สาวใช้ไร้ค่าท้องไม่มีใครเอา คืนชีพทวงศักดิ์ศรีจนบอสใหญ่ไม่คาดคิด 😭Cô gái thấp kém mang thai bị ruồng bỏ, màn lật ngược số phận đòi lại danh dự khiến tổng tài không ai ngờ 😭

This pregnancy he didn’t accept, part 1
นิยายรักโรแมนติก กดไลค์ กดติดตามไว้
เป็นกำลังใจให้แอดมินมาด้วยนะคะ อย่าลืมกดกระดิ่งแจ้งเตือน
เพื่อไม่ให้พลาดคลิปดีๆจากพวกเรา อย่าลืมว่าเรามีนัดกันตอน 1 ทุ่มตรงนะคะ
สวัสดีค่ะทุกๆคนนะคะ นิยายเรื่องใหม่มาแล้วนะคะ นิยายเรื่องนี้มีชื่อว่า
คันนี้ที่เขาไม่รับนะคะ เขียนโดยพี่เจในนามประกาศทัพทาดาค่ะ
ซึ่งก็เป็นเรื่องราวที่จะเป็นดราม่า แล้วก็เป็นเรื่องรักรักใกล้ๆที่ฟังง่ายนะคะ
แล้วก็จะมีทั้งหมด 22 ตอนด้วยกันนะคะ มีตอนพิเศษอีก 3 ตอน สำหรับใครที่เป็นสมาชิก
VIP จะได้ฟังตอนพิเศษอยู่แล้ว ส่วนท่านไหนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก VIP นะคะ
สามารถไปเซอร์ได้นะคะที่ MEB นะคะ หรือว่า Application Map นั่นเอง
ซึ่งพอวาลงเสียงครบหมดทั้ง 25 ตอนแล้ว วาก็จะประกาศให้ทุกคนได้ทราบ
ส่วนท่านไหนที่สนใจอยากจะอ่านเป็นรูปเล่ม e-book นะคะ ลิ้งอยู่ใต้คลิปนี้แล้ว
ฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วย
แล้วก็ขอบคุณที่ติดตามสนับสนุนพวกเรามาโดยตลอด ขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ นิยายเรื่อง
คันนี้ที่เขาไม่รัก เขียนโดยทับทาดา ให้เสียงโดยวารูรีนี บทที่ 1 ข้อเสนอจำยอม
ไม่เป็นไรนะคะพ่อ สาจะหาเงินมาเอง พ่อไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น ทำใจให้สบาย
แล้วก็ทำตามคำสั่งของคุณหมอคุณพยาบาล ก็พอนะคะพ่อ เสียงหวานของริสากระซิบเผา
เบาข้างหูปิดา เขานอนซูปหอมอยู่บนเตียงรมพยาบาลใหญ่ ความเจ็บปวดบีบรัดหัวใจเธอ
จนระทั่งหญิงสาวท่าบจะหายใจไม่ออก ไม่ต้องรอกซะ พ่อว่าพ่อคงอยู่ได้ไม่นานหรอก
สมสักเอ่ยเสียงแพ้ว ดวงตาฟ้าฟางมองลูกสาวอย่างอ่อนระอา ริสะกลั่นน้ำตาที่กลอเบา
ความรู้สึกสิ้นหวังเข้ากลอบงำหญิงสาว ภาพจริงอันโหดร้าย พ่อป่วยเป็นมาเร็ง
แต่มันยังไม่น่ากลัวเท่ากับคำพูดของหมอที่บอกว่า ถ้าอยากจะยื้อคนคายให้อยู่ได้ต่อเปล่านานก็ต้องใช้ญาดีหน่อย
ส่วนการคาดหวังที่จะหายจากโรคนั้น บางกันกลับไม่คล้อยดีนะ
สิ่งเดียวที่พ่อจะทำได้ก็คือการรักษาประธับประคองให้ดีที่สุด พ่อจ้า
พ่อธเวิ่งอยู่ormหา์ไปนานๆนะ จะไม่ยอมให้พ่อผมจริงคอน ริสากุ้มมือพ่อแนวแน่
ก่อนจะเหลือมองนาริกา ถึงเวลาที่เธอต้องกลับไปทำงานแล้ว
วันนี้ริสาออกมาเยี่ยมพ่อในช่วงพักกลางวัน หาพ่อกลับบ้านเถอะสา
อย่ามาอยู่ที่นี่เลย เรื่องเงินเปล่าๆลูกเอ้ย เสียงวิดาแพวลงอีก
เขารู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรคร้าย มาเร็งไม่มีวันรักษาหายหรอก ไม่ พ่อพักเถอะนะจ๊ะ
สาต้องกลับไปทำงานแล้ว เดี๋ยวเย็นนี้จะรีบกลับมา ริสาฝืนยิ้ม ในใจเจ็บปวดทรมาน
ค่ารักษา ค่ายา ค่าห้องพิเศษ เรียกได้ว่ามากมายมหาศาล
หากแต่ถ้าสามารถทำให้พ่ออยู่กับเธอได้นานขึ้น แม้แค่สักวันเดียว
ริสาก็พร้อมจะทุ่มเทธรรมเสมอ เธอก้าวออกจากห้องพิเศษด้วยความหนักอึ่ง เธอมองแม่และน้องสาวที่รออยู่ข้างนอก
นางสมใจหน้าสีเสียวด้วยความกังวล ส่วนนัดที่ด่าน้องสาวนั้น
กำลังนั่งกุ้มมือของแม่เอาไว้แน่น ความรักผิดชอบทั้งหมด
รวนแล้วแต่ตกอยู่บนบากของริสา แม่ดูแลพ่อต่อนะ เดี๋ยวสาจะกลับไปทำงานแล้ว จ๊ะ
เดี๋ยวแม่จะอยู่เป็นเพื่อนพ่อเองนะ นางสมใจตอบเสียงฝัน แม่คะ
เราอาจจะต้องย้ายพ่อออกจากห้องพิเศษ ริสากล่าวเสียงเผ่า
เธอยังอยากให้พ่อรักษาตัวที่นี่ เพียงแต่อาจจะย้ายออกไปอยู่ห้องราคาถูกกว่า
โรงพยาบาลของรัฐน่ะ เทียบไม่ได้กับโรงพยาบาลเอกชนหรอก แม่เข้าใจลูก
เราทำเท่าที่ทำได้ก็พอแล้ว นางสมใจพยักหน้าอย่างเข้าใจ
สถานการณ์การเงินของรอบตัวรัดตัวหนักขึ้น และตอนนี้คนที่รับผิดชอบ
ก็มีแค่ลูกสาวของนางที่หาเงินได้ ส่วนนางแก่มากเหลือเกิน สุขภาพไม่ใครจะดีเท่าไรนะ
ริสากอดมารดาแน่น ก่อนจะรีบออกจากโรงพยาบาลด้วยความสับสน หัวใจหนักกึ้ง
เหมือนเธอกำลังแบกผู้เขาทั้งลูก แต่ไม่ว่ายังไร
ริสาก็ต้องหาทางออกจากเรื่องนี้ให้ได้ คุณริสา
บอสต้องการพบคุณในห้องทำงานเดี๋ยวนี้ค่ะ เสียงเรียกจากเลขาของบอสหนุ่ม
ดึงให้ริสาออกจากเข้าวาง เธอกำลังจัดเรียงเอกสารสำหรับการประชุมตอนบาย
ความกังวลเริ่มกลืบคานเข้ามาแล้ว เธอมาสายเกือบครึ่งชั่วโมง หลังจากแอบไปเยี่ยมบิดาที่โรงพยาบาล
ขอบคุณนะคะ ริสาลุกขึ้น จัดสูตรสีดำให้เรียบร้อย เธอต้องดูเป็นมืออาชีพอยู่เสมอ
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในชีวิตส่วนตัว งานคือสิ่งเดียวที่จะช่วยครอบครัวในตอนนี้
ริสาจะกอมันเอาไว้ให้แน่นที่สุด เมื่อขอประตูละได้รับอนุญาต ริสาก็พบกับร่างสูงใหญ่ของ
ภากร วัจฉรวิศิต ประทานบริหารหนุ่มไฟราง ผู้ที่เป็นภายาทของระกูลดัง
เขากำลังยืนมองวิวจากระจกบ้านใหญ่ มองเห็นตึกราฟาของกรุงเทพได้โดยรอบ
บอสเรียกดิฉันเหรอคะ? ริสาเอ่ย ตั้งสติให้มั่น คุณไปไหนมา?
ภากรหันมามองเธอด้วยสายตาคมกลิป ใบหน้าคมเค็มร้ายความรู้สึก ดิฉันออกไปทานข้าวเกลืองวันนะคะ
ริสาพยายามไม่แสดงความกังวล
ถังที่รู้อยู่แล้วว่าเรื่องที่เธอเข้างานสายตลอดอาทิตย์นั้น มันคือความผิด
คุณทำงานมากี่เดือนแล้วนะ ต้องรู้สิ ว่าอะไรควรไม่ควร
ภากรเดินอ้อมโต๊ะทำงานมายืนตรงหน้า กลิ่นน้ำหอมรุหลาลอยมากระทบประสัทสัมผัส ริสากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
เธอไม่อยากให้ใครรู้เรื่องพ่อป่วย ไม่อยากให้ใครสงสาร
และโดยอย่างยิ่งไม่อยากให้เจ้าไหนรู้ว่า เธอกำลังมีปัญหาส่วนตัวอยู่
เพราะการมีปัญหาส่วนตัว มันย่อมกระทบกับการทำงานนั่นเอง ดีฉันขอโทษค่ะ
ดีฉันจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกค่ะบอส ริสากล้มหน้าลงเล็กน้อย
เธอไม่กล้าสบกับสายตาของเขา ผมไม่ชอบคำขอโทษ ผมจ้างคุณมา
เพราะคุณพันนีแนะนำว่าคุณเป็นคนที่ไว้ใจได้ ทำงานเป็นระบบ แล้วก็ตรงต่อเวลา
แต่ตอนนี้ผมไม่เห็นคุณอสมบัติข้อสุดท้ายเลย น้ำเสียงของเขาเย็นชาและแฝงอำนาจ
ริสาตอบด้วยเสียงสั่น เธอก้มหน้าไม่กล้าสบตากับเขาอยู่
ดีฉันมีเรื่องส่วนตัวนิดหน่อยนะคะ แต่รับรองว่าจะไม่ให้มันกระทบกับงานอีก
เรื่องส่วนตัวที่ว่าคือ ภากรเดินวนรอบหญิงสาว เหมือนเหยียวที่กำลังจับจ้องเยือ
ริสานิ่งเงียบ ไม่รู้จะตอบอย่างไร เธอทำงานที่นี่มาเพียง 9 เดือนเท่านั้น
แต่เงินเดือนก็ดีกว่าที่อื่นมาก สวัสดิการก็ดีเลย
แต่ภากรเป็นเจ้านายที่เรียกร้องสูง เขาต้องการความสมบุญบาปในทุกด้าน
ถ้าคุณไม่พร้อมก็บอก ผมจะได้ให้ฝ่ายบุคคลดำเนินการตามระเบียง แล้วถ้าคุณมาสาย
หรือไม่อยู่ในเวลางานอีก ผมจำเป็นต้องหาคนที่รับผิดชอบได้ดีกว่านี้มาแทนคุณ
คำขู่ทำให้หัวใจเธอทาบหยุดเต้น เธอไม่อาจสูญเสียงานนี้ได้
ไม่ใช่ในตอนที่ชีวิตของพ่อ และรอบรวกขึ้นอยู่กับเงินเดือนของเธอทั้งหมด บอสคะ อะไร
พ่อของที่ฉันป่วยนะคะ คำพูดหลุดออกจากปากโดยไม่ทันคิด น้ำตาเริ่มรืนไหลขึ้นมาแล้ว
บอกใจตัวเองว่าให้เค็มแค้ง หากแต่น้ำตากลับไหลบ่ออกมาไม่ยอมหยุด ผลันนั้นพากรชะงัด
ใบหน้าเกล่นกลืมไม่แสดงความรู้สึกได้ แต่สายตาจับจ้องเธออย่างพินิด
ดิฉันขอโทษที่เข้างานซ้ายนะคะ สัญญาจะไม่ให้กระทบกับงานอีก
จะหาทางจัดการให้ดีกว่านี้ค่ะ ริสาพยายามกลั่นน้ำตาเอาไว้
ช่วงเวลาแห่งความเงียบพลันเกิดขึ้น ผากรเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน นั่งลงช้าๆ
มองเธอที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นอยู่ นั่งลงสิ เขาสั่ง น้ำเสียงเปลี่ยนไปนิดหน่อย
ไม่ได้เยี่ยนช้าเท่าเดิมแล้ว ริสานั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับโต๊ะทำงานตัวใหญ่
เธอเช็ดน้ำตาอย่างรวดเดล ความอับอายเริ่มแทนที่ความหวาดกลัว
เธอไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นที่ทำงานมาก่อน โดยเฉพาะต่อหน้าเจ้านายแบบเขา
มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ คำถามนั้นทำเธอตกใจ ริสาไม่คิดว่าเขาจะสนใจรายละเอียด ค่ะ
เธอถวนคำถาม สายตาคมกลิบคู่นั้น ร่าวกับอย่างรู้ความรู้สึกของเธอได้
เรื่องเงินหรือเปล่า พากรจีไปถูกจุด ริสาอ่ำอึ้ง กลมหน้าของตัวเองลง มันหน้าอายที่เธอร้องไห้ต่อหน้าเขา
ไหนจะเรื่องเงินที่เขากล่าวอีก ผมถาม ค่ะ..ดิฉันอยากให้พ่อได้รับการรักษาที่ดี
ดังนั้นนั้งเลยพาพ่อไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกฮ้น เธอตอบเขาด้วยเสียงสั่ Standard
เขาอาจจะคิดว่าเธอจน แล้วไม่เจียมก็เป็นได้ ด้านพากรนิ่ง ชายหนุ่มไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีก
หากตาดวงตาคู่นั้น เหมือนคนที่กำลังใช้ความคิดอยู่ แล้วจะทำยังไงต่อ
หมายถึงเรื่องไหนคะบอส เงินไง ริสาถึงกับเสียวสันหลังว่า
เพราะเขากล่าวถึงเรื่องเงิน เพราะทุกคนในบริษัทต่างรู้ว่า เขาเป็นเสือผู้หญิง
ชีวิตของพากรเพี่ยบพร้อมมาก หล่อ รวย มีชาติระกูล ไหนจะทำงานเก่งอีก
มีกรบไปหมดเสียทุกด้าน และเรื่องผู้หญิง เป็นอีกเรื่องที่เขาทนัดและช่ำช้องยิ่ง
เธอเคยเห็นเจ้าไหนควงผู้หญิงมาที่ทำงานหลายครั้ง บอสหมายถึงอะไรละคะ
เธอกลั่นใจถามออกไป – ต้องการเงินไหมล่ะ? เค้ากล่าวแล้วยิ้ม
ดวงตาสีดำบงบอกได้เป็นอย่างดีว่า เค้ากำลังจะสื่อถึงอะไรกับเธอ – ถ้าต้องการ
ผมว่าผมช่วยคุณได้นะ – พากรเอ่ย ริมสีปากปางเหยียดขึ้นเล็กน้อย
คำถามรุนแรงละตรงเกินไปนั้น มันทำให้ริสาถึงกับชะงัก –
ความรู้สึกโกรธค่อยๆก่อตัวขึ้น เธอเหงื่อยหน้าขึ้นไปมองเค้า – ขอโทษนะคะ
ดีฉันจะกลับไปทำงานแล้ว – คำตอบทำให้ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง
ริมสีปากปางเหยียดออกเป็นรอยยิ้มบังบาง –
จะปล่อยให้ปัญหามันไม่ได้รับการแก้ไขอย่างนั้นเหรอ? ปล่อยให้ตัวเองเป็นทุก
แล้วก็เศร้าใจอยู่แบบนี้ – เขากำลังตล่อมเยือ – เขาไม่รับข้อเสนอของผม
งั้นผมว่าเราไม่ควรจะร่วมงานกันอีกแล้ว เพราะผมคิดว่าผมอาจไม่ชอบคุณแล้วล่ะ –
เขาเอ่นตัวพิงภนักเก้าอี้ ผากรณ์ยิ้มมุมปาก อันที่จริงเขาชอบเธอพอสมควร
เพราะเธอสวยตรงใจเขาทุกอย่าง – ภริษารู้สึกถึงหยดเหงื่อเย็นๆ
มันหลายซึมมาตามแผนหลัง เธอพลาดเสียแล้ว ความเครียดทำให้เธอสูญเสียการควบคุม
และตอนนี้เธออาจจะต้องจ่ายด้วยการตกงานก็เป็นได้ – ขอโทษนะครับ
ดิฉันไม่ได้ดังใจจะก้าวแล้ว เธอพยายามกอบกู้สถานการณ์โรงหน้า
กระนั้นภากรณ์ก็ลุกขึ้น เขาเดินอ้อมตก มาหยุดโรงหน้าของเธออีกครั้ง
คราวนี้เขาอยู่ใกล้กว่าเดิมซะอีก ภริษาสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่าง
มันแผ่ออกมาจากกายสูงใหญ่ของเขา – ผมมีข้อเสนอให้ รับสอชีวิตพ่อของคุณ
ล่ากับบางสิ่ง ที่คุณจะต้องมอบให้ผม – ผมกำลังต้อนเหยือให้จนมุมอยู่ ให้เธอรู้ว่า
เขานี่แหละเหนือกว่าเธอ อย่าได้ปังอาดมองข้าม
หรือปฏิเสธความหวังดีของเขาเป็นอันขาด – หัวใจของภริษาเต้นรัวไม่ยอมหยุด
ความรู้สึกหลายอย่างปากป้นกันไปหมด ความหวัง ความกลัว ความสงสัย และความหวาดระวัง

  • แลกกับอะไรคะบอส – ภริษาไม่อยากสูญเสียงานของตัวเอง ที่นี่สำหรับเธอแล้ว
    เงินเดือน 5 หมื่นบาทถือว่าสูงมากเหลือเกิน – ฝากขากรนมตัวลงมาใกล้
    เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหู ร่าวกับเป็นน้ำเสียงของปีศาจ – ตัวคุณงะ –
    เลือดในกายภริษาเย็นเฉียบ เธอพังะถอยหลัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ –
    เป็นผู้หญิงของผม ทำทุกอย่างที่ผมต้องการ และผมจะให้สิ่งที่คุณต้องการ –
    ภากรนพูดชัดท้อยชัดคำ ดวงตาคมฉ่ายประกายอันตรายเหลือแสน – ฉันต้องไปแล้วค่ะ –
    ริษาลุกขึ้นยินอย่างหวาดวัน เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ยินข้อเสนอแบบนี้
    จากเจ้านางที่ดูสง่างามและสูงสง – ถ้าคุณยินยอม มันจะช่วยแก้ปัญหาคุณได้นะ –
    ภากรนยำอีกรั้ง ยืนตรงแล้วลวงมือเข้ากระเป๋า ใบหน้าหล่อเหล่ายังยิ้มภายได้อยู่ –
    เพื่อชีวิตพ่อคุณ หรือว่าคุณมีทางเลือกที่ดีกว่านี้ล่ะ – ริษารู้สึกราวกับ
    พื้นห้องกำลังสั่นไหวอยู่ใต้เท้า ความคิดหลายอย่างแล้นเข้ามาในหัว –
    เธอต้องการเงินเพื่อช่วยชีวิตพ่อ แต่ต้องลากด้วยศักษีของตัวเอง
    ด้วยการเป็นนางบำเรอให้กับชายตรงหน้า – ผมจะให้เวลาคุณคิด –
    ค่าก่อนเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ หยิบประกาศขึ้นมาลงนามเอกสาร ร่าวกับ
    เขาจบการสนธนาแบบนี้ไปแล้ว – คุณมีเวลาถึงพรุ่งนี้เช้า
    ตอนนี้คุณกลับไปทำงานได้แล้ว เรียมเอกสารสำหรับการประชุมใบนี้ให้เรียบร้อยล่ะ –
    ริษาเดินออกมาจากห้องทำงานด้วยแข่งขาที่สั่นเท้า – ขอเสนอนั้นช่างน่ากลัว
    แล้วก็น่าดึงดูดใจในเวลาเดียวกัน – เธอไม่มีทางเลือกอื่น
    ไม่มีทางที่จะหาเงินมากมาย มาจ่ายค่าวรักษาของพิดาไว้หรอก –
    ไม่มีทางที่ธนาคารจะให้เธอกู้ ไม่มีทางที่ยาดจะช่วยเหลือได้อีก –
    เธอนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง มองรูปถ่ายของรอบรัวที่ตั้งอยู่ –
    เป็นภาพถ่ายด้วยกันปีก่อน มีรอยยิ้มของพ่อที่ยังดูแข็งร่าง
    ยังมีความสุขเต็มเปี่ยมในดวงตาของทุกคน แต่ตอนนี้รอยยิ้มนั้นมันหายไปนานแล้ว –
    ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่น เป็นสายจากมารดาของเธอนั่นเอง – ค่ะแม่
  • พ่อหัวใจหยุดเต้น สา แม่กลัวมาก ลุกมาที่นี่ได้ไหม –
    น้ำตาร้อนเผ่าไหลออกมาอีกครั้ง ปีดาหัวใจหยุดเต้น ริสารีบปาดน้ำตาทิ้ง
    เก็บของใส่กระเป๋า เธอต้องตรงไปที่โรงพยาบาลทันที การประชุมบายนี้
    เธอต้องทิ้งมันไปก่อน แต่ก่อนจะออกจากบริษัท
    ริสาหันกลับไปมองประตูห้องทำงานของข้าก่อนอีกครั้ง ในใจลึกๆเธอรู้แล้ว
    เธอจะตอบเขาว่าอย่างไรดี เพราะถ้าหากเธออยากจะอยู่กับพ่ออีกสักช่วงระยะหนึ่ง
    เงินถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แล้วถ้ามันมีตัวเลือกที่สามารถทำแบบนั้นได้
    ลูกคนนี้ควรจะตอบตกลงใช่หรือไม่? โปรดติดตามตอนต่อไป
    ครรภ์นี้ที่เขาไม่รับ ตอนที่ 2
     
    นิยายรักโรแมนติก กดไลค์ กดติดตามไว้
    เป็นกำลังใจให้แอดมินมาด้วยนะคะ อย่าลืมกดกระดิ่งแจ้งเตือน
    เพื่อไม่ให้พลาดคลิปดีๆจากพวกเรา อย่าลืมว่าเรามีนัดกันตอน 1 ทุ่มตรงนะคะ บทที่ 2
    กดที่วางไว้ ภริษานอนอยู่ในห้องนอนรูระ
    ซึ่งเธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสเป็นเจ้าของ ภาปูที่นอนสีขาวนุ่มราวกับปุยแม่
    ห้องกวางใหญ่สีครีมรูระ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์อิตาเลียน
    แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจที่สุด คือใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่ม
    คนที่กำลังก้มลงจุ่มพิษเธออย่างหนักหนวง ตลอดระยะเวลาที่คบหากันมานั้น
    ภากรไม่เคยป้องกันเลยมาแต่น้อย เขาไม่สนใจเลยว่าเธอจะต้องการเขาหรือเปล่า
    เพราะหน้าที่ของเธอก็คือ ดูแลและทำตามคำสั่งของเขา
    เขาปล่อยเธอดูแลเรื่องการคุมกำเนิด ส่วนเขานั้น แม้จะเป็นเพลยบอยเจ้าชู้มาก
    หากแต่จะเอากับผู้หญิงทีละคน ภากรไม่ใช่คนมั่วแบบสกละปก เขาก็แค่ชอบเรื่องบนเตียง
    และผู้หญิงของเขาต้องสะอาด หนึ่งปีมาแล้วที่ริสาอยู่ในสถานะ นางบำเรอของภากร
    เธอได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากเขา ไม่เคยคิดว่าการขายตัวจะมีอะไรไปมากกว่า การปล่อยให้เขาใช้ร่างกายเธอตามชอบ
    จะมีใครสักคนที่เข้าใจว่า บางทีการตัดสินใจแบบนี้
    ก็เพื่อความอยู่รอดของคนที่เรารัก ไม่ได้เป็นเพราะอยากมี อยากได้
    หรือยากอยู่สบายเหมือนใครอ โอเคไหม? ฉันทำเธอเจ็บหรือเปล่า?
    ภากรเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มบังบังปลากดบนใบหน้าคมเข้ม ไม่ค่ะ ดี
    ฉันคิดว่าเธอเก่งขึ้นแล้วนะ เอาใจฉันเก่งจังเลย แบบนี้ฉันชอบ
    ฉันก็จะดีกับเธอเหมือนที่ผ่านมา ถ้าเธอทำตัวดีขึ้นเรื่อยๆ ภากรกล่าวเสียงเบา
    เขาลูบแก้มเธอ จากนั้นขยับตัวออกนอนลงข้างๆ ริสารู้สึกปลากใจกับคำพูดของเขา
    เธอคิดว่าเขาเห็นเธอเป็นแค่ของเล่นชิ้นใหม่ แต่บางครั้งภากรกลับแสดงความอ่อนโยน
    ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกสับสน ตอนนี้พ่อดีมากขึ้นเลยนะคะ
    คงจะได้กลับบ้านเร็วๆนี้แล้ว ริสากล่าวขึ้น พยายามเปลี่ยนหัวข้อสนธนา
    เพราะเขาพ่อเลยได้ใช้ยาดี ช่วยยื้อชีวิตของท่าน ผ่านมาจะปีนึงแล้ว
    ดูเหมือนอาการไม่ได้แย่ลงหรอก กลับกัน อาการของพ่อดีขึ้นซะด้วยซ้ำ
    ริสาเห็นพลังของเงินตราก็วันนี้ ดีใจด้วยนะ พากรตอบสั้นๆ เขาลุกขึ้นนั่ง
    หลังจากนอนพักให้หายเหนื่อย มือใหญ่หยิบเสื้อกลุ่มอากน้ำที่วางอยู่ข้างเตียง
    ขึ้นมากลุ่มร่างเปล่าๆของตัวเอง ลำตัวแสงปึกปุ่นและเต็มไปด้วยมัดกล้าม พากรดูลาตัวเองดีเสมอ
    เขาไม่เคยทำให้ตัวเองดูแย่ อย่าลืมละ ว่าเราตกลงอะไรกันไว้ เขาบอกกับริสา
    และกำชับเธอทุกครั้ง เขาฝากบางอย่างไว้ในกายเธอ ริสาพยักหน้า
    เธอไม่มีวันลืมกฎของพากรเป็นอันขาด รู้ดีว่าสักวันหนึ่งเธอกับเขาต้องจบกัน
    นับตั้งป่าวันแรกที่ยอมตกลงรับข้อเสนอ พากรก็บอกกับเธอเอาไว้อย่างชัดแจ้ง 1.
    ห้ามเธอท้อง 2. ความสัมพันธ์นี้ต้องเป็นความลับ 3. เธอต้องเป็นทาสของเขา
    และเมื่อเขาต้องการ เธอจะต้องพร้อมเสมอ 4. ห้ามนอกใจ 5.
    เขาคนเดียวที่สามารถยุติความสัมพันธ์ได้ ทั้งหมดที่ว่ามานั้น
    พากรเป็นคนตั้งขึ้นมาทั้งหมด และเธอเองมีหน้าที่ทำตาม
    รวมไปถึงจดจำมันให้ขึ้นใจก็เท่านั้น 5.
     
    สาจำได้ค่ะ ริสาตอบ
    ดึงผ้าหมขึ้นมาปกปุ่มร่างกายของตัวเอง 6. ดี พากรกล่าว
    จากนั้นก็เดินโดนไปในห้องน้ำ ริสาลุกขึ้นนั่ง มองรอบๆห้องนอนรู้ร้า
    ทุกอย่างดูแพงเกินกว่าที่เคยจะสัมพันธ์ แน่นอนว่าเขารำรวยมาก และพากรไม่ลังเล
    ที่จะใช้เงินเพื่อสิ่งที่เขาต้องการเสมอ เงินที่เขามาพายนั้น
    ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาพ่อ แต่ยังช่วยให้ครอบครัวเธอมีชีวิตที่ดีขึ้น
    เขาซื้อบ้านหลังใหม่ให้ครอบครัวของริสา เป็นบ้านสองชั้นราคา 3,500,000 บาท
    ชำระนี่สินทั้งหมดที่เคยมีให้ และยังจัดการให้น้องสาวได้เรียนโรงเรียนที่ดีกว่าเดิมอีก
    ทั้งหมดนี้เขาจ่ายเพื่อลากกับ ภรรมจันของริสา ยิ่งตอนที่เขารู้ว่าเธอบริสุทธิ์
    เขายิ่งจ่ายให้หนักกว่าเดิมซะอีก เขาบอกว่าผิดค่า
    เพราะคิดว่าคนอย่างเธอคงไม่หลงเหลือความบริสุทธิ์ แต่พอเขาได้ครอบครองเธอแล้ว
    เขากลับทำสีหน้าเหมือนภาคภูมิใจซะเหลือเกิน เสียงน้ำในห้องน้ำหยุดลงแล้ว
    ไม่นานนักร่างสูงก็เดินออกมา ร่างกายพากรเปลี่ยกชื้นไปด้วยหยดน้ำกรอบราว
    พาคนหนูพันรอบเอลเผยให้เห็น หุ่นอันแสนลำสั่นและสมบูรณ์ของเขา หยดน้ำจากเส้นผมสีดำ
    ค่อยๆหยุดลงมาตามแผงอกที่กำยำของชายนุ่ม อาบน้ำเร็ว จะพาไปทานข้าวร้านอาหารที่เปิดใหม่
    พากรกล่าว จากนั้นก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ริสาอึ่งไปชั่วขนาด เธอไม่เคยคิดว่า
    พากรจะชวนเธอออกไปไหนมาไหนด้วย โดยปกติหลังจากมีอะไรกันแล้ว เขาจะออกไป
    หรือไม่ก็อยู่ด้วยกันที่นี่ ปล่อยให้เธอทำอะไรให้รับประทาน เพราะอดอีกข้อ
    คือห้ามใครร่วงรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด คุณจะพาสาออกไปข้างนอกงั้นเหรอครับ
    ริสาถามอย่างระมัดระวัง ทำไม ปลากใจเหรอ พากรยิ้มมุมปาก
    หยิบเสื้อเชิร์ตสีขาวกับกางเกงสลักสีกลมมาท่าออกมา ปกติเขาไม่เคยพาเธอไปไหนหรอก
    ก่อนที่จะกล่าวว่า จะพาไปต่างจังไว้ ริสารู้สึกโล่งอกหน่อย อย่างน้อยเขาก็ยังคำนึงถึงกฎข้อสอง
    ที่ไม่ให้ใครรู้ว่าเธอมีความสัมผัสกับเขา ไม่ใช่แค่เขากลัวว่าคนอื่นจะรู้
    หากแต่เธอเองก็กังวลอยู่ไม่น้อย สถานะของเธอนั้น
    เปรียบเสมือนผู้หญิงที่ขายตัวก็ไม่ผิด เธอลุกจากเตียง
    ขวาเสื้อกลุ่มอาบน้ำอีกตัวขึ้นมาสวม ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ข่าวประตูห้องน้ำปิดลง
    เสียงน้ำไหลก็ดังขึ้น ริสาจ้องมองตัวเองในกระจก
    น้ำตาค่อยๆไหลออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ
    เธอไม่รู้ว่าเกลียดตัวเองที่ยอมขายตัวหรือเปล่า หรือนี่เป็นเพียงแค่
    ความสับสนกับความรู้สึกที่กำลังก่อเกิดขึ้น เธอไม่อยากยอมรับความจริงเลยว่า
    เธอกำลังรู้สึกบางอย่างกับภากร หากว่าเป็นอย่างนั้นแล้ว เธอต้องรีบตัดใจให้จงได้
    รู้ดีว่าคนอย่างเธอนั้น คงไม่อาจจะได้หัวใจของเขาหรอก และฐานะอย่างเธอ
    มันไม่ได้เหมาะสมกับเจ้านายอย่างภากรแม้แต่น้อย เป็นไงบ้างครับข้อ
    ริสาถามไปด่าที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในส่วนหลังบ้าน สมสักยิ้มอย่างอ่อนร่าง
    สีหน้าดูสดใสมากขึ้นกว่าปีก่อน ดีขึ้นมากแล้วล่ะลูก
    มือเหี่ยวย้นลุกลงบนสีสากของลูกสาว แล้วสาของพ่อเป็นยังไงบ้าง? สมสักรู้แค่ว่า
    ริสามีแฟนที่รวยมาก แต่แฟนในที่นี้ จะมีความหมายอย่างไรไม่อาจคาดเดาได้หรอก
    สมสักไม่อยากทำให้ความเสียสละของลูกสูญเปล่า แค่เพียงเท่านี้
    ริสาก็ทำเพื่อครอบครัวมากแล้ว ซึ่งถือว่าริสาน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง
    ดังนั้นผู้เป็นพ่อจึงไม่คิดอะไรต่ออีก สาสบายดีค่ะพ่อ จำเอาไว้นะ
    พ่อเป็นห่วงลูกมาก สมสักจับมือของลูกสาวเอาไว้ ริสาลกตาของบิดา
    เธอไม่กล้าบอกความจริงหรอก ว่าเธอทำอะไรเพื่อให้ได้เงินมาดูลาครอบครัวที่เป็นพี่รัก
    ไม่ว่ายังไง พ่อก็จะภูมิใจในตัวลูกเสมอนะ คำชมของเขาทำให้ริสาเจ็บปวด
    เธอรู้ว่าถ้าพ่อดูความจริงพ่อคงจะเสียใจมาก สา เสียงของมารดาดังมาจากในบ้าน
    มีคนโทรมาหาลูกแน่ ริสาขอตัวพ่อเข้ามาในบ้าน เธอรับสายจากมารดา สวัสดีค่ะ สาพูดค่ะ
    ผมนะ เสียงทุ่มของพากรดังตามซ้าย นั่นทำให้เธอต้องรีบเดินออกไปที่ระเบียงหน้าบ้าน
    เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครได้ยิน มีอะไรเหรอคะ เธอถามเสียงเบา จะกลับกี่โมง
    ห้ามค้างเหรอ พากรกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ คือ วันนี้สาวว่าจะค้างนะคะ
    ช่วงหลังมานี้เขาติดเธอมากเหลือเกิน จำกฎของผมได้ไหม คุณต้องเป็นพาดผม
    ถ้าผมต้องการ คุณก็ต้องทำตามผมสั่ง น้ำเสียงของเขาเริ่มแข็งขึ้น ค่ะ ริสารีบตอบ
    ถึงแม้จะมีกฎข้อนี้ แต่ถ้าเธอบอกกับเขาว่า จะกลับมาค้างกับครอบรัวสักคืน
    ชายหนุ่มไม่เคยออกปากปฏิเสธ แถมยังไม่เคยโทรตามแบบนี้ซะด้วยซ้ำ ดี
    พากรตอบแล้วรีบวางซ้าย ริสาถอนแห้ใจยาว ช่วงหลังมานี้เขาเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมเลย
    เขาพาเธอไปทานอาหารนอกบ้าน แม้จะเป็นต่างจังหวัด
    แต่เขาก็พาเธอไปเดินซื้อของที่ห้างสัปปะสินค้า บางครั้งยังบังคับให้เธอควงแค้น
    ไหนจะทำเหมือนขาดเธอไม่ได้อีก บางครั้งริสารู้สึกว่า ช่วงหลังพากรอาจจะมีความรู้สึกบางอย่างกับเธอ
    แต่อีกใจหนึ่งเธอก็รู้ นี่เป็นเพียงแค่ความเพ้อฝัน พากรเป็นทายาทระกูลดัง
    เขาไม่มีทางมองเธอเป็นอะไรไปมากกว่า ของเล่นชั่วคราวหรอก
    ริสาออกจากบ้านของรอบรัวตอน 5 โมงเย็น เธอบอกกับรอบรัวว่ามีธุระสำคัญมาก
    เมื่อนอริกาบอกเวลา 6 โมงตรง รถเบนสีดำคันหรูก็เลี้ยวเข้ามาสอดหน้าบ้าน
    ริสารีบเดินออกไปต้อนรับอีกไป สวัสดีค่ะ ริสาทักทายเขาด้วยน้ำเสียงหวาน
    พากรชอบให้เธอเอาใจเขา นึกว่าจะกล้อขัดคำสั่งผม พากรกล่าว เขาปิดประตูรถ
    พักหลังมานี้เขาคิดว่าตัวเองขาดเธอไม่ได้ ยอมรับก็มีช่วงเหอะอยู่บ้าง
    แต่สำหรับริสาแล้ว ระยะเวลายาวนานกว่าผู้หญิงคนอื่น อีกอย่าง สำหรับเธอแล้ว
    เขาถือว่าเป็นพ่อบุญทุ่มก็ไม่ปลาน เพราะหนึ่งปีมานี้ พากรจ่ายครอบรัวเธอไป
    น่าจะเกือบ 10 ล้านเห็นจะได้ ริสาบอก เธอเปลี่ยนประเด็นไปอีกข้าง รับของจากเขา
    จากนั้นก็พาอีกฝ่ายเข้าไปในบ้าน ริสารักความสะอาดและเป็นระเบียบ
    ดังนั้นบ้านหลังนี้จึงสะอาดและน่าอยู่ หลังจากมาเป็นผู้หญิงของพากรแล้ว
    เธอก็ต้องออกจากงานเพราะคำสั่งของเขา ด้วยพากรกลัวว่าจะมีใครรู้ว่าตัวเองเป็น
    สมพานกินไก่วัด น้ำที่ชงด้วยน้ำพึ่งมะนาวนั้น
    ทำให้ท่านประทานหนุ่มผ่อนคล้ายมากขึ้นอีก เขาหลับตาลง เพราะปลายนิ้วเหรียวขาวสะอาด
    กำลังวางลงที่คำหมักแล้วนวดให้ ริสาทำตัวน่ารัก เมื่อยามเขารักเธออยู่บนเตียงนั้น
    เธอก็ช่างน่ารักน่าเอาใจเสียเหลือเกิน ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขารู้สึกแบบนี้
    อาจเพราะว่าเขาเบื่องง่าย พากรจึงมักเฉ็ดหัวผู้หญิงคนเก่าๆทิ้งไปในทันที
    พอแล้วเหรอ เขาวางแก้วน้ำลงไปบนโต๊ะ หันไปมองริสา สั่งให้เธอเดินอ้อมมานั่งบนตัก
    เธอยอมทำตามอย่างว่าง่าย พากรช้อนร่างบางให้กระชับแน่นขึ้น
    เขาประกบจูบด้วยความคิดถึง เขามอบรถสัมผัสอันซาบซานให้กับเธอ
    เมื่อใหญ่เริ่มลวงเข้าไปถึงไหนตอนไหน ๒. เขาเจียนคลั่ง บางอย่างอยากแผลงริดขึ้นมาอีกแล้ว
    ไม่รู้ติดใจอะไรนักน้า แม้จะบอกตัวเองให้อดทน
    หากตาก็ไม่สามารถทานทนต่อร่างกายของริสาได้อีก ๒ ชั่วโมงต่อมา
    บทรักระหว่างเขากับเธอก็จบลงจนได้ ริสานอนอยู่บนแผงอกล่ำสันของเขา
    เธอคลุ้นคิดถึงอนาคตของตัวเองนับตากนี้ จะเป็นอย่างไรกันนะ เมื่อพากรเบื่อเธอเข้า
    หัวใจดวงน้อยไม่รักดีเลย เป็นแค่ผู้หญิงของเขาปีเดียว เธอก็มอบใจให้เขาไปหมดแล้ว
    ฉันมีเรื่องจะบอก พากรกล่าวขึ้นหลังจากนอนรูปหลังเนียนขาวของเธอ ค่ะ
    ริสาถึงกับตื่นจากพระวัง เพราะเธอกำลังล่องลอยอยู่ในความคิดของตัวเอง เมื่อคืนนี้
    แม่พูดถึงเรื่องที่อยากให้ฉันต่างงาน นิยายรักโรแมนติก กดไลค์ กดติดตามไว้
    เป็นกำลังใจให้แอดมินวาด้วยนะคะ อย่าลืมกดกระดิ่งแจ้งเตือน
    เพื่อไม่ให้พลาดคลิปดีๆจากพวกเรา อย่าลืมว่าเรามีนัดกันตอน 1 ทุ่มรงนะคะ
    ครรภ์นี้ที่เขาไม่รับ ตอนที่ 3
     
    นิยายรักโรแมนติก กดไลค์ กดติดตามไว้
    เป็นกำลังใจให้แอดมินมาด้วยนะคะ อย่าลืมกดกระดิ่งแจ้งเตือน
    เพื่อไม่ให้พลาดคลิปดีๆจากพวกเรา อย่าลืมว่าเรามีนัดกันตอน 1 ทุ่มตรงนะคะ บทที่ 3
    ท้อง ริสารับรู้ได้ถึงความมุบไหวของหัวใจ หากแต่เธอไม่ได้กล่าวอะไรออกมามาตานิด
    เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีสิทธิ์มีเสียงในความสัมพันธ์นี้
    เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงของเขาเท่านั้น ต่อฉันยังไม่ได้รับปากคุณแม่หรอกนะ
    เราก็มั่นใจเธอว่าฉันจะดูแลเธอเอง เขาบอกกับเธอ
    เพราะรับดูได้ถึงความเงียบอันแสนผิดปกติ
    ชายหนุ่มรู้ดีว่าหนึ่งปีมานี้แม้จะยำนักยำน้า ถึงกฎเกรนที่เขาตั้งขึ้น
    หากแต่ความผูกพันธ์ระหว่างสองเรานั้น มันกลับขยายขอบเขตเพิ่มขึ้นมากตามไปด้วย
    ได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่า เขายกมือบางที่แสนนุ่มนิ่มขึ้นมาจุ่มผิด
    เขาคิดว่าตัวเองกำลังหลงอีกฝ่ายเข้าไปแล้วทุกวัน
    หากแต่ไม่อาจสารความสัมพันธ์กับเธอได้อีก ในที่นี้ก็หมายถึง
    การแต่งงานและสร้างรอบตัวไปด้วยกัน ได้ยินค่ะ เสียงแพวหวานเอ่ยขึ้น
    ริสาสบน้ำหน้าหัวใจอันแสนรักง่ายของตัวเองนะ เอาล่ะ ฉันหิวแล้ว เราไปอาบน้ำแล้วกินข้าวกันดีกว่า
    ค่ะคุณกร ความสัมพันธ์ของพากรยังเป็นแบบนี้อยู่เรื่อยมา และที่มากขึ้น
    คือหัวใจดวงน้อยของริสา มันไม่ยอมฟังเจ้าของร่างกายอย่างเธอเลย
    ยิ่งนับวันก็ยิ่งคนพบว่า เธอรักพากรมากขึ้น แม้จะเพียงบอกหัวใจดวงน้อยว่า
    ได้โปรดอย่ารักเขา เธอไม่มีสิทธิ์ได้ใดกับเขาทั้งนั้น
    กระนั้นหัวใจเจ้ากรรมกลับไม่ยอมเชื่อ
    ริสามองแถบสีชมพูบนที่ตรวดคันอย่างไม่เชื่อใส่ตา หัวใจเต้นรวดแทบจะหลุดออกมานอกอก
    เป็นไปไม่ได้ มันเกิดขึ้นไม่ได้ เรื่องนี้มันไม่สมควรเกิดขึ้นกับเธอเป็นอันขาด
    ไม่นะ ริสาพึ่มพัม มือของเธอสั่นระริก หญิงสาวหยิบที่ตรวดคันอีกอันออกมาจากถุง
    หวังให้เป็นเพียงความผิดพลาด ริสาทำตามขั้นตอนอีกรั้ง เธอรออย่างใจจดใจจอ
    และผลที่ได้ ก็ยังคงเหมือนเดิม น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้มสาว ทำกลางความเงียบในห้องน้ำ
    ริสาได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นระดัว กฎข้อร้ากของพากรก็คือ ห้ามท้อง เป็นกฎที่เขาตั้งเอาไว้
    และเธอสัญญาว่าจะทำตามให้ดีที่สุด เขาไม่พร้อมจะผูกมัดกับผู้หญิงเช่นเธอ
    ครอบครัวเขาก็คงไม่ยินยอมด้วยเป็นอันขาด ริสาสุดตัวนั่งทิ้งกับอางอาบน้ำ
    ความหวาดกลัวคืบขานเข้ามาในหัวใจแล้ว เธอไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น
    เมื่อเธอบอกเรื่องนี้กับชายหนุ่ม พากรจะทำอย่างไร เขาจะโกรธเธอมากแค่ไหน
    เขาจะขับไล่เธอกับลูกออกไปจากชีวิตเขาหรือเปล่า ริสาปล่อยโหอออกมาเบาๆ
    เธอควรทำอย่างไรดี ความกลัวผสานกับความสับสนซึมลึกเข้าสู่สมองเต็มไปหมด
    ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วย เธอกุ้มท้องของตัวเองเอาไว้
    เธอนั่งอยู่ในนั้นนานเท่าไรจำไม่ได้ กระทั่งได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
    ริสาเช็ดน้ำตา หยิบที่ตรวดคันไปซ่อนในลินชักเรื่องสำอางก่อน
    จากนั้นก็วิ่งออกไปรับโทรศัพท์ สวัสดีค่ะ เธอพยายามทำเสียงให้เป็นปกติ ริสา
    เสียงทุ่มของพากรดังมาตามซ้าย วันนี้ฉันจะกลับบ้านเร็ว มีเรื่องจะคุยกับเธอ
    หัวใจของเธอเต้นร้างมาก สมองคิดไปว่า พากรจะรู้แล้วหรือเปล่า แต่เป็นไปไม่ได้หรอก
    เธอเองก็เพิ่งรู้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน มีอะไรเหรอคะ
    เรื่องที่แม่อยากให้ฉันแต่งงานนะ พากรเคยกล่าวเรื่องนี้ไปเมื่อสองเดือนก่อน
    มาตอนนี้เหมือนมารดาจะลุกเขาหนักขึ้น ค่ะ ริสาล่วงอกเล็กน้อย หากแต่วินาทีต่อมา
    ความจริงบางอย่างกระแทกหน้าอกเธอเข้าอย่างจัง เธอท้อง
    ในขณะที่ความสัมพันธ์ของเรากำลังจะจบลง อืม พากรรับคำสั้นๆ จากนั้นเธอก็วางซ้าย
    ริสาสุดลมหายใจลึกๆ ไม่เป็นไร เธอยังมีเวลาอีกสักพัก มันจะทำให้เธอพอได้คิดว่า
    ริสาควรจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ตกเย็น ริสาเตรียมอาหารอย่างพิธีพิทันธ์
    ทำอาหารจานปลดของค่ากรหลายอย่าง ปกติเธอไม่เคยทำอะไรมากมายขนาดนี้
    แต่วันนี้เธอยากทำให้เขาอารมณ์ดีที่สุด
    เพราะวันนี้เราทั้งสองเจอเรื่องหนักหนามาเหมือนกัน
    พากรเองก็คงไม่ได้อยากแต่งงานมากนักหรอก เขาเคยบอกเธอว่า อายุยังไม่ขึ้นเลข 3
    ไม่รู้ว่าจะรีบแต่งงานกันไปทำไม เสียงรถแล้นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน
    หัวใจริสาเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เธอรีบจัดแจ่งโต๊ะอาหารให้เรียบร้อย
    ก่อนที่ประตูบ้านจะเปิดออก พากรก้าวเข้ามาในบ้าน ใบหน้าคมเค็มเหนื่อยละ
    เขาวางกระเป๋าเอกสารไว้บนโซฟาร์ จากนั้นก็เดินตรงมาที่ห้องครัวหาเธอ ทำอะไรเยอะยะ
    เขาทักทันทีที่เห็นโต๊ะอาหาร พากรไม่อยากให้เธอเหนื่อย เพราะแค่เอาใจเขา
    ริสาเองก็เหนื่อยนักมากแล้ว อีกอย่าง ช่วงนี้เธอทานอาหารไม่ค่อยได้
    กินสองสามคำแล้วก็วางช้อนตลอด อยากทำให้คุณทานนะคะ มาค่ะ สาถอดเสื้อให้นะคะ
    วันนี้คุณดูเหนื่อยจังเลย ริสาตอบลางสงยิ้มให้
    แต่เธอรู้สึกว่ารอยยิ้มของตัวเองปืดเฟือน เป็นอะไรหรือเปล่า ดูปลากปลากไปนะ
    พากรมองเธอด้วยสายตาพินิด เธอไม่ปกติเท่าไหร่นะ อาจเป็นเพราะเขาสนใจเธอมาก
    ดังนั้นจึงดูออกเวลาเธอไม่ปกติ ไม่มีอะไรค่ะ แค่เหนื่อยนิดหน่อย ริสาสะดุ้งเหลือ
    เขาช่างสังเกตจริงๆ ขอฉันอาบน้ำก่อนก็แล้วกัน พากรไม่กล่าวอะไรต่อ
    เขาเดินขึ้นไปยางชั้นสอง ริสาพยักหน้า สังเกตเห็นว่าเขาเองก็เกลียดกว่าปกติ
    คงเป็นเรื่องแม่ที่กดดันให้แต่งงานละมั้ง ระหว่างที่รอเขาอาบน้ำ ริสาก็นั่งรุ่นคิด
    เธอควรจะบอกเรื่องการตั้งคันวันนี้เลยหรือเปล่า หรือควรรอให้เวลาผ่านไปสักพัก
    แต่ถ้ารอนานเกินไป ท้องของเธอจะเริ่มปอง เขาจะรู้เรื่อง
    ซึ่งจะยิ่งแย่กว่าถ้าเธอปิดวางเขา เธอรู้ดีว่าพากรเป็นคนแบบไหน บดจะดีก็ดีใจหาย
    บดจะร้าย พากรกลายเป็นปีศาจ ตอนแรกที่เขาได้เธอมาเป็นผู้หญิงในปกรอง เธอกลัวเขามาก
    คิดว่าพากรอาจจะเป็นผู้ชายโรคจิต มีนิสัยชอบขมเห็งร่างแกะผู้หญิง แต่ไม่เลย
    เขาอ่อนโยนและเอาใจใสเธอมากเหลือเกิน และเพราะทุกอย่างที่ว่ามานั้น
    มันทำให้ริสาตกลุ่มรักเขา ริสาได้ตากทอดทอนใจ นึกไปถึงที่จวดขั้นที่ซ่อนเอาไว้
    สองเดือนมานี้ประจำเดือนขาด อีกทั้งยังกินอาหารไม่ค่อยได้ ปกติผู้หญิงเราจะมีสันชัตยานบางอย่าง
    ถ้ามีอะไรที่ผิดปกติกับร่างกาย เราเองก็ต้องรีบรู้สาเหตุ ล้า ๆ
    เรื่องที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นก็เกิดจนได้ คิดอะไรอยู่? เสียงทุ่มดังขึ้น
    นั่นทำให้ริสาสะดุ้งโยง คะ? เปล่าค่ะ เธอรีบลุกไปจัดแจ่งอาหาร
    หัวใจเต้นดรัวอีกครั้ง ยอมรับว่ากลัวเหลือเกิน แล้วจะเริ่มบอกเขายังไงดีล่ะ?
    ผากรสวมชุดนอนง่าย ๆ ผมเขายังเปลี่ยกชื้น ชายหนุ่มเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร
    มองสำรับที่ริสาสะจัดเอาไว้ให้ ดูปลากปลากนะวันนี้ มีอะไรอยากจะบอกฉันใช่ไหม?
    เขาว่าพลางตักอาหารใส่จาน แค่เรื่องของเขาก็เครียดมากพออยู่แล้ว
    คุณกรบอกว่าจะคุยกับสา เรื่องแต่งงานใช่ไหมคะ? ริสารู้สึกเหมือนโดนอ่านใจ
    เธอกลิ้นน้ำลายอย่างยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจเบียงประเด็นซะ เรื่องแม่นะ
    ท่านกดดันให้ฉันแต่งงาน อยากให้ฉันมีครอบครัว อยากให้ฉันมีหลานให้ท่าน
    พากรเองก็ไม่ค่อยสบอารมณ์นะ เขามองเธอนิ่งๆ จากนั้นก็พ้นลมหายใจออก แล้วคุณกรว่ายังไงคะ?
    ริสาพยายามทำเป็นไม่สนใจมากนะ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมอีก ฉันบอกแม่ไปแล้ว
    ต้องให้เวลาฉันคิดก่อน แม่ก็เลยงอนใหญ่เลย ชายหนุ่มตอบแล้วตักอาหารเข้าปาก
    แม่ถึงขั้นบอกว่า จะหาผู้หญิงที่เหมาะสมให้เอง ถ้าฉันยังไม่ยอมคิดเรื่องนี้อีก
    ริสาพยักหน้า รู้สึกหนวงในอก ตอนนี้เธอกำลังตั้งท้องลูกของเขา
    ในขณะที่แม่กดดันให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงอื่น ทุกอย่างชั่งเลวร้ายเหลือเกิน
    แล้วถ้าฉันต้องแต่งงานจริงๆล่ะ? ภากรกล่าวขึ้น เขามองริสาด้วยสายตาที่อ่านยากมาก
    ริสาเหนื่อยหน้ามาสบตาเขา หัวใจดวงน้อยรู้สึกปวดปลาบ น้ำตามินแม่พลานจะไหลออกมาแล้ว
    คือว่า… เธอคิดว่าความสัมพันธ์ของเราจะเป็นยังไง? คำถามนั้นทำให้เธอชังอัก
    ริสาไม่คิดว่าภากรจะถามแบบนี้หรอก และเธอไม่รู้จะตอบอย่างไรด้วย ก็…คงต้องจบลง
    เธอตอบเสียงแพว สายตาจับจ้องไปที่อาหารตรงหน้า หากแต่ความคิดล่องลอยไปไกลแสนไกล
    นั่นสินะ ถึงฉันจะชอบเธอมาก แต่ฉันคงไม่เล่นชู้กับผันระยะของฉัน มันคือความจริง
    ถ้าเขาแต่งงาน เขาก็ต้องซื้อสัตว์กับเมียของเขา ใช่ค่ะ ริสาตอบ รู้สึกเจ็บหลาบในอก
    ความจริงเธอไม่อยากให้มันจบหรอก แต่เธอไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้องอะไรทั้งนั้น
    เพราะเรื่องนี้ใช่ไหม เธอก็เลยเป็นแบบนี้ ไม่มีอะไรค่ะ ฉันรู้จักเธอดี
    อย่ามาโกหกฉันเลย ภากรวางช้อนลง มองเธอจนรู้สึกอึดอัด ไม่มีอะไรจริงๆนะคะ
    เธอยืนกลานเป็นกระต่ายขาเดียว หากแต่ไม่กล้าสู้หน้าเขาเท่าไหร่นะ ริสา บอกฉันมาสิ
    อย่าลืมนะ เธอเป็นแคททาตของฉัน ริสาราวกับถูกบีบให้จนมุม เธอลังเลอยู่ครู่ สายตาของเขาทำใจเธอเต้นแรงด้วยความหวาดหวัน
    สา ภากรเรียกเสียงเข้ม สา อะไร ท้องค่ะ ริสาหลุดคำพูดนี้ไปในที่สุด น้ำตาคลอเบา
    ไม่บอกวันนี้ก็ต้องบอกวันหน้าอยู่ดีนั่นแหละ ดานภากรนิ่งงันไปในทันที
    ใบหน้าแข็งข้างราวกับรูปปั้น ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบที่แสนอึดอัด พูดอะไรนะ
    เขาถามเสียงเข้ม ดวงตาจ้องเธอคำเม้ง ชายหนุ่มถึงกลับลุกขึ้นมายืน
    หัวใจเต้นราวกลับหลุดออกมานอกอก พูดใหม่อีกทีสิ พูดมา ชายหนุ่มตะโกนก้อง
    ถามเสียงยังเข้มจนเธอตกใจ สากำลังท้องค่ะ เธอตอบเสียงสั่น
    น้ำตาเริ่มไหลออกมาไม่ยอมหยุด ตอนนี้เธอกลัวเขามากเหลือเกิน อยู่ด้วยกันมาปีกว่า
    พากรไม่เคยมีที่ท่าน่ากลัวแบบนี้ พากรเดินวนไปวนมาในห้อง หมื่นถึงสีสาปตัวเองอยู่
    ท่าทางกำลังพยายามประมวลผล ในข้อมูลที่เขาเพิ่งจะได้รับ เธอแน่ใจหรอ
    ไม่ได้ล้อฉันเล่นใช่มั้ย เขาหั่นมาถามเสียงเข้ม ใบหน้าไม่อยากจะเชื่อเธอแม้แต่น้อย
    ริสาต้องหลอกเขาเล่นแน่ ปลาวค่ะ ริสาตอบเสียงสั่น น้ำตาไหล
    เธอก้มหน้าไม่อยากจะยอมรับความจริงซะด้วยซ้ำ
    เธอเสียใจที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง เธอไม่ได้ตั้งใจ
    และเธอเองก็ไม่ได้สะพร้าว เธอคุมกำเนิดเป็นอย่างดี หากแต่โลกไปนี้
    ทุกอย่างมันผิดพลาดกันได้ไม่ใช่เหรอ และเธอรู้ เธอทำให้เขาผิดหวัง
    พากรหยุดเดินในที่สุด เขายืนนิ่งอยู่กลางห้อง สีหน้าบงบอกถึงความโกรธและความสับสน
    กดคอราช จำได้มั้ย ห้ามทอง น้ำเสียงของเขาเย็นเยือก สาไม่ได้ตั้งใจนะคะ
    สาคิดว่าทำทุกอย่างแล้ว เธอคุมกำเนิดอย่างเร่งรัด ไม่เคยลืมกินยามาแต่น้อย
    ริสายกมือขึ้นเช็ดน้ำตา เธอรู้ความผิดตกอยู่ที่เธอ เพราะเขาต้องไม่ใช่คนผิด
    พากรถอนหายใจหนักเหนื่อย เขาเดินไปนั่งที่เก้าอี้อีกรั้ง
    มือลูปใบหน้าของตัวเองที่ยังสับสน แล้วจะให้ฉันทำยังไง ฉันมีลูกไม่ได้
    อย่างน้อยก็ไม่ใช่กับเธอ ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ เยือกเย็นกว่าเมื่อครูสายอีก สาเองก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ
    ฉันไม่พร้อมจะมีลูก เขากล่าวเสียงเรียบ หากแต่ว่าตาสื่อความหมายว่าโกรธหนักนะ
    คำพูดของเขาทำให้หัวใจเธอลนมู่ แม้นริสาจะคาดเดาได้แล้ว ชายหนุ่มจะต้องพูดแบบนี้
    แต่มันก็ยังทำให้เธอเจ็บปวดอยู่ดีนั่นล่ะ สาเข้าใจแล้วค่ะ เธอตอบเสียงเภล
    นั่นทำเอาพovanอยากจะถึงหัวตัวเองนะ บ่เอ้ย!
    ทำไมปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาริสา เขาไม่อยากแม้กระทั่งมองหน้าเธอซะด้วยซ้ำ
    กลายเป็นว่าเรื่องที่แม่บังคับเขาแต่งงาน กลับกลายเป็นเรื่องเล็ก
    เมื่อเทียบกับเรื่องของริสา สาขอโทษค่ะ ขอโทษนะค่ะ ขอโทษแล้วมันหายไหมล่ะ
    ชีวิตฉันต้องมาพัง รถเถอะ แม่งเอ๊ย ชายหนุ่มขึ้นเสียงอีกรั้ง พยายามใจเย็น
    หากแต่ผากรเย็นไม่ได้หรอก ตอนนี้รู้สึกโกรธริสามาก เขาลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นบ้าน
    ผากรตั้งใจจะสงบสติอารมณ์ซะก่อน ชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนเตียงนอน มือกายหน้าผาก
    เขาแต่งงานกับริสาไม่ได้ เพราะมันไม่มีทั้งความรักและความเหมาะสม
    พรุ่นคิดอยู่เป็นชั่วโมง สุดท้ายผากรก็หาทางออกให้ตัวเองจนได้
    เขาลงมาอีกครั้งและพบกับริสาที่กำลังนั่งเสื้อนตัวโยน
    อยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมในโต๊ะกินข้าว ตอนนี้ เราถึงเวลาต้องจบกันแล้วริสา
    ภากรยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ อีกอย่างมาคิดมาคิดไปแล้ว เผื่อริสาอยากจะจับเขา
    เธอก็เลยคิ ไม่รู้ บางทีเธออาจจะอยากจับฉัน แล้วปล่อยให้ตัวเองท้องก็เป็นได้
    เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเยอะย้าน เพราะเนทถึงความเป็นจริงในข้อนี้ ทำไม มันอยากรวย
    อยากสบายมากนักหรือยังไงกัน เท่าที่ฉันดูแลเธอบากเนี่ย
    ดูแลครอบครัวเธอเป็นอย่างดีขนาดเนี่ย มันยังไม่ดีพออีกงั้นเหรอ
    เธอนี่ไฝสูงจริงๆเลยนะ บอกแล้วไง คนบากเธอไม่มีทางจะได้เป็นเมียฉันหรอก
    อย่างมากก็แค่ ผู้หญิงแก้ เท่านั้นแหละ ไม่ใช่นะคะคุณกร
    หัวใจเธอปวดร้าวอย่างหนักนาสาหัส ผู้ชายที่รักกล่าวด้วยน้ำคำ
    มันเหมือนมีกลิ่นลงบนหัวใจของเธอ งั้นหรอ ไม่จริงงั้นหรอ แต่ฉันว่าจริง
    เอาแบบนี้ก็เหล้ากัน เขาจัดการโยนเช็กลงตรงหน้า
    ผากรเพิ่งได้กำไรจากการถือหุ้นบางตัว เป็นจำนวนเงิน 40 ล้าน สำหรับเขา
    มันก็แค่ขนหน้าแค้งไม่กี่เส้นหรอก เอาไปดูแลพ่อ แล้วก็เลี้ยงลูกของเธอซะ
    ตอนนี้เขาดูถูกเหยียดยามเธอเป็นอย่างมาก สันดาลผู้หญิงเหมือนกันหมด หิวเงิน
    ยอมแม่กระทั่งทำเรื่องน่าเกลียด แล้วถ้าไม่เอาไป เธอกับฉันเราเห็นดีกันแน่
    เขาชี้หน้าริซา บ้านหลังนี้ ฉันยกให้ ทุกอย่างที่ฉันซื้อให้ ฉันยกให้
    แต่ข้อแม้ก็คือ อย่าได้บังอาจเรียกร้องอะไรจากฉันอีก ไม่งั้นเธอกับลูกจบไม่สวยแน่
    เขาขมขู่เธออย่างร้ายกาด รู้สึกแย่ที่ริซาทำตัวหน้าไม่อายขนาดนี้ คุณกรค่ะ คุณกร
    ไม่ใช่แบบนั้นเลยนะคะ เขากำลังเข้าใจผิด ริซาสำนึกบุญคุณเขา
    เธอไม่เคยคิดจะทำแบบนั้นในสมอง งั้นเหรอ แต่ขอโทษที ฉันไม่เชื่อเธออีกแล้ว
    ออกไปจากชีวิตฉันได้แล้ว ทั้งแม่และลูกเลย โปรดติดตามตอนต่อไป
    ครรภ์นี้ที่เขาไม่รับ ตอนที่ 4
     
    นิยายรักโรแมนติก กดไลค์ กดติดตามไว้
    เป็นกำลังใจให้แอดมินมาด้วยนะคะ อย่าลืมกดกระดิ่งแจ้งเตือน
    เพื่อไม่ให้พลาดคลิปดีๆจากพวกเรา อย่าลืมว่าเรามีนัดกันตอน 1 ทุ่มดรงนะคะ ตอนที่ 4
    หัวใจที่เป็นทุ ออกไปจากชีวิตฉันได้เหรอ ทั้งแม่ทั้งลูกเลย
    ท้อยคำสุดท้ายของภากรนั้น ยังคงก้องอยู่ในหัวของริสา แม้เวลาสะผ่านไปหลายวันแล้ว
    น้ำเสียงที่เคยอ่อนโยนกลับผมกลิปบราวกับใบมีด มันเสียแทงขลุหัวใจเธอ
    ทุกคำพูดของเขาเป็นเหมือนยาผิดร้าย ค่อยๆกัดกินจิตใจ จนเธอแทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว
    ริสามองออกไปนอกหน้าตาง เป็นบ้านที่ภากรนซื้อให้
    บ้านหลังนี้เป็นเหมือนกลงขังที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวด
    เธอไม่ได้ข่าวๆจากเขาอีก นับตั้งแต่คืนนั้น ภากรตัดขาดจากริสา
    ไม่ว่าจะโทรหากี่ครั้ง ทุกสายรวนถูกปฏิเสธ ไม่ว่าจะส่งข้อความไปมากแค่ไหน
    มันกลับขึ้นว่าอาจ หากแต่ไม่มีการตอบรับกลับมาหรอก
    เสียงสะอื้นเบาๆดังขึ้นในห้องมืดสะลัว ริสาร้องไห้จนน้ำตาเกือบจะแห้งเหือด
    หัวใจเต็มไปด้วยความหวัง ตอนนี้มันกลับว่างเปล่าและปวดร้าว คุณกรค่ะ
    คุณกรกำลังเข้าใจสาวผิด เธอพึ่มภัมกับตัวเอง มือเหรียวบางรูปท้อง
    ซึ่งไม่มีวีแววความเปลี่ยนปลางให้เห็น แต่ในนั้นมีชีวิตเล็กๆซึ่งกำลังก่อตัวขึ้น
    ชีวิตที่เกิดจากความรักที่เธอมอบให้เขา แม้เขาจะไม่เคยพูดคำว่ารักกับเธอก็ตามเธอ
    ริสาลุกขึ้นเดินไปที่ห้องนอน มองเตียงที่เคยนอนด้วยกันกับเขา มองดูภาพถ่ายเพียงภาพเดียว
    ที่มีเธออยู่กับเขาด้วยกันทั้งสองคน เป็นภาพที่ถ่ายกันเองตอนไปเที่ยวต่างจังหวัด
    ริสาหยิบกรอบรูปขึ้นมา หนิวเหรียวบางรูปไปที่ใบหน้าของเขาในภาพ เธออยากจะจับฉัน
    จนปล่อยให้ตัวเองท้องก็เป็นได้ คำพูดของเขายังคงก้องอยู่ในหัว
    ทำร้ายจิตใจเธอซ้ำเล่าซ้ำเล่า ทำไมภากรคิดว่าเธอจะทำเรื่องบาปนั้นล่ะ
    ในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น เธอให้ความเคารพกับกฎของเขาเสมอ
    เธอไม่เคยเรียกรอกอะไรไปมากกว่าที่เขาให้ เหตุใดเขาต้องมองเธอแย่ขนาดนั้น
    คนบาปเธอไม่มีทางจะได้เป็นเมียฉันหรอก อย่างมากก็แค่ผู้หญิงแก้กเท่านั้นแหละ
    น้ำตาอุ่นอุ่นรินไหลออกมาอาบแก้ม ริสะโยนกรอบรูปลงบนเตียงอย่างแรง
    กระจกตากระจัดกระจาย จนระทั่งเจ็ดกระจกบาดนิ้วของเธอเลือดไหลซึ่ม
    กระนั้นความเจ็บของร่างกายก็ไม่อาจเทียบได้กับความเจ็บปวดในหัวใจในตอนนี้
    ทุกอย่างจบแล้วจริงๆสินะ เธอกระซิบกลับตัวเอง ริสะตัดสินใจไม่ยาแสบาดพลา ปล่อยให้เลือดหยดลงบนพื้น
    เธอเดินเข้าห้องน้ำ เปิดน้ำร้อนให้ไอ้น้ำลอยฟุ้งไปทั่วห้อง ถอดเสื้อผ้าออก
    เดินก้าวเข้าไปในอาง ปล่อยให้ความร้อนของน้ำอบฉลมร่างกายที่อ่อนล้า
    ในห่วงความคิดอันสับสน ริสะนึกถึงทางออกที่พากรต้องการ เธอควรจะทำแท้งใช่หรือเปล่า
    เธอควรจะกำจัดเด็กคนนี้ไป เพื่อให้ชีวิตของเขากลับมาสมบุญบากใช่ไหม
    แต่เมื่อความคิดนั้นผ่านเข้ามา มือของเธอวางท่าไปที่หน้าท้องอย่างปกป้อง ไม่นะ
    ลูกไม่ได้ทำอะไรผิด เขาไม่ได้ผิดเสียหน่อย แม้พากรจะไม่ต้องการลูก
    แม้เขาอยากจะตัดขาดเธอละลูก แต่ริสะไม่อาจทำร้ายชีวิตเล็กๆ ซึ่งเขากำลังกอเกิดกำเนิดตัวตนได้หรอก
    นี้คือลูกของเธอ นี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอเชียวนะ ริสะหลับตาลง
    ปล่อยให้น้ำตาไหลผสมกับน้ำ ซึ่งมันกำลังหลังรดบนกายเธออยู่
    รางบางสุดตัวลงแล้วร้องไห้ และไม่รู้ว่านั่งร้องไห้อยู่นานแค่ไหน
    เธอรู้สึกว่าเธออ่อนล้ามากเกิน ดังนั้นริสะจึงลุกขึ้น
    เดินไปสวมใส่ชุดนอนให้เรียบร้อย พอเดินกลับมาที่ห้อง เธอมองเห็นเช็กที่เขาโยนให้
    มันวางอยู่บนโต๊ะ 40 ล้านบาท เงินก้อนใหญ่ที่เขาให้ไว้ เพื่อปิดปากเธอให้มิด
    เพื่อให้เธอหายไปจากเขาอย่างไร้รองรอย ความรู้สึกอับอายและถูกดูมิน
    มันทำให้ริสะอยากจะฉีกเช็กนั้นออกเป็นชิ้น ๆ แต่ความจริงก็คือ เธอไม่มีทางเลือก
    เธอต้องดูแลพ่อ ต้องเลี้ยงลูก แม้จะหน้าอดสู้ หากแต่เธอก็ต้องการเงินก้อนนี้
    ริสะหยิบเช็กขึ้นมาด้วยมือที่สันเท้า มันเป็นสิ่งเดียวที่พากรทิ้งไว้ให้
    เงินที่แลกมาด้วยความอับอายทั้งหมด เงินที่ทำให้เธอรู้ว่า เธอไม่มีค่าในสายตาเขา
    เธอไม่มีอะไรไปมากกว่า คนที่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน แต่ริสะต้องทำเพื่อลูก
    เพราะในเมื่อลูกเกิดมาแล้ว เธอก็จำเป็นต้องดูแลลูกให้ดีที่สุด
    เสียงเพลงคลาสิตดังกังวานในบ้านหลังใหญ่ของระกูลวัดชิราวิสิต
    บรรยากาศของงานสังสันในครอบทั่วนั้น มันเต็มเปียมไปด้วยความรู้ร้า
    เสียงพูดคุยและหัวร้อ ดังเว้ามาจากในห้องรับแขด
    พากรวัดชิราวิสิตนั่งอยู่มุมหนึ่งของห้อง ชายหนุ่มสวมสูตรสีเท่าเค็ม
    มือถือแก้วายแดง ใบหน้าคมเค็มเรียบเฉย แต่สายตาเขาเหมือนลอยไปไกลนัก – ตากร
    ไม่สบายหรือเปล่าลูก? นางวันนี้ดามารดาของเขาเอ่ย จากนั้นก็เดินมาใกล้ ๆ –
    ผมสบายดีครับแม่ แค่เหนื่อยนิดหน่อยนะ พากรละสายตาจากความว่างเปล่า
    เขาหันมาส่งยิ้มให้กับมารดาของเขา – แม่เห็นลูกเหงียบ ๆ มาหลายวันแล้วนะ
    มีอะไรหรือเปล่า? นางถามด้วยความห่วงใหญ่ แต่พากรกลับตอบสั้น ๆ ว่า –
    ไม่มีอะไรครับ แม่รู้จักลูกดี กรของแม่ไม่เคยเป็นแบบนี้ บอกแม่มาเถอะนะ
    ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ นางนั่งลงข้าง ๆ ลูกชาย จากนั้นก็จับมือพากรเอาไว้
    ชายหนุ่มถอนหายใจออก เขาไม่อาจบอกความจริงกับมารดาได้ ไม่มีทางที่เขาจะบอกว่า
    เขาเพิ่งขับไล่ผู้หญิงที่เคยมีความสัมพันธ์ลับๆ ให้เธอออกไปจากชีวิตเขาซะ
    เธอคนนั้นกำลังท้องลูกของเขา คิดมาแล้วก็โมโห ทำไมริสาถึงได้ประมาทขนาดนี้ล่ะ
    ความสัมพันธ์ของเรากำลังเป็นไปได้ด้วยดี เขาเองกำลังมีความสุข หากแต่
    ริสาใช้เท้าเขียมมันทิ้ง เพราะคำ ว่าอยากมี อยากได้ อยากรำรวยของเธอ
    ไม่มีอะไรจริงๆครับ แค่เรื่องงานนิดหน่อยนะ หากรเอาเรื่องงานขึ้นมาบางหน้า
    แม่จะให้โอกาสลูกอีกรั้ง นางยังคงยืนกล้าน
    ใบหน้าที่ดูเด็กกว่าอายุจริงยิ้มออกมาแล้ว ไม่มีอะไรจริงๆครับแม่ แม่ไม่ต้องห่วงนะ
    ถ้ามีเรื่องหนักหน้า คุณแม่คือคนแรกที่ผมจะคุยด้วย ลูกชายออดอ้อนมารดาอย่างหนัก
    งั้นเหรอจ๊ะ งั้นแม่ก็มีเรื่องจะบอกลูกเหมือนกัน วันนี้แม่เชิญแขกพิเศษมาด้วยนะ
    แขกพิเศษ? ใครงั้นหรอกครับ พากรเลิกคิ้ว มารดาจึงยิ้มแล้วบอกว่า
    ลูกสาวของหน้าพิษไงล่ะ นํกพึ่งกลับมาจากเมืองนอก จบปริญญาโทจากอังกฤติ
    แม่อยากให้ลูกได้รู้จักนํก นางยิ้มอย่างมีความหวัง ลูกชายจะ 30 แล้ว
    สมควรแต่งงานแต่งการได้แล้วล่ะ พลันนั้นพากรก็รับดูได้เลยว่า
    นี่คือความพยายามของแม่ที่จะหากู้ให้กับเค้า แม่ครับ
    ผมบอกแล้วไงว่ายังไม่อยากแต่งงาน ผมยังไม่สามสิบเลย
    ขอผมใช้ชีวิตสดไปก่อนได้หรือเปล่า
    ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองเข็ดหลากกับผู้หญิงเหลือเกิน แม่รู้จ้ะ แม่รู้
    ลูกยังไม่อยากแต่งงาน แต่แม่ไม่ได้บอกให้ลูกแต่งเดียวนี้ซะหน่อย
    แค่อยากให้ลูกได้รู้จักกับน้องเฉยๆ น้องเป็นเด็กดี น่ารัก เรียนจบปริญญาโทเลยนะ
    ไม่เสียหายนี่นะ ถ้าลูกกับน้องจะได้รู้จักกันเอาไว้ มารดาพยายามหวานล้อม
    หลังนั้นความรู้สึกขัดแย่งก็ผุดขึ้นมาในใจของเขา ในวันปกติภากรคงปฏิเสธไปเรียบร้อยแล้วล่ะ
    แต่หลังจากมีเรื่องกับริซะ บางอย่างในตัวก็อยากจะหันหลังให้
    กับความรู้สึกผิดที่กำลังกัดกินอยู่ตอนนี้ ก็ได้ครับ เขาตอบรับอย่างไม่เต็มใจนะ
    ดีมากจ้ะลูก เดี๋ยวน้องก็คงจะมาถึงแล้วล่ะ ไม่นานหลังจากนั้น
    รถคันรูก็เข้ามาจอดที่หน้าหมุกของบ้าน มารดากับลูกชายออกไปต้อนรับแขกอีกคน
    ใบหน้านั้นยิ้มแย้ม ส่วนภากรก็ปั้นหน้ายิ้ม
    ทางทางที่เขาอยากจะอยู่เงียบๆเพียงลำพัง หญิงสาวในชุดราตรีสีครีมลงจากรถ
    เธอเดินเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางที่สง่างาม ใบหน้าสดสวย ผิวขาวอมสมพู
    ท่าที่มั่นใจชะบับสาวนักเรียนนอก สวัสดีค่ะป้าวัน ผิดฉยาพาทักทายมารดาของพากร
    หนูพา มาแล้วเหรอจ๊ะ แม่วันนี้สวยจังเลยนะลูก มานี่สิจ๊ะ
    ป้าจะได้แนะนำหนูให้รู้จักกับลูกชายของป้า
    คุณหญิงวันนี้ดาจูงมือผิดฉยาพาให้มาหาพากรที่ยืนอยู่ นี่ไงจ๊ะ พากร ลูกชายของป้า
    ตากร นี่ผิดฉยาพา เรียกน้องว่าน้องพานะลูก ลูกสาวของน้าผิดยังไงล่ะ
    ผู้เป็นผู้ใหญ่แนะนำคนทั้งสองให้รู้จักกัน พากรยิ้มอย่างสุภาพ
    ยินดีที่ได้รู้จักครับ สวัสดีค่ะพี่กร ผิดฉยาพายิ้ม เธอตอบรับและยกมือไว้อีกฝ่าย
    พึ่งกลับมาจากอังกฤษ เป็นยังไงบ้างล่ะลูก กลับตัวได้หรือยัง เมืองไทยเราร้อนๆ
    มีแค่สองรุดูเท่านั้นแหละ รุดูร้อนกับรุดูถีร้อนกว่า คนเป็นมารดาเริ่มชวนคุยแล้ว
    ก็แม้หนูพาคนนี้เหมาะสมจะเป็นลูกสะพายของนางซะเหลือเกิน
    ช่วงรักไม่ได้ออกสักบ้านเลยค่ะคุณป่า แต่ว่าตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว
    ผิดฉยาพาตอบร้อมกับรอยยิ้ม เรียนจบอะไรมาหรอกล่ะ พากรถามตามมารยาท
    เพราะดูเหมือนมารดาจะชอบผิดฉยาพามากเหลือเกิน จบปริญญาโทรด้านการบริหารธุรกิจนะคะ
    ตอนนี้กำลังจะเข้าไปช่วยคุณพ่อดูลางานที่บ้าน ผิดฉยาพาตอบอย่างฉ่าฉ้าน
    หัวใจเริ่มสั่นไหวเมื่ออีกฝ่ายมองมา ให้โซ่หนุ่มพากร ผู้ที่ควรผู้หญิงเป็นว่าเล่น
    ขอหนีผิดฉยาพารู้ดี เพราะทางรอบตัวเองก็เล่าให้ฟังเหมือนกัน หากแต่ดูเหมือนว่าปีหลังๆ
    พากรจะไม่ควรใครเลย ไม่มีนางแบบ ไม่มีดารา ไม่มีลูกหลานคนรวย
    คุณพ่อคุณแม่น้องพ่าคงจะดีใจมาก พากรตอบรับบ้างไปตามประสา
    หรือท่าอยากจะทำงานกับพี่เขาก็ได้นะลูก คนเป็นมารดาเสริม
    นางเชียนนักเรียนนอกคนนี้ออกนอกหน้านอกตา แม่ครับ พากรปลามมารดาของตัวเอง
    เพราะแบบนี้มันเหมือนจะจงใจเกินไปนะสิ จริงๆ
    พาเองก็อยากศึกษางานหลายๆอย่างเหมือนกันนะครับ อยากไปศึกษาหลายๆที่
    งานด้านโรงรามพาเองไม่ค่อยถนัดนะครับ แต่ถ้าเป็นพวกบริษัท พาว่าอาจจะง่ายกว่า
    พิชยาพาเองก็สนใจพากร ในเมื่อมารดาเขาเปิดทางมาขนาดนี้แล้ว ทำไมเธอจะต้องเกรงใจด้วยล่ะ
    พากรนิ่งไปครู่ ไม่คิดว่าเธอจะตอบรับคำชวนของแม่เขา ได้ครับ ถ้าน้องพาสนใจ
    ไว้ว่างๆไปหาพี่ที่บริษัทได้เลยนะ นางวานิดายิ้มกว้าง
    มองคนทั้งสองสลับกันด้วยความพึงพอใจ บทสนธนาดำเนินไประหว่างคนทั้งสาม
    พากรพยายามมีส่วนร่วม กระนั้นหัวใจกลับล่องลอยไปหาผู้หญิงที่บังอาจคิดจะจับเขา
    เขาพยายามขับไล่ความคิดถึงที่มีต่อริสาออกไป พยายามเตือนตัวเองว่า ริสาหลอกใช้เขา
    และผู้หญิงอย่างริสานั้น ไม่มีค่าพอให้ต้องนึกถึง
    สองสัปดาห์ผ่านพ้นไปอย่างทุกทรมาน สำหรับว่าที่คุณแม่คนใหม่ ริสาไม่ได้ออกจากบ้าน
    ไม่ได้พูดคุยกับใคร ไม่ได้รับโทรศัพท์จากใครอีก แม้แต่ครอบครัวของเธอก็ตาม
    เธอตัดขาดตัวเองจากโลกภายนอก ริสาจมตัวเองอยู่กับความเศร้าและเจ็บปวด
    แต่วันนี้เธอรู้แล้ว เธอไม่อาจเป็นแบบนี้ต่อไปได้อีก ไม่ใช่เพื่อตัวเองหรอก
    แต่เพื่อลูกในท้อง เด็กชายหรือเด็กหญิง ที่เขาตั้งใจจะมาเกิดกับเธอ ริสาลุกจากเตียง
    เดินไปที่กระจก มองสะท้อนตัวเอง ใบหน้าที่เคยสดใส บัดนี้พลันซูบสี
    ดวงตาที่เคยเปล่งประกาย บัดนี้กลับมองคล้ำ
    เธอไม่เหลือเขาของความงามและสดใสแม้แต่น้อย วันนี้เธอคิดว่า เธอควรจะพอได้แล้ว
    หากว่าลูกเธอรับรู้ได้ บางทีลูกอาจจะเสียใจ เพราะแม่ต้องมานั่งจมทุก
    เนื่องจากลูกจะมาเกิดด้วย ริสาเดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำอย่างตั้งใจ
    เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน เธอแต่งตัวให้สะอาดสะอาดและเรียบร้อย ทำอาหารเช้าง่ายๆ
    รับประทานเอง หลังจากที่กินข้าวเสร็จ เธอเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
    กดโทรหาแม่ของเธอในทันที สวัสดีค่ะแม่ ริสาทักทายเมื่อปลายสายรับ
    ริสาลูกหายไปไหนมา แม่โทรหาตั้งหลายครั้ง แต่ลูกก็ไม่ยอมรับสาย
    เสียงของนางสมใจแปลงไป ด้วยความกังวล แต่รู้ดีว่าลูกสาวอยู่กับใคร
    สถานะที่ริสาพยายามปกปิดเอาไว้อีก ดังนั้นทางรอบรัวจึงไม่อยากเข้าไป
    ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของลูกมากนะ สาขอโทษนะคะแม่ สาไม่ค่อยสบายนะคะ เธอโกหก
    ริสาไม่อยากให้มารดารู้ว่า เธอกำลังประเชิญกับอะไรอยู่ เป็นอะไรหรือเปล่าลูก
    ให้แม่ไปหาไหม โอ้ ค่อย เนี่ย พอก็เป็นห่วงเหมือนกันน่ะ ไม่เป็นไรค่ะแม่
    สาดีขึ้นแล้วนะคะ เธอพยายามทำเสียงให้สดใส ก่อนจะถามมารดาออกไปว่า พ่อเป็นยังไงบ้างค่ะแม่
    ดีขึ้นเรื่อยๆนะลูก คุณหมอบอกว่าการรักษาได้ปลนดี เพราะเงินที่ริสาหามานั้น
    มันช่วยต่อเติมชีวิตของสามีน้าง เราเคารพการตัดสินใจของริสา
    ในเมื่อลูกอยากตอบแทนพระคุณ ดังนั้นพ่อกับแม่ไม่อาจเอ่ยอะไรออกไป
    เพื่อให้ลูกสาวคนเดียวเสียใจได้หรอก ดีแล้วค่ะ ดี ริสาโล่งใจเล็กน้อย
    อย่างน้อยก็พอมีข่าวดีบ้าง ถ้ามีปัญหาอะไร กลับมาบ้านเรานะลูก
    นางสมใจรู้สึกได้ถึงความผิดปกติในน้ำเสียง แม้จะพยายามเข้มแข็ง
    หากแต่บางทีลูกสาวนั้นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่แซงทำก็เป็นได้ โธ่แม่ค่ะ ไม่มีอะไรเลย
    สบายมากค่ะ ริสารีบปฏิเสธ แน่ใจนะลูก แน่ใจสิคะ แต่ว่าสาต้องวางสายแล้วนะคะ
    พอดีสาต้องไปทำธุระนะคะ ยิ่งคุยนานเธอก็ยิ่งเผยพิรุษ หลังจากวางสายแล้ว
    ริสาจัดการบล็อคเบอร์โทรศัพท์และช่องทางการติดต่อของพากรทั้งหมด ใจของเธอยังรักเขา
    หากแต่ท่าจะหมู่อะไรอาวอนเขา แล้วทำให้ร่างกายเธอพังแบบนี้ เธอคิดว่าไม่ดีแน่ คุณแม่คนท้องจัดการปิดการติดต่อของพากร
    หลังจากนั้นก็มองไปที่รอบๆห้องนอนใหญ่ ฉันจะเริ่มต้นใหม่แล้วนะคะคุณพากร
    มือบางจับลงบนที่ท้องน้อยๆ เธอกับเขาไม่ได้ถูกเขียนให้คู่กันมาตั้งแต่แรก
    แล้วจะหมวะสกเศร้าอยู่ทำไมกันล่ะ ริสาคนนี้ต้องลุกขึ้นมาสู้ เริ่มจากเก็บข้าวของของคุณเอาไปขายเลยก็แล้วกันค่ะ
    ก็ถ้าของของเขายังอยู่เต็มบ้านไปหมดแบบนี้ ริสาก็คงมีเหตุให้นึกถึงเขา
    ดังนั้นเธอจะตัดสินใจขายมันทิ้งให้หมด อีกฝ่ายทิ้งเธอได้
    แล้วทำไมเธอจะทิ้งของของเขาไม่ได้กันล่ะ ลูกจ๊ะ เป็นกำลังใจให้แม่ด้วยนะคะคนเก่ง
    กดติดตามไว้เป็นกำลังใจให้แอดมินว่าด้วยนะคะ
    อย่าลืมกดกระดิ่งแจ้งเตือนเพื่อไม่ให้พลาดคลิปดีๆจากพวกเรา
    อย่าลืมว่าเรามีนัดกันตอน 1 ทุ่มรงนะคะ
    ครรภ์นี้ที่เขาไม่รับ ตอนที่ 5
     
    นิยายรักโรแมนติก กดไลค์ กดติดตามไว้
    เป็นกำลังใจให้แอดมินมาด้วยนะคะ อย่าลืมกดกระดิ่งแจ้งเตือน
    เพื่อไม่ให้พลาดคลิปดีๆจากพวกเรา อย่าลืมว่าเรามีนัดกันตอน 1 ทุ่มตรงนะคะ ตอนที่ 5
    ความรู้สึกที่ปากสลาย ปริสาก้มตัวเหนืออางล้างหน้า อาการคลื่นใสอีกและรอกทาท้ม
    เธอสำรอกทุกอย่างออกมา จนกระทั่งไม่เหลืออะไรในกระเพาะ
    ความเปลี่ยวในลำคอกัดลิ้นจนรู้สึกปวดสาก เธอบวนปากและล้างหน้าอย่างอ่อนราง
    ความอ่อนล้ามาพร้อมกับอาการแพ้ท้องอย่างรุ่นรางมาก นั้นทำให้เธอแทบจะยินไม่อยู่
    งาวใต้ตาดำอย่างชัดเจน ใบหน้าในกระจกเหมือนกับคนปลากหน้า
    ความสวยสดปากวันวานหายไปหมด อื้อ ลูกจ๊ะ ไม่ปลานีแม่เลยนะคะ เธอกระสิบบอกกับตัวเอง
    มือเรียวรูปท้องที่เริ่มมีรอยนุนเล็กๆ ริสาเดินกลับไปที่เตียง สุดตัวลงอย่างเหนื่อยอ่อน
    เธอหยิบสมารถโฟนขึ้นมา ดูภาพอันตราเซาที่เพิ่งได้มาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
    เป็นภาพเบลอๆของเจ้าเด็กน้อยที่กำลังเติบโตในท้อง คนที่เธอทั้งรักทั้งหวง
    ก่อนที่จะได้เห็นหน้ากันอีกหลายเดือน แม่จะดูลาหนูเองนะ เธอกระสิบ
    นิ้วเรียวรูปภาพอย่างทะนุทะน้อม แล้วเสียงริ่งโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายจากมารดา
    ริสารับสายอย่างลังเลเล็กน้อย สวัสดีค่ะแม่ เธอพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด
    ลาสุดที่ริสาไปหาแม่คือเดือนก่อน เธอไม่กล้าบอกความจริงว่าตัวเองตั้งท้อง
    และลูกสาวคนนี้กำลังทำเรื่องงามหน้า ด้วยการท้องไม่มีพ่อ ริสา มีอะไรหรือเปล่า
    น้ำเสียงไม่ค่อยดีเลยนะลูก นางสมใจถามด้วยความเป็นห่วง แค่พักผ่อนน้อยไปหน่อยนะคะ
    เธอตอบ เธอยังไม่พร้อมจะบอกความจริงกับแม่ แม่เป็นห่วงลูกนะ
    ทำไมไม่กลับมาอยู่บ้านสักพักล่ะ พ่อก็คิดถึง นางกับสามีรู้ว่าต้องมีอะไรแน่ๆ
    ไม่เช่นนั้นลูกสาวไม่เล่นหายตัวไปแบบนี้หรอก ดังนั้น ในทุกวันจัน พุด และสุข
    จึงให้น้องสาวคนเล็กไปแอบมองริสา ว่าอยู่ที่บ้านยังดีอยู่หรือเปล่า
    เพราะนางเป็นห่วง หากแต่เมื่อลูกไม่อยากเล่า นางจึงไม่อยากจะรบกวนมากนะ
    ยังมีธุระต้องจัดการนะคะ แม่ไม่ต้องห่วงนะ ฝากดูแลพ่อด้วย แล้วก็
    สารักทุกคนเลยนะคะ ริสากลั่นน้ำตา เธอไม่อยากให้กล้อกตัวรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
    เขาวางซ้าย เธอลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก พยายามฝืนกินอาหารเล็กน้อย
    แต่แทบทุกอย่างที่เข้าปากนั้น มันกลับทำให้เธอรู้สึกกลืนไส้ และแล้ว
    วันจวดคันก็เวียนมาอีกรอบ ริสาส่วมชุดลุ้มๆ ปกปิดท้องที่เริ่มหนูนปอง แวนกันแดดขนาดใหญ่
    ซ้อนดวงตาที่บวมช้ำจากการนอนไม่หลับ เธอแพ้ท้องหนักมาก แพ้จนร่างกายย่ำแย่
    อาจเป็นเพราะสภาพจิตใจด้วยกระมั่ง ริสาเดินทางไปหาหมอตามที่นัด
    อยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง คุณหมอตรวจร่างกายเธออย่างละเอียด
    จากนั้นก็สายหน้าด้วยความเป็นห่วง จะมีใครพอดูแลคุณไหมครับ? หมอถามด้วยความเป็นห่วงมาก
    ด้วยว่าคุณแม่ท้องอ่อนๆ สุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ ไม่มีค่ะ
    ริฉันอยู่คนเดียวค่ะคุณหมอ ริสากัดริ่มฝีปากแล้วสายหน้า
    คุณต้องดูแลตัวเองมากกว่านี้นะครับ ผมจะให้วิตามินและยาบำรุงเพิ่ม
    แต่ที่สำคัญก็คือคุณต้องทานอาหารให้ได้ ถ้าอาการแพ้ท้องยังรุนแรงอยู่
    เราอาจต้องพิจารณาให้การรักษาที่เข้มข้นกว่านี้อีก ริสาพยักน่ารัก
    ก่อนที่จะออกจากห้องตรวจไป เธอจ่ายค่ารักษา
    เดินออกจากโรงพยาบาลด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง
    เธอเห็นห้างสัปปะเซ็นค้าใกล้ๆกับโรงพยาบาล บนป้ายมีอาหารน่ากินหลายอย่าง
    เพราะหมอบอกว่า เธอเป็นคุณแม่ที่ขาดสารอาหาร ดังนั้นริสาจึงคิดว่า นี่ไม่ได้แล้ว เ�
    เธอคุณนี้ต้องทำอะไรซักอย่าง ริสาเลือกร้านอาหาร
    เลือกโต่มุมที่มีความเป็นส่วนตัวและเงียบสงบ ว่าที่คุณแม่สั่งอาหารเบาๆ
    ซึ่งคาดว่าท้องน่าจะรับได้ ในขณะที่รออาหารนั้น เธอหยิบทับเล็ดออกมา
    ดูว่าโลกเขาไปถึงไหนตอนไหนแล้ว อาการแพ้ท้องทำให้เธอหมื่นหัว
    จึงไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสารซักเท่าไหร่ พลันนั้น
    เสียงประตูร้านเปิดก็ดังมาจากทางด้านหลัง เสียงคักถ่ายของพนักงานดึงความสนใจของเธอ
    ริสาเลือกไปมองที่ประตูทางเข้า และแล้วหัวใจก็แทบจะหยุดเป็น เป็นภากร
    ผู้ชายที่เธอพยายามลืม เขากำลังเดินเข้ามาในร้านด้วยทวงท่าที่มีความสุข
    ใบหน้าคมเข้มยังคงหล่อแล้ว หากแต่ไร้ร่องรอยความเหนื่อยล้า
    หรือไม่มีความทุกข์ได้ได้เชกเช่นเธอหรอก ข้างกายเขา
    คือผู้หญิงในสุดกระโปงแบรนเนมสีแดงเพลิง ผมยาวสวยทุกหล่อยเป็นล้อน
    รับกับกล่อบหน้าสวย ใบหน้าหมดจด ประดับด้วยรอยยิ้มมากมั่น
    ริสาไม่ได้รู้สักกับอิคไฟหรอก หากแต่พอเดาได้ว่า ภากรกับอิคไฟ
    น่าจะเป็นคนรักกันนั่นล่ะ ความขมขื่นแล้นขึ้นมาตีกลางหน้าอกของคนท้อง ทำไมนะ
    กรุงเทพก็กว้าง กว้างซะยิ่งกว่ากว้างซะอีก ทำไมเธอถึงได้มาเจอกับเขาก็ไม่รู้
    คนทั้งคู่ถูกนำไปที่โตะห่างจากเธอไม่ถึงสามโตะ ริสารีบก้มหน้า
    หยิบแว่นตากันแดดขึ้นมาสวม มือสั่นระริก พยายามหยิบยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบ
    หัวใจเต้นรัวจนแทบผลุออกมานอกอก เธอกลัวพากรจะเห็น กลัวเขาจะสมเพชรเวทนาตัวเอง
    ขอบคุณที่มาด้วยกันนะครับพี่กร เสียงหวานใส่ของพิชยาพาดังมาถึงหู พากรมาช่วยเลือกของขวัญวันเกิดให้ยาดผู้ใหญ่
    แม่นัดให้แล้วนิกลับ พากรตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนโยน
    แม่เหมือนจะจับคู่ให้เขากับพิชยาพา บริสะเงียงหูฟังโดยไม่ตั้งใจนะ
    บทส่วนทานายังคงดำเนินต่อไป พี่กรไม่ต้องเกรงใจคุณป้าขนาดนั้นก็ได้นะคะ
    ถ้าไม่สะดวกจริงๆ พากรก็เข้าใจค่ะ เสียงของพิชยาพาแฝงความสนิทสนม กลบ
    พากรตอบรับเพียงเท่านั้น พี่กรเป็นลูกชายที่ดีจังเลยนะคะ
    แล้วพี่กรคิดยังไงกับการที่คุณป้ากับคุณแม่พยายามจับคู่เราสองคนละคะ
    พิชยาพาอยากรู้เหรอเกินว่า พากรคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เพราะสำหรับเธอคิดไปไกลแล้ว
    การได้ควงกับพากร ทำให้มีแสงสว่างมาที่ตัวเธอด้วย ใครเขาก็รู้กันว่า
    บ้านของพากรรำรวยมากแค่ไหน คำถามจากปากหญิงสาวสวย นั้นทำให้ริสาถึงกับชะงัก
    เมื่อที่กำลังตักโจ๊กที่พนักงานเอามาเสิร์ฟ ถึงกับหยุดค้างตึ่งกลางอากาศ
    เธอคอยฟังคำตอบจากพากรอย่างใจจดจอ ริสาบอกตัวเองว่า เธอไม่สนใจเรื่องของเขา หากตาทำไมกันนะ
    หูของเธอ กลับเฝ้าเอาแต่รอคำตอบจากปากเขา น้องพากรก็น่ารักดีนะครับ
    แต่ตอนนี้พี่ยังไม่พร้อมจะผูกมัดกับใคร โอเคค่ะ พาเข้าใจ พิชยาพาตอบกลับอย่างสุภาพ
    แต่ความผิดหวางแสงในน้ำเสียง เธอยากให้เขาขอเธอเป็นแฟนเลยด้วยซ้ำ
    คุณป้าจัดงานเลี้ยงที่บ้านวันสาวนี้ พี่กรว่างใช่ไหมคะ พิชยาพาเปลี่ยนเรื่อง
    น้ำเสียงคุยกลับมาร่าเรื่องอีกครั้ง ป้ากับแม่นัดกันแล้วนี่ครับ
    พี่ก็คงต้องไปนั่นเหรอ พากรตอบด้วยรอยยิ้มเหนื่อยๆ ผนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟ
    พากรมองจานอาหารตรงหน้า สายตาของเขาว่างเปล่า ก่อนจะเหลือบมองนาริกาข้อมือเรียนรู้
    พอดีช่วงบ่อยพี่มีธุระนะ เราสองคนรีบหน่อยได้ไหม ได้สิคะ พิชยาพาตอบอย่างว่าง่าย
    เธอต้องทำตัวให้มันน่ารัก พากรจะได้รักเธอมากๆยังไงล่ะ
    ทั้งต่อรับระทานอาหารจนอิ่มน้ำ พากรเรียกผนักงานมาคิดเงิน ขณะที่รอนั้น
    เขาหันไปมองรอบๆร้าน สายตาของเขากวาดผ่านริสา โดยไม่มีที่ท่าว่าจะจดจำเธอได้
    ริสาก้มหน้าต่ำ ซ้อนใบหน้าไว้หลังแว่นกันแดดขนาดใหญ่
    หัวใจเต้นระดวดด้วยความหวาดกลัว ริสากลัวว่าพากรจะจดจำเธอได้ แต่แล้ว
    สายตาของพากรก็เหลือไปเห็นอะไรบางอย่าง เขามองไปที่กระเป๋าถือของริสา
    มันวางอยู่บนธนักเก้าอี้ มันเป็นกระเป๋าใบเก่าที่เขาเคยซื้อให้กับริสา
    เมื่องานวันเกิดปีที่แล้ว ใบหน้าของพากรข้างแข็ง ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย
    ก่อนจะค่อยๆเรื่อนสายตาขึ้นไปมอง ใบหน้าที่ซ่อนอยู่หลังแว่นกันแดดสีดำอันนั้น
    ริสารู้สึกว่าเขากำลังจ้องมองเธออยู่ และเธอแน่ใจแล้ว พากรเห็นเธอเข้าแล้วล่ะ
    คล้ายเวลาจะหยุดนิ่ง เหมือนโลกทั้งใบเหลือเพียงเธอกับเขา
    เราจ้องมองกันฐานมารแห่งความเจ็บปวดและความลับ ริมสีปากของเขาขยับเล็กน้อย
    พากรคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง ตาล้าว ผนักงานก็กลับมาพร้อมกับใบเสร็จ พี่กรค่ะ
    เราไปกันเถอะค่ะ พิชยาพาเอ่ยขึ้น ดึงความสนใจของชายหนุ่มกลับมา ริสา เขาพึ่มพ่ำ สายตาจับจ้องไปที่ร่างบางของริสา
    ค่ะ พี่กรพูดอะไรกับพาหรือเปล่าคะ ไปกันเถอะครับ เขากลับมาตั้งสติได้แล้ว
    พากรหันมายิ้มให้กับพิชยาพา เขารู้แล้ว อีกฝ่ายเป็นริสาแน่ๆ
    คนทั้งสองลุกขึ้นแล้วเดินออกจากร้าน ริสาสังเกตเห็นว่า
    พากรหันมามองเธอก่อนจะเดินออกไป ขายในหัวใจเธอวุบไว้ กระพอปั่นปวน
    ความเคลื่อนไส้พุ่งขึ้นมาอีกแล้ว ริสารีบลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ
    ด้วยความรู้สึกที่ปั่นปวน ไปทั้งร่างกายและจิตใจ ในห้องน้ำนั้น
    เธออาเจียนออกมาจนหมดร่าง เหงื่อเย็นผุดซื้อมตามหน้าผาก คำหมาก ผันหลัง
    น้ำตาหลายปลาก จนแว่นกันแดดเลื่อนหลุด เธอสวนเจไปทิ้งผนังห้อง
    ริสาพยายามหายใจเข้าออกลึกๆ ริสาหวังจะให้อาการวิ่งเวียนบันเท้าลงบ้าง เธอล้างหน้า
    ดื่มน้ำเล็กน้อย บันเท้าอาการแสบร้อนในลำคอ
    เธอมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกห้องน้ำ ผู้หญิงที่มองมานั้น
    ชังน่าสงสารเสียเหลือเกิน อีกฝ่ายซูบซีบ ใบหน้าสมแทบจะดูไม่ได้
    ริสาสูตรหายใจเข้าลึกๆ แล้วตัดสินใจเดินออกจากห้องน้ำ เขาว่า
    เธอกลับพบใครคนหนึ่งเข้า ขนในกายของหญิงสาวถึงกับลูกชัน สั่นหลังเย็นว่า
    รางสูงของพากรยืนอยู่ตรงนั้น เขากำลังมองมาที่เธอ สาดว่าตาร้ายกาด
    คล้ายกับสมเพชรเวทนากันอยู่ หึ เป็นยังไงบ้างล่ะ ริสาดูไม่ได้แม้แต่น้อย
    นั้นทำให้เขาถึงกับกล่าวคำเหยียดยาม หลังนั้น
    ความเจ็บเล่นราวเข้ามาสู่หัวใจหญิงสาว
    เขากำลังหัวรอดยามหยั่นชตาชีวิตของเธองั้นเหรอ กระนั้น ริสาก็ไร้เรียวแรงจะโตตอบ
    เธอเดินผ่านเขาไปอย่างไม่คิดจะสนใจหรอก แต่แล้วร่างกายเธอกลับชะงัก
    เพราะมือใหญ่ของพากรคว้ากันเอาไว้ จะเดินหนีกันแบบนี้น่ะเหรอ
    ริสาถึงกับควบคุมลมหายใจของตัวเอง พยายามบังคับไม่ให้เส้นเสียงสั่นไว้
    เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอเป็นฝ่ายที่พายแพ้อย่างยับเยิน ขอโทษนะคะ
    ฉันรู้จักคุณไหมคะ พลังงานทั้งหมดที่มีนั้น เธอนำออกมาสร้างภาพว่า
    เธอเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมาก แม้ความจริงนั้นมันจะสวนทางกันอย่างโหดร้ายก็ตามเธอ
    มันจะมากเกินไปแล้วนะริสา พากรกดเสียงเข้ม มือบีบอีกฝ่ายแน่นขึ้น
    จำไม่ได้เหรอว่าเธอเคยนอนให้ฉันเอาจนขอแห้ง
    ชายหนุ่มเจ็บใจที่เธอเหมือนไม่อะไรใหญ่ดีในตัวเขา
    ก็ตอนนั้นริสายังเหมือนสารภาพว่ารักเขาอยู่นี่ ถ้าว่าตอนนี้เธอกลับทำเหมือนตัวเองกำลังจะเดินหน้ามาย
    ขอโทษด้วยนะคะ คุณคงจำคนผิดแล้วละคะ ริสาเงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูง โชคดีเหลือเกิน
    วันนี้เธอสวมแว่นตากันแดด ไม่เช่นนั้น เขาคงเห็นความพายแพ้ย่อยยักษ์
    แล้วรู้สึกสะใจอยู่เป็นแน่ มันจะมากเกินไปแล้วนะ มือที่จับไหลของริสานั้น
    กระชากอีกฝ่ายเข้ามาหากัน ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมาในทันที
    เธอมันก็แค่ผู้หญิงที่เอาตัวเข้าลากเงิน อย่าได้บังอาดคิดว่าตัวเองสูงสง
    แล้วก็ควรจะจำหัวตัวเองให้ได้นะ เขาขยาวร่างบางด้วยความโกรธ
    โกรธที่เธอทำที่เย็นชากับเขา แล้วใครกันล่ะที่ทำให้ความสัมพันนี้มันต้องจบ
    ไม่ใช่เธอหรอ ที่อยากได้อยากมี จนกระทั่งต้องปล่อยให้ตัวเองตั้งท้อง
    ริสาถึงกับสันรริก รู้สึกแสบร้อนกระบอกตาขึ้นมาในทันที เธอพูดอะไรไม่ได้ในตอนนี้
    ไม่เช่นนั้นเขาจะรู้ว่าคำพูดของเขาสั่นสะเทือนความโกรธแค้น
    รวมไปถึงความเสียใจในอกเธอมากแค่ไหน เป็นไงถึงกับเผียงไม่ออกเลยงั้นเหรอ
    พากรสะใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ก่อนจะได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น
    เสียงร้องของใครบางคนก็ทำให้ เขาต้องปล่อยมือออกจากริสา พี่กรคะ
    พิชยาพาเดินมาตามอีกฝ่าย เพราะพากรบอกว่าจะมาเข้าห้องน้ำ
    หากตาเมื่อมาถึงก็เห็นว่าพากรกำลังคุยกับผู้หญิงอีกคนอยู่ ท่าทางกลายสนิทสนมกันมาก
    หรือว่าผู้หญิงคนนี้คือผู้หญิงของพากร แน่ละ พิชยาพารู้ดีว่า
    ผู้ชายอย่างเขาแม้ไม่มีแฟน ก็ต้องเลี้ยงผู้หญิงเอาไว้ข้างกายเสมอ ฝากพากร
    เขารีบปล่อยมือจากริสาในทันที ถือว่าริสาโชคดีก็แล้วกัน
    เขารีบหลับสีหน้าให้เป็นปกติ หันกลับมาหาพิชยาพา จากนั้นก็ฉีดยิ้มอ่อนโยนให้
    รู้จักกันเหรอคะพี่กร ครับ อดีตเด็กเลี้ยงพี่เองนะ
    พากรกล่าวโดยไม่คิดจะปิดบังอะไรแม้แต่น้อย ขอตัวก่อนนะคะ
    ริสาสุดแสนจะอับอายเหลือเกิน จะไปไหนล่ะ มาอยู่คุยกันก่อนสิ พากรรังเธอเอาไว้
    มีอะไรอีกเหรอคะ ตอนนี้ม่านน้ำตาพังลงแล้ว ริสาไม่แน่ใจว่า น้ำตาเม็ดแรกได้ไหลลงไป
    ผลแว่นกันแดดของตัวเองแล้วหรือยัง ฉันก็แค่
    อยากจะแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนใหม่ของฉันนะ ชายหนุ่มเน้นคำว่าเพื่อน
    เหมือนที่ว่างดึงเอาพิชยาพาเข้ามาใกล้ นี่คุณพิชยาพา พึ่งจบมาจากเมืองนอก
    ฉันกับที่บ้านของพารู้จักกัน เธอคิดว่ายังไงละสา น้องพาทั้งสวย ทั้งรวย
    มีชาติตระกูลเลยนะ ถ้าสมมติว่าฉันต้องแต่งงานในสักวัน ฉันว่าผู้หญิงบากนี้นี่แหละ
    สมควรจะมาเป็นแม่ของลูกฉัน ไม่ใช่ผู้หญิงบากเธอ แล้วลูกฉันน่ะ
    ต้องเกิดกับผู้หญิงที่ดี ถ้าเกิดกับคนกลกกลาบากเธอ ฉันไม่นับเป็นลูกหรอก
    ขอตัวก่อนนะคะ ไม่มีคำใดกล่าวออกมาได้เลยแม้แต่คำเดียว
    ฝ่ายนั้นคล้ายเอามีดมาและเนื้อปาดหัวใจเธอให้เจ็บ
    ริสาไม่สามารถยืนอยู่ตรงนี้ได้อีกต่อไปแล้ว น้ำคำของภากอนนั้น
    ช้างแสนจะหน้าช้างเสียเหลือเกิน เขากำลังจะบอกว่า ลูกของเขากับเธอคนนี้
    เป็นเด็กที่เขาช้างใช่หรือไม่ คนเป็นแม่สะทกสะท้อนความรวดร้าวถึงกลางอก
    ใจนี้ทั้งเจ็บ และเกลียดช้างเขาแทนลูกของตัวเองไปด้วยซ้ำ มันจะมากไปแล้วนะภากร
    ด่าวว่าเธอให้เจ็บปวด มันก็ยังพอจะรับได้ แต่เล่นมาด่าลูกเธอแบบนี้ เห็นที
    ต่อไปเราได้เห็นดีกันแน่ พอกันทีนะภากร อย่าลืมว่าเรามีนัดกันตอน 1 ทุมตรงนะคะ
    This pregnancy he didn’t accept, part 6
    นิยายรักโรแมนติก กดไลค์ กดติดตามไว้
    เป็นกำลังใจให้แอดมินมาด้วยนะคะ อย่าลืมกดกระดิ่งแจ้งเตือน
    เพื่อไม่ให้พลาดคลิปดีๆจากพวกเรา อย่าลืมว่าเรามีนัดกันตอน 1 ทุ่มตรงนะคะ บทที่ 6
    แทบคลั่ง คนที่ถูกประจานให้อาบอายกลับมาถึงรถ ริสาสตาเครื่องยน
    รีบถอดเว้นตากันแดดออก ใบหน้าหวานฟุปลงที่พวงมาไล เธอเอาแต่ร้องไห้อยู่อย่างนั้น
    มันน่าเจ็บใจเหลือเกิน เพราะเธอ เธอต้องมากลายเป็นแผ่รับบาปให้กับเขา
    ภากรเอาแต่โทษเธอว่า เธอเป็นผู้หญิงไฟสูง คิดจะจับเขาด้วยการตั้งท้อง
    ทั้งๆที่ความจริงแล้ว ริสาระมัดระวังเรื่องนี้มาตลอด เขาตั้งหากละ
    ที่ไม่ระวังอะไรแม้แต่น้อย ริสาร้องไห้หลังน้ำปลาอยู่ครึ่งชั่วโมง
    หัวใจดวงน้อยทั้งเจ็บปวดและโกรธแค้น เธอบอกกับตัวเองเอาไว้ว่า ผู้ชายอย่างภากรนั้น
    ถ้าเธอลืมเขาไม่ได้อีก เธอก็คือคนโง่ดีๆนี่เอง จะเป็นครั้งสุดท้าย
    ที่คุณจะสามารถเหยียบย่อมฉันได้ เธอหยิบเอากระดาษทิชชูมาซับน้ำปลา
    มองไปที่เบื้องหน้า ให้เหมือนกับชีวิตในตอนนี้ เพราะตอนนี้
    ริสาต้องเดินหน้าต่อแล้ว เมื่อเขาริสาท้อน้ำคำอันเหม็นเน่า แถมยังเกลียดช่างลูกของเธออีก
    แล้วแม่คนนี้จะยอมได้อย่างไรกันละ ไม่มีทางซะละ แม้เธอจะไม่ได้ตั้งใจให้ลูกเกิดมา
    แต่เมื่อลูกมาเกิดแล้ว มันคือความรับผิดชอบของริสา ดังนั้น ไม่มีพ่อก็ไม่เป็นไร
    แม้คนนี้จะปกป้องลูกน้อยด้วยตัวเอง พากรไปส่งพิชยาพาที่บ้าน
    เขามาไปคุยกับปีดามารดาของอีกฝ่าย ดูเหมือนพวกท่านจะชื่นชอบพากรอยู่ไม่น้อย
    หากแต่ในอารมณ์นี้นั้น ชายหนุ่มทรัพย์ไม่ได้ตั้งใจฟังสิ่งที่พวกท่านพูดหรอก
    กลับมาประชุมในตอนบาย สมาธิไม่ได้อยู่ในหัวของพากร เขาเอาแต่เมอ
    คิดถึงเรื่องของริสา อันที่จริงแล้ว เขาว่าอีกฝ่ายแรงไปหรือเปล่า แต่เพราะเขากโกรธ
    โกรธที่เธอทำเย็นชากับเขา ทำเหมือนว่าเขาผิด
    ทั้งๆที่ความจริงริสาตั้งหากที่เป็นฝ่ายผิด เธอคิดจะจับเขาด้วยเด็กใดท้อง
    ก็เพราะไม่ได้เป็นความเต็มใจให้ลูกเกิด
    ดังนั้นเด็กคนนี้จึงจะไม่ได้เรียกเขาว่าพ่ออีก วันนี้ผมเหนื่อยแล้ว
    ขอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน พากรลุกขึ้น ไม่ได้เกรงใจต่อกรรมการบริหารแม้แต่น้อย
    ซึ่งมันผิดปกติวิศัยของเขา พากรให้ความสำคัญเรื่องงานเป็นอันดับแรก
    แต่ตอนนี้ในหัวกลับมีแค่ชื่อของริสา พากรตรงกลับบ้านของตัวเอง
    เท่าว่าเขากลับเลี้ยวผิด อาจจะเป็นเพราะใจลอย
    เขาจึงมาอยู่ที่หน้าหมู่บ้านที่เคยมาที่นี่ บ้านที่เขาอยู่กับริสา
    เขามาจนระทั่งพ่อกับแม่สงสัย พวกท่านรู้ว่าเขาแอบเลี้ยงผู้หญิง
    หาตาไม่ได้ว่าอะไรหรอก พากรเป็นผู้ชาย เรื่องแบบนี้มันก็ธรรมดานี่ ไอ้กร
    มึงขับมาแถวนี้ทำไมวะ เขาด่าตัวเองในกระจก จากนั้นก็หมุนพวงมาไลกลับ
    คิดไม่ออกว่าจะไปที่ไหน สุดท้ายก็เลยตรงกลับบ้านมันเสียเลย พาเขาไปในบ้าน
    พ่อกับแม่ของเขาก็นั่งอยู่แล้ว ทำหน้าเหมือนโดนใครเตะปากมา สุนทร บิดาของพากรบอก
    อะไรคะคุณ ไปว่าลูกแบบนั้นทำไม เอ่อ ว่าแต่ ลูกน่ากลียดจังเลยนะ
    น้องพาทำอะไรให้ปวดหัวหรือเปล่าลูก คุณหญิงแม่ถาม
    นางหมายมั่นปั้นมือให้ลูกแต่งงานกัน เพราะไม่มีใครเหมาะสมกับลูกชายของนาง
    เท่ากับหนูพิชยาพายอีกแล้ว ไม่ครับแม่ ผมก็แค่เบื่อ พากรว่าจะนั่งคุยกับพวกท่าน
    หากแต่ท่าอารมณ์เป็นแบบนี้ เขาคงได้เปิดเผยความจริงบางอย่างออกไป ซึ่งเรื่องนี้
    พากรไม่แน่ใจว่าพวกท่านจะรับได้หรือเปล่า อ้าว แล้วนั่นจะไปไหนล่ะลูก ผมจะขึ้นห้องครับ
    ไม่รับมือเย็นนะครับ ผมจะนอนเลย เขากล่าวแล้วหมุนตัวไปที่ชั้น 2
    พอมาถึงห้องนอนกว้าง ซึ่งตกแต่งไปด้วยเฟอร์นิเจอรูระ พากรลมตัวลงนอนบนเตียง
    ยกมือขึ้นกายหน้าพาก เย้ยบ้า ฉันไม่ผิดไว้ที่พูดกับเธอบาปนั้น
    เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะเธอทั้งนั้นละ ดังนั้น มันไม่ใช่ความผิดของฉัน
    เสียงกริ่งที่ดังขึ้นไม่หยุดย่อน ด่าวกับคนกดมือลั่น
    นั้นทำให้ริสาสดุ้งตื่นจากข้าวัง แสงแดดยามบ่ายสาด 2 เข้ามาในห้องนั่งเล่น
    เธอพึ่งเคลิ้มหลับไปบนโซฟา หลังจากเกิดอาการแพ้ท้องในช่วงเช้า
    ซึ่งมันทำให้หญิงสาวหมดแรงเป็นอย่างยิ่ง -ใครมากันนะ? ริสาพึ่มคำ
    ลุกขึ้นจากโซฟาด้วยความอ่อนล้า เมื่อเรียวบางรูปท้องที่เริ่มหนูนออกมาเล็กน้อย
    เธอเดินขึ้นไปที่หน้าจอเล็กๆข้างประตู ซึ่งเชื่อมกับกล้องวงจรปิดที่หน้าบ้าน
    แล้วหัวใจเธอก็เต้นแรงขึ้น เพราะเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยบนหน้าจอ ภากร
    ริสาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ไม่คิดเลยว่าภากรจะมาที่นี่ หลังจากที่เขาทิ้งเธอไป
    พร้อมกับความอับปยศ และคำพูดที่ทิ้มแทงหัวใจของหญิงสาว
    เสียงกริ่งยังดังอย่างต่อเนื่อง มีเสียงทุ่มรอดเข้ามาอีก – ริสา
    เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ริสายืนนิ่ง ไม่โตตอบ หวังว่าเขาจะคิดว่าไม่มีใครอยู่บ้าน
    แล้วก็กลับไปซะ แต่การกระทำของภากรนั้น มันกลับเท่าวีความรุนแรงมากขึ้น –
    ฉันรู้ว่าเธออยู่ข้างใน ถ้าไม่เปิดประตู ฉันจะปีนเข้าไปแล้วนะ
    เสียงของเขาแฝงไปด้วยความโกรธ ริสาสุดลมหายใจลึกๆ พยายามตั้งสติ
    เธอไม่อยากพาเชิญหน้ากับเขาในตอนนี้ ไม่ใช่ในสภาพที่เธอปลอกบ้างแบบนี้
    และไม่ใช่ในตอนที่เธอพยายามวางแผนเริ่มต้นใหม่ – ไปให้พ้นนะคะ
    คุณไม่มีสิทธิ์มาที่นี่ ริสาตกลตอบ พยายามให้เสียงฟังดูมั่นคง
    แม้หัวใจจะเต้นระรวดด้วยความหวาดหวั่น – เปิดประตูเดี๋ยวนี้ พากรตกลกลับ
    เสียงขอประตูดังหนักกว่าเดิมซะอีก – เราต้องคุยกัน – ไม่มีอะไรให้คุยแล้วค่ะ จำคำพูดของคุณได้ไหมคะ
    คุณพูดทุกอย่างชัดเจนแล้ว ริสาตอบกลับ น้ำตาเริ่มคลอเบา
    เธอนึกถึงคำพูดเยียดยามของเขาที่ร้านอาหาร คำพูดที่เปลี่ยบเธอเป็น ผู้หญิงกลกกล่า
    และลูกจากเธอ ที่ไม่สมควรได้รับการยอมรับ – ริสา เราต้องคุยกัน – เปิดประตูสิ
    เสียงทุบประตูดังสนัน หลังจากวันนั้นที่ร้านอาหาร ผากรก็เป็นอะไรไม่รู้
    เรื่องราวของริสามันมากมาย และบุญเวียนอยู่ในจิตใจของเขาไม่ยอมหยุด
    เหมือนจะรู้สึกผิด ไหนจะโกรธที่เธอทำให้ความสัมพันธ์ของเราย่ำแย่
    ดังนั้นผากรตัดสินใจมาที่นี่ แม้จะไม่รู้ว่าต้องการอะไรจากเธอ
    หรือบางทีเขาอาจจะอยากแ เห็นหน้า อยากเห็นว่าเธออยู่เป็นยังไงบ้าง
    ริสาสะดุ้งเล็กน้อย ความกลัวลั่นปลาดขึ้นมาที่สมอง เธอกอดตัวเองแน่น ปกป้องท้องไหน
    ๆ ด้วยสันชาติตายานของความเป็นแม่ – ถ้าคุณไม่ไป ฉันจะแจ้งตำรวจ – เอาสิ แจ้งเลย
    บ้านนี้ฉันซื้อให้เธอ ทุกอย่างที่เธอมี ฉันเป็นคนให้เธอทั้งนั้นแหละ ผากรตะโกนกลับ
    ท่าทางดูกลุ่มคลั่ง จากภาพในกล้องวงจอนปิด นั้นทำให้ริสาสันเท่า
    แต่เธอไม่ยอมอ่อนข้อให้ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเบอร์โทรในรายชื่อ –
    สวัสดีค่ะพี่ก้อง เธอพูดเมื่อปลายสายรัฟ เสียงของริสาสันเล็กน้อย – ริสา
    มีอะไรหรือเปล่า เสียงของรอยตำรวจเอกก้องพบดังมาตามซ้าย
    เขาเป็นเพื่อนเก่าจากสมัยมัทธยมของริสา – พี่ก้องคะ มีคนมาเก่ากวนที่บ้านสา
    สากลัวค่ะ พี่ก้องมาหาสาที่บ้านได้ไหมคะ – พี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้
    เสียงรอยตำรวจเอกก้องพบบอกกับรุ่นน้อง – เจอกันเมื่อครึ่งปีที่แล้ว
    เห็นว่าริสามีฟานแล้ว น่าเสียดาย เพราะตอนนั้นก้องพบไม่กล้าจีบเธอ – ริสาเป็นคนสวย
    แถมยังหน้าตาน่ารัก ตอนนั้นเธอเป็นดาวโรงเรียนก็ว่าได้ – ด้านผาก่อน
    เขายังคงทุบประตูไม่หยุดย่อน – บางครั้งตะโกนเรียกชื่อของริสา ขมขูบอกว่า
    ถ้าเธอไม่เปิดประตู เขาจะผังเข้าไปข้างในแล้วนะ – และไม่ถึงสิบนาที
    เสียงไซเรนของรถตำรวจก็ดังขึ้น – ริสามองผ่านหน้าตาง
    เห็นรอยตำรวจเอกก้องพบในเครื่องบาปเต็มยด เขาก้าวลงจากรถ
    และมีตำรวจมาด้วยอีกสองนาย – มีอะไรกันครับ? ก้องพบเอ่ยถาม
    เมื่อไปเห็นภากรที่ยืนอยู่หน้าบ้าน – ผมแค่ต้องการคุยกับเมียผม
    ภากรตอบด้วยน้ำเสียงเย็นช้า สายตาจับจ้องตำรวจหนุ่มตั้งแต่หัวจรถเท้า
    ความงุดหงิดประกดขึ้นชัดบนใบหน้า – เมียงั้นหรอกครับ? ก้องพบถามกลับ
    สีหน้าของเขาเกล้งกลิ้ม – เจ้าของบ้านโทรไปแจ้งว่า คุณกำลังกอกวน
    แล้วก็ทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย – ผมมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับเธอ
    ภากรตอบกลับเสียงเข้ม ถ้าอย่างนั้นคุณควรจะบอกเธอดีๆ ไม่ใช่มาทุบประตูขมขู่แบบนี้
    ในขณะนั้น ประตูบ้านค่อยๆ เปิดออก ริสาก้าวออกมายืนบนระเบียง
    แต่ก็ยังห่างจากรัวพอสมควร – สา เป็นอะไรหรือเปล่า?
    ก้องพบหันไปถามริสาด้วยความเป็นห่วง – สาไม่เป็นอะไรค่ะพี่ก้อง แค่ตกใจ
    เธอตอบเสียงสั่น มือยังกอดตัวเองเรากับปกป้องบางสิ่ง พากรมองเห็นความสนิทสนม
    ระหว่างริสากับนายตำรวจหนุ่มล้าว สายตาของเขาชายแววอันตราย
    ปริ่มฝีปากของเขาเม็มแน่น – รู้จักกันงั้นเหรอ? พากรถามเสียงเย็น
    หลังมองสลับไปมาระหว่างก้องพบกับริสา – ฉันจะไม่ตอบคำถามคุณค่ะ – นิดเถอะ
    พากรอารมณ์เสีย – ผู้ชายคนนี้เขาบอกว่า เขาเป็นสามีของสานะ
    ก้องพบหันไปบอกรุ่นน้องของตัวเอง ริสาจึงได้บอกว่า – สากับเขาเคยอยู่ด้วยกันค่ะ
    แต่ว่าตอนนี้เราเลิกกันแล้ว พ่อสาท้อง เขาก็เอาเงินฝ่าดหัวสาเราก็ทิ้งค่ะ –
    นี่ไม่รู้ว่าเขากลับมาอีกทำไมค่ะพี่ก้อง ไม่น่าใจว่าจะกลับมาทั่วเงินคืนหรือเปล่า
    ริสาทำหน้าหน้าสงสาร หากตากคำกล่าวทั้งตรงประเด็น และยังเสียสีพากรอารมณ์อีก –
    มันจะมากเกินไปแล้วนะริสา – พากรอารมณ์รู้สึกอับอายในคำพูดของเธอ – ถ้าอย่างนั้น
    ผมต้องขอบัตรประชาชนหน่อยได้ไหมครับ ก้องพบขัดขึ้น หลังยืนมือไปที่ชายนุ่ม
    พากรส่งมาบัตรให้อย่างไม่เต็มใจนะ พอนายตำรวจตรวจสอบ และบันถึกข้อมูลลงสมุดแล้ว
    ก้องพบก็อ่านรายชื่อของเขา – คุณพากร วัจฉราวิสิตนะครับ
    เขามองหน้าพากรอย่างพินิดพิกล้อ – ผมต้องขอเตือนคุณ
    การรบกวนและข่มขู่เป็นความผิดทางกฎไม้ ถ้าคุณยังกระทำการเช่นนี้ต่อไป
    ผมอาจต้องจับกลุ่มตัวคุณ – ผมแค่ต้องการคุยกับเธอ พากรยำอีกครั้ง
    สายตาจับจ้องไปที่ริสา – คุณริสาชัดเจนแล้วว่า เธอไม่ต้องการจะคุยกับคุณ
    คุณควรเคารพการตัดสินใจของเธอ กองพบเองก็ตอบกลับอย่างน่ากๆ
    หากว่าเป็นจริงอย่างที่ริสาว่า ผู้ชายคนนี้ก็แย่มาก ๆ
    เพราะกญ์งพบเองก็มีน้องสาวที่ท้องแล้วผู้ชายไม่ยอมรับเหมือนกันนั่นล่ะ
    ดังนั้นนายตำรวจหนุ่มจึงได้รู้สึกเห็นใจริสา พากรหันไปมองหญิงสาว
    แววตาของเขาฉายแววโกรธและหึ่งหวง ริสา เขาพยายามพูดด้วยน้ำเสียงให้เป็นปกติ
    เราต้องคุยกัน ฉันบอกคุณแล้วไงคะ ไม่มีอะไรให้คุยอีก หรือคุณจะเอาเงินคืนคะ
    ขอโทษทีค่ะ มันคงไม่มีคืนให้แล้ว เพราะฉันต้องใช้เงินทั้งหมดไปเลี้ยงลูก
    ริสาตอบเสียงสั่น บังคับน้ำตาให้ไหลออกมา เธอจะเล่นบทโสก
    เพื่อขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เอาสิ ถ้าเขายังกล้าอยู่อีก
    ทอบรัวคุณร่ำด้วยขนาดนั้น เงินแค่นี้คงไม่ทำให้คุณจนลงหรอกใช่ไหมคะ
    แบบนี้แย่มากเลยนะครับคุณ นายตำรวจอีกคนพูดขึ้น คองแล้วทิ้ง แถมยังไม่รับผิดชอบ
    ไหนจะหน้าหนามาขอเงินคืนอีก ผมไม่ได้จะมาเอาเงินคืนนะ ผากรตกที่นั่งลำบากแล้ว
    ในตอนนี้เขากลายเป็นผู้ชายเลว และยังกลายเป็นคนขี้เหนียวอีก
    แล้วต้องการอะไรอีกละคะ หรือว่าคุณยังเหยียบย่ำหัวใจของสาไม่พอ
    วันนั้นคุณควงว่าที่พันรยามมาแนะนำให้สารู้จัก เราก็เอาแต่อวดอ้าง
    นึกว่าคุณจะต่างงานกับเธอ ส่วนสากับลูก พวกเราไม่สำคัญ มีเท่าไหร่
    ริสางัดบทโสกมาเล่นไม่ยัง เป็นผู้หญิงไม่มีกำลัง แต่เรามีสมอง ด้านพากรยืนนิ่ง
    เขาถึงกับอึ่งใบไปเลยทีเดียว เขารีบถอยกลูด ไม่เช่นนั้น คงอาจจะถูกประจานไปมากกว่านี้อีก
    ฝากเอาไว้ก่อนนะริสา เขาพึ่มภัมเบาๆคนเดียว ก่อนจะรีบเดินไปขึ้นรถ
    เธอกับเขาเราได้เจอกันอีกแน่ โอเคนะริสา กองพบถามเมื่อรถของพากรรับไปแล้ว
    ค่ะพี่กอง ขอบคุณมากนะคะ เขามาแบบนี้บ่อยหรือเปล่า ไม่ค่ะ
    นี่เป็นครั้งแรกหลังจากที่เลิกกันไป ถ้าเขากลับมาอีก โทรหาพี่นะ กองพบเน้นยำ
    มือหนาวางลงบนบาทเล็กของริสาอย่างให้กำลังใจ ขอบคุณนะคะพี่กอง
    ริสาส่งยิ้มบางกลับไปให้เขา เมื่อส่งนายตำรวจกลับไปทั้งหมดแล้ว
    ริสากลับเข้าไปในบ้าน เธอล็อคประตูอย่างนั่นนะ เธอสุดตัวลงวนโซฟา
    หัวใจเต้นแรงด้วยความหวาดหวั่น เมื่อครู เธอทำให้เขาอับอายอยู่ไม่น้อย
    เธอรู้ว่าคนอย่างพากรต้องกลับมาอีก หากแต่คนอย่างริสานั้น
    จะมัวหวาดกลัวไม่ได้เป็นอันขาด มือบางรูปท้องที่กำลังหนูนขึ้นเล็กน้อย
    เธอสัญญากับชีวิตเล็กๆในท้องว่า แม่จะปกป้องหนูเอง รุ่งเช้า
    ริสาขับรถไปที่บ้านพ่อกับแม่ หัวใจเต้นระรวดด้วยความกังวล เธอไม่แน่ใจว่าพวกท่านจะรับมือกับความจริงได้หรือเปล่า
    แต่เธอรู้ถึงเวลาที่ต้องเปิดเผยทุกอย่างแล้ว สวัสดีค่ะแม่
    ริสาทักทายเมื่อมารดาเปิดประตูให้ ริสา มาทำไมไม่บอกล่วงหน้าล่ะลูก
    นางสมใจอุทานด้วยความดีใจ ขอโทษที่ไม่ได้โทรบอกเลยนะคะ ริสาตอบหลางฝืนยิ้ม
    เธอเดินตามมารดาเข้าไปในบ้าน พ่ออยู่ไหนละคะ อยู่ในสวนนะจ๊ะ
    ตอนนี้แข็งแรงขึ้นมากแล้วนะ เริ่มทำสวนเล็กๆข้างบ้าน นางสมใจตอบหลางยิ้ม
    ชวนริสาเดินออกไปที่สวนหลังบ้าน หญิงสาวเดินตามมารดาไป
    เห็นว่าปิดากำลังรดน้ำต้นไม้อยู่
    สีหน้าของท่านสดใสกว่าครั้งที่เธอเห็นในโรงพยาบาลซะอีก ถ้าเกิดย้อนเวลากลับไปได้
    ริสาจะยังยืนยันเป็นผู้หญิงของพากร เพราะอำนาจเงิน
    มันต่ออายุให้บิดาของเธอมาปีกว่าแล้ว พ่อคะ ริสาไม่ได้เจอกันตั้งนาน
    เป็นยังไงบ้างละลูก นายสมสักหันมาด้วยสีหน้าที่ยินดีเป็นอย่างยิ่ง สา สบายดีค่ะ
    แต่น้ำเสียงดูฟังไม่สุดจะสบายใจอย่างที่บอกนะ มีอะไรหรือเปล่าลูก สมสักถาม
    สังเกตเห็นความผิดปกติในน้ำเสียงของลูกสาว พ่อคะ แม่คะ สามีอะไรจะบอกกับพ่อแม่
    เธอบอกท่าน จากนั้นน้ำตาก็เริ่มเอ่อคลอเบา ปีดามานดามองหน้ากันด้วยความกังวล
    พวกท่านพาลูกสาวเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่น มีอะไรก็พูดมาเถอะลูก นางสมใจบอก จับมือลูกสาวเอาไว้แน่น
    ริสาสุดลมหายใจลึกๆ รู้ว่าถ้าไม่พูดตอนนี้ เธออาจไม่มีความกล้าที่จะเอ่ยอีก สา
    สาท้องค่ะ เธอบอกในที่สุด น้ำตาลินไหลอากแก้มนวน ท่านนั้น
    ความเงียบเข้าปกกลุ่มห้องนั่งเล่น นางสมใจและนายสมสัก
    มองลูกสาวด้วยความรักละเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง มั่นไม่ได้ผิดคาดอะไรแม้แต่น้อย
    เขา…เขาไม่ได้ต้องการลูกคนนี้ ริสาใสสีสว่ะ ดวงตาเปื้อนไปด้วยๆ แฟนของลูกใช่ไหม
    คนที่ซื้อบานให้ แต่ทำให้พ่อไม่ตาย คนที่มอบความสะดวกสบายให้กับเรา
    นายสมสักมีสีหน้าที่แต้มรอยยิ้มอยู่บ้าง ริสาพยักษ์น่ารัก
    ก่อนจะระบายทุกอย่างออกมาด้วยความอัดอัน เธอปกปิดทุกอย่างจากรอบครัว
    ริสากลัวว่าพ่อกับแม่จะไม่ยอบให้เธอลดทรศักษี แต่สำหรับเธอแล้ว
    พรอบครัวคือทุกอย่าง และเธอสามารถทำทุกอย่างได้เพื่อพวกท่าน ลูกของแม่ แม่ไม่รู้
    แม่ไม่รู้สิ่งจริงว่าสาของแม่ต้องทุกขนาดนี้ นางสมใจกอดลูกสาวแน่น
    น้ำตาไหลอาบหน้าเช่นกัน ขอโทษนะคะที่ทำให้พ่อกับแม่ผิดหวัง
    ไม่มีอะไรต้องขอโทษรักลูก พ่อตางหากที่ต้องขอโทษ ถ้าพ่อไม่ปวด
    ลูกก็ไม่ต้องทำแบบนี้ เสียงของนายสมสัขสั่นเกลือ
    ลูกสาวเขาเป็นเด็กดีและน่ารักมาสมlass ไม่ใช่ความผิดของพ่อนะคะ
    มันเป็นการตัดสินใจของสาเองตั้งค่ะ แล้วตอนนี้จะทำยังไงต่อล่ะลูก? นางสมใจถามต่อ
    เหมือนลูกผมลูกสาวยังอ่อนโยน ษาตัดสินใจแล้วค่ะ ฟัล часто ไหยไปอยู่ต่างเจ้าวัด
    ตอนนี้ เขาเริ่มกลับมาเกาะไปแล้วยัง แต่ไม่ต้องห่วงนะคะเขาไม่ได้ทำอะไรรุนแรงหรอก
    เขาก็แค่อยากเกาะ แล้ว เพื่อ เอาชนะฟัลแค่นั้นเอง แม้นปากคอของพากรจะร้อย ๆ เพียงแต่อีกฝ่ายไม่เคยลงเมือทำร้ายกันหรอก
    พากรยังมีความเป็นคนอยู่บ้าง เราจะไปด้วยกัน พ่อกับแม่จะไม่ทิ้งลูกในเวลาแบบนี้
    ไม่ได้นะคะ พ่อต้องรักษาตัวต่อ ที่นี่มีหมอที่รู้อาการของพ่อ
    อย่าทำให้สาเป็นห่วงเลยนะคะ
    สาร์ถึงเกิดยอมเป็นเเมียเขาเพื่อให้พออยู่ต่อพ่อกับแม่ช่วยเห็นใจสาหน่อยนะคะ
    อย่าทำให้ความพยายามทั้งหมดที่มีมันล้มเหลวเลยนะคะ พ่อขา.. แม่ขา… แต่แม่ว่า…
    สาดูแลตัวเองได้นะคะ แม่ไม่ต้องห่วง แล้วพ่อกับแม่ค่อยไปหาสาดีไหมคะ
    ตอนที่สาจะคลอด ริสาพยายามหวานล้อมพวกท่าน เธอทำตัวให้เค็มแข็งมากขึ้น
    แมนจะไม่เห็นด้วย ในที่สุดพ่อกับแม่ก็ยอมรับการตัดสินใจของริสา
    พวกท่านพยายามให้คำปรึกษา รวมถึงให้กำลังใจแก่บุตรสาวในตลอดช่วงบาย
    ริสาอยู่กับครอบครัวจนอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า หัวใจเบาลงแล้ว
    เพราะได้สารภาพความจริงทั้งหมดกับพ่อแม่ ความรักและการยอมรับที่ได้จากพวกท่าน
    มันทำให้เธอมีกำลังใจมากขึ้น เมื่อได้เวลากลับ เธอสวมกอดพ่อกับแม่แน่ๆอีกครั้ง
    จากนั้นริสาก็ขับรถออกมาจากบ้าน ความมืดเริ่มปกลุ่มท้องฟ้า
    คลั้นริสาขับรถเข้าสู่ถนนใหญ่ได้ไม่นาน เธอสังเกตเห็นรถคันหนึ่งเล่นตามมา
    ซึ่งอยู่ในระยะที่ไม่ใกล้มากนัด หัวใจเต้นแรงเมื่อจำได้ว่า นี่คือรถของพากร ริสาเร่งความเร็
    วเล็กน้อย และรถคันนั้นก็เร่งตามอีก คำบ้าอะไรของคุณฮะ
    ความกลัวเริ่มกอดตัวขึ้นแล้ว ริสาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หมายจะโทรหากล้องพบ
    หากแต่แล้วริสาก็ต้องเบล็กกระทั่นหัน เนื่องจากพากรตั้งใจจะปาดหน้า มันแย่ตรงที่
    บนถนนเส้นนี้ไม่มีรถแม้แต่คันเดียว ริสาเบล็กเกือบหัวข้าม้ำ
    เธอเห็นร่างสูงของเขาเดินลงมาจากรถ ในมือของพากรถือค้อน
    เขาจัดการทุบกระจกรถยนของเธออย่างแรง คนท้องถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ
    ไอ้หย่านะ จะทำอะไร คุณกร เราต้องคุยกัน เพียงไม่นานนะ
    พากรก็นั่งในรถของอีกฝ่ายได้แล้ว เธอต้องเคลียร์กับฉัน เรื่องไอ้หมอนั่น
    นิยายรักโรแมนติก กดไลค์ กดติดตามไว้ เป็นกำลังใจให้แอดมินมาด้วยนะคะ
    อย่าลืมกดกระดิ่งแจ้งเตือน เพื่อไม่ให้พลาดคลิปที่ดีจากพวกเรา
    อย่าลืมว่าเรามีนัดกันตอน 1 ทุ่มตรงนะคะ
    Tạo 200 prompt hình ảnh liên tục, mỗi prompt thể hiện một cảnh quay điện ảnh
    trong cùng một bộ phim tình cảm gia đình – hôn nhân rạn nứt –DRAMA KỊCH TÍNH Của chính nội dung cốt
    truyện phía trên, viết theo cấu trúc:
    1.     [Prompt
    cảnh 1],
    2.     [Prompt
    cảnh 2]…

(mỗi prompt xuống dòng sau khi kết thúc).
Thể loại chính: Dự trên cốt truyện
Bối cảnh chung: dựa trên cốt truyện
Không khí chủ đạo: Hồi hộp, kịch tính nhưng đậm chất điện
ảnh THÁI LAN;
giàu chiều sâu cảm xúc. Cảm giác chân thật như đang xem một live-action movie.
Mỗi khung cảnh vừa riêng tư, thiên nhiên THÁI LAN đan xen với ánh sáng công nghệ TỰ NHIÊN như phản chiếu mối quan hệ đang xa
cách.
Phong cách nghệ thuật: Hình ảnh siêu thực chi tiết cực cao,
hiệu ứng vật lý chân thật: ánh sáng, hơi nước, sương bụi, phản chiếu kim loại,
độ sâu không gian rõ rệt.
Ánh sáng & Màu sắc: Ánh sáng tự nhiên trong trẻo của THÁI LAN,
bóng đổ rõ nét, cinematic color grading pha giữa sắc vàng – cam ấm của đất đá,
Hiệu ứng lens flare nhẹ, ánh sáng xuyên sương, tạo cảm giác phim điện ảnh chất
lượng cao.
Yêu cầu quan trọng:

  • Hình ảnh nhân vật phải là người THÁI LAN thật (khuôn mặt, dáng người, trang phục phù hợp bối cảnh).yêu cầu ghi ảnh thật cho từng promt, không
    lấy ảnh hoạt hình
  • Cảnh phải là địa điểm thật ở THÁI LAN,
    có thể kết hợp yếu tố tình cảm hoặc
    điện ảnh nhưng không
    được mất cảm giác hiện thực.
  • Không có chữ, ký tự hoặc logo trong ảnh.
  • Các prompt phải nối mạch câu chuyện thành một bộ phim liền mạch.
  • Ảnh để AI tự chọn màu phù hợp với cảm xúc từng cảnh.
  • PROMPT VIẾT BẰNG TIẾNG ANH.
     các hình ảnh khác
    nhau, có nhiều hơn 1 người, cảnh thật người thật
    Đánh số
    thứ tự trước mỗi promt CÓ
    THỂ COPPY ĐƯỢC

Tiêu đề 1: หนีบอสใจร้ายหวังเลี้ยงลูกลำพัง แต่สิ่งทีเกิดขึ้นหลังจากนั้นทำทุกคนน้ำตาไหล 💔 (Dịch nghĩa: Trốn sếp tàn nhẫn hi vọng tự nuôi con một mình, nhưng điều xảy ra sau đó khiến tất cả rơi nước mắt 💔)

Tiêu đề 2: ประธานรวยดูถูกสาวจนที่ท้องไม่มีพ่อ ความจริงฟาดหน้าจนกราบขอขมา 😱 (Dịch nghĩa: Chủ tịch giàu sỉ nhục cô gái nghèo bầu không cha, sự thật phía sau tạt thẳng mặt khiến tất cả lặng người 😱)

Tiêu đề 3: สาวใช้ไร้ค่าท้องไม่มีใครเอา คืนชีพทวงศักดิ์ศรีจนบอสใหญ่ไม่คาดคิด 😭 (Dịch nghĩa: Cô gái thấp kém mang thai bị ruồng bỏ, màn lật ngược số phận đòi lại danh dự khiến tổng tài không ai ngờ 😭)

1. Mô tả video (TIẾNG THÁI)

เมื่อความรักกลายเป็นข้อเสนอจำยอม และชีวิตใหม่ในท้องกลับถูกปฏิเสธอย่างเลือดเย็น 💔 จากผู้หญิงไร้ค่าที่ประธานหนุ่มตราหน้าว่า “อยากรวยจนยอมท้อง” สู่การลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องลูก! ความจริงที่บอสใหญ่ไม่คาดคิดกำลังจะเปิดเผย การเผชิญหน้าครั้งนี้จะจบลงด้วยน้ำตาหรือการล้างแค้น? ร่วมติดตามเรื่องราวดราม่าสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ใน “ครรภ์นี้ที่เขาไม่รับ” ตอนที่ 1 😱 #อสังหา #ลงทุน #ธุรกิจ #ทำเงิน #สปอยหนัง #นิยายรัก #ดราม่า #ครรภ์นี้ที่เขาไม่รับ #Lakorn #สปอยนิยาย


2. Prompt tạo thumbnail (TIẾNG ANH)

Note on Prompt Usage: To maintain a fresh, non-repetitive look for your YouTube channel that drives high click-through rates, choose one of the cinematic variations below for your thumbnail generation.

Option 1: The Cold Superiority (Wide Cinematic Angle)

A realistic, ultra-sharp Thai YouTube thumbnail. A stunning 24-year-old Thai woman stands center-stage inside a luxurious, sunlit modern real estate office in Bangkok. She is wearing a striking, vibrant crimson red designer dress. Her expression is dangerously cold and enigmatic, with a sharp, calculating gaze and a subtle, ruthless smirk. In the blurry background, a wealthy Thai man in a messy business suit is on his knees, his face twisted in deep regret and despair, looking up at her. Dramatic high-contrast shadows, cinematic volumetric lighting filtering through large glass windows, hyper-detailed skin textures, depth of field, 8k resolution, no text.

Option 2: The Ruthless Confrontation (Medium Close-Up Shot)

A photorealistic, highly dramatic live-action movie still for a YouTube thumbnail. A beautiful Thai woman with sharp, captivating features dominates the right side of the frame, wearing an elegant, fiery red silk blouse. Her eyes flash with a dangerous, vengeful intensity as she looks slightly down toward the camera with a chilling, confident half-smile. On the left side, slightly out of focus, several wealthy family members in formal attire look on in absolute terror and shock, their faces filled with anguish. Ambient cinematic golden hour lighting, sharp focus on the woman’s intense expression, heavy contrast, ultra-detailed physical textures, cinematic color grading, no text.

Option 3: The Secret Exposed (Low-Angle Dramatic Shot)

An ultra-realistic, cinematic YouTube thumbnail featuring real Thai actors. A gorgeous Thai female lead stands powerful and imposing in a low-angle shot, dressed in a bold scarlet red tailored pantsuit. Her expression is mysterious and chillingly calm, with an undercover, predatory gaze looking directly at the viewer. Surrounding her in the background are multiple corporate executives in black suits inside a high-end boardroom, all of them looking panicked, defeated, and remorseful. High-contrast dramatic lighting, intense lens flare effect, smoke and dust particles visible in the light beams, hyper-realistic, 8k, no cartoon, no text.

A real Thai woman named Risa, 24 years old, anxious expression, whispering comforting words into the ear of her sick, frail father who is lying on a large public hospital bed in Bangkok, cinematic shot, raw emotion, soft indoor lighting, 8k resolution.

Close-up of Risa’s hands tightly holding her elderly Thai father’s wrinkled, weak hand on a sterile hospital white bedsheet, medical tubes visible in the background, deep depth of field.

Risa, with tears welling up in her eyes, looking down at her father with a hopeless expression inside a crowded, dim public hospital ward, gloomy atmosphere, highly detailed realism.

An elderly Thai doctor in a white coat speaking to Risa in a hospital corridor, explaining the severe cancer diagnosis, serious atmosphere, photorealistic, natural sunlight filtering through the windows.

Risa looking at her wrist watch in a hurry, realization hitting her that lunchtime break is over and she must return to work, emotional stress, realistic physics, dramatic shadows.

Her frail father, Somsak, whispering faintly from the hospital bed, motioning for her to go back to work, a look of guilt on his face, cinematic color grading, authentic Thai setting.

Risa stepping out of the VIP hospital room into a stark hallway, heavy shoulders, looking at her distressed Thai mother and younger sister sitting on a bench waiting anxiously.

Risa hugging her elderly mother, Somjai, tightly in the hospital hallway, comforting each other amid financial despair, emotional family bond, high contrast lighting.

Risa talking to her mother in whispers about the need to move their father from the expensive private ward to a cheaper state hospital, worried faces, sharp focus, volumetric light.

Risa walking out of a modern Bangkok private hospital building, looking up at the sky with a suffocating feeling of helplessness, busy city background, atmospheric haze.

Risa hurriedly arranging folders and documents on an office desk in a high-rise corporate building in Bangkok, sweating slightly, looking anxious after arriving late, professional attire.

A stern female Thai secretary approaching Risa’s desk, pointing towards the CEO’s corner office, cold corporate atmosphere, sleek modern interior.

Risa adjusting her professional black business suit jacket, taking a deep breath in front of a heavy wooden office door, trying to look composed despite her inner turmoil.

Inside a luxurious glass-walled executive office, a tall, handsome 29-year-old Thai CEO named Phakorn standing with his back turned, looking out at the sprawling Bangkok skyline.

Phakorn turning around slowly, a sharp, piercing gaze on his handsome but cold face, dressed in an expensive tailored grey suit, commanding presence, cinematic lighting.

Risa standing nervously in front of Phakorn’s massive mahogany desk, keeping her head low, sunlight reflecting off the floor-to-ceiling glass windows.

Phakorn stepping closer to Risa, a menacing look in his eyes as he questions her about her repeated tardiness over the past week, intense corporate drama, realistic skin textures.

Close-up of Risa swallowing hard, clenching her fists behind her back, refusing to reveal her father’s illness to her demanding boss, high-contrast shadows.

Phakorn pacing slowly around Risa like a predator circling its prey, his expression unreadable, a faint scent of luxury perfume implied through the sharp cinematic focus.

Risa looking down at the polished floor, trembling slightly, desperately promising that her personal issues will not affect her work performance anymore.

Phakorn stopping right in front of her, leaning against his desk with arms crossed, cold and unyielding, stating that he requires perfection from his employees.

Risa’s eyes filling with tears that she can no longer control, breaking her professional facade as she blurts out that her father is dying of cancer in the hospital.

Phakorn freezing for a second, his strict expression shifting slightly into deep calculation, analyzing her raw emotional breakdown, cinematic camera angle.

Risa wiping her tears hurriedly, bowing slightly in apology, her voice cracking as she begs not to lose her well-paying job, high emotional stakes.

Phakorn walking back to his leather chair, gesturing for her to sit down across from him, his demeanor less aggressive but still powerful, moody lighting.

Risa sitting on the edge of the office chair, her hands shaking as she faces her wealthy, influential boss, the heavy silence filling the room.

Phakorn leaning forward, pointing out that her private hospital bills must be astronomical, hitting her exact weak spot, sharp focus on his piercing eyes.

Risa hesitating, looking away in shame as her boss accurately deduces her desperate need for a massive amount of money, hyper-realistic, 8k.

Phakorn smirking slightly, a dangerous glint in his dark eyes as he hints at an alternative solution to her financial crisis, a classic wealthy playboy stance.

Risa looking up in sudden realization and shock at what Phakorn is implying, her anger beginning to build up behind her tear-stained eyes.

Risa standing up abruptly, politely but firmly rejecting his unspoken proposition, turning around to leave the office, dramatic movement.

Phakorn raising an eyebrow, a cold smile on his lips as he casually warns her that rejecting his offer means her immediate termination from the company.

Phakorn leaning back in his chair, completely unbothered, stating he will have HR process her dismissal if she walks out that door, ultimate power play.

Risa stopping in her tracks near the door, sweat dripping down her neck, feeling the crushing weight of her family’s financial survival on her shoulders.

Risa turning back to face him, desperate, her voice trembling as she asks him what exactly he wants from her in exchange for saving her father’s life.

Phakorn walking slowly toward her again, stopping inches away, leaning down to whisper a wicked proposition directly into her ear, dark cinematic grading.

Close-up of Risa’s face turning pale, her eyes widening in pure horror and shock as she hears the word “yourself” come out of his mouth.

Phakorn stating his terms clearly: become his secret woman, obey his every command, and he will fully fund her father’s medical treatments and family debts.

Risa backing away from him until her back hits the office wall, overwhelmed by fear, disgust, and the harsh reality of her lack of options.

Phakorn crossing his arms, looking down at her with absolute dominance, telling her she has until tomorrow morning to make her final choice.

Risa walking out of the executive office into the main hallway, her legs shaking violently, holding onto the wall for support, completely shattered inside.

Risa sitting at her own desk, staring blankly at a happy family photo taken a year ago where her father was still healthy and smiling, warm memory contrast.

Suddenly, Risa’s smartphone on the desk vibrates violently, showing an incoming call from her mother, stark overhead office lighting.

Risa answering the phone to hear her mother sobbing frantically, screaming that her father’s heart has just stopped beating at the hospital.

Risa packing her belongings into her bag in a blind panic, tears flowing freely as she rushes toward the office elevators, ignoring her coworkers’ stares.

Before entering the elevator, Risa turns back one last time to look at the closed door of Phakorn’s office, making a silent, desperate decision in her mind.

Flash forward one year later: A cinematic shot of a luxurious, high-end bedroom in a Bangkok mansion, pristine white silk sheets on a grand Italian-style bed.

Risa lying on the soft bed, a beautiful but melancholic expression on her face, wrapped in premium white linen, looking out a large window at night.

Phakorn, now her secret lover, leaning down over her in the dim, luxurious room, kissing her passionately but possessively, intense romantic drama atmosphere.

Close-up of Phakorn’s large, strong hands holding Risa’s waist, showing his absolute dominance over her body throughout their one-year secret arrangement.

Risa looking at Phakorn’s handsome face while he lies beside her, feeling deeply confused by the occasional warmth and tenderness he displays after their intimate moments.

Risa softly telling Phakorn that her father’s health has significantly improved thanks to the expensive advanced medicine he paid for over the past year.

Phakorn sitting up, putting on an expensive dark silk bathrobe, his muscular torso visible, reminding Risa coldly never to forget the strict rules of their contract.

Close-up of Risa nodding obediently while pulling the bed sheets up to cover her shoulders, a poignant look of a woman who traded her pride for love.

Phakorn walking into the modern glass bathroom, leaving Risa alone in the massive bedroom to contemplate her secret status as a paid mistress.

Risa standing up, wrapping herself in a bathrobe, looking around the lavish room that Phakorn provided, realizing how much her family’s life has changed financially.

A real estate shot of a beautiful new 3.5-million-baht two-story house in a peaceful Thai suburban neighborhood, bought entirely by Phakorn for Risa’s family.

Phakorn stepping out of the bathroom, water droplets glistening on his toned chest, a towel wrapped around his waist, telling Risa to get dressed for a premium restaurant.

Risa looking surprised, asking him cautiously if he is really taking her out in public, since their relationship is supposed to be an absolute secret.

Phakorn smirking as he puts on a crisp white designer shirt, stating they are driving out of Bangkok to a private resort town where no one knows them.

Inside a high-end bathroom, Risa staring at her reflection in the mirror under bright lights, silent tears streaming down her face for her lost dignity.

Risa admitting to herself in front of the mirror that she has tragically fallen in love with her cold, commanding master, a dangerous emotional turn.

Risa visiting her family’s new house on a sunny weekend afternoon, sitting in the lush green backyard garden with her father, Somsak, who looks much healthier.

Her father smiling gently, placing his wrinkled hand on Risa’s head, asking her if she is happy with her wealthy “boyfriend,” unaware of the dark truth.

Risa forcing a beautiful, bright smile, hiding her pain as she holds her father’s hand, promising him that everything in her life is perfect.

Risa’s mother, Somjai, calling out from the kitchen, handing Risa her vibrating smartphone, stating that someone urgent is calling her.

Risa stepping out onto the front balcony of the house to answer the call from Phakorn, her voice dropped to a cautious whisper so her family won’t hear.

Phakorn’s cold voice on the phone demanding to know what time she will return to his mansion, strictly forbidding her from staying overnight with her parents.

Risa pleading softly to stay just one night with her family, but Phakorn’s tone grows harsh, reminding her that she is his property and must obey instantly.

Risa walking out of her family’s house at 5:00 PM with a heavy heart, lying to her parents that she has an urgent business meeting to attend.

Exactly at 6:00 PM, a sleek black luxury Mercedes-Benz pulling up to the curb, Phakorn sitting inside behind the steering wheel, looking impatient.

Risa getting into the passenger seat, greeting him with a sweet, submissive voice, which is the only version of her Phakorn tolerates.

Phakorn driving through the evening streets, looking over at Risa, secretly realizing that he has grown heavily addicted to her presence over the past year.

Inside Phakorn’s private luxury villa, Risa serving him a glass of fresh honey-lemon water, gently massaging his temples as he relaxes on a sofa.

Phakorn pulling Risa onto his lap unexpectedly, staring deeply into her eyes before pulling her into a passionate, breathless embrace, intense romantic tension.

Two hours later, Risa lying awake in the dark room, resting her head on Phakorn’s broad chest, staring at the ceiling, dreading the day he will get bored of her.

Phakorn suddenly breaking the silence, casually mentioning that his wealthy mother is heavy-pressuring him to arrange a marriage with a high-society woman.

Risa freezing in his arms, her heart shattering into a million pieces upon hearing the news, yet forced to maintain a calm, silent demeanor.

Phakorn kissing her forehead, reassuring her that he hasn’t agreed to his mother’s demands yet, claiming he will still keep her around, unaware of her inner agony.

The next morning, inside the bathroom, Risa staring in absolute disbelief and panic at a positive pregnancy test strip in her trembling hand.

Close-up of Risa’s face covered in cold sweat, tears overflowing as she realizes she has violated Phakorn’s number one rule: “Do not get pregnant.”

Risa tearing up another pregnancy test kit from its box, desperately hoping the first one was a mistake, waiting anxiously in the silent bathroom.

The second test also showing two distinct pink lines, Risa sliding down against the bathroom wall, sobbing silently, clutching her stomach in pure terror.

Risa hiding the positive pregnancy tests deep inside her makeup drawer, trying to wash her face and erase any signs of crying before Phakorn notices.

Her phone ringing with a message from Phakorn saying he is coming home early tonight to discuss something very important with her, raising her anxiety to a peak.

Evening time, Risa meticulously preparing a table full of Phakorn’s favorite Thai dishes, trying her best to make him happy before breaking the terrifying news.

The front door opening and Phakorn walking in, looking stressed and exhausted from his mother’s endless high-society matchmaking demands.

Phakorn sitting at the dining table, noticing Risa’s pale face and slight tremors as she pours him water, his sharp eyes evaluating her unusual behavior.

Phakorn mentioning that his mother has threatened to find a suitable aristocratic woman for him herself if he keeps delaying marriage.

Risa feeling a sharp pain in her chest, realizing she is carrying his child at the exact moment their illicit, paid relationship is forced to a dead end.

Phakorn asking Risa bluntly what she thinks will happen to their relationship if he eventually has to marry a woman of his own social standing.

Risa answering in a faint, broken voice that they will obviously have to end everything, her eyes fixed on her untouched plate, deep sorrow.

Phakorn putting his spoon down, demanding her to tell him what is really bothering her, stating that she has been acting strange and defensive all evening.

Risa taking a deep breath, tears finally spilling over as she looks into his fierce eyes and whispers the words: “I am pregnant, Khun Korn.”

Phakorn turning completely rigid like a stone statue, his face darkening with a mixture of shock, confusion, and sudden intense rage.

Phakorn slamming his hand on the dining table, standing up abruptly and towering over Risa, screaming at her to repeat what she just said.

Risa crying uncontrollably, trembling in her chair as she repeats that she is indeed pregnant with his child, terrified of his monstrous transformation.

Phakorn pacing back and forth across the dining room frantically, clutching his head, shouting that he strictly commanded her to prevent this from happening.

Risa trying to explain through her tears that she never missed her birth control pills and that it was an honest medical failure, but he refuses to listen.

Phakorn stopping in front of her, his face twisted in disgust, coldly stating that he is not ready to be a father, especially not with a woman of her low status.

Phakorn screaming that his life and reputation will be ruined because of her carelessness, completely ignoring her immense emotional pain.

Phakorn storming upstairs to the bedroom, slamming the door shut, leaving Risa alone in the quiet dining room, weeping into her hands.

Phakorn lying on his bed, staring at the ceiling in extreme frustration, convinced that Risa intentionally got pregnant to trap him for his immense wealth.

An hour later, Phakorn walking back downstairs, his expression cold, cynical, and detached, holding an expensive leather checkbook in his hand.

Phakorn aggressively throwing a check for 40 million baht right onto the table in front of Risa’s face, looking at her with absolute disdain.

Phakorn sneering, accusing her of being just like every other greedy woman, trading her body and a fake pregnancy plot for a luxurious lifetime payout.

Close-up of Phakorn pointing a menacing finger at Risa, threatening her that if she ever tries to contact him or his family again, he will ruin her life.

Phakorn yelling at her to take the money, keep the house he bought, and completely vanish from his life along with the unwanted child in her womb.

Risa staring at the multi-million baht check on the table, feeling the deepest level of humiliation and heartbreak a human being could endure.

Phakorn turning his back on her, walking out of the house into the dark night, leaving her completely abandoned in the middle of the living room.

Two weeks later, a melancholic shot of Risa sitting alone in the dark, silent house, staring out the window into a rainy Bangkok afternoon.

Risa looking at her phone, showing dozens of unanswered, blocked calls and messages sent to Phakorn over the past days, confirming he completely erased her.

Risa gently touching her still-flat stomach, sobbing softly in the darkness, whispering apologies to her unborn baby for the cruel rejection from its father.

Risa looking at a framed photo of her and Phakorn from happier days, suddenly throwing it against the wall in a fit of grief and anger, glass shattering everywhere.

Close-up of Risa’s finger bleeding slightly from a glass shard as she cleans up the broken frame, symbolic of her deeply bleeding heart.

Risa sitting in a hot, steamy bathtub, tears mixing with the water on her face, contemplating the terrible thought of abortion to end her suffering.

Risa immediately wrapping her arms tightly around her belly in a protective maternal instinct, rejecting the dark thought, promising to keep her baby safe.

Risa picking up the 40-million-baht check from her desk, her hands shaking, realizing that despite the ultimate humiliation, she must use it to survive for her child.

Inside the grand, luxurious mansion of the Watcharawisit family, a lavish high-society family gathering filled with wealthy Thai aristocrats in evening gowns.

Phakorn sitting in a corner of the grand living room, wearing a sophisticated dark grey suit, holding a wine glass, looking distant and deeply distracted.

His elegant mother, Vanida, sitting next to him, noticing his gloomy mood, gently squeezing his hand and asking if he is feeling unwell lately.

Phakorn forcing a polite smile to reassure his mother, though his mind is completely consumed with angry, guilty thoughts about Risa’s sudden disappearance.

Vanida excitedly introducing a beautiful high-society Thai girl named Pichayapa, who just returned from completing her master’s degree in England.

Pichayapa, stunning in a designer cream-colored evening dress, bowing gracefully with a polite “Wai” gesture to greet Phakorn, radiant smile.

Phakorn standing up to greet her politely, putting on a flawless high-society gentleman facade while feeling completely empty inside.

The two families sitting together at a lavish dinner table, laughing and discussing a potential marriage alliance between Phakorn and Pichayapa.

Pichayapa looking at Phakorn with obvious romantic interest, while Phakorn responds with polite, short answers, completely uninspired by her beauty.

Two weeks later, a real Thai medical clinic setting: Risa sitting across from an OB-GYN doctor, looking visibly exhausted and pale from severe morning sickness.

The doctor looking at Risa with deep concern, advising her that she is severely malnourished due to stress and needs someone to take care of her.

Risa shaking her head with a sad, lonely smile, telling the doctor that she lives completely alone and will try harder to eat for her baby.

Risa walking out of the modern Bangkok hospital, wearing large black sunglasses to hide her swollen eyes, looking at a bright, busy shopping mall next door.

Inside a quiet, high-end restaurant in the mall, Risa sitting at a secluded corner table, ordering a light meal, trying to force herself to eat.

Risa looking through her tablet to distract herself, when suddenly the restaurant door opens, drawing her attention to the entrance.

Phakorn walking into the restaurant, looking handsome and completely happy, entirely unaffected by the tragedy he left behind.

Standing right next to Phakorn is Pichayapa, dressed in a striking fiery red designer dress, laughing brightly as she holds onto his arm.

Risa’s heart stopping in fear as the waiter leads Phakorn and Pichayapa to a table just three rows away from her own hidden corner.

Risa quickly lowering her head, pushing her large sunglasses up her nose, her hands shaking so violently she can barely hold her water glass.

Pichayapa speaking in a sweet voice, audible to Risa, thanking Phakorn for taking her out to shop for a family elder’s birthday gift.

Phakorn answering Pichayapa with a soft, gentle tone that he used to reserve only for Risa, causing a sharp pang of jealousy and grief in Risa’s chest.

Pichayapa boldly asking Phakorn how he feels about their parents trying to matchmake them into marriage, a hopeful look on her beautiful face.

Risa freezing completely, her spoon hovering in mid-air as she holds her breath, waiting in pure agony for Phakorn’s response.

Phakorn calmly stating that Pichayapa is lovely, but he is currently not ready to commit to anyone, causing a subtle wave of relief to wash over Risa.

Phakorn checking his luxury watch, telling Pichayapa they need to hurry because he has an important business meeting in the afternoon, professional demeanor.

While waiting for the bill, Phakorn casually glances around the restaurant, his eyes sweeping across the tables until they land near Risa’s corner.

Phakorn’s eyes locking onto an old luxury handbag hanging on the back of Risa’s chair—the exact bag he bought her for her birthday last year.

Phakorn’s face turning rigid, his eyes widening slightly as he recognizes the bag, slowly moving his gaze up to the woman hiding behind the large black sunglasses.

Risa realizing that Phakorn has fully recognized her, a tense, breathless cinematic moment as they stare at each other across the upscale restaurant.

Pichayapa interrupting the intense moment, pulling Phakorn’s arm and announcing that the bill has been paid and they should leave now.

Phakorn standing up with Pichayapa, but his eyes remain glued to Risa’s pale figure as he walks toward the restaurant exit, deep conflict in his gaze.

The moment they leave, Risa rushes into the restaurant bathroom, overwhelmed by a sudden wave of severe nausea and emotional panic.

Risa throwing up violently into the bathroom sink, cold sweat dripping down her face, completely broken by the sudden, intense confrontation.

Risa washing her face at the mirror, her sunglasses off, looking at her sickly, pale reflection, realizing she cannot let him see her defeat.

Risa stepping out of the restaurant restroom corridor into a secluded hallway, only to freeze in sheer terror as a tall shadow blocks her path.

Phakorn standing right there in the dim corridor, having sent Pichayapa away to wait, staring down at Risa with a cruel, mocking smirk on his face.

Phakorn sneering at her appearance, making a harsh, derogatory comment about how pathetic and unkempt she looks after leaving him.

Risa gathering every ounce of her remaining strength, putting her sunglasses back on, and attempting to walk right past him as if he were a complete stranger.

Phakorn forcefully grabbing Risa’s slim wrist, pulling her back violently, enraged by her cold, indifferent attitude toward his presence.

Risa looking directly at him through her dark lenses, her voice cold and artificial as she asks him politely to let go because she doesn’t know who he is.

Phakorn’s grip tightening around her wrist, his face darkening with rage as he reminds her in a crude whisper of their past intimate relationship.

Phakorn shaking her slightly, furious that she is pretending to be elite and distant when he knows the dark truth about her financial desperation.

Pichayapa suddenly walking down the corridor, calling out for Phakorn after getting tired of waiting for him outside the restrooms.

Phakorn immediately letting go of Risa’s wrist, quickly changing his fierce expression into a charming, smooth smile as he turns to face Pichayapa.

Pichayapa looking suspiciously at Risa, asking Phakorn who this pale, sick-looking woman is and why they were standing so close together.

Phakorn looking at Risa with cold indifference, casually dismissing her to Pichayapa as just an old “domestic girl” or subordinate he used to keep around.

Risa feeling a sharp knife twist in her heart at his public humiliation, tears finally spilling past her sunglasses as she stands frozen in shame.

Phakorn deliberately introducing Pichayapa to Risa, bragging about Pichayapa’s wealthy background, high education, and perfect high-society family status.

Phakorn looking dead into Risa’s eyes, cruelly stating that if he ever marries and has children, it will be with a perfect, high-class woman like Pichayapa.

Phakorn delivering the ultimate blow, stating he would never accept a child born from a low-class, trashy woman, completely disowning Risa’s unborn baby.

Risa turning around and running away blindly through the mall corridors, completely shattered, her hands over her ears to block out his cruel words.

Risa reaching her car in the parking garage, locking the doors, and collapsing over the steering wheel, crying hysterically for her insulted child.

Risa wiping her face fiercely in the car, her sadness transforming into a burning, deep hatred for the man who just disowned their own flesh and blood.

Risa making a sacred vow to herself in the reflection of her rearview mirror: She will raise this child alone, and Phakorn will never be allowed to be its father.

Phakorn sitting in a high-stakes corporate board meeting later that afternoon, completely unable to focus, staring blankly at a digital presentation deck.

Phakorn driving his black luxury car through the streets of Bangkok, accidentally taking the turn that leads toward the suburban house he bought for Risa.

Phakorn parking across the street from Risa’s house, staring at the quiet, closed gates, feeling an intense mix of anger, longing, and toxic pride.

The next day, Risa resting on her living room sofa, pale and weak, when the front doorbell begins to ring aggressively and continuously without stopping.

Risa walking slowly to the security monitor by the door, her heart dropping into her stomach as she sees Phakorn’s angry face glaring into the camera lens.

Phakorn shouting into the intercom, demanding her to open the door immediately, threatening to climb over the security fence if she refuses to comply.

Risa standing firmly inside, refusing to open the door, telling him through the intercom that he has no right to step foot on her property ever again.

Phakorn slamming his fists against the heavy front gate outside, completely losing his mind over her defiance, creating a massive scene in the quiet neighborhood.

Risa, trembling but smart, picking up her smartphone and dialing the number of her high school friend, Police Captain Kongphop.

Police Captain Kongphop, a handsome Thai officer in a crisp police uniform, answering the phone with deep concern as Risa explains she is being harassed at home.

Within ten minutes, a police patrol car with flashing sirens pulling up to the curb outside Risa’s house, blocking Phakorn’s luxury Mercedes-Benz.

Captain Kongphop stepping out of the police vehicle with two other officers, approaching the furious Phakorn who is still shouting at the gate.

Phakorn turning around to face the officers, his expression arrogant and unbothered, coldly stating that he is just handling a private matter with his woman.

Risa slowly opening the front door and standing safely behind Captain Kongphop, her face tear-stained as she officially asks the police to remove the intruder.

Phakorn’s eyes flashing with intense jealousy and rage upon seeing the close, protective stance of the handsome young police officer next to Risa.

Captain Kongphop demanding Phakorn to hand over his Thai national ID card for formal verification, maintaining a strict, professional law enforcement demeanor.

Phakorn reluctantly handing over his ID card, glaring at the officer, his wealthy ego deeply bruised by the public embarrassment in broad daylight.

Risa speaking up loudly in front of the police, telling them that Phakorn abandoned her when she got pregnant and is now here to harass her for the settlement money.

Phakorn standing completely shocked and mortified as the neighborhood onlookers and police officers look at him with deep disgust and disapproval.

Captain Kongphop giving Phakorn a stern legal warning, stating that any further harassment or trespassing will result in immediate arrest and criminal charges.

Phakorn, thoroughly humiliated and defeated by Risa’s unexpected tactical play, storming back into his luxury car and speeding away into the distance.

Risa thanking Captain Kongphop sincerely at the gate, receiving a comforting, supportive pat on the shoulder from the kind Thai officer.

The next morning, Risa driving out of Bangkok to her parents’ house, her mind completely made up about fleeing the city to protect her pregnancy.

Inside her parents’ humble living room, Risa sobbing softly as she finally confesses the entire truth about her pregnancy and Phakorn’s cruelty to her mother and father.

Her father, Somsak, and mother, Somjai, pulling Risa into a tight, warm parental embrace, crying with her, promising that they will raise the baby together.

That evening, Risa driving her car down a dark, empty provincial highway outside Bangkok, planning to relocate to a quiet countryside province.

Suddenly, a familiar black luxury car accelerates from behind, aggressively cutting Risa’s car off and forcing her to slam on the brakes on the lonely road.

Phakorn stepping out of his car into the dark night, holding a heavy metal tool, violently smashing Risa’s driver-side window in a final, terrifying act of desperation to control her.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube