Chuyến Xe Số 511: Lời Nguyền Hàng Ghế Cuối

รถเมล์ 511: คำสาปเบาะหลัง

ผมชื่อสมชาย อายุห้าสิบเอ็ดปี เป็นคนขับรถเมล์กะดึก สาย 511 เส้นทางสุขุมวิท สายเดียวกับที่ผมขับมาแล้วยี่สิบห้าปี ยี่สิบห้าปีที่มองเห็นเมืองกรุงยามหลับใหล เห็นความเปลี่ยวเหงา และความสิ้นหวัง ของคนกรุงเทพฯ ยามดึก

คืนนี้ฝนตกหนัก หนักกว่าทุกคืน เสียงฝนซัดใส่กระจกหน้าต่าง ดังเหมือนเสียงตีกลองรบ ผมนั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถเมล์คันเก่า คันที่ 511 มันเป็นรถเมล์ครีมแดงที่ผุพังตามกาลเวลา ภายในรถมีกลิ่นอับชื้น กลิ่นน้ำมันดีเซล และกลิ่นบุหรี่เก่าๆ ที่ฝังแน่นอยู่ในเบาะ ไฟในรถก็หรี่ลง สลัว ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโรงละครร้าง

ผมเปิดสวิตช์เครื่อง เสียงเครื่องยนต์ดีเซลครางกระหึ่ม มันคือเสียงที่ผมคุ้นเคยที่สุดในโลกนี้ มันคือเสียงของชีวิต และเสียงของความตาย ผมเหลือบมองตะกรุด ที่ห้อยอยู่ตรงกระจกมองหลัง มันเป็นวัตถุมงคลที่ได้มาจากวัดดัง แต่ผมไม่รู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ใดๆ มันเย็นเฉียบ เหมือนเหรียญในถาดรับเงิน ที่ผมต้องรับจากผู้โดยสาร

ผมเริ่มกะตอนสี่ทุ่มตรง ผมขับรถออกจากอู่ที่ปากน้ำ มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมือง ถนนสุขุมวิทยามค่ำคืน เต็มไปด้วยแสงไฟนีออน ที่สะท้อนบนพื้นถนนที่เปียกปอน ทำให้ทุกอย่างดูพร่ามัว ดูไม่ชัดเจน เหมือนความทรงจำที่ผมพยายามลืม

ผู้โดยสารคืนนี้มีน้อยมาก คนเมาโซซัดโซเซขึ้นมาสองคน จ่ายเงินด้วยเหรียญที่เปียกชื้น ไปนั่งสัปหงกอยู่เบาะหน้าๆ มีสาวโรงงานอีกสามคน ท่าทางเหนื่อยอ่อน นั่งเงียบๆ ก้มหน้า กดโทรศัพท์ พวกเขาคือคนทำงานหนัก ที่ใช้ชีวิตอยู่บนขอบความมืดมิดของเมือง

รถเมล์วิ่งไปเรื่อยๆ ป้ายแล้วป้ายเล่า ผู้โดยสารทยอยลงจากรถ จนกระทั่งรถเกือบว่างเปล่า ความเงียบเริ่มคืบคลานเข้ามาแทนที่ เหลือเพียงเสียงเครื่องยนต์ เสียงที่ปัดน้ำฝน และเสียงลมหายใจ ที่หนักอึ้งของผม

ผมเริ่มรู้สึก ความรู้สึกที่ผมพยายามกดมันไว้ ความรู้สึกของความผิด ความรู้สึกที่เหมือนมีใครบางคน กำลังนั่งมองผมอยู่ตลอดเวลา ผมมองกระจกมองหลัง เบาะหลังว่างเปล่า ผมส่ายหัว ผมคงเหนื่อย ผมคงจะหลอนไปเอง ผมขับรถต่อไป บอกตัวเองว่าอย่าคิดมาก

รถวิ่งเข้าสู่ย่านอ่อนนุช เป็นย่านที่ผมเกลียดที่สุด เพราะมันทำให้ผมนึกถึง… ผมหยุดความคิด ป้ายรถเมล์ข้างหน้ามืดสนิท ฝนยังคงตกปรอยๆ มีร่างๆ หนึ่งยืนอยู่ในเงามืด รอรถ เป็นเด็กสาว ผมมองนาฬิกา ตีหนึ่งครึ่ง เด็กสาวที่ไหนมายืนตากฝนเวลานี้

ผมเหยียบเบรก รถจอดเทียบป้าย ประตูอัตโนมัติเปิดออก เอี๊ยด… เสียงดัง เธอ ก้าวขึ้นมา อย่างเชื่องช้า ชุดนักศึกษาสีขาวของเธอ เปียกโชก แนบไปกับผิว ผมยาวสีดำขลับ ปิดบังใบหน้า ผมมองไม่เห็นดวงตาเธอ แต่ผมรู้สึกได้ถึงความเย็น ความเย็นที่พุ่งเข้ามากระทบผม ไม่ใช่ความเย็นจากอากาศ แต่เป็นความเย็นที่มาจากเธอ

ผมจ้องมองเธอ “ดึกแล้วนะหนู” ผมพูดออกไป เสียงแหบแห้ง เธอไม่ตอบ เธอเดินตรงมาที่ถาดรับเงิน มือที่ซีดขาวของเธอ ยื่นเหรียญออกมา เหรียญสิบสองเหรียญ มันเย็นเฉียบ และเปียกน้ำ หยดน้ำจากเหรียญ หยดลงบนถาด เสียงเหรียญกระทบโลหะ แกร๊ง เสียงที่ดังชัดเจน ดังกว่าทุกคืน

เธอ เดินผ่านผมไป ไม่แม้แต่จะมอง เธอเดินตรงไปที่เบาะหลังสุด มุมมืด ริมหน้าต่าง แล้วเธอก็นั่งลง นั่งนิ่ง ไม่ขยับ ไม่ซับน้ำ ไม่สนใจโลกภายนอก

ผมมองเธอผ่านกระจกมองหลัง รู้สึกเหมือนมีก้อนน้ำแข็ง มาจุกอยู่ที่คอ ผมจำได้ จำได้ถึงความรู้สึกนี้ มันเป็นความรู้สึก ที่ผมพยายามฝังมันไว้ ภายใต้ดิน ภายใต้ความมืด

ผมเข้าเกียร์ รถเมล์เคลื่อนตัวออกจากป้าย ผมขับรถ สายตาผม ถูกตรึงอยู่กับกระจกมองหลัง ผมไม่กล้าละสายตา เธอยังคงนั่งนิ่ง แต่ผมได้ยิน เสียง เสียงสะอื้น เบาๆ ปนกับเสียงเครื่องยนต์ และเสียงฝน มันเป็นเสียงที่น่าเศร้า และน่ากลัว

ผมขับมาถึงแยกอโศก ผมพยายามเบี่ยงเบนความสนใจ ผมเปิดวิทยุ วิทยุเก่าๆ ที่มักจะรับสัญญาณไม่ค่อยได้ มีแต่เสียงซ่าๆ แต่แล้ว เสียงหนึ่งก็แทรกเข้ามา เสียงผู้หญิง เสียงหวาน “คืนนี้ เรามี เรื่อง พิเศษ ค่ะ เรื่อง ของ คน ที่ รอ รถเมล์ เที่ยว สุดท้าย” ผม ตัวแข็ง เสียง นั้น มัน ไม่ใช่ เสียง ดีเจ ปกติ มัน เหมือน เสียง ที่ ถูก บันทึก จาก ที่ไหน สัก แห่ง แล้ว ถูก เปิด ซ้ำ

ผมรีบปิดวิทยุ มือสั่น ผมหันไปมอง เบาะหลัง เธอยังนั่งอยู่ที่เดิม แต่หัวของเธอ ค่อยๆ เอน มา ทาง ผม เธอยัง คง นั่ง นิ่ง แต่ ผม รู้สึก ได้ถึง สายตา สายตาที่ จ้อง ทะลุ ผมยาว มาที่ แผ่นหลัง ของผม

ผมขับรถ เหงื่อ แตก พลั่ก ทั้ง ที่ อากาศ ในรถ ก็ เย็น ผม บอก ตัวเอง ว่า ผม ประสาท หลอน เพราะ ความ เครียด เพราะ หนี้สิน เพราะ ผม มัน ขี้ขลาด ผม ต้อง หยุด คิด ผม ต้อง ขับ รถ

รถวิ่ง ผ่าน สถานี รถไฟฟ้า ทองหล่อ ผม มอง ไปที่ ป้าย รถเมล์ ข้างหน้า มัน ว่างเปล่า ผม ไม่ รับ ผู้โดยสาร อีก แล้ว คืนนี้ ผม ไม่ ต้องการ พยาน ผม ต้องการ แค่ ไป ถึง อู่ ให้ เร็ว ที่สุด แต่ ผม รู้ ว่า มัน ไม่ ได้ ง่าย อย่างนั้น

ผม ขับ มา ถึง ช่วง ที่ ถนน เปลี่ยว รถ เริ่ม น้อย ลง เสียง ฝน เริ่ม ดัง ชัดเจน ขึ้น ผม เหลือบ มอง กระจก มอง หลัง อีก ครั้ง เธอ ไม่อยู่ เบาะ หลัง สุด ว่างเปล่า ผม ใจ หาย วาบ เธอ ลง ไป เมื่อไหร่ ผม ไม่ เห็น

ผม ผ่อน ลมหายใจ โล่งอก ใน วินาที แรก แต่ แล้ว ความ รู้สึก เย็น วาบ ก็ แล่น ขึ้นมา จาก ต้นคอ มัน เป็น ความ เย็น ที่ หนัก อึ้ง กว่า เดิม ผม มอง กระจก อีก ครั้ง เธอ ไม่อยู่ ที่ เบาะ หลัง สุด แต่ เธอ นั่ง อยู่ ที่ เบาะ แถว กลาง เบาะ ที่ สอง รอง จาก ที่ นั่ง คนขับ เธอ เข้า มา ใกล้ ผม ขึ้น อีก นิด

ผม ตัว แข็ง ผม ไม่ได้ เบรก ผม ไม่ได้ เลี้ยว ผม ไม่ได้ ทำ อะไร เลย รถ วิ่ง ไป เอง ผม ทำได้ แค่ จ้อง มอง เธอ ใน กระจก เธอ ไม่ ได้ นั่ง นิ่งๆ อีก แล้ว ตอนนี้ ไหล่ ของ เธอ กำลัง สั่น อย่าง รุนแรง เหมือน หนาว จัด หรือ ร้องไห้ อย่าง หนัก แต่ ไม่มี เสียง ใดๆ เล็ดลอด ออกมา

แล้ว ผม ก็ได้ยิน เสียง ของ เธอ ใน หัว ผม มัน ไม่ ใช่ เสียง พูด มัน เป็น ความ รู้สึก ที่ ถูก ส่ง มา โดยตรง “หนาว…” “หนาวเหลือเกิน… สมชาย…” “ทำไม… ทำไมต้องทิ้งฉันไว้ตรงนั้น…” ผมส่ายหัว ผมพยายามสลัดความคิดนี้ออกไป “มึงไม่ใช่คน! มึงเป็นผี! มึงจะมาหลอกกูไม่ได้!” ผมตะโกนอยู่ในใจ

ผมขับรถมาถึงแยกที่รถชน แยกบางนา สี่แยกที่เปลี่ยนชีวิตผม สี่แยกที่ผมตัดสินใจ ผมเหยียบเบรก รถจอดนิ่ง ไฟแดง ผมมองไปที่ป้ายรถเมล์ข้างหน้า ผมจำได้ จำได้ทุกรายละเอียด ต้นไม้ เสาไฟฟ้า หลุมบ่อบนถนน

เธอ ลุกขึ้น จาก เบาะ ที่นั่ง เธอ เดิน มา เธอ มา ยืน อยู่ ตรง ช่อง ทาง เดิน ข้าง เบาะ คนขับ เธอยืน ประชิด ผม ผม ได้ กลิ่น กลิ่น ดิน กลิ่น น้ำ ค้าง และ กลิ่น ที่ ผม คุ้นเคย ที่สุด …กลิ่น เลือด จางๆ ที่ เธอ ไม่เคย ล้าง ออก

“นาย จำได้ ไหม” เธอ กระซิบ เสียง แหบ พร่า ผม รู้สึก ถึง ลม หายใจ ที่ เย็น เฉียบ ของเธอ ที่ ต้นคอ ผม ผม ตัว แข็ง ผม ไม่ กล้า แม้ แต่ จะ หายใจ “นาย จำได้ ไหม คืน ที่ ฝน ตก หนัก คืน ที่ ฉัน กำลัง จะ กลับ บ้าน” ผม หลับตา ลง ผม ไม่อยาก จำ แต่ ภาพ นั้น มัน ก็ ฉาย ขึ้นมา ใน หัว ผม โดย ไม่ ต้อง มี ใคร สั่ง ภาพ ของ ผม ขับ รถ ชน เธอ แล้ว ภาพ ของ ผม ที่ ลง ไป ดู


ผมหลับตา ผมเห็น ผมเห็น ภาพ นั้น ชัดเจน เหมือน เพิ่ง เกิดขึ้น เมื่อวาน ไม่ใช่ แค่ ภาพ แต่ เป็น เสียง เป็น ความ รู้สึก ผม ได้ยิน เสียง ฝน ซัด กระหน่ำ ผม ได้ยิน เสียง หัวใจ ที่ เต้น รัว ของ ตัวเอง ผม เห็น ร่าง ของ เธอ นอน อยู่ บน พื้น ถนน เปียก ปอน ผม เห็น ดวงตา ของ เธอ ดวงตา ที่ เบิก กว้าง มอง มา ที่ ผม ด้วย ความ เจ็บ ปวด และ ความ สับสน

“ทำไม นาย ไม่ ช่วย” เธอ กระซิบ ข้าง หู ผม เสียง ของ เธอ เป็น เสียง ของ ลม หายใจ สุดท้าย “ทำไม นาย ถึง ทิ้ง ฉัน” ผม ลืมตา พรวด เหงื่อ ไหล อาบ หน้า ผม หัน ขวับ ไป มอง เธอ เธอยัง ยืน อยู่ ข้าง ผม ใกล้ จน ผม สัมผัส ได้ถึง ไอร้อน ที่ เย็น เฉียบ จาก ตัว เธอ เธอ ไม่ได้ ร้องไห้ แล้ว เธอ แค่ จ้อง ผม

“ฉัน ไม่ ได้ ทิ้ง” ผม ปฏิเสธ เสียง สั่น “ฉัน …ฉัน ขับ หนี” “แล้ว นั่น ไม่ ใช่ การ ทิ้ง เหรอ” เธอ ยิ้ม มุม ปาก ที่ ผมยาว ปิด ไว้ มัน ยก ขึ้น เพียง เล็ก น้อย แต่ มัน เป็น รอย ยิ้ม ที่ น่า สยด สยอง ที่สุด เท่า ที่ ผม เคย เห็น “ฉัน ยัง ไม่ ตาย นะ สมชาย นาย จำ ได้ ไหม ฉัน มอง นาย นาย เห็น ฉัน กำลัง พยายาม จะ ลุก ขึ้น”

ผม จำ ได้ ผม จำ ได้ ว่า ผม รีบ วิ่ง กลับ ขึ้น รถ ด้วย ความ หวาด กลัว ผม กลัว ความ รับผิดชอบ ผม กลัว การ ติด คุก ผม กลัว ที่จะ ต้อง เสีย ทุกอย่าง ไป ผม สตาร์ท เครื่อง ยนต์ แล้ว เหยียบ คันเร่ง หนี สุด ชีวิต

“นาย หนี ไป แล้ว นาย ก็ กลับ มา ” เธอ กระซิบ คำ นี้ ทำ ให้ หัวใจ ผม หยุด เต้น “กลับ มา… ทำไม” ผม ถาม ด้วย เสียง ที่ เบา ราว เสียง กระซิบ ของ ตัวเอง เธอ ยื่น มือ ที่ ซีด ขาว และ เปียก ชื้น ของเธอ มา แตะ ที่ แผง คอนโซล รถ “นาย ลืม บางอย่าง” เธอ พูด “บาง อย่าง ที่ สำคัญ มาก”

ผม มอง ไปที่ แผง คอนโซล มัน มี แต่ ปุ่ม และ มาตร วัด เก่าๆ ผม ลืม อะไร ผม ลืม ถุง เงิน เหรอ ผม ลืม กุญแจ รถ เหรอ “ฉัน ลืม อะไร” ผม ถาม เธอ ส่าย หน้า แล้ว ยิ้ม รอย ยิ้ม ที่ เต็ม ไป ด้วย ปริศนา

ทันใดนั้น ผม รู้สึก ถึง ความ ร้อน ที่ มือ มือ ที่ จับ พวงมาลัย ผม มอง ลง ไป พวงมาลัย รถ มัน กำลัง ร้อน ขึ้น มัน ร้อน เหมือน เหล็ก ที่ ถูก เผา ไฟ ผม ต้อง ปล่อย มือ แต่ ผม ปล่อย ไม่ ได้ มือ ของ ผม มัน ติด อยู่ กับ พวงมาลัย มัน ติด แน่น เหมือน ถูก เชื่อม ด้วย เหล็ก หลอม ละลาย

“นาย ต้อง จำ ได้” เธอ พูด เสียง เธอ เริ่ม ดัง ขึ้น “นาย ต้อง จำ ทุก อย่าง สมชาย ทุก ทาง เลือก ที่ นาย เลือก ใน คืน นั้น” ความ ร้อน เริ่ม แผ่ ซ่าน จาก พวงมาลัย เข้า สู่ แขน ผม มัน ร้อน จน ผม กรีดร้อง ผม ทุบ แตร รถ เสียง ดัง ลั่น สนั่น ไป ทั่ว ถนน สุขุมวิท ที่ ว่าง เปล่า

ไฟแดง ที่ แยก บางนา เปลี่ยน เป็น ไฟเขียว รถ ของ ผม ยัง จอด นิ่ง อยู่ กลาง แยก ผม พยายาม ดิ้น รน พยายาม ดึง มือ ออก จาก พวงมาลัย แต่ ทำ ไม่ ได้ ผม ได้ยิน เสียง หัวใจ ที่ เต้น รัว ของ ตัวเอง มัน ดัง กว่า เสียง แตร รถ เสีย อีก

“ปล่อย กู! ปล่อย กู!” ผม ตะโกน เธอ ยืน นิ่ง มอง ผม ใบหน้า ที่ ถูก ผมยาว ปิด ไว้ มัน เผยอ ออก เล็ก น้อย ผม เห็น ดวงตา ของ เธอ ดวงตา สี ดำ สนิท ว่าง เปล่า เหมือน ห้วง อวกาศ มัน จ้อง ผม ไม่ กระพริบ

“นาย ไม่ ได้ แค่ หนี” เธอ พูด “นาย จำ ได้ ไหม นาย ทำ อะไร ก่อน จะ ขับ ออก ไป” ความ ร้อน เริ่ม คลาย ลง มือ ผม หลุด ออก จาก พวงมาลัย แล้ว ผม ก็ เห็น ผม เห็น ตัวเอง ใน คืน นั้น กำลัง เข้า เกียร์…


ผมเห็น ผม เห็น ภาพ นั้น ชัดเจน จน น่า ขยะแขยง คืน ที่ ฝน ตก ผม สตาร์ท เครื่อง ยนต์ ผม เห็น ร่าง ของ เธอ กำลัง พยายาม คลาน ออก จาก กลาง ถนน ผม เห็น ตัวเอง ที่ นั่ง อยู่ หลัง พวงมาลัย มอง เธอ ด้วย ความ หวาด กลัว และ ความ เห็นแก่ตัว ผม ไม่ ได้ เข้า เกียร์ [D] ผม เข้า เกียร์ [R]

ไม่ ไม่จริง กูไม่ทำ!

แต่ ภาพ มัน โกหก ไม่ ได้ ผม เห็น ตัวเอง ใน กระจก มอง หลัง รถเมล์ คัน นั้น กำลัง ถอย หลัง ช้าๆ ผม ได้ยิน เสียง ล้อ รถ บด ขยี้ อะไร บางอย่าง เสียง ที่ ทำให้ หัวใจ ผม หยุด เต้น เสียง กร๊อบ… เสียง ที่ แหลม และ สั้น ตาม ด้วย เสียง ร้อง โหยหวน ครั้ง สุดท้าย ที่ ขาด ห้วง ไป

ผม กรีดร้อง ผม ทุบ ไปที่ แผง หน้าปัด รถ จน มือ ผม แตก เลือด ไหล ซึม ผม ไม่ ได้ กรีดร้อง เพราะ ความ เจ็บ ปวด ทาง กาย ผม กรีดร้อง เพราะ ความ จริง ที่ มัน ฉีก กระชาก จิตวิญญาณ ผม จน เป็น ชิ้นๆ ผม ไม่ ได้ แค่ ชน แล้ว หนี ผม ฆ่า เธอ ผม ตั้งใจ ฆ่า เธอ เพื่อ ปิด ปาก เพื่อ ให้ ผม รอด

“นาย จำได้ แล้ว” เธอ กระซิบ ข้าง หู ผม ผม ไม่ รู้ เธอ มา อยู่ ตรงนี้ ตั้งแต่ เมื่อไหร่ ความ เย็น ยะเยือก ของ เธอ โอบ ล้อม ผม ไว้ ผม มอง เธอ อย่าง ว่าง เปล่า ใบหน้า ของ เธอ ยัง คง ถูก ผม ปิด บัง แต่ ผม รู้ ว่า เธอ กำลัง มอง ผม ด้วย สายตา ของ ผู้ตัดสิน

“นาย คือ ฆาตกร” เธอ พูด เสียง เธอ ดัง ก้อง ใน รถ ที่ ว่าง เปล่า “นาย ไม่ ใช่ แค่ คน ขี้ ขลาด นาย คือ สัตว์ ร้าย ที่ ซ่อน อยู่ หลัง เครื่อง แบบ สี ครีม แดง”

ผม ทรุด ตัว ลง กับ พื้น รถ พื้น ที่ เปียก ชื้น ผม คลาน หนี เธอ ผม พยายาม คลาน ไป ที่ ประตู ผม อยาก จะ ออก ไป จาก รถ คัน นี้ ออก ไป จาก ความ จริง นี้ แต่ เธอ ยืน ขวาง ทาง ผม ไว้ ขา ของ เธอ ซีด ขาว และ เปียก ปอน ผม เห็น รอย เลือด จางๆ ที่ ข้อเท้า ของ เธอ เลือด ที่ แห้ง ไป แล้ว แต่ ยัง คง อยู่

“หนี ไป ไหน” เธอ ถาม “นาย คิด ว่า นาย จะ หนี กรรม ของ นาย ได้ เหรอ” เธอ ยก มือ ขึ้น ชี้ ไปที่ กล้อง วงจรปิด ตัว เล็กๆ ที่ ติด อยู่ ท้าย รถ กล้อง ที่ ผม คิด ว่า มัน เสีย ไป นาน แล้ว

“นาย ลืม บางอย่าง ที่ สำคัญ มาก” เธอ ยิ้ม “ไม่ใช่ แค่ ความ ทรงจำ นาย ลืม ว่า รถเมล์ คัน นี้ คือ พยาน” ทันใดนั้น จอ ซีซีทีวี ที่ เหนือ หัว ผม ก็ ติด ขึ้น มา มัน เป็น ภาพ ขาว ดำ ที่ มัว ๆ แต่ ผม เห็น …ผม เห็น ทุกอย่าง ที่ เพิ่ง เกิดขึ้น ใน ความ ทรงจำ ของ ผม มัน ถูก บันทึก ไว้ ทั้งหมด ภาพ ที่ ผม เข้า เกียร์ [R] ภาพ ที่ ล้อ รถ บด ขยี้ ร่าง เธอ เสียง กร๊อบ ดัง ออกมา จาก ลำโพง เล็กๆ ของ จอ

“หลักฐาน อยู่ ตรง นี้ สมชาย” เธอ พูด “มัน ถูก บันทึก ไว้ ใน ฮาร์ด ดิสก์ ของ รถ คัน นี้ มัน ไม่ ได้ ถูก ลบ ไป ไหน เพราะ ฉัน ดูแล มัน ไว้ ให้ นาย” เธอ เดิน มา หา ผม ยื่น หน้า ลง มา ใกล้ “นาย รู้ ไหม ทำไม ฉัน ถึง มา ขึ้น รถ นาย ทุก คืน ฉัน ไม่ได้ มา เพื่อ หลอก นาย อย่าง เดียว ฉัน มา เพื่อ ให้ นาย จำได้ และ ฉัน มา เพื่อ ให้ นาย …นำ ส่ง หลักฐาน”

ผม ส่าย หัว “ไม่ ไม่ กู จะ ทำลาย มัน” ผม พยายาม คลาน ไป ที่ ท้าย รถ ไป ที่ กล่อง บันทึก ภาพ แต่ ร่างกาย ผม มัน หมด แรง แล้ว ผม คลาน ได้ แค่ สอง สาม คืบ

“นาย ทำลาย มัน ไม่ ได้ แล้ว” เธอ พูด แล้ว เธอก็ แตะ ที่ กล่อง บันทึก ภาพ ใน จอ ซีซีทีวี ทันใดนั้น ไฟ สีแดง ดวง หนึ่ง บน กล่อง บันทึก ภาพ ก็ สว่าง วาบ ขึ้น มา พร้อม กับ ตัว อักษร เล็กๆ ที่ ผม เห็น ได้ ชัดเจน แม้ ใน ภาพ มัวๆ

ผม ตัว แข็ง “ไม่! เธอ ทำ บ้า อะไร!” “ฉัน ส่ง มัน ไป ให้ คนที่ ควร จะ เห็น” เธอ ยิ้ม “นาย คิด ว่า นาย เป็น ผู้ควบคุม เกม นี้ เหรอ สมชาย ไม่ ใช่ เลย นาย คือ นักโทษ และ ฉัน คือ ผู้คุม” ติ๊ด… ติ๊ด… ติ๊ด… เสียง ดัง จาก โทรศัพท์ มือ ถือ ของ ผม ที่ ตก อยู่ บน พื้น รถ มัน เป็น เสียง แจ้ง เตือน ข้อความ เข้า ผม คลาน ไป หยิบ โทรศัพท์ ด้วย มือ ที่ สั่น เทา หน้า จอ แสดง ข้อความ จาก เบอร์ แปลก ๆ

“ร้อยตำรวจเอกวิทวัส จาก สน.บางนา ได้รับไฟล์วิดีโอจากรถเมล์หมายเลข 511 ของคุณแล้ว เรากำลังไปรับตัวคุณ”

ผม ปล่อย โทรศัพท์ มือ ถือ หลุด จาก มือ มัน ตก กระทบ พื้น รถ ดัง แกร๊ก ผม มอง ไปที่ ประตู รถ ทันใดนั้น เสียง ไซเรน ก็ ดัง ขึ้น จาก ที่ ไกลๆ เสียง ไซเรน ที่ ผม กลัว มา ตลอด สอง ปี ตอนนี้ มัน กำลัง มุ่ง ตรง มาที่ ผม เสียง ไซเรน ที่ บอก ว่า การ หลบ หนี ได้ จบ ลง แล้ว

“ลาก่อน” เธอ พูด เสียง เธอ กลับ มา เป็น เสียง ที่ ใส และ เศร้า เหมือน เด็ก สาว ธรรมดา คน หนึ่ง เธอ เดิน ไป ที่ ประตู รถ ประตู อัตโนมัติ เปิด ออก เอี๊ยด… เธอ หัน กลับ มา มอง ผม เป็น ครั้ง สุดท้าย “นาย ไป สารภาพ เอง หรือ จะ รอ ให้ ฉัน พา นาย ไป”

ผม ทรุด ตัว ลง นั่ง กับ พื้น รถ ผม ทำ อะไร ไม่ได้ แล้ว ผม แพ้ ราบ คาบ ผม ยอม จำนน แล้ว เสียง ไซเรน ใกล้ เข้า มา เรื่อยๆ ผม ได้ยิน เสียง รถ ตำรวจ จอด เสียง ประตู รถ เปิด ปิด เสียง ฝีเท้า ที่ กำลัง เดิน มาที่ รถเมล์ ของ ผม

ผม พยุง ตัวเอง ลุก ขึ้น ยืน อย่าง ยาก ลำบาก ผม เดิน ไปที่ ประตู รถ ผม มอง ออก ไป ข้าง นอก แสง ไฟ สีน้ำเงิน แดง ของ รถ ตำรวจ สาด เข้า มา ใน รถ ผม เห็น ตำรวจ สอง นาย ยืน อยู่ ตรงนั้น มอง มาที่ ผม ด้วย สายตา ที่ เคร่งเครียด

ผม ยกมือ ขึ้น เหนือ หัว อย่าง ช้าๆ ผม ไม่ มี อะไร จะ พูด ผม ไม่ มี อะไร จะ แก้ตัว “ครับ” ผม พูด “ผม …ผม เอง ครับ” “ผม คือ คนขับ รถเมล์ สาย 511” “ผม คือ ฆาตกร”

ผม หัน กลับ ไป มอง เบาะ หลัง สุด ของ รถ เธอยัง นั่ง อยู่ ตรง นั้น แต่ ตอนนี้ เธอ ไม่ได้ เปียก อีก แล้ว เธอ ยิ้ม รอย ยิ้ม ที่ สงบ และ เป็น อิสระ เธอกำลัง จาง หาย ไป ช้าๆ เหมือน ควัน ที่ ลอย ขึ้น ไป ใน อากาศ “กรรม” เธอ ได้ รับ ความ ยุติธรรม แล้ว

ผม ก้าว ลง จาก รถ รถเมล์ คัน นั้น โลง ศพ ของ ผม ที่ เป็น พยาน ของ ผม ตำรวจ เข้า มา ใส่ กุญแจ มือ ให้ ผม กุญแจ มือ ที่ เย็น เฉียบ เหมือน เหรียญ ที่ เธอ เคย จ่าย ผม ถูก นำ ตัว ออก จาก รถ ออกจาก ความ มืด ไป สู่ แสง สว่าง ของ ความ จริง


ผมกรีดร้อง ผม ทุบ ไปที่ แผง หน้าปัด รถ จน มือ ผม แตก เลือด ไหล ซึม แต่ ความ เจ็บ ปวด นั้น ยัง น้อย กว่า ความ จริง ที่ ผม เพิ่ง ได้รับรู้ ผม ไม่ได้ แค่ ชน แล้ว หนี ผม ฆ่า เธอ ผม ตั้งใจ ฆ่า เธอ เพื่อ ปิด ปาก

“นาย จำได้ แล้ว” เธอ กระซิบ ข้าง หู ผม ผม ไม่ รู้ เธอ มา อยู่ ตรงนี้ ตั้งแต่ เมื่อไหร่ ความ เย็น ยะเยือก ของ เธอ แผ่ ซ่าน ไป ทั่ว ร่าง ผม ผม มอง เธอ อย่าง ว่าง เปล่า ดวงตา ของ ผม เต็ม ไป ด้วย ความ สำนึก ผิด ที่ มัน หนัก อึ้ง เกิน กว่า ที่ จะ แบก รับ

“นาย คือ ฆาตกร” เธอ พูด เสียง เธอ ดัง ก้อง ใน ความ เงียบ ของ รถ เมล์ ผม คลาน หนี เธอ ไป ที่ มุม หนึ่ง ของ รถ ร่างกาย ผม มัน ไม่ มี แรง แล้ว มัน มี แต่ ความ เหนื่อยล้า ของ การ หลบ หนี ที่ ยาว นาน ถึง สอง ปี

ผม พยายาม ที่จะ ลืม ภาพ นั้น พยายาม ที่จะ บอก ตัวเอง ว่า มัน คือ ภาพ หลอน มัน คือ ความ เครียด แต่ คำ พูด ของ เธอ มัน ฝัง ลึก เหมือน ตะปู ที่ ตอก อยู่ ใน หัวใจ “นาย ฆ่า ฉัน” “นาย ฆ่า ฉัน สอง ครั้ง” “ครั้ง แรก ด้วย ความ ประมาท ครั้ง ที่ สอง ด้วย ความ ตั้งใจ”

ผม เงยหน้า ขึ้น มอง เธอ ดวงตา ของ ผม เต็ม ไป ด้วย ความ สิ้น หวัง ผม เห็น ใบหน้า ของ เธอ ที่ ถูก ผม ปิด บัง มา ตลอด มัน ค่อยๆ เผยอ ออก ผม เห็น รอย ยิ้ม ที่ เศร้า สร้อย รอย ยิ้ม ที่ ไม่ได้ ต้องการ การ แก้แค้น แต่ ต้องการ แค่ …การ ยอม รับ

“นาย คิด ว่า นาย จะ รอด ไป ได้ เหรอ” เธอ ถาม “นาย คิด ว่า นาย จะ ใช้ ชีวิต ต่อ ไป เหมือน ไม่มี อะไร เกิดขึ้น ได้ เหรอ” เธอ เดิน มา หา ผม ช้าๆ รองเท้า ที่ เปียก น้ำ ของ เธอ ทิ้ง รอย ไว้ บน พื้น รถ มัน คือ รอย เท้า ของ ความ ตาย ที่ กำลัง ตาม ล่า ผม

เธอ หยุด อยู่ ตรงหน้า ผม ยื่น มือ ที่ ซีด ขาว ของ เธอ ออก ไป ชี้ ไปที่ กล้อง วงจรปิด ตัว เล็กๆ ที่ ติด อยู่ เหนือ หัว ผม กล้อง ที่ ผม ไม่ เคย สนใจ มา ก่อน “นาย ลืม บางอย่าง ที่ สำคัญ มาก” เธอ พูด ซ้ำ คำ เดิม แต่ คราวนี้ มัน มา พร้อม กับ หลักฐาน

ทันใดนั้น จอ ซีซีทีวี ที่ เหนือ หัว ผม ก็ ติด ขึ้น มา มัน เป็น ภาพ ขาว ดำ ที่ มัว ๆ แต่ ผม เห็น …ผม เห็น ทุก อย่าง มัน คือ ภาพ จาก มุม มอง ของ กล้อง ที่ ติด อยู่ ใน รถ มัน ฉาย ภาพ ผม ใน คืน นั้น ผม กำลัง เข้า เกียร์ [R] ผม กำลัง ถอย รถ ทับ เธอ

ผม กรีดร้อง ผม พยายาม จะ ทุบ จอ นั้น แต่ มือ ผม มัน สั่น จน ไร้ เรี่ยว แรง “นาย ทำลาย มัน ไม่ ได้ แล้ว” เธอ พูด “มัน ถูก บันทึก ไว้ ทั้งหมด สมชาย ทั้ง ภาพ ทั้ง เสียง” เธอ ยิ้ม “และ ฉัน กำลัง ดูแล มัน ไว้ ให้ นาย”

ผม คลาน หนี จาก ภาพ นั้น ผม คลาน ไปที่ ประตู ผม อยาก จะ ออก ไป จาก รถ คัน นี้ ผม อยาก จะ ออก ไป จาก นรก นี้ ผม พยายาม จะ เปิด ประตู แต่ มือ ผม มัน สั่น จน ไข กุญแจ ไม่ ได้ ผม ตบ ไปที่ ประตู “เปิด! เปิด เดี๋ยวนี้!”

เธอ เดิน ตาม ผม มา เธอ ไม่ แตะ ตัว ผม แต่ ความ เย็น ยะเยือก จาก ตัว เธอ มัน แผ่ ซ่าน ไป ทั่ว ร่าง ผม เธอ ยืน อยู่ ข้าง ประตู รถ ระหว่าง ผม กับ ทาง ออก “นาย จะ ไป ไหน” เธอ ถาม “นาย คิด ว่า นาย จะ หนี พ้น เหรอ”

ผม เงยหน้า มอง เธอ ดวงตา ของ ผม แดง ก่ำ “ฉัน จะ ไป สารภาพ” ผม พูด เสียง แหบ แห้ง “ฉัน จะ ไป ให้ ตำรวจ จับ ฉัน จะ จบ เรื่อง นี้” เธอ ยิ้ม รอย ยิ้ม ที่ ผม ไม่ มี วัน เข้าใจ “นาย ทำ ไม่ ได้ หรอก” เธอ พูด “นาย เป็น คน ขี้ ขลาด เกิน กว่า จะ ทำ แบบ นั้น” “นาย จะ หนี ไป ที่ สุด โลก นาย จะ ใช้ ชีวิต อยู่ ใน ความ หวาด ระแวง ไป จนกว่า นาย จะ ตาย อย่าง โดด เดี่ยว”

ผม ส่าย หัว “ไม่! ฉัน ไม่ ยอม!” ผม รวบ รวม แรง เฮือก สุดท้าย ผม พุ่ง เข้า ชน เธอ ผม จะ ผลัก เธอ ออก ไป แล้ว หนี ไป แต่ ร่าง ของ เธอ มัน ทะลุ ผ่าน มือ ผม ไป ผม เสีย หลัก ล้ม ลง กระแทก พื้น รถ อย่าง แรง มือ ผม มัน ผ่าน ร่าง เธอ ไป เหมือน จับ อากาศ เย็นๆ

เธอ ยัง ยืน อยู่ ตรง นั้น ไม่ ขยับ เขยื้อน “ฉัน คือ กรรม ของ นาย สมชาย” เธอ พูด “นาย หนี ฉัน ไม่ พ้น นาย จะ เห็น ฉัน ทุก คืน บน รถ คัน นี้ ฉัน จะ อยู่ กับ นาย จนกว่า นาย จะ จำ ทุก อย่าง ได้ จนกว่า นาย จะ ยอม รับ ความ จริง ที่ ว่า นาย คือ ฆาตกร”

ผม คลาน กลับ ไป ที่ นั่ง คนขับ ผม นั่ง ตัว สั่น อยู่ที่ พวงมาลัย เสียง ไซเรน ยัง ไม่ มา ตำรวจ ยัง ไม่ มา ผม ยังมี เวลา ผม ยังมี โอกาส …ที่จะ หนี แต่ ผม จะ หนี ไป ไหน ผม จะ หนี เธอ ไป ได้ ยัง ไง ใน เมื่อ เธอ อยู่ ใน รถ คัน นี้ เธอ อยู่ ใน หัวใจ ของ ผม

ผม สตาร์ท เครื่อง ยนต์ รถ เมล์ คัน เก่า คราง กระหึ่ม ใน ความ มืด ผม เข้า เกียร์ [D] ผม ขับ รถ ออก ไป จาก แยก บางนา จาก ที่ เกิด เหตุ ผม หนี ผม หนี ไป โดย ไม่ มี จุด หมาย ผม จะ ไป ที่ ไหน ก็ ได้ ที่ ไม่ ใช่ อู่ รถเมล์ ผม จะ ไป ที่ ไหน ก็ ได้ ที่ ไม่ ใช่ ห้อง เช่า โทรมๆ ของ ผม

ผม ขับ รถ ไป บน ถนน สุขุมวิท ที่ ว่าง เปล่า ความ เร็ว สูง ผม ขับ ไป เรื่อยๆ โดย ไม่ สนใจ กฎหมาย ไม่ สนใจ ความ ปลอดภัย ผม อยาก จะ ให้ รถ คัน นี้ ชน อะไร สัก อย่าง ให้ มัน จบๆ ไป แต่ ผม รู้ ว่า เธอ ไม่ ยอม เธอ จะ ไม่ ปล่อย ให้ ผม ตาย ง่ายๆ

ผม มอง กระจก มอง หลัง เธอ กลับ ไป นั่ง ที่ เบาะ หลัง แล้ว เธอ นั่ง นิ่ง เงียบ เหมือน ไม่ มี อะไร เกิดขึ้น แต่ ผม เห็น ผม เห็น ใน จอ ซีซีทีวี ภาพ ของ ผม ที่ ถอย รถ ทับ เธอ ยัง คง ฉาย ซ้ำ ๆ มัน เป็น วิดีโอ ห้า วินาที ที่ จะ ตาม หลอก หลอน ผม ไป ตลอด ชีวิต ผม รู้ แล้ว นี่ คือ การ ลงโทษ ของ ผม การ ที่ ผม ต้อง ขับ รถ คัน นี้ ไป เรื่อยๆ โดย มี เธอ เป็น ผู้โดยสาร ตลอด ไป ผม ต้อง อยู่ ใน รถ คัน นี้ กับ ความ ผิด ของ ผม จนกว่า ผม จะ บ้า ตาย ไป เอง


ผมขับรถ ขับ ไป เรื่อยๆ ไม่ มี จุด หมาย สุดท้าย ผม ก็ ต้อง วน กลับ มา ที่ อู่ รถเมล์ ที่ ปากน้ำ ผม จอด รถ ดับ เครื่อง ยนต์ ความ เงียบ เข้า ครอบ งำ ผม นั่ง นิ่ง อยู่ ที่ นั่ง คนขับ ไม่ กล้า แม้ แต่ จะ หัน ไป มอง เบาะ หลัง

ผม รู้ ว่า เธอ อยู่ ที่ นั่น “กรรม” เธอ ไม่ได้ หาย ไป เธอ แค่ รอ รอ จน กว่า ผม จะ กลับ มา อีก ครั้ง ผม ก้าว ลง จาก รถ ขา ผม สั่น ผม เดิน เข้า ไป ใน ห้อง พัก คนขับ ไอ้บุญ มัน กำลัง กิน บะหมี่ ถ้วย เดิม ของ มัน มัน เงยหน้า มอง ผม แล้ว มัน ก็ รีบ ก้ม หน้า ลง ไป อย่าง รวดเร็ว มัน ไม่ พูด อะไร มัน แค่ ทิ้ง ระยะ ห่าง

ผม นั่ง ลง ที่ ม้านั่ง ตัว เก่า ผม ไม่ ได้ นอน ผม นั่ง มอง ผนัง ว่าง เปล่า ตา ผม ค้าง อยู่ กับ ภาพ ใน จอ ซีซีทีวี ภาพ ที่ ผม ถอย รถ ทับ เธอ มัน ติด อยู่ ใน หัว ผม มัน ฉาย ซ้ำ ๆ เป็น วิดีโอ ห้า วินาที ที่ ไม่ มี วัน จบ สิ้น

กลางวัน ผม พยายาม ที่จะ ใช้ ชีวิต แต่ มัน เป็น ไป ไม่ได้ ผม ได้ยิน เสียง ของ เธอ อยู่ ตลอด เวลา เสียง สะอื้น เสียง ร้อง อ๊าก! มัน ดัง ก้อง อยู่ ใน หู ผม ผม กิน ข้าว ไม่ ลง ผม อาบ น้ำ ผม ฟอก สบู่ ผม พยายาม จะ ล้าง กลิ่น สนิม กลิ่น ดิน และ กลิ่น คาว เลือด จางๆ ออก จาก ตัว แต่ มัน ไม่ หาย มัน ติด อยู่ ใน ผิว ผม มัน ติด อยู่ ใน ลม หายใจ ผม

ผม รู้ ว่า ผม กำลัง จะ บ้า แต่ ผม ไม่ กลัว ความ บ้า ผม กลัว ความ จริง ความ จริง ที่ เธอ กำลัง จะ เปิดเผย มัน ออกมา ทีละ น้อย ผม รู้ ว่า เธอ ไม่ได้ มา แค่ คน เดียว เธอ มา พร้อม กับ หลักฐาน

สี่ ทุ่ม ผม กลับ ไป ที่ รถเมล์ คัน เดิม คัน ที่ 511 ผม เปิด ประตู กลิ่น นั้น กลับ มา อีก แล้ว เข้ม ข้น กว่า เดิม ผม สตาร์ท เครื่อง ผม ขับ รถ ออก ไป คืน ที่ สอง ของ นรก ได้ เริ่มต้น ขึ้น

ผม ขับ รถ อย่าง ช้าๆ ผม ไม่ อยาก ไป ถึง อ่อนนุช ผม ไม่อยาก ไป รับ เธอ แต่ ผม ควบคุม ตัวเอง ไม่ ได้ มือ ของ ผม มัน ขับ ไป เอง มัน คือ การ รับ โทษ มัน คือ หน้าที่ ของ ผม ผม มาถึง อ่อนนุช ผม จอด รถ ผม เปิด ประตู ผม มอง ไป ใน ความ มืด

เธอ ก้าว ขึ้น มา เหมือน เดิม ชุด เปียก โชก ผม ยาว ปิด หน้า เธอ จ่าย เหรียญ เย็น เฉียบ เธอ เดิน ผ่าน ผม ไป ไป นั่ง เบาะ หลัง สุด แต่ คืนนี้ มี บาง อย่าง แปลก ไป เธอ ไม่ ได้ นั่ง นิ่งๆ เธอ กำลัง มอง ไปที่ เบาะ ข้างๆ เธอ

ผม มอง กระจก มอง หลัง ผม เห็น เบาะ ข้างๆ เธอ มัน ไม่ ว่าง เปล่า มัน มี …ตุ๊กตา หมี ตัว เล็กๆ เก่าๆ เปียก ชื้น นั่ง อยู่ ตรง นั้น ตุ๊กตา หมี ที่ ผม เคย เห็น ใน รูป ถ่าย ของ เธอ ตุ๊กตา หมี ที่ ควร จะ อยู่ ที่ บ้าน ของ เธอ

ผม ตัว แข็ง “นั่น อะไร” ผม พึมพำ ถาม เธอ เธอ หัน มา มอง ผม ใน กระจก เธอ ยิ้ม รอย ยิ้ม ที่ น่า ขน ลุก “ของ ฉัน ไง” เธอ ตอบ เสียง แหบ พร่า “นาย ทิ้ง มัน ไว้ กับ ฉัน คืน นั้น นาย เลย ต้อง พา มัน กลับ มา ด้วย” ตุ๊กตา หมี ตัว นั้น ดู เหมือน มี ชีวิต มัน กำลัง จ้อง ผม ด้วย ดวง ตา ที่ กลม โต ว่าง เปล่า และ เศร้า สร้อย

ผม ขับ รถ ออก ไป ผม รู้สึก ว่า รถ คัน นี้ มัน หนัก อึ้ง กว่า เดิม มัน ไม่ได้ หนัก แค่ น้ำหนัก ของ ความ ผิด ของ ผม มัน หนัก ด้วย น้ำหนัก ของ ความ ตาย ผม ขับ รถ ไป เรื่อยๆ ผม ได้ยิน เสียง ของ เธอ ดัง ขึ้น จาก ด้าน หลัง แต่ ไม่ ใช่ เสียง สะอื้น มัน เป็น เสียง เธอ กำลัง พูด กับ ตุ๊กตา หมี

“เธอ เห็น ไหม สมชาย” เธอ กระซิบ “เธอ จำ อะไร ได้ บ้าง” เธอ ถาม ตุ๊กตา หมี ตัว นั้น “เธอ จำ ได้ ไหม ตอนที่ เขา ถอย รถ ทับ เรา” ตุ๊กตา หมี ตัว นั้น นิ่ง เงียบ แต่ ผม รู้สึก ว่า มัน กำลัง ตอบ เธอ มัน กำลัง เล่า ให้ เธอ ฟัง ถึง ความ เจ็บ ปวด ที่ ผม ได้ ทำ ไป

ผม ขับ รถ ไป บน ถนน สุขุมวิท ที่ ว่าง เปล่า ผม รู้สึก ว่า ผม กำลัง จะ บ้า ผม กำลัง ฟัง ผี พูด กับ ตุ๊กตา หมี ผม พยายาม จะ ตั้ง สติ ผม พยายาม จะ บอก ตัวเอง ว่า นี่ คือ ภาพ หลอน แต่ กลิ่น ดิน และ กลิ่น คาว เลือด มัน จริง เกิน กว่า ที่ จะ เป็น ภาพ หลอน

ผม ขับ มา ถึง แยก บางนา ผม จอด รถ ผม ไม่ ต้อง มี ใคร สั่ง ผม หลับตา ลง ผม เห็น ภาพ นั้น อีก ครั้ง ภาพ ล้อ รถ บด ขยี้ เธอ แต่ คราวนี้ มี ตุ๊กตา หมี ตัว นั้น อยู่ ใน ภาพ ด้วย มัน อยู่ บน ร่าง เธอ มัน ถูก บด ขยี้ ไป พร้อม กับ เธอ เสียง กร๊อบ ดัง กว่า เดิม เสียง ร้อง อ๊าก! ดัง กว่า เดิม มัน ทรมาน กว่า เดิม

ผม เปิด ตา ผม หอบ หายใจ ผม มอง กระจก มอง หลัง เธอ ยัง คง นั่ง อยู่ ที่ เดิม มอง ผม ด้วย สายตา ว่าง เปล่า แต่ ตุ๊กตา หมี ตัว นั้น มัน …ไม่ อยู่ แล้ว มัน หาย ไป แล้ว มัน หาย ไป ไหน

ผม ตัว แข็ง ผม ไม่ กล้า หัน หลัง กลับ ไป ดู ผม รู้ ว่า มัน ต้อง อยู่ ที่ ไหน สัก แห่ง ใน รถ คัน นี้ มัน ต้อง อยู่ ใกล้ ผม ผม รู้สึก ได้ ถึง ลม หายใจ ที่ เย็น เฉียบ ของ ใคร บาง คน หรือ อะไร บาง อย่าง อยู่ ข้างๆ ผม

ผม ค่อยๆ เหลือบ มอง ไป ที่ เบาะ ข้างๆ คนขับ เบาะ ที่ ว่าง เปล่า ผม เห็น มัน มัน นั่ง อยู่ บน เบาะ ข้างๆ ผม ตุ๊กตา หมี ตัว นั้น มัน หัน หน้า มา มอง ผม ด้วย ดวง ตา ที่ กลม โต มัน ไม่ มี ปาก แต่ ผม ได้ยิน เสียง มัน ใน หัว ผม

“สมชาย” เสียง เด็ก ๆ “ทำไม นาย ถึง ทำ กับ เรา แบบ นี้” “เรา รัก นาย นะ เรา อยาก จะ กลับ บ้าน ทำไม นาย ไม่ ให้ เรา กลับ บ้าน” “เรา เหงา นะ เรา อยู่ ใน ความ มืด มา นาน แล้ว” “นาย ต้อง อยู่ กับ เรา นะ สมชาย นาย ต้อง อยู่ กับ เรา ตลอด ไป”

ผม กรีดร้อง ผม ถีบ ไป ที่ ตุ๊กตา หมี ตัว นั้น สุด แรง ตุ๊กตา หมี ตัว นั้น กระเด็น ไป ตก อยู่ ที่ พื้น รถ มัน ไม่ ได้ ร้อง มัน ไม่ ได้ เจ็บ มัน แค่ นอน นิ่ง อยู่ ตรง นั้น แล้ว ดวง ตา ของ มัน ก็ ยัง คง จ้อง มา ที่ ผม ไม่ กระพริบ

ผม ขับ รถ หนี ผม เหยียบ คันเร่ง สุด แรง รถ เมล์ คัน เก่า คราง กระหึ่ม ไป ตาม ถนน สุขุมวิท ผม ขับ หนี จาก ตุ๊กตา หมี ตัว นั้น หนี จาก เธอ หนี จาก ความ จริง ที่ ว่า ผม เป็น บ้า ไป แล้ว แต่ ผม รู้ ว่า ผม หนี ไม่ พ้น เพราะ ตุ๊กตา หมี ตัว นั้น มัน อยู่ ใน รถ คัน นี้ มัน อยู่ ใน หัวใจ ของ ผม


คืนต่อมา ผม กลับ ไป ที่ รถ เมล์ คัน เดิม ผม ไม่ ได้ กิน ไม่ ได้ นอน มา สอง วัน แล้ว ร่าง กาย ผม มัน ทรุด โทรม จน ถึง ขีด สุด ผม เห็น ตัวเอง ใน กระจก มอง ข้าง ตา ผม ลึก โบ๋ ผิว ซีด เซียว ผม ดู เหมือน ผี มากกว่า เธอ

ผม เปิด ประตู รถ กลิ่น คาว เลือด จางๆ และ กลิ่น ดิน มัน แรง ขึ้น ผม มอง ไปที่ พื้น รถ ตุ๊กตา หมี ตัว นั้น ยัง คง นอน อยู่ ตรง ที่ ผม ถีบ มัน ไป ดวง ตา กลม โต ของ มัน ยัง คง จ้อง ผม ไม่ กระพริบ ผม หยิบ มัน ขึ้น มา ผม รู้สึก ถึง ความ เย็น ที่ แผ่ ซ่าน มา จาก ตัว มัน ผม โยน มัน ไป ที่ เบาะ ข้างๆ คนขับ แล้ว ผม ก็ สตาร์ท เครื่อง

ผม ขับ รถ ออก ไป ความ รู้สึก ของ ความ ผิด มัน หนัก อึ้ง เหมือน ก้อน หิน ที่ ทับ อยู่ บน อก ผม ไม่ กลัว เธอ อีก แล้ว ผม กลัว ตัวเอง กลัว สิ่งที่ ผม ได้ ทำ ไป ผม ขับ รถ ไป เรื่อยๆ ผม ไม่ มอง กระจก มอง หลัง ผม ไม่ มอง ตุ๊กตา หมี ที่ เบาะ ข้างๆ ผม พยายาม ที่จะ ทำ ให้ ตัวเอง เป็น กลาง ทำ ให้ ตัวเอง เป็น แค่ คนขับ รถ ที่ ไร้ ความ รู้สึก

ผม มาถึง อ่อนนุช เธอ ขึ้น มา เหมือน เดิม จ่าย เหรียญ เย็น เฉียบ เธอ เดิน ไป นั่ง เบาะ หลัง สุด แต่ คืนนี้ ผม ไม่ ได้ยิน เสียง สะอื้น ของ เธอ ผม ได้ยิน เสียง เธอ กำลัง พูด คุย กับ ใคร บาง คน

ผม มอง กระจก มอง หลัง เบาะ หลัง เธอ ไม่ได้ นั่ง อยู่ คน เดียว เธอ นั่ง อยู่ กับ …เงา เงา ที่ บิด เบี้ยว ของ ผู้หญิง อีก คน เงา นั้น เปียก โชก เหมือน เธอ แต่ เงา นั้น ดู มี อายุ กว่า มัน กำลัง กอด เธอ ไว้ ปลอบ โยน เธอ

ผม ตัว แข็ง “นั่น ใคร” ผม พึมพำ ถาม เธอ เธอ เงยหน้า มอง ผม ใน กระจก เธอ ยิ้ม รอย ยิ้ม ที่ น่า เศร้า “แม่ ฉัน ไง” เธอ ตอบ “แม่ มา หา ฉัน ค่ะ แม่ ทน ไม่ ไหว ที่ จะ ต้อง อยู่ คน เดียว” เงา นั้น ค่อยๆ หัน มา มอง ผม ดวง ตา ของ เงา นั้น เต็ม ไป ด้วย ความ เจ็บ ปวด และ ความ สูญ เสีย มัน เป็น สายตา ของ คน ที่ ผม ได้ พราก ทุกอย่าง ไป จาก เขา

ผม ขับ รถ ต่อไป ผม ได้ยิน เสียง แม่ ของ เธอ กำลัง พูด คุย กับ เธอ “หนู กลับ บ้าน ไม่ได้ เหรอ ลูก แม่ เหงา เหลือ เกิน” “หนู กลับ ไม่ได้ ค่ะ แม่ หนู ติด อยู่ ใน รถ คัน นี้ หนู ต้อง อยู่ กับ เขา จน กว่า เขา จะ สำนึก” “แล้ว เมื่อ ไหร่ เขา จะ สำนึก ล่ะ ลูก” แม่ ของ เธอ ถาม “เมื่อ ไหร่ แม่ ถึง จะ ได้ กอด หนู สัก ที”

ผม น้ำตา ไหล ผม ไม่ได้ ร้องไห้ เพราะ ความ กลัว ผม ร้องไห้ เพราะ ความ รู้สึก ผิด ที่ มัน แทรก ซึม เข้า มา ใน ทุก อณู ของ ร่างกาย ผม ผม กำลัง จะ ทำให้ คน สอง คน ต้อง ทรมาน ตลอด ไป แม่ ของ เธอ ที่ ต้อง อยู่ อย่าง โดด เดี่ยว และ เธอ ที่ ต้อง ติด อยู่ ใน รถ เมล์ คัน นี้ กับ ผม

ผม ขับ รถ มา ถึง แยก บางนา ผม จอด รถ ผม ไม่ ต้อง มี ใคร สั่ง ผม หลับตา ลง ผม เห็น ภาพ นั้น อีก ครั้ง ภาพ ล้อ รถ บด ขยี้ เธอ แต่ คราวนี้ มี เงา ของ แม่ เธอ ยืน อยู่ ข้างๆ ผม มอง ผม ด้วย สายตา ที่ ตำหนิ และ เศร้า สร้อย

“นาย ดู สิ สมชาย” เงา ของ แม่ เธอ กระซิบ “นาย ทำ อะไร กับ ลูก สาว ฉัน นาย ทำ อะไร กับ ฉัน นาย ฆ่า ลูก สาว ฉัน แล้ว นาย ก็ ฆ่า ฉัน ด้วย” เสียง เธอ เต็ม ไป ด้วย ความ เจ็บ ปวด มัน เป็น ความ เจ็บ ปวด ของ คน เป็น แม่ ที่ สูญเสีย ลูก ไป

ผม เปิด ตา ผม หัน ไป มอง เบาะ หลัง เงา ของ แม่ เธอ หาย ไป แล้ว เธอ นั่ง อยู่ คน เดียว กอด ตุ๊กตา หมี ไว้ แน่น ผม มอง ตุ๊กตา หมี ที่ เบาะ ข้างๆ ผม มัน กำลัง จ้อง ผม ด้วย ดวง ตา ที่ ว่าง เปล่า

ผม รู้ แล้ว นี่ คือ ความ ทรมาน ของ ผม เธอ ไม่ได้ มา แค่ คน เดียว เธอ จะ พา ทุก คนที่ เกี่ยวข้อง กับ เธอ มา หลอก หลอน ผม จนกว่า ผม จะ ทน ไม่ ไหว จนกว่า ผม จะ ยอม รับ ความ จริง ที่ ว่า ผม คือ ฆาตกร


ชีวิตของผม กลายเป็น วงจร แห่ง ความ ผิด บาป ผม ตื่น ใน ตอน บ่าย ด้วย ร่างกาย ที่ อ่อน ล้า และ จิตใจ ที่ ว่าง เปล่า ผม ไม่ กิน ไม่ ดื่ม ไม่ พูด ผม นั่ง มอง ผนัง ห้อง เช่า โทรมๆ ของ ผม ที่ ตอนนี้ เริ่ม มี เงา ของ ผู้หญิง เปียก ชื้น ปรากฏ ขึ้น มา เป็น ครั้ง คราว ผม ไม่ สนใจ ผม ชิน แล้ว

ผม กลับ ไป ที่ รถ เมล์ คัน เดิม ทุก คืน ผม ขับ มัน ออก ไป บน ถนน สุขุมวิท ที่ ตอนนี้ กลาย เป็น ฉาก ใน ฝัน ร้าย ของ ผม ผม ไม่ ต้อง มี ผู้โดยสาร จริง อีก แล้ว เพราะ รถ คัน นี้ เต็ม ไปด้วย วิญญาณ ที่ ผม ได้ พราก ไป

คืนหนึ่ง ผม ขับ รถ ไป บน ถนน ที่ ว่าง เปล่า ผม มอง กระจก มอง หลัง “กรรม” เธอ นั่ง อยู่ ที่ เดิม แต่ คืนนี้ เธอ ไม่ได้ นั่ง อยู่ คน เดียว เบาะ ข้างๆ เธอ มี ผู้หญิง อีก คน นั่ง อยู่ ผู้หญิง คน นี้ ใส่ ชุด สี ขาว เปียก โชก เหมือน เธอ แต่ เธอ ดู มี อายุ กว่า มาก ผม รู้ ทันที นั่น คือ แม่ ของ เธอ ที่ ผม เคย เห็น เป็น เงา ตอนนี้ ท่าน มา ใน ร่าง ที่ ชัดเจน ขึ้น

ผม ขับ รถ ต่อไป ผม ได้ยิน เสียง พูด คุย จาก เบาะ หลัง แต่ มัน ไม่ ใช่ เสียง พูด ธรรมดา มัน เป็น เสียง แห่ง ความ ทรมาน “ลูก หนาว ไหม” แม่ ของ เธอ ถาม “หนาว ค่ะ แม่ หนู อยู่ ใน ความ มืด มา นาน แล้ว” เธอ ตอบ “แล้ว เมื่อ ไหร่ เขา จะ สำนึก ล่ะ ลูก” “หนู ไม่ รู้ ค่ะ แม่ เขา เป็น คน ขี้ ขลาด เขา ไม่ ยอม รับ ความ จริง”

ผม ได้ยิน ทุก คำ พูด มัน เหมือน มีด ที่ กรีด หัวใจ ผม ซ้ำๆ ผม อยาก จะ หยุด รถ แล้ว กรีดร้อง บอก ให้ พวก เธอ หยุด ทรมาน ผม แต่ ผม ทำ ไม่ ได้ ผม ต้อง ขับ ผม ต้อง รับ ฟัง

ผม ขับ รถ มา ถึง แยก บางนา ผม จอด รถ ผม ไม่ ต้อง หลับตา อีก แล้ว ภาพ อุบัติเหตุ มัน ฉาย ขึ้น มา เอง บน กระจก หน้า รถ มัน เป็น ภาพ โครโม ที่ ชัดเจน ภาพ ของ ผม ที่ ถอย รถ ทับ เธอ ซ้ำๆ คราวนี้ แม่ ของ เธอ ร้องไห้ เสียง ดัง โหยหวน มัน เป็น เสียง ร้อง ที่ ทำให้ ผม รู้สึก เหมือน ผม กำลัง จะ ขาดใจ

ผม ขับ รถ ออก ไป จาก แยก นั้น ผม มอง กระจก มอง ข้าง ผม เห็น ภาพ ของ เธอ และ แม่ ของ เธอ นั่ง อยู่ ข้าง หลัง แต่ ภาพ มัน เริ่ม บิด เบี้ยว แม่ ของ เธอ เริ่ม มี ใบหน้า ที่ เหมือน เธอ แล้ว ใบหน้า ของ เธอ ก็ เริ่ม มี รอย ยิ้ม ที่ เศร้า สร้อย ของ แม่ เธอ ร่าง ของ พวก เธอ เริ่ม รวม กัน เป็น ร่าง เดียว ร่าง ที่ เป็น ส่วน ผสม ของ ความ ตาย และความ รัก ของ แม่

ผม รู้ แล้ว ผม กำลัง จะ บ้าม ผม ไม่ สามารถ แยก แยะ ได้ อีก แล้ว ว่า ใคร คือ ใคร พวก เธอ คือ คน คน เดียว กัน พวก เธอ คือ “กรรม” ของ ผม ที่ มา ใน รูป แบบ ต่างๆ ผม หัน ไป มอง ตุ๊กตา หมี ที่ เบาะ ข้างๆ ผม มัน กำลัง หัวเราะ เสียง ใส เหมือน เด็ก ๆ “นาย หนี ไม่ พ้น หรอก สมชาย” มัน พูด “พวก เรา คือ ครอบครัว ของ นาย แล้ว”


ผมขับรถ ผม ขับ ไป เรื่อยๆ ร่างกาย ผม มัน ไม่ ใช่ ของ ผม อีก แล้ว มัน เป็น แค่ เปลือก ที่ ถูก ควบคุม ด้วย ความ ผิด บาป ผม มอง กระจก มอง หลัง ร่าง ที่ รวม กัน เป็น หนึ่ง เดียว ของ เธอ และ แม่ เธอ กำลัง นั่ง อยู่ ตรง นั้น มอง ผม ด้วย สายตา ที่ ผม ไม่ สามารถ อ่าน ออก ได้ แล้ว มัน คือ ความ รัก หรือ ความ แค้น ผม ไม่ รู้

ผม หัน ไป มอง ตุ๊กตา หมี ที่ เบาะ ข้างๆ ผม มัน กำลัง เต้น รำ อย่าง สนุก สนาน มัน ร้อง เพลง เสียง ใส ๆ เป็น เพลง กล่อม ที่ น่า สยด สยอง “นาย ต้อง อยู่ กับ เรา นะ สมชาย นาย ต้อง อยู่ กับ เรา ตลอด ไป” ผม ทน ไม่ ไหว อีก แล้ว ผม อยาก ให้ มัน จบ ผม อยาก จะ ให้ ความ ทรมาน นี้ มัน หาย ไป

ผม เหยียบ เบรก สุด แรง รถ จอด นิ่ง สนิท อยู่ กลาง ถนน สุขุมวิท ผม มอง ไปที่ เบาะ หลัง ร่าง นั้น มอง ผม นิ่งๆ ผม มอง ตุ๊กตา หมี มัน หยุด เต้น รำ มัน มอง ผม ด้วย สายตา ที่ เต็ม ไป ด้วย ความ คาด หวัง “เธอ อยาก ให้ ฉัน ทำ อะไร” ผม ถาม ด้วย เสียง ที่ แหบ แห้ง “นาย รู้ อยู่ แล้ว สมชาย” ตุ๊กตา หมี พูด “นาย ต้อง ชดใช้ นาย ต้อง จำ ทุก อย่าง”

ผม พยักหน้า ผม จำ ได้ แล้ว ผม จำ ทุก อย่าง ได้ แล้ว และ ผม ก็ รู้ ว่า การ ชดใช้ ที่ แท้ จริง คือ อะไร มัน ไม่ ใช่ การ ขับ รถ มัน คือ การ จบ ชีวิต ของ ผม ด้วย มือ ของ ผม เอง ผม มอง ไปที่ เสา ตอม่อ รถไฟฟ้า ที่ อยู่ ข้างหน้า ผม มัน คือ ทาง ออก

ผม เข้า เกียร์ [D] ผม เหยียบ คันเร่ง สุด แรง รถ พุ่ง ทะยาน ไป ข้างหน้า ความ เร็ว สูง ผม หลับตา ลง ผม ยิ้ม ผม ยิ้ม ให้กับ ความ ตาย ที่ กำลัง จะ มา ถึง มัน คือ การ ปลด ปล่อย ครั้ง สุดท้าย


ผมหลับตา แรง เหยียบ คันเร่ง ของ ผม มัน พุ่ง ทะยาน ไป ข้างหน้า ผม ได้ยิน เสียง เครื่อง ยนต์ ที่ คราง กระหึ่ม มัน คือ เสียง เพลง อำลา ของ ผม ผม กำลัง จะ จบ ทุกอย่าง ผม กำลัง จะ หนี จาก เธอ จาก ความ ผิด ของ ผม ไป สู่ ความ ว่าง เปล่า

ตึง! เสียง ดัง สนั่น หวั่น ไหว มัน เป็น เสียง ที่ ทุ้ม และ หนัก แน่น แต่ มัน ไม่ ใช่ เสียง เหล็ก ปะทะ คอนกรีต มัน เป็น เสียง ของ ยาง รถ ที่ บด ขยี้ พื้น ถนน และ เสียง ของ เบรก ที่ ทำงาน ด้วย ตัวเอง ใน วินาที สุดท้าย

รถเมล์ หยุด นิ่ง สนิท ผม ลืมตา ขึ้น ด้วย ความ สับสน จมูก รถ เมล์ คัน ใหญ่ ห่าง จาก เสา ตอม่อ คอนกรีต ขนาด มหึมา เพียง แค่ คืบ เดียว มัน ใกล้ มาก ใกล้ จน ผม รู้สึก ได้ถึง ความ เย็น ของ คอนกรีต ที่ แผ่ ออกมา แต่ …มัน ไม่ ชน

ผม มอง พวงมาลัย มอง เท้า ของ ตัวเอง ผม ไม่ได้ เหยียบ เบรก ใคร เป็น คน เหยียบ มัน รถ คัน นี้ มัน ทำ เอง หรือ ใคร บาง คน ทำ ให้ มัน ทำ

ความ เงียบ เข้า ครอบ งำ มัน เป็น ความ เงียบ ที่ หนัก อึ้ง กว่า ความ ตาย ผม หัน ไป มอง เบาะ หลัง สุด เธอ กำลัง ยืน อยู่ ตรง นั้น ชุด นักศึกษา สี ขาว เปียก โชก แต่ ตอนนี้ เธอ ไม่ได้ มี ใบหน้า ที่ เศร้า สร้อย อีก แล้ว เธอ มี ใบหน้า ที่ ว่าง เปล่า และ เย็น ชา ราว กับ รูป ปั้น

“นาย คิด ว่า นาย จะ หนี ไป ได้ เหรอ” เธอ พูด เสียง เธอ ไม่ ใช่ เสียง ของ เด็ก สาว อีก แล้ว มัน เป็น เสียง ที่ ดุดัน หนัก แน่น และ ก้อง กังวาน เหมือน เสียง ของ กฎ แห่ง จักรวาล “นาย คิด ว่า ความ ตาย จะ เป็น ทาง ออก ของ นาย เหรอ สมชาย”

ผม ส่าย หัว “ฉัน …ฉัน ทน ไม่ ไหว แล้ว” ผม สารภาพ “ฉัน ขอ ให้ มัน จบ สัก ที” เธอ เดิน มา หา ผม ช้าๆ หยุด อยู่ ข้างๆ ผม ความ เย็น ยะเยือก ของ เธอ ทำให้ ผม รู้สึก เหมือน ถูก แช่ แข็ง แต่ ผม ไม่ กลัว อีก แล้ว ผม แค่ รู้สึก ว่าง เปล่า

“นาย ต้อง จำ ไว้ สมชาย” เธอ พูด “ความตาย มัน ง่าย เกิน ไป สำหรับ บาป ของ นาย” “โทษ ของ นาย ไม่ ใช่ การ จบ ชีวิต แต่ คือ การ มี ชีวิต อยู่” “นาย ต้อง มี ชีวิต อยู่ เพื่อ จำ ทุก อย่าง ที่ นาย ได้ ทำ ไป” “นาย ต้อง ขับ รถ คัน นี้ ขับ ไป บน เส้นทาง นี้ รับ ฉัน ขึ้น มา ทุก คืน และ ดู ภาพ ที่ นาย ฆ่า ฉัน ซ้ำ ๆ จนกว่า นาย จะ จำ มัน ได้ ด้วย จิตวิญญาณ ของ นาย”

เธอ ยื่น มือ ที่ ซีด ขาว ของ เธอ ออก มา แตะ ที่ หน้า อก ผม ผม รู้สึก ถึง ความ เย็น ที่ พุ่ง ตรง เข้า สู่ หัวใจ ผม มัน เป็น ความ เย็น ที่ เจ็บ ปวด กว่า บาด แผล ใดๆ “ฉัน คือ กรรม ของ นาย” เธอ พูด “ฉัน จะไม่ ให้ นาย หนี ไป ไหน ฉัน คือ ผู้โดยสาร คน เดียว ของ นาย ที่ ไม่ มี วัน ลง จาก รถ”

ผม ทรุด ตัว ลง กับ พื้น รถ ผม กอด เข่า ร้องไห้ มัน ไม่ ใช่ น้ำตา แห่ง ความ กลัว แต่ เป็น น้ำตา แห่ง ความ พ่าย แพ้ พ่าย แพ้ ให้กับ ชะตา กรรม ที่ ผม สร้าง ขึ้น มา เอง ผม แพ้ แล้ว ผม ไม่ มี ทาง หนี ไม่ มี ทาง จบ สิ้น

ผม นั่ง อยู่ ตรง นั้น นาน เท่า ไหร่ ก็ ไม่ รู้ จนกระทั่ง ผม เงยหน้า ขึ้น มอง เธอ เธอ ยัง ยืน อยู่ ที่ เดิม แต่ ตอนนี้ ใบหน้า ของ เธอ เริ่ม มี รอย ยิ้ม รอย ยิ้ม ที่ น่า ขน ลุก และ เต็ม ไป ด้วย ความ เยาะ เย้ย “ขับ รถ” เธอ สั่ง คำ เดียว สั้นๆ “ขับ มัน กลับ ไป ที่ อู่ และ เตรียม ตัว สำหรับ คืน พรุ่งนี้”

ผม พยุง ตัวเอง ลุก ขึ้น ยืน อย่าง ช้าๆ ร่างกาย ผม มัน หนัก อึ้ง เหมือน แบก โลก ไว้ ทั้ง ใบ ผม เดิน กลับ ไป ที่ นั่ง คนขับ ผม สตาร์ท เครื่อง ยนต์ รถ เมล์ คัน เก่า คราง กระหึ่ม อีก ครั้ง มัน ยัง ไม่ ตาย มัน พร้อม ที่ จะ รับ ใช้ นาย คน ใหม่ ของ มัน

ผม เข้า เกียร์ [R] ถอย รถ ออกจาก เสา ตอม่อ ผม ขับ รถ ไป ตาม ถนน สุขุมวิท ที่ ว่าง เปล่า มุ่ง หน้า กลับ ไป ที่ อู่ รถเมล์ ผม มอง กระจก มอง หลัง เธอ กลับ ไป นั่ง ที่ เบาะ หลัง แล้ว เธอ นั่ง นิ่ง เงียบ เหมือน ผู้คุม ที่ กำลัง เฝ้า นักโทษ

ผม รู้ แล้ว นี่ คือ การ เริ่มต้น ของ วงจร แห่ง ความ ทรมาน ที่ ไม่ มี วัน สิ้น สุด ผม คือ สมชาย คนขับ รถเมล์ สาย 511 และ ผม คือ นักโทษ ของ กรรม ผม ต้อง ขับ รถ คัน นี้ ทุก คืน ไป จนกว่า ผม จะ ตาย อย่าง ช้าๆ ด้วย ความ ทรงจำ ของ ผม เอง


ผม กลับ มา ที่ อู่ รถเมล์ ใน ตอน เช้า แสง อาทิตย์ กำลัง ขึ้น มัน แสบ ตา ผม เกลียด แสง สว่าง ผม อยาก จะ อยู่ ใน ความ มืด ตลอด ไป ผม จอด รถ ดับ เครื่อง ยนต์ ผม ลง จาก รถ ขา ของ ผม หนัก อึ้ง เหมือน มี โซ่ ตรวน ล่อง หน ล่าม ไว้

ผม เดิน ผ่าน ห้อง พัก คนขับ ไอ้บุญ มัน นั่ง อยู่ ตรง นั้น มัน มอง ผม ด้วย สายตา ที่ เต็ม ไป ด้วย ความ กลัว มัน เห็น อะไร ใน ตัว ผม มัน เห็น ความ ตาย หรือ ความ บ้า คลั่ง มัน ไม่ พูด อะไร ผม ก็ ไม่ พูด อะไร ผม เดิน ผ่าน ไป เหมือน เป็น แค่ วิญญาณ ที่ กำลัง เดิน ผ่าน

ผม กลับ ห้อง เช่า โทรมๆ ของ ผม ผม นั่ง ลง บน ฟูก แข็งๆ ผม ไม่ ได้ นอน ผม นั่ง นิ่ง จ้อง มอง ผนัง ว่าง เปล่า ผม ไม่ หิว ผม ไม่ กระหาย ผม ไม่ รู้สึก อะไร อีก แล้ว ผม เป็น แค่ ก้อน เนื้อ ที่ มี ชีวิต อยู่ เพื่อ รอ เวลา ทำ งาน

หก โมง เย็น เจ็ด โมง แปด โมง เวลา เดิน ช้า เหลือ เกิน แต่ มัน ก็ เดิน มา ถึง สี่ ทุ่ม ผม ลุก ขึ้น ยืน ผม กลับ ไป ที่ อู่ ผม กลับ ไป ที่ รถ เมล์ คัน เดิม คัน ที่ 511 ผม สตาร์ท เครื่อง ผม ขับ รถ ออก ไป สู่ ถนน สุขุมวิท อีก ครั้ง

วงจร เริ่ม ต้น ใหม่ ผม ขับ รถ ไป รับ ผู้โดยสาร สอง สาม คน พวกเขา คือ เงา ที่ ไร้ ตัว ตน สำหรับ ผม พวกเขา ไม่ เห็น เธอ พวกเขา ไม่ ได้ยิน เสียง ของ เธอ พวกเขา ไม่ ได้ กลิ่น สนิม และ กลิ่น ดิน ที่ ติด อยู่ ใน รถ คัน นี้ พวกเขา คือ ส่วน หนึ่ง ของ โลก ที่ ผม ไม่ ได้ อยู่ แล้ว

ผม มาถึง อ่อนนุช ตี หนึ่ง ตรง เธอ ก้าว ขึ้น มา เหมือน เดิม ชุด เปียก โชก ผม ยาว ปิด หน้า เธอ จ่าย เหรียญ เย็น เฉียบ เธอ เดิน ผ่าน ผม ไป ไป นั่ง เบาะ หลัง สุด แต่ คืนนี้ ผม ไม่ได้ ยิน เสียง สะอื้น ของ เธอ ผม ได้ยิน เสียง …หัวเราะ เสียง หัวเราะ ที่ ใส และ เย็น ชา มัน ดัง ก้อง อยู่ ใน รถ ที่ ว่าง เปล่า

ผม มอง กระจก มอง หลัง เธอ กำลัง หัวเราะ เธอ หัวเราะ ด้วย ความ สนุก สนาน เหมือน เด็ก ที่ กำลัง เล่น เกม ผม ไม่ กลัว แล้ว ผม แค่ รู้สึก ชา ชิน นี่ คือ การ ลงโทษ ใหม่ ของ ผม เธอ จะ ไม่ ร้องไห้ อีก แล้ว เธอ จะ หัวเราะ เยาะ ผม ไป จนกว่า ผม จะ บ้า ตาย

ผม ขับ รถ ต่อไป ผม ได้ยิน เสียง ของ ตุ๊กตา หมี ที่ เบาะ ข้างๆ ผม มัน กำลัง หัวเราะ ไป พร้อม กับ เธอ “นาย หนี ไม่ พ้น หรอก สมชาย” มัน พูด “พวก เรา คือ ครอบครัว ของ นาย แล้ว” ผม ไม่ สนใจ ผม ขับ รถ ต่อไป ผม ยอม รับ แล้ว นี่ คือ ชะตา กรรม ของ ผม

ผม มาถึง แยก บางนา ผม จอด รถ ผม หลับตา ลง ภาพ อุบัติเหตุ มัน ฉาย ขึ้น มา เอง บน กระจก หน้า รถ แต่ คราวนี้ มัน ไม่ ใช่ แค่ ภาพ มัน เป็น วิดีโอ ที่ ชัดเจน มัน มี คำ บรรยาย ภาพ ด้วย มัน มี คำ พูด ของ ผม ใน คืน นั้น “กู ต้อง หนี” “กู ไม่ อยาก ติด คุก” ผม ได้ยิน เสียง ของ ตัวเอง มัน น่า ขยะแขยง ผม เห็น ตัวเอง เข้า เกียร์ [R] ผม เห็น ตัวเอง ถอย รถ ทับ เธอ ซ้ำๆ แล้ว เสียง หัวเราะ ของ เธอ ก็ ดัง ขึ้น อย่าง บ้า คลั่ง

ผม เปิด ตา ผม หอบ หายใจ ผม มอง กระจก มอง หลัง เธอ หยุด หัวเราะ แล้ว เธอ มอง ผม นิ่งๆ “ขับ รถ” เธอ สั่ง คำ เดิม ผม เข้า เกียร์ ผม ขับ รถ ออก ไป จาก แยก นั้น มุ่ง หน้า กลับ ไป ที่ อู่ เพื่อ รอ วัน พรุ่งนี้ เพื่อ รอ การ ลงโทษ ใหม่ ที่ จะ มา ถึง


คืนต่อมา ผม กลับ ไป ที่ รถ เมล์ คัน เดิม ผม ไม่ ได้ กิน ไม่ ได้ นอน มา สาม วัน แล้ว ร่าง กาย ผม มัน ทรุด โทรม จน ถึง ขีด สุด ผม ไม่ ได้ กลัว อีก แล้ว ผม แค่ รอ รอ ว่า เธอ จะ ทำ อะไร กับ ผม อีก

ผม ขับ รถ ไป รับ เธอ ที่ อ่อนนุช เธอ ก้าว ขึ้น มา เหมือน เดิม แต่ คืนนี้ เธอ ไม่ได้ เปียก โชก อีก แล้ว ชุด นักศึกษา สี ขาว ของ เธอ แห้ง สนิท และ สะอาด แต่ ดวง ตา ของ เธอ ยัง คง เต็ม ไป ด้วย ความ ว่าง เปล่า

เธอ เดิน มา ที่ ผม ไม่ ได้ จ่าย เหรียญ เธอ แค่ ยืน อยู่ ข้างๆ ผม แล้ว ยื่น ตุ๊กตา หมี ตัว นั้น มา ให้ ผม “นาย เอา ไป ให้ แม่ ฉัน นะ” เธอ พูด เสียง เธอ ใส และ เศร้า สร้อย เหมือน เด็ก สาว ธรรมดา คน หนึ่ง “วันนี้ เป็น วัน เกิด ของ ฉัน ฉัน อยาก ให้ แม่ รู้ ว่า ฉัน ไม่ ได้ หนาว แล้ว”

ผม ตัว แข็ง ผม ไม่ รู้ ว่า เธอ ต้องการ อะไร จาก ผม อีก แล้ว ผม รับ ตุ๊กตา หมี ตัว นั้น มา ด้วย มือ ที่ สั่น เทา มัน ไม่ได้ เย็น เฉียบ อีก แล้ว มัน อุ่น อย่าง น่า ประหลาด มัน เป็น ตุ๊กตา หมี ธรรมดา ตัว หนึ่ง

“นาย ไป สารภาพ กับ แม่ ฉัน” เธอ พูด “บอก ความ จริง ทุก อย่าง แล้ว บอก ว่า ฉัน ได้ กลับ บ้าน แล้ว ให้ แม่ รู้ ว่า ฉัน ไม่ ได้ อยู่ ใน รถ คัน นี้ อีก แล้ว” ผม มอง ตุ๊กตา หมี ใน มือ ผม มอง เธอ “ถ้า ฉัน ไป สารภาพ” ผม ถาม “เธอ จะ ไป จาก รถ คัน นี้ ไหม”

เธอ ยิ้ม รอย ยิ้ม ที่ สงบ “ฉัน ไม่ รู้ ค่ะ” เธอ ตอบ “ฉัน ถูก ล่าม ไว้ ด้วย ความ ผิด ของ นาย แต่ ถ้า นาย ยอม รับ โทษ ทาง โลก อย่าง แท้จริง บางที …เรา อาจจะ หลุด พ้น” ผม พยักหน้า ผม รู้ แล้ว นี่ คือ ทาง เดียว ที่ จะ จบ วงจร นี้ ผม ต้อง ยอม รับ โทษ ทาง โลก อย่าง แท้จริง

ผม ขับ รถ ออก ไป ผม ขับ เลย แยก บางนา ไป ผม ไม่ ได้ จอด รถ ผม ไม่ ได้ หลับตา เธอ ไม่ ได้ สั่ง เธอ แค่นั่ง เงียบๆ กอด ตุ๊กตา หมี ที่ ยัง อยู่ ใน มือ เธอ เรา ขับ ไป เรื่อยๆ มุ่ง หน้า สู่ อู่

เช้า วันรุ่งขึ้น ผม ไม่ได้ นอน ผม นั่ง รอ จน สิบโมง ผม หยิบ ตุ๊กตา หมี ใน มือ ผม เดิน ออก จาก ห้อง ผม เดิน ไป ที่ บ้าน ของ เธอ บ้าน หลัง เก่าๆ ที่ ผม เคย เห็น ใน ความ ฝัน ผม ยืน อยู่ หน้า ประตู ผม ยก มือ ขึ้น เคาะ ประตู ก๊อก ก๊อก ก๊อก

แม่ ของ เธอ เปิด ประตู ออกมา เธอ มอง ผม ด้วย สายตา ที่ สับสน ผม ยื่น ตุ๊กตา หมี ให้ เธอ เธอ รับ มัน ไป ด้วย มือ ที่ สั่น เทา แล้ว เธอก็ จำ ได้ เธอ กรีดร้อง เสียง ดัง เธอ กอด ตุ๊กตา หมี ไว้ แน่น ร้องไห้ อย่าง หนัก “คุณ …คุณ ได้ มัน มา จาก ไหน”

ผม คุกเข่า ลง กับ พื้น ผม สารภาพ ความ จริง ทุก อย่าง เรื่อง ที่ ผม ชน เธอ เรื่อง ที่ ผม ถอย รถ ทับ เธอ เรื่อง ที่ ผม ถูก เธอ ตาม หลอก หลอน ผม ขอโทษ ขอโทษ ที่ เกิด มา เป็น คน เลว “ผม พร้อม แล้ว ครับ คุณ แม่ คุณ จะ เรียก ตำรวจ หรือ คุณ จะ ฆ่า ผม ด้วย ตัว คุณ เอง ผม ยินดี ครับ”

แม่ ของ เธอ มอง ผม ด้วย สายตา ที่ สงบ “ฉัน จะ ไม่ ฆ่า คุณ หรอก ค่ะ” เธอ พูด “ความตาย มัน ง่าย ไป สำหรับ คน อย่าง คุณ” “ฉัน จะ ไม่ เรียก ตำรวจ ด้วย” เธอ ยิ้ม รอย ยิ้ม ที่ น่า เศร้า “เพราะ ฉัน รู้ ว่า ลูก สาว ฉัน เธอ ได้ มอบ โทษ ที่ แท้ จริง ให้ คุณ แล้ว” “ไป สิ คะ คุณ คนขับ รถเมล์ กลับ ไป ที่ รถ ของคุณ” “จำ คำ ฉัน ไว้ นะ คะ ฉัน จะ ไม่ ตาม คุณ แต่ ลูก สาว ฉัน เธอ จะ ไป กับ คุณ ทุก คืน”

ผม ลุก ขึ้น ยืน ผม โค้ง คำนับ เธอ แล้ว เดิน ออก มา ผม ขับ รถ เมล์ คัน นั้น ออก จาก อู่ ผม ขับ มัน กลับ ไป ที่ ถนน สุขุมวิท ผม รู้ แล้ว นรก ของ ผม ไม่ใช่ การ ตาย ใน กอง ไฟ นรก ของ ผม คือ การ มี ชีวิต อยู่ ใน ความ จริง นี้ การ ที่ ผม ต้อง ขับ รถ เมล์ คัน นี้ ไป เรื่อยๆ รับ เธอ ขึ้น มา ทุก คืน และ จำ ทุก สิ่งที่ ผม ได้ ทำ ไป จนกว่า ผม จะ ชดใช้ หนี้ กรรม นี้ หมด ไป โดย ไม่ มี วัน รู้ ว่า เมื่อไหร่ มัน จะ จบ ลง นี่ คือ เที่ยว สุดท้าย บน ถนน สุขุมวิท เที่ยว สุดท้าย ที่ ไม่ มี วัน สิ้น สุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube