เรือนหอวิปลาส: มาลิษาผู้เปี่ยมสุข
ธาราขยี้ขมับ เสียงฝนข้างนอกหน้าต่างห้องเช่าเก่าๆ ยิ่งทำให้ปวดหัว เขาจ้องตัวเลขสีแดงในบิลค่าใช้จ่าย “ไม่… ไม่จริง” เสียงของเขาแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความพ่ายแพ้ บริษัทรับเหมาก่อสร้างเล็กๆ ของเขากำลังจะล้ม ลูกค้าเจ้าใหญ่เพิ่งยกเลิกสัญญา นี่คือเส้นเลือดเส้นสุดท้ายที่ขาดไปแล้ว
ขวัญ ภรรยาของเขา นั่งอยู่มุมห้อง เธอมองเครื่องปั้นดินเผาที่เธอปั้นอย่างสุดฝีมือ พวกมันสวยงาม แต่ไร้ค่า วางเรียงรายอยู่ในห้องที่เงียบเหงา ไร้คนซื้อ ค่าเช่าแผงในตลาดศิลปะกำลังจะมาถึง และพวกเขาไม่มีเงินเหลือแล้ว
ความเงียบในห้องหนักอึ้ง มีเพียงเสียงฝนที่ตอกย้ำความสิ้นหวัง “ฉันเหนื่อย” ขวัญพูดขึ้นมา ทำลายความเงียบ เสียงของเธอแหบแห้ง ไร้ความฝันที่เคยมี
ธาราเงยหน้าขึ้น “เราจะผ่านมันไปได้นะขวัญ” “ผ่านไปได้ยังไง!” เธอตะคอก “เราพูดคำนี้มากี่ครั้งแล้ว ธารา! ฝีมือของฉันมันไม่มีค่าพอสำหรับค่าอาหารด้วยซ้ำเหรอ” น้ำตาคลอเบ้าตาที่เคยเปล่งประกาย
ธารารู้สึกเหมือนถูกตบหน้า เขารักขวัญ เขารักพรสวรรค์ของเธอ แต่ความรักและพรสวรรค์มันจ่ายบิลไม่ได้ “ผมขอโทษ… ผมจะพยายามหาทาง” “ทางไหน” ขวัญสวนกลับ “กู้เงินอีกเหรอ หรือจะให้ฉันไปขายแรงงาน” เธอลุกขึ้น ยืนประจันหน้าเขา “ฉันทนสภาพนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว”
คืนนั้น พวกเขานอนหันหลังให้กัน เตียงเย็นชืดเหมือนความสัมพันธ์ที่กำลังพังทลาย
วันรุ่งขึ้น ขวัญไม่ได้ไปที่สตูดิโอปั้นดินเผาของเธอ เธอเอาเครื่องปั้นดินเผาชิ้นเล็กๆ ที่ยังเหลืออยู่ ใส่ถุง เธอจะไปตลาดของเก่า ไม่ใช่เพื่อหาแรงบันดาลใจ แต่เพื่อขายมันในราคาถูกที่สุด อย่างน้อยก็ขอให้มีเงินซื้อข้าวกิน
ตลาดของเก่าในวันฝนพรำ มันช่างอับชื้นและมืดมน ผู้คนเดินผ่านไปมาอย่างรีบร้อน ไม่มีใครสนใจแผงลอยเล็กๆ ของขวัญ เธอนั่งตากลมหนาว รู้สึกสมเพชตัวเอง ความฝันของเธอกำลังจะตายในตลาดที่เต็มไปด้วยของที่ตายแล้ว
ขณะที่เธอกำลังจะเก็บของ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็น ร้านเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในสุดซอย มันเป็นร้านที่เธอไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน มืดทึบ มีเพียงแสงตะเกียงริบหรี่ มีบางอย่างดึงดูดเธอเข้าไป… บางทีอาจจะเป็นกลิ่นเครื่องหอมจางๆ ที่ลอยมา
ในร้านนั้นเต็มไปด้วยของแปลกประหลาด หน้ากากโบราณ เครื่องรางที่มองไม่ออกว่าคืออะไร และหญิงชราคนหนึ่ง เธอนั่งอยู่ในเงาไม้ นัยน์ตาฝ้าฟางแต่มองทะลุปรุโปร่ง “หาอะไรอยู่ล่ะ… สาวน้อย” เสียงของหญิงชราแหบเหมือนกระดาษทราย
ขวัญสะดุ้ง “เอ่อ… ฉันแค่มาดูของค่ะ” “เธอไม่ได้มาดูของ” หญิงชราพูด “เธอมาหาทางออก” ขวัญใจหายวาบ หญิงชรารู้ได้ยังไง
หญิงชราหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ความสิ้นหวังมันมีกลิ่นเฉพาะตัว… หอมหวานสำหรับบางสิ่ง” เธอยื่นมือเหี่ยวย่นออกมา กวักมือเรียกขวัญให้เข้าไปดูด้านใน
และขวัญก็เห็นมัน… มันตั้งอยู่บนแท่นผ้าไหมสีแดงคล้ำ เป็นตุ๊กตาเซรามิก รูปปั้นผู้หญิงไทยโบราณ งดงาม แต่ก็น่าขนลุกในเวลาเดียวกัน เครื่องหน้าสวยคม แต่ดวงตา… ดวงตาของมันกลวงโบ๋ เป็นเพียงหลุมดำสองหลุมที่จ้องมองกลับมา
“ลัก-ผี” หญิงชรากระซิบข้างหูเธอ “นางพาร่ำรวยมาให้… สำหรับคนที่รู้วิธี ดูแล นาง”
ขวัญรู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แล่นผ่านสันหลัง “ดูแลยังไงคะ” หญิงชราแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันที่เหลืออยู่ไม่กี่ซี่ “นางไม่ชอบความหิวโหย… และนางต้องอยู่ในที่… ที่เป็นส่วนตัวที่สุด”
“ราคาเท่าไหร่คะ” ขวัญถาม ทั้งที่รู้ว่าตัวเองไม่มีเงิน หญิงชรายิ้มกว้างขึ้น “นางไม่เอาเงินหรอก” “นางเอา… ไออุ่น“
ขวัญไม่เข้าใจคำพูดนั้น เธอคิดว่ามันเป็นเพียงคำพูดเปรียบเปรยของคนแก่ ในความสิ้นหวัง เธอไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เธอต้องการปาฏิหาริย์ และนี่อาจจะเป็นคำตอบ
“หนูจะรับนางไปค่ะ”
หญิงชราพยักหน้าช้าๆ “นางเลือกเธอแล้ว” เธอบรรจุรูปปั้นลัก-ผี ลงในกล่องไม้เก่าๆ พร้อมกับยื่นกระดาษหนังม้วนเล็กๆ ให้ “วิธีดูแล… อยู่ในนี้”
ขวัญถือกล่องนั้นกลับบ้าน หัวใจเต้นแรง เธอไม่รู้เลยว่า เธอกำลังแบกความตาย… หรือการเกิดใหม่ กลับไปที่ห้องเช่าของเธอ.
ธารากลับไปทำงาน เขาไปพบเจ้าหนี้ พยายามประนีประนอม ทิ้งให้ขวัญอยู่ตามลำพังกับความลับใหม่ของเธอ
ขวัญรอจนเสียงรถของธาราหายลับไป เธอรีบเข้าไปในห้องนอน เธอล็อกประตู เธอเปิดกล่องไม้ออก
รูปปั้นลัก-ผี จ้องมองเธอด้วยดวงตาที่กลวงโบ๋ ขวัญกลืนน้ำลาย ความสิ้นหวังมีพลังมากกว่าความกลัว เธอวางมันไว้ที่มุมห้อง มุมที่มืดที่สุด
“ที่ที่เป็นส่วนตัวที่สุด” หญิงชราว่าไว้ ในห้องนอน… ที่นี่คือส่วนตัวที่สุดแล้ว
ขวัญคลี่ม้วนกระดาษหนังเก่าออกมา ตัวอักษรโบราณ อ่านยาก แต่มีคำไม่กี่คำที่ชัดเจน “เครื่องเซ่น” “ความหรูหรา” และ… “ชีวิต”
ขวัญใจสั่น เธอรวบรวมเครื่องประดับทั้งหมดที่เธอมี มีเพียงแหวนแต่งงานทองคำเกลี้ยง กับต่างหูเงินเก่าๆ เธอนำพวกมันไปวางไว้ที่หน้ารูปปั้น
“นี่คือของหรูหราที่สุดที่ฉันมี” เธอกระซิบ
จากนั้น เธอไปที่ห้องครัว เธอนำขนมเปี๊ยะไส้ถั่วชิ้นสุดท้ายที่เธอเก็บไว้ วางลงบนจานกระเบื้องที่สวยที่สุดของเธอ
“นี่คืออาหาร”
รูปปั้นยังคงนิ่ง… เย็นชา ขวัญมองไปที่กระดาษ “ชีวิต… ไออุ่นหนึ่งหยด”
เธอรู้ว่ามันหมายถึงอะไร มือของเธอสั่นเทา เธอหยิบเข็มที่ใช้เย็บผ้า เธอมองบิลค่าไฟที่วางอยู่บนโต๊ะ ตัวเลขสีแดงที่กรีดร้องใส่หน้าเธอ
ขวัญหลับตาแน่น เธอจิ้มเข็มลงบนปลายนิ้วชี้ เลือดสีแดงสดผุดขึ้นมาหนึ่งหยด
เธอลังเลเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่จะกดนิ้วลงบนริมฝีปากเซรามิกที่เย็นชืดของรูปปั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป ทำให้ขวัญแทบหยุดหายใจ เลือด… มันไม่ได้หยด มันไม่ได้เปื้อน มัน… ซึมหายเข้าไปในเนื้อเซรามิก เหมือนดินแห้งที่กระหายน้ำ
ขวัญชักมือกลับ เธอจ้องมองรูปปั้น ดวงตาที่กลวงโบ๋นั้น… เธอสาบานได้ว่า เธอเห็นแสงสีแดงวูบไหวอยู่ข้างใน เพียงแวบเดียว
เธอแตะไปที่แก้มของรูปปั้น มันไม่เย็นเหมือนน้ำแข็งอีกต่อไป มัน… อุ่น อุ่นเหมือนผิวหนังของมนุษย์ที่ยังมีชีวิต
ทันใดนั้น! เสียงโทรศัพท์มือถือของดังก้องขึ้น ขวัญสะดุ้งสุดตัว หัวใจแทบวาย
เธอมองหน้าจอ… เบอร์ที่ไม่รู้จัก เธอรับสาย เสียงสั่น “ฮะ… ฮัลโหล”
“คุณขวัญ ใช่ไหมครับ” เป็นเสียงผู้ชาย ทุ้ม นุ่มลึก และฟังดู… รวย “ผมเป็นนักสะสมศิลปะ ผมชื่อ… (ชื่อนักสะสม)…” ขวัญแทบเป็นลม นี่คือแกลเลอรีที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพ เธอเคยส่งผลงานไปให้เขาดูเมื่อปีก่อน และไม่เคยได้รับการตอบกลับ
“ผมต้องขอโทษที่ติดต่อกลับช้า” ชายคนนั้นพูดต่อ “ผมเพิ่งเห็นอีเมลของคุณ… ผลงานของคุณน่าทึ่งมาก ผมไม่รู้ว่ามันไปตกหล่นอยู่ที่ไหน”
“คะ… ค่ะ” ขวัญพูดได้แค่นั้น
“ไม่ทราบว่าคอลเลกชันนั้นยังอยู่ไหมครับ ผมอยากจะขอซื้อ… ทั้งหมด”
ขวัญนั่งทรุดลงกับพื้น “ยัง… ยังอยู่ค่ะ”
“เยี่ยมเลย” ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ “ผมจะให้ราคาคุณสามเท่า จากราคาที่คุณตั้งไว้ ผมจะให้เลขาโอนเงินมัดจำไปให้คุณ… ทันที”
ขวัญวางสาย เธอนั่งนิ่งอยู่หลายนาที แล้วเธอก็หัวเราะ เสียงหัวเราะที่เริ่มจากเบาๆ… แล้วก็ดังขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ปนเปื้อนด้วยความดีใจและ… ความหวาดกลัว มันได้ผล ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นแล้ว
เย็นวันนั้น ธารากลับบ้าน ใบหน้าของเขาซีดเซียว “ผมเจรจาไม่ได้เลย… เขาจะยึด…”
ขวัญวิ่งเข้าไปกอดเขา เธอยื่นมือถือให้เขาดู… สลิปโอนเงิน “เรา… เรารอดแล้ว ธารา!”
ธาราเบิกตากว้าง เขาไม่เชื่อสายตาตัวเอง “อะไร… นี่มัน… ยังไง”
“มีนักสะสมติดต่อมา! เขาเหมาหมดเลย! เขาให้ราคาเราสามเท่า!” ขวัญตะโกนด้วยความดีใจ “เขาบอกว่าเพิ่งเห็นอีเมลเก่าของฉัน!”
ธาราทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ เขาน้ำตาไหล “โอ้… พระเจ้า” เขากระซิบ “ในที่สุด… โชคก็เข้าข้างเราเสียที”
คืนนั้น เป็นคืนที่พวกเขามีความสุขที่สุดในรอบหลายปี พวกเขาสั่งอาหารแพงๆ ที่ไม่เคยกล้าสั่ง พวกเขาดื่มไวน์ ธารามองขวัญที่กำลังยิ้ม… ยิ้มอย่างที่เขาไม่ได้เห็นมานาน “ผมดีใจจริงๆ ที่คุณกลับมาแล้ว ขวัญ”
ขวัญยิ้มตอบ “ฉันก็เหมือนกันค่ะ” เธอไม่ได้บอกเขาเรื่องรูปปั้น เธอไม่ได้บอกเขาเรื่องหยดเลือด มันเป็นความลับเล็กๆ ของเธอ คำโกหกนี้มันช่างง่ายดายเหลือเกิน
ดึกสงัด ขวัญหลับทันทีที่หัวถึงหมอน เธอหลับสนิท… หลับลึกผิดปกติ ไม่มีเสียงกรน ไม่มีการขยับตัว เธอนอนนิ่งเหมือน… ตุ๊กตา
ธาราลูบผมเธอเบาๆ เขารู้สึกโล่งใจที่เธอได้พักผ่อนเสียที เขาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมอกให้เธอ เขาจูบหน้าผากเธอเบาๆ
แล้วเขาก็ขมวดคิ้ว เขาสัมผัสได้ถึงบางอย่าง ทำไม… ทำไมในห้องนอนมันถึงหนาวขนาดนี้ เขาเหลือบมองเครื่องปรับอากาศ มันปิดอยู่ หน้าต่างก็ปิดสนิท
มันเป็นความหนาวที่แปลก มันไม่ใช่ความหนาวจากอากาศ แต่มันเป็นความหนาวชื้น… ที่แทรกซึมเข้ากระดูก ธาราดึงผ้าห่มคลุมตัวเอง เขาไม่ทันสังเกต… ในมุมมืดของห้อง… เงาดำของรูปปั้นลัก-ผี ที่บัดนี้… ริมฝีปากของมันเปื้อนรอยยิ้มจางๆ.
เงิน… มันไหลเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ชีวิตของธาราและขวัญเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพียงแค่หกเดือน จากห้องเช่าเก่าๆ สู่คฤหาสน์หรูชานเมือง สระว่ายน้ำใหญ่กว่าห้องเช่าเดิมของพวกเขาทั้งห้อง รถยุโรปคันใหม่จอดอยู่ในโรงรถ
บริษัทของธาราก็รอดพ้นจากวิกฤต ขวัญกลายเป็นศิลปินปั้นดินเผาที่โด่งดังที่สุดในประเทศ ผลงานของเธอถูกจองข้ามปี เธอกลายเป็นนักธุรกิจหญิงที่เด็ดขาดและเฉียบคม
แต่ธารากลับไม่รู้สึกถึงชัยชนะ เขารู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินในความสำเร็จนี้ และเขากำลัง… สูญเสียภรรยาของเขาไป
ขวัญเปลี่ยนไป เธอไม่ใช่ขวัญคนเดิมที่เคยหัวเราะกับเรื่องตลกไร้สาระของเขา เธอกลายเป็นคนเย็นชา คำพูดของเธอสั้น, คม, และไร้ความรู้สึก เธอยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อเสื้อผ้าหรูหรา แต่กลับไม่มีเวลาทานอาหารเย็นกับเขา
และที่น่ากลัวที่สุด… คือห้องนอน
ขวัญอุทิศเวลาส่วนใหญ่ของเธอในห้องนอน ไม่ใช่เพื่อพักผ่อน แต่เพื่อ “ดูแล” รูปปั้นลัก-ผี ธาราเคยแอบมองเข้าไป เขาเห็น… รูปปั้นนั้นไม่ได้อยู่ที่มุมห้องอีกต่อไป มันมีแท่นบูชาส่วนตัว อยู่ตรงข้ามเตียงนอนของพวกเขา
แท่นนั้นเต็มไปด้วยผ้าไหมล้ำค่า เครื่องประดับทองคำ… สร้อยคอ กำไล ที่ขวัญซื้อมาใหม่ เธอบอกธาราว่ามันเป็น “ของสะสม” แต่ธารารู้… มันคือ “เครื่องเซ่น”
เขามักจะได้ยินเสียงขวัญคุยคนเดียวในห้องนอน เสียงกระซิบกระซาบ “เธอชอบนี่ไหม” “นี่คือผ้าไหมที่ดีที่สุด” “เราคู่ควรกับสิ่งนี้… ใช่ไหม”
ธารารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะบ้า เขาพยายามคุยกับขวัญเรื่องนี้ “ขวัญ ผมว่า… รูปปั้นนั่นมันดูน่ากลัวไปนะ เราเอามันไปเก็บที่อื่นดีไหม”
ขวัญหันมามองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า “อย่าแตะต้องของของฉัน” น้ำเสียงของเธอเย็นเฉียบ “นางคือคนที่ให้ทุกอย่างกับเรา ไม่ใช่คุณ”
คำพูดนั้นกรีดลึกเข้าไปในใจของธารา
แล้วอาการก็น่ากลัวขึ้น ขวัญเริ่ม “นอน” เธอไม่ได้นอนหลับธรรมดา เธอ “หลับ”
เธอเริ่มนอนวันละสิบสองชั่วโมง แล้วก็สิบห้า บางวัน เธอนอนยาวสิบแปดชั่วโมง เมื่อเธอตื่น… เธอจะตื่นเหมือนเครื่องจักร เธอสั่งงานทางโทรศัพท์ด้วยความเกรี้ยวกราด เธอเซ็นเช็ค เธอบริหารอาณาจักรศิลปะของเธออย่างเหี้ยมโหด แล้วเธอก็กลับไป… นอน
“ฉันต้องพักผ่อน” เธอพูด หาว “ความสำเร็จมันเหนื่อยนะ คุณไม่เข้าใจหรอก” ธารารู้สึกว่ามันไม่ใช่ความเหนื่อย มันคือ… บางอย่างที่กำลังสูบฉีดชีวิตออกจากตัวเธอ
ธาราเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปปั้น เขาเข้าไปในห้องนอนตอนที่ขวัญหลับ ห้องนั้นหนาวเย็น… เย็นจนเขาเห็นไอจากลมหายใจตัวเอง ทั้งที่ไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ
เขามองไปที่รูปปั้น มันถูกย้ายที่อีกแล้ว ตอนนี้มันวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งของขวัญ
ธาราเดินเข้าไปดูใกล้ๆ หัวใจของเขาเต้นรัว เนื้อเซรามิกของรูปปั้น… มันดูไม่เหมือนดินเผาอีกต่อไป มันดู… นุ่มนวลขึ้น มีสีชมพูระเรื่อจางๆ เหมือนผิวเนื้อ น้ำเคลือบที่เคยด้าน… กลับดูมันวาวเหมือนมีความชุ่มชื้น
และดวงตาที่กลวงโบ๋… ธาราสาบานได้ เขาไม่ได้แค่ “คิดไปเอง” เขา “รู้สึก” ว่ามันกำลังมองเขาอยู่ มันกำลังประเมินเขา
ธาราต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างจังหวัดสองวัน เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกไม่อยากทิ้งบ้านไป ไม่อยากทิ้งขวัญไว้ลำพัง… กับ “สิ่งนั้น”
เขาเดินทางกลับเร็วกว่ากำหนด ขับรถฝ่าความมืดกลับบ้าน เขากลับมาถึงในคืนวันที่สอง บ้านทั้งหลังเงียบสนิท เงียบจนน่าขนลุก
เขารีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน ตรงไปที่ห้องนอน ประตูแง้มเปิดอยู่เล็กน้อย มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องผ่านเข้ามา
“ขวัญ… ผมกลับมาแล้ว” ไม่มีเสียงตอบ
เขาผลักประตูเข้าไป ลมเย็นยะเยือกปะทะหน้าเขาทันที มันหนาวเหมือนอยู่ในห้องดับจิต
เขาเห็นขวัญนอนอยู่บนเตียง ขดตัวอยู่ใต้กองผ้าห่มไหมผืนหนา “ขวัญ” เขาร้องเรียก เธอนอนนิ่ง
เขาเดินเข้าไปใกล้ “ขวัญ คุณเป็นอะไรรึเปล่า” เขาเรียกอีกครั้ง ไม่มีการตอบสนอง
หัวใจของธาราเริ่มสั่น เขาสัมผัสไปที่มือของเธอ… มือที่โผล่ออกมาจากผ้าห่ม “ไม่!!!!”
เขากรีดร้องออกมา มือของเธอ… มันไม่ใช่แค่เย็น มัน “เย็นเหมือนน้ำแข็ง” มันเย็นเหมือนหินอ่อนในสุสาน ซีดขาว ไร้สีเลือด
เขาเขย่าตัวเธออย่างบ้าคลั่ง “ขวัญ! ตื่นสิ! ขวัญ!!” เธอยังคงนิ่ง แต่เขายังเห็นหน้าอกเธอกระเพื่อม… ช้ามากๆ เธอยังไม่ตาย แต่เธอก็ไม่ได้มีชีวิต
ธาราผงะถอยหลัง เขากำลังจะหยิบมือถือเพื่อโทรเรียกรถพยาบาล ความหวาดกลัวจู่โจมเขาจนแทบยืนไม่อยู่
แล้วเขาก็ตัวแข็งทื่อ
รูปปั้นลัก-ผี… มันไม่ได้อยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งอีกต่อไป
มันกำลัง… “นั่ง”
มันนั่งอยู่บนเก้าอี้อาร์มแชร์บุกำมะหยี่สีแดง เก้าอี้ตัวโปรดของขวัญที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่าง
และมันสวม… ชุดนอนผ้าไหมสีงาช้าง ชุดที่ธาราเพิ่งซื้อให้ขวัญเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ชุดที่ขวัญยังไม่เคยได้ใส่
ธารายืนนิ่ง ขนลุกไปทั้งตัว เขาจ้องมองมัน ท่าทางของมันผ่อนคลาย เหมือนเจ้าของบ้านที่กำลังพักผ่อน
และในแสงจันทร์สลัวนั้น ธาราเห็นมัน เขาเห็นอย่างชัดเจน ริมฝีปากเซรามิกที่เคยนิ่งสนิท… บัดนี้… กำลังเหยียดยิ้ม ช้าๆ… เยือกเย็น… และเย้ยหยันเขา.
“ไม่!!!!!!!!!!!!!!!!”
เสียงกรีดร้องของธาราดังลั่นคฤหาสน์ เขาถอยหลังไปชนผนัง ดวงตาเบิกกว้างจ้องเขม็งไปที่เก้าอี้ รอยยิ้ม… รอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวนั่น…
เขา… กระพริบตา เพียงแค่เสี้ยววินาที
รอยยิ้มนั้น… หายไปแล้ว รูปปั้นกลับไปนิ่งสนิทเหมือนเดิม เป็นเพียงเซรามิกเย็นชาที่สวมชุดนอนผ้าไหม แต่ดวงตาที่กลวงโบ๋ของมัน ยังคงจ้องมองมาที่เขา เหมือนกำลังจะบอกว่า “เมื่อกี้… เจ้าตาฝาดไปเอง”
เสียงร้องของธารา ปลุกสิ่งที่อยู่บนเตียง ร่างที่เย็นชืดของขวัญ… ขยับ เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอมัวซัวและสับสน “เสียง… ดัง… อะไร” เสียงของเธอแหบพร่า เหมือนคนเพิ่งตื่นจากอาการโคม่า
ธาราแทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความโล่งใจ… และความสยดสยอง “ขวัญ! ขวัญ! คุณไม่เป็นอะไรนะ!” เขาวิ่งไปหาเธอ “เมื่อกี้… คุณตัวเย็นเหมือนน้ำแข็ง!”
ขวัญปัดมือเขาออกอย่างรำคาญ “คุณพูดเรื่องอะไร” เธอมองไปรอบห้อง แล้วขมวดคิ้ว “คุณตะโกนทำไม ธารา ฉันกำลังหลับสบาย”
“แต่มัน…” ธาราชี้ไปที่เก้าอี้ ตัวสั่น “รูปปั้น… มันนั่งอยู่ตรงนั้น! มันสวมชุดคุณ! แล้วมันก็… มันยิ้ม! มันยิ้มให้ผม!” เขาตะโกนใส่หน้าเธอ เขาต้องการให้เธอเชื่อ เขาต้องการให้เธอตื่นจากฝันร้ายนี้
ขวัญมองตามนิ้วที่สั่นเทาของเขา เธอมองไปที่รูปปั้น… แล้วเธอก็มองกลับมาที่ธารา สายตาของเธอไม่ใช่ความกลัว มันคือ… ความรังเกียจ
“คุณบ้าไปแล้วเหรอ” น้ำเสียงของเธอเย็นชา “ฉันเป็นคนเอาชุดนั่นไปวางเอง ฉันจะเปลี่ยนชุดใหม่ให้ ‘นาง’ ฉันแค่วางผึ่งลมไว้”
“แต่มันยิ้ม!” ธารายืนกราน “ผมเห็นกับตา!”
“คุณเครียดจนเพี้ยนไปแล้ว ธารา” ขวัญลุกจากเตียง เธอไม่ได้เดินมาหาธารา เธอเดิน… ผ่านเขาไป เหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ
เธอเดินตรงไปที่รูปปั้น เธอลูบไล้หัวเซรามิกของมันอย่างแผ่วเบา “ไม่เป็นไรนะ” เธอกระซิบกับตุ๊กตา “เขาแค่เหนื่อย… เขาไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอตกใจ”
ธารายืนนิ่ง คำพูดนั้น… มันไม่ได้พูดกับเขา มันพูดกับ… สิ่งนั้น วินาทีนั้น ธาราก็เข้าใจ เขาไม่ได้กำลังสูญเสียภรรยา เขา… “สูญเสีย” เธอไปแล้ว
“คุณต้องเลือกนะ ขวัญ” ธาราพูด เสียงสั่น “ระหว่างผม… กับไอ้รูปปั้นบ้านั่น!”
ขวัญหันกลับมา รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเธอ แต่ไม่ใช่รอยยิ้มของขวัญที่เขารัก มันเป็นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว… เย็นชา… และทรงพลัง “งั้นคุณก็ออกไป” เธอพูดเรียบๆ “ฉันต้องพักผ่อน และ ‘นาง’ ก็ต้องพักผ่อนเหมือนกัน”
คืนนั้น ธารานอนคนเดียวในห้องแขก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่พวกเขาแต่งงานกัน เขาไม่ได้นอนเลย เขานั่งจ้องประตู ฟังเสียงกระซิบที่ดังมาจากห้องนอนของเขาเอง เสียงกระซิบ… ที่มีเพียงเสียงเดียว เสียงของขวัญ… ที่กำลังคุยกับใครบางคนที่ไม่ใช่เขา
เช้าวันรุ่งขึ้น ธาราตัดสินใจ เขาจะไม่รอให้ตัวเองกลายเป็นบ้า เขาต้องหาคำตอบ
เขาขับรถบึ่งกลับไปที่ตลาดของเก่า เขาต้องไปถามหญิงชราคนนั้น เขาต้องรู้ว่า “ลัก-ผี” คืออะไร และเขาต้องรู้… วิธีกำจัดมัน
ตลาดของเก่า… ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ความอับชื้น… กลิ่นเหม็น… เขาเดินฝ่าฝยงชนเข้าไปในซอยที่ลึกที่สุด
แต่… ร้านนั้นหายไปแล้ว
มันไม่ได้ “ปิด” มันไม่ได้ “ย้าย” มัน… “หายไป”
ที่ที่เคยเป็นร้านขายของเก่าที่มืดทึบ บัดนี้กลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง เหมือนอาคารที่ถูกไฟไหม้… มานานนับสิบปี เถ้าถ่าน… เศษไม้… มีกลิ่นกำมะถันจางๆ ลอยอยู่ในอากาศ
ธาราทรุดลงคุกเข่า ทางตัน ไม่มีทางหนี
เขากลับไปที่รถ หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เขาหยิบมือถือขึ้นมา เขาพิมพ์คำว่า “ลัก-ผี” “รูปปั้นผี… ให้โชค”
ผลการค้นหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องไร้สาระ ตำนานเมือง… เรื่องเล่าในกระทู้สยองขวัญ แต่แล้วเขาก็เจอ กระทู้หนึ่ง… ในเว็บบอร์ดเก่าๆ ที่ปิดตัวไปแล้ว หัวข้อกระทู้: “ช่วยด้วยครับ ภรรยาผมบูชาตุ๊กตาแปลกๆ”
ธาราคลิกเข้าไปอ่าน เนื้อหาข้างในทำให้เขาขนลุก ผู้ชายคนหนึ่งเล่าว่าภรรยาของเขาร่ำรวยขึ้นมาอย่างกะทันหัน หลังจากได้ตุ๊กตาเซรามิกผู้หญิงมา เธอกลายเป็นคนละคน… เย็นชา… และที่สำคัญ… เธอนอน นอนวันละ 15 ชั่วโมง… 20 ชั่วโมง… และเขาก็สาบานว่า… เขาเห็นตุ๊กตานั่น… “ขยับ”
ธาราเลื่อนลงไปอ่านความคิดเห็นสุดท้าย มันเป็นโพสต์จากเจ้าของกระทู้เอง เขียนไว้เมื่อสิบปีที่แล้ว “เธอไม่ตื่นแล้วครับ… เธอหลับไปเลย หมอบอกว่าร่างกายเธอเย็นเฉียบ และตุ๊กตานั่น… มันใส่เสื้อผ้าของภรรยาผม มันกำลังมองผมอยู่… ตอนนี้”
นั่นคือข้อความสุดท้าย ธาราพยายามจะกดเข้าไปดูโปรไฟล์ของผู้ใช้คนนั้น “Error 404 – ไม่พบผู้ใช้งาน”
เขาพยายามจะตอบกระทู้ “กระทู้นี้ถูกปิดการสนทนาแล้ว”
ธาราเงยหน้าขึ้นจากมือถือ เหงื่อเย็นไหลอาบแผ่นหลัง เขาไม่ใช่คนแรก และดูเหมือนว่า… เขาอาจจะไม่ใช่คนสุดท้ายที่รอดชีวิต.
ธาราเหมือนหนูติดจั่น เขาเดินวนเวียนอยู่ในห้องทำงาน ห้องเดียวในบ้านที่เขายังรู้สึกว่าเป็นของตัวเอง เขาต้องพิสูจน์ ไม่ใช่เพื่อตำรวจ… ใครจะเชื่อเรื่องบ้าๆ แบบนี้ แต่เขาต้องพิสูจน์ให้ตัวเองเห็น… ว่าเขายังไม่บ้า
เขารอ รอจนถึงช่วงเวลาที่ขวัญ “ตื่น” ช่วงเวลาสั้นๆ ที่เธอจะลุกขึ้นมาสั่งงาน ด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและน้ำเสียงที่เย็นชา
“ผมจะออกไปซื้อของ” ธาราบอกเธอ ขวัญแค่พยักหน้า เธอยังคงจดจ่ออยู่กับตัวเลขในไอแพด เธอไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเขา
ธาราขับรถออกไป เขาไม่ได้ไปที่ทำงาน เขาไปที่ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เขาซื้อมันมา… กล้องสอดแนม ตัวเล็กที่สุด… แพงที่สุด… ที่เขาสามารถหาได้
เขากลับมาบ้าน ขวัญยังคงยุ่งอยู่ เขารีบขึ้นไปที่ห้องนอน ห้องที่เคยอบอุ่น… บัดนี้หนาวเหน็บเหมือนห้องเก็บศพ รูปปั้นลัก-ผี ยังคงอยู่ที่เดิม บนเก้าอี้อาร์มแชร์… วันนี้มันสวมผ้าพันคอผ้าไหมผืนใหม่ มันจ้องมองเขา… เขาแน่ใจ
มือของธาราสั่น เขารีบติดตั้งกล้อง ซ่อนมันไว้บนชั้นหนังสือ ท่ามกลางถ้วยรางวัลศิลปะเก่าๆ ของขวัญ เลนส์เล็กจิ๋ว… ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด มันมองเห็นทั้งเตียง… และเก้าอี้ตัวนั้น
เขาเสร็จสิ้น เขารีบออกจากห้อง ปิดประตู หัวใจของเขาเต้นเหมือนจะทะลุออกมานอกอก
เขากลับไปที่ห้องทำงาน เชื่อมต่อกล้องเข้ากับแล็ปท็อปของเขา ภาพปรากฏขึ้น… ห้องนอนของเขาเอง ที่บัดนี้กลายเป็นเวทีของความสยองขวัญ เขาเห็นขวัญ… เธอกลับไปนอนแล้ว เป็นก้อนนิ่งๆ อยู่ใต้ผ้าห่ม และเขาเห็น… สิ่งนั้น นั่งนิ่ง… รอคอย
ธารานั่งจ้องหน้าจอ ชั่วโมงแล้ว… ชั่วโมงเล่า เขาดู… และรอ…
เขากดเร่งความเร็ว ภาพบนหน้าจอเคลื่อนไหวเร็วขึ้น ขวัญนอนนิ่ง… รูปปั้นนั่งนิ่ง… ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แสงแดดเปลี่ยนเป็นเงา… แล้วก็ความมืด
ธาราเริ่มรู้สึกสิ้นหวัง หรือว่าเขา… คิดไปเองจริงๆ? หรือว่าเขาแค่เครียดจนเพี้ยน?
เขาหยุดการเร่งภาพ ตอนนี้เป็นเวลา… ตีสาม เวลาที่ทุกสิ่งเงียบสงัดที่สุด เขาจ้องหน้าจอจนตาพร่า และแล้ว… เขาก็เห็นมัน
เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้จอแล็ปท็อป “อะไร… นั่นอะไร” เขากระซิบกับตัวเอง
จากริมฝีปากของขวัญ… ร่างที่นอนนิ่งไม่ไหวติงบนเตียง… มี “บางอย่าง” ลอยออกมา
มันไม่ใช่ควัน มันคือ… ไอหมอกสีขาวจางๆ บางเบาเหมือนลมหายใจในวันอากาศหนาว “ไออุ่น”…
ธารากลั้นหายใจ ไอหมอกนั้น… มันไม่ได้จางหายไปในอากาศ มัน… “เคลื่อนที่” มันลอยตัวอย่างเชื่องช้า… ลอยข้ามห้อง… มุ่งตรงไปยังเก้าอี้อาร์มแชร์
หัวใจของธาราหยุดเต้น ไอหมอกนั้น… ลอยเข้าไปในดวงตาที่กลวงโบ๋ของรูปปั้น มัน… “ดื่ม” มันกำลังสูบ “ไออุ่น” นั้นเข้าไป!
ร่างของขวัญบนเตียง… กระตุกเบาๆ หนึ่งครั้ง… แล้วก็นิ่งสนิท… ยิ่งกว่าเดิม ผิวของเธอ… ผ่านหน้าเลนส์กล้อง… ดูซีดเผือดลง
ธารารู้สึกคลื่นไส้ แต่เขาละสายตาไม่ได้ เขาต้องดู… เขาต้องรู้ให้หมด
หลังจาก “กิน” เสร็จ รูปปั้นลัก-ผี นั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนกำลังย่อยอาหาร
แล้ว… หัวของมัน… ขยับ
มันไม่ใช่การขยับแบบทันทีทันใด มันเป็นการเคลื่อนไหวที่ช้า… และฝืด ธาราแทบจะได้ยินเสียงเซรามิกเสียดสีกันผ่านหน้าจอ มันหันหัว… ช้าๆ มองไปรอบห้อง
ธาราตัวแข็งทื่อ เขาอยากจะปิดแล็ปท็อป เขาอยากจะวิ่งหนี แต่เขาทำไม่ได้
รูปปั้น… มัน “ลุกขึ้น”
มันปีนลงจากเก้าอี้ ท่าทางของมันเก้งก้าง… ผิดธรรมชาติ เหมือนหุ่นกระบอกที่สายบังคับพันกัน แต่มัน… เดินได้ มันเดิน… มันเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าของขวัญ
มันใช้มือเซรามิกเย็นชา “เปิด” ประตูตู้เสื้อผ้า
ธาราจ้องมองภาพที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิต สิ่งนั้น… กำลังเลือกเสื้อผ้า มันใช้นิ้วแข็งๆ ลูบไล้ไปตามชุดเดรสราคาแพง ชุดที่ขวัญรักนักหนา
มันดึงชุดหนึ่งออกมา ชุดเดรสผ้าไหมสีแดงสด ชุดที่ขวัญเตรียมไว้ใส่ในงานเลี้ยงครั้งต่อไป
มันไม่ได้สวมชุดนั้น มัน… เดินไปที่กระจกบานใหญ่ มันถือชุดเดรสสีแดง… ทาบลงบนร่างเซรามิกสีซีดของมัน มันเอียงคอ… ราวกับกำลัง… “ชื่นชม” ตัวเองในกระจก
ความสยองขวัญที่แท้จริง… ไม่ใช่ความน่ากลัว แต่มันคือ… “ความอยากเป็นมนุษย์” มันไม่ได้แค่กิน มันกำลัง… “แทนที่”
ธารากำลังจะกรีดร้อง เขาเอามืออุดปากตัวเองไว้ แต่นรกยังไม่จบแค่นั้น
สิ่งนั้น… ที่กำลังยืนชื่นชมตัวเองในกระจก มันหยุดชะงัก มันค่อยๆ… ค่อยๆ… หันหัวกลับมา
มันไม่ได้มองไปที่เตียง มันไม่ได้มองไปที่ประตู มันหันหน้า… จ้องตรงมาที่ชั้นหนังสือ
มันจ้อง… ทะลุเลนส์กล้อง ทะลุหน้าจอแล็ปท็อป
มันจ้อง… “ธารา”
มันรู้… มันรู้มาตลอดว่าเขากำลังดูอยู่
และในวินาทีนั้น… ริมฝีปากเซรามิกที่นิ่งสนิท ก็ค่อยๆ… เหยียดยิ้มออกมา รอยยิ้มที่กว้าง… เย็นชา… และเต็มไปด้วยชัยชนะ
“ปัง!”
ธารากระแทกหน้าจอแล็ปท็อปปิดลง เขากลิ้งตกจากเก้าอี้ หอบหายใจเหมือนคนจมน้ำ เขากำลังสั่น… สั่นไปทั้งตัว หลักฐานที่เขาต้องการ… มันเลวร้ายกว่าความบ้าคลั่ง… นับพันเท่า.
ธาราปิดแล็ปท็อป แต่ภาพรอยยิ้มนั้น… มันถูกเผาติดอยู่ในสมองของเขาแล้ว มันรู้… มันรู้ว่าเขากำลังดู มันกำลัง… เยาะเย้ยเขา
ความกลัวที่เกาะกินใจเขาทั้งคืน… บัดนี้… ถูกแทนที่ด้วยบางสิ่งที่รุนแรงกว่า ความโกรธ ความโกรธที่เดือดพล่าน
เขาไม่ได้กำลังต่อสู้กับตำนานผี เขาไม่ได้กำลังต่อสู้กับจินตนาการของตัวเอง เขากำลังต่อสู้กับ “โจร” โจรที่กำลังขโมยภรรยาของเขาไปต่อหน้าต่อตา โจรที่กำลังขโมยชีวิตของเธอ… ทีละน้อย
“กูจะไม่ยอม” ธารากระซิบกับตัวเอง เขาลุกขึ้น ไม่ใช่การเคลื่อนไหวของคนที่กลัว แต่เป็นการเคลื่อนไหวของคนที่ “ตัดสินใจ” แล้ว
ขวัญยังคง “หลับ” อยู่ในห้องนอน นั่นคือเวลาของเขา เขาต้องลงมือก่อนที่มันจะ “ตื่น” เขาต้องจบเรื่องนี้
ธาราวิ่งลงไปที่โรงรถ เขากระชากประตูตู้เครื่องมือเปิดออก สายตาของเขามองหา… อาวุธ เขาคว้ามัน… ค้อนปอนด์ ด้ามไม้… หัวเหล็กหนักอึ้ง ที่เขาเคยใช้ทุบกำแพงเก่าตอนย้ายเข้ามา
เขากำด้ามค้อนไว้แน่น เขาวิ่งกลับขึ้นไปชั้นบน ไม่ได้ย่อง… เขา “บุก”
เขาพังประตูห้องนอนเข้าไป “โครม!”
ห้องยังคงหนาวเย็น และมัน… ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม บนเก้าอี้อาร์มแชร์ ผ้าพันคอไหมพาดอยู่ นิ่งสนิท… ไร้เดียงสา… เหมือนกำลังรอ
เขามองไปที่เตียง ร่างของขวัญนอนนิ่ง… ซีดเผือด “ผมจะพาคุณกลับมา” เขากระซิบ เขาหันไปเผชิญหน้ากับศัตรูของเขา
“มึง… เอาเมียกูไป!!!” เขาระเบิดเสียงตะโกน ความโกรธ… ความเจ็บปวด… ความสิ้นหวัง… ทั้งหมดรวมอยู่ในการเหวี่ยงค้อนครั้งแรก
“เคร้ง!!!”
เสียงเซรามิกแตกละเอียด เขาหวดมัน… เข้าที่ใบหน้า ใบหน้าที่กลวงโบ๋… ที่เคยยิ้มให้เขา มันแตกกระจาย
“เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!” เขาไม่หยุด เขาทุบ… ทุบ… และทุบ เหมือนคนบ้า เศษกระเบื้องเคลือบกระเด็นไปทั่วห้อง เขาทำลายเก้าอี้… ผ้าไหม… เขาบดขยี้มันจนกลายเป็นผง… เป็นแค่กองฝุ่นเซรามิกสีซีดบนพื้น
เขายืนหอบ… เหงื่อท่วมตัว ในมือยังกำค้อนแน่น ห้อง… เงียบ เหลือเพียงเสียงลมหายใจของเขา
มันจบแล้ว… เขาทำลายมันแล้ว
เขาทรุดตัวลง ความโล่งใจถาโถมเข้ามา เขากำลังจะหันไปดูขวัญ… เขาคิดว่าเขาชนะแล้ว
แต่แล้ว… เขาก็ได้ยินเสียง
ไม่ใช่เสียงจากกองฝุ่น ไม่ใช่เสียงจากนอกหน้าต่าง
มันคือเสียง… “แกร๊ก…”
เสียง… มาจากบนเตียง
ธาราหันขวับ หัวใจของเขาร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ขวัญ… เธอกำลังชัก ร่างของเธอกระตุกอย่างรุนแรงบนเตียง แต่ไม่ใช่การชักแบบปกติ
“ขวัญ! ขวัญ! เป็นอะไรไป!” เขาทิ้งค้อน วิ่งเข้าไปหาเธอ เขาจับแขนเธอ… และเขาก็กรีดร้องออกมา
ผิวหนังของเธอ… “ไม่… ไม่จริง”
มัน… “แตก” มีรอยร้าว… เหมือนลายใยแมงมุม… กำลังปรากฏขึ้นบนแก้มของเธอ รอยร้าวสีเทา… เหมือนกระเบื้องที่กำลังจะแตก
“อ๊ากกกก…” ขวัญกรีดร้อง ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ มันเป็นเสียงแหบแห้ง… เสียงของสิ่งที่กำลังแตกสลาย รอยร้าว… ลามไปทั่วหน้าผาก ลงมาถึงลำคอ ผิวหนังของเธอ… กำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนรูปปั้นที่เขาเพิ่งทุบไปเมื่อครู่
“ไม่! ไม่! ผมขอโทษ! ผมขอโทษ!” ธาราร้องไห้ เขาไม่รู้จะทำยังไง ไม่มีเลือด มีแต่รอยแตก… ที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ
เขาได้ยินเสียง… ข้างหลังเขา เสียง… “เสียดสี” เสียง… “บด”
เขาหันกลับไปช้าๆ เลือดในกายเย็นเฉียบ
กองฝุ่นเซรามิกบนพื้น… มันกำลัง… “เคลื่อนไหว”
เศษเล็กเศษน้อย… กำลังขยับ มันรวมตัวกัน… เหมือนแม่เหล็กที่มองไม่เห็นกำลังดึงดูดพวกมัน เสียง “ครืด… คราด… แกร๊ก…” มันกำลังประกอบร่างตัวเองขึ้นมาใหม่
แขน… ลำตัว… และหัว… ชิ้นส่วนใบหน้าเลื่อนกลับเข้าที่ รอยยิ้ม… เป็นสิ่งสุดท้ายที่ประกอบเสร็จ
รูปปั้น… กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง มันนั่งอยู่บนซากเก้าอี้ ไร้รอยขีดข่วน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ธาราหันกลับไปมองขวัญ รอยแตกบนใบหน้าของเธอ… กำลัง… “สมาน” มันหายไป… ราวกับถูกลบเลือน การชักหยุดลง เธอกลับไปนิ่ง… หายใจแผ่วเบา… เหมือนเดิม
ธารายืนแข็งทื่ออยู่กลางห้อง เขามองไปที่ขวัญ… แล้วมองไปที่รูปปั้น… ไป… กลับ…
และแล้วเขาก็เข้าใจ… ความจริงที่น่าสยดสยองที่สุด
มันไม่ใช่ “หรือ” มันไม่ใช่ “เขา” หรือ “มัน” มันคือ… “หนึ่งเดียว”
ชีวิตของขวัญ… ถูกผูกติดกับรูปปั้น ทำลายรูปปั้น… คือการ… ฆ่าขวัญ
เขาทรุดลงคุกเข่า เขากำลังร้องไห้… แต่ไม่มีน้ำตา เขาแค่หัวเราะ… หัวเราะเหมือนคนเสียสติ เขารู้แล้วว่านรกเป็นยังไง เขา… ติดอยู่ในนรกนี้ เขา… “ฆ่า” ภรรยาตัวเองไม่ได้ และเขาก็ “ช่วย” เธอไม่ได้เช่นกัน
เวลาผ่านไป… อาจจะหลายวัน… หรือหลายสัปดาห์ ธารา กลายเป็นชายที่แตกสลาย เขานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่หรูหรา ตาโหลลึก… ไร้จิตวิญญาณ
ขวัญ… “ตื่น” แล้ว เธออยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่มีสติ เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารตัวยาว กำลังประชุมสายผ่านวิดีโอ “ไม่ค่ะ… ไม่ต้องเจรจา” เธอบอกคู่สาย “ฟ้องเลย… อ้อ… แล้วก็ไล่ผู้จัดการฝ่ายนั้นออกด้วย ฉันไม่ต้องการคนทำงานพลาด”
เสียงของเธอเรียบ… เย็น… ไร้อารมณ์ เธอสวย… สวยเหมือนรูปปั้นที่ไร้ที่ติ เธอคือเปลือก… เปลือกที่สมบูรณ์แบบ… ที่ถูกควบคุมโดยสิ่งที่อยู่ในห้องนอน
เธอตัดสาย เธอลุกขึ้น เธอไม่แม้แต่จะมองธาราที่นั่งอยู่ เธอเดิน… ท่าทางเหมือนหุ่นยนต์ ตรง… ขึ้นบันไดไป
ธารารู้ว่าเธอจะไปไหน เธอกำลังกลับไปที่ห้องนอน กลับไป “นอน” กลับไป… “ป้อนอาหาร” กลับไปเติมพลังให้ “มัน”
ธารานั่งนิ่ง เขาตระหนักได้ว่า… ขวัญ… ภรรยาของเขา… ผู้หญิงที่เขาเคยรัก… คนที่เคยหัวเราะ… เธอ… “ตาย” ไปแล้ว สิ่งที่เดินไปมาในบ้าน… คือนักแสดง และสิ่งที่อยู่บนเก้าอี้… คือผู้กำกับ
ขวัญตัวจริง… ถูกขังอยู่ในร่างที่หลับใหลนั้น เป็นแค่แบตเตอรี่… ที่รอวันหมดอายุ.
ธารากลับบ้านในคืนนั้น เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาออกไปขับรถนานแค่ไหน เขากลับมา… เพราะไม่มีที่อื่นให้ไป เขาคือวิญญาณที่ถูกขังอยู่ในบ้านหลังนี้… เหมือนกับขวัญ
เขาเปิดประตูบ้าน บ้าน… เงียบ แต่… ไม่หนาว เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน… ที่บ้านไม่หนาว และ… เขากลิ่น กลิ่น… อาหาร กลิ่นแกงเขียวหวานหอมๆ… กลิ่นที่เขาไม่ได้กลิ่นมานานแสนนาน
เขาเดินอย่างระมัดระวัง… เข้าไปในห้องครัว
และเขาก็เห็นเธอ
“ขวัญ” เธอยืนอยู่ที่หน้าเตา ฮัมเพลงเบาๆ เธอสวมผ้ากันเปื้อน… ผมของเธอถูกรวบขึ้นอย่างเรียบร้อย เธอดู… มีชีวิตชีวา
ขวัญหันกลับมา รอยยิ้ม… ปรากฏบนใบหน้าเธอ ไม่ใช่รอยยิ้มเย็นชาของนักธุรกิจ ไม่ใช่รอยยิ้มเย้ยหยันของรูปปั้น แต่เป็นรอยยิ้ม… ที่อบอุ่น รอยยิ้มของขวัญ… คนที่เขาเคยแต่งงานด้วย
“ธารา! กลับมาแล้วเหรอคะ” เสียงของเธอสดใส “ที่รัก… กลับมาพอดีเลย แกงเขียวหวานกำลังจะเสร็จพอดี”
ธารายืนนิ่ง เขาหายใจไม่ออก นี่คือความฝันใช่ไหม? หรือว่า… คำสาปมันคลายแล้ว? เขาทำลายมัน… แล้วขวัญก็กลับมา?
“ขวัญ…” เขาพูดเสียงสั่น “คุณ…”
“ขวัญ” คนนั้น… เดินเข้ามาหาเขา เธอสวย… สวยกว่าที่เขาจำได้ ผิวของเธออมชมพู… ไม่ซีด ดวงตาของเธอเป็นประกาย เธอกุมมือของเขา มือของเธอ… อุ่น
“ฉันขอโทษนะคะ” เธอกระซิบ “ฉันขอโทษที่ผ่านมา… ฉันยุ่งเกินไป ฉันหลงระเริงไปกับความสำเร็จบ้าๆ นั่น ฉันเกือบลืมไปแล้วว่าอะไรที่สำคัญที่สุด”
เธอยกมือของเขาขึ้นมา… จูบเบาๆ “ฉันคิดถึงคุณ… ฉันคิดถึง ‘เรา’ “
ธาราแทบจะทรุด น้ำตาเอ่อล้นออกมา นี่คือสิ่งที่เขาภาวนามาตลอด เธอกลับมาแล้ว ขวัญของเขากลับมาแล้ว
“ผม… ผมก็คิดถึงคุณ” เขากอดเธอแน่น กอดร่างที่อบอุ่น… กอดกลิ่นหอมที่เขาคุ้นเคย เขามีความสุข… มีความสุขจนลืมไปชั่วขณะ … ลืมความหนาวเย็น … ลืมกล้องวงจรปิด … ลืมรอยยิ้มเซรามิกนั่น
“วันนี้คุณ… ไม่เหนื่อยเหรอ” ธาราถามเบาๆ เขาผละออกจากอ้อมกอด “คุณ… ไม่ต้องไปนอนเหรอ”
คำถามนั้น… มันเปลี่ยนทุกอย่าง
รอยยิ้มของ “ขวัญ” ค้างอยู่ ดวงตาของเธอยังคงเป็นประกาย แต่มีบางอย่าง… บางอย่างที่เย็นเยียบ… ฉายแวบผ่านเข้ามา
“นอนเหรอคะ” เธอหัวเราะเบาๆ “โอ้… ที่รัก” เธอปัดผมที่ปรกหน้าธาราเบาๆ “ฉันเพิ่งตระหนักได้ ว่าฉันไม่จำเป็นต้องนอนอีกต่อไปแล้ว”
เลือดในกายของธารา… หยุดไหลเวียน เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ
“ฉันมัวแต่เสียเวลาไปกับการนอน” เธอกระซิบ… น้ำเสียงของเธอเริ่มเปลี่ยนไป มัน… “ซ้อน” เหมือนมีสองเสียงพูดออกมาพร้อมกัน เสียงของขวัญ… และเสียงแหบแห้งของอะไรบางอย่าง
“ฉันไม่ต้องการการพักผ่อน” เธอยิ้มกว้างขึ้น… กว้างเกินไป “ฉันต้องการแค่… คุณ“
ธาราผงะ เขาจำรอยยิ้มนี้ได้ นี่ไม่ใช่รอยยิ้มของขวัญ นี่คือรอยยิ้ม… จากในกล้อง รอยยิ้ม… ของ “ลัก-ผี”
“คุณ… ไม่ใช่ขวัญ” เขากระซิบ ความหวาดกลัวจู่โจมเขารุนแรงกว่าครั้งไหนๆ นี่ไม่ใช่ขวัญ นี่คือ “มัน” มันไม่ได้อยู่ในรูปปั้นอีกต่อไป มัน… “ย้าย” เข้ามาแล้ว มันยึดร่างภรรยาของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว!
“ที่รัก พูดอะไรน่ะ” “ขวัญ” ยังคงยิ้ม แต่ดวงตาของเธอ… ไม่ยิ้มแล้ว มันกำลังมองเขา… ประเมิน เหมือนนักล่าที่มองเหยื่อ
ธาราคิด… ถ้า “มัน” อยู่ตรงนี้… ในห้องครัว… กำลังพูดกับเขา…
แล้ว… “อะไร” … “ที่อยู่ข้างบน… ในห้องนอน”
ธาราผลักเธอออกสุดแรง “คุณเป็นใคร!!!”
“ขวัญ” เซถลาไปชนเคาน์เตอร์ รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าทันที ถูกแทนที่ด้วยความโกรธที่เย็นชา “เสียมารยาท” มันพูด… ด้วยเสียงที่ซ้อนกันจนน่าขนลุก
ธาราไม่รอฟัง เขาวิ่ง… วิ่งสุดชีวิต วิ่งออกจากห้องครัว วิ่งไปที่บันได
“กลับมานี่! ธารา!” เสียงนั้นตะโกนตามหลังเขา เสียงของขวัญ… ที่บัดนี้แหลมสูงและไม่ใช่เสียงมนุษย์
เขาวิ่งขึ้นบันได สองขั้น… สามขั้น… หัวใจของเขาเต้นเหมือนกลองสงคราม เขารู้สึกได้ถึงความหนาวเย็น… ความหนาวเย็นที่คุ้นเคย… มันรอเขาอยู่ข้างบน
เขาพุ่งไปที่ประตูห้องนอน เขาพังมันเข้าไป!
ห้อง… มืดและหนาวเหน็บ เย็นเหมือนสุสาน เขาหอบหายใจ สายตาของเขากวาดไปทั่วห้อง เก้าอี้อาร์มแชร์… “มันว่างเปล่า”
รูปปั้น… หายไปแล้ว
แล้วสายตาของเขาก็มองไปที่เตียง เตียง… ผ้าห่มยังคงนูนอยู่ เป็นก้อน… เป็นรูป… คนนอน
“ไม่… ได้โปรด… อย่า” ธาราก้าวเข้าไปช้าๆ มือสั่น… ขาสั่น…
ถ้า “ขวัญ” อยู่ข้างล่าง… แล้วนี่… คืออะไร
เขายืนอยู่ข้างเตียง เขาจ้องมองก้อนผ้าห่มนั้น เขาได้ยินเสียงฝีเท้า… ช้าๆ… กำลังเดินขึ้นบันไดมา… ใกล้เข้ามาแล้ว
เขาไม่มีเวลา เขาเอื้อมมือที่สั่นเทา… จับชายผ้าห่ม…
และเขาก็… “กระชากมันออก!!!”
… … … ธารากลืนเสียงกรีดร้องของตัวเองกลับลงไป เขาอยากจะอาเจียน
มันคือ “ขวัญ” ขวัญ… ตัวจริงของเขา
เธอนอนหงาย แต่เธอไม่ได้ “หลับ” ดวงตาของเธอ… “เบิกกว้าง” เบิกกว้าง… จ้องมองเพดาน ไม่กระพริบ ไม่มีแววตา เหมือนดวงตาของตุ๊กตาแก้ว
ผิวหนังของเธอ… ซีดเทา… แห้งกรัง… แนบติดกระดูก เหมือนมัมมี่ที่เพิ่งถูกค้นพบ
ปากของเธอ… อ้าค้างอยู่เล็กน้อย เหมือนกำลังจะกรีดร้อง… แต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
เธอยังไม่ตาย ธาราเห็น… หน้าอกของเธอ… กระเพื่อมขึ้นลง… ช้า… ช้ามากๆ อาจจะ… นาทีละครั้ง ลมหายใจที่แผ่วเบา… เหมือนไอน้ำเฮือกสุดท้าย
เธอถูก “ขัง” ถูกขัง… ให้อยู่ในร่างที่กำลังจะตายของตัวเอง ถูกบังคับให้ “ดู” ทุกอย่างที่ “มัน” กำลังทำ… โดยใช้ใบหน้าของเธอ
“แกร๊ก”
เสียงประตูห้องนอนเปิดออก… ช้าๆ
ธาราหันกลับไป ตัวแข็งทื่อ ความกลัวแช่แข็งเขาไว้กับที่
“ขวัญ” … ร่างที่ขโมยมา… ยืนอยู่ที่นั่น ในมือของมัน… กำลังอุ้ม… รูปปั้นเซรามิก รูปปั้นที่บัดนี้ซีดขาว… ไร้พลัง เพราะวิญญาณของมัน… ได้ย้ายบ้านแล้ว
“มัน” ยิ้มให้ธารา รอยยิ้มที่สมบูรณ์แบบ… “เธอดู… เหนื่อย จังเลยนะคะ” มันพูด… พยักพเยิดไปที่ร่างบนเตียง “มารยาทไม่ดีเลยนะ… ที่ปลุกเธอกลางคันแบบนี้.”
ธารายืนตัวแข็งทื่อ ความกลัวที่เขารู้สึกก่อนหน้านี้… เทียบไม่ได้เลยกับความว่างเปล่าที่เขากำลังรู้สึก นี่คือความพ่ายแพ้ที่สมบูรณ์แบบ
“ขวัญ” ตัวปลอม… “ขวัญ-ผี” … มันยิ้ม รอยยิ้มนั้นอ่อนโยน… เหมือนภรรยาที่กำลังปลอบสามี แต่นัยน์ตาของมัน… เย็นชาเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก
“อย่ามองเธอแบบนั้นสิคะ” มันพูด… พยักพเยิดไปที่ร่างแห้งๆ บนเตียง “เธอแค่… เหนื่อย”
“ขวัญ-ผี” เดินอย่างสง่างาม มันวางรูปปั้นเซรามิกที่บัดนี้ไร้วิญญาณ… วางมันลงบนโต๊ะข้างเตียง เหมือนเป็นถ้วยรางวัล… วางมันไว้ข้างๆ “เปลือก” เดิมของมัน
“มึง… มึงทำอะไรกับเธอ!” ธาราระเบิดออกมา ความโกรธ… ความสิ้นหวัง… ความบ้าคลั่ง… เขากระโจนเข้าหามัน “มึงเป็นใคร! ออกไปจากร่างเมียกู!!!”
เขาบีบคอ “ขวัญ-ผี” กดมันลงกับผนัง เขาใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี
แต่ “ขวัญ-ผี” ไม่ได้ต่อสู้ มันไม่ได้ขัดขืน มันแค่… ยิ้ม ดวงตาของมันจ้องมองเขา
แล้วเขาก็ได้ยินเสียง… “อึก… อ่อก…”
เสียง… มาจากบนเตียง!
ธาราหันขวับ ร่างของขวัญตัวจริง… “ขวัญ-เปลือก” … กำลังดิ้นทุรนทุราย ดวงตาที่เบิกกว้างของเธอ… ตอนนี้เหลือกขึ้น มือที่แห้งเหี่ยวของเธอ… กำลังขยุ้มคอของ “ตัวเอง” เธอกำลัง… ขาดอากาศหายใจ ตามแรงที่ธารากำลังบีบคอ “ขวัญ-ผี”
“ไม่!!!!” ธาราผงะ เขาสะบัดมือออก ปล่อยร่างของ “ขวัญ-ผี” เป็นอิสระ
ทันทีที่เขาปล่อย… ร่างบนเตียง… “ขวัญ-เปลือก” … ก็หยุดดิ้น เธอกลับไปนิ่ง… หายใจแผ่วเบาเหมือนเดิม
“ขวัญ-ผี” ไอออกมาเล็กน้อย มันจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ มันหัวเราะเบาๆ “โอ้… ที่รัก” มันลูบแก้มธาราแผ่วเบา “คุณก็รู้… ว่าคุณทำอะไรฉันไม่ได้”
มันก้มลงกระซิบข้างหูเขา “ตราบใดที่… คุณยัง ‘รัก’ เธอ” “เห็นไหมล่ะ” มันยิ้ม “เรา… เชื่อมต่อกัน เป็นหนึ่งเดียว”
ธาราทรุดลงกับพื้น นี่คือ… เช็คเมต เขาถูกขังไว้ในกระดานหมากรุกนี้ เขาไม่สามารถทำร้ายสัตว์ประหลาด… …โดยไม่ฆ่าภรรยาของเขาเอง
“เธอเลือกฉันเองนะ ธารา” เสียงของ “ขวัญ-ผี” กลับมานุ่มนวลอีกครั้ง “เธอเหนื่อยเกินไป เหนื่อยกับการพยายาม… เหนื่อยกับการเป็นคนจน… เหนื่อย… กับการเป็น ‘ขวัญ’ “
มันนั่งลงบนเก้าอี้อาร์มแชร์… เก้าอี้ที่เคยเป็นของรูปปั้น “เธออยากได้ความสำเร็จ ฉันก็เลยให้ แล้วเธอก็อยากได้การพักผ่อน… ฉันก็เลย… รับช่วงต่อให้” มันยิ้ม “ฉันแค่ทำตามที่เธอปรารถนา… เธอยอมแลกเอง”
นรกที่แท้จริง… เริ่มต้นขึ้นในวันต่อมา
โลกภายนอก… ขวัญ คือศิลปินที่ประสบความสำเร็จสูงสุด เธอสวย… สง่างาม… และทรงพลัง ธารา… คือสามีที่น่าอิจฉา เขาต้องไปงานเลี้ยงกับเธอ ต้องยืนยิ้ม… เหมือนตุ๊กตา ขณะที่ผู้คนเข้ามาชื่นชมภรรยาของเขา “คุณขวัญดูเปล่งปลั่งจังเลยนะคะช่วงนี้” “คุณโชคดีจังเลยนะครับ คุณธารา” ธาราแค่ยิ้มตอบ… รอยยิ้มที่เหมือนหัวกะโหลก
โลกภายใน… คฤหาสน์กลายเป็นเรือนจำ “ขวัญ-ผี” ออกไปบริหารอาณาจักรของมัน ทิ้งธาราไว้กับ “งาน” เขาต้องดูแล… “ขวัญ-เปลือก”
เขาต้องเช็ดตัว… ให้ร่างที่แห้งกรังบนเตียง เขาต้องป้อน… อาหารเหลว ที่เธอไม่สามารถกลืนได้ เขาทำได้แค่ใช้สำลีชุบ… แล้วแตะที่ริมฝีปากแห้งแตกของเธอ หวังว่าจะมีบางอย่างซึมเข้าไป
เขาต้องทำ… เพื่อให้เธอยังมีลมหายใจ เพื่อให้เธอยัง “มีชีวิต”
บางครั้ง… “ขวัญ-ผี” ก็กลับมา มันจะนั่งดูเขา นั่งตะไบเล็บ… ในขณะที่ธารากำลังทำความสะอาด “ภรรยา” ของตัวเอง “ทำความสะอาดเธอให้ดีๆ นะคะ” มันพูด… โดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “เธอคือ… แบตเตอรี่ของฉัน” “ถ้าเธอ ‘ดับ’… ฉันก็ ‘ดับ’ ไปด้วย แล้วเราก็จะสูญเสียทุกอย่างนี้ไป… คุณคงไม่อยากให้เป็นแบบนั้นใช่ไหม”
มันทรมานเขา… ด้วยความจริงข้อนี้
เวลาเดียวที่ธารารู้สึกเหมือนเป็นมนุษย์… คือตอนที่ “ขวัญ-ผี” ออกไปข้างนอก เขาจะนั่งข้างเตียง กุมมือที่เย็นชืดและแห้งเหมือนกระดาษของ “ขวัญ-เปลือก”
เขาจ้องมองดวงตาที่เบิกกว้าง… ไร้แวว… “ขวัญ… คุณยังอยู่ในนั้นไหม” เขากระซิบ “ได้ยินผมไหม… กลับมาเถอะ… ได้โปรด”
ไม่มีการตอบสนอง มีเพียงลมหายใจที่แผ่วเบา… ที่พิสูจน์ว่าเธอยังไม่จากไป
เขาพูดกับเธอ… เล่าเรื่องเก่าๆ… เล่าเรื่องตอนที่พวกเขายากจน… แต่มีความสุข เล่าเรื่องที่เขาหลงรักเครื่องปั้นดินเผาของเธอ
เขากำลังพยายาม… เขาพยายามจะ “เติมไออุ่น” ให้เธอ ไออุ่น… ที่หญิงชราคนนั้นพูดถึง บัดนี้เขารู้แล้ว… มันไม่ใช่แค่ความร้อนจากร่างกาย มันคือ… “เจตจำนงในการมีชีวิต” มันคือ “วิญญาณ” สิ่งที่ขวัญ… ได้ยอมแพ้ไปแล้ว.
เวลาผ่านไปช้าๆ เหมือนฝันร้ายที่ไม่มีวันจบ ธาราผอมลง เขาไม่ได้ใช้ชีวิต… เขาแค่… ทำหน้าที่ดูแล เขากลายเป็นผู้ดูแล… ร่างที่กำลังจะตายของภรรยาตัวเอง เพื่อให้ร่างที่ถูกขโมย… ได้มีชีวิตอยู่
“ขวัญ-ผี” สนุกกับการทรมานเขา มันไม่เคยพลาดที่จะกลับมา “ตรวจสอบ” แบตเตอรี่ของมัน มันจะเปิดประตูห้องนอน มองดูขวัญที่นอนนิ่ง… แล้วมองมาที่ธารา… ที่นั่งอยู่ข้างเตียง
“ดูเธอสิ” มันพูดวันหนึ่ง น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “น่าสงสารจริงๆ เหนื่อย… ทั้งที่ร่ำรวยขนาดนี้” มันเดินไปหยิบแก้วไวน์จากตู้ “เธออ่อนแอเกินไป… ธารา ถ้าเธอเข้มแข็งกว่านี้… ฉันก็คงไม่ต้องยุ่งยากขนาดนี้”
“มึง… ไม่ใช่ขวัญ” ธาราพูดเสียงแหบ เขาไม่ได้โกรธอีกต่อไป เขาแค่… ปลงตก
“ขวัญ-ผี” หัวเราะเบาๆ “แน่นอนสิคะ ขวัญคนเก่า… เป็นแค่ศิลปินที่สิ้นหวัง แต่ ‘ฉัน’… ฉันคือ ‘ความมั่งคั่ง’ ฉันคือสิ่งที่เธอ… ‘อธิษฐาน’ ขอ”
มันเดินไปที่โต๊ะข้างเตียง หยิบรูปปั้นเซรามิกที่ไร้วิญญาณขึ้นมา รูปปั้นบัดนี้ดูซีดจาง ราวกับถูกใช้จนหมดพลังงาน
“นี่คือตัวตนของฉัน… ก่อนหน้านี้” มันโยนรูปปั้นลงพื้นอย่างไม่ใยดี “เพิ่งรู้ว่าร่างดินเผา… มันอึดอัดแค่ไหน ร่างเนื้อ… ‘ดี’ กว่าเยอะ นุ่มนวล… อบอุ่น… และสามารถลิ้มรสไวน์ราคาแพงได้”
มันจิบไวน์… “และที่สำคัญที่สุด… มันมีใบหน้าของขวัญ ใบหน้าที่ใครๆ ก็หลงใหล”
“แล้ว… มึงจะจบเรื่องนี้เมื่อไหร่” ธาราถาม เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมัน
“ขวัญ-ผี” วางแก้วไวน์ลงช้าๆ รอยยิ้มหายไปจากใบหน้า “ก็ต่อเมื่อ… ‘ที่อยู่อาศัยใหม่’ มัน ‘เต็ม’ แล้วไงคะ”
มันเดินตรงไปที่เตียง มันยืนเหนือร่างของขวัญ ธาราตัวแข็งทื่อ
“ขวัญ-ผี” เอื้อมมือ… ลูบไล้ไปตามซี่โครงของร่างขวัญ-เปลือก มือของมัน… ที่เคยเป็นมือของขวัญ บัดนี้… เย็นเฉียบ
“เมื่อพลังงานจากร่างนี้… ถูกถ่ายโอนมาจนหมดสิ้น” มันกระซิบ “เมื่อนั้น… เธอจะ ‘พักผ่อน’ ได้อย่างสมบูรณ์”
แล้วมันก็ยิ้ม ยิ้มด้วยความกระหาย “และเมื่อถึงตอนนั้น… ธารา… ฉันก็ไม่ต้องการ ‘แบตเตอรี่’ ก้อนนี้อีกต่อไป ฉัน… จะมีชีวิตของฉันเอง”
ธาราเข้าใจแล้ว รูปปั้นมันต้องการ ‘ร่างเนื้อ’ ร่างที่สามารถอยู่รอดได้โดยไม่ต้องกลับไปที่เซรามิก และร่างกายของขวัญ… กำลังจะเป็นบ้านหลังใหม่ที่ถาวรของมัน
และเมื่อมันสมบูรณ์… ขวัญตัวจริง… จะตาย
ธาราลุกขึ้นยืน เขาไม่กลัวความตายของตัวเองแล้ว เขากลัว… การที่ต้องเห็นขวัญกลายเป็นทาสชั่วชีวิตของสิ่งนี้
เขาเดินไปที่โต๊ะทำงานของขวัญ เขาหยิบกระดาษหนังเก่าที่เขาเคยเห็นในวันแรก กระดาษที่บอก “วิธีดูแล”
“ขวัญเคยพูดถึงเรื่องการย้ายบ้าน” ธารากระซิบ “นางพามั่งคั่งมาให้… แล้วก็… ไออุ่น“
เขาอ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า “นางไม่เอาเงิน… นางเอาไออุ่น” “เมื่อของใหม่… พอเพียง“
ธาราคิด… ถ้า ‘ไออุ่น’ คือวิญญาณ… และถ้า ‘ความมั่งคั่ง’ คือสิ่งตอบแทน… สิ่งที่ขวัญต้องการมากที่สุด…
ถ้าเขา… “ตัด” ความมั่งคั่งนั้นออกไปล่ะ? ถ้าสิ่งที่หล่อเลี้ยงวิญญาณชั่วร้ายนี้… ไม่ใช่แค่พลังชีวิตของขวัญ แต่คือ… ความมั่งคั่งที่ได้มาจากคำสาปนี้!
ธารารู้แล้วว่าต้องทำอะไร มันบ้าคลั่ง… แต่เขาไม่มีทางเลือก
คืนนั้น ธารานอนคนเดียวในห้องทำงาน เขาไม่ได้หลับ เขานั่งจ้องมองแล็ปท็อป เขาเข้าถึงบัญชีธนาคารทั้งหมดของขวัญ บัญชีที่เต็มไปด้วยเงินหลายร้อยล้าน
ขวัญ-ผี กำลังหลับ กำลัง “เติมพลัง”
ธาราเริ่ม “ย้าย” เงิน เขาบริจาค… บริจาคทุกอย่าง ไปยังมูลนิธิ… องค์กรการกุศล… ไปยังวัดเก่าๆ… เขาโอนไปจนหมดสิ้น
เงินหลายร้อยล้าน… หายไปในชั่วข้ามคืน
เขาขายทรัพย์สินทั้งหมด… ขายบริษัท… ขายคฤหาสน์… ขายทุกอย่าง… ในราคาถูกที่สุด… ขาย… ในราคาที่ถูกกว่าที่ซื้อมา
เช้าตรู่ แสงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเต็มที่
“ขวัญ-ผี” ตื่นขึ้น มันเดินลงบันได… สวยงาม… และอันตราย
มันเห็นธารานั่งอยู่ที่โต๊ะ “เช้านี้คุณดูมีชีวิตชีวาจังเลยนะคะ ธารา” มันยิ้ม แต่แล้ว… รอยยิ้มนั้นก็จางหายไป
มันสัมผัสได้ถึงบางอย่าง ความรู้สึก… ว่างเปล่า ความว่างเปล่าที่รุนแรง… ความว่างเปล่า… ของเงินที่หายไป
มันเดินตรงไปที่คอมพิวเตอร์ของธารา มันเห็นหน้าจอ… หน้าจอแสดงรายการโอนเงิน… ยอดเงินที่เหลือ… “ศูนย์”
“ขวัญ-ผี” หันกลับมา ใบหน้าของมันบิดเบี้ยว ความโกรธ… ที่แท้จริง… มันไม่เคยโกรธขนาดนี้มาก่อน
“แก… แกทำอะไร!!!” เสียงของมันแตกพร่า ไม่ใช่เสียงของขวัญ มันเป็นเสียงแหบแห้ง… ของปีศาจร้ายที่อดอยาก
“ฉัน… ‘ตัด’ ความมั่งคั่งของแก” ธาราพูด เขาไม่กลัวอีกต่อไป เขาแค่รู้สึก… เหนื่อย
“ขวัญ-ผี” กรีดร้อง เสียงกรีดร้องที่ดังแหลม… จนแก้วหูของธาราแทบแตก มันกระโจนเข้าหาเขา “แกจะตาย!!!”
มันบีบคอเขา แรงบีบมหาศาล… กระดูกคอของธาราแทบจะหัก
แต่ธาราไม่ต่อสู้ เขามองเข้าไปในดวงตาที่บ้าคลั่งของมัน “กู… ยอมตาย แต่กู… ไม่ยอมให้มึงมีชีวิตอยู่”
เขาพยายามพูด… เขาทำลายความมั่งคั่ง เขาทำลายคำสาป และตอนนี้… เขากำลังทำลาย “ที่อยู่อาศัยใหม่” นี้ด้วยความตายของเขาเอง!
มือที่เย็นเฉียบของ “ขวัญ-ผี” บีบคอธาราแน่นขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าของเขากลายเป็นสีม่วงคล้ำ ดวงตาเริ่มพร่ามัว เขารับรู้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาจากมือคู่นั้น ความตายกำลังมาถึง…
แต่ธาราไม่ได้ต่อสู้เพื่อมีชีวิต เขาต่อสู้เพื่อ… “ความตาย” ที่ถูกต้อง
เขาเงยหน้าขึ้น มองเข้าไปในดวงตาที่เกรี้ยวกราดของ “มัน” เขาใช้แรงเฮือกสุดท้าย… “มึง… อด… ตาย… แล้ว”
ทันใดนั้น… ร่างของ “ขวัญ-ผี” ก็ชะงัก ไม่ใช่เพราะคำพูดของธารา แต่เพราะ… บางสิ่งกำลังเกิดขึ้นกับ “ร่างกาย” ที่มันอาศัยอยู่
“อ๊าก!!!”
“ขวัญ-ผี” ปล่อยมือจากคอธารา มันร้องออกมาอย่างเจ็บปวด มันกุมศีรษะ ร่างกายของมันเริ่มสั่นอย่างรุนแรง เหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อต
ธาราทรุดลงกับพื้น ไอ… หอบหายใจอย่างบ้าคลั่ง แต่มือของเขาก็พยายาม… คลานไปยังบันได
เขากลัว… เขากลัวว่ามันจะตามเขาขึ้นไปฆ่าร่างจริงของขวัญ แต่… “ขวัญ-ผี” กำลังยุ่งอยู่
ร่างกายของ “ขวัญ” เริ่มมีรอยร้าว… รอยร้าวสีเทา… เหมือนกระเบื้องที่ถูกกระแทก มันปรากฏขึ้นบนแก้ม… บนแขน… เหมือนกับตอนที่ธาราทุบรูปปั้น
คำสาป… กำลังทำลายตัวเอง ความมั่งคั่งคือเลือดของมัน เมื่อเลือดแห้งเหือด… ร่างกายก็ทนไม่ไหว
“ไม่… ไม่จริง! แกทำอะไรลงไป!” “ขวัญ-ผี” ตะโกนใส่ธารา น้ำเสียงของมันเริ่มอ่อนแรงลง มันไม่ใช่เสียงของขวัญอีกต่อไป มันเป็นเสียงแหบแห้ง… ที่กำลังจะสลาย
ธาราคลานขึ้นบันได… ทีละขั้น… เขาหันกลับมามองครั้งสุดท้าย “ขวัญ-ผี” กำลังล้มลงกับพื้น ร่างกายของมันสั่น รอยร้าวแตกออก ไม่มีเลือด มีแต่… เศษเซรามิกสีขาวเล็กๆ ที่กำลังร่วงหล่นลงมาจากผิวหนังของขวัญ มันกำลัง… “กลายสภาพ” กลับไปเป็นเซรามิก
ธาราถึงห้องนอน เขาพังประตูเข้าไป
บนเตียง… ขวัญ-เปลือก ยังคงนิ่ง… ซีดขาว แต่… มีบางอย่างเปลี่ยนไป
ธาราคลานไปถึงข้างเตียง เขากุมมือที่แห้งเหี่ยวของเธอ มือของเธอ… เย็นเฉียบ… แต่… “มันขยับ”
นิ้วของเธอ… ขยับเบาๆ
ธาราเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาที่เบิกกว้าง… ไร้แวว… บัดนี้… มี “หยดน้ำ” น้ำตา… กำลังไหลออกมาจากดวงตาที่แห้งผากของเธอ
น้ำตาที่ไหลลงมา… เป็นพยานถึงความทรมานที่ถูกกักขัง และ… “การปลดปล่อย”
ขวัญกำลังกลับมา แต่มันสายเกินไปแล้ว
“ขวัญ…” ธาราพูด… เสียงของเขาแหบพร่า “ผม… มาแล้ว…”
ลมหายใจที่แผ่วเบาของขวัญ กระตุกเป็นครั้งสุดท้าย ริมฝีปากที่แห้งแตกของเธอ ขยับ… “พอ… แล้ว…” คำเดียว… ที่ออกมาจากวิญญาณที่เหนื่อยล้าที่สุด
และแล้ว… ร่างของเธอก็… หยุดนิ่ง
หน้าอกของเธอไม่กระเพื่อมอีกต่อไป ดวงตาที่เคยเบิกกว้าง บัดนี้… ค่อยๆ หลับลง… ด้วยความสงบ
เธอ… ได้พักผ่อนอย่างแท้จริงแล้ว
ธารานั่งอยู่ตรงนั้น กอดร่างที่เย็นชืดของภรรยาของเขา เขาไม่ได้ร้องไห้ เขาแค่… ยิ้ม รอยยิ้มที่เศร้าสร้อยที่สุดในโลก
เขาได้ทำสิ่งที่ต้องทำแล้ว เขาได้ทำลายคำสาป… ด้วยการทำลายความโลภ และเขาได้มอบ “การพักผ่อนชั่วนิรันดร์” ให้กับภรรยาของเขา
… หลายเดือนต่อมา
ธารา… ถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรมภรรยา (แม้ว่าในทางเทคนิค… “ขวัญ-ผี” ได้ฆ่าขวัญไปแล้ว และธาราแค่ยุติคำสาป)
เขาไม่ได้ต่อสู้คดี เขายอมรับความผิด เขายอมรับโทษ ใครจะเชื่อเรื่องรูปปั้น… เรื่องวิญญาณ… เรื่องการถ่ายโอนพลังงาน?
เขาถูกส่งตัวไป… ไม่ใช่นักโทษ แต่เป็นผู้ป่วย… ในโรงพยาบาลจิตเวช
ในห้องของเขา เขานั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปที่สนามหญ้าที่ว่างเปล่า
ในมือของเขา… เขาถือ “งานศิลปะ” ชิ้นใหม่ ไม่ใช่ค้อน เขาใช้ดินเหนียวที่หาได้… จากสวนของโรงพยาบาล
เขาปั้น… ปั้นรูปปั้นผู้หญิงตัวเล็กๆ มือของเขา… อ่อนโยน ใบหน้าของมัน… เศร้าสร้อย… แต่สงบ
เขากระซิบกับรูปปั้นนั้น… “นี่คือ ‘ขวัญ’ ของผม” “เธอนอนหลับอยู่… ที่นี่” เขาแตะไปที่รูปปั้น “สงบ… ไม่ต้องต่อสู้… ไม่ต้องตื่น… ไม่ต้องโลภ”
เขาหยิบเศษขนมปังแห้งๆ ปั้นมันเป็นรูป… หัวใจดวงเล็กๆ แล้ววางไว้ข้างรูปปั้น
“ผมจะดูแลเธอ” เขายิ้ม “ผมจะดูแล ‘ไออุ่น’ นี้ไว้ให้เธอ” “ผมจะอยู่ตรงนี้… อยู่กับคุณ… ในห้องที่หนาวเย็นนี้… … จนกว่าผมจะหลับไปเอง”
เขากอดรูปปั้นเซรามิกที่เขาปั้นขึ้นเอง ใบหน้าของเขาสงบ… แต่ดวงตาของเขามองไปที่มุมห้อง มุมที่ว่างเปล่า
ความเย็นเยือก… ยังคงกัดกินเขาอยู่ เขาไม่รู้… ว่าวิญญาณของ “ลัก-ผี” มันตายไปพร้อมกับความมั่งคั่งแล้ว หรือมันแค่… รอคอย… ให้ธาราหลับไป… เพื่อที่มันจะได้ “ย้าย” บ้าน… อีกครั้ง.