Chôn Sống Hôn Nhân: Hủ Ngải Ở Đầu Giường

ฝังทั้งเป็น: โถพรายข้างหัวนอน

ความเงียบเหงาหนาหนักกว่าสายฝนยามเย็นที่กรุงเทพฯ มันเป็นความเงียบที่ทำลายทุกสิ่งรอบตัว ไม่ใช่ความสงบ แต่เป็นความว่างเปล่าที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ในห้องชุดที่ตกแต่งอย่างหรูหราของ ลิน และ อาน ลิน อายุสามสิบปี เธอเป็นเจ้าของร้านดอกไม้ออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จ แต่ความสำเร็จนั้นไม่ได้ช่วยเติมเต็มช่องว่างที่สามีของเธอสร้างขึ้นเลยสักนิด อาน สามีของเธอ วัยสามสิบสองปี เป็นวิศวกรที่ทำงานหนักและกลับบ้านดึกเสมอ ในช่วงห้าปีที่แต่งงานกัน ความรักที่เคยเบ่งบานได้เหือดแห้งไปจนเกือบหมดสิ้น

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานที่ห้า แต่ไม่มีดอกไม้ ไม่มีของขวัญ มีเพียงอาหารเย็นที่ถูกจัดวางอย่างประณีตบนโต๊ะ แต่ไม่มีใครแตะต้อง อานมาถึงบ้านเมื่อเวลาสี่ทุ่ม เขาไม่ได้มองหน้าเธอด้วยซ้ำ แค่วางกระเป๋าทำงานลงอย่างแรงที่ข้างประตู ลินพยายามยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นแข็งกระด้างราวกับหน้ากาก “กลับมาแล้วเหรอคะ… ฉันทำผัดไทยที่คุณชอบ” เสียงของเธอกลวงเปล่าจนน่าตกใจ

อานเดินผ่านเธอไปที่ห้องน้ำโดยไม่ตอบ เขาเปิดน้ำแรงๆ ลินได้ยินเสียงน้ำไหลและรู้สึกเหมือนกับว่ามันกำลังพัดพาความหวังสุดท้ายของเธอไป “มีอะไรจะพูดกับฉันไหมคะอาน” ลินยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย อานปิดก๊อกน้ำ เขาเปิดประตูออกมา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าหรือไม่ก็ความเบื่อหน่ายอย่างถึงที่สุด “พูดอะไร ลิน ผมเหนื่อยมาก ขอไปอาบน้ำก่อนได้ไหม”

คำพูดนั้นแทงเข้ากลางใจของลิน ราวกับมีดที่มองไม่เห็น เธอรู้ว่าความเหนื่อยล้าไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริง มันคือความเมินเฉยที่จงใจสร้างขึ้นมา ลินถอยห่างจากประตู เธอเดินกลับไปที่โต๊ะอาหาร มองดูผัดไทยที่เย็นชืดและเหี่ยวเฉาเหมือนกับความสัมพันธ์ของพวกเขาเอง เธอหยิบโทรศัพท์มือถือของอานที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว มันเป็นโทรศัพท์ที่ตอนนี้มีรหัสผ่าน ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยมี เธอพยายามเดารหัส วันเดือนปีเกิด วันครบรอบแต่งงาน ชื่อเล่นของเธอ ทุกอย่างผิดหมด ความรู้สึกเหมือนถูกทรยศกัดกินเธอจากภายใน

ลินใช้เวลาหลายวันในการเฝ้าสังเกตและวางแผน เธอทำงานที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เธอมีเวลาว่างมากเกินไปที่จะจมอยู่กับความคิดด้านลบ เธอเริ่มสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่บ่งบอกถึงความผิดปกติ เช่น กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงอ่อนๆ ที่ติดเสื้อเชิ้ตของเขา แม้เขาจะอาบน้ำแล้ว หรือรอยลิปสติกจางๆ ที่มุมคอเสื้อในวันจันทร์

ความสงสัยผลักดันให้เธอต้องทำอะไรบางอย่าง ในบ่ายวันพุธที่อานบอกว่ามีประชุมด่วน ลินขับรถตามเขาไป เธอรักษาระยะห่างอย่างระมัดระวังจนกระทั่งรถของอานจอดที่หน้าคาเฟ่เล็กๆ แห่งหนึ่ง ไม่ใช่สถานที่ทำงานของเขา ลินจอดรถห่างออกไป และมองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน อานไม่ได้อยู่คนเดียว เขาอยู่กับผู้หญิงที่ดูอ่อนวัยกว่ามาก เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาและกระโปรงสอบสีดำ พวกเขาหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน อานยื่นมือไปแตะที่มือของเธอเบาๆ ในช่วงเวลานั้น โลกของลินก็พังทลายลงมาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

น้ำตาไม่ไหล ลินไม่ร้องไห้ แต่ความรู้สึกเย็นชาเข้าปกคลุมร่างกายเธอแทน ความเจ็บปวดได้เปลี่ยนเป็นความมุ่งร้ายที่เยือกเย็น เธอไม่รู้สึกอยากเผชิญหน้า ไม่มีความอยากตะโกนหรือร้องไห้ มีแต่ความปรารถนาเดียวที่แข็งแกร่งและชัดเจน: เธอต้องการอานคืน เธอต้องการความรักที่บ้าคลั่งที่เขาเคยมีให้เธอ

ในร้านดอกไม้ของเธอเอง ลินนั่งมองกองใบเสร็จเก่าๆ เธอจำได้ว่าลูกค้าคนหนึ่งซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนเคยเล่าเรื่องราวของเธอให้ฟัง หญิงคนนั้นบอกว่าสามีเธอเคยหนีไป แต่กลับมาเพราะ “พลัง” บางอย่าง ลูกค้าคนนั้นเคยพูดถึงวัดแห่งหนึ่งในพิษณุโลก วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ที่นั่นมี ครูแม่ ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องความรักที่ไร้หนทางได้

ความคิดนี้เป็นเหมือนยาพิษที่หอมหวานในใจของลิน มันอันตราย มันผิดศีลธรรม แต่ความเจ็บปวดที่เธอกำลังเผชิญหน้ามันใหญ่เกินกว่าที่เธอจะสนใจเรื่องบาปบุญคุณโทษได้ ลินตัดสินใจทันที เธอต้องไปที่นั่น เธอต้องเอาน้ำมันพรายมา

คืนนั้น ลินบอกอานว่าเธอจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อไปเยี่ยมแม่ที่ป่วย อานไม่ได้ถามอะไรมาก แค่พยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ “ดูแลตัวเองด้วยนะ” เขาพูดพลางก้มหน้ามองโทรศัพท์ ลินรู้สึกเหมือนเขากำลังไล่เธอไปให้พ้นทางด้วยซ้ำ ลินเก็บกระเป๋าเดินทางเล็กๆ ใบหนึ่ง และซ่อนเงินสดจำนวนหนึ่งไว้ในเสื้อผ้าของเธอ เธอเหลือบมองอานที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียง เขาดูสงบ แต่ความสงบนั้นเป็นเหมือนพายุที่ซ่อนอยู่

ลินขับรถไปพิษณุโลกในเช้าตรู่ของการเดินทาง เป็นการเดินทางที่ยาวนานและเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความหวาดกลัว เธอมาถึงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุในช่วงบ่าย วัดนี้มีชื่อเสียงและเต็มไปด้วยผู้คน แต่ลินไม่ได้มาที่นี่เพื่อบูชาพระพุทธชินราช เธอมาเพื่อพบกับบางสิ่งที่มืดมิดกว่านั้น เธอถามผู้คนรอบข้างอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งมีแม่ค้ารายหนึ่งชี้ไปยังบ้านไม้เก่าๆ หลังวัด

บ้านของครูแม่ดูเงียบสงบและถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศแตกต่างจากวัดอย่างสิ้นเชิง มันหนาวเย็นและหนักอึ้ง ลินเคาะประตูเบาๆ ประตูเปิดออกช้าๆ โดยหญิงชราผมสีดอกเลา ครูแม่ไม่ได้ดูน่ากลัวอย่างที่ลินคิด แต่ดวงตาของเธอต่างหากที่น่ากลัว ดวงตาคู่นั้นดูเหมือนจะมองทะลุเข้าไปในจิตวิญญาณของลินได้เลยทีเดียว

“ฉันรอเธออยู่” ครูแม่พูดด้วยเสียงแหบแห้ง เสียงนั้นทำให้ลินขนลุกซู่ “รู้ได้อย่างไรคะ” ลินถามด้วยความประหลาดใจ ครูแม่ยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มที่เหมือนการเยาะเย้ย “ความสิ้นหวังของคนเรามันมีกลิ่น ลิน… กลิ่นมันแรงมากจนตามมาถึงที่นี่ นั่งลงสิ”

ลินนั่งลงบนพื้นไม้เย็นๆ ครูแม่ไม่ได้ถามอะไรมาก เธอแค่บอกว่าเธอรู้ว่าลินต้องการ น้ำมันพราย น้ำมันที่กลั่นจากศพเด็กตายโหง หรือศพที่ตายในวันเสาร์เผาวันอังคาร เป็นของอาถรรพ์ที่ทรงพลังที่สุดในการเรียกความรัก

“เธอรู้ไหมว่าน้ำมันพรายไม่ใช่แค่ความรัก แต่มันคือการผูกมัด” ครูแม่พูด พลางจุดธูปหนึ่งดอก กลิ่นธูปผสมกับกลิ่นสมุนไพรและกลิ่นแปลกๆ ที่ลินไม่สามารถระบุได้ “คนที่โดนมันจะรักเธอจนตาย แต่เมื่อผูกแล้ว มันไม่สามารถตัดขาดได้ง่ายๆ พรายมันจะถือสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ”

ลินกลืนน้ำลาย “ฉัน… ฉันแค่ต้องการสามีกลับมาค่ะ”

ครูแม่หยิบขวดแก้วเล็กๆ ที่มีของเหลวสีน้ำตาลขุ่นอยู่ข้างใน มันถูกห่อด้วยผ้าแดงอย่างแน่นหนา “นี่คือน้ำมันพรายที่เข้มข้นที่สุด จากท้องของหญิงสาวที่สิ้นใจพร้อมลูกในครรภ์ มันแรงมาก มันต้องการ ‘ที่อยู่’ ใหม่เสมอเมื่อมันทำงานสำเร็จ”

ครูแม่จ้องมองลินอย่างไม่กะพริบ “มันจะรักอาน จนกว่ามันจะดึงอานกลับมาหาเธอได้สำเร็จ แต่เมื่อมันทำสำเร็จแล้ว พรายมันจะหันมาต้องการ ที่ ของเธอ มันต้องการร่างของเธอเพื่อให้มันได้เกิดใหม่หรืออยู่ร่วมในโลกนี้ เธอจะต้อง หลีกทาง ให้มัน”

“ไม่ค่ะ” ลินปฏิเสธอย่างรวดเร็ว “ฉันไม่เชื่อว่ามันจะทำร้ายฉันได้”

“ความรักที่ได้มาด้วยมนตร์ดำ ย่อมต้องมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ ลิน” ครูแม่วางขวดลงบนมือของลิน มือของลินเย็นเฉียบเมื่อสัมผัสกับขวดแก้วนั้น “วิธีใช้: เจ็ดหยดลงบนหมอนของเขา เจ็ดคืนติดต่อกัน ห้ามสัมผัสด้วยผิวหนังโดยตรง และที่สำคัญที่สุด… เมื่อความรักกลับมาแล้ว อย่าได้ลังเลที่จะหยุดมันทันที หรือถ้าเธอต้องการชีวิตเดิมของเธอคืน เธอต้องทำลายมันให้สิ้นซาก”

ลินรับขวดมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอจ่ายเงินจำนวนหนึ่งที่ทำให้บัญชีธนาคารของเธอเกือบหมดลง แต่เธอกลับรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด ราวกับว่าเธอได้ซื้อตั๋วใบสุดท้ายเพื่อกลับไปยังความสุขที่เคยมี

การเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในคืนนั้นเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่น่าสะพรึงกลัว ขวดน้ำมันพรายถูกวางไว้ในกล่องเล็กๆ ในกระเป๋าของเธอ มันส่งคลื่นความเย็นที่มองไม่เห็นออกมาตลอดเวลา

เมื่อถึงบ้าน อานยังไม่กลับมา ลินรู้ว่าเขาคงใช้เวลากับผู้หญิงคนนั้นนานกว่าปกติ


..จิ้มฟันแตะไปที่น้ำมันพรายอย่างระมัดระวัง แล้วหยดลงบนหมอนของอาน หยดที่หนึ่ง มันซึมลงไปในใยหมอนทันทีราวกับว่ามันหิวกระหายที่จะถูกดูดซับ หยดที่สอง หยดที่สาม… จนกระทั่งครบเจ็ดหยด เมื่อหยดสุดท้ายตกลงไป ลินรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังจ้องมองเธออยู่จากมุมห้อง แต่เมื่อเธอมองกลับไป ก็ไม่มีใคร น้ำมันพรายไม่ทิ้งร่องรอยไว้เลยบนเนื้อผ้า เว้นแต่ความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาอย่างช้าๆ

ลินรีบเก็บทุกอย่างเข้าที่เดิม สวมปลอกหมอนกลับเข้าไป และนำขวดน้ำมันพรายไปซ่อนไว้ในกล่องเหล็กเล็กๆ ในตู้เสื้อผ้า เธอถอดถุงมือยางทิ้งไปแล้วล้างมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะรู้ว่าเธอไม่ได้สัมผัสโดนมันโดยตรง แต่เธอก็ยังรู้สึกว่ากลิ่นคาวแปลกๆ ยังคงติดอยู่ที่ผิวหนังของเธอ

อานกลับมาถึงบ้านในเวลาเกือบตีหนึ่ง เขาล้มตัวลงนอนทันทีโดยไม่มีแม้แต่คำทักทาย ลินแสร้งทำเป็นหลับตา แต่จริงๆ แล้วเธอกำลังเฝ้ารอคอยปฏิกิริยาของเขาอย่างใจจดใจจ่อ อานพลิกตัวไปมาหลายครั้งบนเตียง เหมือนว่าเขากำลังฝันร้ายหรือนอนไม่สบาย แต่เขาก็หลับไปในที่สุด ลินนอนฟังเสียงหายใจของเขา เสียงที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย ตอนนี้มันกลับกลายเป็นเสียงที่ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวอย่างประหลาด

รุ่งเช้า ลินตื่นขึ้นมาก่อน อานยังคงหลับอยู่ ใบหน้าของเขาดูผ่อนคลายอย่างที่เธอไม่ได้เห็นมานานหลายเดือน แต่มีบางอย่างแตกต่างไปจากเดิม ผิวของเขาดูซีดเซียวเล็กน้อย และร่องรอยความเหนื่อยล้าใต้ดวงตาดูชัดเจนขึ้น ลินสงสัยว่าน้ำมันพรายได้เริ่มทำงานแล้วหรือยัง เธอรีบออกไปทำงานที่ร้าน โดยที่ไม่ได้พูดคุยกับเขาแม้แต่คำเดียว

ช่วงบ่ายที่ร้านดอกไม้ ลินได้รับข้อความจากอาน ข้อความนั้นสั้นๆ แต่ทำให้หัวใจของเธอกลับมาเต้นอีกครั้ง “คิดถึง” นี่เป็นคำแรกที่เขาใช้กับเธอหลังจากความเงียบมานานหลายสัปดาห์ ลินตอบกลับไปทันทีด้วยรอยยิ้มที่แท้จริงเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน

เมื่ออานกลับมาบ้านในเย็นวันนั้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาถือช่อดอกกุหลาบสีชมพูช่อใหญ่มาให้เธอ ซึ่งเป็นสีที่เธอชอบที่สุด “สุขสันต์วันครบรอบย้อนหลังนะลิน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างที่เธอจำได้จากช่วงที่พวกเขายังรักกันใหม่ๆ ลินรับดอกไม้ด้วยความตื่นเต้นปนความสงสัย

“คุณ… คุณจำได้เหรอคะ” เธอถามด้วยความไม่แน่ใจ

อานหัวเราะเบาๆ ซึ่งเป็นเสียงที่เธอไม่ได้ยินมานานแล้ว “ผมเป็นอะไรไป ลิน ผมรู้ว่าช่วงนี้ผมดูแย่ แต่ผมรักคุณนะ” เขาโอบกอดเธอแน่น การกอดนั้นยาวนานกว่าปกติ มันแน่นหนาจนเกือบจะทำให้เธอหายใจไม่ออก แต่ลินก็ยอมรับมัน เธอต้องการการสัมผัสนี้อย่างสิ้นหวัง

คืนที่สอง ลินทำพิธีซ้ำอีกครั้ง หยดน้ำมันพรายเจ็ดหยดลงบนหมอนของอานอย่างเคร่งครัด อานกลับมาถึงบ้านเร็วขึ้นมาก เขาพูดคุยกับเธอเกี่ยวกับงานและแผนการในอนาคต พวกเขานั่งดูหนังด้วยกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน และครั้งนี้ อานเป็นฝ่ายเข้ามาโอบไหล่ของเธอเอง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ ลินรู้สึกเหมือนเธอกำลังใช้ชีวิตอยู่ในความฝันที่เธอเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง เธอพยายามผลักดันความคิดเรื่อง ครูแม่ และคำเตือนของเธอออกไปจากใจให้มากที่สุด

แต่มันมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ อานดูเหมือนจะต้องการอยู่ใกล้เธอตลอดเวลา เขามักจะตามเธอไปทุกที่ในบ้าน แม้แต่ตอนที่เธอไปรดน้ำต้นไม้ที่ระเบียง เขาก็ยืนอยู่ข้างหลังเธอ ความสนใจของเขานั้นเกินกว่าปกติ มันรู้สึกเหมือนเป็นการเฝ้าติดตามมากกว่าความรักที่บริสุทธิ์ เมื่อลินพยายามถามเขาถึงเรื่องที่เขาไปที่คาเฟ่กับผู้หญิงคนนั้น อานทำสีหน้าว่างเปล่า “คาเฟ่อะไร ลิน ผมไม่ได้ไปไหนมาหลายสัปดาห์แล้ว ผมทำงานอยู่ที่ไซต์งานตลอดเวลา คุณเข้าใจผิดแล้ว” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เด็ดขาดราวกับว่าความทรงจำนั้นถูกลบออกไปอย่างถาวร

ลินรู้สึกสับสน มันเป็นความโล่งใจที่เขาปฏิเสธ แต่ก็มีความหวาดกลัวว่าทำไมเขาถึงปฏิเสธได้ง่ายดายขนาดนี้ ความทรงจำทั้งหมดของเขาถูกลบไปแล้วจริงๆ หรือ?

คืนที่สามผ่านไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความใกล้ชิดทางกายที่มากขึ้น อานจูบเธอด้วยความเร่าร้อนอย่างที่เขาไม่ได้ทำมานาน แต่การจูบนั้นแปลกประหลาด มันขาดความอ่อนโยน มันเหมือนเป็นการจูบเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ ลินรู้สึกถึงความเร่งรีบและความกระหายที่อยู่ในตัวเขา ซึ่งไม่ใช่ความกระหายต่อตัวเธอ แต่เป็นความกระหายที่รุนแรงกว่านั้นมาก

ในคืนที่สี่ ขณะที่ลินกำลังจะหยดน้ำมันพรายลงบนหมอนตามปกติ เธอสังเกตเห็นว่าอานนอนหลับโดยที่ตาของเขาเปิดอยู่เล็กน้อย ลินหยุดหายใจไปชั่วขณะ เธอจ้องมองใบหน้าของเขาอย่างตกใจ ดวงตาของเขาไม่ได้เปิดเต็มที่ แต่เป็นแค่รอยแยกเล็กๆ ที่ทำให้ดวงตาคู่ขาวของเขาปรากฏออกมา ลินก้มลงไปใกล้ๆ และพึมพำชื่อเขา “อาน… คุณตื่นอยู่หรือเปล่าคะ” อานไม่ตอบ ดวงตาของเขายังคงนิ่งสนิท แต่รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา รอยยิ้มที่เย็นชาและไร้ความรู้สึก

ลินใจเต้นแรง เธอถอยห่างออกมาอย่างเงียบๆ และรีบหยดน้ำมันให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เธอรู้สึกหนาวสั่นทั่วร่าง ความกลัวที่เธอเคยพยายามปฏิเสธตอนนี้มันกลับมาคุกคามเธอแล้ว นี่ไม่ใช่สามีของเธอ นี่ไม่ใช่ความรักที่เธอต้องการ

ลินเริ่มนอนไม่หลับ เธอเฝ้าดูอานตลอดทั้งคืน และพบว่าเขาเริ่มแสดงพฤติกรรมแปลกๆ มากขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มพูดคนเดียวในความมืด เขาพูดด้วยภาษาที่ลินไม่เข้าใจ มันเป็นเสียงกระซิบที่แผ่วเบา แต่ก็ทำให้เส้นประสาทของเธอตึงเครียด

ในเช้าวันที่ห้า อานไม่ได้ไปทำงาน เขาโทรไปลาป่วยและใช้เวลาทั้งวันอยู่ในห้องนั่งเล่น เขามองดูตัวเองในกระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังห้องรับประทานอาหารเป็นเวลานาน ลินแอบมองเขาจากหลังประตูครัว อานไม่ได้มองกระจกในแบบที่คนปกติมอง เขาจ้องมองใบหน้าของตัวเองอย่างว่างเปล่า เหมือนกำลังมองหาใครบางคน หรือบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ลึกเข้าไปในเงาสะท้อน

เขาเอามือไปแตะที่กระจก แล้วเริ่มกระซิบเบาๆ ลินไม่สามารถได้ยินสิ่งที่เขากำลังพูดได้ชัดเจน แต่เธอได้ยินคำว่า “รอ” และ “ที่นี่” ซ้ำไปซ้ำมา

ลินรู้สึกว่าคอแห้งผากราวกับถูกบีบรัด เธอรู้ว่าเธอต้องหยุดพิธีกรรมนี้ แต่เธอหยุดไม่ได้ ความกลัวว่าจะสูญเสียเขาอีกครั้งยังคงแข็งแกร่งกว่าความกลัวที่ว่าเธออาจจะได้รับเขาคืนมาในรูปแบบที่น่ากลัวกว่าเดิม


คืนที่ห้าเป็นคืนที่ตึงเครียดที่สุด ลินหลบอยู่ในห้องทำงานของเธอจนกระทั่งแน่ใจว่าอานหลับสนิทแล้ว เธอสวมถุงมือและเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าอย่างเงียบเชียบ หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกำลังจะทะลุออกมาจากอก เธอรู้สึกเหมือนว่าทุกการเคลื่อนไหวของเธอถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา ลินหยิบขวดน้ำมันพรายออกมา มันเย็นและหนักอึ้งในมือของเธอ ราวกับว่ามีสิ่งมีชีวิตบางอย่างอาศัยอยู่ข้างใน

เมื่อเธอเดินไปที่เตียง อานกำลังนอนหันหลังให้เธอ ลินเห็นไหล่ของเขากระตุกเล็กน้อยเป็นจังหวะเหมือนกำลังพูดคุยกับใครบางคนในความฝัน ลินเขยิบเข้าไปใกล้ เธอเห็นหมอนของเขา ผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา แต่ความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวอานนั้นทำให้เธอไม่กล้าสัมผัส

ลินหยดน้ำมันพรายลงไปอย่างรวดเร็ว หนึ่ง สอง สาม… จนถึงเจ็ดหยด เมื่อทำเสร็จแล้ว ลินถอยหลังทันที เธอรู้สึกคลื่นไส้และเวียนหัว ความผิดปกติของอานดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณทันทีที่เธอหยดน้ำมันครบเจ็ดหยดนั้น อานพลิกตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขาเปิดกว้าง จ้องมองมาที่ลินโดยตรง

“ลิน… คุณจะไปไหน” เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นชา มันไม่ใช่เสียงของอานเลย

ลินยืนแข็งทื่อ เธอไม่คิดว่าเขาจะตื่น “ฉัน… ฉันแค่มาดื่มน้ำค่ะ”

อานลุกขึ้นนั่งบนเตียง เขายื่นมือออกไปจับแขนของลิน การสัมผัสนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกน้ำแข็งกัด มันไม่ใช่ความอบอุ่นของสามี แต่เป็นความเย็นเยียบของบางสิ่งที่มาพร้อมกับน้ำมันพราย “ทำไมคุณต้องดื่มน้ำในความมืดด้วยล่ะ ลิน… มานอนข้างๆ ผมสิ ผมรู้สึกหนาว”

“อาน… คุณไม่เป็นไรนะคะ” ลินพยายามดึงแขนออก แต่เขาจับแน่นมากจนเธอเจ็บ อานยิ้ม รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มของเขา มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความต้องการที่ไม่บริสุทธิ์

“ผมไม่เคยรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อนเลย ลิน ผมรู้สึกเหมือนผมเป็นเจ้าของทุกอย่างที่ผมรัก และคุณ… คุณก็รักผมใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ… ฉันรักคุณ” ลินพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะซ่อนขวดน้ำมันพรายที่เธอกำไว้ในมือไว้ข้างหลัง

อานปล่อยแขนเธอ เขาจ้องมองใบหน้าของเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหลงใหลที่ผิดปกติ “ดี… ดีมาก พรุ่งนี้คุณไม่ต้องไปทำงานแล้ว เราจะอยู่ด้วยกันทั้งวัน”

ลินเดินออกมาจากห้องนอนราวกับเป็นหุ่นยนต์ เธอใช้เวลาที่เหลือทั้งคืนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ในความมืด เธอจ้องมองไปที่ประตูห้องนอนและจินตนาการถึงสิ่งมีชีวิตที่กำลังครอบครองสามีของเธอ มันไม่ใช่เรื่องของความรักอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการครอบงำ

ในวันที่หก อานทำตามที่พูด เขาไม่ออกไปไหน เขาใช้เวลาทั้งวันอยู่กับลิน เขาทำอาหารเช้าให้เธอ เขาเปิดเพลงที่พวกเขาชอบฟังเมื่อก่อน แต่ทุกอย่างดูเหมือนเป็นการแสดงที่ถูกจัดฉากไว้แล้ว ความสุขที่เขาแสดงออกมานั้นดูไม่จริงใจ ในทุกๆ การกระทำ มีความต้องการที่จะควบคุมแฝงอยู่ อานไม่ได้รักลินในฐานะภรรยา แต่เขารักเธอในฐานะทรัพย์สินที่ได้กลับคืนมา

เมื่อลินพยายามจะไปอาบน้ำ อานจะตามเธอไปถึงหน้าประตูห้องน้ำ “คุณจะไปไหน ลิน”

“ฉันจะไปอาบน้ำค่ะ”

“ทำไมคุณไม่อาบพร้อมผมล่ะ เราจะได้อยู่ด้วยกัน”

ลินปฏิเสธอย่างสุภาพ แต่ความรู้สึกไม่สบายใจก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เธอเริ่มมองเห็นภาพหลอนเล็กๆ น้อยๆ ในบ้าน เงาแปลกๆ ที่มุมสายตา กลิ่นคาวที่รุนแรงขึ้นเมื่ออยู่ใกล้อาน

ลินตระหนักว่าเธอต้องหยุดพิธีกรรมนี้ทันที เธอไปที่ตู้เสื้อผ้าและหยิบขวดน้ำมันพรายออกมา มันเหลือเพียงแค่เศษน้ำมันบางๆ ก้นขวดเท่านั้น เธอรู้ว่าถ้าเธอหยุดตอนนี้ บางทีเธออาจจะยังมีโอกาสที่จะทำลายมันได้

คืนที่หก ลินไม่ได้ทำพิธี เธอตัดสินใจว่ามันเพียงพอแล้ว แต่เมื่อเธอพยายามจะนำหมอนของอานไปซ่อน อานก็ตื่นขึ้นมาทันทีราวกับมีเซนเซอร์

อานลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขามองตรงมาที่เธอด้วยความโกรธเกรี้ยวที่เยือกเย็น “คุณกำลังทำอะไร ลิน”

“ฉัน… ฉันจะเปลี่ยนหมอนค่ะ”

อานเดินเข้าหาเธออย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาไม่มีอารมณ์ใดๆ เลย แต่บรรยากาศรอบตัวเขากลับหนักอึ้งไปด้วยความมืดมิด “โกหก ผมรู้ว่าคุณจะทำลายมัน ทำไมคุณถึงทรยศผม ลิน”

เขาคว้าหมอนจากมือของเธอ และโยนมันกลับไปที่เตียงอย่างรุนแรง “เจ็ดคืน ลิน… ครูแม่บอกคุณว่าเจ็ดคืน ใช่ไหม เหลืออีกคืนเดียวเท่านั้น”

ลินถอยหลัง “อาน… ไม่ใช่ฉันนะคะ นี่ไม่ใช่คุณ”

“นี่คือผม” อานตอบด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว “หรืออย่างน้อย นี่ก็คือคนที่รักคุณมากที่สุด” เขาเข้ามากอดเธออีกครั้ง การกอดนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ มันเป็นการกอดที่พยายามจะบีบเธอให้แหลกละเอียด ลินรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามาในร่างกายของเธออย่างรุนแรง

ลินเริ่มเข้าใจคำเตือนของครูแม่แล้ว น้ำมันพรายไม่เพียงแต่ดึงอานกลับมาเท่านั้น แต่มันยังผูกมัดเขากับเธอในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ และตอนนี้ พรายที่อยู่ในตัวอานกำลังต้องการให้พิธีกรรมเสร็จสิ้น

เช้าวันที่เจ็ด ลินไม่สามารถมองหน้าอานได้ เธอทานอาหารเช้าอย่างเงียบๆ อานนั่งจ้องมองเธอตลอดเวลาโดยไม่พูดอะไรเลย ความเงียบนี้หนักอึ้งกว่าคำพูดนับพัน ลินตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เธอจะทิ้งน้ำมันที่เหลือทั้งหมดไป เธอจะไม่ทำตามพิธีอีกต่อไปแล้ว

แต่เมื่อเธอเข้าไปในห้องนอน อานกำลังนั่งอยู่ที่ขอบเตียง เขาถือขวดน้ำมันพรายเล็กๆ ในมือ

“คุณหาเจอได้อย่างไรคะ” ลินถามด้วยความตกใจ

อานยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมืดมิด “ผมรู้อยู่แล้ว ลิน ว่าคุณพยายามจะซ่อนอะไรบางอย่าง… อย่ากลัวเลย”

เขาเดินเข้ามาหาลินช้าๆ แล้วยื่นขวดน้ำมันพรายที่เหลืออยู่ให้เธอ “คืนนี้คือคืนสุดท้าย คุณต้องทำมันให้เสร็จ เพื่อความรักของเรา”

ลินปฏิเสธ “ไม่ค่ะ ฉันจะไม่ทำ”

“คุณต้องทำ” อานพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด ดวงตาของเขากลายเป็นสีดำมืดมิดในชั่วพริบตาเดียว ลินรู้สึกว่ามีพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นพุ่งเข้าใส่เธอ ทำให้เธออ่อนแรงและไม่สามารถต่อต้านได้

อานไม่ได้ทำร้ายเธอด้วยกำลังกาย แต่เขาควบคุมความรู้สึกของเธอ เขาทำให้เธอรู้สึกว่าถ้าเธอไม่ทำตามที่เขาต้องการ เธอจะต้องสูญเสียเขาไปตลอดกาล ความกลัวที่ฝังรากลึกของลินได้ถูกปลุกขึ้นมาจนถึงขีดสุด

ลินรับขวดมาด้วยความอ่อนแรง เธอรู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกแล้ว เธอคือผู้ที่เริ่มต้นพิธีกรรมนี้ และเธอจะต้องเป็นผู้ที่จบมันด้วยตัวเอง

การหยดน้ำมันพรายในคืนที่เจ็ดเป็นความรู้สึกที่ว่างเปล่าและน่าสยดสยอง ลินไม่ได้รู้สึกถึงความหวังอีกต่อไป แต่มีเพียงความกลัวและความรังเกียจตัวเองเท่านั้น อานนอนหลับทันทีหลังจากที่เธอทำพิธีเสร็จ ใบหน้าของเขาดูสงบอย่างน่าประหลาดใจ

ลินนอนอยู่ข้างๆ เขา เธอจ้องมองเพดานด้วยดวงตาที่เปิดกว้าง เธอนอนรอความรักที่จะกลับมาอย่างสมบูรณ์ และความสยองขวัญที่กำลังจะมาเยือน


หลังจากคืนที่เจ็ดผ่านพ้นไป ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ อาน ก็ถึงจุดสูงสุด มันไม่ใช่แค่การกลับมาของความรัก แต่มันคือการครอบงำที่สมบูรณ์แบบ อานไม่ได้ไปทำงาน เขาบอกว่าเขาลาออกแล้ว เขาขายหุ้นส่วนทั้งหมดในบริษัทก่อสร้างอย่างรวดเร็วโดยไม่ปรึกษา ลิน แม้แต่คำเดียว

“เราไม่ต้องการเงินมากขนาดนั้นอีกต่อไปแล้ว ลิน” เขาพูดขณะที่กำลังยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองออกไปนอกอาคารด้วยแววตาที่ว่างเปล่า “ผมต้องการอยู่กับคุณทุกวินาที”

เขาเริ่มทำตัวเหมือนเป็นเงาของเธอ เขาตาม ลิน ไปทุกที่ในบ้าน ทุกการเคลื่อนไหวของ ลิน ถูกจับตามองด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลที่ผิดปกติ ถ้า ลิน อ่านหนังสือ เขาจะนั่งอยู่ข้างๆ เธอและจ้องมองหนังสือเล่มนั้นโดยไม่สนใจเนื้อหา ถ้า ลิน ทำงานที่ร้านดอกไม้ เขาจะยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์เงียบๆ ไม่ได้ช่วยอะไร แต่แค่อยู่ที่นั่น

“อาน… คุณไม่ควรไปเจอเพื่อนบ้างเหรอคะ” ลินถามด้วยความกังวล เพราะเพื่อนเก่าๆ ของเขาต่างส่งข้อความมาถามถึงเขาอย่างสม่ำเสมอ

อานยิ้ม เขาเอื้อมมือมาลูบแก้มของ ลิน เบาๆ แต่การสัมผัสของเขานั้นเย็นเยียบราวกับก้อนน้ำแข็ง “เพื่อน? ผมมีคุณก็พอแล้ว ลิน พวกเขาไม่เข้าใจความรักของเรา”

ความรักที่กลับมานี้ทำให้ ลิน รู้สึกพึงพอใจในช่วงสองสามวันแรก ความเหงาที่กัดกินเธอได้หายไปอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งได้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกว่าเธอคือศูนย์กลางของโลกของ อาน แต่ไม่นานความรู้สึกนั้นก็เปลี่ยนเป็นความอึดอัด และในที่สุดก็กลายเป็นความหวาดกลัว

อานเริ่มพูดถึงความรักของเขาในรูปแบบที่แปลกประหลาด “เราจะไม่แยกจากกันอีกต่อไปแล้ว ลิน แม้แต่ความตายก็ไม่สามารถพรากเราได้” เขามักจะพูดซ้ำๆ ประโยคนี้ในความมืดก่อนที่พวกเขาจะหลับไป

คืนหนึ่ง ลิน ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงกระซิบ เธอเห็น อาน ยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องรับประทานอาหาร เขากำลังพูดคุยกับเงาสะท้อนของตัวเองด้วยภาษาที่ฟังดูเหมือนภาษาถิ่นเก่าแก่ ลิน สวมเสื้อคลุมแล้วเดินเข้าไปหาเขาอย่างเงียบๆ

“อาน… คุณทำอะไรอยู่คะ”

อานหันกลับมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาซีดเผือด “ผมกำลังคุยกับตัวเอง… เพื่อยืนยันว่าผมรักคุณมากแค่ไหน”

ลินมองไปที่กระจก เธอเห็นเงาของ อาน สะท้อนออกมาอย่างชัดเจน แต่ในขณะที่ อาน กำลังหันหน้ามาหาเธอ ลินสาบานว่าเธอเห็น ‘เงาขาว’ อีกเงาหนึ่งยืนอยู่ข้าง อาน ในกระจก เงาขาวนั้นไม่มีใบหน้า มันเป็นแค่รูปร่างที่จางๆ แต่ดวงตาของมัน… ลินไม่เห็นดวงตา แต่มันคือความรู้สึกที่ถูกจ้องมองจากความมืดมิด

ลินกระพริบตา และเงาขาวนั้นก็หายไป อานยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง เขามอง ลิน ด้วยความสงสัย “เป็นอะไรไป ลิน”

“เปล่าค่ะ… แค่มืดไปหน่อย” ลินพูดแล้วรีบดึง อาน กลับไปที่ห้องนอน เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองกลับไปที่กระจกอีกครั้ง

วันต่อมา ลินพยายามจะทำลายขวดน้ำมันพรายที่ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า เธอหยิบมันออกมาอย่างสั่นเทา เธอต้องการโยนมันลงแม่น้ำ หรือฝังมันไว้ในป่าให้พ้นไปจากชีวิตของเธอ แต่ทันทีที่เธอจับขวดนั้น ความคิดของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเข้าปกคลุมตัวเธอ ความคิดที่ว่า ‘ถ้าทำลายมันไป ฉันก็จะสูญเสียเขาไปอีกครั้ง’ มันแข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอจะต่อต้านได้

เธอตัดสินใจเก็บมันไว้ เธอให้เหตุผลกับตัวเองว่ามันคือ ‘หลักประกัน’ ในความสัมพันธ์ของพวกเขา

ความหลงใหลของ อาน เริ่มส่งผลกระทบต่อธุรกิจของ ลิน เขาปฏิเสธที่จะให้ ลิน ออกไปจัดการเรื่องดอกไม้ที่ตลาด เขาบอกให้เธอสั่งทุกอย่างทางโทรศัพท์ และเขาก็จะอยู่บ้านกับเธอตลอดเวลา

“ผมดูแลคุณได้ ลิน คุณไม่ต้องไปไหนเลย” เขายึดโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์ของ ลิน และบอกว่าเขาจะจัดการเรื่องการเงินทั้งหมดให้เอง ลินรู้สึกเหมือนเธอถูกขังอยู่ในกรงทองที่มี อาน เป็นผู้คุม

ในคืนที่สี่หลังจากพิธีเสร็จสิ้น ลินพบว่าตัวเองหายใจไม่ออกในความมืด อานกำลังกอดเธอจากด้านหลัง แต่มันไม่ใช่การกอดแบบคนรัก มันเป็นการกอดที่พันธนาการไว้ ลินพยายามจะขยับตัว แต่ก็ทำไม่ได้ “อาน… ฉันหายใจไม่ออก”

อานไม่ตอบ เขายังคงหายใจสม่ำเสมอ แต่แรงกอดนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ลินรู้สึกเหมือนซี่โครงของเธอกำลังจะหัก เธอเริ่มดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง

“อาน… ปล่อยฉัน… ปล่อย!” ลินกรีดร้องในใจ แต่เสียงที่ออกมามีเพียงเสียงกระซิบที่แผ่วเบา อานปล่อยเธอทันทีที่ ลิน ร้องไห้

อานลุกขึ้นนั่งแล้วเปิดไฟ เขาดูสับสนและตื่นตระหนก “ลิน… คุณเป็นอะไรไป ผมขอโทษ ผมไม่รู้ว่าผมทำอะไรลงไป”

ลินมองเขาด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง “คุณเกือบจะฆ่าฉันแล้ว อาน คุณกอดฉันแน่นเกินไป”

อานดึง ลิน เข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง คราวนี้อ่อนโยนกว่า แต่ ลิน รับรู้ได้ถึงความสั่นสะเทือนที่อยู่ภายในร่างกายของเขา “ผมกลัว ลิน ผมกลัวการอยู่คนเดียว ผมกลัวการสูญเสียคุณ” คำพูดของเขาดูจริงใจมากจน ลิน เกือบจะเชื่อว่าทั้งหมดเป็นแค่ความเครียดของเขา แต่ภายในใจของเธอรู้ว่ามันไม่ใช่

ลินเริ่มคิดถึง ครูแม่ เธอต้องการที่จะโทรหาหญิงชราคนนั้นเพื่อขอความช่วยเหลือ เธอต้องรู้ว่าจะทำลายน้ำมันพรายได้อย่างไร แต่โทรศัพท์ของเธออยู่ที่ อาน และเขาไม่เคยปล่อยให้มันห่างจากตัวเขาเลย

ในวันถัดมา ขณะที่ อาน กำลังเข้าห้องน้ำ ลินรู้ว่านี่คือโอกาสเดียวของเธอ เธอรีบวิ่งไปที่โต๊ะข้างเตียง หยิบโทรศัพท์ของ อาน เธอค้นหาเบอร์ของ ครูแม่ ที่เธอเคยโทรไปก่อนหน้านี้ แต่เบอร์นั้นถูกลบไปแล้ว ลินค้นหาในบันทึกการโทรทั้งหมด ไม่มีร่องรอยของการสนทนากับใครในพิษณุโลกเลย

ลินรู้สึกว่าตัวเธอเย็นวาบลงไปถึงกระดูก เธอไม่ได้ลบมันไปอย่างแน่นอน ใครบางคนลบมันไปแล้ว และคนที่ลบมันก็กำลังอยู่ในห้องน้ำขณะนี้

เมื่อ อาน เดินออกมาจากห้องน้ำ เขาเห็น ลิน ยืนอยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าซีดเผือด เขายิ้มอย่างอ่อนโยน แต่ดวงตาของเขาว่างเปล่า “กำลังมองหาอะไรอยู่ ลิน ที่รัก” เขาเดินเข้ามาหาเธอ แล้วดึงมือถือจากมือเธออย่างช้าๆ “คุณไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรเลย ผมจะดูแลทุกอย่าง”

ลินเข้าใจทันทีว่าเธอถูกขังแล้ว และผู้คุมของเธอก็คือสามีที่กำลังถูกสิงสู่ของเธอเอง


ห้าวันหลังจากพิธีเสร็จสิ้น ห้องชุดของ ลิน และ อาน ได้กลายเป็นคุกที่มีชีวิตชีวา อาน ติดตาม ลิน ไปทุกที่ เขาไม่เคยออกไปไหน และไม่ยอมให้ ลิน ออกไปไหนเช่นกัน ร้านดอกไม้ออนไลน์ของ ลิน เริ่มได้รับผลกระทบ เธอไม่สามารถจัดส่งดอกไม้ได้ทันเวลา ลูกค้าเริ่มบ่นและยกเลิกคำสั่งซื้อ

ลิน พยายามใช้เหตุผลกับ อาน “ถ้าเราไม่ทำงาน เราจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าห้องและค่าใช้จ่ายอื่นๆ คะ อาน”

อาน ยิ้มอย่างเมินเฉย “เงินไม่มีความหมายหรอก ลิน ความรักของเรามีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด ผมขายของบางอย่างไปแล้ว เรามีเงินพอใช้ไปอีกนานแสนนาน”

ลิน ตกใจ เธอรู้ว่า อาน ไม่ได้แค่ขายหุ้น เขาเริ่มขายของมีค่าในบ้าน เครื่องประดับของ ลิน ถูกนำออกไปโดยที่เธอไม่รู้ตัว นาฬิกาหรูของ อาน ก็หายไปเช่นกัน ทุกอย่างที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ถูกกำจัดออกไปอย่างเงียบๆ

ความสัมพันธ์ของพวกเขากลายเป็นเกมจิตวิทยาที่น่ากลัว อาน ทำให้ ลิน รู้สึกรักและอบอุ่นในขณะเดียวกันก็ทำให้เธอหวาดกลัวจนตัวสั่น ลินไม่สามารถระบุได้ว่าเธอรู้สึกกับ อาน อย่างไรกันแน่ ความรักของเขานั้นรุนแรงและร้อนแรงมากจนเกือบจะเผาผลาญเธอให้เป็นเถ้าถ่าน

คืนนั้น อาน เริ่มแสดงพฤติกรรมที่รุนแรงขึ้น ขณะที่ ลิน กำลังแปรงฟันอยู่ในห้องน้ำ เธอได้ยินเสียง อาน อยู่ด้านหลัง เมื่อเธอมองไปยังกระจก เธอก็เห็น อาน ยืนอยู่ เขาไม่ได้มองมาที่เธอ แต่เขากำลังจ้องมองที่เงาสะท้อนของเธอในกระจก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหิวโหยที่แปลกประหลาด

“ลิน… คุณสวยมาก” เขาพูดเสียงเบา แต่เสียงนั้นเย็นเยือกจน ลิน รู้สึกได้ถึงความสั่นสะเทือนในอากาศ

ลินหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา “คุณทำฉันตกใจค่ะ อาน”

“ขอโทษ” เขากล่าว แต่ไม่มีความสำนึกผิดในน้ำเสียงของเขา “ผมแค่อยากมองคุณ ผมไม่สามารถมองคุณได้นานพอ ผมต้องการคุณ… ทั้งหมด” เขาเอื้อมมือมาจับที่ไหล่ของ ลิน และบีบมันแน่นมาก

วันต่อมา ลินพยายามจะสร้างความเชื่อมั่นใจตัวเองกลับมา เธอพยายามที่จะติดต่อเพื่อนเก่าๆ ของ อาน ผ่านทางอีเมลที่ซ่อนอยู่ในคอมพิวเตอร์เก่าของเธอ ลินส่งข้อความสั้นๆ ไปหาเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเขาว่า “ฉันต้องการความช่วยเหลือ อานมีปัญหา”

แต่ไม่ถึงชั่วโมง อาน ก็เดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขานั่งลงข้างๆ ลิน และกอดเธอแน่น “คุณกำลังทำอะไรอยู่คะ ลิน ที่รัก”

ลินรู้สึกถึงความร้อนผ่าวบนแก้ม เธอพยายามปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่ อาน เร็วกว่า เขาเลื่อนมือไปที่เมาส์และเปิดหน้าจออีเมลนั้นขึ้นมา ข้อความที่เธอส่งไปถูกลบไปแล้ว แต่มีอีเมลฉบับใหม่ถูกส่งกลับมาถึงเพื่อนของเขาโดยใช้บัญชีของเธอเอง

อีเมลนั้นเขียนเป็นภาษาทางการและเย็นชา: “เรื่องของฉันกับ อาน ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันต้องการพื้นที่ เรากำลังมีความสุขมาก ลืมเรื่องที่ฉันเคยพูดถึงไปได้เลย”

ลินเงยหน้ามอง อาน ด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง “คุณทำได้อย่างไรคะ”

อานยิ้มอย่างอ่อนโยนราวกับว่าเขาเป็นสามีที่รักภรรยามากที่สุดในโลก “ผมรู้วิธีทำให้คุณมีความสุข ลิน คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการติดต่อกับโลกภายนอก ผมคือโลกทั้งหมดของคุณ”

ลินรู้ว่าพรายในตัว อาน ไม่ใช่แค่พลังงาน แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา มันสามารถเข้าถึงความคิดของเธอได้ มันรู้ทุกอย่างที่เธอทำ

ในช่วงเย็นนั้น ลินตัดสินใจว่าเธอต้องกำจัดน้ำมันพรายที่เหลืออยู่ให้ได้ เธอคิดว่าถ้ามันถูกทำลาย พลังของการผูกมัดจะลดลง

เธอแอบเข้าไปในตู้เสื้อผ้าอย่างเงียบๆ หัวใจเต้นแรง เธอเปิดกล่องเหล็กและหยิบขวดน้ำมันพรายออกมา มันเหลือเพียงแค่หยดสุดท้ายที่ติดอยู่ก้นขวดเท่านั้น ลินตัดสินใจที่จะทิ้งมันลงชักโครก แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเปิดขวด ฝาขวดกลับแข็งจนเกินกว่าที่เธอจะเปิดได้

อานปรากฏตัวขึ้นที่ประตูห้องนอน “คุณจะทำอะไรคะ ลิน” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงตาของเขาดูว่างเปล่าและไม่มีชีวิตชีวา

ลินซ่อนขวดไว้ด้านหลัง “ฉันกำลังหาถุงเท้าค่ะ”

อานเดินเข้าหาเธออย่างช้าๆ เขาไม่ได้แสดงท่าทีคุกคาม แต่บรรยากาศโดยรอบกลับหนักอึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ “คุณไม่จำเป็นต้องโกหกผม ลิน ผมรู้ว่าคุณกำลังทำอะไร คุณกำลังพยายามทำลาย เรา

ลินเริ่มวิ่ง เธอวิ่งไปที่ประตูห้อง เธอต้องการออกไปจากที่นี่ แต่ อาน เร็วกว่ามาก เขาคว้าเธอไว้ที่เอวและเหวี่ยงเธอไปที่เตียง ขวดน้ำมันพรายกระเด็นออกจากมือของเธอไปทันที และไปกระทบกับโต๊ะข้างเตียง

ฉากพลิกผัน :

ขวดแก้วไม่แตก แต่ฝาขวดที่ปิดแน่นมาตลอดกลับเปิดออกโดยแรงกระแทกนั้น น้ำมันพรายหยดสุดท้ายกระเด็นออกมา มันไม่มากนัก มีเพียงละอองเล็กๆ ที่พุ่งไปกระทบกับผิวหนังที่ข้อศอกด้านในของ ลิน มันเป็นเพียงการสัมผัสเพียงเล็กน้อย แต่ความรู้สึกนั้นรุนแรงจนน่าตกใจ

ทันทีที่ละอองน้ำมันพรายสัมผัสผิว ลินก็รู้สึกเหมือนมีคลื่นความเย็นที่มองไม่เห็นพุ่งเข้าสู่เส้นเลือดของเธอ มันไม่ใช่แค่ความเย็น แต่มันคือการยอมรับ การเชื้อเชิญ และความปรารถนาอันรุนแรงต่อ อาน ความรู้สึกรัก อาน อย่างบ้าคลั่งผุดขึ้นมาในใจของเธอทันที ความคิดที่จะทำลายเขากลับกลายเป็นเรื่องไร้สาระ ลินรู้สึกถึงความโล่งใจที่จู่โจมเธออย่างรุนแรง ความรักของ อาน ถูกต้องแล้ว เธอไม่ควรต่อต้านมันเลย

ลินมองไปที่ อาน ที่กำลังยืนอยู่ข้างเตียง ตอนนี้เธอเห็นเขาด้วยสายตาที่แตกต่างไปจากเดิม ความสงสัยและความกลัวทั้งหมดหายไปหมดสิ้น เธอเห็นเพียงชายที่รักเธอมากที่สุดในโลก และเธอก็รักเขามากที่สุดเช่นกัน

“อาน…” ลินพึมพำด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน เธอคลานเข้าไปหาเขาบนเตียง

อานมองดูการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในดวงตาของ ลิน เขาไม่ได้ยิ้มด้วยความรัก แต่เขายิ้มด้วยชัยชนะ ดวงตาของเขาทั้งมืดมิดและส่องประกายในเวลาเดียวกัน เขาเดินเข้ามาใกล้ ลิน และลูบผมของเธออย่างอ่อนโยน

“ผมรู้ว่าคุณจะเข้าใจ ลิน ที่รัก” เขาพูด “เราสองคนตอนนี้ถูกผูกมัดด้วยกันแล้ว และมันก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ คุณคือส่วนหนึ่งของผม และผมก็คือส่วนหนึ่งของ… เรา

แต่ในขณะที่ความรักและความปรารถนาอันรุนแรงท่วมท้นจิตใจของ ลิน เธอก็ยังคงมีความคิดที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงอยู่ในส่วนลึกของจิตใต้สำนึก ‘เธอเป็นแค่ผู้ถูกผูกมัด… ไม่ใช่ผู้ควบคุม’ และความคิดนั้นทำให้ ลิน หวาดกลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก เธอรู้ว่าการสัมผัสเพียงเล็กน้อยนี้ทำให้เธอไม่สามารถเป็นกลางได้อีกต่อไปแล้ว เธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมที่น่ากลัวนี้ไปแล้ว

ลินสวมกอด อาน อย่างแน่นหนา เธอจมดิ่งลงไปในความหลงใหลที่ผิดปกติ แต่ภายในจิตใจ ลิน ยังคงกรีดร้องอย่างเงียบๆ ความกลัวที่ว่าเธอได้มอบตัวเองให้กับ พราย ไปแล้วโดยที่เธอไม่รู้ตัว


การสัมผัสเพียงเล็กน้อยกับน้ำมันพรายได้เปลี่ยน ลิน ไปอย่างสิ้นเชิง ความรักต่อ อาน กลับมาท่วมท้นในใจของเธอ แต่ไม่ใช่ความรักแบบภรรยาที่รักสามี แต่เป็นความคลั่งไคล้ที่พุ่งตรงมาจากการถูกผูกมัดทางจิตวิญญาณ ลินไม่ได้ต่อต้าน อาน อีกต่อไปแล้ว เธอยอมจำนนต่อการควบคุมของเขาด้วยความเต็มใจและมีความสุขอย่างน่ากลัว

“คุณคือทุกสิ่งทุกอย่างของผม ลิน” อาน จะพูดเสมอขณะที่เขาลูบผมของเธอ ลินตอบกลับด้วยความหลงใหลอย่างรุนแรง “และคุณก็คือโลกทั้งใบของฉัน อาน ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว”

แต่ภายใต้ความหลงใหลที่ถูกสร้างขึ้นนี้ จิตใต้สำนึกของ ลิน ยังคงกรีดร้องอย่างเงียบๆ เธอเริ่มมีอาการแปลกๆ เช่น อาเจียนออกมาเป็นดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาในอ่างล้างหน้า หรือเห็นสีหน้าของตัวเองบิดเบี้ยวเป็นใบหน้าของหญิงชราในกระจกเป็นเวลาเสี้ยววินาที

ลินรู้ว่า พราย ไม่ได้แค่ผูกมัด อาน กับเธอเท่านั้น แต่มันยังผูกมัดเธอเข้ากับ พราย ด้วย

การควบคุมของ อาน นั้นสมบูรณ์แบบมากจนถึงขีดสุด เขาไม่ยอมให้ ลิน หลับ อานจะตื่นอยู่ตลอดทั้งคืน จ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มที่ชวนขนลุก “คุณกำลังฝันถึงอะไรอยู่ ลิน ฝันถึงคนอื่นใช่ไหม” เขาจะถามด้วยเสียงกระซิบที่เย็นยะเยือก

“ไม่ค่ะ อาน ฉันฝันถึงแค่คุณเท่านั้น” ลินจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ถูกโปรแกรมไว้

ในวันที่เก้าหลังพิธีเสร็จสิ้น ลินพบว่าตัวเองไม่สามารถจำได้ว่าเธอทำอะไรลงไปเมื่อวานนี้ อานบอกเธอว่าพวกเขาได้ดูหนังด้วยกัน แต่ ลิน กลับจำไม่ได้แม้แต่ชื่อเรื่อง ความทรงจำของเธอเริ่มพร่าเลือน ความเป็นตัวตนของเธอกำลังถูกกัดกร่อนไปอย่างช้าๆ

การเผชิญหน้ากับเงาขาว (The Prey Manifestation):

ช่วงเย็นของวันนั้น ลินกำลังจัดดอกไม้ที่เหลืออยู่บนโต๊ะอาหาร อาน นั่งอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหาร เขากำลังมองไปที่กระจกเงาบานใหญ่ที่ ลิน เคยเห็นเงาขาวครั้งแรก

จู่ๆ อาน ก็เริ่มพูดคุย เสียงของเขาเป็นปกติ แต่เนื้อหาที่เขาพูดนั้นทำให้ ลิน หัวใจหยุดเต้น

“แกคิดว่าไง” อาน ถามไปยังกระจก “เธอเป็นคนดีใช่ไหม เธอรักฉันมาก”

ลินหยุดมือ เธอหันไปมอง อาน ด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง “คุณกำลังคุยกับใครคะ อาน”

อานไม่ได้หันกลับมา “คุยกับแขกของเราไง ลิน แขกที่ทำให้ความรักของเราสมบูรณ์แบบ”

“ไม่มีใครอยู่ที่นั่นนะคะ” ลินพูดเสียงสั่น

อานหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่ใช่ของเขา “มีสิ… แกไม่เห็นเหรอ ลิน”

ลินมองไปที่กระจก เธอเห็นเงาสะท้อนของ อาน ยืนอยู่ แต่คราวนี้ ลินเห็นสิ่งที่อยู่ข้างๆ เขาอย่างชัดเจน มันคือ เงาขาว ที่มีรูปร่างคล้ายผู้หญิง ผมยาวสีดำยุ่งเหยิง ใบหน้าของมันเป็นแค่ความพร่ามัว แต่ ลิน สัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นและความเจ็บปวดที่แผ่ออกมาจากมัน

เงาขาวนั้นไม่ได้มองไปที่ อาน แต่มันกำลังมองตรงมาที่ ลิน ในกระจก และมันยิ้ม การยิ้มของมันทำให้เลือดในตัวของ ลิน หยุดไหล

อานเอื้อมมือไปแตะที่ไหล่ของเงาขาวในกระจก “เขาบอกว่าคุณสวย ลิน แต่คุณต้อง ‘แบ่งปัน’ ที่ของคุณให้เขาบ้าง”

ลินกรีดร้อง เธอพยายามวิ่งหนี แต่ความรักที่ถูกผูกมัดในตัวเธอทำให้ขาของเธอแข็งทื่อ เธอไม่สามารถทิ้ง อาน ได้ เธอไม่สามารถทำร้ายคนที่รักเธอมากขนาดนี้ได้

“แบ่งปันอะไรคะ อาน” ลินถามด้วยความกลัวจนแทบจะหมดสติ

อานหันกลับมาหา ลิน คราวนี้ดวงตาของเขากลับมาเป็นปกติ แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเขานั้นน่ากลัวยิ่งกว่าดวงตาที่ว่างเปล่า “แบ่งปันร่างกายของคุณให้เขาอยู่ไง ลิน เขาเหนื่อยมากแล้ว เขาต้องการพักผ่อน”

“ไม่… ไม่นะคะ” ลินพยายามปฏิเสธ แต่เสียงของเธออ่อนแอมาก

อานเดินเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ “คุณเป็นคนเชิญเขามา ลิน คุณใช้เขาเพื่อเอาผมกลับมา ตอนนี้เป็นหน้าที่ของคุณที่จะตอบแทนเขา”

เขาจับมือของ ลิน แล้วลากเธอไปที่กระจก “ดูสิ ลิน ดูในกระจกสิ คุณจะเห็นว่าคุณกับเขาสมบูรณ์แบบแค่ไหน”

ลินถูกบังคับให้มองเข้าไปในกระจก เธอเห็นเงาของตัวเอง… แต่เงาของเธอเริ่มจางลง เงาขาวกำลังซ้อนทับเงาของเธอ มันพยายามที่จะสวมเสื้อผ้าของเธอ มันพยายามที่จะเป็น ลิน

“อย่า… อย่าทำแบบนั้นกับฉัน” ลินร้องไห้

อานใช้มืออีกข้างบีบใบหน้าของ ลิน ให้หันไปทางเขา “คุณเป็นคนเริ่มเกมนี้ ลิน และผม… และเขา… จะเป็นคนจบมัน”

อานเริ่มพูดกับเงาขาวด้วยภาษาแปลกๆ อีกครั้ง แล้วเขาหันไปที่ ลิน ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสยองขวัญ

“เขาบอกว่า… คุณต้องออกไป


คำพูดที่ว่า “คุณต้องออกไป” กลายเป็นเสียงดังก้องในโสตประสาทของ ลิน เธอรู้ทันทีว่าการเจรจาต่อรองสิ้นสุดลงแล้ว พรายไม่ได้ต้องการความรักของ อาน แต่มันต้องการ ที่อยู่ ของ ลิน เพื่อที่จะได้ดำรงอยู่ในโลกนี้ได้อย่างสมบูรณ์

อานยิ้มอย่างเย็นชา ดวงตาของเขากลับมาว่างเปล่าอีกครั้ง “ได้เวลาพักผ่อนแล้ว ลิน” เขาจับแขนของ ลิน และลากเธอไปยังห้องเก็บของเล็กๆ ที่มืดมิดและไร้หน้าต่าง ซึ่งเดิมทีใช้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด

ลินดิ้นรนอย่างรุนแรง พยายามปลดปล่อยตัวเองจากการจับกุมของเขา แต่ความแข็งแกร่งของ อาน นั้นเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด “ปล่อยฉันนะ อาน! คุณไม่ใช่ อาน! คุณมันปีศาจ!” ลินกรีดร้อง

“ผมคือความรักของคุณ ลิน” อานตอบอย่างแผ่วเบา แต่เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับมาจากใต้ดิน

เขาผลัก ลิน เข้าไปในห้องเก็บของอย่างแรง ลินล้มลงบนพื้นไม้ที่เต็มไปด้วยฝุ่นและกลิ่นอับชื้น ก่อนที่เธอจะลุกขึ้น อานก็ปิดประตูและล็อคจากด้านนอก เสียง ‘แกร๊ก’ ของลูกกุญแจเป็นเหมือนเสียงระฆังสุดท้ายที่ประกาศความสิ้นหวังของเธอ

ลินคลานไปที่ประตูและทุบมันอย่างบ้าคลั่ง “เปิด! เปิดประตูนะ อาน! ฉันคือภรรยาของคุณ!”

ความเงียบที่ตอบกลับมานั้นเลวร้ายยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ผ่านไปครู่หนึ่ง ลินได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินจากไปอย่างช้าๆ แล้วเสียงนั้นก็หายไปในความเงียบของห้องชุด

ลินติดอยู่ในความมืดสนิท เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมแปลกๆ ของดอกไม้แห้งผสมกับกลิ่นคาวของความตายในอากาศ ห้องเก็บของนี้เป็นที่ที่ความหวังสุดท้ายของเธอจะถูกฝังไว้

เธอใช้เวลาหลายชั่วโมงในการร้องไห้และทุบประตู แต่ไม่มีประโยชน์ อานและ พราย อยู่ที่นั่น พวกเขาไม่สนใจเสียงของเธอเลย

ในช่วงที่เงียบสงบ ลินเริ่มคิดอย่างมีเหตุผล เธอต้องหาทางออก เธอสำรวจห้องเก็บของด้วยการคลำหา เธอพบเพียงขวดน้ำยาทำความสะอาดเก่าๆ และไม้กวาดที่หักๆ แต่สิ่งที่เธอพบภายใต้กองผ้าขี้ริ้วเก่าๆ คือ โทรศัพท์มือถือเก่า ของเธอเอง มันเป็นโทรศัพท์ที่เธอเลิกใช้ไปนานแล้ว และ อาน ก็คงลืมมันไปแล้ว

โทรศัพท์ยังมีแบตเตอรี่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ลินเปิดมันอย่างรวดเร็ว เธอพยายามโทรหาตำรวจ แต่แล้วเธอก็หยุด ความคิดของ พราย ที่เธอได้รับจากการสัมผัสเมื่อเร็วๆ นี้ผุดขึ้นมาในใจของเธอ: ตำรวจไม่สามารถช่วยได้ พวกเขาไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ คุณต่างหากที่เป็นคนผิด

ลินรู้ว่าเธอไม่สามารถอธิบายเรื่องน้ำมันพรายให้ใครฟังได้ เธอจะถูกมองว่าเป็นคนบ้า และ อาน ก็จะดูเหมือนสามีที่ถูกภรรยาป่วยทางจิตกลั่นแกล้ง

เธอตัดสินใจโทรหาคนเดียวที่อาจจะเข้าใจเรื่องนี้: ครูแม่

เธอพยายามอย่างหนักที่จะจำเบอร์โทรศัพท์ของ ครูแม่ ซึ่งถูกลบไปแล้ว เธอจำได้แค่ตัวเลขบางส่วนเท่านั้น ลินกดเบอร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยมือที่สั่นเทา และในที่สุด สายก็ติด… “สวัสดี…” เสียงแหบแห้งของ ครูแม่ ดังขึ้น

“ครูแม่! ฉัน ลิน ค่ะ! ช่วยฉันด้วย อาน… อานถูกครอบงำแล้ว ฉันโดนขังอยู่! และมัน… มันต้องการที่อยู่ของฉัน!” ลินพูดด้วยความเร็วและความหวาดกลัว

ครูแม่ ฟังอย่างใจเย็น “ฉันเตือนเธอแล้ว ลิน พรายไม่เคยพอ มันไม่ใช่ผีที่หิวความรัก แต่มันเป็นวิญญาณที่หิวร่างกาย ตอนนี้เธอสัมผัสกับมันแล้ว มันกำลังดึงเธอเข้าไปในพันธสัญญา”

“แล้วฉันต้องทำอย่างไรคะ! ฉันจะทำลายมันได้อย่างไร!”

“วิธีเดียวที่จะทำลายมันได้คือทำลายแหล่งพลังงานหลักของมัน… ไม่ใช่แค่ขวดน้ำมันพราย” ครูแม่หยุดครู่หนึ่ง เสียงของเธอเคร่งเครียดกว่าเดิม “พราย ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ อาน และส่วนหนึ่งของหมอนใบนั้นไปแล้ว เธอต้องทำลายสิ่งที่ผูกมัดทั้งสามสิ่งเข้าด้วยกันในที่ที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์มากพอ”

“วัด… วัดพระศรีรัตนมหาธาตุใช่ไหมคะ”

“ใช่ ลิน แต่เธอไม่มีเวลาแล้ว มันกำลังจะยึดร่างเธออย่างสมบูรณ์” ครูแม่กล่าวเตือน “จงหนีออกมา ลิน หนีไปยังที่ที่แสงสว่างเข้าถึง และจำไว้ว่า… การทำลาย พราย ในร่างของ อาน อาจต้องใช้การ เสียสละ ที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เธอคิด”

ในขณะที่ ครูแม่ กำลังพูด โทรศัพท์ก็ดับลง แบตเตอรี่หมดแล้ว ลินหมดหวัง แต่คำพูดของ ครูแม่ ทำให้เธอมีความมุ่งมั่นใหม่ เธอรู้ว่าเธอต้องหนี

ลินเริ่มคลำหาอุปกรณ์ที่จะช่วยเธอได้ เธอพบไม้กวาดเก่าๆ ที่มีด้ามจับเป็นโลหะที่แข็งแรงพอสมควร เธอใช้ปลายไม้กวาดนั้นงัดที่ขอบประตูอย่างบ้าคลั่ง แม้ว่ามือของเธอจะเจ็บปวดและเลือดออก แต่เธอก็ไม่หยุด

หลังจากพยายามอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง เสียง ‘แครก’ ก็ดังขึ้น ประตูไม้เก่าๆ เริ่มงอเล็กน้อย ลินพยายามงัดมันอีกครั้ง และในที่สุดเธอก็ได้ยินเสียงกลไกของลูกกุญแจที่หลุดออกมาจากกรอบประตู

ลินผลักประตูออกอย่างแรง เธอวิ่งออกมาจากห้องเก็บของ เธอไม่ได้มองย้อนกลับไป เธอวิ่งผ่านห้องครัวและห้องนั่งเล่น

แต่เมื่อเธอวิ่งผ่านห้องรับประทานอาหาร เธอก็หยุดชะงัก เธอเห็น อาน ยืนอยู่กลางห้อง เขาไม่ได้ยิ้ม แต่เขากำลังถือ มีดทำครัว ที่เงาขาวกำลังสะท้อนอยู่บนผิวเหล็กนั้น

อานเงยหน้ามอง ลิน ดวงตาของเขามืดสนิท และเสียงที่ออกมาจากปากของเขาคือเสียงที่ ลิน เคยได้ยินจาก พราย “จะไปไหน ลิน? ผมอนุญาตให้คุณออกไปจาก ที่ ของคุณเหรอ”

ความกลัวสุดขีดทำให้ ลิน มีกำลังใจในการวิ่งหนี เธอไม่ได้ตอบ เธอวิ่งตรงไปยังประตูทางออกหลักของห้องชุด แต่ อาน เร็วกว่ามาก เขาวิ่งเข้ามาขวางทางเธอไว้

“คุณทำให้ผมมีความสุข แล้วคุณก็จะทำให้เขา (พราย) มีความสุขด้วยการยอมให้เขาเข้ามา ลิน” อานพูด แล้วยกมีดขึ้น

ความรู้สึกสุดขีด ณ จุดจบของ Hồi 2: ลินมองเห็นเงาขาวที่อยู่ข้าง อาน เงาขาวนั้นยิ้มให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่เหมือนการเยาะเย้ย และ ลิน รู้สึกว่าร่างกายของเธอเริ่มรู้สึกชา เธอรู้สึกว่า พราย กำลังพยายามดึงวิญญาณของเธอออกจากร่างจากระยะไกล

ลินรู้ว่าเธอไม่สามารถเอาชนะความแข็งแกร่งของ อาน ได้ สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือการเบี่ยงเบนความสนใจ

เธอตะโกนใส่ อาน ด้วยเสียงที่รวบรวมความกล้าสุดท้ายทั้งหมดของเธอ “คุณมันอ่อนแอ อาน! คุณยอมให้ผีเข้ามาในร่างกายของคุณ! คุณไม่เคยรักฉันเลย!”

คำพูดนั้นแทงเข้ากลางใจของ อาน (หรือ พราย) อานหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่าง พราย และจิตวิญญาณที่ถูกผูกมัดของ อาน

ลินใช้โอกาสนั้น เธอผลัก อาน ไปด้านข้างอย่างแรง แล้ววิ่งหนีออกจากห้องชุดไปอย่างไม่คิดชีวิต เธอทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง ทั้งความรัก ความสิ้นหวัง และชีวิตที่ถูกผูกมัด


การหลบหนีของ ลิน เป็นการหนีที่ไร้ทิศทาง เธอขับรถด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้ากลับไปยังจังหวัดพิษณุโลก เธอทิ้งโทรศัพท์มือถือที่แบตเตอรี่หมดไว้ในรถ เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองกระจกมองหลัง เพราะกลัวว่าจะเห็นเงาของ อาน ตามมา

จิตใจของ ลิน ถูกฉีกออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งคือความกลัวและความสับสน ส่วนที่เหลือคือความรักที่ถูกสร้างขึ้นโดย น้ำมันพราย มันยังคงกระซิบในหัวเธอว่า กลับไปหาเขา เขาต้องการคุณ คุณต้องดูแลเขา

ลินต้องต่อสู้กับความรู้สึกที่ขัดแย้งกันนี้ทุกวินาที เธอรู้ว่าความรักนี้ไม่ใช่ของเธอ แต่มันมาจากวิญญาณอื่นที่พยายามจะควบคุมเธอผ่านทาง อาน และตอนนี้ก็กำลังควบคุมเธอด้วย

เธอมาถึงบ้านไม้เก่าของ ครูแม่ ใกล้กับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุในช่วงบ่ายแก่ๆ บ้านหลังนี้ยังคงเงียบสงบและหนักอึ้งด้วยพลังงานที่อธิบายไม่ได้ ลินทุบประตูอย่างแรงด้วยความสิ้นหวัง

ประตูเปิดออกอย่างช้าๆ ครูแม่ ยังคงดูสงบเช่นเคย ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นบนโลกนี้ “ฉันรู้ว่าเธอจะกลับมา ลิน”

ลินทรุดตัวลงบนพื้นไม้ทันที น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอเล่าทุกอย่างให้ ครูแม่ ฟัง ตั้งแต่เรื่องที่ อาน เริ่มพูดคุยกับเงาขาว เรื่องที่ พราย ต้องการร่างของเธอ ไปจนถึงการหลบหนีที่น่ากลัวของเธอ

ครูแม่ ฟังอย่างตั้งใจโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ เมื่อ ลิน เล่าจบ ครูแม่ ก็ถอนหายใจยาวๆ “ฉันบอกเธอแล้ว ลิน น้ำมันพรายที่มาจากความอาฆาต มันไม่ต้องการเพียงแค่คนรัก แต่ต้องการ ชีวิต

“มันต้องการฉันจริงๆ ใช่ไหมคะ ครูแม่” ลินถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ใช่ ลิน… เธอเป็นคนที่มีความปรารถนาแรงกล้าที่สุดในตอนนั้น ความสิ้นหวังของเธอเปิดช่องทางให้มันเข้ามาได้ง่ายดายกว่า อาน เสียอีก อาน เป็นแค่ภาชนะที่ใช้ดึงดูดความรักที่ผิดปกติให้กลับมาหาเธอ แต่เมื่อมันทำสำเร็จแล้ว มันก็จะต้องการภาชนะที่เหมาะสมที่สุด และนั่นคือ เธอ

ครูแม่หยิบขวดน้ำมันพรายที่ ลิน วางทิ้งไว้บนโต๊ะ เธอถือมันด้วยผ้าหนาๆ “ขวดนี้ว่างเปล่าแล้ว แต่พลังงานของมันได้ถูกปลดปล่อยไปทั้งหมด และได้ผูกมัดเธอทั้งสองคนเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์”

“แล้วฉันจะทำอย่างไรคะ” ลินมอง ครูแม่ ด้วยสายตาที่อ้อนวอน “ฉันจะทำลายมันได้อย่างไร”

“วิธีเดียวคือต้องใช้ กฎแห่งการแลกเปลี่ยน” ครูแม่ตอบอย่างเคร่งเครียด “พราย มันเป็นวิญญาณที่ถูกกักขังและทรมาน มันต้องการเพียงการปลดปล่อยและความเป็นอิสระ เธอต้องมอบสิ่งที่มันต้องการให้มันอย่างเต็มใจ แต่มันไม่ใช่ร่างกายของเธอ”

ครูแม่พา ลิน ไปที่หลังบ้าน ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่และมีศาลเพียงตาเล็กๆ ตั้งอยู่ “พราย ถูกผูกมัดด้วยวัตถุสามอย่าง คือ ภาชนะ (ขวด), ผู้ถูกผูกมัด (อาน), และ ผู้ผูกมัด (หมอน) ถ้าเธอทำลายทั้งสามสิ่งนี้ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่พลังงานมันไม่สามารถต่อต้านได้ มันจะสลายไป”

“แต่ฉันทำลาย อาน ไม่ได้นะคะ!” ลินร้องออกมาด้วยความตกใจ “เขาคือสามีของฉัน แม้ว่าเขาจะถูกครอบงำ แต่ฉัน… ฉันยังรักเขา”

ครูแม่ส่ายหน้า “เธอเข้าใจผิด ลิน การทำลายภาชนะไม่ได้แปลว่าต้องฆ่า อาน แต่มันหมายถึงการทำให้ พราย ออกจากร่างของเขาอย่างสมบูรณ์”

ครูแม่ชี้ไปที่ศาลเพียงตานั้น “ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ มีเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ เธอต้องนำหมอนใบนั้นไปเผาพร้อมกับขวดน้ำมันพรายที่ว่างเปล่าใต้เจดีย์ในเวลาเที่ยงคืน จากนั้น เธอต้องทำพิธี ชำระล้าง ร่างกายของ อาน ด้วยน้ำมนต์”

“แล้วหมอน… หมอนอยู่ที่ไหนคะ” ลินถาม

“ฉันเชื่อว่า อาน จะไม่ทิ้งสิ่งที่เชื่อมโยงเขาไว้กับเธอหรอก” ครูแม่ ยื่นถุงผ้าสีขาวให้ ลิน “นี่คือน้ำมนต์ที่ทำจากใบไม้ศักดิ์สิทธิ์ มันจะช่วยให้เธอชำระล้าง อาน ได้ แต่เธอต้องระวัง… พราย จะรู้ว่าเธอมาที่นี่ และมันกำลังตามรอยเธออยู่”

ลินรับถุงน้ำมนต์และขวดเปล่ามาด้วยมือที่สั่นเทา เธอรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่หนักอึ้ง พลังที่เธอปลดปล่อยออกมา เธอต้องเป็นคนจัดการมัน

ลินขับรถกลับกรุงเทพฯ อีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่การหนี แต่เป็นการเผชิญหน้า เธอรู้ว่าความเสี่ยงนั้นสูงมาก แต่การอยู่รอดของ อาน และจิตวิญญาณของเธอขึ้นอยู่กับการกระทำนี้

เมื่อ ลิน มาถึงห้องชุดของเธอในช่วงพลบค่ำ เธอเห็นประตูห้องเปิดอยู่เพียงเล็กน้อย บรรยากาศเงียบสงบและมืดมิด มีเพียงแสงสลัวๆ จากโคมไฟเก่าๆ เท่านั้นที่ส่องสว่างอยู่

ลินเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง เธอเห็นรองเท้าของ อาน วางอยู่ที่ประตู ซึ่งหมายความว่าเขาอยู่ข้างใน เธอได้ยินเสียงกระซิบแปลกๆ ที่ดังมาจากห้องนอน

ลินเดินเข้าไปในห้องนอนอย่างช้าๆ เธอเห็น อาน นั่งอยู่บนเตียง เขากำลังกอด หมอน ใบนั้นอย่างแน่นหนา ใบหน้าของเขาดูผอมแห้งและซีดเซียวราวกับศพที่ยังมีชีวิต

ลินรู้ว่านี่คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด หมอนใบนั้นคือตัวกลางที่ผูกมัดทุกสิ่งเข้าด้วยกัน


ลินยืนอยู่หน้าประตูห้องนอน หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองศึก เธอเห็น อาน นั่งอยู่บนเตียง กอดหมอนใบนั้นแน่นราวกับมันเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของเขา ลินรู้ว่านั่นไม่ใช่ อาน อีกต่อไป แต่เป็นร่างที่ถูก พราย ควบคุมอย่างสมบูรณ์

“คุณมาทำอะไรที่นี่ ลิน” อานถาม เสียงของเขาแหบแห้งและเย็นเยียบ มันไม่ได้แสดงความรักหรือความโกรธ มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัว

“ฉันมาพาคุณกลับบ้านค่ะ อาน” ลินตอบอย่างมั่นคง พยายามซ่อนความกลัวไว้ภายใน เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปในห้อง

อานหัวเราะเบาๆ “ผมอยู่ที่นี่แล้ว ลิน นี่คือบ้านของเรา และตอนนี้ผมกำลังรอให้คุณ ออกไป

“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าคุณจะปล่อยหมอนใบนั้น อาน” ลินพูด เธอหยิบขวดน้ำมนต์จากถุงผ้าสีขาวที่ซ่อนไว้ด้านหลัง

ทันทีที่เห็นขวดน้ำมนต์ ดวงตาของ อาน ก็เบิกกว้างด้วยความตกใจอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นปฏิกิริยาแรกที่บ่งบอกว่า พราย กำลังรู้สึกถึงอันตราย อาน ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว กอดหมอนไว้แนบหน้าอก

“แกไปหาไอ้แก่คนนั้นมาใช่ไหม! แกคิดว่าจะทำลายความรักของเราได้เหรอ!” เสียงของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่เสียงของ อาน แต่มันเป็นเสียงแหลมสูงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความผิดหวัง

ลินรู้ว่านี่คือ พราย ที่กำลังพูดอยู่ เธอต้องไม่ลังเล “นี่ไม่ใช่ความรัก มันคือการทรมาน! ปล่อยเขาไปเดี๋ยวนี้!”

ลินพุ่งเข้าใส่ อาน ทันที เป้าหมายของเธอไม่ใช่ทำร้ายเขา แต่คือหมอนใบนั้น อาน ผลักเธอออกไปอย่างแรง ลินกระเด็นไปชนกับตู้เสื้อผ้า เธอรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่าง แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดทางใจที่เห็นสามีของตัวเองถูกวิญญาณชั่วร้ายควบคุม

“หมอนใบนี้คือชีวิตของผม! มันคือความรักที่สมบูรณ์แบบ!” อาน ตะโกน

ลินมองไปที่กระจก เธอเห็นเงาขาวจางๆ ปรากฏขึ้นข้างๆ อาน มันจ้องมองเธอด้วยความเกลียดชังและกำลังส่งคลื่นความเย็นยะเยือกมาที่เธอ

ลินตัดสินใจใช้แผนสำรอง เธอรู้ว่าเธอไม่สามารถแย่งหมอนมาได้ด้วยกำลัง

“ครูแม่บอกว่า… พราย มันไม่เคยได้รับความเป็นอิสระ!” ลินตะโกนใส่ พราย ผ่านร่างของ อาน “มันถูกกักขังอยู่ในน้ำมันและถูกทรมานให้รักในสิ่งที่มันไม่ได้ต้องการ! แกมันก็แค่ ทาส ที่ถูกใช้ ลิน และฉันต่างหากคือเจ้านายของแก!”

คำพูดนั้นทำให้ พราย หยุดชะงักอย่างรุนแรง ใบหน้าของ อาน บิดเบี้ยวด้วยความขัดแย้ง พราย ในร่างของเขาเกิดความลังเล มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือการถูกเปิดเผยความจริงที่เจ็บปวดของมัน

ลินใช้โอกาสนี้ เธอคว้าขวดน้ำมนต์แล้วสาดไปที่ใบหน้าของ อาน โดยไม่ลังเล

“จงออกไปจากร่างของเขา!”

น้ำมนต์โดนใบหน้าของ อาน ทันที อานกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส มันเป็นเสียงที่ไม่ใช่มนุษย์ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความทรมานและความอาฆาต พราย กำลังถูกเผาไหม้ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์

อานล้มลงกับพื้น หมอนหลุดออกจากมือของเขา ลินรีบคว้าหมอนและขวดน้ำมันพรายเปล่าที่อยู่บนพื้น เธอวิ่งออกจากห้องนอนไปที่รถอย่างรวดเร็ว

ลินขับรถกลับไปที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้รีบร้อน แต่มีความตั้งใจที่มุ่งมั่น เธอมาถึงวัดเมื่อใกล้เที่ยงคืน วัดเงียบสงบ ไม่มีผู้คน แต่มีแสงจันทร์ส่องสว่างเหนือเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์

ลินวิ่งตรงไปยังศาลเพียงตาที่ ครูแม่ ชี้ให้ดู มันอยู่ข้างเจดีย์เก่าแก่ ลินเริ่มจัดเตรียมพิธีอย่างเร่งรีบ เธอวางขวดเปล่าไว้ที่แท่นบูชาเล็กๆ และเตรียมจุดไฟเผาหมอน

ทันใดนั้น ลินก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังมาจากด้านหลัง อาน มาถึงแล้ว ดวงตาของเขาแดงก่ำและเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย เขาไม่มีมีด แต่ร่างกายของเขากลายเป็นอาวุธที่น่ากลัวกว่า

“แกจะทำลาย ที่ ของฉันไม่ได้!” พราย ตะโกนผ่านปากของ อาน “แกเป็นคนเชิญฉันมา แกต้องเป็นของฉัน!”

อานพุ่งเข้าหา ลิน ลินกลิ้งหลบอย่างหวุดหวิด หมอนหลุดจากมือและตกลงข้างกองฟืน

ลินรู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น เธอหยิบไฟแช็กขึ้นมา และพยายามจุดไฟเผาหมอน อาน คว้าขาของเธอไว้ ลากเธอกลับไป

“ถ้าฉันไม่ได้ที่อยู่ของแก! ฉันก็จะทำลายแกให้สิ้นซาก!” พราย ขู่

ลินดิ้นรนและมองเห็นขวดน้ำมนต์อยู่ไม่ไกลจากมือของเธอ เธอคว้าขวดนั้นมาและสาดน้ำมนต์ที่เหลือใส่ตัวเอง พลังงานที่เย็นยะเยือกและศักดิ์สิทธิ์เข้าปะทะกับพลังงานดำมืดของ พราย ในตัวเธอ ลินเจ็บปวดมากจนเกือบจะหมดสติ

แต่การกระทำนั้นได้ผล พราย ต้องเบี่ยงเบนความสนใจจาก อาน มาที่ ลิน แทน อาน ปล่อยมือจากขาของ ลิน แล้วจับไปที่ศีรษะของตัวเอง

“ออกไปจากฉัน! ออกไป!” อาน กรีดร้องด้วยเสียงของเขาเอง

ลินมองเห็น อาน กำลังต่อสู้กับ พราย อยู่ภายในร่างกายของเขาเอง นี่คือโอกาสสุดท้ายของเธอ


การต่อสู้ภายในของ อาน เป็นภาพที่น่ากลัว ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างรุนแรง พราย และจิตวิญญาณที่แท้จริงของ อาน กำลังฉีกกระชากกันเอง ลินรู้ว่านี่คือช่วงเวลาที่ พราย อ่อนแอที่สุด เพราะมันต้องต่อสู้กับพลังจากน้ำมนต์ที่เธอสาดใส่ตัวเองและ อาน

ลินคลานไปหยิบหมอนที่ตกอยู่ข้างกองฟืน เธอจุดไฟแช็กและจ่อไปที่ขอบหมอน หมอนที่เต็มไปด้วยน้ำมันพรายและถูกผนึกด้วยคำสาปเริ่มลุกไหม้ทันที เปลวไฟสีส้มอมเขียวลุกโชนอย่างรวดเร็ว กลิ่นเหม็นไหม้ของใยสังเคราะห์และกลิ่นคาวเลือดที่มองไม่เห็นลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

ทันทีที่หมอนเริ่มไหม้ อาน ก็กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เสียงกรีดร้องนั้นไม่ได้มาจากความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่กำลังถูกทำลาย

พรายรู้ว่ามันถูกทำลายอย่างถาวรแล้ว มันพยายามหนีออกจากร่างของ อาน ในช่วงวินาทีสุดท้าย

“แกต้องเป็นที่อยู่ของฉัน! ลิน! แกต้องให้ที่อยู่!” เสียงของ พราย ดังมาจากทุกทิศทุกทาง ไม่ใช่แค่จากปากของ อาน

ลินเงยหน้าขึ้นมอง อาน เธอเห็นเงาขาวกำลังฉีกขาดออกจากร่างของเขาอย่างรวดเร็ว มันเป็นเหมือนควันดำที่พุ่งขึ้นจากกองไฟ

ลินมองไปที่ขวดน้ำมันพรายเปล่าที่วางอยู่บนแท่นบูชา เธอรู้ว่าเธอต้องทำลายวัตถุผูกมัดทั้งหมดเพื่อจบเรื่องนี้ ครูแม่เคยพูดถึง การเสียสละ

ลินหยิบขวดเปล่าขึ้นมา เธอโยนมันเข้าไปในกองไฟทันที ขวดแก้วแตกออกเมื่อสัมผัสกับความร้อนสูง และพลังงานที่เหลืออยู่ก็สลายไปในเปลวเพลิง

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ร่างกายของ อาน ก็ล้มลงกับพื้นอย่างหมดแรง การต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว

ลินรีบเข้าไปประคอง อาน เขาหายใจแผ่วเบา แต่ดวงตาของเขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ความว่างเปล่าหายไป ถูกแทนที่ด้วยความสับสนและหวาดกลัว

“ลิน…” อานกระซิบ “เกิดอะไรขึ้น… ผมอยู่ที่ไหน…”

ลินมองดูสามีของเธอ เธอรู้สึกโล่งใจอย่างสุดซึ้ง แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกเย็นยะเยือกที่ร่างกายของตัวเอง การสัมผัสกับน้ำมนต์และพลังงานของ พราย ในบริเวณศักดิ์สิทธิ์ได้สร้าง ช่องว่าง ใหม่ในตัวเธอ

“เราปลอดภัยแล้ว อาน… เราอยู่ที่วัด” ลินตอบ น้ำเสียงของเธอแหบพร่า

แต่ก่อนที่ อาน จะตอบ พราย ที่ถูกทำลายไปแล้วได้ทิ้ง สารสุดท้าย ไว้ในร่างกายของ ลิน มันเป็นความรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูกของเธอ

ลินรู้สึกว่าความคิดของเธอเริ่มมืดมัว เธอรู้สึกถึงความปรารถนาที่ไม่ใช่ของเธอเอง: ความปรารถนาที่จะครอบครอง ความปรารถนาที่จะผูกมัด

อาน มองหน้า ลิน ดวงตาของเขามองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวสะท้อนอยู่ในดวงตาของภรรยาของเขาเอง ความรักที่เพิ่งถูกปลดปล่อยจากการครอบงำได้เปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวทันที

ลิน ยิ้ม ให้ อาน รอยยิ้มนั้นหวาน แต่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าและความมืดมิด มันไม่ใช่รอยยิ้มของ ลิน ที่รู้จัก มันคือรอยยิ้มที่ พราย เคยยิ้มให้กับ อาน ในกระจก

“ผมรักคุณ ลิน… ผมรักคุณมากที่สุด…” อานพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความจริงใจ แต่คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้ ลิน รู้สึกอบอุ่นอีกต่อไป มันกลับทำให้เธอรู้สึก หิว

“ฉันรู้ค่ะ อาน” ลินตอบ เสียงของเธอต่ำลงและแหบแห้งกว่าปกติ “และต่อจากนี้ไป… คุณจะเป็นของฉันคนเดียว… ตลอดไป”

บทสรุปที่เป็นการลงโทษ:

หลายเดือนต่อมา อาน กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เขาออกจากงานวิศวกรและเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ที่เงียบสงบในชนบทเพื่อหลีกหนีความทรงจำ แต่เขาไม่เคยอยู่คนเดียว ลิน ภรรยาของเขา อยู่กับเขาเสมอ

ลินไม่ได้แสดงอาการบ้าคลั่ง เธอเงียบขรึมและอ่อนโยนอย่างน่าขนลุก เธอดูแล อาน ทุกอย่าง แต่สายตาของเธอเต็มไปด้วยความต้องการที่เป็นเจ้าของอย่างรุนแรงที่สุด อานไม่กล้าที่จะมองใคร ไม่กล้าที่จะพูดคุยกับผู้หญิงคนอื่น เขาถูกขังอยู่ในความรักที่สมบูรณ์แบบที่เขาปรารถนา

อานมองไปที่ ลิน ที่กำลังชงกาแฟ เธอหันหลังให้เขา แต่เขารู้ว่าเธอกำลังสังเกตการณ์เขาอยู่ทุกฝีก้าว

วันหนึ่ง อาน มองเข้าไปในกระจก เขาเห็นใบหน้าของตัวเองที่แก่ลงและเหนื่อยล้า แต่ข้างหลังเขา เงาของ ลิน กำลังยืนอยู่

เธอเงยหน้าขึ้นมอง อาน ผ่านกระจก แล้วยิ้ม… ยิ้มอย่างที่เคยเห็นในคืนนั้น

“คุณไม่สามารถหนีจากความรักที่บริสุทธิ์ของฉันได้ อาน” เสียงกระซิบนั้นไม่ใช่เสียงของ ลิน แต่เป็นเสียงแหลมสูงที่เยือกเย็น

อานรู้ว่า พราย ไม่ได้ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง มันแค่ย้ายที่อยู่ มันออกจากภาชนะที่เน่าเปื่อยอย่างเขา และย้ายไปอยู่ในภาชนะที่แข็งแกร่งกว่าและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แท้จริง

ลินได้รัก อาน จนตาย ตามคำสาปแล้ว แต่การแลกเปลี่ยนนั้นคือร่างกายของเธอเอง

อานปิดเปลือกตาลง ความรักที่เขาได้มาด้วยความมืดมิดได้เปลี่ยนชีวิตของเขาให้กลายเป็นคุกตลอดกาล เขาถูก ผูกมัด โดยไม่มีวันหลุดพ้น

บทสรุปที่เป็นสัญลักษณ์: การทรยศที่นำไปสู่การครอบครองที่สมบูรณ์แบบ ลินได้สิ่งที่เธอต้องการ แต่สูญเสียสิ่งที่เธอเป็นไปอย่างสิ้นเชิง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube