ผู้กลืนวิญญาณ
ค่ำคืนที่เชียงใหม่ควรจะงดงามและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา แต่สำหรับอรทัย มันคือสุสานที่อึกทึกครึกโครม
เสียงจอแจของผู้คนที่เดินขวักไขว่ในไนต์บาซาร์ มันไม่ได้ฟังดูเหมือนความสุข มันดังเหมือนเสียงกรีดร้องที่เสียดแทงแก้วหู แสงไฟนีออนสว่างวาบจากร้านค้าฝั่งตรงข้าม สาดส่องเข้ามาในร้าน “อรทัยผ้าไหม” ที่มืดสลัวของเธอ… ส่องให้เห็นความว่างเปล่า
ฝุ่นจับอยู่บนม้วนผ้าไหมสีหม่นที่ไม่มีใครแตะต้องมานานหลายสัปดาห์ อากาศในร้านอับชื้นและหนักอึ้ง มันคือกลิ่นของความล้มเหลว กลิ่นของความตายที่คืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ ช่างแตกต่างจากกลิ่นหอมของดอกไม้สดและน้ำปรุงราคาแพงที่ลอยมาจากร้าน “มาลัยดีไซน์” ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเหลือเกิน
อรทัยนั่งนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ ที่ขอบเริ่มผุ ในวัยสามสิบแปดปี เธอดูเหมือนคนอายุห้าสิบ ผิวของเธอซีดเทา ไม่ใช่สีขาว แต่เป็นสีเทาเหมือนขี้เถ้า ดวงตาขุ่นมัว แห้งผาก จ้องมองไปยังแสงสว่างที่น่ารังเกียจนั้น
ร้านของมาลัย… สว่างไสวราวกับเวทีละคร โคมไฟล้านนาประยุกต์ส่องสว่าง ลูกค้าชาวต่างชาติหัวเราะคิกคัก มือของพวกเขาลูบไล้ผ้าไหมสีสันสดใสที่ออกแบบอย่างวิจิตรตระการตา
และมาลัย… เด็กสาววัยยี่สิบเก้าปีคนนั้น ผิวพรรณเปล่งปลั่ง รอยยิ้มของเธอสดใสจนน่ารังเกียจ เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว อธิบายสินค้าด้วยท่าทางมั่นใจ
ความเกลียดชังแล่นริ้วขึ้นมาในอกของอรทัย มันร้อนผ่าวและขมปร่า มาลัยเคยเป็นแค่ลูกจ้างในร้านเธอ… เป็นแค่เด็กสาวที่เธอเก็บมาสอนงาน เด็กสาวที่เธอมองว่าไร้หัวคิด มีดีแค่หน้าตาสะสวยและช่างประจบ เธอเป็นคนสอนทุกอย่างให้… วิธีการย้อมสีธรรมชาติ… วิธีการทอผ้าไหมยกดอก… วิธีการต่อรองราคากับลูกค้าฝรั่ง
“พี่ออคะ หนูอยากเก่งเหมือนพี่จังเลยค่ะ” เสียงใสนั้นยังก้องอยู่ในหัวของอรทัย… เสียงที่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่ามันคือคำโกหก คำโกหกที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง
เพียงแค่สองปี… สองปีเท่านั้นหลังจากที่มาลัยลาออกไปเปิดร้านของตัวเอง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ลูกค้าประจำของอรทัยหายไปทีละคน… สองคน… พวกเขาข้ามถนนไปหา “ดีไซน์ที่ทันสมัยกว่า” พวกเขาข้ามถนนไปหา “ความสดใหม่”
อรทัยกัดฟันจนกรามสั่น “ความทันสมัย…” มันคือการทรยศต่อรากเหง้า มันคือการลืมกำพืด เธอทอผ้าด้วยวิธีดั้งเดิมที่สืบทอดมาจากแม่ของเธอ แต่มันกลับสู้รอยยิ้มจอมปลอม กับการออกแบบฉาบฉวยของเด็กคนนั้นไม่ได้
ความคิดของเธอวนเวียนอยู่กับความเจ็บปวด… เธอจำได้… วันที่มาลัยทำสีย้อมหกใส่ผ้าไหมผืนที่แพงที่สุดในร้าน อรทัยกรีดร้องใส่หน้าเด็กสาวคนนั้น “แกมันไร้ประโยชน์! โง่เง่า! ไสหัวไป!” มาลัยร้องไห้… แต่เด็กนั่นไม่หนี เด็กนั่นนั่งขัดพื้น เช็ดคราบสีตลอดทั้งคืน และวันรุ่งขึ้น ก็เอาผ้าผืนใหม่ที่เธอแอบทอเองทั้งคืนมามอบให้… มันสวยงาม… สวยงามกว่าที่อรทัยทำเสียอีก บางที… ความเกลียดชังอาจจะไม่ได้เพิ่งเริ่มในวันนี้ บางทีมันอาจจะเริ่มตั้งแต่วันนั้น… วันที่เธอเห็นแววตาที่ไม่ยอมแพ้ของมัน
ครืดดด… ครืดดด… เสียงโทรศัพท์มือถือเก่าๆ สั่นสะท้านบนเคาน์เตอร์ไม้ อรทัยสะดุ้งหลุดจากภวังค์ เธอเหลือบมองหน้าจอที่แตกร้าวด้วยความหวาดระแวง ข้อความเข้า…
นิ้วที่สั่นเทาของเธอเลื่อนเปิดอ่าน “ธนาคาร KTB: แจ้งเตือนการชำระหนี้ครั้งสุดท้าย” หัวใจของเธอเย็นวาบ… “เนื่องด้วยท่านมียอดค้างชำระเกินกำหนด 90 วัน…” นิ้วของเธอเลื่อนอ่านข้อความต่ออย่างเชื่องช้า… ทุกตัวอักษรเหมือนตะปูที่ตอกลงบนอก “…ทางธนาคารมีความจำเป็นต้องดำเนินการยึดทรัพย์สินค้ำประกัน (อาคารพาณิชย์ เลขที่ 45/2 ถนนช้างคลาน)”
มันคือร้านนี้… มันคือบ้านของเธอ… ที่เดียวที่เธอเหลืออยู่ อากาศหายใจหายไปจากปอด โลกทั้งใบมืดดับลงในบัดดล อรทัยฟุบหน้าลงกับเคาน์เตอร์ไม้ที่เย็นชืด ไหล่สั่นสะท้าน แต่ไม่มีน้ำตา… มันแห้งเหือดไปหมดแล้ว
มันไม่ใช่เสียงร้องไห้… แต่เป็นเสียงหัวเราะเบาๆ ที่หลุดออกมาจากลำคอ เสียงหัวเราะแห้งๆ ของคนสิ้นหวัง ของคนที่รู้ว่าตัวเองแพ้แล้ว เธอแพ้แล้วจริงๆ… มาลัยชนะ… เด็กนั่นชนะ…
“ดูแย่จังนะ… แม่หนู” เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากหน้าร้านที่มืดมิด อรทัยเงยหน้าขึ้นอย่างตื่นตระหนก น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้ว บัดนี้กลับคลอหน่วยขึ้นมาใหม่ หญิงชราคนหนึ่งยืนอยู่ในเงา… เธอแก่มาก… หลังค่อม… หาบแร่ไม้เก่าๆ วางอยู่บนบ่า บนหาบนั้นมีเครื่องรางเล็กๆ หน้าตาแปลกประหลาดแขวนอยู่ หญิงชราไม่ได้มองอรทัย… สายตาของเธอมองข้ามถนนไปยังร้าน “มาลัยดีไซน์” “ร้านนั้นสว่างจัง… ส่วนร้านนี้… มืดมนเหลือเกิน”
“ไปให้พ้น…” อรทัยพึมพำ ไล่ด้วยเสียงที่แทบไม่มีแรง “ฉันไม่มีเงินให้” หญิงชรายิ้ม… เผยให้เห็นเหงือกที่ดำสนิท “ความเกลียดชังมันกำลังกินใจเธอนะ” อรทัยสะดุ้ง… หญิงชราคนนี้รู้ได้อย่างไร? “เธอมองเขา… เธอไม่ได้อยากได้แค่ร้านของเขา” หญิงชราขยับเข้ามาใกล้… กลิ่นเหม็นอับของการบูรและยาสูบเก่าๆ ลอยมาปะทะจมูก “เธออยากได้สิ่งที่เขาเป็น… เธออยากได้ชีวิตของเขา”
“แกเป็นใคร!” อรทัยตวาดแผ่วเบา ความกลัวเริ่มเข้ามาแทนที่ความสิ้นหวัง “ฉันเป็นแค่คนชี้ทาง” หญิงชรากระซิบ เสียงของเธอเหมือนใบไม้แห้งที่เสียดสีกัน “ปัญหาแบบนี้… หมอที่โรงพยาบาลช่วยไม่ได้หรอก” อรทัยนิ่งงัน “แต่… มีคนช่วยได้” หญิงชราโน้มตัวเข้ามาใกล้โต๊ะ ดวงตาฝ้าฟางของเธอมองลึกเข้ามาในตาของอรทัย “ตรอกเล็กๆ หลังวัดพระสิงห์… เข้าไปให้ลึกสุดซอย” “…” “ถามหา ‘อาจารย์บุญ'” “อาจารย์บุญ?” อรทัยทวนคำอย่างไม่แน่ใจ “เขาคือคนที่จะทวงคืนสิ่งที่ถูกขโมยไป” หญิงชราตอบ “เขาคือคนที่จะเอา… ‘ชีวิต’ กลับมาให้เธอ”
อรทัยจ้องมองหญิงชรา… ในดวงตาที่สิ้นหวังนั้น… เริ่มมีประกายบางอย่างที่อันตราย ประกายของคนที่พร้อมจะทำทุกอย่าง หญิงชราพยักหน้าช้าๆ ราวกับอ่านใจเธอออก “ไปสิ… ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป… ก่อนที่เธอจะไม่เหลืออะไรเลย” พูดจบ… ร่างของหญิงชราก็หันหลัง… เดินช้าๆ และกลืนหายไปกับฝูงชนนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมา ราวกับว่าเธอไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก
อรทัยนั่งนิ่ง… มือที่กำโทรศัพท์จนข้อขาวซีดสั่นเทา “วัดพระสิงห์… อาจารย์บุญ…” เธอหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นฝุ่นในร้านทำให้เธอไอออกมาอย่างแรง เธอลุกขึ้นยืน… ขาชาจนแทบจะล้ม เธอคว้ากระเป๋าถือเก่าๆ… ไม่ได้ล็อคร้าน… ไม่จำเป็น… ไม่มีอะไรเหลือให้ขโมยอีกต่อไปแล้ว
อรทัยก้าวออกจากร้าน… ความร้อนยามค่ำคืนปะทะใบหน้า เสียงจอแจดังกระแทกหู เธอข้ามถนน… โดยไม่มองซ้ายมองขวา เสียงแตรดังลั่น แต่เธอไม่สนใจ เธอเดินผ่านหน้าร้าน “มาลัยดีไซน์” เธอเห็นมาลัยกำลังนับเงิน… ปึกธนบัตรหนา… หนาจนอรทัยแสบตา มาลัยเงยหน้าขึ้น… สายตาสบกัน มาลัยยิ้มให้… รอยยิ้มที่อรทัยมองว่าเป็นการเยาะเย้ย… รอยยิ้มของผู้ชนะ อรทัยเบือนหน้าหนี… เดินเร็วขึ้น… เร็วขึ้น…
เธอเดินลึกเข้าไปในเขตเมืองเก่า… ยิ่งห่างจากไนต์บาซาร์… ยิ่งเงียบ… ยิ่งมืด เสียงฝีเท้าของเธอดังก้องไปตามถนนที่ปูด้วยอิฐเก่า เธอเดินผ่านกำแพงวัดที่สูงตระหง่าน… “ตรอกเล็กๆ หลังวัด” อรทัยเดินอ้อมไปด้านหลังวัด… ที่นี่ไม่มีนักท่องเที่ยว มันมืดกว่าที่เธอคิด… ตรอกแคบๆ ที่แทบจะเดินสวนกันไม่ได้… กลิ่นปัสสาวะและขยะเน่าเหม็นลอยคลุ้ง เสียงหนูวิ่งดังมาจากถังขยะ นี่คือทางที่หญิงชราคนนั้นบอกหรือ? เธอลังเล… ความกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจ “กลับไปเถอะ” เสียงหนึ่งในหัวบอก “กลับไปที่ร้าน… ยอมรับชะตากรรม… อย่างน้อยก็ตายในที่ของตัวเอง” แต่แล้วภาพของมาลัย… ภาพรอยยิ้ม… ภาพปึกธนบัตร… มันก็แวบเข้ามา ภาพข้อความจากธนาคาร… “ยึดทรัพย์” อรทัยกัดฟันแน่น… เธอไม่ยอม… เธอจะไม่มีวันยอมแพ้เด็กคนนั้น เธอก้าวเท้าเข้าไปในความมืด… ความมืดที่เหนียวเหนอะ… และมีกลิ่นของคาวเลือดจางๆ
ยิ่งอรทัยก้าวลึกเข้าไปในตรอก… อากาศยิ่งหนักอึ้ง แสงจันทร์ส่องลงมาไม่ถึง กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงขึ้น… มันไม่ใช่แค่กลิ่นขยะ… แต่มันมีกลิ่นสาบ… กลิ่นคาว… กลิ่นเหมือนเหล็กแห้งกรัง… เหมือนเลือดเก่าที่ถูกทิ้งไว้จนลืม เธอยกมือขึ้นปิดจมูก… รู้สึกคลื่นไส้ แต่เท้าของเธอยังคงก้าวต่อไป… ถูกผลักดันด้วยความเกลียดชัง
ในที่สุด… เธอก็มาถึงบ้านหลังสุดท้าย… สุดซอยตัน… มันเป็นบ้านไม้เก่าๆ ที่ดูเหมือนจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ ไม่มีแสงไฟ… มีเพียงตะเกียงสีแดงขุ่นมัวดวงเล็กๆ แขวนไว้หน้าประตู… แสงของมันส่องให้เห็นยันต์หน้าตาประหลาดที่แปะอยู่บนบานประตู… ตัวอักษรขอมบิดเบี้ยวจนอ่านไม่ออก
อรทัยยืนนิ่งอยู่หน้าประตู… หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก ความกลัวเย็นเยียบแล่นไปทั่วสันหลัง… “กลับไป…” เสียงในหัวกรีดร้อง แต่ภาพของมาลัยที่กำลังยิ้ม… ภาพนั้นก็โผล่ขึ้นมา… เธอกำหมัดแน่น… เคาะประตู? หรือควรผลักเข้าไป?
เอี๊ยดดด… ประตูไม้บานนั้น… แง้มเปิดออกเอง… ช้าๆ… เสียงบานพับที่ฝืดเคืองเสียดแทงความเงียบ ความมืดด้านใน… หนาทึบยิ่งกว่าความมืดในตรอก
“เข้ามาสิ” เสียงแหบแห้งดังมาจากด้านใน… เสียงที่เหมือนคนไม่ได้พูดมานาน อรทัยสะดุ้ง… เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ… ก้าวขาที่หนักอึ้งข้ามธรณีประตู ทันทีที่เธอเข้ามา… ประตูก็ปิดลง… ปัง! อรทัยผงะถอยหลัง… ความมืดมิดกลืนกินเธอ กลิ่นกำยาน… กลิ่นสมุนไพรแห้ง… และกลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงขึ้น… จนแทบสำลัก
แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวมาจากเทียนไขเล่มเล็กๆ ที่จุดอยู่บนแท่นบูชา มันส่องให้เห็นห้องที่รกจนแทบไม่มีทางเดิน เต็มไปด้วยของประหลาด… หน้ากากไม้น่ากลัว… ไหดินเผาที่ถูกปิดผนึกด้วยผ้าแดง… ขวดโหลที่ดองสิ่งที่ดูเหมือนอวัยวะ… และยันต์… ยันต์นับร้อยนับพันแปะอยู่เต็มผนัง
และในมุมที่มืดที่สุดของห้อง… มีร่างหนึ่งนั่งอยู่ ร่างของชายชรา… ผอมเกร็ง… นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น เขาคือ อาจารย์บุญ เขาสวมเพียงผ้าโสร่งเก่าๆ ผืนเดียว… เผยให้เห็นแผงอกที่เต็มไปด้วยรอยสักยันต์จนมองไม่เห็นผิวเนื้อ ดวงตาของเขาปิดสนิท… ดูเหมือนเขากำลังหลับ “เธอนั่งสมาธิอยู่เหรอ?” ไม่… เขากำลังรอ…
อรทัยกลืนน้ำลายที่เหนียวข้นลงคอ “อาจารย์… อาจารย์บุญ… ใช่ไหมคะ” ชายชราไม่ขยับ… แต่เสียงของเขากลับดังขึ้น “คนที่บอกทางให้เธอ… ไม่ได้บอกหรือ… ว่าอย่ามารบกวนข้า” “บอกค่ะ… แต่… แต่ฉัน… ฉันไม่ไหวแล้ว” เสียงของอรทัยสั่นเครือ “ฉันต้องการความช่วยเหลือ… เรื่องร้าน… ร้านของฉัน… ฝั่งตรงข้าม…”
อาจารย์บุญลืมตาขึ้น อรทัยแทบหยุดหายใจ ดวงตาของเขา… มันไม่ขุ่นมัวเหมือนคนแก่ มันใส… ใสแจ๋ว… และเย็นชา… เหมือนดวงตาของงู เขามองทะลุความมืด… มองทะลุเสื้อผ้า… มองทะลุผิวหนัง… เขามองตรงเข้าไปในใจของเธอ
“เธอไม่ได้มาเพราะเรื่องร้าน” เสียงของเขาเรียบสนิท… แต่กลับทำให้กระดูกสันหลังของอรทัยเย็นวาบ “เธอไม่ได้มาขอโชคลาภ” “…” “เธอมาที่นี่… เพราะ ‘มัน'” “มัน…?” อรทัยไม่เข้าใจ “เด็กผู้หญิงคนนั้น” อาจารย์บุญพูดช้าๆ ชัดๆ “เธอไม่ได้อยากให้ร้านของเธอดีขึ้น… เธออยากให้ร้านของ ‘มัน’ พังพินาศ” อรทัยตัวแข็งทื่อ… เขารู้!
“เธอไม่ได้อยากได้เงินของมัน” อาจารย์บุญโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย แสงเทียนส่องให้เห็นรอยยิ้มเหยียดที่มุมปาก “เธออยากได้… สิ่งที่มันมี… ความสดใสของมัน… รอยยิ้มของมัน… ลมหายใจของมัน”
“มันขโมยไปจากฉัน!” อรทัยตะโกนออกมา… ความกลัวหายไป… ถูกแทนที่ด้วยความโกรธแค้นที่อัดอั้นมานาน “มันขโมยทุกอย่างไปจากฉัน! ลูกค้า… ความคิด… ชีวิตของฉัน! มันควรจะเป็นของฉัน!” อาจารย์บุญพยักหน้าช้าๆ “ใช่… มันควรจะเป็นของเธอ”
เขาลุกขึ้นยืน… อรทัยถึงเพิ่งสังเกตว่าเขาสูงกว่าที่คิด เขาก้าวเท้าเปล่าอย่างเงียบกริบไปที่แท่นบูชา… หยิบมีดหมอเล่มเล็กๆ ขึ้นมา “มีพิธีหนึ่ง… พิธีที่เหมาะกับเธอ” “พิธีอะไรคะ” “พิธีกินชีวิต” อรทัยขนลุกซู่… “กิน… ชีวิต?” “ใช่” อาจารย์บุญหันกลับมา “ชีวิตแลกชีวิต… โชคลาภแลกความพินาศ… พลังงานของมัน… จะกลายเป็นของเธอ” “ฉันต้องทำยังไงบ้างคะ” อรทัยถามเสียงสั่น แต่ดวงตาเป็นประกาย “พิธีนี้ต้องการเครื่องสังเวย… ต้องการตัวเชื่อม” “เงินเหรอคะ… ฉันไม่มีเงินมาก…” “ข้าไม่ต้องการเงิน” อาจารย์บุญหัวเราะในลำคอ “ข้าต้องการ… สิ่งที่เป็นของมัน… สิ่งที่มันสัมผัส… สิ่งที่ยังมี ‘กลิ่นอาย’ ของมันติดอยู่” อรทัยนิ่งไปอึดใจ… แล้วเธอก็นึกออก เธอลนลานเปิดกระเป๋าถือ… คุ้ยหา… และหยิบมันออกมา… กิ๊บติดผม… กิ๊บติดผมรูปผีเสื้อสีฟ้าที่มาลัยชอบติด… อันที่มาลัยเผลอวางลืมไว้บนเคาน์เตอร์ร้านของเธอเมื่อสัปดาห์ก่อน… ตอนที่มันแวะมา “เยี่ยมเยียน” และพูดจาถากถางเธอเรื่องยอดขาย อรทัยตั้งใจจะขโมยมันมาทิ้งอยู่แล้ว… แต่เธอกลับเก็บมันไว้… โดยไม่รู้ว่าทำไม ตอนนี้เธอรู้แล้ว
อาจารย์บุญยื่นมือที่เหี่ยวย่นออกมารับ… เขามองมันด้วยสายตาพึงพอใจ “ดี… จิตวิญญาณของเธอแข็งแกร่งกว่าที่คิด… ความเกลียดชังนำทางเธอได้ดี” “แล้ว… แล้วต้องทำยังไงต่อคะ” “ต้องมีตัวผูกมัด… เลือดของเธอ” อาจารย์บุญยื่นมีดหมอเล่มนั้นมาให้เธอ “กรีดฝ่ามือเธอ… ให้เลือดหยดลงในชามนี้” เขาชี้ไปที่ชามดินเผาสีดำสนิทที่วางอยู่ อรทัยมองใบมีดที่คมกริบ… เธอลังเล… “ความสำเร็จของมัน… แลกกับเลือดหยดเดียว… เธอกลัวเหรอ?” อาจารย์บุญเย้ยหยัน อรทัยเม้มปากแน่น… เธอยื่นมือซ้ายออกไป… “ไม่… มือขวา… มือที่เธอใช้ทำงาน… มือที่เธอใช้สร้าง… และทำลาย” อรทัยสลับมือ… เธอจับมีดหมอด้วยมือซ้ายที่สั่นเทา… หลับตา… และกรีดลงไปบนฝ่ามือขวา! ฉึก! ความเจ็บปวดแล่นแปลบ! เลือดสีแดงเข้ม… หยดลงในชาม… ติ๋ง… ติ๋ง… ติ๋ง… อาจารย์บุญพยักหน้า… เขาวางกิ๊บติดผมของมาลัยลงไปในชาม… จุ่มลงไปในเลือดของอรทัย เขาเริ่มสวด… มันไม่ใช่ภาษาบาลี… ไม่ใช่ภาษาสันสกฤต… มันเป็นภาษาโบราณที่ฟังดูน่าขนลุก เสียงของเขาต่ำ… และสั่นสะเทือนไปทั่วห้อง อากาศในห้องเย็นลง… เย็นจนอรทัยเห็นลมหายใจของตัวเอง แสงเทียนวูบไหว… เงาบนผนังเต้นรำไปมา… บิดเบี้ยว… ราวกับมีชีวิต
ทันใดนั้น… อาจารย์บุญก็หยิบผงสีดำบางอย่าง… โปรยลงไปในชาม ไฟลุกพรึ่บขึ้นมาในชาม! อรทัยร้องลั่น… ถอยหลังกรูด ไฟสีเขียวอมฟ้าลุกท่วมกิ๊บติดผม… มันส่งเสียงกรีดร้อง… เสียงเหมือนโลหะที่ถูกเผา กลิ่นเหม็นไหม้… และกลิ่นคาวเลือดที่รุนแรง… แล้วไฟก็ดับวูบลง… เหลือเพียงเถ้าถ่าน… และกล่องไม้เล็กๆ ที่อาจารย์บุญถืออยู่ในมือ มันคือกล่องไม้สลักเสลา… ลวดลายแปลกประหลาด… เขาเปิดกล่อง… กวาดเถ้าในชาม… ทั้งเถ้า… และเลือดที่แห้งกรัง… ใส่ลงไปในกล่อง เขาปิดฝา… และยื่นมันให้อรทัย “เอาไป”
อรทัยยื่นมือที่สั่นเทาออกไปรับ… กล่องนั้น… มันอุ่น… มันอุ่นเหมือนมีชีวิต… และมันกำลังสั่น… สั่นเบาๆ ในมือเธอ “วิญญาณถูกผูกมัดแล้ว… ตอนนี้… มันหิว” “ฉัน… ฉันต้องทำยังไงคะ” “ทุกคืน… ก่อนที่เธอจะนอน” อาจารย์บุญจ้องตาเธอเขม็ง “เปิดกล่องนี่… เอามีดกรีดนิ้วเธอ… หยดเลือดของเธอลงไป… หนึ่งหยด” “เลือดของฉันอีกแล้วเหรอ?” “ใช่… เลือดของเธอคือเหยื่อล่อ… คือตัวเชื่อม” อาจารย์บุญอธิบาย “หยดเลือดลงไป… แล้วเรียกชื่อมัน… ‘มาลัย'” “…” “พลังชีวิตของมัน… ความแข็งแรงของมัน… โชคลาภของมัน… จะไหลผ่านกล่องนี้… มาสู่เธอ” “แค่นั้น… แค่นั้นเหรอคะ” อรทัยไม่อยากจะเชื่อ “ใช่… แค่นั้น” อาจารย์บุญยิ้ม “แต่จำไว้… แม่หนู” เสียงของเขาเบาลง… จนแทบเป็นเสียงกระซิบ “เหยื่อที่ได้ลิ้มรสเลือดสด… มันจะกลับไปกินหญ้าไม่ได้อีก” “…” “เมื่อเธอเริ่ม ‘กิน’… เธอจะหยุดไม่ได้” อรทัยกลืนน้ำลาย… เธอกำกล่องไม้ในมือแน่น ความอุ่นจากกล่อง… มันเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วแขน… มันเป็นความรู้สึกที่ดี… รู้สึกมีพลัง… “ค่าครู… เท่าไหร่คะ” อาจารย์บุญหัวเราะเบาๆ “เธอจ่ายไปแล้ว… ตั้งแต่ตอนที่กรีดเลือดหยดแรกลงไป” “…” “ไปซะ… กลับไป… แล้วคืนนี้… อย่าลืม ‘ป้อน’ มันล่ะ” อรทัยพยักหน้าอย่างมึนงง… เธอถอยหลัง… หันตัว… และเดินโซซัดโซเซออกจากห้องที่น่าสะพรึงกลัวนั้น เธอผลักประตู… และก้าวออกมาสู่ความมืดในตรอก… เธอยืนหอบหายใจ… อากาศภายนอกยังคงเหม็น… แต่เธอกลับรู้สึกดีขึ้น… เธอก้มมองกล่องไม้ในมือ… มันยังคงสั่นเบาๆ… เธอไม่รู้สึกกลัว… เธอไม่รู้สึกผิด… เธอรู้สึกเพียง… ความหิวโหย
แสงแดดในตอนเช้า… ปกติแล้วมันคือศัตรูตัวฉกาจของอรทัย แสงที่ส่องเข้ามาในห้องนอนที่อับทึบ… เผยให้เห็นความจริงที่โหดร้ายของอีกวันที่ต้องลืมตาตื่นมาพ่ายแพ้
แต่เช้าวันนี้… อรทัยลืมตาตื่นก่อนนาฬิกาจะปลุก เธอไม่ได้รู้สึกปวดหัว ไม่ได้รู้สึกหนักอึ้ง เธอรู้สึก… เบา ความเหนื่อยล้าเรื้อรังที่เกาะกุมเธอเหมือนผ้าห่มชื้นๆ มานานหลายปี… มันจางหายไป
เธอลุกขึ้นนั่งบนเตียง… ลองขยับคอ… ความเจ็บปวดที่เคยเป็นเพื่อนสนิทของเธอที่ต้นคอ… มันหายไป เธอลุกขึ้น… เดินไปที่กระจกเงาบานร้าว เธอมองตัวเอง… และแทบไม่เชื่อสายตา… ผิวที่เคยซีดเทาเหมือนขี้เถ้า… วันนี้กลับดูมีเลือดฝาดจางๆ ดวงตาที่เคยขุ่นมัว… วันนี้ดูสดใสขึ้น… แม้จะยังแฝงความเหนื่อยล้า… แต่ก็มีประกายบางอย่างกลับมา “คงเพราะเมื่อคืนนอนเต็มอิ่ม” เธอบอกตัวเองในกระจก เธอยิ้ม… แต่แล้วรอยยิ้มก็หายไป… เมื่อเธอมองเห็นมัน
กล่องไม้เล็กๆ… วางนิ่งอยู่บนโต๊ะข้างเตียง มันดูธรรมดา… ไร้พิษสง… เหมือนกล่องใส่เครื่องประดับราคาถูก แต่เธอรู้… เธอมองรอยแผลเล็กๆ ที่ปลายนิ้ว… แผลที่เธอใช้กรีดเมื่อคืน เธอจำได้… ตอนที่หยดเลือดลงไป… และเรียกชื่อ “มาลัย” เธอจำได้… ถึงความรู้สึก… พึงพอใจ… ที่อธิบายไม่ได้
อรทัยเปิดร้านในเช้าวันนั้นด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป เธอไม่ได้เปิดเพลงเศร้า… เธอไม่ได้นั่งถอนหายใจ เธอกลับหยิบไม้กวาดมาปัดกวาดหยากไย่ที่มุมร้าน… ขยับม้วนผ้าไหม… จัดแสดงสินค้าใหม่
และเธอก็เห็น… ฝั่งตรงข้าม… ร้าน “มาลัยดีไซน์” เปิดช้ากว่าปกติ และร่างที่คุ้นตาของมาลัย… วันนี้ดูแปลกไป มาลัย… ที่ปกติจะร่าเริงเหมือนพระอาทิตย์ยามเช้า… วันนี้ดูอิดโรย อรทัยหรี่ตามอง… ขอบตาของมาลัยคล้ำ… ผมที่เคยจัดทรงสวยงาม… วันนี้ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ท่าทางการเคลื่อนไหวของเด็กสาว… เชื่องช้า… “สงสัยเมื่อคืนปาร์ตี้หนักไปหน่อยล่ะสิ” อรทัยพึมพำอย่างเหยียดหยาม
ทันใดนั้น… ขณะที่มาลัยพยายามจะยกม้วนผ้าไหมสีสดม้วนใหญ่… โครม! ม้วนผ้าหลุดจากมือ! มันกลิ้งตกลงบนพื้น… กระจายไปทั่ว… เผยให้เห็นความทุลักทุเลของเจ้าของร้าน มาลัยดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด… เธอสบถคำหยาบออกมาเบาๆ… ก้มลงเก็บอย่างไม่สบอารมณ์ เธอสะดุดชายผ้า… และเกือบล้ม อรทัยมองภาพนั้น… และเธอก็ยิ้ม… มันเป็นรอยยิ้มแรกที่มาจากใจ… รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสะใจ… เธอรู้สึกดี… ดีอย่างประหลาด
อรทัยกลับเข้ามาในร้าน… ฮัมเพลงเบาๆ เธอมองกองผ้าไหมเก่าๆ ของเธอ… ที่เคยคิดว่ามันไร้ค่า ทันใดนั้น… ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว… ลายดอกไม้… แต่ไม่ใช่ดอกไม้แบบดั้งเดิมที่เธอกรีดกราย มันเป็นลายดอกไม้ที่บิดเบี้ยว… เกสรของมันดูเหมือนกรงเล็บ… และสี… ใช่… สี… เธอจะใช้สีตัดกันแรงๆ… สีเขียวมรกตตัดกับสีแดงเลือดนก… มันเป็นสไตล์ที่ฉูดฉาด… เป็นสไตล์ที่… …เป็นสไตล์ของมาลัย
อรทัยชะงักไปครู่หนึ่ง นี่มัน… นี่มันความคิดของเด็กคนนั้น แต่เธอกลับรู้สึกว่ามันเป็นความคิดของเธอเอง… ไม่… มันดีกว่า… เธอรู้ว่าจะปรับลายเส้นพวกนี้ให้ “ลึก” กว่าที่เด็กนั่นคิดได้ยังไง… เธอรู้ว่าจะใส่ “จิตวิญญาณ” ของล้านนาเข้าไปในความทันสมัยนั้นได้อย่างไร… มือของเธอคว้าดินสอและกระดาษมาอย่างรวดเร็ว… เธอร่างแบบ… ร่าง… และร่าง… เหมือนเขื่อนที่แตกออก… ความคิดสร้างสรรค์ที่เหือดแห้งไปนาน… บัดนี้มันทะลักออกมาไม่หยุด
บ่ายวันนั้น… มีนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสคู่หนึ่งเดินหลงเข้ามาในร้าน ปกติพวกเขาจะแค่มอง… แล้วก็เดินออกไป แต่วันนี้… ผู้หญิงคนนั้นชี้ไปที่แบบร่างที่อรทัยเพิ่งวาดเสร็จ “โอ้… มง เดียว… นี่มัน… ช่างงดงาม” เธอชี้ไปที่ลายดอกไม้กรงเล็บนั่น “ฉันขอสั่งทำได้ไหม… ผืนใหญ่… เอาไปแขวนผนัง… ฉันจ่ายไม่อั้น” อรทัยตัวชา… เธอทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ… “ได้ค่ะ…” เธอตอบเสียงสั่น “ได้… แน่นอนค่ะ” เธอขายงานได้… งานที่ยังเป็นแค่แบบร่าง! มันไม่ได้เกิดขึ้นมา… นานแค่ไหนแล้ว? หลังจากที่นักท่องเที่ยวคู่นั้นจ่ายเงินมัดจำก้อนโตและเดินออกไป… อรทัยมองเงินในมือ… เธอหัวเราะ… เสียงหัวเราะที่ดัง… และแหลม… มันไม่เหมือนเสียงของเธอ… มันเหมือนเสียงของคนแปลกหน้า… คนที่กำลังมีความสุข… บนความทุกข์ของคนอื่น
คืนนั้น… อรทัยกลับถึงห้องด้วยความรู้สึกเป็นผู้ชนะ เธอแทบรอไม่ไหว… เธอนั่งขัดสมาธิบนเตียง… หยิบกล่องไม้ขึ้นมา… ครั้งนี้… เธอไม่รู้สึกกลัว… ไม่รู้สึกผิด เธอรู้สึก… ตื่นเต้น เธอหยิบมีดเล่มเล็ก… กรีดปลายนิ้วเดิม… แผลเก่ายังไม่ทันหายดี ความเจ็บแปลบ… ทำให้เธอรู้สึกดี เลือดสีแดงสดหยดลงไปในกล่อง… ติ๋ง… “มาลัย” เธอเรียกชื่อนั้น… เสียงกระซิบ… แต่เต็มไปด้วยอำนาจ เธอปิดฝากล่อง… วางมันไว้ข้างเตียง… เธอล้มตัวลงนอน… ความเหนื่อยล้าที่น่าพึงพอใจครอบงำเธอ… เธอหลับตาลง… ยิ้ม…
และเธอ… ก็ฝัน… เธอไม่ได้อยู่ในห้องนอน… เธออยู่ในป่า… ป่าที่มืดและชื้นแฉะ… แสงจันทร์ส่องแทบไม่ถึงพื้น… เธอคุกเข่าอยู่บนพื้นดินที่เต็มไปด้วยใบไม้เน่าเปื่อย… เธอหิว… หิวจนไส้กิ่ว… หิวจนแสบท้อง… ตรงหน้าเธอ… บนขอนไม้ผุ… มีบางอย่างวางอยู่… มันดูเหมือนก้อนเนื้อสีซีด… ยังอุ่น… ยังมีไอระเหยจางๆ ลอยขึ้นมา มันคืออะไร? ซากสัตว์? หรือ… เธอไม่สนใจ… กลิ่น… กลิ่นคาว… คาวเลือดสดๆ… ผสมกับกลิ่นดิน… และกลิ่นเหม็นเขียว… มันควรจะน่ารังเกียจ… แต่เธอกลับน้ำลายสอ…
มือของเธอ… เธอเห็นมือตัวเอง… ที่ซีดเซียว… เอื้อมไปข้างหน้า… จ้วงลงไปในก้อนเนื้อนั้น… ฉีกมันออก… มันนุ่ม… และอุ่น… เธอตักมันขึ้นมา… เศษเนื้อและของเหลวเหนียวๆ ไหลเยิ้มตามง่ามนิ้ว… เธอยกมันขึ้นมา… ยัดมันเข้าปาก! เคี้ยว… รสชาติ… โอ… รสชาติ… มันคือรสชาติของเลือด… รสชาติของเครื่องในดิบ… รสชาติของความเค็ม… และความหวานจางๆ มันคือรสชาติที่… อร่อย… อร่อยที่สุดเท่าที่เธอเคยกินมา… ความหิวโหยที่เธอรู้สึก… มันได้รับการปลดปล่อย… เธอกินมันอย่างตะกละตะกลาม… เหมือนสัตว์ป่าที่อดอยาก… เสียงเคี้ยวดัง… “จ๊อบ… แจ๊บ…” เสียงดูด… กลิ่นคาวคลุ้งตลบอบอวล… เธอรู้สึกถึงพลัง… พลังที่ไหลซ่านไปทั่วร่าง… เธออุ่น… เธอแข็งแรง…
เฮือก! อรทัยสะดุ้งตื่น! เธอผวาขึ้นมานั่ง… เหงื่อแตกท่วมตัว… หอบหายใจ… เธอยังอยู่ในห้อง… ปลอดภัย… บนเตียงของเธอ… “ฝัน…” เธอกระซิบ “มันเป็นแค่ความฝัน… ฝันบ้าๆ” เธอกลืนน้ำลาย… และ… เธอก็ตัวแข็งทื่อ… รสชาติ… รสคาวเลือด… รสชาติลื่นๆ ของบางสิ่งที่เหมือนเครื่องใน… มันยังติดอยู่ที่ลิ้น… มันยังอยู่ในปากของเธอ… ชัดเจน… จริง… “อ้วก!” ความคลื่นไส้พุ่งจุกขึ้นมาที่คอหอย… อรทัยกระโจนลงจากเตียง… วิ่งโซซัดโซเซเข้าห้องน้ำ… เธอโก่งคออ้วก… อ้วก… แต่ออกมามีแต่น้ำลายเหนียวๆ และลม… เธออ้วกจนตัวงอ… น้ำตาไหล… เธอเปิดก๊อกน้ำ… เอามือรองน้ำ… บ้วนปาก… ล้างหน้า… เธอถูลิ้น… ถูจนเจ็บ… แต่รสชาตินั้น… กลิ่นนั้น… มันไม่ยอมหายไป… มันเกาะแน่น… เหมือนมันกำลังเยาะเย้ยเธอ… เหมือนมันกำลังบอกเธอว่า… “นี่ไม่ใช่ความฝัน… และแก… ชอบมัน”
สองเดือนผ่านไป… ราวกับสวรรค์และนรกได้สลับขั้วกันอย่างถาวร
ร้าน “อรทัยผ้าไหม” สว่างไสว ผ้าไหมลายดอกไม้กรงเล็บ… ลายเถาวัลย์บิดเบี้ยว… ลายผีเสื้อกลางคืน… ดีไซน์ที่ดูอันตราย… เย้ายวน… และเปี่ยมไปด้วยพลังลึกลับ… กลายเป็นสินค้ายอดนิยมของเชียงใหม่ ทัวร์เริ่มมาลงที่ร้านของเธอ เงิน… ไหลเข้ามา… อรทัยจ่ายหนี้ธนาคารจนหมดสิ้น… ในเวลาเพียงหกสัปดาห์
และตัวเธอ… อรทัยในวันนี้… คือคนละคนกับผู้หญิงขี้เถ้าเมื่อสองเดือนก่อน เธอกลับมาอวบอิ่ม… ผิวพรรณเปล่งปลั่ง… เธอตัดผมทรงใหม่… ทรงที่โฉบเฉี่ยว… เธอซื้อเสื้อผ้าใหม่… สีสันสดใส… เธอแต่งหน้า… กรีดตาคมกริบ… เธอสวย… และเธอรู้ตัว… เธอเดินเหินด้วยความมั่นใจ… พูดจาฉะฉาน… และแววตา… แววตาของเธอมีความเย็นชา… ความเด็ดขาด… และความอำมหิตจางๆ ของผู้ล่า
ในทางกลับกัน… ร้าน “มาลัยดีไซน์” ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม… มืด… ส่วนใหญ่… มันปิด… ประตูเหล็กถูกดึงลงมา… ป้าย “ปิดชั่วคราว” ที่เขียนอย่างลวกๆ แขวนไว้ นานๆ ครั้ง… อรทัยจะเห็นสามีของมาลัยแวะมาเปิดร้าน… มาเพื่อเก็บของ… หรือบางที… มาเพื่อยืนมองร้านที่เคยรุ่งเรือง… ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
ข่าวลือในตลาด… แพร่สะพัด… “มาลัยป่วยหนัก” “ไปโรงพยาบาลสวนดอกแล้ว… หมอหาไม่เจอ… บอกว่าปกติดี” “แต่ดูสิ… ผอมจนเหลือแต่กระดูก” “ผมร่วง… กินอะไรก็อ้วก… เหมือนคนโดนของ”
อรทัยได้ยินข่าวลือพวกนั้น… เธอนั่งฟังในร้านของเธอ… ขณะที่กำลังนับเงิน… เธอพยายามทำหน้าเฉยเมย… แต่ลึกๆ แล้ว… เธอรู้สึก… พึงพอใจ… ทุกครั้งที่เธอได้ยินว่ามาลัยทรุดลง… เธอจะรู้สึกว่าตัวเอง… แข็งแรงขึ้น… เหมือนมีพลังงานอุ่นๆ ไหลเข้ามาเติมเต็มร่างกาย
และความฝัน… โอ… ความฝัน… มันไม่ได้มาแค่ครั้งเดียว… มันมา… ทุกคืน… หลังจากที่เธอกรีดนิ้ว… หยดเลือด… และเรียกชื่อ “มาลัย” เธอจะหลับ… และเธอก็จะไปที่นั่น… ป่าที่มืดมิด… ก้อนเนื้อสีซีด… ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ความฝันที่สับสนอีกต่อไปแล้ว เธอรู้… เธอรู้… ว่าเธอกำลังทำอะไร เธอรู้… ว่าเธอกำลัง “กิน” อะไร กลิ่นคาวเลือด… รสชาติของเครื่องใน… มันไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจอีกต่อไป มันคือ… อาหาร… มันคือ… รางวัล…
คืนแรกๆ เธอยังสะดุ้งตื่น… ยังวิ่งไปอ้วก… แต่หลังจากสัปดาห์แรก… เธอเริ่ม… ชิน… หลังจากสัปดาห์ที่สอง… เธอเริ่ม… คาดหวัง… และตอนนี้… สองเดือนผ่านไป… เธอ… เสพติด…
เธอเสพติดรสชาติ… และเธอเสพติดผลลัพธ์ของมัน… ค่ำคืนไหนที่เธอกินอย่างตะกละตะกลาม… เช้าวันรุ่งขึ้น… เธอจะรู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษ… ผิวของเธอจะดูเปล่งปลั่งขึ้น… และในวันนั้น… เธอมักจะได้ลูกค้ารายใหญ่
เธอรู้ว่ามันผิด… เธอรู้ว่ามันน่าขยะแขยง… เธอรู้ว่าเธอกำลังสูบชีวิตของเด็กคนนั้น… แต่เธอหยุดไม่ได้… เธอพยายามแล้ว… มีอยู่คืนหนึ่ง… คืนที่เธอลองไม่ทำพิธี… เธอลองทน… ล้มตัวลงนอน… โดยไม่ “ป้อน” มัน คืนนั้น… เธอนอนไม่หลับ… เธอรู้สึก… หิว… ไม่ใช่ท้องที่หิว… แต่เป็นบางสิ่งที่ลึกกว่านั้น… บางสิ่งในตัวเธอ… กรีดร้อง… โหยหวน… เธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังขาดน้ำ… ผิวหนังแห้ง… ปวดตามข้อ… เช้าวันรุ่งขึ้น… เธอกลับไปดูซีดเซียวเหมือนเดิม… และที่น่ากลัวกว่านั้น… เธอเห็นมัน… กล่องไม้… มันสั่น… มันสั่นแรงกว่าปกติ… และมัน… ร้อน… ร้อนจนแทบจับไม่ได้… มันกำลังโกรธ… มันกำลังหิว… และมันกำลังจะเริ่ม… กิน… “เจ้าของ”
คืนนั้น… อรทัยรีบทำพิธี… เธอกรีดนิ้วแรงกว่าปกติ… หยดเลือดลงไปถึงสามหยด… เธอเรียกชื่อ “มาลัย” ซ้ำๆ… และความฝันในคืนนั้น… เธอกิน… กินอย่างบ้าคลั่ง… เธอกินจนไม่เหลือซาก… เช้าวันรุ่งขึ้น… เธอได้ยินข่าวว่ามาลัยอาเจียนเป็นเลือด…
อรทัยนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งตัวใหม่… เธอมองตัวเองในกระจก… ผู้หญิงที่สวย… มั่นใจ… และกำลังจะกลายเป็นเศรษฐีนี… เธอหยิบลิปสติกสีแดงสดขึ้นมา… บรรจงทาลงบนริมฝีปากอวบอิ่ม… เธอเกลียดมาลัย… แต่ตอนนี้… เธอกลับรู้สึก… ขอบคุณ… ขอบคุณ… ที่มาลัยได้กลายเป็น… “อาหารชั้นเลิศ” ที่ทำให้เธอได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง… ชีวิต… ที่เธอขโมยมา
มันไม่ได้มาในรูปแบบของเขางอก… หรืองูพิษ มันมาในรูปแบบของ… รสนิยม…
“ลาบเลือด” อรทัยจ้วงข้าวเหนียวคำโต… จิ้มลงไปในชามที่แดงฉาน เธอกินมันเป็นมื้อเที่ยง… เกือบทุกวัน เธอนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย… อยู่ในร้านที่หรูหรา… แอร์เย็นฉ่ำ ลูกค้าบางคนมองมา… ด้วยสายตาแปลกๆ ที่เห็นผู้หญิงสวยแต่งตัวดี… กินลาบดิบ… แต่เธอไม่สนใจ… เธอกิน… และรู้สึกถึงพลัง… รสชาติของเลือดดิบ… มันทำให้เธอนึกถึง… ความฝัน… มันทำให้เธอรู้สึก… “เต็ม”
“คุณอรทัยคะ… ลูกค้าคนนี้… เขาขอลดราคาผ้าผืนนี้อีกค่ะ” พนักงานสาวคนใหม่… เอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ อรทัยละสายตาจากชามลาบ… เธอเช็ดปาก… ลุกขึ้น… เธอมองลูกค้าชาวจีนที่ทำท่าทางต่อรอง… อรทัยไม่พูดอะไร… เธอยิ้ม… แต่รอยยิ้มไม่ไปถึงดวงตา เธอมองเขา… ด้วยแววตา… ที่เย็นชา… คมกริบ… เหมือนมีดที่เพิ่งลับ แววตาของนักล่า… ที่กำลังมองเหยื่อ… ลูกค้าคนนั้น… ชะงัก… รอยยิ้มของเขาหายไป… เขาเริ่มเหงื่อแตก… เขาพูดภาษาจีนอะไรบางอย่างที่ฟังไม่รู้เรื่อง… แล้วรีบควักเงินสดจ่าย… ในราคาเต็ม เขารับของ… และรีบเดินออกจากร้าน… เหมือนหนีอะไรบางอย่าง อรทัยหัวเราะในลำคอ… เธอชอบ… เธอชอบสายตาแบบนี้… สายตาที่ทำให้คนอื่น… กลัว…
เธอกลับไปที่ห้องทำงานด้านหลังร้าน… เธอกำลังจะออกไปพบลูกค้าโรงแรม… รายใหญ่… เธอหยิบขวดน้ำหอมขึ้นมา… ขวดแก้วเจียระไนสวยงาม… ฉลากสีทอง… “Guerlain Shalimar” เธอบรรจงฉีดมันลงบนข้อมือ… และซอกคอ… กลิ่น… กลิ่นหอมหวาน… กลิ่นวานิลลา… กลิ่นกำยาน… ที่ลุ่มลึก… มันคือกลิ่นที่… อรทัยชะงัก… เธอสูดดมกลิ่นที่ข้อมืออีกครั้ง… นี่มัน… กลิ่นนี้… กลิ่นที่เธอเคย… เกลียด… กลิ่นที่เธอเคยพูดว่ามัน “เหม็นเหมือนขนมหวานเน่าๆ” มันคือกลิ่น… …กลิ่นประจำตัวของมาลัย มาลัย… ที่ชอบฉีดน้ำหอมกลิ่นนี้… จนฟุ้งไปทั่ว… อรทัยขมวดคิ้ว… เธอไปซื้อน้ำหอมขวดนี้มา… ตั้งแต่เมื่อไหร่? เธอจำไม่ได้… เธอจำได้แค่ว่า… วันหนึ่ง… เธอก็อยากได้กลิ่นนี้… อยาก… จนทนไม่ไหว… ความรู้สึกไม่สบายใจ… แล่นผ่านร่างเธอ… …เธอ… กำลังกลายเป็นมันหรือ? ไม่… เธอกำลัง “ดีกว่า” มันต่างหาก… เธอยิ้มให้กระจก… “กลิ่นนี้… อยู่บนตัวฉัน… หอมกว่าเยอะ”
แต่ความคิดนั้น… มันจุดประกายบางอย่าง ชัยชนะของเธอ… มันยังไม่สมบูรณ์ เธอมั่งคั่ง… เธองดงาม… เธอแข็งแรง… แต่เธอยังไม่ได้ “เห็น” เธอยังไม่ได้เห็นความพ่ายแพ้ของศัตรู… ด้วยตาของตัวเอง
“ไปโรงพยาบาลสวนดอก” เธอสั่งคนขับรถ… เธอแวะซื้อกระเช้าผลไม้ที่แพงที่สุด… กระเช้าที่ใหญ่โต… จนดูน่าขัน… นี่คือการแสดง… การแสดงของผู้ชนะ… ที่แสร้งทำเป็นเมตตา เธออยากเห็น… เธออยากเห็นหน้าของเด็กคนนั้น… ตอนที่มันเห็นเธอ… ในสภาพนี้ สภาพที่… สวยกว่า… รวยกว่า… และมีชีวิตชีวา… มากกว่าที่มันเคยเป็น
กลิ่นยาฆ่าเชื้อ… กลิ่นของความเจ็บป่วย… ตลบอบอวลในอากาศ อรทัยเดินผ่านโถงโรงพยาบาล… ส้นสูงของเธอดัง “ก๊อก… ก๊อก…” เสียงของเธอ… ขัดแย้งกับความเงียบสงบที่น่าหดหู่ของที่นี่ เธอถามหาห้องพักพิเศษ… “มาลัย… วงศ์คำลือ”
เธอผลักประตูห้องเข้าไป… โดยไม่เคาะ… ห้องพัก… มืด… ผ้าม่านถูกดึงปิด… กลิ่นในห้อง… มันไม่ใช่แค่กลิ่นยา… มันมีกลิ่น… เหม็นอับ… กลิ่นสาบ… กลิ่นของความเน่าเปื่อย…
อนันต์… สามีของมาลัย… นั่งฟุบอยู่ข้างเตียง เขาดูซูบซีด… แก่ไปสิบปี… เขาเงยหน้าขึ้น… ดวงตาที่แดงก่ำ… เบิกกว้าง… เมื่อเห็นเธอ “คุณ… คุณออ… คุณมาทำอะไรที่นี่!” เสียงของเขา… ไม่มีความโกรธ… มีแต่ความเหนื่อยล้า… และความสับสน อรทัยยิ้ม… รอยยิ้มที่เธอซักซ้อมมาอย่างดี… “ฉันได้ยินข่าวว่าน้องมาลัยไม่สบาย… พี่เลย… แวะมาเยี่ยม” เธอพยายามทำเสียงให้ดู… “อาทร” ที่สุด “ฉันเอาของเยี่ยมมาให้” เธอชูกระเช้าผลไม้ขึ้น…
อนันต์มองเธอ… มองกระเช้า… แล้วมองกลับมาที่เธอ… แววตาของเขา… เปลี่ยนไป… มันมีความเกลียดชังวูบขึ้นมา… “กลับไป…” เขาพึมพำ “อะไรนะคะ?” “ผมบอกให้คุณกลับไป!” เขาตะโกน… แต่ไร้เรี่ยวแรง “เธอมาที่นี่ทำไม! มาสมเพชพวกเราเหรอ! ออกไป!”
อรทัยหน้าชา… แต่เธอยังไม่ยอมแพ้… สายตาของเธอ… มองเลยอนันต์… ไปยังร่างที่อยู่บนเตียง และ… หัวใจของเธอ… …มันน่าจะเต้นแรงด้วยความสะใจ… แต่มันกลับ… …หยุด…
นั่น… ไม่ใช่มาลัย… นั่นมัน… อะไร? ซาก… ร่างที่ผอมจนหนังหุ้มกระดูก… นอนนิ่งอยู่บนเตียง ผิวหนัง… สีเทาอมเขียว… ริมฝีปาก… แห้งแตก… และผม… ผมที่เคยดกดำเป็นเงางาม… บัดนี้… มันร่วง… ร่วงจนเหลือเพียงปอยบางๆ… ติดอยู่บนหมอนที่เปื้อนคราบ… สายน้ำเกลือ… ถูกเจาะเข้าที่แขนที่เล็กเหมือนกิ่งไม้… ดวงตา… ดวงตาของมาลัย… มันเบิกค้าง… จ้องมองเพดาน… แต่เป็นดวงตาที่… ว่างเปล่า… ไร้วิญญาณ…
อรทัยก้าวถอยหลัง… นี่… นี่มัน… นี่มัน… มากเกินไป… เธอไม่ได้ต้องการให้มัน “ตาย”… เธอแค่ต้องการ “ชนะ” “กลับไป…” อนันต์เริ่มร้องไห้…
อรทัยกำลังจะหันหลัง… เธอต้องออกจากที่นี่… กลิ่นในห้องนี้… มันทำให้เธอ… คลื่นไส้… มันคือกลิ่นนั้น… กลิ่นเดียวกับในป่า… กลิ่นของ “อาหาร” ที่กำลังจะเน่าเสีย…
ทันใดนั้น… ร่างบนเตียง… ก็ขยับ! อรทัยตัวแข็งทื่อ… มาลัย… ที่นอนนิ่งเหมือนศพ… จู่ๆ… ก็ตัวสั่นเทา… เหมือนคนจับไข้… เธอกระตุก… ดวงตาที่ว่างเปล่า… บัดนี้… มันหันมา… แต่ไม่… มันไม่ได้มองอรทัย… มันไม่ได้มองอนันต์… มันมอง… …ที่ว่าง… มันมองไปที่… “ข้างๆ” ตัวอรทัย! ราวกับเห็น… บางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว… ที่กำลังยืนอยู่ตรงนั้น…
“อึก…” เสียง… เสียงแหบแห้ง… ดังออกมาจากลำคอที่แห้งผากของมาลัย… เธอกำลังพยายามพูด… “ไม่…” อรทัยกลั้นหายใจ… “ได้โปรด… อย่า…” น้ำตา… ไหลออกมาจากดวงตาที่โบ๋ลึก… “อย่ากินฉัน… อย่า…” ร่างของมาลัย… พยายามหดตัว… พยายามหนี… “ได้โปรด… ฉันกลัวแล้ว…” “…” แล้วคำพูดต่อมา… ก็ทำให้อรทัยแทบทรุดลงตรงนั้น “ฉันหิว…” มาลัยกระซิบ… เสียงเหมือนใบไม้แห้ง… “ฉันหิว… หิวเหลือเกิน…” “หนาว… หนาว… ช่วยด้วย… หนาว…”
อรทัยยืนตัวแข็ง… นี่มัน… นี่มันบทพูดของใคร? “หิว”? “หนาว”? “อย่ากินฉัน”? นี่มัน… นี่มันคือสิ่งที่เธอ… รู้สึก… ในความฝัน! ไม่… มาลัย… ไม่ได้กำลังเพ้อ… มาลัย… …กำลัง “รู้สึก” มาลัยกำลังรู้สึก… ในสิ่งที่เธอทำ! มาลัยกำลัง… ถูก “กิน” … ทั้งเป็น! และความหิวโหยที่มาลัยรู้สึก… มันคือ… “ไม่…” อรทัยพึมพำ…
กลิ่นน้ำหอม “Shalimar” … กลิ่นของมาลัย… ที่อยู่บนตัวเธอ… บัดนี้… มันฟุ้งตลบ… จนเธอแทบสำลัก… มันกลายเป็นกลิ่นของฆาตกร… เธอมองร่างที่สั่นเทาบนเตียง… เธอมองกระเช้าผลไม้ในมือ… แล้วเธอก็กรีดร้อง… เธอกรีดร้อง… ปากระเช้าผลไม้ทิ้ง… ผลไม้ราคาแพงกระจายเกลื่อนพื้น… “ไม่!!!!” อรทัยหันหลัง… วิ่ง… เธอวิ่งหนี… วิ่งหนีออกจากห้องนั้น… วิ่งหนีอนันต์… วิ่งหนีร่างบนเตียง… และวิ่งหนีความจริง… ที่ว่าเธอ… ไม่ใช่ผู้ชนะ… เธอคือ… …ปีศาจ…
อรทัยวิ่ง เธอไม่รู้ว่าตัวเองวิ่งผ่านอะไรไปบ้าง เธอชนพยาบาล… ชนรถเข็น… เสียงคนตะโกนด่าไล่หลัง… แต่เธอไม่ได้ยิน… หูของเธออื้ออึง… มีแต่เสียงของมาลัย… “อย่ากินฉัน…” “ฉันหิว…” “ฉันหนาว…”
เธอกระโจนออกจากโรงพยาบาล… กลิ่นยาฆ่าเชื้อถูกแทนที่ด้วยไอแดดยามบ่ายที่ร้อนระอุ… แต่มันก็ดับกลิ่นน้ำหอม “Shalimar” ที่ติดตัวเธอไม่ได้ กลิ่นวานิลลาที่หอมหวาน… บัดนี้มันเหม็น… เหม็นเหมือนกลิ่นเนื้อเน่าที่ถูกราดด้วยน้ำเชื่อม… “อ้วก!” เธอโก่งคออีกครั้ง… ที่ข้างถนน… ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่มองมาอย่างรังเกียจ
“ไป!” เธอกระชากประตูรถแท็กซี่… “ไปวัดพระสิงห์! เดี๋ยวนี้! เร็วที่สุด!” คนขับมองเธอ… ผู้หญิงสวยที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง… น้ำตาไหลเปรอะเครื่องสำอางราคาแพง… เขาไม่กล้าถาม… เขาเหยียบคันเร่ง…
รถติด… ทุกวินาทีที่หยุดนิ่ง… อรทัยรู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันทิ่มแทงผิวหนัง เธอเห็นภาพมาลัย… ร่างที่ผอมเกร็ง… ดวงตาที่โบ๋ลึก… “อย่ากินฉัน…” ไม่… เธอไม่ได้ตั้งใจ… เธอแค่… เธอแค่… เธอแค่อยากชนะ! “เร็วอีก!” เธอตะคอกใส่คนขับ
ในที่สุด… เธอก็มาถึง… เธอยื่นธนบัตรปึกหนึ่งให้คนขับ… “ไม่ต้องทอน!” เธอวิ่ง… วิ่งเข้าไปในตรอกหลังวัด… แสงแดดหายไป… ความมืด… และกลิ่นเหม็นเน่า… กลับมาต้อนรับเธอ… มันไม่ทำให้เธอลังเลอีกต่อไป… เธอวิ่งลึกเข้าไป… ล้มลุกคลุกคลาน… จนถึงบ้านไม้หลังสุดท้าย…
ปัง! ปัง! ปัง! เธทุบประตู… “เปิด! เปิดเดี๋ยวนี้!” เธอไม่ได้ร้องขอ… เธอออกคำสั่ง… “อาจารย์บุญ! เปิดประตู! ฉันรู้ว่าแกอยู่ข้างใน!”
เอี๊ยด… ประตูแง้มเปิด… ร่างผอมเกร็งของอาจารย์บุญยืนอยู่ที่นั่น… เขายังคงนิ่งสงบ… ดวงตาใสเหมือนแก้ว… ยังคงเย็นชา… เขามองอรทัย… สภาพของเธอ… แล้วเขาก็ยิ้ม… “ข้ารู้ว่าเธอจะกลับมา” “มันต้องหยุด!” อรทัยผลักประตูเข้าไป… “หยุดมันเดี๋ยวนี้! ฉันไม่ทำแล้ว! เอาเงินไป!” เธอโยนกระเป๋าถือแบรนด์เนมของเธอลงพื้น… เงินสด… บัตรเครดิต… กุญแจรถ… เทกระจาดออกมา… “เอาไปให้หมด! ฉันจะให้ทุกอย่าง! แค่หยุดมัน!” เธอทรุดลงคุกเข่า… กอดขาเขาไว้… “ได้โปรด… เด็กคนนั้น… มาลัย… มันกำลังจะตาย!”
อาจารย์บุญมองร่างที่กำลังร่ำไห้แทบขาดใจที่พื้น… เขาก้มลง… แต่มือของเขา… ไม่ได้พยุงเธอขึ้น… เขาบีบที่คางของเธอ… บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา… “หยุด?” เสียงของเขาแหบพร่า… แต่เต็มไปด้วยการเยาะเย้ย “เธอคิดว่ามันเป็นก๊อกน้ำหรือ… ที่จะเปิด… หรือปิด… ได้ตามใจชอบ” “มันกำลังจะตาย!” อรทัยกรีดร้อง “ฉันเห็น… ฉันเห็นกับตา! มัน… มันรู้สึก… มันรู้ว่าฉันทำอะไร!”
“แน่นอนว่ามันรู้” อาจารย์บุญปล่อยมือ… เขากลับไปนั่งที่แท่นบูชา… “เธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอ… แม่หนูผู้โง่เขลา” “…” “พิธีนี้… มันไม่ใช่การ ‘ดูดพลัง'” “…” “มันคือการ ‘กิน'” หัวใจของอรทัยหยุดเต้น… “ความฝันนั่น…” เธอพึมพำเสียงสั่น “นั่นไม่ใช่ความฝัน” อาจารย์บุญตอบสวนทันควัน “นั่นคือ ‘วิญญาณ’ ของเธอ”
โลกทั้งใบของอรทัยพังทลายลงในวินาทีนั้น… “ไม่… ไม่จริง…” “อสุรกายที่ข้าเรียกมา… มันไม่ใช่ผู้ล่า… มันเป็นแค่ ‘พรานนำทาง'” อาจารย์บุญอธิบายอย่างใจเย็น… เหมือนครูที่กำลังสอนเด็กนักเรียน “มันแค่เปิดประตู… มันฉีกม่านกั้นระหว่างโลก… และมันก็ ‘จูง’ วิญญาณที่หิวโหยของเธอ… ไปหา ‘อาหาร'” “…” “ทุกคืน… ตอนที่เธอหลับ… วิญญาณของเธอก็จะออกจากร่าง… ข้ามภพ… ไปหาเด็กคนนั้น” “กลิ่นคาวเลือดที่เธอได้กลิ่น…” “รสชาติของเครื่องในที่เธอลิ้มรส…” “นั่นคือ ‘พลังชีวิต’ สดๆ… นั่นคือ ‘วิญญาณ’ ของนางมาลัย… ที่เธอกำลัง ‘ฉีกกิน’ มัน… ทีละชิ้น… ทีละชิ้น” “อ้วกกก!” อรทัยโก่งคออ้วก… น้ำดีสีเหลืองขม… ไหลนองพื้นสกปรก… นี่คือความจริง… ความจริงที่น่าสะอิดสะเอียน… เธอกำลังกินคน…
“หยุดมัน!” เธอกรีดร้อง… เสียงของเธอแหลมเล็ก… เหมือนสัตว์ที่กำลังบาดเจ็บ “แกต้องสั่งให้มันหยุด!” อาจารย์บุญหัวเราะ… “ข้าสั่งมันไม่ได้” “ทำไม! แกเป็นคนทำพิธี!” “มันถูก ‘ผูก’ ติดไปแล้ว… ผูกติดกับ ‘เธอ'” เขาชี้มาที่เธอ “และที่สำคัญกว่านั้น…” เขาลุกขึ้น… เดินมาหาเธอ… เขานั่งยองๆ ลงตรงหน้าเธอ… จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่หวาดกลัว… ลมหายใจของเขา… มีกลิ่นเหม็นเน่า… กลิ่นเดียวกับในห้องของมาลัย “มัน ‘ติด’ แล้ว” “…?” “วิญญาณของเธอ… มัน ‘ติด’ รสชาติ… มันเสพติดการกินวิญญาณคนอื่น” “และตัว ‘เธอ’…” เขายิ้ม… “ก็ติด ‘พลัง’ ที่ได้จากมัน”
“ไม่! ฉันไม่ต้องการมันแล้ว! ฉันเกลียดมัน! ฉันจะหยุด!” “เธอแน่ใจเหรอ?” อาจารย์บุญเลิกคิ้ว “เธอจำคืนที่เธอลองไม่ ‘ป้อน’ มันได้ไหม” อรทัยตัวแข็ง… “เธอรู้สึกยังไง? หิว… โหยหา… ปวดร้าว…” “…” “นั่นแหละ… คืออาการ ‘อยากยา'” “อสุรกายที่ถูกผูกไว้… มันต้องกิน” “ถ้าเธอไม่ป้อน ‘มัน’ ด้วยเลือดของเธอ… เพื่อไปกิน ‘คนอื่น’…” “มันก็จะหิว…” อาจารย์บุญยื่นนิ้วที่เหี่ยวย่น… มาจิ้มที่หน้าอกของอรทัย… “และเมื่อมันหิว…” “อาหารที่อยู่ใกล้มือที่สุด… ก็คือ ‘เจ้าของ’ ของมัน” “มันจะเริ่มกิน ‘เธอ’… จากข้างใน” “…” “เธอจะกลายเป็นเหมือนนางมาลัย… ผอมแห้ง… ผมร่วง… ผิวหนังเน่าเปื่อย… และตายอย่างทรมาน… เพราะถูกวิญญาณของตัวเองสูบกินจนหมดสิ้น”
นี่คือ… นี่คือ… กับดัก มันไม่ใช่ข้อตกลง… มันคือกับดัก! อรทัยมองหน้าอาจารย์บุญ… ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสยดสยอง “แก… แกหลอกฉัน!” “ข้าเปล่า” อาจารย์บุญลุกขึ้นยืน… ปัดฝุ่นที่ชายผ้า “ข้าเตือนเธอแล้ว… ตั้งแต่วันแรก” “ข้าบอกว่า… ‘เมื่อเธอเริ่มกิน เธอจะหยุดไม่ได้'” “…” “เธอ… เลือก… เอง” อาจารย์บุญหันหลังให้เธอ… ไม่สนใจเงินที่กองอยู่บนพื้น… ไม่สนใจผู้หญิงที่กำลังแตกสลาย… “ไปซะ… แล้วคืนนี้… ก็ตัดสินใจเอาเอง” “ตัดสินใจ?” “ใช่…” เขาพูดโดยไม่หันมา “ว่าจะยอมตาย… หรือจะ ‘กิน’ มัน… จนคำสุดท้าย”
อรทัยโซซัดโซเซกลับมาถึงห้องพัก เธอยังได้ยินเสียงของอาจารย์บุญ… “ตัดสินใจ… ว่าจะยอมตาย… หรือจะกินมัน… จนคำสุดท้าย”
เธอกระแทกประตูปิด… ล็อค… เหมือนมันจะกั้นความจริงไว้ข้างนอกได้… เธอมองไปที่โต๊ะข้างเตียง… กล่องไม้… ไอ้กล่องปีศาจนั่น!
ความรังเกียจ… ความกลัว… ความขยะแขยง… พุ่งขึ้นมาจุกอก “ไม่!” เธอคว้ามันขึ้นมา… “แก! เพราะแก!” เธอกรีดร้อง… ขว้างมันกระแทกกำแพง! …มันไม่แตก… มันแค่ตกลงบนพื้น… อรทัยวิ่งเข้าไป… เธอใช้ส้นสูงกระทืบมัน! กระทืบ… กระทืบ… กระทืบ! “ตาย! ตายซะ!” แต่กล่องไม้นั้น… มันแข็งแกร่ง… มันไม่บุบสลาย… มันแค่นิ่ง… รอ…
อรทัยทรุดลง… หอบ… น้ำตา… น้ำมูก… ไหลปนเปกัน… “ฉันขอโทษ… มาลัย… ฉันขอโทษ…” เธอพึมพำ… “ฉันไม่ได้ตั้งใจ… ฉันแค่… ฉันแค่…” …ฉันแค่อยากชนะ… คำพูดนั้น… มันติดอยู่ในลำคอ…
เธอนั่งอยู่ตรงนั้น… มองกล่องไม้ที่อยู่บนพื้น… เวลาผ่านไป… จากบ่าย… เป็นเย็น… จากเย็น… เป็นค่ำ… ความมืด… ค่อยๆ กลืนกินห้อง…
และแล้ว… มันก็มา… ความรู้สึกนั้น… ความหิว…
มันไม่ได้เริ่มที่ท้อง… มันเริ่มที่… ปลายเท้า… ความเย็น… มันเย็น… เหมือนน้ำแข็ง… ค่อยๆ ไต่ขึ้นมาตามขา… “หนาว…” อรทัยพึมพำ… กอดตัวเอง… “หนาว…” เสียงของมาลัย… หรือเสียงของเธอ? มันคือเสียงเดียวกัน…
แล้วความเจ็บปวดก็เริ่มขึ้น มันเหมือนมีเข็มเล็กๆ… นับล้านเล่ม… ทิ่มแทงผิวหนัง… ผิวของเธอ… มันแห้ง… แห้งเหมือนกระดาษ… แห้งจนรู้สึกตึง… ข้อต่อ… ปวดร้าว… “อ๊า…” เธอคราง… มันคืออาการ “อยากยา”… มันคืออาการ “ลงแดง”… มันคืออาการ… ที่ “อสุรกาย” กำลัง “หิว”
“ไม่… ไม่… ฉันทนได้…” อรทัยกัดฟัน เธอลุกขึ้น… เดินโซเซไปที่เตียง… เธอดึงผ้าห่มมาคลุม… แต่ความหนาว… มันมาจาก “ข้างใน” มันหนาว… และมันก็หิว…
“ฉันหิว…” เสียงกระซิบ… ดังขึ้นข้างหู… อรทัยสะดุ้ง… หันขวับ! …ไม่มีใคร… “ฉันหิว… หิวเหลือเกิน…” “หยุดพูด! หยุด!” อรทัยตะโกนใส่ความว่างเปล่า “ได้โปรด… กิน… ฉันหิว…”
ความเจ็บปวด… รุนแรงขึ้น! มันเหมือนมีมือที่มองไม่เห็น… กำลังบีบหัวใจเธอ… กำลังบิดลำไส้… เธอดิ้นรนบนเตียง… ภาพของมาลัย… ผุดขึ้นมา… ร่างที่ผอมเกร็ง… ดวงตาที่โบ๋ลึก… “อย่ากินฉัน…” “ไม่!” อรทัยกรีดร้อง “ฉันไม่อยากเป็นแบบนั้น! ฉันไม่อยากตาย!”
เธอเหลือบมองกล่องไม้… ที่ยังคงวางนิ่งอยู่บนพื้น… มันคือทางรอด… มันคือยา… มันคือ… อาหาร… มันคือ “ชีวิต”
“ไม่… ไม่… ฉันทำไม่ได้… ฉันฆ่าคนไม่ได้…” เธอพยายามต่อต้าน… แต่ความเจ็บปวด… มันกำลังฉีกร่างเธอเป็นชิ้นๆ เธอกำลังจะตาย… อาจารย์บุญพูดจริง… มันกำลังจะกินเธอ!
“อ๊ากกกกกก!” อรทัยกรีดร้องสุดเสียง… เธอทนไม่ไหว… สัญชาตญาณการเอาตัวรอด… มันมีพลังเหนือกว่าคุณธรรม… เหนือกว่าความรู้สึกผิด… เธอต้องรอด!
เธอถีบผ้าห่ม… กลิ้งตกจากเตียง… เธอ “คลาน” เธอคลานไปบนพื้น… เหมือนสัตว์… น้ำตา… น้ำลาย… ไหลยืด… มือที่สั่นเทา… เอื้อมไปหา… กล่องไม้…
นิ้วของเธอ… สัมผัสความอุ่น… ความเจ็บปวด… ลดลงเล็กน้อย… เหมือนยา… ที่กำลังจะเข้าร่าง… เธอตะกุยตะกาย… เปิดฝากล่อง… เธอมองหา… มีด! เธอคลานไปที่กระเป๋าถือ… ที่เธอกระแทกมันจนของกระจาย… มีดคัตเตอร์… เธอคว้ามันมา… นิ้วโป้ง… เธอกรีดมัน… ครั้งนี้… ไม่ลังเล… เลือด… เลือดสีแดงเข้ม… หยดลงไป… ติ๋ง… “มาลัย…” เธอไม่ได้กระซิบ… เธอ “คราง” ชื่อนั้นออกมา… มันคือเสียงสะอื้น… มันคือคำพิพากษา… มันคือ… คำสั่ง… “กิน… มัน… ซะ”
ทันทีที่เลือดหยดลงไป… ปุ๊บ! ความเจ็บปวดทั้งหมด… หายไป! หายไป… ในพริบตา… ความหนาว… ถูกแทนที่ด้วย… ความอุ่น… ความซาบซ่าน… ความรู้สึก… “ดี”… ดี… จนขนลุก… ดี… จนเหมือนจะถึงจุดสุดยอด… อรทัยครางออกมา… “อา…” เธอฟุบหน้าลงกับพื้น… สติ… ดับวูบ… เข้าสู่… “ป่า”…
…ป่าในคืนนี้… มืดกว่าทุกคืน… และ “อาหาร”… มันวางอยู่ที่เดิม… แต่มัน… “น้อย”… มันคือ… ก้อนสุดท้าย… อรทัย… ไม่รอช้า… เธอก้มลง… เธอไม่ได้ใช้มือ… เธอใช้ “ปาก” เธอกัด… ฉีก… กระชาก… เธอกิน… กิน… กิน… เหมือนหมาป่าที่อดอยากมานาน… เธอกิน… จนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก… เธอเงยหน้าขึ้น… เลือด… เปรอะเต็มปาก… เธอเลียริมฝีปาก… อิ่ม… เธออิ่ม… เป็นครั้งแรกในชีวิต…
อรทัยลืมตาตื่น… เช้า… แสงแดดส่องลอดหน้าต่าง… เงียบ… ในห้อง… เงียบสงบ… เธออยู่ที่ไหน? …อ้อ… บนพื้น… เธอค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น… ความเจ็บปวด… …ไม่มี… ความหนาว… …ไม่มี… เธอรู้สึก… …มหัศจรรย์… เธอรู้สึก… แข็งแรง… แข็งแรงกว่าที่เคยเป็นมาทั้งชีวิต! ผิวของเธอ… เธอลุกไปที่กระจก… ผิวของเธอ… มันเปล่งประกาย! มันดูเหมือน… มันเรืองแสงจางๆ ดวงตาของเธอ… คมกริบ… สดใส… นี่… นี่คือพลัง… นี่คือ “ชีวิต” ที่เธอได้มา… ทั้งหมด!
เธออาบน้ำ… แต่งตัว… เธอเลือกชุดที่แพงที่สุด… สีแดงสด… เธอแต่งหน้า… เธอยิ้มให้กระจก… รอยยิ้มของผู้ชนะ… เธอเดินออกจากห้อง… วันนี้… เธอจะไปที่ร้าน… เธอจะไปฉลอง…
เธอเดินไปตามถนน… ผู้คน… มองเธอ… มองด้วยสายตาที่… ชื่นชม… เธอรู้สึกได้… เธอสวย… เธอคือราชินี…
เธอเดินมาจนถึง… หน้าร้านของเธอ… และเธอก็เห็น… ฝั่งตรงข้าม… ร้านของมาลัย… มันยังปิด… แต่… มีบางอย่างผิดปกติ…
อนันต์… สามีของมาลัย… เขากำลังก้าวลงจากรถแท็กซี่… สภาพของเขา… เหมือนคน… “แตกสลาย” เขาไม่ได้เดิน… เขาโซเซ… เขาล้มลง… ตรงหน้าประตูเหล็กม้วน… “ไม่!!!” เขาตะโกน… เสียงของเขา… แหบแห้ง… เขาใช้กำปั้น… ทุบ… ทุบประตูเหล็ก! ปัง! ปัง! ปัง! “มาลัย!!! ไม่!!!!!” “ตื่นสิ! ตื่น! กลับมาหาพี่!”
ผู้หญิงข้างบ้าน… วิ่งออกมา… พยายามพยุงเขา… “ใจเย็นๆ นะคะ… ทำใจดีๆ นะคะ…” “มันโกหก!” อนันต์ตะโกน “โรงพยาบาลมันโกหก! มาลัยยังไม่ตาย! มาลัย!!!” “เขาโทรมาเมื่อเช้านี้…” หญิงข้างบ้านพูดเสียงสั่น “เขาบอกว่า… มาลัย… สิ้นใจแล้ว… เมื่อคืน…” “ไม่!!!!!”
อรทัย… ยืนนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม… โลกทั้งใบ… หยุดหมุน… เสียงกรีดร้องที่โหยหวนของอนันต์… มันดัง… แต่มันกลับเหมือน… เสียงเพลง… เสียงเพลงแห่งชัยชนะ… เธอ… ทำได้… เธอชนะแล้ว… มาลัย… ตายแล้ว… เมื่อคืน… …ตอนที่เธอกำลัง “กิน” คำสุดท้าย…
อรทัยมองดูภาพนั้น… แล้วเธอก็… ยิ้ม… เธอมองเงาสะท้อนของตัวเอง… ในกระจกหน้าร้าน “อรทัยผ้าไหม” ผู้หญิงที่สวยงาม… ร่ำรวย… และเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา… เธอเงยหน้าขึ้น… สูดอากาศยามเช้า… ที่สดใส… และในลมหายใจนั้น… เธอยังคงได้กลิ่น… กลิ่นคาวเลือด…
งานศพของมาลัย… ถูกจัดขึ้นอย่างเงียบเหงา… ที่วัด… ไม่ไกลจากตลาดนัก แขกเหรื่อมีเพียงญาติพี่น้อง… และพ่อค้าแม่ค้าไม่กี่คน… ที่มาด้วยความสมเพช… มากกว่าความอาลัย
และอรทัย… ก็มา เธอสวมชุดผ้าไหมสีดำสนิท… แต่เป็นผ้าไหมเนื้อดีที่สุด เธอแต่งหน้า… แต่เป็นโทนสีที่สุภาพ เธอก้าวเข้ามาในศาลา… ความเงียบ… ปกคลุม… ทุกคนหันมามองเธอ… ผู้หญิงที่สวยที่สุดในงานศพ… ผู้หญิงที่ดู… “มีชีวิตชีวา” ที่สุด…
อนันต์… สามีของมาลัย… นั่งนิ่งอยู่หน้าโลงศพ เขาไม่ได้ร้องไห้แล้ว… ดวงตาของเขา… ว่างเปล่า… เขาเงยหน้าขึ้นมองอรทัย… แววตาของเขา… ไม่มีความเกลียดชัง… ไม่มีความโกรธ… มีเพียง… ความสับสน… เขามองเธอ… เหมือนมองผี… มองผู้หญิงที่ควรจะล้มละลาย… แต่กลับมายืนอยู่ที่นี่… สวยงาม… และแข็งแกร่ง… ในขณะที่ภรรยาของเขา… กลายเป็นเพียงเถ้ากระดูก
อรทัยเดินไปที่หน้าโลง… เธอจุดธูป… สายตาของเธอ… จับจ้องไปที่รูปถ่าย… รูปถ่ายของมาลัย… ถ่ายไว้เมื่อปีที่แล้ว… เด็กสาวที่ยิ้ม… สดใส… ดวงตาเป็นประกาย… ผิวพรรณเปล่งปลั่ง… สวยงาม… …เหมือนกับ… …เหมือนกับตัวเธอ… ในตอนนี้…
อรทัยก้มลงกราบ… ควันธูป… ลอยอ้อยอิ่ง… เธอหลับตาลง… “พี่ขอโทษนะ… มาลัย” เธอพูดในใจ… “แต่มันจำเป็น… ทุกอย่างที่เธอเคยมี… ตอนนี้มันเป็นของพี่แล้ว” “ขอบคุณ… สำหรับอาหาร… มื้อสุดท้าย” เธอเงยหน้าขึ้น… มองเงาสะท้อนของตัวเอง… ในกรอบกระจกของรูปถ่าย… เงาของเธอ… ซ้อนทับอยู่บนใบหน้าของมาลัย… อรทัยยิ้ม… รอยยิ้มที่ไม่มีใครเห็น…
ชีวิต… ดำเนินต่อไป… สำหรับอรทัย… มันคือชีวิตใหม่ที่งดงาม ร้านของเธอ… รุ่งเรืองถึงขีดสุด เธอเปิดสาขาสอง… ที่กรุงเทพฯ เธอกลายเป็น “ดีไซเนอร์ผ้าไหมล้านนา… ที่กำลังมาแรงที่สุด” เธอออกทีวี… เธอดื่มไวน์ราคาแพง… เธอมีผู้ชายคนใหม่… ชีวิต… มันช่างหอมหวาน…
แต่… มีบางอย่าง… ที่ไม่ถูกต้อง… ความอิ่ม… ความรู้สึกอิ่ม… ในเช้าวันนั้น… หลังจากการ “กิน” ครั้งสุดท้าย… มันอยู่ได้ไม่นาน…
สามสัปดาห์… หลังจากงานศพ… อรทัยตื่นขึ้นมากลางดึก… เหงื่อแตก… เธอ… หิว…
“บ้าจริง” เธอพึมพำ เธอลุกไปเปิดตู้เย็น… อาหารเต็มตู้… คาเวียร์… ชีสราคาแพง… เธอกินมัน… แต่มัน… ไม่หาย… มันไม่ใช่ความหิว… ที่ท้อง… มันคือความหิว… ที่เดิม… ความหิว… จาก “ข้างใน”
“ไม่…” เธอมองไปที่กล่องไม้… ที่เธอยังเก็บไว้ในลิ้นชัก… เธอไม่เคยเปิดมันอีกเลย… ตั้งแต่คืนนั้น… “ไม่… มันจบแล้ว… มาลัยตายแล้ว… มันต้องจบ” แต่… ร่างกายของเธอ… มันกำลัง “ลงแดง” ความเย็น… เริ่มกลับมา… ช้าๆ… แต่ชัดเจน… เธอเริ่มปวดตามข้อ… ผิว… เริ่มแห้ง…
“ไม่… ไม่… ฉันแค่… คิดไปเอง” เธอพยายามข่มตานอน… คืนนั้น… เธอนอนไม่หลับ… และในความมืด… เธอก็ได้ยิน…
“…หนาว…”
อรทัยลืมตาโพลง! เสียง… เสียงกระซิบ… เสียงใคร? “…ฉันหนาว… หนาวเหลือเกิน…” “ใคร!” อรทัยตะโกน… เปิดไฟหัวเตียง! …ห้องว่างเปล่า…
เธออยู่คนเดียว… “หูฝาด…” เธอบอกตัวเอง แต่เสียงนั้น… มันคือเสียงของ… …มาลัย…
วันต่อมา… อรทัยไปทำงาน… เธอรู้สึกไม่สดชื่น… เธอต้องแต่งหน้า… “โบก” หนาเป็นพิเศษ… เพื่อกลบรอยคล้ำใต้ตา… เธอหงุดหงิด… เธอตวาดใส่พนักงาน… และเธอก็เห็น… เส้นผม… เส้นผมของเธอ… ร่วง… ร่วงติดหวี… เป็นกระจุก! “กรี๊ดดดด!”
ความกลัว… แล่นจับขั้วหัวใจ… มันกลับมาแล้ว… ไม่… มันไม่เคยจากไปไหน… อสุรกายที่เธอเลี้ยงไว้… “อาหาร” ที่มันเคยกิน… มัน “หมด” แล้ว มาลัย… ตายแล้ว… และตอนนี้… มันกำลังหิว… และ “อาหาร” ชิ้นต่อไป… …คือ “เธอ”
กลางดึกคืนนั้น… อรทัยนั่งกอดเข่า… ตัวสั่นเทา… ความเจ็บปวด… เหมือนตอน “ลงแดง” ครั้งที่แล้ว… มันกลับมา… รุนแรงกว่าเดิม! มันเหมือนมีหนอน… นับล้านตัว… กำลังชอนไชอยู่ใต้ผิวหนัง… มันหนาว… หนาวจนกระดูกสั่น…
“…ฉันหิว…” เสียงนั้นดังขึ้นอีก! ชัดเจน… มันดัง… อยู่ในหัวของเธอ! “หิว! กิน! ฉันหิว!” “ไม่! หยุด!” อรทัยกรีดร้อง “แกกินฉันไม่ได้! ฉันคือเจ้านายแก!” “…เจ้าของ… คือ… อาหาร…” เสียงนั้นหัวเราะ… เสียงหัวเราะที่เยือกเย็น… ของมาลัย…
อรทัยรู้แล้ว… เธอต้องทำอะไรสักอย่าง… เธอต้องไปหา… …อาจารย์บุญ! เขาต้องมีทางแก้! เขาต้องรู้… เธอคว้ากุญแจรถ… วิ่งออกจากคอนโดหรู… สภาพของเธอ… ผมเผ้ายุ่งเหยิง… ชุดนอน… เท้าเปล่า… เหมือนคนบ้า… เธอขับรถ… ขับ… เหมือนหนีความตาย… กลับไปยัง… จุดเริ่มต้นของนรก…
ตรอกหลังวัดพระสิงห์… มันมืดกว่า… และเหม็นกว่า… ที่เธอจำได้ หรือ… อาจจะเป็นเพราะ… ตอนนี้… …ตาของเธอ… …มองเห็น… …ในความมืด… ได้ชัดเจนกว่าเดิม?
เธอเห็น… เธอเห็นเงา… ที่เคลื่อนไหวไปมาตามกำแพง… เงาที่ไม่มีที่มา… เธอได้ยินเสียง… เสียงกระซิบ… จากท่อระบายน้ำ… จากกองขยะ… “หิว…” “อาหาร…” “เลือด…” พวกมันกำลังเรียกหาเธอ… เรียกหา… “พวกเดียวกัน”
เธอมาถึงหน้าบ้านไม้หลังสุดท้าย… ครั้งนี้… เธอไม่เคาะ… เธอผลักประตู… ปัง! ประตูเปิดออก…
อาจารย์บุญ… นั่งอยู่ที่เดิม… กลางห้อง… ท่ามกลางแท่นบูชา… เขากำลัง… “รอ” เขามองอรทัย… สภาพของเธอ… ผู้หญิงที่เคยสวยสง่า… บัดนี้… …ไม่ต่างจากซากศพเดินได้… ผอมเกร็ง… ผิวหนังซีดเทา… ผมร่วงไปครึ่งหัว… ตาโบ๋ลึก… เหมือน… …เหมือนภาพของมาลัย… ในโรงพยาบาล… ไม่สิ… …แย่กว่า…
“ในที่สุด… เธอก็มา” อาจารย์บุญกล่าว… เสียงเรียบ… “ช่วยด้วย!” อรทัยล้มลง… คลาน… เสียงของเธอ… ไม่ใช่เสียงแหลมสูงที่เกรี้ยวกราดอีกต่อไป… มันแหบ… และพร่า… “มันกำลังกินฉัน! อาจารย์… ช่วยฉันด้วย!” “…” “ฉันให้เงิน! ฉันให้ทุกอย่าง!” เธอพยายามถอดนาฬิกาโรเล็กซ์ออกจากข้อมือที่ผอมเกร็ง… “ร้าน! ฉันจะโอนร้านให้! เอาไปเลย!” “…” “ขอร้องล่ะ… หยุดมัน…”
อาจารย์บุญมองเธอ… แววตาของเขา… มันไม่ใช่ความเย็นชา… มันคือ… ความสมเพช… “ข้าหยุดมันไม่ได้” “ทำไม! แกต้องทำได้! แกเป็นคนเริ่ม!” “ข้าไม่ได้เริ่ม” อาจารย์บุญส่ายหน้าช้าๆ “…” “เธอต่างหาก… ที่เป็นคนเริ่ม”
อรทัยนิ่งงัน… “มันจบแล้ว… แม่หนู” “มันกินนางมาลัย… จนหมดสิ้น… วิญญาณดวงนั้น… ดับสลายไปแล้ว” “แล้ว… แล้วนี่มันอะไร!” อรทัยทุบหน้าอกตัวเอง “ที่มันกำลังกินฉัน! มันคืออะไร!”
“มันคือ ‘เธอ'”
คำพูดนั้น… เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางหัว “แกหมายความว่าไง!” “อสุรกายที่ข้าเรียกมา… มันเป็นแค่ ‘เครื่องมือ'” อาจารย์บุญอธิบาย “มันเป็นแค่ ‘ภาชนะ’… ที่ว่างเปล่า” “…” “สิ่งที่ ‘ขับเคลื่อน’ มัน… สิ่งที่ ‘หิวโหย’…” เขาชี้มาที่เธอ… “คือ ‘ความอิจฉา’ ของเธอ” “คือ ‘ความเกลียดชัง’ ของเธอ” “เธอ… คือ ‘ปีศาจ’ ตัวจริง… มาโดยตลอด”
“ไม่… ไม่จริง… แกโกหก!” “เธอต่างหากที่โกหกตัวเอง!” อาจารย์บุญตวาด! เสียงของเขากระแทกกำแพงห้อง! “เธอไม่ได้อยาก ‘ชนะ’!” “เธออยาก ‘ทำลาย’!” “เธอไม่ได้อยาก ‘ได้คืน’… เธออยาก ‘แย่งชิง’!” “ความหิวโหยที่ดำมืดที่สุด… มันอยู่ในใจเธอมาตั้งแต่แรก!” “ข้าแค่… เปิดทางให้มันออกมา”
อรทัยตัวสั่น… ความจริง… มันเจ็บปวดยิ่งกว่าความทรมานทางกาย… “และตอนนี้…” อาจารย์บุญพูดต่อ “มัน ‘อิ่ม’ แล้ว… มัน ‘โต’ แล้ว… มันแข็งแกร่ง…” “มันไม่ต้องการวิญญาณของมาลัยอีกต่อไป…” “มันต้องการ… ‘บ้าน’…” “และบ้านของมัน… คือวิญญาณของเธอ” “มันกำลัง… ผนวกรวม… กับเธอ… “มันกำลัง… ‘กิน’ … ความเป็นมนุษย์… ที่เหลืออยู่… ของเธอ”
“ฉันต้องทำยังไง…” อรทัยกระซิบ… สิ้นหวัง… “หนี้… ต้องชดใช้ด้วยหนี้” อาจารย์บุญลุกขึ้น… “สิ่งที่เธอขโมยมา… คือ ‘ชีวิต'” “เธอก็ต้องจ่ายคืน… ด้วย ‘ชีวิต'” “…” “มีทางเลือก… สองทาง” เขากล่าว… อรทัยเงยหน้ามอง… ดวงตาที่ไร้แวว… มีประกายความหวัง…
“หนึ่ง…” “หา ‘อาหาร’ ชิ้นใหม่ให้มัน” “…” “เหยื่อรายใหม่… วิญญาณดวงใหม่… ให้มันกิน” “แล้วมันจะปล่อยเธอไป… ชั่วคราว… จนกว่าอาหารจานนั้นจะหมด” “แล้วเธอก็ต้องหาใหม่… และใหม่… และใหม่… ไปเรื่อยๆ” “เธอยังมีร้าน… ยังมีเงิน… การล่อลวงคน… ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอ”
อรทัยเบิกตากว้าง… …ฆาตกร… …ฆาตกรต่อเนื่อง… นั่นคือทางเลือกที่หนึ่ง…
“ทางเลือกที่สอง…” “…” “คืออะไร” อรทัยถามเสียงสั่น “ชดใช้หนี้… ทั้งหมด… ในคราวเดียว” “ยังไง” “วิญญาณที่เธอดูดกลืนมา… พลังชีวิตที่เธอขโมยมา… ทั้งหมดของนางมาลัย… “มันยังอยู่ในตัวเธอ… “มันคือสิ่งที่ทำให้เธอกลับมาสวย… กลับมารวย… “มันคือสิ่งที่… ทำให้ ‘มัน’ … เติบโต” “…” “คืนมันไป” “คืน… ยังไง”
อาจารย์บุญชี้ไปที่กล่องไม้… ที่อรทัยกำแน่นอยู่ในมือ… “ในนั้น… คือ ‘สัญญา'” “เถ้ากระดูก… และเลือด… คือตัวเชื่อม” “ทำลายมัน… ในที่ที่ศักดิ์สิทธิ์… “ทำลาย ‘สัญญา’… “และพลังทั้งหมดที่เธอขโมยมา… มันจะถูก ‘ดึง’ กลับคืน… “กลับไปสู่… ความว่างเปล่า… “ใน… พริบตาเดียว”
“แล้ว… แล้วฉันจะเป็นยังไง” อรทัยถาม… อาจารย์บุญยิ้ม… รอยยิ้มที่เศร้าสลด… “เมื่อหนี้ถูกจ่าย… เธอก็จะเป็น ‘อิสระ'” “ความหิวโหย… จะหายไป… “ปีศาจ… จะจากไป… “เพราะมันไม่มีอะไรจะ ‘กิน’ เธออีกแล้ว… “เธอจะไม่เหลืออะไร… ให้มันกิน”
อรทัยมองมือตัวเอง… มือที่ตอนนี้… เหี่ยวแห้ง… ซีดเทา… เหมือนมือของมาลัย… เธอเข้าใจแล้ว… “ไม่เหลืออะไร”… หมายความว่า… …ชีวิต… …วิญญาณ… …ทุกอย่าง… เธอจะกลายเป็น… เปลือก…
“ฉันหิว…” เสียงนั้นกรีดร้องในหัวเธอ! “หาเหยื่อ! เดี๋ยวนี้! หาให้ข้า!” ความเจ็บปวด… แล่นพล่าน! ทางเลือกที่หนึ่ง… ง่าย… แค่ล่อลวง… แค่ฆ่า… …ฆ่า… เหมือนที่เธอฆ่ามาลัย… “ไม่…” อรทัยพึมพำ… “พอแล้ว…” “อะไรนะ!” เสียงในหัวตะคอก “ฉันบอกว่า… พอแล้ว!”
อรทัยยิ้ม… เป็นครั้งแรก… ที่เธอยิ้ม… โดยไม่มีความเกลียดชัง เธอยิ้มให้ความเจ็บปวด… “ฉันเหนื่อยแล้ว…” เธอยันตัวลุกขึ้น… ขาของเธอสั่น… เธอหันหลังให้อาจารย์บุญ… “เธอจะไปไหน” เขาถาม “ไป… จ่ายหนี้” เธอโซเซ… ออกจากห้อง…
เธอไม่ได้มุ่งหน้าไปที่รถ… เธอไม่ได้มุ่งหน้ากลับบ้าน… เธอเดิน… เดินเท้าเปล่า… ผ่านตรอกที่มืดมิด… ออกมา… สู่แสงสว่าง… เธอเดิน… เข้าไปใน… พระวิหารหลวง… …วัดพระสิงห์… ที่… ที่มีแสงสว่าง… และมี… พระพุทธรูป…
แสงสว่าง… อรทัยไม่ชินกับมัน… พระวิหารหลวงลายคำ… สวยงาม… สีทองขององค์พระพุทธสิหิงค์… ส่องประกาย… สะท้อนในดวงตาที่โบ๋ลึกของเธอ… มัน… อบอุ่น… และมัน… ทำให้เธอเจ็บปวด…
“ออกไป!” เสียงในหัวของเธอกรีดร้อง! “ที่นี่มันแสบร้อน! ออกไป! ไปหาเหยื่อ! ไปฆ่ามัน!” ความเจ็บปวดทางกาย… กลับมาอีกครั้ง! มันกำลัง “ลงโทษ” เธอ… ที่กล้าขัดขืน… มันกำลังบิดไส้… หักกระดูก… “อ๊าก…” อรทัยทรุดลง… เธอล้มลงต่อหน้าองค์พระ… เธอนอนขดตัว… สั่นเทา… เหมือนหนอน… นักท่องเที่ยวไม่กี่คน… มองเธอด้วยสายตาสมเพช… คิดว่าเป็น… ขอทาน… หรือคนบ้า…
“แกจะตาย…” เสียงนั้นกระซิบ “แกจะตายตรงนี้… อย่างน่าสมเพช… ถ้าแกไม่เชื่อฟังข้า!” “ใช่…” อรทัยพึมพำ… “ฉัน… จะตาย…” “แต่… แก… ต้องตายไปกับฉัน…”
เธอรวบรวม… พละกำลัง… เฮือกสุดท้าย… ไม่ใช่พละกำลังจากที่ขโมยมา… แต่เป็นพละกำลัง… จากความ “เหนื่อย” ความเหนื่อย… ที่จะเกลียด… ความเหนื่อย… ที่จะอิจฉา…
เธอยันตัวขึ้น… นั่งคุกเข่า… มือที่สั่นเทา… กำกล่องไม้ไว้แน่น… “ไม่!” เสียงในหัว… มันรู้แล้วว่าเธอกำลังจะทำอะไร! “หยุดนะ! อีนังโง่! แกกำลังจะทำลายพวกเรา!”
อรทัย… ไม่สนใจ… เธอเปิดฝากล่อง… ข้างใน… มีแค่… เถ้า… เถ้าสีดำ… ที่จับตัวเป็นก้อนด้วยเลือดแห้งกรัง… และ… เส้นผม… เส้นผมสีดำ… ที่ไม่ไหม้… ผมของมาลัย… มันคือ… “สัญญา”
เธอล้วงกระเป๋า… ไฟแช็ก… ที่เธอใช้จุดบุหรี่… ในสมัยที่เธอยัง “รุ่งเรือง” นิ้วโป้งที่ผอมเกร็ง… สั่น… …กด… “แชะ” …ไม่ติด… “แชะ” …ไม่ติด… “ข้าสั่งให้แกหยุด!” เสียงในหัว… ตะคอก! ความเจ็บปวด… รุนแรงขึ้น! เหมือนมีมือ… กำลังบีบกะโหลกเธอ!
“แชะ!” …เปลวไฟ… …ลุกพรึ่บ…
อรทัย… ยิ้ม… เธอยื่นเปลวไฟ… จ่อไปที่… …เถ้าในกล่อง…
วินาทีที่ไฟสัมผัส… …มันไม่ลุกไหม้… มัน… “ระเบิด”
ไม่! มันไม่ใช่เสียงระเบิด… มันคือ… “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!” เสียงกรีดร้อง… ที่ไม่ได้ดังมาจากปากของเธอ… แต่ดัง… จาก “ข้างใน” ดัง… จนแก้วหูแทบแตก! เสียงกรีดร้อง… ของความหิวโหย… ของความอิจฉา… เสียงของ “มัน”
และ… อรทัย… ก็รู้สึก… …ถึง… …การ “จ่ายคืน”
มันไม่ใช่ความเจ็บปวด… มันคือ… ความ “ว่างเปล่า” เหมือนมีท่อดูดขนาดมหึมา… กำลังดูด… ดูด… …ทุกอย่าง… …ออกจากตัวเธอ!
พลังชีวิต… ที่เธอขโมยมาจากมาลัย… ความสวยงาม… ที่เธอยึดมา… ความแข็งแรง… ความคิดสร้างสรรค์… เงิน… โชค… มันถูก… …กระชาก… …ออกไป! …ในพริบตาเดียว!
“อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา!” ครั้งนี้… คือเสียงของเธอ… เธอกรีดร้อง… ร่างของเธอ… แอ่นกระตุก… เหมือนโดนไฟฟ้าช็อต… ดวงตาเบิกค้าง… และเธอก็… …ฟุบลง… นิ่ง… กล่องไม้… ตกจากมือ… ข้างใน… ว่างเปล่า… …แม้แต่เถ้า… ก็หายไป…
…ความเงียบ… ความเงียบ… ที่สมบูรณ์แบบ… เสียงในหัว… หายไปแล้ว… ความเจ็บปวด… หายไปแล้ว… ความหนาว… หายไปแล้ว… ความหิว… …ก็หายไปแล้ว… …อรทัย… …ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย…
เธอนอนนิ่ง… บนพื้นกระเบื้องที่เย็นเฉียบ… เธอยังหายใจ… แผ่วเบา… …เหมือนคน… …ที่รอวันตาย… เธอเหลือบตา… มองไปที่… …ประตูพระวิหาร…
อาจารย์บุญ… …ยืนอยู่ที่นั่น… เขายืน… อยู่ตรงขอบ… ระหว่างแสงสว่าง… กับความมืด… เขามองเธอ… ไม่ได้ยิ้ม… ไม่ได้เยาะเย้ย… แววตาของเขา… …เศร้า… …และ… …เหนื่อยล้า… เหมือนคนที่… เห็นฉากนี้… ซ้ำแล้ว… ซ้ำเล่า… เขาไม่ใช่ “จ้าวแห่งปีศาจ” เขาเป็นแค่… “ภารโรง” …ที่คอย… …เก็บกวาด… …ซาก… ของความอิจฉา…
อาจารย์บุญพยักหน้าให้เธอ… ช้าๆ ครั้งเดียว… แล้วหันหลัง… เดิน… กลับเข้าไปใน… …ความมืด…
…
…หกเดือนต่อมา…
ไนต์บาซาร์… เชียงใหม่… ยังคงอึกทึก… คึกคัก… ร้าน “อรทัยผ้าไหม” …ปิดตาย… ป้ายไม้ผุๆ… “เซ้งกิจการ” ฝุ่น… จับหนา… ไม่มีใคร… จำมันได้อีกต่อไป…
ฝั่งตรงข้าม… ร้าน “มาลัยดีไซน์” …เปิด… อนันต์… สามีของมาลัย… นั่งอยู่ในร้าน เขาดูสงบลง… เขาไม่ได้ขาย “ดีไซน์” อีกต่อไป… เขากลับไปขาย… “ผ้าไหมทอมือ… แบบดั้งเดิม” ลายเก่าๆ… ที่อรทัยเคย… เหยียดหยาม… ร้านเงียบ… แต่… มีลูกค้า… ที่มาซื้อ… เพราะความศรัทธา… ป้ายเล็กๆ เขียนว่า… “รายได้… มอบให้… สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า” อนันต์… ได้พบ… …สันติสุข… …ในแบบของเขา…
…
รุ่งเช้า… ณ ลานวัดพระสิหิงค์… เสียงไม้กวาด… ดัง… “ซ่า… ซ่า…” ร่าง… ร่างหนึ่ง… ที่ผอม… และแก่ชรา… แก่… เกินกว่าวัย 38 ปี… แก่… เหมือนคนอายุ 90… ผมขาวโพลน… ทั้งหัว… หลังค่อม… ก้มหน้าก้มตา… กวาด… …ใบไม้… …ที่ร่วงหล่น…
นักท่องเที่ยวเดินผ่าน… โยนเหรียญ… ลงในกระป๋อง… ที่วางอยู่ข้างๆ …ติ๊ง… ร่างนั้น… …ไม่เงยหน้า… …ไม่ขอบคุณ… …ไม่รับรู้…
เธอคือ… อรทัย… สิ่งที่เหลืออยู่… ของอรทัย… “เปลือก” เปลือก… ที่ว่างเปล่า… ความหิวโหย… ได้จากไปแล้ว… แต่ “ชีวิต” … …ก็จากไป… …เช่นกัน… เธอ “จ่าย” หนี้… …จนหมดสิ้น… เธอเป็น… “อิสระ” อิสระ… จากความเกลียดชัง… อิสระ… จากความอิจฉา… และอิสระ… …จาก… …ตัวเธอเอง…