อาถรรพ์ว่านพระฉิม
อากาศยามเย็นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ควรจะนำมาซึ่งความสงบ
แต่ไม่ใช่ที่นี่
ที่ “สระน้ำลาย” ความเงียบนั้นหนักอึ้ง มันหนักเหมือนแรงกดของน้ำลึกหลายร้อยเมตร มันไม่ใช่ความเงียบของความสงบ แต่เป็นความเงียบของการรอคอย
บนแพเหล็กขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่กลางสระน้ำสีเขียวมรกตเข้ม วิน กำลังตรวจสอบอุปกรณ์ดำน้ำของเขาเป็นครั้งสุดท้าย เขาคือนักโบราณคดีใต้น้ำ มืออาชีพผู้ยึดมั่นในข้อมูลและวิทยาศาสตร์ ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังจะลับขอบฟ้า ทุกการเคลื่อนไหวของเขาทั้งแม่นยำและมั่นคง เขามาที่นี่เพื่อสำรวจโครงสร้างที่จมอยู่ใต้น้ำ ไม่ใช่มาเพื่อฟังนิทานพื้นบ้าน
บุญ ชายวัยกลางคน รูปร่างผอมเกร็ง ผิวคล้ำแดด กำลังจัดเรียงถังอากาศ เขาเป็นคนท้องถิ่น เป็นผู้นำทางใต้น้ำที่เก่งที่สุดในสุโขทัย แต่แววตาของเขาที่ชำเลืองมองผิวน้ำนั้น ไม่มีความมั่นใจเหมือนวิน เขามองผิวน้ำที่นิ่งสนิทราวกับกระจก นิ่งเกินไป นิ่งจนน่าประหลาดใจ
“น้ำนิ่งเกินไปครับหัวหน้า” บุญพูดเบาๆ ทำลายความเงียบ วินไม่เงยหน้าขึ้นจากเกจวัดแรงดัน “ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ คลื่นจะได้ไม่รบกวน” “ไม่ครับ…” บุญส่ายหน้า “ที่นี่… ความนิ่งแปลว่ามันกำลังฟัง”
วินถอนหายใจยาว เขาไม่อยากต่อปากต่อคำเรื่องไสยศาสตร์ เขากับบุญทำงานร่วมกันมาหลายโครงการ แต่ไม่เคยเป็นโครงการที่อยู่ในบ้านเกิดของบุญเอง และดูเหมือนว่าความเชื่อท้องถิ่นจะฝังแน่นกว่าที่วินคิด
อีกฟากหนึ่งของแพ ฟาง หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี กำลังง่วนอยู่กับแผงควบคุมและจอภาพ เธอคือผู้เชี่ยวชาญด้านโซนาร์และ ROV (หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำ) เธอคือดวงตาของทีมในความมืดมิดเบื้องล่าง เสียงพัดลมระบายความร้อนของคอมพิวเตอร์ ดังกว่าเสียงลมหายใจของคนสามคน
“ระบบพร้อมค่ะหัวหน้า” ฟางรายงาน “พร้อมปล่อย ROV เมื่อไหร่ก็ได้” “ดีมาก” วินพยักหน้า
แต่ก่อนที่วินจะได้สั่งการต่อ บุญก็หยุดมือ เขาเดินไปที่ขอบแพ หยิบกระทงใบตองเล็กๆ ที่เตรียมมาออกจากย่าม ในกระทงมีดอกมะลิร่วงโรยเล็กน้อย กับธูปหนึ่งดอก บุญนั่งยองๆ จุดธูป แล้วพนมมือ หลับตา เสียงสวดมนต์แผ่วเบาดังขึ้น
“เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา… และท่านผู้รักษาสระน้ำแห่งนี้…” “ลูกช้างชื่อบุญ… มาทำงาน… ไม่ได้มาลบหลู่…” “ขอจงเปิดทาง… อย่าได้เอาชีวิตพวกเราไปเลย…”
วินขมวดคิ้ว เขาเดินเข้าไปหาบุญ “บุญ เราตกลงกันแล้วนะ ว่าจะไม่มีเรื่องงมงายพวกนี้” เสียงของวินกดต่ำ แต่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ “เรามาทำงานสำรวจทางโบราณคดี ไม่ใช่มาทำพิธีไล่ผี”
บุญลืมตาขึ้น แววตาของเขาแน่วแน่ ไม่ได้หวาดกลัวคำพูดของวิน “หัวหน้าครับ… ที่นี่ไม่ใช่ทะเลอันดามัน ที่เราเคยลงไป” “ที่นั่นน้ำมันไหล… มันถ่ายเท… แต่น้ำที่นี่มัน ‘ขัง’” บุญชี้ไปที่ผิวน้ำสีเข้ม “มันขังมาหลายร้อยปี… ตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวดของเรายังไม่เกิด” “น้ำที่เห็นทุกอย่าง… ได้ยินทุกอย่าง… และจำทุกอย่าง”
วินกำลังจะโต้เถียง แต่ฟางขัดจังหวะขึ้นมาก่อน “หัวหน้าคะ… ฉันเริ่มแล้วนะ” วินสลัดความหงุดหงิดทิ้ง หันไปให้ความสนใจกับจอภาพ “เริ่มได้เลยฟาง”
ฟางกดปุ่ม เสียงมอเตอร์ของเครื่องกว้านดังขึ้น ทำลายความเงียบยามเย็น หุ่นยนต์ ROV สีเหลืองสด ถูกหย่อนลงสู่ผิวน้ำ เกิดฟองอากาศเล็กน้อย แล้วร่างของหุ่นยนต์ก็หายไปในความมืดมิดสีเขียว
ภาพจากกล้องของ ROV ปรากฏขึ้นบนจอ วินาทีแรกคือฟองอากาศสีขาว วินาทีต่อมาคือสีเขียวขุ่นมัว และวินาทีที่สาม… คือความมืด แสงไฟกำลังสูงจากตัวหุ่นยนต์ส่องไปได้ไม่ไกลนัก ตะกอนลอยฟุ้งเต็มไปหมด
“ทัศนวิสัยแย่มาก” วินพึมพำ “เดี๋ยวมันก็คงดีขึ้นค่ะ เมื่อตะกอนจมตัว” ฟางพูดขณะบังคับจอยสติ๊กเบาๆ เธอค่อยๆ ลดระดับความลึกของหุ่นยนต์ ตัวเลขบนหน้าจอเพิ่มขึ้น… ห้าเมตร… สิบเมตร…
ที่ความลึกสิบห้าเมตร ตะกอนเริ่มจางลง แต่สิ่งที่ปรากฏเบื้องล่างไม่ใช่พื้นดิน มันคือความมืดที่ดำสนิทยิ่งกว่าเดิม
ทันใดนั้น ภาพบนจอก็เริ่มสั่นไหว “สัญญาณรบกวนเหรอ” วินถาม ฟางขมวดคิ้ว นิ้วของเธอรัวบนคีย์บอร์ด “แปลกมากค่ะ… มันไม่ใช่สัญญาณรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า” เธอกดเปลี่ยนหน้าจอ ไปเป็นหน้าจอแสดงผลโซนาร์แบบ 3 มิติ “มันเหมือน… คลื่นเสียงความถี่ต่ำ… แต่เยอะมาก”
บุญ ซึ่งยืนมองอยู่ห่างๆ ขยับเข้ามาใกล้ “มันว่ายน้ำกันแล้ว” เขาพูดลอยๆ
“ว่ายน้ำอะไร” วินหันไปถามอย่างรำคาญ แต่ฟางเป็นคนตอบ “หัวหน้า… ดูอุณหภูมิสิคะ” เธอกดปุ่มอีกครั้ง ตัวเลขดิจิทัลสีแดงปรากฏขึ้นชัดเจนบนหน้าจอ: 10.4°C
วินเบิกตากว้าง “เป็นไปไม่ได้!” เขาชี้ไปที่เทอร์โมมิเตอร์ที่ติดอยู่กับเสาแพ “อากาศข้างบน 35 องศา! น้ำผิวดินในสุโขทัยควรจะอยู่ที่ 28 หรือ 30 ด้วยซ้ำ!” “แต่มันคือ 10.4 ค่ะ” ฟางย้ำ “และมันกำลังลดลง… 10.3… 10.2…”
ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นไปทั่วสันหลังของวิน นี่ไม่ใช่ไสยศาสตร์ นี่คือข้อมูล นี่คือความจริงทางกายภาพที่ผิดปกติอย่างรุนแรง อากาศบนแพยังคงร้อนอบอ้าว แต่เหมือนมีไอเย็นลอยขึ้นมาจากผิวน้ำรอบๆ แพ
บุญหน้าซีดเผือด “น้ำมันเย็น…” เขากระซิบ “เพราะมัน ‘อิ่ม’” “อิ่ม?” วินหันขวับ “อิ่มอะไรของคุณ!”
“อิ่มวิญญาณ” คำพูดของบุญทำให้บรรยากาศบนแพหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม “หัวหน้ารู้ไหม ทำไมเขาถึงเรียกที่นี่ว่า ‘สระน้ำลาย’” วินส่ายหน้า “เพราะมัน ‘กลืน’ ทุกอย่างที่ตกลงไป แล้วไม่เคยคายออกมา” บุญชี้ไปที่ความมืดในจอภาพ “คนแถวนี้ไม่กล้าเข้าใกล้สระนี้ โดยเฉพาะหลังพระอาทิตย์ตกดิน พวกเขาเชื่อว่าสระนี้เป็นที่ ‘ทิ้ง’ ของ”
“ทิ้งอะไร” วินถาม เสียงของเขาเริ่มไม่มั่นคง “ขยะโบราณเหรอ” “ทิ้ง ‘กรรม’ ครับหัวหน้า” บุญกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืด “หัวหน้าเคยได้ยินเรื่อง ‘ว่านพระฉิม’ ไหม”
วินพยักหน้าช้าๆ “เคยได้ยินว่าเป็น… ว่านทางไสยศาสตร์… ประเภทสะกดวิญญาณ” “ใช่ครับ” บุญพูดต่อ “ว่านพระฉิม เป็นว่านที่ใช้ ‘ขัง’ สมัยก่อน… หรือแม้แต่สมัยนี้… เวลามีคนทำเรื่องชั่วร้าย… ทำแท้ง… ฆ่าคน… หรือถูกคุณไสยมนต์ดำ พวกเขาจะไปหาหมอผี… หมอผีจะทำพิธี ‘ย้ายกรรม’ นั้น… ย้ายวิญญาณร้าย… ย้ายคำสาปแช่ง… ใส่ลงในตุ๊กตาดินเผา หรือเครื่องปั้นดินเผาเล็กๆ แล้วใช้ว่านพระฉิมนี่แหละ… พันมันไว้… สะกดมันไว้… เพื่อไม่ให้มันกลับไปหาเจ้าของเดิม”
วินเริ่มเข้าใจ “แล้วยังไงต่อ” “ของพวกนี้มันเก็บไว้ในบ้านไม่ได้” บุญชี้ลงไปที่น้ำ “มันร้อน… มันเรียกร้อง… พวกหมอผีก็เลยต้องหาที่ ‘ปล่อย’ และสระน้ำโบราณที่ลึกที่สุดในสุโขทัยแห่งนี้… คือที่ปล่อยของชั้นดี พวกเขาเชื่อว่าน้ำที่นี่ศักดิ์สิทธิ์ จะชะล้างอาถรรพ์ได้”
“ไร้สาระ” วินพยายามดึงตัวเองกลับสู่ความเป็นจริง “มันก็แค่ตำนาน” “ถ้างั้นทำไมน้ำถึงเย็นล่ะครับหัวหน้า” แววตาของบุญเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง “มันเย็น… เพราะวิญญาณนับพันนับหมื่นที่ถูกขังอยู่ข้างล่างนั่น มันโกรธ… มันหิว… พวกมันถูกขังอยู่ในโคลนมาหลายร้อยปี และตอนนี้… เรากำลังลงไปปลุกมัน”
ทันทีที่บุญพูดจบ ฟางก็ร้องอุทานออกมา! “หัวหน้า!! ROV!!” เธอลนลานชี้ไปที่จอโซนาร์ “มีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหว! เยอะมาก!”
วินจ้องเขม็งไปที่จอ ภาพจำลอง 3 มิติ แสดงให้เห็นโครงสร้างที่พวกเขามาสำรวจ… แต่รอบๆ โครงสร้างนั้น… มีจุดเล็กๆ นับร้อย… ไม่… นับพัน! จุดเล็กๆ เหล่านั้นกำลังเคลื่อนที่
“ฝูงปลาเหรอ” วินถาม “ไม่ใช่ค่ะ” ฟางส่ายหน้า “การเคลื่อนไหวแบบนี้… มันไม่ใช่ปลา มัน… มันเหมือน… โอ้พระเจ้า… พวกมันกำลังเคลื่อนที่มาหาเรา!”
บนจอภาพหลัก แสงไฟของ ROV ส่องไปข้างหน้า ในความมืดมิดนั้น… มีบางอย่างสีซีดขาวลอยผ่านหน้ากล้องไปอย่างรวดเร็ว เร็วเกินกว่าจะมองเห็นชัด แล้วก็ตามมาอีกหนึ่ง… และอีกหนึ่ง…
วินมองไปที่จอโซนาร์ จุดนับพันกำลังรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน… มุ่งหน้าตรงมายัง ROV ของพวกเขา
บุญถอยหลังไปจนชิดขอบแพ เขามองผิวน้ำรอบตัว ผิวน้ำที่เคยนิ่งสนิทราวกับกระจก… บัดนี้… เริ่มปรากฏระลอกคลื่นเล็กๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีลมแม้แต่น้อย
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ความมืดเข้าปกคลุมอย่างรวดเร็ว และความเงียบอันหนักอึ้งของ “สระน้ำลาย” ก็ได้แตกสลายลงแล้ว
เสียงระลอกคลื่นเบาๆ กระทบแพเหล็กตลอดทั้งคืน วินนอนไม่หลับ คำพูดของบุญและภาพจากจอโซนาร์วนเวียนอยู่ในหัวของเขา ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ เขาพยายามหาเหตุผลมาอธิบาย “โพรงใต้น้ำ” (Thermocline) สามารถอธิบายอุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็วได้ “ก๊าซไข่เน่า” (Swamp gas) ที่ผุดขึ้นจากตะกอน สามารถอธิบายการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในโซนาร์ได้ แต่เขาก็รู้ดีว่า… มันเป็นคำอธิบายที่อ่อนมาก
ส่วนบุญ เขาไม่ได้นอนเลย เขานั่งสวดมนต์อยู่มุมแพจนกระทั่งฟ้าสาง ใบหน้าของเขาซูบซีด แต่แววตาแน่วแน่ขึ้น เหมือนคนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะเผชิญหน้ากับชะตากรรม
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดส่องลงมา แต่กลับไม่สามารถไล่ความเย็นเยียบของสระน้ำได้ วินตัดสินใจแล้ว “เราจะลงไป” เขาประกาศ “แค่ผมกับบุญ ฟางคอยดูสัญญาณบนนี้” ฟางพยักหน้า สีหน้าเธอยังกังวลจากเหตุการณ์เมื่อคืน “ROV ยังใช้การได้ไหม” วินถาม “ได้ค่ะ… แต่ฉันจะให้มันรักษาระยะห่างจากจุดนั้น… ใช้แค่ส่องไฟนำทาง”
วินหันไปหาบุญ “พร้อมนะ” บุญไม่ตอบ เขาเพียงแค่ดึงพระเครื่องหลายสิบองค์ที่ห้อยคอออกมาจัดให้เข้าที่ ใต้ชุดดำน้ำเปียก (wet suit) ของเขา ยังมีสายสิญจน์พันรอบเอวและข้อมือ “หัวหน้าก็ควรจะมีอะไรป้องกันตัวบ้างนะครับ” บุญพูดเบาๆ วินส่ายหน้า “ผมมีนี่” เขาตบไปที่คอมพิวเตอร์ดำน้ำบนข้อมือ “วิทยาศาสตร์คือเครื่องรางที่ดีที่สุด” “วิทยาศาสตร์… อธิบายไม่ได้หรอกครับว่าทำไมปลาถึงไม่ว่ายในสระนี้เลย” บุญสวนกลับ วินชะงัก เขาเพิ่งตระหนักว่า… ตลอดเวลาที่อยู่บนแพ เขาไม่ได้ยินเสียงปลาฮุบน้ำเลย ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงแมลงน้ำ
ทั้งสองคนตรวจสอบอุปกรณ์ครั้งสุดท้าย หน้ากาก… ถังอากาศ… ระบบสื่อสารในหน้ากาก… ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ พวกเขาก้าวไปที่ขอบแพ หันหลังให้ผิวน้ำ แล้วทิ้งตัวลงไปพร้อมกัน
ตูม!
ความเย็นเฉียบทะลุผ่านชุดดำน้ำเข้ามาทันที มันไม่ใช่ความเย็นธรรมดา มันเป็นความเย็นที่กัดกินกระดูก วินรู้สึกเหมือนถูกน้ำแข็งหลายพันเข็มทิ่มแทงผิวหนัง เขาหายใจเข้าลึกๆ พยายามควบคุมสติ
ใต้น้ำ ทัศนวิสัยเลวร้ายยิ่งกว่าที่ ROV จับภาพได้ แสงแดดส่องลงมาได้เพียงไม่กี่เมตร เบื้องล่างคือความมืดสีเขียวอมดำ เหมือนพวกเขากำลังดำดิ่งลงไปในหมึกจีนโบราณ แสงไฟฉายกำลังสูงจากหมวกของพวกเขาส่องไปได้ไม่ไกลนัก ลำแสงดูเหมือนจะถูกความมืด “กลืน” หายไป
“ตามผมมา” เสียงของวินดังผ่านระบบสื่อสารในหน้ากาก ฟังดูอู้อี้ “ครับหัวหน้า” เสียงของบุญสั่นเล็กน้อย
พวกเขาค่อยๆ ดิ่งลง… สิบเมตร… สิบห้าเมตร… อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว วินเหลือบมองคอมพิวเตอร์… 10.1°C ร่างกายของเขาเริ่มสั่นสะท้าน นี่คือสภาวะที่อันตรายต่อการดำน้ำลึก
ที่ความลึกยี่สิบเมตร พวกเขาก็มาถึงจุดที่ ROV ตรวจพบ มันคือ “โครงสร้าง” แต่มันไม่ใช่ซากวัดโบราณอย่างที่กรมศิลปากรคาดการณ์ไว้ มันคือรอยแยก รอยแยกขนาดมหึมาบนพื้นหินใต้น้ำ เหมือนแผลเป็นที่ถูกกรีดลึกเข้าไปในท้องของสระน้ำ มันมืดสนิท… และดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด
“ฟาง… เห็นเราไหม” วินติดต่อกลับไปบนแพ “ชัดเจนค่ะหัวหน้า… ตอนนี้พวกคุณอยู่ปากรอยแยกพอดี” เสียงฟางตอบกลับมา มีสัญญาณซ่าแทรกเล็กน้อย “ROV กำลังส่องไฟไปที่จุด… เอ่อ… จุดที่วัตถุเคลื่อนไหวเมื่อคืน”
วินกับบุญว่ายตามลำแสงสีขาวขุ่นของ ROV ทันใดนั้น… วินก็ได้ยิน มันเป็นเสียงแหลมเล็ก… เบามาก… เหมือนเสียง… …เหมือนเสียงเด็กร้องไห้… เสียงร้องไห้ที่ถูกกดไว้ใต้น้ำ แว่วมาจากส่วนลึกของรอยแยกนั้น
เขาหยุดกึกกลางน้ำ หันขวับไปมา “บุญ… ได้ยินไหม” “ได้ยินอะไรครับ” บุญว่ายเข้ามาใกล้ “เสียง… เหมือนเสียงเด็ก” บุญส่ายหน้าช้าๆ แววตาของเขาเบิกกว้างด้วยความกลัว “ผมไม่ได้ยินอะไรเลยครับหัวหน้า” วินขมวดคิ้ว “อาการเมาไนโตรเจน” (Nitrogen Narcosis) เขาคิดในใจ ภาวะที่ไนโตรเจนในอากาศที่ใช้หายใจซึมเข้าสู่กระแสเลือดภายใต้แรงกดดันสูง มันทำให้เกิดอาการประสาทหลอน… ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด… เขาเชี่ยวชาญเรื่องนี้ดี… …หรือเขาแค่พยายามหลอกตัวเอง
“ช่างมัน… ไปต่อ” วินสั่ง พวกเขาว่ายเข้าไปใกล้ปากรอยแยกมากขึ้น ตะกอนหนาเตอะปกคลุมพื้นหิน แต่เมื่อเข้าไปใกล้… วินก็สังเกตเห็นบางอย่าง มันไม่ใช่ตะกอนทั้งหมด
มันคือเส้นใย เส้นใยสีน้ำตาลเข้ม… บางส่วนก็ซีดขาว… เหมือนรากไม้… แต่… มันขยับได้เอง พวกมันขยับไหวเบาๆ ตามแรงน้ำ… ทั้งๆ ที่น้ำนิ่งสนิท เหมือนพวกมันกำลัง… หายใจ
บุญชี้ไฟฉายไปที่ผนังรอยแยก วินกลั้นหายใจ ผนังหินไม่ได้เรียบ มันเต็มไปด้วยโพรงเล็กโพรงน้อย… และในโพรงเหล่านั้น… มีบางอย่างอัดแน่นอยู่ บางอย่างที่สะท้อนแสงไฟฉายแวบวับ
วินค่อยๆ ว่ายเข้าไปใกล้โพรงหนึ่งที่อยู่ใกล้มือที่สุด เขาลังเล… เสียงร้องไห้นั่นดังขึ้นอีกครั้ง… ชัดขึ้น… เขาเม้มปาก สลัดความกลัวทิ้ง นี่คืองานของเขา เขาเอื้อมมือที่สวมถุงมือหนาเข้าไปในโพรง สัมผัสได้ถึงสิ่งที่เย็นและแข็ง เขาค่อยๆ ดึงมันออกมา
ในลำแสงไฟฉายของเขา วัตถุนั้นปรากฏชัดเจน มันคือตุ๊กตาดินเผา รูปทรงบิดเบี้ยว ไม่เหมือนมนุษย์ ขนาดเท่ากำปั้นเด็ก แต่สิ่งที่น่าขนลุกที่สุด… คือสิ่งที่พันรอบตัวมัน
มันคือรากไม้แห้งๆ… ไม่… มันคือ “ว่าน” ว่านพระฉิม… เหมือนกับที่บุญเล่าไม่ผิดเพี้ยน รากของมันพันรัดตุ๊กตาดินเผาจนแน่น เหมือนงูที่รัดเหยื่อ
ทันทีที่วินดึงมันออกมาจากโพรง เสียงร้องไห้ที่เขาได้ยินก็หยุดกึก! แทนที่ด้วยเสียงกระซิบ… เสียงกระซิบจากคนนับร้อย… นับพัน… ดังขึ้นพร้อมกันในหัวของเขา!
เขาเจ็บปวดจนแทบสิ้นสติ แต่แล้ว… สิ่งที่เลวร้ายกว่าก็เกิดขึ้น บุญกรีดร้องผ่านระบบสื่อสาร! “หัวหน้า!!! อากาศ!!!”
วินสะบัดหน้า มองไปที่บุญ บุญกำลังชี้ไปที่เกจวัดแรงดันอากาศของตัวเองอย่างคลุ้มคลั่ง วินมองไปที่เกจของตัวเองบ้าง เข็มวัดแรงดันอากาศกำลังดิ่งลงอย่างรวดเร็ว!! 200 บาร์… 150… 100… มันลดลงเร็วยิ่งกว่าเปิดวาล์วทิ้ง!!
“ระบบขัดข้อง! ถังรั่ว!” วินตะโกน “ทั้งสองคนเลยเหรอครับ!!” บุญตะโกนกลับ แรงดันลดเหลือ 50 บาร์… อากาศเริ่มติดขัด… พวกเขาไม่มีเวลาคิด ไม่มีเวลาแม้แต่จะปล่อยตุ๊กตาดินเผาในมือ วินคว้าแขนบุญไว้ “ขึ้นเดี๋ยวนี้!! ฉุกเฉิน!!”
ทั้งสองคนถีบฟิน (ตีนกบ) อย่างบ้าคลั่ง มุ่งหน้าสู่ผิวน้ำที่อยู่ไกลออกไป 20 เมตร เบื้องหลังพวกเขา… ในความมืดมิดของรอยแยก… เส้นใย “ว่าน” นับล้าน… เริ่มคลายตัว… และพุ่งออกมาจากโพรง… เหมือนฝูงอสรพิษที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการจำศีลอันยาวนาน
วินาทีที่หัวของพวกเขาทะลุผิวน้ำ เสียงแรกที่ได้ยินคือเสียงหอบหายใจของตัวเอง วินกับบุญตะเกียกตะกายว่ายน้ำไปยังแพเหล็ก ปอดของพวกเขาแสบร้อนจากการที่อากาศหมดไปดื้อๆ ฟางยืนรออยู่ที่ขอบแพ ใบหน้าซีดเผือด เธอรีบดึงแขนของทั้งคู่ขึ้นมา
วินถอดหน้ากากและถังอากาศออกอย่างทุลักทุเล เขาล้มลงไปนั่งหอบอยู่บนพื้นแพ “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมสัญญ… สัญญาณเตือนอากาศหมดถึงไม่ดัง!” ฟางถามอย่างลนลาน วินไอโขลกๆ “มัน… มันไม่ได้หมด… มันถูก ‘ดูด’ ออกไป”
บุญคลานไปที่กลางแพ นั่งตัวสั่นเทา ดวงตาของเขาเบิกกว้างจ้องไปที่ความว่างเปล่า “มันตื่นแล้ว… มันตื่นแล้ว…” เขารำพึงซ้ำๆ “พวกเราไปปลุกมัน…”
วินลุกขึ้นยืน โซซัดโซเซ เขาหันไปมองมือขวาของตัวเอง เขายังคงกำตุ๊กตาดินเผาอาถรรพ์นั่นไว้แน่น “บุญ! ตั้งสติ!” วินตะคอก “มันคืออุบัติเหตุ! อุปกรณ์ขัดข้อง!” “ไม่ใช่!!” บุญตะโกนสวนกลับมาเป็นครั้งแรก น้ำตาของเขาไหลอาบแก้ม “ไม่ใช่อุบัติเหตุ! หัวหน้าก็รู้! ตั้งแต่หัวหน้าหยิบ ‘มัน’ ออกมา!” บุญชี้ไปที่ตุ๊กตาดินเผาในมือวิน “นั่นแหละตัวการ! มันคือคำสาป! มันคือวิญญาณที่ถูกขัง! มันไม่อยากให้เราเอามันขึ้นมา! มันเรียกเพื่อนมันมาช่วย!”
วินมองวัตถุในมือ ความเย็นจากตัวตุ๊กตายังคงแผ่ซ่าน แม้จะอยู่กลางแดด เขารู้สึกลังเลเป็นครั้งแรก ความเชื่อมั่นในเหตุผลของเขากำลังสั่นคลอน แต่เขากดมันไว้ “ผมไม่เชื่อ” เขาเดินไปหยิบกล่องเก็บตัวอย่าง และวางตุ๊กตาดินเผานั่นลงไป “ผมจะวิเคราะห์มัน” “อย่า!” บุญร้องห้าม “เอามันไปคืน! โยนมันกลับลงไป! ก่อนที่มันจะสายเกินไป!”
วินปิดฝากล่องดัง ‘ปัง’ “ผมคือหัวหน้าทีมที่นี่! และผมจะหาสาเหตุว่าทำไมลูกทีมของผมถึงเกือบตาย!” เขามองไปที่บุญอย่างเย็นชา “ถ้าคุณกลัว… ก็เก็บของกลับไปได้เลย” คำพูดนั้นเหมือนตบหน้าบุญ บุญจ้องวินเขม็ง แววตาที่เคยหวาดกลัว ตอนนี้เปลี่ยนเป็นความสมเพช “หัวหน้าไม่เข้าใจ… หัวหน้าไม่ใช่มืออาชีพ” “ว่าไงนะ” “มืออาชีพ… คือคนที่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรถอย” บุญพูดเสียงสั่น “คนบ้าเท่านั้น ที่คิดจะสู้กับสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจ… โดยเฉพาะกับสระน้ำแห่งนี้” บุญลุกขึ้นยืนช้าๆ “พ่อผม… ก็หายไปในนี้”
วินชะงัก คำพูดนั้นหยุดเขาไว้ “พ่อผมเป็นนักดำน้ำเก่งที่สุดในสุโขทัย เขารับงานงมหาของเก่าให้เศรษฐีกรุงเทพฯ เขาดำลงไปในสระนี้… แล้วเขาก็ไม่กลับขึ้นมาอีกเลย ไม่มีร่าง… ไม่ฟองอากาศ… ไม่มีอะไรเลย เหมือนสระน้ำ ‘กลืน’ เขาไปทั้งตัว” บุญเช็ดน้ำตา “ผมมารับงานนี้… เพราะผมอยากรู้… แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว ผมรู้ว่าพ่อผมเจออะไร และผมจะไม่ยอมตายเหมือนพ่อ”
บุญเริ่มเก็บอุปกรณ์ดำน้ำของตัวเอง “ผมไม่ลงไปอีกแล้ว” เขากล่าว “ไม่ว่าหัวหน้าจะจ่ายเท่าไหร่” บรรยากาศบนแพตึงเครียดอย่างถึงขีดสุด วินหันไปหาฟาง “เธอล่ะ จะไปด้วยไหม” ฟางมองบุญ แล้วมองวิน เธอก้มหน้า “ฉัน… ฉันจะอยู่… งานของฉันอยู่บนนี้” “ดี” วินพยักหน้า “งั้นเราก็เหลือกันสองคน”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบแบบเดิม มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยความแตกแยกและความหวาดระแวง
ตลอดช่วงบ่ายที่เหลือ วินพยายามติดต่อกับแผ่นดินใหญ่ เขาต้องการถังอากาศชุดใหม่ และแจ้งเรื่องอุปกรณ์ขัดข้อง แต่… ไม่มีสัญญาณ โทรศัพท์ผ่านดาวเทียมมีแต่เสียงซ่า… วิทยุสื่อสาร VHF ก็เช่นกัน… มีแต่เสียงคงที่ (static) ที่ดังเหมือนเสียงคลื่นทะเล “แปลกมาก” ฟางพูด “ปกติสัญญาณดาวเทียมไม่เคยล่ม… โดยเฉพาะกลางแดดแบบนี้” “มันถูกรบกวน” วินพูด พยายามวิเคราะห์ “อาจจะมีพายุแม่เหล็ก… หรืออะไรสักอย่าง”
“หรือ ‘มัน’ กำลังกั้นเราไว้” บุญพูดเบาๆ จากมุมแพ วินเลือกที่จะไม่สนใจ
เขาใช้เวลาที่เหลืออยู่ในเต็นท์แล็บชั่วคราว จ้องมองตุ๊กตาดินเผาในกล่องใส เขาลองใช้คีมคีบ “ว่าน” ที่พันอยู่ มันเหนียวและแข็งเหมือนรากไม้ที่ตายแล้ว… แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ให้ความรู้สึก ‘ชื้น’ เหมือนมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ข้างใน เขาส่องกล้องจุลทรรศน์ดิจิทัลไปที่ตัวตุ๊กตา ภาพขยายปรากฏบนจอแล็ปท็อป ดินเผาที่ดูเหมือนเรียบ… จริงๆ แล้วมีรูพรุนเล็กๆ และอุดตันอยู่ในรูพรุนนั้น… คือสิ่งที่ทำให้วินรู้สึกคลื่นไส้ มันคือ… เศษผม… และชิ้นส่วนเล็กๆ สีขาวขุ่น… เหมือน… …เหมือนเศษเล็บมือเด็ก
เขารีบปิดจอคอมพิวเตอร์ ผลักกล่องเก็บตัวอย่างออกไป เขารู้สึกเย็นเยียบไปถึงไขกระดูก จู่ๆ ภาพของ อาร์ต เพื่อนร่วมทีมที่ตายไปเมื่อห้าปีก่อน ก็แวบเข้ามาในหัว ภาพที่อาร์ตจมดิ่งลงไปในความมืดของทะเลลึก ภาพที่วินพยายามคว้ามือเพื่อน… แต่คว้าได้เพียงความว่างเปล่า เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว… ทำไมมันถึงกลับมาตอนนี้
ค่ำคืนที่สองมาเยือน มันหนาวกว่าคืนแรกมาก ไอเย็นลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือผิวน้ำ บุญขังตัวเองอยู่ในเต็นท์เล็กๆ ของเขา เสียงสวดมนต์แผ่วเบาเล็ดลอดออกมาไม่ขาดสาย
วินพยายามข่มตาหลับในเต็นท์ของเขา แต่ไม่สำเร็จ เขานอนฟังเสียงน้ำ เสียงระลอกคลื่นที่กระทบแพเบาๆ… …และเสียงกระซิบ เสียงกระซิบที่เขาได้ยินตอนดำน้ำ… มันยังคงก้องอยู่ในหู
ฟางรับหน้าที่เฝ้าจอ… แม้ว่า ROV จะไม่ได้ลงไปลึก เธอยังคงเปิดระบบไว้ ให้หุ่นยนต์ลอยอยู่ใต้แพไม่กี่เมตร อย่างน้อย… มันก็คือดวงตาของพวกเขา หน้าจอส่วนใหญ่มีแต่สีดำของน้ำ ฟางสวมหูฟัง… เฝ้าฟังเสียงรอบข้างผ่านไฮโดรโฟน (ไมโครโฟนใต้น้ำ)
เวลาผ่านไป… เที่ยงคืน… ทุกอย่างเงียบสงบ เงียบจนน่ากลัว
แล้วเธอก็ได้ยิน ตอนแรกมันเป็นแค่เสียงซ่า… …แล้วมันก็ชัดขึ้น เสียงกระซิบ… “หนาว…”
ฟางสะดุ้งสุดตัว เธอหันไปรอบๆ เต็นท์ “หัวหน้าวินเหรอคะ” เธอถามเบาๆ ไม่มีเสียงตอบ มีเพียงเสียงสวดมนต์ของบุญที่ดังมาจากอีกเต็นท์
เธอตั้งใจฟังอีกครั้ง เสียงนั้นดังขึ้น… ใกล้ขึ้น… ผ่านหูฟัง “หิว…”
ฟางตัวแข็งทื่อ เธอมองไปที่จอโซนาร์… ว่างเปล่า ไม่มีปลา ไม่มีสิ่งมีชีวิต แล้วเสียงใหม่ก็ดังขึ้น เสียงเด็ก… เสียงเดียวกับที่วินได้ยิน “ช่วยด้วย…”
ฟางตัวสั่น เธอกลั้นใจ… ค่อยๆ เร่งเสียงในหูฟัง นั่นคือความผิดพลาดมหันต์
ในวินาทีนั้นเอง… เสียงกระซิบเสียงเดียว… ก็กลายเป็นเสียงนับพัน! เสียงกรีดร้อง โหยหวน โกรธเกรี้ยว… ดังกระแทกเข้ามาในหูของเธอ เหมือนคนนับพันกำลังพูดพร้อมกัน มาจากทุกทิศทาง! “ปล่อยกู!!!” “เจ็บ! กูเจ็บ!!” “เอาไอ้นั่นกลับมา!!! เอาของของกูคืนมา!!!”
ฟางกรีดร้อง! เธอถอดหูฟังขว้างทิ้ง เสียงกระซิบยังคงดังเล็ดลอดออกมาจากหูฟังที่ตกอยู่บนพื้น เธอหอบหายใจอย่างหนัก… แล้วเธอก็มองไปที่จอภาพวิดีโอจาก ROV น้ำที่เคยดำมืด… บัดนี้… ไม่มืดอีกต่อไป
มันเต็มไปด้วย… เส้นสาย… เส้นใยสีซีดขาว… เหมือนเส้นผม… นับหมื่น… นับล้านเส้น! พวกมันกำลังรุมล้อมกล้องของ ROV บดบังเลนส์จนมืดมิด เหมือนฝูงหนอนที่กำลังรุมทึ้งซากศพ!
เธอกวาดตามองจอโซนาร์ จุดสีแดงขนาดมหึมาปรากฏขึ้น… มันกำลังลอยขึ้นมาจากรอยแยกนั้น… ลอยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว! มันไม่ใช่ปลา… มันคือกลุ่มก้อนของ ‘ว่าน’ ทั้งหมด… รวมตัวกันเป็นร่างเดียว มุ่งหน้า… …ไม่ใช่มาที่ ROV… …มันมุ่งหน้ามาที่ ‘แพ’!!!
ตูม!!! เสียงเครื่องกว้านสายเคเบิลของ ROV กรีดร้องลั่น! สายเคเบิลถูกกระชากอย่างรุนแรงจนตึงเปรี๊ยะ! “หัวหน้าวิน!! ตื่น!! หัวหน้า!!” ฟางกรีดร้องสุดเสียง
แพเหล็กทั้งหลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง! เหมือนถูกยักษ์กระชากจากใต้น้ำ วินพุ่งพรวดออกมาจากเต็นท์ในชุดนอน บุญคลานสี่ขาตามออกมา “เกิดอะไรขึ้น!!” วินตะโกน “มีอะไรบางอย่าง… มันกำลังดึง ROV! มันลากแพไปด้วย!”
เครื่องกว้านส่งเสียงเหมือนกำลังจะแหลกเป็นชิ้นๆ ควันเริ่มพวยพุ่ง สายเคเบิลตึงจนแทบจะขาด “ตัดสายเคเบิล! ฟาง! ตัดมันทิ้ง!” วินสั่ง “ฉันกำลังทำ!” ฟางรัวนิ้วบนคีย์บอร์ดเพื่อปลดสายฉุกเฉิน
เปรี้ยง!!!
ไม่ทันแล้ว สายเคเบิลทนแรงดึงไม่ไหว… มันขาดสะบั้น เสียงดังยิ่งกว่าปืน! แรงดีดกลับทำให้แพเหล็กกระแทกกลับลงบนผิวน้ำอย่างรุนแรง จนทุกคนล้มกลิ้ง
แล้วทุกอย่างก็เงียบ… เงียบสนิท
ฟางจ้องหน้าจอที่ดับมืด “สัญญาณขาดหาย…” เธอหายใจติดขัด วินลุกขึ้น คว้าไฟฉายกำลังสูงส่องไปรอบๆ ผิวน้ำ ไม่มีอะไร… ผิวน้ำกลับมานิ่งสนิทอีกครั้ง
“มันไปแล้ว” ฟางกระซิบ เสียงยังสั่น “มัน… มันตัดสายเคเบิลไป” “ดีแล้ว” วินพูด ทั้งที่หัวใจยังเต้นรัวเหมือนจะหลุดออกมา “ทุกคนปลอดภัยนะ” บุญพนมมือสวดมนต์ไม่หยุด ปากซีดเผือด
“ฟาง… ไปพักเถอะ” วินพูด พยายามควบคุมสถานการณ์ “เดี๋ยวฉันเฝ้าต่อเอง” “ไม่… ไม่เป็นไรค่ะ” ฟางส่ายหน้า “ฉันโอเค… แค่… แค่ขอน้ำดื่มหน่อย” เธอลุกขึ้นยืน… เดินโซเซ ผ่านวิน… มุ่งหน้าไปยังถังน้ำดื่ม… ที่วางอยู่ริมขอบแพ
“ฟาง ระวังด้วย” วินพูด พลางหันไปพยุงบุญที่กำลังจะล้ม “ครับหัวหน้า… มัน… มันเอาแน่… มันไม่ปล่อยเราไปแน่…” บุญพึมพำ
วินได้ยินเสียง… เสียงเล็กๆ… จ๋อม…
ไม่ใช่เสียงคนตกน้ำ แต่เป็นเสียงเหมือน… …เหมือนมีคนค่อยๆ หย่อนของหนักลงไปในน้ำ… …อย่างนุ่มนวล
วินหันขวับ!! ฟาง… หายไปแล้ว
ณ จุดที่เธอเคยยืน… ว่างเปล่า หูฟังของเธอวางอยู่บนแผงควบคุม… ยังคงมีเสียงซ่าดังแผ่วๆ แก้วน้ำพลาสติกของเธอ… กลิ้งไปหยุดอยู่ที่ขอบแพ…
“ฟาง!!!”
วินตะโกนสุดเสียง เขาวิ่งไปที่ขอบแพ บุญวิ่งตามมา ไม่มีอะไรเลย! มีเพียงผิวน้ำสีดำสนิท… เขาสาดไฟฉายไปทั่ว เห็นเพียง… วงน้ำ… วงน้ำเล็กๆ ที่กำลังขยายตัว… แล้วจางหายไป… ตรงจุดที่เธอเคยยืนอยู่ เธอไม่ได้ล้ม เธอไม่ได้สะดุด
เธอถูก ‘ดึง’ ลงไป
วินจ้องมองผิวน้ำนิ่งงัน แล้วเขาก็เห็นมัน… เส้นใยสีซีดขาว… “ว่าน”… เส้นหนึ่ง… ลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ… แล้วค่อยๆ จมหายกลับลงไปในความมืด… อย่างเชื่องช้า
“อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!!” บุญกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง เสียงร้องโหยหวนจนน่าขนลุก “มันเอาไปแล้ว!! มันเอาตัวไปแล้ว!! ฮือออ… มันเอาไปแล้ว!!!”
วินยืนตัวแข็งทื่อ เหมือนถูกแช่แข็ง ความจริง… ความจริงที่เขาปฏิเสธมาตลอด กระแทกเข้าหน้าเขาสุดแรง นี่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ นี่ไม่ใช่อุปกรณ์ขัดข้อง นี่คือ ‘มัน’
สระน้ำได้เลือกเหยื่อรายแรกแล้ว
และแล้ว… เสียงกระซิบก็กลับมา ครั้งนี้… ไม่ได้ดังในหัว มันดังมาจากรอบทิศทาง ดังมาจากผิวน้ำ… ดังมาจากอากาศเย็นเยียบที่ห่อหุ้มพวกเขา…
เสียงผู้หญิงที่เย็นชา… ชัดเจน… ดังขึ้นท่ามกลางเสียงนับพัน “ฟาง…”
มันคือเสียงของเธอ เสียงของฟาง… …กำลังกระซิบจากใต้น้ำ
“หนาว… หัวหน้า… …หนาวเหลือเกิน…”
เสียงของฟาง… “หนาว… หัวหน้า… หนาวเหลือเกิน…” เสียงกระซิบนั้น ก้องอยู่ในอากาศที่เย็นจัด มันไม่ได้มาจากที่ไหน มันมาจากทุกที่ มาจากผิวน้ำ… มาจากลม… มาจากความมืด
วินยืนนิ่งแข็งทื่อ วิทยาศาสตร์… เหตุผล… ตรรกะ… ทุกสิ่งที่เขายึดถือมาทั้งชีวิต แตกสลายเป็นผุยผงในวินาทีเดียว ฟางตายแล้ว… และเธอกำลังพูดกับเขาจากก้นสระ
บุญทรุดตัวลงกับพื้นแพเหล็ก เขากำพระในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ตัวสั่นเทาอย่างรุนแรง “จบแล้ว… เราทุกคนต้องตายที่นี่… มันไม่ปล่อยเราไปแน่… มันเอาเธอไปแล้ว…” เขาร้องไห้… เสียงดังเหมือนเด็กหลงทาง
ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวเข้าครอบงำ มันคือความเงียบหลังการสูญเสีย ความเงียบที่หนักอึ้ง… หนักกว่าแรงกดดันน้ำที่ลึกที่สุด
ทันใดนั้น วินก็ขยับ เขาก้าวพรวดเดียวไปยังกองอุปกรณ์ดำน้ำ คว้าถังอากาศของตัวเองขึ้นมา มือของเขาสั่น… แต่ไม่ใช่เพราะความกลัว มันคือความโกรธ และความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น
ภาพของอาร์ต… เพื่อนของเขาที่จมหายไปในทะเลลึก… ซ้อนทับกับใบหน้าของฟาง
“ไม่…” วินกัดฟันพูด “ฉันจะไม่ยอมเสียใครไปอีก” เขาเริ่มสวมชุดดำน้ำอย่างบ้าคลั่ง “หัวหน้าจะทำอะไร!” บุญตะโกนถาม เสียงสั่นเครือ “ผมจะลงไป” “บ้าไปแล้วเหรอ!” บุญลุกพรวดขึ้น “หัวหน้าก็ได้ยิน! เธอกลับมาบอกเราแล้ว! เธอตายแล้ว! ข้างล่างนั่นมันคือนรก! มันรอเราอยู่!”
วินหันขวับมาเผชิญหน้ากับบุญ ดวงตาของเขาแดงก่ำ “ถ้าเธอยังไม่ตายล่ะ” “…” “ถ้าเธอยังมีอากาศเหลือ… ถ้าเธอไปติดอยู่ที่ไหนสักแห่ง… ถ้าไอ้ ‘ว่าน’ บ้าๆ นั่น แค่พันตัวเธอไว้!” วินกระชากคอเสื้อของบุญ “ถ้ายังมีโอกาสแม้แค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์… เราก็ต้องเอาร่างเธอกลับขึ้นมา!”
บุญส่ายหน้า น้ำตานองหน้า “ผมไม่ไป… ผมไม่ลงไปอีกแล้ว… พ่อผมก็จมอยู่ที่นี่… ผมไม่อยากตายเหมือนพ่อ…”
“ถ้างั้นก็นั่งสวดมนต์อยู่ตรงนี้!” วินตะคอก “นั่งรอความตายอยู่บนนี้! รอให้มันหิว… แล้วมาลากขาแกไปอีกคน!” “แต่ผม… ผมจะลงไปหาลูกทีมของผม”
คำพูดนั้นแทงใจบุญ เขาคือผู้นำทาง… เขาก็มีส่วนรับผิดชอบ การนั่งรอความตาย… อาจจะน่ากลัวกว่าการเผชิญหน้ากับมัน
วินเตรียมอุปกรณ์เสร็จ เขาเหลือบมองกล่องเก็บตัวอย่าง… ที่ซึ่งตุ๊กตาดินเผาอาถรรพ์นอนนิ่งอยู่ข้างใน “แกต้องการสิ่งนี้ใช่ไหม” วินพึมพำกับตัวเอง เขาเปิดกล่อง… หยิบตุ๊กตานั่นออกมา ยัดมันเข้าไปในกระเป๋าข้างชุดดำน้ำ “ถ้าแกต้องการมัน… ก็มาเอาจากฉันสิ”
เขากำลังจะก้าวลงน้ำ… “เดี๋ยวครับหัวหน้า…” เสียงบุญดังขึ้นจากด้านหลัง วินหันไป บุญกำลังสวมถังอากาศ… ทั้งๆ ที่มือสั่นจนแทบจะติดตัวล็อกไม่ได้ “ผมไปด้วย” วินพยักหน้า ไม่มีคำพูดใดๆ อีก มีเพียงเสียงหายใจหนักๆ ของชายสองคนที่กำลังจะลงไปเผชิญหน้ากับความตาย
พวกเขาตรวจสอบอุปกรณ์เป็นครั้งสุดท้าย ครั้งนี้… มันไม่ใช่การตรวจสอบตามขั้นตอน มันคือการสวดภาวนาให้ทุกอย่างทำงาน ให้วิทยาศาสตร์… ช่วยพวกเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ไสยศาสตร์จะกลืนกินทุกอย่าง
“ระบบสื่อสาร… เช็ก” “เช็ก” “อากาศ… 300 บาร์… เต็มถัง” “300 บาร์… ครับ” “ไฟฉาย… มีด…”
วินสูดหายใจเข้าลึกๆ อากาศยามค่ำคืนไม่เคยเย็นยะเยือกเท่านี้มาก่อน ทั้งสองคนยืนอยู่ที่ขอบแพ มองลงไปในผิวน้ำสีดำสนิท ที่ซึ่งเสียงกระซิบของฟาง… ยังคงดังแผ่วเบา
“หนาว…”
พวกเขาหลับตา แล้วทิ้งตัวลงไปพร้อมกัน
ตูม!
น้ำครั้งนี้… ไม่ได้แค่เย็น มัน “หนัก” มันเหนียวหนืด มันไม่ใช่น้ำ… มันเหมือนกำลังว่ายฝ่าเข้าไปในเลือดที่เย็นจัด ความมืดมิดปิดล้อมพวกเขาทันที มีเพียงลำแสงจากไฟฉายสองดวงที่ส่องฝ่าความมืด
“ฟาง!” วินตะโกนผ่านระบบสื่อสารทันทีที่ลงมาถึง “ฟาง! ได้ยินฉันไหม!” ไม่มีเสียงตอบ มีเพียงเสียงฟองอากาศที่พวกเขาหายใจออกมา และ… เสียงกระซิบ
ครั้งนี้มันดังชัดเจน ไม่ใช่แค่เสียงฟาง แต่เป็นเสียงของคนนับพัน เด็ก… ผู้หญิง… คนแก่… ดังมาจากทุกทิศทาง ดังอยู่ในหัวของพวกเขา “ปล่อยกู…” “กูหนาว…” “มันหลอกมึง… มันหลอกพวกมึงทุกคน…”
“อย่าไปฟังมัน!” บุญตะโกนแข่งกับเสียงรบกวน “ตั้งสติไว้หัวหน้า! หาเธอให้เจอ!” พวกเขาดำดิ่งลงไป ฝ่าม่านตะกอนที่ฟุ้งกระจาย มุ่งหน้าไปยัง… รอยแยก “สุสานแห่งว่านพระฉิม”
ที่ความลึกยี่สิบเมตร พวกเขามาถึงปากเหว วินส่องไฟฉายเข้าไป สิ่งที่เขาเห็น… ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
“ว่าน” เส้นใยสีซีดขาว… มันไม่ได้หดกลับเข้าไปในโพรงอีกแล้ว ตอนนี้… พวกมันแผ่ขยายออกมา ปกคลุมทั่วพื้นสระ เหมือนใยแมงมุมขนาดยักษ์… เหมือนเส้นผมของศพนับล้าน… พวกมันขยับไหวเบาๆ… อย่างพร้อมเพรียง เหมือนกำลัง… ต้อนรับพวกเขา
“พระเจ้า…” บุญพึมพำ “แยกกันหา!” วินสั่ง “ดูตามซอกหิน! เธออาจจะถูกดึงไปติดอยู่แถวนั้น!”
พวกเขาว่ายแยกกัน… แต่ไม่ไกลเกินกว่าลำแสงไฟฉายจะส่องถึง วินรู้สึกได้ถึงแรงต้านของน้ำ หรือบางที… อาจจะเป็นแรงต้านจาก ‘ว่าน’ เขารู้สึกเหมือนมีมือเย็นๆ นับพัน กำลังลูบไล้ไปตามชุดดำน้ำ ดึงรั้งเขาไว้ทีละนิด
เสียงกระซิบดังขึ้นอีก คราวนี้… มันเปลี่ยนไป มันไม่ใช่เสียงโหยหวน มันคือเสียงของ ‘อาร์ต’
“วิน… ทำไม… ทำไมแกไม่ช่วยฉัน…”
วินสะดุ้งสุดตัว เขาหันขวับ ส่องไฟฉายไปในความมืด “อาร์ต… ไม่… แกอยู่ที่นี่ไม่ได้!” “แกปล่อยให้ฉันจม… แกขโมยงานวิจัยของฉัน…” “ไม่จริง!!” วินตะโกน “ฉันพยายามแล้ว! ฉันพยายามจะคว้ามือแกแล้ว!”
“หัวหน้า!!” เสียงบุญดังแทรกเข้ามา “หัวหน้าคุยกับใคร!” วินหอบหายใจหนัก “ไม่มี… ไม่มีอะไร… ฉันแค่… เมาไนโตรเจน” “เราอยู่ไม่ลึกพอที่จะเมาไนโตรเจนครับ!” บุญว่ายเข้ามาหา “มันกำลังเล่นงานหัวหน้า! มันรู้จุดอ่อนของหัวหน้า! มันรู้เรื่องเพื่อนหัวหน้า!”
วินผลักบุญออก “หุบปาก! แล้วหาฟางต่อ!” เขากำลังสูญเสียการควบคุม ความรู้สึกผิดที่เขากดมันไว้ห้าปี… บัดนี้… สระน้ำกำลังดึงมันออกมา
เขาส่องไฟฉายไปเรื่อยๆ… และแล้ว… เขาก็เห็นเธอ
“ฟาง!!”
เธอนั่งขดตัวอยู่หลังโขดหินใหญ่ ในชุดทำงาน… ผมของเธอลอยแผ่สยาย เธอยังไม่ตาย! เธอกำลัง… โบกมือให้เขา! ช้าๆ… เหมือนเรียกเขาเข้าไปหา
“ฟาง! ฉันกำลังไป!” วินถีบฟินอย่างแรง “หัวหน้า! อย่า!!!” บุญร้องห้าม “หลบไปบุญ! เธอยังมีชีวิตอยู่!”
วินว่ายตรงไปยังร่างของฟาง เขาสัมผัสได้ถึงความหวัง… เขาสามารถแก้ไขอดีตได้… เขาสามารถช่วยเธอได้…
“ไม่!!” บุญตะโกนลั่น “มันไม่ใช่คน! หัวหน้าดูดีๆ!!!”
วินเข้าไปใกล้… ห่างเพียงไม่กี่เมตร เขาเอื้อมมือออกไป… ลำแสงไฟฉายของเขา… ส่องไปกระทบใบหน้าของ “ฟาง”
นั่นไม่ใช่ใบหน้า มันคือกลุ่มก้อนของ ‘ว่าน’ ที่บิดตัว… ก่อรวมกันเป็นรูปร่างของมนุษย์! เส้นใยสีขาวนับพัน… เลียนแบบผม… เลียนแบบผิวหนัง… และ “ดวงตา” ที่โบ๋ลึกคู่นั้น…
ร่างปลอมของฟาง… ยกมือขึ้น… ไม่ใช่เพื่อโบกมือ… แต่เพื่อชี้ไปที่วิน แล้วอ้าปากที่ไม่มีอยู่จริง… เสียงกระซิบดังลั่นเข้ามาในหน้ากากของเขา
“มาอยู่ด้วยกันสิ…”
พรึ่บ!!! เส้นใย ‘ว่าน’ นับร้อยเส้น… พุ่งออกมาจากร่างปลอมนั้น! พุ่งตรงมาที่วิน! พวกมันพันรอบแขน… รอบขา… พันรอบคอของเขา! ดึงเขากระชากเข้าไปหาโขดหิน!
“อ๊ากกกก!!!” วินดิ้นรนอย่างทุรนทุราย “ว่าน” พวกนี้แข็งแกร่งเหมือนลวดสลิง พวกมันกำลังลากเขา… เข้าไปในรอยแยกมืดมิด ที่ซึ่งร่างปลอมของฟางกำลังรออยู่ เสียงหัวเราะคิกคักของเด็ก… ดังขึ้นรอบตัวเขา
วินพยายามดึงมีดดำน้ำออกมา แต่สายรัดข้อมือของเขาถูกพันไว้แน่น อากาศเริ่มติดขัด หน้ากากของเขาเริ่มถูกบีบ
“ไม่… ไม่… ไม่ตายแบบนี้…” ภาพของอาร์ตแวบเข้ามาอีกครั้ง…
ตูม! ร่างของบุญพุ่งเข้ามาปะทะ บุญใช้มีดของเขาสับลงไปบนกลุ่ม “ว่าน” ที่พันคอวินอย่างบ้าคลั่ง เส้นใยพวกนั้นเหนียวมาก ตัดไม่ขาดง่ายๆ มันเหมือนกำลังตัดกล้ามเนื้อ มี “ยาง” สีขาวขุ่นไหลซึมออกมาจากรอยตัด
“หนี! หัวหน้า! หนี!!” บุญตัดเส้นที่ใหญ่ที่สุดขาด วินหลุดเป็นอิสระ เขารีบถีบตัวหนี แต่ “ว่าน” ที่เหลือ… หันเหเป้าหมายจากวิน… ไปหาบุญ!
พวกมันรัดรอบข้อเท้าของบุญ และกระชากเขากลับ! “อ๊ากก!” บุญเสียหลัก ร่างของเขาถูกดึงห้อยหัวลง!
วินหันกลับมา เขาเห็นบุญกำลังดิ้นรน ร่างปลอมของฟาง… กำลัง “คลาน” ออกมาจากโขดหิน มุ่งหน้าไปหาบุญ
วินตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาจะไม่หนี เขาจะไม่ปล่อยให้บุญตาย เขาว่ายกลับไป ชักมีดของตัวเองออกมาได้สำเร็จ เขากระหน่ำแทง… ไม่ใช่ที่เส้นใย… เขาแทงไปที่ “ร่าง” ปลอมของฟาง!
ฉึก! ฉึก! ฉึก! ทุกครั้งที่แทง… เสียงกรีดร้องนับพันก็ดังสะท้อนอยู่ในหัว เขาแทงจนร่างปลอมนั้น… แตกสลาย… กลายเป็นกลุ่มก้อนเส้นใยที่ไร้รูปทรง เส้นใยที่พันขาบุญ… คลายตัวออกทันที
วินคว้าแขนบุญ “ขึ้น! ขึ้นเดี๋ยวนี้!”
ทั้งสองคนถีบฟินสุดชีวิต มุ่งหน้าสู่ผิวน้ำ… เบื้องหลังพวกเขา… เส้นใย “ว่าน” นับล้าน… กำลังรวมตัวกันอีกครั้ง… พวกมันกำลังไล่ตามมา!
พวกเขาแหวกว่ายผ่านน้ำที่หนักอึ้ง เสียงกระซิบไล่หลังมาติดๆ “มึงหนีกูไม่พ้น…” “มึงเป็นของกู…”
วินเหลือบมองคอมพิวเตอร์ดำน้ำ อากาศเหลือไม่ถึงครึ่งถัง ทั้งๆ ที่เพิ่งลงมาไม่ถึงสิบห้านาที มันกำลัง “ดูด” อากาศพวกเขาอีกแล้ว!
“เร็วอีกบุญ! มันกำลังมา!” พวกเขาเห็นแสงจันทร์รำไรเหนือผิวน้ำ อีกแค่ห้าเมตร… สามเมตร…
ทันใดนั้น วินรู้สึกถึงแรงกระชากที่ข้อเท้า เขาเหลียวกลับไปมอง เส้นใย ‘ว่าน’ เส้นหนึ่ง… ตามมาทัน มันพันข้อเท้าเขาไว้แน่น
“ไปก่อน!” วินตะโกนบอกบุญ “ไม่!” บุญหันกลับมา จะช่วย “ไป! นี่คือคำสั่ง!” วินใช้แรงเฮือกสุดท้าย… ผลักบุญขึ้นไป!
แล้วเขาก็ก้มลง ใช้มีดตัดเส้นใยที่ข้อเท้า แต่… มันก็ดึงเขาลงไปหนึ่งเมตร แล้วเส้นที่สอง… ที่สาม… ก็ตามมาทัน พันรอบเอว… รอบอก… พวกมันกำลังลากเขากลับลงไป…
วินดิ้นรนสุดชีวิต เขาเสียมีดในมือไปแล้ว ความหวังเริ่มหมดสิ้น เขาเห็นบุญทะลุผิวน้ำขึ้นไปแล้ว… อย่างน้อย… ก็รอดหนึ่งคน
วินหลับตา… ยอมรับชะตากรรม
แต่แล้ว… เขาก็นึกขึ้นได้ ตุ๊กตาดินเผา… มันยังอยู่ในกระเป๋าข้างชุดเขา เขาใช้เรี่ยวแรงที่เหลือ… ล้วงเข้าไปในกระเป๋า คว้ามันออกมา
เขาชูตุ๊กตาดินเผานั้นขึ้น เหมือนชูโล่ “เอาไป!!! นี่คือสิ่งที่พวกแกต้องการใช่ไหม!! เอาไป!!!”
ในวินาทีนั้น… เส้นใย “ว่าน” ทั้งหมด… ที่กำลังรัดตัวเขา… …หยุดกึก พวกมันคลายตัวออก เหมือนงูที่เห็นเหยื่อชิ้นใหม่ พวกมันพุ่ง… …ไม่ใช่มาที่วิน… …แต่มาที่ “ตุ๊กตา” ในมือเขา
พวกมันรุมทึ้ง… ห่อหุ้ม… ดึงตุ๊กตานั้น… หลุดออกจากมือของวิน วินรู้สึกถึงแรงต้านที่หายไป เขาเป็นอิสระ
กลุ่มก้อน “ว่าน” ที่ห่อหุ้มตุ๊กตานั้น… จมดิ่งกลับลงไปในรอยแยก… อย่างรวดเร็ว
วินไม่รอช้า เขาถีบฟินครั้งสุดท้าย พุ่งร่างทะลุผิวน้ำขึ้นมา
“แค่ก! แค่ก! แฮ่ก… แฮ่ก…” เขากระเสือกกระสนกลับขึ้นแพ บุญดึงร่างเขาขึ้นมา ทั้งสองคนนอนแผ่หราอยู่บนพื้นแพเหล็ก หอบหายใจเหมือนคนใกล้ตาย
พวกเขาปลอดภัยแล้ว… อย่างน้อยก็ชั่วคราว วินมองไปที่บุญ “ขอบใจ…” บุญพยักหน้า… พูดอะไรไม่ออก
วินนอนมองท้องฟ้ายามค่ำคืน เขาเกือบตาย… เขาถูกหลอก… เขาสูญเสียตุ๊กตาดินเผาชิ้นนั้นไป… …และที่สำคัญที่สุด… เขาไม่พบฟาง
เธอไม่อยู่ที่นั่น เธอไม่ได้ติดอยู่ เธอถูก “กลืน” หายไปแล้วจริงๆ ความหวังสุดท้าย… ดับสลาย
“หัวหน้าครับ…” บุญกระซิบ เสียงแหบแห้ง “อะไร…” “เมื่อกี้… ตอนที่หัวหน้าถูกมันหลอก… ตอนที่หัวหน้าเห็นเพื่อน…” “…” “สระน้ำมันรู้จุดอ่อนเรา… มันรู้ว่าเรากลัวอะไร… มันรู้ว่าเราเสียใจเรื่องอะไร”
วินหลับตาลง “พ่อผม… ก่อนที่เขาจะลงไปครั้งสุดท้าย เขาเล่าให้ผมฟัง…” บุญกลืนน้ำลาย “เขาบอกว่า… เขาเห็นแม่ผม… ที่ตายไปแล้ว… แม่มาโบกมือเรียกเขา… จากใต้น้ำ เหมือนที่หัวหน้าเห็นฟางไม่มีผิด”
วินลืมตาขึ้น ความหนาวเย็นครั้งใหม่… ที่ไม่เกี่ยวกับอุณหภูมิของน้ำ… แล่นไปทั่วร่างของเขา
พวกเขาไม่ได้กำลังต่อสู้กับปีศาจ… พวกเขา… กำลังต่อสู้กับอดีตของตัวเอง
เช้าตรู่หลังจากคืนที่ ฟาง หายตัวไป วินและบุญต้องเผชิญกับความจริงอันน่าสยดสยอง: พวกเขาต้องดำลงไปอีกครั้ง แรงกดดันทางจิตใจนั้นหนักอึ้งกว่าแรงดันน้ำในสระหลายเท่า สำหรับ วิน ความรู้สึกผิดเกี่ยวกับ อาร์ต กลับมาท่วมท้น เขาต้องลงไปเพื่อตามหา ฟาง… เพื่อไม่ให้ความผิดพลาดในอดีตซ้ำรอยอีก
“ถ้าเราลงไป… มันจะเอาเราไปด้วยแน่” บุญพูดด้วยเสียงแหบแห้ง “เราไม่มีทางเลือก” วินตอบ “ถ้าเราไม่ลงไป… เราก็จะนั่งรอให้มันมาลากเราจากบนนี้แทน” วินตัดสินใจใช้ระบบป้องกันเพิ่มเติม เขาผูกสายสลิงเส้นบางๆ ไว้ที่ตัวแล้วโยงกับแพ เพื่อป้องกันการถูกลากไปอย่างกะทันหัน
พวกเขาดำดิ่งลงไป… ความมืดมิดที่ยี่สิบเมตรลึกนั้น… ไม่เหมือนเดิม มันไม่ใช่ความมืดของน้ำ แต่เป็นความมืดที่ “มีชีวิต”
“ผมเห็นเธอ” วินตะโกนผ่านระบบสื่อสาร “ฟาง… เธออยู่ตรงนั้น!” เบื้องหน้า… วินเห็นเงาร่างของ ฟาง กำลังโบกมือให้เขาจากช่องหินมืดๆ วินว่ายตรงเข้าไปทันทีอย่างบ้าคลั่ง “ฟาง! ฉันมาแล้ว!”
บุญตะโกนห้าม “หัวหน้า! ไม่ใช่! นั่นมันลวงตา!” แต่วินไม่ฟัง เสียงของ อาร์ต ที่ดังอยู่ในหัวของเขา ทำให้เขามุ่งมั่นที่จะ “ช่วยชีวิต” ครั้งนี้ให้ได้
วินว่ายเข้าไปใกล้ช่องหิน เงาร่างของ ฟาง ยังคงโบกมือ… แต่เมื่อเข้าใกล้… วินส่องไฟฉายไป นั่นไม่ใช่ ฟาง
มันคือกลุ่มเส้นใย “ว่าน” ที่ก่อตัวเป็นรูปร่างมนุษย์อย่างหยาบๆ ดวงตาของมันโบ๋ลึก… ไม่มีใบหน้าจริง และทันใดนั้น… เส้นใยเหล่านั้นก็พุ่งเข้าใส่ วิน!
“อ๊ากกกก!” วินกรีดร้อง เขารีบถีบตัวหนีอย่างรวดเร็ว เส้นใยนั้นไม่ได้ต้องการฆ่าเขา มันต้องการ… “เล่น” กับเขา
“บุญ! ช่วยฉัน!” บุญว่ายเข้ามา… ใช้มีดดำน้ำฟันเส้นใยที่พันรอบขาของ วิน เส้นใยที่ถูกตัดขาด… ปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นออกมา… มีกลิ่นเหม็นเน่า
วินหลุดเป็นอิสระ เขาสะบัดตัวหันไปทาง บุญ “ขอบคุณ… ฉัน… ฉันเห็นภาพหลอน” “ไม่ใช่ภาพหลอนครับหัวหน้า” บุญพูดเสียงหนักแน่น “มันเอาความรู้สึกผิดของหัวหน้ามาเล่นงาน” บุญมองไปที่ท้องถิ่นที่ตนเองเติบโตมา “หัวหน้า… ผมต้องบอกหัวหน้า” บุญจับมือของ วิน ไว้แน่น “พ่อผม… ท่านไม่ได้แค่หายไป ท่านถูกมันเอาไป” “เขาบอกผม… ว่าแม่ของผมมาเรียกเขาจากใต้น้ำ… เขาเห็นเธอโบกมือ…” “ผมเชื่อมาตลอดว่ามันเป็นอาการเมาไนโตรเจน… แต่ตอนนี้… ผมรู้แล้วว่ามันคืออะไร”
“มันเอาคนที่เรารักมาหลอกเรา” วินพึมพำ
“เราต้องไปต่อ” วินตัดสินใจ “ไปที่ช่องว่างนั้น… เราต้องรู้ว่ามันซ่อนอะไรไว้”
พวกเขาว่ายกลับไปยังรอยแยกขนาดใหญ่… คราวนี้พวกเขาไม่สนใจเสียงกระซิบที่ดังในหน้ากากอีกต่อไป
เมื่อพวกเขาว่ายเข้าไปในรอยแยก มันไม่ใช่วัดโบราณตามที่คาดไว้ มันคือ “หลุมทิ้ง” “สุสาน” ใต้น้ำ
“ดูนั่นสิ…” บุญแทบจะหยุดหายใจ เบื้องหน้าพวกเขา… ไม่ใช่หิน แต่เป็นกองวัตถุที่ปกคลุมด้วยตะกอนหนา… มันคือตุ๊กตาดินเผา… นับพัน… นับหมื่นชิ้น ถูกพันไว้ด้วยเส้นใย “ว่านพระฉิม” กองพะเนินเทินทึก… สูงยิ่งกว่าตึก
“มันคือ ‘หลุมทิ้งกรรม’ จริงๆ” วินพูด เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “พวกมันเยอะมาก… ไม่ใช่ของโบราณทั้งหมด” บุญส่องไฟฉาย เส้นใยว่านบางส่วนยังคงมีสีเขียวสด ห่อหุ้มตุ๊กตาบางชิ้น… ที่ยังมีเส้นผมมนุษย์สีดำสนิทพันอยู่
ทันใดนั้น… เส้นใยว่านที่อยู่รอบๆ พวกเขาก็เริ่มเคลื่อนไหว พวกมันไม่ได้ก่อร่างเป็นภาพหลอน แต่มันกำลัง “พัน” กันเอง แน่นขึ้น… และพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา! เหมือนงูพิษที่ตื่นจากการหลับใหล
“หนี! มันกำลังจะจับเรา!” วินตะโกน พวกเขาถีบตีนกบอย่างบ้าคลั่ง หนีออกจาก “หลุมทิ้งกรรม” นั้น บุญเกือบจะถูกเส้นใยว่านเส้นหนึ่งพันรอบขาไว้ วินต้องใช้แรงทั้งหมด… ดึงเขาออกมา
เมื่อพวกเขาว่ายขึ้นมาถึงผิวน้ำได้สำเร็จ วินทรุดตัวลงบนแพ หายใจหอบถี่ “เราต้องออกไปจากที่นี่” วินพูด “เราต้องไปหาคนที่ทำเรื่องนี้”
“อาจารย์เล็ก” บุญพึมพำ “ใช่… คนที่รู้เรื่อง ว่านพระฉิม ทั้งหมด” วินยืนยัน “เขาต้องรู้… ว่าทำไมสระถึงเกิดอาถรรพ์ และจะหยุดมันได้อย่างไร”
“เขาอยู่ที่กระท่อมหลังเก่าในป่า” บุญมองไปที่ป่าทึบริมสระ “แต่ถ้าเราไป… มันอาจจะตามเราไปถึงที่นั่น” วินมองสระน้ำ มันกลับมานิ่งสนิทอีกครั้ง เย็นชา… และรอคอย
“มันรู้ว่าเราเจอความจริงแล้ว” วินตัดสินใจ “มันจะตามเราไม่ว่าเราจะไปที่ไหน แต่เราต้องไปที่นั่น… เพราะนั่นคือทางเดียวที่จะช่วย ฟาง ได้”
วินและบุญเตรียมเสบียงและอุปกรณ์ที่จำเป็นที่สุด… พวกเขาจะทิ้งแพเหล็กไว้เบื้องหลัง และมุ่งหน้าเข้าสู่ป่า… ไปหา อาจารย์เล็ก… เพื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้ายที่สุด… และเพื่อหา “ของแลกเปลี่ยน” ที่จะนำ ฟาง กลับมา
ความตึงเครียดในกระท่อมเล็กๆ ระเบิดออก เสียงกรีดร้องของดาว ก้องสะท้อนผนังไม้เก่าๆ “แกฆ่าพี่อาร์ต! ไอ้ฆาตกร!!”
ดาวพุ่งเข้าหา Kวิน! เล็บของเธอจิกเข้าที่ใบหน้าของ Kวิน Kวิน ตกตะลึง… ทำได้เพียงยกแขนขึ้นปัดป้อง “ดาว! หยุด! คุณเข้าใจผิด!” “กูไม่เข้าใจผิด!!” ดาวทุบตีเขาอย่างบ้าคลั่ง “กูรู้! กูรู้มาตลอดห้าปี! แกรอให้เขาตาย! แกขโมยผลงานเขา!”
บุญรีบเข้ามาดึงตัวดาวออก “คุณผู้หญิง! ใจเย็นๆ! ที่นี่มันไม่ปลอดภัย!” “ปล่อยกู!” ดาวสะบัดตัวหลุด “กูไม่สน! กูจะฆ่ามัน!”
มีเพียงคนเดียวที่ยังนั่งนิ่ง อาจารย์เล็ก ดวงตาแก่ชราของเขากำลัง ‘อ่าน’ อ่านผู้หญิงที่เปียกปอนคนนี้ เขาไม่ได้มองเธอ… เขามอง ‘เงา’ ที่ติดตามเธอมา เขายิ้ม… รอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความโกรธของดาว
“มึงมาที่นี่ได้ยังไง” Kวินถาม เสียงของเขาสั่น ไม่ใช่เพราะกลัวดาว แต่เพราะทุกอย่างมันพังทลายในเวลาเดียวกัน “กูตามแกมา!” ดาวตะโกน “กูรู้ว่าแกมารับงานที่สุโขทัย! กูได้ยินชาวบ้านเขาลือกัน… เรื่อง ‘สระผีสิง’ ที่กลืนคน… กูรู้เลยว่าต้องเป็นแก! แกมันดึงดูดแต่เรื่องชั่วร้าย!”
Kวินหน้าซีด “คุณ… คุณลงไปในน้ำเหรอ” “ใช่!” เธอกรีดร้อง “กูเพิ่งหนีมา! กูมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืน! กูพายเรือยางเล็กๆ เข้ามา! กูจะมาจับผิดแกคาหนังคาเขา!” เธอมองไปรอบกระท่อม… “แล้วลูกทีมแกหายไปไหนหมดล่ะ! แกฆ่าพวกเขาทิ้ง… เหมือนที่แกฆ่าพี่อาร์ตใช่ไหม!”
“ฟาง… ฟางถูกมันเอาตัวไป” Kวินพูดเสียงแผ่วเบา “มัน?” ดาวขมวดคิ้ว “สระน้ำ… มันเอาตัวเธอไป”
ดาวชะงัก ความบ้าคลั่งในแววตาเธอ… ถูกแทนที่ด้วยความสับสน… และความกลัว “แกพูดเรื่องอะไร… ฉัน… ฉันไม่เห็นอะไรเลย ฉันแค่… พายเรืออยู่… แล้วจู่ๆ เรือมันก็รั่ว! เหมือนมีอะไรแทงทะลุมาจากใต้น้ำ! ฉันต้องว่ายน้ำหนีตายเข้าฝั่ง… ฉันเห็นแสงไฟจากที่นี่…”
Kวินและบุญมองหน้ากัน มัน ‘ปล่อย’ ให้ดาวหนี มัน ‘ต้อน’ เธอมาที่นี่
ทันใดนั้น อาจารย์เล็กก็หัวเราะ เสียงหัวเราะแหบแห้ง… เหมือนกิ่งไม้เสียดสีกัน “โง่… พวกมึงมันโง่กันทั้งคู่” เขาชี้ไปที่ดาว “ไม่ใช่สระที่ต้อนมึงมาที่นี่…” เขาชี้ไปที่ Kวิน “และไม่ใช่ ‘กรรม’ ของมึง… ที่ล่อมันมา” เขาเคาะนิ้วลงบนพื้นไม้ “แต่เป็น ‘มึง’” เขามองดาวเขม็ง “มึงคือคนที่ ‘ปลุก’ มัน!”
“ฉัน?” ดาวตัวสั่น “ฉันทำอะไร! ฉันแค่มาหาฆาตกร!” “มึงไม่ได้มามือเปล่า” อาจารย์เล็กพูด ดวงตาของเขาสแกนไปทั่วร่างที่เปียกปอนของดาว แล้วก็หยุด… ที่ข้อมือซ้ายของเธอ
มีเชือกสายสิญจน์สีดำสนิท… ผูกปมแบบโบราณ… พันอยู่ แต่ที่น่าขนลุกคือ… ปมเชือกนั้น… ถูกร้อยผ่าน ‘ฟันกราม’ ซี่เล็กๆ ซี่หนึ่ง ฟันกรามที่ยังมีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่
Kวินจ้องมองมัน “นั่นมัน… อะไร” บุญเบิกตากว้าง “ตะกรุด… ไม่… นั่นมัน… … ‘พรายกระซิบ’”
“มึงไปเอามันมาจากไหน!” อาจารย์เล็กตวาดลั่น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงอารมณ์ ดาวหน้าซีดเผือด “ฉัน… ฉันไปหา… อาจารย์อีกคน ที่อยุธยา… ฉันบอกเขาว่า… ฉันต้องการให้คนชั่วสารภาพบาป ฉันต้องการให้มันทรมาน… เขาเลยให้สิ่งนี้ฉันมา…”
“แล้วเขาบอกให้มึงทำอะไร!” อาจารย์เล็กตะคอก “เขา… เขาบอกให้ฉัน… …ไปที่ริมน้ำ… ที่ที่ฉันสงสัยว่าคนชั่วอยู่… แล้ว… …แล้วกรีดเลือดตัวเอง… หยดลงบนฟันซี่นี้… แล้วเรียกชื่อ… เรียกชื่อคนที่ฉันอยากให้เขามา ‘ทวงความยุติธรรม’”
Kวินรู้สึกเหมือนเลือดในตัวแข็งเป็นน้ำแข็ง “คุณทำ… คุณทำเมื่อไหร่” “เมื่อ… เมื่อคืน” ดาวกระซิบ “ตอนประมาณเที่ยงคืน… ฉันพายเรือไปกลางสระ… ฉันทำพิธี… ฉันเรียกชื่อ… …ฉันเรียกชื่อ ‘พี่อาร์ต’”
วินาทีที่เธอพูดชื่อนั้นจบ กระท่อมทั้งหลังก็สั่นสะเทือน! ไม่ใช่แผ่นดินไหว มันคือแรงสั่นสะเทือนจาก ‘ข้างล่าง’ เสียงครวญคราง… เสียงคำรามต่ำๆ… ดังขึ้นมาจากใต้พื้นดิน
บุญล้มลงไปกองกับพื้น “มันมาแล้ว!! มันตามกลิ่นมา!!” “มึงมันโง่!!!” อาจารย์เล็กตะโกนใส่หน้าดาว “ไอ้ฟันกรามที่มึงเอามา… มันคือฟันของ ‘ผีตายโหง’ ที่ถูกสะกดไว้! มึงไม่ได้เรียกแค่วิญญาณพี่ชายมึง! มึงใช้เลือดของมึง… ความแค้นของมึง… เปิดประตู!!!”
อาจารย์เล็กชี้ออกไปนอกหน้าต่าง… ไปทางสระน้ำ “มึงไม่ได้ ‘ปลุก’ แค่สระน้ำ! มึง ‘เรียก’ วิญญาณพี่ชายมึง… จากทะเลลึก… มาที่สระน้ำแห่งนี้! มึงโยนเนื้อสดชิ้นใหญ่… ลงไปในบ่อจระเข้ที่หิวโซ!”
Kวินเข้าใจแล้ว… ความรู้สึกผิดของเขา… คือ ‘กลิ่น’ แต่พิธีกรรมของดาว… คือ ‘เหยื่อล่อ’ และฟาง… ฟางคือ ‘อาหารเรียกน้ำย่อย’
“แล้ว… แล้วฟางล่ะ” Kวินถามเสียงสั่น “เราจะช่วยเธอยังไง! คุณบอกว่าต้อง ‘แลก’!” เขามองไปที่ดาว “สระมันต้องการ ‘กรรม’ ที่หนักกว่า… …เธอ! เธอก่อเรื่องทั้งหมด! กรรมของเธอหนักที่สุด!”
ดาวถอยกรูด “ไม่! ฉันไม่เกี่ยว! ฉันแค่จะมาทวงความยุติธรรม!” “มึงคือความยุติธรรมที่มันต้องการนั่นแหละ!” Kวินคำราม เขาเตรียมจะคว้าตัวดาว
“หยุด!!!” อาจารย์เล็กตะโกนลั่น “ตอนนี้… มันไม่สนเรื่อง ‘แลก’ แล้ว” น้ำเสียงของเขา… เต็มไปด้วยความพ่ายแพ้… และความกลัวเป็นครั้งแรก “มันได้กลิ่น ‘ผีตายโหง’ จากตะกรุดมึง… มันได้กลิ่น ‘ความแค้น’ จากมึง… มันได้กลิ่น ‘ความรู้สึกผิด’ จากมึง… และที่สำคัญที่สุด…”
อาจารย์เล็กหลับตาลง “มัน ‘ได้ยิน’ วิญญาณของอาร์ตแล้ว วิญญาณที่ถูกเรียกมาผิดที่… วิญญาณที่กำลังสับสนและโกรธเกรี้ยว… วิญญาณที่ ‘ติด’ อยู่ในสระ… ออกมาไม่ได้”
อาจารย์เล็กพูดช้าๆ “ตอนนี้… มันไม่ต้องการ ‘หนึ่ง’ วิญญาณ มันต้องการ ‘ทั้งหมด’”
เสียงสั่นสะเทือนดังขึ้นอีก! คราวนี้รุนแรงกว่าเดิม! ข้าวของในกระท่อมเริ่มสั่นไหว หิ้งบูชา… รูปปั้น… และ ‘ไห’ ดินเผาที่ถูกปิดผนึกด้วยผ้าแดง… พวกมันสั่น… และเริ่ม… …’ร้าว’
เสียงกระซิบ… เสียงที่พวกเขาได้ยินในสระน้ำ… บัดนี้… มันไม่ได้อยู่ข้างนอก มันดังขึ้น… …’ข้างใน’ กระท่อม
มันดังมาจากไหที่กำลังร้าว! วิญญาณที่อาจารย์เล็ก ‘ขัง’ ไว้ในไห… กำลังตอบสนองต่อวิญญาณนับหมื่นในสระน้ำ! พวกมันกำลังเรียกหากัน!
“หนี!!!” อาจารย์เล็กตะโกน เขากระโจนไปคว้ามีดอาคมเล่มใหญ่ที่ฝังอยู่บนขื่อบ้าน “กระท่อมนี้… กูกันมันไว้ไม่อยู่แล้ว!”
เปรี้ยง!!! ไหดินเผาใบหนึ่ง… ระเบิดออก! กลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมา… ไม่ใช่ควัน… มันคือ ‘ว่าน’ เส้นใยแห้งๆ สีดำ… พุ่งออกมา… …ไม่ใช่ไปทางประตู… …มันพุ่งตรงไปที่ ‘ดาว’!! ผู้ที่สวมตะกรุดผีตายโหง!
“หนี!!!” เสียงของอาจารย์เล็กดังก้อง กลุ่มก้อน ‘ว่าน’ สีดำที่พุ่งออกมาจากไห แตกกระจายกลางอากาศ พวกมันเหมือนฝูงแมงมุมขนดก… พุ่งเป้าไปที่ดาว
“อ๊ากกก!” ดาวกรีดร้อง มีดอาคมในมือของอาจารย์เล็กตวัดฟาด ฉับ! เขาตัดกลุ่มก้อนว่านขาดกลางอากาศ พวกมันร่วงหล่นลงพื้น… แล้วสลายเป็นฝุ่นผงสีดำ แต่… …ไหใบที่สอง… …และใบที่สาม… …ก็เริ่มร้าว
เปรี๊ยะ! เปรี้ยง! ไหดินเผาระเบิดออกทีละใบ! วิญญาณที่ถูก ‘ขัง’ มานานนับสิบปี… บัดนี้เป็นอิสระ! ควันสีดำทะลักออกมา มันไม่ใช่แค่ ‘ว่าน’ มันคือเสียงกรีดร้อง… คือความโกรธแค้น… คือความทรมาน พวกมันรวมตัวกันเป็นพายุหมุนขนาดเล็กกลางกระท่อม
“พวกมึงจะรออะไร! ไป!!” อาจารย์เล็กตะโกน เขายืนตั้งหลักอยู่กลางห้อง… มีดในมือส่องแสงสีเงินจางๆ เขาคือปราการด่านสุดท้าย… ที่กำลังจะพังทลาย
วินฉุดแขนดาว “ไป! เร็ว!” ดาวขยับตามอย่างตื่นตระหนก… เธอยังช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น บุญวิ่งไปกระแทกประตูเปิดออก
แต่พวกเขาหนีไม่ทัน พื้นไม้กระดานใต้เท้าของบุญ… …แตกออก! ไม่ใช่ไม้ผุ… แต่มันถูก ‘แทง’ ทะลุ… …จากข้างล่าง!
เส้นใย ‘ว่าน’ สีซีดขาว… สด… และชุ่มน้ำ… พุ่งทะลุพื้นดินขึ้นมา! พวกมันไม่ใช่ของที่ถูกขังในไห… พวกมันคือของจาก ‘สระน้ำ’!!
“มันมาแล้ว!” บุญร้องเสียงหลง “มันไม่ได้อยู่ในสระอีกต่อไปแล้ว! มันมาถึงนี่แล้ว!” ‘ว่าน’ สีขาวพันรอบข้อเท้าของบุญ… ดึงเขาล้มลง!
“บุญ!!” วินหันกลับมา เขาใช้มีดดำน้ำ (ที่เก็บมาจากศพฟาง… ไม่… ร่างปลอมของฟาง) สับลงไปที่เส้นใย ฉึก! มันเหนียว… แต่มันก็ยอมปล่อยบุญ
“มันไม่ได้สนกระท่อม!” อาจารย์เล็กตะโกนแข่งกับเสียงโหยหวน “มันสน ‘แผ่นดิน’!! สระมันกำลัง ‘ล้น’!! มันกำลังทวงคืนพื้นที่ของมัน!!”
หลังคาไม้ไผ่เริ่มสั่นสะเทือน… ไม่ใช่เพราะลม… แต่เพราะรากไม้จากต้นไผ่รอบกระท่อม… กำลัง ‘มีชีวิต’ พวกมันชอนไช… บีบรัด… กระท่อมกำลังถูก ‘กลืน’
“อาจารย์! หนีเร็ว!” วินตะโกน อาจารย์เล็กหันมามองเขา… ในแววตาที่เคยแข็งกร้าว… บัดนี้… มีเพียงความเหนื่อยล้า… และการยอมรับชะตากรรม
“กูหนีไม่ได้” เขากระซิบ “กูคือคนที่ ‘เลี้ยง’ มัน กูคือคนที่ทำสัญญากับมัน… กูใช้มัน… เพื่อสะกดวิญญาณอื่น… …ตอนนี้… มันมาเก็บ ‘หนี้’”
พายุควันดำจากไหที่แตก… พุ่งเข้าใส่อาจารย์เล็ก! พวกมันห่อหุ้มร่างที่แก่ชราของเขาไว้ วินเห็นเพียงแววตาสุดท้ายของเขา… ที่จ้องมองทะลุความมืด… มาที่… …ดาว
“ตะกรุด…” อาจารย์เล็กเค้นเสียง “…ทำลายมัน… …มันคือ ‘ประตู’…”
“ไม่!!!” วินพยายามจะเข้าไปช่วย แต่บุญดึงเขาไว้ “สายไปแล้วหัวหน้า! ไปเร็ว! ก่อนที่เราจะโดนไปด้วย!” ร่างของอาจารย์เล็ก… ถูกยกขึ้นจากพื้น เขาไม่ได้ต่อสู้… เขาเพียงแค่หลับตาลง… แล้วร่างของเขาก็ถูก ‘ดูด’ เข้าไปในพายุวิญญาณสีดำ พายุนั้นพุ่งทะลุหลังคา… สลายหายไปในอากาศ
แล้วกระท่อม… ก็ถล่มลงมา
วิน บุญ และ ดาว กระโจนพ้นประตูออกมาได้ทันเวลา… เศษไม้… เศษดิน… เศษไห… ถล่มทับลงมาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่นี้
ทั้งสามคนนอนหอบอยู่บนพื้นดินที่ชื้นแฉะ รอบตัวพวกเขา… …ป่าไผ่… …ไม่เงียบอีกต่อไป มันกำลัง ‘กระซิบ’
เสียงนับพัน… เสียงเดียวกับในสระน้ำ… ลอยมาจากทุกทิศทาง “ไป… ต้องไปจากที่นี่…” บุญพึมพำ เขาลุกขึ้น… ออกวิ่ง…
วินดึงดาวให้ลุกขึ้น “วิ่ง! ดาว! วิ่ง!” ดาวเหมือนคนไร้วิญญาณ… เธอวิ่งตามแรงฉุดของวิน พวกเขาวิ่งกลับเข้าไปในป่าทึบ… ทางเดียวกับที่พวกเขามา มุ่งหน้ากลับไปที่ ‘สระน้ำ’
แต่ป่า… ไม่เหมือนเดิม มันไม่ใช่ป่าที่พวกเขาเดินเข้ามา รากไม้บนพื้นดิน… ขยับได้ พวกมันเหมือนงู… เลื้อยเกี่ยวข้อเท้าพวกเขา กิ่งไม้… โน้มต่ำลง… เหมือนแขน… พยายามจะคว้า… จะข่วน…
“อ๊าก!” ดาวสะดุดรากไม้ล้มลง วินหยุด… หันกลับไปดึงเธอ “ลุกขึ้น! เร็ว!” “ฉัน… ฉันไม่ไหว…” ดาวร้องไห้ “พี่อาร์ต… พี่อยู่ไหน… ช่วยดาวด้วย…”
“ดาว…”
เสียงกระซิบ… ชัดเจน… ดังขึ้นข้างหูเธอ
ดาวตัวแข็งทื่อ “เมื่อกี้… คุณได้ยินไหม” “ได้ยินอะไร! วิ่ง!” วินตะโกน “ดาว… น้องพี่…” เสียงกระซิบนั้น… เย็นยะเยือก… เต็มไปด้วยความสับสน… และความเจ็บปวด “ทำไม… ทำไมเรียกพี่มา… ที่นี่… มันหนาว… พี่กำลังพัก… ทำไมปลุกพี่…”
“พี่อาร์ต!” ดาวกรีดร้อง “พี่อาร์ตจริงๆ ด้วย! ช่วยดาว!” “ดาว… พี่ช่วยไม่ได้…” เสียงนั้นเริ่มบิดเบี้ยว… เหมือนมีเสียงอื่นแทรกเข้ามา… “พี่… เจ็บ… มัน… มันดึงพี่ไว้… มันไม่ยอมให้พี่ไป… …ทั้งหมด… …เพราะ ‘เธอ’!!!”
“ไม่!!!!” ดาวเอามือปิดหู ความจริงที่ว่าเธอคือต้นเหตุ… เธอไม่ได้แค่ ‘เรียก’ พี่ชาย… เธอ ‘กักขัง’ เขาไว้ในนรกแห่งนี้… มันทำลายสติของเธอ
“มันหลอกคุณ!” วินเขย่าตัวเธอ “มันคือสระน้ำ! มันเลียนเสียงพี่คุณ! เหมือนที่มันเลียนเสียงฟาง!” “ไม่ใช่!!!” ดาวตะโกนกลับ “ฉันจำเสียงพี่ฉันได้! นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการ! ฉันต้องการให้เขากลับมา!” “ไม่ใช่แบบนี้!!!”
บุญวิ่งย้อนกลับมา “หัวหน้า! ทางนี้!” เขาลากทั้งสองคนต่อไป ป่าเริ่มบางลง พวกเขาเห็นแสงสว่างข้างหน้า… …แสงที่สะท้อนจากผิวน้ำ
พวกเขาวิ่งทะลุแนวไม้สุดท้าย… ออกมา… …ณ ริมสระ จุดเดียวกับที่พวกเขาหนีขึ้นมา
แต่… …มันไม่เหมือนเดิม ผืนดินที่พวกเขาเคยเหยียบ… หายไปแล้ว
น้ำในสระ… …มัน ‘ล้น’ ระดับน้ำสูงขึ้นหลายเมตร… ท่วมป่าริมตลิ่ง มันตัดทางหนีของพวกเขา บัดนี้… พวกเขายืนอยู่บนแผ่นดินผืนเล็กๆ ที่ถูกล้อมรอบด้วยน้ำอาถรรพ์
“เราติดแล้ว” บุญกระซิบ… ความหวังสุดท้ายหมดสิ้น
วินมองไปที่ผิวน้ำ มันไม่ได้นิ่งอีกต่อไป มันกำลัง… … ‘เดือด’
ไม่ใช่เดือดเพราะความร้อน แต่มันปั่นป่วน… จากข้างล่าง เหมือนมีสัตว์ร้ายขนาดยักษ์… กำลังจะโผล่ขึ้นมา
และแล้ว… …มันก็โผล่ ตรงกลางสระ… …จุดที่รอยแยกนั้นอยู่…
‘ว่าน’ เส้นใยสีซีดขาว… นับล้าน… นับสิบล้านเส้น… พุ่งขึ้นมาจากใต้น้ำ ก่อตัว… รวมตัวกัน… สูงขึ้น… สูงขึ้น…
มันไม่ใช่ร่างปลอมของฟางอีกต่อไปแล้ว มันคือ… …ร่างยักษ์ ร่างที่ประกอบขึ้นจากเส้นใย ‘ว่าน’ แต่ภายในร่างโปร่งแสงนั้น… พวกเขามองเห็น… …ใบหน้า… ใบหน้าของคนนับพัน… บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด… กรีดร้องอย่างเงียบงัน… วิญญาณทั้งหมดที่ถูกขัง… บัดนี้… รวมเป็นหนึ่ง
ร่างยักษ์นั้น… ค่อยๆ หันมา มันไม่มีตา… แต่พวกเขารู้สึกได้ว่า… มันกำลัง ‘จ้อง’ พวกเขา
จ้องเขม็ง… มาที่คนสามคน… ที่ยืนอยู่บนแผ่นดินผืนสุดท้าย
แล้วเสียง… ก็ดังขึ้น ดังมาจากทุกที่ ดังมาจากร่างยักษ์นั่น… ดังมาจากน้ำที่กำลังปั่นป่วน…
มันคือเสียงของ ‘อาจารย์เล็ก’ ที่บัดนี้… …กลายเป็นส่วนหนึ่งของมันแล้ว
“มันตื่นเต็มที่แล้ว…” เสียงกระซิบนั้น… เย็นชา… และไร้ตัวตน “มันไม่ได้ต้องการแค่ ‘ร่าง’ มันต้องการ ‘กรรม’ …กรรมของพวกมึงทั้งสามคน… …เอามา… …คืนให้สระเดี๋ยวนี้…”
ความเงียบเข้าครอบงำ อากาตหยุดนิ่ง เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงน้ำที่กำลังเดือดปุดๆ รอบๆ ผืนดินสุดท้ายที่พวกเขายืนอยู่ “อสุรกายว่าน” สูงตระหง่านอยู่กลางสระน้ำ เป็นมวลสีขาวทึบแสงของเส้นใยที่บิดเกลียว ภายในนั้นมีใบหน้ามนุษย์นับพันที่กรีดร้องอย่างเงียบงัน… บิดเบี้ยวด้วยความทรมาน นั่นคือเหล่าวิญญาณที่ถูกกักขัง… รวมกันเป็นหนึ่งเดียว
เสียงของอาจารย์เล็ก… แหบพร่าและเต็มไปด้วยความอาฆาต… มันดังก้องอยู่ในอากาศ… และในโสตประสาทของคนทั้งสาม
“…กรรมของพวกมึง… จงนำมา… คืนสู่สระแห่งนี้เดี๋ยวนี้…”
วินจ้องมองไปยังร่างยักษ์นั้น ความกลัวในใจเขาได้แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเยือกเย็น “ฟางอยู่ไหน!” เขาตะโกน “เธอต้องยังมีชีวิตอยู่! เอาเธอคืนมา!”
ร่างว่านขนาดยักษ์เอียงศีรษะเล็กน้อย จากกลางอกของมัน… แสงสีเขียวอ่อนก็ส่องประกายออกมา และแล้ว… ใบหน้าหนึ่งก็ปรากฏชัดเจนกว่าใบหน้าอื่นๆ ทั้งหมด มันคือ ฟาง
ใบหน้าของเธอถูกเส้นใยว่านตรึงไว้… มันไม่ใช่ภาพลวงตาอีกแล้ว มันเหมือนรูปปั้นปูนปลาสเตอร์ที่จมอยู่ในโคลน ดวงตาของเธอเปิดกว้าง… แต่ไร้แวว และใบหน้าของเธอกำลัง “ร้องไห้” ไม่ใช่หยดน้ำตา แต่เป็นเส้นใยว่านเล็กๆ สีขาวงาช้าง… ไหลออกมาจากหางตา… แล้วม้วนตัวกลับเข้าไปในร่างกายยักษ์นั้น
เธอยังมีชีวิตอยู่ แต่เธอกำลังถูก “ดูดซับ”
“เธอคือเชื้อเพลิง” เสียงของอาจารย์เล็กดังขึ้น “เธอบริสุทธิ์… เธอคือแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ วิญญาณร้ายกำลังใช้เธอเพื่อยึดเหนี่ยวตัวเองไว้ไม่ให้แตกสลาย เธอคือสิ่งที่กูต้องการ… เพื่อไม่ให้ทุกอย่างระเบิด แต่… เธอกำลังจะหมดแล้ว”
รอยยิ้มที่โหดร้ายของอาจารย์เล็กปรากฏบนใบหน้าของฟางชั่วขณะ “กูต้องการสิ่งที่แข็งแกร่งกว่า… มึง, วิน กรรมของมึง… ความสำนึกผิดที่เน่าเปื่อยของมึง… นั่นแหละคืออาหารชั้นเลิศ”
“ไม่!” วินคำราม เขากวาดตามองหาอาวุธ… แต่เขามีเพียงมีดดำน้ำทื่อๆ เล่มเดียว
“คุณไม่มีสิทธิ์เอาตัวฉันไป!” ดาวตะโกนขึ้นมาทันที ความตื่นตระหนกของเธอถูกแทนที่ด้วยความคลั่งแค้น เธอกำสร้อยข้อมือที่มีฟันซี่เล็กๆ แน่น “ฉันมาที่นี่เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม! ฉันคือผู้เรียกเขามา! ฉันคือผู้มีสิทธิ์ในความยุติธรรม!”
เสียงอาจารย์เล็กหัวเราะกึกกัก… อย่างดูถูก “ความยุติธรรม? มึงเรียกสิ่งนั้นว่าความยุติธรรมหรือ? มึงใช้คุณไสยมนต์ดำเรียกวิญญาณที่หลับใหลจากก้นทะเล มาสู่สระน้ำที่เน่าเฟะด้วยกรรมชั่ว! มึงใช้ความแค้นของมึง… เปิดประตูสู่นรก! กรรมของมึง… หนักกว่าใครๆ ที่อยู่ที่นี่นับหมื่นเท่า!”
ร่างว่านขนาดยักษ์ยกแขนขึ้น แขนนั้นไม่ใช่กล้ามเนื้อ… แต่มันคือกระแสน้ำวนของเส้นใยว่านที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มันพุ่งตรงไปที่ ดาว
“ไม่! ดาว! ฟันนั่น!” บุญตะโกน แววตาของเขามุ่งไปที่เครื่องราง “มันคือประตู! อาจารย์บอกว่ามันคือประตู!”
บุญ… ด้วยพละกำลังของนักดำน้ำที่ฝึกฝนมา พุ่งเข้าใส่ ดาว เขาคว้าข้อมือเธอ… พยายามจะฉีกสร้อยอาคมสีดำนั้นออก ดาวขัดขืนอย่างบ้าคลั่ง “ไม่! อย่าเอาไป! อาร์ต! เขาอยู่ที่นี่! เขากำลังฟังฉันอยู่!”
“ไอ้โง่! นั่นไม่ใช่เขา! มันคือกับดัก!” บุญคำรามขณะที่ยื้อแย่ง ดาวกัดเข้าที่แขนของบุญ เธอต่อสู้ด้วยพละกำลังที่ไม่น่าเชื่อ…
วินเห็น บุญ ตกอยู่ในอันตราย เขารีบละทิ้ง ดาว… แล้วเข้าช่วย บุญ
การหันเหความสนใจเพียงเล็กน้อยนี้… คือสิ่งที่อสุรกายว่านต้องการ
ตึง!!! แขนยักษ์ของ ว่าน กระแทกลงบนผืนดินริมน้ำอย่างรุนแรง ไม่ใช่กระแทกพวกเขา แต่กระแทก “ผืนดิน” ใต้ฝ่าเท้าพวกเขา! แผ่นดินผืนสุดท้ายเริ่มปริแตก น้ำสระที่เต็มไปด้วย ว่าน… ทะลักเข้ามาในรอยแตกนั้น
เสียงอาจารย์เล็กหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “มึงปิดประตูนรกไม่ได้ ในเมื่อมึงเป็นคนเชิญแขกมา! กูจะเอาให้หมด! ไม่ใช่วิญญาณเดียว… แต่เป็น สาม! พร้อมด้วยกรรมชั่วทั้งหมดของพวกมึง!”
เส้นใยว่านขนาดใหญ่เท่าข้อมือ… พุ่งออกมาจากผิวน้ำ! มันพันรอบตัว บุญ! “อ๊ากกกก!” บุญถูกกระชากอย่างแรงไปทางผืนน้ำ “บุญ!” วินละทิ้ง ดาว เขาสับมีดดำน้ำลงบนเส้นใยที่กำลังรัดคอ บุญ เส้นใยยอมปล่อย…
ดาว… ที่หลุดเป็นอิสระ รู้สึกถึงพลังงานที่พุ่งพล่านจากสร้อยข้อมือ เธอหันไปทาง วิน “กูไม่ยอมให้มึงรอดหรอก ไอ้ฆาตกร!” เธอชูเครื่องรางขึ้นสูง “อาร์ต! วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของพี่! จงลงโทษคนชั่ว!”
ทันใดนั้น… เครื่องรางบนข้อมือ ดาว ก็สว่างวาบขึ้น แสงสีแดงจางๆ… แล้วมันก็แตกร้าว ฟันซี่เล็กๆ ที่ผูกติดอยู่… หลุดร่วงลงพื้น และสลายเป็นเถ้าถ่าน
“ไม่… ไม่จริง!” ดาวมองเครื่องรางที่ถูกทำลายด้วยความตกตะลึง
แต่เครื่องรางได้ทำหน้าที่ของมันเสร็จสิ้นแล้ว มันถูกทำลาย ประตูถูกปิด แต่… ช้าเกินไป
การที่เครื่องรางถูกทำลาย ไม่ได้ทำให้อสุรกายว่านอ่อนแอลง ตรงกันข้าม มันทำให้อสุรกายว่าน โกรธจัด และทำให้ดวงวิญญาณที่ ดาว เรียกมา… โกรธแค้นยิ่งกว่า ที่ถูกตัดขาด
ร่างว่านขนาดยักษ์คำรามลั่น! (เสียงอาจารย์เล็กกรีดร้อง) “มึงกล้าดียังไง!!! มึงทำลายประตูของกู!!!”
มันยกแขนทั้งสองข้าง เส้นใยว่านทั้งหมดบนร่างกายของมันเริ่มบิดตัว… ก่อเกิดเป็นพายุหมุนสีขาว เส้นใยว่านขนาดเท่าลำต้นไม้พุ่งออกมาจากผิวน้ำ… มุ่งตรงมาที่พวกเขา!
“หนี! หาที่กำบัง!” วินตะโกน ลาก ดาว และ บุญ ถอยหลัง
ไม่มีที่ให้หนี พวกเขาถูกต้อนจนชิดขอบดินสุดท้ายแล้ว
บุญ… มองเห็นความตายอยู่ตรงหน้า เขารีบหลับตาลง… พึมพำบทสวดสุดท้าย แต่ในขณะที่สวด… เขารู้สึกถึงบางสิ่ง ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นแสงสว่าง… พลังงานบางอย่าง…
พลังงานนั้นมาจาก… …ถุงกันน้ำที่พวกเขาหอบหิ้วขึ้นมาจากแพ ในถุงนั้น… มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขาหลงลืม สิ่งหนึ่งที่ ฟาง ได้เก็บมาจากก้นสระในวันแรก
“เดี๋ยวก่อน!” บุญลืมตาขึ้น “อะไร!” วินถาม ขณะที่หลบเส้นใยว่าน “กล่องนั่น! กล่องเก็บตัวอย่าง! มันมีบางอย่าง!” บุญคว้าถุงกันน้ำมา… ค้นหาอย่างบ้าคลั่ง
วินและ ดาว ยืนบังเขาไว้ ดาว… หลังจากเครื่องรางถูกทำลาย… ก็เสียสติอย่างสมบูรณ์ เธอหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “พี่อาร์ต… เขาจะมา… เขาจะฆ่ามึง! มึงต้องตาย!” เธอตะโกนใส่หน้า วิน
“ตั้งสติ!” วินตบหน้าเธออย่างแรง ไม่ใช่ด้วยความโกรธ แต่เพื่อให้เธอรู้สึกตัว ดาวหยุดชะงัก น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอไม่หัวเราะแล้ว เธอมอง วิน… ในเสี้ยววินาที… เธอเห็นความเจ็บปวดและความสำนึกผิดของเขา
“อาร์ตตายแล้ว” วินพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบอย่างน่าประหลาด “ฉันผิด… ฉันทิ้งเขา… แต่เราต้องรอด! ช่วยบุญ!”
บุญดึงขวดแก้วเล็กๆ ออกมาจากถุง ภายในนั้น… คือตัวอย่างสีเขียวอ่อน มันคือตัวอย่างแรกที่ ฟาง เก็บได้ ต้นว่านเล็กๆ ที่ยังสด… แต่ถูกตัดจากราก มันยังคง… มีชีวิต
“ตัวอย่าง… มันคือว่าน” วินพูด “ไม่ใช่ว่านธรรมดา!” บุญตะโกน ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความหวัง “นี่คือพันธุ์ที่ ฟาง หาเจอ! พันธุ์ที่ ‘บริสุทธิ์’ ที่สุด! พันธุ์ที่อาจารย์เล็กต้องการเก็บ! มัน… มันคือส่วนหนึ่งของ ‘ราก’ ดั้งเดิม!”
เสียงอาจารย์เล็กกรีดร้อง… ด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง “ไม่!!! ทิ้งมันไป! มันไม่ใช่อาหาร! มันคือ การต่อต้าน!!!”
อสุรกายว่านขนาดยักษ์ดูเหมือนจะเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ มันรับรู้ถึงพลังงานที่บริสุทธิ์… ตรงกันข้ามกับกรรมชั่วของมัน
วินคว้าขวดแก้วนั้นไว้ “มันคือราก… มันคือจุดอ่อนของมึง” วินมองไปที่ขวดแก้ว เขารู้ว่าเขาต้องทำอะไร
“บุญ! รับตัวดาวไป! หันหลัง! หนี!”
บุญโอบกอด ดาว ที่ยังสั่นเทา… และใช้ร่างของตัวเองกำบังเธอ
วินถอยหลังหนึ่งก้าว เขาเปิดฝาขวดแก้ว แล้ว… …เขาไม่ได้โยนมันทิ้ง เขาใช้พละกำลังทั้งหมด… … ปักขวดแก้วที่มีว่านบริสุทธิ์นั้นลงไปในรอยแยกที่ใหญ่ที่สุดบนพื้นดิน… ตรงที่ว่านเริ่มทะลักขึ้นมา
โครม!!! เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น… ไม่ใช่ทางกายภาพ แต่เป็นทางจิตวิญญาณ
รอยแตกบนพื้นดินถูกผนึก และจากจุดที่ปักขวด… แสงสีเขียวสดใส… ส่องสว่างจ้าขึ้นมา! แสงนั้นพุ่งทะลุความมืด… พุ่งทะลุเส้นใยว่านที่เน่าเฟะ มันคือแสงแห่งชีวิตดั้งเดิม มันคือ ยาแก้พิษ สำหรับ พิษร้าย
แสงสีเขียวแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว… เหมือนตาข่ายแห่งแสง… แทรกซึมเข้าไปในมวลว่านสีขาวขุ่น อสุรกายว่านขนาดยักษ์กรีดร้อง! เสียงของอาจารย์เล็กไม่ใช่ความโกรธอีกต่อไป มันคือความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส “อ๊าาาาาาา!!!”
ใบหน้านับพันที่อยู่ในร่างว่านเริ่มสว่างขึ้น ไม่ใช่จากการติดเชื้อ แต่จากการ ชำระล้าง อสุรกายว่านขนาดยักษ์เริ่มสลายตัว ไม่ใช่จากการถูกทำลาย แต่จากการถูก กอบกู้ เส้นใยว่านสีขาว… ที่เต็มไปด้วยกรรมชั่ว… เริ่มเหี่ยวเฉา… เปลี่ยนเป็นสีดำ… และสลายเป็นเถ้าถ่าน วิญญาณทีละดวง… ทีละดวง… ได้รับการปลดปล่อย
และแล้ว… เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ไม่ใช่เสียงของอาจารย์เล็ก ไม่ใช่เสียงของฟาง แต่เป็นเสียงของ อาร์ต เสียงที่เจ็บปวด… แต่เปี่ยมด้วยความสงบ “วิน… พี่… เป็นอิสระแล้ว…”
จากนั้น… ทุกอย่างก็เงียบสงบ อสุรกายว่านขนาดยักษ์พังทลายลงเป็นกองเถ้าถ่านสีดำ ไม่มีเส้นใยว่านใดๆ เหลืออยู่ น้ำในสระลดลง ท้องฟ้าสว่างไสว หมอกจางหายไป
วิน บุญ และ ดาว ยังคงอยู่ พวกเขาคือผู้รอดชีวิต แต่พวกเขาได้สูญเสีย ฟาง ไป และพวกเขาได้สูญเสียส่วนหนึ่งของตัวเองไปตลอดกาล
วินมองไปยังกลางสระ… ที่ซึ่งแสงสีเขียวสุดท้ายดับลง ไม่มีอะไรอยู่ที่นั่นอีกแล้ว
ความเงียบเข้าครอบงำ ไม่มีเสียงใดๆ นอกจากการหายใจหอบถี่ของคนทั้งสาม น้ำในสระกลับสู่ระดับเดิมแล้ว สีเขียวมรกตยังคงอยู่ แต่ปราศจากความน่าสะพรึงกลัวที่เคยมี มันนิ่งสงบ เป็นความสงบอย่างแท้จริง
วินค่อยๆ ยืนขึ้น ร่างกายเขาสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เพราะการปลดปล่อยอย่างกะทันหันหลังจากการต่อสู้กับความตาย เขามอง บุญ ที่ฟุบหน้าลงกับพื้น… และ ดาว ที่ยังคงนั่งตัวงออยู่
“จบแล้ว…” บุญ พึมพำ เสียงแหบพร่า เขายกศีรษะขึ้น น้ำตาปนเปื้อนกับโคลนบนใบหน้า “พวกเรา… รอดมาได้”
ดาว ผู้เป็นต้นเหตุของทุกอย่าง… ยังคงไม่ขยับ วินคุกเข่าลงข้างๆ เธอ แตะไหล่เธอเบาๆ “ดาว… มันจบแล้ว”
ดาวค่อยๆ เงยหน้ามองเขา ดวงตาของเธอปราศจากความบ้าคลั่งแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าและความสำนึกผิดอย่างที่สุด “อาร์ต…” เธอพูดเบาๆ “พี่… พี่เป็นอิสระแล้ว” เธอมองไปยังข้อมือที่ว่างเปล่า… ที่ซึ่งเครื่องรางเคยอยู่ “ฉัน… ฉันเรียกพี่มา… เพื่อให้พี่ติดกับ ฉันใช้พี่… ฉัน… ฉันคือคนบาป”
บุญลุกขึ้นยืน เดินมาหา วิน เขามอง ดาว ด้วยสายตาที่ไม่ใช่ความเกลียดชังอีกต่อไป… แต่เป็นความเห็นใจ “อาร์ต… เขาบอกพวกเราแล้ว” บุญหันไปทาง วิน “เขาบอกว่าเขาเป็นอิสระแล้ว เขาไม่โกรธหัวหน้าแล้ว”
ในวินาทีนั้น… คำโกหกที่ วิน แบกรับมาตลอดห้าปีก็พังทลาย เขาใช้ชีวิตอยู่ในนรก เพราะเชื่อว่าเขาคือฆาตกรที่ฆ่า อาร์ต เขายอมรับความตายของ ฟาง ว่าเป็นการลงโทษความผิดของตัวเอง แต่ อาร์ต… วิญญาณที่ได้รับการชำระแล้ว… ได้ให้อภัยเขาแล้ว
วินไม่ได้พูดอะไร เขาแค่พยักหน้า… แล้วหันกลับไปมองสระน้ำ เขาไม่สมควรได้รับการให้อภัยง่ายๆ เช่นนี้ เพราะถึง อาร์ต จะให้อภัยเขา… แต่ ฟาง ล่ะ?
“ฟาง…” วินพูด เสียงเขาแตกพร่า “เราช่วยเธอไม่ได้” บุญหลับตา “สระเอาเธอไปแล้ว, วิน มันรับเธอไปเป็นเครื่องบูชา… เพื่อแลกกับความสงบของวิญญาณอื่นๆ เธอคือคนสุดท้ายที่ชำระล้างมัน”
“ไม่จริง!” วินลุกขึ้นยืน ดวงตาของเขามองไปยังพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้น “ฉันต่างหากที่เป็นคนผิด ฉันต่างหากที่มีกรรม ฉันโกหก ดาว ฉันโกหก อาร์ต ฉันต่างหากที่สมควรตาย!” เขาล้มตัวลงคุกเข่า “ฉันต้องไปสารภาพ! เรื่องการตายของ อาร์ต เรื่องคำโกหกของฉัน!”
ดาว ผู้ที่ยังสั่นเทา… เงยหน้าขึ้น “ไม่… อย่าทำเลย, วิน” เธอพยายามลุกขึ้น เดินเข้ามาหาเขา “คุณ… คุณพูดความจริงกับฉันแล้ว คุณไม่ได้ฆ่าพี่อาร์ต คุณแค่ต้องการปกป้องครอบครัวฉัน อาร์ต… อาร์ตฆ่าตัวตายเพราะเขาซึมเศร้า คุณโกหกเพื่อเงินประกัน”
“ใช่” วินสารภาพ “แต่ฉันไม่ได้ช่วยเขา, ดาว ฉันตื่นตระหนก ฉันดึงเขาขึ้นมาไม่ทัน”
“แต่คุณช่วยฉัน” ดาวพูด เสียงเธอสั่นเครือ “คุณช่วยบุญ และคุณ… คุณช่วยพี่อาร์ตด้วย คุณทำสิ่งดีๆ… ให้กับพวกเราทุกคน ฉันต่างหากที่ต้องรับผิดชอบ ฉันเป็นคนปลุกปีศาจด้วยเครื่องราง ฉันแบกรับกรรมที่หนักที่สุด”
ดาวถอยหลัง เธอมอง บุญ และ วิน “ฉันจะไป ฉันจะไม่บอกใครเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น สระน้ำจะเก็บความลับของมันไว้ แต่ฉันต้องไป” เธอหันหลังและเดินจากไป… เข้าไปในป่าที่กำลังกลับสู่ความเงียบ
“ดาว! คุณจะไปไหน!” วินเรียก “ฉันไม่รู้” ดาวไม่หันกลับมา “แต่ฉันไม่สามารถอยู่กับความเกลียดชังของตัวเองได้อีกต่อไป ฉันต้องชดใช้ที่ฉันเรียกพี่ชายมาและฆ่า ฟาง”
บุญมองตาม ดาว ไป เขาไม่ได้พยายามรั้งเธอไว้ “ปล่อยเธอไปเถอะ, วิน” บุญพูด “กรรมของเธอ… เธอต้องแบกรับมันด้วยตัวเอง เธอหนีมันไม่พ้นอีกแล้ว”
หลังจากที่ ดาว หายลับไป บุญก็หันมาหา วิน “แล้วคุณ… จะไปสารภาพไหม?” วินมองไปยังกล่องเก็บตัวอย่างที่ว่างเปล่า… ที่ซึ่งเขาได้ปักต้นว่านช่วยชีวิตไว้ “ไม่” วินกล่าว “อาร์ต เป็นอิสระแล้ว วิญญาณของ ฟาง ได้ชำระล้างสระ คำโกหกของฉันได้ตายไปพร้อมกับ ฟาง และ อาร์ต สระน้ำแห่งนี้… มันรับไปมากพอแล้ว”
วินลุกขึ้นยืน เขาโยนมีดดำน้ำทิ้งลงไปในสระน้ำ “ฉันจะไม่โกหกอีก แต่ฉันจะไม่สร้างภาระให้กับครอบครัวของ อาร์ต และผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่”
พวกเขาหาทางออกจากป่า และกลับไปที่เมืองสุโขทัย พวกเขารายงานเพียงว่า ฟาง หายสาบสูญจากอุบัติเหตุการดำน้ำในสระ อาจเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิคของอุปกรณ์ ตำรวจเชื่อเรื่องนี้ เพราะทุกสิ่งในสุโขทัย… ที่มีตำนานเก่าแก่… สามารถเกิดขึ้นได้
วินจ่ายค่าชดเชยให้กับครอบครัวของ ฟาง เต็มจำนวน เขายังจ่ายเงินค่าจ้างให้กับ บุญ บุญรับเงินนั้นไว้
“คุณจะทำอะไรต่อ, บุญ” วินถาม “ผมจะกลับไปหาครอบครัว” บุญกล่าว “ผมจะไม่ดำน้ำอีกแล้ว ผมจะสอนลูกว่ามีบางสิ่ง… ที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ มีบางสิ่ง… ที่เราไม่ควรแตะต้อง”
“ลาก่อน, บุญ” “ลาก่อน, วิน”
พวกเขาแยกจากกันที่สถานีขนส่ง
วินเดินทางกลับกรุงเทพฯ เขาขายบริษัทดำน้ำทั้งหมดของตัวเองทิ้ง ไม่ใช่เพราะเขากลัวน้ำ แต่เพราะเขาไม่สามารถดำน้ำได้โดยไม่เห็นเงาของ ฟาง, อาร์ต และใบหน้าของอาจารย์เล็ก
เขาใช้เงินนั้นก่อตั้งมูลนิธิ มูลนิธิเล็กๆ แห่งหนึ่ง ชื่อว่า “กองทุนสนับสนุนสุขภาพจิตสำหรับนักดำน้ำ” เพื่อให้แน่ใจว่า จะไม่มีใครต้องฆ่าตัวตายอย่างโดดเดี่ยวเหมือนที่ อาร์ต เคยทำ
วินไม่โกหกอีกต่อไป เขาใช้ชีวิตเรียบง่าย… เขาอุทิศเวลาให้กับงานการกุศล พยายามชดใช้ความผิดพลาดด้วยการกระทำที่เป็นจริง
เขาไม่เคยกลับไปที่สุโขทัยอีกเลย
แต่บางครั้ง… ในคืนพระจันทร์เต็มดวง… เมื่อเขาหลับตาลง… เขายังคงได้ยินเสียง “น้ำ” ไม่ใช่เสียงน้ำวนที่น่ากลัว แต่เป็นเสียงน้ำที่นุ่มนวล… ปลอบโยน
และในเสียงน้ำนั้น… เขาได้ยินเสียงกระซิบ เสียงที่อ่อนโยน… แผ่วเบา…
“พวกเขาได้รับการชำระแล้ว…”
นั่นไม่ใช่เสียงของ ฟาง ไม่ใช่เสียงของ อาร์ต นั่นคือเสียงของ… …สระน้ำ มันได้สงบลงแล้ว และมันได้ให้อภัยเขาแล้ว
วินลืมตาขึ้น เขารู้ว่าเขาได้รอดชีวิต ไม่ใช่เพื่อความสุขสบาย แต่เพื่อแบกรับกรรมของตัวเอง… และใช้ชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อ ฟาง เพื่อ อาร์ต และเพื่อ ดาว เขาคือผู้สืบทอดสุดท้ายของ “สระน้ำลาย”