Bóng Oan Hồn Trong Gương Kính

เงาอาฆาตในกระจก

หมอกสีเทาจางๆ ลอยอ้อยอิ่ง ปกคลุมหุบเขาที่ซ่อนตัวจากโลกภายนอก. กลางม่านหมอกนั้น คือบ้านไม้สักโบราณหลังใหญ่. มันยืนตระหง่านอย่างเงียบงัน. เหมือนกำลังเก็บงำความลับมานานหลายชั่วอายุคน.

ชิยืนมองมันจากท้ายรถแท็กซี่. ความรู้สึกหนักอึ้งกดทับในอก.

นี่คือบ้านของตระกูลลาง. ตระกูลเก่าแก่ของเธอ.

เธอกลับมาที่นี่อีกครั้ง. สถานที่ที่เธอพยายามหนีมาตลอด.

คนขับรถช่วยยกลงกระเป๋าเดินทางลง. สีหน้าของเขาดูไม่ค่อยดีนัก.

“คุณแน่ใจนะครับ ว่าจะพักที่นี่” เขาถามเสียงเบา.

ชิพยักหน้า. จ่ายเงิน. ไม่พูดอะไร.

รถแท็กซี่ขับจากไปอย่างรวดเร็ว. ทิ้งเธอไว้ลำพังกับความเงียบและบ้านหลังนั้น.

ชิสูดหายใจลึก. กลิ่นอับชื้นของใบไม้ที่ทับถมกันและกลิ่นดินลอยมาปะทะจมูก.

เธอลากกระเป๋าเดินทางไปตามทางเดินหินเก่าๆ.

ผมทรงสั้นทันสมัยของเธอดูแปลกแยก. ไม่เข้ากับบรรยากาศที่เหมือนเวลาหยุดนิ่ง.

เสียงประตูไม้เก่าดังเอี๊ยดอ๊าด.

คุณย่ามัวยืนอยู่ที่นั่น. ร่างสูงวัยในชุดผ้าทอสีเข้ม.

คุณย่าของเธอไม่เคยเปลี่ยนแปลง. ยังคงเหมือนเดิม. เย็นชา. และเด็ดขาด.

ดวงตาของคุณย่ามัวจ้องมองเธอ. มันเป็นดวงตาที่อ่านไม่ออก.

และที่สำคัญ… ปอยผมด้านหน้าของคุณย่ายาวจนเกือบปิดดวงตา. มันบดบังแววตาที่แท้จริง.

“กลับมาแล้วรึ ชิ” เสียงของคุณย่าแหบพร่า.

“ค่ะ คุณย่า” ชิตอบ.

ไม่มีการกอด. ไม่มีการต้อนรับที่อบอุ่น. มีเพียงความเงียบที่คั่นกลาง.

“เข้ามาสิ” คุณย่าหันหลังเดินเข้าบ้าน.

ชิเดินตามเข้าไป.

อากาศข้างในบ้านเย็นชื้น. แม้ว่าข้างนอกจะอบอ้าว.

และเงียบ.

เงียบจนน่าอึดอัด. เงียบจนได้ยินเสียงหายใจของตัวเอง.

ทุกอย่างในบ้านหลังนี้เก่าแก่. เฟอร์นิเจอร์ไม้หนักๆ. เครื่องทองเหลืองที่ขัดจนขึ้นเงา. และกลิ่น… กลิ่นกำยานจางๆ ผสมกับกลิ่นอับของไม้เก่า.

“เย็น… มาช่วยพี่เขายกกระเป๋า” คุณย่ามัวสั่ง.

เงาร่างหนึ่งขยับตัวในมุมมืดของห้องโถง.

นั่นคือ เย็น. ลูกพี่ลูกน้องของเธอ.

เย็นอายุสิบแปด. แต่เธอดูเหมือนเด็กสิบสอง. ร่างเล็ก. ผอมบาง.

เย็นก้าวออกมาจากความมืด.

และสิ่งแรกที่ชิสังเกตเห็น. คือปอยผมของเย็น.

มันยาวเหมือนของคุณย่ามัว. ยาวจนปิดบังใบหน้าเกือบทั้งหมด.

ชิไม่เห็นสีหน้าของเย็นเลย.

“สวัสดีค่ะ พี่ชิ” เย็นพูดเสียงเบา. เบาเหมือนกระซิบ.

เย็นก้มหน้าตลอดเวลา.

“สวัสดี เย็น” ชิพยายามยิ้ม. “เธอสูงขึ้นนะ”

เย็นไม่ตอบ. เธอรีบเข้ามาลากกระเป๋าเดินทางของชิ.

“ห้องของแกอยู่ทีเดิม” คุณย่ามัวพูด. “ไปพักผ่อน. เย็นจะเตรียมอาหารเย็น”

ชิเดินตามเย็นขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดทุกย่างก้าว.

ห้องของเธอยังเหมือนเดิม. เตียงไม้สี่เสา. ตู้เสื้อผ้าเก่าๆ. และกระจกตั้งพื้นบานใหญ่.

มันเป็นกระจกทองเหลืองโบราณ. ขอบสลักลวดลายแปลกตา. พื้นผิวของมันมัวๆ ไม่ชัดเจน.

ชิไม่ชอบกระจกบานนี้. มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีคนกำลังมองเธออยู่เสมอ.

เย็นวางกระเป๋าลง.

“เย็น… เธอยังสบายดีนะ” ชิพยายามชวนคุย.

เย็นผงกศีรษะ. แต่ยังคงก้มหน้า. “ค่ะ… พี่ชิ”

“เงยหน้าหน่อยสิ. ฉันอยากเห็นหน้าเธอ” ชิพูด.

เย็นสะดุ้งเล็กน้อย. เธอยกมือขึ้นกุมปอยผมของตัวเองแน่น.

“ไม่… ไม่ได้ค่ะ” เธอพูดเสียงสั่น. “คุณย่าจะโกรธ”

“โกรธเรื่องอะไร. แค่เงยหน้าเนี่ยนะ” ชิเริ่มหงุดหงิด.

“กฎ… คือกฎค่ะ” เย็นพูดจบ. ก็รีบหมุนตัววิ่งออกจากห้องไป.

ชิถอนหายใจ.

นี่แหละเหตุผลที่เธอเกลียดบ้านหลังนี้.

มันเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ไร้สาระ. ความเชื่อโบราณ. และความอึดอัด.

เธอมาที่นี่เพียงเพื่อรอให้ถึงวันเปิดมรดกของคุณตา. เมื่อเสร็จธุระ. เธอก็จะไปจากที่นี่ทันที.

มื้อค่ำผ่านไปในความเงียบ.

มีเพียงเสียงช้อนส้อมกระทบจาน.

ชิอึดอัดแทบบ้า. เธออยากจะกรีดร้อง.

คุณย่ามัวตักอาหารอย่างเชื่องช้า. ปอยผมของท่านแกว่งไปมา.

เย็นก้มหน้าก้มตากิน. ชิไม่เห็นแม้แต่ปากของเธอ.

หลังมื้ออาหาร.

คุณย่ามัวเรียกชิไปพบที่ห้องไหว้บรรพชน.

ห้องนั้นมืดและเย็น. มีเพียงแสงเทียนริบหรี่จากแท่นบูชา. กลิ่นกำยานคละคลุ้ง.

“อีกสามวันจะถึงคืนเดือนเพ็ญ” คุณย่าเริ่มพูด. เสียงของท่านก้องอยู่ในความเงียบ.

“เป็นคืนไหว้บรรพชน. และเป็นคืนที่เย็นจะเข้าพิธีบรรลุนิติภาวะ”

ชินั่งพับเพียบ. รู้สึกปวดเข่า. เธอพยายามอดทนฟัง.

“แก… ชิ… ก็ต้องเข้าร่วมพิธีด้วย”

ชิขมวดคิ้ว. “หนูต้องทำอะไรบ้างคะ”

“แกต้องทำตามกฎ” คุณย่ามัวพูด. “กฎของตระกูลลาง. โดยเฉพาะกฎของผู้หญิง”

“กฎอะไรคะ”

“แกต้อง ‘บังตา’”

“บังตา?” ชิไม่เข้าใจ. “หมายความว่ายังไงคะ.”

“ก็เหมือนฉัน. เหมือนเย็น” คุณย่าชี้ไปที่ปอยผมของตัวเอง.

ความเงียบเข้าปกคลุม.

“คุณย่าจะให้หนู… ไว้ผมหน้าม้าเหรอคะ” ชิถาม. พยายามกลั้นหัวเราะ.

“ไม่ใช่แค่ผมหน้าม้า” คุณย่าพูดเสียงเย็น. “คือการปิดบังใบหน้า. ผู้หญิงทุกคนในตระกูลนี้. ต้องไว้ผมปิดหน้า. ห้ามให้ใครเห็นหน้าตาที่แท้จริง. นี่คือกฎ”

ความอดทนของชิหมดลง.

“คุณย่า. นี่มันปีอะไรแล้วคะ. หนูไม่ทำ”

“นี่ไม่ใช่เรื่องตลก ชิ”

“หนูก็ไม่ได้ล้อเล่น. มันเป็นแค่ความเชื่องมงาย. เป็นการกดขี่. หนูไม่ยอมให้ผมมาปิดหน้าปิดตาหนูหรอกค่ะ”

ชิลุกพรวดขึ้นยืน. เสียงของเธอดังขึ้น.

“หนูไม่อยากมีชีวิตอยู่. โดยที่ไม่กล้ามองหน้าตัวเองในกระจก!”

“แกกล้าดียังไง!” คุณย่าตวาด.

“หนูโตแล้ว. หนูมีการศึกษา. หนูไม่เชื่อเรื่องงมงายพวกนี้. คุณย่าจะบังคับเย็นยังไงก็เรื่องของคุณย่า. แต่หนูไม่ทำ!”

ดวงตาของคุณย่ามัววาวโรจน์ขึ้นหลังปอยผม. ความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างของท่าน.

“แกมันโง่. นังเด็กโง่” คุณย่าพูดเสียงลอดไรฟัน.

“แกคิดว่านี่เป็นทางเลือกงั้นเหรอ”

“ใช่ค่ะ. มันคือทางเลือกของหนู”

“ผิด” คุณย่ามัวสวนกลับ. “มันไม่ใช่ทางเลือก. มันคือการปกป้อง”

“ปกป้อง?” ชิหัวเราะเยาะ. “ปกป้องจากอะไรคะ! จากผีสางเทวดาเหรอ! หรือกลัวว่าผู้ชายจะไม่ชอบหน้าพวกเรา”

คุณย่ามัวไม่ตอบ. ท่านเพียงแค่จ้องมองเธอ.

“ถ้าแกไม่ทำตามกฎ. แกจะต้องเสียใจ”

“หนูไม่กลัว” ชิพูด. “หนูจะอยู่ในห้องของหนู. จนกว่าจะถึงวันเปิดมรดก. แล้วหนูจะไป. หนูจะไม่เข้าร่วมพิธีบ้าๆ นี่”

ชิหันหลัง. เดินออกจากห้องไหว้บรรพชน. ทิ้งคุณย่ามัวไว้ในความมืด.

คืนนั้น.

ชิพยายามข่มตานอน. แต่บรรยากาศของบ้านมันหนักอึ้ง.

เสียงลมข้างนอกดังหวีดหวิว. เหมือนเสียงคนร้องไห้.

เธอพลิกตัวไปมา.

ประตูห้องของเธอถูกแง้มออกเบาๆ.

ชิสะดุ้ง. ลุกขึ้นนั่ง.

เป็นเย็น.

เย็นในชุดนอนสีขาว. เธอดูเหมือนวิญญาณในความมืด.

“พี่ชิ…” เสียงของเย็นสั่นเทา.

“มีอะไรเหรอ เย็น. ย่ายังไม่เลิกบ่นอีกเหรอ”

เย็นส่ายหน้า. เธอเดินเข้ามาในห้อง. ตัวสั่น.

“พี่ชิ… ทำตามที่คุณย่าบอกเถอะค่ะ”

“นี่เธอก็เชื่อเรื่องไร้สาระนี่ด้วยเหรอ” ชิถอนหายใจ. “เธอกำลังจะอายุสิบแปดแล้วนะ. เธอไม่คิดจะใช้ชีวิตของตัวเองบ้างเหรอ. ไม่คิดจะเงยหน้ามองโลกบ้างเหรอ”

“ไม่… ไม่ใช่ค่ะ” เย็นกระซิบ. เสียงของเธอกดต่ำ. “มันไม่ใช่เรื่องความเชื่อ”

“แล้วมันเรื่องอะไร”

เย็นกำชายเสื้อแน่น. “มัน… มันคือเรื่องจริง”

“เรื่องจริงอะไร”

“เย็น… เย็นรู้สึกเหมือนกัน”

ชิจ้องมองเย็น. “รู้สึกอะไร”

เย็นตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด. “เย็นรู้สึก… เหมือนมีคนมองอยู่ตลอดเวลา”

ความเงียบเข้าครอบงำ.

“เย็น… เธอแค่เครียดไปเอง” ชิพยายามพูดเสียงนุ่มนวล. “เธอถูกเลี้ยงมาในบ้านนี้. เธอเลยคิดไปเอง”

“ไม่ค่ะ” เย็นยืนยัน. “โดยเฉพาะ… เวลาที่อยู่หน้ากระจก”

ชิรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง.

“ตอนที่เย็นแอบ… แอบเสยผมขึ้น. ตอนที่เย็นเห็นหน้าตัวเองในกระจก…”

“เห็นอะไร” ชิถาม.

“เย็น… เย็นเห็น… มีคนอื่นอยู่ในกระจกด้วย”

“คนอื่น?”

“เขาอยู่ข้างหลังเย็น” เย็นเริ่มร้องไห้สะอื้น. “เขามองเย็น. และเขา… เขายิ้ม”

ชิอ้าปากค้าง.

“เธอฝันไปรึเปล่า เย็น”

“เย็นไม่ได้ฝัน” เย็นตัวสั่นเทา. “นั่นคือเหตุผลที่เราต้องปิดหน้า. คุณย่าบอกว่า… ‘ท่าน’ จะไม่พอใจ. ‘ท่าน’ จะอิจฉา. ถ้าเราเปิดหน้า. ‘ท่าน’ จะมาเอาหน้าของเราไป”

“พอแล้ว เย็น! เธอพูดจาเหลวไหล” ชิเริ่มโกรธ. “ย่าคงล้างสมองเธอหมดแล้ว”

“พี่ชิ. ได้โปรดเถอะค่ะ” เย็นคุกเข่าลงข้างเตียง. “แค่สามวัน. ทำเพื่อความสบายใจของคุณย่าเถอะนะคะ. อย่า… อย่าตัดผมเลยนะคะ”

“ตัดผม?” ชิงง. “ฉันไม่ได้จะตัดผม”

“เย็นเห็นกรรไกรในกระเป๋าของพี่. พี่ชิ… อย่านะคะ… อย่าทำ”

ชิผลักเย็นออกไป. “ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้. ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน!”

เย็นสะดุ้งสุดตัว. เธอลุกขึ้น. วิ่งร้องไห้ออกจากห้องไป.

ชิหัวเสียอย่างรุนแรง.

“บ้ากันไปหมดแล้ว! ทั้งบ้าน!”

เธอเดินไปที่กระเป๋าเดินทาง. รื้อค้น.

และเธอก็เจอกรรไกรตัดเล็บอันเล็กๆ ที่เธอพกติดตัวมา.

เธอจ้องมองมัน.

แล้วเธอก็มองไปที่กระจกทองเหลืองบานเก่า.

กระจกบานนั้นสะท้อนภาพห้องที่มืดสลัว.

“ปกป้องเหรอ… ไร้สาระสิ้นดี” เธอบอกกับเงาสะท้อน.

เธอเดินไปที่กระจก. มองหน้าตัวเอง.

ผมทรงสั้นของเธอก็เริ่มยาวรุ่ยร่าย. มีปอยผมบางส่วนตกลงมาปรกหน้า.

“ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาบังคับฉัน”

เธอรู้สึกถึงความดื้อรั้นพุ่งพล่าน.

“ฉันจะพิสูจน์ให้เห็น. ว่ามันไม่มีอะไร”

เธอยืนอยู่หน้ากระจก.

เงาสะท้อนในกระจกจ้องเธอกลับมา.

“ฉันจะตัดมัน. ฉันจะตัดไอ้ผมบ้าๆ นี่ทิ้งให้หมด. ให้มันรู้ไปเลย”

ชิยกกรรไกรขึ้น.


เสียงกรรไกรดัง “แชะ”

มันดังสะท้อนในความเงียบของห้อง.

ชิไม่ได้ใช้กรรไกรตัดเล็บ. เธอหากรรไกรตัดกระดาษอันใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือเก่า.

เธอคว้าปอยผมด้านหน้าของตัวเอง. ปอยผมที่เริ่มยาวจนเกือบทิ่มตา.

เธอดึงมันมาข้างหน้า.

“พี่ชิ! อย่า!”

เสียงของเย็นดังขึ้นจากหน้าประตู. เย็นวิ่งพรวดเข้ามา. ใบหน้าซีดเผือดด้วยความกลัว.

“ออกไปนะ เย็น! นี่มันเรื่องของฉัน!” ชิตวาดกลับ.

“ไม่! ‘ท่าน’ จะเห็นพี่! ‘ท่าน’ จะไม่ปล่อยพี่ไป!” เย็นพยายามจะแย่งกรรไกร.

“ฉันไม่เชื่อเรื่องผีสางนั่น!” ชิผลักเย็นจนกระเด็นไปชนตู้เสื้อผ้า.

เย็นทรุดลงนั่งกองกับพื้น. ร้องไห้สะอึกสะอื้น. “ได้โปรดเถอะค่ะ… อย่าทำ”

ชิไม่สนใจ. เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับกระจก.

เธอจ้องลึกเข้าไปในเงาสะท้อนของตัวเอง.

“ฉันจะพิสูจน์ให้เธอเห็น. ว่ามันไม่มีอะไร. มันเป็นแค่เรื่องงมงาย!”

เธอรวบผมด้านหน้าทั้งหมด.

“แชะ!”

เสียงกรรไกรตัดผ่านเส้นผม.

ผมร่วงกราวลงบนพื้นไม้เก่า.

“แชะ! แชะ!”

เธอตัดมันอย่างบ้าคลั่ง. ตัดจนมันสั้นเตียน.

บัดนี้… ใบหน้าของเธอเปิดโล่ง.

หน้าผาก. คิ้ว. ดวงตา. โหนกแก้ม. ทุกอย่างชัดเจน.

ชิหอบหายใจ. เหงื่อซึมที่ไรผม.

เธอจ้องมองตัวเองในกระจก.

เป็นครั้งแรกในบ้านหลังนี้. ที่เธอรู้สึกว่าได้เป็นตัวของตัวเอง.

เธอเงยหน้าขึ้น. ยิ้มเยาะให้กับเงาสะท้อน. “เห็นไหม. ไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

เธอมองหน้าตัวเอง. ชัดเจน. สวยงาม. เป็นอิสระ.

…และแล้วเธอก็สังเกตเห็น.

ในกระจก.

ลึกเข้าไปในเงาสะท้อน. ด้านหลังไหล่ของเธอ.

มีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหว.

มันไม่ได้อยู่นอกกระจก. มันอยู่ ใน กระจก.

มันเป็นเงาดำๆ. รูปร่างไม่ชัดเจน. ยืนอยู่ในมุมมืดของห้อง… ในเงาสะท้อน.

ชิหัวใจกระตุก.

“เห็นไหมคะ…” เสียงเย็นสั่นเครือ. “พี่ก็เห็น… ใช่ไหมคะ”

ชิค่อยๆ หันหลังกลับไปมอง. ช้าๆ.

ไม่มี.

ในห้องจริงๆ… ไม่มีใครเลย.

มีเพียงเธอ. และเย็นที่นั่งตัวสั่นอยู่กับพื้น.

ชิกลืนน้ำลาย.

เธอหันกลับมามองที่กระจกอีกครั้ง.

เงาดำนั้นยังอยู่ที่เดิม.

มันไม่ขยับ. มันแค่ยืนอยู่ตรงนั้น.

ชิเพ่งมอง. พยายามจะมองให้ชัดขึ้น.

“มันคืออะไร…” เธอพึมพำ.

“ออกไปจากตรงนั้นเถอะค่ะ พี่ชิ” เย็นร้องไห้. “อย่ามองมัน”

แต่ชิละสายตาไม่ได้.

เงาดำนั้น… ดูเหมือนจะเป็นรูปร่างของผู้หญิง.

และในขณะที่เธอจ้องมอง. เธอก็เห็นมัน.

บนใบหน้าที่มืดมิดของเงานั้น.

มีบางอย่างสีขาว… ปรากฏขึ้น.

มันคือ… รอยยิ้ม.

ไม่ใช่รอยยิ้มธรรมดา.

มันเป็นรอยยิ้มที่กว้าง. กว้างจนเกือบถึงใบหู. เป็นรอยยิ้มที่แสยะออก.

เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน. และความอาฆาต.

“พระเจ้า…” ชิผงะ. ถอยหลังกรูด.

เงาร่างนั้นในกระจก. มันกำลังยิ้มให้เธอ.

“มัน… มันยิ้ม” ชิพูดเสียงสั่น.

“เย็นบอกแล้ว” เย็นร้องไห้หนักขึ้น. “เพราะพี่ตัดผม. ‘ท่าน’ เห็นหน้าพี่แล้ว. ‘ท่าน’ รู้แล้วว่าพี่อยู่ที่นี่”

“หุบปาก! มันไม่จริง!” ชิตะโกน. “มันอาจจะเป็นแค่แสงสะท้อน. หรือกระจกมันเก่า”

เธอหันรีหันขวาง. มองหากระจกบานอื่น.

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา. หน้าจอดำสนิท.

เธอจ้องมองหน้าจอ.

หัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้น.

บนหน้าจอมือถือสีดำ. เธอก็เห็นมัน.

เงาร่างนั้น.

มันไม่ได้อยู่ในกระจกทองเหลืองอีกแล้ว. มันอยู่ในหน้าจอมือถือของเธอ.

และมัน… ใกล้กว่าเดิม.

รอยยิ้มนั้นชัดเจนขึ้น.

ชิกรีดร้อง. ปาโทรศัพท์ทิ้ง.

โทรศัพท์กระแทกผนัง. แตกกระจาย.

“พี่ชิ!” เย็นตกใจ.

ชิวิ่งไปที่กระจกทองเหลืองบานใหญ่.

“แกเป็นใคร! ออกไปนะ!” เธอทุบกระจก. “ออกไป!”

กระจกสั่นสะเทือน. แต่ไม่แตก.

เงานั้นยังคงยิ้ม.

ชิคลั่ง. เธอคว้าผ้าคลุมเตียงผืนใหญ่. โยนมันคลุมกระจกทั้งบาน.

“ฉันไม่อยากเห็นแก!”

ในห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง. มีเพียงเสียงสะอื้นของเย็น.

ชิยืนหอบ. เหงื่อท่วมตัว.

“มันไม่จริง… มันไม่จริง…” เธอพึมพำกับตัวเอง.

เย็นค่อยๆ คลานเข้ามาหาเธอ. “พี่ชิ. เราต้องไปหาคุณย่า. ต้องขอให้ท่านช่วย”

“ไม่!” ชิปฏิเสธ. “ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร. ฉันไม่เชื่อเรื่องนี้”

“แต่พี่ก็เห็น!”

“ฉันตาฝาด! ฉันแค่เหนื่อย. ฉันเครียด!”

ชิผลักเย็นออกจากตัว. “ออกไปนอนซะ. ฉันอยากอยู่คนเดียว”

เย็นมองเธอด้วยสายตาสงสารปนหวาดกลัว. “คืนนี้… พี่อย่าอยู่คนเดียวนะคะ”

“ออกไป!”

เย็นสะดุ้ง. รีบวิ่งออกจากห้องไป.

ชิอยู่ตามลำพัง.

เธอล็อคประตูห้อง.

เธอจ้องมองไปที่กระจกบานใหญ่ที่ถูกผ้าคลุมไว้.

เธอกำลังสั่น. สั่นไปทั้งตัว.

“ฉันแค่ตาฝาด… ใช่… ฉันแค่ตาฝาด”

เธอเดินไปที่หน้าต่าง. เปิดมันออก. หวังว่าอากาศเย็นๆ ข้างนอกจะช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น.

เธอเผลอมองลงไปที่บานหน้าต่าง.

เงาสะท้อนบนกระจกใส.

เธอยังคงเห็นมัน.

เงาร่างนั้น.

ยิ้ม.

ครั้งนี้. มันยืนอยู่ข้างหลังเธอ… ใกล้มาก. ใกล้จนชิรู้สึกถึงไอเย็นที่ต้นคอ.

ชิกรีดร้องสุดเสียง.

เธอปิดหน้าต่างดังปัง! ล็อคกลอน.

เธอวิ่งไปที่สวิตช์ไฟ. เปิดไฟจนสว่างจ้าไปทั้งห้อง.

เธอมองไปรอบๆ.

ไม่มีใคร.

เธอพยายามควบคุมลมหายใจ.

“สงบสติอารมณ์ไว้ ชิ… แกกำลังจิตตก”

เธอพยายามหาเหตุผลมาอธิบาย.

บ้านมันเก่า. อากาศมันอับ. เธอเพิ่งทะเลาะกับย่า. เธอเหนื่อยจากการเดินทาง.

ใช่. มันต้องเป็นแบบนั้น.

เธอเดินไปที่ห้องน้ำ. เปิดก๊อกน้ำ. เอาน้ำเย็นล้างหน้า.

เธอเงยหน้าขึ้น. มองกระจกในห้องน้ำ.

มันว่างเปล่า.

ไม่มีเงา. ไม่มียิ้ม.

ชิถอนหายใจอย่างโล่งอก.

“เห็นไหม… ไม่มีอะไร”

เธอหัวเราะกับตัวเองเบาๆ. รู้สึกเหมือนคนบ้า.

เธอเดินกลับมาที่เตียง.

เธอมองไปที่กระจกทองเหลืองที่ถูกคลุมผ้าไว้.

บางที… เธอควรจะเอามันออกไปจากห้องนี้.

ชิเดินไปที่กระจก.

เธอลังเล.

มือของเธอเอื้อมไปจับชายผ้าคลุม.

“ไม่มีอะไรทั้งนั้น” เธอบอกตัวเอง.

เธอสูดหายใจลึก.

แล้วกระชากผ้าคลุมออก.

ในกระจก.

ไม่มีเงา. ไม่มีรอยยิ้ม.

มีเพียงเงาสะท้อนของตัวเธอเอง. ใบหน้าซีดเผือด. ดวงตาเบิกกว้าง.

ชิแทบจะทรุดลง.

“พระเจ้าช่วย… ฉันคงจะบ้าไปแล้วจริงๆ”

เธอหันหลังให้กระจก. ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง.

เธอต้องนอน. พรุ่งนี้เช้า. ทุกอย่างจะกลับเป็นปกติ.

เธอปิดไฟ. ล้มตัวลงนอน.

ห้องมืดสนิท.

เธอหลับตา.

แต่ในความมืดมิดหลังเปลือกตา.

เธอกลับเห็นมันชัดเจน…

รอยยิ้มสีขาว. ที่กำลังแสยะกว้างขึ้น… กว้างขึ้น…

คืนนั้น. ชิฝันร้าย.

เธอฝันว่าเธอกำลังยืนอยู่ในห้องมืด.

มีกระจกบานหนึ่งอยู่ตรงหน้าเธอ.

แต่… มันกลับกัน.

เธอ… ยืนอยู่ ใน กระจก.

และข้างนอก. ในห้อง. “เงานั้น” กำลังยืนมองเธอ.

ใบหน้าของมันชัดเจนขึ้น. เป็นผู้หญิง. สวมชุดโบราณ.

และมันกำลังยิ้ม.

มันยกมือขึ้น… วางทาบบนกระจก.

ชิกรีดร้องในความฝัน. เธอถอยหลัง.

แต่ในกระจก… ไม่มีที่ให้หนี.

“เงานั้น” หัวเราะคิกคัก. เสียงหัวเราะเย็นเยียบ. เสียดแทงโสตประสาท.

มันกำลังมองเธอ. เหมือนมองสัตว์เลี้ยงในกรง.

ชิสะดุ้งตื่น.

เหงื่อแตกพลั่ก. หายใจหอบ.

เช้าแล้ว.

แสงแดดส่องลอดหน้าต่างเข้ามา.

ชิรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัว. เหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน.

เธอค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง.

ทุกอย่างดูปกติ.

เธอมองไปที่กระจกทองเหลือง.

มันก็ดูปกติ. สะท้อนภาพห้องที่สว่าง.

“แค่ความฝัน… แค่ฝันร้าย”

เธอพยายามปลอบใจตัวเอง.

เธอเดินไปที่กระจก. มองหน้าตัวเอง.

ผมที่ถูกตัดสั้นเตียน. ดูยุ่งเหยิง.

เธอถอนหายใจ.

“ฉันต้องออกไปจากที่นี่”

เธอตัดสินใจแล้ว. เธอจะไม่รอจนถึงวันเปิดมรดก. เธอจะไปวันนี้เลย.

เธอหันไปหยิบเสื้อผ้า.

ขณะที่เธอหันหลังให้กระจก.

ในกระจก.

เงาสะท้อนของชิยังคงยืนอยู่ที่เดิม.

แต่…

เงาสะท้อนนั้น… ค่อยๆ หันกลับมา.

มันจ้องมองแผ่นหลังของชิ… ที่กำลังเดินจากไป.

แล้วมันก็ยกมือขึ้น. โบกมือช้าๆ.

และยิ้ม.

รอยยิ้มแสยะกว้าง… ที่ชิไม่ได้เห็น.


ชิตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความรู้สึกมุ่งมั่น.

ฝันร้ายก็แค่ฝันร้าย. ความกลัวก็แค่ความกลัว.

“ฉันจะไปจากที่นี่” เธอบอกกับตัวเอง.

เธอจะไม่รอจนถึงวันเปิดมรดก. เธอจะไปเดี๋ยวนี้.

เธอคว้ากระเป๋าเดินทาง. เริ่มยัดเสื้อผ้าลงไปอย่างลวกๆ.

เธอต้องเรียกแท็กซี่.

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือที่แตกละเอียดขึ้นมาดู. มันเปิดไม่ติดแล้ว.

“บ้าจริง”

เธอต้องใช้โทรศัพท์บ้าน.

เธอเปิดประตูห้อง. วิ่งลงไปชั้นล่าง.

บ้านทั้งหลังเงียบกริบ. เหมือนบ้านร้าง.

ชิยกหูโทรศัพท์บ้านเครื่องเก่าขึ้นแนบหู.

…ไม่มีสัญญาณ.

มีเพียงเสียงซ่าๆ… และเสียง… เสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ… ดังมาจากในสาย.

ชิสะดุ้ง. วางหูโทรศัพท์ลงดังปัง!

“บ้า… บ้ากันไปหมดแล้ว”

เธอรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง.

“ไม่เป็นไร. ฉันจะเดิน. ฉันจะเดินออกไปที่ปากทาง”

เธอตัดสินใจ. เธอจะเดินออกไปจากหุบเขานี้. แม้จะต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง.

เธอวิ่งกลับขึ้นไปบนห้อง. เพื่อเตรียมตัว.

เธอต้องล้างหน้า.

เธอเดินเข้าห้องน้ำ. ก้มลงเปิดก๊อกน้ำ.

น้ำเย็นๆ สาดใส่หน้า. ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น.

เธอหลับตา. สูดหายใจ.

“ฉันไม่ได้กลัว”

เธอเงยหน้าขึ้น. ลืมตา.

…มองกระจก.

ชิยืนนิ่ง.

ในกระจก. เธอยังคงก้มหน้าล้างหน้าอยู่.

เธอตัวแข็งทื่อ.

เธอ… กำลังเงยหน้ามองกระจก. แต่เงาสะท้อนของเธอ… ยังไม่เงยหน้าตาม.

“นี่มัน… อะไรกัน” เธอพึมพำ.

ราวกับว่ามันใช้เวลาเสี้ยววินาที…

เงาสะท้อนในกระจก. ค่อยๆ… เงยหน้าขึ้นตาม.

มันขยับช้ากว่าความเป็นจริง.

มันคือตัวเธอ. แต่สายตาของมัน… ว่างเปล่า.

ชิกรีดร้อง. ถอยหลังชนผนัง.

เงาสะท้อนในกระจกบานนั้น. มันจ้องเธอนิ่ง.

แล้วมันก็ยิ้ม.

รอยยิ้มแสยะกว้าง… แบบเดียวกับ “เงานั้น”.

“ไม่จริง! ไม่!”

ชิวิ่งออกจากห้องน้ำ.

เธอต้องทำลายกระจก. เธอต้องทำลายมันให้หมด.

เธอวิ่งไปที่กระจกทองเหลืองบานใหญ่. บานที่เธอคลุมผ้าไว้เมื่อคืน.

ตอนนี้ผ้ามันหล่นลงไปกองกับพื้น.

เธอจ้องมองกระจกบานนั้น.

หัวใจของเธอหยุดเต้น.

ในกระจก… ว่างเปล่า.

มันไม่ได้สะท้อนภาพของเธอ.

มันสะท้อนภาพห้อง. เตียง. ตู้. หน้าต่าง.

แต่… มันไม่มีเธอ.

ราวกับว่า… เธอไม่มีตัวตน.

“ไม่นะ… เงาของฉัน… เงาของฉันหายไปไหน!”

เธอวิ่งไปที่กระจก. เอามือทาบลงไป.

“ฉันอยู่นี่! ฉันอยู่นี่!”

เธอมองเห็นฝ่ามือของตัวเอง. แต่ในกระจก. มีเพียงลายสลักโบราณบนขอบกระจกเท่านั้น.

“แกเอาเงาของฉันไป! คืนมานะ!”

เธอคลั่ง. เธอคว้าเก้าอี้ไม้ตัวเล็ก. ทุ่มใส่กระจกสุดแรง.

“โครม!”

เก้าอี้กระแทกกระจก. แต่…

กระจกไม่แตก.

มันไม่แม้แต่จะเป็นรอย.

เก้าอี้กระดอนกลับมา. ล้มลงบนพื้น.

“แกทำอะไรลงไป! นังเด็กโง่!”

เสียงของคุณย่ามัวดังขึ้นจากหน้าประตู.

คุณย่ามัวยืนอยู่ที่นั่น. พร้อมกับผู้หญิงในตระกูลอีกสองสามคน. พวกเธอก็ไว้ผมปิดหน้าเหมือนกัน.

สายตาของคุณย่ามองผ่านปอยผม. จับจ้องไปที่ผมสั้นเตียนของชิ.

วินาทีนั้น. ความโกรธบนใบหน้าของคุณย่า… แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวสุดขีด.

ใบหน้าของคุณย่าซีดเผือด.

“แกตัดมัน… แกตัดผมจริงๆ” คุณย่าพูดเสียงสั่น. “แกเปิดตาให้มันเห็น”

“คุณย่า! ช่วยหนูด้วย!” ชิวิ่งเข้าไปหาคุณย่า. “มันอยู่ในกระจก! มัน… มันเอาเงาของหนูไป!”

“มันไม่ใช่เงา” คุณย่าพูดเสียงเย็นเยียบ. “มันคือวิญญาณของแก. ‘ท่าน’ เอามันไปแล้ว”

“หมายความว่ายังไง!”

“การที่แกตัดผม. คือการเชื้อเชิญ. คือการบอก ‘ท่าน’ ว่าแกพร้อมจะแลก”

“แลกอะไร! หนูไม่รู้อะไรทั้งนั้น! หนูจะกลับบ้าน!”

“แกกลับไม่ได้แล้ว” คุณย่าพูด. “แกไม่มีเงาสะท้อน. ‘ท่าน’ ตีตราแกแล้ว. ถ้าแกก้าวเท้าออกจากบ้านหลังนี้. ‘ท่าน’ จะตามแกไป. และ ‘ท่าน’ จะเอาชีวิตแกไป”

ความกลัวจู่โจมชิจนขาทรุด. เธอล้มลงกับพื้น.

“ไม่… ไม่จริง… นี่มันเรื่องบ้าอะไร”

“ฉันเตือนแกแล้ว” คุณย่ามัวพูด. “ฉันเตือนแล้วว่านี่คือการปกป้อง”

ผู้หญิงคนอื่นๆ เข้ามาจับตัวชิ. “จับมันไว้. ลากมันไปที่ห้องขัง”

“ไม่! ปล่อยหนู!” ชิกรีดร้อง. ดิ้นรน.

“แกต้องชดใช้ในสิ่งที่แกทำ” คุณย่ามัวพูด. “และแกต้องเข้าร่วมพิธีในคืนนี้”

“ไม่! หนูไม่ทำ!”

“แกไม่มีทางเลือก” คุณย่ามัวจ้องเธอ. “คืนนี้เดือนเพ็ญ. เป็นคืนเดียวที่เราจะสะกด ‘ท่าน’ ไว้ได้. หรือ… เป็นคืนที่ ‘ท่าน’ จะมาเอาตัวแกไป”

ชิถูกลากไป.

เธอถูกขังไว้ในห้องเก็บของใต้ถุนบ้าน.

มันมืด. อับชื้น. และหนาวเหน็บ.

เธอทุบประตู. ร้องไห้. ตะโกน.

แต่ไม่มีใครสนใจ.

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า.

ความมืดกัดกินสติของเธอ.

เธอเริ่มได้ยินเสียง.

เสียงหัวเราะคิกคัก.

มันดังอยู่รอบตัวเธอ.

เธอเอามืออุดหู. “หุบปาก! หุบปาก!”

เธอมองไปที่ถังน้ำเก่าๆ ในมุมห้อง.

บนผิวน้ำนิ่งๆ นั้น.

เธอเห็น… รอยยิ้ม.

มันกำลังมองเธอจากในน้ำ.

ชิกรีดร้อง.

เวลาผ่านไปนานแค่ไหน. เธอไม่รู้.

ประตูถูกเปิดออก.

แสงจันทร์สาดส่องเข้ามา.

คืนนี้… คืนเดือนเพ็ญ.

คุณย่ามัวยืนอยู่ที่นั่น. “ถึงเวลาแล้ว”

ชิไม่มีแรงจะต่อต้าน. เธอถูกลากตัวไปที่ห้องไหว้บรรพชน.

ห้องนั้นมืดสนิท. มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่าง. และแสงเทียนริบหรี่บนแท่นบูชา.

ผู้หญิงตระกูลลางทุกคนนั่งอยู่ที่นั่น.

พวกเธอสวมชุดพิธีสีขาว. และไว้ผมยาวปิดหน้า.

พวกเธอกำลังสวด.

เสียงสวดนั้นฟังดูประหลาด. ไม่ใช่ภาษาที่ชิคุ้นเคย.

มันฟังดูโบราณ. และเต็มไปด้วยความหวาดกลัว.

“คุกเข่าลง” คุณย่ามัวสั่ง.

ชิถูกบังคับให้คุกเข่าลงกลางห้อง.

“สวดอ้อนวอน. ขอให้ ‘ท่าน’ เมตตา”

“ท่าน… ท่านคือใครคะ” ชิถามเสียงสั่น.

“บรรพชนของเรา. คนที่ถูกลืม” คุณย่าตอบ.

กลิ่นกำยานรุนแรงจนชิเวียนหัว.

เสียงสวดดังขึ้น.

“ซ่อนเร้น… ปิดบัง…”

“ริษยา… เกลียดชัง…”

“อย่ามอง… อย่าเห็น…”

ชิเริ่มจับใจความได้. มันคือบทสวดแห่งการปกปิด.

คุณย่ามัวเริ่มพิธี. ท่านตักน้ำมนต์จากขันทองเหลืองใบใหญ่.

“คืนนี้. เราจะสะกดวิญญาณที่ถูกกักขัง. เราจะปิดตาท่านอีกครั้ง”

ชิตัวสั่น.

เธอเผลอจ้องมองลงไปในขันน้ำมนต์ทองเหลืองใบใหญ่นั้น.

มันวางอยู่บนแท่นบูชา.

ผิวน้ำนิ่งสนิท.

มันสะท้อนภาพในห้อง…

มันสะท้อนแสงเทียน.

มันสะท้อนร่างของคุณย่ามัว… ที่กำลังยืนหันหลังให้เธอ. ทำพิธีอยู่หน้าแท่นบูชา.

และ…

ในเงาสะท้อนนั้น.

ชิเห็นมัน.

“เงายิ้ม” นั่น.

มันไม่ได้อยู่หลังเธออีกต่อไป.

มันยืนอยู่… ข้างหลังคุณย่ามัว.

มันยืนประชิด. ใกล้จนแทบจะสิงร่าง.

ชิจ้องมองภาพในขันน้ำ. หัวใจหยุดเต้น.

“เงายิ้ม” นั้น. มันหันหน้ามา.

มันมองตรงมาที่ชิ… ผ่านทางเงาสะท้อนในขันน้ำ.

มันยิ้ม.

รอยยิ้มแสยะกว้าง.

แล้วมันก็ยกมือขึ้นช้าๆ.

มือที่ซีดเซียว… ค่อยๆ เอื้อมไป…

…แตะที่ไหล่ของคุณย่ามัว.

“ไม่!!!!!!!!!”

ชิกรีดร้องสุดเสียง.

“มันอยู่ข้างหลังคุณย่า!!!”

เธอผวาลุกขึ้น. วิ่งเข้าไป.

“คุณย่า! หนีไป!”

เธอพุ่งเข้าไปชนแท่นบูชา.

“โครม!!!”

ขันน้ำมนต์ทองเหลืองใบใหญ่หล่นกระแทกพื้น.

น้ำมนต์สาดกระจายไปทั่ว.

เทียนทั้งหมดบนแท่นบูชา… ดับวูบลงพร้อมกัน.

ห้องทั้งห้อง… ตกอยู่ในความมืดสนิท.

มีเพียงแสงจันทร์สีซีดที่สาดส่องเข้ามา.

เสียงสวดหยุดกึก.

ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวเข้าครอบงำ.

และในความเงียบนั้น…

ชิได้ยินเสียง.

เสียงหัวเราะคิกคัก.

มันไม่ได้ดังมาจากในกระจก.

มันดังอยู่… ในห้องนี้.

มันดังอยู่… ข้างๆ หูของเธอ.


ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว.

มันหนักอึ้ง. กดทับ.

เสียงหัวเราะคิกคักยังคงก้องอยู่ในหูของชิ.

จู่ๆ… เทียนเล่มหนึ่งบนแท่นบูชาก็สว่างวาบขึ้นมาเอง.

เปลวไฟสีเขียวอมฟ้า. ส่องให้เห็นภาพในห้อง.

ชิยืนตัวแข็งทื่อ.

เย็นและผู้หญิงคนอื่นๆ หมอบคลานอยู่กับพื้น. ตัวสั่นงันงก.

และคุณย่ามัว.

ท่านยืนนิ่ง. หันหน้าเข้าหาแท่นบูชา.

“คุณย่า…” ชิพยายามเรียก.

คุณย่ามัวค่อยๆ หันกลับมา. ช้าๆ.

ใบหน้าของท่านซีดเผือด… ไร้สีเลือด.

ดวงตาเบิกกว้าง. จ้องมองผ่านปอยผม… ไปยังบางสิ่ง… ที่อยู่ข้างหลังชิ.

“แก… ทำอะไรลงไป” คุณย่าพูดเสียงแหบพร่า.

ชิรู้สึกถึงมัน.

ไอเย็นที่แผ่ซ่านอยู่ด้านหลัง.

เธอไม่กล้าหันไปมอง.

“แกปลดปล่อย ‘ท่าน’ ออกมา”

“หนู… หนูพยายามจะเตือนคุณย่า” ชิพูดเสียงสั่น. “มันอยู่ข้างหลังคุณย่า. ในขันน้ำ…”

“ขันน้ำคือคุก!” คุณย่าตวาดลั่น. “พิธีนี้คือการสะกด ‘ท่าน’ ไว้ในเงาสะท้อน! ในน้ำ! ในกระจก!”

“แต่แกทำมันพัง!”

ชิอ้าปากค้าง. “คุก…?”

“แกทำลายมัน! แกทำลายพันธนาการ!”

เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นอีกครั้ง.

ครั้งนี้… มันดังมาจากทุกทิศทุกทาง.

มันดังมาจากมุมห้อง. จากเพดาน. จากใต้พื้น.

ผู้หญิงคนอื่นๆ กรีดร้อง. พวกเธอคลานหนี. ชนกันเองอย่างสับสน.

“พาตัวมันไป!” คุณย่ามัวชี้มาที่ชิ. “ขังมันไว้ที่เดิม! อย่าให้มันออกมา!”

ผู้หญิงสองคนพุ่งเข้ามาจับตัวชิ.

“ไม่! ปล่อยหนู!” ชิพยายามดิ้น. “เราต้องหนี! มันอยู่ในห้องนี้!”

“ไม่มีที่ให้หนี!” คุณย่าตะโกน. “แกนำหายนะมาสู่บ้านหลังนี้! ตระกูลนี้!”

ชิถูกลากกลับไปที่ห้องเก็บของใต้ถุนบ้านอีกครั้ง.

ประตูไม้หนาถูกปิดลงกลอน.

“ปล่อยหนูออกไป! ได้โปรด!”

ชิได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งสับสนอยู่ข้างบน.

เสียงสวดมนต์ดังขึ้นอีกครั้ง. แต่ครั้งนี้. มันฟังดูสิ้นหวัง. กระท่อนกระแท่น.

แล้วทุกอย่างก็เงียบลง.

เหลือเพียงความมืด.

ชินั่งกอดเข่า. ตัวสั่น.

“นี่ฉันทำอะไรลงไป…”

เธอเชื่อแล้ว.

มันไม่ใช่เรื่องงมงาย. มันคือเรื่องจริง.

และเธอ… คือคนที่ปล่อยมันออกมา.

เวลาผ่านไปช้าๆ.

ชิเริ่มได้ยินเสียงอีก.

ไม่ใช่เสียงหัวเราะ.

เป็นเสียง… ขูด.

ครืด… ครืด…

มันดังมาจากผนังไม้.

เหมือนมีคนกำลังใช้เล็บขูดไม้.

ชิขยับตัวหนี. ไปจนชิดกำแพงอีกฝั่ง.

เสียงนั้นดังตามมา.

ครืด… ครืด…

มันดังอยู่ข้างนอก. แต่มันรู้ว่าเธออยู่ตรงไหน.

“แกต้องการอะไร” ชิกระซิบ.

เสียงขูดหยุดลง.

…มีเสียงเคาะเบาๆ ที่ประตู.

ก๊อก. ก๊อก. ก๊อก.

ชิกลั้นหายใจ.

“ใครน่ะ”

ไม่มีเสียงตอบ.

ก๊อก. ก๊อก. ก๊อก.

“คุณย่าเหรอ. เย็นเหรอ”

ความเงียบ.

“ปล่อยฉันออกไปนะ!”

“พี่ชิ…”

เสียงกระซิบเบาๆ ดังมาจากช่องลมเล็กๆ ใกล้พื้น.

ชิมองไป.

เป็นเย็น.

เย็นหมอบอยู่ที่พื้นด้านนอก.

“เย็น! เปิดประตูให้พี่ที!” ชิคลานเข้าไปหา.

“เปิดไม่ได้ค่ะ. คุณย่าเอาลูกกุญแจไป” เย็นพูดเสียงสั่น. “คุณย่าโกรธมาก. ท่านบอกว่าพี่ทำพิธีล่ม”

“แล้ว… ‘มัน’ ล่ะ. ‘เงานั่น’ ล่ะ”

“ไม่รู้ค่ะ” เย็นสะอื้น. “หลังจากที่เขาเอาพี่มาขัง. ทุกคนก็กลับไปที่ห้องไหว้. แต่… มันไม่เหมือนเดิม”

“ไม่เหมือนเดิมยังไง”

“อากาศ… มันเย็นมาก. เทียนก็จุดไม่ติด. คุณย่าพยายามสวด. แต่เสียง… เสียงหัวเราะมันดังกลบหมด”

ชิรู้สึกหนาวเยือก.

“แล้วตอนนี้ล่ะ”

“ตอนนี้… ทุกคนแยกย้ายกันไปซ่อนตัวในห้อง. คุณย่าสั่งห้ามทุกคน… ห้ามส่องกระจก. ห้ามมองผิวน้ำ. ห้ามมองอะไรก็ตามที่สะท้อนเงา”

“แล้วเธอมานี่ได้ยังไง”

“เย็นแอบมา” เย็นพูด. “เย็น… เย็นกลัว”

“เย็น… เธอบอกว่าคุณย่าพูดถึง ‘บรรพชน’. ‘ท่าน’ คือใครกันแน่”

เย็นลังเล. “เย็น… เย็นไม่แน่ใจ. คุณย่าไม่เคยเล่า”

“มันต้องมีทางสิ. ต้องมีวิธีหยุดมัน” ชิพูด.

“เย็น… เย็นเคยได้ยินคุณย่าพูดคนเดียว”

“พูดว่าอะไร”

“ท่านพูดถึง… ‘ความผิด’ ” เย็นกระซิบ. “ท่านพูดว่า… ‘ตราบใดที่เรายังซ่อน. ท่านก็จะยังหา’ “

“ซ่อนอะไร. หาอะไร”

“เย็นไม่รู้. แต่… มีที่หนึ่งที่พวกเราทุกคนห้ามเข้า”

“ที่ไหน”

“ห้องเก็บของบนห้องใต้หลังคา. ห้องของ ‘ท่าน'”

“ท่าน?”

“ท่าน… ท่านทวดโลดค่ะ”

“ท่านทวดโลด?”

“ท่านเป็น… บรรพชนคนแรก. คนที่เริ่มกฎ… กฎการไว้ผมปิดหน้า”

หัวใจของชิเต้นแรง. “ต้องมีอะไรอยู่ในนั้นแน่ๆ”

“เย็น. เธอต้องช่วยพี่ออกไป. เราต้องไปที่ห้องนั้น”

“ไม่… ไม่ได้ค่ะ” เย็นส่ายหน้า. “มันอันตราย. คุณย่าขังไว้”

“อันตรายกว่าการที่ ‘มัน’ ออกมาเดินเพ่นพ่านเหรอ!” ชิตะคอก. “มันไม่ได้อยู่ในกระจกแล้วนะ เย็น! มันอยู่ข้างนอก! มันอยู่กับเรา!”

ขณะที่ชิพูดจบ.

เสียงขูด… ก็ดังขึ้นอีกครั้ง.

ครืด… ครืด…

มันดังมาจากผนัง… ข้างๆ ที่เย็นหมอบอยู่.

เย็นกรีดร้อง. ผงะถอยหลัง.

“มันอยู่นี่!” เย็นร้องเสียงหลง. “มันรู้ว่าเราคุยกัน!”

“เย็น! เปิดประตู!” ชิพยายามดันประตู.

“เย็นทำไม่ได้! กุญแจ!”

“งั้นไปเอากุญแจมา!”

“เย็นกลัว!”

“ครืดดดดดดดดด!”

เสียงขูดนั้นดังลั่น. รุนแรง. เหมือนกำลังจะพังผนังเข้ามา.

“ไปสิ เย็น! ไป!”

เย็นกรีดร้อง. แล้วเสียงฝีเท้าของเธอก็วิ่งหายไปในความมืด.

ชิอยู่คนเดียวอีกครั้ง.

กับเสียงขูด.

มันขูดไปรอบๆ ห้อง. วนไปวนมา.

เหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังดมกลิ่นเหยื่อ.

ชิถอยไปจนสุดมุมห้อง.

“หยุดนะ… ออกไป…”

เสียงขูดหยุดกึก.

ความเงียบ.

…แล้วก็มีเสียง…

เสียงที่ทำให้ชิขนลุกซู่.

มันเป็นเสียง… ร้องเพลงฮัมเบาๆ.

“ฮืม… ฮืม… ฮืม…”

มันเป็นเสียงผู้หญิง. เสียงเศร้า… แต่แฝงไว้ด้วยความบ้าคลั่ง.

มันดังมาจาก… ช่องลม.

ชิจ้องมองไปที่ช่องลมเล็กๆ นั้น.

ความมืดด้านนอก.

และในความมืดนั้น.

เธอเห็น… ดวงตาสองดวง.

กำลังจ้องมองเธอผ่านช่องลมเข้ามา.

ดวงตานั้น… ไม่ได้แสดงความโกรธ.

มันแสดงความ… สนุกสนาน.

แล้ว… ปากก็ปรากฏขึ้นใต้ดวงตานั้น.

มันแสยะยิ้ม.

“แก… หน้าสวยนะ”

เสียงกระซิบที่แหบพร่า. แต่ชัดเจน. ดังเข้ามาในห้องขัง.

ชิกรีดร้อง.

“แกตัดผม… เหมือนฉันเลย”

“ไม่! แกเป็นใคร!”

“ฉันคือคนที่ถูกลืม… คนที่ถูกซ่อน…”

รอยยิ้มนั้นกว้างขึ้น.

“แต่ตอนนี้… ฉันออกมาแล้ว”

“แกต้องการอะไร!”

“ฉันต้องการ… สิ่งที่ถูกขโมยไป” ร่างนั้นพูด. “ฉันต้องการ… หน้าของฉันคืน”

“ออกไปจากฉัน!”

“ฉันไม่ทำอะไรแกหรอก… ไม่ใช่ตอนนี้” เสียงนั้นหัวเราะคิกคัก.

“เหยื่อ… ยังไม่พร้อม”

“เหยื่ออะไร”

“เด็กคนนั้น… ที่ยังบริสุทธิ์… คนที่ยังซ่อนหน้า… เย็น”

หัวใจของชิตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม.

“ไม่! อย่าทำอะไรเย็นนะ!”

“แกเปิดทางให้ฉัน” รอยยิ้มนั้นแสยะกว้าง. “แกเชิญฉันเข้ามา. ตอนนี้… ไม่มีกฎเกณฑ์อีกต่อไป”

“ไม่นะ!”

“เฝ้าดูให้ดีล่ะ… เด็กน้อย”

ดวงตานั้นหายไป.

เสียงฮัมเพลงดังขึ้นอีกครั้ง. ค่อยๆ ห่างออกไป…

…มุ่งหน้าขึ้นไปชั้นบน.

“ไม่! เย็น! หนีไป!” ชิกรีดร้อง. ทุบประตูอย่างบ้าคลั่ง. “เย็น!”

เธอต้องออกไป.

เธอต้องไปช่วยเย็น.

ชิมองไปรอบๆ ห้องมืด.

มีหน้าต่างบานเล็กๆ อยู่สูง. ปิดตาย.

เธอคว้าลังไม้เก่าๆ. พยายามปีนขึ้นไป.

มันสูงเกินไป.

เธอทุบประตู. “ช่วยด้วย! ใครก็ได้! ช่วยด้วย!”

ไม่มีใครตอบ.

มีเพียงเสียงหัวเราะคิกคัก… ที่ดังแว่วมาจากชั้นบน.

ไกลออกไป.

ชิสิ้นหวัง.

…ทันใดนั้น.

มีเสียงกุญแจไขที่ประตู.

“แกร๊ก”

ประตูแง้มเปิดออก.

ไม่ใช่เย็น.

เป็น… คุณย่ามัว.

ท่านยืนอยู่ที่นั่น. ถือตะเกียงน้ำมันก๊าด. แสงไฟส่องให้เห็นใบหน้าที่ตื่นตระหนก.

“มัน… มันไปหาเย็น” คุณย่าพูดเสียงสั่น.

“คุณย่ารู้ได้ยังไง”

“ฉันได้ยินเสียง” คุณย่าพึมพำ. “เสียงมันร้องเพลง… เพลงที่แม่เคยร้องให้ฉันฟัง… เพลงของ… ‘ไม้’ “

“ไม้?” ชิถาม. “ใครคือไม้?”

“ตามฉันมา” คุณย่าพูด. “เร็วเข้า. เราอาจจะ… ยังไม่สายเกินไป”

คุณย่ามัวไม่ได้โกรธอีกต่อไปแล้ว.

ท่านกำลัง… กลัว.

กลัวอย่างสุดขีด.

ชิวิ่งตามคุณย่ามัวขึ้นไปชั้นบน.

บ้านทั้งหลังมืดสนิท. มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องลอดหน้าต่าง.

“เย็นอยู่ห้องไหน”

“ห้องนอนของเธอ. ทางปีกตะวันออก”

ทั้งสองวิ่งไปตามโถงทางเดินไม้เก่า.

เสียงดังเอี๊ยดอ๊าด.

“ฮืม… ฮืม… ฮืม…”

เสียงฮัมเพลงดังขึ้น.

มันดังมาจาก… ห้องของเย็น.

ประตูห้องของเย็นปิดสนิท.

คุณย่ามัวตัวสั่น. ท่านเอื้อมมือไปจับลูกบิด.

“อย่า!” ชิร้อง. “อาจจะเป็นกับดัก”

“เธอคือ… ความหวังสุดท้ายของตระกูล” คุณย่าพูด. “เธอคือคนเดียวที่ยัง ‘บริสุทธิ์’ “

คุณย่าผลักประตูเปิดเข้าไป.

“เย็น!”

ในห้อง. มืดสลัว.

แสงจันทร์ส่องกระทบเตียงนอน.

ร่างของเย็นนอนขดตัวอยู่บนเตียง.

เธอนิ่ง.

“เย็น! ตื่นสิ!” ชิวิ่งเข้าไปเขย่าตัวเธอ.

เย็นค่อยๆ พลิกตัวกลับมา.

ดวงตาของเธอเบิกกว้าง.

ชิจ้องมองเธอ… แล้วก็กรีดร้องออกมา.

ผมของเย็น…

ปอยผมด้านหน้า… ที่เธอบังหน้ามาตลอดชีวิต…

มันถูกตัด.

ถูกตัดจนสั้นเตียน. เหวอะหวะ. เหมือนหนูแทะ.

แบบเดียวกับที่ชิทำกับตัวเอง.

“ไม่… ไม่…” ชิผงะ.

เย็นไม่พูดอะไร.

เธอแค่จ้องมองเพดาน.

…แล้วเธอก็เริ่มหัวเราะ.

“คิก… คิก… คิก…”

มันคือเสียงหัวเราะ… ของ “เงายิ้ม”.


เสียงหัวเราะคิกคักของเย็น… มันไม่ใช่เสียงของเธอ

มันบาดหู. เย็นเยียบ. และเต็มไปด้วยความพึงพอใจ.

“เย็น! หยุดนะ! นี่มันไม่ใช่เธอ!” ชิตะโกน. เขย่าร่างของลูกพี่ลูกน้อง.

“นั่นไม่ใช่เย็น…” คุณย่ามัวพึมพำ. ท่านก้าวถอยหลัง. มือสั่นเทา. “นั่นคือ… ‘ไม้’…”

เย็นหยุดหัวเราะกะทันหัน.

เธอลุกขึ้นนั่งบนเตียง.

การเคลื่อนไหวของเธอดู… ผิดเพี้ยน.

มันราบรื่น. นุ่มนวล. เหมือนไม่ใช่การขยับของมนุษย์.

เย็นหันศีรษะมาทางชิ.

ดวงตาของเธอเบิกกว้าง. แต่แววตานั้น… มันกำลังยิ้ม.

“ตอนนี้… พี่เห็นหน้าหนูชัดหรือยัง”

เสียงนั้น. มันคือเสียงของเย็น. แต่แฝงไปด้วยเสียงกระซิบซ้อนทับ.

“แก… แกทำอะไรเย็น” ชิถาม.

ร่างของเย็นเอียงคอ. “หนูแค่… เอากลับคืน”

เธอยกมือขึ้น. ลูบไล้ใบหน้าของตัวเอง. ลูบไล้ผมที่ถูกตัดสั้นเตียน.

“สวยจัง… ใบหน้านี้… สวย”

“ไม้!” คุณย่ามัวตวาด. “พอได้แล้ว! เจ้าต้องการอะไร!”

ร่างของเย็นหันไปมองคุณย่ามัว. รอยยิ้มจางหายไป.

“สิ่งที่พวกแกขโมยไป” เธอพูดเสียงเย็นชา. “สิ่งที่ ‘โลด’ พรากไปจากข้า”

“โลด?” ชิสับสน. “ท่านทวดโลด?”

ร่างของเย็นไม่สนใจชิ. เธอลุกขึ้นจากเตียง.

“ข้าถูกขังอยู่ในความมืดมานานเหลือเกิน” เธอบอกคุณย่ามัว. “ข้าเฝ้ามองพวกแก… รุ่นแล้ว. รุ่นเล่า. ซ่อนใบหน้า. ก้มหัว. พวกแกมันขี้ขลาด. เหมือนกับ ‘โลด’ “

“เราทำเพื่อเป็นการไถ่โทษ!” คุณย่าร้อง.

“ไถ่โทษเหรอ!” ร่างของเย็นตวาดลั่น. “นั่นไม่ใช่การไถ่โทษ! นั่นคือการ ‘ซ่อน’!”

“พวกแกซ่อนความผิดของมัน! พวกแกซ่อนใบหน้าของตัวเอง. เพราะกลัวว่าข้าจะเห็น… เลือดของมัน… ไหลเวียนอยู่ในตัวพวกแก!”

ร่างของเย็นเดินตรงไปที่กระจกบานใหญ่ในห้อง.

กระจกบานที่เคยว่างเปล่า… ตอนนี้มันสะท้อนภาพของเย็น… ที่มีผมสั้นเตียน.

เย็นยืนจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเอง.

“แต่เด็กคนนี้…” เธอพึมพำ. “เด็กคนนี้ต่างออกไป”

เธอหันมายิ้มให้ชิ.

“พี่สาวคนนี้… เธอไม่กลัว”

“เธอเปิดประตูให้ข้า”

“เธอทำลายคุกของข้า”

“ต้องขอบคุณเธอนะ… ชิ”

ชิรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง.

ร่างของเย็น… วิญญาณของไม้… หันกลับไปที่คุณย่ามัว.

“ข้าทนไม่ไหวแล้ว. ข้าจะไม่ถูกซ่อนอีกต่อไป”

“แกจะทำอะไร” คุณย่าถาม.

“ข้าจะเอาทุกอย่างคืน”

ทันใดนั้น. ร่างของเย็นก็พุ่งเข้าใส่คุณย่ามัว.

มันรวดเร็ว… เร็วเกินไป.

คุณย่ามัวถูกผลักกระเด็นไปชนผนัง. ตะเกียงน้ำมันก๊าดหลุดมือ. ตกแตกกระจาย.

น้ำมันราดไปบนพื้น.

“คุณย่า!” ชิกรีดร้อง.

ร่างของเย็นไม่ได้โจมตีซ้ำ.

เธอยืนนิ่ง. ยิ้มเยาะ.

แล้วเธอก็หันหลัง. เดินออกจากห้องไปช้าๆ.

ทิ้งเสียงฮัมเพลงที่น่าขนลุกไว้เบื้องหลัง.

“ฮืม… ฮืม… ฮืม…”

เสียงนั้นดังไปตามโถงทางเดิน. มันไม่ได้หนี. มันกำลัง… เดินเล่น.

บ้านหลังนี้… ตกเป็นของมันแล้ว.

ชิรีบวิ่งไปพยุงคุณย่ามัวขึ้นมา. “คุณย่า! เป็นอะไรไหมคะ!”

คุณย่ามัวไอโขลก. ตัวสั่นเทา. “มัน… มันควบคุมเย็นโดยสมบูรณ์แล้ว”

“ไม้… คือใคร. โลด… คือใคร. มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!” ชิเขย่าตัวคุณย่า.

คุณย่ามัวน้ำตาไหล. “ความผิดบาป… ความผิดบาปของตระกูล”

“คุณย่าต้องบอกหนู! ตอนนี้!”

“เย็น… เย็นพูดถึงห้องใต้หลังคา” ชิพยายามนึก. “ห้องของท่านทวดโลด”

คุณย่ามัวเบิกตากว้าง. “ใช่… ที่นั่น”

“มันคือที่ไหน”

“ที่ที่… ‘โลด’ เสียชีวิต. ที่ที่ท่านขังตัวเองไว้. จนตรอมใจตาย”

“ที่นั่นมีคำตอบใช่ไหมคะ”

คุณย่าพยักหน้า. “เราต้องไปที่นั่น. ก่อนที่มัน… จะเจอเรา”

ทั้งสองพยุงกัน. ออกมาจากห้องของเย็น.

โถงทางเดินมืดมิด. มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องเข้ามา.

เสียงฮัมเพลงยังคงดังแว่ว… มาจากชั้นล่าง.

เหมือนมันกำลัง… สำรวจบ้าน.

“เร็วเข้า” คุณย่ากระซิบ.

พวกเธอเดินไปจนสุดโถง. ขึ้นบันไดแคบๆ ที่ซ่อนอยู่หลังตู้หนังสือเก่า.

มันคือทางขึ้นไปยังห้องใต้หลังคา.

ประตูไม้เก่าถูกล็อคด้วยกุญแจทองเหลืองขนาดใหญ่.

คุณย่ามัวล้วงเข้าไปในเสื้อ. ดึงสร้อยคอออกมา. กุญแจดอกนั้นห้อยอยู่ที่สร้อย.

มือของท่านสั่นจนไขกุญแจแทบไม่ได้.

“แกร๊ก”

ประตูเปิดออก.

กลิ่นอับชื้น. กลิ่นฝุ่น. และกลิ่นของกาลเวลา.

ห้องใต้หลังคามืดทึบ.

คุณย่ามัวจุดไม้ขีดไฟ. หาตะเกียงเก่าๆ จนเจอ.

แสงสว่างเผยให้เห็นห้องที่เต็มไปด้วยของเก่า. เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกคลุมผ้าไว้. และหยากไย่.

“มันอยู่ที่ไหน” ชิถาม.

“ตรงนั้น” คุณย่าชี้ไปที่มุมห้อง.

มีหีบไม้ใบใหญ่. สลักลวดลาย. มันถูกล่ามโซ่และล็อคกุญแจไว้.

“กุญแจล่ะคะ”

“ไม่มี” คุณย่าส่ายหน้า. “ท่านทวดโลดสั่งให้ทำลายกุญแจ. หลังจากที่ท่านใส่… ของ… ลงไป”

ชิมองไปรอบๆ. “เราต้องพังมัน”

เธอคว้าเหล็กงัดเก่าๆ ที่วางอยู่.

“ถอยไปค่ะ!”

ชิงัดมันสุดแรง.

ไม้เก่าผุพัง. โซ่ขาดออกจากกัน.

ฝาหีบเปิดออก.

ข้างใน.

ไม่มีทอง. ไม่มีสมบัติ.

มีเพียงของสองสิ่ง.

หนึ่ง… คือกรอบรูปไม้ที่แตกหัก.

และสอง… คือสมุดบันทึกเล่มหนา. หุ้มด้วยหนังสีดำ.

ชิหยิบกรอบรูปขึ้นมา.

มันเป็นภาพวาด. ไม่ใช่ภาพถ่าย.

ในภาพมีผู้หญิงสองคน.

คนหนึ่ง… คือผู้หญิงหน้าตาเคร่งขรึม. งดงาม. แต่แววตาเย็นชา. สวมชุดหรูหรา.

อีกคนหนึ่ง… เป็นหญิงสาวที่ดูอ่อนวัยกว่า. ใบหน้างดงาม.

แต่… ใบหน้าของหญิงสาวคนที่สอง. ถูกขูด.

ถูกขูดด้วยของมีคม. จนมองไม่เห็นหน้า. เหลือเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก… ที่ยังไม่ถูกทำลาย.

“ใคร…”

“โลด… และ ไม้” คุณย่าตอบเสียงสั่น. “พี่น้อง”

ชิวางกรอบรูป. หยิบสมุดบันทึกขึ้นมา.

มันคือ… ไดอารี่.

เธอเปิดมันออก.

ลายมือหวัดๆ. เขียนด้วยหมึกสีน้ำตาลเข้ม.

มันคือไดอารี่ของ… โลด.

ชิเริ่มอ่าน.

“วันนี้. ข้าได้เป็นผู้นำตระกูล. ทุกคนเคารพข้า. แต่สายตาของพวกเขา… พวกเขามองแต่น้องสาวข้า. ‘ไม้’ “

“มันงดงาม. มันยิ้ม. รอยยิ้มของมัน… เหมือนแสงตะวัน. ทุกคนหลงรักมัน”

ชิพลิกหน้าต่อไป.

“ผู้นำตระกูลข้างๆ ส่งคนมาทาบทาม. เขาต้องแต่งงานกับข้า. เพื่อรวมสองตระกูล. แต่… เขาบอกกับข้าว่า… หัวใจของเขาเป็นของ ‘ไม้’ “

“ทำไม! ข้าคือผู้นำ! ข้าคือทุกสิ่ง! ส่วนมัน… มันมีดีแค่รอยยิ้ม!”

ชิรู้สึกถึงความเกลียดชังในตัวอักษร.

“ข้าทนไม่ไหว. ข้าจะไม่ยอมสูญเสียอำนาจ. ข้าจะไม่ยอมให้รอยยิ้มนั้น… มาทำลายทุกอย่างของข้า”

หน้าถัดไป.

“ข้าหลอกมัน”

“ข้าบอกมันว่า. มีพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่หน้าผา. เพื่อ ‘ถวายความงาม’ แด่วิญญาณบรรพชน. มันเชื่อข้า. มันโง่. มันเชื่อใจข้า”

“ข้าพามันไปที่นั่น. คืนเดือนมืด”

ชิกลืนน้ำลาย. มือเริ่มสั่น.

เธออ่านย่อหน้าสุดท้าย.

“ข้าผลักมัน”

“ข้าผลัก ‘ไม้’ ตกลงไปในเหวลึก. ข้าได้ยินเสียงมันกรีดร้อง… แล้วก็เงียบไป”

“ข้าขโมยรอยยิ้มของมันไปตลอดกาล”

“ข้ากลับมา. บอกทุกคนว่ามันหนีตามผู้ชายไป. ทุกคนเชื่อข้า. ตอนนี้… ข้าคือหนึ่งเดียว”

ชิแทบอาเจียน. “พระเจ้า… นี่มัน”

“ยังไม่จบ” คุณย่าชี้ไปที่หน้าสุดท้าย.

ชิเปิดไปหน้าสุดท้าย. ลายมือเปลี่ยนไป. มันสั่นเทา. เหมือนคนที่เสียสติ.

“แต่มันไม่ไป!”

“มันไม่ตาย! วิญญาณมันกลับมา!”

“ข้าเห็นมัน! ในกระจก! ในขันน้ำ! ในทุกที่ที่สะท้อนเงา!”

“มันไม่พูด. มันไม่ทำอะไร. มันแค่ยืนอยู่ตรงนั้น… และ… ยิ้ม”

“รอยยิ้มเยาะเย้ย. รอยยิ้มอาฆาต!”

“ข้ากลัว… ข้าทนไม่ไหว… ข้าทนรอยยิ้มนั้นไม่ไหว!”

“ข้าสั่งทำลายกระจกทุกบาน. ข้าสั่งคว่ำขันน้ำทุกใบ”

“และข้า… ข้าได้เริ่ม ‘พิธีกรรม’ “

“ลูกหลานของข้า. ผู้หญิงทุกคนในตระกูลนี้. ต้องปิดหน้า”

“ต้องซ่อนใบหน้า! ซ่อนความงาม!”

“นี่ไม่ใช่การปกป้อง. นี่คือการไถ่โทษ! เราต้องสำนึกผิดแทนข้า! เราต้องซ่อนตัวจากความอิจฉาริษยาของมัน!”

“เราต้องไม่สวย… เราต้องไม่ยิ้ม!”

“ตราบใดที่เรายังซ่อน… มันก็จะยังตามหาเรา…”

ชิปิดสมุดดัง “ปึ้ง!”

เธอเข้าใจแล้ว.

ทุกอย่าง.

กฎ. ผมหน้าม้า. ความกลัว.

มันไม่ใช่การปกป้องจากวิญญาณร้าย.

มันคือการลงโทษตัวเอง. คือความพยายามอย่างสิ้นหวังของ ‘โลด’. ที่จะซ่อนสายเลือดของตัวเอง… จากวิญญาณที่เต็มไปด้วยความแค้นของน้องสาว.

“คุณย่า… คุณย่ารู้เรื่องนี้มาตลอด” ชิหันไปมองคุณย่า.

คุณย่ามัวพยักหน้า. น้ำตานองหน้า. “เรารับกรรมต่อๆ กันมา… เราพยายามสะกดท่านไว้… แต่เราไม่เคย… ขอโทษ”

ทันใดนั้น.

เสียงฮัมเพลง… ที่ดังอยู่ชั้นล่าง…

…หยุดกึก.

ความเงียบเข้าปกคลุมบ้านทั้งหลัง.

เงียบ… เงียบจนน่ากลัว.

ชิกลั้นหายใจ.

แล้ว… เธอก็ได้ยิน.

เอี๊ยด…

เอี๊ยด…

เอี๊ยด…

เสียงฝีเท้า.

กำลังเดินขึ้นบันได… มาที่ห้องใต้หลังคา.

ช้าๆ. ทีละก้าว.

เสียงนั้น… หยุดอยู่หน้าประตู.

“แกร๊ก”

เสียงลูกบิดประตู… กำลังถูกบิดจากด้านนอก.

“หาเจอแล้วเหรอคะ… คุณย่าทวด”

เสียงนั้น… คือเสียงของเย็น.

แต่… มันฟังดูอ่อนหวาน. ร่าเริง.

และเต็มไปด้วยความ… สนุกสนาน.


ประตูห้องใต้หลังคาเปิดออกช้าๆ.

เสียงไม้บิดตัวดัง… เอี๊ยด…

ร่างของเย็นยืนอยู่ที่นั่น.

เธอยืนอยู่ในความมืดของโถงทางเดิน. มีเพียงแสงจันทร์สีซีดที่ส่องมาจากด้านหลัง. ทำให้เธอดูเหมือนเงาดำ.

แต่ชิเห็นมัน.

รอยยิ้ม.

รอยยิ้มสีขาวที่ลอยเด่น… อยู่บนใบหน้าของเย็น.

“พวกคุณ… ทำห้องรกจังเลยนะคะ”

เสียงของเย็น. แต่… มันไม่ใช่. มันคือเสียงใสๆ ของเด็กสาว… ที่แฝงไปด้วยความอาฆาตที่บ่มเพาะมานานนับร้อยปี.

วิญญาณของ ‘ไม้’ เดินเข้ามาในห้อง.

การเคลื่อนไหวของเธอ… นุ่มนวล. ลื่นไหล. เหมือนเธอกำลังร่ายรำ.

ตะเกียงในมือของคุณย่ามัวสั่นไหว. แสงไฟเกือบจะดับ.

อากาศในห้อง… เย็นยะเยือก.

สายตาของ ‘ไม้’ กวาดไปทั่วห้อง.

“อืม… ที่นี่สินะ” เธอกระซิบ. “ที่ที่ ‘โลด’ ขังตัวเองไว้. ที่ที่นางตาย”

เธอรู้. เธอรู้ทุกอย่าง.

‘ไม้’ หันมามองหีบไม้ที่เปิดอ้า. เห็นสมุดบันทึก. เห็นภาพวาดที่ถูกทำลาย.

เธอหัวเราะคิกคัก.

“อ่านเรื่องเก่าๆ กันอยู่เหรอ” เธอถาม. “สนุกไหม. เรื่องราวของพี่สาว… ที่ฆ่าน้องสาวตัวเอง”

คุณย่ามัวทรุดตัวลงคุกเข่า.

“ท่านไม้… ได้โปรด” เสียงของคุณย่าสั่นเครือ. “อภัยให้เราเถอะ. เรา… เราขอโทษ”

‘ไม้’ หยุดยิ้ม.

เธอก้มลงมองคุณย่ามัว.

“ขอโทษ…?”

คำพูดนั้น… เย็นชากว่าอากาศในห้อง.

“พวกแกพูดคำนั้น… ตอนที่ข้าถูกขังอยู่ในความมืดเหรอ”

“พวกแกพูดคำนั้น… ตอนที่พวกแกซ่อนใบหน้า… รุ่นแล้ว. รุ่นเล่า. เหมือนคนขี้ขลาดเหรอ!”

‘ไม้’ ตวาด. เสียงของเธอดังลั่น.

“นั่นไม่ใช่การขอโทษ! นั่นคือการตอกย้ำ! พวกแกกลัวข้า! พวกแกเกลียดข้า! เหมือนที่ ‘โลด’ เกลียดข้า!”

“ไม่จริง!” คุณย่าร้องไห้.

“จริง!” ‘ไม้’ ก้าวเข้ามาประชิด.

“แกรู้ความจริงทั้งหมด. นังแก่. แกคือสายเลือดของมัน. แกคือคนที่สานต่อคำโกหกนี้!”

‘ไม้’ ยื่นมือออกไป.

นิ้วที่เรียวยาวของร่าง ‘เย็น’.

เธอยังไม่ได้แตะต้องตัวคุณย่า.

แต่ปอยผม… ปอยผมที่ปิดหน้าของคุณย่ามาเจ็ดสิบปี…

มันถูกกระชากออก.

เหมือนมีลมกระโชก. ปอยผมของคุณย่าถูกเสยขึ้น. เปิดเผยใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย… และความหวาดกลัวสุดขีด.

คุณย่ากรีดร้อง. เอามือปิดหน้า.

“เห็นแล้ว” ‘ไม้’ กระซิบ. “ในที่สุดข้าก็ได้เห็น. ใบหน้าของทายาท ‘โลด’. ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัว. เหมือนมันไม่มีผิด”

“หยุดนะ!”

ชิ… ที่ยืนตัวแข็งอยู่… ตะโกนออกไป.

“ปล่อยคุณย่าเดี๋ยวนี้! มันไม่ใช่ความผิดของท่าน!”

‘ไม้’ หันขวับมามองชิ.

รอยยิ้มกลับมาอีกครั้ง.

“โอ้… กุญแจดอกน้อยของข้า”

เธอเดินเข้ามาหาชิ. ช้าๆ.

ชิถอยหลัง. จนแผ่นหลังชนกับผนัง.

“ไม้” เอียงคอ. จ้องมองชิ. “ข้าควรจะขอบคุณเธอนะ”

“ขอบคุณ… เรื่องอะไร” ชิพยายามทำใจกล้า.

“ก็… ที่เธอตัดผมไง” ‘ไม้’ ยิ้มกว้าง. “เธอทำลายกฎ. เธอทำลายผนึก”

“เธอทำให้ข้า… ‘เห็น’ “

“เธอทำให้ข้า… ‘ออกไป’ “

“แกมันปีศาจ!”

“ข้าเคยเป็นนางฟ้า” ‘ไม้’ ตอบเสียงเรียบ. “จนกระทั่งพี่สาวของข้า… ผลักข้าลงนรก”

‘ไม้’ หันกลับไปมองคุณย่าที่ยังคงตัวสั่น.

“ข้าเฝ้ามองพวกแกมานาน”

“ข้ารอคอย”

“รอคอยอะไร” ชิถาม.

“รอคอย… ภาชนะ” ‘ไม้’ ตอบ.

“ภาชนะ?”

“วิญญาณของข้าถูกขังอยู่ในเงาสะท้อน. ข้าออกมาได้. แต่ข้าอยู่ได้ไม่นาน. ถ้าไม่มี… ร่างกาย”

“และ ‘โลด’… ในความโง่เขลาของนาง… นางได้สร้าง ‘ภาชนะ’ ที่สมบูรณ์แบบไว้ให้ข้า”

‘ไม้’ ลูบไล้ใบหน้าของ ‘เย็น’ อย่างอ่อนโยน.

“กฎ… ที่พวกแกต้องปิดหน้า. มันทำให้วิญญาณของพวกแก… ‘อ่อนแอ’ “

“แต่ ‘เย็น’… เด็กคนนี้” ‘ไม้’ ยิ้ม. “เธอปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด. เธอไม่เคยตั้งคำถาม. เธอ ‘บริสุทธิ์’ ที่สุด”

“เธอคือ… กุญแจที่สมบูรณ์แบบ. เป็นแม่กุญแจชั้นดี”

“และเธอก็คือ… กุญแจผี” ‘ไม้’ ชี้มาที่ชิ. “คนที่มาไขแม่กุญแจนี้. ปล่อยข้า… ให้เข้าไปในตัวเย็น”

ชิเข้าใจแล้ว.

นี่คือกับดัก. กับดักที่ ‘โลด’ สร้างไว้… และมันเพิ่งจะทำงาน.

“ไม่… ไม่นะ… เย็น” ชิพึมพำ.

“ข้าถูกพรากความเยาว์วัย. ข้าถูกพรากความงาม. ข้าถูกพรากความรัก” ‘ไม้’ พูด. “ตอนนี้… ข้าจะเอามันคืน. ในร่างนี้”

“แกจะทำอะไรกับเย็น”

“ข้าจะ ‘เป็น’ เย็น” ‘ไม้’ ตอบง่ายๆ. “ส่วนวิญญาณของเด็กคนนั้น… ก็คงต้องไป… แทนที่ข้า”

“ไปที่ไหน”

“ในความมืด. ในกระจก. ในที่ที่ข้าเคยอยู่”

“ไม่!!!” คุณย่ามัวกรีดร้อง. ท่านลุกขึ้น. แม้จะแทบยืนไม่ไหว.

“อย่าทำแบบนั้น!”

คุณย่ามัวเดินโซซัดโซเซ. มายืนขวางระหว่าง ‘ไม้’ กับประตู.

“ได้โปรด. ท่านไม้… อย่าทำลายเด็กคนนั้นเลย”

“แล้วจะให้ข้าทำลายใคร” ‘ไม้’ ถาม.

“ข้า!”

คุณย่ามัวทุบหน้าอกตัวเอง.

“เอาตัวข้าไป!”

นี่คือ… การเสียสละ.

“ข้าคือผู้นำตระกูล. ข้าคือสายเลือดโดยตรง. ข้าคือคนที่รับผิดชอบกฎนี้!” คุณย่าตะโกน. “ร่างของข้าแก่แล้ว. แต่ก็ยังใช้ได้. เอาตัวข้าไป! ปล่อยเย็นไป!”

ชิอ้าปากค้าง.

‘ไม้’ จ้องมองคุณย่ามัว. นิ่ง.

เธอเดินวนรอบตัวคุณย่า. เหมือนกำลังพิจารณาสินค้า.

“อืม…”

เธอหยุดอยู่ตรงหน้าคุณย่า.

“ใบหน้าที่เหี่ยวย่น… ร่างกายที่ใกล้จะพัง… วิญญาณที่เต็มไปด้วยความกลัว”

‘ไม้’ หัวเราะคิกคัก.

“ไม่ล่ะ”

เธอปฏิเสธ.

“ข้าไม่ต้องการของเหลือเดน. ข้าต้องการสิ่งที่ข้าถูกขโมยไป”

“ข้าต้องการ… ความสาว”

“ข้าต้องการ… ความงาม”

‘ไม้’ ยิ้มให้คุณย่า. รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยชัยชนะ.

“แต่… ข้าจะรับ ‘ของขวัญ’ จากแก. คุณย่าทวด”

“อะไร” คุณย่ามัวถามเสียงสั่น.

“วิญญาณของแก” ‘ไม้’ กระซิบ. “ข้าจะเอามันไป… เป็นเพื่อนเล่น… ให้กับ ‘เย็น’ ในกระจก”

“ไม่!” ชิพยายามจะพุ่งเข้าไป.

แต่ ‘ไม้’ เร็วกว่า.

เธอไม่ได้แตะต้องคุณย่า.

เธอเพียงแค่… จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคุณย่า.

“หลับซะ… โลด”

คุณย่ามัวตาเหลือกค้าง. ร่างกายแข็งทื่อ.

แล้วก็… ล้มลง.

“โครม!”

คุณย่าล้มลงกระแทกพื้น. นิ่งสนิท.

“คุณย่า!!!!!” ชิกรีดร้อง.

เธอวิ่งเข้าไป. เขย่าร่างของคุณย่า.

“คุณย่า! ตื่นสิ!”

คุณย่ายังหายใจ. แต่… ท่านไม่ตอบสนอง. ดวงตาเปิดค้าง. ว่างเปล่า.

วิญญาณของท่าน… ถูกดึงออกไปแล้ว.

“นังปีศาจ!” ชิหันไปตวาด ‘ไม้’.

‘ไม้’ ยืนอยู่ที่ประตู. ยิ้มอย่างพึงพอใจ.

“ตอนนี้… เหลือแค่เราสองคน. กุญแจผี”

“แกฆ่าคุณย่า!”

“ข้าแค่… ‘ยืม’ ท่านไป” ‘ไม้’ พูด. “ตอนนี้… ข้าต้องไปทำพิธีให้จบ”

“พิธีอะไรอีก!”

“พิธีที่ ‘โลด’ เริ่มไว้. แต่ทำไม่สำเร็จ”

‘ไม้’ หันหลัง.

“ข้าต้องไป… ที่ที่มันเริ่มต้น”

“ที่ไหน”

“หน้าผา… ที่ข้าถูกผลักลงไป”

‘ไม้’ หัวเราะ. “ข้าจะไปที่นั่น. เพื่อ ‘ถวายความงาม’ … แต่ครั้งนี้. ข้าจะเป็นคนเดินกลับมา. ส่วนวิญญาณของเย็น… จะต้องกระโดดลงไป. เพื่อผนึกสัญญา”

ชิเข้าใจในเสี้ยววินาที.

มันจะบังคับให้วิญญาณของเย็น… ฆ่าตัวตาย. เพื่อที่มันจะได้ครอบครองร่างนี้อย่างสมบูรณ์!

“ไม่! ฉันไม่ยอม!”

ชิพุ่งเข้าใส่ ‘ไม้’.

“โครม!”

‘ไม้’ ไม่ได้หลบ.

แต่ชิ… เหมือนวิ่งชนกำแพงที่มองไม่เห็น.

ร่างของเธอถูกเหวี่ยงกลับ. กระแทกเข้ากับหีบไม้.

“แกมันอ่อนแอ” ‘ไม้’ พูด. “แกอยู่ในโลกของแกไปเถอะ”

“ส่วนข้า… จะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่”

ร่างของเย็น… วิญญาณของไม้… เดินออกจากห้องใต้หลังคา.

“เดี๋ยวก่อน! กลับมานะ!”

ชิพยายามลุก.

แต่…

“ปัง!”

ประตูห้องใต้หลังคา… ถูกปิดกระแทกอย่างรุนแรง.

ชิได้ยินเสียง…

“แกร๊ก… แกร๊ก… แกร๊ก…”

เสียงกุญแจ… ถูกล็อคจากด้านนอก.

ไม่.

‘ไม้’ ไม่ได้เอากุญแจไป.

มันล็อค… ด้วยพลังของมัน.

“ไม่! ไม่! เปิดประตู!”

ชิทุบประตู.

“ปล่อยฉันออกไป! ยัยบ้า! ปล่อยฉัน!”

ไม่มีเสียงตอบ.

มีเพียงเสียงหัวเราะคิกคัก… ที่ค่อยๆ ห่างออกไป.

“ฮืม… ฮืม… ฮืม…”

เสียงฮัมเพลง… กำลังมุ่งหน้า… ออกจากบ้าน.

ชิถูกขัง.

ขังอยู่ในห้องใต้หลังคา… ที่เหม็นอับ.

ขังอยู่กับร่างของคุณย่ามัว… ที่นอนไร้วิญญาณ.

และ ‘ไม้’ … กำลังพาร่างของ ‘เย็น’ … ไปที่หน้าผา… เพื่อฆ่าเธอ.


“ไม่! ปล่อยฉัน!!!!”

ชิทุบประตู. ทุบจนมือแตก. เลือดซิบ.

ความเจ็บปวดทางกาย… เทียบไม่ได้เลยกับความตื่นตระหนกที่บีบหัวใจเธอ.

“ปล่อยฉันออกไป!!!”

ไร้ประโยชน์.

พลังของ ‘ไม้’ ผนึกประตูไว้.

เธอถูกขัง.

ห้องใต้หลังคากลายเป็นสุสาน.

ชิหันกลับมา. มองร่างของคุณย่ามัวที่นอนนิ่งบนพื้นไม้เก่า.

“คุณย่า…”

เธอคลานเข้าไป. เขย่าร่างนั้นอีกครั้ง.

“คุณย่า. ตื่นสิ. หนูขอโทษ. หนูขอโทษ…”

น้ำตาของเธอหยดลงบนใบหน้าที่เหี่ยวย่น.

คุณย่ายังหายใจ. แผ่วเบา.

แต่ดวงตา… ดวงตาที่เปิดค้างนั้น… มันว่างเปล่า.

มันจ้องมองทะลุเพดาน. จ้องมองไปยังที่ไกลแสนไกล. ที่ที่ชิมองไม่เห็น.

วิญญาณของท่าน… ถูกพรากไปแล้วจริงๆ.

“หนูทำเอง… ทั้งหมดนี้… เป็นเพราะหนู”

ความรู้สึกผิด… มันหนักอึ้ง.

เธอกลับมาที่นี่… ด้วยความโกรธ. ความดื้อรั้น.

เธอคิดว่าเธอฉลาดกว่า. ทันสมัยกว่า.

เธอคิดว่าเธอคือแสงสว่าง… ที่จะมาปัดเป่าความงมงาย.

แต่เธอ… กลับกลายเป็นกุญแจ… ที่ไขประตู… ปล่อยนรกออกมา.

“ฮ่าๆๆๆ…”

ชิหัวเราะ.

เธอหัวเราะกับความโง่เขลาของตัวเอง.

เธอมองไปรอบห้อง.

ห้องที่ ‘โลด’ ขังตัวเองไว้จนตาย.

และตอนนี้… เธอก็กำลังจะตายอยู่ที่นี่เหมือนกัน.

“ไม่”

เธอกัดฟัน. “ฉันจะไม่ยอมแพ้”

เธอต้องออกไป.

เธอต้องไปที่หน้าผา.

เธอไม่รู้ว่าจะสู้กับ ‘ไม้’ ยังไง. แต่เธอต้องไป.

เธอต้องไปช่วยเย็น.

ชิมองไปรอบๆ ห้อง.

หน้าต่าง? …ไม่มี. มีเพียงช่องลมเล็กๆ.

เธอค้น. รื้อของ.

มีแต่ของเก่า… เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกคลุมผ้า.

…ผ้า.

ชิมองไปที่มุมหนึ่งของห้อง.

มีกระจกตั้งพื้นบานหนึ่ง. ถูกคลุมด้วยผ้าสีขาว.

กระจกที่ ‘โลด’ คงจะมองข้ามไป.

ชิรู้สึกเย็นวาบ.

เธอเกลียดกระจก.

เธอไม่กล้ามองเงาสะท้อนอีกต่อไป.

แต่…

เดี๋ยวก่อน.

‘ไม้’ … ไม่ได้อยู่ในกระจกอีกต่อไปแล้ว.

‘ไม้’ อยู่ข้างนอก. อยู่ในร่างของเย็น.

ถ้าอย่างนั้น…

ตอนนี้… ในกระจก… มีอะไรอยู่?

ความกลัว… ปะทะกับความสงสัย.

ชิกลืนน้ำลาย.

เธอค่อยๆ เดินเข้าไปหา.

มือของเธอสั่น.

เธอเอื้อมไปจับชายผ้า.

“ถ้า ‘ไม้’ ออกมาแล้ว… วิญญาณของเย็น… ก็ต้องอยู่ที่ไหนสักแห่ง”

เธอภาวนา.

เธอกระชากผ้าคลุมออก.

มันเป็นกระจกบานเก่า. ขอบเริ่มดำ. ผิวปรอทขุ่นมัว.

ในตอนแรก.

เธอเห็น… ตัวเอง.

เงาสะท้อนของเธอ… กลับมาแล้ว.

ผมสั้นเตียน. ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาและเลือด.

เธอมองเงาสะท้อน. เงาสะท้อนมองเธอ.

ทุกอย่างดู… ปกติ.

ชิแทบจะถอนหายใจ.

…แต่แล้วเธอก็สังเกตเห็น.

แววตา…

แววตาของเธอในกระจก.

มันไม่ได้ดูโกรธ. หรือมุ่งมั่น.

มันดู… หวาดกลัว.

หวาดกลัวอย่างสุดขีด.

ราวกับว่า… เงาสะท้อนของเธอ… กำลังมองเห็นบางอย่าง… ที่น่าสะพรึงกลัว.

“นี่มัน…”

ชิเพ่งมองเข้าไปในกระจก.

“เธอเห็นอะไร” เธอถามเงาสะท้อน.

ทันใดนั้น.

ในกระจก… ข้างๆ เงาของเธอ.

มีร่างๆ หนึ่งปรากฏขึ้น. จางๆ.

เป็นร่างของเด็กสาว.

เธอกำลังก้มหน้า. ปอยผมยาวปิดบังใบหน้า.

เธอกำลัง… ตัวสั่น.

“เย็น…?”

ชิพึมพำ.

ร่างในกระจกเงยหน้าขึ้น.

ใช่! คือเย็น!

วิญญาณที่แท้จริงของเย็น!

เย็นมองชิ. น้ำตานองหน้า. เธออ้าปาก. เหมือนพยายามจะกรีดร้อง.

แต่ไม่มีเสียงออกมา.

เธอติดอยู่.

ติดอยู่ในโลกหลังกระจก.

‘ไม้’ ไม่ได้แค่ยึดร่าง.

มัน ‘สลับ’ ที่กัน.

มันขังวิญญาณของเย็น… ไว้ในคุกที่มันเคยอยู่.

แล้วชิก็เห็น…

อีกร่างหนึ่ง.

นั่งขดตัวอยู่ในมุมมืด… ของโลกในกระจก.

เป็นร่างของหญิงชรา.

“คุณย่า!”

วิญญาณของคุณย่ามัว… ก็อยู่ที่นั่นด้วย.

ท่านดูสับสน. หลงทาง.

พวกเขาทั้งสอง… ถูกขังไว้.

“ไม่นะ… เย็น! คุณย่า!”

ชิทุบกระจก. “ฉันจะช่วยพวกเธอออกมา!”

แต่เย็น… เย็นส่ายหน้า.

เธอยกมือขึ้น. ชี้ไปที่… ตัวชิ.

แล้วเธอก็ชี้ไปที่… ประตู.

เธอพยายามจะบอกอะไร.

“ให้หนีเหรอ”

เย็นพยักหน้า.

“ไม่! ฉันไม่ทิ้งพวกเธอ!”

เย็นส่ายหน้าอย่างแรง. เธอชี้ไปที่ประตูอีกครั้ง.

แล้ว… เธอก็ทำท่า…

ท่า… กระโดด.

ชิหน้าซีด. “หน้าผา… ‘ไม้’ … มันกำลังจะทำพิธี”

เย็นพยักหน้าอย่างร้อนรน.

ชิเข้าใจแล้ว.

ถ้า ‘ไม้’ ทำพิธีสำเร็จ. ถ้ามันบังคับให้วิญญาณของเย็น (ที่อยู่ในกระจก) กระโดด…

มันจะเป็นการผนึกสัญญา.

เย็น… และคุณย่า… จะติดอยู่ในนี้… ตลอดกาล.

“ฉันต้องหยุดมัน!”

ชิหันกลับไปที่ประตู.

มันล็อค.

“ฉันจะออกไปได้ยังไง!”

เธอทุบ. เธอถีบ.

ไร้ผล.

เธอหันกลับมามองเย็นในกระจก.

เย็นชี้ไปที่… พื้น.

“พื้น?”

ชิมองลงไปที่พื้นไม้เก่า.

เย็นชี้ไปที่มุมห้อง. ใต้กองผ้าเก่าๆ.

ชิวิ่งไป. รื้อกองผ้าออก.

มันคือ… แผ่นกระดาน. ที่ดูเหมือน… จะขยับได้.

เธอแทบไม่เชื่อสายตา.

เธอจำได้. ในไดอารี่ของ ‘โลด’.

‘โลด’ ขังตัวเองไว้ที่นี่.

แต่…

“โลด… นางกลัว” คุณย่าเคยพูด.

บางที… ‘โลด’ อาจจะสร้างทางหนีไว้.

ชิใช้เหล็กงัด. งัดที่ขอบกระดาน.

“ครืด…”

มันเปิดออก.

มันคือช่องแคบๆ. มืดสนิท.

เป็นทางลับ… ที่เชื่อมลงไปชั้นล่าง.

‘โลด’ สร้างมันไว้… แต่คงขี้ขลาดเกินกว่าจะใช้มันหนี.

ชิหันกลับไปมองกระจก.

“รอฉันนะ” เธอบอกกับวิญญาณของเย็นและคุณย่า.

เย็นพยักหน้า. ดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง… และความกลัว.

ชิหยิบตะเกียงเก่าๆ… แต่มันดับไปแล้ว.

เธอไม่มีไฟ.

ไม่เป็นไร.

เธอสูดหายใจลึก.

“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”

เธอหย่อนตัวลงไปในช่องมืดนั้น.

มันแคบ. เหม็นอับ. และชัน.

เธอมุดตัวลงไปในความมืด.

ทิ้งห้องใต้หลังคา… ที่กลายเป็นคุกของครอบครัวเธอ.

เธอดันตัวลงไป.

เสียงไม้เสียดสี.

ฝุ่นตลบ.

“โครม!”

เธอร่วงลงมาบนพื้น.

ในห้องครัว.

บ้านทั้งหลัง… เงียบกริบ.

เงียบ… เกินไป.

ชิรีบลุกขึ้นยืน.

เธอมองไปที่หน้าต่าง.

พระจันทร์เต็มดวง. ส่องแสงสีเงินเยือกเย็น.

‘ไม้’ … ไปที่หน้าผาแล้ว.

เธอต้องรีบ.

ชิวิ่งไปที่ประตูหลังบ้าน.

เธอกระชากมันเปิด.

อากาศเย็นยามค่ำคืน… สาดใส่หน้า.

เธอวิ่ง.

วิ่งสุดชีวิต.

เธอมองไม่เห็นทาง. มีเพียงแสงจันทร์นำทาง.

เธอวิ่งเข้าไปในป่า… ที่ล้อมรอบบ้าน.

มุ่งหน้า… ไปยังทิศที่เธอจำได้… ทิศที่มีหน้าผาสูงชัน.

ที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้น.

และในขณะที่เธอวิ่ง…

เธอก็ได้ยินเสียง.

เสียงฮัมเพลง… ที่ลอยมาตามลม.

“ฮืม… ฮืม… ฮืม…”

เสียงนั้น… มันไม่ได้ฟังดูเศร้าอีกต่อไป.

มันฟังดู… มีความสุข.

มีความสุข… ที่จะได้เป็นอิสระ.


ป่าทึบ. มืด. และเย็น.

ชิวิ่ง.

เท้าของเธอกระแทกกิ่งไม้แห้ง. สะดุดรากไม้.

เธอไม่สน.

ความเจ็บปวดทำให้เธอตื่นตัว.

เสียงฮัมเพลงดังชัดขึ้น.

“ฮืม… ฮืม… ฮืม…”

มันดังมาจากข้างหน้า.

ที่ที่ต้นไม้เริ่มบางลง.

และแล้ว… เธอก็มาถึง.

ลานหินกว้าง.

สุดขอบของลานหินนั้น… คือความว่างเปล่า.

หน้าผา.

ลมกระโชกแรง. พัดพาหมอกสีขาวให้เคลื่อนตัว.

แสงจันทร์เต็มดวงส่องสว่าง.

และ… ร่างนั้น.

‘เย็น’ … หรือ ‘ไม้’ … ยืนอยู่ที่นั่น.

เธอยืนอยู่ริมขอบหน้าผา. ชายกระโปรงสีขาวปลิวไสว.

เธอกางแขนออก. เหมือนกำลังโอบรับแสงจันทร์.

“ในที่สุด…”

เสียงของ ‘ไม้’ ดังฝ่าเสียงลม. “อากาศบริสุทธิ์. อิสรภาพ”

เธอหันกลับมา.

เธอดูเหมือน… ไม่แปลกใจที่เห็นชิ.

“มาดูโชว์เหรอ… กุญแจผี” ‘ไม้’ ยิ้ม.

“แกต้องหยุดเดี๋ยวนี้!” ชิตะโกน. พยายามเดินเข้าไปใกล้.

“หยุดเหรอ” ‘ไม้’ หัวเราะ. “มันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก”

“แกกำลังจะฆ่าเย็น!”

“ข้าไม่ได้ฆ่า” ‘ไม้’ แก้ไข. “ข้าแค่… แลกเปลี่ยน”

“ดูสิ”

‘ไม้’ ชี้ไปที่บางสิ่งบนพื้นหิน.

ชิเพิ่งสังเกตเห็น.

มันคือ… กระจก.

ไม่ใช่กระจกทองเหลืองจากในห้อง.

มันคือ… แผ่นน้ำ.

แอ่งน้ำเล็กๆ ที่ขังอยู่บนพื้นหิน. มันนิ่งสนิท. สะท้อนแสงจันทร์.

มันคือ ‘คุก’ อันใหม่.

“ได้เวลาแล้ว” ‘ไม้’ พูด. “พิธีต้องจบลง… ที่ที่มันเริ่มต้น”

‘ไม้’ เริ่มร่ายรำ.

การเคลื่อนไหวของเธองดงาม… และน่าขนลุก.

เธอกำลังทำพิธี.

“วิญญาณแห่งความริษยา…” เธอเริ่มสวด.

“วิญญาณที่ถูกกักขัง…”

“บัดนี้… ข้าขอปลดปล่อยเจ้า…”

“และขอสังเวย… ด้วยวิญญาณที่บริสุทธิ์!”

ขณะที่เธอสวด.

ในแอ่งน้ำเล็กๆ นั้น.

ชิเห็นมัน.

ร่างของ ‘เย็น’ ที่แท้จริง. และร่างของคุณย่ามัว.

พวกเขากำลังยืนอยู่… บนขอบหน้าผา… ในโลกสะท้อน.

พวกเขากำลังตัวสั่น.

“ไม่นะ…” ชิพึมพำ.

“ในอีกไม่กี่อึดใจ” ‘ไม้’ ยิ้ม. “วิญญาณของเย็น… จะต้องกระโดด. เพื่อผนึกสัญญา”

“แล้วร่างนี้… ก็จะเป็นของข้า… ตลอดไป”

“ฉันไม่ยอม!” ชิกรีดร้อง.

เธอคว้าก้อนหินขนาดใหญ่. ขว้างมันใส่แอ่งน้ำ.

“ตูม!”

น้ำกระจาย.

เงาสะท้อนแตกสลาย.

‘ไม้’ หยุดชะงัก.

เธอกรีดร้อง.

ไม่ใช่เสียงกรีดร้องด้วยความโกรธ.

แต่เป็นความ… เจ็บปวด.

ราวกับว่า… การทำลายเงาสะท้อน… คือการทำร้ายเธอ.

ชิเบิกตากว้าง.

นั่นคือจุดอ่อน.

“ถ้าแกทำลายโลกสะท้อน…” ‘ไม้’ คำราม. “วิญญาณของเย็น… ก็จะแตกสลายไปด้วย!”

“แกไม่กล้าหรอก!”

ชิลังเล.

ถ้าเธอทำลายกระจก… เธอจะฆ่าเย็น.

นี่คือทางตัน.

“ฉลาดใช่ไหมล่ะ” ‘ไม้’ ยิ้มเยาะ. “พี่สาวข้า… ‘โลด’ … นางขังข้าไว้. แต่นางก็โง่. นางไม่เคยรู้เลยว่า… กุญแจ… ก็คือตัวคุกเอง”

“หมายความว่ายังไง”

“ตราบใดที่ยังมี ‘เงาสะท้อน’ … ข้าก็ยังมีที่อยู่”

“ตราบใดที่คนในตระกูลแกยัง ‘ซ่อน’ … ข้าก็ยังมี ‘อาหาร’ “

“และตราบใดที่แก… ยัง ‘กลัว’ … ข้าก็จะยิ่ง ‘แข็งแกร่ง’ “

‘ไม้’ เดินเข้ามาหาชิ.

“และตอนนี้… แกกลัว”

‘ไม้’ ยื่นมือออกมา.

ชิรู้สึกเหมือนถูกอัมพาต. ขยับตัวไม่ได้.

พลัง… มันกดทับเธอ.

“แกทำอะไรไม่ได้” ‘ไม้’ กระซิบ. “แกมันขี้ขลาด. เหมือน ‘โลด’ “

“ไม่…” ชิเค้นเสียง.

“ใช่” ‘ไม้’ จ้องลึกเข้าไปในตาของชิ.

“แกรู้สึกผิด. แกรู้สึกว่าทั้งหมดนี้เป็นความผิดของแก”

“มันกัดกินแก”

“และข้า… ชอบรสชาตินั้น”

‘ไม้’ เอื้อมมือมา… แตะที่แก้มของชิ.

มันเย็น… เหมือนน้ำแข็ง.

“แต่ข้าไม่ต้องการแก. ข้าต้องการร่างที่บริสุทธิ์”

‘ไม้’ หันกลับไป.

แอ่งน้ำ… เริ่มกลับมานิ่งอีกครั้ง.

เงาสะท้อนของเย็นและคุณย่า… ปรากฏขึ้นอีก.

“ได้เวลาจบแล้ว”

‘ไม้’ เริ่มสวดอีกครั้ง.

“ไม่นะ… เย็น!” ชิตะโกน.

ในเงาสะท้อน.

ร่างของเย็น… เริ่มเดิน.

เดินไปที่ขอบหน้าผา.

เหมือนคนละเมอ.

“หยุดนะ เย็น! ตื่นสิ!”

ไร้ประโยชน์.

ชิต้องทำอะไรสักอย่าง.

เธอจะทำลายกระจกไม่ได้.

เธอจะสู้ด้วยกำลังก็ไม่ได้.

แล้วเธอ… จะทำยังไง.

“ความผิด… การซ่อน… ความกลัว”

คำพูดของ ‘ไม้’ ก้องอยู่ในหัว.

ไดอารี่ของ ‘โลด’.

“เราต้องซ่อน… ตราบใดที่เรายังซ่อน… มันก็จะยังตามหา”

…ตราบใดที่เรายังซ่อน…

ชิเบิกตากว้าง.

ถ้า… ถ้าเรา ‘ไม่ซ่อน’ ล่ะ.

นี่คือการเดิมพันสุดท้าย.

“ไม้!” ชิตะโกน.

‘ไม้’ หันมา. ดูรำคาญ. “อะไรอีก”

“แกบอกว่า… แกต้องการสิ่งที่ถูกขโมยไป”

“ใช่”

“แกรู้สึก… เหมือนถูกลืม”

“ใช่!”

“แกรู้สึก… อิจฉา… ที่ ‘โลด’ มีทุกอย่าง. ส่วนแก… ไม่มีใครจดจำ”

“แกจะพูดอะไร!” ‘ไม้’ เริ่มโกรธ.

“ถ้าอย่างนั้น…”

ชิสูดหายใจลึก.

เธอก้าวออกมา… ยืนอยู่กลางแสงจันทร์.

“ฉัน… จะไม่ซ่อนอีกต่อไป”

‘ไม้’ ขมวดคิ้ว. “แกพูดบ้าอะไร”

“ฉันคือ ชิ. สายเลือดของ ‘โลด’ “

ชิพูดเสียงดัง. ชัดเจน.

“และฉัน… ‘เห็น’ เธอ”

‘ไม้’ หยุดชะงัก.

“ฉันเห็นความเจ็บปวดของเธอ. ฉันเห็นความโกรธของเธอ”

“แก…”

“แกไม่ใช่ปีศาจ” ชิพูดต่อ. “แกคือ… วิญญาณที่เจ็บปวด”

“แกคือ ‘ไม้’ … น้องสาวของ ‘โลด’ “

“หุบปาก!” ‘ไม้’ กรีดร้อง. “แกจะมาสงสารข้าเหรอ!”

“ฉันไม่ได้สงสาร” ชิส่ายหน้า.

“ฉัน… ‘ยอมรับ’ เธอ”

‘ไม้’ ยืนนิ่ง.

“ตระกูลของเรา… ซ่อนมานานพอแล้ว” ชิพูด. “เราซ่อนความผิด. เราซ่อนใบหน้า. เราซ่อนความจริง”

“แต่ตอนนี้… มันจบแล้ว”

ชิเดินเข้าไปใกล้ ‘ไม้’.

‘ไม้’ ถอยหลัง. “อย่าเข้ามา!”

“แกต้องการให้คนเห็นไม่ใช่เหรอ” ชิถาม.

“แกต้องการให้คนจดจำ… รอยยิ้มของแก… ไม่ใช่เหรอ”

‘ไม้’ ตัวสั่น. “ข้า… ข้า…”

“แกไม่จำเป็นต้อง ‘ขโมย’ ใบหน้าของเย็น”

ชิพูด.

“แกแค่… ต้อง ‘คืน’ มันมา”

“ไม่! มันเป็นของข้า!”

“มันไม่ใช่!”

ชิยืนเผชิญหน้ากับ ‘ไม้’.

“พิธีนี้… มันผิด”

“มันไม่ใช่การสังเวย”

“มันคือ… การ ‘ขอโทษ’ “

ชิจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของ ‘เย็น’.

“ในฐานะ… ทายาทของ ‘โลด’…”

ชิ… ค่อยๆ คุกเข่าลง.

“ฉัน… ขอโทษ”


ชิคุกเข่าลงบนพื้นหินเย็นเฉียบ.

ท่าทางนั้น… ไม่ใช่การยอมจำนนต่ออำนาจ.

แต่คือการยอมรับ… ความผิดบาปที่สืบทอดกันมา.

“ฉันขอโทษ… แทน ‘โลด’ ” ชิพูดเสียงหนักแน่น. “ฉันขอโทษที่ตระกูลของเรา… ซ่อนเธอไว้… เป็นร้อยปี”

‘ไม้’ ยืนนิ่ง. ร่างของ ‘เย็น’ สั่นเทาอย่างรุนแรง.

รอยยิ้มแสยะบนใบหน้า… ค่อยๆ เลือนหายไป. ถูกแทนที่ด้วย… น้ำตา.

ไม่ใช่ใบหน้าของเย็นที่ร้องไห้.

แต่เป็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก… ของวิญญาณ ‘ไม้’.

“มัน… มันสายเกินไปแล้ว” ‘ไม้’ กระซิบ. เสียงของเธออ่อนลง. “ข้า… ข้าต้องการร่างนี้”

“ไม่. แกไม่ต้องการ” ชิส่ายหน้า. “แกต้องการความยุติธรรม. แกต้องการให้คนเห็น”

ชิหันไปมองแอ่งน้ำสะท้อน.

ในนั้น. ร่างของเย็นกำลังก้าวไปที่ขอบหน้าผา. ใกล้จะกระโดดเต็มที.

“ไม้… ดูสิ”

ชิชี้ไปที่เงาสะท้อน.

“ถ้าแกบังคับให้เย็นกระโดด. แกจะเป็นเหมือน ‘โลด’ “

“แกจะเป็น… ฆาตกร”

“แกจะกลายเป็น ‘ปีศาจ’ ที่แกเกลียดที่สุด”

คำพูดนั้น… ทิ่มแทงเข้าไปในจิตวิญญาณของ ‘ไม้’.

ร่างของเย็นทรุดลง. คุกเข่าลงบนพื้นหิน.

“ไม่… ข้าไม่…”

“ไม่ต้องพิสูจน์แล้ว” ชิพูด. “ทุกคนเห็นเธอแล้ว. ฉันเห็นเธอแล้ว. คุณย่า… แม้แต่วิญญาณท่าน… ก็เห็นเธอแล้ว”

ชิยื่นสมุดบันทึกของ ‘โลด’ ที่เธอหยิบมา… วางลงบนพื้นหิน.

“นี่คือความจริง”

“ทุกคนในโลกนี้… จะต้องรู้ความจริง”

“ว่า ‘โลด’ … คือฆาตกร”

“และ ‘ไม้’ … คือเหยื่อ”

“ไม่ต้องซ่อนอีกต่อไป”

ลมพัดแรงขึ้น.

ร่างของ ‘เย็น’ ที่ถูกสิง… เริ่มสั่น.

วิญญาณสองดวง… กำลังต่อสู้กันอย่างรุนแรง.

จู่ๆ… ‘ไม้’ ก็กรีดร้อง.

ไม่ใช่เสียงหัวเราะคิกคัก. แต่เป็นเสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด.

“ความเกลียดชังของข้า… มันหายไปไหน!”

“มันถูกแทนที่ด้วย… การให้อภัย” ชิพูด. “แกไม่ต้องเกลียดอีกต่อไปแล้ว”

“ข้าไม่ยอม! ข้าไม่อยากให้อภัย!”

“แต่แกทำไม่ได้” ชิพูด. “เพราะแกไม่ใช่ ‘โลด’ “

“แก… คือ ‘ไม้’ “

“ไม้… ที่ต้องการความสุข”

ร่างของเย็นล้มลง. ชักเกร็งอย่างรุนแรง.

มันคือการต่อสู้… ครั้งสุดท้าย.

ชิรู้ว่าเธอต้องทำอะไร.

เธอคลานเข้าไป. คว้าก้อนหินที่เธอทิ้งไว้.

เธอจ้องมองแอ่งน้ำสะท้อน.

ในนั้น.

วิญญาณของเย็นกำลังร้องไห้. ดวงตาของเธอ… เต็มไปด้วยความหวัง.

วิญญาณของคุณย่ามัว… ยิ้มให้ชิ. เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและปล่อยวาง.

“ฉันต้องเชื่อมั่นในตัวเอง” ชิบอกตัวเอง.

เธอต้องทำลาย ‘คุก’.

แต่ต้องทำลาย… โดยไม่ทำลายวิญญาณ.

“ไม่นะ! อย่า! อย่าทำลายที่อยู่ของข้า!”

เสียงของ ‘ไม้’ ดังออกมาจากร่างของเย็น.

“ถ้าแกทำ! เย็นจะตาย! ข้าจะพาเธอไปลงนรกด้วย!”

ชิหลับตา.

เธอไม่เชื่อ.

“ฉันไม่เชื่อแก!”

“ตราบใดที่เราไม่ซ่อน. ตราบใดที่เราไม่กลัว. เราก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อ”

ชิลืมตา.

เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว.

เธอต้องเดิมพัน.

“ขอโทษนะ เย็น”

เธอทุ่มก้อนหินลงไปที่แอ่งน้ำสะท้อนสุดแรง.

“แคร้งงงงงงงงง!!!”

เสียงดังลั่น. ไม่ใช่แค่เสียงหินกระทบน้ำ.

แต่เป็นเสียง… กระจกแตก.

แอ่งน้ำแตกเป็นเสี่ยงๆ. ผิวน้ำกระเด็นไปทั่ว.

เศษหินกระแทกพื้น.

ความมืดเข้าครอบงำ.

ชิหูอื้อ.

เธอทรุดตัวลง.

ทันใดนั้น.

ลมพัดแรง.

เสียงหวีดหวิว…

เสียงร้องโหยหวน… ดังออกมาจากร่างของเย็น.

มันคือเสียงกรีดร้อง… ของวิญญาณ ‘ไม้’.

“ข้า… ไม่… ยอม…”

เสียงนั้นค่อยๆ จางหายไป…

หายไป… ในความว่างเปล่า.

เหมือนมีบางสิ่ง… ถูกดึงออกจากร่างของเย็น.

ร่างของเย็น… แน่นิ่ง.

แล้ว…

ก็ล้มลงบนพื้นหิน.

ชิคลานเข้าไป.

เธอเขย่าตัวเย็น.

“เย็น… เย็น! ตื่นสิ!”

เย็นยังหายใจอยู่. แผ่วเบา.

“พี่… ชิ…”

เสียงของเย็น. เสียงที่แท้จริงของเธอ.

เธอค่อยๆ ลืมตา. มองชิ.

“ผม… ผมของหนู…”

เธอเอามือจับศีรษะที่ถูกตัดสั้นเตียน.

“ไม่เป็นไร” ชิร้องไห้. กอดเธอแน่น. “ไม่เป็นไร. ทุกอย่างจบแล้ว”

“คุณย่าล่ะคะ…” เย็นถาม.

ชิส่ายหน้า. “คุณย่า… ท่าน… ท่านปลอดภัยแล้ว”

ชิมองไปที่แอ่งน้ำที่แตกสลาย.

ตอนนี้. มันไม่มีเงาสะท้อนแล้ว.

เธอรู้สึกถึงความสงบ… ที่เข้ามาแทนที่ความหวาดกลัว.

วิญญาณของ ‘ไม้’ … ไม่ได้ถูกทำลาย.

แต่… ถูกปลดปล่อย.

ชิพยุงร่างของเย็น.

ทั้งสองมองหน้ากัน.

ใบหน้าของเย็น. ไม่มีปอยผมปิดบังอีกแล้ว.

ใบหน้าของชิ. เต็มไปด้วยรอยเลือดและน้ำตา.

แต่… ทั้งสองก็ยิ้มให้กัน.

รอยยิ้มที่แท้จริง. รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจ.

“เรา… กลับบ้านกันเถอะ” ชิกระซิบ.

ทั้งสองพยุงกัน. เดินออกจากหน้าผา.

ทิ้งความลับ. ความผิดบาป. และความเกลียดชังไว้เบื้องหลัง.

พวกเขาเดินกลับมาที่บ้าน.

แสงอาทิตย์กำลังขึ้น. แสงแรกสาดส่องกระทบตัวบ้าน.

บ้านไม้สักโบราณ… ดูเหมือนจะสว่างขึ้น.

ชิกับเย็นเดินขึ้นไปห้องใต้หลังคา.

คุณย่ามัวยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้น.

ชิรู้ว่าต้องทำอะไร.

เธอเดินไปที่หีบไม้. หยิบสมุดบันทึกของ ‘โลด’ ขึ้นมา.

“ความจริง… ต้องถูกเปิดเผย”

หลายวันต่อมา.

งานศพของคุณย่ามัวจัดขึ้น. อย่างเรียบง่าย. ตามประเพณี.

ผู้หญิงในตระกูล… ทุกคนมาเข้าร่วม.

แต่สิ่งที่แตกต่างออกไป.

คือ.

ไม่มีใคร… ไว้ผมปิดหน้าอีกต่อไปแล้ว.

ทุกคนตัดผม. เปิดใบหน้า. เผชิญหน้ากับโลก.

มันเป็นทั้ง… การแสดงความเคารพต่อความจริง.

และการปลดปล่อยตัวเอง.

ชิและเย็นยืนอยู่ข้างโลงศพ.

ใบหน้าของพวกเขาเปิดเผย.

เย็น… ดูเหมือนโตขึ้นอย่างรวดเร็ว. เธอไม่ได้เป็นเด็กที่หวาดกลัวอีกแล้ว.


หลังเสร็จพิธี.

ผู้หญิงในตระกูลลางทั้งหมดมารวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่.

ชิยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา. ถือสมุดบันทึกหนังสีดำในมือ.

เธอกล่าวทุกอย่าง.

เรื่องราวความอิจฉาริษยาของ ‘โลด’. การฆาตกรรม ‘ไม้’. การสร้างกฎแห่งการซ่อนเร้น. และความจริงที่ว่า ‘ไม้’ ไม่ใช่ปีศาจ… แต่เป็นเหยื่อ.

ความเงียบปกคลุมห้อง. ผู้หญิงทุกคนนั่งฟัง. ใบหน้าเปิดเผย. แววตาที่มองตรงมา… ไม่มีอีกแล้วความหวาดกลัว. แต่เป็นความเข้าใจ.

“ความจริงได้ถูกเปิดเผยแล้ว” ชิกล่าว.

“กฎที่พวกเราปฏิบัติตามมาหลายชั่วอายุคน… ไม่ใช่กฎศักดิ์สิทธิ์. แต่เป็นพันธนาการของความกลัวและความผิดบาป”

“คุณย่าของฉัน… ท่านเป็นคนสุดท้ายที่ต้องชดใช้ความผิดนี้”

“แต่ตอนนี้… เราต้องเลือก”

“เราจะซ่อนอีกต่อไปไหม. เราจะใช้ชีวิตอยู่กับความกลัว… และยอมให้ความผิดของคนรุ่นก่อน… มาทำลายชีวิตของเราอีกต่อไปไหม”

“ไม่ค่ะ”

เสียงของเย็นดังขึ้น. ชัดเจน. ไม่สั่นเครือ.

เธอยืนอยู่ข้างชิ. ผมสั้นเตียนของเธอดูโดดเด่น.

“ไม้… ไม่ได้ต้องการแก้แค้นพวกเรา” เย็นพูด. “เธอต้องการให้คนเห็น. เธอต้องการความยุติธรรม. และเธอก็ได้มันไปแล้ว”

“เราต้องใช้ชีวิตของเรา… โดยที่ไม่ซ่อนอะไรอีกต่อไป”

ผู้หญิงทุกคนในห้องโถงพยักหน้า.

นี่คือการยอมรับ. คือการเริ่มต้นใหม่.

ชิยิ้มให้ทุกคน.

“ถ้าอย่างนั้น… วันนี้… เรามาทำพิธีสุดท้าย”

ชิพาพวกเขาทั้งหมดไปที่ลานหินข้างบ้าน.

เธอไม่ได้พาทุกคนไปที่หน้าผา. เธอพาไปที่สนามหญ้า.

เธอขุดดิน. ฝังสมุดบันทึกหนังสีดำเล่มนั้นลงไป.

“สมุดเล่มนี้… มันคือหลักฐานของความผิดบาป. และมันก็คือหลักฐานของความจริง” ชิพูด. “เราจะฝังมันไว้ที่นี่. ไม่ใช่เพื่อซ่อนความจริง. แต่เพื่อให้ความจริง… ได้พักผ่อน”

จากนี้ไป. เรื่องราวจะอยู่ในความทรงจำ. และอยู่ในใจ.

ไม่ใช่ถูกจารึกไว้… เพื่อเป็นรอยแผลที่ต้องปกปิด.

เย็นหยิบดอกไม้สีขาวมาวางบนหลุมดิน.

“พักผ่อนอย่างสงบนะคะ… ท่านไม้”

ทุกคนก้มศีรษะลง.

ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยปกคลุมบ้านหลังนี้มานานหลายศตวรรษ… ได้ถูกยกออกไปแล้ว.


วันรุ่งขึ้น.

ชิเตรียมตัวกลับ.

เธอพบเย็นที่ระเบียง.

เย็นกำลังหวีผมของตัวเอง. ผมที่ถูกตัดสั้น… เธอปล่อยให้มันยาวอย่างอิสระ.

“พี่ชิจะไปแล้วจริงๆ เหรอคะ” เย็นถาม.

“ฉันต้องกลับไปเรียนต่อ” ชิตอบ. “แต่ฉันจะกลับมาอีก”

“บ้านหลังนี้… มันไม่เหมือนเดิมแล้วนะคะ” เย็นยิ้ม. “มันมีชีวิตชีวาขึ้น”

“ใช่” ชิเห็นด้วย. “เพราะพวกเธอทุกคน… ไม่ต้องซ่อนอีกต่อไปแล้ว”

เย็นเดินไปที่มุมระเบียง.

มีกระจกเงาบานเล็กๆ แขวนอยู่. บานที่ซื้อมาใหม่.

กระจกบานนั้น… สะท้อนภาพใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเย็น.

เย็นยิ้มให้เงาสะท้อน.

“เมื่อคืน… หนูฝันถึงคุณย่า” เย็นพูด.

“ฝันว่าอะไร”

“ท่านใส่ชุดขาว. ผมของท่านสั้นลง. ท่านยืนอยู่ริมทะเล. ไม่ใช่หน้าผา”

“ท่านยิ้มให้หนู”

“และข้างๆ ท่าน… มีผู้หญิงอีกคน. เธอสวยมาก. ผมยาวสลวย. เธอก็กำลังยิ้มเหมือนกัน”

“พวกเขา… จับมือกัน. แล้วก็เดินลงไปในน้ำ… ด้วยกัน”

ชิรู้ว่านั่นคือใคร.

คุณย่ามัว. และ ‘ไม้’.

วิญญาณสองดวง… ที่ถูกพันธนาการด้วยความเกลียดชังมานาน. ได้ถูกปลดปล่อย.

และพวกเขา… ได้พบความสงบแล้ว.

“คุณย่า… ท่านมีความสุข” ชิพูด.

“ค่ะ” เย็นพยักหน้า.

ชิเดินเข้าไปกอดน้องสาวคนนี้.

“เข้มแข็งไว้นะ เย็น. เธอคือผู้หญิงที่กล้าหาญที่สุดในตระกูลของเรา”

“พี่ชิก็เหมือนกันค่ะ”

ชิเดินออกจากบ้านตระกูลลาง.

บ้านที่เคยเป็นเหมือนคุก. ตอนนี้ดูสงบ. มีแสงแดดส่องถึง.

เธอไม่หันกลับไปมอง.

เธอเดินลงเนินเขาไป.

เมื่อชิเดินลงไปจนลับสายตา.

เย็นกลับเข้าไปในห้องนอน.

ห้องนั้นยังมีกระจกตั้งพื้นบานเก่าอยู่.

ชิกับเย็นไม่ได้โยนมันทิ้ง. เพราะมันคือพยาน.

เย็นยืนอยู่หน้ากระจก.

จ้องมองเงาสะท้อนของตัวเอง.

เธอยิ้ม.

แล้วเธอก็ทำในสิ่งที่เธออยากทำมาตลอด.

เธอค่อยๆ…

…หลับตา.

เมื่อเธอหลับตา.

เธอก็ยังคงเห็นเงาสะท้อนของตัวเอง.

แต่ในโลกนั้น.

มีบางอย่าง… กำลังปรากฏขึ้น.

ไม่ใช่ ‘เงายิ้ม’.

แต่เป็นภาพ.

เป็นภาพผู้หญิงคนหนึ่ง. ยืนอยู่ด้านหลังเธอ.

ผู้หญิงคนนั้น… ยิ้ม.

รอยยิ้มที่อ่อนโยน.

เธอไม่ใช่ ‘ไม้’. เธอเป็น… วิญญาณบรรพชนคนอื่น.

เธอกำลังยิ้ม… ด้วยความภาคภูมิใจ.

เธอยกมือขึ้น. โบกมือเบาๆ.

เย็นเปิดตา.

ภาพนั้นหายไป.

เธอเหลือบมองกระจก.

เงาสะท้อนของเธอยังอยู่ที่นั่น.

เย็นรู้แล้ว.

การปลดปล่อยไม่สมบูรณ์.

วิญญาณทุกดวง… ยังคงอยู่ที่นี่.

แต่…

ตอนนี้. พวกเขาไม่ใช่ ‘ปีศาจ’ อีกต่อไปแล้ว.

พวกเขาคือ ‘ครอบครัว’.

พวกเขาคือ ‘พยาน’.

และพวกเขา… จะอยู่เคียงข้างเธอ… ตราบใดที่เธอยัง ‘ไม่ซ่อน’ และ ‘ไม่กลัว’.

เย็นยิ้ม.

เธอรู้ว่าเรื่องราวของตระกูลลาง… เพิ่งจะเริ่มต้น.


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube