คืนที่วิญญาณตื่น
เสียงยางรถยนต์บดกับถนนลาดยางดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ตัดกับเสียงเพลงอินดี้เบาๆ ที่เปิดคลออยู่ในรถเก๋งห้าประตูคันเก่า แสงแดดของจังหวัดกาญจนบุรีสาดส่องเข้ามาทางกระจกหน้า แม้จะเป็นช่วงบ่ายแก่ๆ แต่ไอร้อนก็ยังอบอวลอยู่ข้างนอก
นนท์เป็นคนขับ เขากำลังฮัมเพลงตามจังหวะที่ได้ยิน มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัย ส่วนอีกข้างกำลังอธิบายแผนงานอย่างกระตือรือร้น
“พวกแกเชื่อมั้ย โปรเจกต์จบของเราต้องเป็นตำนาน” นนท์พูดขึ้น ทำลายความเงียบกึ่งหลับกึ่งตื่นของคนในรถ “วัดถ้ำเสือร้างตอนกลางคืน นี่มันคือสุดยอดโลเคชั่นหนังสยองขวัญชัดๆ”
วินที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับ ลดกล้องวิดีโอตัวเล็กในมือลง “กูก็หวังว่ามันจะเด็ดจริงนะนนท์ ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าผีงมงาย” เขาพูดพลางซูมกล้องไปที่ใบหน้าของนนท์ “แต่ถ้าเราไปแล้วไม่เจออะไรเลย มึงต้องรับผิดชอบค่าเหล้าคืนนี้”
นนท์หัวเราะในลำคอ “มึงเตรียมเงินไว้เลยวิน กูว่างานนี้มีอะไรให้มึงถ่ายจนเมมเต็มแน่”
เบาะหลัง ฟ้ากำลังก้มหน้าดูโทรศัพท์ นิ้วของเธอเลื่อนดูตารางงานและเช็คลิสต์อุปกรณ์ซ้ำไปซ้ำมา “นนท์… ฟ้าว่าเราควรโทรแจ้งสำนักงานเขตก่อนนะ อย่างน้อยก็บอกเขาสักหน่อยว่าเราจะเข้าไปถ่ายทำ”
“บอกเขาเขาก็ไม่ให้เข้าสิฟ้า” นนท์ตอบโดยไม่ละสายตาจากถนน “ที่แบบนี้เขาห้ามคนเข้าตอนกลางคืนอยู่แล้ว มันต้องลุย มันถึงจะได้ฟุตเทจที่เรียล”
“แต่ถ้าโดนจับล่ะ” ฟ้าขมวดคิ้ว “ฟ้าไม่อยากมีปัญหานะ”
“ไม่โดนหรอกน่า” นนท์พูดเสียงมั่นใจ “เราไปถ่ายแป๊บเดียว ถ่ายเสร็จก็กลับ ไม่มีใครรู้หรอก”
ถัดจากฟ้าคือดาว เธอนั่งริมหน้าต่าง หูฟังครอบหูอันใหญ่ปิดสนิท แต่เธอกำลังไม่ได้ฟังเพลงเหมือนที่คนอื่นคิด เธอหลับตา เหมือนกำลังพยายามตั้งสมาธิกับอะไรบางอย่าง
สายลมที่พัดผ่านช่องแอร์ปะทะใบหน้าเธอเบาๆ แต่เธอกลับรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แปลกประหลาด มันไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ
ในหูฟังของดาว เสียงซ่าของคลื่นแทรก (static) ดังขึ้นเป็นระยะ มันเป็นเสียงที่เธอคุ้นเคย แต่ครั้งนี้ มันดังชัดเจนกว่าปกติ ตั้งแต่ที่รถเลี้ยวเข้าเขตจังหวัดกาญจนบุรี
“ดาว” เสียงของฟ้าดังขึ้นข้างๆ “แกโอเคมั้ย เห็นเงียบไปเลย”
ดาวสะดุ้งเล็กน้อย ถอดหูฟังออก “โอเค… แค่… เมารถนิดหน่อยมั้ง”
“กินยาแก้เมารถมั้ย ฉันมีนะ” ฟ้าเสนอ
“ไม่เป็นไร” ดาวฝืนยิ้ม “อีกไกลมั้ยกว่าจะถึง”
“คงอีกสักพักใหญ่” นนท์ตอบจากเบาะหน้า “แต่ก่อนถึงวัด เราแวะหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า ร้านป้าแถวนี้เด็ดมาก กูเคยมากินตอนมาดูโลเคชั่น”
รถเลี้ยวออกจากถนนสายหลัก เข้าสู่ถนนดินลูกรังแคบๆ สองข้างทางเป็นป่ารกทึบ แสงแดดเริ่มอ่อนแรงลง ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง
ไม่นานนัก รถก็จอดที่หน้าร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ เป็นเพิงไม้เก่าๆ ตั้งอยู่โดดเดี่ยวริมทาง มีเพียงป้าย “อาหารป่า” ที่สีซีดจางแขวนอยู่
กลิ่นเครื่องแกงฉุนกึกโชยออกมา หญิงชราเจ้าของร้าน รูปร่างผอมเกร็ง ผมสีดอกเลา มัดมวยไว้ด้านหลัง เดินออกมารับรายการอาหารด้วยท่าทางเนือยๆ
“เอาอะไรกันดีเด็กๆ” เธอยิ้ม แต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มด้วย
“เอาผัดกะเพราหมูป่าไข่ดาวครับป้า” นนท์สั่งอย่างคล่องแคล่ว “แล้วก็แกงป่าไก่บ้าน”
“ตามนั้นครับ” วินเสริม
ฟ้ากับดาวสั่งอาหารจานเดียวง่ายๆ ขณะที่รออาหาร วินก็ยกกล้องขึ้นมาถ่ายบรรยากาศรอบๆ ร้าน แสงไฟนีออนสีเขียวสลัวๆ ส่องกระทบใบหน้าของหญิงชรา ทำให้เธอดูน่ากลัวมากกว่าใจดี
“มาเที่ยวกันเหรอ” ป้าถามขณะรินน้ำใส่แก้ว
“มาถ่ายหนังครับป้า” นนท์ตอบอย่างภูมิใจ “ทำโปรเจกต์จบกัน”
“ถ่ายแถวนี้เหรอ”
“แถวๆ นี้แหละครับป้า” นนท์พยายามตอบเลี่ยงๆ
ป้ามองหน้าพวกเขานิ่งๆ สายตาของเธอหยุดที่อุปกรณ์กล้องและไมโครโฟนที่วางกองอยู่บนโต๊ะข้างๆ
“ดึกดื่น… อย่าหาเรื่องไปในที่ที่ไม่ควรไป” ป้าพูดขึ้นมาลอยๆ น้ำเสียงเรียบเย็น
วินหันกล้องไปทางป้า “ที่ไหนล่ะป้า ที่ไม่ควรไป”
ป้าหันขวับมามองวิน ดวงตาที่ฝ้าฟางของเธอวาวโรจน์ขึ้นชั่วขณะ “วัดถ้ำเสือ”
ทั้งสี่คนนิ่งเงียบไปชั่วขณะ
นนท์หัวเราะแห้งๆ “โธ่ป้า ก็แค่เรื่องเล่าไม่ใช่เหรอครับ”
“สำหรับคนที่ไม่เชื่อ… ก็เป็นแค่เรื่องเล่า” ป้าพูด “แต่สำหรับคนที่ไม่เคารพ… มันคือของจริง”
เธอมองเลยไปที่ดาว ซึ่งนั่งเงียบที่สุด “ที่นั่น… เขาไม่ต้อนรับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะตอนกลางคืน”
ดาวกลืนน้ำลาย รู้สึกว่าสร้อยพระเล็กๆ ที่เธอซ่อนไว้ในเสื้อ เริ่มอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด
“ขู่กันแบบนี้ อาหารไม่อร่อยพอดี” วินพูดติดตลก แต่เสียงหัวเราะของเขาไม่ดังเหมือนปกติ
“เขาไม่ได้หลับ” ป้าพูดต่อ ไม่สนใจมุกตลกของวิน “เขาแค่รอ… รอร้องทวงถาม”
“ทวงถามอะไรครับป้า” นนท์ถาม แต่เริ่มรู้สึกไม่สนุก
ป้าส่ายหน้าช้าๆ “คนเป็นอย่างพวกเธอ ไม่ควรรู้” เธอหันหลังเดินเข้าครัว ทิ้งความอึดอัดไว้บนโต๊ะอาหาร
อาหารมาเสิร์ฟ รสชาติจัดจ้าน แต่อร่อยอย่างที่นนท์ว่าไว้ แต่บทสนทนาหลังจากนั้นก็เงียบงันลง ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตากิน
ฟ้ามองหน้านนท์ “นนท์… หรือว่าเรา…”
“กินเถอะน่าฟ้า” นนท์ตัดบท “ป้าแกก็พูดไปเรื่อย ให้เรากลัว จะได้ขายเครื่องรางล่ะสิ”
แม้ปากจะพูดอย่างนั้น แต่นนท์ก็รีบกินให้เสร็จและจ่ายเงิน พวกเขารีบขึ้นรถ ราวกับกลัวว่าถ้าอยู่นานกว่านี้ จะเปลี่ยนใจ
เมื่อรถเคลื่อนตัวออกจากร้าน ป้าคนนั้นยืนอยู่ที่หน้าประตู มองตามรถของพวกเขาจนลับสายตา
“โคตรเสียบรรยากาศ” วินบ่น พยายามเปิดเพลงให้ดังขึ้น
“กูก็ว่าแกขู่ไปงั้นแหละ” นนท์พยักหน้าเห็นด้วย “เตรียมตัวเลยพวกเรา อีกไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว”
ดาวมองออกไปนอกหน้าต่าง ความมืดเริ่มเข้าครอบงุม สองข้างทางตอนนี้มีแต่ป่าทึบสีดำสนิท
เธอยกหูฟังขึ้นมาครอบอีกครั้ง คราวนี้ เสียงซ่าๆ หายไปแล้ว
มันถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจ… เสียงลมหายใจที่แหบพร่าและเย็นเยียบ และมันดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าเจ้าของเสียง กำลังรอพวกเขาอยู่ที่ปลายทาง
นนท์หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ทางเข้าที่ไม่มีป้ายบอกทาง รถสั่นสะเทือนอย่างแรงบนถนนลูกรังที่ถูกทิ้งร้าง ไฟหน้ารถส่องไปข้างหน้า เผยให้เห็นซุ้มประตูเก่าแก่ของวัดถ้ำเสือ ตั้งตระหง่านอยู่ในเงามืด
“ถึงแล้ว” นนท์ประกาศด้วยน้ำเสียงที่พยายามเก็บความตื่นเต้น
แต่สำหรับดาว คำพูดนั้นฟังดูเหมือนคำตัดสินโทษมากกว่า
รถจอดสนิทที่ลานจอดรถซึ่งบัดนี้มีแต่หญ้าขึ้นสูง ความเงียบในยามค่ำคืนหนักอึ้งและกดดัน ไม่มีเสียงจิ้งหรีด ไม่มีเสียงแมลงใดๆ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่เพิ่งดับไป และเสียงหัวใจของพวกเขาที่เต้นไม่เป็นส่ำ
นนท์เป็นคนแรกที่ก้าวลงจากรถ เขาหยิบไฟฉายกำลังสูงขึ้นมาส่องไปรอบๆ “โอ้โห… สุดยอด”
แสงไฟส่องไปกระทบกับตัวอาคารวัดที่ผุพัง เถาวัลย์เลื้อยพันไปทั่ว แต่สิ่งที่น่าขนลุกที่สุดคือรูปปั้นเสือขนาดใหญ่ที่ปากทางเข้าถ้ำ ดวงตาของมันเหมือนกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่
วินลงจากรถเป็นคนที่สอง พร้อมกับกล้องที่ยกขึ้นมาตั้งบนบ่า “แสงจันทร์คืนนี้สวยใช้ได้เลยนะมึง” เขาพยายามพูดให้เป็นปกติ “แต่กูว่าเราควรเริ่มถ่ายก่อนที่มันจะมืดกว่านี้”
ฟ้าและดาวก้าวลงมาจากรถเป็นสองคนสุดท้าย ฟ้ากอดแขนตัวเองแน่น “ที่นี่… มันหนาวแปลกๆ นะ”
“ก็มันเป็นป่าเขานี่ฟ้า” นนท์พูด “รีบขนของเข้าไปข้างในกันเถอะ เราจะเซ็ตเบสกันที่โถงกลางถ้ำ ที่เขาว่ากันว่าเคยใช้ทำพิธี”
ดาวมองไปที่ปากถ้ำ มันมืดสนิท เหมือนปากของอสูรกายที่อ้าออกรอเหยื่อ เธอรู้สึกถึงแรงดึงดูดประหลาดที่มาจากข้างในนั้น แรงดึงดูดที่ทั้งน่ากลัวและคุ้นเคย
สร้อยพระของเธอ… ตอนนี้มันร้อนจนแทบจะลวกผิว
“ดาว” นนท์หันมาเรียก “เอาไมค์บูมกับเครื่องอัดเสียงมา เร็วเข้า”
ดาวสะดุ้ง เธอพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย เดินไปเปิดท้ายรถ หยิบอุปกรณ์บันทึกเสียงของเธอ
ขณะที่เธอกำลังตรวจสอบอุปกรณ์ หูฟังของเธอก็รับเสียงบางอย่างได้อีกครั้ง
มันไม่ใช่เสียงลมหายใจอีกแล้ว
มันคือเสียงกระซิบ
“ยินดีต้อนรับ… ผู้สืบทอด”
เสียงนั้นชัดเจน ราวกับมีคนมากระซิบที่ข้างหูของเธอ ดาวตัวแข็งทื่อ ทำเครื่องบันทึกเสียงหลุดจากมือ กระแทกพื้นดินดัง “ตุบ”
“มีอะไรดาว!” นนท์หันมาตะคอกอย่างหงุดหงิด “อย่าบอกนะว่าทำพัง”
“เปล่า… เปล่าค่ะ” ดาวรีบก้มลงเก็บอุปกรณ์ “แค่… แค่สะดุดหิน”
เธอรีบตรวจสอบความเสียหาย โชคดีที่มันไม่เป็นอะไร แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น เธอกล้าสาบานว่า เธอเห็นเงาคนยืนอยู่ตรงปากถ้ำ… เงาที่สูงและผอมเกร็ง… ก่อนที่มันจะหายวับเข้าไปในความมืด
“เร็วๆ เข้า” นนท์เร่ง “อย่าอู้”
ดาวกลืนน้ำลายก้อนเหนียวๆ ลงคอ พยายามข่มความกลัวที่จุกขึ้นมาถึงอก เธอหยิบอุปกรณ์ขึ้นมา และเดินตามหลังเพื่อนทั้งสามคน… ก้าวเข้าไปในปากถ้ำที่มืดมิดของวัดถ้ำเสือ
ความชื้นและกลิ่นอับเหม็นสาบปะทะจมูกทันทีที่พวกเขาข้ามธรณีประตูเข้าไป ข้างในถ้ำมืดกว่าข้างนอกหลายเท่า มีเพียงแสงจากไฟฉายของนนท์และวินเท่านั้นที่เป็นเครื่องนำทาง
โถงถ้ำกว้างขวางกว่าที่คิด เพดานสูงจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด อากาศภายในเย็นยะเยือกจนน่าประหลาด
“สุดยอด” นนท์พูดเสียงก้องสะท้อน “ตั้งกล้องตรงนี้เลยวิน เอาให้เห็นมุมกว้างที่สุด”
วินเริ่มติดตั้งขาตั้งกล้องและไฟ LED ส่องสว่าง ขณะที่ฟ้าเริ่มจัดแจงอุปกรณ์อื่นๆ ที่มุมหนึ่งของถ้ำ
นนท์เดินสำรวจไปรอบๆ เขาใช้ไฟฉายส่องไปตามผนังถ้ำที่ขรุขระ “เฮ้… ดูนี่สิ”
เขาส่องไฟไปที่ผนังด้านในสุด ที่นั่น มีสัญลักษณ์แปลกๆ ถูกสลักไว้บนหิน เป็นรูปวงกลมซับซ้อนและอักขระโบราณที่อ่านไม่ออก
“นี่แหละ นี่คือฉากหลังของเรา” นนท์พูดอย่างตื่นเต้น
ดาวเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เธอรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากสัญลักษณ์นั้น มันทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้
“ดาว” นนท์หันมา “เดี๋ยวแกต้องมานั่งตรงกลางวงกลมนี้”
“ฉันเหรอ” ดาวชะงัก “ทำไมล่ะ”
“ก็แกดูเข้ากับบรรยากาศที่สุดไง” นนท์ยิ้ม “ผมยาวๆ หน้าซีดๆ เนี่ย ใช่เลย”
วินหัวเราะ “นนท์มันจะให้แกเป็นตัวล่อผีไงดาว”
“มันไม่ใช่เรื่องตลกนะวิน” ฟ้าปราม “ฉันว่ามันดูไม่ดีเลยนนท์ อย่าไปยุ่งกับสัญลักษณ์พวกนั้นเลย”
“แค่ถ่ายหนังน่าฟ้า คิดมากไปได้” นนท์โบกมือ “ดาว แกไปเตรียมตัวติดไมค์ไวร์เลสเลย เดี๋ยวเราจะเริ่มถ่ายฉาก ‘พิธีกรรม’ กัน”
“พิธีกรรมอะไร” ดาวถามเสียงสั่น
นนท์ล้วงกระเป๋าหยิบกระดาษเก่าๆ ยับยู่ยี่แผ่นหนึ่งออกมา “กูไปเจอมาจากศาลเจ้าเล็กๆ แถวนี้ เขาว่ามันเป็นบทสวดโบราณ” เขายื่นกระดาษให้ดาว “เดี๋ยวแกนั่งหลับตา แล้วก็ท่องบทนี้ไปเรื่อยๆ”
ดาวรับกระดาษมา ตัวอักษรบนนั้นเป็นภาษาขอมโบราณที่เธออ่านไม่ออกแม้แต่ตัวเดียว “ฉัน… ฉันอ่านไม่ออก”
“ก็ไม่ต้องอ่านให้ออก” นนท์ว่า “ท่องมั่วๆ ไปเลย เอาฟีลลิ่ง ให้มันดูขลังๆ เข้าไว้”
“นนท์ ฉันว่านี่มัน…”
“ทำเถอะน่าดาว” นนท์เริ่มเสียงดัง “โปรเจกต์นี้มันสำคัญกับกูมากนะ หรือแกอยากให้เราเรียนไม่จบ”
ดาวมองหน้านนท์ สลับกับฟ้าที่ทำหน้าเป็นกังวล และวินที่กำลังง่วนอยู่กับกล้อง
เธอถอนหายใจยาว “ก็ได้”
ดาวเดินไปนั่งขัดสมาธิลงกลางวงกลมสัญลักษณ์นั้นตามที่นนท์บอก ทันทีที่เธอนั่งลง ความเย็นเยียบก็แผ่ซ่านจากพื้นหินขึ้นมาทั่วร่าง
ฟ้าเดินเอาไมค์ไวร์เลสมาติดที่เสื้อให้เธอ “แกโอเคแน่นะดาว” ฟ้ากระซิบ
“น่าจะโอเค” ดาวตอบ แต่เสียงของเธอสั่น
“กล้องพร้อม! ไฟพร้อม!” วินตะโกน “เสียงล่ะดาว พร้อมยัง”
ดาวหยิบเครื่องอัดเสียงของเธอขึ้นมา ตรวจสอบระดับเสียง “พร้อมแล้ว”
“โอเค… แอคชั่น!”
นนท์ให้สัญญาณ วินกดอัดเทป ไฟ LED ส่องจ้ามาที่ใบหน้าของดาว
ดาวหลับตาลง พยายามรวบรวมสมาธิ เธอถือแผ่นกระดาษนั้นไว้ในมือที่ชื้นเหงื่อ และเริ่มเปล่งเสียง…
เธอไม่ได้พยายามอ่าน เธอแค่เปล่งเสียงออกไปตามสัญชาตญาณ… คำพูดพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากของเธอ… คำพูดที่เธอไม่เข้าใจความหมาย แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
ขณะที่เธอท่อง สร้อยพระที่คอของเธอก็เริ่มร้อนขึ้น… ร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนเหมือนเหล็กที่ถูกเผาไฟ
ในหูฟังของดาว เสียงกระซิบนั้นกลับมาอีกครั้ง “ใช่แล้ว… พูดอีก… เรียกข้า…”
ทันใดนั้น…
พรึ่บ!
ไฟ LED ของวินดับลงพร้อมกับไฟฉายของนนท์ ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดสนิท
“เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้น!” เสียงนนท์ตะโกน
“ไม่รู้! ไฟดับ!” วินตอบ
ความเงียบเข้าปกคลุม… เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น
“วิน… นนท์…” ฟ้าเรียกชื่อทั้งสองด้วยเสียงสั่นเครือ “พวกแกอยู่ไหน”
ไม่มีเสียงตอบ
“นนท์! วิน!” ฟ้าเริ่มร้องไห้ “อย่าล้อเล่นนะ!”
“ฉันอยู่นี่ฟ้า” เสียงนนท์ดังขึ้นข้างๆ แต่ฟังดูตึงเครียด “วิน! มึงอยู่ไหน!”
เงียบ
“วิน!”
ฉับพลัน… เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในความมืด
มันไม่ใช่เสียงคน
มันเป็นเสียง กรีดร้อง… เสียงกรีดร้องสั้นๆ ที่แห้งโหยและขาดห้วง… ตามมาด้วยเสียงของหนักๆ ที่ถูกลากไปกับพื้นหิน…
เสียงนั้นดัง… “ครืด… ครืด… ครืด…”
และมันก็ดังมาจากทิศทางที่วินเพิ่งจะยืนอยู่
ไฟฉายของนนท์สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง เขาหมุนไฟไปทั่วโถงถ้ำอย่างบ้าคลั่ง
“ฟ้า! ดาว!” เขาส่องไฟไปที่ทั้งสองสาวที่กอดกันตัวสั่น
แล้วเขาก็ส่องไฟไปยังจุดที่วินเคยอยู่
ว่างเปล่า
วินหายไปแล้ว
เหลือทิ้งไว้เพียงขาตั้งกล้องที่ล้มระเนระนาด และกล้องวิดีโอที่ตกอยู่บนพื้นหิน… หน้าเลนส์ยังคงหันมาทางที่ดาวนั่งอยู่
และไฟสีแดงเล็กๆ… ยังคงกะพริบ บันทึกภาพต่อไป
ความเงียบที่ตามมานั้นเลวร้ายยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องเสียอีก
เสียง “ครืด” ที่ลากร่างของวินหายไปในความมืด ยังคงก้องอยู่ในหัวของทุกคน
ฟ้าเป็นคนแรกที่สิ้นสติ เธอทรุดลงกับพื้น ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างบ้าคลั่ง “วิน! วิน! ไม่จริง!”
นนท์ยืนตัวแข็งทื่อ ไฟฉายในมือสั่นระริก ลำแสงกวาดไปมาอย่างไร้จุดหมาย “วิน! โถ่เว้ย! มึงอยู่ไหน! นี่มันไม่ตลกนะ!”
เขาตะโกน แต่มีเพียงเสียงสะท้อนของตัวเองที่ตอบกลับมา
ดาวนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ตรงกลางวงกลมอักขระ ร่างกายของเธอเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง เธอค่อยๆ ถอดหูฟังออก… เสียงกระซิบนั้นหายไปแล้ว แต่ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัวยังคงเกาะกุมหัวใจ
“นนท์… ทำยังไงดี… นนท์…” ฟ้าคลานมาเกาะขานนท์ “ฟ้ากลัว… พาฟ้าออกไปจากที่นี่ที…”
นนท์เหมือนเพิ่งตื่นจากภวังค์ เขาหันไปเห็นกล้องของวินที่ตกอยู่บนพื้น ไฟสีแดงยังกะพริบ
“กล้อง!” เขาวิ่งถลาไปคว้ามันขึ้นมา “มันต้องอยู่ในกล้อง! มันต้องมีอะไรอัดไว้ได้!”
เขากดปุ่ม Playback จอ LCD ขนาดเล็กสว่างขึ้น
ภาพที่เห็นคือใบหน้าของดาว… ดาวกำลังหลับตา ท่องบทสวดที่เขาให้ไป…
“นี่ไง… ตอนที่ไฟดับ…” นนท์พึมพำ
ในวิดีโอ… ทันทีที่ไฟดับ จอภาพก็มืดสนิท… แต่เสียงยังคงอยู่… เสียงตะโกนของนนท์ ของวิน…
“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นวะ…” นนท์กรอภาพไปมาอย่างหัวเสีย
“นนท์… ดูนั่น” ดาวชี้ไปที่กล้อง เสียงของเธอแหบแห้ง “ตอนก่อนที่ไฟจะดับ… ดูตาฉัน…”
นนท์ขมวดคิ้ว กดเล่นภาพอีกครั้ง… ช้าๆ
วินาทีก่อนที่ไฟ LED จะดับสนิท… ดาวในจอภาพ… ลืมตาขึ้น
ดวงตาของเธอ…
มันกลายเป็นสีดำสนิท… ทั้งตาขาวและตาดำ… เหมือนหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง
และดวงตาคู่นั้น… ไม่ได้มองไปรอบๆ
เธอมองตรงมาที่เลนส์กล้อง…
“เฮ้ย…” นนท์ผงะ
วินาทีต่อมา… กล้องสั่นไหวอย่างรุนแรง… เสียงกรีดร้องของวินดังขึ้น… แล้วภาพก็ตัดไปที่พื้นถ้ำ…
เฟรมสุดท้าย… ก่อนที่กล้องจะตกถึงพื้น… คือเงาดำทะมึนขนาดมหึมา… ที่ทาบทับลงมาจากด้านบน… บดบังแสงทั้งหมด…
นนท์ทำกล้องหล่นจากมือ
เขามองดาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและรังเกียจ “ดาว… แก… แกทำอะไร”
“ฉัน… ฉันเปล่า…” ดาวส่ายหน้า น้ำตาไหลอาบแก้ม “ฉันไม่รู้เรื่อง… ฉันไม่…”
“แกอ่านมัน!” นนท์ตะคอก “แกเรียกมันมา!”
“ฉันไม่ได้ทำ!” ดาวกรีดร้อง “ฉันก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง!”
“พอได้แล้วนนท์!” ฟ้าตะโกนแทรกขึ้นมา “ไม่ใช่เวลามาโทษกัน! เราต้องออกไปจากที่นี่! เดี๋ยวนี้!”
ฟ้าลุกขึ้น วิ่งนำไปยังทิศทางที่พวกเขาเข้ามา… ทางเข้าถ้ำ
“เดี๋ยวฟ้า! รอด้วย!” นนท์คว้าไฟฉาย วิ่งตามไป เขาดึงดาวให้ลุกขึ้นและลากเธอตามไปด้วย
พวกเขาวิ่งไปในความมืด… เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินดังก้อง…
“ฟ้า! ช้าลงหน่อย!” นนท์ตะโกน
แต่ฟ้าไม่ฟัง… เธอวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต จนกระทั่ง…
“โอ๊ย!”
ฟ้าร้องลั่น ร่างของเธอกระแทกเข้ากับบางอย่างอย่างจังจนล้มลง
“ฟ้า! เป็นอะไร!” นนท์วิ่งมาถึง ส่องไฟฉายไปข้างหน้า
ภาพที่เห็นทำให้เขาลมหายใจขาดห้วง
ทางเข้าถ้ำ… ที่พวกเขาเพิ่งเดินผ่านมาเมื่อครู่…
มันหายไปแล้ว
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา… ไม่ใช่ช่องว่างที่นำไปสู่แสงจันทร์ข้างนอก…
แต่มันคือ… ผนังหิน
ผนังหินทึบตันที่เรียบสนิท… ปิดตาย… ราวกับว่ามันอยู่ตรงนั้นมานับพันปี
“ไม่… ไม่จริง…” นนท์เดินเข้าไปทุบผนัง “มันต้องมีทางออกสิ… มันต้องอยู่แถวนี้…”
เขาใช้มือลูบไล้ไปทั่วผนังหินที่เย็นเฉียบ… ไม่มีช่อง… ไม่มีรอยแตก… ไม่มีแม้แต่ลมที่เล็ดลอดเข้ามา
“มันเป็นไปไม่ได้…” นนท์ทุบผนังแรงขึ้น “เป็นไปไม่ได้!”
“เราโดนขัง…” ฟ้าพึมพำเสียงแผ่ว “เราโดนขังอยู่ที่นี่…”
ดาวทรุดลงกับพื้นอีกครั้ง เธอเริ่มหายใจหอบ… ความกลัวจู่โจมเธออย่างรุนแรงจนแทบครองสติไม่อยู่
ทันใดนั้น… เธอก็ได้ยินมันอีกครั้ง
เสียงกระซิบ
มันไม่ได้อยู่ในหูฟัง… มันอยู่รอบตัวพวกเขา
มันดังมาจากทุกทิศทุกทาง… ดังมาจากความมืดที่โอบล้อม…
“ผู้บุกรุก…” เสียงแหบพร่าเสียงหนึ่งดังขึ้นทางซ้าย
“ผู้ลบหลู่…” อีกเสียงหนึ่งตอบกลับมาจากทางขวา
“ต้องชดใช้…” เสียงที่สามดังขึ้นจากด้านบน…
“ต้องสังเวย…” เสียงที่สี่ดังมาจากด้านหลัง…
นนท์หยุดทุบผนัง เขาหมุนตัวไปรอบๆ ส่องไฟฉายไปในความมืด แต่ไม่พบอะไร… นอกจากเงามืดที่เต้นระบำตามแสงไฟ
“ใครน่ะ!” นนท์ตะโกน “ออกมานะ!”
เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบดังก้องไปทั่วถ้ำ…
“หนีไม่พ้นหรอก… เด็กน้อย…”
“พวกเจ้า… ปลุกผู้คุมขึ้นมาแล้ว…”
“และมัน… กำลังหิวโหย…”
เสียงกระซิบเหล่านั้นเริ่มดังขึ้น… ดังขึ้น… จนกลายเป็นเสียงโหยหวนที่บีบแก้วหู
ดาวกรีดร้องออกมา… เอามืออุดหู…
ฟ้าสั่นเทาจนตัวโยน…
นนท์ยืนตะลึง… ในที่สุดความจริงอันน่าสะพรึงกลัวก็ถาโถมเข้าใส่เขา…
คำเตือนของป้าเจ้าของร้าน… สัญลักษณ์โบราณ… ดวงตาสีดำของดาว… การหายตัวไปของวิน… และทางออกที่ถูกปิดตาย…
นี่ไม่ใช่การถ่ายหนังผี…
พวกเขา… กำลังถูกล่า
เสียงโหยหวนนั้นหยุดกะทันหัน…
ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม และเสียงสะอื้นไห้ของฟ้าที่ดังขาดห้วง
นนท์ยืนนิ่ง คลื่นความกลัวเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เขาพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น “ใครน่ะ! หยุดล้อเล่นบ้าๆ นี่สักที! วิน! ใช่มึงรึเปล่า!”
ไม่มีเสียงตอบ
มีเพียงความเงียบของถ้ำโบราณ… ที่บัดนี้รู้สึกเหมือนมีชีวิต… และกำลังเฝ้ามองพวกเขาอยู่
“เราต้องออกไป” นนท์พูดเสียงแหบพร่า เขาหันไปเขย่าตัวฟ้าที่นั่งกองอยู่กับพื้น “ฟ้า! ลุกขึ้น! เราต้องหาทางอื่น”
“ทางไหน…” ฟ้าพึมพำ ดวงตาเหม่อลอย “มันไม่มีทางออกแล้ว… เราจะตาย… เราจะตายกันหมด…”
“อย่าพูดแบบนั้น!” นนท์ตะคอก “มันต้องมีทางอื่น! ตอนที่เราเดินเข้ามา… กูเหมือนเห็นทางแยกอีกทางนึง… ลึกเข้าไป”
ดาวที่นั่งตัวสั่นอยู่ เงยหน้าขึ้นมองนนท์ “นนท์… อย่า… เสียงนั่น… มันบอกว่า… มันต้องการสังเวย… เรายิ่งเดินเข้าไป… เราก็…”
“แล้วจะให้ทำยังไง!” นนท์หันมาตวาดใส่ดาว “จะให้นั่งรอความตายอยู่ตรงนี้เหรอ! ทั้งหมดนี่มันเป็นเพราะแก! แกเป็นคนเรียกมันมา!”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ!” ดาวร้องไห้ออกมา “ฉันไม่รู้… ฉันไม่รู้จริงๆ…”
“พอที!” นนท์ตัดบท “กูไม่สนว่าใครเริ่ม แต่กูจะจบมัน กูจะออกไปจากที่นี่”
นนท์ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เขาหันไปคว้ากล้องของวินที่ยังตกอยู่ที่พื้น “กูจะเอาหลักฐานนี่ไปด้วย” จากนั้นเขาก็คว้าไฟฉายกำลังสูงของตัวเอง และกระเป๋าเป้ที่ใส่แบตเตอรี่สำรอง
“ส่วนแก” เขาหันไปจ้องดาว “หยิบเครื่องอัดเสียงของแกมา… กูต้องการทุกอย่างที่บันทึกเสียงได้”
ดาวลังเล แต่สายตาที่ดุดันของนนท์ทำให้เธอไม่มีทางเลือก เธอหยิบเครื่องอัดเสียงแบบพกพา (Zoom recorder) ของเธอขึ้นมาสวมสายสะพายอย่างสั่นเทา
“ลุกขึ้น!” นนท์กระชากแขนดาวให้ยืนขึ้น “แกต้องเดินนำหน้า… เผื่อว่า… เผื่อว่ามันสนใจแก… มันอาจจะปล่อยเราสองคน”
“นนท์!” ฟ้าอุทานอย่างตกใจ “แกจะบ้าเหรอ! ดาวเป็นเพื่อนเรานะ!”
“เพื่อนเหรอ!” นนท์หัวเราะในลำคอ “เพื่อนที่เกือบฆ่าเราน่ะสิ! แกจะไปหรือไม่ไปฟ้า! ถ้าไม่ไปกูกับดาวจะไปกันสองคน!”
ฟ้ามองหน้านนท์… แล้วมองไปในความมืดที่อยู่ด้านหลังเธอ… ความมืดที่เพิ่งจะกลืนกินวินไป
เธอไม่มีทางเลือก
“ไป… ไปสิ…” ฟ้าพูดเสียงสั่น ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล
นนท์พยักหน้าอย่างพอใจ “ดี… ดาว… เดินไปทางนั้น” เขาฉายไฟฉายไปยังช่องทางเดินแคบๆ อีกช่องหนึ่งที่อยู่ลึกเข้าไปในถ้ำ… ช่องทางที่พวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นในตอนแรก
ดาวน้ำตาไหล แต่เธอก็ขยับเท้าที่หนักอึ้งราวกับตะกั่ว… เดินนำเข้าไปในความมืดนั้น
นนท์เดินตามหลังดาว โดยมีฟ้าเดินปิดท้าย… ทั้งสามคนทิ้งอุปกรณ์ถ่ายทำส่วนใหญ่ไว้เบื้องหลัง… เหลือเพียงความหวังอันริบหรี่ที่จะหาทางออก
ทางเดินใหม่นี้แคบและชื้นกว่าทางเดินหลัก อากาศเย็นจัดและมีกลิ่นเหม็นอับเหมือนซากสัตว์ป่า แสงจากไฟฉายของนนท์ส่องไปได้ไม่ไกลนัก เผยให้เห็นหินงอกหินย้อยที่มีรูปร่างบิดเบี้ยว… บางอันดูเหมือนกรงเล็บ… บางอันดูเหมือนใบหน้าที่กำลังกรีดร้องอย่างทรมาน
พวกเขาเดินไปในความเงียบ… มีเพียงเสียงฝีเท้าที่เปียกชื้นของตัวเอง… และเสียงหอบหายใจ
ดาวถือเครื่องอัดเสียงที่เปิดทำงานไว้… ไมโครโฟนบูมชี้ไปข้างหน้า… บันทึกทุกสรรพเสียงในความมืด
ทันใดนั้น… ที่หูฟังของดาว… เธอก็ได้ยินมัน
เสียง “ขูด… ขีด…”
มันดังมาจากข้างหน้า… ลึกเข้าไปในถ้ำ…
“ได้ยินมั้ย…” ดาวกระซิบ หยุดเดินกะทันหัน
“ได้ยินอะไรของแกอีก” นนท์กระแทกเสียง “อย่ามาถ่วงเวลา”
“เสียง… เหมือนมีอะไรกำลังข่วนหิน…” ดาวพูดเสียงสั่น “มันดัง… ในหูฟัง…”
นนท์ขมวดคิ้ว “ไร้สาระ… แกหลอนไปเอง”
เขากำลังจะผลักให้ดาวเดินต่อ แต่แล้ว…
“ช่วยด้วย…”
เสียงนั้น… ดังออกมาจากลำโพงเล็กๆ ของเครื่องอัดเสียงที่ดาวถืออยู่…
ทั้งสามคนหยุดกะทันหัน
“เมื่อกี้…” ฟ้าถาม เสียงของเธอแทบจะหายไปในลำคอ “เสียงอะไรน่ะ…”
“ชู่ว์!” นนท์ทำสัญญาณให้เงียบ เขาจ้องไปที่เครื่องอัดเสียงของดาว
“ช่วยกูด้วย!…” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง… ชัดเจน…
“ไอ้เหี้ยวิน!” นนท์เบิกตากว้าง “นั่นเสียงวิน!”
เขากระชากเครื่องอัดเสียงไปจากดาว เร่งเสียงให้ดังขึ้น “วิน! มึงอยู่ไหน! ตอบกู!”
“ก… กูเจ็บ… อยู่ตรงนี้… ทางนี้… ตามเสียงมา…” เสียงของวินในเครื่องอัดเสียงขาดห้วงและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“มันยังไม่ตาย!” นนท์ตะโกนอย่างมีความหวัง “มันต้องหาทางออกเจอแน่ๆ! เราต้องตามไป!”
“นนท์… เดี๋ยวก่อน…” ดาวพยายามรั้ง “มันอาจจะเป็นกับดัก… เสียงมัน… มันฟังดูแปลกๆ…”
“หุบปาก!” นนท์ตวาด “กูจะไปช่วยเพื่อนกู! พวกมึงจะมาหรือไม่มา!”
นนท์ไม่รอคำตอบ เขาวิ่งพรวดเข้าไปในความมืด… ตามทิศทางที่เขาคิดว่าเสียงนั้นดังมา
“นนท์! รอด้วย!” ฟ้าที่กลัวการถูกทิ้งไว้คนเดียวมากกว่าสิ่งใด รีบวิ่งตามนนท์ไปทันที
ดาวเหลืออยู่คนเดียวในความมืดชั่วขณะ… ความกลัวและความสับสนตีกันในหัว… แต่การอยู่คนเดียวที่นี่… น่ากลัวกว่าการตามพวกเขาไป
“รอฉันด้วย!” ดาวตะโกน และวิ่งตามคนทั้งสองไป
ทางเดินในถ้ำเริ่มซับซ้อนราวกับเขาวงกต นนท์วิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต แสงไฟฉายกวัดแกว่งไปมา
“วิน! มึงอยู่ไหน! ตะโกนมาดังๆ!”
“ทางนี้… ใกล้แล้ว… รีบมา…” เสียงของวินตอบกลับมา… คราวนี้… ดูเหมือนจะดังมาจากทุกทิศทุกทางรอบตัวพวกเขา
“มันอยู่แถวนี้!” นนท์วิ่งเลี้ยวเข้าไปในช่องแคบอีกช่องหนึ่ง
“นนท์! ช้าก่อน!” ดาวตะโกนตามหลัง “ฉันว่ามันไม่ใช่…”
แต่ไม่ทันแล้ว…
นนท์วิ่งมาจนสุดทาง…
ทางตัน
มันเป็นห้องโถงเล็กๆ ที่ไม่มีทางไปต่อ…
“ไม่… เป็นไปได้ยังไง…” นนท์ส่องไฟฉายไปทั่วผนัง “เมื่อกี้เสียงมันยัง…”
เสียงของวิน… เงียบไปแล้ว
“เราหลง…” ฟ้าทรุดลงกับพื้นอีกครั้ง “เรามาติดกับ…”
นนท์ทุบผนังถ้ำอย่างแรง “โธ่เว้ย! ไอ้ผีบ้า! หลอกกู!”
เขาส่องไฟฉายกราดไปทั่วห้อง… และแสงไฟก็ไปหยุดอยู่ที่ผนังด้านในสุด
มันไม่ใช่ผนังหินเรียบๆ
มันเป็นผนังสัญลักษณ์… เหมือนกับที่โถงทางเข้า… แต่สัญลักษณ์เหล่านี้ดูน่ากลัวกว่า… ดุร้ายกว่า… มันเป็นภาพสลักที่บิดเบี้ยว… แสดงถึงการฉีกกระชาก… การบูชายัญ…
และตรงกลางวงกลมสัญลักษณ์นั้น…
“นั่น… นั่นมัน…” ฟ้าชี้ไปที่ผนัง เสียงสั่น
นนท์ส่องไฟเข้าไปใกล้ๆ
มีรอยบางอย่าง… เปียก… และเป็นสีแดงเข้ม…
มันคือรอยมือ
รอยมือขนาดใหญ่… ที่เพิ่งถูกประทับลงไป… สียังไม่แห้ง…
ราวกับว่า… มีคนยืนอยู่ตรงนี้… และเอามือจุ่มเลือด… ทาบลงไปบนผนัง… เพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่พวกเขาจะมาถึง
นนท์กลืนน้ำลาย… ขนลุกซู่ไปทั้งตัว…
เขากำลังจะถอยหลัง… แต่แล้ว… ฟ้าก็คว้าแขนเขาไว้…
“นนท์…” เสียงของฟ้าสั่นเทียวยิ่งกว่าเดิม “หัน… หันไปดู… ทางที่เราเข้ามา…”
นนท์ขมวดคิ้ว… ค่อยๆ หันหลังกลับ… ส่องไฟฉายไปยังทางที่พวกเขาวิ่งเข้ามา…
ช่องทางเดินแคบๆ นั้น…
มันหายไปแล้ว
สิ่งที่อยู่ตรงนั้น… คือผนังหินทึบตัน… เหมือนกับทางเข้าหลัก…
มันปิดตาย
“ไม่… ไม่… ไม่!” นนท์วิ่งเข้าไปทุบผนัง “มันต้องมีทางออก! เราเพิ่งวิ่งเข้ามา!”
แต่มีเพียงหินที่เย็นเฉียบตอบกลับมา
พวกเขาไม่ได้แค่เดินมาเจอทางตัน…
พวกเขา… ถูกต้อนให้เข้ามา…
และตอนนี้… ประตูก็กำลังปิดลง
“นนท์…” ดาวกระซิบเสียงแผ่ว “เครื่องอัดเสียง… มัน…”
นนท์หันขวับไปมองเครื่องอัดเสียงที่ดาวถืออยู่ หน้าจอ LCD เล็กๆ ยังคงสว่าง… และแถบระดับเสียง… กำลังขยับขึ้นลง…
มีคน… หรือ “บางสิ่ง”… กำลังส่งเสียง…
“มันอยู่ที่นี่…” ดาวพูด น้ำตาไหลพราก “มันอยู่ในห้องนี้… กับเรา…”
ทันใดนั้น…
ติ๊ด… ติ๊ด… ติ๊ด…
ไฟฉายในมือของนนท์เริ่มกะพริบ… แสงสว่างจ้า… แล้วก็ดับ… แล้วก็สว่าง…
“อย่า! อย่าเพิ่งดับ!” นนท์ทุบไฟฉาย “อย่ามาเป็นตอนนี้!”
ไฟฉายสว่างวาบขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย…
ส่องให้เห็น…
เงาดำทะมึน… ที่ไม่ได้อยู่ตรงผนัง…
มันยืนอยู่ที่มุมห้อง… สูงจนเกือบชิดเพดาน…
และมันกำลัง… “มอง”… พวกเขา…
พรึ่บ!
ไฟฉายดับสนิท
ทุกอย่าง… ตกอยู่ในความมืดที่สมบูรณ์แบบ…
มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัว…
และเสียงหายใจที่แหบพร่า… ที่ไม่ได้มาจากพวกเขาทั้งสามคน
ความมืดมิด…
มันไม่ใช่แค่การขาดแสงสว่าง มันคือความมืดที่มีตัวตน… หนาทึบ… และหนักอึ้ง
มันกดทับพวกเขาจากทุกด้าน… แทรกซึมเข้าไปในปอด… ทำให้หายใจไม่ออก
“เวรเอ๊ย! ไฟฉาย!”
เสียงของนนท์ดังขึ้น… แหบพร่าและตื่นตระหนก เขาตบไฟฉายในมือกับผนังถ้ำซ้ำๆ “ติดสิโว้ย! ติด!”
เสียง “แกรก… แกรก…” ของพลาสติกกระทบหิน… ดังราวกับเสียงระเบิดในความเงียบ
“ฮือ… ฮือ… ฮือ…”
เสียงสะอื้นของฟ้าดังตามมา… มันไม่ได้เป็นการร้องไห้ปกติ… มันคือเสียงของการสูดลมหายใจที่ล้มเหลว… เสียงของคนที่กำลังจมน้ำในความกลัวของตัวเอง
“ชู่ว์… ฟ้า… เงียบก่อน…” ดาวกระซิบ เสียงของเธอสั่นเทาไม่แพ้กัน “ได้โปรด… เงียบ… มันได้ยิน…”
ราวกับขานรับคำพูดของดาว…
“พรืด… พราด…”
เสียงลมหายใจนั้น… ดังขึ้นอีกครั้ง
มันไม่ใช่เสียงลมหายใจของมนุษย์… มันแหบ… ชื้นแฉะ… และเต็มไปด้วยความอาฆาต…
มันดังมาจากมุมห้อง… ตรงที่ที่นนท์เพิ่งจะส่องไฟไปเห็นเงานั้น…
นนท์หยุดตบไฟฉาย… เขากลั้นหายใจ…
ฟ้าเอามืออุดปาก… พยายามกลั้นเสียงสะอื้น…
ในความเงียบชั่วขณะนั้น… มีเพียงเสียงลมหายใจของ “มัน” ที่ก้องกังวาน…
“พรืด… พราด…”
แล้วมันก็หยุด
ความเงียบที่ตามมา… น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
หัวใจของดาวเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก… เธอจิกเล็บลงบนฝ่ามือ…
มันไปไหนแล้ว…
“พรืด… พราด…”
คราวนี้… เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากมุมห้อง
มันดังมาจาก… ข้างๆ หูของเธอ…
ดาวตัวแข็งทื่อ…
เธอกลั้นหายใจ… ไม่กล้าแม้แต่จะขยับเปลือกตา…
ความเย็นยะเยียบ… ราวกับก้อนน้ำแข็ง… พัดผ่านผิวแก้มของเธอ… มันคือไอเย็นที่ออกมาจากลมหายใจนั้น…
และแล้ว… บางอย่าง… ที่นุ่ม… และเปียกชื้น… ก็สัมผัสเข้าที่ใบหูของเธอแผ่วเบา…
“อ๊ากกก!”
ดาวกรีดร้องสุดเสียง… ผลักตัวเองถอยหลัง… จนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังหินอย่างแรง
ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง…
สร้อยพระเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในเสื้อของเธอ… ก็ร้อนจี๋ขึ้นมา…
มันร้อน… ร้อนเหมือนเหล็กที่ถูกนาบ… มันแผดเผาผิวหนังบริเวณหน้าอกของเธอ…
“โอ๊ย! ร้อน!” ดาวร้องออกมาอีกครั้ง… ความเจ็บปวดจากความร้อนนั้น… รุนแรงพอๆ กับความกลัว…
“ดาว! เป็นอะไร!” นนท์ตะโกนในความมืด “มันทำอะไรแก!”
“มัน… มันแตะฉัน… สร้อย… สร้อยพระ…” ดาวพูดไม่เป็นภาษา…
เสียงกรีดร้องของดาว… และความเจ็บปวดของเธอ… ดูเหมือนจะเป็นตัวกระตุ้น
เสียงลมหายใจที่แหบพร่านั้น… เปลี่ยนเป็นเสียง…
เสียง “คำราม”… ต่ำ… และสั่นสะเทือน…
“กรรรร…”
มันคือเสียงของความไม่พอใจ…
“มือถือ! มือถือกู!” นนท์นึกขึ้นได้
เขารีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง… เสียงผ้าเสียดสีกันดังลั่น…
ความตื่นรน… ทำให้นิ้วของเขาสั่นจนจับอะไรไม่ถนัด… เขาทำมือถือลื่นหลุดจากมือ…
“แกร๊ง!”
เสียงมือถือกระทบพื้นหิน…
“ไม่!” นนท์ร้องลั่น
เขาคุกเข่าลงกับพื้น… ใช้มือคลำหาในความมืด… “อยู่ไหน… อยู่ไหนวะ…”
“กรรรร…”
เสียงคำรามนั้นดังขึ้นอีก… คราวนี้มันขยับ… พวกเขาได้ยินเสียงเหมือนกรงเล็บ… หรือบางอย่างที่แหลมคม… กำลังขูดไปบนพื้นหิน…
“ครืด… ครืด…”
“นนท์! เร็วเข้า!” ฟ้ากรีดร้อง
นนท์เจอมือถือแล้ว!
เขากดปุ่มเปิดหน้าจออย่างบ้าคลั่ง…
แสงสว่างจากหน้าจอล็อกสกรีน… สว่างวาบขึ้น…
มันเป็นแสงที่อ่อนแอ… แต่มันก็มากพอ…
แสงสีขาวนวลส่องกระทบใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความกลัวของคนทั้งสาม…
นนท์รีบกดเข้าแอปไฟฉาย…
พรึ่บ!
แสงแฟลช LED สว่างจ้าขึ้น… กวาดไปทั่วห้องโถงเล็กๆ นั้น…
ว่างเปล่า
มันหายไปแล้ว
ไม่มีเงาดำทะมึน… ไม่มีตัวอะไร…
มีเพียงพวกเขาสามคน… นนท์ที่คุกเข่าอยู่กับพื้น… ฟ้าที่หดตัวอยู่มุมห้อง… และดาวที่พิงผนัง… กุมหน้าอกตัวเอง… หายใจหอบ…
“มัน… มันไปแล้ว…” นนท์พึมพำ… เขาไม่อยากจะเชื่อคำพูดของตัวเอง…
เขาส่องไฟฉายไปทั่ว… ตรวจสอบทุกซอกทุกมุม…
“มันไปได้ยังไง…”
“นนท์…” ฟ้าชี้ไปที่ผนัง… “รอยนั่น…”
นนท์ส่องไฟตามไป…
รอยมือสีเลือดบนผนังสัญลักษณ์… ยังคงอยู่ที่เดิม…
แต่สิ่งที่ทำให้ฟ้าขนลุก… ไม่ใช่รอยเก่านั้น…
ข้างๆ รอยมือนั้น…
มีรอยใหม่…
มันไม่ใช่รอยมือ… มันเป็นรอย “ข่วน”…
รอยเล็บสามรอย… ที่เพิ่งถูกขีดลงไปบนหิน… ลึก… และยังใหม่อยู่…
ราวกับว่า… “มัน” ยืนอยู่ตรงนั้น… และฝากรอยไว้… ก่อนที่แสงไฟจะสว่างขึ้น…
“มันแค่… เล่นกับเรา…” ดาวพูดเสียงสั่น… น้ำตาไหลอาบแก้ม “มันแค่… กำลังบอกว่า… มันอยู่ที่นี่…”
นนท์ลุกขึ้นยืน… ความกลัว… ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความโกรธ… และความสับสน…
“ทำไม… ทำไมมันต้องทำแบบนี้…” เขาหันไฟฉายไปทางผนังที่พวกเขาคิดว่าเป็นทางตัน… ผนังที่พวกเขาเพิ่งวิ่งเข้ามา…
และแล้ว… ทั้งสามคนก็ต้องกลั้นหายใจอีกครั้ง…
มันไม่ใช่ผนังหินทึบตันอีกต่อไป…
ช่องทางเดิน… ที่พวกเขาเพิ่งวิ่งเข้ามา… และคิดว่ามันถูกปิดตาย…
ตอนนี้… มันเปิดโล่ง…
มันกลับไปเป็นทางเดินแคบๆ เหมือนเดิม…
“ทาง… ทางออก…” ฟ้าพึมพำอย่างมีความหวัง “นนท์… มันเปิดแล้ว! เรารีบไปกันเถอะ!”
ฟ้ากำลังจะวิ่งออกไป… แต่นนท์คว้าแขนเธอไว้
“เดี๋ยว”
นนท์หรี่ตามองเข้าไปในช่องทางเดินนั้น… เขามองสลับกับดาว…
สายตาของเขา… ไม่ได้มีความโล่งใจ…
มันมีแต่ความหวาดระแวง…
“มันไม่ได้ปล่อยเรา” นนท์พูดเสียงเย็น “มันกำลังเล่นเกม… มันกำลังต้อนเรา”
เขาเดินเข้าไปหาดาว… กระชากแขนเธออย่างแรง “นี่มันเป็นเพราะแก!”
“ฉันเจ็บนะนนท์!” ดาวร้อง
“แกกับมัน… พูดภาษาเดียวกันใช่มั้ย!” นนท์ตะคอก “ตอนที่มันแตะแก… แกไม่ได้แค่ร้องเพราะกลัว… แก… แกเหมือน…”
“ฉันเปล่า!” ดาวพยายามดึงแขนออก “ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น! สร้อยพระมันร้อน… มันเผาฉัน!”
ดาวดึงคอเสื้อยืดของเธอออก… เผยให้เห็นรอยไหม้สีแดงเข้มบนผิวเนื้อบริเวณหน้าอก… เป็นรอยของสร้อยพระเส้นเล็กๆ นั้นจริงๆ…
นนท์ชะงักไปเล็กน้อย…
“เห็นมั้ย… ฉันก็เจ็บ… มันไม่ได้เข้าข้างฉัน…” ดาวสะอื้น
นนท์ปล่อยมือจากดาว… แต่สายตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ “แล้วทำไม… ทำไมมันถึงไม่ฆ่าเรา… ทำไมมันต้องต้อนเรา…”
“ฉันไม่รู้…”
ทันใดนั้น…
“คิก… คิก…”
เสียงหัวเราะ…
เสียงหัวเราะเบาๆ… เหมือนเสียงของเด็ก…
มันดังแว่วมา… มาจากช่องทางเดินที่เปิดออกนั้น…
ทั้งสามคนนิ่งเงียบ… ฟัง…
“คิก… คิก… มาเล่นกันเถอะ…”
เสียงนั้น… มันทั้งใส… และน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน…
“เสียง… เสียงเด็ก…” ฟ้ากระซิบ “ที่นี่… มีเด็กได้ยังไง…”
“กับดัก” ดาวพูดทันที “มันเป็นกับดักอีกแล้วนนท์… เหมือนเสียงของวิน…”
นนท์มองเข้าไปในความมืดของทางเดิน… เขากำลังชั่งใจ…
การอยู่ในห้องที่เพิ่งมี “บางสิ่ง” ยืนหายใจรดหูพวกเขา… หรือการเดินหน้าต่อไป… สู่เสียงหัวเราะปริศนา…
“มันต้อนเรา” นนท์พูด “แต่มันก็ให้ทางเลือกเรา…”
เขาหันไปมองรอยข่วนสามรอยบนผนัง… แล้วหันกลับมาที่ทางเดิน…
“กูไม่สนว่ามันจะเป็นกับดักหรือไม่” นนท์ตัดสินใจ “ที่นี่… คือทางตัน… แต่ทางนั้น… คือทางไปต่อ”
“นนท์… ไม่นะ…” ดาวส่ายหน้า
“กูจะออกไปจากที่นี่!” นนท์ประกาศกร้าว “กูจะไม่ยอมตายในห้องบ้าๆ นี่!”
เขาคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพาย “ไป!”
“แต่เสียงนั่น…” ฟ้ายังคงลังเล
“ทางไหนก็ได้… ที่ไม่ใช่ที่นี่!” นนท์ย้ำ “ถ้าพวกมึงไม่ไป… กูก็จะไปคนเดียว!”
นนท์ไม่รอ… เขาใช้แสงไฟจากมือถือ… ส่องนำทาง… และก้าวเข้าไปในช่องทางเดินนั้น…
ฟ้า… ที่กลัวการอยู่คนเดียวมากกว่าสิ่งใด… รีบวิ่งตามนนท์ไปทันที… ทิ้งให้ดาวอยู่ข้างหลัง…
ดาวมองไปรอบๆ ห้องที่ว่างเปล่า… ความมืดที่มุมห้อง… เหมือนกำลังจะก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง…
เธอทนไม่ไหว…
“รอด้วย! รอฉันด้วย!”
ดาววิ่งตามคนทั้งสองเข้าไปในอุโมงค์…
ทางเดินนี้… ดูเหมือนจะลาดลงต่ำ… อากาศเริ่มเย็นขึ้น… และชื้นมากขึ้น…
เสียงหัวเราะของเด็ก… ยังคงดังแว่วมาเป็นระยะๆ…
“คิก… คิก… ตามมาสิ… ทางนี้…”
มันเหมือนกำลังนำทางพวกเขา…
นนท์เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว… แสงไฟจากมือถือส่องไปมา… เผยให้เห็นผนังถ้ำที่เต็มไปด้วยราสีเขียวขจี…
“นนท์… ช้าๆ หน่อย…” ฟ้าพูด “พื้นมันลื่น…”
“หยุดบ่นน่าฟ้า” นนท์ตอบอย่างหงุดหงิด “รีบเดิน”
ดาวเดินปิดท้าย… เธอยังคงเปิดเครื่องอัดเสียงไว้…
ในหูฟังของเธอ… นอกจากเสียงฝีเท้า… และเสียงหัวเราะของเด็ก…
เธอยังได้ยินเสียงอื่น…
เสียง “กระซิบ”
มันกลับมาอีกแล้ว…
“โง่… พวกมันโง่…”
“เดินตามมา… สู่ห้องโถง… สู่แท่นบูชา…”
“ผู้สืบทอด… กำลังจะกลับบ้าน…”
ดาวตัวสั่น… เธออยากจะบอกนนท์… แต่เธอก็กลัว… กลัวว่าเขาจะหาว่าเธอเป็นบ้า… หรือเป็นพวกเดียวกับ “มัน”
เธอทำได้แค่ก้มหน้า… และเดินตามต่อไป…
พวกเขาเดินลึกเข้าไป… ลึกเข้าไป…
แสงไฟจากมือถือของนนท์… เริ่มกะพริบ
“ติ๊ด… ติ๊ด…”
“เวรเอ๊ย!” นนท์สบถ “แบตจะหมด!”
“ทำยังไงดีนนท์!” ฟ้าเริ่มตื่นตระหนกอีกครั้ง “เรามีไฟฉายอีกมั้ย!”
“อยู่ในกระเป๋า… แต่กูไม่รู้ว่าแบตมันกลับมาหรือยัง…” นนท์หยุดเดิน… เขากำลังจะเปิดกระเป๋าเป้…
“คิก… คิก… คิก…”
เสียงหัวเราะของเด็ก… ดังขึ้น…
คราวนี้… มันไม่ได้ดังมาจากข้างหน้า…
มันดังมาจาก… ข้างหลังพวกเขา…
ดาวหันขวับกลับไป…
ทางเดินที่พวกเขาเพิ่งเดินผ่านมา…
มีร่างเล็กๆ ร่างหนึ่ง… ยืนอยู่ไกลๆ ในความมืด…
“ใครน่ะ!” นนท์หันกลับมา ส่องไฟมือถือที่กะพริบไป…
ร่างนั้น… เป็นร่างของเด็กผู้หญิง… ใส่ชุดไทยโบราณ… ผมยาว…
เธอกำลังยืน… และ “จ้อง”… มาที่พวกเขา…
แล้วเธอก็ยกมือขึ้น… ชี้…
ชี้มาที่ “ดาว”
และเธอก็… ยิ้ม…
เป็นรอยยิ้มที่กว้าง… กว้างจนถึงใบหู… เผยให้เห็นฟันที่ดำสนิท…
รอยยิ้มนั้น…
มันฉีกกว้าง… กว้างเกินกว่าที่ใบหน้าของเด็กคนหนึ่งจะเป็นได้
ฟันสีดำสนิทเหล่านั้นตัดกับผิวที่ซีดขาวราวกับกระดาษ… ดวงตาของเธอโบ๋ลึกและมืดสนิท…
“อ๊า!” ฟ้ากรีดร้องออกมาเป็นคนแรก เธอถอยหลังกรูดจนชนเข้ากับแผ่นหลังของนนท์
“ติ๊ด… ติ๊ด…”
แสงไฟจากมือถือของนนท์… กะพริบถี่ขึ้น… และดับลง…
ความมืดโถมเข้าใส่อีกครั้ง…
แต่คราวนี้… มันไม่ใช่ความมืดที่เงียบสงัด
“คิก… คิก… คิก…”
เสียงหัวเราะนั่น… มันดังขึ้น… และมันกำลัง… ใกล้เข้ามา…
“กระเป๋า! ไฟฉาย!” นนท์ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เขาเหวี่ยงกระเป๋าเป้ลงจากหลัง รื้อค้นหาไฟฉายอันเดิมที่ดับไป… “อยู่ไหนวะ… อยู่ไหน!”
“นนท์! เร็วเข้า!” ฟ้าทุบหลังเขา “มันกำลังมา! มันกำลังมา!”
ดาว… ที่ยืนหันหน้าไปทางนั้น… ตัวแข็งทื่อยิ่งกว่าเดิม
เธอมองเห็น…
ในความมืดสลัว… ร่างของเด็กผู้หญิงคนนั้น… ไม่ได้ “เดิน”…
มัน “เคลื่อน”…
มันเคลื่อนไหวแบบกระตุก… กระตุก… เหมือนหุ่นเชิดที่สายขาด… แต่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่น่าขนลุก…
“คิก… คิก… คิก…”
“เจอแล้ว!”
นนท์ตะโกน… และในวินาทีเดียวกัน เขาก็กดสวิตช์ไฟฉายอันเดิม…
พรึ่บ!
ลำแสงสว่างจ้า… สว่างกว่าไฟมือถือหลายเท่า… พุ่งตรงไปข้างหน้า…
ร่างของเด็กคนนั้น… หยุดชะงัก…
ห่างจากพวกเขาไม่ถึงสิบก้าว…
มือนั้น… ยังคงชี้มาที่ดาว…
และรอยยิ้มนั้น… ยิ่งกว้างขึ้น…
“ไป!”
นนท์ไม่คิด… เขาคว้าแขนฟ้าด้วยมือข้างหนึ่ง และกระชากคอเสื้อของดาวด้วยมืออีกข้าง… “วิ่ง! ไปข้างหน้า!”
เขาผลักคนทั้งสองให้วิ่งไปข้างหน้า… ไปในทิศทางที่พวกเขาตั้งใจจะไปตั้งแต่แรก… หนีจากเด็กผีตนนั้น…
“คิก… คิก… คิก…”
เสียงหัวเราะไล่ตามหลังมา… พร้อมกับเสียง “ขูด… ขีด…” ของบางอย่างที่ลากไปกับพื้น…
ทางเดินข้างหน้าเริ่มเปลี่ยนไป…
มันไม่ได้เป็นถ้ำหินปูนธรรมชาติอีกต่อไป…
ผนัง… เริ่มกลายเป็นหินที่ถูกสกัด… เป็นแผ่นเรียบ… ราวกับว่าพวกเขากำลังวิ่งเข้าไปในส่วนโครงสร้างที่ถูกฝัง…
“ที่นี่… ที่ไหน…” ฟ้าพึมพำขณะวิ่ง…
“หุบปากแล้ววิ่ง!” นนท์ตะคอก
แสงไฟฉายในมือของนนท์… เริ่มกะพริบอีกแล้ว…
“ติ๊ด… ติ๊ด…”
“เวรเอ๊ย! ทำไมวะ!” นนท์ทุบไฟฉายอีกครั้ง… แต่มันก็ยังกะพริบ… แสงสว่างสลับกับความมืด… สร้างภาพกระตุกที่น่าสะพรึงกลัว…
ในจังหวะที่ไฟสว่าง… พวกเขาเห็นทางข้างหน้า…
ในจังหวะที่ไฟดับ… พวกเขาได้ยินเสียง “คิก… คิก…” ที่ใกล้เข้ามา…
“เร็วอีก!” นนท์ผลักดาวจนเธอเกือบล้ม…
ดาว… ในขณะที่วิ่ง… หูฟังของเธอยังคงครอบหูอยู่…
เสียงกระซิบ… ดังขึ้นจนแทบจะกลบเสียงหัวใจของเธอเอง…
“เลือด… ต้องชำระด้วยเลือด…”
“ผู้สืบทอด… เจ้าเป็นของที่นี่…”
“อย่าหนี… โอบรับมัน…”
“ทางนี้… ทางนี้…”
“นนท์! หยุด!” ดาวตะโกน… เธอหยุดวิ่งกะทันหัน… จนฟ้าที่วิ่งตามมาชนเข้ากับเธอ…
“อะไรอีก!” นนท์หันมาตวาด… ไฟฉายส่องเข้าหน้าดาว…
พวกเขามาถึง… ทางแยก…
ทางแยกสองทาง… ที่มืดมิดไม่ต่างกัน…
“เสียง… เสียงกระซิบมันบอก…” ดาวพูด หอบหายใจ… “มันบอกว่า… ทางขวา…”
“คิก… คิก… คิก…”
เสียงหัวเราะของเด็ก… ดังมาจากทางแยกด้านซ้าย…
นนท์มองซ้าย… มองขวา…
ความหวาดระแวงฉายชัดในดวงตาของเขา…
“เสียงกระซิบ… หรือเสียงผีเด็ก…” เขาพึมพำ…
“คิก… คิก…” เสียงหัวเราะดังขึ้นอีก… จากทางซ้าย… ใกล้มาก…
“นนท์… เราต้องเลือก…” ฟ้าพูดเสียงสั่น…
นนท์มองดาว… จ้องเขม็ง…
“เสียงกระซิบมันบอกแกเหรอ” เขาถามเสียงเย็น
“ใช่… มัน… มันพูดในหูฟัง…”
“ดี” นนท์ยิ้ม… เป็นรอยยิ้มที่น่ากลัว… “ถ้ามันอยากคุยกับแกนัก… ก็ไปทางนั้นเลย!”
พูดจบ… นนท์ก็ใช้แรงทั้งหมด… ผลักดาวอย่างแรง…
“อ๊ะ!”
ดาวไม่ทันตั้งตัว… ร่างของเธอล้มกลิ้งเข้าไปในทางแยกด้านขวา…
“นนท์! แกทำบ้าอะไร!” ฟ้ากรีดร้อง…
“มันต้องการดาว!” นนท์ตะโกน “ก็ให้มันไป! เราไปอีกทาง!”
นนท์คว้าแขนฟ้า… ลากเธอไปทางแยกด้านซ้าย… ทางที่เสียงหัวเราะดังมา…
“ไม่! ดาว! ดาว!” ฟ้าพยายามยื้อตัวไว้… เธอทุบตีนนท์ “ไอ้เลว! แกมันไม่ใช่คน! เราจะทิ้งดาวไว้ไม่ได้!”
“มันเป็นตัวล่อ!” นนท์ตวาดกลับ “มันเป็นตัวล่อที่ดีที่สุดที่เรามี! ตอนนี้ไปได้แล้ว!”
“ไม่!” ฟ้ากรีดร้องสุดเสียง… เธอสะบัดแขนนนท์หลุด… และวิ่งกลับไปทางดาว…
“ฟ้า! กลับมา!” นนท์สบถ… เขากำลังจะวิ่งตาม…
แต่แล้ว…
“ติ๊ด… ติ๊ด… ติ๊ด…”
ไฟฉายในมือของเขา… กะพริบถี่รัว…
และเสียง…
“คิก… คิก…”
เสียงหัวเราะ… มันไม่ได้อยู่ข้างหลัง…
มันไม่ได้อยู่ทางซ้าย…
มันอยู่… ข้างหน้าเขา…
นนท์ชะงัก… เขาส่องไฟฉายที่กะพริบไปข้างหน้า…
ร่างของเด็กผู้หญิงคนนั้น… ยืนอยู่…
ยืนขวางทาง… ขวางระหว่างเขา… กับฟ้า…
“หลีกไป!” นนท์ตะโกน…
เด็กคนนั้น… เอียงคอ… รอยยิ้มกว้าง…
ฟ้า… ที่วิ่งกลับไป… ก็หยุดชะงักเมื่อเห็นเด็กผีตนนั้น… เธอยืนแข็งทื่อ… อยู่ระหว่างนนท์และเด็กผี…
“ฟ้า! มานี่!” นนท์ตะโกน…
“คิก… คิก…”
เด็กคนนั้น… ไม่ได้สนใจนนท์…
มันมอง… ผ่านนนท์…
มันมองไปที่ “ฟ้า”…
แล้วมันก็พุ่งตัว…
มันไม่ใช่การพุ่งแบบมนุษย์… มันคือการ “เคลื่อน” ที่ฉับพลัน… รวดเร็วจนมองไม่ทัน…
ร่างเล็กๆ นั้น… พุ่งเข้าใส่ฟ้า…
“อ๊า!”
ฟ้ากรีดร้อง… แต่เสียงก็ขาดห้วงไป…
พรึ่บ!
ไฟฉายของนนท์… กลับมาสว่างจ้าอีกครั้ง… ค้าง… ไม่กะพริบ…
แสงไฟ… ส่องไปยังจุดที่ฟ้าเคยยืนอยู่…
ว่างเปล่า
“ฟ้า…” นนท์พึมพำ…
เขาค่อยๆ เลื่อนลำแสงไฟไปรอบๆ…
“ครืด… ครืด…”
เสียง…
เสียงลาก…
นนท์ส่องไฟตามเสียงนั้นไป…
ที่ผนังด้านหนึ่ง… มีรอยแยก… รอยแตกของหินที่มืดสนิท…
และสิ่งที่เขากำลังเห็น… ทำให้เลือดในกายของเขาแข็งตัว…
ร่างของฟ้า… กำลังถูกลาก… ลากเข้าไปในรอยแยกนั้น…
และสิ่งที่กำลังลากเธอ… คือร่างของเด็กผู้หญิงคนนั้น… แขนเล็กๆ ของมัน… กอดรัดรอบเอวของฟ้า… และลากเธอถอยหลังเข้าไปในความมืด…
ดวงตาของฟ้า… เบิกกว้าง…
เธอมองมาที่นนท์… อ้าปากค้าง…
แต่ไม่มีเสียงกรีดร้องใดๆ เล็ดลอดออกมา…
เหมือนเธอ… เป็นอัมพาตด้วยความกลัว…
“ฟ้า!”
นนท์ตะโกน… เขากำลังจะวิ่งเข้าไปช่วย…
แต่แล้ว… ผนังหิน… ก็เริ่มเคลื่อนตัว…
รอยแยกนั้น… กำลังปิดลง…
บดขยี้…
นนท์เห็นใบหน้าของฟ้า… เป็นครั้งสุดท้าย… ก่อนที่หินทั้งสองด้าน… จะบดทับ… ปิดตายทางนั้น…
เสียง “โครม” ดังสนั่น…
นนท์ยืนนิ่ง… ไฟฉายในมือสั่นเทา…
เขาอยู่คนเดียว…
ฟ้า… หายไปแล้ว…
และดาว… ก็อยู่อีกทางแยกหนึ่ง…
ความเงียบ… กลับเข้ามาครอบงำ…
นนท์ยืนนิ่ง… ตัวแข็งทื่อ
เสียง “โครม” ที่ผนังหินปิดทับร่างของฟ้า… ยังคงก้องอยู่ในหูของเขา
เขาอยู่คนเดียว…
ความเงียบที่ตามมา… มันหนักอึ้งเสียจนแทบจะบดขยี้เขา
ไฟฉายในมือของเขาส่องสว่างนิ่ง… เหมือนกำลังเยาะเย้ย… ว่ามันกลับมาทำงานได้ดี… ก็ต่อเมื่อสายเกินไป
“ฟ้า…”
เขาพึมพำชื่อเธอ… แต่เสียงที่ออกมาแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน
เขาค่อยๆ ถอยหลัง… หนึ่งก้าว… สองก้าว… แสงไฟกวาดไปมาอย่างตื่นกลัว…
เขาหันไปมองทางแยก…
ทางซ้าย… ที่เขาเพิ่งวิ่งออกมา… ที่ซึ่งร่างของเด็กผีตนนั้นเพิ่งจะหายไปพร้อมกับฟ้า… ตอนนี้มันเงียบสงัด…
ทางขวา… ที่มืดมิด… ที่ที่เขาผลักดาวลงไป…
ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวแล่นปราดเข้าสู่สมองของเขา…
เสียงกระซิบ… บอกให้ดาวไปทางขวา
เสียงหัวเราะ… ล่อพวกเขาไปทางซ้าย…
เด็กผีตนนั้น… ไม่ได้ไล่ล่าพวกเขา… มันกำลัง “ต้อน”…
มันต้อนเขา… และฟ้า… ให้ไปทางซ้าย… เพื่อที่มันจะ “เก็บ” ฟ้าได้…
ส่วนดาว…
“มันต้องการดาว…” นนท์พึมพำกับตัวเอง…
ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด… “มันต้องการดาว… ไม่ใช่กู…”
ความกลัว… ถูกแทนที่ด้วยความคิดที่จะเอาตัวรอด… อย่างบ้าคลั่ง…
เขาไม่ได้ต้องการช่วยดาว…
เขา “ต้องการ” ดาว…
เธอคือเหยื่อล่อ… คือเกราะกำบัง… คือกุญแจ…
“ดาว!”
นนท์ตะโกนลั่น… หันหลังกลับ… วิ่งตรงไปยังทางแยกด้านขวา… ที่ที่เขาผลักเธอลงไป…
“ดาว! แกอยู่ไหน!”
เขาส่องไฟฉายเข้าไปในอุโมงค์นั้น…
ดาวนอนกองอยู่กับพื้นหินที่เย็นเฉียบ…
แรงผลักของนนท์… ทำให้เธอข้อเท้าแพลง… ความเจ็บปวดแล่นแปลบปลาบขึ้นมาถึงหัวเข่า…
เธอได้ยินเสียง…
เสียงกรีดร้องของฟ้า…
เสียงตะโกนของนนท์…
และเสียง… “โครม”… ที่ดังสนั่น…
แล้วทุกอย่างก็เงียบ…
“นนท์… ฟ้า…” เธอกระซิบเรียก…
ไม่มีเสียงตอบ…
เธออยู่คนเดียว… ในความมืด…
น้ำตาไหลทะลักออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่… เธอถูกทิ้ง… เพื่อนของเธอ… ทิ้งเธอให้ตาย…
“ฮือ…”
“สงบสติอารมณ์… ผู้สืบทอด…”
เสียงกระซิบ… กลับมาอีกครั้ง…
มันไม่ได้ข่มขู่… มันไม่ได้เยาะเย้ย…
ครั้งนี้… มันฟังดู… เกือบจะ… ปลอบโยน…
“ลุกขึ้น…”
ดาวสะอื้น… “พวกนั้น… พวกเขาตายแล้ว…”
“พวกเขา… ไม่สำคัญ” เสียงกระซิบตอบ “แต่เจ้า… สำคัญ”
“เจ้าคือเหตุผล… ที่เรายังคงอยู่…”
“เจ้าคือ… กุญแจ…”
ดาวรู้สึกถึงความร้อน… ที่สร้อยพระบนคอของเธอ…
มันไม่ได้ร้อนจนแผดเผาเหมือนตอนที่เจอเด็กผี…
แต่มัน… อุ่น…
มันกำลังเต้น… เป็นจังหวะ… ตุบ… ตุบ… เหมือนหัวใจดวงที่สอง…
“ลุกขึ้น… แล้วเดินตามมา” เสียงกระซิบสั่ง “ห้องโถง… กำลังรอเจ้าอยู่”
ดาวไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงมาจากไหน… เธอฝืนความเจ็บปวดที่ข้อเท้า… ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืน…
เธอไม่มีทางเลือก…
การอยู่ตรงนี้คนเดียว… คือความตาย…
การเดินหน้าต่อไป… คือความหวัง… แม้จะเป็นความหวังที่ริบหรี่…
เธอใช้เครื่องอัดเสียง… ที่ยังคงห้อยคออยู่… เป็นไม้เท้าค้ำยัน… ค่อยๆ เขย่งเท้า… เดินลึกเข้าไปในความมืด…
หูฟังของเธอยังคงเปิดอยู่… และเสียงกระซิบ… ก็กำลังนำทางเธอ…
“ทางนี้… ใช่… ดีมาก…”
ทางเดินนี้… ไม่เหมือนทางเดินอื่น…
มันไม่ได้เป็นถ้ำธรรมชาติ… ผนังถูกสกัดเป็นแผ่นเรียบ… และพื้นก็ลาดลง… ลึก… ลึกลงไปใต้ดิน…
ไม่นานนัก… ทางเดินก็เปิดออก…
สู่ห้องโถงขนาดใหญ่…
มันเป็นห้องโถงทรงกลม… ที่ใหญ่โตมโหฬาร… เพดานสูงจนมองไม่เห็น…
และที่น่าขนลุกคือ… มันไม่มืด
มีแสงสว่าง…
แสงสีเขียวอมฟ้า… ที่เรืองรองออกมาจาก… ผนัง…
ดาวมองไปรอบๆ… อ้าปากค้าง…
ผนังของห้องโถงนี้… ไม่ใช่หิน…
มันดูเหมือน… คริสตัล… หรืออัญมณีบางอย่าง… และมีลวดลายสลักเสลาอยู่เต็มไปหมด…
มันคือ… ภาพจิตรกรรมฝาผนัง… ที่กำลังเรืองแสง…
ภาพนั้น… บอกเล่าเรื่องราว…
ดาวเห็นภาพ… กลุ่มคนในชุดโบราณ… กำลังทำพิธีกรรม…
พวกเขายืนล้อมรอบ… “เงาดำ”… ร่างหนึ่ง…
และมีร่างของสตรี… ที่สวมสร้อย… เหมือนกับของเธอ… ยืนอยู่ตรงกลาง…
ภาพต่อมา… คือสตรีคนนั้น… กำลังใช้มีด… กรีดเลือดของตัวเอง… หยดลงบนแท่นบูชา…
ภาพต่อมา… เงาดำนั้น… ถูก “ล่าม”… ด้วยโซ่ที่ทำจากแสง… โซ่นั้น… ถูกผูกไว้กับผนังคริสตัล…
ภาพสุดท้าย… คือความโกลาหล…
พิธีกรรมล้มเหลว…
โซ่แสงขาดสะบั้น… เงาดำนั้น… คำรามอย่างเกรี้ยวกราด…
สตรีผู้ทำพิธี… นอนจมกองเลือด…
และเงาดำนั้น… ก็ถูกกักขัง… ไม่ได้ถูกล่าม… แต่ถูก “ขัง”… ไว้ในห้องโถงนี้… ในสภาพที่บ้าคลั่ง…
“นั่นคือ… บรรพบุรุษของเจ้า”
เสียงกระซิบดังขึ้น… ชัดเจน… ราวกับยืนอยู่ข้างๆ
“นาง… พยายามที่จะควบคุมข้า… ผูกมัดข้า… ให้เป็น ‘ผู้พิทักษ์’…”
“แต่นางล้มเหลว…”
“นางตาย… และทิ้งข้าไว้ที่นี่… ถูกกักขัง… ไม่ใช่ในฐานะผู้พิทักษ์… แต่ในฐานะ ‘นักโทษ’…”
“ข้า… ทนทุกข์ทรมาน… มานานหลายร้อยปี…”
ดาวมองไปที่กลางห้อง…
ที่นั่น… มีแท่นบูชาหิน… เหมือนในภาพวาด…
“ข้า… ไม่ได้ต้องการฆ่าพวกเจ้า” เสียงนั้นพูดต่อ… “ข้าแค่ต้องการ… อิสรภาพ…”
“เด็กผีตนนั้น… คือความโกรธเกรี้ยวของข้า… ที่ถูกส่งออกไป… เพื่อขับไล่… พวกผู้บุกรุก…”
“ส่วนวิญญาณของเพื่อนเจ้า… (วิน)… เขาแค่โชคร้าย… ที่มาขวางทาง…”
“แต่เจ้า…”
เสียงนั้น… อ่อนโยนลง…
“เจ้าคือ… กุญแจ… ผู้สืบทอดสายเลือด… คนเดียว… ที่สามารถแก้ไขความผิดพลาดนี้ได้…”
“แก้ไขยังไง…” ดาวกระซิบถาม…
“ปลดปล่อยข้า…” เสียงนั้นตอบ “…หรือ… แทนที่ข้า”
ดาวตัวสั่น… “ฉัน… ฉันทำไม่เป็น…”
“เจ้าทำได้… เลือดของเจ้า… คือกุญแจ…”
“ดาว!”
เสียงตะโกน… ดังมาจากทางเข้าห้องโถง…
นนท์… วิ่งเข้ามา…
แสงไฟฉายของเขาส่องกราดไปทั่ว… เมื่อเขาเห็นภาพห้องโถงที่เรืองแสง… เขาก็ชะงัก…
“ที่นี่… ที่ไหนวะ…”
แล้วเขาก็เห็นดาว… ยืนอยู่หน้าแท่นบูชา…
“ดาว!” เขาวิ่งเข้าไปหาเธอ… คว้าแขนเธออย่างแรง “แกคุยกับใคร! ทางออกอยู่ไหน!”
“นนท์! ปล่อยฉัน!” ดาวพยายามดิ้น “นายต้องฟัง! ที่นี่… มัน…”
“กูไม่ฟังทั้งนั้น!” นนท์ตวาด “ฟ้าตายแล้ว! วินก็ตายแล้ว! เหลือแค่เรา! บอกทางออกมาก่อนที่กูจะฆ่าแก!”
นนท์บีบแขนดาวแน่น… ความสิ้นหวังทำให้เขาบ้าคลั่ง…
“ฉันไม่รู้ทางออก!”
“โกหก!”
“กรรรร!”
เสียงคำราม… ที่สั่นสะเทือน… ดังขึ้น…
ไม่ใช่เสียงกระซิบ…
มันคือเสียงของ “เจ้าของ”…
นนท์ชะงัก… เขาหันไปรอบๆ…
“ใครน่ะ!”
เงา…
เงาในห้องโถง… ที่เคยอยู่นิ่ง…
เริ่ม “เคลื่อนไหว”…
เงาจากทุกมุมห้อง… ไหลมารวมกัน… ก่อตัวขึ้น… ที่ด้านหลังแท่นบูชา…
มันก่อตัวเป็นร่าง… ร่างที่สูงใหญ่… มหึมา…
มันไม่มีรูปร่างที่ชัดเจน… มันคือ… ความมืดที่จับต้องได้…
มีเพียงดวงตา… ดวงตาสีแดงเพลิงสองดวง… ที่ลุกโชนอยู่ในความมืดนั้น…
“ผู้คุม” (The Guardian)…
นนท์ยืนตัวแข็ง… ไฟฉายตกจากมือ…
“ไม่… ไม่จริง…”
“ผู้บุกรุก…” เสียงนั้น… ดังกระหึ่ม… ไม่ใช่เสียงกระซิบอีกต่อไป… มันคือเสียงที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูก…
“มัน… มันพูดได้…” นนท์พึมพำ…
“มันต้องการฉัน…” ดาวพูดเสียงสั่น “ไม่ใช่แก…”
นนท์หันมามองดาว… แววตาของเขาเปลี่ยนไป…
จากความกลัว… เป็นความ… เข้าใจ…
“ใช่… มันต้องการแก…”
ในเสี้ยววินาทีนั้น…
นนท์… ทำในสิ่งที่เขาคิดว่าจะช่วยให้ตัวเองรอด…
เขาคว้าตัวดาว…
และ “เหวี่ยง” เธอ… ไปข้างหน้า…
“อ๊ะ!”
ร่างของดาว… ล้มลงไปที่หน้าแท่นบูชา…
“เอาไปเลย!” นนท์ตะโกนใส่เงาดำนั้น… “แกต้องการมันไม่ใช่เหรอ! เอาตัวมันไป! มันคือสายเลือด! มันคือกุญแจ! เอาไป… แล้วปล่อยกูไป!”
ดาวนอนอยู่ที่พื้น… มองนนท์ด้วยสายตาที่แตกสลาย…
นี่คือ… การหักหลัง… ครั้งสุดท้าย…
“ใช่… มันคือสายเลือด…”
เสียงของผู้คุมดังขึ้น…
เงาดำนั้น… เคลื่อนตัว… มันไหลผ่านแท่นบูชา… มาหยุดอยู่… ตรงหน้าดาว…
มันก้มลงมองเธอ…
แต่มัน… ไม่ได้สนใจนนท์…
“เลือด… ต้องชดใช้…”
ทันใดนั้น… เงามืดสายหนึ่ง… ก็พุ่งออกมาจากร่างหลัก…
มันไม่ได้พุ่งไปที่ดาว…
มันพุ่งไปที่ “นนท์”
“เฮ้ย!”
นนท์ไม่ทันตั้งตัว… เงามืดนั้น… รัดรอบคอของเขา…
และ “ยก” เขาขึ้น…
“อ่อก!”
นนท์ดิ้นรน… ขาของเขาลอยจากพื้น…
“ผู้คุม”… หันดวงตาสีแดงเพลิง… กลับมามองดาว…
มันกำลัง… บีบคอนนท์…
“ทางเลือก… มีอยู่เสมอ… ผู้สืบทอด…”
เสียงนั้นดังในหัวของดาว…
“เลือกสิ…”
ภาพฉายเข้ามาในหัวของดาว… ภาพของนนท์… ที่กำลังขาดอากาศตาย…
“แทนที่ข้า… แล้วข้าจะไว้ชีวิตมัน…”
“หรือ… ปล่อยให้มันตาย… แล้วเจ้า… ก็จะเป็นรายต่อไป…”
นนท์กำลังดิ้น… หน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วง… “ด… ดาว… ช่วย… ด้วย…”
ดาวมองนนท์… ผู้ชายที่ผลักเธอ… ทิ้งเธอ… และเพิ่งจะโยนเธอให้เป็นเหยื่อบูชายัญ…
เธอมองไปที่ “ผู้คุม”… ที่กำลังทรมาน… และโกรธแค้น…
เธอคือความหวังเดียว… ของทุกคน… แม้กระทั่งคนที่ทรยศเธอ…
ความเงียบ… ปกคลุมห้องโถง…
มีเพียงเสียงดิ้นรนของนนท์…
ดาว… หลับตาลง…
“ฉัน… ตกลง”
เธอพึมพำ…
“ฉัน… จะแทนที่คุณ”
“ฉัน… ตกลง”
คำพูดของดาวแผ่วเบา… แต่ดังก้องในห้องโถงที่เงียบงัน…
“ฉัน… จะแทนที่คุณ”
“ผู้คุม”… เงามืดมหึมานั้น… หยุดนิ่ง
ดวงตาสีแดงเพลิง… หรี่ลง… จ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของดาว…
“เป็นการตัดสินใจ… ที่ชาญฉลาด…”
เสียงนั้นกระหึ่ม…
เงามืดที่รัดรอบคอนนท์… คลายออก…
“อ่อก… แค่ก… แค่ก…”
นนท์ร่วงหล่นลงสู่พื้น… ร่างของเขากระแทกกับหินอย่างแรง…
เขากุมลำคอ… ไออย่างบ้าคลั่ง… พยายามสูดอากาศเข้าปอด…
น้ำลายและน้ำตาไหลปนเปกัน… เขามองภาพตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด…
ดาว… ที่กำลังเผชิญหน้ากับอสูรกาย… และเขา… ที่เพิ่งจะรอดตาย…
“พิธีกรรม… ที่ล้มเหลว…”
เสียงของผู้คุมดังขึ้นอีกครั้ง… คราวนี้… มันพูดกับดาว… ในหัวของเธอ…
“บรรพบุรุษของเจ้า… พยายามผูกมัดข้า… ด้วยความทะนงตน… นางต้องการ ‘ควบคุม’ พลังที่นางไม่เข้าใจ…”
“แต่มันต้องใช้… การแลกเปลี่ยน… ที่เท่าเทียม…”
“มันต้องการ… ‘เครื่องสังเวย’… และ… ‘ภาชนะ’…”
ดาวกลืนน้ำลาย… “เครื่องสังเวย… คืออะไร”
ภาพ… วาบเข้ามาในหัวของเธอ…
เสียงกรีดร้องของวิน… ที่ถูกกระชากหายไปในความมืด…
ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความกลัวของฟ้า… วินาทีที่ผนังหินบดทับเธอ…
“ไม่…” ดาวกระซิบ “พวกเขา…”
“ความกลัวของพวกเขา… พลังชีวิตของพวกเขา… มันคือเชื้อเพลิง” ผู้คุมตอบอย่างเย็นชา “มันทำให้ผนึกที่กักขังข้า… อ่อนแอลง… พอที่จะ… เรียกหาเจ้า…”
“และตอนนี้… เหลือเพียง… ‘ภาชนะ’…”
เงาดำนั้น… ผาย “มือ” (ที่เป็นเพียงกลุ่มก้อนของความมืด) …ไปยังแท่นบูชาหิน…
“เจ้า… จะไม่เหมือนนาง” เสียงนั้นพูดต่อ “นางต้องการควบคุม… แต่เจ้า… ต้องการปลดปล่อย… ใช่มั้ย”
ดาวมองไปที่นนท์… เขากำลังค่อยๆ… ค่อยๆ… ขยับตัว… คลานถอยหลัง… ทีละนิด…
ดวงตาของเขา… ไม่ได้มองเธอด้วยความขอบคุณ…
เขามองเธอ… เหมือนเธอก็เป็นอสูรกายอีกตัวหนึ่ง…
ดาวหันกลับมามองผู้คุม…
เธอเข้าใจแล้ว…
เธอไม่มีที่ไปอีกแล้ว…
โลกข้างนอก… ไม่มีอะไรรอเธออยู่… เพื่อนของเธอตายหมดแล้ว… คนเดียวที่รอด… ก็รังเกียจเธอ…
แต่ที่นี่…
“ฉันต้องทำยังไง” ดาวถาม… เสียงของเธอ… มั่นคงขึ้น…
“บนแท่นบูชา”
ดาวสูดหายใจลึก… ฝืนความเจ็บที่ข้อเท้า… ค่อยๆ ปีนขึ้นไปบนแท่นหินที่เย็นเฉียบ…
ที่นั่น… ในร่องเล็กๆ ที่สลักไว้กลางแท่น…
มีกริชเล่มหนึ่งวางอยู่…
มันเป็นกริชโบราณ… ด้ามจับทำจากกระดูก… ใบมีดสีดำสนิท… ราวกับทำจากรัตติกาล…
“เลือด… คือพันธสัญญา” ผู้คุมสั่ง “เลือด… คือสิ่งที่ผูกมัด… และปลดปล่อย”
ดาวหยิบกริชขึ้นมา…
ทันทีที่นิ้วของเธอสัมผัส…
ความเย็น… ที่ไม่ใช่ความเย็นธรรมดา… ก็แล่นพล่านเข้าสู่ร่าง…
มันคือความเย็นของสุสาน… ความเย็นของความว่างเปล่า…
“ทำ” เสียงนั้นสั่งการ “หลั่งเลือดของเจ้า… ยอมรับพันธสัญญา… แล้วมัน…” (เงามืดพยักไปทางนนท์) “…จะเป็นอิสระ”
ดาวชูกริชขึ้น…
เธอมองไปที่นนท์… ที่ตอนนี้คลานไปจนเกือบถึงทางเข้าห้องโถงแล้ว… เขานั่งนิ่ง… จ้องมองเธอ… ไม่กล้าขยับ… รอ…
ดาวหงายฝ่ามือข้างซ้ายขึ้น…
เธอมองเส้นเลือดที่เต้นตุบๆ ใต้ผิวหนัง…
“ฉัน… ยอมรับ”
เธอพูด…
และเธอก็กดใบมีด… กรีดลงไปบนฝ่ามือของตัวเอง…
ฉึก…
มันไม่รู้สึกเจ็บ… มันแค่… เย็น…
เลือด… หยดแรก… ผุดขึ้นมา…
มันไม่ใช่สีแดงสด…
มันเป็นสีแดงเข้ม… จนเกือบดำ…
มันหยด…
หยด…
ลงบนใจกลางแท่นบูชาหิน…
วินาทีที่หยดเลือดสัมผัสกับหิน…
ครืนนนนน!
คลื่นพลังงาน… ระเบิดออกมาจากแท่นบูชา…
แสงสีเขียวอมฟ้าในคริสตัลที่ผนัง… สว่างวาบ… จ้า… จนแสบตา…
แล้ว…
พรึ่บ!
ดับลง…
ห้องโถงทั้งห้อง… ตกอยู่ในความมืดสนิท…
มีเพียง… ดวงตาสีแดงเพลิงสองดวงของผู้คุม… ที่ยังคงลุกโชน…
“อ๊ากกกกกกกกก!”
ดาวกรีดร้อง…
มันไม่ใช่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด…
มันคือเสียงร้อง… ของบางสิ่งที่กำลังถูกฉีกกระชาก… และถูก “เติมเต็ม”… ในเวลาเดียวกัน…
ร่างของเธอบิดเกร็ง…
“ผู้คุม”… เงามืดมหึมานั้น… เริ่มสลายตัว…
มันไม่ได้จางหายไป…
มัน “ไหล”…
มวลเงาดำนับพันสาย… พุ่งออกจากร่างหลัก… เหมือนอสรพิษสีดำ…
พุ่งตรงมาที่ “ดาว”…
“ไม่! เกิดอะไรขึ้น!” นนท์กรีดร้อง… ลนลาน…
เงามืดเหล่านั้น… ไหลเข้าสู่ร่างของดาว…
มันแทรกซึม… ผ่านผิวหนัง… ผ่านดวงตา… ผ่านปากที่อ้ากว้าง… และผ่านบาดแผลที่เปิดอยู่บนฝ่ามือของเธอ…
“นี่… นี่มันไม่ใช่การแทนที่…”
ดาวพูด… แต่เสียงของเธอ… เริ่มเปลี่ยนไป…
มันทุ้ม… และซ้อนทับ… กลายเป็นเสียงประสานที่น่าขนลุก…
“มันคือ… การ ‘หลอมรวม’…”
“พิธีกรรม… ไม่ใช่การ ‘แทนที่’…”
เสียงของผู้คุม… ดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย… ก้องกังวาน… และค่อยๆ แผ่วเบา…
“มันคือการ… ‘เติมเต็ม’…”
ร่างของดาว… ลอยขึ้นจากแท่นบูชา…
เธอลอยสูงขึ้น… ร่างกายบิดโค้ง… มวลเงาดำ… หมุนวนรอบตัวเธอ… ราวกับพายุ…
ผมยาวสลวยของเธอ… สะบัดไปมา…
“กรรรร… อ๊ากกก…”
เสียงคำราม… และเสียงกรีดร้อง… ดังออกมาจากร่างของเธอ… เป็นเสียงของ “สองตัวตน”… ที่กำลังต่อสู้… และหลอมรวม…
แล้ว… ทุกอย่างก็หยุด…
เสียงกรีดร้อง… เงียบลง…
ร่างของดาว… ค่อยๆ ลอยกลับลงมา…
เธอยืน… บนแท่นบูชา… อย่างมั่นคง…
เธอยืนนิ่ง… เงียบ…
ดวงตาสีแดงเพลิงของผู้คุม… หายไปแล้ว…
ห้องโถง… มืดสนิท…
มีเพียงแสงจันทร์จางๆ… ที่เริ่มส่องลอดมาจาก… รอยแยกบนเพดาน… ที่ดาวไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน…
“ด… ดาว…”
นนท์กระซิบเรียก… เสียงสั่นเทา…
ร่างที่ยืนอยู่บนแท่นบูชา… ค่อยๆ… หันศีรษะมา…
ความมืดในห้อง… ดูเหมือนจะขยับตาม… เคลื่อนไหวไปตามเจตจำนงของเธอ…
ดวงตาของเธอ… ลืมขึ้น…
ว่างเปล่า…
มันเป็นสีดำสนิท… ทั้งตาขาว… และตาดำ…
เหมือนกับที่นนท์เคยเห็นในกล้องวิดีโอ…
แต่คราวนี้… มันไม่ใช่แค่การถูกสิง…
มันคือ… การเป็นเจ้าของ…
เธอ… มองมาที่นนท์…
มุมปากของเธอ… ค่อยๆ ยกขึ้น…
เป็นรอยยิ้ม… ที่เย็นชา… และไร้ความรู้สึก…
“ไปซะ”
เสียงของเธอ… ไม่ใช่เสียงของดาวอีกต่อไป…
มันคือเสียงของผู้คุม… เสียงกระซิบ… เสียงคำราม… หลอมรวมกัน… ทรงพลัง… และโบราณ…
นนท์ไม่ต้องรอให้พูดซ้ำ…
เขาลนลาน… คลาน… และวิ่ง…
คว้าไฟฉายที่ตกอยู่… และวิ่ง… วิ่งไม่คิดชีวิต…
เขาวิ่งกลับไปยังทางเดิน… ที่เขาเข้ามา…
และครั้งนี้…
ทางเดิน… เปิดโล่ง…
ไม่มีทางตัน… ไม่มีกับดัก…
เหมือน “มัน”… กำลังอนุญาตให้เขาไป…
เขาวิ่ง…
วิ่งผ่านทางแยก… ที่ผนังปิดทับร่างของฟ้า… (ตอนนี้มันเป็นเพียงผนังหินธรรมดา)
เขาวิ่ง…
วิ่งผ่านห้องโถง… ที่พวกเขาเจอรอยข่วนสามรอย…
เขาวิ่ง…
วิ่งผ่านทางเดิน… ที่เขาเห็นเด็กผี…
เขาวิ่ง… จนกระทั่ง…
แสงสว่าง…
แสงสีเทาจางๆ… อยู่ข้างหน้า…
ทางเข้าถ้ำ…
ผนังหินที่เคยปิดตาย… บัดนี้… หายไปแล้ว…
“แฮ่ก… แฮ่ก…”
นนท์พุ่งตัว… ล้มกลิ้ง… ออกจากปากถ้ำ…
ร่างกายของเขากระแทกกับพื้นหญ้า… ที่ชื้นไปด้วยน้ำค้าง…
อากาศ…
อากาศบริสุทธิ์…
เขาโกยอากาศเข้าปอด… ไอค่อกแค่ก…
เขา… รอดแล้ว…
เขารอดแล้ว!
ท้องฟ้า… เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม…
แสงแรกของวัน… กำลังจะมาถึง…
นนท์หัวเราะ… แล้วก็ร้องไห้…
เขามองย้อนกลับไป… ที่ปากถ้ำ… ที่มืดมิด…
เขาคิดว่าเขาตาฝาด…
แค่เพียงเสี้ยววินาที…
เขาเห็น…
ดวงตาสองดวง… ที่ดำสนิท…
กำลังจ้องมองเขา… ออกมาจากความมืดนั้น…
“อ๊ากกก!”
นนท์กรีดร้อง… ลุกขึ้น… วิ่งสะดุด… ไปที่รถ…
เขากระชากประตู… สตาร์ทเครื่อง…
เสียงยางบดกับพื้นดินดังลั่น…
เขากลับรถ… และเหยียบคันเร่ง… มุ่งหน้าหนี…
หนีออกจากวัดถ้ำเสือ…
ทิ้งทุกอย่าง… ไว้เบื้องหลัง…
เสียงล้อรถบดถนนลูกรังดังลั่น… นนท์เหยียบคันเร่งจนจมมิด…
เขาไม่ได้มองทาง… เขาขับรถด้วยสัญชาตญาณดิบ… สัญชาตญาณของการหนีตาย…
กระจกมองหลัง… สะท้อนภาพซุ้มประตูวัดถ้ำเสือ… ที่ค่อยๆ เล็กลง… ห่างไกลออกไป… จนลับสายตา…
เขาถึงค่อยๆ ผ่อนคันเร่งลง… เมื่อรถกลับมาอยู่บนถนนลาดยางสายหลัก…
แสงอาทิตย์ยามเช้า… สาดส่องเข้ามา… อาบไล้ทุกสิ่งด้วยสีทองจางๆ…
มันควรจะเป็นแสงแห่งความหวัง…
แต่สำหรับนนท์… มันคือแสงที่เปิดโปง…
มือของเขา… ที่กำพวงมาลัย… สั่นเทาอย่างรุนแรง…
รอยขีดข่วน… รอยฟกช้ำ… และคราบดิน…
เสื้อผ้าของเขา… ขาดวิ่น… เหม็นกลิ่นอับชื้นของถ้ำ… กลิ่นของความกลัว… และกลิ่น… คาวเลือดจางๆ…
เขา… รอดมาได้ยังไง…
เขายังไม่กล้าเชื่อ…
เขาจอดรถแอบข้างทาง… ใต้ต้นไม้ใหญ่…
ความเงียบ… เข้ามาแทนที่…
มีเพียงเสียงหอบหายใจของตัวเอง…
เขาค่อยๆ ก้มลงมอง… คอของเขา… ที่ถูกเงามืดบีบรัด…
มันเจ็บ… แต่ไม่มีรอย… ไม่มีรอยนิ้วมือ… ไม่มีรอยช้ำ…
เหมือนกับว่า… มันไม่เคยเกิดขึ้น…
“ฝัน… มันต้องเป็นฝัน…”
เขาพึมพำ…
แต่แล้วเขาก็เห็น… กล้องวิดีโอของวิน… ที่เขาวางไว้บนเบาะข้างคนขับ…
เขาหยิบมันขึ้นมา… ด้วยมือที่สั่นเทา…
หน้าจอยังคงมีรอยร้าว… แต่ไฟยังเข้า…
เขาเปิดเครื่อง…
“กรุณาใส่การ์ดหน่วยความจำ”
นนท์ขมวดคิ้ว… เขากดเปิดช่องใส่การ์ด…
ว่างเปล่า
เมมโมรี่การ์ด… หายไป…
“เป็นไปได้ยังไง…”
เขาจำได้… เขายังดูมันอยู่ในถ้ำ…
หรือว่า… มันหล่น… ตอนที่เขาวิ่งหนี…
“ไม่…”
หลักฐานชิ้นเดียว… หายไปแล้ว…
“ไม่เป็นไร… กูรอด… กูกลับมาแล้ว…”
เขาพยายามปลอบใจตัวเอง…
เขาเหลือบมองเบาะหลัง…
ว่างเปล่า…
ไม่มีวิน… ไม่มีฟ้า… ไม่มีดาว…
ความจริงอันหนักอึ้ง… โถมเข้าใส่เขา…
พวกเขาตายแล้ว…
เพื่อนของเขา… ตายหมดแล้ว…
และเขา… คือคนเดียวที่รอด…
“ทำไม…”
ทำไม “มัน” ถึงปล่อยเขามา…
“ไปซะ”
เสียงที่ดำมืดและไร้ความรู้สึกของดาว… ก้องอยู่ในหัว…
“มัน”… ไม่ได้ปล่อยเขา…
“มัน”… สั่งให้เขาไป…
นนท์ทุบพวงมาลัยอย่างแรง… “อ๊ากกก!”
เขาไม่ได้ดีใจที่รอด…
เขากำลังสับสน… และหวาดกลัว…
เขาขับรถต่อ…
ไม่ใช่กลับกรุงเทพ… แต่ตรงไปยังสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด…
“ผม… ผมไม่รู้… มันเกิดขึ้นเร็วมาก…”
นนท์นั่งตัวสั่น… ผ้าห่มคลุมไหล่… อยู่ในห้องสอบสวนเล็กๆ ของ สภ. ประจำอำเภอ…
นายตำรวจวัยกลางคน… ร้อยตำรวจเอกสมชาย… มองเขาด้วยสายตาที่อ่านยาก…
“คุณนนท์… ใจเย็นๆ นะครับ” สมชายพูดเสียงเรียบ “เล่าให้ผมฟังอีกครั้ง… ช้าๆ ชัดๆ”
“เรา… เราไปถ่ายหนังกันครับ… ที่วัดถ้ำเสือ…” นนท์เริ่มเล่า… แต่เขาไม่ได้เล่าความจริง…
เขาจะเล่าความจริง… ได้ยังไง…
“แล้ว… เกิดดินถล่มครับ… ข้างใน… ตอนที่เรากำลังถ่ายทำ… มันมืดไปหมด…”
“ผม… ผมวิ่งหนีออกมา… แต่เพื่อนผม…”
น้ำตาของนนท์ไหลออกมา… ครั้งนี้… มันคือการแสดง… หรือคือความรู้สึกผิดจริงๆ… เขาก็แยกไม่ออก…
“เพื่อนผม… วิน… ฟ้า… แล้วก็ดาว… พวกเขา… พวกเขาติดอยู่ข้างใน…”
สมชายจดบันทึก “ดินถล่ม… งั้นเหรอ”
“ครับ… ครับ… ดินถล่ม” นนท์ย้ำ
“แปลกนะ” สมชายเงยหน้าขึ้น “เมื่อเช้า… ทางเราเพิ่งได้รับแจ้งจากชาวบ้าน… ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งแอบเข้าไปในวัดถ้ำเสือ… ซึ่งเป็นเขตหวงห้าม”
นนท์ชะงัก “ชาวบ้าน…”
“ใช่… ป้าเจ้าของร้านอาหาร… ที่พวกคุณแวะกินก่อนเข้าไป… แกจำรถคุณได้”
นนท์กลืนน้ำลาย…
“แล้วที่แปลกกว่านั้น” สมชายพูดต่อ “คือเจ้าหน้าที่ของเรา… เพิ่งจะกลับออกมาจากที่นั่น”
หัวใจของนนท์… เต้นรัว…
“เขาไปตรวจดูแล้ว… ไม่มีร่องรอยดินถล่ม… ไม่มีอะไรเลย… คุณนนท์”
“ไม่… ไม่จริง! มันต้องมี!” นนท์เถียง “พวกเขายังอยู่ข้างใน! คุณต้องไปช่วยพวกเขา!”
“เราเข้าไปแล้ว” สมชายพูดเสียงแข็ง “เราเข้าไปจนสุดถ้ำ… เราไม่พบใคร… ไม่พบเพื่อนคุณ… ไม่พบร่องรอยการต่อสู้…”
สมชาย… หยุดเว้นช่วง…
“แต่เราพบ… อุปกรณ์ของคุณ”
“เราพบขาตั้งกล้อง… ไฟ… กระเป๋า… แต่ไม่พบกล้อง… ไม่พบเมมโมรี่การ์ด…”
“และเราก็ไม่พบ… ‘คน’…”
นนท์ตัวสั่น… “เป็นไปไม่ได้… เป็นไปไม่ได้!”
“มันเหมือนกับว่า…” สมชายจ้องตานนท์ “…พวกเขา… แค่… ‘หาย’ ไปเฉยๆ”
ความเงียบ… เข้าปกคลุมห้องสอบสวน…
“คุณนนท์… ผมต้องขอกักตัวคุณไว้ก่อน” สมชายพูด “ในฐานะ… ผู้ต้องสงสัย… หรืออย่างน้อยก็… พยานคนสำคัญเพียงคนเดียว… จนกว่าเราจะรู้ว่า… เกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของคุณกันแน่”
นนท์ไม่ได้โต้เถียง…
เขาไม่มีอะไรจะพูด…
คำโกหกของเขา… พังทลายลง…
และความจริง… ก็เป็นสิ่งที่ไม่มีใครเชื่อ…
สองวัน… ผ่านไป…
นนท์ถูกปล่อยตัว…
เขาไม่ได้ถูกปล่อยเพราะพ้นข้อกล่าวหา…
แต่เพราะ… ไม่มีหลักฐาน…
ไม่มีหลักฐานว่าเขาฆ่าเพื่อน… แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าเพื่อนเขายังมีชีวิตอยู่…
ทีมค้นหา… เข้าไปในถ้ำอีกหลายครั้ง… พวกเขาโรยตัวลงไปในปล่อง… พวกเขาใช้สุนัขดมกลิ่น…
แต่สิ่งที่พบ… มีเพียงความว่างเปล่า…
วัดถ้ำเสือ… ไม่ได้กักขังเพื่อนของเขาไว้…
มัน… “กลืน” พวกเขาไปแล้ว…
นนท์กลับมาที่อพาร์ตเมนต์ของเขาในกรุงเทพ…
ข่าว… เริ่มแพร่สะพัดในมหาวิทยาลัย…
“กลุ่มนักศึกษาทำโปรเจกต์… หายสาบสูญในถ้ำ… รอด 1”
สายตาของทุกคนที่มองมาที่เขา…
มันไม่ใช่สายตาของความเห็นใจ…
มันคือสายตาของความสงสัย… “ทำไมแกถึงรอด”
“เกิดอะไรขึ้นในนั้นกันแน่”
“แกทำอะไรเพื่อน”
นนท์ขังตัวเองอยู่ในห้อง…
เขาไม่กล้าเปิดไฟ…
เขาไม่กล้า… มองกระจก…
เพราะทุกครั้งที่เขามอง… เขาไม่ได้เห็นแค่ตัวเอง…
เขาเห็น… ดวงตาสีดำสนิท… จ้องมองกลับมา…
เขาเริ่มไม่ได้นอน…
ทุกครั้งที่เขาข่มตาหลับ… เขาจะฝัน…
เขาฝันเห็น… วิน… ที่ถูกกระชากหายไปในความมืด…
เขาฝันเห็น… ฟ้า… ที่ถูกผนังหินบดขยี้…
และที่เลวร้ายที่สุด…
เขาฝันเห็น… “ดาว”…
เธอยืนอยู่บนแท่นบูชา… ร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยเงา… และยิ้ม… ด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา…
“นายเป็นของฉัน… นนท์”
เสียงของเธอ… ก้องอยู่ในหัวเขา…
“นายคือ… ‘พยาน’ ของฉัน…”
“พยานเหรอ…” นนท์พึมพำกับตัวเองในความมืด… “พยาน… เรื่องบ้าอะไร…”
เขาเริ่มดื่ม…
เขาดื่ม… เพื่อให้ลืม…
ดื่ม… เพื่อให้หลับ… โดยไม่ต้องฝัน…
แต่มันไม่ช่วย…
ยิ่งเขาเมา… ภาพก็ยิ่งชัด…
หลายสัปดาห์ผ่านไป…
นนท์กลายเป็นเหมือนซากศพเดินได้… ขอบตาดำคล้ำ… ร่างกายซูบผอม…
เขาถูกพักการเรียน…
ครอบครัวของคนที่หายไป… ทั้งวิน… ฟ้า… และดาว… ต่างพากันมาตามหาความจริงจากเขา…
พวกเขาร้องไห้… พวกเขาตะโกน… พวกเขาขู่…
แต่นนท์ไม่มีคำตอบให้…
เขาก็อยากรู้… เหมือนกัน…
ว่าทำไม… เขาถึงเป็นคนเดียว… ที่ถูก “ปล่อย”… ออกมา…
คืนหนึ่ง…
นนท์เมาหนักกว่าทุกครั้ง…
เขานั่งอยู่กลางห้องมืดๆ… ขวดเหล้าราคาถูกกลิ้งอยู่ที่พื้น…
เขาจ้องมองจอทีวีที่ปิดอยู่…
“ทำไม…” เขาถามความมืด “ทำไมต้องเป็นกู… ที่รอด…”
“เพราะเจ้า… ถูกเลือก”
เสียง…
เสียงกระซิบ…
นนท์ชะงัก… เขาหันขวับ…
“ใครน่ะ!”
ในห้อง… ไม่มีใคร…
“แกหลอนแล้วนนท์… แกมันบ้าไปแล้ว…”
“เจ้าไม่ได้บ้า…”
เสียงนั้น… ดังขึ้นอีกครั้ง…
ชัดเจน…
มันดังมาจาก… โทรศัพท์มือถือของเขา… ที่วางอยู่บนโต๊ะ…
หน้าจอที่มืดสนิท… สว่างวาบขึ้น…
มันไม่ได้แสดงสายเรียกเข้า…
มันกำลัง… “เล่นไฟล์”…
ไฟล์เสียง…
นนท์… จำสัญลักษณ์รูปคลื่นเสียงนั้นได้…
มันคือแอปบันทึกเสียง…
“นี่มัน…”
นนท์ค่อยๆ คลานเข้าไป… หยิบมือถือขึ้นมา…
หน้าจอ… แสดงชื่อไฟล์…
“พิธีกรรม.wav”
“ไม่… เป็นไปไม่ได้…”
ไฟล์นี้… มันควรจะอยู่ในเครื่องอัดเสียงของดาว…
เครื่องอัดเสียง… ที่หายไปในถ้ำ…
“คิก… คิก…”
เสียงหัวเราะของเด็ก… ดังออกมาจากลำโพง…
ตามด้วยเสียงกรีดร้องของฟ้า…
เสียงตะโกนของเขา…
เสียง… “โครม”…
นนท์ตัวสั่น… เขาพยายามจะกดปิด… แต่หน้าจอไม่ตอบสนอง…
ไฟล์เสียง… เล่นต่อไป…
มันคือเสียง… บทสนทนาในห้องโถงสุดท้าย…
“เลือกสิ… ผู้สืบทอด…”
เสียงของผู้คุม…
“ฉันตกลง… ฉันจะแทนที่คุณ…”
เสียงของดาว…
และ…
เสียงกรีดร้อง… ตอนที่ทั้งสองร่างหลอมรวมกัน…
“อ๊ากกกกก!”
นนท์ปามือถือทิ้ง… มันกระแทกผนัง… แต่เสียงก็ยังคงเล่นอยู่…
“ไปซะ”
เสียงสุดท้าย… ที่สั่งให้เขาออกมา…
แล้วไฟล์ก็จบ…
ความเงียบ… กลับเข้ามา…
แต่มันเป็นความเงียบที่น่าขนลุก…
นนท์หอบหายใจ… เหงื่อแตกพลั่ก…
มัน… ตามเขามา…
มันไม่ได้ปล่อยเขา… มัน “ตาม” เขาออกมา…
ก๊อก… ก๊อก… ก๊อก…
เสียงเคาะประตู… ดังขึ้น…
นนท์สะดุ้งสุดตัว…
ใครจะมาหาเขา… ดึกขนาดนี้…
“ใครน่ะ!” เขาตะโกน…
เงียบ…
ก๊อก… ก๊อก… ก๊อก…
เสียงเคาะดังขึ้นอีก… หนักแน่น… และไม่หยุด…
นนท์คลานไปที่ประตู… มองผ่านตาแมว…
ข้างนอก… ไม่มีใคร…
“กูหลอน… กูหลอนไปแล้วจริงๆ…”
เขากำลังจะหันหลังกลับ…
“นนท์”
เสียง…
เสียงกระซิบ…
มันไม่ได้ดังมาจากนอกประตู…
มันดังมาจาก… “ในห้อง”…
นนท์หันขวับ…
ตรงกลางห้อง…
ทีวี… ที่ปิดอยู่…
จอมัน… เปิด…
หน้าจอ… ไม่ได้ฉายภาพอะไร…
มันเป็นสีดำ… แต่มีแสงเรืองรอง…
และในความมืดนั้น… เขาก็มองเห็น…
“ไม่…”
เงา…
เงาสะท้อน… ในจอทีวี…
มันคือเงาสะท้อนของห้องเขา…
และเงาสะท้อนของ “เขา”… ที่ยืนอยู่หน้าประตู…
แต่…
มี “บางอย่าง”… ยืนอยู่ข้างหลังเขา…
นนท์ตัวแข็งทื่อ…
เขาไม่กล้าหันกลับไปมอง…
เขาจ้องมองเงาสะท้อนในทีวี…
ร่าง…
ร่างที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา… ในห้อง…
ร่างที่สูง… และมืดมน…
มันค่อยๆ… ยกแขนขึ้น…
และวาง… “มือ”… ที่เป็นเพียงเงามืด… ลงบนไหล่ของเขา…
“เรา… มารับ… ‘พยาน’ ของเรา… กลับบ้าน”
เสียงนั้น… ดังขึ้น…
จาก “ข้างหลัง” เขา…
ความเย็น…
มันไม่ใช่แค่ความเย็น… มันคือการ “สูญเสีย” ความร้อน…
“มือ” ที่เป็นเงามืด… วางอยู่บนไหล่ของนนท์… มันไม่ได้บีบ… มันไม่ได้ผลัก…
มันแค่… “พัก”… อยู่ตรงนั้น…
แต่น้ำหนักของมัน… หนักราวกับหินหน้าหลุมศพ…
นนท์ยืนตัวแข็งทื่อ… เขาจ้องมองเงาสะท้อนในจอทีวีที่มืดสนิท…
ภาพของ “มัน” ที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเขา… ชัดเจนจนน่าสยดสยอง…
เขาไม่กล้าหันกลับไป…
เขาไม่กล้า… แม้แต่จะหายใจ…
“นาย… คือ ‘พยาน’…”
เสียงนั้น… ดังขึ้นอีกครั้ง…
คราวนี้… มันไม่ได้ดังจากข้างหลัง…
มันดัง… “รอบตัว” เขา…
มันดัง… “ในหัว” ของเขา…
“พยาน… ที่ทำหน้าที่ได้อย่าง… สมบูรณ์แบบ”
นนท์อยากจะกรีดร้อง… แต่เสียงของเขาจุกอยู่ที่ลำคอ…
“แก… แกต้องการอะไร…” เขาเค้นเสียงออกมา…
“ต้องการอะไรเหรอ… นนท์”
เสียงนั้น… หัวเราะ… เป็นเสียงหัวเราะที่แหบพร่า… เย็นเยียบ… “เรา… แค่มาขอบคุณ”
“ขอบคุณ…?”
“ใช่… ขอบคุณ… ที่พาทุกอย่าง… กลับมาที่เดิม”
“แก… หมายความว่ายังไง…” นนท์สั่นสะท้าน… ความเย็นจาก “มือ” นั้น… เริ่มแผ่ซ่าน… ไหลผ่านเสื้อผ้า… ลงมาที่แขน… ทำให้แขนของเขาชา…
“นายคิดว่า… นาย ‘รอด’ เหรอ”
เสียงในหัวของเขา… เยาะเย้ย…
“นายคิดว่า… นาย ‘หนี’ ออกมาได้… ด้วยตัวเองเหรอ”
“นนท์… นนท์… นนท์…”
เสียงนั้น… เรียกชื่อเขาซ้ำๆ… ราวกับปลอบเด็ก…
“นายมัน… โง่… มาตั้งแต่ต้น… จนจบ”
ทันใดนั้น…
ภาพ… ก็ทะลักเข้ามาในหัวของนนท์…
มันไม่ใช่ความฝัน… มันไม่ใช่ความทรงจำของเขา…
มันคือ… “ความจริง”…
ภาพแรก…
คือ “ดาว”…
ดาว… กำลังนั่งอยู่กับผู้หญิงชรา… คนที่นนท์จำได้…
ป้า… เจ้าของร้านอาหาร!
ป้าคนนั้น… ไม่ได้ “เตือน” ดาว…
ป้าคนนั้น… กำลัง… “มอบ” บางอย่างให้เธอ…
มันคือ… กริชเล่มนั้น… กริชด้ามกระดูก…
“ถึงเวลาแล้ว… ลูกหลาน” เสียงของป้าดังขึ้นในภาพ… “สิ่งที่ถูกขัง… ต้องถูกปลดปล่อย… ด้วยสายเลือดที่ถูกต้อง… จงไป… และทวงคืน… ตำแหน่งของเจ้า”
ภาพ… ตัดไป…
“ไม่…” นนท์พึมพำ… “ดาว… แก…”
ภาพที่สอง…
คือ “ฟ้า”…
ฟ้า… กำลังยืนคุยกับดาว… ไม่ใช่ในถ้ำ… แต่คือ… สองวันก่อนที่พวกเขาจะออกเดินทาง…
ฟ้า… ไม่ได้ดูวิตกกังวล…
เธอกำลัง… “ยิ้ม”…
“แกแน่ใจนะดาว… ว่ามันจะสำเร็จ” เสียงของฟ้าดังขึ้น “ฉันไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด”
“มันไม่พลาดหรอกฟ้า” เสียงของดาวตอบ… (เสียงดาว… ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนไป) “มันถึงเวลาแล้ว… พวกเขา… ต้องชดใช้”
“ชดใช้…?”
“นนท์… กับความทะนงตนของมัน… วิน… กับความอวดดี… ที่ไม่เคยเชื่ออะไร…”
“พวกมัน… สมควรแล้ว… ที่จะเป็น ‘เครื่องสังเวย’…”
ภาพในหัวของนนท์… สั่นไหว…
“ไม่… ไม่จริง… ฟ้า… ฟ้าตายแล้ว! กูเห็น… กูเห็นผนังมันบด…”
“นายเห็น… ในสิ่งที่ ‘เรา’ …อยากให้นายเห็น”
เสียงของผู้คุม… ดังแทรกขึ้นมา…
ภาพที่สาม… ฉายขึ้น…
คือภาพ… ในทางแยก…
ตอนที่นนท์ผลักดาวไปทางขวา… และลากฟ้าไปทางซ้าย…
ภาพ… จากมุมมองของ “เด็กผี” ตนนั้น…
เด็กผี… ไม่ได้จ้องนนท์…
มันจ้อง “ฟ้า”…
และมันก็… “ยิ้ม”…
ฟ้า… ไม่ได้กรีดร้อง…
ฟ้า… “พยักหน้า”…
วินาทีที่เด็กผีพุ่งเข้าใส่… มันไม่ได้ “โจมตี”…
มัน “โอบกอด” เธอ…
และผนังหินที่ “ปิด”… มันไม่ได้ “บดขยี้”…
มัน “เปิดออก”…
เปิดออก… สู่ทางลับ… และพาฟ้า… หายเข้าไป…
“ฟ้า…” นนท์แทบจะอาเจียน… “แก… แก…”
“ฟ้า… คือ ‘ผู้รับใช้’ ที่ซื่อสัตย์”
เสียงในหัวของนนท์อธิบาย…
“นาง… คือคนแรก… ที่ยอมสละ… วิญญาณของตัวเอง… ให้กับ ‘ผู้คุม’… แลกกับการได้รับใช้… ตลอดไป”
“วิน… คือ ‘อาหาร’… ความกลัว… และพลังชีวิตของมัน… คือสิ่งที่ใช้… ‘ปลุก’ ข้า… จากการหลับใหล”
“ดาว… คือ ‘ภาชนะ’… คือสายเลือด… คือทายาท… ที่จะมา… ‘หลอมรวม’…”
นนท์ยืนนิ่ง… รับฟัง… ชะตากรรมของเพื่อน…
น้ำตาของเขาไหลออกมา… ไม่ใช่เพราะเสียใจ…
แต่เพราะ… ความสยดสยอง… ที่เขากำลังตระหนักรู้…
“แล้วกู…”
เขาเค้นถาม… “แล้วกู… คืออะไร”
“มือ” ที่เป็นเงามืดบนไหล่ของเขา… บีบแน่นขึ้น…
แน่น… จนกระดูกไหล่ของเขา… แทบจะแหลกสลาย…
“อ๊าก!” นนท์ร้องลั่น…
“นาย…”
เสียงนั้น… กระซิบ… ใกล้… จนเหมือนดังมาจากในปากของเขาเอง…
“นายคือ… ‘ผู้กำกับ’… ยังไงล่ะ”
นนท์เบิกตากว้าง…
“นาย… คือคน… ที่พาพวกเราทุกคน… ‘กลับบ้าน’…”
“ความทะเยอทะยานของนาย… ความอวดดีของนาย… ที่คิดว่าตัวเองควบคุมทุกอย่างได้…”
“มันไม่ใช่ ‘ข้อเสีย’ ของนายหรอก… นนท์”
“มันคือ… ‘หน้าที่’ …ของนาย”
“นายคือคน… ที่ขับรถ… พา ‘เครื่องสังเวย’…”
“…พา ‘ผู้รับใช้’…”
“…และพา ‘ภาชนะ’…”
“…มาถึง… ‘แท่นบูชา’…”
ความจริง… มันโหดร้าย… มันบดขยี้…
นนท์ไม่ได้รอด…
เขา… ไม่เคยเป็น… “ผู้เล่น” …ตั้งแต่แรก…
เขาเป็นแค่… “ยานพาหนะ”…
“คำให้การของนาย… เรื่อง ‘ดินถล่ม’ … ตำรวจ… การค้นหา…”
“มันคือ… ‘ฉากจบ’… ที่สมบูรณ์แบบ”
“นาย… ปิดบัง… ร่องรอยของเรา… นาย… สร้างเรื่องเล่า… ให้กับโลกภายนอก…”
“นาย… คือ ‘พยาน’ … ที่ยืนยันว่า… เรา… ‘ไม่มีอยู่จริง’…”
“นนท์…”
“มือ” เงานั้น… คลายออก…
แต่… มันไม่ได้หายไป…
มันเลื่อน… จากไหล่… มาที่ต้นคอ…
นิ้ว… (ที่เป็นเพียงความมืดเย็นเยียบ) … ลูบไล้… สันกรามของเขา…
“นาย… ทำหน้าที่ของผู้กำกับ… ได้ดีมาก”
“แต่… กองถ่ายของเรา… ยังไม่ปิดกล้อง”
“เรา… ยังขาด… ‘คนดู’…”
“เราคิดถึง… ‘ผู้กำกับ’ …ของเรา”
นนท์… กลั้นหายใจ…
เขา… รวบรวมความกล้า… ทั้งหมด… ที่เหลืออยู่ในชีวิต…
และหัน… กลับไป…
ในห้อง… ที่มืดสลัว…
มีเพียงแสงจันทร์จางๆ… ที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา…
มัน… ไม่ใช่เงาดำ…
“ดาว”…
เธอยืนอยู่ตรงนั้น…
ยืนอยู่กลางห้องของเขา…
เธอสวมชุดเดิม… ชุดที่เปื้อนดิน… และคราบเลือดแห้งกรัง…
ใบหน้าของเธอ… ซีดขาว… ราวกับกระเบื้องเคลือบ…
และดวงตาของเธอ…
ดำสนิท…
เธอกำลัง… “ยิ้ม”…
รอยยิ้ม… ที่เขาเห็น… ในความฝัน…
รอยยิ้ม… ที่เขาเห็น… ในจอทีวี…
รอยยิ้ม… ที่ไร้ความรู้สึก… แต่เต็มไปด้วย… “อำนาจ”…
“ดาว…” นนท์พึมพำ… เขาถอยหลัง… จนแผ่นหลังชนกับประตู…
“ฉัน… ไม่ใช่ดาว”
เธอตอบ… เสียงของเธอดังออกมาจากริมฝีปาก… แต่ก็ยังคงก้อง… อยู่ในหัวของเขา…
“ดาว… คือ ‘ภาชนะ’ … ตอนนี้… มันถูก ‘เติมเต็ม’ แล้ว”
“แก… แกต้องการอะไรจากกูอีก!” นนท์ตะโกน “กูทำทุกอย่างที่พวกแกต้องการแล้ว! กูโกหกตำรวจ! กูไม่พูดอะไรเลย! ปล่อยกูไป!”
“ปล่อยเหรอ”
เธอยิ้มกว้างขึ้น…
“นนท์… นายยังไม่เข้าใจอีกเหรอ”
“ไม่มีใคร… ‘ถูกปล่อย’ …จากวัดถ้ำเสือ”
“มีแค่… ‘ถูกเลือก’ …เท่านั้น”
“ดาว” (หรือ “มัน”) … เอียงคอ…
“นายคิดถึง… ฟ้า… มั้ย”
นนท์ชะงัก…
“แก… แกพูดเรื่องอะไร…”
“ดาว” … ยกมือขึ้น…
และ “กวักมือ” … ไปยังเงามืด… ที่มุมห้อง…
เงามืดนั้น… ก่อตัวขึ้น…
ขยับ…
และเดิน… ออกมา…
ร่าง…
ร่างของ “ฟ้า”…
เธอยืนอยู่ตรงนั้น… ข้างๆ “ดาว”…
เสื้อผ้าของเธอ… ไม่ได้ขาดวิ่น…
แต่ใบหน้าของเธอ…
ซีดขาว… เหมือนกัน…
และดวงตาของเธอ…
ก็ดำสนิท…
“สวัสดี… นนท์”
ฟ้า… พูด…
เสียงของเธอ… แบนราบ… และไร้ชีวิต…
เธอยิ้ม…
รอยยิ้มเดียวกับ “ดาว”…
“เรา… มารับนาย… กลับบ้าน”
นนท์มอง “ดาว”… แล้วมอง “ฟ้า”…
มองอสูรกายสองตน… ที่เคยเป็น… “เพื่อน” ของเขา…
ความจริง… มันบดขยี้…
การหลอกลวง… มันสมบูรณ์แบบ…
เขา… คือคนสุดท้าย…
“ไม่… ไม่… ไม่!!!”
นนท์กรีดร้อง…
เขาทุบประตู… พยายามเปิดลูกบิด…
แต่ลูกบิด… มันไม่ขยับ… มันถูก “ยึด”… ด้วยเงามืด…
“ได้เวลา… ฉายหนังรอบปฐมทัศน์แล้ว… ผู้กำกับ”
เสียงของ “ดาว” … ดังขึ้น…
ร่างของเธอกับฟ้า… “ไหล”…
พวกเธอไม่ได้เดิน…
พวกเธอ “เคลื่อน”… เข้าหาเขา…
นนท์หันหลังกลับ… แผ่นหลังแนบประตู…
เขาไม่มีที่หนี…
เขามองใบหน้า… ที่ไร้ดวงตา… แต่ดำมิด… ของเพื่อนทั้งสอง… ที่กำลังเข้ามาใกล้…
“ไม่… ออกไป! ออกไปจากกู!”
“ดาว”… ยกมือขึ้น… นิ้วที่ซีดเซียว… สัมผัสที่แก้มของนนท์…
มัน “เย็น”…
“ชู่ว์…”
“ดาว” … กระซิบ…
“เรื่องราว… กำลังจะเริ่ม… แล้ว”
นนท์… อ้าปากค้าง…
เขาพยายามจะกรีดร้อง…
แต่ไม่มีเสียง… เล็ดลอดออกมา…
ดวงตาของเขา… เบิกกว้าง…
และเขาก็ได้เห็น…
ดวงตาสีดำสนิทของ “ดาว”…
มันไม่ได้… ว่างเปล่า…
ข้างในนั้น…
เขาเห็น…
ความมืด…
ความมืดที่ไร้ที่สิ้นสุด…
และความมืดนั้น… ก็พุ่งเข้าหา…
โอบล้อม…
และกลืนกินเขา…
ความมืด…
มันไม่ได้เป็นเพียงการขาดแสงสว่าง…
มันคือ “สสาร”… ที่ไหลทะลักออกมาจากดวงตาสีดำสนิทของ “ดาว”…
นนท์พยายามกรีดร้อง… แต่เสียงของเขา… ถูกความมืดนั้น… “กลืน”… หายเข้าไปในลำคอ…
ความรู้สึกจากร่างกาย… ค่อยๆ หายไป…
มือที่เขาใช้ทุบประตู… ชา…
ขาที่สั่นเทา… หมดความรู้สึก…
ร่างกายของเขา… ที่ยืนพิงประตู… ไม่ได้ล้มลง…
มัน… “สลาย”…
สลาย… กลายเป็นอนุภาค… ถูกดูด… เข้าไปในความมืดนั้น…
เสียงไซเรน… เสียงรถรา… เสียงของเมืองกรุง… ที่เคยดังอยู่ไกลๆ…
บัดนี้… เงียบสนิท…
ถูกแทนที่… ด้วยเสียง…
เสียงกระซิบ… ของวิญญาณนับร้อย…
เสียงน้ำ… หยด…
เสียงสะท้อน… ของถ้ำ…
“ไม่… ไม่… ปล่อยกู! กูขอโทษ! ปล่อยกูไป!”
นนท์กรีดร้อง… แต่ไม่ใช่ด้วยเสียง…
เขา… กรีดร้อง… ด้วย “จิต”…
แล้ว…
แสงสว่าง… ก็กลับมา…
มันไม่ใช่แสงจากหลอดไฟ… ไม่ใช่แสงอาทิตย์…
มันคือ… แสงสีเขียวอมฟ้า… ที่คุ้นเคย…
นนท์… “ลืมตา”…
เขาไม่ได้มีเปลือกตาอีกต่อไป… แต่เขา “เห็น”…
เขา… กลับมาแล้ว…
เขากลับมา… ในห้องโถงคริสตัล…
แต่… มันไม่เหมือนเดิม…
เขาลองขยับ…
ขยับไม่ได้…
เขาลองก้มมองร่างกาย…
เขา… ไม่มีร่างกาย…
นนท์… กลายเป็น… “การรับรู้”…
เขาคือ… “ดวงตา”… ที่ถูกบังคับให้เปิด…
เขาถูกตรึง… เขาไม่ได้ “ยืน” อยู่ในห้อง…
เขา “เป็นส่วนหนึ่ง”… ของผนังคริสตัล…
เขาถูกฝัง… กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพจิตรกรรมฝาผนัง…
เขา… กลายเป็น “ผู้ชม”… ที่ถูกตรึงอยู่กับที่นั่ง…
และภาพที่เขาเห็นตรงหน้า…
คือ… “ฉากจบ”… ที่จะเล่นซ้ำ… ชั่วนิรันดร์…
ณ ใจกลางห้อง…
แท่นบูชาหิน… ที่เคยว่างเปล่า… บัดนี้… มันคือ “บัลลังก์”…
“ดาว”…
เธอนั่งอยู่บนนั้น…
ไม่ใช่ในชุดนักศึกษาที่เปื้อนดิน…
เงามืด… ที่เคยหลอมรวมกับเธอ… บัดนี้… ก่อตัวขึ้น… ถักทอ…
กลายเป็น… “อาภรณ์”… สีดำสนิท…
มันเคลื่อนไหว… ราวกับมีชีวิต…
ดวงตาสีดำสนิทของเธอ… กวาดมอง… “อาณาจักร” ใหม่ของเธอ… ด้วยความพึงพอใจ…
ที่ข้างบัลลังก์นั้น…
“ฟ้า”…
เธอยืนนิ่ง… สงบ…
ดวงตาสีดำของเธอ… จ้องมองไปข้างหน้า… ว่างเปล่า…
เธอคือ… “ผู้รับใช้”… ที่ซื่อสัตย์… ยืนเฝ้า… “ราชินี”… ของเธอ…
“ไม่… ไม่จริง… นี่มันเป็นไปไม่ได้…”
จิตของนนท์… กรีดร้อง…
แล้วเขาก็สังเกตเห็น…
ที่มุมหนึ่งของห้องโถง…
ร่างเล็กๆ… ของ “เด็กผี”…
มันไม่ได้ยิ้มกว้าง… หรือไล่ล่าใครอีกต่อไป…
มันนั่งคุดคู้… กอดเข่า…
“คิก… คิก…”
เสียงหัวเราะเบาๆ… ดังในหัวของนนท์…
มันคือเสียงหัวเราะ… ของความ… “สงบ”…
ความเกรี้ยวกราด… ได้ถูกปลดปล่อย… บัดนี้… มันได้พบ… “เจ้านาย” …คนใหม่…
นนท์… พยายามจะหลับตา…
เขาหลับตาไม่ได้…
เขาถูกบังคับให้มอง…
เขาเหลือบไปเห็น… อีกมุมหนึ่ง…
ผนังคริสตัล… ที่เรืองแสง…
มี “บางสิ่ง”… ฝังอยู่…
ร่าง…
ร่างของ “วิน”…
เขาไม่ได้ตาย…
เขาถูก “แช่แข็ง”…
ฝังอยู่ในเนื้อคริสตัล…
ใบหน้าของเขา… บิดเบี้ยว… ดวงตาเบิกกว้าง…
ปากอ้าค้าง…
มันคือ… “เสียงกรีดร้อง”… ที่ถูกหยุดเวลา…
มันคือภาพเดียวกับที่นนท์เห็นในกล้องวิดีโอ…
วิน… ไม่ได้ถูกฆ่า…
เขาถูก… “เปลี่ยน”…
เปลี่ยนเป็น… “เชื้อเพลิง”…
พลังงานจากความกลัว… และพลังชีวิตของเขา… ยังคงแผ่ซ่าน…
หล่อเลี้ยง… แสงสีเขียวอมฟ้า… ในห้องโถงนี้…
ชะตากรรม… ของ “เครื่องสังเวย”…
นนท์… ตระหนักรู้…
นี่คือ… “ครอบครัว”… ที่สมบูรณ์แบบ…
ราชินี (ดาว)…
ผู้รับใช้ (ฟ้า)…
เชื้อเพลิง (วิน)…
และสัตว์เลี้ยงผู้ซื่อสัตย์ (เด็กผี)…
“แล้วกูล่ะ…” นนท์คร่ำครวญ… “กูคืออะไร…”
ราวกับได้ยินคำถามนั้น…
ร่างบนบัลลังก์… ขยับ…
“ดาว”… หันหน้ามา…
ช้าๆ…
เธอไม่ได้มองไปทั่วห้อง…
เธอมองตรง…
มองทะลุความมืด…
มองมาที่… “เขา”…
มองมาที่ผนัง… ที่ที่จิตของเขาถูกกักขัง…
เธอ… “รู้”…
เธอรู้… ว่าเขาอยู่ที่นี่…
เธอมองเห็นเขา…
รอยยิ้ม… ที่เย็นชา… ไร้ความรู้สึก… ปรากฏขึ้นบนใบหน้าซีดขาวนั้น…
“ดาว”… ยกมือขึ้น…
มือข้าง… ที่มีรอยแผลเป็น… จากการกรีดเลือด…
เธอยกมันขึ้น…
ผายมือ… ไปทั่วห้องโถง…
ชี้ไปที่ฟ้า…
ชี้ไปที่วิน… ที่ถูกแช่แข็ง…
ชี้ไปที่เด็กผี…
และสุดท้าย…
ชี้มาที่ “เขา”…
เสียงของเธอ… ดังขึ้นในหัวของนนท์…
เป็นเสียงสุดท้าย… ที่เขาจะได้ยิน…
ชั่วนิรันดร์…
“ยินดีต้อนรับ… สู่รอบปฐมทัศน์… นนท์”
“และนี่…”
เสียงนั้น… เย็นเยียบ… และเต็มไปด้วยอำนาจ…
“คือ ‘ผลงาน’ … ที่นาย… กำกับ”
“นายคือ… ‘คนดู’ … ของเรา”
“นายคือ… ‘พยาน’… ตลอดกาล”
“ไม่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
นนท์… กรีดร้อง…
กรีดร้อง… อย่างไร้เสียง…
ในคุก… ที่เขาสร้างขึ้นมาเอง…
จอภาพ… (การรับรู้ของเขา)…
ไม่ดับ…
มัน… ค้าง… อยู่ที่ภาพนั้น…
ภาพของราชินีเงามืด… ที่ยิ้มให้เขา…
ตลอดไป…