มูลค่าแห่งความมั่งคั่ง: น้ำตาโลหิต
ฝนกำลังตกหนัก.
เสียงเม็ดฝนกระทบหน้าต่างกระจกของสำนักงาน. แต่มันไม่สามารถกลบเสียงความเงียบที่อยู่ข้างในได้.
ความเงียบที่หนักอึ้ง. ความเงียบของการสิ้นสุด.
นิสานั่งนิ่ง. มือของเธอกำแน่นบนตัก. เธอจ้องมองกฤต, สามีของเธอ.
ผู้ชายที่เคยเต็มไปด้วยความฝันและพลังงาน. ผู้ชายที่เคยสัญญากับเธอว่าจะสร้างอนาคตที่ยิ่งใหญ่.
ตอนนี้… เขานั่งอยู่ตรงนั้น. หลังโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่า. ดวงตาของเขามองเหม่อไปยังผนัง.
ดวงตาที่กลวงเปล่า. เหมือนกับบัญชีธนาคารของพวกเขา.
กฤตไม่ได้พูดอะไรมาหลายชั่วโมงแล้ว. ตั้งแต่ที่พวกเขาได้รับโทรศัพท์สายนั้น.
“เราเสียใจ. ธนาคารไม่สามารถอนุมัติวงเงินเพิ่มได้อีก.”
คำพูดสุภาพ. แต่คมเหมือนมีด.
โครงการก่อสร้างที่พวกเขาเดิมพันทุกอย่าง… หยุดชะงัก. ลูกหนี้หนีหาย. ซัพพลายเออร์ขู่จะฟ้อง.
และตอนนี้… มันจบแล้ว.
เสียงเคาะประตูดังขึ้น. เบาๆ แต่ก้องกังวานในความเงียบ.
นิสาสะดุ้ง. กฤตยังคงนิ่ง.
ประตูเปิดออก. ชายสองคนในชุดสูทสีเข้ม. พวกเขาถือแฟ้มเอกสาร.
“คุณกฤต และ คุณนิสา ใช่ไหมครับ” หนึ่งในนั้นถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ.
กฤตไม่ตอบ.
นิสาเป็นคนพยักหน้า. คอของเธอรู้สึกฝืดเคือง.
“เรามาจากฝ่ายกฎหมายของธนาคารครับ. เราจำเป็นต้องดำเนินการ… อายัดทรัพย์สิน.”
คำว่า “อายัด” หลุดออกมา. มันแขวนอยู่ในอากาศ.
ชายคนนั้นเริ่มเดินไปรอบๆ สำนักงานเล็กๆ ของพวกเขา. เขาหยิบสติกเกอร์สีแดงแผ่นเล็กๆ ออกมา.
แปะ.
บนคอมพิวเตอร์.
แปะ.
บนตู้เอกสาร.
แปะ.
บนโต๊ะทำงานของกฤต.
นิสามองตามสติกเกอร์สีแดงนั้น. มันเหมือนหยดเลือด. เปื้อนไปทั่วทุกความฝันของพวกเขา.
ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะของเธอ. เขามองไปที่กรอบรูปเล็กๆ. รูปที่เธอกับกฤตยิ้มอย่างมีความสุขในวันที่เปิดบริษัท.
เขาลังเลเล็กน้อย.
“อันนี้… ส่วนตัวครับ” นิสาพูด. เสียงของเธอแทบจะกระซิบ.
ชายคนนั้นพยักหน้า. “เก็บไปได้ครับ. แต่ที่เหลือ… ต้องคงไว้ที่นี่.”
นิสาหยิบกรอบรูปขึ้นมา. กระจกเย็นเฉียบ. รอยยิ้มของพวกเขาในรูปดูเหมือนกำลังเยาะเย้ยเธอ.
พวกเขาเดินออกจากสำนักงาน. ทิ้งให้ชายสองคนนั้นทำงานของพวกเขาต่อไป.
ฝนยังคงตก.
พวกเขาขึ้นรถ. รถเก๋งคันเก่าที่กำลังจะถูกยึดในไม่ช้า.
กฤตสตาร์ทเครื่อง. ที่ปัดน้ำฝนทำงาน. ปัดเป่าหยดน้ำ. แต่ไม่สามารถปัดเป่าความสิ้นหวังออกไปได้.
พวกเขานั่งอยู่ในรถ. ไม่มีการพูดคุย.
มีเพียงเสียงฝน. และเสียงหัวใจที่แตกสลายของนิสา.
เธอมองไปที่กฤต. รอให้เขาพูดอะไรบางอย่าง. รอให้เขาตะโกน. โกรธ. หรือร้องไห้.
แต่อะไรก็ได้. ไม่ใช่ความเงียบนี้.
“กฤตคะ…” เธอเริ่ม.
“อย่าเพิ่งพูดอะไร” เขาตัดบท. เสียงแหบพร่า.
เขาขับรถออกไป. ไร้จุดหมาย.
ค่ำคืนนั้น. ในอพาร์ตเมนต์เช่าเล็กๆ ที่พวกเขาต้องย้ายกลับมาอยู่.
นิสานอนไม่หลับ. เธอได้ยินเสียงกฤตเดินไปเดินมาในห้องนั่งเล่น.
เขาไม่เปิดไฟ. มีเพียงแสงสลัวจากถนนที่ส่องเข้ามา.
เธอทนไม่ไหว. เธอจึงลุกขึ้น.
เธอเห็นเขายืนอยู่ริมหน้าต่าง. มองออกไปในความมืด.
“พรุ่งนี้… พวกเขาจะมาเอาอพาร์ตเมนต์” กฤตพูดเบาๆ.
นิสากลั้นหายใจ. “เรารู้แล้วนี่คะ…”
“ไม่” กฤตหันมา. ในความมืด. นิสาเห็นแววตาของเขา.
มันไม่ใช่ความเศร้า. มันคือ… บางอย่างที่น่ากลัวกว่า.
ความว่างเปล่า.
“เราไม่เหลืออะไรแล้ว. นิสา. ไม่เหลืออะไรเลย.”
“เรายังมีกันและกัน” เธอพยายาม.
กฤตหัวเราะ. เสียงหัวเราะที่แห้งแล้ง. “ความรักมันจ่ายค่าเช่าไม่ได้.”
เขาเดินไปที่โต๊ะ. หยิบบางอย่างขึ้นมา. มันคือแผ่นพับเก่าๆ.
“วันนี้… ตอนที่รอธนาคาร. ผมได้ยินคนเขาคุยกัน.”
“คุยเรื่องอะไรคะ”
“เรื่อง… สถานที่. ที่ฉะเชิงเทรา.” กฤตยื่นแผ่นพับให้เธอ.
นิสารับมันมา. มันเป็นรูปวัด. รูปปั้นช้างองค์ใหญ่. สีชมพู.
“วัดสมานรัตนาราม” เธออ่านชื่อ. “เขาว่ากันว่า… ศักดิ์สิทธิ์มาก. ขออะไรก็ได้.”
นิสาขมวดคิ้ว. “กฤต. นี่มันงมงายนะคะ. เราต้องการทนาย. ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์.”
“แล้วทนายที่ไหนจะช่วยเราได้ตอนนี้!” เขาขึ้นเสียง. “เราล้มละลาย! เราเป็นหนี้! เราจบแล้ว!”
เขาคว้าไหล่เธอ. “ผมได้ยินเขาพูด. คู่หนึ่ง. เหมือนเราเลย. สิ้นเนื้อประดาตัว. พวกเขาไปที่นั่น. แล้วพวกเขาก็… รอด.”
“รอด… ยังไงคะ”
“ผมไม่รู้. แต่พวกเขาบอกว่า. ขออะไรก็ได้. ท่าน… ให้หมด.”
นิสามองเข้าไปในดวงตาของสามี. เธอเห็นความสิ้นหวังที่ลุกโชน. มันคือฟางเส้นสุดท้าย.
“กฤต… หนูว่า…”
“เราจะไปกันพรุ่งนี้” เขาพูด. ไม่ใช่คำขอร้อง. แต่เป็นคำสั่ง.
“แต่เราไม่มีเงินเติมน้ำมัน…”
“ผมมี” เขาพูด. “ผมขายนาฬิกา. เรือนที่พ่อให้.”
นิสาผงะ. นาฬิกาเรือนนั้น. คือสิ่งเดียวที่กฤตหวงแหน.
“คุณทำ… คุณทำแบบนั้นเหรอ…”
“ผมบอกแล้วไง” กฤตพูด. เสียงเย็นชา. “เราไม่เหลืออะไรให้เสียอีกแล้ว. นิสา.”
เช้าวันรุ่งขึ้น.
การเดินทางไปฉะเชิงเทรา… ไม่เหมือนการเดินทางไปแสวงบุญ.
มันเหมือนการเดินทางไปสู่การยอมจำนน.
ท้องฟ้าสีเทาหม่น. เมฆลอยต่ำ. อากาศหนักอึ้ง.
รถวิ่งไปตามถนน. นิสาไม่กล้ามองหน้ากฤต. เขามุ่งมั่น. สายตาจับจ้องไปที่ถนน.
พวกเขามาถึงวัด.
ความยิ่งใหญ่ของสถานที่… ทำให้นิสารู้สึกตัวเล็กลง.
และแล้วเธอก็เห็น.
องค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข. องค์สีชมพู. ใหญ่โตมโหฬาร.
ผู้คนมากมาย. เสียงสวดมนต์. กลิ่นธูปควันเทียน.
แต่นิสาไม่รู้สึกถึงความสงบ.
เธอรู้สึก… เหมือนกำลังถูกจ้องมอง.
มันไม่ใช่ความรู้สึกอบอุ่น. ไม่ใช่ความเมตตา.
มันคือ… การประเมินค่า.
“ไปกันเถอะ” กฤตจูงมือเธอ. มือของเขาเย็นเฉียบ.
พวกเขาเดินผ่านฝูงชน. ผ่านร้านค้า. ผ่านเสียงจอแจ.
กฤตไม่ได้พาเธอไปไหว้พระประธาน.
เขาพาเธอเดินลึกเข้าไป. ไปยังจุดที่คนน้อยกว่า.
มันคือองค์พระพิฆเนศอีกปางหนึ่ง. ปางยืน. องค์สีขาวสะอาด. ตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำ.
“องค์นี้…” กฤตกระซิบ. “เขาว่า… ขอเรื่องเงินทอง. เรื่องทางตัน. องค์นี้.”
รอบๆ องค์ช้างสีขาว. มีรูปปั้นหนูกระซิบ. ผู้คนกำลังต่อแถว. กระซิบคำขอพรที่หูหนู.
แต่นิสารู้สึกถึงบางอย่างที่ต่างออกไป.
อากาศรอบๆ องค์ช้างสีขาวนี้… เย็นกว่าปกติ.
และมันเงียบ. เงียบจนน่าประหลาด.
“เรารอให้คนน้อยกว่านี้” กฤตพูด.
พวกเขานั่งรอ. บนม้านั่งหิน. มองดูสายน้ำที่ไหลเอื่อย.
เวลาผ่านไป. ช้าๆ.
ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ. ผู้คนเริ่มบางตา.
เสียงสวดมนต์เริ่มเงียบลง. เหลือเพียงเสียงลมหวิวๆ.
“ตอนนี้แหละ” กฤตลุกขึ้น.
เขากับนิสา. ยืนอยู่หน้าองค์พระพิฆเนศสีขาว.
ในแสงสลัวยามเย็น. องค์ช้างดูเหมือน… มีชีวิต.
ดวงตาที่ทำจากอัญมณีสีเข้ม. สะท้อนแสงสุดท้ายของวัน.
กฤตคุกเข่าลง. เขาไม่ได้กระซิบที่หูหนู.
เขาคุกเข่าลงบนพื้นดิน. ตรงหน้าองค์ช้าง.
เขาพนมมือ.
นิสาไม่เคยเห็นสามีของเธอเป็นแบบนี้มาก่อน. นี่ไม่ใช่การสวดมนต์. นี่คือการอ้อนวอน.
“ท่าน…” กฤตเริ่ม. เสียงสั่นเครือ. “ผมไม่รู้ว่าท่านมีจริงไหม. ผมไม่เคยเชื่อ.”
“แต่ถ้าท่านได้ยิน… ชีวิตผม… มันพังแล้ว.”
น้ำตาเริ่มไหลจากตาของกฤต.
“ผมสูญเสียทุกอย่าง. บ้าน. งาน. เกียรติยศ. ผมไม่เหลืออะไรเลย.”
“ผมขอ… โอกาส. แค่โอกาสเดียว. ให้ผมได้เริ่มต้นใหม่.”
เขาโขกศีรษะลงกับพื้นดิน.
“ผมยอมทำทุกอย่าง. ผมยอมแลกทุกอย่าง. แค่ช่วยผม… ช่วยเราด้วย.”
ความเงียบเข้าปกคลุม.
นิสา. ด้วยความรักที่มีต่อสามี. ด้วยความสิ้นหวังของตัวเอง.
เธอคุกเข่าลงข้างๆ เขา.
เธอพนมมือ.
“ได้โปรดค่ะ” เธอร้องไห้. “เราไม่ไหวแล้ว. ช่วยเราด้วย.”
“เรายอมแลกทุกอย่าง… ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม.”
ทันใดนั้น.
ลมวูบหนึ่งพัดมา. แรง. จนธงทิวรอบๆ สะบัดเสียงดัง.
กลิ่นธูปฉุนกึก. จนนิสาแทบสำลัก.
เธอเงยหน้าขึ้น. มองไปที่องค์ช้างสีขาว.
ในเสี้ยววินาทีนั้น. ในแสงสุดท้ายที่กำลังจะลับขอบฟ้า.
นิสาเห็น.
เธอสาบานได้ว่าเธอเห็น.
ที่มุมปากของรูปปั้นช้างองค์นั้น.
มัน… กำลังยิ้ม.
ไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความเมตตา.
แต่เป็นรอยยิ้มที่เย็นชา. รอยยิ้มของการ… ทำสัญญา.
นิสาสะดุ้งสุดตัว. เธอขนลุกซู่.
“เมื่อกี้… คุณเห็นไหมคะ” เธอกระซิบถามกฤต.
กฤตเงยหน้าขึ้น. ใบหน้าเปื้อนน้ำตา. “เห็นอะไร”
“รูปปั้น… ท่าน…”
กฤตมองไปที่รูปปั้น. “ท่านก็นิ่ง. เหมือนเดิม.”
เขาลุกขึ้น. ดึงนิสาให้ลุกตาม.
“คุณคงตาฝาด. เพราะคุณเหนื่อย.”
นิสามองกลับไปที่รูปปั้นอีกครั้ง. มันกลับเป็นหินนิ่งสนิท. เหมือนเดิม.
บางที… เธอคงตาฝาดจริงๆ.
“กลับกันเถอะ” กฤตพูด.
น้ำเสียงของเขา… เปลี่ยนไป.
ความสิ้นหวังเมื่อครู่… หายไปแล้ว.
มันถูกแทนที่ด้วย… ความหวัง.
ความหวังที่มืดมิด. และอันตราย.
ขณะที่พวกเขาเดินจากไป. นิสาอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง.
องค์ช้างสีขาวยืนตระหง่าน. ในความมืดที่เริ่มโรยตัว.
และเธอก็รู้สึก.
ความหนาวเย็นที่วิ่งผ่านกระดูกสันหลังของเธอ.
มันไม่ใช่จินตนาการ.
บางอย่าง… ได้รับฟังคำอธิษฐานของพวกเขาแล้ว.
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป.
ความหวังที่กฤตได้มาในคืนนั้น… ดูเหมือนจะเป็นจริง.
มันเริ่มต้นด้วยโทรศัพท์.
เช้าวันจันทร์. นิสากำลังต้มกาแฟในครัวเล็กๆ. กลิ่นกาแฟราคาถูกคละคลุ้ง.
โทรศัพท์มือถือเก่าๆ ของกฤตดังขึ้น.
กฤตรับสาย. ใบหน้ายังคงเคร่งเครียด. “ครับ. กฤตพูดครับ.”
นิสามองดูเขา. สีหน้าของกฤตเปลี่ยนไป.
จากเคร่งเครียด… เป็น… ไม่เชื่อสายตา.
“อะไรนะครับ” เขาพูด. “คุณ… คุณแน่ใจเหรอครับ”
เขาฟังอยู่ครู่หนึ่ง.
“ครับ! ครับ! ขอบคุณมากครับ! ขอบคุณจริงๆ!”
เขาวางสาย. มือสั่น.
“นิสา…” เขาหันมา. ดวงตาเบิกกว้าง. “ธนาคาร.”
“ธนาคารเหรอคะ” หัวใจของนิสาหล่นวูบ. “พวกเขาจะ… ยึดอพาร์ตเมนต์วันนี้…”
“ไม่ใช่!” กฤตแทบจะตะโกน. “พวกเขาบอกว่า… เกิด ‘ข้อผิดพลาดในระบบ’.”
“ข้อผิดพลาดอะไรคะ”
“ผมไม่รู้! แต่พวกเขาบอกว่า… การอายัดทรัพย์สินทั้งหมด… ถูกระงับไว้ก่อน. เราได้เวลา… อีกสามเดือน!”
นิสาอ้าปากค้าง. “สามเดือน… เป็นไปได้ยังไง”
“ผมไม่สนว่ามันเป็นไปได้ยังไง!” กฤตหัวเราะ. เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เธอได้ยินเสียงหัวเราะของเขา. “แต่มันเกิดขึ้นแล้ว! เรามีเวลาแล้ว นิสา!”
ก่อนที่นิสาจะได้ทันดีใจ.
โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง.
ครั้งนี้. เป็นเบอร์ที่กฤตเกลียด. เบอร์ที่เขาบันทึกไว้ว่า “ไอ้เลว.”
เสี่ยวิรัช. หุ้นส่วนเก่าที่โกงเงินพวกเขาไป. ทำให้โครงการแรกล้มไม่เป็นท่า.
กฤตขมวดคิ้ว. เขากดรับ. “มีอะไร.” เขาพูดเสียงแข็ง.
นิสาเฝ้ามอง.
สีหน้าของกฤต… เปลี่ยนไปอีกครั้ง.
จากโกรธ… เป็น… งุนงงอย่างที่สุด.
“ว่าไงนะครับ… เสี่ย…”
“โครงการนั้น… แต่เสี่ยเป็นคนล้มมันเอง.”
“…”
“ห้าเท่าเหรอครับ” กฤตพูด. เสียงเบาหวิว. “เสี่ยจะ… ลงทุนเพิ่มอีกห้าเท่า… ให้เราทำต่อ”
“…”
“พรุ่งนี้เหรอครับ… ครับ… ได้ครับ. ผมจะเข้าไป.”
กฤตวางสายช้าๆ.
เขาหันมามองนิสา.
“กฤต… เกิดอะไรขึ้น”
“เสี่ยวิรัช” เขาพูด. “เขา… เขาโทรมาขอโทษ. เขาบอกว่าเขาคิดผิด. เขาอยากจะรื้อฟื้นโครงการที่ดินตรงนั้น. และเขา… เขาจะเพิ่มทุนให้เรา. ห้าเท่า.”
นิสาถอยหลังไปหนึ่งก้าว.
นี่มัน… ไม่จริง.
“มัน… มันแปลกเกินไปนะคะ” นิสาพูด. “คนอย่างเสี่ยวิรัชเนี่ยนะ… จะมาขอโทษ”
“ช่างมันสิ!” กฤตเดินเข้ามาจับแขนเธอ. “เงิน! นิสา! นี่คือเงิน! เราได้ทุกอย่างกลับคืนมาแล้ว!”
ความสุขของกฤต… มันท่วมท้น.
แต่นิสา… กลับรู้สึกหนาว.
เธอจำได้. รอยยิ้มเย็นชาของรูปปั้นช้างสีขาว.
“เรายอมแลกทุกอย่าง… ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม.”
คำพูดของเธอเอง… ย้อนกลับมาหลอกหลอน.
ทุกอย่าง… มันง่ายเกินไป.
เร็วเกินไป.
เหมือนกับ… ไม่ใช่โชค. แต่เป็นการ… จ่ายเงินล่วงหน้า.
สองเดือนต่อมา.
ชีวิตของพวกเขา… พลิกกลับตาลปัตร.
จากอพาร์ตเมนต์เช่าซอมซ่อ. พวกเขาย้ายไปอยู่บ้านเดี่ยว. หลังใหญ่. ในหมู่บ้านหรู.
โครงการก่อสร้างที่เคยตาย… กลับมาเดินหน้าเต็มกำลัง.
เงิน… ไหลเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก.
กฤตได้สำนักงานใหม่. ใหญ่กว่าเดิม. ตกแต่งหรูหรา.
เขากลับมาเป็นคนเดิม. มั่นใจ. ทะเยอทะยาน. ทำงานหนัก.
แต่… มีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม.
เขาไม่ค่อยยิ้ม. เขาพูดน้อยลง. โดยเฉพาะกับนิสา.
เขาหมกมุ่น. หมกมุ่นกับการหาเงิน. การขยายกิจการ.
นิสามีทุกอย่างที่ผู้หญิงคนหนึ่งเคยฝันถึง.
เสื้อผ้าแพงๆ. เครื่องประดับ. รถคันใหม่.
แต่เธอ… กลับไม่เคยมีความสุขน้อยเท่านี้มาก่อน.
เธอนอนคนเดียวบนเตียงคิงไซส์ที่นุ่มสบาย. กฤตมักจะกลับดึก. หรือบางที… ก็ไม่กลับ.
เขาอ้างว่าต้องไปดูหน้างาน. ต้องไปคุยกับลูกค้า.
นิสาพยายามบอกตัวเองว่า… นี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องการ. นี่คือสิ่งที่พวกเขาขอ.
แต่ทำไม… เธอถึงรู้สึกกลัว.
ทำไมทุกครั้งที่เธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก. เธอถึงรู้สึกเหมือนกำลังมองคนแปลกหน้า.
คืนหนึ่ง.
ฝนตกหนัก. เหมือนคืนที่พวกเขาเสียทุกอย่างไป.
นิสานอนไม่หลับ. กฤตยังไม่กลับ.
เธอพลิกตัวไปมา. ความหรูหราของห้องนอน… ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด.
เธอหลับตาลง. และเธอก็ฝัน.
ในความฝัน… เธอไม่ได้อยู่ในห้องนอน.
เธอกลับไปที่วัด. ที่ฉะเชิงเทรา.
เธอยืนอยู่คนเดียว. ในความมืด.
ตรงหน้ารูปปั้นช้างสีขาวองค์นั้น.
คราวนี้… ไม่มีคน. ไม่มีเสียงสวดมนต์.
มีเพียงความเงียบ. และสายน้ำที่นิ่งสนิท.
เธอเงยหน้าขึ้นมององค์ช้าง.
ดวงตาอัญมณีสีเข้มนั้น… กำลังจ้องมองเธอ.
“เจ้าได้รับแล้ว.”
เสียงหนึ่งดังขึ้น. ไม่ใช่เสียงผู้ชาย. ไม่ใช่เสียงผู้หญิง.
มันก้องกังวาน. ดังมาจากทุกทิศทาง. ดังมาจาก… ภายในหัวของเธอ.
“ท่าน… ท่านหมายความว่ายังไง” นิสาถามในความฝัน.
“ความมั่งคั่ง. ชื่อเสียง. สิ่งที่สามีของเจ้าปรารถนา.”
“ค่ะ… ขอบคุณ. เรา… เราจะกลับมาทำบุญ…”
“ข้าไม่ต้องการบุญ.” เสียงนั้นตัดบท. “ข้าต้องการ… การแลกเปลี่ยน.”
นิสาหัวใจเต้นแรง. “แลกเปลี่ยน… อะไรคะ”
“ถึงเวลาจ่าย.” เสียงนั้นประกาศ. “เจ้าได้รับ. บัดนี้. เจ้าต้องให้.”
“ให้… ให้อะไร”
รูปปั้นช้างสีขาว… ค่อยๆ ยกงวงขึ้น.
ชี้มาที่เธอ.
“สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด.”
“อะไรคือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุด” นิสาถาม. ขาของเธอสั่น.
“ไม่ใช่ของเจ้า.”
เสียงนั้นหัวเราะ. เสียงหัวเราะที่เยียบเย็น.
“สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด… ของคนที่เจ้ารัก.”
“ไม่…” นิสาส่ายหน้า. “ฉันไม่เข้าใจ.”
“เจ้าจะเข้าใจ.”
ทันใดนั้น.
ท้องฟ้าในความฝันก็มืดมิด.
นิสาสะดุ้งตื่น.
เธอลืมตา. หัวใจเต้นรัวเหมือนจะทะลุออกมาจากอก.
เธอยังอยู่ในห้องนอน. ปลอดภัย.
เสียงฝนยังคงตกอยู่ข้างนอก.
“แค่… แค่ฝันไป” เธอบอกตัวเอง. “เราแค่เครียดไปเอง.”
เธอหันไปมองนาฬิกา. ตีสอง.
กฤตยังไม่กลับ.
เธอถอนหายใจ. พยายามข่มตาให้หลับอีกครั้ง.
แต่แล้ว… เธอก็เห็นมัน.
บนโต๊ะเครื่องแป้ง. ตรงที่แสงจันทร์สลัวๆ ส่องถึง.
มีบางอย่าง… ที่ไม่ควรจะอยู่ที่นั่น.
กล่องไม้.
กล่องไม้สีเข้ม. แกะสลักลวดลายแปลกตา.
มันไม่ใช่ของเธอ. เธอไม่เคยเห็นมันมาก่อน.
หัวใจของนิสา… หยุดเต้นไปชั่วขณะ.
เป็นไปได้ยังไง.
เธอจำได้ชัดเจน. เธอเพิ่งตรวจดู. หน้าต่างล็อค. ประตูห้องนอนก็ล็อค.
ไม่มีทางที่ใครจะเข้ามาได้.
เธอลุกจากเตียงช้าๆ. เท้าเปล่าสัมผัสพื้นหินอ่อนที่เย็นเฉียบ.
เธอเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง.
กล่องนั้นวางนิ่งอยู่.
ราวกับ… มันรอเธออยู่.
มือของเธอสั่น.
เธอเอื้อมมือไป… แต่ก็ชักกลับ.
“นี่มันบ้าไปแล้ว” เธอกระซิบ. “กฤตอาจจะซื้อมันมา… แล้วเราลืมไป.”
แต่เธอรู้. ลึกๆ แล้วเธอรู้.
นี่ไม่ใช่ของขวัญ.
เธอรวบรวมความกล้า. เปิดฝากล่องออก.
ข้างใน… บุด้วยกำมะหยี่สีแดงเข้ม.
และบนกำมะหยี่นั้น. มีของสองสิ่งวางอยู่.
สิ่งแรก. คือ… ปอยผม.
ปอยผมเล็กๆ. นุ่ม. สีดำขลับ.
เหมือน… ปอยผมของเด็ก.
นิสาขมวดคิ้ว.
แล้วเธอก็เห็นสิ่งทีสอง.
มันอยู่ใต้ปอยผม.
รูปถ่ายใบเล็ก.
รูปถ่ายโพลาลอยด์.
ในรูป… เป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ. อายุราวห้าขวบ.
กำลังยิ้มกว้าง. ดวงตาเป็นประกาย.
นิสารู้จักเด็กคนนี้.
หัวใจของเธอ… เหมือนถูกบีบด้วยน้ำแข็ง.
“บิน…”
นั่นคือ บิน. ลูกชายของลิน.
ลิน… น้องสาวแท้ๆ ของเธอ.
บิน… หลานชายคนเดียวของเธอ.
ทำไม… ทำไมรูปของบินถึงมาอยู่ในนี้.
แล้วเธอก็สังเกตเห็น… สิ่งสุดท้าย.
กระดาษม้วนเล็กๆ. ทำจากหนัง. ผูกด้วยด้ายสีแดง.
วางซ่อนอยู่ที่มุมกล่อง.
เธอกลัว. เธอไม่อยากหยิบมันขึ้นมา.
แต่เธอ… ต้องรู้.
นิสาคลี่กระดาษม้วนนั้นออก.
มันไม่ใช่กระดาษธรรมดา. มันแห้ง. และเก่า.
และบนนั้น… มีข้อความเขียนไว้.
ไม่ใช่ด้วยหมึก.
มันเป็นสีแดงเข้ม. เหนียวข้น.
เหมือน… เลือด.
ข้อความนั้นสั้น. และชัดเจน.
“สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด… ของญาติสนิทของเจ้า.”
นิสาเบิกตากว้าง.
ปอยผม.
รูปถ่ายของบิน.
“สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด.”
ลมหายใจของเธอติดขัด.
เธอเข้าใจแล้ว.
สิ่งที่รูปปั้นช้างต้องการ… ไม่ใช่เงิน.
ไม่ใช่ทอง.
มันต้องการ… ชีวิต.
มันต้องการ… บิน.
“ไม่… ไม่จริง… ไม่!!!”
นิสากรีดร้อง.
เธอปัดกล่องนั้นตกจากโต๊ะ.
“กรี๊ดดดดดด!!!”
เสียงแก้วแตกกระจาย. รูปถ่าย. ปอยผม. และข้อความนองเลือด… ตกเกลื่อนพื้นหินอ่อน.
ประตูห้องนอนเปิดผาง.
กฤตยืนอยู่ตรงนั้น. เขาเพิ่งกลับมา. เสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่.
“นิสา! เป็นอะไรไป! เกิดอะไรขึ้น!”
เขาเห็นเธอนั่งตัวสั่นอยู่กับพื้น.
แล้วเขาก็เห็น… ของที่กระจายอยู่.
เขาเห็นรูปถ่ายของบิน.
เขาชะงัก.
“นั่น… นั่นมันอะไร” เขาถาม.
นิสาเงยหน้าขึ้น. น้ำตานองหน้า. “กฤต… มัน… มันคือราคา. ราคาที่เราต้องจ่าย.”
เธอมองสามีของเธอ. “มันต้องการบิน… มันต้องการหลานของเรา…”
กฤตยืนนิ่งอยู่ที่ประตู.
สายตาของเขามองผ่านนิสา. ไปยังข้าวของที่แตกกระจายบนพื้น.
เขาเห็นรูปถ่ายของบิน. เขาเห็นปอยผม. และเขาเห็นกระดาษหนังเปื้อนเลือดแผ่นนั้น.
“คุณเห็นมันแล้วใช่ไหม!” นิสากรีดร้อง. น้ำตาไหลพราก. “คุณเห็นสิ่งที่มันต้องการแล้วใช่ไหม!”
เธอลุกขึ้นยืน. วิ่งไปทุบหน้าอกเขา. “เราต้องหยุด! กฤต! เราต้องหยุดเดี๋ยวนี้! เราต้องเอาเงินไปคืน! เราต้องยกเลิกสัญญานรกนี่!”
กฤตคว้าข้อมือเธอไว้.
แรงบีบของเขา… แรงกว่าปกติ. จนนิสาเจ็บ.
“ใจเย็นๆ” เขาพูด. เสียงต่ำ.
“จะให้หนูใจเย็นได้ยังไง! มันจะเอาชีวิตบิน! มันจะเอาหลานของเรา!”
“มันไม่ได้พูดแบบนั้น”
คำพูดของกฤต. เรียบเฉย. ไร้อารมณ์.
นิสาชะงัก. “อะไรนะคะ…”
“ในกระดาษนั่น. เขียนว่าอะไร” กฤตถาม.
“มัน… มันเขียนว่า… ‘สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด'”
“ใช่” กฤตพยักหน้าช้าๆ. “มันไม่ได้เขียนว่า ‘ชีวิต’.”
นิสามองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา. “คุณ… คุณกำลังจะพูดอะไร… กฤต. นั่นมันเด็กนะ! ลูกของลิน! สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของลิน… ก็คือบิน!”
“ผมรู้” กฤตตอบ.
เขายังคงนิ่ง.
ความนิ่งเฉยของเขา. น่ากลัวกว่าการตะโกน.
เขาปล่อยข้อมือนิสา. แล้วเดินช้าๆ. เหยียบข้ามเศษกล่องที่แตก.
เขาไม่มองนิสา.
เขาเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่. มองออกไปนอกความมืด. มองดูฝนที่ยังคงตก.
มองดู… อาณาจักรใหม่ของเขา. บ้านหลังนี้. รถคันใหม่ที่จอดอยู่.
“เราจะคืนมันยังไง. นิสา.” เขาพูดเบาๆ.
“หนูไม่สน! เราก็แค่… ขายทุกอย่าง! เราเริ่มต้นใหม่ได้…”
“เริ่มต้นใหม่เหรอ” กฤตหัวเราะในลำคอ. “เหมือนที่เราทำมาตลอดสิบปีน่ะเหรอ. ล้มเหลว. แล้วก็เริ่มต้นใหม่. แล้วก็ล้มเหลวอีก.”
เขาหันกลับมา.
ในแสงสลัวของห้อง. นิสาเห็นแววตาของเขา.
มันไม่ใช่ความกลัว. มันไม่ใช่ความตื่นตระหนก.
มันคือ… ความเหนื่อยหน่าย. และ… ความมุ่งมั่นที่เย็นชา.
“ผมจะไม่กลับไป” เขาพูด. ชัดถ้อยชัดคำ. “ผมจะไม่กลับไปเป็นไอ้ขี้แพ้ที่ถูกคนเหยียบย่ำอีกแล้ว.”
“ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตหลานงั้นเหรอ!” นิสาตะโกน.
“เรายังไม่รู้ว่ามันต้องการอะไรกันแน่” กฤตเถียง.
“แล้วคุณจะรอเหรอ! รอให้มันมาเอาตัวบินไปเหรอ!”
“มันอาจจะ… มีทางอื่น” กฤตพึมพำ.
“ทางอื่น” นิสาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง. “ทางอื่นแบบไหน! กฤต! นี่มันไม่ใช่ธุรกิจ! นี่มัน… นี่มันคือปีศาจ!”
“แล้วมันต่างอะไรกับธนาคารที่ยึดบ้านเราล่ะ!” กฤตตวาดกลับ. “ต่างอะไรกับไอ้เสี่ยวิรัชที่โกงเรา! โลกนี้มันก็แลกเปลี่ยนกันทั้งนั้น! ไม่มีอะไรได้มาฟรี!”
“แต่นี่คือครอบครัวของเรา!”
“ครอบครัวเหรอ” กฤตมองเธอ. “ตอนที่เราไม่มีเงินสักบาท. ครอบครัว… ช่วยอะไรเราได้บ้าง. น้องสาวคุณ… เคยให้เรายืมเงินสักครั้งไหม”
“ลินเธอก็ลำบาก! เธอเลี้ยงลูกคนเดียว!”
“ใช่. เธอเลี้ยงลูกคนเดียว.” กฤตทวนคำ.
แล้วเขาก็เงียบ.
ความเงียบที่น่าอึดอัดที่สุด… คืบคลานเข้ามาในห้อง.
นิสามองสามีของเธอ.
ผู้ชายที่เธอนอนกอดทุกคืน. ผู้ชายที่เธอรักมากกว่าชีวิต.
เขากำลัง… คิด.
เขากำลัง… คำนวณ.
เขากำลังชั่งน้ำหนัก. ระหว่างความร่ำรวย… กับชีวิตของบิน.
หัวใจของนิสา… แตกสลาย.
ไม่ใช่เพราะกล่อง. ไม่ใช่เพราะคำสาป.
แต่เพราะ… ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ.
“ไม่นะ… กฤต…” เธอกระซิบ. “อย่า… อย่าคิดแบบนั้น. ได้โปรด.”
เธอเห็นเขาค่อยๆ ก้มลง.
หยิบกระดาษหนังเปื้อนเลือดแผ่นนั้นขึ้นมา.
หยิบรูปถ่ายของบินขึ้นมา.
เขาไม่รังเกียจมัน. เขาไม่ขยะแขยงมัน.
เขามองมัน… เหมือนกำลังอ่านสัญญาธุรกิจ.
“ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง” เขาพูด.
“จัดการ… ยังไงคะ” นิสาสั่นไปทั้งตัว.
กฤตไม่ตอบ.
เขาเดินไปที่ตู้เซฟ. ที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดราคาแพง.
เขาเปิดมันออก.
นิสาคิดว่าเขาจะเอาเงิน. เอาทอง. เอาไปคืน.
แต่เปล่า.
เขาเก็บรูปถ่าย. และกระดาษแผ่นนั้น.
เข้าไปในตู้เซฟ.
ล็อคมัน.
ราวกับ… มันเป็นของมีค่า.
“กฤต! คุณทำบ้าอะไร!”
“ผมบอกแล้ว. ผมจะจัดการเอง.” เขาก้มลงเก็บเศษกล่องไม้. “คุณแค่… ไม่ต้องทำอะไร.”
“ไม่! หนูจะไปบอกลิน! หนูจะพาบินหนีไป!”
กฤตหันขวับ.
สายตาที่เขามองเธอ… เย็นชาจนนิสาหยุดนิ่ง.
“ถ้าคุณทำแบบนั้น” เขาพูด. “ทุกอย่างที่มันให้เรามา… มันจะเอาคืน. ไม่ใช่แค่เงิน. แต่มันจะเอา… เราสองคน.”
เขาเดินเข้ามาใกล้เธอ. “คุณอยากให้เราสองคนตายเหรอ. นิสา.”
“หนู… หนูไม่รู้…”
“ผมรู้” เขาสบตาเธอ. “เราจะไม่สูญเสียอะไรไปอีก. ผมจะไม่ยอม.”
เขาเดินไปที่ประตู.
“คุณจะไปไหน”
“ไปทำงาน.”
“ตอนตีสองเนี่ยนะ”
“ผมมีเรื่องต้องคิด” เขาพูด. “คุณนอนพักซะ. แล้วทำเหมือนว่า… คืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น.”
“กฤต…” นิสาสิ้นหวัง. “อย่าทิ้งหนูไว้… คุณกำลังคิดอะไรอยู่. บอกหนูสิ!”
กฤตหยุดที่หน้าประตู.
เขาไม่ได้หันกลับมา.
เขาเงียบไปนาน.
นานจนนิสาคิดว่าเขาจะไม่ตอบ.
“ผมกำลังคิด” เขาพูด. เสียงเรียบ. เย็น.
“ว่าลิน… น้องสาวของคุณ… เธอยังอายุน้อย.”
นิสากลั้นหายใจ.
“เธอ… เธอยังมีลูกคนอื่นได้อีก.”
กฤตเปิดประตู.
เดินออกไป.
แล้วปิดประตู.
ทิ้งให้นิสานั่งทรุดลงกับพื้น. อยู่ในห้องนอนที่หรูหรา. แต่หนาวเหน็บยิ่งกว่าอพาร์ตเมนต์เก่าๆ นั่น.
คำพูดของเขา… ก้องอยู่ในหัวเธอ.
“เธอยังมีลูกคนอื่นได้อีก.”
ไม่ใช่.
นี่ไม่ใช่กฤต. นี่ไม่ใช่สามีของเธอ.
ความหวัง… และความรักที่เธอเคยมีต่อเขา.
มันเพิ่งจะ… ตาย.
และนิสาก็ตระหนักรู้.
คืนนี้… ความสยองขวัญที่แท้จริง. เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น.
เธอไม่ได้กำลังต่อสู้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็น.
เธอ… กำลังจะต้องต่อสู้… กับสามีของเธอเอง.
ชีวิตใหม่.
คำนี้ควรจะหมายถึงความสุข.
สำหรับนิสา. มันหมายถึง… คฤหาสน์ที่เงียบงัน.
ทุกอย่างในบ้านหลังนี้… ใหญ่โต. โอ่อ่า. และเย็นชา.
พื้นหินอ่อนเย็นเฉียบแม้ในวันที่อากาศร้อน. เพดานสูงจนเสียงสะท้อน. เฟอร์นิเจอร์ราคาแพงที่ไม่เคยมีใครนั่ง.
นิสาเดินไปตามโถงทางเดินที่กว้างขวาง. เหมือนผีในพิพิธภัณฑ์.
เธอมีทุกอย่าง. แต่เธอไม่มีอะไรเลย.
โดยเฉพาะ… เธอไม่มีกฤต.
กฤตไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป.
ความสำเร็จ… ไม่ได้ทำให้เขากลับมาเป็นสามีที่อบอุ่น.
มันเปลี่ยนเขา.
เขากลายเป็นเครื่องจักรสำหรับหาเงิน.
เขากลับบ้านดึก… ถ้าเขากลับ.
เขาไม่สัมผัสเธอ. เขาไม่คุยกับเธอ.
ยกเว้นเรื่อง… “งาน.”
“โครงการใหม่กำลังไปได้สวย” เขาจะพูดขณะที่เซ็นเอกสารบนโต๊ะอาหารค่ำ.
“เราต้องซื้อที่ดินเพิ่ม. ตรงริมน้ำ.” เขาจะพูดขณะที่คุยโทรศัพท์.
นิสาพยายาม.
“กฤตคะ… เรา… เราน่าจะไปพักผ่อนกันบ้าง” เธอพูดในเช้าวันหนึ่งที่หายาก. ที่เขาตื่นพร้อมเธอ.
“ไม่มีเวลาพัก” เขาตอบ. ไม่ได้เงยหน้าจากไอแพด. “เวลาคือเงิน.”
“แต่เรามีเงินมากพอแล้ว. มากเกินพอแล้ว…”
กฤตเงยหน้าขึ้น.
สายตาของเขา… คม. และว่างเปล่า.
“ไม่มีคำว่า ‘มากพอ’. นิสา.”
“กฤต… เรื่องนั้น… เรื่อง… กล่องใบนั้น…” เธอตัดสินใจพูดมันออกมา.
ทันทีที่คำว่า “กล่อง” หลุดจากปาก. บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไป.
มันหนาวเย็นลง.
กฤตวางไอแพดลง. ช้าๆ.
“ผมบอกคุณว่ายังไงนะ” เขาพูด. เสียงเรียบ.
“หนู… หนูแค่… กลัว.”
“ผมจัดการแล้ว. ผมบอกคุณแล้วว่าผมจัดการแล้ว. อย่าพูดถึงมันอีก.”
“จัดการยังไงคะ” นิสาดึงดัน. “คุณจัดการกับมันยังไง! คุณจะเอาบินไปให้มันเหรอ!”
“อย่าไร้สาระ!” เขาขึ้นเสียง. “มันไม่ใช่เรื่องจริง! มันเป็นแค่… บททดสอบ. หรือ… ใครบางคนพยายามแกล้งเรา.”
“แกล้งเราเหรอ! ใครจะเข้ามาในห้องที่ล็อคไว้ได้!”
“ผมไม่รู้. และผมไม่สน.” กฤตลุกขึ้นยืน. “ผมมีประชุม. ผมต้องไป.”
“คุณกำลังหนี!”
เขาหันกลับมา. “ใช่. ผมกำลังหนี. ผมกำลังหนีจากความจน. ผมกำลังหนีจากความล้มเหลว. และผมจะไม่ยอมให้… ความเพ้อเจ้อของคุณ. มาทำลายทุกอย่างที่ผมสร้างขึ้นมา.”
เขาเดินจากไป.
นิสาเหลือบมองไปที่ตู้เซฟหลังภาพวาด.
เธอรู้… ว่ารูปถ่ายของบิน. และกระดาษเปื้อนเลือดแผ่นนั้น.
ยังคง… ถูกเก็บไว้อย่างดี… ในนั้น.
กฤต… ไม่ได้ “จัดการ” มัน.
เขา… “เก็บ” มันไว้.
ความกลัวแล่นจับขั้วหัวใจ.
นิสาเริ่มใช้ชีวิต… อยู่ในความหวาดระแวง.
เธอโทรหาลิน. น้องสาวของเธอ. ทุกวัน.
“ลิน… สบายดีไหม. บินเป็นยังไงบ้าง”
“ก็สบายดีเจ๊. เหมือนเดิม. ทำไมเจ๊โทรหาหนูบ่อยจัง. ปกติยุ่งไม่ใช่เหรอ.” น้ำเสียงของลิน… มีความสุข. เพราะเพิ่งได้เงินก้อนใหญ่จากนิสา.
ใช่. นิสาพยายาม “จ่าย” ในแบบของเธอ.
เธอส่งเงินจำนวนมากไปให้ลิน. บอกว่า… เป็นของขวัญให้หลาน.
เธอซื้อบ้านหลังใหม่ให้ลิน. “จะได้ปลอดภัย” เธอบอก.
เธอจ้างคนขับรถ. จ้างพี่เลี้ยง. ล้อมรอบลินกับบิน… ด้วยคนที่เธอ “ซื้อ” มา.
เธอกำลังพยายาม… สร้างเกราะป้องกันให้หลานชาย.
และเธอก็พยายาม… “จ่ายคืน” ให้กับ “สิ่งนั้น.”
เธอไปที่วัดสมานรัตนารามอีกครั้ง.
คนเดียว.
เธอไม่ได้ไปที่องค์ช้างสีขาว. เธอไม่กล้า.
เธอไปที่ตู้บริจาค. ทุกตู้.
เธอใส่เงินสด… เป็นฟ่อน.
“ทำบุญสร้างโรงพยาบาลค่ะ.”
“ทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือค่ะ.”
“ทำบุญ… ทุกอย่าง.”
เธอหวังว่า… ถ้าเธอ “ให้” มากพอ. “สิ่งนั้น” จะพอใจ.
เธอเดินไปหาพระ. ถวายสังฆทานชุดใหญ่ที่สุด.
“หลวงพ่อคะ… หนู… หนูอยากทำบุญ. แบบ… ใหญ่ที่สุด. แบบ… ล้างหนี้กรรม.”
หลวงพ่อมองเธอ. ด้วยสายตาที่สงบ. “โยม. บุญ… ไม่ใช่การซื้อขาย. กรรม… ก็ไม่ใช่หนี้สินที่จะจ่ายด้วยเงิน.”
“แต่หนูต้องทำ! หนูต้องชดใช้!” เธอแทบจะคุมสติไม่อยู่.
“โยมกำลังกลัวอะไร” หลวงพ่อถาม.
นิสาตัวสั่น. เธออยากจะบอก. อยากจะกรีดร้องออกมา.
หนูทำสัญญากับปีศาจ.
มันจะเอาหลานของหนู.
แต่เธอพูดไม่ออก.
“กลับไปเถอะโยม” หลวงพ่อพูด. “ความสงบ… ไม่ได้อยู่ที่วัด. มันอยู่ที่ใจโยม. ถ้าใจโยมยังโลภ… หรือยังกลัว… บุญเท่าไหร่ก็ช่วยไม่ได้.”
นิสากลับออกมา.
มือเปล่า.
ความกลัว… ไม่ได้ลดลงเลย.
เธอกลับมาที่คฤหาสน์ที่ว่างเปล่า.
คืนนั้น. เธอตัดสินใจ.
เธอต้องทำอะไรสักอย่าง.
เธอรอจนกฤตหลับ. เขาเมา. เขากลับมาพร้อมกับกลิ่นเหล้าและน้ำหอมผู้หญิงจางๆ.
นิสาไม่เจ็บปวดเรื่องผู้หญิง. เธอชินชาแล้ว.
เธอเจ็บปวด… กับสิ่งที่เขากลายเป็น.
เธอรอจนได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเขา.
เธอย่อง… ไปที่ตู้เซฟ.
เธอรู้รหัส. วันเกิดของเธอ. ช่างน่าขบขัน. เขายังคงใช้มัน.
มือสั่น. เธอหมุนรหัส.
ตู้เซฟเปิดออก.
ข้างใน… มีเงินสด. มีทองคำแท่ง. มีโฉนดที่ดิน.
และมัน… วางอยู่บนสุด.
กระดาษหนังเปื้อนเลือด. และรูปถ่ายของบิน.
เธอมองมัน.
ของ… อัปมงคล. ที่ถูกเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด.
เธอเอื้อมมือไป. ตั้งใจจะ… หยิบมัน.
เอาไปเผา. เอาไปทำลาย.
แต่ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอ… ใกล้จะสัมผัสกระดาษแผ่นนั้น.
“คุณกำลังทำอะไร.”
นิสาสะดุ้งสุดตัว.
เธอหันขวับ.
กฤตยืนอยู่.
เขาไม่ได้หลับ. เขาไม่ได้เมา.
เขายืนอยู่ที่ประตูห้องทำงาน.
ดวงตา… แดงก่ำ.
ไม่ใช่เพราะเหล้า. แต่เพราะ… ความโกรธ.
“กฤต… หนู… หนูแค่…”
“ผมถามว่าคุณกำลังทำอะไร!” เขาเดินเข้ามา. กระชากแขนเธอ.
“หนูจะเอามันไปทิ้ง! เราต้องหยุดมัน!”
“ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้ว!” เขาสะบัดเธอลงกับพื้น. “ว่าอย่า! มา! ยุ่ง! กับ! เรื่อง! นี้!”
เขาปิดตู้เซฟ. ล็อคมัน.
“คุณมันบ้าไปแล้ว!” นิสาร้องไห้. “คุณเห็นไหมว่ามันทำอะไรกับเรา! คุณกลายเป็นใครไปแล้ว! นี่ไม่ใช่คุณ!”
“ใช่. นี่ไม่ใช่ผมคนเก่า.” เขายืนค้ำหัวเธอ. “ผมคนเก่า… มันโง่. มันอ่อนแอ. มัน… ตายไปแล้ว.”
“แล้วนี่ใคร… นี่คือฆาตกรเหรอ”
กฤตตบหน้าเธอ.
ฉาด!
เสียงดัง… ก้องไปในความเงียบ.
นิสาหน้าชา.
ไม่ใช่แค่ที่แก้ม. แต่… ชาไปทั้งหัวใจ.
นี่เป็นครั้งแรก. ที่เขา… ทำร้ายเธอ.
กฤตชะงัก. เขาดูตกใจ… ในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป.
แต่มัน… แค่แวบเดียว.
ความเย็นชากลับมา.
“อย่าบังคับให้ผมต้องทำแบบนี้อีก. นิสา.”
เขาหันหลัง. “และอย่า… ไปยุ่งกับลิน. หรือหลานของคุณ.”
นิสาขมวดคิ้ว. “หมายความว่าไง”
“ก็หมายความตามนั้น” เขาพูด. “อยู่ห่างๆ พวกเขาไว้.”
“คุณ… คุณจะทำอะไร… กฤต. อย่า… อย่าบอกนะว่าคุณจะ…”
“ผมจะทำในสิ่งที่จำเป็น.” กฤตพูด. “เพื่อรักษา… ทุกอย่างที่เรามี.”
เขาเดินออกไปจากห้อง.
ทิ้งให้นิสานั่งอยู่ที่พื้น. กุมแก้มที่เจ็บ.
แต่ความเจ็บที่แก้ม… เทียบไม่ได้เลยกับความสยองขวัญที่กำลังก่อตัวในใจ.
“อยู่ห่างๆ พวกเขาไว้.”
เขาไม่ได้… กำลังปกป้องลินกับบิน.
เขา… กำลัง… “กัน” เธอออกไป.
กันเธอ… ออกจากแผนการของเขา.
นิสา… อยู่ในนรก.
นรกที่สร้างด้วยเงิน. ปูด้วยหินอ่อน. และเงียบงัน.
การตบครั้งนั้นของกฤต… ได้ทำลาย… เศษเสี้ยวสุดท้ายของความรักที่เธอเคยมี.
เธอไม่ได้อยู่กับสามี. เธออยู่กับ… อสูร.
อสูรที่สวมสูทราคาแพง. และมีดวงตาที่เย็นชา.
คำพูดของเขา “ผมจะทำในสิ่งที่จำเป็น” ก้องอยู่ในหัวเธอ.
เขาหมายถึงอะไร.
เขาจะทำอะไรกับบิน.
เธออยู่เฉยไม่ได้.
เธอตัดสินใจ.
เธอต้องกลับไปที่นั่น.
ไม่ใช่เพื่อขอพร. ไม่ใช่เพื่อแก้บน.
แต่เพื่อ… คืนของ. เพื่อ… อ้อนวอน.
นิสาขับรถ. มือของเธอสั่น.
เธอไม่ได้บอกกฤต. เธอแอบหนีออกมา. เหมือนนักโทษที่หนีออกจากคุกทองคำ.
เธอกลับมาที่วัดสมานรัตนาราม.
ครั้งนี้… มันไม่เหมือนเดิม.
อากาศ… ไม่ได้แค่เย็น. แต่มัน… หนัก.
เหมือนมีบางอย่างกดทับอากาศไว้.
ผู้คนยังคงมากมาย. เสียงหัวเราะ. เสียงเซลฟี่.
แต่นิสาเห็น… สิ่งที่คนอื่นไม่เห็น.
เธอเห็นความมืด… ที่เกาะกุมอยู่รอบๆ องค์ช้างสีขาว.
เธอเดินฝ่าฝูงชน.
เธอไม่สนใจสายตาใครอีกแล้ว.
เธอทรุดตัวลงคุกเข่า. ตรงหน้าองค์ช้าง.
ไม่. เธอไม่ได้คุกเข่า. เธอ… หมอบกราบ.
“ได้โปรด…” เธอกระซิบ. น้ำตาไหลอาบแก้ม.
“เอาคืนไปเถอะค่ะ… เอาทุกอย่างคืนไป. เอาบ้าน… เอารถ… เอาเงิน… เอาไปให้หมด.”
“หนูไม่ต้องการมันอีกแล้ว… ได้โปรด…”
ผู้คนเริ่มมองเธอ. บางคนซุบซิบ. ผู้หญิงบ้าอะไร. มาร้องไห้ฟูมฟาย.
“เอาคืนไป…” นิสาสะอื้น. “เอาชีวิตหนูไปแทนก็ได้… แต่อย่า… อย่าทำอะไรเด็กคนนั้น… ได้โปรด… อย่าเอาบินไป…”
เธอสวดอ้อนวอน. ซ้ำแล้วซ้ำเล่า.
จนคอแห้งผาก.
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น.
รูปปั้น… ก็ยังคงเป็นรูปปั้น.
สีขาว. สะอาด. ยิ้มอย่างเมตตา.
นิสาหัวเราะ… ทั้งน้ำตา. “ฉันมันบ้าไปแล้ว… มันก็แค่หิน…”
เธอเงยหน้าขึ้น. เป็นครั้งสุดท้าย.
และเธอก็… หยุดหายใจ.
ดวงตา.
ดวงตาอัญมณีสีเข้มขององค์ช้าง.
มัน… ไม่ได้นิ่ง.
นิสาขยี้ตา.
ไม่ใช่…
มี… ของเหลว.
ของเหลวสีแดงเข้ม… กำลังไหลออกมา.
จาก… มุมตา.
เหมือน… น้ำตา.
“ไม่…”
มันไหลออกมา. ทีละหยด. ช้าๆ.
อาบลงมา… บนแก้มสีขาวสะอาดของรูปปั้น.
“เลือด…”
นิสากระซิบ.
มันคือเลือด.
องค์พระพิฆเนศ… กำลังร้องไห้.
เป็น… สายเลือด.
หยด… หยด… หยด…
ลงบนพื้น.
ไม่มีใครเห็น.
ผู้คนยังคงเดินผ่านไปมา. หัวเราะ. ถ่ายรูป.
มีเพียงเธอ. ที่เห็น.
“คุณ…” นิสาชี้. ตัวสั่นเทา. “คุณ… ทำแบบนี้ทำไม…”
“เวลา… ใกล้หมดแล้ว.”
เสียงนั้น… กลับมาอีกครั้ง.
ดัง… ก้อง… อยู่ในหัวของเธอ.
เสียงที่ไร้เพศ. เย็นชา.
“เจ้าไม่ยอม… จ่าย.”
“หนูพยายามแล้ว! หนูเอาเงินมาคืน… หนูทำบุญ…”
“ข้าไม่ต้องการบุญ.” เสียงนั้นขัดจังหวะ.
“ถ้าเจ้าไม่เอา… ข้าจะเอาเอง.”
“ไม่!!!!”
นิสากรีดร้องสุดเสียง.
คราวนี้… ทุกคนหันมามอง.
ยามรักษาความปลอดภัย… เริ่มเดินเข้ามา.
“คุณผู้หญิงครับ! เป็นอะไรรึเปล่าครับ!”
นิสาชี้ไปที่รูปปั้น. “เลือด! พวกคุณไม่เห็นเหรอ! มันร้องไห้เป็นเลือด!”
ยามมองหน้ากัน. แล้วมองไปที่รูปปั้น.
รูปปั้น… ขาวสะอาด.
ไม่มีรอยเปื้อน. ไม่มีน้ำตา.
“คุณผู้หญิง… คุณคงไม่สบาย.” ยามพยายามจับตัวเธอ.
“ไม่จริง! ฉันเห็น! ฉันเห็นมัน!”
นิสาดิ้นรน. แต่เธอรู้.
ไม่มีใครเชื่อเธอ.
“ถ้าเจ้าไม่เอา… ข้าจะเอาเอง.”
คำขู่นั้น… มันจริง.
มันคือ… คำเตือนสุดท้าย.
เธอกลับมาที่คฤหาสน์.
เธอไม่รู้ว่ากลับมาได้ยังไง. ยามของวัด… คงโทรหาคนขับรถของเธอ.
เธอถูกกักบริเวณ.
กฤตรู้เรื่องที่เธอ “อาละวาด” ที่วัด.
เขาไม่ได้โกรธ. เขาไม่ได้ตบตีเธอ.
เขานิ่ง.
“คุณป่วย. นิสา” เขาพูด. “คุณเครียดเกินไป. ผมจ้างพยาบาลพิเศษ… มาดูแลคุณ.”
พยาบาล.
นั่นคือคำที่เขาใช้.
แต่ความจริง… มันคือ “ผู้คุม.”
เธอถูกขัง. อยู่ในบ้านของตัวเอง.
กฤตยึดโทรศัพท์. ยึดกุญแจรถ.
“เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง” เขากล่าว.
นิสา… อยู่คนเดียว.
กับความกลัว.
และ… มันก็เริ่มขึ้น.
การหลอน.
คืนแรก.
เธอได้ยินเสียง…
เสียง… เด็กหัวเราะ.
เบาๆ. ก้องมาจากปลายโถงทางเดินที่มืดมิด.
เธอสะดุ้งตื่น. “ใครน่ะ”
ไม่มีเสียงตอบ.
มีเพียงความเงียบ… ของคฤหาสน์หลังใหญ่.
คืนที่สอง.
เธอเห็น… เงา.
เงาเล็กๆ. สูงประมาณเด็กห้าขวบ.
วิ่ง… ผ่านหน้าประตูห้องนอนของเธอ.
“บินเหรอ” เธอพึมพำ. หัวใจเต้นแรง.
เธอวิ่งออกไปดู.
โถงทางเดิน… ว่างเปล่า.
“ฉัน… ฉันคงตาฝาดไป…”
คืนที่สาม.
มัน… ชัดเจนที่สุด.
เธอได้ยินเสียง… ร้องไห้.
ไม่ใช่เสียงหัวเราะ.
เป็นเสียงสะอื้น. เสียงร้องไห้ของเด็ก… ที่กำลังหวาดกลัว.
“แม่… แม่จ๋า…”
เสียงของ… บิน.
มันดังมาจาก… สักแห่งในบ้าน.
“บิน!”
นิสากรีดร้อง. เธอลุกจากเตียง.
“บิน! อยู่ไหนลูก!”
เธอวิ่งพล่านไปทั่วบ้าน.
“บิน!”
เธอเปิดทุกประตู. ห้องรับแขก. ห้องอาหาร. ห้องสมุด.
“ออกมาเถอะลูก! น้าอยู่นี่แล้ว!”
พยาบาล(ผู้คุม) วิ่งตามเธอ. “คุณนิสาคะ! ใจเย็นๆ ค่ะ! ในบ้านไม่มีใคร!”
“ฉันได้ยิน! ฉันได้ยินเสียงเขา!”
“ไม่มีค่ะ! ไม่มีใครเลย! คุณแค่… ฝันไป!”
นิสาทรุดลงกับพื้น.
เธอมองไปรอบๆ.
บ้านที่ว่างเปล่า.
หรือว่า… เธอ… บ้าไปแล้วจริงๆ.
ไม่.
เธอรู้ว่าเธอได้ยินอะไร.
มันไม่ใช่… จินตนาการ.
มันคือ “สิ่งนั้น.”
มันไม่ได้รออีกต่อไปแล้ว.
มันไม่ได้อยู่ที่วัด.
มันมา… อยู่ในบ้านของเธอ.
มันกำลัง… หยอกล้อเธอ.
มันกำลัง… ทรมานเธอ.
มันกำลัง… เตือนเธอ.
“ข้าจะเอาเอง.”
นิสากำมือแน่น.
เธออาจจะถูกขัง. เธออาจจะถูกมองว่าเป็นบ้า.
แต่เธอ… จะไม่ยอม.
กฤต… สั่งห้ามเธอ… ไม่ให้ไปยุ่งกับลิน.
แต่ตอนนี้… มันเปลี่ยนไปแล้ว.
“สิ่งนั้น” … มันเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว.
นิสาเงยหน้าขึ้น. ดวงตาเต็มไปด้วยความตระหนก… และความเด็ดเดี่ยว.
เธอต้อง… ไปหาบิน.
เธอต้องเห็นเขา… ด้วยตาของเธอเอง.
เธอต้องแน่ใจ… ว่าเขายังปลอดภัย.
“หนูต้องออกไป.”
นั่นคือความคิดเดียว… ในหัวของนิสา.
เธอรอ.
รอจังหวะ.
ผู้คุม… พยาบาลคนนั้น. เธอต้องเข้าห้องน้ำ. เธอต้องกินข้าว.
และในที่สุด… โอกาสก็มาถึง.
ตอนบ่าย. พยาบาลคนนั้น… เผลอหลับ. บนโซฟาในห้องนั่งเล่น.
นิสา… เคลื่อนไหว.
เงียบ… เหมือนแมว.
เธอหยิบกุญแจรถสำรอง… ที่เธอซ่อนไว้… ใต้กระถางต้นไม้ในบ้าน.
เธอค่อยๆ เปิดประตู. ย่องเท้าเปล่า… ออกไปที่โรงรถ.
สตาร์ทรถ. เสียงเครื่องยนต์… ดังลั่น.
พยาบาลคนนั้นสะดุ้งตื่น. วิ่งออกมา. “คุณนิสา! คุณจะไปไหน! กลับมาเดี๋ยวนี้!”
สายไปแล้ว.
นิสาเหยียบคันเร่ง. รถพุ่งทะยาน… ออกจากประตูรั้วอัตโนมัติ.
เธอเป็นอิสระ.
แต่หัวใจของเธอ… เต้นแรง… เหมือนจะระเบิด.
เธอไม่ได้ขับรถ… ไปยังบ้านหลังใหม่ที่เธอซื้อให้ลิน.
เธอรู้… กฤตต้องสั่งคนเฝ้าไว้.
เธอขับไปที่… โรงเรียนอนุบาล.
โรงเรียนอนุบาลของบิน.
เธอจำได้. วันนี้… มีงานแสดงของเด็ก.
ลินต้องพาบินมา.
เธอจอดรถห่างออกไป. ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้.
ใจจดใจจ่อ.
แล้วเธอก็เห็น.
ลิน… กำลังจูงมือบิน… เดินออกมาจากโรงเรียน.
บิน… ในชุดแสดงแฟนซี. ชุดหมีน้อย.
เขายังยิ้ม. ยังหัวเราะ.
“บิน…” นิสาพึมพำ. น้ำตาซึม.
เขายังปลอดภัย.
ลินดูมีความสุข. เธอหัวเราะกับลูกชาย.
นิสาถอนหายใจ… อย่างโล่งอก.
บางที… เธออาจจะ… คิดมากไปเอง.
บางที… มันเป็นแค่… ความฝัน. แค่… ภาพหลอน.
ลินพาบินไปที่สนามเด็กเล่น… ที่อยู่ติดกับโรงเรียน. “เล่นก่อนกลับบ้านเนอะลูก.”
บินพยักหน้า. วิ่ง… ไปที่ชิงช้า.
นิสาเฝ้ามอง.
เธออยากจะวิ่งเข้าไปกอดหลาน. แต่เธอทำไม่ได้.
เธอไม่อยากให้ลินเห็นเธอ… ในสภาพนี้.
เธอไม่อยากให้กฤตรู้… ว่าเธอมาที่นี่.
เธอแค่… ขอดูอยู่ไกลๆ.
บินกำลังเล่น.
ลินนั่งอ่านหนังสือ… ที่ม้านั่ง. เธอยิ้ม. มองดูลูกเป็นระยะ.
ทุกอย่าง… ดูปกติ.
สงบสุข.
จนกระทั่ง… มันเกิดขึ้น.
ชิงช้า… ที่บินกำลังนั่ง.
เชือก… มัน…
นิสาขยี้ตา.
เชือก… มันกำลัง… “เปื่อย.”
มันเกิดขึ้นเร็วมาก.
จากเชือกหนา… มันกลายเป็น… เศษด้าย.
“ลิน!!!” นิสาตะโกน. โดยไม่รู้ตัว.
แต่ลินอยู่ไกลเกินไป. ใส่หูฟัง.
โครม!
ชิงช้า… ขาด.
บิน… ร่วงลงมากระแทกพื้น.
“กรี๊ดดดด!!!” ลินกรีดร้อง. โยนหูฟังทิ้ง.
“บิน! ลูก!”
ลินวิ่งไปหาลูก.
นิสา… ตัวแข็งทื่อ. หัวใจหยุดเต้น.
บิน… นอนนิ่ง.
“ลูกแม่! เป็นอะไรไหมลูก!” ลินอุ้มบินขึ้นมา.
บิน… ร้องไห้จ้า.
เขาไม่ได้นิ่ง. เขาร้องไห้.
แขนของเขา… มีแผลถลอก. เลือดออกซิบๆ.
“โอ๋… ไม่เป็นไรนะลูก… แค่ถลอกนิดหน่อย. ใจหายหมดเลย…” ลินกอดลูกแน่น.
นิสามองไปที่… ซากชิงช้า.
เชือกที่ขาด… มันไม่ได้ขาดแบบธรรมดา.
มันเหมือน… ถูก “กัด” … จนเปื่อยยุ่ย.
…ข้าจะเอาเอง…
เสียงนั้น… ก้องในหัวเธอ.
นี่… ไม่ใช่… อุบัติเหตุ.
นี่คือ… คำเตือน.
นิสากลับมาที่คฤหาสน์.
เธอกลับมา… ก่อนที่กฤตจะกลับ.
พยาบาลคนนั้น… กำลังโทรศัพท์. รายงาน. หน้าซีด.
นิสาผลักเธอ. “ออกไป.”
“แต่คุณกฤตสั่ง…”
“ฉันบอกให้ออกไป!” นิสาตวาด.
พยาบาล… หวาดกลัว. รีบเก็บของ. แล้ววิ่งออกไป.
นิสานั่งรอ.
ในความมืด.
ไม่เปิดไฟ.
เธอรอ… สามีของเธอ.
เที่ยงคืน.
ประตูหน้าเปิด.
กฤตเดินเข้ามา. ถอดเนคไท.
“ทำไมมืดแบบนี้. พยาบาลไปไหน.”
“ฉันไล่เขาไปแล้ว.”
เสียงของนิสา… ดังมาจากความมืด.
กฤตชะงัก. เขาเปิดไฟ.
เขาเห็นเธอนั่งอยู่… บนบันได.
ดวงตา… แดงก่ำ.
“นิสา. คุณออกไปข้างนอก.” เขาพูด. ไม่ใช่คำถาม. “พยาบาลโทรรายงานผมแล้ว.”
“วันนี้… บินเกือบตาย.”
กฤตขมวดคิ้ว. “ว่าไงนะ.”
“ชิงช้าขาด. ที่โรงเรียน. เขาตกลงมา.”
กฤตถอนหายใจ. “เด็กเล่น… ก็ต้องมีอุบัติเหตุบ้าง.”
“นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ!” นิสาลุกขึ้น. “ฉันเห็น! เชือกมัน… มันเปื่อย! เหมือนมีคนไปทำอะไรกับมัน!”
“คุณ… ไปที่นั่นเหรอ.” กฤตเริ่มโกรธ. “ผมบอกคุณแล้วใช่ไหม! ว่าให้อยู่ห่างๆ พวกเขา!”
“ถ้าหนูไม่ไป… หนูคงไม่รู้! ว่ามันเริ่มแล้ว! ‘สิ่งนั้น’ มันเริ่มลงมือแล้ว!”
“มันไม่มี ‘สิ่งนั้น’!” กฤตตะคอก. “มันเป็นแค่… เรื่องบังเอิญ!”
“งั้นเหรอ!” นิสาเดินเข้ามาประจันหน้าเขา. “แล้วเรื่องที่สองล่ะ! บังเอิญด้วยไหม!”
“เรื่องที่สองอะไร.”
“หนูโทรหาลิน. หลังจากหนูกลับมา. หนูโกหกว่าหนูไม่สบาย. หนูเลยถามไถ่.”
นิสาสูดลมหายใจ. “ลินเล่าให้ฟัง. ว่าเมื่อวาน… บิน… เกือบโดนไฟดูดตาย.”
กฤตหน้าเปลี่ยนสี. “อะไรนะ.”
“ที่บ้านใหม่. ที่คุณซื้อให้ไง! ปลั๊กไฟ… ที่ปิดนิรภัย… มัน… มันหลุดออกมาเอง. บินกำลังจะเอานิ้วแหย่เข้าไป! โชคดีที่ลินหันไปเห็นทัน!”
นิสามองสบตาสามี.
“สองครั้ง! ในสองวัน! กฤต! นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ! มันกำลัง… เร่งเรา! มันกำลังจะเอาบินไป!”
กฤต… นิ่งไป.
เขากำหมัดแน่น.
“มัน… มันแค่… พยายามขู่เรา.” เขาพูด.
“ขู่เหรอ! แล้วถ้าครั้งหน้ามันไม่ขู่ล่ะ! ถ้ามันเอาจริงล่ะ! กฤต! เราต้องทำอะไรสักอย่าง!”
“ผมรู้!!!” เขาตะโกน. “คุณคิดว่าผมไม่รู้เหรอ! คุณคิดว่าผมอยากให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเหรอ!”
“งั้นเราก็ต้องหยุด! เราต้องคืนทุกอย่างไป!”
“ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้ว… ว่ามันไม่มีทาง!”
“งั้นเราจะทำยังไง! นั่งรอ… ให้หลานเราตายเหรอ!”
“ผม…” กฤต… ดู… ลังเล.
เขาเดินไปที่บาร์. รินเหล้า.
มือสั่น.
“ผม… มีแผน.” เขาพูด.
นิสาหยุดนิ่ง. “แผน… แผนอะไร.”
กฤตดื่มเหล้า. รวดเดียวหมดแก้ว.
เขาหันกลับมา.
สายตาของเขา…
นิสาจำสายตานี้ได้.
นี่คือสายตาของเขา… ในคืนที่เขาล็อครูปถ่ายของบิน… ไว้ในตู้เซฟ.
สายตาของ… นักธุรกิจ. ที่กำลังคำนวณ… ความเสี่ยง.
“เรา… แค่ต้อง… ทำตามที่มันบอก.” เขาพูดช้าๆ.
“คุณจะ… ฆ่าบิน…” นิสาแทบล้มทั้งยืน.
“ผมไม่ได้พูดแบบนั้น!”
“แล้วมันหมายความว่าไง! ‘สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด’!”
“มัน… อาจจะไม่ใช่ ‘ชีวิต’ ก็ได้.” กฤตพูด.
“กฤต… คุณกำลังพูดจาไม่รู้เรื่อง.”
“ผมไปหาข้อมูลมา.” เขาเดินเข้ามาใกล้. “ที่… ที่อื่นๆ. พวก… ไสยศาสตร์. พวก… การแลกเปลี่ยน.”
เขาจับแขนนิสา. “มันมีวิธี. นิสา. มันมีวิธี… ที่จะ ‘จ่าย’ … โดยที่… ไม่มีใครต้องตาย.”
นิสามองเขา. หวาดระแวง.
“วิธี… แบบไหน.”
กฤตยิ้ม.
เป็นครั้งแรก… ที่นิสาเห็นเขายิ้ม… แบบนี้.
มันไม่ใช่ยิ้มดีใจ. ไม่ใช่ยิ้มโล่งอก.
มันเป็นยิ้ม… ของคนที่เจอ… “ช่องโหว่” ในสัญญา.
“มันต้องการ… ‘สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด’ ใช่ไหม.”
“ใช่…”
“สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของลิน… คือบิน. คือลูกชาย… ที่เธอรัก. ที่พูดคุย… หัวเราะกับเธอทุกวัน.”
นิสาเริ่มเข้าใจ… และเธอก็… หวาดกลัว.
“กฤต… ไม่นะ…”
“ถ้า… ถ้าบิน… ไม่ใช่… ‘คนเดิม’ ล่ะ.”
“คุณหมายความว่าไง.”
“ถ้าบิน… ยังอยู่… แต่… ‘สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด’ … มัน… หายไปล่ะ.”
กฤต… เผย… ความคิดที่น่ารังเกียจที่สุดออกมา.
“ถ้า… บิน… ไม่สามารถพูด. ไม่สามารถหัวเราะ. ไม่สามารถ… เป็น ‘ความสุข’ ของลินได้อีกต่อไปล่ะ.”
นิสาผงะ.
“คุณ… คุณจะทำร้ายเด็ก… คุณจะทำให้บิน… พูดไม่ได้งั้นเหรอ…”
“มันคือบิน… หรือคือเรา!” กฤตตวาด. “มันคือบิน… หรือคือทุกอย่างที่เราสร้างมา! เลือกเอาสิ นิสา!”
“นี่มันไม่ใช่ทางเลือก! นี่มัน… ปีศาจ!”
“ใช่! มันคือปีศาจ!” กฤตยอมรับ. “และผม… จะต่อรองกับมัน.”
โรงพยาบาล.
กลิ่นยาฆ่าเชื้อ… คลุ้งไปทั่ว.
ผนังสีขาว. แสงไฟนีออนที่สว่างจ้า… จนแสบตา.
นิสา… นั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกแข็งๆ.
เธอนั่งอยู่ที่นี่มากี่ชั่วโมงแล้ว… เธอไม่รู้.
เสื้อผ้าของเธอ… ยังคงเปื้อนเลือด.
เลือดของลิน.
เธอมองมือตัวเอง. ที่สั่นไม่หยุด.
เธอคือฆาตกร.
เธอ… ชนน้องสาวตัวเอง.
“ญาติคุณลินดาใช่ไหมครับ.”
เสียงหมอดังขึ้น.
นิสากระโดดลุกขึ้นยืน. “เธอ… เธอ…”
หมอถอนหายใจ. “คนไข้… พ้นขีดอันตรายแล้วครับ.”
นิสาแทบจะทรุดลง. “ขอบคุณพระเจ้า… ขอบคุณ…”
“แต่…”
คำว่า “แต่” … หยุดหัวใจของนิสา.
“แต่… กระดูกสันหลัง… ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง. จากแรงกระแทก.”
“หมายความว่า… ยังไงคะหมอ.”
“เราพยายามเต็มที่แล้วครับ. แต่… เธอ… จะเดินไม่ได้อีกต่อไป.”
นิสายืนนิ่ง.
“อัมพาตครึ่งท่อนล่างครับ. ตลอดชีวิต.”
โลก… พังทลายลงมา.
อัมพาต.
ตลอดชีวิต.
“ไม่…”
“ส่วนเด็กชาย…” หมอพูดต่อ. “ร่างกาย… ปลอดภัยดี. ไม่บาดเจ็บตรงไหน.”
นิสาเงยหน้า. “บิน… บินอยู่ไหนคะ.”
“อยู่ที่ห้องเด็กครับ. แต่… เรามีเรื่องที่น่ากังวล.”
“อะไรอีก…”
“เขา… ไม่พูดครับ.”
“เขา… คงจะตกใจ.” นิสาพยายามหาเหตุผล. “เขาเห็นแม่เขา…”
“ไม่ใช่แค่ตกใจครับ.” หมอขมวดคิ้ว. “เขา… ไม่ตอบสนองต่อเสียง. เขาไม่อ้าปาก. ไม่พยายามสื่อสาร. เราทดสอบแล้ว… เขา… สูญเสียความสามารถในการพูดไปเลย.”
หมออธิบายศัพท์เทคนิค. “Aphasia. ภาวะสูญเสียการสื่อความ. ที่เกิดจาก… การกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง.”
“เขา… จะกลับมาพูดได้ไหมคะ.”
หมอส่ายหน้า. “เรา… บอกไม่ได้ครับ. อาจจะ… ตลอดชีวิต.”
นิสา… เดินโซซัดโซเซ.
เธอมองผ่านกระจก… เข้าไปในห้องพักฟื้นของลิน.
น้องสาวของเธอ… นอนนิ่ง. ดวงตาว่างเปล่า.
แล้วเธอก็เดิน… ไปที่ห้องเด็ก.
เธอเห็นบิน.
หลานชายของเธอ.
นั่งอยู่บนเตียง. กอดตุ๊กตาหมี… ที่เธอเคยซื้อให้.
เขานั่งนิ่ง.
ดวงตา… เบิกกว้าง.
ดวงตา… ที่ไม่เหมือนเด็กอีกต่อไป.
ดวงตา… ที่เห็น… นรก.
เขาไม่มองเธอ. เขาไม่กระพริบตา.
เขา… แค่… หายใจ.
อัมพาต.
และ… เป็นใบ้.
“สิ่งนั้น” … มันเอาไปแล้ว.
มันเอา… “สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด” ของลิน… (อิสรภาพ, การเคลื่อนไหว).
และมันเอา… “สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด” ของบิน… (เสียงพูด, ความไร้เดียงสา).
มันเอา… ไปอย่างสาสม.
แล้วกฤตล่ะ.
กฤตอยู่ที่ไหน.
เขาไม่ได้มาโรงพยาบาล.
หลังจากที่เขา… ลากเธอกลับมาบ้านในคืนนั้น.
เขาก็… ขังตัวเอง… อยู่ในห้องทำงาน.
นิสาให้ปากคำกับตำรวจ.
เธอโกหก.
“มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ. หนู… ตกใจ. หนู… ลืมดึงเบรกมือ.”
ตำรวจ… พยักหน้า.
คนขับมอเตอร์ไซค์… (ที่กฤตจ้างมา) … ให้การว่า… เขาแค่… ขับรถผ่าน.
ไม่มีใครรู้… ความจริง.
ยกเว้น… เธอกับกฤต.
และ… เด็กชาย… ที่พูดไม่ได้.
นิสากลับบ้าน.
คฤหาสน์… ที่เคยหรูหรา.
บัดนี้… มันคือ… สุสาน.
เธอได้ยินเสียง… กฤต.
เขา… ไม่ได้ทำงาน.
เขา… กำลัง… คลุ้มคลั่ง.
“ไม่! ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้!”
เธอได้ยินเสียง… ของ… ถูกทุบทำลาย.
เธอวิ่งไปที่ห้องทำงาน.
ประตูล็อค.
“กฤต! เปิดประตู! เกิดอะไรขึ้น!”
“ไปให้พ้น!!!”
โครม!
เสียงเหมือน… คอมพิวเตอร์… ถูกโยนกระแทกผนัง.
“มันโกง! มันโกงฉัน!!!!”
นิสา… ถอยออกมา. หวาดกลัว.
เช้าวันรุ่งขึ้น.
ประตับห้องทำงานเปิดออก.
กฤต… เดินออกมา.
เขา… แก่ลง… สิบปี… ภายในคืนเดียว.
ผมเผ้ายุ่งเหยิง. ตาแดงก่ำ.
“กฤต…”
“มัน… เอาไปหมดแล้ว.” เขากระซิบ.
“อะไร… อะไรเอาไปหมด.”
“เงิน. โครงการ. ทุกอย่าง.”
กฤตหัวเราะ. เสียงหัวเราะแห้งๆ.
“ทันที… ที่อุบัติเหตุนั่นเกิดขึ้น…”
เขาทรุดตัวลงนั่ง.
“เสี่ยวิรัช… โทรมา. เขาบอกว่า… เขาเจอปัญหา. เขา… ถอนทุน. ถอนทั้งหมด.”
“แต่… ทำไมคะ…”
“เขาอ้าง… เหตุผลบ้าบออะไรก็ไม่รู้. ‘รู้สึกไม่ดี’. ‘ฮวงจุ้ยไม่ดี’.” กฤตทุบกำปั้นลงบนพื้น. “มันไม่ใช่แค่นั้น!”
“ธนาคาร… ที่เคยโทรมาบอกว่า ‘ระบบผิดพลาด’ … ตอนนี้… พวกเขา ‘ตรวจเจอ’ … ความผิดพลาด… ในสัญญาของเรา.”
“พวกเขากำลัง… ฟ้องเรา.”
“และ… ตลาดหุ้น… หุ้นที่เราลงไป… มัน…”
เขากำลังจะพูด. แต่แล้ว… เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น.
ดัง… ลั่นบ้าน.
นิสาเดินไปเปิด.
ชายในชุดสูท.
ไม่ใช่ชุดสูทราคาแพง… ของนักธุรกิจ.
แต่เป็นชุดสูทสีเข้ม… ของ… ธนาคาร.
กลุ่มเดียวกับ… ที่เธอเคยเจอ… ในสำนักงานเก่า.
“คุณกฤต. และ คุณนิสา.”
ชายคนนั้น… ถือ… สติกเกอร์สีแดง… แผ่นนั้น.
“เรา… ต้องมา… ดำเนินการ… อายัดทรัพย์สิน.”
ประวัติศาสตร์… ซ้ำรอย.
แต่มัน… เลวร้ายกว่าเดิม.
ครั้งที่แล้ว… พวกเขาแค่… สิ้นเนื้อประดาตัว.
ครั้งนี้…
นิสามองกลับไปที่กฤต.
พวกเขา… ไม่ได้แค่… เป็นหนี้.
พวกเขา… ได้สร้าง… โศกนาฏกรรม.
“มันเอาคืนไปหมด.” นิสากระซิบ.
ความมั่งคั่ง… ที่ได้มาอย่างรวดเร็ว.
มันก็… หายไป… อย่างรวดเร็วเช่นกัน.
ทันทีที่… “การชำระหนี้” … เสร็จสมบูรณ์.
สัญญากับปีศาจ… มันยุติธรรม… อย่างน่าสยดสยอง.
มันให้… ทุกอย่าง.
และมันก็… เอาคืน… ทุกอย่าง.
ทิ้งไว้เพียง… หนี้สิน.
และ… ความพินาศ… ของครอบครัว.
พวกเขากลับมา… ที่จุดเริ่มต้น.
ไม่สิ.
เลวร้ายกว่า… จุดเริ่มต้น.
พวกเขากลับมา… อยู่ในอพาร์ตเมนต์เช่า… หลังเดิม. ที่เหม็นอับ.
แต่คราวนี้… พวกเขาไม่ได้มี… “กันและกัน.”
หนึ่งเดือน… ผ่านไป.
เหมือน… หนึ่งศตวรรษ.
ชีวิต… กลายเป็น… กิจวัตรที่ไร้วิญญาณ.
นิสา… ใช้ชีวิต… ในอพาร์ตเมนต์เหม็นอับหลังเดิม.
แต่เธอไม่ได้อยู่คนเดียว.
เธออยู่กับ… ความเงียบ.
ความเงียบ… ของกฤต.
เขาไม่เหมือนเดิม.
เขาไม่ได้… โกรธ. เขาไม่ได้… สิ้นหวัง.
เขา… แค่… ว่างเปล่า.
กฤตนั่ง… อยู่ที่มุมห้อง. ทั้งวัน. ทั้งคืน.
เขามอง… ผนัง.
เขาไม่พูด. เขาไม่กิน. เขาไม่นอน.
เขา… แค่… หายใจ.
ส่วนนิสา. เธอต้อง… ทำงาน.
เธอทำงานเป็น… พนักงานเสิร์ฟ. ในร้านอาหารเล็กๆ.
รายได้… แทบไม่พอจ่ายค่าเช่า. และ… ค่ายา.
ค่ายา… ของลิน.
เธอไปเยี่ยมน้องสาว… ทุกสัปดาห์.
ลิน… นั่งอยู่บนรถเข็น.
ดวงตาของลิน… ว่างเปล่า. เหมือนกฤต.
ลินไม่เคยมองหน้านิสา. ไม่เคยพูด… สักคำ.
และบิน…
บิน… ก็อยู่ที่นั่น. นั่งข้างๆ รถเข็นของแม่.
เด็กชาย… ที่ไม่พูด.
เขาแค่… จ้องมอง.
นิสา… เอาของเล่นไปให้. เอาขนมไปให้.
บิน… ไม่รับ.
เขาแค่… จ้องมองเธอ.
ด้วยดวงตา… ที่เต็มไปด้วย… ความเกลียดชัง.
หรือ… อาจจะ… ความว่างเปล่า.
นิสาไม่รู้… ว่าอะไร… น่ากลัวกว่ากัน.
เธอใช้ชีวิต… แบกรับ… ความพินาศของสามคน.
ลิน. บิน. และกฤต.
คืนหนึ่ง.
ฝนตกหนัก.
เหมือนคืนนั้น. คืนที่เธอเห็น… กล่อง.
นิสา… ทนไม่ไหวอีกต่อไป.
เธอไม่ได้อยากตาย.
เธอ… อยากได้… คำตอบ.
เธอต้องรู้…
ทำไม.
ทำไม… มันถึง… โหดร้ายได้ถึงขนาดนี้.
เธอหยิบเงินเก็บ… ส่วนสุดท้าย.
เธอนั่งรถบัส.
เธอกลับไป… ที่ฉะเชิงเทรา.
วัดสมานรัตนาราม.
เวลาเที่ยงคืน.
วัด… ปิดแล้ว. เงียบสงัด.
มีเพียงแสงจันทร์… ที่ส่อง… ลอดกิ่งไม้.
เธอปีน… ข้ามรั้ว.
เธอไม่สน… ว่าจะบาป.
จิตใจเธอ… มันบาป… เกินกว่าจะกลัวอะไรแล้ว.
เธอวิ่ง…
วิ่ง… ไปยัง… องค์ช้างสีขาว.
องค์ช้าง… ยังคงยืนตระหง่าน.
สงบนิ่ง.
ในแสงจันทร์. องค์ช้าง… อาบไล้… ด้วยแสงสีเงิน.
สวยงาม.
และ… น่าสยดสยอง.
นิสา… มองขึ้นไป.
ดวงตา… อัญมณีสีเข้ม.
ไม่มี… น้ำตาเลือดอีกแล้ว.
มัน… สะอาด.
ราวกับ… ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น.
ราวกับ… ธุรกรรม… ได้… เสร็จสิ้นลงแล้ว.
“ทำไม!!!”
นิสากรีดร้อง. เสียงของเธอ… แตกพร่า.
“แกทำแบบนี้ทำไม!!!”
เธอทุบ… ที่ฐานของรูปปั้น.
“เอาคืนไปหมดแล้วใช่ไหม! พอใจรึยัง!”
“แกเอาเงินไป! เอาบ้านไป! แกเอาขาของน้องฉันไป! เอาเสียงของหลานฉันไป!”
เธอทรุดตัวลง. ร้องไห้… จนไม่มีน้ำตาจะไหล.
“มันยังไม่พออีกเหรอ… แก… ยังต้องการอะไรอีก…”
“มันไม่ได้ต้องการอะไรจากเจ้าอีกแล้ว.”
เสียงหนึ่ง… ดังขึ้น.
ไม่ใช่เสียง… ในหัว.
เป็นเสียง… มนุษย์.
เสียง… ชายชรา.
นิสาสะดุ้ง. หันขวับ.
ชายชราคนหนึ่ง… ยืนอยู่.
นุ่งขาวห่มขาว. อาจจะเป็น… คนดูแลศาล. หรือ… นักบวช.
เขากำลัง… กวาดใบไม้.
ในเวลา… เที่ยงคืน.
“ลุง… ลุง…”
“เสียงดัง.” ชายชราพูด. เรียบๆ. “รบกวน… ท่าน.”
“ท่านเหรอ” นิสาหัวเราะ. “นี่มันไม่ใช่เทพ! นี่มัน… ปีศาจ!”
ชายชรา… หยุดกวาด.
เขามองเธอ.
ด้วยสายตา… ที่สงสาร.
“มัน… ก็แค่… ทำตามหน้าที่ของมัน.” เขาพูด.
“หน้าที่อะไร! หน้าที่… ทำลายชีวิตคนเหรอ!”
“หน้าที่… แลกเปลี่ยน.” ชายชราตอบ. “พวกเจ้า… มาขอ. มัน… ก็ให้. แล้วมัน… ก็เอาคืน.”
“ฉันรู้!” นิสาตะโกน. “มันเอาคืนไปหมดแล้ว! มันเอาของลิน… เอาของบิน…”
“ใช่.” ชายชราพยักหน้า. “นั่นคือ… ราคา… ของพวกเขา.”
นิสาชะงัก. “…อะไรนะคะ.”
“นั่นคือ… ราคา… ของความสิ้นหวัง… ของสามีเจ้า. ที่น้องสาวเจ้า… และหลานเจ้า… ต้องจ่าย.”
“หมายความว่าไง…”
“แต่… มันยังไม่ใช่… ราคา… ของเจ้า.”
นิสา… สับสน.
“ราคา… ของหนู… หนู… หนูไม่เหลืออะไรให้มันเอาแล้ว! หนูก็ล้มละลาย! หนูก็ทุกข์ทรมาน!”
“นั่นไม่ใช่… ราคา.”
ชายชรา… หันกลับไป… กวาดใบไม้ต่อ.
“ราคา… คือ… ‘สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด’.”
“หนูไม่เข้าใจ…” นิสาคุกเข่า. “ลุง… บอกหนูที. ‘สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด’ ของหนู… คืออะไร. มันเอาอะไรไปจากหนู.”
ชายชรา… ถอนหายใจ.
เขาชี้ไม้กวาด… ไปที่นิสา.
“เจ้า… รักอะไรมากที่สุด.”
“หนู… หนูไม่รู้… ตอนนี้หนูไม่รักอะไรทั้งนั้น.”
“ก่อนหน้านี้ล่ะ. ก่อนที่เจ้าจะมีเงิน. ก่อนที่เจ้าจะสิ้นหวัง. อะไร… ที่ทำให้เจ้า… ยอม… คุกเข่า… ในวันนั้น.”
นิสาคิดย้อนกลับไป.
วันนั้น… ที่เธอกับกฤต… คุกเข่า.
เธอไม่ได้ขอ… เพื่อเงิน.
เธอ…
“หนู… หนูทำ… เพื่อกฤต.” เธอกระซิบ. “หนูรักเขา… หนูอยากให้เขากลับมาเป็นคนเดิม. หนูอยากให้เขามีความสุข.”
“ใช่.” ชายชราพยักหน้า.
“สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด… ของเจ้า. ไม่ใช่เงิน.”
“มันคือ… เขา.”
นิสาเบิกตากว้าง.
“แต่… แต่กฤตยังอยู่! มันไม่ได้เอาชีวิตเขาไป!”
“มัน… จำเป็นต้องเอา… ชีวิตเหรอ.”
ชายชรา… ยิ้ม.
รอยยิ้ม… ที่เศร้า.
“มันเอา… ‘สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด’ … ไป.”
“มันเอา… ‘กฤต’ … ที่เจ้ารัก… ไป.”
นิสา… ตัวแข็งทื่อ.
เธอ… เริ่มเข้าใจ.
“มันเอา… ความทะเยอทะยาน… ของเขาไป.”
“มันเอา… ความฝัน… ของเขาไป.”
“มันเอา… ความรัก… ที่เขามีต่อเจ้า… ไป.”
“ไม่…”
“มันเอา… วิญญาณ… ของเขาไป.”
ชายชราพูดต่อ. “มันทิ้งไว้… แค่… ร่างกาย.”
“ทิ้งไว้… แค่… เปลือก… ที่ว่างเปล่า.”
นิสา… ปากสั่น.
เธอ… นึกถึง… กฤต.
ที่นั่ง… อยู่ในมุมห้อง.
ที่… จ้องมอง… ผนัง.
ที่… ว่างเปล่า.
นั่น…
นั่น… คือ… ราคา… ของเธอ.
“แก… แก…”
นิสา… หันกลับไปมอง… องค์ช้างสีขาว.
ที่กำลัง… ยิ้ม.
ยิ้ม… อย่างสงบนิ่ง… ในแสงจันทร์.
มันไม่ได้เอา… แค่… ขา… และ… เสียง.
มันเอา… จิตวิญญาณ… ของสามีเธอไปด้วย.
“ไม่… ไม่จริง… ไม่!!!”
เธอกรีดร้อง.
แต่คราวนี้… มันไม่ใช่… เสียงกรีดร้อง… แห่งความโกรธ.
มันคือ… เสียง… ของ… ความเข้าใจ.
ความเข้าใจ… ที่… แตกสลาย.
นิสา… กลับมา.
เธอไม่รู้ว่าเธอกลับมาได้ยังไง.
บางที… ร่างกายมันคง… ขยับไปเอง.
เธอกลับมา… ที่อพาร์ตเมนต์.
กลิ่นเหม็นอับ… โจมตีจมูกเธอ.
ฝน… หยุดตกแล้ว.
มีเพียง… ความเงียบ.
เธอเปิดประตู.
เขา… ยังอยู่ที่นั่น.
กฤต.
สามีของเธอ.
นั่ง… อยู่ในมุมห้อง. มุมเดิม.
เขาไม่หันมามอง.
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำ… ว่าเธอหายไป. หรือ… เธอกลับมาแล้ว.
นิสา… เดินไป… ช้าๆ.
เหมือน… คนละเมอ.
เธอนั่งลง… ตรงหน้าเขา.
บนพื้นเย็นๆ.
เธอมอง… ผู้ชาย… ที่เธอเคยรัก.
ผู้ชาย… ที่เธอเคย… ยอมแลก… ทุกอย่าง… เพื่อเขา.
ดวงตาของเขา… เปิดอยู่.
แต่มัน… ไม่เห็น… อะไรเลย.
มัน… ว่างเปล่า.
“กฤต…” เธอกระซิบ.
ไม่มีการตอบสนอง.
“หนู… กลับมาแล้ว.”
ไม่มี… แม้แต่… การกระพริบตา.
“หนู… ไปที่วัดมา.”
ความเงียบ.
“หนู… รู้แล้ว. ว่ามันเอาอะไรไป.”
เธอยื่นมือที่สั่นเทา… ไปสัมผัส… ใบหน้าของเขา.
ผิวของเขา… เย็น.
เหมือน… หิน.
“มันเอา… คุณ… ไป.”
น้ำตา… ไหลออกมา.
ไม่ใช่… น้ำตาแห่งความเศร้า.
แต่เป็น… น้ำตา… แห่ง… ความพ่ายแพ้.
“มันเอาคุณไป… แล้วมัน… ทิ้ง… ร่างนี้… ไว้ให้หนู.”
เธอกุมมือเขา.
มือ… ที่เคย… กอบกุม… อนาคตของพวกเขา.
มือ… ที่เคย… ตบ… หน้าเธอ.
ตอนนี้… มัน… อ่อนปวกเปียก.
ไร้พลัง.
นิสา… เริ่ม… หัวเราะ.
เสียงหัวเราะ… ที่แห้งผาก.
แผ่วเบา.
แล้ว… มันก็… ดังขึ้น.
ดังขึ้น…
เธอกำลังหัวเราะ… เยาะ… โชคชะตา… ของตัวเอง.
“นี่สินะ…” เธอกระซิบ… ผ่านเสียงหัวเราะ. “นี่… คือ… ราคา… ของฉัน.”
ไม่ใช่… ความตาย.
ไม่ใช่… ความเจ็บปวด… ทางร่างกาย.
แต่คือ… สิ่งนี้.
คือ… การต้อง… มีชีวิตอยู่.
คือ… การต้อง… ตื่นขึ้นมา… ทุกวัน.
ในห้องเหม็นอับนี้.
และ… ดูแล… เปลือก… ของผู้ชาย… ที่เธอเคยรัก.
การต้อง… ป้อนข้าว… ให้กับ… ร่างกาย… ที่ไร้วิญญาณ.
การต้อง… อาบน้ำ… ให้กับ… ตุ๊กตา… ที่มีชีวิต.
การต้อง… มองเห็น… ใบหน้า… ของคนที่เธอ… ทำลาย… ไปตลอดกาล.
นี่… คือ… คุก… ของเธอ.
คุก… ที่ไม่มี… ลูกกรง.
คุก… ที่เธอ… สร้างขึ้นมาเอง.
ด้วย… ความโลภ.
และความ… รัก… ที่โง่เขลา.
เธอลุกขึ้น.
เธอเดินไปที่ครัว.
เธออุ่น… ข้าวต้ม… ที่เย็นชืด.
เธอกลับมา.
นั่งลง… ตรงหน้ากฤต.
“กินซะหน่อยนะคะ.”
เธอตัก… ข้าวต้ม.
ยื่น… ไปจ่อ… ที่ปากของเขา.
กฤต… อ้าปาก.
โดยอัตโนมัติ.
เหมือน… หุ่นยนต์.
เขากลืน.
ดวงตา… ยังคง… ว่างเปล่า.
นิสา… ตักคำต่อไป.
น้ำตา… หยด… ลงในชามข้าวต้ม.
เค็ม.
เธอ… ต้องทำแบบนี้.
ทุกวัน.
จนกว่า… เธอ… หรือเขา… จะตาย.
และ… มันยังไม่จบ.
เธอต้อง… ไปทำงาน.
เพื่อหาเงิน… มาจ่าย… ค่ายา… ของลิน.
น้องสาว… ที่เธอ… ทำให้พิการ.
เธอต้อง… ไปเยี่ยม… ลิน.
ไป… เผชิญหน้า… กับ… ความเงียบ… ที่เกลียดชัง.
ไป… เผชิญหน้า… กับ… บิน.
หลานชาย… ที่เธอ… ทำให้เป็นใบ้.
ไป… เผชิญหน้า… กับ… ดวงตา… ที่กล่าวโทษเธอ… โดยไม่ต้อง… ใช้คำพูด.
นี่… คือ… วงจร… ของเธอ.
วงจร… แห่งการทรมาน… ที่ไม่มี… วันสิ้นสุด.
ความตาย… มัน… ง่ายเกินไป.
นี่… ต่างหาก… คือ… การลงทัณฑ์… ที่… สาสม.
นิสา… ป้อนข้าว… คำสุดท้าย.
เธอลุกขึ้น.
เก็บชาม.
เธอเดินไปที่หน้าต่าง.
มองออกไป… ในความมืด.
เมือง… กำลังจะ… ตื่น.
วันใหม่… กำลังจะ… เริ่ม.
วันใหม่… ของ… นรก… บนดิน.
ทันใดนั้น.
เธอได้ยิน…
เสียง… ที่แผ่วเบา.
ลอยมา… ตามสายลม.
มันไม่ใช่… เสียง… ในหัวเธอ.
มันคือ… เสียง… จาก… ภายนอก.
เสียง… ที่… คุ้นเคย.
เสียง… ที่เหมือน… เสียงร้อง… ของช้าง.
แหลม. สูง.
ดัง… มาจาก… ทิศ… ตะวันออก.
ทิศ… ของ… ฉะเชิงเทรา.
มันไม่ใช่… เสียง… แห่งความโกรธ.
มันคือ… เสียง… แห่ง…
ความ… พึงพอใจ.
นิสา… หลับตาลง.
ปล่อยให้… ความหนาวเย็น… เข้า… กัดกิน… วิญญาณ… ที่แตกสลาย… ของเธอ.
ธุรกรรม…
ได้… เสร็จสิ้น… สมบูรณ์แล้ว.