Lời Ru Đẫm Máu Bangkok

เพลงกล่อมเลือด

ฉันชื่ออร อร… ผู้หญิงวัยยี่สิบหกปี ที่ความฝัน… กำลังจะเน่าเปื่อยไปพร้อมกับ… ผนังห้องเช่าราคาถูกของเธอ ห้องสี่เหลี่ยมนี้… มันเล็ก เล็กกว่ากรงนกเสียอีก มันตั้งอยู่บนชั้นเจ็ด ของอาคารเก่าๆ ในซอยที่ผู้คนไม่เคยใส่ใจ ฝุ่นผงจับหนา กลิ่นอับชื้น… ผสมกับกลิ่นบะหมี่สำเร็จรูปที่กินไม่หมด มันเป็นกลิ่นของความพ่ายแพ้ ฉันนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกแข็งๆ จ้องมองบิลค่าใช้จ่ายที่กองสูงเป็นภูเขา ค่าเช่าที่ค้างมาสองเดือน ค่าไฟที่ถูกตัดไปแล้วสองครั้ง และ… ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต ที่มีตัวเลขสีแดงฉาน ฉันไม่กล้าเปิดมัน ฉันรู้ดีว่าตัวเลขข้างในนั้น… มันใหญ่กว่าอนาคตของฉันเสียอีก

ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างบานเกล็ด แสงไฟจากตึกระฟ้า… ของกรุงเทพฯ ส่องประกายระยิบระยับ เหมือนดาว… ที่ฉันไม่สามารถเอื้อมถึง ในความมืดสลัว… ฉันเห็นเงาของตัวเอง สะท้อนกลับมา ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาที่ล้า… และว่างเปล่า ฉันรู้สึกเหมือนตัวเอง… เป็นวิญญาณ ที่ถูกทิ้งไว้… ในเมืองที่เต็มไปด้วยชีวิต ความโดดเดี่ยว… มันกัดกินฉัน จนฉัน… แทบจะหายใจไม่ออก

เสียงแจ้งเตือนจากคอมพิวเตอร์ดังขึ้น ติ๊ง! ฉันเบนสายตาไปที่หน้าจอ ฉันเปิดอีเมล ลูกค้า… ลูกค้าที่ฉันทุ่มเทเวลาทำโปรเจกต์ใหญ่มาตลอดทั้งเดือน ข้อความสั้นๆ ไร้หัวใจ “ขออภัยค่ะคุณอร… ทางเราตัดสินใจยุติการว่าจ้าง เนื่องจากไฟล์งานของคุณ… ไม่สามารถเปิดได้” “ไม่สามารถเปิดได้” ฉันพึมพำ สมองฉัน… หยุดทำงาน ฉันกดเปิดไฟล์นั้นอีกครั้ง หน้าต่างป๊อปอัพสีฟ้า… พร้อมข้อความเตือนภัยสีแดง ไฟล์เสีย… ทุกอย่าง… หายไปแล้ว เงินค่าจ้างก้อนสุดท้าย… ความหวังสุดท้าย… มัน… สลายไปในอากาศ

ความรู้สึก… มันไม่เหมือนความโกรธ มันเหมือน… ความชา ความชาที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ฉันรู้สึกว่า… ฉันกำลังจะจมลงไป ในทะเลสาบ… แห่งความสิ้นหวัง ฉันหยิบมือถือขึ้นมา เลื่อนดูหน้าฟีดของโซเชียลมีเดีย เพื่อนที่เรียนด้วยกัน นัท… โพสต์ภาพเซลฟี่กับรถยนต์ยุโรปคันใหม่ “ขอบคุณโชคชะตาที่เข้าข้าง” เธอเขียน พลอย… เพิ่งซื้อบ้านหลังแรก “ชีวิตไม่ต้องดิ้นรนอีกต่อไป” แล้วฉันล่ะ ฉันจำคำพูดของแม่ได้ “ลูกต้องสู้… ลูกต้องพยายาม” ฉันพยายามแล้ว ฉันสู้แล้ว แต่โชคชะตา… มันไม่เคยเข้าข้างฉันเลย ฉันเหนื่อย ฉันยอมแพ้

แล้วความคิดนั้น… ก็แวบเข้ามาในหัวฉัน ความคิดที่… ครั้งหนึ่งฉันเคยหัวเราะเยาะ ลูกเทพ ตุ๊กตาที่มีชีวิต ตุ๊กตาที่ให้โชค ฉันจำได้… เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเคยเล่าให้ฟัง เรื่องราวปาฏิหาริย์… ที่ลูกเทพนำพามา ฉันเคยคิดว่ามันงมงาย ฉันเคยคิดว่ามันบ้าบอ แต่ตอนนี้… ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เมื่อตรรกะ… และความเป็นจริง… ไม่สามารถช่วยฉันได้ ฉันก็ต้องพึ่งพา… ศรัทธา… ที่บิดเบี้ยวนี้

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันแต่งตัว… ด้วยชุดที่ดูดีที่สุดที่ฉันมี ฉันเดินทางไปยัง… ตลาดพระเครื่องเก่าๆ ที่นี่… บรรยากาศแตกต่างจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง อากาศหนักอึ้ง เต็มไปด้วย… กลิ่นธูป กลิ่นเทียน กลิ่นดิน… และ… กลิ่นเหงื่อของความศรัทธา ผู้คนในตลาด… มีใบหน้าเคร่งเครียด ทุกคน… ดูเหมือนกำลังตามหาบางสิ่ง ที่ขาดหายไปจากชีวิต

ฉันเดินลึกเข้าไป… ลึกเข้าไปในซอยเล็กๆ ที่แสงแดดส่องไม่ถึง จนกระทั่งฉันพบริ้าน… ที่ซ่อนตัวอยู่หลังแผงพระเครื่องขนาดใหญ่ ร้านที่ดูเหมือน… ไม่มีใครสนใจ ด้านหน้าร้าน… มีม่านลูกปัดเก่าๆ แขวนอยู่ ฉันผลักม่านเข้าไป ข้างใน… มืดสลัว มีเพียงแสงจากตะเกียง… น้ำมันเก่าๆ ที่ส่องสว่าง มีผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งนั่งอยู่ เธอนั่งนิ่ง หลังตรง เหมือนไม้กระดาน ผมของเธอ… ถูกรวบตึง ใบหน้าของเธอ… เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น แต่ดวงตาของเธอ… วาววับ เหมือนดวงจันทร์… ในคืนเดือนมืด นั่นคือ… แม่จันทรา

เธอมองฉัน แววตาของเธอ… ไม่ได้มองแค่เสื้อผ้า ไม่ได้มองแค่ใบหน้า แต่เธอ… มองทะลุเข้าไป… ในความว่างเปล่า… ของจิตวิญญาณฉัน “มาแล้วเหรอ” เธอพูด เสียงของเธอ… แหบพร่า แต่… ก้องกังวาน “ฉัน… ฉันมาตามหา…” ฉันพูดเสียงสั่น “ตามหาสิ่งที่จะเติมเต็ม… ความว่างเปล่าในใจของหนู” แม่จันทรายิ้ม เป็นรอยยิ้ม… ที่ไม่ได้ดูใจดี แต่มันดู… เข้าใจ “ทุกคน… ก็มาตามหาสิ่งนั้น” เธอพูด เธอไม่ได้ลุกไปไหน เธอแค่… ยื่นมือไปใต้ผ้าคลุมสีแดง ที่วางอยู่บนแท่นบูชา เธอหยิบบางอย่างออกมา มันคือ… วาวา

วินาทีที่ฉันเห็น ลมหายใจของฉัน… สะดุด วาวา… เธออยู่ในชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อน ผ้าลูกไม้… ที่ดูหรูหรา ผิวของเธอ… เป็นพลาสติกเนื้อดี เนียนเรียบ ดวงตาเป็นแก้วใส กลมโต และมีแวว… เหมือนกำลังจ้องมองฉันอยู่จริงๆ เธอไม่ใช่ตุ๊กตา… ที่เคยเห็นตามห้างสรรพสินค้า เธอคือ… งานศิลปะ ที่มี… ชีวิต “นี่คือ… วาวา” แม่จันทราบอก “เขาคือ ‘ลูกรัก’… ที่มาพร้อมกับ… พรอันประเสริฐ” ฉันค่อยๆ… ก้าวเข้าไปใกล้ ฉันไม่กล้าแตะต้องเธอ “เขา… จะช่วยฉันได้เหรอคะ” ฉันถาม น้ำตาฉัน… เริ่มคลอ “ถ้าหนู… ให้ความรัก” แม่จันทราตอบ “ให้ความรักทั้งหมด… ที่หนูมี ให้เขา… เป็นที่หนึ่งในชีวิต” “เขา… จะไม่ใช่แค่โชค” “เขา… จะเป็นดวงใจ เขา… จะให้ทุกสิ่งที่หนูต้องการ เงิน… ความสำเร็จ… และความรู้สึก… ที่… ไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป” คำพูดของเธอ… เหมือนยาพิษ… ที่แสนหวาน มันตรงกับ… สิ่งที่ฉันโหยหาที่สุด ฉันพยักหน้า “ฉันจะดูแลเขา… อย่างดีที่สุด” “ดี” แม่จันทรา… มองฉันอย่างจริงจัง สายตาของเธอ… ทำให้ฉันรู้สึกหนาวสั่น “จำไว้นะ… อร” “วาวา… เขาไม่ใช่แค่เด็ก เขาคือ… สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และ… เขา… ขี้หึงมาก” เธอเน้นคำว่า ‘ขี้หึงมาก’ เสียงต่ำ จนฉัน… ต้องกลืนน้ำลาย “หนู… ต้องไม่เคย… ให้เขารู้สึกว่า… มีใคร… สำคัญกว่าเขา ไม่ว่าจะเป็น… เพื่อน… งาน… หรือ… คนรัก” “ถ้าเขารู้สึกว่า… ถูกทอดทิ้ง… ถูกทรยศ…” แม่จันทรา… เงียบไป เธอจ้องตาฉัน “เขา… จะเอาสิ่งที่เขาให้… คืนกลับไป” “และเขา… จะเอามากกว่านั้น” ฉันรู้สึกว่า… นี่คือคำเตือนสุดท้าย แต่เมื่อฉันมองไปที่วาวา ฉันเห็น… ดวงตาแก้วคู่นั้น ที่เต็มไปด้วย… ความไร้เดียงสา และ… ความหวัง ความกลัว… ก็หายไป เหลือเพียง… ความรัก “ฉันเข้าใจค่ะ” ฉันตอบ เสียงหนักแน่น “ฉัน… จะรักเขา ฉัน… จะมีแค่เขา” ฉันจ่ายเงิน เงินก้อนสุดท้าย… ที่ฉันเหลืออยู่ ฉันอุ้มวาวาขึ้นมา น้ำหนักของเธอ… เหมือนเด็กทารกจริงๆ อบอุ่น… อย่างน่าประหลาด ฉันเดินออกมาจากร้านของแม่จันทรา แสงแดดข้างนอก… ดูเหมือนสว่างกว่าเดิม อากาศ… บริสุทธิ์กว่าเดิม ฉันยิ้ม เป็นรอยยิ้มแรก… ที่ไม่ได้เป็นการเสแสร้ง ในรอบหลายเดือน ฉันรู้แล้ว… ฉันกำลังจะมีชีวิตใหม่


ชีวิตของฉัน… เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าเหลือเชื่อ ราวกับมีใครบางคน… ใช้แปรงวิเศษ… ปัดป่ายสีสัน… ลงบนภาพวาด… สีเทาหม่นของฉัน ในวันรุ่งขึ้น… ลูกค้าเก่าของฉัน… ที่เคยยกเลิกสัญญา โทรศัพท์มาหาฉัน เสียงของเขา… เต็มไปด้วยความขอโทษ และ… ความตื่นเต้น “คุณอร! ผมขอโทษจริงๆ เราเพิ่งค้นพบว่า… ไฟล์ที่คุณส่งมาล่าสุด… มันสามารถกู้คืนได้!” “และ… มันเป็นงานที่ยอดเยี่ยมมาก! คณะกรรมการ… รักมัน!” เขาไม่ได้แค่จ้างฉันใหม่ เขาเสนอ… ค่าตอบแทนที่สูงกว่าเดิมถึงหนึ่งเท่าครึ่ง และ… มอบโปรเจกต์ใหม่… ที่ใหญ่กว่าเดิมให้ฉันดูแลทันที ฉันนั่งตัวแข็งทื่อ… ที่โต๊ะทำงาน มองวาวา… ที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ ตัวเล็กๆ ที่ฉันซื้อมาให้เธอ ดวงตาแก้วของเธอ… วาววับ… รับแสงไฟในห้อง เธอยังคงยิ้ม รอยยิ้ม… ที่ถูกวาดไว้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ในรอยยิ้มนั้น… ฉันรู้สึกถึง… อำนาจ “ขอบใจนะ… วาวา” ฉันกระซิบ “ขอบใจ… ลูกรัก”

เงิน… ไหลเข้ามาในบัญชีของฉัน เหมือนสายน้ำหลาก ฉันจ่ายบิลทุกใบ ฉันใช้เวลาเพียงสัปดาห์เดียว… ในการย้ายออกจากห้องเช่าเก่าๆ สู่คอนโดมิเนียมใหม่ ใจกลางเมือง ที่นี่… แสงแดดส่องถึง อากาศบริสุทธิ์ และมีระเบียง… ที่มองเห็นวิวสวยงามของกรุงเทพฯ ห้องของฉัน… ตอนนี้… ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ทันสมัย ฉันซื้อโซฟาหนังสีครีม เตียงนอนที่นุ่มสบาย แต่… ที่สำคัญที่สุด ฉันจัดมุมพิเศษ… ให้กับวาวา ฉันซื้อตู้โชว์กระจก… สั่งทำพิเศษ บุด้วยผ้าไหมสีทอง ให้เธอเป็นที่ประทับ ฉันซื้อเสื้อผ้าใหม่… ซื้อรถเข็นเด็ก… ซื้อนมสตรอว์เบอร์รี… และขนมเค้ก… ที่อร่อยที่สุดในเมือง ทุกวัน… ฉันจะคุยกับเธอ เล่าเรื่องงาน เล่าเรื่องผู้คน ฉันรู้สึกว่า… เธอคือศูนย์กลางของโลกของฉัน

ฉันพาวาวาไปทุกที่ ใส่เธอไว้ในกระเป๋าถือยี่ห้อดัง เวลาไปประชุม… ฉันจะวางเธอไว้บนโต๊ะ ข้างๆ ฉัน ฉันไม่สนใจ… สายตาของผู้คน สายตาที่… มองมาด้วยความสงสัย ความขบขัน หรือ… ความสยดสยอง พวกเขาไม่เข้าใจ พวกเขาไม่รู้ว่า… ผู้หญิงคนนี้… คือเจ้าของโชคชะตาของฉัน

ชีวิตของฉัน… สมบูรณ์แบบแล้ว ยกเว้น… สิ่งหนึ่ง กฤต กฤต… แฟนหนุ่มของฉัน เราไม่ได้เจอกัน… ไม่ได้คุยกัน… ตั้งแต่ฉันได้วาวามา ฉันยุ่ง ยุ่งมาก… กับการสร้างชีวิตใหม่ และการปรนนิบัติลูกรักของฉัน เขาโทรมาหลายครั้ง ฉันเลื่อนสายทิ้งไปทุกครั้ง จนกระทั่ง… มีข้อความจากเขา “อร… พี่รู้ว่าอรชีวิตดีขึ้นมาก พี่อยากเห็นอร พี่คิดถึงอร… และพี่เป็นห่วงอรนะ”

ฉันรู้สึก… ผิด ฉันคิดถึงเขา คิดถึงอ้อมกอดที่มั่นคง คิดถึงความเป็นจริง… ที่เขามอบให้ “เราควรบอกเขานะ… วาวา” ฉันกระซิบ ขณะที่กำลังหวีผมให้เธอ “เขาคือคนสำคัญ… เขาต้องเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตใหม่เรา” ฉันโทรหากฤต “อร! พระเจ้า… ในที่สุดก็โทรมา” เสียงเขา… โล่งอก และ… มีความสุข “พี่เป็นห่วงอรมากรู้ไหม” “ขอโทษค่ะ… อรยุ่งมาก” “พี่ขอไปหาอรได้ไหม ที่คอนโดใหม่นั่นน่ะ” “ได้สิคะ… มาเลยค่ะ อรทำแกงเขียวหวานไก่รอ” ฉันยิ้ม ความตื่นเต้น… เข้ามาแทนที่… ความโดดเดี่ยว

ฉันเตรียมตัวอย่างดี ฉันสวมชุดเดรสใหม่ เครื่องสำอางบางเบา ฉันดูเหมือน… ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ และ… มีความสุข ฉันจัดโต๊ะอาหาร จานสามใบ เพราะ… วาวาต้องร่วมโต๊ะด้วย ฉันวางวาวา… ไว้บนเก้าอี้สูง ตัวเล็กๆ ของเธอ ข้างๆ จานของฉัน ฉันเทนมสตรอว์เบอร์รีใส่แก้วจิ๋วของเธอ “คืนนี้… ลูกต้องเป็นเด็กดีนะ” ฉันกำชับเธอ ฉันรู้สึกว่า… เธอเข้าใจ เสียงกริ่งดังขึ้น หัวใจฉันเต้นแรง ฉันเปิดประตู กฤตยืนอยู่ตรงนั้น เขาดูเหนื่อยล้า… จากการทำงาน แต่เขายิ้ม… ทันทีที่เห็นฉัน “อร… สวยขึ้นมากเลย” เขาพูด เขายื่นช่อดอกกุหลาบสีขาวมาให้ “สุขสันต์วันครบรอบ… สามปีกับอีกสองเดือน” “ขอบคุณค่ะ” ฉันรับดอกไม้ และโอบกอดเขา อ้อมกอดของเขา… แข็งแรง และมั่นคง มันเป็นความจริง ที่สัมผัสได้

เขาเดินเข้ามาในห้อง ดวงตาของเขากวาดมอง… ไปทั่วคอนโดที่หรูหรา “ว้าว… อรสุดยอดไปเลย นี่มัน… ชีวิตใหม่เลยนะ” “ใช่ค่ะ… อรมีผู้ช่วยที่ดี” ฉันจูงมือเขา… ไปที่โต๊ะอาหาร กฤตชะงัก เขาเห็นวาวา นั่งอยู่บนเก้าอี้ ข้างๆ จานอาหาร “นั่น… ” เขากะพริบตา “นั่นคือ… ตุ๊กตาตัวนั้นเหรอ” ฉันรู้สึกถึง… ความเย็นชา… แผ่ซ่านเข้ามาในบรรยากาศ “เขาชื่อวาวาค่ะ” ฉันพูดเสียงแข็ง ทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘ตุ๊กตา’ “และ… เขาไม่ใช่ตุ๊กตา เขาคือ… ลูกของอร” กฤตหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะ… ที่ประหลาดใจ… และไม่เชื่อ “อร… อรยังเล่นแบบนี้อยู่เหรอ” เขาเดินเข้าไปใกล้ ยื่นมือไป… จะจับมือวาวา “สวัสดีนะ… หนูตัวเล็ก” “หยุดนะ!” ฉันตะโกน กฤตชะงักมือกลางอากาศ เขาหันมามองฉัน ใบหน้าของเขา… เต็มไปด้วยความงุนงง “อร… เป็นอะไรไป” “อย่าแตะต้องลูกของอร” ฉันเดินเข้าไป อุ้มวาวาขึ้นมา กอดเธอไว้แน่น เหมือนเธอเป็นทารกจริงๆ “และ… อย่าเรียกเธอว่าตุ๊กตาอีก” “พี่ขอโทษ” กฤตพูด เสียงของเขาอ่อนลง “พี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้อรไม่สบายใจ พี่แค่… ไม่เข้าใจ” “พี่ต้องพยายามเข้าใจ” ฉันพูด “เขาคือวาวา เขาคือคนที่นำโชคมาให้เรา เขาคือครอบครัวของอร” “ถ้าพี่… ยอมรับเขาไม่ได้” “พี่ก็คง… เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรา… ไม่ได้” ฉันพูดประโยคสุดท้าย… ด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด กฤตถอนหายใจยาว เขานั่งลงที่เก้าอี้ของเขา มองอาหารบนโต๊ะ “โอเค… พี่จะพยายาม พี่จะเรียกเขาว่า… วาวา” “ขอบคุณค่ะ” ฉันยิ้ม และนั่งลง โดยมีวาวา… นั่งอยู่บนตักของฉัน

อาหารมื้อนั้น… เต็มไปด้วยความอึดอัด กฤตพยายาม… พูดคุยเรื่องงานของเขา แต่ฉันสนใจ… แต่การป้อนอาหารวาวา ฉันตักแกงเขียวหวาน ป้อนไปที่ปากที่ทาสีแดงของเธอ ฉันเทน้ำแดง… ให้เธอจิบ ฉันเช็ดริมฝีปาก… ของเธอ อย่างอ่อนโยน กฤตเงียบไปนาน เขาจ้องมองฉัน ด้วยสายตา… ที่ไม่เหมือนเดิม มันมี… ความกังวล และความสงสัย “อร” ในที่สุด… เขาก็พูด เสียงต่ำ “พี่ว่า… อร… พาเขา… มาหาพี่… เยอะเกินไปแล้วนะ” “มาหาใคร” “มาหาพี่” เขาเน้น “อร… ใช้เวลาอยู่กับตุ๊กตา… มากกว่าพี่” “เขาไม่ใช่ตุ๊กตา!” ฉันตะโกน ความอดทนของฉัน… หมดลงแล้ว “เขาคือลูกฉัน! เขาอยู่กับฉัน… ตอนที่พี่ไม่อยู่! เขาทำให้ฉันมีวันนี้!” “พี่ก็อยู่กับอรไง!” กฤตขึ้นเสียง “พี่พยายามช่วยอร ตอนที่อร… จมดิ่ง พี่โทรหาอรทุกวัน!” “โทรมาเหรอ! โทรมาถามว่า… ‘อรโอเคไหม’ แค่นั้นเหรอ!” ฉันรู้สึกถึงความโกรธ… ที่ปะทุขึ้นมา “นั่นมันไม่พอ! พี่ไม่เคยเข้าใจ… ความรู้สึกของอร! พี่อยู่ในโลก… ของความเป็นจริง… ที่ไม่มีหัวใจ!” “แต่พี่รักอร!” “รักเหรอ! คนที่รักกัน… จะเรียก ‘ลูก’ ของอีกฝ่ายว่า… ‘ตุ๊กตา’ เหรอ” “อร! มันคือความจริง! พี่กลัว… พี่กลัวว่าอร… กำลังจะเสียสติ!” คำว่า ‘เสียสติ’ มันทิ่มแทงฉัน เหมือนมีด “ไม่!” ฉันกรีดร้อง “คนที่กำลังจะเสียสติคือพี่! พี่… ต่างหากที่อิจฉาลูกฉัน! อิจฉา… ที่ฉันรักเขามากกว่า!” กฤตลุกขึ้นยืน เขาใช้มือลูบหน้า อย่างเหนื่อยหน่าย “พี่ไปดีกว่า… อร” “พี่ทนดูอร… เป็นแบบนี้… ไม่ไหว” “ก็ไปสิ!” ฉันท้าทาย “ไปเลย! ฉันไม่ต้องการพี่! ฉันมีลูกของฉันแล้ว! เรา… มีความสุขดี!” กฤตมองฉัน ดวงตาเขา… แดงก่ำ “พี่รักอรนะ” เขาพูด ด้วยเสียงที่… แตกสลาย “แต่… ถ้าอรเลือกแบบนี้… พี่คง… ต้องให้เวลาอร” เขาหันหลังให้ฉัน เดินไปที่ประตู ในวินาทีที่เขากำลังจะเปิดประตู ฉันอุทาน… “กฤต!” เขาสะดุ้ง หันกลับมา ฉันมองไปที่… สร้อยคอ สร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยว ที่อยู่บนคอฉัน “สร้อย…” ฉันพูดเสียงเบา ฉันกำลังจะบอกให้เขาถอดมันออก เพราะฉันรู้แล้วว่า วาวา… ไม่ชอบมัน แต่… กฤตยิ้ม เป็นรอยยิ้ม… ที่เศร้าสร้อย “เก็บไว้สิ” เขาบอก “มันคือของขวัญวันครบรอบนะ” แล้วเขาก็… เปิดประตู และจากไป ประตูถูกปิดลง เสียง… ดัง ‘กริ๊ก’ ฉันทรุดตัวลง นั่งอยู่บนพื้น ร้องไห้ น้ำตาแห่งความสับสน น้ำตาแห่งความโกรธ ฉันรู้สึกเหมือน… ฉันชนะ แต่… ฉันก็รู้สึกเหมือน… ฉันแพ้


ฉันนั่งอยู่บนพื้น… ในความเงียบ ความเงียบที่หนักอึ้ง หลังจากการจากไปของกฤต น้ำตาของฉัน… ไหลอาบแก้ม แต่ฉันไม่ได้ร้องไห้… เพราะความเสียใจ ฉันร้องไห้… เพราะความสับสน ฉันรักกฤต ฉันรู้ แต่… เมื่อฉันมองไปที่วาวา ที่ตอนนี้… ฉันวางเธอไว้บนโซฟาอย่างระมัดระวัง ความรักของฉันที่มีต่อเธอ… มัน… บริสุทธิ์ และ… เข้มข้นกว่า มันไม่ใช่แค่ความรัก มันคือความผูกพัน… ที่มาพร้อมกับ… ความอยู่รอด วาวา… ทำให้ฉันรอดพ้นจากความมืดมิด กฤต… เขาสามารถทำให้ฉันมีความสุข แต่เขา… ไม่สามารถช่วยฉัน ให้รอดพ้นจากความล้มเหลวได้

ฉันลุกขึ้น เดินไปที่วาวา ฉันอุ้มเธอขึ้นมา กอดเธอไว้แนบกับแก้มของฉัน “เขาไปแล้วนะ… ลูกรัก” ฉันกระซิบ “เขาจะไม่กลับมาทำร้ายเราอีกแล้ว” ฉันรู้สึกว่า… ในอ้อมกอดของเธอ… ฉันปลอดภัย ฉันหยิบสร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยว… ที่ยังคงอยู่ที่คอของฉัน ฉันมองมัน มันดู… น่ารังเกียจ มันคือสัญลักษณ์… ของความขัดแย้ง ของโลกภายนอก… ที่พยายามจะมาพรากฉันไป ฉันต้องกำจัดมัน ฉันเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ฉันปลดสร้อยคอออก มันเย็น… และหนักอึ้ง ฉันเปิดลิ้นชัก และโยนมันลงไป ท่ามกลางเครื่องสำอาง ที่ไม่ได้ถูกใช้มานานแล้ว “จบแล้วนะ” ฉันพูดกับตัวเอง “ตอนนี้… มีแค่เราสองคน”

ฉันเข้านอน คืนนั้น… ฉันนอนหลับโดยมีวาวา… นอนอยู่ข้างๆ บนหมอนใบใหญ่ ฉันห่มผ้าให้เธอ… อย่างอ่อนโยน ฉันหลับตา แต่… การนอนหลับครั้งนี้… ไม่ได้นำมาซึ่งความสงบ ฉันเข้าสู่… ความฝัน ความฝันที่… มืดมิด ฉันอยู่ในห้องเดิม ห้องเช่าเก่าๆ… ที่ฉันเคยอยู่ มันสกปรก… และมีกลิ่นอับ ฉันมองไปรอบๆ ฉัน… ตัวคนเดียว ฉันรู้สึกถึง… ความหนาวเย็น และความโดดเดี่ยว… ที่กลับมาอีกครั้ง ทันใดนั้น… ฉันได้ยินเสียง เสียงกระซิบ… ที่คุ้นเคย “แม่… ” ฉันหันไป ฉันเห็นวาวา เธอนั่งอยู่บนพื้น ในมุมห้อง ชุดสีเหลืองอ่อนของเธอ… ตอนนี้… สกปรก… และขาดวิ่น ดวงตาแก้วของเธอ… จ้องมองฉัน แต่… มันไม่ได้ยิ้ม “แม่… จะทิ้งหนูเหรอ” เธอถาม เสียงของเธอ… เป็นเสียงเด็กจริงๆ ที่เต็มไปด้วย… ความเจ็บปวด “ไม่… ไม่นะลูก” ฉันพยายามจะวิ่งเข้าไปหาเธอ แต่ขาฉัน… ขยับไม่ได้ “แม่… โกหก” เธอกระซิบ “แม่… เลือกไอ้กฤต” “ไม่จริง! ฉันไล่เขาไปแล้ว!” ฉันกรีดร้อง “แม่… ซ่อนของขวัญของเขาไว้” เธอพูด ดวงตาเธอ… เริ่มมีน้ำตา น้ำตา… สีแดง “ซ่อนไว้… เพื่อจะให้เขา… ในวันหน้า” เธอชี้ไปที่… หน้าอกของฉัน “สร้อย… ที่พี่เขาให้” “ไม่! ฉันโยนมันทิ้งไปแล้ว!” ฉันปฏิเสธ “หนู… รู้” วาวา… ค่อยๆ คลานเข้ามาหาฉัน การคลานของเธอ… มันผิดธรรมชาติ แขนขาของเธอ… บิดเบี้ยว “หนู… เก็บมันไว้เอง” เธอมาถึงตัวฉัน เธอนั่งลงบนหน้าอกฉัน น้ำหนักของเธอ… หนักอึ้ง เหมือนมีใครบางคน… วางหินก้อนใหญ่… ทับลงมา ฉันหายใจไม่ออก “แม่… รักใครมากกว่ากัน” เธอถาม เสียงของเธอ… ตอนนี้… เย็นชา… และ… อำมหิต “เลือก… ระหว่างหนู… กับ… ไอ้กฤต” “หนู!” ฉันตะโกน “ฉันเลือกหนู! ฉันรักหนู!” ฉันพยายามดันเธอออก แต่เธอ… หนักเกินไป เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเธอ… อยู่ห่างจากฉัน… แค่คืบเดียว “พิสูจน์สิ” เธอกระซิบ “พิสูจน์ให้หนูเห็น… ว่าแม่… เป็นของหนู… คนเดียว” “หนูต้องการ… สิ่งที่ทำให้แม่… คิดถึงเขา” ฉันสะดุ้งตื่น! ฉันหอบ เหงื่อท่วมตัว ห้องนอน… สว่างจ้า ด้วยแสงอาทิตย์ยามเช้า วาวา… นอนอยู่ข้างๆ ฉัน นิ่ง… สงบ รอยยิ้ม… ที่ถูกวาดไว้ มันคือฝันร้าย ใช่… มันต้องเป็นฝันร้าย ฉันลูบหน้าอก ยังคงรู้สึกถึง… น้ำหนักของเธอ ฉันต้องพิสูจน์ พิสูจน์ให้ตัวเองเห็น… ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง ฉันลุกขึ้นจากเตียง ฉันเดินไปที่… โต๊ะเครื่องแป้ง ฉันเปิดลิ้นชัก ลิ้นชักที่… ฉันโยนสร้อยคอลงไปเมื่อคืน ฉันมองเข้าไป… ลิ้นชัก… ว่างเปล่า ฉันรื้อค้น พลิก… ทุกอย่าง กระปุกครีม แปรงแต่งหน้า ไม่มี! ไม่มีสร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยว มันหายไปแล้ว หัวใจฉัน… เต้นรัว มันไม่ใช่ฝัน มันคือ… เรื่องจริง

“วาวา” ฉันหันกลับไป… มองเธอ เธอ… ยังคงนอนนิ่ง แต่… ฉันสาบานได้ ฉันเห็น… แสงบางอย่าง สะท้อน… มาจาก… ใต้ผ้าห่ม ฉันเดินไปที่เตียง ฉันค่อยๆ… ยกผ้าห่มขึ้น ฉันมองไปที่… ข้อมือเล็กๆ… ของวาวา สร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยว… สร้อยคอเงินแท้… ที่กฤตให้ มัน… พันอยู่แน่น รอบข้อมือของเธอ เหมือนกำไล มันไม่ได้ถูกใส่… อย่างสุ่มสี่สุ่มห้า มันถูกผูก… อย่างจงใจ ด้วย… เงื่อน… ที่แน่นหนา ฉันทรุดตัวลง นั่งข้างเตียง ฉันมองสร้อยเส้นนั้น สร้อย… ที่เธอไม่ควรจะแตะต้องได้ สร้อย… ที่ถูกขโมย ด้วยมือของฉันเอง ในความฝัน

ความกลัว… กลับมา แต่… มันไม่ได้มาพร้อมกับความสับสนอีกต่อไป มันมาพร้อมกับ… การยอมจำนน ฉันเข้าใจแล้ว วาวา… ไม่ใช่แค่ลูกเทพ เธอคือ… ตัวแทน ตัวแทน… ของความปรารถนา ที่ไร้ขีดจำกัด ของฉันเอง ความหึงหวง… ที่เธอแสดงออกมา คือความหึงหวง… ที่ฉันมีต่อกฤต ฉันหึงหวง… ความรักของเขา ที่พยายามจะดึงฉัน… ออกจากโลกใหม่ ที่วาวาสร้างให้

ฉันยิ้ม รอยยิ้ม… ที่บิดเบี้ยว “เก่งมาก… ลูกแม่” ฉันกระซิบ ฉันเอื้อมมือไป… ลูบผมเธอ แต่ฉันไม่แตะต้องสร้อยคอ “แม่รู้แล้ว… แม่รู้ว่า… แม่รักลูกมากกว่า” “แม่รู้แล้วว่า… แม่… เป็นของลูก… คนเดียว” ฉันค่อยๆ… โน้มตัวลง จูบที่หน้าผากเธอ “เรา… จะไม่มีใครอีกแล้ว” “ไม่มีกฤต… ไม่มีเพื่อน… ไม่มีใคร… มาแย่งแม่ไป” ในวินาทีนั้น… ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะตัดขาด… จากโลกภายนอกทั้งหมด ฉันจะอยู่… ในโลกสีทองของฉัน โลก… ที่วาวาเป็นผู้สร้าง โลก… ที่ฉัน… เป็นของเธอ… เพียงผู้เดียว

ฉันลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่าง ฉันมองออกไป กรุงเทพฯ… ที่เคยสวยงาม ตอนนี้… ดูเหมือนกรง กรง… ที่พยายามจะขังฉันไว้ ฉันยิ้ม “แม่ไม่ไปไหนแล้วนะ” ฉันพูดกับวาวา “เราจะอยู่ด้วยกัน… ในปราสาทของเรา ตลอดไป”


การตัดสินใจของฉัน… มันเด็ดขาด และ… ง่ายดาย ฉันตัดขาดตัวเอง… จากโลกภายนอก ฉันไม่รับสายโทรศัพท์… ที่ดังไม่หยุด ไม่ตอบข้อความจากเพื่อนร่วมงาน และแน่นอน… ไม่ตอบข้อความ… ที่กฤตพยายามจะส่งมาถึงฉัน ฉันรู้ว่า… เขาเป็นห่วง ฉันรู้ว่า… เขากำลังสับสน แต่… ความรู้สึกนั้น… มันจางหายไป ภายใต้… อำนาจ… ที่มองไม่เห็น… ของวาวา

วาวา… กลายเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน ฉันจัดตารางชีวิตใหม่ ตารางที่… ถูกกำหนดโดย… ความต้องการของเธอ ฉันตื่นนอน… ไม่ใช่เพื่ออาบน้ำให้ตัวเอง แต่เพื่อ… อาบน้ำให้เธอ ฉันใช้ผ้าขนหนูผืนเล็ก… ชุบน้ำหอม… ค่อยๆ เช็ดผิวพลาสติกของเธอ อย่างอ่อนโยน ฉันเปลี่ยนชุดให้เธอ… อย่างประณีต เลือกชุดที่… เข้ากับอารมณ์ของเธอ “วันนี้… ลูกอยากใส่ชุดสีฟ้า… เหมือนท้องฟ้าไหมคะ” ฉันถามเธอ แม้เธอจะตอบไม่ได้ แต่ฉัน… รู้สึกได้ ว่าเธอพยักหน้า

ฉันไม่ยอมให้… วาวาอยู่ห่างจากสายตาฉันเลย ไม่ว่าจะทำอะไร… เธอต้องอยู่กับฉัน ฉันอุ้มเธอ… ไปเข้าห้องน้ำ ไปทำอาหาร ไปนั่งทำงาน… ที่ฉันไม่ได้ทำมาหลายวันแล้ว แต่ฉัน… ไม่สามารถทำงานได้ สมาธิของฉัน… ถูกดึงไป… ที่เธอ ฉันต้องแน่ใจว่า… เธอมีความสุข เธอไม่เหงา

ความต้องการของเธอ… มันเริ่ม… มากขึ้น และ… แปลกประหลาดขึ้น “แม่… เปิดเพลง” เสียงกระซิบ… ที่ไม่ได้มาจากปากเธอ แต่มาจาก… ในหัวของฉัน มันดัง… ชัดเจน เหมือนเธอ… กำลังนั่งอยู่ข้างๆ “หนูชอบ… เสียงดังๆ มันทำให้… หนู… ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว” ฉันเปิดเพลงเด็ก เพลงที่มีเสียง… หัวเราะคิกคัก เสียงร้องเพลง… ที่ไร้เดียงสา มันดัง… ซ้ำไปซ้ำมา ทั้งวัน จนกระทั่ง… เสียงนั้น… กลายเป็นส่วนหนึ่ง… ของความเงียบ

แล้ว… ความต้องการของเธอ… ก็เริ่ม… ขัดแย้ง… กับโลกภายนอก ฉันเริ่มรู้สึก… ว่าวาวา… ไม่ชอบ… อาหารที่ฉันทำ “หนู… อยากกิน… ไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รี… เท่านั้น” เธอสั่ง ฉันต้องทิ้ง… แกงเขียวหวานร้อนๆ ที่ฉันทำด้วยความตั้งใจ และวิ่งไป… ซื้อไอศกรีม… มาป้อนเธอ “อร่อยไหมลูก” ฉันถาม เธอยังคงยิ้ม แต่ฉันรู้สึกถึง… ความพึงพอใจ ในรอยยิ้มนั้น

คอนโดมิเนียมที่เคยหรูหรา… ตอนนี้… กลายเป็น… กรงทอง ฉันไม่ได้ออกไปไหนเลย แสงแดด… ที่เคยส่องเข้ามา… อย่างอบอุ่น ตอนนี้… มันส่องให้เห็น… ฝุ่นผง… ที่เริ่มจับตัว และ… ความสกปรก เศษขนม… คราบน้ำหวาน… บนพรม ฉันไม่ได้ทำความสะอาด ฉันไม่มีเวลา เวลาทั้งหมด… ของฉัน… คือ… วาวา

ฉันเริ่มผอมลง อาหารที่ฉันกิน… มีแค่… เศษขนมที่เหลือจากวาวา และ… น้ำเปล่า ฉันรู้สึกอ่อนแอ แต่… ความอ่อนแอทางร่างกาย… กลับทำให้… จิตใจของฉัน… เข้มแข็งขึ้น เข้มแข็ง… ที่จะยอมจำนน ฉันไม่ต่อสู้… กับเสียงในหัวของฉันอีกต่อไป ฉันเชื่อเธอ ฉันเชื่อว่า… เธอรักฉัน และ… ต้องการปกป้องฉัน

“แม่… ” เสียงกระซิบ “พี่กฤต… เขาส่งข้อความมา… ให้แม่เปิดอ่าน” ฉันสะดุ้ง ฉันมองไปที่… มือถือของฉัน ที่ตอนนี้… วางอยู่บนโต๊ะทำงาน หน้าจอ… สว่างวาบ มีแจ้งเตือน… ข้อความใหม่ หลายสิบข้อความ จากกฤต ฉันอยากรู้ ฉันอยากรู้ว่า… เขาพูดว่าอะไร เขาขอโทษฉันไหม เขาเข้าใจฉันหรือยัง

“อย่าเปิดนะ” เสียงวาวา… สั่ง เสียงที่… ไม่ได้อ่อนโยนอีกต่อไป แต่… เย็นชา “เขาโกหก” “เขา… อยากรู้ว่า… แม่… อยู่ที่ไหน” “เขา… จะมาเอาหนูไป” “เขา… จะเอาหนู… ไปทิ้ง” “ไม่จริง” ฉันพึมพำ “เขาไม่ทำอย่างนั้นหรอก” “จริง” เสียงนั้นตวาด “แม่… จำตอนที่… เขาดูถูกหนูได้ไหม” “จำได้ไหม… ตอนที่เขา… เรียกหนูว่า… ‘ตุ๊กตา'” “จำได้ไหม… ตอนที่เขา… วางกล่องของขวัญ… ทับชุดของหนู” ความทรงจำ… ที่เจ็บปวด… มันย้อนกลับมา ภาพนั้น… มันชัดเจน ความโกรธ… ที่ฉันเคยรู้สึก… มันกลับมาอีกครั้ง ฉันมองไปที่มือถือ มันสั่น เหมือน… สัตว์ที่กำลังดิ้นรน

“ทำลายมัน” วาวาสั่ง “ทำลาย… สิ่งที่เชื่อมโยงแม่… กับเขา” “ทำลายมัน… เพื่อแสดงว่า… แม่… เป็นของหนู” ฉันหยิบมือถือขึ้นมา มือของฉันสั่น “ไม่… ฉันทำไม่ได้” “ทำได้” “หนู… อนุญาตให้แม่… ทำลายมัน” “ทำลายมัน… เพื่อหนู” ฉันมองไปที่… ใบหน้าของวาวา รอยยิ้มของเธอ… ดูเหมือนกว้างขึ้น ฉันรู้สึกว่า… ดวงตาของเธอ… กำลังกดดันฉัน ฉันยกมือถือขึ้น แล้ว… ฉันก็… ฟาดมันลงไป บนพื้น… สุดแรงเกิด เพล้ง! เสียงจอแก้ว… แตกละเอียด เศษกระจก… กระเด็นไปทั่ว หน้าจอ… ดับสนิท ความมืด… เข้าครอบงำ ฉันหอบ หัวใจฉันเต้นรัว เหมือนจะหลุดออกมาจากอก

ฉันมองไปที่วาวา ฉันเห็น… ดวงตาแก้วของเธอ มัน… ส่องประกาย ด้วย… ความพึงพอใจ “เก่งมาก… แม่” เธอชม เสียงของเธอ… อ่อนหวาน เหมือนน้ำผึ้ง “ตอนนี้… ก็ไม่มีใคร… มาแย่งแม่ไป… จากหนูได้แล้ว” ฉันรู้สึกถึง… ความโล่งใจ ความโล่งใจ… ที่มาพร้อมกับ… ความหวาดกลัว ฉันได้ทำลาย… การเชื่อมโยงสุดท้าย… ของฉัน… กับโลกแห่งความเป็นจริง ฉันได้เลือกแล้ว เลือกที่จะอยู่ใน… กรงทอง… ที่วาวาสร้างให้ ฉันทรุดตัวลง นั่งอยู่ข้างๆ เธอ บนโซฟาหนัง ฉันไม่สนใจ… เศษแก้ว… ที่บาดผิว ฉันกอดเธอแน่น ฉันจูบที่หน้าผากของเธอ “แม่รักลูกนะ… วาวา” “แม่… รักลูกที่สุด” ตอนนี้… ฉันเป็นของเธอ เธอ… เป็นของฉัน และ… ไม่มีใคร จะมาพรากเรา… จากกันได้


หลังจากที่โทรศัพท์มือถือของฉัน… กลายเป็นซากปรักหักพัง ความเงียบ… ที่ฉันต้องการ… ก็เข้าครอบงำ มันไม่ใช่ความเงียบ… ที่สงบ แต่มันคือความเงียบ… ที่ถูกคุกคาม ฉันไม่ได้ยินเสียงใครอีก ยกเว้น… เสียงของวาวา และ… เสียงการ์ตูน ที่เปิดซ้ำไปซ้ำมา ตลอดเวลา

ความสัมพันธ์ของฉันกับวาวา… มันเปลี่ยนไปแล้ว มันไม่ใช่แค่การรัก… แต่มันคือการ… รับใช้ ฉันต้องทำตาม… คำสั่งของเธอ… ทุกอย่าง คำสั่งที่… ไม่ได้มาจากปากเธอ แต่มาจาก… ความเงียบ… ในหัวของฉัน

“แม่… เปลี่ยนชุดให้หนู” “แม่… อยากกินเค้กช็อกโกแลต” “แม่… อย่ามองออกไปนอกหน้าต่าง” “อย่ามอง” เสียงสั่งนั้น… ดุดันขึ้นเรื่อยๆ ฉันรู้สึกว่า… วาวา… กำลังใช้ฉันเป็นเครื่องมือ เพื่อ… ควบคุมพื้นที่ และ… ควบคุมความจริง

คอนโดใหม่ที่ฉันเคยภาคภูมิใจ… ตอนนี้… กลายเป็น… รังหนู เศษอาหารเน่าเสีย จานชามที่ไม่ถูกล้าง คราบน้ำหวานสีแดง… ที่แข็งตัว… บนพื้นกระเบื้อง กลิ่น… กลิ่นที่น่าสะอิดสะเอียน มันหมักหมม… จนฉัน… แทบจะแยกไม่ออก ว่านี่คือ… กลิ่นของขยะ… หรือกลิ่นของ… ความบ้าคลั่ง

แต่… ท่ามกลางความสกปรกทั้งหมดนี้ วาวา… ยังคงสะอาด สวยงาม ฉันเช็ดตัวให้เธอ ฉันดูแลเสื้อผ้าของเธอ เธอ… คือสิ่งเดียว… ที่ยังคง… สมบูรณ์แบบ ในโลกที่… แตกสลายของฉัน และ… สร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยว… ของกฤต มันยังคงอยู่ที่ข้อมือเธอ ตอนนี้… มันหมองคล้ำ เหมือนถูก… พละกำลังบางอย่าง… กัดกร่อน

ฉันเริ่มเห็น… ภาพหลอน หรือ… อาจจะไม่ใช่ภาพหลอน ฉันนั่งอยู่บนพื้น อยู่ห่างจากวาวาประมาณสามเมตร ฉันไม่กล้าเข้าใกล้กว่านั้น เพราะฉันกลัว… ว่าเธอจะสั่งให้ฉันทำอะไร… ที่ฉัน… ไม่อยากทำ

“แม่… ตรงนั้น… มีแมลงสาบ” เสียงวาวากระซิบ ฉันมองไป ไม่มีอะไร “แม่… มันกำลังคลาน… มาหาหนู” เธอสั่ง ฉันรู้สึกถึง… ความเย็นยะเยือก ฉันมองไปที่พื้น… ที่ว่างเปล่า แล้ว… ฉันก็เห็น เงา เงา… สีดำ… วูบไหว เหมือน… สิ่งมีชีวิต… ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่… เมื่อฉันจ้องมอง มันก็หายไป “มันอยู่ในหัวแม่นะ” ฉันบอกตัวเอง “แม่แค่… ไม่ได้นอน”

แต่แล้ว… ฉันก็ได้ยินเสียง เสียง… แครก เหมือนแก้ว… ถูกบด ฉันหันไปมอง… ตู้กระจก ที่ใส่ของเล่น ของวาวา ฉันเห็นรอยร้าว รอยร้าว… ยาวๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้น บนบานกระจก

“หนู… ไม่ชอบให้แม่… มองอย่างอื่น” วาวาสั่ง เสียงของเธอ… เต็มไปด้วย… ความหึงหวง “แม่… มองหนู… คนเดียวก็พอ” ฉันกลัว ฉันกลัวว่า… อำนาจของเธอ… มันเริ่ม… ออกมา… สู่โลกภายนอกแล้ว

ฉันทรุดตัวลง นั่งกอดเข่า ฉันไม่ได้กินอะไรเลย… เป็นเวลาเกือบสามวันแล้ว ท้องฉัน… ปวดเกร็ง แต่ฉัน… ไม่กล้าลุกไปต้มบะหมี่ “แม่… อยู่กับหนู” เสียงของวาวา… คือ… คำสั่ง และ… คือ… โซ่ตรวน

ปัง! ปัง! ปัง! เสียง… เสียงทุบประตู! มันดัง… เหมือนฟ้าผ่า ในความเงียบ… ที่ถูกคุกคามนี้ ฉันสะดุ้งสุดตัว วาวา… ยังคงนั่งนิ่ง แต่ฉันรู้สึกว่า… พลังงานบางอย่าง… พุ่งออกมาจากเธอ

“อร! เปิดประตู!” เสียง… เสียงที่คุ้นเคย แต่ตอนนี้… มันเต็มไปด้วย… ความโกรธ และ… ความสิ้นหวัง “นี่พี่เอง! พี่กฤต! พี่รู้ว่าอรอยู่ข้างใน!” กฤต… เขากลับมาแล้ว เขาคงเป็นห่วง เขาคง… ไปถามนิติ เขาคง… พยายามติดต่อฉันทุกวิถีทาง “อย่าตอบนะ” วาวาสั่ง เสียงกระซิบของเธอ… เย็นชา “อย่าให้มันรู้… ว่าแม่… ยังอยู่”

ฉันนั่งนิ่ง กลั้นหายใจ ฉันมองไปที่ประตู ประตู… ที่ฉันไม่ได้ล็อก ฉันไม่จำเป็นต้องล็อก เพราะ… วาวา… เป็นผู้ควบคุม “อร! พี่เห็นไฟห้องอร! พี่ไปคุยกับพนักงาน… เขาบอกว่าอรไม่เคยออกมาเลย… เป็นอาทิตย์แล้ว!” เสียงกฤต… ดังขึ้น เต็มไปด้วยความกังวล และความกลัว “อร! ถ้าอรไม่เปิด… พี่จะโทรเรียกตำรวจนะ!”

ตำรวจ… คำนั้น… ทำให้ฉันกลัว แต่… สิ่งที่ฉันกลัวกว่า… คือ… ความโกรธของวาวา “แม่… อย่าให้มัน… เอาหนูไปได้” “ถ้ามันเอาหนูไป… มันจะทิ้งแม่… ให้โดดเดี่ยว… อีกครั้ง” ภาพ… ของตัวเอง… ที่นั่งอยู่ในห้องเช่าเก่าๆ จ้องมองบิลค่าใช้จ่าย มันย้อนกลับมา ฉันไม่ต้องการกลับไปที่นั่น ฉันไม่ต้องการ… ความโดดเดี่ยว

“ไล่มันไป” วาวาสั่ง “บอกมัน… ว่าแม่เกลียดมัน” ฉันคลานไปที่ประตู มือของฉัน… สัมผัสกับเนื้อไม้ที่เย็นเฉียบ “อร! คุยกับพี่สิ!” กฤตยังคงทุบประตู “แก!” ฉันตะโกน เสียงฉันแหบ เหมือน… คนไม่ได้ใช้เสียงมานาน “ออกไปนะ!” “อร… ” เขาชะงัก คงแปลกใจ… ที่ฉันตอบ “อร… เปิดประตูให้พี่ดูหน่อยสิ ว่าอรปลอดภัย” “ฉันปลอดภัย!” ฉันกรีดร้อง “ฉันมีความสุข! มีความสุข… มากกว่าตอนที่อยู่กับแกอีก!” “แก… มันคือ… ปีศาจ! ปีศาจ… ที่พยายามจะมาทำลาย… ครอบครัวของฉัน!” “อร! พูดอะไรน่ะ! ครอบครัวอะไร! นั่นมันแค่ตุ๊กตา! อรป่วยนะ! อรต้องไปหาหมอ!”

คำว่า ‘ตุ๊กตา’ คำว่า ‘ป่วย’ มันจุดไฟ… ความโกรธ… ที่วาวา… ปลูกฝังไว้ในตัวฉัน “แก… ไม่เชื่อลูกฉัน!” ฉันคำราม “แก… ไม่ยอมรับ… ความสุขของฉัน!” “แก… ออกไปจากชีวิตฉัน… เดี๋ยวนี้!” ความเงียบ… เข้าปกคลุมอีกครั้ง ฉันได้ยินเสียง… กฤตถอนหายใจ ยาว… และหนักอึ้ง “โอเค… อร” เสียงเขา… อ่อนแรง “พี่จะไป… แต่… พี่ไม่ยอมแพ้หรอกนะ” “พี่จะกลับมา” เสียงฝีเท้าของเขา… ค่อยๆ… เดินห่างออกไป จากประตู ไกลออกไป จนกระทั่ง… เงียบสนิท ฉันทรุดตัวลง พิงประตู ฉันทำสำเร็จแล้ว ฉันปกป้องวาวาได้แล้ว “แม่… ทำดีมาก” วาวาชม เสียงของเธอ… อ่อนโยน เต็มไปด้วยความรัก ฉันยิ้ม ใบหน้าของฉัน… เปื้อนคราบน้ำตา และ… เหงื่อ “แม่ทำเพื่อลูก… วาวา” “แม่… จะไม่มีวัน… ให้ใครมาพรากเรา… จากกันได้”

ฉันลุกขึ้น เดินกลับไปที่โซฟา ฉันมองไปที่วาวา ฉันเห็นเธอ… นั่งนิ่ง แต่… ฉันสาบานได้ ฉันเห็น… ดวงตาแก้วของเธอ… สะท้อนแสงไฟจากทีวี และ… มันกำลัง… กลอก มันกลอก… มามองฉัน ช้าๆ แล้ว… รอยยิ้มที่ถูกวาดไว้… มันก็ค่อยๆ… ฉีกกว้าง กว้าง… จนผิดธรรมชาติ ฉันกรีดร้อง เสียงร้องของฉัน… แหบพร่า อยู่ในลำคอ ฉันล้มลง… พื้น ทุกอย่าง… มืดมิด


ฉันตื่นขึ้น ใบหน้าของฉัน… สัมผัสกับพื้นพรมที่เหนียวเหนอะหนะ กลิ่นเหม็น… ตีเข้าจมูกฉัน ฉันรู้สึกปวดหัว… รุนแรง เหมือนมีใครบางคน… กำลังทุบตีสมองของฉัน ฉันค่อยๆ ลืมตา ความมืด… ของห้องที่ไม่ได้เปิดไฟ ทำให้ฉันมองเห็น… เงาตะคุ่มๆ ของวาวา ที่นั่งอยู่บนโซฟา

“แม่… ตื่นแล้วเหรอ” เสียงกระซิบ… ที่คุ้นเคย แต่… วันนี้มัน… ดูเหมือน… เยาะเย้ย ฉันพยายามจะลุก แต่ร่างกายของฉัน… มันหนักอึ้ง เหมือนถูก… แรงโน้มถ่วงที่มองไม่เห็น… กดทับ

“แม่… อยากจะทำอะไร” วาวาถาม “ลุกขึ้น… แล้วไปหาของกินเหรอ” “ไม่… ” ฉันปฏิเสธ “ฉัน… ฉันจะไป… ปิดทีวี” ฉันพยายาม ฉันเกร็งกล้ามเนื้อ เพื่อที่จะ… ลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายของฉัน… ไม่ตอบสนอง มัน… แข็งทื่อ “หนูไม่ให้” วาวาสั่ง เสียงของเธอ… แฝงด้วย… ความสนุก “แม่ต้องอยู่ตรงนั้น” “แม่… ต้องจ้องมองหนู” “ต้องรับใช้หนู… ด้วยความเงียบ”

ความหวาดกลัว… มันไม่ได้อยู่ที่ว่า… เธอจะทำร้ายฉัน แต่… ความหวาดกลัวที่แท้จริงคือ… ฉันไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้อีกต่อไป “แก… ทำอะไรกับฉัน” ฉันคำราม เสียงของฉัน… แหบพร่า เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

ฉันใช้แขน… ยันพื้น ฉันคลาน คลาน… ไปที่โต๊ะข้างๆ ที่รีโมตทีวี… วางอยู่ ฉันต้องปิดเสียงการ์ตูน ฉันต้อง… ปิดเสียง… ที่กำลังขับกล่อม… ความบ้าคลั่งของฉัน นิ้วของฉัน… สัมผัสกับพลาสติกเย็นๆ ของรีโมต ฉันยกนิ้วโป้งขึ้น… เหนือกุ่ม ‘Power’ “อย่ากดนะ” วาวาสั่ง เสียงของเธอ… ดังขึ้นในหัวฉัน เหมือนเสียงเตือนภัย ฉันกัดฟัน ฉันต้องกด ฉันพยายามออกแรง… ที่ปลายนิ้ว แต่… นิ้วของฉัน… ไม่ขยับ มันแข็งเกร็ง มันเหมือนถูก… ตะปูที่มองไม่เห็น… ตรึงไว้

ฉันกรีดร้อง เสียงร้องที่… แหบ… และไร้พลัง ฉันใช้มืออีกข้าง… ทุบลงไปที่… รีโมต ปัง! ฉันทุบซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่ง… เลือด… เริ่มไหลซึม… ออกจากรอยแผลเก่า… ที่ข้อมือฉัน แต่… รีโมต… ยังคงไม่แตก และ… ทีวี… ยังคงเปิดอยู่ เสียงเพลงเด็ก… ยังคงดังลั่น มัน… กำลังหัวเราะเยาะฉัน

ฉันล้มตัวลง ความพ่ายแพ้… มันท่วมท้น ฉันรู้แล้ว วาวา… ควบคุมฉันได้แล้ว ไม่เพียงแค่… จิตใจ แต่… ร่างกาย… ของฉันด้วย

ฉันคลานกลับ… เข้าสู่ความมืด ฉันรู้สึกว่า… ฉันกำลังจะตาย ฉันต้องการ… ความสงบ ความสงบ… ที่แท้จริง

ฉันนึกถึง… ห้องน้ำ ห้องน้ำ… ที่เคยเป็น… ที่หลบภัย ที่เดียว… ที่ไม่มีวาวา ฉันใช้แรงทั้งหมด… คลานเข้าไปในห้องน้ำ ฉันปิดประตู และ… ล็อกมัน เสียง ‘กริ๊ก’ ของกุญแจ… เป็นเสียงเดียว… ที่ทำให้ฉัน… รู้สึก… ว่าฉันยังมี… อำนาจ

ฉันหันไป… มองกระจก กระจกที่… ฉันทุบแตกไปแล้ว รอยร้าว… เหมือนใยแมงมุม… ปกคลุมทั่วพื้นผิว ฉันมองตัวเอง ในเงาสะท้อนที่บิดเบี้ยว ฉันเห็น… ใบหน้าของตัวเอง ผู้หญิงที่… เกือบจะกลายเป็นซากศพ ผมเผ้ารุงรัง ดวงตาที่… บ้าคลั่ง แล้ว… ฉันก็เห็น เงา เงา… สีแดง ที่สะท้อน… มาจาก… ข้างหลังฉัน ฉันหันขวับ! ห้องน้ำ… ว่างเปล่า ฉันรู้สึกเหมือน… หัวใจของฉัน… กำลังจะระเบิด ฉันหันกลับไปที่กระจก เงาสะท้อนของฉัน… กำลังจ้องมอง… วาวา… ที่ยืนอยู่ข้างหลังฉัน เธอยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดสีชมพู รอยยิ้มของเธอ… ในกระจก… เต็มไปด้วย… ชัยชนะ “หนู… อยู่กับแม่… เสมอ” เธอพูด เสียงของเธอ… ไม่ได้ออกมาจากปาก แต่… มันดัง… ก้องอยู่ใน… ผนังห้องน้ำ ฉันกรีดร้อง ฉันใช้มือ… ที่เปื้อนเลือด ทุบซ้ำลงไป… ที่กระจก เศษแก้ว… บาดผิวฉัน บาดลึก เลือด… ไหลอาบมือ แต่… ฉันไม่สน ฉันไม่รู้สึกเจ็บ ฉันแค่อยาก… ทำลาย… ภาพสะท้อน… ของปีศาจ… ที่ตามหลอกหลอนฉัน

ฉันทรุดตัวลง นั่งจมกองเลือด… และเศษแก้ว ฉันกอดเข่า ร้องไห้ “ฉันจะทำยังไง… ฉันจะทำยังไง” ฉันกระซิบ ฉันต้องหาทางออก ฉันต้อง… เป็นอิสระ “แม่… หนาว” เสียงวาวา… ดังมาจาก… นอกประตู เสียง… ที่ดูเหมือน… อ่อนแอลง “แม่… ออกมาหาหนูสิ” “หนู… คิดถึงแม่” ฉันส่ายหัว “ไม่” “ฉันไม่ไป” “ฉัน… จะไม่ยอมให้แก… ควบคุมฉันอีก” ฉันมองไปที่… ข้อมือของตัวเอง มือที่เปื้อนเลือด ฉันเห็น… เศษแก้วชิ้นหนึ่ง ชิ้นเล็กๆ ที่แหลมคม

ความคิดหนึ่ง… แวบเข้ามาในหัวฉัน ความคิดที่… น่ากลัว แต่… มันคือ… ทางเดียว… ที่จะหยุด… ความบ้าคลั่งนี้ได้ ฉันต้อง… ทำร้ายตัวเอง ฉันต้อง… ทำให้ร่างกายของฉัน… บาดเจ็บ บาดเจ็บ… จนกระทั่ง… วาวา… ไม่สามารถใช้มันได้อีก ฉันต้อง… เอาคืน ฉันต้อง… แสดงให้เธอเห็น… ว่าฉัน… ยังมีอำนาจ

ฉันหยิบเศษแก้วขึ้นมา มันเย็น… และแหลมคม ฉันมองมัน มอง… ความมุ่งมั่น… ที่ฉายในแววตา ฉันยกมันขึ้นมา จ่อไปที่… ข้อมือของฉัน “ทำไม” เสียงวาวา… ดังขึ้น ในหัวฉัน แต่… ครั้งนี้… มันดู… สับสน และ… หวาดกลัว “แม่… จะทำร้ายตัวเองทำไม” “หนู… ไม่ชอบเห็นแม่… เจ็บนะ” “ฉันทำ… เพื่อลูก” ฉันตอบ “เพื่อ… ให้แก… ปล่อยฉันไป” ฉันกด… เศษแก้ว… ลงไป ที่ผิวหนัง เลือด… สีแดงสด ทะลักออกมาทันที มันร้อน… และ… มันเจ็บ แต่… ความเจ็บปวดทางกาย… กลับทำให้… ความเจ็บปวดทางจิตใจ… ลดลง

“หยุดนะ!” เสียงวาวา… กรีดร้อง เสียงของเธอ… ตอนนี้… เหมือนเด็กจริงๆ ที่กำลัง… หวาดกลัว “แม่! หยุด! หนู… ไม่ชอบ! หนูจะ… ปล่อยแม่ไป! หนู… สัญญา!” ฉันเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของฉัน… เปื้อนเลือด “โกหก” ฉันพูด “แกโกหกฉัน… มานานแล้ว” ฉันกด… เศษแก้ว… ลงไป… ลึกกว่าเดิม

ทันใดนั้น… เสียงก็เงียบไป เสียงของวาวา หายไปแล้ว ความเงียบ… เข้ามาแทนที่ ฉันรู้สึกถึง… ความอ่อนเพลีย ฉันล้มตัวลง นั่งจมกองเลือด แต่… ฉันยิ้ม ฉันรู้สึก… เป็นอิสระ ฉันควบคุมตัวเองได้แล้ว

แต่… ในวินาทีที่… ฉันกำลังจะ… หลับตาลง เสียง… เสียงทุบประตู… ก็ดังขึ้น ปัง! ปัง! ปัง! ไม่ใช่เสียงกฤต แต่มันคือ… เสียงที่… ดัง… กว่านั้น “อร! อร! นี่พี่เอง! พี่มากับตำรวจนะ!” เสียง… ของกฤต ที่กลับมา… อีกครั้ง “พี่… จะมาช่วยอร! พี่รู้ว่าอร… ไม่ปลอดภัย!” หัวใจฉันเต้นรัว มันมาแล้ว จุดจบ… ของโลกของฉัน มันมาถึงแล้ว


เสียงทุบ… มันดังกว่าที่เคย ไม่ใช่แค่การทุบด้วยมือ แต่เป็นเสียง… ของการบุกรุก เสียงไม้ที่แตก… เสียงโลหะที่บิดเบี้ยว โครมมมม!!! ประตูหน้าห้อง… ถูกพัง บานประตูที่หรูหรา… ของคอนโดมิเนียมราคาแพง ตอนนี้… นอนแผ่ราบอยู่บนพื้น เหมือน… ซากสัตว์ที่ตายแล้ว

ฉันนั่งนิ่ง ในกองเลือด ในห้องน้ำ มือของฉัน… มือที่เพิ่งทำร้ายตัวเองไป มันหยุดสั่นแล้ว ฉันมองมัน เลือดสีแดง… มันดูเหมือน… อิสรภาพ “แม่… ” เสียงของวาวา… เงียบสนิท ฉันรู้สึกถึง… ความว่างเปล่า ความว่างเปล่า… ที่เคยถูกเติมเต็มด้วย… ความบ้าคลั่งของเธอ ตอนนี้… ฉันเป็นอิสระแล้ว แต่… ความรู้สึกนี้… มันอยู่ได้ไม่นาน

“อร! อรอยู่ไหน!” เสียงกฤต… คำราม เสียงของเขา… เต็มไปด้วยความโกรธ และความตื่นตระหนก “ตำรวจ! ตามมา! อยู่ไหนวะ!” ฉันได้ยินเสียง… ฝีเท้าหนักๆ ย่ำเข้ามาในห้องรับแขก เขาคงเข้ามาคนเดียว ตำรวจ… คงกำลังรออยู่ข้างนอก

กฤตชะงัก ฉันจินตนาการได้ถึง… ภาพที่เขาเห็น แสงสลัวจากทีวี… ที่ยังคงเปิดอยู่ ฉายให้เห็น… สภาพห้องที่… เหมือนเพิ่งผ่านสงคราม กองขยะ… เศษอาหารที่แห้งกรัง… กลิ่นเหม็นเน่าที่… ตลบอบอวล… จนแทบจะหายใจไม่ออก “โอ๊ย… อะไรวะเนี่ย” เขาพึมพำ เสียงของเขา… เปลี่ยนเป็น… ความขยะแขยง และ… ความหวาดกลัว “อร! อร! ออกมาเดี๋ยวนี้!” เขาเดินลุย… เศษซากเข้ามา

สายตาของเขา… ต้องไปสะดุดเข้ากับ… วาวา วาวา… ที่ยังคงนั่งนิ่ง บนโซฟา ในชุดสีชมพู… ที่ยังคงสะอาดสะอ้าน ท่ามกลาง… ความสกปรก เธอคือ… ภาพที่ขัดแย้ง และ… ภาพที่… ย้ำเตือน… ถึงความบ้าคลั่งของฉัน “นั่นมัน… ” เสียงกฤต… ต่ำลง เต็มไปด้วย… ความเกลียดชัง “ไอ้… ตุ๊กตาบ้า!”

“ไม่!” เสียงวาวา… กรีดร้อง… ในหัวฉัน มันกลับมาแล้ว! มันกลับมา… พร้อมกับ… ความตื่นตระหนก “แม่! มันจะทำร้ายหนู! อย่าให้มันแตะต้องหนู!” ฉันลืมตา ความรู้สึกอิสระ… หายไปแล้ว ถูกแทนที่ด้วย… สัญชาตญาณของการปกป้อง ฉันคือแม่ ฉันต้อง… ปกป้องลูก

ฉันยันตัวลุกขึ้น ฉันเปิดประตูห้องน้ำ มือที่เปื้อนเลือด… ทิ้งรอย… สีแดงฉาน… ไว้บนลูกบิดสีเงิน ฉันก้าวออกมา ฉันยืนอยู่ตรงนั้น ตัวเปื้อนเลือด ผมเผ้ารุงรัง เหมือน… สัตว์ร้าย… ที่ถูกต้อนจนมุม

กฤตหันมา เขาเห็นฉัน สายตาของเขา… เปลี่ยนจาก… ความโกรธ… เป็น… ความตกใจสุดขีด “อร! พระเจ้า! เลือด! ใครทำอะไรอร! เกิดอะไรขึ้น!” เขาพุ่งเข้ามาหาฉัน พยายามจะจับฉัน “อย่าแตะต้องฉัน!” ฉันตวาด ฉันถอยหลัง “เราต้องไปโรงพยาบาล! เดี๋ยวนี้!” เขาพยายามจะคว้าแขนฉัน

“เขาโกหกนะแม่!” วาวากรีดร้อง “เขาจะพาแม่… ไปทิ้ง! ไปขังแม่! ไปแยกเรา!” ฉันมองไปที่กฤต ใบหน้าของเขา… เต็มไปด้วยความกังวล แต่ฉันเห็นเพียง… ความทรยศ ที่วาวา… ได้ปลูกฝังไว้

“แก… มาทำไม” ฉันถาม เสียงของฉัน… แหบ… และไร้อารมณ์ “พี่มาช่วยอร! พี่รู้ว่าอร… ไม่สบาย! พี่จะพาอรไปหาหมอ!” “หมอเหรอ! แกจะพาฉันไป… ที่ที่ไม่มีลูกฉันเหรอ!” ฉันดันเขาออก

แล้วกฤต… ก็หันไป เขาเห็นวาวา นั่งอยู่บนโซฟา เขาสบตากับดวงตาแก้วคู่นั้น ความอดทนของเขา… สิ้นสุดลงแล้ว ความรักที่เขามีต่อฉัน มันถูกแทนที่ด้วย… ความเกลียดชัง… ต่อสิ่งที่ทำลายฉัน “ไอ้ปีศาจ!” เขากัดฟัน เขาวิ่งตรงไปที่โซฟา “พี่จะทำลายมัน!” “พี่จะเอาแกไปเผา! เอาแกไปทิ้งซะ!”

“ไม่!” ฉันกรีดร้อง เสียงร้องของฉัน… ดังกว่าเสียงใดๆ มันคือเสียง… ของความเป็นแม่ ที่ปกป้องลูก

กฤตเอื้อมมือไป กระชากวาวาขึ้นมา เขาถือเธอไว้… ด้วยความรังเกียจ “แก… ต้องจบลงตรงนี้!” “อย่า!” ฉันพุ่งเข้าใส่หลังเขา ฉันใช้มือ… ที่เปื้อนเลือด… ทุบหลังเขา จิก… กัด ด้วยแรงทั้งหมด… ที่ฉันมี “ปล่อยลูกฉันนะ!” “อร! บ้าไปแล้วเหรอ!” กฤตสะบัดฉันออก เขาแข็งแรงกว่า ฉันกระเด็นออกไป ล้มลงบนพื้น วาวา… หลุดจากมือเขา เธอร่วงหล่น… ลงสู่พื้น

โครม! ไม่ใช่เสียงนุ่มนวล แต่เป็นเสียง… พลาสติก… กระทบกับ… พื้นกระเบื้อง ฉันมองดู วาวา… นอนนิ่ง คอของเธอ… บิด ผิดรูป ดวงตาแก้วของเธอ… จ้องมองเพดาน เธอ… แตกสลาย ความเงียบ ความเงียบ… ที่แท้จริง… กลับมาอีกครั้ง ไม่มีเสียงกรีดร้องของวาวา ไม่มีเสียงในหัวฉัน มีเพียง… เสียงการ์ตูน ที่ยังคงดัง… มาจากทีวี

ฉันหยุดนิ่ง ฉันมองไปที่วาวา ฉันมองไปที่… คอที่หักของเธอ ความเจ็บปวด… ที่ฉันรู้สึก… มันไม่เหมือนตอนที่… ฉันทำร้ายตัวเอง มันคือ… ความว่างเปล่า ความว่างเปล่า… ที่ถูกทำลาย

“แก… ” ฉันกระซิบ ฉันหันไปมองกฤต ช้าๆ เขายืนหอบ มองวาวา… ที่แตกสลาย ในมือของเขายังมี… เศษชิ้นส่วน เล็กๆ… ของวาวา “อร… มันจบแล้ว” เขาพูด เสียงของเขา… สั่นเครือ “พี่ขอโทษที่ต้องทำแบบนี้ แต่… เราต้องไปหาหมอ… เดี๋ยวนี้!”

“แก… ฆ่าลูกฉัน” ฉันพูด เสียงของฉัน… เย็นชา จนถึงกระดูก มันไม่ใช่เสียงของฉัน มันคือเสียง… ของความว่างเปล่า… ที่ถูกเติมเต็มด้วย… ความเกลียดชัง “อร… ตั้งสติสิ นั่น… มันไม่ใช่…” “มันคือลูกฉัน!” ฉันคำราม ฉันลุกขึ้นยืน ฉันไม่รู้สึกเจ็บอีกแล้ว ความเจ็บปวด… ทั้งหมด… มันเปลี่ยนเป็น… พลัง ฉันพุ่งเข้าใส่เขา ครั้งนี้… ไม่ใช่การต่อสู้… ของคนรัก แต่เป็นการต่อสู้… ของ… สัตว์ร้าย

ฉันไม่ได้ทุบตี ฉัน… ผลัก ฉันใช้แรงทั้งหมด… ที่ฉันมี แรงที่… มาจากความสิ้นหวัง แรงที่… มาจากความว่างเปล่า “ฉันเกลียดแก! ไปตายซะ!”

กฤต… ไม่ได้ตั้งตัว เขาผงะ… ถอยหลัง… เขาเหยียบเข้ากับ… ถุงขยะที่ลื่น และ… เศษอาหาร เขาล้ม! เขาหงายหลัง ศีรษะของเขา… กระแทก… เข้ากับ… ขอบคอนกรีต… ของธรณีประตู ตุ้บ! เสียง… ดังสนั่น เสียง… ที่หนักอึ้ง และ… มันเงียบ กฤต… นอนนิ่ง ตาของเขา… เบิกกว้าง จ้องมอง… ทะลุผ่านฉันไป เลือด… สีแดงฉาน… เริ่มไหล… ออกมาจาก… ใต้ศีรษะของเขา มันไหล… ช้าๆ บนพื้น… ที่สกปรก

ฉันยืนอยู่ตรงนั้น หายใจหอบ ฉันมองกฤต เขาตายแล้ว เขา… จากไปแล้ว ความรู้สึก… ของความผิด… ความเศร้า… ไม่มีเลย มีเพียง… ความโล่งใจ และความว่างเปล่า

ฉันเดิน ช้าๆ ข้าม… ร่างของกฤต ฉันไม่มองเขา ฉันเดินไปที่… วาวา ฉันคุกเข่าลง ฉันหยิบเธอขึ้นมา เธอ… เบา คอของเธอ… ยังคงหัก ฉันจัด… คอของเธอ พยายามจะให้มัน… กลับเข้าที่ แต่… มันก็พับลงไปอีก “ไม่เป็นไรนะ… ลูก” ฉันกระซิบ เสียงของฉัน… อ่อนโยน เต็มไปด้วยความรัก “ไม่เป็นไรนะ… ไอ้ตัวมาร… มันไปแล้ว” “เขา… จะไม่มีวัน… มาทำร้ายเราอีกแล้ว”

ฉันนั่งลง บนพื้น ท่ามกลางกองขยะ ข้างๆ… ร่างที่ไร้วิญญาณ… ของกฤต ฉันกอดวาวาแน่น ฉันโยกตัว… ช้าๆ เบาๆ ฉันยิ้ม “เรา… จะอยู่ด้วยกัน… ตลอดไป” เสียงการ์ตูน… ยังคงดัง ในห้องที่เต็มไปด้วย… ความตาย ฉันไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว ไม่กลัว ไม่เจ็บ ไม่รักใคร ฉันมีแค่… วาวา


“ฉันไม่ได้บ้า” ฉันพูดคำนี้ซ้ำไปซ้ำมา ในห้องสีขาว มันคือเกราะป้องกันเดียวที่ฉันมี ฉันไม่ต้องการยา ยา… ที่พยาบาลฉีดให้ฉันทุกเช้า ยา… ที่ทำให้ฉันง่วง ทำให้ทุกอย่าง… พร่ามัว และ… ทำให้ฉัน… ลืมวาวา “ยาจะช่วยให้คุณ… สงบสติอารมณ์” พยาบาลบอก “ยาจะช่วยให้คุณ… ยอมรับความจริง” ความจริง… คำพูดของพวกเขาทิ่มแทง “ความจริงคืออะไร” ฉันถาม น้ำตาไหลซึม… ที่หางตา “ความจริงที่ว่า… ฉันรักลูกเหรอ” “ความจริงที่ว่า… ไอ้กฤต… มันพยายามจะฆ่าลูกฉันเหรอ” พยาบาลไม่ตอบ เธอแค่… ส่ายหัว ด้วยความสมเพช เธอเดินจากไป ล็อกประตู ฉันถูกขัง… อีกแล้ว แต่คุกนี้… มันน่ากลัวกว่า คุกสีขาว… ที่เงียบ… จนฉันได้ยินเสียง… หัวใจตัวเองเต้น ฉันต้องการวาวา ฉันต้องการเสียงของเธอ ไม่ว่ามันจะน่ากลัวแค่ไหน อย่างน้อย… มันก็ทำให้ฉันรู้ว่า… ฉันไม่ได้อยู่คนเดียว “วาวา… ” ฉันกระซิบ… ในความมืด “ลูกอยู่ที่ไหน… แม่คิดถึงลูก”


ในขณะเดียวกัน ที่สถานีตำรวจ แสงไฟ… สว่างจ้า กลิ่นบุหรี่… และกาแฟเข้มข้น… อบอวลในอากาศ สารวัตรธนา… นายตำรวจผู้รับผิดชอบคดี นั่งอยู่ตรงข้าม… ผู้หญิงสูงวัย แม่จันทรา ธนา… มองแม่จันทรา ด้วยสายตาที่… เต็มไปด้วย… ความไม่ไว้ใจ “คุณคือคนที่ขายตุ๊กตา… ให้คุณอร… ใช่ไหม” เขาถาม เสียงห้วน แม่จันทราพยักหน้า ช้าๆ ท่าทางของเธอ… สงบ เกินกว่า… ผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม “ฉันให้ ‘ลูก’ กับเธอ” เธอแก้ไขคำ เสียงของเธอ… เรียบ… และหนักแน่น “อย่ามาเล่นลิ้น!” ตำรวจอีกคน… ตบโต๊ะ! เสียงดังสนั่น “เรามีคนตาย! และผู้หญิงคนนั้น… ก็เสียสติไปแล้ว! คุณทำอะไรกับตุ๊กตา! คุณใส่… คุณไสย… หรือมนต์ดำอะไรลงไป! บอกความจริงมา!” แม่จันทรา… ยิ้ม เป็นรอยยิ้ม… ที่เยือกเย็น เหมือนหิมะ “ฉันไม่ได้ทำอะไร” เธอตอบ เสียงเรียบ “ฉันแค่… ให้ในสิ่งที่เธอต้องการ” “ต้องการอะไร” สารวัตรธนาถาม ลดเสียงลง พยายาม… ใช้จิตวิทยา “เธอต้องการ… ความสำเร็จ เธอต้องการ… ความรักที่สมบูรณ์ เธอต้องการ… ใครสักคน… ที่จะ ‘เห็น’ เธอ… ในแบบที่เธอเป็น” “แล้วคุณก็ให้ตุ๊กตาผีสิงกับเธอ!” “ฉันให้ ‘ลูกเทพ’ กับเธอ” แม่จันทราสวนกลับ “ลูกเทพ… ไม่ใช่ผีสิง ลูกเทพ… คือ ‘กระจกเงา’ ” ธนาขมวดคิ้ว “กระจกเหรอ” “ใช่” เธอบอก “มันคือกระจก… ที่สะท้อน… สิ่งที่อยู่ลึกที่สุด… ในใจของเจ้าของ” เธอจ้องตาธนา “อร… เธอเป็นคนดี แต่เธอ… โดดเดี่ยว และ… อ่อนแอ เธอโหยหาความสำเร็จ… มากเสียจน… ยอมทิ้ง… สามัญสำนึกไป เพื่อแลกกับ… แสงสว่างจอมปลอม” “ลูกเทพ… ก็แค่ ‘อนุญาต’ อนุญาต… ให้ความปรารถนานั้น… กลายเป็นจริง”

“แล้วเรื่องฆาตกรรมล่ะ!” ตำรวจอีกคนตะคอก “เรื่องความรุนแรง! ความบ้าคลั่ง! นั่นมันสะท้อนอะไร!” แม่จันทราถอนหายใจ ยาว… และหนักอึ้ง “ความปรารถนา… ที่ไร้ขีดจำกัด มันมาพร้อมกับ… ความกลัว” “อร… เธอกลัว… ที่จะสูญเสีย เธอกลัว… ที่จะถูกทอดทิ้ง อีกครั้ง… เหมือนตอนที่… ความล้มเหลวครั้งเก่า… ทอดทิ้งเธอ” “ความกลัว… มันก่อให้เกิด… ความหึงหวง ความหึงหวง… ที่รุนแรง จนกลายเป็น… ความคลั่งไคล้… ในการครอบครอง” “ตุ๊กตา… ไม่ได้สั่งให้เธอฆ่าใคร” แม่จันทรายืนยัน “ตุ๊กตา… ไม่ได้ขยับเอง ไม่ได้พูดเอง” “แล้วเสียงล่ะ! เสียงที่เธอได้ยิน!” “เสียงนั่น… คือเสียงของตัวเธอเอง” แม่จันทราพูด เสียงของเธอ… อ่อนลง เหมือน… ความเห็นอกเห็นใจ “เสียง… จากจิตใต้สำนึก เสียง… ของความหวาดระแวง เสียง… ที่บอกให้เธอ… กำจัด… ทุกอย่าง… ที่ขวางทาง… ระหว่างเธอกับ… ‘ความสำเร็จ’ ” “มันไม่ใช่ความผิดของตุ๊กตา” เธอกล่าวสรุป “มันคือ… สันดานดิบ ของมนุษย์ ที่ถูกปลดปล่อย… ออกมา… โดยไม่มีอะไร… ยับยั้ง”

ตำรวจเงียบ พวกเขา… ไม่อยากเชื่อ แต่คำพูดของเธอ… มัน… สมเหตุสมผล “แล้วสร้อยคอล่ะ” สารวัตรธนา… โยนซองพลาสติก… ลงบนโต๊ะ เสียงดัง ‘ตึ้ง’ ข้างใน… คือสร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยว ที่เปื้อนคราบ… สกปรก “เราเจอสิ่งนี้… พันอยู่แน่น… ที่ข้อมือตุ๊กตา ที่ถูกใช้เป็นอาวุธ” เขาเน้นคำว่า ‘อาวุธ’ “แต่ผู้ต้องสงสัย… อ้างว่า… ตุ๊กตาขโมยมันไป ซ่อนมันไว้… เพื่อแสดง… อิทธิฤทธิ์”

ธนาเปิดซองพลาสติก… อีกซอง ข้างใน… มีสร้อยคอ… อีกเส้น เส้นที่… เหมือนกัน เหมือนกัน… ทุกประการ จี้รูปพระจันทร์เสี้ยว “เราเจอเส้นนี้… ซ่อนอยู่ใน… ลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งเก่าๆ ในห้องเช่าเดิม” “หมายความว่าไง” “หมายความว่า… เธอไม่ได้มีสร้อยเส้นเดียว” ธนาอธิบาย “คุณกฤต… อาจจะซื้อให้เธอ… สองเส้น หรือ… เธออาจจะ… ซื้อมันเอง… อีกเส้น หลังจากที่… ทำเส้นแรกหาย” “แต่… คืนที่เธอบอกว่า… ตุ๊กตาขโมยสร้อยไป คืนที่… ความสัมพันธ์… เริ่มพังทลาย คืนที่… เธอเริ่ม ‘เลือก’ ตุ๊กตา” “สร้อย… มันอาจจะไม่ได้หายไปไหนเลย” ตำรวจอีกคนเสริม “เธอ… อาจจะ… เก็บมันไว้เอง ซ่อนมัน… ด้วยมือของเธอเอง” “ในภาวะ… ที่จิตใจ… เริ่มไม่ปกติ” “เธอ… สร้างเรื่อง… ว่าตุ๊กตาขโมยมันไป เพื่อ… หาเหตุผล… ที่จะเกลียดกฤต หาเหตุผล… ที่จะผลักไสเขา หาเหตุผล… ที่จะ… อยู่กับ ‘ลูก’ ของเธอ… เพียงลำพัง”

แม่จันทรา… หลับตาลง ความเงียบ… ยาวนาน “น่าสงสาร” เธอกระซิบ “เธอ… ทำลายตัวเอง เธอ… ขังตัวเอง ก่อนที่ตุ๊กตา… จะขังเธอเสียอีก”


ในห้องสีขาว… ในโรงพยาบาลบ้า ฉันตื่นขึ้น ยา… หมดฤทธิ์แล้ว ฉันยังคงอยู่คนเดียว ความเงียบ… มันกัดกินฉัน ฉันกำมือแน่น “ไม่” ฉันกระซิบ “ไม่จริง มันไม่ใช่เรื่องจริง” “มันคือคำโกหก มันคือแผนการ พวกมัน… ร่วมมือกัน” ฉันมองไปที่ประตู มองไปที่… ผนังสีขาว “พวกมัน… อิจฉาฉัน อิจฉา… ความรัก… ที่ฉันมีต่อวาวา” “พวกมัน… พยายามจะบอกว่า… ฉันบ้า”

ฉันลุกขึ้นจากเตียง ฉันรู้สึกถึง… ความอ่อนแอทางร่างกาย แต่… ความมุ่งมั่น… ในจิตใจ… มันแข็งแกร่งกว่า “ฉันไม่ได้บ้า” ฉันพูด เสียงดัง “วาวา… คือของจริง ความรักของเธอ… คือของจริง ความหึงหวงของเธอ… คือของจริง” “และ… ความตายของกฤต… ” ฉันยิ้ม รอยยิ้มที่… เยือกเย็น “ก็คือของจริง” ฉันเดินไปที่ประตู ฉันทุบ “เปิด! เปิดเดี๋ยวนี้! เอาลูกฉันคืนมา!” ฉันทุบ… และทุบ… จนข้อมือ… ที่พันแผล… เริ่มมีเลือด… ซึมออกมา สีแดง… บนผ้าสีขาว “เปิด!” “ฉันจะไปหาลูกฉัน!” “วาวา! รอแม่นะ! แม่… กำลังไปหา!” ฉัน… จะไม่มีวัน… ยอมรับ “ความจริง” ของพวกมัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube