เด็กหญิงมินตรา ชัยสวัสดิ์” วัย 7 ขวบ จมหายไป พบศพในอีกสามวันต่อมา

พิมนั่งนิ่ง โทรศัพท์เกือบหลุดจากมือ นี่… นี่มันอะไรกัน มินตรา… ตายไปแล้ว ตายไปเมื่อห้าปีก่อน

แล้ว… ถ้ามินตราตายแล้ว…

เสียงกรีดร้องในฝันของเธอ ก็ไม่ใช่เสียงของมินตรา

แล้ว “อะไร” ที่กำลังส่งเสียงร้อง อยู่ในกระเป๋าเดินทางใบนั้น

มินตราตายแล้ว… คำสี่คำนี้ หมุนวนอยู่ในหัวของพิม เหมือนเสียงสะท้อนในบ่อน้ำลึก ถ้ามินตราตายไปเมื่อห้าปีก่อน… แล้ว “อะไร” อยู่ในกระเป๋าใบนั้น “อะไร” ที่ดิ้นรน “อะไร” ที่ทำให้คุณกฤตต้องขังตัวเองไว้ในห้องน้ำ “อะไร” ที่เขากำลัง “กล่อม” ทุกคืน

ความจริงข้อนี้ น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความคิดที่ว่าเขาเป็นฆาตกร ฆาตกร… ยังเป็นมนุษย์ แต่สิ่งนี้… มันไม่ใช่

พิมกลับไปทำงาน แต่เธอเหมือนคนละคน เธอระแวดระวัง ทุกเสียง ทุกเงา โดยเฉพาะ… เสียงจากห้อง 27

เสียงมันเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีแค่เสียงน้ำไหล หรือเสียงกระแทก “ตึง ตึง” อีกแล้ว ในความเงียบสงัดของค่ำคืน พิมเริ่มได้ยินเสียงอื่น เสียง… “ซวบ… ซวบ…” เบาๆ เหมือนเสียง… การดูด หรือการเคี้ยว เปียกแฉะ ชวนขยะแขยง

และที่น่ากลัวที่สุด… เสียงหัวเราะ เสียงหัวเราะคิกคัก เบาๆ เหมือนเสียงเด็กผู้หญิง แต่มัน… บิดเบี้ยว เปียกชื้น เหมือนดังลอดออกมาจากใต้น้ำ มันดังขึ้นมาเป็นพักๆ สลับกับเสียง “ซวบ” นั่น

พิมพยายามไม่สนใจ เธอพยายามบอกตัวเองว่าหูแว่ว แต่เธอก็รู้ว่ามันคือเรื่องจริง “สิ่งนั้น” ในห้อง 27 มันกำลัง “กิน”

เธอเริ่มสังเกตถุงขยะของคุณกฤตอีกครั้ง คราวนี้ เธอพบสิ่งที่ต่างออกไป ยังมีผ้าเปื้อนเลือด (ตอนนี้เธอรู้แล้ว… ว่ามันคือเลือดของคุณกฤตเอง เขาไม่ได้ทำร้ายใคร เขา “ป้อน” มัน)

แต่ที่เพิ่มมา คือห่อกระดาษเล็กๆ ที่บรรจุ… เกลือ เกลือทะเลหยาบ จำนวนมาก ราวกับว่าเขาพยายามใช้มันเพื่อ “ชำระล้าง” หรือ “กัก” อะไรบางอย่าง

และ… เศษสมุนไพรแห้งๆ กลิ่นฉุน ที่เธอไม่รู้จัก ตกเกลื่อนกลาดปนกับเศษอาหาร เหมือนของที่ใช้ในพิธีกรรม

พิมแน่ใจแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องของคนบ้า นี่คือเรื่องของ “ไสยศาสตร์” คุณกฤตไม่ได้ลักพาตัวใคร เขา… “เลี้ยง” เขากำลังเลี้ยงอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัว และมันกำลังเติบโต

คุณกฤตเอง ก็ดูเหมือนกำลังถูกสูบฉีดชีวิต ทุกครั้งที่พิมเห็นเขา (ซึ่งน้อยลงทุกที) เขาดูซีดเซียวลง ผอมจนหนังหุ้มกระดูก เหมือนร่างที่กำลังจะสลาย เขาคือ “นักโทษ” ที่ถูกพันธนาการโดยสิ่งที่เขาเลี้ยง

เย็นวันหนึ่ง เขาลงมารับอาหาร พิมสังเกตเห็นมือของเขา มือข้างหนึ่งพันด้วยผ้าพันแผล ผ้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสด มันหยดลงบนพื้นล็อบบี้ เป็นทางเล็กๆ

ครั้งนี้ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของเขา ไม่ใช่ความเกลียดชัง มันคือความ… “อ้อนวอน”

เขากำลังขอความช่วยเหลือ เขาติดอยู่ เขาหนีไม่ได้ เขากำลังถูก “สิ่งนั้น” กัดกิน จากข้างใน

พิมกลืนน้ำลาย ความสงสาร และความสยดสยอง ตีกันในใจ เธออยากช่วย แต่เธอจะช่วยยังไง เธอจะสู้กับ “อะไร”

ความคิดบ้าๆ แวบเข้ามาในหัวของเธอ ถ้า “สิ่งนั้น” ถูกกักไว้ในน้ำ… ถ้ามันต้องการความชื้น… ถ้ามันอ่อนไหวต่อสิ่งรบกวน…

เธอต้องลอง เธอต้องรู้ว่ามันคืออะไร เธอต้อง “ยั่ว” มัน

คืนนั้น หลังจากเจ๊กลับไปแล้ว โฮสเทลเงียบสงัด มีเพียงพิม และความมืด

เธอรอ จนกระทั่งได้ยินเสียง เสียงฮัมเพลงกล่อมเด็ก แผ่วเบา ลอยออกมาจากห้อง 27 ตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก เปียกแฉะ

เธอกลั้นหายใจ เดินไปที่ตู้ควบคุมไฟฟ้า ที่อยู่สุดทางเดิน มือของเธอสั่น เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมออกมา

เธอรู้ว่าเบรกเกอร์ตัวไหน คือของห้อง 27 (เธอจงใจจำมันไว้ตั้งแต่ตอนซ่อมท่อน้ำ)

“ขอโทษค่ะ คุณกฤต” เธอพึมพำ “ขอโทษค่ะ มินตรา”

แล้วเธอก็สับสวิตช์ลง

“แกร๊ก”

ไฟฟ้าของห้อง 27 ดับสนิท เสียงฮัมเพลง เสียงน้ำไหล เสียงหัวเราะคิกคัก ทุกอย่าง… หยุดกึก ทันที

ทางเดินตกอยู่ในความเงียบ เงียบ …จนน่ากลัว หนึ่งวินาที สองวินาที สามวินาที

แล้วมันก็เกิดขึ้น

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!”

เสียงกรีดร้อง ดังทะลุออกมาจากประตูห้อง 27 มันไม่ใช่เสียงคุณกฤต มันไม่ใช่เสียงเด็ก มันคือเสียง… ที่แหลมสูง โหยหวน แหบพร่า เหมือนเสียงของสิ่งที่คอถูกฉีกกระชาก เสียงของความเกรี้ยวกราด ที่ถูกปลดปล่อย

“เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!”

พร้อมกับเสียงกรีดร้องนั้น หลอดไฟบนทางเดิน ทุกดวง กระพริบอย่างบ้าคลั่ง แล้วก็… ระเบิด แตกกระจาย เศษแก้ว สาดใส่พิม ที่ยืนตัวแข็งทื่อ ความมืด เข้าครอบคลุมทางเดิน ทันที

พิมยืนอยู่กลางความมืดมิด ท่ามกลางเศษแก้ว หัวใจหยุดเต้น เธอได้ยินเสียง

“ปัง!”

ประตูห้อง 27 มันไม่ได้ถูกเปิด มันถูก “กระแทก” จนพัง เปิดอ้าออก

ข้างในคือความมืด มืดสนิท ยิ่งกว่าทางเดิน แต่พิมได้ยินมัน

เสียง “ซวบ… ซวบ… ซวบ…”

เสียงเปียกแฉะ ที่เธอคุ้นเคย แต่ตอนนี้ มันไม่ได้อยู่ในห้องน้ำแล้ว มันกำลัง… เคลื่อนที่ มันกำลัง “คลาน” ออกมา ช้าๆ มุ่งหน้า… มาที่ประตู

พิมยืนตัวแข็งทื่อในความมืด ทางเดินมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ จากหน้าต่างสุดทางเดิน ที่ส่องให้เห็น เงา เงาที่กำลังคืบคลาน ออกมาจากห้อง 27

มันไม่ใช่เงาของมนุษย์ มันไม่มีรูปร่างที่ชัดเจน มันเป็น… ก้อนเนื้อ มวลสารสีดำ เปียกโชก เกาะเกี่ยวกัน เหมือนสาหร่าย เหมือน… เส้นผม เส้นผมจำนวนมหาศาล ที่พันกันยุ่งเหยิง และ “คลาน” เหมือนงู เหมือนตะขาบ เสียง “ซวบ ซวบ” คือเสียงที่มันลากตัวเอง ไปบนพรม ทิ้งร่องรอย เป็นเมือกสีดำ กลิ่นคาว และกลิ่นเน่าเหม็น ตลบอบอวลไปทั่ว

“กลับไป…” เสียงแหบพร่า ดังขึ้น ตัดผ่านความเงียบ

คุณกฤต เขาปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูห้อง 27 ในมือของเขา ถือ… มีด มีดทำครัวเล่มเล็ก ที่เขาใช้หั่นอาหาร

เขาดูเหมือนโครงกระดูกเดินได้ ตาเบิกกว้าง จ้องมอง “ก้อนมวลสาร” นั้น ด้วยความหวาดกลัว และเหนื่อยล้า สุดขีด

“กลับไปเดี๋ยวนี้!” เขาตะโกน เสียงสั่น

ก้อนมวลสารนั้นหยุดชะงัก มัน “หัน” (แม้ว่ามันจะไม่มีหัว) มาทางคุณกฤต แล้วเสียงหัวเราะคิกคัก อันน่าขนลุกนั้น ก็ดังขึ้นอีกครั้ง มันดังมาจาก “ข้างใน” มวลนั้น “หิว… พ่อจ๋า… หิว…”

มันคือเสียงของมินตรา แต่บิดเบี้ยว ชั่วร้าย มันไม่ใช่ลูกสาวของเขาอีกต่อไป

“แกไม่ใช่มินตรา!” คุณกฤตคำราม เขาชูมีดขึ้น “เธอกินพ่อจนจะหมดตัวแล้ว… พอกันที!”

เขากระโจนเข้าใส่ ใช้มีดในมือ แทง ลงไปกลางมวลสีดำนั้น

“กรี๊ดดดดดดดดด!”

เสียงกรีดร้องบาดแก้วหู ดังสะท้อนไปทั่ว ไม่ใช่เสียงเด็ก แต่เป็นเสียงโหยหวน ของปีศาจ มวลสีดำนั้น สะดุ้ง เส้นผมเหล่านั้น พุ่งขึ้น เหมือนหนวด พันรอบแขนของคุณกฤต

“อ๊ากกก!” เขาร้อง มีดหลุดจากมือ เขาล้มลง มวลสีดำนั้น คืบคลาน ทับร่างของเขา มันกำลัง… “ห่อหุ้ม” เขาไว้

พิม ที่ยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมด เหมือนตกอยู่ในฝันร้าย ในที่สุด เธอก็ขยับตัวได้ ความกลัว ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณ เอาตัวรอด

เธอหันหลัง วิ่ง วิ่งหนี ไปทางบันได เธอต้องลงไปข้างล่าง เธอต้องโทรหาตำรวจ เธอต้องหนีออกจากที่นี่

“ซวบ! ซวบ! ซวบ!”

เสียงนั้น มันตามมา เร็วกว่าที่เธอคิด! มันปล่อยคุณกฤต (ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น) และตอนนี้ เป้าหมายของมัน คือ “เธอ”

“อาหารใหม่…” เสียงนั้นกระซิบ ดังอยู่ในหัวของพิม “อาหารสด… หอมหวาน…”

พิมกรีดร้อง เธอวิ่งไม่คิดชีวิต เธอรู้สึกได้ถึง ไอเย็น ความชื้นแฉะ ที่กำลังไล่ตามหลังมา มันเกือบจะถึงตัวเธอแล้ว

เธอกระโจน ลงบันได เกือบจะตก แต่เธอก็ทรงตัวไว้ได้ เธอวิ่งผ่านล็อบบี้ที่มืดมิด มุ่งหน้าไปที่ประตูหน้า

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เธอตะโกน แต่ไม่มีใครได้ยิน โฮสเทล มีแค่เธอ กับ “มัน”

เธอกำลังจะถึงประตู มือของเธอ กำลังจะเอื้อมไปที่ลูกบิด

“แกร๊ก”

ไฟ ไฟทั้งโฮสเทล กลับมาสว่างวาบ ทันที เจิดจ้า จนพิมต้องหรี่ตา

เธอหันกลับไปมอง ที่บันได ไม่มีอะไร เงาสีดำ มวลสารนั้น หายไปแล้ว

ทุกอย่างกลับสู่ปกติ อย่างกะทันหัน ราวกับว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“คุณกฤต…” พิมพึมพำ เขายังอยู่ข้างบน เขาอาจจะตายแล้ว “สิ่งนั้น” ฆ่าเขาแล้ว

เธอกำลังจะโทรศัพท์ แต่แล้ว…

“พิม” เสียงเรียก ทุ้มต่ำ และเย็นชา ดังมาจากข้างหลังเธอ

พิมค่อยๆ หันกลับไป เจ๊ เจ๊เจ้าของโฮสเทล ยืนอยู่ที่นั่น หน้าห้องทำงานของเธอ (ที่มืดสนิท)

เจ๊ไม่ได้มองพิม เจ๊กำลังมอง… เลยผ่านพิมไป มองไปที่บันไดชั้นบน

“แกทำให้มันตื่น” เจ๊พูด เสียงเรียบ ไร้อารมณ์ “แกทำผิดกฎ”

พิมสับสน “เจ๊… เจ๊เห็นเหรอคะ… เมื่อกี้… มัน… คุณกฤต…”

“ฉันเห็นทุกอย่าง” เจ๊ตัดบท “ฉันรู้เรื่องคุณกฤตมาตลอด”

พิมตกตะลึง “รู้… รู้เหรอคะ” “แล้วทำไมเจ๊ถึง…”

“เขาจ่ายเงินดี” เจ๊พูด “เขาจ่ายเป็นสองเท่า เพื่อเช่า ‘ความสงบ’ เขาขอแค่ที่ที่ ‘มัน’ จะได้อยู่อย่างปลอดภัย ที่ที่มันจะได้ ‘กิน’ อย่างเงียบๆ”

พิมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “เจ๊… เจ๊หมายความว่า เจ๊ปล่อยให้เขา ‘เลี้ยง’ ไอ้ตัวประหลาดนั่น ในโฮสเทลนี้เหรอ!”

เจ๊หันมามองพิม ดวงตาของเธอ เย็นชา เหมือนน้ำแข็ง “มันไม่ใช่ตัวประหลาด” “มันคือ ‘ลูกค้า’ เหมือนกัน”

“และตอนนี้” เจ๊พูดต่อ “เพราะแก เพราะความอยากรู้อยากเห็นของแก คุณกฤต… บาดเจ็บ และความสมดุล… ก็ถูกทำลาย”

“มัน ‘ตื่น’ เต็มที่แล้ว พิม” “และมัน… ‘หิว’ มาก”

พิมถอยหลัง เธอไม่เข้าใจ เจ๊พูดเหมือน… เธอไม่ได้กลัว “สิ่งนั้น” เธอกำลัง… “ปกป้อง” มัน

“เจ๊… เป็นบ้าไปแล้วเหรอ”

“ฉันทำธุรกิจ” เจ๊พูด “และคุณกฤต คือลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของฉัน เขาจ่าย… ไม่ใช่แค่ด้วยเงิน”

เจ๊ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่น่าขนลุกที่สุด ที่พิมเคยเห็น “เขาจ่าย… ด้วย ‘ชีวิต’ ของเขาเอง ทีละน้อย เพื่อแลกกับการที่ ‘มัน’ จะได้อยู่ที่นี่”

“และตอนนี้” เจ๊ชี้ไปที่พิม “แกต้องชดใช้ สิ่งที่แกทำ”

พิมกำลังจะวิ่ง แต่ทันใดนั้น เธอรู้สึกเจ็บแปลบ ที่ข้อเท้า

เธอก้มลงมอง เส้นผม เส้นผมสีดำ เปียกแฉะ เส้นเดียว แต่แข็งเหมือนลวด มันพันรอบข้อเท้าเธอ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ มันเลื้อยออกมาจากใต้เคาน์เตอร์ และมันกำลัง… ดึง ดึงเธอ กลับเข้าไป ในความมืด

พิมวิ่ง เธอวิ่งโดยไม่หันกลับไปมอง เสียงกรีดร้องของเจ๊ และภาพอันน่าสะพรึงกลัวนั้น ยังคงก้องอยู่ในหัว เธอวิ่งจนหมดแรง จนมาถึงถนนใหญ่ เธอโบกรถคันแรกที่ผ่านมา และหนี หนีออกจากเมืองนั้น ให้ไกลที่สุด

เธอไม่ได้แจ้งตำรวจ เธอจะบอกพวกเขาว่าอะไร บอกว่ามีเงาดำ กินคน ในโฮสเทลราคาถูกน่ะหรือ พวกเขาจะหาว่าเธอบ้า หรือแย่กว่านั้น พวกเขาอาจจะไปที่นั่น และ “ปลุก” มันขึ้นมาอีกครั้ง

พิมซ่อนตัว เธอไปอาศัยอยู่กับญาติห่างๆ ในจังหวัดอื่น ที่ไกลออกไป เธอพยายามลืม พยายามใช้ชีวิตปกติ พยายามบอกตัวเองว่า มันคือฝันร้าย ฝันร้ายที่จบไปแล้ว

แต่เธอรู้ ว่ามันไม่ใช่ความฝัน หลักฐาน ยังคงอยู่กับเธอ

ล็อกเกตเงิน รูปหัวใจ เธอยังเก็บมันไว้ มันคือสิ่งเดียว ที่เชื่อมโยยงเธอกับคุณกฤต และมินตรา

เธอจ้องมองมัน ในห้องนอนเล็กๆ ที่ปลอดภัย ของเธอ เธอจ้องมองรอยยิ้ม ที่มีความสุข ของพ่อลูกคู่หนึ่ง ก่อนที่โศกนาฏกรรม จะพรากทุกอย่างไป

คำถาม ยังคงค้างคาใจ คุณกฤต… เขาทำไปทำไม เขาไปยุ่งเกี่ยวกับ “สิ่งนั้น” ได้อย่างไร

ความอยากรู้อยากเห็น ที่เกือบจะฆ่าเธอ มันกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ มันไม่ใช่ความคึกคะนอง มันคือความต้องการ ที่จะ “เข้าใจ”

เธอต้องรู้ความจริง เธอต้องรู้เรื่องราว ทั้งหมด

พิมใช้เวลาหลายสัปดาห์ ค้นคว้า ในห้องสมุดประชาชน และบนอินเทอร์เน็ต เธอค้นหา เรื่องราวเกี่ยวกับ “กฤต ชัยสวัสดิ์” และ “มินตรา”

เธอพบ มากกว่าข่าวอุบัติเหตุ เธอพบ… บล็อกเก่าๆ ที่ถูกทิ้งร้าง เป็นบล็อก ของคุณกฤต

มันเริ่มต้น อย่างมีความสุข เขาเขียนเกี่ยวกับลูกสาว ความสุขของเขา ความรักของเขาที่มีต่อมินตรา แต่แล้ว… หลังวันเกิดครบรอบเจ็ดขวบ ของมินตรา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

มินตราป่วย ป่วยหนัก ด้วยโรคร้าย ที่ไม่มีทางรักษา หมอบอกว่าเธอ มีเวลาอีกไม่กี่เดือน

คุณกฤตใจสลาย เขาเขียนว่า เขา “ยอมทำทุกอย่าง” เพื่อช่วยลูกสาว เขาเริ่มค้นคว้า เกี่ยวกับ “ทางเลือกอื่น”

และนั่นคือจุดเริ่มต้น ของความมืด เขาเริ่มเขียนถึง “ตำราโบราณ” “พิธีกรรม” “การต่อชีวิต”

เขาเขียนถึง “การเรียกวิญญาณ” การใช้ “พลังชีวิต” เพื่อหล่อเลี้ยง สิ่งที่กำลังจะดับสูญ

พิมอ่าน ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เธอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว เขาไม่ได้พยายาม จะ “ชุบชีวิต” มินตรา หลังจากที่เธอตาย

ไม่ เขาพยายาม ที่จะ “รั้ง” เธอไว้ “ก่อน” ที่เธอจะตาย

เขาทำพิธี ในวันที่พายุเข้า วันที่เกิด “อุบัติเหตุ” ที่โรงพยาบาล

เขาไม่ได้พาลูกสาวไปล่องเรือ เขา “หนี” เขาพามินตรา หนีออกจากโรงพยาบาล ในสภาพที่เธอ… ใกล้จะหมดลม

เขาทำพิธี ในกระท่อมร้าง ริมน้ำ เขาเรียก “บางสิ่ง” จากความมืด จากใต้น้ำ เขาคิดว่า เขากำลังเรียก “เทพ” ที่จะช่วยรักษาลูกสาว

แต่สิ่งที่เขาเรียกมา มันไม่ใช่เทพ มันคือ “ความหิวโหย” มันคือ “ปรสิต” โบราณ ที่อาศัยอยู่ ในความมืด และความชื้น

พิมจำได้ เศษผ้า และเชือกป่าน ที่เธอเห็น ในอ่างอาบน้ำ และที่หน้าห้อง 27

เธอค้นหาต่อ และเธอพบมัน ภาพถ่ายเก่าๆ จากบทความ เกี่ยวกับไสยศาสตร์พื้นบ้าน

มันคือ “ตุ๊กตาเซ่นไหว้” ที่ใช้ในพิธี “ผูกวิญญาณ” พวกเขาใช้เศษผ้า เชือกป่าน และ “เส้นผม” ของเหยื่อ เพื่อสร้าง “ร่าง” ให้วิญญาณ สิงสถิต

คุณกฤต ไม่ได้ทำตุ๊กตา ให้มินตรา เขาทำ “ร่างใหม่” ให้เธอ

แต่มีบางอย่าง ผิดพลาด ร้ายแรง

สิ่งที่ตอบรับ คำอ้อนวอนของเขา มันไม่ใช่ วิญญาณของมินตรา ที่อ่อนโยน มันคือ “สิ่งนั้น” ที่สวมรอย เป็นลูกสาวของเขา มันใช้ความรัก และความสิ้นหวัง ของเขา เป็น “เหยื่อล่อ”

มัน “กิน” วิญญาณของมินตรา เข้าไป และสวมรอย เป็นเธอ ใช้เสียงของเธอ ความทรงจำของเธอ เพื่อ “ผูกมัด” คุณกฤตไว้

พิมปิดคอมพิวเตอร์ เธอหนาวสั่น ทั้งที่อากาศ ไม่ได้เย็น

นี่คือความจริง ความจริง ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า

คุณกฤต ไม่ได้เลี้ยง “ปีศาจ” เขาถูก “ปีศาจ” หลอกลวง เขาคิดว่าเขากำลัง ปกป้อง ลูกสาว แต่เขากลับกำลัง “ป้อนอาหาร” ให้กับสิ่งที่ ฆ่าลูกสาวของเขา

ตลอดห้าปี เขาถูกขัง ไม่ใช่โดยโซ่ตรวน แต่โดย “ความรัก” และความ “รู้สึกผิด”

เขาพามัน ไปที่โฮสเทล (สถานที่ที่มินตราเคยชอบ เพราะมีสระน้ำเก่าๆ อยู่ด้านหลัง) เขาพยายาม ซ่อนมันไว้ ในที่ชื้น (ห้องน้ำ) ป้อนมัน ด้วยเลือดของเขา เพื่อไม่ให้มัน ออกไปทำร้ายคนอื่น

เขาคือ “ผู้คุม” และ “นักโทษ” ในเวลาเดียวกัน

ความจริง หนักอึ้ง เหมือนหินถ่วง มันกดทับพิม จนเธอแทบหายใจไม่ออก

หลายสัปดาห์ ผ่านไป เธอกลายเป็นคนเงียบขรึม เธอมองโลก ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เธอเห็นความมืด ที่ซ่อนอยู่ ใต้เปลือกนอก ที่ดูปกติ

เธอฝัน เธอยังคงฝันร้าย แต่ไม่ใช่ฝัน เห็นเงาดำ หรืออ่างอาบน้ำสีเลือด

เธอฝันเห็น คุณกฤต เขายืนอยู่ ในความมืด ใบหน้าของเขา ไม่ได้ซีดเซียว ด้วยความกลัว อีกต่อไป แต่เต็มไปด้วย ความเศร้า ความเหนื่อยล้า ที่ลึก จนไม่มีก้นบึ้ง

เขาไม่ได้มองเธอ เขากำลังมองหา มองหาลูกสาว มินตรา คนที่เขา สูญเสียไป สองครั้ง ครั้งแรก ให้กับความตาย ครั้งที่สอง ให้กับปีศาจ ที่เขาทะเยอทะยาน เรียกมันมา

พิมตื่นขึ้นมา พร้อมกับน้ำตา เธอไม่ใช่ เด็กสาวขี้สงสัย อีกต่อไปแล้ว เธอคือ ผู้รอดชีวิต ที่แบกรับ ความลับ ของชายคนหนึ่ง ที่ถูกความรัก ทำลาย

เธอหยิบล็อกเกต ขึ้นมาดู รูปของกฤต และมินตรา ที่กำลังยิ้ม

“คุณกฤต…” เธอพึมพำ “คุณ… เสียสละ เพื่อฉัน คุณช่วยชีวิตฉันไว้”

ภาพสุดท้าย ที่โฮสเทล ผุดขึ้นมา ชัดเจน

ตอนที่ “สิ่งนั้น” กำลังจะจับตัวเธอ ตอนที่เจ๊ เปิดเผยตัวตน ที่แท้จริง

คุณกฤต ที่เธอนึกว่า สลบไปแล้ว เขาใช้ แรงเฮือกสุดท้าย เขาไม่ได้ ลุกขึ้นมา สู้

เขา… คลาน เขาคลานไปที่ ห้องน้ำ ที่มืดมิด ของห้อง 27 ที่ซึ่ง กระเป๋าเดินทาง (ที่ตอนนี้ ว่างเปล่า) ยังคงถูกล่ามโซ่ อยู่ในอ่าง

เขาเปิด ก๊อกน้ำ เขาหยิบ บางอย่าง ออกมาจาก กระเป๋าเสื้อ

มันคือ ขวดเล็กๆ ขวดน้ำมัน และ ไฟแช็ก

เขาทำ ในสิ่งที่เขา ไม่กล้าทำ มาตลอดห้าปี เขาเลือก ที่จะ “จบ” มัน

เขาไม่ได้ สู้กับมัน เขา “ทำลาย” บ้านของมัน ทำลาย “ที่สิงสถิต” ของมัน

“สิ่งนั้น” ที่กำลัง คลานไล่ตามพิม ในล็อบบี้ มันกรีดร้อง เสียงดังลั่น ไม่ใช่ เสียงของ ความโกรธ แต่เป็น ความ “เจ็บปวด”

มัน ถูกดึง ถูกกระชาก กลับไป มันต้องกลับไป ปกป้อง “แก่น” ของมัน ที่กำลัง ถูกทำลาย

นั่นคือ โอกาส ที่ทำให้พิม หนีรอด ออกมาได้

คุณกฤต ไม่ได้ตั้งใจ จะช่วยเธอ เขาแค่ กำลัง ปลดปล่อย ตัวเอง และวิญญาณ ของลูกสาว

เขาเลือก ที่จะเผชิญหน้า กับความจริง ว่ามินตรา ไม่อยู่แล้ว และสิ่งที่เขา “เลี้ยง” มาตลอด คือ ปีศาจร้าย

การเสียสละ ของเขา ทำให้พิม รอดชีวิต

พิมนั่งนิ่ง เธอกำล็อกเกต ไว้แน่น เธอรู้แล้ว ว่าเธอ ต้องทำอะไร

เรื่องนี้ ยังไม่จบ มันจะยังไม่จบ ตราบใดที่ ล็อกเกตนี้ ยังอยู่กับเธอ ตราบใดที่ ความทรงจำ ของมินตรา ยังถูก “ผูกมัด” ไว้กับ ความสยดสยองนี้

“สิ่งนั้น” มันอาจจะ ถูกทำลาย (หรืออาจจะแค่ บาดเจ็บ) แต่ “บ่วง” ยังอยู่

พิม คือ “พยาน” คนสุดท้าย ที่ยังมีชีวิต เธอคือคน ที่รู้เรื่องราว ทั้งหมด

เธอต้อง “ปลดปล่อย” พวกเขา ปลดปล่อย คุณกฤต จากความรู้สึกผิด และปลดปล่อย มินตรา จากความทรงจำ ที่ถูก ปีศาจ ย่ำยี

เธอตัดสินใจ เธอจะกลับไป ไม่ใช่ กลับไปที่ โฮสเทล นรกนั่น

เธอจะไป ในสถานที่ ที่ทุกอย่าง เริ่มต้น และ จบลง

เธอจะไป ที่แม่น้ำ ที่ซึ่ง มินตรา จมหายไป เมื่อห้าปีก่อน

พิมใช้เวลาเดินทางเกือบสองวัน เธอกลับไปที่ เมืองเล็กๆ เมืองที่โศกนาฏกรรม ได้เริ่มต้นขึ้น เธอไม่ไปที่โฮสเทล (เธอได้ข่าวว่า มันถูกไฟไหม้ ในคืนนั้น แต่ต้นเพลิง ไม่แน่ชัด ตำรวจพบ ซากศพไหม้เกรียม สองศพ ที่คาดว่า เป็นเจ้าของ และแขกที่พัก …คดีถูกปิดไปแล้ว)

พิมไม่สนใจ เป้าหมายของเธอ คือแม่น้ำ แม่น้ำสายเดียวกับ ในข่าว ที่มินตรา จมหายไป

มันเป็นบ่าย วันที่อากาศแจ่มใส แม่น้ำ ดูสงบ สวยงาม และกว้างใหญ่ ยากที่จะเชื่อว่า สถานที่แห่งนี้ คือจุดเริ่มต้น ของความสยดสยอง

พิมเดินไปที่ สะพานไม้เก่าๆ ที่ทอดยาว ออกไป เธอยืนอยู่ กลางสายน้ำ ลมพัดเบาๆ ทุกอย่าง เงียบสงบ

เธอหยิบล็อกเกต ออกมา ครั้งสุดท้าย เธอมองหน้า คุณกฤต และมินตรา

“ฉันเข้าใจแล้ว” พิมกระซิบ เสียงเบา จนแทบ ไม่ได้ยิน “ฉันเข้าใจ ความรัก ของคุณแล้ว คุณกฤต”

ความรัก ที่ยิ่งใหญ่ จนบิดเบี้ยว ความรัก ที่สิ้นหวัง จนยอม ต่อรอง กับความมืด

เขาไม่ได้ชั่วร้าย เขาแค่… เป็นมนุษย์ ที่แตกสลาย

“และหนู… มินตรา” พิมพูดต่อ นิ้วลูบ ไปที่รูป ของเด็กน้อย “หนูเป็นอิสระแล้ว มันจบแล้ว พ่อของหนู ช่วยหนูแล้ว เขาช่วย… เราทุกคน”

เธอหลับตาลง สูดหายใจ ลึกๆ เธอกำล็อกเกต ไว้แน่น เป็นครั้งสุดท้าย สัมผัส ความเย็น ของโลหะ ความทรงจำ ของความเจ็บปวด ทั้งหมด

แล้วเธอก็ ปล่อยมือ

ล็อกเกตเงิน รูปหัวใจ ร่วงหล่น ลงสู่ ผิวน้ำ เบื้องล่าง

“จ๋อม”

เสียงเล็กๆ ที่ดังขึ้น แล้วก็ หายไป ในความเงียบ ของสายน้ำ

มันจม หายไป อย่างรวดเร็ว กลับคืนสู่ ที่ที่มัน ควรจะอยู่ ตั้งแต่แรก

พิมยืนนิ่ง น้ำตา ไหลอาบแก้ม แต่มัน ไม่ใช่น้ำตา ของความกลัว มันคือ น้ำตา ของการ ปลดปล่อย

เธอรู้สึก เหมือน ภาระหนักอึ้ง ที่แบกไว้ มานาน สลายไป พร้อมกับ ล็อกเกต ชิ้นนั้น

เธอหันหลัง เดินจากไป จากแม่น้ำ จากอดีต เธอเป็น ผู้หญิง ที่เปลี่ยนไป เธอรอดชีวิต เธอเป็นอิสระ

หลายเดือนต่อมา

“โฮสเทลตะวันลับฟ้า” ถูกทิ้งร้าง หลังจาก เหตุการณ์ ไฟไหม้ ลึกลับ

แต่ธุรกิจ ที่พักราคาถูก ไม่เคยตาย

ไม่ไกล จากที่นั่น มี “บ้านพักริมทาง” เปิดใหม่ เก่า พอๆ กัน ราคาถูก เหมือนกัน

พนักงานทำความสะอาด คนใหม่ (เด็กสาว ที่เพิ่งมาจาก ต่างจังหวัด) กำลังบ่น กับเพื่อนร่วมงาน ขณะดัน รถเข็นผ้า

“แขกห้อง 27 แปลกชะมัด” เธอพูด เสียงเบา “จ่ายเงินสด ล่วงหน้า ตั้งเดือนนึง”

“แล้วไง ก็ดีไม่ใช่เหรอ” เพื่อนตอบ

“ก็ดี แต่… ฉันไม่เคย เห็นเขา ออกมาเลย” เธอกล่าวต่อ ขมวดคิ้ว “ฉันไปเคาะ จะทำความสะอาด เขาก็ไม่เปิด เขาแค่… เปิดน้ำ ในห้องน้ำ ทิ้งไว้ …ทั้งวัน ทั้งคืน”

เด็กสาว เข็นรถ ผ่านประตู ห้องหมายเลข 27

เธอหยุดชะงัก ก้มลงมอง ที่ใต้ประตู

มีน้ำ ซึมออกมา เล็กน้อย เปียกพรม เป็นทาง และ… มีกลิ่น กลิ่นคาว จางๆ

เธอถอนหายใจ อย่างรำคาญ “สงสัย ท่อแตก อีกแล้ว”

เธอกำลัง จะเดินจากไป แต่แล้ว เธอก็ได้ยิน เสียง จากข้างใน

เสียง “แกรก… แกรก…” เบาๆ เหมือนเสียง เล็บ ขูดกับ กระเบื้อง สลับกับ เสียง “ซวบ…” เปียกแฉะ

เด็กสาว ขมวดคิ้ว แนบหู กับประตู

“คุณคะ… ทุกอย่าง โอเค หรือเปล่าคะ”

ไม่มีเสียงตอบ

มีเพียง ความเงียบ ที่เย็นเยียบ และเสียง กระแทกเบาๆ “ตึง…” จาก กระเป๋าเดินทาง ใบใหญ่ ที่วาง พิงอยู่ หลังประตู

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube