Con Quỷ Đã Trưởng Thành: Người Cha Ác Quỷ

ปิศาจเติบใหญ่: พ่อผู้กลืนกิน

เสียงใบไผ่เสียดสีกันแหบพร่า มันไม่เหมือนเสียงธรรมชาติ แต่มันเหมือนเสียงกระซิบแห้งๆ ที่ดังมาจากลำคอของคนใกล้ตาย

อาร์ตปาดเหงื่อที่ชื้นอยู่บนหน้าผาก เขารู้สึกถึงความอับชื้นของป่าคำชะโนด มันเกาะกุมผิวหนังของเขาเหมือนใยแมงมุมที่มองไม่เห็น กล้องวิดีโอในมือของเขาหนักอึ้งราวกับบรรจุความหวาดกลัวเอาไว้เต็มพิกัด

“มึงแน่ใจนะอาร์ต ว่าที่นี่มีจริง” เสียงของไบร์ทดังขึ้นจากข้างหลัง สั่นเครือเล็กน้อย พยายามแสร้งทำเป็นใจกล้า

“กูเช็กมาแล้ว” อาร์ตตอบเสียงห้วน เขาซูมกล้องไปยังแนวป่าทึบเบื้องหน้า “ตำนาน ‘ไผ่เกล็ดงู’ คนพื้นที่เขาลือกันมาหลายสิบปี มันต้องอยู่ที่นี่”

อาร์ต อายุ 23 ปี นักศึกษานิเทศศาสตร์ปีสุดท้าย เขาไม่ใช่แค่มาทำสารคดีจบการศึกษา แต่เขากำลังเดิมพันอนาคตทั้งหมดของตัวเอง ช่องยูทูบ “เปิดตำนาน” ของเขากำลังจะตาย ยอดวิวตกต่ำ คำวิจารณ์ซ้ำซาก และหนี้สินจากการซื้ออุปกรณ์กำลังบีบคอเขา ถ้าคลิปนี้ไม่ปัง เขาก็จบ

นี่คือโอกาสสุดท้ายของเขา

“ไอ้เกล็ดงูที่มึงว่า มันคืออะไรวะ” แนนซี่ถาม เธอเป็นคนตัดต่อ มือเรียวของเธอจับสายกระเป๋าเป้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด

“มันคือไผ่ที่ลำต้นมีลวดลายเหมือนเกล็ดงู” อาร์ตอธิบาย ดวงตาของเขายังคงจ้องผ่านเลนส์ “แต่ที่น่ากลัวคือ… มันไม่ใช่แค่ลวดลาย ว่ากันว่ามันมีชีวิต ใครก็ตามที่แตะต้องมัน จะถูก ‘บางสิ่ง’ ตามกลับไป”

“บางสิ่ง?” ไบร์ทกลืนน้ำลายเอื๊อก

“ผี ผีปู่ย่า ผีปอบ หรืออะไรก็ช่าง” อาร์ตยักไหล่ “ยิ่งลึกลับ คนยิ่งชอบดู”

พวกเขาเดินลึกเข้ามาในเขตป่าสงวน แสงแดดเริ่มส่องลงมาไม่ถึงพื้น อากาศเย็นลงอย่างรวดเร็วจนน่าขนลุก ความเงียบเข้าครอบงำ มีเพียงเสียงฝีเท้าของพวกเขาสามคนที่ย่ำไปบนใบไม้แห้งที่ทับถมกันหนา

อาร์ตไม่ได้บอกเพื่อนเขาทั้งหมด เขาไม่ได้บอกว่าตำนานนี้มันอันตรายแค่ไหน เขาไม่ได้บอกว่ามีคนเคยหายตัวไปในป่าแห่งนี้ หรือบางคนที่กลับออกมา ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เขาต้องการความตื่นเต้น เขาต้องการภาพที่ ‘จริง’

ทันใดนั้น แนนซี่ก็ร้องอุทานออกมาเบาๆ

“อาร์ต… ดูนั่น”

อาร์ตหันกล้องตามนิ้วของเธอ ท่ามกลางหมู่ไม้รกทึบ มีกอไผ่ขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ มันแตกต่างจากไผ่ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

ลำต้นของมันไม่ได้เรียบเนียนเป็นสีเขียวหรือสีเหลือง แต่มันมีลวดลายประหลาด เป็นวงซ้อนกันไปมาเหมือนเกล็ดของอสรพิษยักษ์ เกล็ดเหล่านั้นสะท้อนแสงเพียงน้อยนิดที่เล็ดลอดลงมา ทำให้มันดูเหมือนกำลังหายใจ

“ไผ่เกล็ดงู…” ไบร์ทพึมพำ ใบหน้าของเขาซีดเผือด

“ได้แล้ว… กูได้ภาพแล้ว!” อาร์ตตะโกนอย่างลิงโลด เขาลืมความกลัวไปชั่วขณะ หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น นี่คือภาพที่เขาตามหา!

เขากดปุ่มบันทึกวิดีโอ เดินตรงเข้าไปหากอไผ่นั้นอย่างไม่ลังเล

“มึงจะทำอะไร!” ไบร์ทคว้าแขนเขาไว้ “อย่าเข้าไปใกล้มัน!”

“กูต้องถ่ายใกล้ๆดิวะ คนดูจะได้เห็นชัดๆ” อาร์ตสะบัดแขนออก

“แต่อาร์ต… ฉันรู้สึกไม่ดีเลย” แนนซี่พูดเสียงสั่น “มัน… มันเหมือนมีคนมองเราอยู่”

อาร์ตชะงักไปครู่หนึ่ง เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ป่าเงียบสงัดเกินไป ไม่มีแม้แต่เสียงนกหรือแมลง

“พวกมึงคิดมากไปเอง” เขาพูดปัดๆ แม้ว่าลึกๆ แล้ว เขาก็รู้สึกถึงสายตานั้นเช่นกัน “เดี๋ยวกูถ่ายตรงนี้เสร็จ เราก็กลับกัน”

เขายกกล้องขึ้นอีกครั้ง โฟกัสไปที่ลวดลายบนลำไผ่ มันละเอียดและซับซ้อนอย่างน่าประหลาด ราวกับถูกแกะสลักโดยฝีมือที่เหนือธรรมชาติ ยิ่งมองใกล้ๆ เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกดึงดูด

มือของเขาสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความรู้สึกประหลาด… ความรู้สึกเหมือนการรอคอย

“อาร์ต อย่า!” แนนซี่กรีดร้อง

แต่ไม่ทันแล้ว ปลายนิ้วของอาร์ตสัมผัสกับผิวเย็นเฉียบของลำไผ่เกล็ดงู

วินาทีนั้นเอง โลกทั้งใบก็ดับวูบลง

ไม่มีเสียง ไม่มีแสง มีเพียงความเย็นเยือกที่แล่นผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระแสเลือดของเขา มันเย็นจนปวดกระดูก และในความมืดมิดอันสมบูรณ์แบบนั้น เขาก็ได้ยินเสียง

มันไม่ใช่เสียงคน ไม่ใช่เสียงสัตว์

มันเป็นเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ ของเด็ก

เสียงนั้นดังขึ้นในหัวของเขา ก้องกังวานอยู่ในกะโหลก ราวกับว่ามันอยู่ที่นั่นมาตลอด รอเพียงแค่เขาจะเปิดประตูรับมันเข้ามา

‘เจอแล้ว…’

เสียงเล็กๆ นั้นกระซิบอย่างยินดี

อาร์ตลืมตาโพลง เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม มือยังคงแตะลำไผ่ ไบร์ทกับแนนซี่กำลังเขย่าตัวเขา ตะโกนเรียกชื่อเขา แต่เสียงของพวกเขาฟังดูห่างไกลเหลือเกิน

“มึงเป็นอะไรไปวะอาร์ต!”

“อาร์ต! ได้ยินฉันไหม!”

อาร์ตกระพริบตา ความรู้สึกเย็นยะเยือกเมื่อครู่หายไปแล้ว แต่เสียงหัวเราะของเด็กคนนั้นยังคงติดอยู่ในหูของเขา

“กู… กูไม่เป็นไร” เขาดึงมือกลับ รู้สึกแสบร้อนที่ปลายนิ้วราวกับถูกไฟลวก เขาก้มลงมอง ไม่มีร่องรอยอะไร

“มึงเหม่อไปเลยนะเว้ย” ไบร์ทพูด หน้ายังไม่หายซีด

“กูแค่… ตะลึงนิดหน่อย มันสวยดี” อาร์ตโกหก เขาพยายามเก็บกล้อง แต่รู้สึกว่ามือสั่นจนควบคุมไม่ได้

“กลับกันเถอะ” แนนซี่พูดเสียงเด็ดขาด “ฉันไม่สนแล้วว่าจะได้ฟุตเทจหรือไม่ ฉันจะกลับ”

“เออๆ กลับก็กลับ” อาร์ตพยักหน้าอย่างว่าง่ายผิดปกติ เขารู้สึกมึนงง สับสน

ขณะที่พวกเขากำลังจะหันหลังกลับ เสียงนั้นก็ดังขึ้นในหัวเขาอีกครั้ง

‘อย่าเพิ่งไปสิ… ยังมีของดีๆ ให้ดูอีกเยอะเลย’

อาร์ตหยุดกึก เขารู้สึกเหมือนมีแรงกระตุ้นบางอย่างที่เขาต้านทานไม่ได้ เขาหันกลับไปมองกอไผ่ ช้าๆ ราวกับถูกสะกดจิต

“อาร์ต?” แนนซี่เรียก

เขายกกล้องขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ เขาไม่ได้ถ่ายที่ลำไผ่ เขาเลื่อนกล้องต่ำลงมาที่โคนกอไผ่ ที่นั่น ท่ามกลางรากไม้ที่พันกันยุ่งเหยิง มีบางอย่างซ่อนอยู่

มันเป็นไหดินเผาขนาดเล็ก ปากไหถูกปิดด้วยผ้าสีแดงเก่าคร่ำคร่าที่เกือบจะเปื่อยยุ่ย บนผ้านั้นมีอักขระโบราณเขียนไว้ด้วยหมึกสีดำที่จางจนเกือบมองไม่เห็น

“อะไรวะนั่น” ไบร์ทขมวดคิ้ว

อาร์ตไม่ตอบ เขาเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เขาวางกล้องลง และยื่นมือออกไปที่ไหใบนั้น

“อย่า!” แนนซี่ร้องห้ามอีกครั้ง แต่เหมือนอาร์ตจะไม่ได้ยินเธอแล้ว

‘เปิดสิ… เปิดดูของขวัญของพ่อสิ…’ เสียงเด็กคนนั้นกระซิบ อ่อนหวานและเย้ายวน

นิ้วของอาร์ตสัมผัสกับผ้าสีแดงที่ปากไห ทันทีที่เขาสัมผัส อักขระบนผ้านั้นก็เรืองแสงสีแดงจางๆ ขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะมอดดับไป

ผ้าที่เคยปิดปากไหอย่างแน่นหนา บัดนี้กลับเปื่อยยุ่ยสลายคามือของเขา เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน

มันไม่ใช่อัฐิ ไม่ใช่เครื่องราง

ข้างในไห คือของเหลวสีดำข้นเหนียว ส่งกลิ่นเหม็นคาวรุนแรงจนแนนซี่ถึงกับยกมือขึ้นปิดจมูก

และลอยอยู่บนผิวของเหลวสีดำนั้น คือตุ๊กตาดินปั้นรูปเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ถูกพันรอบตัวด้วยสายสิญจน์สีขาวย้อมเลือดจนกลายเป็นสีน้ำตาลคล้ำ

อาร์ตจ้องมองตุ๊กตานั้น เขารู้สึกชาวาบไปทั้งตัว ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความรู้สึกผูกพันอย่างประหลาด ราวกับว่าเขารู้จักเด็กคนนี้มานานแสนนาน

‘พ่อจ๋า… พ่อมารับหนูแล้วเหรอ…’

เสียงนั้นไม่ได้ดังในหัวเขาอีกต่อไป แต่มันดังมาจากไหใบนั้น

ไบร์ทกับแนนซี่ไม่ได้ยิน พวกเขามองหน้ากันอย่างหวาดกลัวกับท่าทีของอาร์ต

“ไอ้อาร์ต มึงทิ้งมันไป! เรากลับกันเดี๋ยวนี้!” ไบร์ทตะคอก

แต่อาร์ตไม่สนใจ เขาค่อยๆ หยิบตุ๊กตาดินปั้นนั้นขึ้นมาจากไห สายสิญจน์ที่พันรอบตัวมันขาดสะบั้นลงอย่างง่ายดายราวกับกระดาษเปียกน้ำ

ทันทีที่ตุ๊กตาหลุดออกจากไห ลมก็หยุดกะทันหัน ป่าทั้งป่าเงียบสงัดราวกับสุสาน

ตุ๊กตาดินปั้นในมือของอาร์ตเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ รอยแตกเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ไร้เดียงสาของมัน

“อาร์ต! ทิ้งมัน!” แนนซี่กรีดร้องสุดเสียง

‘หนูหิว… พ่อจ๋า… หนูหิวเหลือเกิน…’

อาร์ตมองดูตุ๊กตาในมือ แววตาของเขาว่างเปล่า แต่ริมฝีปากกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ

“ไม่ต้องห่วงนะ” เขาพึมพำกับตุ๊กตาตัวนั้น “พ่อจะหาอะไรให้ลูกกินเอง”

เขาก้มลงหยิบกล้องขึ้นมา บันทึกภาพตุ๊กตาในมือของเขาอย่างใจเย็น จากนั้นเขาก็เก็บมันใส่กระเป๋าเป้ของตัวเองอย่างทะนุถนอม

“กลับกันเถอะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงปกติ “กูได้ฟุตเทจที่ต้องการแล้ว”

ไบร์ทกับแนนซี่มองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา แต่ความหวาดกลัวทำให้พวกเขาไม่กล้าพูดอะไรอีก ทั้งสามคนรีบจ้ำอ้าวออกจากป่าคำชะโนด โดยไม่รู้เลยว่า พวกเขาไม่ได้กลับไปแค่สามคนอีกต่อไป

ระหว่างทางเดินกลับ ไม่มีใครพูดอะไร แนนซี่พยายามเดินให้ห่างจากอาร์ตมากที่สุด เธอยังคงได้ยินเสียงกรีดร้องของตัวเองก้องอยู่ในหู ส่วนไบร์ทก็เดินคุมเชิงอยู่ข้างหลัง คอยชำเลืองมองกระเป๋าเป้ของอาร์ตเป็นระยะๆ

อาร์ตเดินนำหน้าอย่างมั่นคง เขาไม่รู้สึกเหนื่อย ไม่รู้สึกกลัว เขารู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างไหลเวียนอยู่ในตัว ความกังวลเรื่องยอดวิวหรือหนี้สินหายไปหมดสิ้น ในหัวของเขามีเพียงเสียงกระซิบเบาๆ ของเด็กน้อยที่คอยบอกเขาว่าทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย

‘พ่อเก่งที่สุด… พ่อจะดัง… พ่อจะรวย… หนูจะช่วยพ่อเอง’

เมื่อพวกเขามาถึงรถตู้เก่าๆ ที่จอดทิ้งไว้ริมถนน อาร์ตรีบเปิดประตูหลังและวางกระเป๋าเป้ของเขาลงบนเบาะอย่างนุ่มนวล ราวกับว่าข้างในมีสิ่งของล้ำค่าที่แตกหักง่าย

“มึง… มึงเอามันกลับมาด้วยเหรอวะ” ไบร์ทถามเสียงสั่น

“มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญ” อาร์ตตอบโดยไม่หันมามอง “นี่คือของจริง ไม่ใช่เรื่องแต่ง”

“แต่มันคือไสยศาสตร์นะเว้ย! มึงไม่กลัวเหรอ”

อาร์ตหันมายิ้มให้เพื่อน รอยยิ้มนั้นไม่เหมือนอาร์ตคนเดิมที่พวกเขารู้จัก มันเป็นรอยยิ้มที่เย็นชาและมั่นใจอย่างน่าประหลาด

“กูกลัวความจนมากกว่ากลัวผีว่ะ” เขาพูด “ขึ้นรถได้แล้ว กูจะรีบกลับไปตัดคลิปนี้”

แนนซี่ลังเล เธอไม่อยากนั่งรถคันเดียวกับ “สิ่งนั้น” แต่การยืนอยู่ข้างป่าคำชะโนดในเวลาที่แสงกำลังจะหมดก็น่ากลัวไม่แพ้กัน เธอจึงจำใจก้าวขึ้นรถไปนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับ

ไบร์ทถอนหายใจยาว ก่อนจะขึ้นไปนั่งเบาะหลัง ห่างจากกระเป๋าเป้ของอาร์ตให้มากที่สุด

ตลอดทางกลับกรุงเทพฯ อาร์ตเป็นคนขับ เขาเปิดเพลงฟังเบาๆ ฮัมเพลงตามอย่างอารมณ์ดี ผิดกับอีกสองคนที่นั่งตัวเกร็งเงียบกริบ

แนนซี่แอบมองอาร์ตผ่านกระจกมองหลังเป็นระยะๆ เขาดูมีความสุข… มีความสุขอย่างน่าขนลุก

เมื่อรถติดไฟแดงที่สี่แยกแห่งหนึ่ง แนนซี่สังเกตเห็นบางอย่างที่กระจกมองหลังที่สะท้อนไปยังเบาะหลังสุด

ซิปกระเป๋าเป้ของอาร์ต… มันค่อยๆ รูดเปิดออกเองช้าๆ

เธอเบิกตากว้าง หัวใจแทบหยุดเต้น เธอกำลังจะร้องเตือนไบร์ท แต่ไฟเขียวก็สว่างขึ้น อาร์ตเหยียบคันเร่งออกรถ ทำให้กระเป๋าขยับเล็กน้อย และซิปก็หยุดเคลื่อนไหว

เธอหลับตาลง พยายามบอกตัวเองว่าเธอตาฝาด มันอาจจะเป็นเพราะรถสั่นสะเทือน

แต่เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอเห็นมันชัดเจน

มือเล็กๆ ที่ทำจากดินเผาแห้งๆ ยื่นออกมาจากช่องซิปที่แง้มอยู่ ก่อนจะหดกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว

แนนซี่อ้าปากค้าง แต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา เธอตัวแข็งทื่อด้วยความกลัว ทำได้เพียงภาวนาในใจให้ถึงกรุงเทพฯ เร็วที่สุด

ในขณะเดียวกัน อาร์ตก็ยกมือขึ้นลูบคางตัวเองเบาๆ เขารู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากเบาะหลัง

‘หนูหิว…’ เสียงนั้นกระซิบอีกครั้ง

“เดี๋ยวถึงบ้านนะลูก” อาร์ตพึมพำกับตัวเองเบาๆ โดยไม่รู้ว่าแนนซี่ได้ยิน “เดี๋ยวพ่อจะหาของอร่อยๆ ให้กิน”

คืนนั้น อาร์ตกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ของเขาในสภาพเหนื่อยล้า แต่ตื่นเต้น เขาโยนกระเป๋าเป้ลงบนเตียง และรีบเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อถ่ายโอนไฟล์วิดีโอ

ฟุตเทจที่ได้มานั้นยอดเยี่ยมมาก มันสั่นไหว มืด และเต็มไปด้วยบรรยากาศน่าขนลุก ภาพตอนที่เขาสัมผัสลำไผ่ และภาพตอนที่เขาเปิดไหดินเผา มันชัดเจนและทรงพลัง

“นี่แหละ… นี่คือไวรัล” เขายิ้มกริ่ม

เขาเริ่มลงมือตัดต่อทันที ลืมความหิวและความเหนื่อยล้าไปจนหมดสิ้น เขาทำงานอย่างบ้าคลั่ง ราวกับมีพลังงานพิเศษขับเคลื่อน

เสียงซิปกระเป๋าเป้รูดเปิดดังขึ้นจากบนเตียง

อาร์ตไม่ได้หันไปมอง

“รอเดี๋ยวนะลูก พ่อกำลังทำงานสำคัญอยู่”

เขาได้ยินเสียงเคลื่อนไหวเบาๆ บนเตียง ตามด้วยเสียงของตกลงบนพื้นไม้

เขายังคงจดจ่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์

เงาเล็กๆ ตะคุ่มๆ คลานออกมาจากใต้เตียง มันเคลื่อนที่อย่างเงียบเชียบมาหยุดอยู่ที่ข้างเก้าอี้ทำงานของเขา

อาร์ตรู้สึกถึงบางอย่างเย็นๆ แตะที่ข้อเท้าของเขา

เขาชะงักมือที่กำลังคลิกเมาส์

‘พ่อจ๋า…’

เขาก้มลงมองใต้โต๊ะ

ท่ามกลางความมืด มีดวงตาสองดวงที่ทำจากดินเผาสีคล้ำจ้องมองเขากลับมา มันไร้แวว แต่เต็มไปด้วยความหิวกระหายอันแรงกล้า

ตุ๊กตาดินปั้น… กุมารทอง… มันยืนอยู่ตรงนั้น ตัวเปียกโชกไปด้วยของเหลวสีดำข้นเหนียวจากในไห

“มึง… ออกมาได้ยังไง” อาร์ตพึมพำ แต่เขาไม่รู้สึกตกใจ เขากลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด

‘หนูหิว… หนูต้องการ… เลือด…’

เสียงนั้นไม่ได้ดังในหัวเขาอีกต่อไป มันดังออกมาจากปากดินเผาเล็กๆ ที่ขยับขึ้นลงอย่างเชื่องช้า

อาร์ตจ้องมองมันนิ่ง เขาควรจะกรี๊ด ควรจะวิ่งหนี แต่เขากลับยื่นมือออกไป ลูบหัวดินเผาเล็กๆ นั้นเบาๆ

“พ่อเข้าใจแล้ว” เขาพูด “แกต้องการเครื่องเซ่น”

เขาเหลือบมองไปที่กรงแฮมสเตอร์ที่อยู่มุมห้อง

‘ไม่ใช่…’ กุมารทองส่ายหน้าช้าๆ ‘ต้องเป็นเลือดของคนที่รักพ่อ…’

อาร์ตขมวดคิ้ว “คนที่รักกู? จะไปหามาจากไหนวะ”

‘เพื่อนของพ่อ… ผู้หญิงคนนั้น…’ กุมารทองเงยหน้าขึ้นจ้องเขา ‘เธอกังวลเรื่องพ่อ… เธอรักพ่อ…’

อาร์ตนิ่งอึ้งไป “แนนซี่?”

‘ใช่… พาเธอมาให้หนู… แล้วพ่อจะได้ทุกอย่างที่พ่อต้องการ…’

ความทะเยอทะยานฉายชัดขึ้นในแววตาของอาร์ต เขาเห็นภาพยอดวิวหลายสิบล้าน เห็นเงินทองไหลมาเทมา เห็นตัวเองยืนอยู่บนจุดสูงสุด

เขามองกุมารทองที่ข้อเท้าของเขา และพยักหน้าช้าๆ

“ตกลง”


เช้าวันรุ่งขึ้น อาร์ตตื่นขึ้นมาบนพื้นห้องข้างโต๊ะทำงาน เขาจำไม่ได้ว่าเผลอหลับไปตอนไหน คอของเขาปวดเมื่อย แต่ในหัวกลับปลอดโปร่งอย่างน่าประหลาด

คลิปวิดีโอถูกตัดต่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว มันถูกตั้งชื่อว่า “ท้าทายอาถรรพ์! บุกป่าคำชะโนด ค้นพบกุมารทองเฮี้ยน”

เขาเหลือบมองไปที่เตียง กระเป๋าเป้ยังคงวางอยู่ที่เดิม ซิปเปิดอ้า แต่ไม่มีอะไรอยู่ข้างใน

“ลูกพ่อ…” เขาพึมพำเรียกเบาๆ

ไม่มีเสียงตอบรับ

อาร์ตลุกขึ้นยืน เขารู้สึกถึงพลังงานที่แตกต่างในห้องนี้ มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความคาดหวัง เขาเดินไปที่มุมห้อง ที่ซึ่งกุมารทองดินเผาตัวนั้นนั่งขัดสมาธิอยู่อย่างสงบบนชั้นวางหนังสือเล็กๆ ที่เขาจัดเตรียมไว้ให้เมื่อคืน

ข้างหน้าตุ๊กตามีแก้วน้ำแดงวางอยู่หนึ่งแก้ว และขนมคุกกี้สองสามชิ้น

อาร์ตขมวดคิ้ว “พ่อบอกแล้วไง ว่าพ่อจะหาของที่ดีกว่านี้ให้”

‘หนูรอ…’ เสียงกระซิบตอบกลับมาในหัวของเขาเบาหวิว ‘แต่อย่าให้หนูรอนานนะพ่อ… หนูหิว’

อาร์ตพยักหน้า เขารู้ดีว่าต้องทำอะไร

เขากดอัปโหลดคลิปวิดีโอลงในช่องยูทูบ “เปิดตำนาน” ตั้งเวลาเผยแพร่ในคืนนี้ เวลาสามทุ่มตรง จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์ของแนนซี่

เสียงรอสายดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่แนนซี่จะรับสาย เสียงของเธองัวเงียและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า

“ฮัลโหล…”

“แนนซี่ นี่กูเอง อาร์ต” เขาพยายามดัดเสียงให้ฟังดูร่าเริงปกติ “มึงตื่นยังวะ กูตัดคลิปเสร็จแล้วนะเว้ย อยากให้มึงมาช่วยดูหน่อยก่อนอัปโหลด”

ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง “กู… กูไม่ค่อยสบายน่ะอาร์ต มึงอัปไปเลยก็ได้”

“เฮ้ย ไม่ได้ดิวะ มึงเป็นคนตัดต่อหลักของทีมนะเว้ย เสียงมึงสำคัญที่สุด” อาร์ตคะยั้นคะยอ “มาดูแป๊บเดียวเอง ที่ห้องกูเนี่ย กูซื้อกาแฟเจ้าโปรดไว้รอแล้วด้วย”

แนนซี่ลังเล “แต่เรื่องเมื่อวาน…”

“โธ่เอ๊ย! ก็แค่ตุ๊กตาดินเผาเก่าๆ” อาร์ตหัวเราะกลบเกลื่อน “กูเอาไปเก็บไว้ในกล่องปิดตายอย่างดีแล้ว ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกน่า เชื่อกูดิ”

‘โกหกเก่ง…’ เสียงกุมารทองกระซิบในหัวเขา ตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก

อาร์ตเม้มปาก พยายามควบคุมสีหน้า

“นะแนนซี่ ถือว่าช่วยกูครั้งสุดท้ายก็ได้ ถ้าคลิปนี้ไม่ปัง กูก็คงต้องยุบช่องแล้วจริงๆ” เขาใช้ไม้ตาย บีบเสียงให้ดูน่าสงสาร

ปลายสายถอนหายใจยาว “เออๆ ก็ได้ เดี๋ยวสายๆ กูเข้าไป”

“เยี่ยม! เดี๋ยวกูรอ!” อาร์ตวางสายทันที รอยยิ้มเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้า

เขามองกลับไปที่กุมารทองบนหิ้ง “เดี๋ยวแนนซี่จะมานะลูก อดใจรอหน่อย”

‘เพื่อนพ่อ… เลือดของเธอ…’

“ใช่… แต่เราต้องมีแผน” อาร์ตพูดกับตัวเอง เขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเก่าๆ ของเขา รื้อค้นในลิ้นชักล่างสุด

เขากำลังมองหาบางสิ่ง บางสิ่งที่เขาได้มาจาก “อาจารย์” คนหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว สมัยที่เขายังหมกมุ่นกับการทำของขลังเพื่อเรียกยอดวิว แต่ไม่เคยกล้าใช้มันจริงๆ

ในที่สุดนิ้วของเขาก็สัมผัสกับขวดแก้วเล็กๆ เย็นเฉียบ

น้ำมันพราย

มันคือขวดเล็กๆ บรรจุน้ำมันสีเหลืองอำพันขุ่นมัว มีตะกอนสีดำนอนก้นอยู่ข้างใต้ อาจารย์คนนั้นบอกเขาว่า มันถูกเคี่ยวมาจาก… ชิ้นส่วนของมนุษย์ และมีพลังในการควบคุมจิตใจคนได้ชั่วขณะ

“กูไม่เคยคิดว่าจะต้องใช้มึงจริงๆ” อาร์ตพึมพำขณะจ้องมองขวดในมือ

‘ใช้สิพ่อ… ใช้มัน… ทำให้เธอยอม…’ เสียงกุมารทองเร่งเร้า

อาร์ตสูดหายใจเข้าลึก เขาเปิดฝาขวด กลิ่นเหม็นหืนคาวเลือดก็โชยออกมาทันที เขารีบปิดมันกลับอย่างรวดเร็ว

“คืนนี้” เขาพูดอย่างเด็ดเดี่ยว “คืนนี้ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป”

ในขณะเดียวกัน ที่อพาร์ตเมนต์อีกแห่งหนึ่ง ไบร์ทกำลังนั่งดูฟุตเทจดิบที่เขาแอบคัดลอกมาจากกล้องของอาร์ตเมื่อคืน

เขากำลังดูฉากที่อาร์ตสัมผัสต้นไผ่เกล็ดงูซ้ำไปซ้ำมา และฉากที่อาร์ตเปิดไหดินเผา

“มันมีอะไรแปลกๆ” เขาพึมพำกับตัวเอง

เขาซูมภาพเข้าไปที่ใบหน้าของอาร์ตในวินาทีที่มือแตะลำไผ่ แววตาของอาร์ตว่างเปล่าไปชั่วขณะ… ก่อนที่จะมีประกายประหลาดวูบขึ้นมา

และตอนที่อาร์ตหยิบตุ๊กตากุมารทองขึ้นมา… ไบร์ทสังเกตเห็นบางอย่างที่เขาพลาดไปตอนอยู่ในป่า

สายสิญจน์ที่พันรอบตัวตุ๊กตา… มันไม่ได้ขาดเอง

แต่มันถูก “กัด” จนขาด

ไบร์ทรู้สึกขนลุกซู่ เขากดหยุดภาพ ซูมเข้าไปใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ บนสายสิญจน์สีคล้ำนั้น มีรอยฟันเล็กๆ กัดจนทะลุ

“เหี้ยเอ๊ย!” เขาสบถออกมา

เขารีบคว้าโทรศัพท์ กดเบอร์ของแนนซี่ทันที

“แนนซี่! มึงอยู่ไหน!”

“กำลังจะไปห้องไอ้อาร์ตมันน่ะ มีไรวะ” เสียงแนนซี่ตอบกลับมา

“อย่าไป! มึงห้ามไปเด็ดขาด!” ไบร์ทตะโกน “กูเพิ่งเจออะไรบางอย่างในคลิป มันไม่ปกติแล้วไอ้อาร์ต! มันโดนของ!”

“มึงพูดเรื่องอะไรของมึง” แนนซี่เริ่มเสียงสั่น

“กูเห็นรอยฟัน! บนสายสิญจน์นั่น! มันไม่ใช่ตุ๊กตาธรรมดาแน่ๆ มึงเชื่อกู!”

แนนซี่เงียบไปครู่หนึ่ง เธอยืนอยู่หน้าประตูห้องของอาร์ตแล้ว “มึง… มึงอย่ามาปั่นดิไบร์ท กูถึงห้องมันแล้วเนี่ย”

“กลับไป! แนนซี่! ฟัง กู!”

ยังไม่ทันที่ไบร์ทจะพูดจบ ประตห้องของอาร์ตก็เปิดออก

อาร์ตยืนยิ้มต้อนรับเธอ “มาแล้วเหรอแนนซี่ เข้ามาสิ กูกำลังรออยู่เลย”

แนนซี่มองหน้าอาร์ต สลับกับโทรศัพท์ในมือที่ไบร์ทยังคงตะโกนไม่หยุด

“มีอะไรหรือเปล่า” อาร์ตถาม เอียงคอเล็กน้อย รอยยิ้มของเขาดูเป็นมิตร แต่ดวงตาของเขากลับเย็นชาอย่างน่ากลัว

“อ๋อ… เปล่า ไบร์ทมันโทรมาโวยวายเรื่องคลิปน่ะ” แนนซี่โกหก เธอตัดสายไบร์ททิ้ง รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำตัวงี่เง่า

“มันก็เป็นแบบนั้นแหละ ขี้กังวลไปหมด” อาร์ตหัวเราะเบาๆ “เข้ามาข้างในก่อนสิ กาแฟเย็นหมดแล้ว”

แนนซี่ก้าวเท้าเข้าไปในห้องอย่างลังเล กลิ่นเหม็นหืนจางๆ ลอยมาแตะจมูกเธอ

“กลิ่นอะไรวะอาร์ต มึงท่อตันเหรอ”

“อ๋อ คงงั้นมั้ง” อาร์ตตอบปัดๆ เขาเดินไปหยิบแก้วกาแฟที่โต๊ะทำงานยื่นให้เธอ “นี่ ดื่มก่อน จะได้สดชื่น”

แนนซี่รับแก้วมา เธอมองไปรอบห้อง “แล้ว… ไอ้ตุ๊กตานั่นล่ะ มึงเอาไปไว้ไหน”

“นู่นไง” อาร์ตชี้ไปที่กล่องกระดาษสีน้ำตาลที่วางอยู่มุมห้อง ปิดผนึกด้วยเทปกาวอย่างแน่นหนา “กูเก็บมันเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องห่วง”

แนนซี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอยกกาแฟขึ้นดื่มอึกใหญ่

รสชาติมันแปลกๆ… ขมปร่า และมีกลิ่นหืนเหมือนกลิ่นในห้อง

“กาแฟรสชาติประหลาดว่ะ” เธอพูดพลางขมวดคิ้ว

“เหรอ วร้านมันคงเปลี่ยนเมล็ดกาแฟมั้ง” อาร์ตยิ้มกว้างขึ้น “มึงมาดูคลิปนี่เร็ว กูว่ามันต้องปังแน่ๆ”

แนนซี่เดินตามอาร์ตไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ภาพในคลิปเริ่มเล่น มันคือฟุตเทจจากป่าคำชะโนด

ขณะที่เธอกำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอ อาร์ตก็เหลือบมองไปที่มุมห้อง…

ที่ชั้นวางหนังสือเล็กๆ ซึ่งตอนนี้ว่างเปล่า

‘เธอมาแล้ว… พ่อ… หนูรอไม่ไหวแล้ว…’

แนนซี่เริ่มรู้สึกมึนหัว โลกทั้งใบเริ่มหมุนช้าๆ ภาพบนหน้าจอเริ่มพร่าเลือน

“อาร์ต… กู… กูรู้สึกไม่ดีเลย” เธอพยายามพูด แต่ลิ้นของเธอหนักอึ้ง

เธอหันไปมองอาร์ต

อาร์ตไม่ได้มองเธอ เขากำลังมองไปที่พื้นข้างๆ เธอ

แนนซี่ก้มมองตาม

กุมารทองดินเผาตัวนั้น ยืนอยู่ที่เท้าของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มันเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาดินเผาไร้แววของมันจ้องเขม็ง

‘เลือด…’ มันอ้าปากเล็กๆ ของมัน และพูดออกมาด้วยเสียงแหบพร่าที่เธอได้ยินชัดเจน

“กรี๊ดดดดด!”

แนนซี่กรีดร้องสุดเสียง เธอผงะถอยหลัง แต่ขาของเธอไม่มีแรง ร่างของเธอล้มลงไปกองกับพื้น

อาร์ตยืนมองเธอนิ่งๆ ใบหน้าเรียบเฉย

“มึง… มึงทำอะไรกู…” แนนซี่พยายามคลานหนี น้ำตาไหลอาบหน้า

“กูขอโทษนะแนนซี่” อาร์ตพูดเสียงเย็นชา “แต่ลูกกูหิว… และมึงคืออาหารมื้อแรกของเขา”

กุมารทองตัวนั้นเดินช้าๆ เข้ามาหาเธอ มันยกมือดินเผาเล็กๆ ที่มีเล็บแหลมคมขึ้น

‘ขอบคุณค่ะ… พ่อ…’

อาร์ตหันหลังให้ เขาเดินไปนั่งที่เก้าอี้ทำงาน หยิบหูฟังขึ้นมาสวม และกดปุ่ม “เผยแพร่” คลิปวิดีโอ

เสียงกรีดร้องโหยหวนของแนนซี่ดังขึ้นจากด้านหลัง ผสมปนเปไปกับเสียงหัวเราะคิกคักอย่างยินดีของเด็กน้อย

อาร์ตหลับตาลง ไม่สนใจเสียงเหล่านั้น เขากำลังจดจ่ออยู่กับตัวเลขที่กำลังจะพุ่งทะยานขึ้นบนหน้าจอ

ยอดวิว… ยอดติดตาม… และชื่อเสียงที่เขารอคอยมาทั้งชีวิต

สามทุ่มตรง คลิปถูกปล่อยออกไป

ภายในสิบนาที ยอดวิวพุ่งขึ้นหลักหมื่น คอมเมนต์หลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง

“โคตรจริง!” “ขนลุกสัส!” “กล้ามากที่ไปเอาของเขามา!”

อาร์ตยิ้มกว้าง เขารู้สึกถึงความสำเร็จที่หอมหวาน

เสียงกรีดร้องด้านหลังเงียบไปแล้ว

เขาหันกลับไปมอง

แนนซี่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายของเธอซีดขาวราวกับถูกสูบเลือดออกไปจนหมด

และที่ข้างๆ ร่างของเธอ กุมารทองดินเผานั่งอยู่ มันกำลังใช้ลิ้นเล็กๆ เลียคราบเลือดที่เปรอะอยู่บนริมฝีปากดินเผาของมัน

มันหันมามองอาร์ต และยิ้ม

‘อร่อยมากค่ะพ่อ… พรุ่งนี้… เอาอีกนะคะ…’

อาร์ตพยักหน้าช้าๆ เขารู้สึกถึงความผูกพันที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างเขากับ “ลูกชาย” ของเขา

“ได้สิลูก” เขาพูด “เดี๋ยวพ่อหาคนใหม่ให้… คนที่มันไม่เชื่อเรา… อย่างไอ้ไบร์ทไง”


กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นฉุนของน้ำยาขัดห้องน้ำลอยคละคลุ้งไปทั่วอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ของอาร์ต

เขานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ตัวเลขยอดวิวกำลังวิ่งขึ้นอย่างบ้าคลั่ง สองล้านวิวในสิบสองชั่วโมง

“เปิดตำนาน” กลายเป็นช่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในชั่วข้ามคืน สปอนเซอร์เริ่มติดต่อเข้ามา เงินกำลังจะไหลมาเทมา

อาร์ตจิบกาแฟดำแก้วที่สามของเช้า เขารู้สึกตื่นตัวอย่างประหลาด ไม่มีความรู้สึกผิด ไม่มีความกลัว มีเพียงความพึงพอใจ

เสียง ติ๊ง ดังขึ้นจากโทรศัพท์ ข้อความจากไบร์ท

[ไอ้อาร์ต! มึงอยู่ไหน! ทำไมแนนซี่ไม่รับโทรศัพท์กู!]

[กูโทรหามึงเป็นร้อยสายแล้วนะเว้ย! เกิดอะไรขึ้น!]

อาร์ตมองข้อความเหล่านั้นด้วยสายตาว่างเปล่า เขากดลบข้อความทิ้งโดยไม่ตอบ

เขาหันไปมองมุมห้อง กุมารทองดินเผานั่งนิ่งอยู่ที่เดิม แต่ตอนนี้… มันดู “อิ่ม” ขึ้น ผิว ดินเผาของมันดูมันเงาขึ้นเล็กน้อย ดวงตาที่เคยไร้แวว ตอนนี้กลับมีประกายสีแดงจางๆ สะท้อนแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์

‘หนูอิ่มแล้ว… พ่อ…’ เสียงนั้นกระซิบในหัวเขา ฟังดูพึงพอใจและขี้เล่น ‘ผู้หญิงคนนั้น… เลือดของเธอหวานมาก…’

อาร์ตยิ้มบางๆ “เดี๋ยวพ่อจะหาของที่อร่อยกว่านี้มาให้”

เขาเหลือบมองไปที่ประตูห้องน้ำที่ปิดสนิท

เขาใช้เวลาตลอดคืนที่เหลือในการ “จัดการ” ร่างของแนนซี่ มันเป็นงานที่น่าสะอิดสะเอียน แต่กุมารทองก็ช่วยเขา มันกระซิบ บอกวิธีเขาชำแหละ… บอกวิธีบรรจุ… และบอกวิธีที่จะทำให้มัน “หายไป”

ตอนนี้ ในห้องน้ำ มีเพียงกลิ่นน้ำยาขัดห้องน้ำที่รุนแรงจนแสบจมูก

‘พ่อ… ผู้ชายคนนั้น…’ กุมารทองพูดขึ้นมาอีกครั้ง ทำลายภวังค์ของอาร์ต ‘เพื่อนของพ่อ… เขาสงสัย…’

“ไบร์ทเหรอ” อาร์ตเลิกคิ้ว “มันไม่รู้เรื่องอะไรหรอก”

‘เขากำลังจะมา… หนูได้กลิ่นความกลัวของเขา… เขากลัวพ่อ… เขากลัวหนู…’

อาร์ตขมวดคิ้ว “มันจะมาได้ยังไง กูไม่ได้บอกที่อยู่ใหม่ให้มัน”

‘เขาฉลาด… แต่ไม่เท่าพ่อ… เขาพยายามจะพรากหนูไปจากพ่อ…’ เสียงของกุมารทองเริ่มมีความโกรธเจือปน

“ไม่มีใครพรากแกไปจากพ่อได้ทั้งนั้น” อาร์ตพูดเสียงกร้าว ความรู้สึกหวงแหนอย่างรุนแรงพุ่งขึ้นมาในอก

เสียงเคาะประตูดังขึ้น!

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงทุบประตูรุนแรงจนอาร์ตสะดุ้ง

“ไอ้อาร์ต! เปิดประตู! กรู้ว่ามึงอยู่ในนั้น!”

เสียงของไบร์ท!

อาร์ตหน้าซีด เขามองไปที่กุมารทอง “มึง… มึงรู้ได้ยังไง”

‘หนูรู้ทุกอย่าง… พ่อ…’ กุมารทองหัวเราะคิกคัก ‘อย่าให้เขาเข้ามา… เขาเป็นคนไม่ดี…’

“มึงเงียบไปก่อน!” อาร์ตตะคอก เขารีบวิ่งไปที่ประตูห้องน้ำ ตรวจสอบว่าล็อกกลอนแน่นหนาดีแล้ว จากนั้นเขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

เขาเดินไปเปิดประตู

ไบร์ทยืนหอบอยู่หน้าห้อง ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและโกรธเกรี้ยว

“มึง… มึงไปอยู่ที่ไหนมา!” ไบร์ทผลักอาร์ตจนเซถลาเข้าไปในห้อง “แล้วแนนซี่ล่ะ! แนนซี่อยู่ไหน!”

ไบร์ทกวาดสายตามองไปทั่วห้องที่รกรุงรัง

“แนนซี่?” อาร์ตแสร้งทำหน้างง “กูจะไปรู้เหรอวะ เมื่อคืนเธอกลับไปแล้วนี่ บอกว่าปวดหัว”

“มึงโกหก!” ไบร์ทตะคอก “กูโทรหาเธอทั้งคืน! เธอไม่รับสาย! กูไปที่ห้องเธอ เธอก็ไม่อยู่!”

ไบร์ทชะงัก จมูกของเขาได้กลิ่น… “กลิ่นอะไรวะอาร์ต… เหม็นฉุนชิบหาย”

“กูทำน้ำยาขัดห้องน้ำหกน่ะ” อาร์ตตอบเร็ว “มึงมีธุระอะไร ถ้าไม่มีก็กลับไปได้แล้ว กูจะทำงาน”

“ทำงาน?” ไบร์ทหัวเราะอย่างขมขื่น “กูเห็นแล้ว คลิปมึงน่ะ! ดังใหญ่เลยนะ! มึงมีความสุขเหรอวะ ที่เอาของอาถรรพ์แบบนั้นมาเล่น!”

“มันคือคอนเทนต์ว่ะไบร์ท” อาร์ตยักไหล่ “คนดูชอบ เราก็ต้องจัดให้”

“มึงมันบ้าไปแล้ว!” ไบร์ทชี้หน้าอาร์ต “มึงรู้ตัวไหมว่ามึงเอาอะไรกลับมา! กูไม่ได้มาเล่นๆ นะเว้ยอาร์ต!”

ไบร์ทหยิบมือถือขึ้นมา เปิดไฟล์เสียงที่เขาบันทึกไว้

‘…สิ่งที่อยู่ในป่านั้น ไม่ใช่กุมารทอง… มันคือวิญญาณอาถรรพ์ที่ถูกกักขัง… มันถูกปลุกขึ้นมาด้วยความโลภ… มันคือ ‘ผีปอบ’ ที่ถูกสะกดไว้ในรูปลักษณ์ของกุมารทอง… มันกินเลือด… กินเนื้อ… และมันจะกินจนกว่าผู้เลี้ยงจะสิ้นเนื้อประดาตัว… หรือสิ้นใจ…’

เสียงแหบพร่าของชายชราดังออกมาจากลำโพง

อาร์ตหน้าตึง “มึงไปเอาเสียงใครมาไร้สาระวะ”

“นี่คือเสียงของอาจารย์คง! คนที่อยู่คำชะโนดมาทั้งชีวิต!” ไบร์ทตะโกน “กูส่งคลิปมึงให้เขาดู! เขาบอกว่าไผ่เกล็ดงู ไม่ใช่ไผ่ธรรมดา มันคือที่สิงสถิตของนางตะเคียนที่ถูกสะกดวิญญาณ! และสิ่งที่มึงเอามา… มันคือตัวตายตัวแทนที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับคำสาป!”

“มึงมันงมงายว่ะไบร์ท” อาร์ตพยายามปัด

“แล้วแนนซี่ล่ะ!” ไบร์ทจ้องเขม็ง “ถ้ามันงมงาย แล้วแนนซี่หายไปไหน! ตอบกูมา!”

‘เขาเห็นแล้ว… พ่อ… เขากำลังจะเห็น…’ เสียงกุมารทองดังแทรกเข้ามาในหัวอาร์ต

ไบร์ทสังเกตเห็นบางอย่างที่พื้น… ใกล้ๆ กับโซฟา

มันคือต่างหู… ต่างหูรูปดาวอันเล็กๆ ที่แนนซี่ชอบใส่เป็นประจำ

ไบร์ทตัวแข็งทื่อ เขาจำมันได้แม่น

เขาค่อยๆ ก้มลงไป…

“อย่า!” อาร์ตร้องห้าม

แต่ไบร์ทเร็วกว่า เขาก้มลงไปใต้โซฟา และสิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาแทบสิ้นสติ

มันคือกระเป๋าเป้ของแนนซี่… เปื้อนคราบสีเข้มที่แห้งกรัง

และข้างๆ กระเป๋า… มีถุงขยะสีดำขนาดใหญ่หลายใบวางซ้อนกันอยู่ ส่งกลิ่นเหม็นคาวจางๆ ปนกับกลิ่นน้ำยาขัดห้องน้ำ

ไบร์ทเงยหน้าขึ้นมองอาร์ตช้าๆ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่หายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความหวาดกลัวสุดขีด

“มึง… มึงทำอะไรแนนซี่…”

อาร์ตไม่ตอบ ใบหน้าของเขาเรียบเฉยอย่างน่าขนลุก

“ไอ้สัสอาร์ต!!!” ไบร์ทคำราม เขากระโจนเข้าใส่อาร์ต แต่เหมือนอาร์ตจะรู้ตัวอยู่แล้ว

อาร์ตหลบวูบได้อย่างง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ ร่างกายของเขาดูคล่องแคล่วกว่าปกติ

ไบร์ทถลาไปชนชั้นวางหนังสือ

‘จัดการมันเลยพ่อ… อย่าให้มันหนีไปได้…’

ไบร์ทลุกขึ้นยืน เขาวิ่งไปที่ประตู…

ปัง!

ประตูอพาร์ตเมนต์ปิดกระแทกกลับมาอย่างรุนแรง ทั้งๆ ที่ไม่มีลมพัด

ไบร์ทหันขวับ

บนลูกบิดประตู… กุมารทองดินเผาตัวนั้นนั่งอยู่ มันเอียงคอจ้องมองเขาด้วยดวงตาสีแดงก่ำ และยิ้มกว้างจนเห็นรอยแตกที่มุมปากดินเผา

“กะ… แก…” ไบร์ทตัวสั่นเทา

“กูเตือนมึงแล้วไบร์ท” อาร์ตเดินเข้ามาขวางระหว่างไบร์ทกับประตู เสียงของเขาเย็นชาไร้ความรู้สึก “มึงไม่น่ามายุ่งเรื่องของกู… เรื่องของ ‘ลูก’ กู”

“มึงมันไม่ใช่ไอ้อาร์ตคนเดิมแล้ว!” ไบร์ทตะโกน เขาหยิบไม้เบสบอลเก่าๆ ที่อาร์ตใช้ประดับห้องขึ้นมาถือไว้

“คนเดิมมันจน” อาร์ตยิ้ม “คนเดิมมันไม่มีใครสนใจ… แต่คนใหม่… คนใหม่กำลังจะเป็นเศรษฐี”

‘เขาจะทำร้ายพ่อ! ฆ่ามันเลยพ่อ! ฆ่ามัน!’

ความคลั่งเริ่มปรากฏในแววตาของอาร์ต เขาไม่ได้มองไบร์ทเป็นเพื่อนอีกต่อไป เขามองเห็นเป็นเพียง “อุปสรรค”

“กูจะให้โอกาสมึงครั้งสุดท้ายไบร์ท” อาร์ตพูด “คุกเข่าลง… แล้วขอขมา ‘ลูก’ กูซะ บางที… เขาอาจจะแค่เอาเลือดมึงไปนิดหน่อย”

“ไปตายซะไอ้สัตว์นรก!” ไบร์ทตะโกน พุ่งเข้าใส่กุมารทองที่อยู่บนลูกบิดประตู เขาจะทุบมันให้แหลก

‘พ่อ!!!’ กุมารทองกรีดร้องเสียงแหลมจนแสบแก้วหู

อาร์ตเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่ไบร์ทคิด เขาคว้าแจกันเซรามิกหนักๆ ที่อยู่บนโต๊ะ และฟาดลงไปที่ด้านหลังศีรษะของไบร์ทอย่างเต็มแรง

เคร้ง!

ไบร์ทชะงัก ร่างของเขาแข็งทื่อ ไม้เบสบอลหลุดจากมือ

เขารู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆ ที่ไหลลงมาอาบต้นคอ เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่าน

เขาหันกลับมามองอาร์ตช้าๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

“อาร์ต… ทำไม…”

อาร์ตไม่ตอบ เขายกแจกันขึ้นอีกครั้ง และฟาดลงไปซ้ำๆ

ตุบ! ตุบ! ตุบ!

เสียงทุบกะโหลกดังลั่นห้อง ผสมกับเสียงหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนานของกุมารทอง

ไบร์ทล้มลงไปกองกับพื้น เลือดไหลนอง

อาร์ตยืนหอบ เขามองดูผลงานของตัวเอง แจกันในมือแตกละเอียดคามือ

‘เก่งมากค่ะพ่อ… เก่งที่สุด…’

กุมารทองกระโดดลงมาจากลูกบิดประตู มันคลานต้วมเตี้ยมไปหาร่างของไบร์ท

มันอ้าปากดินเผาของมันกว้าง… กว้างกว่าที่ควรจะเป็น… และเริ่มก้มลงไปที่บาดแผลเปิดบนศีรษะของไบร์ท

อาร์ตมองภาพนั้นอย่างชาชิน เขาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา หยิบมือถือขึ้นมาเช็กยอดวิวอีกครั้ง

ตัวเลขพุ่งทะลุสามล้านวิวแล้ว

เขายิ้มออกมา

“ปังจริงๆ ด้วยว่ะ” เขาพึมพำกับตัวเอง โดยไม่สนใจเสียงฉีกกระชากเนื้อและเสียงดูดกลืนที่น่าสะอิดสะเอียนที่ดังอยู่ข้างๆ เท้าของเขา


เสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหินอ่อนขัดมันดังก้องในความเงียบ

อาร์ตลืมตาขึ้นบนเตียงคิงไซส์ที่นุ่มจนแทบจะกลืนร่างเขา แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ที่นี่คือชั้น 35 วิวที่เขาเห็นคือเมืองทั้งเมืองที่อยู่ใต้เท้าเขา

นี่คือชีวิตที่เขาใฝ่ฝัน

หนึ่งเดือนผ่านไป… ชีวิตของอาร์ตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ช่อง “เปิดตำนาน” มียอดผู้ติดตามทะลุสิบล้านคน คลิปไผ่เกล็ดงูมียอดวิวเกือบร้อยล้านวิว เงินจากยูทูบ โฆษณา และสปอนเซอร์หลั่งไหลเข้ามาจนบัญชีธนาคารของเขาบวมเป่ง เขาเพิ่งถอยรถสปอร์ตสีแดงเพลิงคันใหม่ และย้ายออกจากอพาร์ตเมนต์เหม็นๆ นั่น มาสู่สวรรค์บนดินแห่งนี้

เขาไม่จำเป็นต้องทำงานอีกแล้ว เขาแค่ต้อง “เลี้ยง”

อาร์ตลุกจากเตียง สวมเสื้อคลุมอาบน้ำผ้าไหมเนื้อดี เขาเดินตามเสียงหยดน้ำนั้นไป มันดังมาจากห้องนั่งเล่น

บนโต๊ะกลางห้องที่ทำจากไม้สักราคาแพง กุมารทองดินเผาตัวนั้นนั่งอยู่ แต่… มันไม่เหมือนเดิม

มันไม่ได้นั่งขัดสมาธิบนหิ้งอีกต่อไป

ตอนนี้ มันนั่งห้อยขาอยู่บนขอบโต๊ะ ตัวของมันดู “โตขึ้น” เล็กน้อย ผิวดินเผาที่เคยแห้งกร้าน บัดนี้กลับดูชื้นแฉะและมันเงาตลอดเวลา ดวงตาสีแดงก่ำของมันจ้องมองเขาอย่างรอคอย

และที่พื้นหินอ่อนใต้โต๊ะ มีแอ่งน้ำสีดำข้นเหนียว… เหมือนของเหลวในไหใบนั้น… หยดลงมาจากตัวของมันทีละหยด

“พ่อตื่นสาย…”

เสียงนั้นไม่ใช่เสียงกระซิบในหัวอีกต่อไป มันคือเสียงพูดที่ชัดเจน แม้จะยังแหบพร่าเหมือนเด็กไม่เต็มเสียง แต่มันดังออกมาจากปากดินเผาที่กำลังขยับ

อาร์ตชะงักไปครู่หนึ่ง เขาพยายามจะไม่แสดงความกลัว “พ่อทำงานหนักน่ะลูก เมื่อคืนคุยกับสปอนเซอร์ถึงดึก”

‘โกหก…’ กุมารทองยิ้มเยาะ ‘พ่อไปเที่ยว… พ่อไปกับผู้หญิงคนนั้น…’

อาร์ตหน้าซีดลงเล็กน้อย “ไม่มีอะไรนะลูก พ่อแค่ไปคุยงานจริงๆ”

‘หนูไม่ชอบกลิ่นของมัน…’ กุมารทองพูดพลางชี้ไปที่เสื้อคลุมอาบน้ำของอาร์ต ‘มันเหม็นกลิ่นผู้หญิง… พ่อลืมหนูเหรอ’

“พ่อจะลืมลูกได้ยังไง” อาร์ตฝืนยิ้ม เขารีบเดินไปที่ตู้เย็น หยิบขวดแก้วเล็กๆ ที่บรรจุของเหลวสีแดงสดออกมา มันคือเลือดเกรดพรีเมียมที่เขาสั่งซื้อมาจากตลาดมืด เขาต้องจ่ายแพงลิบลิ่วเพื่อให้ได้มันมาทุกวัน

เขาเทมันลงในถ้วยคริสตัลราคาแพง และวางลงตรงหน้ากุมารทอง

“ของลูกอยู่นี่แล้ว กินซะสิ”

กุมารทองมองถ้วยเลือดนิ่ง มันไม่สนใจ “หนูเบื่อแล้ว”

“เบื่อ? แต่นี่มันของโปรดลูกนะ”

‘มันไม่อร่อย… มันไม่สด… มันไม่กลัว…’ กุมารทองเงยหน้าขึ้นสบตาอาร์ต ดวงตาสีแดงของมันวาวโรจน์ ‘เลือดของแนนซี่กับไบร์ทอร่อยกว่า… พวกเขากลัวพ่อ… พวกเขากรีดร้อง…’

อาร์ตตัวแข็งทื่อ ความทรงจำอันน่าสะอิดสะเอียนในคืนนั้นวาบกลับเข้ามาในหัว

“เราคุยกันแล้วนะลูก ว่าเราจะไม่พูดถึงเรื่องนั้น” เขาพูดเสียงเข้ม “พ่อหาเหยื่อรายใหม่ให้ลูกไม่ได้ทุกวันหรอกนะ ตำรวจมันเริ่มสงสัยแล้ว”

“ตำรวจ?” กุมารทองหัวเราะคิกคัก “พวกเขาทำอะไรพ่อไม่ได้หรอก… พ่อมีหนู”

อาร์ตถอนหายใจ เขารู้สึกเหนื่อยล้า… เหนื่อยล้าอย่างประหลาดในช่วงเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าเขาจะมีทุกอย่าง แต่เขากลับนอนไม่เคยหลับเต็มตื่น เขาต้องคอยตื่นมาป้อนอาหาร “ลูก” ของเขา ต้องคอยทำความสะอาดของเหลวสีดำที่มันขับถ่ายออกมาตลอดเวลา และที่แย่ที่สุด… เขาเริ่มเห็นภาพหลอน

เขาเห็นแนนซี่นั่งร้องไห้อยู่ที่ปลายเตียง…

เขาเห็นไบร์ทที่มีกะโหลกยุบยืนจ้องเขาในกระจกห้องน้ำ…

‘พ่อเหนื่อยเหรอ’ กุมารทองถามเสียงอ่อนลง มันคลานลงจากโต๊ะ… ใช่ มันคลาน… แขนขาเล็กๆ ที่ทำจากดินเผาขยับได้อย่างคล่องแคล่ว มันคลานมาหยุดที่เท้าของอาร์ต และเงยหน้าขึ้นมองเขา

“พ่อเหนื่อย” อาร์ตยอมรับ เขาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา

‘หนูรู้… พ่อต้องทำงานหนักเพื่อหนู…’ กุมารทองปีนขึ้นมาบนโซฟาอย่างเงียบเชียบ มันขยับเข้ามานั่งบนตักของอาร์ต

อาร์ตสะดุ้งกับความเย็นเฉียบและเหนียวเหนอะหนะของมัน แต่เขาไม่กล้าขยับ

‘พ่อไม่ต้องทำอะไรแล้ว… พ่อพักผ่อนเถอะ…’

“แล้วใครจะหาอาหารให้ลูกล่ะ”

‘อาหาร…’ กุมารทองยิ้มกว้าง ‘อาหารกำลังมาหาเราเอง’

ติ๊งต่อง…

เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น

อาร์ตขมวดคิ้ว “ใครมาวะ”

เขามองผ่านจออินเตอร์คอม ภาพที่เห็นทำให้หัวใจเขาแทบหยุดเต้น

ตำรวจสองนาย…

“บ้าชิบ!” อาร์ตสบถ เขารีบอุ้มกุมารทองไปซ่อนในตู้เก็บของใต้ทีวี “อยู่ในนี้ ห้ามส่งเสียงนะลูก พ่อขอร้อง”

‘หนูจะรอดู…’ กุมารทองหัวเราะเบาๆ ก่อนที่ประตูตู้จะปิดลง

อาร์ตรีบวิ่งไปที่ประตู เขาพยายามปรับลมหายใจ พยายามทำหน้าให้ปกติที่สุด

“มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ” เขาเปิดประตูแง้มๆ

ตำรวจนายหนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่ ดูท่าทางเคร่งขรึม ยื่นบัตรให้เขาดู “สารวัตรมานพ ครับ… นี่คุณอคิน… เอ่อ… คุณอาร์ต ใช่ไหมครับ ยูทูบเบอร์ชื่อดัง”

“ครับ ผมเอง” อาร์ตพยายามยิ้ม

“เราขอเข้าไปคุยข้างในหน่อยได้ไหมครับ พอดีมีเรื่องอยากสอบถามนิดหน่อย”

อาร์ตลังเล แต่เขาไม่มีทางเลือก “เชิญครับ”

ตำรวจสองนายเดินเข้ามาในห้อง กวาดสายตามองความหรูหราอย่างประเมิน

“ห้องสวยนะครับ” สารวัตรมานพพูดเรียบๆ “รสนิยมดีเหมือนคลิปที่คุณทำเลย”

“ขอบคุณครับ” อาร์ตเดินไปที่ห้องครัว “ดื่มอะไรหน่อยไหมครับ กาแฟ…”

“ไม่เป็นไร ขอบคุณครับ” สารวัตรมานพพูดขัดขึ้น “เรามาที่นี่ เพราะเรากำลังสืบสวนคดีคนหายอยู่”

หัวใจของอาร์ตเต้นแรงขึ้น “คนหาย? ใครเหรอครับ”

“คุณพอจะรู้จักผู้หญิงที่ชื่อ แนนซี่ หรือ น.ส. นันทิตา ไหมครับ”

อาร์ตพยายามรักษาสีหน้าให้นิ่งที่สุด “แนนซี่เหรอครับ… รู้จักสิครับ เธอเคยเป็นคนตัดต่อให้ผม… แต่เธอก็ลาออกไปดื้อๆ เมื่อเดือนก่อน บอกว่าอยากกลับไปอยู่ต่างจังหวัด ผมก็ไม่ได้ติดต่อเธออีกเลย”

เขาโกหกได้อย่างลื่นไหลอย่างน่าทึ่ง

สารวัตรมานพจ้องหน้าเขานิ่ง “ลาออกเหรอครับ… แต่เพื่อนสนิทของเธออีกคน… คุณไบร์ท หรือ นายบริพัตร… เขาก็หายตัวไปเหมือนกัน ในเวลาไล่เลี่ยกัน”

“ไบร์ทก็หายเหรอครับ!” อาร์ตแสร้งทำเป็นตกใจ “ตายจริง! ผมไม่รู้เรื่องเลย! สองคนนี้สนิทกันมาก อาจจะหนีตามกันไปก็ได้นะครับ”

“หนีตามกัน?” ตำรวจอีกนายที่เงียบอยู่นานพูดขึ้น “ครอบครัวของทั้งสองคนแจ้งความว่าพวกเขาหายตัวไปอย่างลึกลับ ทิ้งข้าวของทุกอย่างไว้ที่ห้อง… รวมถึงมือถือและกระเป๋าเงิน”

อาร์ตกลืนน้ำลาย “ผม… ผมไม่รู้เรื่องจริงๆ ครับ”

“แปลกนะครับ” สารวัตรมานพเดินไปรอบๆ ห้อง “เพื่อนสนิทหายไปสองคน แต่คุณกลับไม่รู้เรื่อง แถมยังย้ายมาอยู่คอนโดหรูได้ในเวลาแค่เดือนเดียว… ช่องของคุณนี่ทำเงินดีจังเลยนะครับ”

“ผมก็แค่โชคดีน่ะครับ” อาร์ตตอบเสียงอ่อย

สารวัตรมานพหยุดเดิน เขาหันมาเผชิญหน้ากับอาร์ต “โชคดี… หรือมี ‘ตัวช่วย’ ดีล่ะครับ”

อาร์ตสะดุ้ง “คุณหมายความว่ายังไง”

“ผมก็แค่สงสัยน่ะครับ” สารวัตรพูดยิ้มๆ แต่แววตาไม่ยิ้มด้วย “อีกอย่าง… เมื่อคืนมีคนโทรแจ้งว่าได้ยินเสียงเหมือนคนกรีดร้องโหยหวนดังมาจากห้องคุณ”

“กรีดร้องเหรอครับ! ไม่มีทาง!” อาร์ตรีบปฏิเสธ “เมื่อคืนผมนั่งดูหนังแอ็กชันน่ะครับ เสียงมันอาจจะดังไปหน่อย ต้องขอโทษด้วย”

“หนังแอ็กชัน… งั้นเหรอครับ”

ทันใดนั้น ตำรวจนายที่สองก็ชี้ไปที่พื้นใกล้ๆ โต๊ะกลางห้อง

“สารวัตรครับ… นั่นอะไรน่ะ”

สารวัตรมานพมองตาม…

มันคือแอ่งน้ำสีดำข้นเหนียว… ที่ไหลซึมออกมาจากใต้ตู้เก็บของทีวี

อาร์ตหน้าซีดเผือด “อ๋อ… ท่อ… ท่อแอร์มันรั่วน่ะครับ! เดี๋ยวผมเรียกช่างมาซ่อม”

“ท่อแอร์รั่ว?” สารวัตรมานพขมวดคิ้ว เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ และก้มลงไปดม

กลิ่นเหม็นคาวรุนแรงปะทะจมูกเขา

“นี่มันไม่ใช่กลิ่นน้ำยาแอร์…”

‘เขาจะเปิด… พ่อ… เขาจะเห็นหนู…’ เสียงกุมารทองดังขึ้นในหัวอาร์ต เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

“ผมบอกว่าไม่มีอะไรไง!” อาร์ตตะคอกเสียงดัง ทำลายภาพลักษณ์สุภาพที่เขาสร้างมา

สารวัตรมานพมองหน้าอาร์ต “คุณอาร์ตครับ… ผมคงต้องขออนุญาตเปิดตู้ใบนี้ดูหน่อย”

“คุณไม่มีสิทธิ์! คุณไม่มีหมายค้น!”

“ผมมีเหตุอันควรสงสัย” สารวัตรมานพพูดเสียงเด็ดขาด เขาหันไปพยักหน้าให้ลูกน้อง

ตำรวจนายที่สองเดินเข้าไปที่ตู้และพยายามจะเปิดมัน… แต่มันล็อก

“เปิดครับคุณอาร์ต”

“ผมไม่เปิด!”

“งั้นผมคงต้องใช้กำลัง”

อาร์ตยืนขวาง กวาดตามองหาอาวุธ แต่ในห้องหรูแห่งนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากของประดับราคาแพง

‘พ่อ! ช่วยหนูด้วย! อย่าให้มันจับหนู!’ กุมารทองกรีดร้องในหัวเขา

ในวินาทีที่ตำรวจนายนั้นกำลังจะงัดประตูตู้…

ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!

เสียงกริ่งหน้าห้องดังรัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงทุบประตูเบาๆ

“คุณคะ! คุณที่อยู่ห้อง 3501 ใช่ไหมคะ! เปิดประตูให้แม่บ้านหน่อยค่ะ!”

ทุกคนชะงัก

อาร์ตงง “แม่บ้าน?”

สารวัตรมานพหันไปมองหน้าลูกน้องอย่างสงสัย ก่อนจะเดินไปเปิดประตูเอง

แม่บ้านในชุดยูนิฟอร์มสะอาดสะอ้านยืนอยู่หน้าห้อง พร้อมกับรถเข็นทำความสะอาด

“ขอโทษนะคะที่มากดกริ่งรบกวน พอดีมีคนแจ้งว่าท่อน้ำทิ้งในห้องคุณแตกน่ะค่ะ น้ำมันรั่วซึมลงไปที่ห้อง 3401 ข้างล่างหมดแล้วค่ะ”

“น้ำรั่ว?” อาร์ตทวนคำ

“ใช่ค่ะ นี่ค่ะ ทางนิติเขาส่งดิฉันขึ้นมาดู” เธอยื่นใบแจ้งซ่อมให้ดู “ขออนุญาตเข้าไปดูหน่อยนะคะ… อ้าว ตำรวจมาทำอะไรกันคะเนี่ย”

สารวัตรมานพรับใบแจ้งซ่อมมาดู มันเป็นของจริง

เขาหันกลับมามองอาร์ต สลับกับตู้ทีวี

“ท่อน้ำทิ้งแตก… งั้นเหรอ” เขามองไปที่แอ่งน้ำสีดำ

“สงสัยจะใช่แล้วล่ะค่ะ” แม่บ้านพูดแทรกขึ้นมา “กลิ่นแบบนี้ ท่อแตกแน่นอน เหม็นเน่าเชียว ขอทางหน่อยนะคะ”

เธอเดินผ่านตำรวจเข้าไปอย่างรวดเร็ว ตรงไปที่ตู้ทีวี และเปิดมันออก…

อาร์ตหลับตาปี๋

…ข้างในว่างเปล่า

ไม่มีกุมารทอง ไม่มีอะไรเลย นอกจากท่อโลหะเก่าๆ ที่มีรอยแตก และมีน้ำสีดำข้น… เหมือนน้ำเน่า… ไหลซึมออกมาไม่หยุด

“โอ้โห!” แม่บ้านอุทาน “แตกจริงด้วยค่ะคุณตำรวจ นี่ไงคะ ต้นตอ”

สารวัตรมานพก้มลงไปมองอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาสัมผัสของเหลวสีดำนั้น มันเหม็น… แต่มันก็เหมือนน้ำทิ้งที่หมักหมมจริงๆ

อาร์ตลืมตาขึ้น เขางงยิ่งกว่าตำรวจ

‘หนูอยู่นี่… พ่อ…’

อาร์ตสะดุ้ง เขารู้สึกถึงบางอย่างเย็นๆ ที่ข้อเท้า

เขาก้มลงมองช้าๆ

กุมารทองดินเผาตัวนั้น… ยืนอยู่ข้างขาเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มันเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เขา

มันสร้างภาพหลอน… ไม่ใช่แค่กับเขา แต่กับตำรวจและแม่บ้านด้วย

“เอ่อ… งั้นคงเป็นเรื่องเข้าใจผิด” สารวัตรมานพเกาหัวอย่างอึดอัด “ผมต้องขอโทษคุณอาร์ตด้วยที่มารบกวน”

“ไม่เป็นไรครับ” อาร์ตยิ้มออกมาได้ในที่สุด เขารู้สึกถึงพลังที่เขากำลังควบคุม “ผมเข้าใจว่าตำรวจก็ต้องทำตามหน้าที่”

“ถ้ายังไง เราขอตัวก่อนนะครับ”

ตำรวจทั้งสองนายรีบเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้อาร์ตอยู่กับแม่บ้าน…

เดี๋ยวนะ…

อาร์ตหันกลับไปมองแม่บ้าน

“เดี๋ยวฉันจัดการเรื่องท่อให้นะคะ ส่วนเรื่องน้ำรั่ว…”

แม่บ้านคนนั้นค่อยๆ หันหน้ามาหาเขา

ใบหน้าของเธอ… มันไม่ใช่ใบหน้าของมนุษย์ มันเป็นใบหน้าดินเผาที่แตกร้าว…

มันคือแนนซี่!

“มึง… มึงฆ่ากู…” เสียงของแนนซี่ดังออกมาจากปากของแม่บ้านคนนั้น ร่างของเธอเริ่มสลายกลายเป็นโคลนสีดำ

อาร์ตกรีดร้องสุดเสียง ผงะถอยหลังชนกำแพง

“พ่อ!”

อาร์ตหันขวับ กุมารทองยืนอยู่ที่เดิม แต่มันไม่ได้ยิ้มแล้ว

‘พ่ออ่อนแอ…’ มันพูดเสียงเย็นชา ‘พ่อกลัว…’

อาร์ตมองไปที่แม่บ้านอีกครั้ง… เธอยังเป็นแม่บ้านคนเดิมที่กำลังก้มๆ เงยๆ ดูท่อ

“เมื่อกี้… กู…” อาร์ตหอบหายใจ

‘หนูแค่แกล้งพ่อเล่น’ กุมารทองหัวเราะคิกคัก ‘แต่พ่อต้องแข็งแกร่งกว่านี้นะ… เพราะหนู… มีงานใหม่ให้พ่อทำแล้ว’

“งานอะไรอีก…” อาร์ตถามเสียงสั่น

‘มีคนไม่เชื่อพ่อ… มีคนบอกว่าพ่อโกหก…’ กุมารทองชี้ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของอาร์ต

ในช่องคอมเมนต์ล่าสุดของคลิปไผ่เกล็ดงู มีคอมเมนต์หนึ่งที่ถูกปักหมุดไว้

“ไอ้พวกงมงาย! นี่มันเรื่องหลอกเด็ก! ผมคือ ‘อาจารย์คง’ ตัวจริงที่ป่าคำชะโนด! ไอ้เด็กในคลิปมันขโมยของขลังไป และมันต้องชดใช้! ผมจะไปตามล่ามันถึงกรุงเทพ!”

อาร์ตเบิกตากว้าง “มัน… มันจะมาหาเรา”

‘ใช่…’ กุมารทองยิ้มกว้างจนปากแทบฉีกถึงใบหู ‘เขาจะมาพรากหนูไปจากพ่อ… เขาจะมาเอาพลังของพ่อคืน…’

‘พ่อต้องฆ่าเขา… ก่อนที่เขาจะฆ่าเรา…’


หน้าจอคอมพิวเตอร์สว่างวาบด้วยคอมเมนต์นั้น อาร์ตจ้องมองมันราวกับถูกงูจ้อง

“อาจารย์คง… มันจะมาตามล่ากู” เขาพึมพำ เหงื่อเย็นเยียบผุดขึ้นที่ไรผม

เขาไม่กลัวผี… แต่เขากลัวคนที่จะมาเอาผีของเขาไป

‘เขามาแล้ว… พ่อ…’

เสียงกุมารทองดังขึ้นจากข้างๆ เท้าของเขา มันสั่นสะทือน ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความตื่นเต้น

‘หนูได้กลิ่น… กลิ่นของเขา… แรงมาก…’

“มึงหมายความว่าไง” อาร์ตมองลงไปที่ตุ๊กตาดินเผา ซึ่งบัดนี้ดูเหมือนจะชุ่มฉ่ำไปด้วยของเหลวสีดำตลอดเวลา

‘กลิ่นของอาคม… กลิ่นของคนที่มีวิชา…’ กุมารทองยิ้มกว้าง ปากดินเผาของมันฉีกจนเกือบถึงหู ‘เขาคงจะ… อร่อย… น่าดู…’

อาร์ตกลืนน้ำลาย ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว เขากลัว… แต่ความโลภมันตะโกนดังกว่า

“กูจะหาตัวมันก่อน” อาร์ตพูดอย่างเด็ดเดี่ยว “กูจะจัดการมันก่อนที่มันจะมาถึงตัวกู”

เขาคิดว่าเงินแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง

อาร์ตใช้เงินที่ได้มาอย่างง่ายดาย จ้างนักสืบเอกชนที่เก่งที่สุด ให้ค่าจ้างสามเท่าเพื่อตามหาชายที่ชื่อ “อาจารย์คง” ที่อ้างว่ามาจากคำชะโนด

“ผมต้องการรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขา” อาร์ตสั่งการนักสืบผ่านโทรศัพท์ พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น “เขาอยู่ที่ไหน ทำอะไร… และเขาอยู่คนเดียวหรือเปล่า”

ในขณะที่รอข่าว อาร์ตก็ใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง

คอนโดหรูที่เคยเป็นสวรรค์ ตอนนี้กลายเป็นกรงทอง เขาไม่กล้าออกไปไหน กลัวว่าจะเจอชายชราหน้าตาแปลกๆ ตามท้องถนน

เขาเริ่มดื่มหนักขึ้น เหล้าราคาแพงไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้น มันแค่ช่วยกลบเสียงกรีดร้องของแนนซี่และเสียงทุบกะโหลกของไบร์ทที่ยังก้องอยู่ในหัว

และกุมารทอง… มันก็เริ่ม “เรียกร้อง” มากขึ้น

‘หนูเบื่อเลือดพวกนี้แล้วพ่อ… มันจืดชืด…’ มันบ่นขณะที่อาร์ตเทเลือดสดจากตลาดมืดลงในถ้วยคริสตัล

“อดทนหน่อยสิลูก พ่อกำลังมีเรื่องยุ่งๆ” อาร์ตพูดอย่างหงุดหงิด

‘พ่อไม่รักหนูแล้ว… พ่อมีเงินแล้ว พ่อก็ไม่สนใจหนู…’

“ใครบอกว่ากูไม่สนใจมึง!” อาร์ตตะคอก “ทุกวันนี้กูยังต้องหาเลือดให้มึงกินอยู่ไม่ใช่เหรอวะ!”

‘งั้นพิสูจน์สิ…’ กุมารทองคลานขึ้นมาบนโต๊ะ จ้องหน้าเขาด้วยดวงตาสีแดงก่ำ ‘พิสูจน์ว่าพ่อรักหนู… มากกว่าที่พ่อกลัวไอ้แก่นั่น…’

มันต้องการความรุนแรง มันโหยหาความกลัว

อาร์ตทุบโต๊ะอย่างแรง “กูจะพิสูจน์ให้มึงเห็น! พอมันมาถึงเมื่อไหร่… กูจะให้มึงกินมัน! กินมันทั้งเป็น!”

‘หนูจะรอ… พ่อ…’ มันหัวเราะคิกคัก

สามวันต่อมา นักสืบติดต่อกลับมา

“ได้เรื่องแล้วครับคุณอาร์ต” เสียงนักสืบฟังดูเครียดๆ “ชายที่คุณให้ตามหา… อาจารย์คง… เขามาพักอยู่ที่ศาลเจ้าเล็กๆ แห่งหนึ่งแถวชานเมืองครับ”

“ดีมาก!” อาร์ตยิ้มกริ่ม “ส่งที่อยู่มา แล้วเขาอยู่กับใครบ้าง”

“นั่นแหละครับที่แปลก…” ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง “เขาอยู่คนเดียวครับ… แต่เมื่อวาน ทีมงานของผมที่ไปซุ่มดู… เขาหายตัวไป”

“หายตัวไป? หมายความว่าไง”

“คือ… เขาโทรรายงานผมครั้งสุดท้ายตอนสามทุ่ม บอกว่าเห็นอาจารย์คงกำลังทำพิธีอะไรบางอย่าง… แล้วสายก็ตัดไป ผมติดต่อเขาไม่ได้อีกเลยจนถึงตอนนี้”

อาร์ตตัวเย็นวาบ

“แล้วมึง… มึงจะทำยังไงต่อ”

“ผมคงต้องถอนตัวครับคุณอาร์ต” นักสืบพูดเสียงสั่น “เงินของคุณ ผมจะโอนคืนให้ครึ่งหนึ่ง… แต่งานนี้ผมไม่รับแล้ว… ไอ้แก่นั่น… มันไม่ใช่มนุษย์”

สายตัดไป

อาร์ตขว้างโทรศัพท์ทิ้งอย่างหัวเสีย “ไอ้พวกขี้ขลาด!”

‘เขามาแล้ว… พ่อ…’

เสียงกุมารทองดังขึ้นจากด้านหลัง อาร์ตหันขวับ

‘เขาไม่ได้รอให้พ่อไปหา… เขามาหาพ่อเอง…’

ติ๊งต่อง…

เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น

อาร์ตตัวแข็งทื่อ เขามองไปที่จออินเตอร์คอม…

ว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่หน้าประตู

“มึง… มึงแกล้งกูเหรอ” อาร์ตหันไปแยกเขี้ยวใส่กุมารทอง

‘หนูเปล่านะพ่อ…’ กุมารทองเอียงคอ ทำหน้าไร้เดียงสา

อาร์ตเดินไปที่ประตูอย่างระแวง เขาแนบหูฟังกับประตู… เงียบกริบ

เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก “มึงหลอนไปเองไอ้อาร์ต…”

เขากำลังจะหันหลังกลับ…

“วิวจากห้องเธอนี่สวยดีนะ”

เสียงแหบพร่าของชายชราดังขึ้น… จาก ใน ห้อง

อาร์ตหันขวับอย่างตื่นตระหนก หัวใจของเขาหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

บนระเบียงกว้างของเขา… ที่ซึ่งเขามั่นใจว่าล็อกประตูแน่นหนา… ชายชราคนหนึ่งในชุดนุ่งขาวห่มขาว ผมหงอกขาวโพลน กำลังยืนหันหลังมองวิวเมืองกรุงเทพฯ ราวกับว่าเขาเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้

อาจารย์คง

“มึง… มึงเข้ามาได้ยังไง!” อาร์ตตะโกน เขาคว้าแจกันคริสตัลที่อยู่ใกล้มือมาถือไว้

อาจารย์คงหันกลับมาช้าๆ ใบหน้าของเขาเหี่ยวย่น แต่ดวงตากลับสว่างไสวอย่างน่าประหลาด เขามองอาร์ตด้วยสายตาที่… ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความสมเพช

“ประตูของโลกมนุษย์ ล็อกข้าไม่ได้หรอก… เด็กน้อย”

‘พ่อ! เขาอยู่นี่! หนูต้องการเขา!’ กุมารทองกรีดร้องอย่างดีใจ มันคลานออกมาจากใต้โต๊ะ จ้องมองอาจารย์คงด้วยความหิวกระหาย

อาจารย์คงเหลือบมองกุมารทองที่พื้น แววตาของเขาแข็งกร้าวขึ้นทันที

“นั่นสินะ… ต้นตอของกลิ่นเหม็นเน่าที่ข้าได้กลิ่นมาไกลถึงคำชะโนด”

“มึงต้องการอะไร!” อาร์ตตะคอก กลบเกลื่อนความกลัว “มาเอาเงินเหรอ! กูมีให้! จะเอากี่ล้านก็ว่ามา!”

อาจารย์คงหัวเราะเบาๆ “เงิน? ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเงิน… ข้ามาเพื่อเอาสิ่งที่เจ้าขโมยไป… คืน”

“กูไม่ได้ขโมยอะไร! มันเป็นของกู!”

“เจ้าไม่รู้อะไรเลย” อาจารย์คงพูดเสียงเรียบ “สิ่งที่เจ้าเอากลับมาด้วย… มันไม่ใช่กุมารทอง”

อาร์ตชะงัก “มึงพูดบ้าอะไร”

“มันคือ ‘ผีปอบ’ ที่ถูกสะกดวิญญาณ” อาจารย์คงชี้ไปที่กุมารทอง “มันคือวิญญาณป่าที่กระหายเลือด ถูกพวกทำคุณไสยจับไปทำพิธีจนกลายเป็นอสูร มันกินคนในป่าคำชะโนดไปมากมาย จนข้าต้องสละพลังของข้าเพื่อสะกดมันไว้ในไหดินเผานั่น”

อาร์ตหน้าซีด

“ไผ่เกล็ดงูที่เจ้าเห็น… มันไม่ใช่ต้นไม้” อาจารย์คงพูดต่อ “มันคือ ‘คุก’ ที่ข้าสร้างขึ้นจากเถาวัลย์อาคม เพื่อกักขังวิญญาณนางตะเคียนตนหนึ่งที่พยายามจะช่วยปอบตนนี้… ส่วนตุ๊กตาดินเผา… มันคือ ‘ตัวล่อ’ ที่ข้าใส่คำสาปไว้… คำสาปที่ว่า… ใครก็ตามที่ปลดปล่อยมันด้วยความโลภ… จะต้องเป็นทาสของมันไปตลอดกาล”

‘มันโกหก! พ่อ! อย่าไปฟังมัน! มันจะมาพรากหนูไปจากพ่อ!’ กุมารทองกรีดร้อง มันพองตัวขึ้นเล็กน้อย ของเหลวสีดำไหลทะลักออกมาจากรอยแตกทั่วตัว

“มึง… มึงโกหก!” อาร์ตสั่นไปทั้งตัว “มันคือลูกกู! มันให้ทุกอย่างที่กูต้องการ!”

“มันให้… แล้วมันก็จะเอาคืน” อาจารย์คงก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ “มันสูบพลังชีวิตของเจ้าทีละน้อย เจ้าไม่รู้สึกตัวเลยเหรอว่าเจ้าแก่ลงแค่ไหนในเดือนเดียว… เจ้าไม่เห็นเลยเหรอว่าเงาของเพื่อนเจ้ามันตามติดเจ้าอยู่ทุกฝีก้าว”

อาร์ตผงะ เขาเห็นภาพแนนซี่กับไบร์ทยืนยิ้มเยาะเขาอยู่ด้านหลังอาจารย์คง

“มันไม่จริง! ออกไป!” อาร์ตขว้างแจกันสุดแรง

อาจารย์คงไม่ได้หลบ เขาเพียงแค่ยกมือขึ้น แจกันคริสตัลหนักๆ หยุดกึกกลางอากาศ ห่างจากใบหน้าเขาเพียงหนึ่งคืบ… ก่อนจะแตกละเอียดเป็นผงธุลี

อาร์ตอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

“ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย” อาจารย์คงพูดเสียงเด็ดขาด “ส่งมันมาให้ข้า… แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”

“ไม่!!!” อาร์ตกรีดร้อง ความกลัวถูกความโลภกลืนกินจนหมดสิ้น “กูไม่มีวันยอมเสียทุกอย่างไป!”

‘พ่อ! มันจะทำร้ายเรา! ฆ่ามัน! ฆ่ามันเลย!’

กุมารทองที่บัดนี้กลายร่างเป็นก้อนเนื้อดินเผาที่บิดเบี้ยว กระโจนเข้าใส่อาจารย์คง

“กลับไปสู่นรกขุมเดิมของเจ้าซะ!” อาจารย์คงตะโกน เขาหยิบสายสิญจน์ที่พันรอบข้อมือออกมา และสาดมันออกไป

พรึ่บ!

สายสิญจน์นั้นเรืองแสงสีทองสว่างจ้า มันรัดพันรอบตัวกุมารทองทันที

‘อ๊ากกกกกกกก!!!’

กุมารทองกรีดร้องโหยหวน ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากร่างของมันราวกับถูกไฟเผา

“หยุดนะ! มึงทำอะไรลูกกู!” อาร์ตเห็นทุกอย่างกำลังจะพังทลายลง

อาจารย์คงเริ่มท่องคาถา… บทสวดที่อาร์ตไม่เคยได้ยินมาก่อน มันทรงพลังและน่าสะพรึงกลัว ร่างของกุมารทองเริ่มหดเล็กลง กลับสู่สภาพตุ๊กตาดินเผา

‘พ่อ! ช่วยหนู! มันเจ็บ! พ่อจ๋า! ช่วยด้วย! เงิน… ชื่อเสียง… ทุกอย่างจะหายไปหมด! พ่อจะกลับไปจนอีกครั้ง!’

คำพูดนั้น… “กลับไปจน”

มันเหมือนมีดที่กรีดลึกเข้าไปในใจของอาร์ต เขาจะไม่ยอมกลับไปเป็นไอ้ขี้แพ้คนเดิมเด็ดขาด!

เขากวาดตามองหาอาวุธ… และเขาเห็นมัน

บนชั้นวางของ… ถ้วยรางวัล “ยูทูบเบอร์หน้าใหม่ยอดเยี่ยม” ที่เขาเพิ่งได้มา มันทำจากแก้วคริสตัลหนาและหนัก

“กูขอโทษ…” อาร์ตพึมพำ

อาจารย์คงกำลังจดจ่อกับการสวดคาถาบทสุดท้าย เขาไม่ได้ระวังตัว

อาร์ตคว้าถ้วยรางวัลนั้น และวิ่งสุดแรง…

“มึงเอาชีวิตกูคืนมา!!!”

เขาฟาดมันลงไปที่ด้านหลังศีรษะของอาจารย์คงอย่างเต็มกำลัง!

เคร้ง!!!

เสียงแก้วแตกละเอียด… และเสียงกะโหลกที่กระทบกัน…

การสวดคาถาหยุดลงกะทันหัน

อาจารย์คงชะงัก ร่างของเขาแข็งทื่อ สายสิญจน์ในมือคลายออกและร่วงลงสู่พื้น แสงสีทองดับวูบลง

ชายชราหันกลับมามองอาร์ตช้าๆ… เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากบาดแผลที่ศีรษะ อาบย้อมชุดสีขาวของเขา

ดวงตาของเขามองอาร์ต… ไม่มีความโกรธ… มีเพียงความสิ้นหวังและสมเพช

“เจ้า… ไอ้เด็กโง่…”

อาจารย์คงล้มฟุบลงไปกองกับพื้น นิ่งสนิท

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ…

มีเพียงเสียงหอบหายใจของอาร์ต

‘คิก… คิก… คิก…’

เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากพื้น

กุมารทอง… ที่บัดนี้หลุดจากการพันธนาการ… ค่อยๆ คลานลุกขึ้นยืน ร่างของมันบิดเบี้ยวและใหญ่กว่าเดิมเล็กน้อย รอยแตกทั่วตัวมันประสานกันด้วยของเหลวสีดำ

มันหันไปมองอาร์ต…

‘พ่อเก่งที่สุด… พ่อช่วยหนู…’

แล้วมันก็หันกลับไปมองร่างที่ไร้สติของอาจารย์คงที่นอนจมกองเลือด

มันแลบลิ้นดินเผาที่ยาวผิดปกติออกมาเลียริมฝีปาก…

‘หนูหิวเหลือเกิน… พ่อ…’

กุมารทองอ้าปากของมันกว้าง… กว้างจนน่าขนลุก… เผยให้เห็นฟันดินเผาแหลมคมนับร้อยซี่ข้างใน

‘และมื้อนี้… คงจะเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดเลย…’

อาร์ตยืนตัวแข็งทื่อ มองดู “ลูกชาย” ของเขาคลานช้าๆ เข้าหาร่างของอาจารย์คง… และเริ่ม “กิน”


เสียงเคี้ยวกลืนที่น่าสะอิดสะเอียนดังก้องไปทั่วคอนโดหรู มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ และไม่ควรมีมนุษย์คนไหนได้ยินมัน

อาร์ตทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพง เขาจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า

กุมารทอง… หรือ “ผีปอบ” ในร่างดินเผา… กำลังฉีกกระชากร่างของอาจารย์คงอย่างตะกละตะกลาม มันไม่เหมือนเด็กอีกต่อไปแล้ว มันขยายร่างใหญ่ขึ้นจนเกือบเท่าเด็กสามขวบ ของเหลวสีดำข้นเหนียวไหลทะลักออกจากตัวมันตลอดเวลา สร้างแอ่งน้ำเน่าเหม็นไปทั่วพื้นหินอ่อนราคาแพง

มันกินทุกอย่าง… เนื้อ… กระดูก… แม้แต่อาคมที่หลงเหลืออยู่ในร่างของชายชรา

อาร์ตควรจะกลัว… ควรจะอ้วก… ควรจะหนีไป…

แต่เขากลับรู้สึก… “โล่งใจ”

ปัญหาถูกกำจัดไปแล้ว ศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดตายแล้ว ไม่มีใครจะมาพรากความสำเร็จไปจากเขาได้อีก

‘พ่อจ๋า…’

อาร์ตสะดุ้ง เขาหันไปมองต้นเสียง

แนนซี่… เธอยืนอยู่ตรงระเบียง ร่างกายโปร่งแสงและซีดขาว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว เธอยกมือขึ้นชี้ไปที่เขา

‘ทำไม… ทำไมแกทำแบบนี้…’

“กูไม่ได้ทำ!” อาร์ตตะโกนใส่ร่างโปร่งแสง “กูจำเป็นต้องทำ!”

‘แกมันปีศาจ…’

“หุบปาก!”

‘ไอ้ฆาตกร…’ คราวนี้เป็นเสียงของไบร์ท เขายืนอยู่ข้างแนนซี่ กะโหลกด้านหลังยุบหายไปเป็นโพรงน่ากลัว

“กูบอกให้หุบปาก!!!” อาร์ตยกมือขึ้นปิดหู เขารู้ว่านี่คือภาพหลอน แต่เขาก็ยังทนเห็นมันไม่ได้

‘พ่อคุยกับใครเหรอ…’

เสียงอู้อี้ดังขึ้นจากกองเลือด อาร์ตหันขวับ

กุมารทอง “กิน” เสร็จแล้ว ร่างของอาจารย์คงเหลือเพียงเศษผ้าขาวที่ชุ่มเลือดและกองกระดูกที่ถูกบดขยี้

ตัวของมันบัดนี้… เปลี่ยนไป

มันสูงขึ้นเกือบเมตร ผิวดินเผาที่เคยแตกร้าว บัดนี้ถูกเคลือบด้วยเมือกสีดำมันเงา ดวงตาสีแดงก่ำลุกโชนราวกับถ่านไฟ และที่น่ากลัวที่สุด… มันมี “เขา” เล็กๆ สองข้างงอกออกมาจากศีรษะที่ผิดรูปของมัน

มันไม่พยายามทำเสียงเด็กอีกต่อไปแล้ว

‘พลังของมัน… อร่อยมาก…’ มันพูดด้วยเสียงแหบพร่าที่ก้องกังวานราวกับดังมาจากบ่อน้ำลึก ‘ตอนนี้… ไม่มีใครหยุดเราได้แล้ว… พ่อ…’

อาร์ตกลืนน้ำลาย เขารู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง นี่ไม่ใช่ “ลูกชาย” ที่เขาเคยควบคุมได้อีกต่อไป

นี่คือ… “เจ้านาย”

“ใช่… ไม่มีใครหยุดเราได้” อาร์ตพยายามพูดให้เสียงมั่นคง “ตอนนี้… กูต้องจัดการซากพวกนี้”

เขาต้องทำความสะอาดอีกแล้ว

แต่คราวนี้… มันไม่ง่ายเหมือนตอนแนนซี่กับไบร์ท กองกระดูกที่แหลกละเอียดและคราบเลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่วห้อง… มันมากเกินไป

‘ไม่ต้องห่วง… พ่อ…’

กุมารทองอ้าปากของมัน… และเริ่มสูดหายใจเข้า

ปาฏิหาริย์… หรืออาจจะเป็นนรก… เกิดขึ้น

คราบเลือด… เศษเนื้อ… แม้แต่ชิ้นส่วนกระดูกที่กระจัดกระจาย… ทุกอย่างลอยขึ้นจากพื้น ถูกดูดเข้าไปในปากที่ไร้ก้นบึ้งของมันอย่างรวดเร็ว

ภายในไม่กี่นาที ห้องทั้งห้องก็สะอาดเอี่ยม… สะอาดจนน่าขนลุก ราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

“แก…” อาร์ตอ้าปากค้าง

‘หนูบอกแล้ว… พ่อไม่ต้องทำอะไรเลย… พ่อแค่… อยู่เฉยๆ… แล้วคอยดูหนู…’

มันหันกลับมามองอาร์ต

‘แต่หนู… ยังหิวอยู่…’

“มึง… มึงเพิ่งกินเข้าไปนะ!” อาร์ตถอยหลังกรูดจนชิดกำแพง

‘นั่นมันแค่อาหารเรียกน้ำย่อย…’ มันยิ้ม ปากที่ฉีกกว้างนั้นดูน่าสยดสยอง ‘พลังของมันทำให้หนูหิวมากขึ้น… หนูต้องการ… ความกลัว… ความสิ้นหวัง…’

“แต่… แต่กูจะไปหามาจากไหนอีก! ตำรวจมันก็สงสัยกูอยู่!”

‘พ่อไม่ต้องหา…’ กุมารทองคลานสี่ขาอย่างรวดเร็วมาหยุดอยู่ตรงหน้าอาร์ต มันเงยหน้าขึ้นจ้องเขาในระยะประชิด

กลิ่นเหม็นเน่าจากตัวมันทำให้อาร์ตแทบอาเจียน

‘เหยื่อรายต่อไป… มันอยู่ในนี้แล้ว…’ มันชี้ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของอาร์ตที่ยังเปิดค้างอยู่

หน้าจอแสดงผลการค้นหา “อาจารย์คง” และในช่อง “ข่าวที่เกี่ยวข้อง”… มีชื่อหนึ่งปรากฏขึ้น

“ดร. อคิราห์… นักวิชาการด้านไสยศาสตร์… ผู้เปิดโปงขบวนการต้มตุ๋นโดยใช้ไสยศาสตร์”

ดร. อคิราห์ คือคนที่ให้สัมภาษณ์โจมตีช่อง “เปิดตำนาน” ของเขาอย่างหนักหน่วงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาบอกว่าคลิปของอาร์ตเป็นเรื่องหลอกลวงที่สร้างขึ้นเพื่อหลอกคนงมงาย และเขา… กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อฟ้องร้องอาร์ต

“ไอ้หมอนี่…” อาร์ตคำราม ความโกรธเกลียดพุ่งขึ้นมาแทนที่ความกลัว

“มันทำคลิปด่ากูทุกวัน! มันบอกว่ากูเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ!”

‘เขาไม่เชื่อพ่อ… เขาไม่กลัวหนู…’ กุมารทองพูดแทรก ‘เขาคือคนที่จะทำลายทุกอย่างของพ่อ…’

“ใช่… มันต้องถูกกำจัด” อาร์ตพูดลอดไรฟัน

‘หนูอยากกินมัน…’ กุมารทองแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ‘หนูอยากได้ยินเสียงมันกรีดร้อง… ตอนที่มันรู้ว่าสิ่งที่มันเรียกว่า “งมงาย”… มันมีอยู่จริง…’

ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันกลับมาอีกครั้ง อาร์ตพยักหน้าช้าๆ

“ได้… มึงจะได้กินมัน” อาร์ตยิ้มเย็น “แต่ไอ้นี่มันไม่เหมือนไอ้แก่นั่น มันอยู่ในที่สว่าง มันมีคนรู้จักเยอะแยะ… เราต้องวางแผน”

“กูจะล่อมันมาที่นี่” อาร์ตพูดกับตัวเองมากกว่าพูดกับกุมารทอง “กูจะทำให้มันมาหาเราเอง”

เขาเดินไปหยิบโทรศัพท์เครื่องใหม่… เครื่องที่เขาใช้สำหรับติดต่อธุรกิจเท่านั้น

“ฮัลโหล… คุณคือ ดร. อคิราห์ ใช่ไหมครับ”

อาร์ตดัดเสียงให้ฟังดูตื่นตระหนกและสิ้นหวัง

“ผม… ผมคือคนที่ทำช่อง ‘เปิดตำนาน’… ครับ… ใช่ครับ… ผมรู้ว่าคุณไม่เชื่อผม… แต่คุณต้องช่วยผม! ไอ้สิ่งที่ผมเอามันกลับมา… มัน… มันกำลังจะฆ่าผม!”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงทุ้มลึกและเต็มไปด้วยความมั่นใจของ ดร. อคิราห์ จะตอบกลับมา

“คุณอาร์ต… ผมนึกอยู่แล้วว่าคุณจะติดต่อมา… แต่ผมไม่คิดว่าคุณจะใช้มุกตื้นๆ แบบนี้เพื่อเรียกกระแส”

“ผมไม่ได้เรียกกระแส! ผมพูดจริง!” อาร์ตบีบน้ำตา “มันฆ่าเพื่อนผมไปสองคนแล้ว! แล้วเมื่อกี้… มันก็เพิ่ง… เพิ่งฆ่าคนที่พยายามจะมาช่วยผม! มันกำลังจะฆ่าผม!”

อาร์ตส่งเสียงร้องไห้โฮออกมาอย่างสมจริง… มันคือการแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตของเขา

ดร. อคิราห์เงียบไปอีกครั้ง คราวนี้เงียบนานกว่าเดิม

“คุณอยู่ที่ไหน” เขาถามในที่สุด

“คอนโด… คอนโด XXX… ชั้น 35… คุณต้องรีบมานะครับ… ผมกลัว… ผมกลัวมันจะได้ยิน…”

“ใจเย็นๆ” ดร. อคิราห์พูด “ผมจะไปเดี๋ยวนี้… แต่ผมไม่ได้ไปคนเดียว ผมจะติดต่อตำรวจไปด้วย”

“ไม่! อย่าเอาตำรวจมา!” อาร์ตกรีดร้อง “มันเกลียดตำรวจ! ถ้าตำรวจมา มันฆ่าผมแน่! คุณต้องมาคนเดียว! ได้โปรด… คุณคือคนเดียวที่เข้าใจเรื่องพวกนี้… คุณต้องช่วยผม!”

ความเงียบ…

“ตกลง” ดร. อคิราห์ตอบ “ผมจะไปคนเดียว… แต่ถ้าคุณเล่นละครตบตาผมล่ะก็… ผมจะเอาคุณเข้าคุกให้ได้… รออยู่ที่นั่น… อย่าไปไหน”

สายตัดไป

อาร์ตลดโทรศัพท์ลง ใบหน้าที่ตื่นตระหนกเมื่อครู่… เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่น่าขนลุก

เขาหันไปมองกุมารทองที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง

“เหยื่อ… กำลังเดินทางมาแล้วลูกพ่อ”

‘ดีมาก… พ่อ…’ กุมารทองอ้าปากของมันกว้าง… และคลานเข้าไปซ่อนตัวในความมืดใต้โซฟาอย่างเงียบเชียบ

‘หนูจะรอ… รอฟังเสียงความสิ้นหวังของมัน…’

อาร์ตเดินไปที่ตู้เย็น เขารินเหล้าราคาแพงที่สุดใส่แก้ว และนั่งลงบนโซฟาตัวที่ “ลูกชาย” ของเขาซ่อนอยู่ข้างใต้

เขามองออกไปนอกหน้าต่าง… วิวเมืองกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

มันจะเป็นคืนที่ยาวนาน… และเป็นคืนสุดท้าย… สำหรับ ดร. อคิราห์


เวลาราวกับถูกแช่แข็ง อาร์ตนั่งจิบวิสกี้ในความเงียบ เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงหัวใจของเขาเองที่เต้นระรัว… ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความคาดหวัง

เขารู้สึกเหมือนเป็นนักล่าที่กำลังรอเหยื่อเดินเข้ามาติดกับ

สี่สิบนาทีผ่านไป…

ติ๊งต่อง…

เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นเพียงครั้งเดียว… สุภาพ และหนักแน่น

อาร์ตวางแก้วลง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นเหม็นเน่าจางๆ จากใต้โซฟาเตือนให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว

เขาเดินไปที่จออินเตอร์คอม

ดร. อคิราห์ ยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ

เขาเป็นชายวัยกลางคน รูปร่างสูงเพรียว สวมแว่นตากรอบหนา ท่าทางดูเหมือนอาจารย์มหาวิทยาลัยมากกว่าหมอผี ใบหน้าของเขาเรียบเฉย… แต่ดวงตาหลังแว่นนั้น… คมกริบและไม่แสดงอารมณ์

“คุณอคิราห์?” อาร์ตพูดผ่านอินเตอร์คอม ดัดเสียงให้สั่นเครือ

“ผมเอง” เสียงทุ้มลึกตอบกลับมา “เปิดประตู”

อาร์ตกดปุ่มปลดล็อก

ประตูเปิดออกช้าๆ ดร. อคิราห์ก้าวเข้ามาในห้อง เขากวาดสายตามองรอบๆ อย่างรวดเร็ว

“ปิดประตู แล้วล็อกซะ” เขาสั่ง โดยไม่หันมามองอาร์ต

อาร์ตทำตามอย่างว่าง่าย

“คุณอาร์ต… ดูคุณไม่ค่อยสบายเลยนะ” ดร. อคิราห์ หันมาเผชิญหน้าเขาเป็นครั้งแรก

“ผม… ผมกลัว…” อาร์ตแสร้งทำเป็นตัวสั่น “มัน… มันยังอยู่ในห้องนี้”

ดร. อคิราห์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาถอดแว่นออกมาเช็ดช้าๆ “ผมไม่เห็น… หรือได้กลิ่นอะไรที่ผิดปกตินะ นอกเสียจาก… กลิ่นวิสกี้ราคาแพงของคุณ”

“คุณไม่เชื่อผม!” อาร์ตโวยวาย

“ผมยังไม่ได้พูดแบบนั้น” ดร. อคิราห์เก็บแว่น “แต่ผมมาที่นี่เพื่อพิสูจน์… ไม่ใช่เพื่อหลงเชื่องมงาย”

เขาเดินไปที่กลางห้อง… ตรงจุดที่อาจารย์คงเพิ่งจะ “หายไป”

“คุณบอกว่ามันฆ่าคน… ไหนล่ะหลักฐาน? คราบเลือด? ร่องรอยการต่อสู้?” เขาก้มลงมองพื้นหินอ่อนที่สะอาดเอี่ยม

“มัน… มันเก็บกวาดจนหมด! มันกิน… มันกินทุกอย่าง!”

ดร. อคิราห์ยิ้มเยาะ “กินเหรอ? คุณอาร์ต… นี่มันไม่ใช่บทหนังสยองขวัญเกรดบีนะ นี่คือชีวิตจริง”

“คุณคิดว่าผมโกหกเหรอ!”

“ผมคิดว่าคุณกำลังพยายามสร้างเรื่องที่ใหญ่กว่าเดิม” ดร. อคิราห์พูดอย่างใจเย็น “คุณหลอกคนดูได้เป็นล้าน… แต่คุณหลอกผมไม่ได้”

‘เขาดูถูกเรา… พ่อ…’ เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากใต้โซฟา ‘เขาไม่กลัว… เขาต้องเรียนรู้ที่จะกลัว…’

“ถ้าคุณไม่เชื่อ… แล้วคุณมาที่นี่ทำไม!” อาร์ตตะโกน

“เพราะผมอยากเห็นด้วยตาตัวเอง… ว่าคนที่สิ้นคิดพอจะสร้างเรื่องหลอกลวงระดับประเทศ… มันมีหน้าตาเป็นยังไง” ดร. อคิราห์พูด “และผมก็มาเพื่อจะบอกคุณว่า… ผมมีหลักฐานพอที่จะฟ้องคุณแล้ว ทั้งเรื่องฉ้อโกงประชาชน และ… เรื่องการหายตัวไปของเพื่อนคุณ”

หัวใจของอาร์ตกระตุก “คุณ… คุณพูดเรื่องอะไร”

“สารวัตรมานพติดต่อผมมา” ดร. อคิราห์พูดเรียบๆ “เขาเจอเส้นผม… เส้นผมของผู้หญิงในท่อระบายน้ำทิ้งของอพาร์ตเมนต์เก่าคุณ… และเขากำลังรอผลตรวจดีเอ็นเอ”

อาร์ตหน้าซีดเผือด

“คุณพลาดแล้ว อาร์ต” ดร. อคิราห์กล่าว “คุณคิดว่าคุณฉลาด… แต่คุณก็แค่เด็กที่โลภมากจนโง่”

‘มันรู้มากไปแล้ว… พ่อ…’ กุมารทองกระซิบ ‘ให้หนู… กินมัน… เดี๋ยวนี้…’

“ไม่…” อาร์ตพึมพำ “กูยังไม่จบ… กูจะยังไม่จบง่ายๆ แค่นี้!”

“จบแล้วล่ะ” ดร. อคิราห์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ผมจะโทรหาตำรวจเดี๋ยวนี้ ให้พวกเขามารอคุณข้างล่าง”

“กูบอกว่าอย่าเอาตำรวจมา!!!” อาร์ตกรีดร้อง

ในวินาทีนั้นเอง…

‘ได้เวลา… อาหารมื้อเย็นแล้ว…’

โซฟาที่อาร์ตเพิ่งลุกขึ้นยืน… ถูกกระแทกจนลอยขึ้นจากพื้น!

ดร. อคิราห์ชะงัก แววตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรก

ร่างที่น่าสยดสยองของกุมารทอง… ที่บัดนี้ตัวใหญ่เท่าเด็กห้าขวบ เคลือบด้วยเมือกสีดำ และมีเขาแหลมคมงอกยาวขึ้น… มันคลานสี่ขาออกมาจากความมืดใต้โซฟา

มันคำราม… เสียงของมันไม่ใช่เสียงเด็กอีกต่อไป แต่เป็นเสียงคำรามจากขุมนรก

“พระเจ้า…” ดร. อคิราห์พึมพำ เขาก้าวถอยหลัง…

“เป็นไงล่ะ… ดอกเตอร์…” อาร์ตหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ยังคิดว่ากูโกหกอยู่ไหม!”

ดร. อคิราห์ตั้งสติได้อย่างรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ เขาไม่ได้วิ่งหนี… แต่เขากลับหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุม

มันคือ… ปากกาเลเซอร์?

“แกมันตัวอะไร…” ดร. อคิราห์พึมพำ เขากดปุ่มที่ปากกา…

แสงสีม่วง… แสงยูวี… สาดไปที่ร่างของกุมารทอง

‘อ๊ากกกกกกกกก!!!’

กุมารทองกรีดร้องลั่น ควันสีดำพวยพุ่งออกจากผิวของมันตรงจุดที่แสงตกกระทบ มันรีบคลานถอยหลังกลับเข้าไปในเงามืดใต้โต๊ะอย่างรวดเร็ว

“อะไรวะ!” อาร์ตตะโกนอย่างตกใจ

“แสงยูวีเข้มข้น” ดร. อคิราห์พูด หอบหายใจเล็กน้อย แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นทางวิชาการ “ตามทฤษฎี… สิ่งมีชีวิตที่มาจากความมืด หรือพลังงานด้านลบ… จะถูกทำลายโดยคลื่นแสงความถี่สูง… ไม่น่าเชื่อ… มันมีอยู่จริง!”

เขาหันปากกาเลเซอร์มาทางอาร์ต “คุณทำได้ยังไง! คุณไปเอามันมาจากไหน!”

“มึง… มึงทำอะไรลูกกู!” อาร์ตโกรธจัด

‘มันแสบ… พ่อ… มันเจ็บ…’ กุมารทองครางมาจากใต้โต๊ะ ‘แสงนั่น… เอาแสงนั่นไปให้พ้น!’

“ฮ่าๆๆ! กลัวแสงเหรอ ไอ้สัตว์ประหลาด!” ดร. อคิราห์หัวเราะ เขาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะมากขึ้น “ออกมาสิ! ออกมาให้ฉันศึกษาหน่อย!”

“อย่า!” อาร์ตตะโกน

แต่ ดร. อคิราห์ไม่ฟัง เขาฉายแสงยูวีไปทั่วใต้โต๊ะ กวาดหาสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวนั่น

และเขาก็พลาด…

เขาลืมไปว่าในห้องนี้… ไม่ได้มีปีศาจแค่ตัวเดียว

ในขณะที่ ดร. อคิราห์กำลังจดจ่ออยู่กับการ “ล่า”… อาร์ตก็ย่องไปที่บาร์เหล้า เขาคว้าขวดวิสกี้ที่หนักที่สุด… และเดินอ้อมไปด้านหลัง ดร. อคิราห์อย่างเงียบเชียบ

“ด็อกเตอร์… มึงพลาดอย่างเดียว…” อาร์ตพึมพำ

ดร. อคิราห์ได้ยิน เขาหันขวับมา…

“มึงไม่ควร… หันหลังให้กู”

อาร์ตเหวี่ยงขวดสุดแรง ฟาดเข้าไปที่ขมับของ ดร. อคิราห์

เคร้ง!!!

แว่นตาของ ดร. อคิราห์กระเด็น ปากกาเลเซอร์หลุดจากมือกลิ้งไปบนพื้น แสงยูวีดับวูบลง

ร่างของนักวิชาการล้มลงไปกองกับพื้น เลือดไหลอาบใบหน้า

อาร์ตยืนหอบหายใจ มองดูผลงานของตัวเอง…

“กูเตือนมึงแล้ว…”

ความเงียบเข้าครอบงำชั่วขณะ…

‘คิก… คิก…’

เสียงหัวเราะดังขึ้นจากใต้โต๊ะ

กุมารทองคลานออกมา… ผิวของมันยังมีรอยไหม้เป็นจุดๆ จากแสงยูวี แต่มันกำลังสมานตัวอย่างรวดเร็ว

มันคลานไปรอบๆ ร่างของ ดร. อคิราห์ ดมกลิ่นอย่างพึงพอใจ

‘พ่อเก่งอีกแล้ว…’ มันเงยหน้าขึ้นมองอาร์ต ‘พ่อปกป้องหนู…’

“เราปกป้องกันและกัน… ลูกรัก” อาร์ตยิ้ม เขารู้สึกถึงพลังที่เชื่อมโยงเขากับมัน… มันคือสายใยที่บิดเบี้ยวของ “ครอบครัว”

กุมารทองหันกลับไปมอง ดร. อคิราห์ ซึ่งเริ่มมีเสียงครางเบาๆ… เขายังไม่ตาย

‘เขายังไม่กลัวเลย… พ่อ…’ กุมารทองพูดเสียงเย็น ‘เขาแค่ตกใจ… แต่เขายังไม่สิ้นหวัง…’

“งั้น… เราก็ต้องทำให้เขาสิ้นหวัง” อาร์ตพูด

เขาเดินไปหยิบปากกาเลเซอร์ของ ดร. อคิราห์ขึ้นมา… มันยังทำงานได้

เขาเดินไปที่ร่างของ ดร. อคิราห์ และนั่งยองๆ ลงตรงหน้า

“ตื่นสิ… ด็อกเตอร์…” อาร์ตตบหน้าเขาเบาๆ

ดร. อคิราห์ลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพพร่ามัว… เขามองเห็นอาร์ตยิ้มให้เขา… และเห็นสัตว์ประหลาดตัวนั้นยืนอยู่ข้างๆ อาร์ต

“นะ… นี่มัน… นรกอะไร…” เขาพยายามพูด

“นี่คือความจริง… ที่มึงปฏิเสธมาตลอดไง” อาร์ตหัวเราะ “และตอนนี้… ความจริงกำลังจะกินมึง”

‘หนูหิว…’ กุมารทองแยกเขี้ยว

“ไม่… ไม่…” ดร. อคิราห์พยายามคลานหนี แต่ขาเขาไม่ขยับ

“อ้อ… ลืมบอกไป” อาร์ตพูด “วิสกี้ขวดนั้น… มันแพงมาก… และมันก็หนักมาก… กูว่ากูคงทำกระดูกสันหลังมึงหักไปแล้วว่ะ”

ความสิ้นหวัง… ฉายชัดขึ้นในดวงตาของ ดร. อคิราห์

เขามองเห็นความตาย… ไม่ใช่ความตายที่รวดเร็ว… แต่เป็นความตายที่ถูกฉีกกินทั้งเป็น

‘ใช่… นั่นแหละ… รสชาตินั้น…’ กุมารทองยิ้มกว้าง ‘รสชาติของความหยิ่งยโสที่พังทลาย…’

“มึง… มึงมันไม่ใช่คน…” ดร. อคิราห์เค้นเสียงออกมา

“กูเป็น… มากกว่าคน” อาร์ตพูด เขาลุกขึ้นยืน “กูคือตำนาน… และมึง… คืออาหารของตำนาน”

กุมารทองอ้าปากของมันกว้าง… กว้างกว่าครั้งไหนๆ… และก้มลงไปที่ร่างที่ไร้ทางสู้ของ ดร. อคิราห์

“ไม่!!!!!”

เสียงกรีดร้องสุดท้ายของนักวิชาการผู้ไม่เชื่องมงาย… ถูกกลืนหายไปในเสียงเคี้ยวกลืนที่น่าสะพรึงกลัว

อาร์ตยืนมองภาพนั้นอย่างใจเย็น เขายกแก้ววิสกี้ที่เหลืออยู่ขึ้นดื่ม…

แต่เขากลับรู้สึก… ว่างเปล่า

‘ยังไม่พอ…’

อาร์ตชะงัก “อะไรนะ”

เขาหันไปมอง… กุมารทองกลืนคำสุดท้ายลงไป ร่างของมันบัดนี้… แทบจะสูงเท่าตัวอาร์ตแล้ว มันยืนสองขาได้อย่างมั่นคง เขาของมันยาวขึ้นและโค้งงอ… มันไม่เหมือนกุมารทองอีกต่อไป… มันคือ “อสูร”

‘มันยังไม่พอ!!!’ อสูรดินเผาคำรามใส่เขา ดวงตาสีแดงลุกโชนด้วยความโกรธ ‘พลังของมัน… ความกลัวของมัน… มันน้อยเกินไป!’

“แต่… แต่มึงกินไปสามคนแล้วนะ!” อาร์ตเริ่มรู้สึกถึงความกลัวเป็นครั้งแรก… ความกลัวต่อ “ลูกชาย” ของเขาเอง

‘สามคน… มันไม่พอสำหรับพลังที่เรามี!’ อสูรชี้มาที่อาร์ต ‘พ่อ… พ่อต้องหามาอีก! หามาให้ข้าเดี๋ยวนี้!’

“แต่จะไปหาที่ไหน! ตอนนี้! ดึกป่านนี้!”

‘คนดูของพ่อไง…’ อสูรยิ้มเยาะ

“อะไรนะ…”

‘คนนับล้าน… ที่ดูคลิปของพ่อ… ที่ชื่นชมพ่อ… ที่เชื่อในตัวพ่อ…’

“มึงจะให้กูฆ่าแฟนคลับตัวเองเหรอ!”

‘ทำไมล่ะ…’ อสูรเดินเข้ามาใกล้… กลิ่นเหม็นเน่าของมันรุนแรงจนอาร์ตต้องถอย ‘พ่อฆ่าเพื่อนสนิท… พ่อฆ่าคนที่มาช่วย… พ่อฆ่าคนที่มาจับผิด… ทำไมพ่อจะฆ่าคนที่รักพ่อไม่ได้…’

อาร์ตส่ายหน้า… “ไม่… ไม่… กูทำไม่ได้…”

‘พ่อทำได้…’ อสูรยกมือดินเผาที่บัดนี้มีกรงเล็บแหลมคมขึ้นมาลูบใบหน้าของอาร์ตเบาๆ ความเย็นเยียบของมันแทรกซึมเข้าสู่ผิวหนัง

‘เพราะพ่อ… ก็เหมือนข้า…’

‘พ่อก็คือ… ปีศาจ…’

อสูรหัวเราะลั่น เสียงของมันสั่นสะเทือนไปทั่วห้อง… และสั่นสะเทือนเข้าไปในจิตวิญญาณที่แตกสลายของอาร์ต

อาร์ตมองดูเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่…

เขาเห็นตัวเอง… และเห็นอสูรร่างยักษ์ยืนอยู่ข้างหลัง… โอบกอดเขาไว้…

ทั้งสองยิ้ม… ด้วยรอยยิ้มเดียวกัน


ห้องคอนโดหรูหรา… เงียบสงัด

แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่ผ่อนคลาย มันคือความเงียบของสุสานที่ถูกปิดตาย

อาร์ตยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่สะท้อนวิวกรุงเทพฯยามเช้า เขาไม่ได้นอนเลยทั้งคืน แต่เขากลับไม่รู้สึกเหนื่อย เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงที่รีดเรียบกริบ กำลังติดกระดุมข้อมืออย่างเชื่องช้า

ในเงาสะท้อนบนกระจก… เขาไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว

ด้านหลังเขา บนโซฟาหรูตัวเดิม… สิ่งนั้นนั่งอยู่

มันไม่ใช่อสูรดินเผาที่บ้าคลั่งเมื่อคืนอีกต่อไป… แต่มันก็ไม่กลับไปเป็นกุมารทองตัวเล็กๆ เช่นกัน

ตอนนี้ มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์… แต่สูงเกือบสองเมตร ผิวของมันยังคงเป็นดินเผาสีดำที่แตกร้าว แต่รอยแตกเหล่านั้นมีแสงสีแดงก่ำไหลเวียนอยู่ภายในราวกับลาวา มันสวมเสื้อคลุมผ้าไหมสีดำของอาร์ต… ซึ่งดูเล็กไปถนัดตา

มันนั่งไขว่ห้าง… และกำลังดูการ์ตูนช่องเด็กในทีวีจอแบนขนาด 80 นิ้ว

‘ตลกดีนะ พ่อ…’ เสียงของมันทุ้มต่ำและก้องกังวาน ไม่ได้ดังในหัวอาร์ตอีกต่อไป แต่ดังออกมาจากปากที่ขยับเขยื้อนของมัน ‘เจ้าหนูตัวเล็กนี่… พยายามจะจับแมว… แต่ก็ไม่เคยทำได้สักที… โง่เง่าสิ้นดี’

อาร์ตยิ้มบางๆ “นั่นเพราะมันคือการ์ตูน… ลูก”

เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับ “ลูกชาย” ของเขา ความรู้สึกหวาดกลัวที่เกิดขึ้นแวบหนึ่งเมื่อคืน… หายไปจนหมดสิ้น

ตอนนี้ เขายอมรับมันแล้ว

นี่คือครอบครัวใหม่ของเขา นี่คือพลังของเขา

“พ่อมีงานต้องทำ” อาร์ตพูด เขานั่งลงที่โต๊ะทำงานไม้สัก เปิดคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปเครื่องใหม่ล่าสุด

‘งานอะไร’ อสูรดินเผาถาม โดยที่สายตายังคงจับจ้องทีวี

“งานของเรา” อาร์ตตอบ ริมฝีปากของเขาเหยียดยิ้ม “ลูกบอกว่าลูกยังหิว… พ่อก็จะหาอาหารมาเพิ่มให้”

‘สามคน… มันไม่พอ…’ อสูรพึมพำ ‘พลังของพวกมัน… ความกลัวของพวกมัน… มันจืดชืด… ข้าต้องการมากกว่านี้’

“ลูกก็จะได้มากกว่านี้”

อาร์ตเปิดหน้าช่องยูทูบ “เปิดตำนาน” ของตัวเอง ยอดผู้ติดตาม… สิบห้าล้านคน

เขาคลิกไปที่ส่วน “Membership” หรือ “สมาชิกระดับพรีเมียม” ที่ซึ่งมีแฟนคลับที่ “ภักดี” ที่สุดของเขาอยู่… พวกที่ยอมจ่ายเงินรายเดือนเพื่อสนับสนุนเขา

อาร์ตเริ่มพิมพ์…

หัวข้อ: “ประกาศนียบัตรสู่ตำนาน… พิธีกรรมสำหรับผู้ถูกเลือก”

เขาพิมพ์ด้วยความลื่นไหลราวกับมีคนกระซิบอยู่ข้างหู…

“ถึง ‘ครอบครัว’ ผู้ภักดีของข้า… พวกเจ้าได้เห็นพลังที่ข้าค้นพบ… พวกเจ้าได้ปกป้องข้าจากพวกไร้ศรัทธา… และตอนนี้… ถึงเวลาที่ข้าจะตอบแทน”

“ข้าไม่ได้ค้นพบกุมารทอง… ข้าได้ปลดปล่อย ‘เทพ’ องค์ใหม่… และท่าน… ต้องการสาวก”

“คืนนี้… ข้าจะจัด ‘พิธีรับขวัญ’ ส่วนตัว ณ ที่พำนักของข้า… ข้าจะเลือกผู้ที่ภักดีที่สุด… สิบคน… เพื่อมารับ ‘พร’ จากท่านโดยตรง”

“พวกเจ้าจะได้สัมผัสพลัง… พวกเจ้าจะได้ความสำเร็จ… พวกเจ้าจะได้ทุกสิ่งที่พวกเจ้าใฝ่ฝัน… พวกเจ้า… จะได้เป็นส่วนหนึ่งของตำนาน… ตลอดไป”

“จงแสดงความภักดีของพวกเจ้าในคอมเมนต์… จงบอกข้าว่าทำไมพวกเจ้าถึงคู่ควร… และรอรับ ‘คำเชิญ’ จากข้า”

เขาโพสต์ข้อความนั้นออกไป…

‘ฉลาดมาก… พ่อ…’ อสูรหัวเราะเบาๆ มันลุกขึ้นจากโซฟา ร่างสูงใหญ่ของมันบดบังแสงสว่างในห้องเกือบทั้งหมด มันเดินมาหยุดอยู่ข้างหลังอาร์ต วางมือดินเผาที่เย็นเฉียบและมีกรงเล็บแหลมคมลงบนไหล่ของเขา

“พวกเขาคือเหยื่อที่สมบูรณ์แบบ” อาร์ตพูด แววตาจดจ่ออยู่ที่หน้าจอ “ไม่ใช่แค่ร่างกาย… แต่เราจะได้ ‘ศรัทธา’ ของพวกเขาด้วย”

‘ใช่… ศรัทธาที่ถูกทรยศ… มันคืออาหารที่หอมหวานที่สุด…’

เพียงไม่กี่นาที คอมเมนต์ก็หลั่งไหลเข้ามา… ไม่ใช่ความกลัว… แต่เป็นความคลั่งไคล้

“ท่านอาร์ต! เลือกหนูด้วย! หนูติดตามท่านตั้งแต่วันแรก!” “ผมเชื่อในพลังของคุณ! ผมพร้อมจะมอบทุกอย่างให้!” “พวกที่ด่าคุณมันโง่! คุณคือศาสดา! ได้โปรดเลือกผมด้วยครับ!” “หนูอยากรวยเหมือนท่าน! หนูอยากสำเร็จเหมือนท่าน! เอาหนูไปที!”

อาร์ตเลื่อนอ่านคอมเมนต์เหล่านั้นด้วยรอยยิ้มเย็นชา

“ดูสิลูก… พวกเขาโง่เง่าแค่ไหน” เขาพูด “พวกเขาพร้อมที่จะเดินเข้ามาในกองไฟ… เพียงเพราะพ่อบอกว่ามันอบอุ่น”

‘เลือกเลยสิ… พ่อ… เลือกอาหารมื้อค่ำของเรา’

อาร์ตเริ่มกระบวนการ “คัดเลือก”

คนแรก… นักศึกษาหนุ่มที่อยากรวยทางลัด คนที่สอง… หญิงสาวที่อกหักและต้องการทำเสน่ห์ให้คนรักกลับมา คนที่สาม… ชายวัยกลางคนที่ตกงานและสิ้นหวัง

เขากดเลือกทีละคน… ส่งข้อความส่วนตัวพร้อมที่อยู่และเวลาให้พวกเขา

“คืนนี้… สี่ทุ่มตรง… ห้ามบอกใคร… และมาคนเดียว”

เขาส่งคำเชิญไปทั้งหมดสิบฉบับ…

‘แล้วถ้าพวกเขามาไม่ครบสิบคนล่ะ พ่อ’ อสูรเลียริมฝีปากที่แตกร้าวของมัน

“ไม่ต้องห่วง” อาร์ตปิดแล็ปท็อป “ถ้ามาไม่ครบ… พ่อก็ยังมี ‘ลูก’ ทั้งคน… ใช่มั้ย”

อสูรหันขวับมามองเขา… ดวงตาสีแดงของมันหรี่ลง…

‘พ่อพูดอะไร’

“พ่อล้อเล่น” อาร์ตหัวเราะเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนและตบที่แขนดินเผาของอสูรเบาๆ “เราคือครอบครัว… เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป… เราจะกินด้วยกัน”

อสูรจ้องมองเขานิ่งไปครู่หนึ่ง… ก่อนที่มันจะยิ้มกว้างออกมา

‘ใช่… พ่อ… เราจะกินด้วยกัน… ตลอดไป’

อาร์ตเดินไปที่บาร์ เขาหยิบแก้วคริสตัลออกมาสิบสองใบ…

“สิบใบสำหรับแขก…” เขาพูดพลางจัดเรียงแก้ว

“และอีกสองใบ… สำหรับเรา”

เขารินไวน์แดงราคาแพงที่สุดลงในแก้วทั้งสิบสองใบ…

‘แต่พ่อ… แขกของเรา… พวกเขาไม่ดื่มไวน์’ อสูรพูดขึ้น

“เหรอ? แล้วพวกเขาดื่มอะไร”

‘พวกเขาดื่ม… ความสิ้นหวัง’

อาร์ตมองไปที่ไวน์สีแดงเข้มในแก้ว… มันค่อยๆ เปลี่ยนสี… กลายเป็นสีดำข้นเหนียว… เหมือนของเหลวที่เคยอยู่ในไหใบนั้น…

“งั้นเราก็ต้องเตรียม ‘เครื่องดื่ม’ ต้อนรับพวกเขาให้ถูกต้อง” อาร์ตยิ้ม

เขามองไปรอบๆ ห้องที่หรูหรา… แต่ตอนนี้มันดูเหมือนเวที… เวทีสำหรับการแสดงครั้งสุดท้าย… การสังเวยหมู่

‘พวกเขาจะมาเมื่อไหร่’ อสูรถาม มันกลับไปนั่งที่โซฟา เปิดการ์ตูนดูต่อ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“อีกไม่กี่ชั่วโมง” อาร์ตตอบ เขานั่งลงข้างๆ มัน “ใจเย็นๆ สิลูก… ของอร่อย… ต้องใช้เวลาเตรียม”

ทั้งสองนั่งดูการ์ตูนด้วยกัน… “พ่อ” ที่เป็นฆาตกร… และ “ลูก” ที่เป็นอสูร… นั่งรอเหยื่อของพวกเขาเดินเข้ามาหาเอง

เวลาผ่านไป… แสงแดดนอกหน้าต่างเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม… และความมืดก็เริ่มคืบคลานเข้ามาในเมือง

ติ๊ง…

เสียงข้อความเข้าจากมือถือของอาร์ต

มันเป็นข้อความจากหนึ่งในผู้ถูกเลือก…

“ฉันกำลังจะออกเดินทางแล้วนะคะท่านอาร์ต… ตื่นเต้นจังเลย! คืนนี้ชีวิตฉันจะเปลี่ยนไปแล้วใช่ไหมคะ!”

อาร์ตพิมพ์ตอบกลับ…

“ใช่… ชีวิตเธอ… จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป”

เขากดส่ง… และหันไปยิ้มให้ “ลูกชาย” ของเขา

ความเงียบก่อนพายุ… กำลังจะสิ้นสุดลง


สี่ทุ่มตรง.

เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นครั้งแรก อาร์ตยืนอยู่หน้าประตู แต่งกายสุภาพเรียบร้อยราวกับกำลังต้อนรับแขกวีไอพี

“มาแล้วเหรอ พ่อ” อสูรดินเผาที่ตอนนี้สูงเกือบเท่าอาร์ต ถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ มันยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แสงสีแดงจากตาของมันวาววับในความมืดสลัว

“มาแล้ว” อาร์ตตอบ เขายิ้มอย่างมั่นใจ “นี่แหละ… พิธีกรรมที่สมบูรณ์แบบ”

เขาเปิดประตู

นักศึกษาหนุ่มคนแรกเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขามีความคาดหวังผสมกับความประหม่า ดวงตาของเขากวาดมองความหรูหราของห้องอย่างหลงใหล

“ส… สวัสดีครับท่านอาร์ต” เขาพูดเสียงสั่น

“สวัสดีครับน้อง” อาร์ตตบไหล่เขาเบาๆ “ยินดีต้อนรับสู่… ครอบครัว”

นักศึกษาหนุ่มมองไปรอบๆ ห้อง และสายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่ร่างสูงใหญ่สีดำกลางห้อง

“นั่น… นั่นคือ… เทพองค์ใหม่ที่ท่านกล่าวถึงหรือครับ”

อาร์ตไม่ตอบ แต่กุมารทองเดินช้าๆ เข้าหาแขกคนแรกของมัน

“ใช่แล้ว… เขาคือผู้ที่ทำให้ความฝันของเจ้าเป็นจริง” อาร์ตพูด

นักศึกษาหนุ่มคุกเข่าลงทันที “ได้โปรด… ขอพรให้ผมร่ำรวยด้วยครับท่านเทพ!”

‘ความร่ำรวย…’ อสูรดินเผาหัวเราะเบาๆ ‘เจ้าจะได้มัน… แต่ต้องแลกด้วย… ทุกสิ่ง’

สิบนาทีต่อมา… กริ่งดังขึ้นอีก

แขกคนที่สอง… หญิงสาวที่อกหัก… เธอมองอสูรด้วยแววตาเลื่อมใส

“ได้โปรด… ท่านเทพ… ขอให้เขากลับมารักหนูคนเดียวได้ไหมคะ”

‘ความรัก…’ อสูรพึมพำ ‘เป็นสิ่งที่เปราะบาง… แต่ความสิ้นหวังของเจ้า… มันหอมหวานเหลือเกิน…’

แขกคนที่สาม… ชายวัยกลางคนที่ตกงาน…

“ผมต้องการงาน… ผมต้องการชีวิตใหม่… ผมต้องการโอกาส!”

‘เจ้าจะได้โอกาส… โอกาสสุดท้าย…’

กริ่งดังขึ้นเรื่อยๆ แขกทั้งสิบคนทยอยเข้ามาในห้องอย่างต่อเนื่อง

อาร์ตทำหน้าที่เป็น “เจ้าพิธี” เขาพาพวกเขาเดินไปที่โซฟา บอกให้พวกเขานั่งลง และริน “ไวน์สีดำ” ที่ตอนนี้อยู่ในแก้วคริสตัลให้พวกเขาคนละแก้ว

“จงดื่ม… เพื่อแสดงความภักดีต่อท่านเทพ… และจงรับพลังอำนาจนี้เข้าไปในตัวพวกเจ้า” อาร์ตพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ

ไม่มีใครปฏิเสธ… ทุกคนดื่มมันจนหมดแก้ว

ของเหลวสีดำนั้นไม่ได้ฆ่าพวกเขาในทันที แต่มันทำให้พวกเขาเข้าสู่สภาวะหลอน… ใบหน้าของพวกเขาเริ่มบิดเบี้ยว… ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว… พวกเขาพยายามจะกรีดร้อง แต่กลับไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา

ทุกคนนั่งตัวแข็ง… จ้องมองอสูรดินเผาที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้าพวกเขา

‘ตอนนี้… พวกเขากลัวหนูแล้ว… พ่อ’ อสูรหันมามองอาร์ต ดวงตาของมันเปล่งประกายด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด

“ใช่… พวกเขาพร้อมแล้ว” อาร์ตยิ้ม

อสูรดินเผายกมือขึ้น… กรงเล็บแหลมคมของมันยาวออกมาจากปลายนิ้ว

“เอาเลย… ลูกรัก… กินให้อิ่ม”

วินาทีนั้น…

เสียงกรีดร้อง… เสียงกรีดร้องที่ถูกกดเอาไว้… เสียงที่ดังอยู่ในจิตใจของเหยื่อทั้งสิบคน… มันดังทะลุออกมาในรูปแบบของคลื่นพลังงานที่ทำให้แก้วหูของอาร์ตชาไปหมด

อสูรดินเผาพุ่งเข้าใส่เหยื่อ…

มันไม่ได้ฉีกกระชากอย่างตะกละตะกลามเหมือนตอนอาจารย์คง… แต่มันทำอย่างช้าๆ… ทรมาน…

มันใช้กรงเล็บกรีดไปตามผิวหนังของนักศึกษาหนุ่ม… ไม่ได้เพื่อเอาเลือด… แต่เพื่อ “ลิ้มรส” ความเจ็บปวด

นักศึกษาหนุ่มพยายามจะหนี… แต่ร่างของเขาถูกตรึงไว้ด้วยพลังงานมืด

‘เจ้าต้องการความร่ำรวย… งั้นก็ให้เจ้า… ให้เจ้าได้มอบความร่ำรวยแก่ข้าด้วยร่างกายของเจ้า’ อสูรคำราม

อาร์ตยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเย็นชา… เลือด… ความกลัว… และความสิ้นหวัง… หลั่งไหลเข้ามาในห้อง… สร้างบรรยากาศของความคลั่งไคล้

เขาเห็นมัน… เห็นภาพตัวเอง… ยิ่งใหญ่… แข็งแกร่ง… ไม่มีใครหยุดได้

เขาคือ Master of Suspense… เขาได้สร้างฉากที่รุนแรงและช็อกโลกที่สุด… และเขาคือตัวเอก

แต่ในขณะที่อาร์ตกำลังดื่มด่ำกับชัยชนะอันบ้าคลั่ง… ความผิดพลาดก็เกิดขึ้น

เหยื่อคนที่ห้า… ชายวัยหกสิบที่มาพร้อมกับถุงของขวัญ… เขายังไม่ตาย

ในขณะที่อสูรกำลังง่วนอยู่กับการ “ดูดซับ” ความกลัวจากเหยื่อคนอื่น… ชายชราคนนี้ก็ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด

เขากลืน “ถุงของขวัญ” ที่เขาเตรียมมา…

มันคือขวดแก้วเล็กๆ บรรจุของเหลวสีน้ำ… ที่ห่อด้วยผ้าแดง

“พวกแก… พวกแกต้องชดใช้!!!” ชายชราคนนั้นตะโกน

เขาได้กลืนสิ่งที่เรียกว่า “น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์” เข้าไป… มันไม่สามารถฆ่าอสูรได้… แต่มันสามารถทำให้มันสำลักได้

‘อ๊ากกกกกกกก!!!’

อสูรดินเผากรวดเสียงด้วยความเจ็บปวด มันผละออกจากเหยื่อ และยกมือขึ้นกุมใบหน้า… ร่างของมันเริ่มสั่นสะเทือน… ของเหลวสีดำไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“อะไรวะ!” อาร์ตตกใจ เขาไม่เคยเห็น “ลูกชาย” ของเขาเจ็บปวดมาก่อน

“น้ำมนต์! มันคือน้ำมนต์!” ชายชรากรีดร้อง พยายามคลานหนี

“มึงกล้าดียังไง!!!” อาร์ตพุ่งเข้าใส่ชายชรา คว้าขวดวิสกี้ที่ยังเหลืออยู่บนโต๊ะ และฟาดลงไปที่กะโหลกของเขาอย่างรุนแรง…

เคร้ง!

ชายชราแน่นิ่งไปทันที… แต่ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว

อสูรดินเผากำลังควบคุมตัวเองไม่ได้… ร่างของมันเริ่มแตกร้าวมากขึ้น… แสงสีแดงภายในตัวมันวูบวาบอย่างรุนแรง

‘พ่อ! มันทำร้ายหนู! มันทำร้ายหนู!!!’

“ใจเย็นๆ ลูก! เดี๋ยวพ่อจัดการเอง!”

อาร์ตหันไปมอง… เหยื่อที่เหลือ…

พวกเขากำลังมองเขาด้วยความหวาดกลัว… ความหวาดกลัวที่เปลี่ยนเป็นความหวัง… หวังว่าจะมีคนมาช่วย…

แต่สิ่งที่อาร์ตเห็น… คือความสิ้นหวัง… ความสิ้นหวังที่สามารถเป็นอาหารให้กับ “ลูกชาย” ของเขาได้

“มึงต้องกินให้หมด! กินมันให้หมด!!!” อาร์ตตะโกนใส่หน้าอสูร

อสูรหันกลับไปหาเหยื่อ… แต่คราวนี้… มันไม่ได้ทำอย่างช้าๆ…

มันอ้าปากกว้าง… ร่างของเหยื่อทั้งแปดคน… ถูกดูดเข้าไปในปากที่ไร้ก้นบึ้งของอสูรอย่างรวดเร็วราวกับถูกเครื่องดูดฝุ่นขนาดใหญ่ดูดเข้าไป…

เสียงกรีดร้อง… เสียงฉีกกระชาก… ทุกอย่างเงียบลงในทันที

ห้องทั้งห้องสะอาดเอี่ยมอีกครั้ง… ยกเว้นกองเลือดที่ไหลซึมจากกะโหลกของเหยื่อสองคนที่ถูกอาร์ตฆ่า

อสูรยืนอยู่กลางห้อง… มันดู “แน่น” ขึ้น… ร่างของมันดูแข็งแกร่งขึ้น… แต่รอยร้าวบนตัวมันยังคงอยู่

‘มัน… อิ่มแล้ว… พ่อ…’ อสูรพูดด้วยเสียงหอบ

“ดีมาก… ดีมาก…” อาร์ตยิ้มอย่างโล่งใจ

เขาเดินไปที่หน้าประตู… และล็อกกลอนแน่นหนา

“เรามาทำความสะอาดกันเถอะ”

เขาหันไปมอง…

อสูรดินเผากำลังจ้องมองเขาอยู่… ดวงตาสีแดงของมันไม่แสดงอารมณ์… แต่เต็มไปด้วยความใคร่รู้

‘พ่อ…’

“อะไรเหรอ… ลูกรัก”

‘พ่อ… ฆ่าพวกเขาด้วยตัวพ่อเอง…’

“ใช่… พ่อจำเป็นต้องทำ… เพื่อปกป้องเรา”

‘แต่… พ่อไม่กินพวกเขา…’

อาร์ตชะงัก “กูเป็นคน… กูไม่กินเนื้อคน”

อสูรดินเผาหัวเราะอย่างรุนแรง… เสียงของมันฟังดูน่ากลัวจนอาร์ตต้องถอยหลัง

‘พ่อ…’ อสูรเดินเข้ามาใกล้… ‘พ่อคิดว่า… พ่อกับหนู… แตกต่างกันจริงๆ เหรอ’

มันยกมือขึ้น… ลูบใบหน้าของอาร์ต…

‘พ่อ… สัมผัสความสุข… ในการพรากชีวิต… พ่อเสพติด… อำนาจเหนือคนอื่น…’

‘พ่อ… ไม่ใช่คน… อีกต่อไปแล้ว…’

อาร์ตจ้องมองดวงตาสีแดงก่ำของมัน… เขาไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร

ความจริงที่ว่าเขาฆ่าคนไปแล้วห้าคน… มันทำให้เขาไม่มีสิทธิ์จะโต้แย้ง

“แล้ว… มึงต้องการอะไรจากกู” อาร์ตถามเสียงสั่น

‘ข้าต้องการให้พ่อ… ยอมรับ…’ อสูรยิ้ม ‘ยอมรับ… ว่าเราคือหนึ่งเดียวกัน…’

‘และข้าต้องการให้พ่อ… ช่วยข้า… ทำพิธีสุดท้าย…’

“พิธีอะไร…”

‘พิธีที่ทำให้ข้า… สมบูรณ์…’ อสูรชี้ไปที่อาร์ต ‘พิธีที่ทำให้ข้า… มีเลือด… มีเนื้อ… เป็นของตัวเอง…’

‘และสำหรับพิธีนี้…’ อสูรลดมือลง… ‘ข้าต้องการ… ผู้ที่มีความโลภและอำนาจมากที่สุด…’

‘ข้าต้องการ… พ่อ…’


คำพูดของอสูรดังก้องไปทั่วห้องชุดหรู มันนำมาซึ่งความหนาวเย็นยะเยือกที่แม้แต่ความอบอุ่นของชีวิตก็มิอาจขับไล่ได้

“ข้าต้องการเจ้า… พ่อ”

อาร์ตตัวสั่นเทา เขาก้าวถอยหลัง แต่แผ่นหลังของเขาก็กระแทกกับผนังกระจกที่เย็นจัด เขามองเห็นเงาสะท้อนของตัวเอง – ชายผอมโซ ดวงตาคล้ำโบ๋ และรอยยิ้มบ้าคลั่งที่พยายามซ่อนความหวาดกลัวเอาไว้ เบื้องหลังเขา… อสูรดินเผาขนาดมหึมายืนตระหง่าน ร่างกายทำจากดินเผาที่ปริแตกอย่างรุนแรง และปล่อยคลื่นพลังงานสีดำออกมาอย่างต่อเนื่อง

“แก… แกพูดว่าอะไร” อาร์ตพูดติดอ่าง

‘ข้าบอกว่า… ถึงเวลาสำหรับความสมบูรณ์แบบ.’ อสูรเดินเข้ามาใกล้ เสียงเสียดสีของร่างดินเผาของมันฟังเหมือนเสียงกระดูกแตกหัก ‘ข้าได้ดูดซับความโลภของเจ้า, ความกลัวของเพื่อนเจ้า, สติปัญญาของชายชรา, และความสิ้นหวังของเหล่าสาวก.’

‘ทั้งหมดทำให้ข้าแข็งแกร่ง… แต่ยังไม่สมบูรณ์. ข้าต้องการภาชนะ… ร่างกายที่มีชีวิต… เพื่อก้าวออกมาสู่แสงสว่าง… และกลายเป็น… ตำนาน… อย่างแท้จริง.’

มันยื่นมือดินเผาที่มีกรงเล็บแหลมคมออกมา สัมผัสที่หน้าอกของอาร์ต

‘และไม่มีภาชนะใดสมบูรณ์เท่า… ผู้ที่นำข้ามา ผู้ที่ถือครองความโลภที่ยิ่งใหญ่ที่สุด… ผู้ที่ฆ่าคนเพื่อข้า… เจ้าคือพ่อของข้า… และจะเป็น อาหารชั้นเลิศ ของข้า.’

“ไม่! ข้าคือเจ้านายของแก!” อาร์ตกรีดร้อง เขาพยายามผลักอสูรออกไป แต่สัมผัสของมือดินเผาเย็นเยียบนั้นกลับยึดเกาะเขาไว้แน่น อาร์ตรู้สึกเหมือนเลือดในเส้นเลือดกำลังแข็งตัว

“แกสัญญา! แกสัญญาว่าจะให้ข้าร่ำรวย! ให้ข้ามีอำนาจ!”

‘และข้าก็ได้ให้แล้ว.’ อสูรหัวเราะเสียงดัง เสียงของมันเหมือนหินผาขนาดใหญ่กระทบกัน ‘เจ้ามีทุกอย่างแล้วไม่ใช่หรือ? เงิน. ชื่อเสียง. อำนาจในการตัดสินชีวิตและความตายของผู้อื่น.’

‘แต่ตอนนี้… ถึงเวลาจ่ายค่าตอบแทนแล้ว. เจ้าจะมอบทุกสิ่งนั้นให้ข้า… และเหนือกว่านั้น… ร่างกายนี้จะเป็นวิหารสำหรับพลังใหม่ของข้า.’

อาร์ตหันกลับไปอย่างสิ้นหวัง มองหาอาวุธ เขามองเห็นที่เขี่ยบุหรี่แก้วที่หนักอึ้งอยู่บนโต๊ะ

“ออกไป!!!” เขาคำราม ใส่แรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ชกไปที่ใบหน้าของอสูร

เพล้ง!

มือของอาร์ตเจ็บปวดรุนแรง เกือบจะแตกละเอียด แต่อสูรดินเผาไม่สะทกสะท้านเลย มันไม่แม้แต่จะกะพริบตาที่แดงก่ำของมัน

‘ไร้ประโยชน์… พ่อ.’

อสูรดึงร่างของอาร์ตอย่างช้าๆ ไปยังกลางห้อง ที่ซึ่งยังมีรอยเลือดแห้งของเหยื่อรายสุดท้ายอยู่

“แก… แกต้องการให้ข้าทำอะไร” อาร์ตถามอย่างอ่อนแรง

‘เจ้าแค่ยืนนิ่งๆ. ถอดเสื้อออก… นั่นคือส่วนที่ง่ายที่สุดของพิธีกรรม.’

อาร์ตถูกพลังงานที่มองไม่เห็นผลักให้ล้มลงบนพื้น ศีรษะของเขาอยู่บนรอยเลือดที่แห้งกรังของ ดร. อคิราห์ พอดี

“ไม่! อย่าทำ! ข้าขอร้อง! ข้าจะหาคนอื่นมาให้แก! คนที่รวยกว่า! มีชื่อเสียงกว่า!” อาร์ตอ้อนวอน น้ำตาไหลอาบแก้ม

‘สายเกินไป…’ อสูรก้มต่ำลงมา

และแล้ว… อาร์ตก็มองเห็น

เขามองเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในดวงตาสีแดงฉานของอสูร มันไม่ใช่แค่ดวงตา แต่มันคือประตู

ข้างในนั้น… เขามองเห็นแนนซี่, ไบร์ท, และแม้แต่ท่านอาจารย์คง พวกเขาไม่ได้กรีดร้องหรือสิ้นหวังอีกต่อไป พวกเขากำลังหัวเราะ หัวเราะอย่างสยดสยอง

‘ยินดีต้อนรับสู่ความเป็นนิรันดร์, อาร์ต.’

อสูรเปิดปาก… ปากดินเผาของมันอ้ากว้างอย่างไม่สมเหตุสมผล เกินกว่าขีดจำกัดทางกายภาพ ภายในไม่ใช่ฟัน แต่มันคือหลุมดำ… เป็นกระแสน้ำวนแห่งความมืดมิดและความวุ่นวาย

และมันเริ่มดูด

ไม่ใช่ดูดอากาศ ไม่ใช่ดูดเลือด แต่ดูด วิญญาณ ของอาร์ต

อาร์ตรู้สึกถึงพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวดึงทุกสิ่งที่อยู่ภายในตัวเขาออกมา เขารู้สึกเหมือนความทรงจำทุกอย่าง, ทุกความคิด, ทุกความฝัน, ทุกความกลัว… ถูกดูดออกจากร่างของเขาผ่านช่องว่างบนหน้าอก

“อ๊… อ๊ากกกกกกกก!!!”

เขากรีดร้อง เสียงกรีดร้องที่เจ็บปวดถึงขีดสุด

เขาเห็นภาพสุดท้ายที่วูบวาบผ่านไป: ครั้งแรกที่เขามองเห็นไห; ใบหน้าหวาดกลัวของแนนซี่; รอยยิ้มบ้าคลั่งของไบร์ท; สายตาดูถูกของอาจารย์คง

ทั้งหมดเป็นความผิดของเขา ความโลภได้นำเขามาสู่จุดนี้

ในช่วงเวลาสุดท้ายของความรู้สึกตัว… เขามองเห็นใบหน้าของอสูรกำลังดูดซับทุกอย่าง

แล้ว…

อาร์ตก็รู้สึกถึงน้ำหนักอันมหาศาลกดทับร่างของเขา ไม่มีความเจ็บปวดอีกต่อไป มีเพียงความเย็นเยียบ… และกลิ่นดินเผาที่แห้งกรัง

ร่างของอาร์ตล้มลงแน่นิ่งบนพื้น

และบนร่างของเขา… อสูรกำลังหดตัวลง

มันไม่ได้เป็นอสูรยักษ์อีกต่อไปแล้ว มันกำลังแปลงสภาพ… ชั้นดินเผาด้านนอกเริ่มแตกและร่วงหล่นลงมา

ภายใต้ชั้นดินเผานั้น… ปรากฏร่างของมนุษย์คนหนึ่ง

ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่า ใบหน้าสมบูรณ์แบบ ดวงตาเย็นชาเต็มไปด้วยอำนาจ ผมสีดำสนิทเงางาม เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงของอาร์ต พอดีตัวราวกับสั่งตัด

เขาค่อยๆ ก้มลง, หยิบสร้อยคอทองคำจากคอของอาร์ต มันคือสร้อยคอที่อาร์ตสวมอยู่เสมอ

ชายหนุ่มคนใหม่… ผู้ที่เพิ่งถือกำเนิด… มองดูสร้อยคอ

“อาร์ต… เป็นชื่อที่น่าเบื่อ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเปี่ยมอำนาจ ไม่มีร่องรอยของเสียงดินเผาที่แตกพร่าอีกต่อไป “นับจากนี้… ข้าคือ อาคิน. อาคิน, ผู้สร้างตำนาน.”

อาคิน… ผู้ที่เคยเป็นอสูร… ลุกขึ้นยืน เขาเดินไปรอบๆ คอนโดอย่างช้าๆ ก้าวเดินหนักแน่นและเด็ดขาด

เขาเดินไปที่โต๊ะทำงานของอาร์ต เปิดคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป

ช่องยูทูบ “เปิดตำนาน” มีผู้ติดตาม 15 ล้านคน

อาคินยิ้มอย่างเย็นชาและพอใจ

“พลัง. ชื่อเสียง. เงินทอง. และตอนนี้… สติปัญญาและความชำนาญในการควบคุม. ข้าสมบูรณ์แบบแล้ว.”

เขาเดินไปที่ระเบียง มองออกไปยังวิวเมืองที่กำลังตื่นขึ้น

“อรุณสวัสดิ์, โลก” อาคินกล่าว “ตำนานได้เริ่มขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว.”

เขาหันกลับมา, เหลือบมองร่างที่ไร้วิญญาณของอาร์ตที่อยู่บนพื้น มันเป็นเพียงแค่เปลือกนอกที่ว่างเปล่า ใบหน้าของอาร์ตยังคงอยู่ แต่ดวงตาเบิกกว้าง ไร้จุดหมาย สะท้อนความว่างเปล่า

อาคินไม่รู้สึกถึงความสงสารแม้แต่น้อย

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา, กดโทรหาตำรวจ

“ผมต้องการแจ้งความคดีฆาตกรรม” อาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สงบและแสร้งทำเป็นโศกเศร้า “ผมคืออาร์ต, เจ้าของช่องยูทูบ ‘เปิดตำนาน’. ผมเพิ่งพบเพื่อนของผม, อาร์ต… เสียชีวิตในห้องชุดของผม… ดูเหมือนเขาจะฆ่าตัวตาย.”

“เพื่อนของผม… ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าอย่างหนักหลังถูกกล่าวหาและโจมตีทางอินเทอร์เน็ต เขาไม่สามารถทนแรงกดดันจากชื่อเสียงได้. และ… ผมคิดว่าผมรู้ว่าใครคือผู้กระทำผิดที่แท้จริงที่ผลักดันให้เขาทำเช่นนี้.”

อาคินมองไปที่คอมพิวเตอร์, เลื่อนดูความคิดเห็นที่มุ่งร้าย เขาเลือกชื่อหนึ่งขึ้นมา

“คือ ดร. อคิราห์… เขาโจมตีอาร์ตอย่างต่อเนื่องบนโซเชียลมีเดีย เขาผลักดันเพื่อนของผมจนถึงที่สุด. อาร์ตเสียชีวิตเพราะความ โหดร้าย ของผู้อื่น.”

อาคินวางสาย เขาสร้างเรื่องราวที่สมบูรณ์แบบ อาร์ต… ผู้ที่เสียชีวิต อาคิน… เพื่อน ที่โศกเศร้า ผู้ซึ่งจะสืบทอดช่องยูทูบขนาดใหญ่, เงินทอง, และชื่อเสียง ในขณะที่ความสนใจทั้งหมดจะพุ่งเป้าไปที่ “ผู้บูลลี่ออนไลน์” ที่ถูกกล่าวหาซึ่งเสียชีวิตแล้ว

เขาได้รับทุกสิ่ง และเขาก็ได้กลายเป็นตำนาน

อาคินเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เลือกชุดสูทอิตาลีราคาแพง

เสียง แกร๊ก เบาๆ ดังขึ้น

อาคินหันกลับไป

ไหดินเผาที่เคยใช้กักขังอสูร… ยังคงอยู่ที่มุมห้อง มันถูกอาร์ตเตะกระเด็นไประหว่างการต่อสู้

ภายในไห… มีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหว

และเสียง หัวเราะคิกคัก ที่เล็กมากและสยดสยอง… ดังออกมาจากข้างใน

รอยยิ้มบนใบหน้าของอาคินหายไป

เขามองจ้องไปที่ไห

‘พิธีกรรมจบแล้ว… แต่… เกมยังไม่จบ…’

อาคินกลืนน้ำลาย เขากลายเป็น ภาชนะ. แต่ปีศาจที่แท้จริงล่ะ…

‘หนูยังอยู่ตรงนี้… พ่อ… จะไม่ทิ้งพ่อไปไหน…’

อาคินเรียกความสงบกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไปแล้ว

เขาเดินเข้าไป, หยิบไหขึ้นมา

“เอาล่ะ… ลูกรัก” อาคินกระซิบ “นับจากนี้… เราจะร่วมกันสร้าง… ตำนานที่แท้จริง.”

อาคินยิ้มอีกครั้ง คราวนี้รอยยิ้มไม่เพียงแต่เย็นชา แต่ยังโหดเหี้ยมและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม

ตำนานได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง และมันจะไม่มีวันสิ้นสุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube