Món Nợ Máu Của Shop Online

บาปพันธนาการ

เสียงฝนตกหนักกระทบสังกะสีหลังคาห้องเช่าแคบๆ จนฟังดูเหมือนเสียงกรีดร้อง มิ้งค์ (มินตรา) วัย 28 ปี กำลังจัดเสื้อผ้าที่เหี่ยวเฉาบนราวแขวนเก่าๆ หน้ากล้องมือถือที่ตั้งสั่นคลอน เธอยิ้ม ทั้งที่ดวงตาเหนื่อยล้า “สวัสดีค่ะ… ยินดีต้อนรับสู่ Mink’s Closet นะคะ วันนี้มีของสวยๆ มาใหม่…” หน้าจอไลฟ์สดแสดงตัวเลข 3 คน “ตัวนี้เป็นเดรส… สวยมากค่ะ ผ้าดีมาก…” ความคิดเห็นเด้งขึ้นมา [ใครจะซื้อ] [ของดูแย่จัง] มิ้งค์พยายามกลืนก้อนความจุกในลำคอ “ราคาพิเศษเลยนะคะ จากห้าร้อยเก้าสิบ เหลือแค่…” [3 คนดูเนี่ยนะ จะลดเหลือสิบบาทก็ไม่ซื้อ] มิ้งค์สะดุ้ง ตัวเลข 3 กลายเป็น 1 เธอปิดไลฟ์ ความเงียบในห้องน่ากลัวกว่าเสียงฝนด้านนอก กลิ่นอับชื้นของเสื้อผ้าที่ขายไม่ออก กองสุมกันเหมือนภูเขาแห่งความล้มเหลว เสียงประตูเปิดดัง ปัง! โอม แฟนหนุ่มของเธอ กวาดตามองกองเสื้อผ้าด้วยความรังเกียจ กลิ่นเหล้าหึ่งมาจากตัวเขา “ขายได้กี่ตัววันนี้?” เขาถาม เสียงเย้ยหยัน มิ้งค์ก้มหน้า “คนดูน้อยน่ะ…” “น้อย? ฉันว่าไม่มีเลยมากกว่า!” โอมเตะเข้าที่กล่องพัสดุกล่องหนึ่ง “เธอมันไร้ประโยชน์! เกาะฉันกินไปวันๆ! ดูสภาพห้องสิ! นี่มันรังหนู ไม่ใช่ที่อยู่ของคน!” “ฉันพยายามแล้วนะโอม…” “พยายามเหรอ?” เขาหัวเราะ “ดูคู่แข่งเธอบ้างสิ! ‘เจนนี่ไลฟ์ล้านวิว’ น่ะ! เขานั่งนับเงินกันแล้ว! ส่วนเธอ? นั่งนับฝุ่น!” โอมเดินไปหยิบกระเป๋าเป้ของเขา “ฉันทนไม่ไหวแล้วว่ะ อยู่กับคนล้มเหลวแบบเธอ ฉันก็ล้มเหลวไปด้วย” “โอม… อย่าไปนะ…” มิ้งค์คว้าแขนเขาไว้ เขาแกะมือเธอออกอย่างแรง “ปล่อย! ฉันเบื่อหน้าเธอ เบื่อความจนของเธอ! ถ้าเธอยังขายของพวกนี้ไม่ได้… ก็ไม่ต้องมาเจอกันอีก!” เขากระแทกประตูปิด ทิ้งให้มิ้งค์ล้มลงกับพื้น น้ำตาไหลปนกับความอัปยศ เธอไม่ใช่แค่จน เธอ ‘ไร้ประโยชน์’ ค่ำคืนนั้น มิ้งค์นอนไม่หลับ เสียงของโอมยังก้องอยู่ในหัว [ไร้ประโยชน์] [เกาะฉันกิน] เธอหยิบมือถือขึ้นมา หน้าฟีดเต็มไปด้วยความสำเร็จของคนอื่น และนั่น… ไลฟ์สดของ ‘เจนนี่ไลฟ์ล้านวิว’ เจนนี่กำลังหัวเราะ เสียง “ติ๊งๆ” (แจ้งเตือนออเดอร์) ดังไม่หยุด “ขอบคุณนะคะน้องเอ! ขอบคุณค่ะคุณพี่บี! เอฟรัวๆ เลยค่ะ! CF มาเลย!” หน้าจอมีคนดูห้าพันคน มิ้งค์มองดูตัวเลขนั้น… ห้าพัน… เทียบกับ สาม ของเธอ ความอิจฉาริษยาแล่นพล่านในอกเหมือนพิษ มันไม่ได้เจ็บปวด แต่มัน ‘กัดกิน’ เธอต้องการแบบนั้นบ้าง เธอต้องการให้คนมาแย่งกันซื้อของของเธอ เธอต้องการให้โอมกลับมาคุกเข่าอ้อนวอนเธอ นิ้วโป้งเลื่อนไปอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งเธอหลุดเข้าไปในฟอรั่มมืดๆ ฟอรั่มหนึ่ง มันไม่ใช่กลุ่มขายของ ไม่ใช่กลุ่มบันเทิง มันคือ “ตลาดสายดำ” หัวข้อกระทู้เต็มไปด้วยเรื่องไสยศาสตร์ ของขลัง การทำคุณไสย [เรียกผัวกลับ] [สาปแช่งศัตรู] [ทำของให้รวย] มิ้งค์กำลังจะกดปิด แต่สายตาเธอสะดุดกับกระทู้หนึ่งที่ถูกปักหมุด [แม่คณา – เสน่ห์แห่งการค้า เรียกทรัพย์จนนอง] เธอคลิกเข้าไปอ่าน เนื้อหาเขียนด้วยภาษาโบราณ อ่านยาก “…สำหรับผู้ทำการค้า ผู้ต้องการให้คนลุ่มหลง ผู้ต้องการให้ลูกค้า ‘พันผูก’ ไม่ไปไหน… ‘แม่คณา’ ถูกสร้างจากจิตสุดท้ายของผู้ที่ยึดติด ผูกพันกับทรัพย์สิน… เมื่อบูชาแล้ว… ลูกค้าจะมองไม่เห็นใครอื่นนอกจากท่าน จะซื้อทุกสิ่งที่ท่านขาย จะควักเงินสุดท้ายให้ท่าน…” มิ้งค์ขนลุกซู่ ด้านล่าง มีคนมาแสดงความคิดเห็น [ได้ผลจริงค่ะ ตอนนี้รวยมาก] [จากวันละร้อย ตอนนี้วันละแสน] แต่มีความคิดเห็นหนึ่งที่ตอบกลับ [แล้วต้องแลกกับอะไร?] คำตอบนั้นถูกเซ็นเซอร์เป็นสีเทาจางๆ จนเกือบมองไม่เห็น […สิ่งที่ท่านต้องจ่าย… ไม่ใช่เงินตรา…] มิ้งค์มองไม่เห็นประโยคนั้น สิ่งที่เธอเห็น คือคำว่า “รวยมาก” และ “วันละแสน” เธอเลื่อนลงไปด้านล่างสุด พบกับลายแทงที่อยู่… “สำนักอาจารย์ดำ – ชายแดน” มิ้งค์ตัดสินใจในวินาทีนั้น เธอไม่สนว่าต้องจ่ายด้วยอะไร เธอขอแค่หลุดพ้นจากคำว่า “ไร้ประโยชน์” เธอรวบรวมเงินเก็บก้อนสุดท้ายในบัญชี บอกแม่ที่ต่างจังหวัดว่า “จะไปรับสินค้าล็อตใหม่” วันรุ่งขึ้น มิ้งค์นั่งรถบัสต่อด้วยรถสองแถว มุ่งหน้าสู่ชายแดนที่ไม่มีใครรู้จัก อากาศเริ่มชื้นและหนักอึ้ง กลิ่นดินโคลนผสมกับกลิ่นธูปจางๆ สำนักของอาจารย์ดำซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก มันไม่ใช่สำนักที่โอ่อ่า แต่เป็นกระท่อมไม้เก่าๆ ที่ดูเหมือนจะพังแหล่ไม่พังแหล่ มิ้งค์ก้าวเข้าไป ด้านในมืดและเย็น อาจารย์ดำ เป็นชายแก่ผอมเกร็ง ผิวหนังเหี่ยวย่นเหมือนกระดาษ ดวงตาของเขาขุ่นมัว แต่แฝงแววบางอย่างที่ทำให้มิ้งค์อึดอัด เขาไม่ได้มองหน้าเธอ เขามอง ‘ผ่าน’ เธอ “มาเอาอะไร” เสียงของเขาแหบ เหมือนกระซิบ “หนู… หนูอยากขายของดีค่ะ อาจารย์” อาจารย์ดำยิ้มมุมปาก “อยากรวย… หรือแค่อยากขายดี?” “อยากรวยค่ะ!” มิ้งค์ตอบทันที “อยากให้คนซื้อของหนู… ซื้อไม่หยุด” อาจารย์ดำหัวเราะเบาๆ “ความโลภ… อาหารชั้นดี” เขาลุกขึ้น เดินเข้าไปในห้องมืดด้านหลัง หยิบบางอย่างออกมา มันคือหุ่นไม้องค์เล็กๆ แกะสลักเป็นรูปผู้หญิง แต่ไม่มีใบหน้า ที่น่าขนลุกคือ มันถูกพันด้วยเส้นผม… เส้นผมจริงๆ ที่พันกันยุ่งเหยิงจนมองไม่เห็นรูปร่างเดิม “แม่คณา” อาจารย์ดำกล่าว “นางกิน ‘ความสนใจ’” มิ้งค์ขมวดคิ้ว “ความสนใจ?” “ยิ่งคนสนใจเจ้า… นางยิ่งมีพลัง นางจะ ‘พันผูก’ พวกเขาไว้ให้เจ้า ลูกค้าจะรักเจ้า หลงเจ้า ซื้อทุกอย่างที่เจ้าขาย” มิ้งค์ตาโต นี่แหละที่เธอต้องการ! “แต่มีข้อแม้” อาจารย์ดำพูดต่อ ดวงตาจ้องเขม็งมาที่มิ้งค์ “อย่าปล่อยให้นางหิว… เมื่อไหร่ที่นางหิว… นางจะกินเจ้าของ” “หมายความว่ายังไงคะ?” “ดูแลนางให้ดี… แล้วนางจะดูแลเจ้า” เขายื่นหุ่นไม้ให้เธอ “เอาไปวางไว้ในที่ที่เจ้า ‘ทำงาน’” มิ้งค์รับหุ่นไม้นั้นมา ความเย็นเฉียบแล่นจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ เธอยื่นซองเงินทั้งหมดให้อาจารย์ดำ อาจารย์ดำไม่ได้รับเงิน เขายกมือห้าม “ข้าบอกแล้ว… นางไม่รับเงินตรา” เขากลับไปนั่งที่เดิมและหลับตาลง เป็นสัญญาณว่าการสนทนาจบสิ้น มิ้งค์กลับมาถึงห้องเช่าในคืนนั้น เธอยังตัวสั่นไม่หาย ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะตื่นเต้น เธอมองดูหุ่น ‘แม่คณา’ ที่ไร้ใบหน้า “ช่วยฉันนะ… ช่วยฉันที” เธอจัดห้องไลฟ์สดใหม่ คราวนี้ เธอวางหุ่นแม่คณาไว้ที่ชั้นวางของด้านหลัง… มุมมืดๆ ที่กล้องจะแพนผ่าน แต่ไม่จับจ้อง มิ้งค์สูดหายใจลึก กดปุ่ม “เริ่มไลฟ์สด” “สวัสดีค่ะ… กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ กับ Mink’s Closet…” หน้าจอยังคงว่างเปล่า… 0 คนดู 10 นาทีผ่านไป… 1 คน… 2 คน… มิ้งค์เริ่มใจเสีย หรือว่าเธอโดนหลอก? ทันใดนั้น มีคนเข้าที่ 3 [มีอะไรบ้าง] มิ้งค์รีบหยิบเสื้อตัวที่สวยที่สุดขึ้นมา “ตัวนี้เลยค่ะ สวยมาก…” ในขณะที่เธอกำลังพูด กล้องสั่นเล็กน้อย และแพนไปจับที่หุ่นแม่คณาด้านหลังแวบหนึ่ง… แค่วินาทีเดียว ณ อีกฟากหนึ่งของเมือง ฝ้าย (อายุ 22 ปี) พนักงานออฟฟิศที่เพิ่งโดนเจ้านายด่ามาหมาดๆ กำลังไถมือถืออย่างไร้จุดหมาย เธอเบื่องาน เบื่อชีวิต เธอไถมาเจอไลฟ์ของมิ้งค์ [2 คนดู] ฝ้ายกำลังจะไถผ่าน แต่สายตาเธอกลับถูกตรึง… ไม่ใช่ที่เสื้อผ้า แต่เป็นเงาดำๆ ที่มุมห้องของมิ้งค์ มันคืออะไร? ฝ้ายขยี้ตา… ทันใดนั้น ความรู้สึก ‘อยากได้’ ก็พุ่งขึ้นมาอย่างรุนแรง เธอไม่รู้ว่าอยากได้อะไร แต่เธอ ‘ต้องซื้อ’ [ตัวนี้เท่าไหร่] ฝ้ายพิมพ์ มิ้งค์ตกใจ [ลดพิเศษ 450 ค่ะ!] [เอาค่ะ] [CF] มิ้งค์มือสั่น เธอกำลังจะขอบคุณ ติ๊ง! (เสียงคนเข้าไลฟ์) ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ตัวเลขคนดูพุ่งจาก 3… เป็น 30… เป็น 100… เป็น 500! ความคิดเห็นไหลทะลักเข้ามา [CF ตัวที่ถือ!] [ไม่ทัน! เอาสีอื่น!] [เท่าไหร่ก็เอา!] [โอนแล้วค่ะแม่ค้า!] มิ้งค์อ้าปากค้าง เธอรู้สึกถึงลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่านหลังคอ เสียง “ติ๊งๆ” (แจ้งเตือนออเดอร์) ดังรัวๆ จนลำโพงมือถือแทบแตก มิ้งค์หัวเราะออกมา… หัวเราะทั้งน้ำตา เธอรวยแล้ว! เธอไม่ได้สังเกตเห็น… ที่มุมห้อง… หุ่นแม่คณา… เส้นผมที่พันอยู่รอบตัวมัน… ดูเหมือนจะขยับได้เองเล็กน้อย


ค่ำคืนนั้นเปลี่ยนชีวิตของมิ้งค์ไปตลอดกาล เสียง “ติ๊งๆ” ไม่ใช่แค่เสียงแจ้งเตือนออเดอร์อีกต่อไป มันคือเสียงแห่งชัยชนะ “ขอบคุณค่ะคุณปลา! ขอบคุณค่ะคุณนก!” มิ้งค์อ่านชื่อลูกค้าด้วยเสียงสั่นเครือ vorความตื่นเต้น “ตัวนี้หมดแล้วนะคะ! ใครไม่ทันรอล็อตหน้า!” [เอาอีก!] [แม่ค้าเอามาอีก!] [รับ CF ทุกตัวที่เหลือ!] มิ้งค์รู้สึกเหมือนเป็นราชินี เธอไม่ใช่คน “ไร้ประโยชน์” อีกต่อไป เธอไลฟ์สดข้ามคืน จนถึงเช้า แสงแดดส่องเข้ามาในห้องเช่าซอมซ่อ เผยให้เห็นใบหน้าที่อ่อนล้าแต่เปี่ยมสุขของเธอ และกองเสื้อผ้าที่… หมดเกลี้ยง เธอทำได้ เธอเหลือบมองไปที่หุ่นแม่คณาที่มุมห้อง “ขอบคุณนะ… ขอบคุณจริงๆ” หุ่นไม้ยังคงนิ่งสนิท ไร้ใบหน้า ไร้ความรู้สึก แต่บรรยากาศในห้อง… มันเปลี่ยนไป ความอับชื้นหายไป กลายเป็นความรู้สึกเย็นยะเยือกที่เข้มข้นขึ้น

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป “Mink’s Closet” กลายเป็นปรากฏการณ์ จากห้องเช่า มิ้งค์ย้ายไปอยู่โกดังขนาดเล็ก เธอจ้างพนักงานแพ็คของสองคน แต่ก็ยังไม่ทัน เธอต้องไลฟ์สดทุกวัน วันละสิบชั่วโมง “สวัสดีค่ะครอบครัว Mink’s Closet!” เธอทักทายคนดูห้าพันคนในจออย่างสนิทสนม เธอกลายเป็นคนใหม่ เสื้อผ้าแบรนด์เนม เครื่องประดับแพงๆ ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างมั่นใจ “ตัวนี้… สวยมากกกก กอไก่ล้านตัว!” เธอหยิบชุดเดรสสีแดงขึ้นมา “ใครอยากได้ พิมพ์ CF มาเลยค่ะ! ห้าร้อยเก้าสิบเก้าบาทเท่านั้น!” [CF] [CF] [CF!] [CF!!!] ยอด CF พุ่งขึ้นเป็นพันๆ คอมเมนต์ในเวลาไม่กี่วินาที ลูกค้าของเธอ… พวกเขาไม่ถามราคา พวกเขาไม่ถามไซส์ พวกเขาแค่ ‘ต้องมี’ มิ้งค์อ่านคอมเมนต์ไป หัวเราะไป “น้องฝ้าย CF ทันนะคะ! เก่งมากค่ะคนดี!” ที่อีกด้านหนึ่งของเมือง ฝ้ายกำลังนั่งอยู่ในห้องของเธอ ห้องที่เคยสะอาดสะอ้าน ตอนนี้เต็มไปด้วยกล่องพัสดุจาก “Mink’s Closet” บางกล่องยังไม่ได้แกะ ฝ้ายผอมลง ดวงตาโหลลึก เธอไม่ได้นอนมาสองวันแล้ว เธอรอ… รอเสียงแจ้งเตือนไลฟ์สดของมิ้งค์ [น้องฝ้าย CF ทันนะคะ! เก่งมากค่ะคนดี!] ฝ้ายยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้ยินชื่อตัวเอง เธอรู้สึกเหมือนได้รับการยอมรับ รู้สึกเหมือนเป็นคนพิเศษ เธอเหลือบมองยอดหนี้บัตรเครดิตที่พุ่งสูง… ช่างมันปะไร ความสุขที่ได้ “เอฟ” ของ มันคุ้มค่ากว่า โทรศัพท์ดังขึ้น เป็นเบอร์ของ วิน พี่ชายของเธอ ฝ้ายกดตัดสาย วินเป็นนักข่าวสายสังคม เขายุ่งเสมอ แต่ก็คอยโทรหาเธอตลอด ฝ้ายไม่อยากคุยกับเขา วินไม่เข้าใจ… ไม่มีใครเข้าใจความสุขของการช้อปปิ้ง เธอต้องการแค่เสียงของมิ้งค์… และเสียง “ติ๊งๆ” เธอกลับไปจ้องหน้าจอ “มิ้งค์… เอามาอีก… เอามาอีก…” เธอพึมพำกับตัวเอง

ในขณะเดียวกัน มิ้งค์กำลังเดินดูรถสปอร์ตคันใหม่ในโชว์รูม “คันสีแดงนี่สวยนะคะ เหมาะกับคุณมิ้งค์มาก” พนักงานขายพูดอย่างนอบน้อม มิ้งค์กำลังจะตอบตกลง แต่โทรศัพท์เธอก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ของโอม… แฟนเก่า เธอปล่อยให้มันดังจนตัดไป เสียงเขายังก้องอยู่ในหู [เธอมันไร้ประโยชน์!] มิ้งค์หัวเราะเยาะ “ตอนนี้ใครกันแน่ที่ไร้ประโยชน์” เธอเซ็นชื่อในเอกสารซื้อรถ “เอาคันนี้ค่ะ จ่ายสด” คืนนั้น มิ้งค์กลับมาที่โกดังไลฟ์สดแห่งใหม่ของเธอ มันกว้างขวาง ติดไฟสว่างไสว เธอวางหุ่นแม่คณาไว้บนชั้นวางที่สูงที่สุด มองเห็นทุกคน “แม่คณา… เราจะรวยไปด้วยกันนะ” เธอเริ่มไลฟ์สด “สวัสดีค่า! วันนี้มีของเด็ด!” แต่คืนนี้มีบางอย่างแปลกไป ลูกค้าดู… กระสับกระส่าย [ช้าจังแม่ค้า!] [เมื่อไหร่จะขาย!] [เอาอะไรมาก็ได้ CF เลย!] พวกเขาดูเหมือนคนติดยาที่กำลังลงแดง มิ้งค์รู้สึกถึงพลังที่พุ่งเข้าหาเธอ มันเข้มข้นจนน่าขนลุก เธอยิ่งสนุก “งั้นตัวนี้เลยค่ะ! เสื้อยืดธรรมดา… แต่พิเศษมาก! ตัวละเก้าร้อยเก้าสิบเก้า!” เธอโกหก มันคือเสื้อยืดราคาถูกที่เธอรับมาตัวละห้าสิบ [CF!] [CF 10 ตัว!] [โอนแล้ว!!!] ไม่มีใครสนใจราคา พวกเขาสนใจแค่การได้ “ซื้อ” จากเธอ มิ้งค์หัวเราะจนตัวงอ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพระเจ้า เธอสามารถขายอะไรก็ได้… แม้แต่ก้อนหิน… พวกเขาก็จะซื้อ ที่ห้องของฝ้าย ฝ้ายกำลังตัวสั่น เธอเอฟเสื้อยืดไป 5 ตัว ทั้งที่ไม่มีเงินเหลือแล้ว เธอกดเข้าแอปเงินกู้ด่วน “อนุมัติภายใน 5 นาที” ฝ้ายกรอกข้อมูล… เงินเดือน… ที่ทำงาน… เธอโกหกทั้งหมด ไม่กี่นาทีต่อมา เงินกู้ 50,000 บาท ถูกโอนเข้าบัญชี ฝ้ายถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอกลับไปที่ไลฟ์ของมิ้งค์ [แม่ค้า! เอาอีก!] เธอพิมพ์… นิ้วของเธอสั่นเทา

ในคืนที่ฝนตกหนัก คืนนั้นที่มิ้งค์ย้ายเข้าเพนท์เฮาส์หรูใจกลางเมือง เธอนอนบนเตียงขนาดคิงไซส์ มองดูวิวเมืองที่สว่างไสว เธอรวยแล้วจริงๆ แต่เธอกลับนอนไม่หลับ เธอฝัน… เธอฝันเห็นอาจารย์ดำ เขายืนอยู่ในห้องนอนของเธอ ดวงตาขุ่นมัวจ้องมองมา “นางกำลังหิว” เสียงกระซิบแหบแห้งดังขึ้น “หิวอะไรคะ? หนูไลฟ์ทุกวัน คนซื้อเป็นพันๆ” มิ้งค์เถียงในฝัน อาจารย์ดำยิ้ม “ความสนใจ… มันไม่พอแล้ว” “แล้วนางต้องการอะไร?” “นางต้องการมากกว่านั้น… นางต้องการ… ‘ความสิ้นหวัง’” มิ้งค์สะดุ้งตื่น เหงื่อท่วมตัว ห้องเพนท์เฮาส์เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศ เธอหันไปมองกระเป๋าที่เธอวางไว้ หุ่นแม่คณา… เธอเอามันมาด้วย มันยังคงนิ่ง… แต่ในความมืดสลัว… มิ้งค์สาบานได้ว่าเธอเห็นรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนเนื้อไม้ที่ไร้ใบหน้าของมัน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “ติ๊ง!” เป็นข้อความจากธนาคาร… ยอดเงินเข้าบัญชีเจ็ดหลัก มิ้งค์ถอนหายใจ ฝันก็คือฝัน เธอหยิบมือถือขึ้นมา “ความสิ้นหวังเหรอ… ช่างมันสิ” เธอเปิดแอป ตรวจสอบยอดสั่งซื้อ ความกลัวเมื่อครู่… หายไปทันที ถูกแทนที่ด้วยความพึงพอใจ เธอเสพติด… ไม่ใช่แค่เงิน แต่คือการควบคุม… การควบคุมคนนับพันให้คลั่งไคล้ในตัวเธอ


ความสำเร็จของ “Mink’s Closet” ไม่ใช่แค่กระแสอีกต่อไป มันคือ ‘ลัทธิ’ มิ้งค์ย้ายจากโกดังเล็กๆ ไปสู่โกดังขนาดมหึมา ที่สว่างไสวราวกับสตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์ เธอมีทีมงานแอดมินนับสิบคนคอยตอบคำถาม แต่ยอดสั่งซื้อก็ยังถล่มทลายจนแพ็คไม่ทัน เธอกลายเป็น ‘ราชินีไลฟ์สด’ ไอดอลของคนอยากรวย เธอนอนในเพนท์เฮาส์หรู ขับรถสปอร์ตสีแดงเพลิงคันที่เธอซื้อด้วยเงินสด วันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังตรวจเช็คสต็อกสินค้าล็อตใหม่ที่เพิ่งมาถึง ร่างที่คุ้นเคย… แต่ดูซูบซีด… ก็มายืนขวางหน้าเธอ “มิ้งค์…” โอมนั่นเอง เขามองเธอด้วยสายตาอ้อนวอน เสื้อยืดของเขาเก่าและยับย่น “มิ้งค์… พี่… พี่คิดถึงเธอนะ” เขาพยายามจะจับแขนเธอ มิ้งค์ก้าวถอยหลัง สายตาของเธอเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง เธอสวมชุดเดรสแบรนด์เนมที่แพงกว่าเงินเดือนทั้งปีของเขา “อย่าแตะ” เธอพูดเสียงเรียบ “พี่ขอโทษ… พี่มันโง่เอง ที่พูดจาไม่ดีวันนั้น… กลับมาคบกันนะ… นะมิ้งค์” มิ้งค์หัวเราะออกมาเบาๆ “กลับไปคบเหรอ? กับคนที่ ‘เกาะ’ คุณกินน่ะเหรอ?” โอมหน้าซีด “คนที่ ‘ไร้ประโยชน์’ อย่างฉัน” มิ้งค์เน้นทุกคำ “คงไม่คู่ควรกับคุณหรอก” เธอหันไปพยักหน้าให้ รปภ. “เชิญ ‘ขยะ’ ชิ้นนี้ออกไปด้วยค่ะ ฉันไม่อยากให้โกดังสกปรก” โอมถูกลากออกไป เขาดิ้นรนและตะโกนชื่อเธอ แต่มิ้งค์ไม่หันไปมอง เธอรักพลังนี้… พลังที่ได้เหยียบย่ำคนที่เคยเหยียบย่ำเธอ

ในทางกลับกัน… ห้องของฝ้าย… มันไม่เหมือนห้องอีกต่อไป มันคือสุสาน กลิ่นเหม็นเปรี้ยวของนมบูดผสมกับกลิ่นพลาสติกใหม่จากหีบห่อที่ยังไม่แกะ กองสุมจนแทบไม่มีทางเดิน ฝ้ายนั่งขดตัวอยู่ที่มุมห้อง ร่างของเธอผอมจนเหลือแต่กระดูก ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองหน้าจอมือถือที่มืดดำ เธอไม่ได้อาบน้ำมาหลายวัน เธอไม่ได้กินอะไรเลย นอกจากน้ำเปล่า เธอรอ… รอแค่เสียงแจ้งเตือนไลฟ์สด โทรศัพท์สั่น… แต่ไม่ใช่แจ้งเตือนที่เธอรอ มันคือข้อความ [FINAL NOTICE] จากบริษัทบัตรเครดิต สั่นอีกครั้ง… [ทวงหนี้! จ่ายวันนี้ ไม่งั้นเจอดี!] จากแอปเงินกู้ ฝ้ายตัวสั่นด้วยความกลัว ไม่ใช่กลัวหนี้… แต่กลัวว่าถ้าเธอไม่มีเงินจ่ายค่าเน็ต… เธอจะ ‘พลาด’ ไลฟ์ของมิ้งค์ ทันใดนั้น! หน้าจอสว่างขึ้น! แจ้งเตือนที่เธอรอคอย! [Mink’s Closet กำลังไลฟ์สด!] ฝ้ายถอนหายใจอย่างโล่งอก น้ำตาไหลออกมา “มาแล้ว… มิ้งค์มาแล้ว…” เธอพึมพำเหมือนคนสวดมนต์ นิ้วที่สั่นเทาของเธอกดเข้าไปในไลฟ์ ภาพของมิ้งค์ปรากฏขึ้น สวยงาม สดใส อยู่ในสตูดิโอที่สว่างจ้า “สวัสดีค่าครอบครัวของมิ้งค์! วันนี้ใครรอดูบ้าง!” ฝ้ายยิ้ม… เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน

ที่โกดังของมิ้งค์… “ตัวนี้พิเศษมากค่ะ! เสื้อคลุมขนมิ้งค์เทียม… แต่สวยเหมือนจริง! หรูหรามาก!” [CF!!!] [เอาค่ะ!!!] [โอนนนนนนน!] ยอดขายพุ่งทะยาน ขณะที่มิ้งค์กำลังหัวเราะอย่างมีความสุข… จู่ๆ เธอก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่หน้าอก… เหมือนมีเข็มน้ำแข็งทิ่มแทง ภาพในไลฟ์สดกระตุกเล็กน้อย เธอหันไปมอง… หุ่นแม่คณา… มันยังคงอยู่ที่ชั้นวางสูง แต่รอยแตกที่เธอเคยเห็น… มันกว้างขึ้น และครั้งนี้… เธอได้ยินมันชัดเจน เสียงกระซิบ… ไม่ใช่เสียงเดียว แต่เหมือนเสียงคนนับพันพึมพำพร้อมกัน… มันดังลอดออกมาจากรอยแตกนั้น [เอาอีก…] [ไม่พอ…] [เอาเลือด…] [เอาชีวิต…] มิ้งค์ขนลุกซู่ไปทั้งตัว เสียง “ติ๊งๆ” ที่เคยไพเราะ ตอนนี้ฟังดูเหมือนเสียงกรีดร้องโหยหวน “ขอโทษค่ะ… เมื่อกี้เน็ตกระตุกนิดหน่อย” เธอบังคับตัวเองให้ยิ้ม “เรามาต่อกันเลยนะคะ!” เธอเลือกที่จะไม่สนใจ… ความรู้สึกมึนเมากับยอดเงินที่พุ่งขึ้น… มันสำคัญกว่า

ณ สำนักงานหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่ง วิน (อายุ 30 ปี) นักข่าวสายสังคม กำลังนั่งขมวดคิ้วอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เขาเพิ่งวางสายจากแม่ “แม่บอกว่าฝ้ายไม่รับโทรศัพท์มาสามวันแล้วนะวิน” วินรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ปกติฝ้ายจะตอบแชทเขาทันที เขากดโทรออก… สายเรียกเข้า… แต่ไม่มีคนรับ “แปลกมาก” เขาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่คุยกัน ฝ้ายพูดถึงแต่ร้านค้าออนไลน์ร้านหนึ่ง… “Mink’s Closet” หลังเลิกงาน วินขับรถตรงไปที่อพาร์ตเมนต์ของฝ้าย เขาเคาะประตู “ฝ้าย! เปิดประตู! พี่เอง!” เงียบ… “ฝ้าย! ได้ยินพี่ไหม!” เขายังคงเคาะ… แต่แล้วเขาก็ได้กลิ่น กลิ่น… ที่เขาจำได้ดี… กลิ่นของความตาย… มันลอยออกมาจากใต้ประตู หัวใจของวินหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม “ฝ้าย!!!” เขาถีบประตูสุดแรง! โครม! ประตูเปิดออก… แต่ติดโซ่คล้องด้านใน วินใช้ไหลกระแทกสุดชีวิต… โครม! กรอบประตูแตกหัก… วินถลาเข้าไปในห้อง ความมืด… และกลิ่นเหม็นเน่าที่อัดแน่นจนแทบสำลัก เขากระเสือกกระสนไปเปิดสวิตช์ไฟ แกร๊ก… ไฟฟลูออเรสเซนต์กระพริบ… สว่างวาบ… เผยให้เห็นนรก… ภูเขาขยะ… กล่องพัสดุ… เศษอาหาร… และที่กลางห้อง… ใต้พัดลมเพดาน… ร่างของฝ้าย… ห้อยต่องแต่ง… ดวงตาเบิกโพลง… “ไม่!!! ฝ้าย!!!” วินกรีดร้อง… เขาวิ่งเข้าไปหาร่างที่ไร้วิญญาณของน้องสาว… แต่สายไปแล้ว เธอตัวเย็นเฉียบ วินทรุดลงกับพื้น… สมองขาวโพลน และแล้ว… เขาก็เห็นมัน ในมือของฝ้ายที่แข็งทื่อ… เธอยังกำมือถือไว้แน่น หน้าจอยังคงสว่าง… และบนหน้าจอนั้น… คือไลฟ์สดของ “Mink’s Closet” มิ้งค์กำลังยิ้มกว้าง… หัวเราะร่า… เสียงเล็กๆ ดังออกมาจากลำโพง “ขอบคุณทุกการ CF นะคะ! ดีใจจังเลย! คืนนี้ยอดปังมาก! รักทุกคนนะคะ!” เสียงหัวเราะที่สดใส… กับร่างที่ไร้ลมหายใจของน้องสาวเขา วินเงยหน้าขึ้นมองร่างของฝ้าย… แล้วก้มลงมองใบหน้าที่ยิ้มแย้มในจอมือถือ… ความโกรธแค้น… และความสับสน… ปะทุขึ้นมาจนแทบทำให้เขาเป็นบ้า


เสียงไซเรนแหลมเล็กดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของวิน เขาไม่ได้ยินมันในตอนแรก… โลกทั้งใบของเขาแตกสลายเหลือเพียงภาพใบหน้าที่ซีดเผือดของน้องสาว “…คุณครับ… คุณครับ!” มือของตำรวจตระเวนจับไหล่เขาเขย่า “คุณคือญาติของผู้ตายใช่ไหมครับ?” วินพยักหน้าอย่างเชื่องช้า… คำว่า “ผู้ตาย” เหมือนค้อนปอนด์ทุบซ้ำลงมา “ต้องรบกวนคุณไปให้ปากคำที่สถานีนะครับ” วินลุกขึ้นยืนขาสั่นเทา เขาเดินตามตำรวจออกมาจากห้อง… ห้องนรกนั่น… โดยไม่ละสายตาจากมือถือที่ยังคงกำแน่นอยู่ในมือของฝ้าย ซึ่งตอนนี้ถูกเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บใส่ถุงซิปล็อคไปแล้ว หน้าจอที่เคยสว่างไสวด้วยรอยยิ้มของมิ้งค์… ตอนนี้มืดดับลงแล้ว แต่เสียงหัวเราะของเธอยังคงก้องอยู่ในหัวของวิน… มันดังทับเสียงร้องไห้ของแม่ที่กำลังเดินทางมา กรีดลึกยิ่งกว่าเสียงไซเรนใดๆ

ข่าวการตายของฝ้ายกลายเป็นเพียงสถิติเล็กๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์ “พนักงานออฟฟิศสาวเครียดหนี้บัตรเครดิต คิดสั้น” ไม่มีใครพูดถึง “Mink’s Closet” ไม่มีใครเชื่อมโยงการตายเข้ากับการเสพติดการซื้อของออนไลน์ สำหรับโลกภายนอก… มันคือโศกนาฏกรรมส่วนตัว แต่สำหรับวิน… มันคือการฆาตกรรม

มิ้งค์อ่านข่าวการตายของฝ้ายในเช้าวันต่อมา เธอนั่งจิบกาแฟราคาแก้วละสามร้อยบาท ในเพนท์เฮาส์ที่มองเห็นวิวแม่น้ำ […พบว่าผู้ตายมีการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จำนวนมหาศาลในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา…] มิ้งค์ขมวดคิ้ว… ‘ฝ้าย’ … ชื่อนี้คุ้นๆ เธอเปิดระบบหลังบ้านของร้าน… ใช่… ‘น้องฝ้าย’ ลูกค้า VIP ที่ CF หนักมาก มิ้งค์รู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง… แต่เพียงชั่วครู่ เธอปิดหน้าต่างข่าวทิ้ง “คนเราเครียดก็หาทางออกไม่เหมือนกัน” เธอคิด “ไม่ใช่ความผิดฉัน… ฉันแค่ขายของ” เธอเหลือบมองหุ่นแม่คณาที่ตั้งอยู่บนแท่นบูชาหินอ่อนอย่างดีในห้องทำงาน รอยแตกนั้น… มันกว้างขึ้นจริงๆ และตอนนี้… มันไม่ได้แค่กระซิบ… มิ้งค์ได้ยินเสียง… เหมือนเสียงลมหายใจแหบพร่า… ดังออกมาจากข้างใน [หิว…] มิ้งค์สั่น… แต่แล้วเสียงแจ้งเตือน “ติ๊ง!” จากแอปธนาคารก็ดังขึ้น [ยอดเงินโอนเข้า 3,450,000.00 บาท] ความกลัวหายไปทันที “ก็แค่ไม้เก่า” เธอบอกตัวเอง “ฉันต่างหากที่เก่ง” เธอหันไปเตรียมตัวไลฟ์สด ธุรกิจต้องเดินต่อ… ความรู้สึกผิดเป็นสิ่งที่คนรวยไม่มีเวลาใส่ใจ

แต่ฝ้ายไม่ใช่คนสุดท้าย หนึ่งสัปดาห์หลังจากการตายของฝ้าย… ป้าอิ่ม (อายุ 58 ปี) แม่บ้านที่อาศัยอยู่คนเดียว ถูกพบหมดสติในบ้านพักย่านชานเมือง เธออดอาหารมาหลายวัน… แต่รอบตัวเธอ… เต็มไปด้วยกล่องพัสดุจาก “Mink’s Closet” เงินบำนาญก้อนสุดท้ายของเธอถูกโอนไปให้มิ้งค์… แลกกับเสื้อผ้าที่เธอไม่มีวันได้ใส่ นักศึกษาหนุ่มคนหนึ่ง (อายุ 19 ปี) ขโมยเงินค่าเทอมของครอบครัวไปซื้อ “สินค้าพรีออเดอร์” จากมิ้งค์ เมื่อถูกจับได้ เขาโดดตึกหอพัก คู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่ง… ทะเลาะกันอย่างรุนแรงเรื่องหนี้สินที่ภรรยาแอบไปก่อ… หนี้ที่เกิดจากการ “CF” ของจากมิ้งค์… จบลงด้วยการที่สามีแทงภรรยา แล้วฆ่าตัวตายตาม มันไม่ใช่แค่การซื้อของอีกต่อไป… มันคือโรคระบาด… โรคระบาดแห่งความลุ่มหลงที่แพร่กระจายผ่านหน้าจอ เหยื่อทุกคนมีลักษณะร่วมกัน… พวกเขา ‘โดดเดี่ยว’ … ‘ว่างเปล่า’ … หรือ ‘รู้สึกไร้ค่า’ พวกเขาไม่ได้ซื้อสินค้า… พวกเขาซื้อ ‘การถูกขานชื่อ’ พวกเขาซื้อ ‘ความสนใจ’ ที่มิ้งค์มอบให้ [ขอบคุณนะคะคุณป้าอิ่ม!] [น้อง… (ชื่อนักศึกษา) … รับไปเลยค่ะ!] [คุณ… (ชื่อภรรยา) … น่ารักที่สุด!] มิ้งค์กำลังขายยาพิษ… โดยเรียกมันว่า “ความรัก”

ในกองบรรณาธิการข่าวสังคม วินนั่งหน้าเครียด เขารวบรวมข่าวการฆ่าตัวตายและโศกนาฏกรรมในครอบครัวที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันเหล่านี้ เขาใช้ทักษะนักข่าวของเขาตรวจสอบเส้นทางการเงินของเหยื่อ และทุกเส้นทาง… นำกลับไปที่บัญชีธนาคารเดียว “Mink’s Closet” “บ้าไปแล้ว” วินพึมพำ “มันจะเป็นไปได้ยังไง” หัวหน้ากองบรรณาธิการเดินมาตบไหล่เขา “วิน… ฉันรู้ว่านายยังเสียใจเรื่องน้องสาว… แต่อย่าหมกมุ่นเกินไป” “มันไม่ใช่ความหมกมุ่นครับพี่” วินชี้ไปที่กระดานไวท์บอร์ดที่เต็มไปด้วยรูปเหยื่อ “นี่คือรูปแบบ! 10 คดี ใน 3 สัปดาห์! ทุกคนคือลูกค้าอันดับต้นๆ ของร้านนี้! ก่อนที่พวกเขาจะตาย… พวกเขาโอนเงินก้อนสุดท้ายให้มัน!” หัวหน้าถอนหายใจ “แต่มันไม่มีหลักฐานมัดตัวเขาวิน… เขาบังคับให้คนพวกนี้ซื้อเหรอ? เขาเอาปืนไปจ่อหัวพวกเขาหรือเปล่า? ไม่… พวกเขาซื้อเอง… มันคือการเสพติด… ฟ้องร้องอะไรไม่ได้” “ถ้ากฎหมายทำอะไรไม่ได้… ผมจะทำเอง” วินพูดเสียงกร้าว

มิ้งค์เริ่มสังเกตเห็นบางอย่าง ใต้ไลฟ์สดของเธอ… ท่ามกลางคอมเมนต์ [CF] นับหมื่น… เริ่มมีคอมเมนต์แปลกๆ แทรกเข้ามา [ฆาตกร!] [ร้านนี้ผีสิง!] [คืนเงินแม่ฉันมา!] [เพราะแก… น้องฉันถึงตาย!] แอดมินของมิ้งค์ไล่ลบคอมเมนต์เหล่านั้นแทบไม่ทัน มิ้งค์รู้สึกโกรธมากกว่ากลัว “พวกขี้แพ้” เธอพึมพำขณะไลฟ์ “ซื้อของไม่มีสติ แล้วมาโทษคนขาย… น่าสมเพชสิ้นดี!” คำพูดนั้น… เหมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ [ใจดำ!] [สาปแช่งแก!] มิ้งค์หัวเราะเยาะ “อยากได้เงินคืนเหรอคะ? ไปฟ้องเอาสิ! แต่ตอนนี้… ขอขายของให้ ‘ลูกค้าที่น่ารัก’ ของมิ้งค์ก่อนนะคะ!” เธอไม่สนใจ… เธอกลายเป็นคนไร้หัวใจ การไลฟ์สดไม่ใช่แค่ธุรกิจ… มันคือการเสพติดของเธอเช่นกัน เธอเสพติดเสียง “ติ๊งๆ” เธอเสพติดอำนาจที่ได้ควบคุมคนนับหมื่น เธอเสพติดความรู้สึกของการเป็น ‘ผู้ชนะ’ ทุกครั้งที่เธอรู้สึกผิด… เธอจะมองไปที่หุ่นแม่คณา… ตอนนี้… รอยแตกนั้นกว้างจนเห็น ‘บางสิ่ง’ สีดำขยับไหวอยู่ข้างใน และเสียงกระซิบ… มันดังขึ้น [ดีมาก…] [ความโกรธ… ความเกลียดชัง… มันอร่อยกว่าความสิ้นหวังเสียอีก…] มิ้งค์รู้สึกถึงพลังที่เย็นเยียบไหลเข้าสู่ร่าง… มันทำให้เธอรู้สึก ‘ถูกต้อง’ “ใช่… ฉันไม่ผิด… พวกมันต่างหากที่อ่อนแอ”

วินตัดสินใจว่าเขาต้องเผชิญหน้ากับมันโดยตรง เขาต้องเข้าใจ… ว่าอะไรทำให้คนธรรมดา… กลายเป็นทาสของหน้าจอได้ คืนนั้น… เขากดเข้าไปดูไลฟ์สดของ “Mink’s Closet” เขาตั้งใจจะเข้าไปรวบรวมหลักฐาน… เข้าไปคอมเมนต์ต่อว่าเธอ… แต่… ทันทีที่ภาพของมิ้งค์ปรากฏขึ้น… เสียงของเธอ… มันไม่เหมือนเสียงที่เขาได้ยินจากมือถือของฝ้าย มัน… ‘อบอุ่น’ อย่างน่าประหลาด “สวัสดีค่ะ… คืนนี้ใครเหงาบ้าง… มาอยู่เป็นเพื่อนมิ้งค์นะคะ” วินสะดุ้ง… เหมือนเธอพูดกับเขาโดยตรง เขามองไปที่มิ้งค์… เธอดูสวย… สวยจนน่าหลงใหล เธอกำลังหยิบเสื้อกันหนาวตัวหนึ่งขึ้นมา “อากาศเริ่มเย็นแล้ว… ดูแลตัวเองด้วยนะคะ…” วินรู้สึกว่าตัวเองกำลังพยักหน้าตาม [เสื้อตัวนี้สวยจัง…] ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว “ตัวนี้… มิ้งค์ให้ราคาพิเศษ… สำหรับคนพิเศษของมิ้งค์คืนนี้เท่านั้น” เสียงของเธอเหมือนไซเรน… ดึงดูด… วินพบว่าตัวเองกำลังยกนิ้วขึ้น… กำลังจะพิมพ์… [C…] ทันใดนั้น! ภาพใบหน้าที่ซีดเผือดของฝ้ายก็แวบเข้ามาในหัว! [พี่วิน… ช่วยด้วย…] วินผงะ! เขารีบปัดมือถือทิ้งเหมือนมันเป็นของร้อน! เขากระแทกมือถือลงกับโต๊ะ! “บ้าเอ๊ย!” เขาก้มหน้า หอบหายใจหนัก… เหงื่อแตกพลั่ก มันคืออะไร? เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น? เขารู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นจากฝันร้าย… แต่เป็นฝันร้ายที่เกิดขึ้นจริง เขามองไปที่มือถือ… หน้าจอยังคงสว่าง… มิ้งค์ยังคงยิ้ม… วินตัวสั่น… นี่ไม่ใช่แค่การตลาดที่เก่งกาจ… นี่ไม่ใช่แค่จิตวิทยาหมู่… มันคือ ‘บางอย่าง’ … บางอย่างที่มืดมิดและโบราณ… กำลังทำงานผ่านผู้หญิงคนนี้ เขามองลึกเข้าไปในหน้าจอ… ผ่านรอยยิ้มของมิ้งค์… ไปยังชั้นวางของด้านหลัง มีเงาดำๆ… รูปร่างเหมือนหุ่น… วินเพ่งมอง… และเขาก็เห็นมัน… วินาทีที่เขาสบตากับเงาดำนั้น… เสียงกรีดร้อง… เสียงกรีดร้องนับพัน… ก็ดังขึ้นในหัวของเขา! วินทรุดลงกับพื้น… กุมขมับ… “อ๊ากกกกกก!” มันไม่ใช่แค่การเสพติด… มันคือ ‘คุณไสย’


เสียงกรีดร้องในหัวของวินเงียบหายไป… แต่ทิ้งไว้ซึ่งความหนาวเย็นที่จับขั้วหัวใจ เขารู้แล้วว่ากำลังต่อสู้กับอะไร นี่ไม่ใช่คดีทุจริตผู้บริโภค… นี่คือสงครามกับสิ่งที่มองไม่เห็น เขากลับไปที่กองบรรณาธิการในสภาพเหมือนคนอดนอนมาสามวัน “พี่ครับ… ผมมีเรื่องต้องคุยด่วน” เขานำเสนอสิ่งที่เขาค้นพบ… “รูปแบบการฆ่าตัวตาย” … “อาการเสพติดฉับพลัน” … และ “วัตถุต้องสงสัย” ที่เขาเห็นในไลฟ์ “วิน… นี่มัน… คุณไสยเหรอ?” หัวหน้าของเขาพูดอย่างไม่เชื่อสายตา “เราเป็นสำนักข่าวนะ ไม่ใช่รายการล่าท้าผี” “ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร!” วินทุบโต๊ะ “แต่ผมรู้ว่ามันฆ่าน้องสาวผม! และมันกำลังฆ่าคนอื่น! เราต้องตีพิมพ์เรื่องนี้!” “เราตีพิมพ์เรื่องไสยศาสตร์ไม่ได้วิน! เราจะถูกฟ้องกลับจนหมดตัว!” “งั้นเราก็ตีพิมพ์ในสิ่งที่เรา ‘เห็น’!” วินยืนกราน “เราตีพิมพ์เรื่อง ‘โรคระบาดการช้อปปิ้งออนไลน์’ เราตีพิมพ์เรื่อง ‘Mink’s Closet’ ที่เชื่อมโยงกับการตายอย่างน้อย 10 ศพ! เราเตือนคน!” หัวหน้าถอนหายใจยาว “ตกลง… แต่ต้องระมัดระวังคำพูด ห้ามใช้คำว่า ‘ฆาตกรรม’ หรือ ‘สาเหตุ’ … ใช้แค่ ‘ความเชื่อมโยงที่น่าสงสัย’ … ไปเขียนมา”

ในขณะเดียวกัน… โกดังใหม่ของมิ้งค์ มันคือโรงงานขนาดยักษ์… สะอาด… สว่างจ้า… และหนาวเย็น ชั้นวางของสูงจรดเพดาน เต็มไปด้วยสินค้าที่รอการจัดส่งนับหมื่นชิ้น พนักงานแพ็คของหลายสิบคนทำงานเหมือนหุ่นยนต์… พวกเขาไม่คุยกัน… ใบหน้าเรียบเฉย… มีเพียงเสียงเทปกาวที่ถูกดึง มิ้งค์เดินตรวจตรา… เธอเหมือนราชินีในอาณาจักรน้ำแข็ง เธอไม่ยิ้ม… เธอกลายเป็นคนเย็นชา… ความตื่นเต้นในวันแรกๆ หายไปหมดแล้ว… เหลือเพียง ‘หน้าที่’ หน้าที่ในการ ‘ป้อนอาหาร’ หุ่นแม่คณา… ตอนนี้ถูกย้ายมาไว้ในห้องทำงานส่วนตัวของเธอ ห้องกระจกใสที่มองเห็นทั่วทั้งโกดัง มันไม่ได้อยู่บนชั้นวางอีกต่อไป… มันอยู่บน ‘แท่นบูชา’ มิ้งค์สั่งทำแท่นบูชาจากไม้ตะเคียนโบราณ… รอยแตกบนตัวหุ่นตอนนี้… มัน ‘อ้าออก’ ข้างในไม่ใช่แค่เงาดำ… มันคือ ‘ดวงตา’ ดวงตานับร้อย… เล็กจิ๋ว… สีแดงก่ำ… กำลังกลอกกลิ้งมองเธอจากด้านใน… และเสียงกระซิบ… มันดังตลอดเวลา… [อีก…] [เอามาอีก…] [ความสนใจ… ความสิ้นหวัง… ความโกรธ…] […มันไม่พอ…] [ข้าต้องการ… ‘ชีวิต’…] มิ้งค์รู้แล้วว่า ‘แม่คณา’ ต้องการอะไร มันไม่ต้องการเงิน… มันต้องการอารมณ์ความรู้สึกรุนแรง… และที่สุดของอารมณ์… คือความกลัวตาย… และ ‘ความตาย’ เอง มิ้งค์พยายามกลบเสียงนั้นด้วยเสียงเพลงคลาสสิกที่เปิดดังลั่นห้อง แต่เสียงกระซิบมันดังมาจาก ‘ข้างใน’ หัวของเธอ

ข่าวเริ่มแพร่ออกไป… ไม่ใช่แค่ในฟอรั่มมืดๆ อีกต่อไป มันกลายเป็น “โรคระบาดลึกลับ” [กลุ่มแม่บ้านช็อก! สมาชิกวงแชร์ตายคาจอไลฟ์สด!] [นักศึกษาติดหนี้พนัน… หรือติดหนี้ ‘CF’ ?] [จิตแพทย์เตือนภัย ‘โรคเสพติดการขานชื่อ’ … ภาวะใหม่ที่ทำให้คนล้มละลาย] ชื่อของ “Mink’s Closet” ถูกพูดถึงมากขึ้น… แต่ในแง่มุมที่น่าสะพรึงกลัว ผู้คนเริ่มเรียกมันว่า “ร้านค้าผีสิง”

และแล้ว… บทความของวินก็ถูกตีพิมพ์ หน้าหนึ่ง… ตัวพาดหัวใหญ่ [เปิดโปง! ‘Mink’s Closet’ อาณาจักรแสนล้าน… บนคราบน้ำตาเหยื่อ 10 ศพ?] บทความเป็นกระแสไวรัลในชั่วข้ามคืน มันสั่นสะเทือนสังคม วินคิดว่านี่คือชัยชนะ… เขาคิดว่าเขาได้ ‘เตือน’ คนแล้ว แต่เขาคิดผิด ในยุคที่ความสนใจคือทุกสิ่ง… ข่าวฉาว… คือการโฆษณาที่ดีที่สุด คืนนั้น… ไลฟ์สดของมิ้งค์ ตัวเลขคนดูพุ่งทะยาน… จากหลักหมื่น… เป็น ‘หลักแสน’ คนไม่ได้เข้ามาด่า… พวกเขาเข้ามา ‘พิสูจน์’ [ร้านนี้เหรอที่เขาว่ามีผี?] [จริงป่าวแม่ค้า? ทำคุณไสยเหรอ?] [ถ้าผีจริง… ขอ CF หน่อยสิ!] [อยากลองของ!] ความกลัว… ความอยากรู้อยากเห็น… ความท้าทาย… ทั้งหมดนี้… กลายเป็น ‘อาหาร’ ชั้นเลิศสำหรับแม่คณา มิ้งค์ยืนอยู่หน้ากล้อง… เธออ่านคอมเมนต์เหล่านั้น… เธอควรจะกลัว… แต่สิ่งที่เธอรู้สึก… คือ ‘พลัง’ พลังที่มหาศาลกว่าเดิม… หุ่นแม่คณาในห้องทำงานของเธอ… มัน ‘สั่น’ ดวงตาสีแดงข้างในเบิกกว้าง… เสียงกระซิบกลายเป็นเสียง ‘คำราม’ แห่งความพึงพอใจ [ใช่! เอาอีก! เอาความสงสัยของพวกมันมา!] “สวัสดีค่ะ…” มิ้งค์ยิ้ม… เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบที่สุด “ได้ข่าวว่า… มีคนอยาก ‘ลองของ’ …” เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของมันโดยสมบูรณ์ เธอไม่ได้ขายเสื้อผ้าอีกต่อไป… เธอขาย ‘ความลุ่มหลง’

วินมองดูยอดคนดูไลฟ์สดที่พุ่งขึ้น… ด้วยความสิ้นหวัง บทความของเขา… มันไม่ได้ช่วยใคร… มันกลับ ‘ป้อน’ เหยื่อให้ปีศาจ! เขาอ่านคอมเมนต์ที่ท้าทาย… [ถ้าซื้อแล้วตายจริง… ก็มาเอาไปเลย!] “ไม่… ไม่… พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร…” เขาพยายามพิมพ์เตือน [หยุดดู! นี่คือคุณไสย! มันจะฆ่าพวกคุณ!] แต่คอมเมนต์ของเขาถูกกลืนหายไปในเสี้ยววินาที… ท่ามกลางคลื่น [CF] หลายหมื่นข้อความ

มิ้งค์ไลฟ์สดสามวันสามคืนไม่หยุดพัก เธอไม่เหนื่อย… พลังงานจากแม่คณากำลังหล่อเลี้ยงเธอ โกดังทำงาน 24 ชั่วโมง… แต่แล้ว… มิ้งค์ก็เริ่มสังเกตเห็น… พนักงานแพ็คของคนหนึ่ง… (เป็นเด็กสาววัยรุ่นที่เพิ่งมาทำงานได้สองวัน) เธอกำลังยืนแพ็คของ… แต่สายตาเธอลอย… เธอหยิบเสื้อยืด… พับ… ใส่กล่อง… ปิดเทป… แล้วเธอก็หยิบเสื้อยืดตัวเดิม… พับ… ใส่กล่องใบใหม่… ปิดเทป… เธอทำซ้ำๆ… เหมือนเครื่องจักรที่ชำรุด “นี่เธอ!” มิ้งค์ตะโกน “ทำอะไรน่ะ!” เด็กสาวสะดุ้ง… หันมามองมิ้งค์ ดวงตาของเธอ… ‘ว่างเปล่า’ ไม่มีแววตา… ไม่มีชีวิต… แล้วเธอก็ยิ้ม… “CF… นะคะ…” มิ้งค์ผงะ… ขนลุกซู่ “แกเป็นบ้าอะไร!?” เด็กสาวคนนั้น… เริ่มหยิบกรรไกรตัดเทปขึ้นมา… เธอกรีดมันลงบนแขนตัวเอง… เป็นทางยาว… เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็น… แต่เธอยังคงยิ้ม… “ขอบคุณ… สำหรับ… ออเดอร์…” “กรี๊ดดดด!” มิ้งค์ล้มลงกับพื้น รปภ. รีบวิ่งเข้ามาคุมตัวเด็กสาวออกไป โกดังตกอยู่ในความโกลาหลชั่วขณะ มิ้งค์ตัวสั่นเทา… นี่มันอะไรกัน… มัน ‘ลาม’ … มันไม่ได้อยู่แค่ในจอ… มันออกมาสู่โลกความจริงแล้ว…

คืนนั้น… มิ้งค์ตัดสินใจ… พอแล้ว เธอทนไม่ไหวแล้ว… เธอเก็บกระเป๋า… เธอจะหนี… หนีไปจากที่นี่… หนีไปจากแม่คณา เธอจะไม่ไลฟ์สดคืนนี้ “แกเอารวยไปแล้ว… เอาชีวิตฉันคืนมา…” เธอพึมพำ เธอปิดไฟโกดัง… สั่งทุกคนกลับบ้าน โกดังที่เคยสว่างไสว… ตอนนี้มืดมิดและเงียบสงัด เหลือเพียงเธอ… กับห้องทำงานกระจก เธอเดินไปที่แท่นบูชา… เตรียมจะหยิบกระเป๋า [แกจะไปไหน…] เสียงกระซิบดังขึ้น… ไม่ใช่ในหัว… แต่มันดัง ‘ออกมา’ จากหุ่น! “ฉันจะไปให้พ้น! ฉันไม่เอาแล้ว!” [แกเป็นของข้า…] “ไม่!!!” มิ้งค์คว้าหุ่นแม่คณาขึ้นมา… ตั้งใจจะขว้างมันทิ้ง แต่ทันทีที่มือเธอสัมผัส… ความเจ็บปวดแสนสาหัสก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง! “อ๊ากกกกกก!” เหมือนมีเข็มนับล้านทิ่มแทงเธอจากข้างใน! เธอปล่อยหุ่นหลุดมือ… หุ่นตกลงบนพื้น… และมัน… ‘ลุกขึ้นยืน’ เอง ดวงตาสีแดงก่ำนับร้อยในรอยแตก… จ้องมาที่เธอ [แก… คือร่างทรงของข้า…] [แก… ต้อง… ป้อน… อาหาร… ให้… ข้า…] ทันใดนั้น! ไฟในโกดังสว่างวาบขึ้นเอง! เครื่องจักรแพ็คของเริ่มทำงาน! สายพานเลื่อนดังลั่น! โทรศัพท์มือถือของมิ้งค์… ที่เธอปิดไปแล้ว… หน้าจอสว่างขึ้นเอง… แอปไลฟ์สด… เปิดตัวเอง! [Mink’s Closet กำลังไลฟ์สด!] “ไม่… ไม่… ปิดมัน!” มิ้งค์คลานไปที่มือถือ แต่ก่อนที่เธอจะไปถึง… ร่างของเธอก็แข็งทื่อ… เหมือนมีเชือกที่มองไม่เห็น… กำลัง ‘เชิด’ เธอ มันบังคับให้เธอลุกขึ้นยืน… บังคับให้เธอเดินไปหน้ากล้อง… บังคับให้เธอยิ้ม… “สวัสดี… ค่ะ…” เสียงที่ออกมา… ไม่ใช่เสียงของเธอ… มันแหบพร่า… และซ้อนทับด้วยเสียงกระซิบนับพัน “ใคร… รอ… CF… บ้าง… คะ…” มิ้งค์กรีดร้องอยู่ข้างใน… แต่น้ำตาไม่ไหล… ร่างกายไม่ขยับ เธอมองเห็นตัวเองในจอมอนิเตอร์… ยิ้มหวาน… แต่ในดวงตาของเธอ… มันคือความหวาดกลัวสุดขีด เธอไม่ใช่ ‘ราชินีไลฟ์สด’ อีกต่อไป… เธอคือ ‘นักโทษ’ … เธอคือ ‘ทาส’ ของแม่คณา… และคืนนี้… มันต้องการอาหารมื้อใหญ่


มิ้งค์มองดูตัวเองในจอ… รอยยิ้มที่เธอไม่ได้สั่ง… คำพูดที่เธอไม่ได้เปล่ง [สวัสดีค่ะ… ใคร… รอ… CF… บ้าง… คะ…] เสียงแหบพร่าที่ซ้อนทับกันนั้น… มันน่าสะพรึงกลัว แต่สำหรับคนดูนับแสนในจอ… มันคือ ‘เสน่ห์’ พวกเขาถูกสะกด… [แม่ค้าเสียงเซ็กซี่จัง!] [วันนี้แม่ค้าดู ‘ขลัง’ มาก!] [CF!!! เอาอะไรก็ได้ CF!!!] คลื่นพลังงาน… ความลุ่มหลงดิบๆ… ไหลทะลักจากหน้าจอ… ผ่านกล้อง… ตรงเข้าไปในหุ่นแม่คณา หุ่นไม้ที่ตั้งอยู่บนแท่นบูชาสั่นสะเทือนด้วยความปิติยินดี… ดวงตาสีแดงก่ำนับร้อยดวงเบิกกว้าง… มิ้งค์กรีดร้องอยู่ข้างใน… [หยุดนะ! หยุด! พวกแกกำลังป้อนอาหารให้มัน!] แต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา… มีเพียงรอยยิ้มหวาน… “ขอบคุณ… นะคะ…” ร่างกายของเธอบอก “วันนี้… มิ้งค์มีของ ‘พิเศษ’ … มาให้” “มัน” บังคับให้มิ้งค์หยิบกล่องกำมะหยี่สีดำขึ้นมา “กำไล… ‘นำโชค’ ค่ะ…” มิ้งค์จำได้… นี่มันกำไลหินปลอมที่เธอรับมาร้อยบาท “…ใส่แล้ว… จะ ‘สมหวัง’ … ทุกอย่าง…” เสียงนั้นเหมือนการสะกดจิต [เอาค่ะ!] [CF 10 เส้น!] [หนูอยากสมหวัง! CF!] ยอดสั่งซื้อพุ่งทะยานจนระบบเกือบล่ม มิ้งค์มองดูตัวเลขที่วิ่งขึ้น… มันไม่ใช่เงิน… มันคือ ‘วิญญาณ’ … วิญญาณที่ถูกผูกมัด

ทันใดนั้น… คอมเมนต์หนึ่งเด้งขึ้นมา… ที่ทำให้หัวใจของมิ้งค์ (หัวใจจริงๆ ของเธอ) หยุดเต้น [ลูกมิ้งค์… แม่เองนะลูก… แม่เพิ่งสมัครไอดีเป็น] มันคือแม่ของเธอ แม่… ที่อยู่ต่างจังหวัด… ที่เธอโกหกว่ามา ‘รับสินค้าล็อตใหม่’ … แม่… ที่เธอไม่ได้โทรหามาเกือบเดือน… [เก่งจังเลยลูกสาวแม่… คนดูเป็นแสนเลย… แม่ภูมิใจในตัวลูกนะ] น้ำตาที่แท้จริง… น้ำตาแห่งความหวาดกลัว… เอ่อล้นออกมาจากดวงตาของมิ้งค์ [อย่านะแม่! ออกไป! ออกไปเดี๋ยวนี้!] เธอตะโกนอยู่ในใจ แต่คนดู… กลับเห็นเป็นอย่างอื่น [แม่ค้าดีใจจนร้องไห้เหรอ?] [น่ารักจัง! กตัญญู!] “สวัสดีค่ะ… คุณแม่…” เสียงของแม่คณาพูดผ่านปากเธอ… นุ่มนวล… อบอุ่น… “ดีใจ… ที่แม่มาดู… มิ้งค์ก็ ‘คิดถึง’ แม่ค่ะ” “วันนี้… มิ้งค์ให้กำไลนี้แม่… เป็น ‘ของขวัญ’ นะคะ” มิ้งค์พยายามต่อสู้… เธอพยายามเกร็งนิ้ว… พยายามขยับปากเพื่อตะโกนคำว่า ‘หนีไป!’ [ไม่!!! อย่ารับ!!!] แต่ร่างกายไม่เชื่อฟัง… นิ้วของเธอกลับพิมพ์ข้อความตอบกลับ… [CF ให้คุณแม่ 1 เส้นนะคะ] แม่ของเธอพิมพ์ตอบกลับมาอย่างดีใจ [ขอบใจจ้ะลูก… เดี๋ยวแม่โอนเงินให้… แม่อุดหนุนลูกนะ] [ไม่!!! แม่!!!] มิ้งค์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมา แม่คณา… มันกำลังจะกินแม่ของเธอ… ผ่านร่างของเธอเอง

ในขณะเดียวกัน… วินกำลังนั่งอยู่ในห้องของฝ้ายที่ถูกเก็บกวาดแล้ว… แต่ความทรงจำยังคงอยู่ บทความของเขาล้มเหลว เขาไม่สามารถเตือนใครได้… เขาทำได้แค่ ‘โฆษณา’ ให้ปีศาจ “พี่ขอโทษนะฝ้าย…” เขาก้มหน้ามองแล็ปท็อปของน้องสาว เขาต้องหาต้นตอ… เขาเปิดดูประวัติการเข้าชมเว็บของฝ้าย… ย้อนกลับไป… ส่วนใหญ่เป็นเว็บช้อปปิ้ง… เว็บบันเทิง… แต่แล้ว… เขาก็เจอ ลิงก์… ที่ถูกลบไปแล้ว… แต่ยังอยู่ในแคช มันคือ “ตลาดสายดำ” … ฟอรั่มเดียวกับที่มิ้งค์เคยเข้าไป วินไล่อ่าน… [เรียกผัวกลับ]… [สาปแช่งศัตรู]… และแล้วเขาก็เห็น… [แม่คณา – เสน่ห์แห่งการค้า เรียกทรัพย์จนนอง] วินคลิกเข้าไป… เขาอ่านเนื้อหา… “…ลูกค้าจะ ‘พันผูก’ …” … “…จ่ายด้วยสิ่งที่ ‘ไม่ใช่เงินตรา’ …” หัวใจของเขเต้นรัว… นี่แหละ! เขารู้สึกเหมือนฝ้ายกำลังนำทางเขา เขากวาดตาลงไปด้านล่างสุด… ลายแทง… “สำนักอาจารย์ดำ – ชายแดน” วินกำหมัดแน่น… เขามีเป้าหมายแล้ว… เขาไม่ได้กำลังสู้กับ “Mink’s Closet” … เขาต้องสู้กับ “อาจารย์ดำ”

ไลฟ์สดยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายชั่วโมง มิ้งค์ไม่รู้ตัวอีกต่อไป… จิตของเธอถอยลึกเข้าไปในความมืด… เธอได้ยินเพียงเสียง “ติ๊งๆ” ที่ดังไม่หยุด… และเสียงหัวเราะคิกคักที่น่าขนลุกของแม่คณา… จนกระทั่ง… แกร๊ก… เหมือนสวิตช์ถูกปิด ร่างของมิ้งค์ร่วงลงกับพื้นเหมือนตุ๊กตาที่ถูกตัดเชือก เธอไอโขลกๆ… สำลักอากาศ… แม่คณา… มัน ‘อิ่ม’ แล้ว… สำหรับคืนนี้ มันปล่อยเธอ มิ้งค์นอนขดตัวบนพื้นเย็นเฉียบ… ตัวสั่นเทา เสียงกระซิบในหัวเงียบไป… แต่ทิ้งไว้ซึ่งความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว เธอคลานไปหยิบมือถือ… หน้าจอแสดงยอดขาย… ตัวเลขแปดหลัก… แต่สิ่งที่เธอจ้องมอง… คือ ‘ออเดอร์’ สุดท้าย… [ผู้รับ: นางประไพ (แม่มิ้งค์)… สินค้า: กำไลนำโชค 1 เส้น… สถานะ: รอจัดส่ง] “ไม่… ไม่… ไม่… ฮือออออ…” มิ้งค์กรีดร้องออกมา… เป็นเสียงร้องไห้ที่แท้จริง เธอสูญเสียทุกอย่าง… เพื่อแลกกับความสำเร็จจอมปลอม… และตอนนี้… เธอกำลังจะเสียแม่ “ฉันฆ่าแก… อีนังปีศาจ!” มิ้งค์ลุกขึ้น… คว้าถังน้ำมันไฟแช็ก (ที่เธอใช้จุดอโรม่าในห้อง) เธอสาดน้ำมันไปทั่วแท่นบูชาไม้ตะเคียน… ราดลงบนหุ่นแม่คณา… หุ่นไม้นิ่งสนิท… ดวงตาสีแดงหรี่ลง… เหมือนกำลังเยาะเย้ย “ตาย! ตายซะ!” มิ้งค์จุดไฟแช็ก… โยนมันเข้าไป! พรึ่บ! ไฟลุกท่วมแท่นบูชา… มิ้งค์หัวเราะทั้งน้ำตา… “ไหม้สิ! ไหม้เป็นเถ้าถ่านไปเลย!” เปลวไฟโหมกระหน่ำ… ไม้ตะเคียนส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะๆ… แต่… หุ่นแม่คณา… มันยังคงตั้งอยู่… ท่ามกลางกองไฟ… ไฟ… ไม่สามารถแตะต้องมันได้ เปลวไฟล้อมรอบมัน… เหมือนกำลัง ‘เคารพบูชา’ มัน… แต่ไม่เผาไหม้มัน เสียงหัวเราะคิกคัก… ดังขึ้นอีกครั้ง… [โง่จริง… มนุษย์…] [ข้าเกิดจาก ‘ความอยาก’ … ไฟแห่งความโลภ… จะเผาข้าได้อย่างไร…] มิ้งค์ทรุดลง… สิ้นหวังโดยสมบูรณ์ เธอทำอะไรมันไม่ได้… ทันใดนั้น… หุ่นแม่คณาขยับ… มัน ‘ลอย’ ขึ้นจากกองไฟ… ลอยมาตรงหน้ามิ้งค์ ดวงตานับร้อยจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ [เจ้าอยากเห็น ‘ผลงาน’ ของเจ้าไหม…] ภาพ… ก็ฉายเข้ามาในหัวของมิ้งค์ ไม่ใช่ความฝัน… มันคือความจริง เธอเห็น… ลูกค้าหลายพันคน… ในห้องของพวกเขา… พวกเขากำลังนั่ง… นั่งนิ่งๆ… จ้องมองหน้าจอที่มืดดับ… พวกเขาไม่กิน… ไม่นอน… พวกเขาแค่ ‘รอ’ … รอไลฟ์สดครั้งต่อไป… ดวงตาของพวกเขา… ว่างเปล่า… เหมือนพนักงานแพ็คของคนนั้น แล้วเธอก็เห็น… แม่ของเธอ… นางประไพ… นั่งอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน… มือถือรุ่นเก่ากำแน่น… สายตาจ้องมองถนน… รอ… รอพัสดุ… รอ ‘กำไลนำโชค’ … [พวกเขาทั้งหมด… เป็นของข้า…] เสียงแม่คณาดังขึ้น [และเจ้า… คือคนนำทาง…] [พรุ่งนี้… เราจะ ‘ส่งของ’ กันนะ…] มิ้งค์หมดสติไป… ท่ามกลางกองไฟที่มอดดับเอง… เหลือเพียงแท่นบูชาที่ดำเป็นตอตะโก… และหุ่นแม่คณา… ที่ยังคง ‘สมบูรณ์’


วินขับรถมุ่งหน้าสู่ชายแดน ในหัวของเขา… มีเพียงเสียงกรีดร้องของฝ้าย… และภาพใบหน้าที่ยิ้มเยาะของมิ้งค์ เขาไม่ได้ไปในฐานะนักข่าวอีกต่อไป เขาไปในฐานะ ‘ผู้พิพากษา’ ป่าที่เขาขับรถเข้าไป… มันลึกและทึบกว่าที่เขาจินตนาการไว้ GPS ดับหายไปหลายชั่วโมงแล้ว… เขาขับตามลายแทงที่พรินต์ออกมาจากฟอรั่มมืดนั่น อากาศข้างนอก… ทั้งที่แดดเปรี้ยง… กลับเย็นยะเยือก จนกระทั่งเขามาถึง… กระท่อมไม้เก่าๆ… ที่ดูเหมือนจะพังแหล่มิพังแหล่… ซ่อนตัวอยู่ใต้ต้นไทรขนาดใหญ่ กลิ่นธูป… ผสมกับกลิ่นสาบ… กลิ่นของบางสิ่งที่ ‘ตาย’ ไปนานแล้ว วินจอดรถ… คว้าเหล็กงัดยางออกมาจากท้ายรถ เขาไม่ได้มาเพื่อ ‘คุย’ … เขามาเพื่อ ‘จบ’ เขากระแทกประตู… “อาจารย์ดำ!!!” เงียบ… เขากระแทกอีกครั้ง… ประตูไม้ผุๆ เปิดออกเอง… เสียงเอี๊ยดอ๊าด… ข้างในมืดสนิท… “ผมรู้นะว่าคุณอยู่ข้างใน! ออกมา!” วินก้าวเข้าไป ทันทีที่เขาก้าวข้ามธรณีประตู… ไฟเทียนนับร้อยเล่ม… ก็สว่างพรึ่บขึ้นมาเอง! เผยให้เห็น… อาจารย์ดำ… นั่งนิ่งอยู่กลางห้อง… ผอมเกร็ง… ดวงตาขุ่นมัว… เขากำลัง ‘รอ’ วินอยู่ “มาช้า… กว่าที่ข้าคิด” เสียงแหบพร่าของอาจารย์ดำดังขึ้น “แก! แกคือคนทำ ‘แม่คณา’ ใช่ไหม!” วินชี้เหล็กงัดยางไปที่ร่างนั้น อาจารย์ดำยิ้ม… “นางคือ ‘ลูกสาว’ ข้า… ไม่ใช่ ‘ของ’” วินช็อก… “ลูกสาว?” “เจ้ามา… เพื่อแก้แค้นให้น้องสาวเจ้าใช่ไหม… วิน…” วินตัวแข็งทื่อ… “แกรู้ชื่อฉันได้ยังไง…” “ข้ารู้ทุกอย่าง… ตั้งแต่ที่เจ้าเริ่ม ‘ดมกลิ่น’ … ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนเดียวที่ ‘ต้าน’ พลังของนางได้… จิตของเจ้าแข็ง… เพราะความแค้นมันกลบความ ‘อยาก’ …” “แกทำแบบนี้ทำไม! แกฆ่าคนไปกี่คนแล้ว!” “ข้าไม่ได้ฆ่า” อาจารย์ดำลุกขึ้นยืน… ร่างของเขาดูสูงใหญ่ขึ้นในแสงเทียน “’พวกมัน’ ต่างหากที่ฆ่ากันเอง” เขาชี้ไปที่มุมมืดของกระท่อม วินหรี่ตามอง… มันคือห้อง… ที่เต็มไปด้วยกล่องพัสดุ… กองสูงท่วมหัว… เหมือนกับห้องของฝ้าย! “นี่มัน…” “ห้องของ ‘คณา’ … ลูกสาวข้า” อาจารย์ดำเริ่มเล่า… คณา… ลูกสาวคนเดียวของเขา… เธอเป็นคนดี… แต่ ‘ขี้เหงา’ สามีทิ้งเธอไป… เธออยู่คนเดียวในเมืองใหญ่… เธอเริ่มซื้อของออนไลน์… “มันเริ่มจากเสื้อผ้า… แล้วก็เครื่องสำอาง… แล้วก็ของใช้ไร้สาระ…” “นางไม่ได้ซื้อของ… นางซื้อ ‘ความสุข’ … ซื้อ ‘เพื่อน’ … นางชอบเวลาที่แม่ค้าไลฟ์สด ‘เรียกชื่อ’ นาง…” “นางซื้อ… จนหมดตัว… เป็นหนี้… เหมือนน้องสาวเจ้า” วินกำเหล็กในมือแน่น “ข้าบอกให้นางกลับบ้าน… แต่นางไม่กลับ… นางอาย… นางบอกว่านางกำลังจะ ‘ได้ของชิ้นใหญ่’ … แล้วนางจะมีความสุข…” อาจารย์ดำหันมาสบตาวิน… ดวงตาที่ขุ่นมัว… บัดนี้มีน้ำตาไหลออกมา “วันหนึ่ง… นางก็เงียบไป… ข้าไปหาที่ห้อง… สิ่งที่ข้าเจอ… คือร่างของนาง… ที่ผูกคอตาย… ท่ามกลางกองกล่องพัสดุ… มือถือยังเปิดไลฟ์สดค้างอยู่… แม่ค้ารคนนั้น… กำลังหัวเราะ…” เรื่องราว… มันเหมือนกับของฝ้าย… เหมือนกันจนน่าขนลุก “ข้าเก็บเถ้านางกลับมา…” อาจารย์ดำชี้ไปที่แท่นบูชาเล็กๆ “ข้าใช้ไสยเวทย์ที่ข้ามีทั้งหมด… ปลุก ‘ความอยาก’ … ‘ความแค้น’ … ‘ความโดดเดี่ยว’ ของนางขึ้นมา… ข้าสร้าง ‘แม่คณา’ …” “เพื่ออะไร!” “เพื่อ ‘แก้แค้น’!!!” อาจารย์ดำตะโกน! เทียนดับวูบไปครึ่งห้อง! “แก้แค้นสังคมที่มันผลักไสลูกข้า! แก้แค้นไอ้พวกแม่ค้าใจยักษ์ที่สูบเลือดสูบเนื้อคน! แก้แค้น ‘ความโลภ’ ที่มันฆ่าลูกข้า!” “แล้วมิ้งค์ล่ะ! ยัยนั่นเกี่ยวอะไร!” “นางคือ ‘ภาชนะ’ ที่สมบูรณ์แบบ… นางมาหาข้าด้วยความโลภที่บริสุทธิ์… ความสิ้นหวังที่ถึงขีดสุด… นางคือคนที่แม่คณา ‘เลือก’ …” “แล้วจะหยุดมันยังไง!” วินตะคโกน “บอกข้ามา! ทำยังไงถึงจะหยุดนรกนี่ได้!” อาจารย์ดำหัวเราะ… “หยุดเหรอ… ไม่มีทางหยุด” “มันต้องมีสิ!” “แม่คณา… คือจิตที่ผูกติด… นางจะ ‘กิน’ ไปเรื่อยๆ… กินความโลภ… กินความสิ้นหวัง… จนกว่า… นางจะอิ่ม…” “แล้วเมื่อไหร่ที่นางจะอิ่ม!” อาจารย์ดำจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของวิน… “เมื่อนางได้ ‘ปลดปล่อย’ … และสิ่งเดียวที่จะปลดปล่อยนางได้… คือการ ‘แลกเปลี่ยน’ ที่สมบูรณ์…” “แลกเปลี่ยนอะไร!” “…ชีวิต… ของ ‘ร่างทรง’ …” วินหน้าซีด… “หมายความว่า… มิ้งค์ต้องตาย…” “นางเรียกมันมาเอง… นางต้องจ่าย… เมื่อไหร่ที่มิ้งค์ตาย… แม่คณาก็จะเป็นอิสระ… และลูกค้าทั้งหมด… ก็จะเป็นอิสระ… มันคือทางเดียว” วินทรุดลง… นี่มันบ้าอะไรกัน… เขาต้องเลือกระหว่าง… ปล่อยให้คนตายต่อไปเรื่อยๆ… หรือ… ปล่อยให้ฆาตกรที่ฆ่าน้องสาวเขา (แม้จะไม่เจตนา) … ต้องตาย “ข้าเตือนเจ้าแล้ว…” อาจารย์ดำพูด “นางหิวมาก… นางเริ่มกิน ‘คนใกล้ตัว’ ของภาชนะแล้ว… แม่ของมิ้งค์… คือรายต่อไป… และถ้าแม่นางตาย… นางก็จะกินต่อไป… ไม่จบสิ้น… จนกว่ามิ้งค์จะตาย” วินลุกขึ้น… “แกมันปีศาจ” “ข้าแค่พ่อ… ที่รักลูก” อาจารย์ดำตอบ… ก่อนจะนั่งลง… และหลับตา… ท่ามกลางความมืด


ขณะเดียวกัน… ที่โกดังนรก… มิ้งค์ตื่นขึ้นมาบนพื้นเย็นเฉียบ… ร่างของเธอปวดร้าว… แต่สมองแจ่มชัด… [พรุ่งนี้… เราจะ ‘ส่งของ’ กันนะ…] เสียงของแม่คณายังก้องอยู่ มิ้งค์คลานไปที่โต๊ะทำงาน… คว้ามือถือ เธอต้องโทรหาแม่! เตือนแม่! เธอโทรออก… [หมายเลขที่ท่านเรียก… ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…] มิ้งค์ใจหายวาบ… เธอส่งข้อความ… [แม่! อย่ารับพัสดุนะ! อันตราย! ตอบหนูด้วย!] ติ๊ง… ข้อความตอบกลับ… [แม่รอของจากลูกอยู่นะจ๊ะ… ดีใจจัง… ‘กำไลนำโชค’ … แม่จะใส่ติดตัวตลอดเลย… แม่รักลูกนะ] มิ้งค์อ่านข้อความนั้น… มันคือความรัก… แต่ถูก ‘บิดเบือน’ แม่ของเธอ… ‘ติดกับ’ แล้ว ถ้าพัสดุไปถึง… ถ้าแม่เธอสวมกำไลนั่น… มันจะดูดพลังชีวิตแม่เธอจนหมด มิ้งค์มองไปรอบโกดัง… กองพัสดุ… “กำไลนำโชค” นับพัน… กำลังรอการจัดส่งในเช้าพรุ่งนี้ เธอทำลายแม่คณาไม่ได้… เธอหยุดรถส่งของไม่ได้… เหลือทางเดียว… เธอต้อง ‘ตัด’ วงจร… เธอต้องทำลาย ‘ความน่าเชื่อถือ’ ของเธอเอง เธอต้องทำให้ทุกคน ‘เกลียด’ เธอ… เธอต้องทำให้ ‘อาหาร’ ของแม่คณา… กลายเป็น ‘ยาพิษ’ มิ้งค์สูดหายใจลึก… เธอเดินไปที่แท่นบูชาที่ดำเป็นตอตะโก… หุ่นแม่คณาวางนิ่งอยู่… “แกอยากกินนักใช่ไหม…” มิ้งค์กระซิบ… “ได้… ฉันจะป้อนแก… ป้อน ‘ความจริง’ ให้แก… จนแกสำลักตายไปเลย!” เธอหยิบมือถือขึ้นมา… กดปุ่ม… “เริ่มไลฟ์สด”

แสงสว่างวาบ… [Mink’s Closet กำลังไลฟ์สด!] การแจ้งเตือนถูกส่งไปยังคนนับล้าน… ผู้คน… ที่กำลังนั่งรอเหมือนซอมบี้… ดวงตาของพวกเขาสว่างวาบ… พวกเขากดเข้ามา… ยอดคนดูพุ่งทะยาน… แสน… ห้าแสน… หนึ่งล้าน… พวกเขาคาดหวังจะเห็นราชินีไลฟ์สด… รอยยิ้ม… สินค้าใหม่… แต่สิ่งที่พวกเขาเห็น… คือมิ้งค์… ในสภาพที่ยับเยิน… ผมเผ้ายุ่งเหยิง… ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาและเขม่าควัน… เธอยืนอยู่… ตัวสั่นเทา… ในโกดังที่มืดสลัว… [แม่ค้าเป็นไร?] [นี่มันคอนเซ็ปต์ใหม่เหรอ? แนวสยองขวัญ?] [แต่งหน้าผีเหรอ? เหมือนจริงมาก!] “ทุกคน…” มิ้งค์พูด… เสียงสั่นเครือ… เป็นเสียงของเธอจริงๆ “…ช่วยฟังฉัน…” “อย่าซื้อ…” [ห๊ะ? ว่าไงนะ?] [CF เหรอ? CF อะไร?] “อย่าซื้อของจากฉันอีกต่อไป!!!” มิ้งค์ตะโกนสุดเสียง! “มันคือคำสาป! พวกคุณกำลังถูกหลอก!” ความเงียบ… ปกคลุมช่องแชทชั่ววินาที… ก่อนที่จะระเบิดออก… [สุดยอด! นี่มันการตลาดแบบใหม่!] [เล่นใหญ่มากแม่!] [CF บทละครนี้! เอาไปสิบดาว!] [CF!!! CF!!! CF!!!] ยอด CF เด้งขึ้นมารัวๆ… พวกเขาคิดว่านี่คือการ ‘แสดง’ “ไม่! พวกแกไม่เข้าใจเหรอ!” มิ้งค์ร้องไห้ “นี่ไม่ใช่การแสดง! มันคือเรื่องจริง! มีคนตาย! น้องฝ้าย! ป้าอิ่ม! พวกเขาตายเพราะฉัน!” เธอหยิบหุ่นแม่คณาขึ้นมา… ชูให้กล้องเห็น “เพราะอีนี่! อีนังปีศาจนี่! มันกินพวกคุณอยู่!” [โอ้โห! พร็อพตุ๊กตาผี!] [ลงทุนมาก!] [CF ตุ๊กตาตัวนั้น! ขายไหมแม่!] [ขายเท่าไหร่!!! CF!!!] “พวกแกมันบ้าไปแล้ว!!!” มิ้งค์กรีดร้อง “ตื่นสิ! ได้โปรด… ตื่น! มันจะฆ่าพวกคุณ! มันกำลังจะฆ่าแม่ฉัน!” หุ่นแม่คณาในมือเธอ… เริ่ม ‘สั่น’ มันไม่พอใจ… [พวกมันไม่เชื่อ…] เสียงมันกระซิบในหัวมิ้งค์ [ป้อนอาหารให้ข้า… ยิ้มสิ…] “ไม่!!!” [ยิ้ม!!!] ร่างของมิ้งค์เริ่มกระตุก… “อ…ย่า… ซื้อ…” แต่กล้ามเนื้อบนใบหน้า… กำลังถูก ‘บังคับ’ … มันค่อยๆ… ฉีก… ออกเป็น… รอยยิ้ม… รอยยิ้มที่สยดสยอง… ท่ามกลางน้ำตาที่ไหลอาบ… [CF… นะ… คะ…] [นั่นไง! แม่ค้ากลับมาแล้ว!] [รู้อยู่แล้วว่าเล่นละคร!] [CF!!! CF!!! CF!!!] มิ้งค์พ่ายแพ้… เธอถูกเชิดอีกครั้ง… แต่ขณะที่เธอกำลังจะสิ้นหวัง… ปัง!!! ประตูโกดังถูกกระแทกเปิดออก! วิน… ในสภาพที่สะบักสะบอมจากการขับรถข้ามคืน… พุ่งเข้ามา! เขาวิ่งผ่านกล้องไลฟ์สด… “อีนังฆาตกร!!!” เขาไม่สนใจกล้อง… เขาตรงไปที่มิ้งค์! “แกฆ่าน้องสาวฉัน!!!” เขากระชากคอเสื้อมิ้งค์… คนนับล้านในไลฟ์สด… ตกตะลึง [นั่นใคร!] [ดราม่า? เรื่องจริงเหรอ?] [ถ่ายต่อไป! อย่าหยุด!] “ฉัน… ฉัน…” มิ้งค์พยายามพูด “…ฉัน… หยุดมันไม่ได้…” “โกหก!!!” วินเงื้อมือ… แต่แล้วสายตาเขาก็เหลือบไปเห็น… รูปถ่ายของฝ้าย… ที่เขาพกติดตัวมา… มันตกอยู่บนพื้น… ข้างๆ… หุ่นแม่คณา… ที่มิ้งค์ทำหล่น วินมองหุ่น… อาจารย์ดำบอกว่า… “มิ้งค์ต้องตาย” วินมองหน้ามิ้งค์… ที่กำลังร้องไห้… ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว… ไม่ใช่ความชั่วร้าย แล้วเขาก็มองไปที่หุ่น… “แก… แกใช่ไหม…” วินกระซิบ “…แกคือ ‘แม่คณา’…” เขาทิ้งมิ้งค์… แล้วตรงไปที่หุ่น “แกคือตัวการ!” เขากำลังจะกระทืบมัน… [โง่…] เสียงกระซิบดังลั่นโกดัง! มิ้งค์ตะโกน “อย่า!!!” วินาทีที่เท้าของวินกำลังจะถึงตัวหุ่น… วูบ! เกิดลมกรรโชกแรงในโกดัง! พัสดุ… กล่องนับหมื่น… นับแสนกล่อง… ที่วางอยู่บนชั้น… มัน ‘ลอย’ ขึ้น! ลอยขึ้นสู่เพดาน… หมุนวน… เหมือนพายุทอร์นาโด! [พวกมัน… คือ ‘ทาส’ ของข้า!] [และแก… กำลังขวางทางอาหารของข้า!] กล่องพัสดุนับพัน… พุ่งเข้าใส่วิน… เหมือนห่ากระสุนปืนใหญ่! “วิน!!! ระวัง!!!” มิ้งค์กรีดร้อง โครม!!! วินถูกกล่องพัสดุกระแทก… อัดกระเด็นไปชนชั้นวางของ! เขาพยายามลุก… แต่พายุกล่องก็โหมกระหน่ำใส่เขา… โครม! โครม! โครม! มิ้งค์มองภาพนั้นด้วยความสยดสยอง… กล้องมือถือ… ยังคง ‘ไลฟ์สด’ … จับภาพพายุกล่องพัสดุ… และร่างของวินที่กำลังจะถูก ‘ฝัง’ … และคนนับล้าน… [CG เหรอ?] [เอฟเฟกต์สุดยอด!] [นี่มันหนังผีชัดๆ!] [CF!!! CF!!! CF!!!] ไม่มีใครเชื่อ… ไม่มีใครตื่น… พวกเขา… เสพติดจนแยกไม่ออกแล้ว… ระหว่างความจริง… กับ… คำลวง


พายุกล่องพัสดุ… มันคือภาพที่เหนือจริง วินถูกฝังอยู่ใต้กองภูเขา… ที่เกิดจากสินค้าที่น้องสาวเขาและคนอื่นๆ สังเวยชีวิตให้ มิ้งค์กรีดร้อง… แต่เสียงของเธอจมหายไปในเสียงหัวเราะคิกคักของแม่คณา [สนุก… สนุกเหลือเกิน…] หุ่นไม้ลอยอยู่กลางอากาศ… ดวงตาสีนับร้อยเบิกกว้าง… เสพสุขกับ ‘ดราม่า’ ที่เกิดขึ้น คนนับล้านในจอก็กำลังเสพสุขเช่นกัน [สุดยอด! เอาอีก!] [พระเอกตายตอนจบเหรอ?] [CF เลือดปลอม! CF พายุกล่อง!] มิ้งค์มองดูคอมเมนต์เหล่านั้น… “พวกแก… พวกแกทุกคน…” เธอพึมพำ “…พวกแกก็คือปีศาจ… พวกแกก็ไม่ต่างจากมัน…” ความเกลียดชัง… ไม่ใช่ต่อแม่คณา… แต่ต่อ ‘คนดู’ … มันพุ่งสูงขึ้น [เจ้าพูดถูก…] เสียงแม่คณาดังขึ้นในหัวเธอ [ข้าไม่ได้สร้างความโลภ… ข้าแค่ ‘กิน’ มัน… และพวกมัน… คือผู้ ‘ป้อน’ ที่ดีที่สุด] มิ้งค์มองไปที่กองกล่องที่ฝังร่างของวิน… เธอเห็นมือของเขายื่นออกมา… ก่อนจะตกลง… นิ่งสนิท เขา… ตายแล้วเหรอ? ความรู้สึกผิด… หนักอึ้ง… ถาโถมเข้าใส่เธอ ฝ้าย… ป้าอิ่ม… นักศึกษา… และตอนนี้… วิน กี่ชีวิตแล้ว… ที่ต้องสังเวยให้กับความ ‘อยาก’ ของเธอ ความอยาก… ที่จะ ‘มีตัวตน’ ความอยาก… ที่จะ ‘ถูกยอมรับ’ ความอยาก… ที่จะ ‘เอาชนะ’ คำพูดของโอม […ไร้ประโยชน์…] เสียงของโอมในวันนั้น… คือจุดเริ่มต้นของนรกขุมนี้ มิ้งค์มองไปที่หุ่นแม่คณา… ที่กำลังลอยอย่างอิ่มเอม “แกบอกว่า… แกเกิดจาก ‘ความอยาก’ …” มิ้งค์พูดเสียงสั่น [ใช่… ความอยากที่ไม่มีที่สิ้นสุด…] “แกบอกว่า… แกกิน ‘ความสิ้นหวัง’ …” [ใช่… มันหอมหวาน…] “แกบอกว่า… แกกิน ‘ความโกรธ’ …” [ใช่… มันเผ็ดร้อน…] มิ้งค์ก้มลงมองพื้น… เธอเห็นบางอย่าง… มีด… มีดปอกผลไม้… มันคือหนึ่งใน ‘สินค้า’ ที่เธอเตรียมจะไลฟ์ขายในคืนนี้… สินค้าที่เธอสต็อกไว้ขายในราคาแพงกว่าความเป็นจริงสิบเท่า มันหล่นออกมาจากกล่องที่แตก… “แล้ว… ‘ความสำนึกผิด’ ล่ะ…” มิ้งค์กระซิบ… “…แกลิ้มรสมันได้ไหม?” หุ่นแม่คณาชะงัก… [อะไรนะ?] มิ้งค์ค่อยๆ ก้มลง… หยิบมีดปอกผลไม้เล่มนั้นขึ้นมา… คมมีดสะท้อนแสงไฟสตูดิโอ… เธอมองไปที่กล้องมือถือ… ที่ยังคงไลฟ์สด… คนนับล้านกำลังจ้องมองเธอ… รอคอย ‘ฉากต่อไป’ “พวกคุณ… ที่กำลังดูอยู่…” มิ้งค์พูด… เสียงของเธอชัดเจน… และเยือกเย็น… ความสั่นเทาหายไปแล้ว… [แม่ค้าจะทำอะไร?] [บทใหม่เหรอ?] “พวกคุณ… อยากรู้ความจริงใช่ไหม…” เธอเดินช้าๆ… เข้าไปหากล้อง… ใบหน้าของเธอ… ที่เปื้อนคราบน้ำตาและเขม่า… บัดนี้สงบนิ่ง… “ฉันชื่อมินตรา… มิ้งค์… ฉันเคยเป็นคน ‘ไร้ประโยชน์’ …” [บทพูดเริ่มดี!] [อินเนอร์มาเต็ม!] “ฉันถูกแฟนนอกใจ… ถูกสังคมเหยียบย่ำ… ฉันไม่มีอะไรเลย… นอกจากหนี้สิน… และความเกลียดชังตัวเอง…” “ฉัน… ต้องการแค่การยอมรับ… ฉันต้องการแค่ให้ใครสักคน… เรียกชื่อฉัน… เหมือนที่พวกคุณ… ต้องการให้ฉันเรียกชื่อพวกคุณ…” ช่องแชท… เริ่มช้าลง… ผู้คนเริ่ม ‘ฟัง’ … “ฉันไปหาหมอผี… ฉันได้ ‘ของ’ มา… ฉันทำคุณไสย… เพื่อให้พวกคุณ ‘รัก’ ฉัน…” มิ้งค์ชูหุ่นแม่คณาขึ้นมา… “นี่คือ ‘แม่คณา’ … ปีศาจที่เกิดจากความโลภ… มันไม่ใช่พร็อพ… มันคือเรื่องจริง” “มันให้ทุกอย่างที่ฉันต้องการ… เงิน… ชื่อเสียง… อำนาจ…” “…และมันเอา ‘ชีวิต’ เป็นการตอบแทน” “มันกิน… น้องฝ้าย… ที่แขวนคอตายในห้อง… ทั้งที่ยังดูไลฟ์ของฉัน” “มันกิน… ป้าอิ่ม… ที่อดข้าวตาย… เพื่อเอาเงินมา CF เสื้อผ้าที่ไม่มีวันได้ใส่” “มันกิน… ผู้ชายคนนั้น…” มิ้งค์ชี้ไปที่กองกล่องพัสดุที่ฝังวินไว้ “…ที่ชื่อวิน… เขาเป็นพี่ชายของฝ้าย… เขาแค่มาทวงความยุติธรรมให้น้องสาว… และมันก็ฆ่าเขา… ต่อหน้าพวกคุณทุกคน!” […นี่มัน… เรื่องจริงเหรอ…] [ไม่ตลกแล้ว…] [ขนลุก…] “พวกคุณคิดว่ามันคือ CG… พวกคุณคิดว่ามันคือการแสดง…” มิ้งค์หัวเราะ… เป็นเสียงหัวเราะที่แตกสลาย “…นั่นแหละคืออาหารของมัน! ความ ‘ไม่แยแส’ ของพวกคุณ! ความมืดบอดของพวกคุณ! พวกคุณทุกคน… กำลังช่วยมัน ‘ฆ่า’!!!” [หยุดพูดบ้าๆ!] [แกมันเมายา!] [แจ้งตำรวจจับมัน!] “สายไปแล้ว…” มิ้งค์พูด เธอหันไปมองหุ่นแม่คณา… ที่ตอนนี้ลอยนิ่ง… จ้องเธอเขม็ง ดวงตาสีนับร้อยกำลังสับสน… มันไม่ชอบ ‘อาหาร’ รสชาติใหม่นี้… รสชาติของ ‘ความจริง’ “อาจารย์ดำบอกว่า… ทางเดียวที่จะหยุดคำสาปนี้… คือการ ‘แลกเปลี่ยน’ ที่สมบูรณ์…” “…ชีวิต… ของ ‘ร่างทรง’ …” [มิ้งค์! อย่า!] เสียงหนึ่งดังขึ้นในแชท… แต่ช้าไป “แม่…” มิ้งค์พึมพำ… นึกถึงแม่ที่รอ ‘กำไลนำโชค’ … “…ถ้าฉันตาย… แม่คงรอด… ทุกคนคงรอด…” “ฝ้าย… ฉันขอโทษ…” “คุณวิน… ฉันขอโทษ…” มิ้งค์หันกลับมามองกล้อง… จ้องลึกเข้าไปในเลนส์… เหมือนจ้องตาคนนับล้าน “นี่คือ ‘สินค้า’ ชิ้นสุดท้าย… จาก Mink’s Closet…” เธอยกมีดปอกผลไม้ขึ้น… “…มันคือ ‘ความตาย’ ของฉันเอง…” [ไม่!!!] [อย่า!!!] [แจ้งตำรวจเร็! มีคนกำลังจะฆ่าตัวตาย!] ผู้คนในจอ… เพิ่งจะ ‘ตื่น’ … แต่สายเกินไป “…ฉันคืน ‘ชีวิต’ ให้พวกคุณ…” มิ้งค์พูดจบ… เธอกำมีดแน่น… และแทงมัน… สุดแรง… ไม่ใช่ที่ตัวเธอ… เธอแทงมัน… เข้าไปที่ ‘หุ่นแม่คณา’!!! ฉึก!!! คมมีด… จมหายเข้าไปในรอยแตก… ที่เต็มไปด้วยดวงตาสีแดงก่ำ! [กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!] ไม่ใช่เสียงของมิ้งค์… เป็นเสียงกรีดร้อง… ที่สูง… และแหลม… จนแก้วหูแทบแตก! มันดังออกมาจาก ‘หุ่น’!!! ดวงตาสีนับร้อย… ระเบิดออก! มิ้งค์กำด้ามมีดแน่น… “แกอยากกินนักใช่ไหม! กิน ‘ความตาย’ ของฉันไปสิ!!!” [เจ้าทำอะไร!!!] “อาจารย์ดำบอกว่าต้องแลกด้วยชีวิตฉัน! ฉันให้! แต่ฉันจะลากแกไปด้วย!!!” มิ้งค์บิดมีด! [ไม่!!! ร่างทรงต้องตาย! ไม่ใช่ข้า!!!] “มันคือร่างเดียวกัน!!!” มิ้งค์รวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย… เธอพลิกมีด… และกรีด… กรีดข้อมือของตัวเอง… เลือดสีแดงสด… พุ่งกระฉูด… ไม่ใช่ลงพื้น… แต่มันไหล… อาบไปตามด้ามมีด… ไหลเข้าสู่ ‘รอยแตก’ ของหุ่นแม่คณา!!! “กิน!!! กินเลือดของฉัน!!! กินชีวิตของฉัน!!!” [อ๊ากกกกกกกกกกก!!!] แม่คณาดูดเลือดของมิ้งค์… มันคือ ‘ชีวิต’ ของร่างทรง… การแลกเปลี่ยนที่มันต้องการ… แต่มันไม่ต้องการ ‘วิธีนี้’ เลือดที่เจือปนด้วย ‘ความสำนึกผิด’ … ‘ความเสียสละ’ … มันคือ ‘ยาพิษ’!!! [ร้อน!!! ร้อน!!!] หุ่นไม้เริ่มสั่นอย่างรุนแรง… ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากรอยแตก… มันไม่ต้องการเลือดนี้… แต่มัน ‘หยุดดูด’ ไม่ได้! มันคือสัญญา… ที่ถูกบังคับให้สมบูรณ์! มิ้งค์รู้สึกว่าโลกทั้งใบกำลังหมุน… เลือดไหลไม่หยุด… เธอล้มลง… แต่มือยังคงกำด้ามมีดที่ปักคาหุ่น… หุ่นแม่คณา… ตกลงมาบนอกเธอ… มันกระตุก… ดิ้นรน… เสียงกรีดร้องของมัน… เปลี่ยนจากความโกรธ… เป็นความ ‘เจ็บปวด’ … มิ้งค์ยิ้ม… ทั้งที่กำลังจะตาย… “…แพ้แล้ว… นังปีศาจ…” ภาพในกล้องไลฟ์สด… ที่คนนับล้านกำลังดู… คือภาพของมิ้งค์… นอนจมกองเลือด… กอดหุ่นไม้ที่กำลังสั่นกระตุก… มันคือภาพ… ที่สยดสยอง… และ ‘จริง’ … เกินกว่าที่ใครจะรับไหว ไม่มี [CF] อีกต่อไป… มีเพียง… [ช่วยด้วย!] [ใครก็ได้ช่วยเธอที!] [โกดังอยู่ที่ไหน!!!] [ไม่นะ… ไม่…] ผู้คน… ‘ตื่น’ แล้ว… แต่ด้วยราคาที่แพงเกินไป


วินาทีที่คมมีดแทงลงไปที่หุ่นไม้และเลือดของมิ้งค์ไหลซึมเข้าไปในรอยแตกนั้น คลื่นพลังงานบางอย่างก็ปะทุออกมาอย่างรุนแรง มันไม่ใช่แค่โกดังที่สั่นสะเทือน แต่เป็นจิตสำนึกหมู่ที่ถูกพันธนาการไว้

ณ บ้านคุณประไพ (แม่ของมิ้งค์): คุณประไพกำลังนั่งรอของอยู่ที่ม้านั่งหน้าบ้าน รถส่งของเพิ่งขับมาจอด พนักงานส่งของก้าวลงมาพร้อมกล่องพัสดุ “คุณประไพนะครับ? มีพัสดุจาก… Mink’s Closet” “โอ๊ย! ของลูกสาวแม่เอง!” คุณประไพรับกล่องมาด้วยความดีใจ “นี่แหละ กำไลนำโชคที่ลูกให้มา แม่จะใส่ติดตัวเลย” เธอกำลังจะฉีกกล่องออก ทันใดนั้น… แคว๊ก! แหวนไม้ที่เธอใส่ติดนิ้ว… แตกออกเป็นเสี่ยงๆ คุณประไพสะดุ้งสุดตัว มือที่กำลังจะแกะกล่องชะงัก ความรู้สึก ‘อยากได้’ ที่เคยรุนแรงจางหายไปในทันที เหลือเพียงความรู้สึกว่างเปล่า “เอ๊ะ? ฉันทำอะไรลงไป” เธอมองกล่องพัสดุด้วยความสงสัย “ฉันเป็นหนี้บัตรเครดิตเพราะอะไรกันนะ” การยึดติดทั้งหมด… ได้คลายออกแล้ว

ในห้องของผู้เสพติดไลฟ์สดนับพัน: ผู้คนนับล้านเห็นภาพมิ้งค์ล้มลงจมกองเลือดก่อนที่ไลฟ์สดจะตัดไป และในวินาทีที่แสงจอดับนั่นเอง… คนที่กำลังนั่งเฝ้าจอเหมือนซอมบี้ก็… ผงะ “ห๊ะ? เกิดอะไรขึ้น?” “นี่… นี่ฉันไม่ได้นอนมาสามวันแล้วเหรอเนี่ย?” หญิงสาวคนหนึ่งมองกล่องพัสดุที่ยังไม่ได้แกะกองเท่าภูเขาในห้องของเธอ เธอไม่ได้รู้สึกโหยหาสินค้าอีกแล้ว เธอรู้สึกถึง… ความอับอายขายหน้า… และความสูญเสียครั้งใหญ่ “ฉันทำอะไรลงไป!” เธอร้องไห้กอดกองสินค้าที่ไร้ค่า การเสพติดหายไป… เหลือเพียงความจริงอันโหดร้าย

ณ โกดังร้างของมิ้งค์: เลือดของมิ้งค์ที่ไหลลงไปอาบหุ่นแม่คณาคือ ‘ชีวิต’ ของร่างทรง เป็นการชดใช้ตามเงื่อนไขที่แม่คณาต้องการ แต่เลือดนั้น… เจือปนด้วย ‘การเสียสละ’ มันคือก้อนกรดที่เผาผลาญจิตผูกติดนั้น [อ๊ากกกกกกกก!!!] หุ่นแม่คณาที่กำลังนอนอยู่บนร่างของมิ้งค์ เริ่มสั่นอย่างรุนแรง มันไม่ได้แค่สั่น แต่มันกำลัง ‘ยุบตัว’ ดวงตาสีแดงก่ำนับร้อยดวงปะทุออกมาเป็นประกายไฟสีดำ มันดิ้นรน… แต่พลังชีวิตสุดท้ายของมิ้งค์ได้ผูกมันไว้กับเงื่อนไขแห่งการปลดปล่อย [ข้า… ไม่ยอม… ข้าจะไม่เป็นอิสระ!] แต่ทันใดนั้น… ฟู่! หุ่นไม้ก็ลุกไหม้ขึ้นมาเองด้วยเปลวไฟสีดำที่ไร้ควัน มันไม่ใช่การเผาไหม้แบบไม้ทั่วไป… มันคือการสลายตัว ไม่กี่วินาทีต่อมา… ไฟก็ดับลง เหลือเพียงกองขี้เถ้าสีดำละเอียดกองอยู่บนหน้าอกของมิ้งค์ แม่คณา… สลายไปแล้ว… อย่างสมบูรณ์

มิ้งค์นอนนิ่ง… เลือดไหลไม่หยุด… เธอพร้อมที่จะตายแล้ว แต่… ครืด… ครืด… เสียงบางอย่างดังมาจากกองกล่องพัสดุที่สูงท่วมหัว มือที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและรอยขีดข่วน… ค่อยๆ ดันกล่องออก วิน… คลานออกมาจากกองซาก… เขาไอโขลกๆ เขาบาดเจ็บสาหัส… แต่ยังไม่ตาย เขาเห็นมิ้งค์… เห็นเลือด… และเห็นกองขี้เถ้าดำบนหน้าอกของเธอ “มิ้งค์!” เขาคลานเข้าไปหาเธอ เขารีบฉีกชายเสื้อของเธอออก แล้วพันรอบข้อมือเธอเพื่อห้ามเลือด “ห้ามตายนะ! ห้ามตายเด็ดขาด! เธอทำสำเร็จแล้วนะ!” วินสำลักน้ำตา… “เธอกล้าหาญกว่าที่ฉันคิด… เธอยอมเสียสละ… เธอช่วยทุกคนไว้…” มิ้งค์ลืมตาขึ้นมองวินอย่างเลือนราง… “คุณ… ไม่ตาย…” เธอพึมพำ… รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า วินโอบกอดเธอไว้แน่น… “พวกเรา… ไม่ตาย… เธอต่างหากที่กำลังจะรอด”

บทสรุปของการชดใช้: เสียงไซเรนจากรถพยาบาลและรถตำรวจดังระงม ตำรวจและหน่วยกู้ภัยกรูเข้ามาในโกดังนรก ภาพที่พวกเขาเห็นคือความวุ่นวาย… กองสินค้าที่พังทลาย… และสองร่างที่จมกองเลือด วินให้การ… เขาเล่าเรื่องทุกอย่าง แน่นอนว่าตำรวจไม่เชื่อเรื่อง ‘หุ่นไม้ผีสิง’ บทสรุปทางกฎหมายคือ: นางสาวมินตรา (มิ้งค์) พัฒนาอาการทางจิตอย่างรุนแรงจากความกดดันทางธุรกิจ และก่อเหตุวุ่นวายโดยมีเจตนาฆ่าตัวตาย นายวินเข้ามาขัดขวาง และพบว่าพฤติกรรมการซื้อสินค้าเกินตัวของเหยื่อรายก่อนๆ เกี่ยวข้องกับกลโกงการตลาดของมิ้งค์ มิ้งค์ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน ซ่อนเร้นรายได้ และพยายามฆ่าตัวตาย (ในกฎหมายบางพื้นที่)

หนึ่งปีต่อมา: มิ้งค์ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี ในทัณฑสถานหญิง เธอสูญเสียทุกอย่าง… เงิน… ชื่อเสียง… อิสรภาพ… แต่เธอได้รับ ‘สันติ’ กลับคืนมา

วินพ้นจากอาการบาดเจ็บ เขาทำงานข่าวต่อ บทความของเขาถูกตีพิมพ์… ไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์ แต่เป็น “วิกฤตความเหงาแห่งยุคดิจิทัล: เมื่อเราใช้เงินซื้อการยอมรับ” บทความของเขากลายเป็นปรากฏการณ์… มันเตือนให้คนหยุดซื้อ… และเริ่ม ‘อยู่’ กับความจริง

วินเดินทางไปเยี่ยมมิ้งค์ที่เรือนจำ “แม่เธอบอกว่า… เธอรอดแล้วนะ” วินพูด “เธอกำลังใช้ชีวิตอย่างมีความสุข… เธอบอกว่าความรู้สึก ‘ขาด’ ในตัวเธอ… มันหายไปแล้ว” มิ้งค์ยิ้ม… มองผ่านช่องลูกกรง “ฉันดีใจ… ที่การ ‘CF’ ครั้งสุดท้ายของฉัน… ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง” “เธอจ่ายแพงมากนะมิ้งค์” วินมองไปที่รอยแผลเป็นสีขาวที่ข้อมือของเธอ “มันคุ้มค่าค่ะ… อย่างน้อย… ฉันก็ได้รู้ว่าฉัน ‘มีค่า’ พอที่จะต่อสู้… และฉัน ‘ไม่ใช่’ คนไร้ประโยชน์อีกต่อไป”

วินลุกขึ้น… “ฉันจะรอเธอออกมา… มิ้งค์” “ขอบคุณนะคะ… วิน”

แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องเข้ามาในห้องเยี่ยมนักโทษ… มิ้งค์มองแสงนั้นด้วยความรู้สึกสงบ… เงาของเธอที่ทอดลงบนพื้น… ไม่ใช่เงาของผู้หญิงที่ถูก ‘พันธนาการ’ อีกต่อไป แต่เป็นเงาของ… คนที่กำลัง ‘เริ่มต้นใหม่’

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube