Chiếc Máy Sao Chép Hút Sinh Khí Tại Tháp Sathorn

เครื่องดูดดวงแห่งตึกสาทร

เสียงคีย์บอร์ดดังเป็นจังหวะ สม่ำเสมอ เหมือนเสียงเคาะของเครื่องจักรที่ไม่มีวันหยุด แสงไฟฟลูออเรสเซนต์สีขาวซีดสาดส่องลงมา ทำให้ทุกอย่างในสำนักงาน ‘เอเพ็กซ์ โซลูชั่นส์’ ดูไร้ชีวิตชีวา กระดาษ กาแฟ และความทะเยอทะยานจางๆ คือกลิ่นที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ ทุกเช้าคือการเริ่มต้นของการแข่งขันที่มองไม่เห็น และทุกเย็นคือการนับถอยหลังสู่ความพ่ายแพ้ของใครบางคน

อรนั่งอยู่ที่โต๊ะของเธอ โต๊ะที่อยู่เกือบหลังสุด ติดกับผนัง เสื้อผ้าของเธอสีซีดกว่าคนอื่นหนึ่งเฉด ผมของเธอถูกรวบไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย เธอดูเหมือนส่วนหนึ่งของฉาก… เป็นวอลเปเปอร์ที่มีชีวิต เธอทำงานหนัก ข้อมูลของเธอแม่นยำ ตัวเลขของเธอไม่เคยพลาด แต่ดูเหมือนไม่มีใครสังเกตเห็น

เธอมองไปยังห้องกระจกที่ว่างเปล่าตรงมุมตึก ตำแหน่ง ‘ผู้จัดการฝ่ายการตลาด’ ป้ายชื่อยังไม่ได้ถูกแกะออก มันคือบัลลังก์ที่ทุกคนในแผนกนี้กำลังจ้องมอง อรจ้องมันด้วยความหวังที่ริบหรี่ เธอรู้ว่าเธอมีความสามารถ แต่เธอไม่มี ‘บางอย่าง’ ที่คนอื่นมี

เสียงหัวเราะดังขึ้น วินเดินเข้ามาในออฟฟิศเหมือนแสงสว่าง เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพอดีตัว รอยยิ้มของเขากว้างและมั่นใจ ผู้คนหันไปหาเขาเหมือนดอกทานตะวันหันหาดวงอาทิตย์ “เมื่อคืนดูบอลมันมาก” เขาพูดเสียงดัง สองสามคนพยักหน้าและหัวเราะตาม วินไม่ได้ทำงานหนักเท่าอร ไอเดียของเขาฉาบฉวย แต่เขารู้วิธี ‘ขาย’ มัน… และขายตัวเอง เขาคือดาวเด่น

อรหลบสายตา กลับไปจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ ตัวเลขกำลังเต้นระบำ เธอคิดถึงค่าใช้จ่ายที่บ้าน หนี้สินของครอบครัวที่ต่างจังหวัด ความหวังของแม่ที่ฝากไว้กับเธอ การเลื่อนตำแหน่งนี้ไม่ใช่แค่ความสำเร็จ… มันคือทางรอด เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ วันนี้คือวันตัดสิน… วันนำเสนอโครงการใหญ่

และที่มุมห้องที่มืดที่สุด ไกลจากโต๊ะของอร ไกลจากแสงสว่างของวิน มันตั้งอยู่อย่างเงียบงัน เครื่องถ่ายเอกสารรุ่น SF-400 มันเก่า… ใหญ่ และเทอะทะ สีเบจของมันเริ่มเหลือง มันมีชื่อเสียงในด้านการกินกระดาษ และส่งเสียงดังครืดคราดเหมือนคนกำลังจะตาย ทุกคนในออฟฟิศเกลียดมัน แต่พวกเขาเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้มัน

อรเหลือบมองมัน บางครั้ง เธอก็รู้สึกว่าเครื่องจักรเก่านี่เข้าใจเธอ มันทำงานหนักเหมือนกัน… แต่มักจะถูกตำหนิเสมอ เธอส่ายหัว ไล่ความคิดบ้าๆ ออกไป

เวลาสิบโมงเช้า ห้องประชุมเย็นเฉียบ คุณกฤต หัวหน้าแผนก นั่งหัวโต๊ะ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย อ่านไม่ออก “โอเค เริ่มได้”

อรเป็นคนแรก เธอเดินไปหน้าห้อง หัวใจเต้นแรง เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยในตอนเริ่มต้น “ดิฉันได้วิเคราะห์ข้อมูลตลาด… กลุ่มเป้าหมายของเรา…” เธอพูดถึงตัวเลข กราฟ และแนวโน้มตลาดที่เธอใช้เวลาสามคืนไม่ได้นอนเพื่อรวบรวม ข้อมูลของเธอแน่นมาก แผนของเธอรัดกุมและปลอดภัย เธอนำเสนอความจริง คุณกฤตพยักหน้าช้าๆ “อืม… ข้อมูลดี ขอบคุณอร”

อรกลับมานั่งที่ เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นที่ฝ่ามือ เธอทำได้ดี… ใช่ไหม?

จากนั้น… วินลุกขึ้น เขาเดินไปหน้าห้องโดยไม่มีกระดาษแม้แต่แผ่นเดียว เขายิ้ม “คุณกฤตครับ… ตัวเลขมันน่าเบื่อ” เขาเริ่ม อรสะดุ้ง “สิ่งที่เราต้องการคือ ‘แรงกระแทก’ ครับ” วินไม่มีสไลด์ เขาไม่มีข้อมูล เขามีแค่เสน่ห์ และคำพูดที่ฟังดูยิ่งใหญ่ เขาร่ายมนต์เกี่ยวกับแคมเปญไวรัล เกี่ยวกับ ‘การเชื่อมต่อทางอารมณ์’ มันเป็นไอเดียที่ฉาบฉวยและมีความเสี่ยงสูง แต่ในขณะที่เขาพูด… ดวงตาของคุณกฤตเริ่มเป็นประกาย

อรเห็นมัน… เห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น ความมั่นคงของเธอถูกบดขยี้ด้วยความวูบวาบของวิน “ยอดเยี่ยม!” คุณกฤตพูดเสียงดัง “นี่แหละคือสิ่งที่เราต้องการ! ความคิดนอกกรอบ!” คุณกฤตตบโต๊ะเบาๆ “วิน… คุณเป็นหัวหน้าโครงการนี้เลย เริ่มงานได้ทันที”

โลกของอรหยุดหมุน เสียงในห้องประชุมอื้ออึง คุณกฤตหันมาหาเธอ “อร… ข้อมูลของคุณดีมากนะ” เขากล่าว เหมือนเป็นรางวัลปลอบใจ “เอาไปถ่ายเอกสารเก็บไว้ในแฟ้มด้วยล่ะ… เผื่อต้องใช้”

เผื่อต้องใช้… คำพูดนั้นเหมือนการตบหน้า ความพยายามสามคืนของเธอ… ถูกลดค่าให้เหลือแค่ ‘เอกสารอ้างอิง’ ในขณะที่ไอเดียห้านาทีของวิน… กลายเป็นอนาคตของบริษัท

การประชุมเลิก ผู้คนเดินเข้าไปแสดงความยินดีกับวิน เสียงหัวเราะดังลั่น อรเก็บโน้ตบุ๊กของเธออย่างเชื่องช้า มือของเธอชา ความรู้สึกอยุติธรรม… ความรู้สึกของการเป็นคนไร้ตัวตน… มันหนักอึ้งจนเธอแทบหายใจไม่ออก

เธอเดินออกจากห้องประชุม ไม่มีใครมองเธอ เธอกลับมาที่โต๊ะ เธอนั่งลง ความเงียบรอบตัวเธอดังกว่าเสียงฉลองของวิน เธอจ้องมองหน้าจอที่ดับมืด เห็นเงาสะท้อนของใบหน้าที่เหนื่อยล้า ดวงตาที่ว่างเปล่า

ความสิ้นหวังเป็นสิ่งที่เย็นเยียบ มันเกาะกุมหัวใจของเธอ เธอต้องทำอะไรสักอย่าง… เธอไม่สามารถปล่อยให้เป็นแบบนี้ตลอดไป

สายตาของเธอเหลือบไปที่มุมห้อง เครื่องถ่ายเอกสาร SF-400 มันตั้งอยู่ที่นั่น… ในเงา รอคอย

บ่ายวันนั้น ออฟฟิศเริ่มเงียบลง อรหยิบกองเอกสารของเธอ… แผนงานที่ถูกปฏิเสธ เธอเดินไปที่เครื่องถ่ายเอกสาร เสียงฝีเท้าของเธอดังสะท้อนในความเงียบ เธอยืนอยู่หน้าเครื่องจักรเก่า กลิ่นหมึกและฝุ่นผงที่ร้อนจางๆ ลอยมาแตะจมูก

เธอวางกระดาษลงบนกระจก แสงสีเขียวสแกนผ่าน เสียงเครื่องจักรเริ่มทำงาน… เสียงครวญคราง เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อถ่ายเอกสารตามคำสั่ง เธอมา… เพื่อหาทางอื่น

เธอนึกถึงคำพูดของป้าแม่บ้านที่เพิ่งลาออกไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ป้าคนนั้นมองอรด้วยสายตาแปลกๆ “หนู… ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ” ป้าแม่บ้านกระซิบ “ของบางอย่าง… มันต้องการแค่ที่อยู่” ตอนนั้นอรไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้… ความสิ้นหวังทำให้เธอมองเห็นความเป็นไปได้ในทุกสิ่ง

ป้าแม่บ้านเคยเล่าเรื่องแปลกๆ เรื่องเกี่ยวกับตลาดมืดหลังวัด เรื่องเกี่ยวกับหมอผีที่รับ ‘แก้ไข’ โชคชะตา “เขามีของ… เรียกว่า ‘สาริกาลิ้นทอง’ แต่ไม่ใช่สำหรับคน” ป้าหัวเราะแห้งๆ “มันสำหรับเครื่องจักร… มันขยายทุกอย่าง… หนูเข้าใจไหม… ‘ขยาย'”

อรกลืนน้ำลาย ความคิดนั้นมันบ้าสิ้นดี แต่มันก็หยั่งรากลงในใจเธอ ความพ่ายแพ้ในวันนี้ ความสำเร็จอย่างง่ายดายของวิน มันผลักดันเธอ

เธอตัดสินใจแล้ว คืนนี้… หลังจากทุกคนกลับหมดแล้ว เธอจะกลับมา เธอจะไปที่ตลาดนั่น เธอจะให้ ‘ของขวัญ’ แก่เครื่อง SF-400

เธอหยิบเอกสารที่ถ่ายเสร็จแล้วออกมา กระดาษยังอุ่น เธอมองมัน นี่คือความล้มเหลวของเธอ แต่มันจะเป็นครั้งสุดท้าย อรเดินกลับโต๊ะ แววตาของเธอเปลี่ยนไป ความว่างเปล่าถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่เยือกเย็น

เธอทำงานต่อไปจนดึก แสร้งทำเป็นว่ากำลังเก็บงานที่ค้าง หนึ่งทุ่ม… สองทุ่ม… ผู้คนเริ่มทยอยกลับ วินเดินผ่านโต๊ะเธอไป “สู้ๆ นะอร… งานหนักดี” เขาตบไหล่เธอเบาๆ อรไม่ได้เงยหน้า เธอแค่พยักหน้า สัมผัสนั้นทำให้เธอขยะแขยง

สามทุ่ม ออฟฟิศเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังหึ่งๆ และแสงไฟฟลูออเรสเซนต์ที่ยังคงส่องสว่าง อรลุกขึ้นยืน เธอคว้ากระเป๋า แต่เธอไม่ได้มุ่งหน้าไปทางออก เธอมุ่งหน้าไปยังตลาดมืดหลังวัด

ถนนสายนั้นมืดและแคบ กลิ่นธูปและของเน่าปนเปกัน เธอพบเพิงเล็กๆ ตามที่ป้าแม่บ้านบอก ชายชราหน้าตาไร้อารมณ์นั่งอยู่ในเงา “ต้องการอะไร” เขาถามเสียงแหบ “หนู… หนูต้องการความช่วยเหลือ” อรเสียงสั่น “หนูต้องการ… ให้คนอื่นเห็นคุณค่า”

ชายชรามองเธอ ดวงตาของเขาเหมือนบ่อน้ำลึก “การถูกมองเห็น… มีราคาที่ต้องจ่าย” เขาหยิบตลับโลหะเล็กๆ ออกมา เก่า… และมีรอยขีดข่วน “นี่คือ ‘สาริกา’ เครื่องจักร” เขาเปิดมัน ข้างในคือแผ่นโลหะเล็กๆ สลักอักขระโบราณ และขวดน้ำมันสีดำข้นหนืด

“สิ่งที่ขยายความคิดของเธอ… เอาสิ่งนี้ไปให้มันลิ้มรส” ชายชราพูด “มันจะขยายโชคลาภให้เธอ… และขยายหายนะให้ศัตรูของเธอ” “ราคาล่ะคะ?” อรใจเต้น “มันจะเอาของมันเอง” ชายชรายิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความสุข “มันชอบ… ความสำเร็จที่สดใหม่”

อรยื่นเงินให้ มือของเธอสั่นขณะรับตลับโลหะมา มันเย็นเฉียบ… แม้อากาศจะร้อนอบอ้าว

เธอกลับมาที่ออฟฟิศเกือบเที่ยงคืน ยามหลับอยู่ที่ป้อม เธอใช้คีย์การ์ดเข้ามา ออฟฟิศในยามค่ำคืนน่ากลัว เงาดูยาวขึ้น เสียงคีย์บอร์ดยามนี้ไม่มีอีกแล้ว มีเพียงความเงียบที่หนักอึ้ง

เธอเดินไปที่มุมห้อง เครื่อง SF-400 ตั้งตระหง่านเหมือนแท่นบูชายัญโบราณ เธอยืนอยู่หน้ามัน หายใจหอบ นี่มันบ้า… นี่มันผิด แต่ความรู้สึกอัปยศในห้องประชุมย้อนกลับมา เธอกำตลับโลหะไว้แน่น

“ฉันแค่อยากได้โอกาส” เธอกระซิบกับเครื่องจักร เธอเปิดขวดน้ำมันสีดำ กลิ่นของมัน… เหมือนหมึกเก่าผสมกับอะไรบางอย่างที่… คาว เธอบรรจงหยดน้ำมันลงบนกระจกสแกน น้ำมันสีดำข้น… มันไม่ไหล มันเกาะแน่น จากนั้น เธอวางแผ่นโลหะเล็กๆ ลงไปตรงกลาง

วินาทีที่แผ่นโลหะสัมผัสกระจก ไฟฟลูออเรสเซนต์เหนือหัวเธอกะพริบอย่างรุนแรง พรึ่บ! แล้วก็ดับลง ทั้งออฟฟิศตกอยู่ในความมืด มีเพียงแสงจันทร์สีซีดที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา

อรยืนตัวแข็ง หัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้น ในความเงียบ… เธอได้ยินเสียง “บี๊บ” เสียงแห้งๆ… ดังมาจากเครื่อง SF-400 หน้าจอเล็กๆ ของมันสว่างขึ้น เป็นสีเขียวเรืองแสง มันสว่างขึ้นมาเอง

แล้วเธอก็ได้ยินอีกเสียงหนึ่ง เสียงเครื่องจักรกำลังอุ่นเครื่อง เสียงครืดคราด… แต่ครั้งนี้มันฟังดูต่างออกไป มันไม่ใช่เสียงครวญครางของเครื่องจักรเก่า มันฟังดูเหมือน… เสียงครางอย่างพึงพอใจ เหมือนสัตว์ร้ายที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล

อรยืนนิ่ง ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง แต่ในขณะเดียวกัน… เธอก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง ความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากเครื่องจักร มันสัมผัสเธอ เธอยิ้มออกมาอย่างช้าๆ รอยยิ้มที่ไม่ใช่ของเธอเอง


เช้าวันรุ่งขึ้น อรมาถึงออฟฟิศด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด เธอนอนไม่หลับทั้งคืน แต่เธอไม่รู้สึกเหนื่อย ตรงกันข้าม… เธอรู้สึกตื่นตัวอย่างประหลาด เหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ไหลเวียนอยู่ในตัว

เธอมองไปที่มุมห้อง เครื่อง SF-400 ดูเหมือนเดิมทุกอย่าง ยังคงเก่า… ยังคงสีเหลือง ไม่มีอะไรบ่งบอกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน หรือว่า… เธอแค่ฝันไป?

เธอนั่งลงที่โต๊ะ เปิดคอมพิวเตอร์ อีเมลจากคุณกฤตเด้งขึ้นมา “อร… อย่าลืมถ่ายเอกสารแผนงานของคุณเก็บเข้าแฟ้มด้วย” คำสั่งเดิม… ราวกับจะตอกย้ำความพ่ายแพ้ของเธอ

อรหยิบเอกสารต้นฉบับ แผนงานที่เธอทำแทบตาย… แผนงานที่ถูกปฏิเสธ เธอเดินไปที่เครื่องถ่ายเอกสาร หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เธอยืนอยู่หน้ามัน ยังมีกลิ่นคาวจางๆ ปนกับกลิ่นหมึก เธอเปิดฝาครอบ น้ำมันสีดำและแผ่นโลหะ… หายไปแล้ว กระจกสแกนใสสะอาด ราวกับว่ามันถูกเช็ดจนเงาวับ

อรวางกระดาษลง ปิดฝา และกดปุ่ม ‘เริ่ม’ สีเขียว

เสียงเครื่องทำงาน มันเงียบ… มันไม่ใช่เสียงครืดคราดเหมือนเมื่อวาน มันเป็นเสียง ‘หึ่ง’ ที่ราบรื่นและทรงพลัง แสงสแกนสีเขียวสว่างวาบ… สว่างกว่าที่เคย กระดาษร้อนๆ ไหลออกมาที่ถาดรับ

อรหยิบมันขึ้นมาดู เธอขมวดคิ้ว ตัวอักษรคมกริบ สีดำ… ดำสนิทอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กราฟที่เคยซีดจาง… ตอนนี้ชัดเจนทุกเส้น มันคือสำเนาที่ ‘สมบูรณ์แบบ’ ที่สุด เท่าที่เครื่องเก่าๆ นี่เคยทำได้ มันดูดีกว่าต้นฉบับเสียอีก

อรขนลุกซู่ มันไม่ใช่ความฝัน เธอถ่ายเอกสารจนครบชุด ทุกแผ่นออกมาสมบูรณ์แบบ เธอเก็บมันใส่แฟ้มอย่างมึนงง และกลับไปที่โต๊ะ

สองชั่วโมงต่อมา โทรศัพท์บนโต๊ะของเธอดังขึ้น “คุณอร… คุณกฤตเรียกพบค่ะ ด่วน” เสียงเลขาหน้าห้องฟังดูตื่นเต้น

อรเดินไปที่ห้องคุณกฤต หัวใจของเธอเริ่มเต้นไม่เป็นส่ำ เธอทำอะไรผิด? เธอเปิดประตูเข้าไป คุณกฤตยืนอยู่… และเขากำลังยิ้ม เป็นรอยยิ้มกว้างที่เธอไม่เคยเห็น และที่น่าแปลกใจกว่า… วินก็นั่งอยู่ในห้องด้วย หน้าของเขาซีดเผือด

“อร! นั่งก่อนๆ” คุณกฤตผายมือ “ผมมีข่าวดี… และข่าวที่ต้องแก้ไข” คุณกฤตหันไปทางวิน “เมื่อเช้านี้… ลูกค้ารายใหญ่ปฏิเสธไอเดียของวิน” วินหน้าเสียยิ่งกว่าเดิม “พวกเขาบอกว่ามันเสี่ยงเกินไป… ไม่มีข้อมูลรองรับ” คุณกฤตถอนหายใจ

“แต่…” เขาก้มลงหยิบกระดาษปึกหนึ่งจากโต๊ะ “โชคดีที่… หุ้นส่วนคนหนึ่งบังเอิญเห็นเอกสารนี่เข้า” อรตาเบิกกว้าง นั่นมัน… แผนงานของเธอ สำเนาที่เธอเพิ่งถ่ายเมื่อเช้า!

“ผมวางมันไว้บนโต๊ะ… กะว่าจะเก็บเข้าแฟ้ม” คุณกฤตพูดอย่างตื่นเต้น “เขาหยิบมันขึ้นมาอ่าน… และเขาชอบมาก! เขาบอกว่านี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการ! มั่นคง! ชัดเจน! มีข้อมูลรองรับ!” คุณกฤตตบเอกสารในมือ “เขาชอบมาก… จนเขาอนุมัติงบประมาณเพิ่มให้เราอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์!”

อรตัวชา “หมายความว่าไงคะ…” “หมายความว่า… โครงการนี้เป็นของคุณแล้ว อร!” คุณกฤตยื่นเอกสารคืนให้เธอ “ผมย้ายวินออก… เขาจะไปช่วยทีมอื่นก่อน” วินกำหมัดแน่น “อร… คุณคือหัวหน้าโครงการคนใหม่ ผมต้องการให้คุณเริ่มงานเดี๋ยวนี้เลย”

อรรับเอกสารมา มือของเธอสั่น ความรู้สึกนี้… มันไม่ใช่ความดีใจ มันคือ… พลัง ความรู้สึกของการเป็นผู้ชนะ เธอเหลือบมองวิน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน… และความอับอาย เธอยิ้มให้เขา รอยยิ้มที่บางเบา… แต่เย็นเยียบ

“ขอบคุณค่ะ คุณกฤต” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงอย่างน่าประหลาด “ดิฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”

เธอเดินออกมาจากห้อง ทิ้งวินไว้เบื้องหลังกับความพ่ายแพ้ของเขา อรเดินกลับโต๊ะ เธอรู้สึกเหมือนกำลังลอย นี่มันง่ายดายขนาดนี้เลยเหรอ? ความสำเร็จ… หอมหวานขนาดนี้เลยเหรอ?

ไม่กี่นาทีต่อมา วินเดินออกมาจากห้องคุณกฤต หน้าของเขาบูดบึ้ง เขาเดินตรงไปที่โต๊ะ… คว้าแผนงานเดิมของเขาที่ถูกปฏิเสธ เขาต้องทำสำเนาเก็บไว้ เขาเดินไปที่เครื่องถ่ายเอกสารเครื่องอื่น แต่เครื่องนั้น… กระดาษติด “บ้าจริง!” เขาสบถ

เขาหันซ้ายหันขวา เหลือแค่เครื่องเดียว… เครื่อง SF-400 เขาลังเล… เขาเกลียดเครื่องนี้ แต่วันนี้เขารีบ เขาเดินไปที่เครื่อง เปิดฝา… วางเอกสารลง แล้วกดปุ่ม ‘เริ่ม’

เสียงเครื่องดัง ‘หึ่ง’ แสงสีเขียวสว่างวาบ กระดาษไหลออกมา

วินหยิบมันขึ้นมา และเขาก็ต้องผงะ กระดาษแผ่นนั้น… ว่างเปล่า ไม่… ไม่เชิงว่าว่างเปล่า ตรงกลางกระดาษ มีข้อความ มันไม่ใช่ตัวพิมพ์ มันคือ… ลายมือ เหมือนเด็กหัดเขียน… แต่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

“มึงไม่คู่ควร”

วินขยี้ตา “อะไรวะเนี่ย?” หมึกเลอะเหรอ? เขาเปิดฝาดู… ไม่มีอะไรผิดปกติ เขาคิดว่าเครื่องรวน เขาปิดเครื่อง… และเปิดใหม่ รอให้มันอุ่นเครื่อง เขาลองอีกครั้ง กดปุ่ม ‘เริ่ม’

กระดาษแผ่นที่สองไหลออกมา ครั้งนี้… ตัวอักษรใหญ่กว่าเดิม และข้อความก็ชัดเจนกว่าเดิม

“ออกไป”

วินผงะถอยหลัง ขนลุกไปทั้งตัว นี่มันเรื่องบ้าอะไร? ใครแกล้งเขา? เขาหันมองรอบๆ ทุกคนกำลังก้มหน้าก้มตาทำงาน อร… กำลังพิมพ์งานอย่างใจจดใจจ่อ

เขาเหลือบมองอร อรเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาพอดิบพอดี เธอยิ้ม รอยยิ้มเดิม… รอยยิ้มที่เย็นชา วินรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เขารีบคว้าเอกสารของเขา เดินหนี… แทบจะวิ่ง เขาไปที่เครื่องถ่ายเอกสารอีกชั้นหนึ่ง

อรเฝ้ามองวินวิ่งหนีไป เธอมองกลับไปที่เครื่อง SF-400 มันตั้งอยู่อย่างเงียบสงบ เหมือนเครื่องจักรเก่าๆ… ที่ไร้พิษสง เธอกลับไปทำงานต่อ แต่ในใจเธอกำลังเต้นรำ

เย็นวันนั้น มีข่าวลือในออฟฟิศ วินกลับบ้านไปก่อน… เขาดูไม่สบายอย่างหนัก บ้างก็ว่าเขากินอะไรผิดสำแดง บ้างก็ว่าเขาเครียดที่ถูกย้ายโครงการ

เช้าวันต่อมา วินไม่มาทำงาน หัวหน้าทีมส่งข้อความมาบอกว่า… วินอาหารเป็นพิษรุนแรง ต้องเข้าโรงพยาบาล หมอบอกว่า… เขาต้องพักอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์

หนึ่งสัปดาห์… ในโลกธุรกิจ… หนึ่งสัปดาห์คือชั่วนิรันดร์ หนึ่งสัปดาห์คือเวลาที่มากพอ สำหรับดาวดวงใหม่ที่จะถือกำเนิด และสำหรับดาวดวงเก่า… ที่จะร่วงหล่น

อรนั่งอยู่ที่โต๊ะของเธอ ตำแหน่งหัวหน้าโครงการชั่วคราว… การหายไปของวินคือโอกาสทอง เธอมองไปที่เครื่อง SF-400 ที่มุมห้อง มันรอเธออยู่ รอที่จะ ‘ขยาย’ ความสำเร็จของเธอ

แต่แล้ว… ฝน… เพื่อนร่วมงานอีกคน… กำลังเดินไปที่เครื่องนั้น ฝนมีเอกสารในมือ “เครื่องนี้ว่างไหมนะ” เธอพึมพำ อรหัวใจกระตุก “อย่า!” เธอเกือบจะตะโกนออกไป

แต่อรยั้งตัวเองไว้ทัน เธอจะห้ามฝนได้ยังไง? เธอนั่งนิ่ง… เฝ้าดู ฝนวางเอกสารลง… กดปุ่ม เครื่องเริ่มทำงาน กระดาษไหลออกมา

ฝนหยิบมันขึ้นมาดู เธอขมวดคิ้ว “หมึกเลอะอีกแล้วเหรอเนี่ย… เครื่องนี้” เธอบ่นอุบอิบ… ขยำกระดาษนั้นทิ้งลงถังขยะ แล้วเธอก็เดินไปใช้เครื่องอื่น

อรกลืนน้ำลาย หลังจากฝนเดินไปไกลแล้ว อรลุกขึ้น… เดินไปที่ถังขยะ เธอหยิบกระดาษที่ถูกขยำนั้นขึ้นมา คลี่มันออก

มันไม่ใช่แค่หมึกเลอะ มันเป็นรอยเปื้อนสีดำขนาดใหญ่ แต่เมื่อมองดูดีๆ… ท่ามกลางรอยเปื้อนนั้น… อรเห็นมัน รูปร่างของ… ดวงตา ดวงตาที่กำลังเปิดกว้าง… และจ้องมองกลับมาที่เธอ

และข้างใต้ดวงตานั้น มีข้อความสั้นๆ เขียนด้วยลายมือสั่นๆ…

“ข้าเห็นเจ้า”

อรตัวแข็งทื่อ เธอรีบขยำกระดาษ… ยัดมันกลับเข้าไปในถังขยะ เธอหันกลับ มองไปที่เครื่อง SF-400 มันเงียบ… แต่เธอรู้… มันไม่เงียบ มันกำลังเฝ้ามอง มันตื่นแล้ว และมัน… กำลังหิว

อรเดินกลับไปที่โต๊ะ มือของเธอสั่น แต่ไม่ใช่เพราะความกลัว เธอสัมผัสได้ถึงอำนาจ เธอไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป เธอมี ‘พันธมิตร’


ความกลัวจางหายไปอย่างรวดเร็ว ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึก… อิ่มเอม อรกลับมานั่งที่โต๊ะ เธอรู้สึกถึงสายตาของเครื่องจักรที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่การคุกคาม มันคือ… การปกป้อง เธอคือคนโปรด ตราบใดที่เธอ ‘ป้อน’ อาหารให้มัน

สัปดาห์ที่วินไม่อยู่ คือสัปดาห์ทองของอร โครงการที่เธอได้รับมอบหมาย… เบ่งบาน ทุกแผนงาน ทุกบันทึกข้อตกลง ทุกอีเมลสำคัญ อรจะพิมพ์มันออกมา… และเดินไปที่เครื่อง SF-400 เธอไม่ใช้เครื่องอื่นอีกเลย เธอกลายเป็นผู้ใช้งานเพียงคนเดียวของเครื่องจักรต้องคำสาปนี้

สำเนาของเธอออกมาสมบูรณ์แบบเสมอ คมชัด… หนักแน่น และเมื่อเธอส่งเอกสารเหล่านั้นออกไป ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาก็มหัศจรรย์ ลูกค้ายอมรับทุกข้อเสนอ ซัพพลายเออร์ลดราคาให้ ปัญหาที่เคยติดขัด… ถูกคลี่คลายอย่างง่ายดาย

อรเริ่มเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าที่ดูดีขึ้น แต่เป็นแววตาของเธอ จากคนที่เคยก้มหน้าหลบสายตา ตอนนี้เธอกล้าที่จะสบตา เธอยิ้มมากขึ้น… แต่เป็นรอยยิ้มที่มีขอบเขต รอยยิ้มของคนที่รู้ความลับ ความลับที่ดำมืด

ในขณะเดียวกัน… ฝน… ผู้หญิงที่เห็น ‘ดวงตา’ ในคราบหมึก เริ่มมีอาการแปลกๆ เธอกลายเป็นคนขี้ผวา เธอมักจะบ่นว่าไฟตรงมุมห้องนั้นกะพริบ (ทั้งที่มันไม่เคยดับ) “พวกเธอไม่ได้ยินเหรอ?” ฝนถามเพื่อนร่วมงานโต๊ะข้างๆ “เสียงอะไร?” “เสียง… เหมือนคนกระซิบ… ดังมาจากเครื่องถ่ายเอกสารนั่น”

ทุกคนหัวเราะ “เธอเครียดไปน่ะ ฝน” “เครื่องนั่นมันแค่เก่า… เสียงมันดังเป็นปกติ” แต่ฝนส่ายหน้า “ไม่… มันไม่ใช่เสียงเครื่องจักร” เธอเริ่มเลี่ยงที่จะเดินผ่านมุมนั้น เธอยอมเดินอ้อมไกลๆ เพื่อที่จะไม่ต้องเข้าใกล้เครื่อง SF-400

อรสังเกตเห็นทุกอย่าง เธอเห็นความกลัวในดวงตาของฝน และความกลัวนั้น… ทำให้เธอรู้สึกดี มันคือหลักประกันว่า… จะไม่มีใครมายุ่งกับ ‘เครื่องมือ’ ของเธอ

ข่าวลือเรื่องวินก็ยังหนาหู อาการอาหารเป็นพิษของเขาทรุดลง แปลกมาก… หมอหาสาเหตุไม่พบ เขาอ่อนแอลงเรื่อยๆ เหมือนกำลังถูกสูบฉีดพลังชีวิตออกไป

ส่วนอร… เธอกลับรู้สึกแข็งแรงขึ้น เธอทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน ไอเดียของเธอพรั่งพรู

และแล้ว… ก็ถึงเวลาของเหยื่อรายต่อไป เล็ก… พนักงานฝ่ายบัญชี เขาเป็นคนเจ้าระเบียบ… แต่ก็ชอบแข่งขันเงียบๆ เล็กกำลังมีปัญหากับตัวเลขงบประมาณ เขากำลังจะถูกตรวจสอบ เขาต้องการหลักฐาน… เอกสารการเงินย้อนหลัง เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง เอกสารกองโตถูกหอบมา

เล็กมองไปที่เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องใหม่… คิวยาวเหยียด เขามองไปที่เครื่อง SF-400 มันว่าง เขาเห็นฝนเดินเลี่ยงมัน… เขาได้ยินข่าวลือ “ไร้สาระ” เขาพึมพำ “ผีสางอะไรกันในออฟฟิศ” เขาต้องการความเร็ว

อรเห็นเล็กเดินไปที่เครื่อง เธอนั่งนิ่ง… เฝ้าดู เล็กวางเอกสารปึกแรกลง เขากดปุ่ม เครื่องเริ่มทำงาน… เสียง ‘หึ่ง’ ที่ราบรื่น กระดาษไหลออกมาอย่างรวดเร็ว

เล็กหยิบสำเนาขึ้นมาตรวจดู ทุกอย่างดูปกติดี ตัวเลขชัดเจน… ตารางไม่เบี้ยว เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก “ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่หว่า” เขาเริ่มถ่ายเอกสารปึกที่เหลือ แผ่นแล้วแผ่นเล่า

อรเฝ้ามอง เธอเห็น… ในเสี้ยววินาที… แสงสแกนสีเขียว… มันวูบวาบเป็นสีแดงเข้ม… เพียงชั่วพริบตาเดียว เล็กไม่ได้สังเกต เขากำลังยุ่งอยู่กับการจัดเรียงกระดาษ

เล็กทำงานจนเสร็จ เขารวบรวมสำเนากองโต พยักหน้าให้ตัวเองอย่างพอใจ “ขอบใจนะ… เจ้าเครื่องเก่า” เขาตบมันเบาๆ แล้วเขาก็หอบเอกสารกองนั้น… เดินตรงไปยังห้องประชุม… เพื่อเข้าสู่การตรวจสอบ

อรยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เธอรู้ว่าเล็กไม่เห็น เขาไม่เห็นรอยเปื้อนหมึกเล็กๆ ที่ดูเหมือน… รอยนิ้วมือ ที่ปรากฏขึ้นที่มุมของทุกหน้า

เขาไม่เห็นว่าตัวเลข ‘9’ บางตัว ถูกเปลี่ยนให้เป็น ‘8’ อย่างแนบเนียน เขาไม่เห็นว่าจุดทศนิยมบางจุด… ขยับที่ไปเล็กน้อย การเปลี่ยนแปลงที่เล็กน้อยมาก เล็กน้อยพอที่จะมองข้าม… แต่ใหญ่หลวงพอที่จะ… ทำลายล้าง

เล็กเข้าไปในห้องประชุม ประตูถูกปิดลง อรหันกลับมาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอ เธอรู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว เครื่องจักรได้ ‘กิน’ อาหารมื้อต่อไปของมันแล้ว มันกิน ‘ความมั่นคง’ ของเล็ก เพื่อแลกกับ ‘ความสำเร็จ’ ของเธอ

เย็นวันนั้น ออฟฟิศแทบแตก เสียงตะโกนดังออกมาจากห้องประชุม เล็กถูกพาตัวออกไปโดยฝ่ายรักษาความปลอดภัย ใบหน้าของเขาซีดเผือด… สับสน “ผมไม่ได้ทำ! มันผิดพลาด! ตัวเลขมัน…” ไม่มีใครฟัง ข้อหาคือ ‘การยักยอก’ และ ‘การปลอมแปลงเอกสาร’

สำเนาที่เขาถ่าย… กลายเป็นหลักฐานมัดตัวเขา ตัวเลขที่ผิดพลาด… ชี้ไปที่ความผิดของเขาอย่างชัดเจน ต้นฉบับที่ถูกต้อง… ไม่มีใครสนใจจะดูอีกต่อไป เล็กถูกไล่ออกทันที

พนักงานคนอื่นๆ ยืนจับกลุ่มซุบซิบ ทุกคนตกตะลึง ยกเว้นอร เธอยังคงนั่งทำงาน พิมพ์… พิมพ์… และพิมพ์ อย่างใจเย็น

และฝน… ฝนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เธอวิ่งไปที่ห้องน้ำ… และอาเจียน เธอรู้… ลึกๆ แล้วเธอรู้ ว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เธอเหลือบมองไปที่เครื่อง SF-400 ตอนนี้… มันไม่ได้ดูเก่า มันดูเหมือน… นักล่าที่กำลังรอคอย

ข่าวลือเรื่องเครื่องถ่ายเอกสารผีสิง… ไม่ได้เป็นเรื่องตลกอีกต่อไป มันกลายเป็นความจริงที่น่าสะพรึงกลัว ไม่มีใคร… ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้มันอีก

เครื่อง SF-400 กลายเป็น ‘เครื่องส่วนตัว’ ของอร โดยสมบูรณ์

ค่ำคืนนั้น อรรอจนทุกคนกลับหมด ออฟฟิศเงียบสงัด มีเพียงเธอ… และพันธมิตรของเธอ เธอเดินไปที่ห้องกระจกมุมตึก ห้องของผู้จัดการฝ่ายการตลาด

ป้ายชื่อเก่าถูกแกะออกแล้ว พรุ่งนี้เช้า… จะมีป้ายใหม่มาติด คุณกฤตเพิ่งแจ้งข่าวดีกับเธอ ผลงานโครงการของเธอยอดเยี่ยมมาก และการที่วิน ‘ป่วย’ ยาว และการที่เล็ก ‘ทุจริต’ ทำให้บริษัทต้องการเสถียรภาพ

เธอได้รับการเลื่อนตำแหน่ง รักษาการ… ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เธอได้มันมาแล้ว บัลลังก์ที่เธอใฝ่ฝัน

อรยืนอยู่ในห้องทำงานใหม่ของเธอ มองออกไปนอกหน้าต่าง แสงไฟของเมืองระยิบระยับ เธอรู้สึกถึงอำนาจที่ไหลเวียน เธอไม่ใช่เหยื่ออีกต่อไป

เธอเดินออกจากห้อง แต่เธอไม่กลับบ้าน เธอเดินไปที่มุมมืดของออฟฟิศ ไปหยุดยืนอยู่หน้าเครื่อง SF-400

เธอยืนมองมันในความเงียบ เครื่องจักรที่มอบทุกสิ่งให้เธอ เครื่องจักรที่ทำลายทุกคนที่ขวางทางเธอ เธอยื่นมือออกไป ลูบไล้ที่ตัวเครื่องพลาสติกสีเหลือง… ที่บัดนี้ให้ความรู้สึกเย็นเยียบ เหมือนสัมผัสหินอ่อน

“ขอบคุณนะ” เธอกระซิบ “สำหรับทุกอย่าง”

ในความเงียบสนิทของออฟฟิศ มีเพียงเสียงลมแอร์ที่ดังหึ่ง วินาทีที่เธอพูดจบ… ไฟสีเขียวเล็กๆ ที่เขียนว่า ‘พร้อมใช้งาน’ (Ready) …มันกะพริบ หนึ่งครั้ง… ช้าๆ… เนิบนาบ… ราวกับดวงตาที่กำลัง… กะพริบรับรู้

อรยิ้ม นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น


ออฟฟิศ ‘เอเพ็กซ์ โซลูชั่นส์’ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป บรรยากาศที่เคยแข่งขัน… แม้จะตึงเครียด… แต่ก็ยังมีชีวิตชีวา บัดนี้… ถูกแทนที่ด้วยความกลัวที่จับต้องไม่ได้ ความเงียบ… เสียงกระซิบ… และสายตาที่หวาดระแวง

ศูนย์กลางของความหวาดกลัวนี้… คือมุมห้องที่มืดทึบ เครื่องถ่ายเอกสาร SF-400 ตอนนี้มันถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ มันกลายเป็นเกาะร้าง… ที่ถูกสาป และอร… คือราชินีผู้ปกครองเกาะนั้น

อรย้ายเข้าไปอยู่ในห้องกระจก ตำแหน่ง ‘รักษาการผู้จัดการฝ่ายการตลาด’ เธอเปลี่ยนไป เสื้อผ้าสีซีดจางถูกแทนที่ด้วยสูทสีเข้ม… พอดีตัว ผมที่เคยรวบไว้เฉยๆ… ตอนนี้ถูกจัดทรงอย่างเฉียบคม แว่นตาหนาเตอะ… ถูกถอดออก เผยให้เห็นดวงตาที่เย็นชา… และมั่นคง เธอกลายเป็นคนละคน สวยขึ้น… แต่ก็น่ากลัวขึ้น

เธอแทบไม่พูดกับใคร ยกเว้นคุณกฤต… ที่ดูจะชื่นชมผลงานของเธอเป็นอย่างมาก “ยอดเยี่ยม อร!” เขามักจะพูด “ผลงานของคุณทำให้บริษัทเราก้าวไปอีกขั้น!” ทุกความสำเร็จของอร… ถูกพิมพ์ออกมาจากเครื่อง SF-400 เธอคือคนเดียวที่ใช้งานมัน เธอกลายเป็นคนเดียวที่ “บำรุงรักษา” มัน

ทุกเช้า… ก่อนคนอื่นจะมา และทุกคืน… หลังทุกคนกลับไปแล้ว อรจะยืนอยู่หน้าเครื่องจักร กระซิบถึงแผนการของเธอ… ความทะเยอทะยานของเธอ และบางครั้ง… เธอก็หยด ‘น้ำมัน’ สีดำขวดเล็ก… ที่เธอได้มาเพิ่ม… ลงไปในช่องป้อนกระดาษ เธอกำลัง ‘ป้อน’ มัน ป้อนด้วยความตั้งใจอันดำมืด และเครื่องจักรก็ตอบแทนเธออย่างงาม

แต่มีคนหนึ่ง… ที่ไม่ได้ชื่นชมความสำเร็จของอร ฝน ฝนยังมีชีวิตอยู่… แต่ก็เหมือนตายทั้งเป็น เธอผอมลง… ขอบตาดำคล้ำ เธอลาป่วยบ่อย เธอยังคงได้ยินเสียงกระซิบ มันไม่ได้อยู่แค่ที่ออฟฟิศอีกต่อไป มันตามเธอกลับบ้าน เสียง ‘ครืดคราด’ เหมือนเครื่องจักรกำลังทำงาน ดังขึ้นในห้องนอนของเธอ… ตอนตีสาม

“มันกำลังเรียกชื่อฉัน” เธอบอกกับเพื่อนร่วมงาน “เธอต้องไปพักผ่อนนะ ฝน” เพื่อนตอบ “เธอแค่เครียด… เรื่องเล็ก… เรื่องวิน… มันหนักเกินไป” “ไม่!” ฝนตะโกน “พวกเธอไม่เข้าใจ! มันอยู่ในนั้น! มันอยู่ในเครื่องนั่น! มันมองเราอยู่!”

ทุกคนเริ่มถอยห่างจากฝน พวกเขาคิดว่าเธอเสียสติ ความเครียดทำให้เธอเพี้ยน อรเฝ้ามองทุกอย่างจากในห้องกระจกของเธอ เธอเห็นฝน… เหมือนกวางที่บาดเจ็บ กำลังรอเวลาที่จะถูกขย้ำ

และวันนั้นก็มาถึง ฝนทำรายงานสำคัญผิดพลาด ตัวเลขสลับกัน เป็นความผิดพลาดที่เกิดจากความเหม่อลอย “แก้ให้มันถูกต้อง เดี๋ยวนี้!” หัวหน้าคนใหม่ (ที่ไม่ใช่คุณกฤต) ตวาดใส่เธอ “ฉันต้องการสำเนา… แจกทุกคนในบอร์ด… ภายในหนึ่งชั่วโมง!”

ฝนตัวสั่น เธอแก้ไขเอกสารในคอมพิวเตอร์ มือของเธอสั่นจนพิมพ์แทบไม่ถูก เธอต้องถ่ายเอกสาร… ยี่สิบชุด เธอเดินไปที่เครื่องถ่ายเอกสารเครื่องใหม่ ที่อยู่ใจกลางออฟฟิศ ที่ที่ทุกคนใช้ ที่ที่ ‘ปลอดภัย’

เธอวางเอกสารลง กดปุ่ม ‘แคร่ก!’ เสียงเหมือนมีอะไรหักข้างใน กระดาษติด… หน้าจอขึ้นข้อความสีแดง “Error – Call Service” “ไม่นะ… ไม่!” ฝนแทบจะร้องไห้

“ไปใช้เครื่องอื่นสิ!” หัวหน้าตะโกน “แต่…” “ไม่มีแต่! ไปเดี๋ยวนี้!”

ฝนหันไปรอบตัว เครื่องอื่นๆ มีคนใช้เต็ม เหลือเพียงเครื่องเดียว… ที่ว่างเปล่า… ที่มุมห้อง… SF-400

เวลาเหลือน้อยลงทุกที ความกดดันบีบคั้น ฝนไม่มีทางเลือก เธอเหมือนนักโทษที่กำลังเดินไปสู่แดนประหาร ทุกย่างก้าว… หนักอึ้ง

เธอเดินไปที่มุมห้อง อากาศรอบๆ เครื่อง… เย็นกว่าปกติ กลิ่นหมึก… คลุ้ง… เธอได้ยินเสียง… เสียง ‘หึ่ง’ เบาๆ… เหมือนมันกำลังรอเธออยู่ เธอหลับตา “ขอร้องล่ะ… แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว”

เธอวางต้นฉบับลงบนกระจก นิ้วของเธอสั่นจนแทบจะกดปุ่มไม่โดน เธอกด ’20’ … และ ‘Start’

เครื่องจักรตื่นขึ้น เสียง ‘หึ่ง’ ที่ราบรื่น… แสงสีเขียวสว่างวาบ กระดาษแผ่นแรกไหลออกมา

ฝนรีบคว้ามันขึ้นมา… เธอมองมัน… และเลือดในกายเธอก็เย็นเฉียบ

มันไม่ใช่รายงานของเธอ มันเป็นกระดาษเปล่า… ยกเว้น… ข้อความห้าคำ… ที่อยู่ตรงกลาง เขียนด้วยลายมือเหมือนเด็ก… ลายมือเดียวกับที่วินเคยเห็น

“อย่ากลับมาที่นี่อีก”

ฝนอ้าปากค้าง เธอหายใจไม่ออก กระดาษแผ่นที่สองไหลออกมา ข้อความเดิม… แต่ใหญ่ขึ้น “อย่ากลับมา” แผ่นที่สาม… แผ่นที่สี่… “อย่ากลับมา” “อย่ากลับมา” “อย่ากลับมา”

เครื่องจักรพ่นคำสาปออกมาไม่หยุด กระดาษร่วงหล่นลงพื้น กองทับถมอยู่รอบเท้าของเธอ ทุกแผ่น… มีแค่คำว่า… “อย่า-กลับ-มา”

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด!”

ฝนกรีดร้องสุดเสียง เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวบริสุทธิ์ เธอปัดกระดาษพวกนั้นทิ้ง เธอล้มลงไปนั่งกับพื้น “มันจะฆ่าฉัน! มันจะฆ่าพวกเราทุกคน! ออกไป! ออกไปจากที่นี่!”

ทั้งออฟฟิศหยุดนิ่ง ทุกคนหันมามอง เห็นฝนนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่กลางกองกระดาษต้องคำสาป หัวหน้าของเธอวิ่งเข้ามา “ฝน! เป็นอะไรไป!” เขาหยิบกระดาษขึ้นมาดู… เขาขมวดคิ้ว “กระดาษเปล่านี่? เธอเป็นบ้าอะไร?” หัวหน้ามองไม่เห็นข้อความ …มีเพียงฝนที่เห็น

นั่นคือฟางเส้นสุดท้าย ฝนลุกขึ้นวิ่ง เธอไม่เก็บของ เธอไม่สนอะไรทั้งนั้น เธอวิ่งออกจากออฟฟิศ… และไม่กลับมาอีกเลย

การลาออกอย่างกะทันหันของฝน… และการเสียสติของเธอ… กลายเป็นตำนานบทใหม่ของออฟฟิศ ความกลัว… เข้มข้นขึ้น ตอนนี้… เครื่อง SF-400 ไม่ใช่แค่ผีสิง มันคือ… อสูรกาย

อรนั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดจากห้องของเธอ เธอมองดูความโกลาหล… ด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ คู่แข่ง… หายไปอีกหนึ่ง ตำแหน่งของเธอ… มั่นคงขึ้นอีกขั้น

หนึ่งสัปดาห์หลังจากฝนลาออก ออฟฟิศพยายามกลับสู่ภาวะปกติ แต่ความหวาดกลัวยังคงฝังลึก และแล้ว… เขาก็กลับมา

วิน เขาเดินเข้ามาในออฟฟิศอย่างเงียบเชียบ นี่ไม่ใช่วินคนเดิม ดาวเด่น… ได้ดับแสงไปแล้ว เขาผอม… ซีด… ดวงตาที่เคยเจิดจ้า… ตอนนี้ลึกโบ๋ และเต็มไปด้วยความระแวดระวัง รอยยิ้มที่เคยสดใส… หายไป ถูกแทนที่ด้วยริมฝีปากที่เม้มแน่น

เขาไม่ได้มาในฐานะคู่แข่ง เขามาในฐานะ… ผู้รอดชีวิต ที่กลับมายังสมรภูมิ

สายตาของเขากวาดไปทั่วออฟฟิศ เขาเห็นโต๊ะของฝน… ที่ว่างเปล่า เขาเห็นโต๊ะของเล็ก… ที่มีคนใหม่มานั่ง และเขาก็เห็น… ห้องกระจกมุมตึก อร… นั่งอยู่ข้างใน มองมาที่เขา เหมือนแมงมุม… ที่มองเหยื่อจากใยของมัน

สายตาของพวกเขาสบกัน วินไม่หลบตา อรไม่หลบตา สงครามเงียบได้เริ่มขึ้นแล้ว

วินกลับไปที่โต๊ะเก่าของเขา (ที่ตอนนี้ถูกย้ายไปอยู่มุมอับ) เขาได้ยินเสียงกระซิบ เรื่องของฝน… เรื่องของเล็ก เรื่องเครื่องถ่ายเอกสาร เขาพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว

อาหารเป็นพิษ… ที่หมอหาสาเหตุไม่เจอ เอกสารของเล็ก… ที่ ‘ผิดพลาด’ อย่างลึกลับ การลาออกอย่างบ้าคลั่งของฝน และการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็วของอร มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันเป็นไปไม่ได้

วินเป็นคนมีเหตุผล เขาไม่เชื่อเรื่องผีสาง… เรื่องคำสาป เขาเชื่อในการกระทำของมนุษย์ เขาเชื่อว่า… อร… คือผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้

เธอวางยาเขา? เธอปลอมแปลงเอกสารของเล็ก? เธอข่มขู่ฝนจนเสียสติ? มันฟังดูสุดโต่ง… แต่มันเป็นคำอธิบายเดียวที่สมเหตุสมผล

เขาต้องหาหลักฐาน เขาต้องรู้ว่าอรทำได้อย่างไร และสายตาของเขาก็หันไปที่… เครื่อง SF-400 ศูนย์กลางของข่าวลือทั้งหมด ถ้าอรทำอะไรบางอย่าง… มันต้องเกี่ยวข้องกับเครื่องนั่น เธออาจจะดัดแปลงมัน เธออาจจะใช้มันเป็นเครื่องมือในการก่อวินาศกรรม

วินตัดสินใจ เขาจะไม่ยอมเป็นเหยื่ออีกต่อไป เขาจะสืบหาความจริง เขาจะเปิดโปงอร แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาจะได้ทำ

เขาเริ่มการสืบสวนอย่างเงียบๆ เขาแสร้งทำเป็นทำงาน แต่สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่อร… และเครื่องจักรของเธอ เขารอคอย… รอให้เธอกลับบ้าน เขาจะตรวจสอบเครื่องนั่น เขาจะหาสิ่งที่เธอซ่อนไว้

ความสงสัยของวิน… คือเชื้อไฟใหม่ ที่กำลังจะถูกจุดขึ้นในออฟฟิศที่เย็นเยียบแห่งนี้


วินใช้เวลาสองสามวันแรก… ในการเฝ้าสังเกต เขาแสร้งทำเป็นว่ากำลังจมอยู่กับงานกองใหม่ที่ไร้ความหมาย แต่งานที่แท้จริงของเขา… คือการศึกษาอร เขาสังเกตตารางเวลาของเธอ เธอเข้าประชุมตอนไหน… เธอออกไปทานอาหารกลางวันเมื่อไหร่… และที่สำคัญที่สุด… เธอไปที่เครื่อง SF-400 บ่อยแค่ไหน

เขาพบรูปแบบที่น่าขนลุก อรไม่เคยใช้เครื่องถ่ายเอกสารอื่นเลย แม้ว่าเธอจะรีบ… แม้ว่าเครื่องอื่นจะว่าง เธอจะเดินไปที่มุมมืดนั้น… เหมือนนักบวชที่กำลังเดินไปที่แท่นบูชา เธอมักจะไปตอนเช้าตรู่… หรือตอนดึก เวลาที่คนอื่นไม่สังเกตเห็น

วินมั่นใจ คำตอบ… อยู่ที่เครื่องจักรนั่น เขารอคอย รอจนถึงคืนวันศุกร์ ออฟฟิศว่างเปล่า ทุกคนออกไปฉลอง มีเพียงวิน… และยามที่หลับอยู่ชั้นล่าง

สามทุ่ม วินลุกจากโต๊ะ หัวใจของเขาเต้นแรง นี่ไม่ใช่ความกลัวผี… นี่คือความกลัว… ว่าจะถูกจับได้ กลัวสิ่งที่อรอาจจะทำ… ถ้าเธอรู้ว่าเขากำลังทำอะไร

เขาเดินไปที่มุมห้อง อากาศรอบเครื่อง SF-400 เย็นยะเยือก มันยืนนิ่ง… เงียบสงัด วินเป็นคนมีเหตุผล เขาพกชุดเครื่องมือเล็กๆ มาด้วย เขาคิดว่าอรต้องดัดแปลงอะไรบางอย่าง ต่อสายไฟ… ติดตั้งอุปกรณ์… เพื่อทำให้เครื่องรวน… หรือปล่อยสารเคมี (ความคิดเรื่องอาหารเป็นพิษของเขายังคงชัดเจน)

เขาเริ่มลงมือ เขาเปิดฝาครอบด้านข้าง ส่องไฟฉายเข้าไป สายไฟ… แผงวงจร… ทุกอย่างดูปกติ… แค่เก่า… และเต็มไปด้วยฝุ่น ไม่มีอะไรที่ถูกดัดแปลง

เขาเปิดถาดใส่กระดาษ ตรวจดู… ไม่มีอะไร เขาเปิดช่องเปลี่ยนหมึก ตลับหมึกก็ดูธรรมดา เขายืนขึ้น… เกาศีรษะ ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัว มันไม่มีอะไรเลย! ไม่มีหลักฐานทางกายภาพ หรือว่า… เขาคิดผิด? หรือว่าเขา… กำลังจะบ้าเหมือนฝน?

ทันใดนั้น… เขาก็ได้ยินเสียง “คลิก” เสียงเบาๆ… วินตัวแข็ง เขาค่อยๆ หันไปมองที่แผงควบคุม เครื่อง SF-400… มันปิดอยู่ ไฟหลักของออฟฟิศก็ปิด แต่… ไฟสีแดงเล็กๆ ตรงปุ่ม ‘Power’… มันกะพริบ หนึ่งครั้ง… สองครั้ง… แล้วก็ดับไป

วินกลืนน้ำลาย “ไฟรั่ว…” เขาพึมพำกับตัวเอง เขาพยายามหาเหตุผล “มันก็แค่เครื่องจักรเก่าๆ… สายไฟมันคง…” แต่ลึกๆ แล้ว… ความเย็นเยียบแล่นไปทั่วสันหลัง มันรู้สึกเหมือน… มันรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่

เขาปิดฝาครอบกลับเข้าที่ ความล้มเหลว เขาไม่พบหลักฐาน เขาไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าอรทำอะไร เขายืนมองเครื่องจักร “ถ้าแกไม่มีอะไรซ่อน… งั้นก็ต้องเป็นเธอ” วินตัดสินใจ ถ้าเขาหา ‘สิ่งที่’ เธอทำไม่ได้ เขาก็ต้องจับ ‘ตอนที่’ เธอทำ

เขาต้องการตา… ที่มองเห็น เขาต้องการหลักฐาน… ที่เป็นภาพเคลื่อนไหว เขาจะจับเธอให้ได้คาหนังคาเขา เขาจะบันทึกภาพ… ตอนที่เธอทำลายเอกสาร หรือตอนที่เธอวางยาเครื่องจักร เขานึกถึงกล้องสอดแนมตัวจิ๋ว

ในขณะเดียวกัน… ที่อพาร์ตเมนต์หรูแห่งใหม่ของเธอ อรนอนไม่หลับ เธอยืนมองวิวเมืองจากหน้าต่างบานใหญ่ เธอควรจะมีความสุข เธอมีทุกอย่าง… อำนาจ… เงิน… แต่เธอรู้สึก… เหนื่อย ไม่ใช่เหนื่อยกาย แต่เป็นความเหนื่อยล้า… ที่อยู่ลึกเข้าไปในกระดูก

และเธอก็ได้ยินมัน เสียง… เสียง ‘หึ่ง… ครืด… หึ่ง… ครืด…’ เสียงเครื่องถ่ายเอกสาร มันไม่ได้ดังมาจากข้างนอก มันดัง… อยู่ในหัวของเธอ ชัดเจน… ราวกับเธอยืนอยู่ข้างๆ มัน

อรหลับตา กุมขมับ เสียงมันดังขึ้นเรื่อยๆ มันคือเสียง… ของความหิว เครื่องจักร… กำลังเรียกหาเธอ มันกำลังบอกเธอว่า… ความสำเร็จที่เธอได้มา… มันกำลังจะหมด มันต้องการ ‘อาหาร’ มื้อใหม่ มันต้องการ… การบูชายัญครั้งใหม่

อรลืมตา เธอมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก เธอดูสวย… แต่ซีดเซียว ขอบตาของเธอคล้ำ… เหมือนคนที่ถูกดูดพลังงานบางอย่างไป “ฉันเข้าใจแล้ว” เธอกระซิบ “เธอต้องการอีก… ใช่ไหม” เสียงเครื่องจักรในหัวของเธอ… ดังขึ้น… ราวกับจะตอบรับ เธอรู้ว่าเหยื่อมื้อต่อไปคือใคร คนที่เพิ่งกลับมา คนที่กล้ามองหน้าเธอ… วิน

เช้าวันจันทร์ วินมาทำงานพร้อมกับอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ กล้องจิ๋ว… ขนาดเท่ากระดุม เขาซื้อมันทางอินเทอร์เน็ต เขาต้องติดตั้งมัน นี่คือส่วนที่อันตรายที่สุด

เขารอจังหวะ อรถูกเรียกเข้าประชุมผู้บริหาร นี่คือโอกาส ทั้งออฟฟิศกำลังยุ่ง แต่ไม่มีใครสนใจมุมนั้น… มุมต้องคำสาป

วินแสร้งทำเป็นว่ากำลังตรวจสอบสายแลนที่ผนัง เขาหยิบกล้องออกมา มือสั่น เขารู้สึกเหมือนกำลังทำอะไรที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง เขาติดมันไว้ที่ใต้ชั้นวางหนังสือเก่าๆ… ที่อยู่ตรงข้ามเครื่อง มุมที่สมบูรณ์แบบ มันมองเห็นแผงควบคุม… กระจกสแกน… และใครก็ตามที่ยืนอยู่หน้าเครื่อง

เขากำลังจะเดินกลับ… ประตูห้องประชุมก็เปิดออก อรเดินออกมา เธอยืนนิ่ง… มองมาที่เขา สายตาของพวกเขาสบกันข้ามออฟฟิศ อรขมวดคิ้ว ดวงตาของเธอหรี่ลง “คุณมาทำอะไรแถวนี้?” เธอไม่ได้พูด… แต่สายตาของเธอตะโกนถาม

วินหัวใจเต้นรัว เขาแสร้งทำเป็นยิ้มแห้งๆ “สายแลนมันหลุดน่ะ… ไม่มีอะไร” เขารีบเดินกลับไปที่โต๊ะ เขารู้สึกได้ถึงสายตาของอร… ที่จ้องมองตามหลังเขามา เธอกำลังสงสัย …กับดักถูกวางไว้แล้ว

คืนนั้น วินนั่งอยู่ที่อพาร์ตเมนต์เก่าๆ ของเขา หน้าจอโน้ตบุ๊ก… กำลังถ่ายทอดสดภาพจากกล้อง มันคือภาพมุมมืดของออฟฟิศ ว่างเปล่า… และเงียบสงัด เขามองมัน… ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า เสียงนาฬิกาเดิน… ติ๊ก… ต็อก… เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นบ้า เขากำลังเฝ้าดูเครื่องถ่ายเอกสาร… นี่มันเรื่องตลกร้ายอะไร

ห้าทุ่ม… เที่ยงคืน… ไม่มีอะไร เขาเริ่มหาว เขาคงคิดผิด… อรอาจจะกลับบ้านไปแล้ว บางทีเธออาจจะไม่ได้ทำอะไรพิสดาร บางทีเธออาจจะแค่… โชคดี

ตีหนึ่ง เขากำลังจะปิดโน้ตบุ๊ก ทันใดนั้น… มีเงาเคลื่อนไหว วินสะดุ้งสุดตัว เขาจ้องเขม็งไปที่หน้าจอ ร่างๆ หนึ่ง… เดินออกมาจากความมืด …อร

เธอไม่ได้เปิดไฟ เธอเดินไปที่เครื่อง SF-400 ราวกับว่าเธอมองเห็นในความมืด เธอยืนอยู่หน้ามัน วินเอนตัวเข้าไปใกล้หน้าจอ “มาแล้ว… มาแล้ว…” เขากระซิบ เขาพร้อมที่จะกดบันทึก เขาจะได้เห็นเธอ… สอดสายไฟ …หรือพ่นสเปรย์พิษ

แต่… สิ่งที่เขาเห็น… ทำให้เขาตัวแข็ง อรไม่ได้ทำอะไรกับเครื่อง เธอ… เธอกำลัง… ลูบไล้มัน เธอสัมผัสพลาสติกสีเหลือง… อย่างอ่อนโยน เหมือนมันเป็นคนรัก แล้วเธอก็เริ่ม… พูด วินไม่ได้ยินเสียง แต่เขาเห็นริมฝีปากของเธอขยับ เธอกำลังกระซิบ… กระซิบกับเครื่องจักรที่ไม่มีชีวิต

“บ้า… บ้าไปแล้ว” วินพึมพำ นี่มันไม่ใช่การก่อวินาศกรรม นี่มัน… นี่มัน… พิธีกรรม

แล้วเขาก็เห็น อรหยิบขวดแก้วเล็กๆ สีดำ… ขวดเดียวกับที่เขาจำได้ว่าเคยเห็นแวบๆ ที่โต๊ะเธอ เธอเปิดมันออก และบรรจง… หยดของเหลวสีดำข้น… ลงบนกระจกสแกน

วินตาเบิกกว้าง นั่นมันอะไร? น้ำมัน? ยาพิษ? อรวางมือของเธอทาบลงบนกระจก… ทับของเหลวนั้น เธอยืนนิ่ง… หลับตา เหมือนกำลังสวดมนต์

และวินาทีนั้น กล้อง… ที่ถ่ายทอดสด… ภาพเริ่มสั่นไหว หน้าจอของวินกลายเป็นสีขาวซ่า… “ไม่! ไม่!” เขาทุบโน้ตบุ๊ก ภาพกลับมา… แต่… แสงสีเขียว… ‘พร้อมใช้งาน’ (Ready) ที่อยู่บนเครื่อง SF-400 มันสว่างวาบขึ้นมา… ทั้งที่เครื่องปิดอยู่ มันส่องสว่างใบหน้าของอรในความมืด วินเห็น… ใบหน้าของเธอ… มันไม่ใช่ใบหน้าที่เขารู้จัก มันบิดเบี้ยว… ด้วยความปิติยินดี… และความหิวโหยที่น่าสะพรึงกลัว เธอกำลังยิ้ม… ให้กับเครื่องจักร และเครื่องจักร… ก็กำลังตอบสนองเธอ

วินล้มหงายหลัง… ตกจากเก้าอี้ เหตุผลของเขา… โลกของเขา… มันกำลังแตกสลาย นี่ไม่ใช่การเล่นสกปรกในออฟฟิศ นี่ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง นี่คือ… ไสยศาสตร์ มันคือเรื่องจริง อรไม่ได้ดัดแปลงเครื่องจักร เธอ… เธอกำลัง… บูชามัน


วินนอนกองอยู่บนพื้นข้างเก้าอี้ เขาสั่นไปทั้งตัว หน้าจอโน้ตบุ๊กยังคงสว่าง ภาพจากกล้องสอดแนม… นิ่งสนิท อร… ได้เดินกลับเข้าไปในเงาและหายตัวไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบ… และความจริงที่น่าสะพรึงกลัว

นี่ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง นี่ไม่ใช่การโกง นี่คือ… เวทมนตร์ดำ

วินพยายามลุกขึ้น ขาของเขาไร้เรี่ยวแรง เขาคลานกลับไปที่เก้าอี้ จ้องมองภาพที่ว่างเปล่าของมุมออฟฟิศ เครื่อง SF-400 ตั้งอยู่นิ่งๆ… เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“มันแค่… น้ำมัน” วินพยายามหาเหตุผล… แม้ว่าเขาจะไม่เชื่อมันอีกต่อไป “มันอาจจะเป็นยาหลอนประสาท… เธอพ่นมันในออฟฟิศ… ใช่… นั่นต้องใช่แน่… ฝนก็เลยเสียสติ… ฉันก็เลยอาหารเป็นพิษ”

เขาพยายามยึดเหนี่ยว… ยึดเหนี่ยวกับโลกที่เขารู้จัก โลกที่มีเหตุและผล

และในขณะที่เขากำลังโกหกตัวเอง… …มันก็เกิดขึ้น

ในหน้าจอโน้ตบุ๊ก เครื่อง SF-400… ที่ควรจะปิดอยู่… …มันเปิดขึ้นเอง

“บี๊บ” เสียงแห้งๆ ดังผ่านลำโพงของโน้ตบุ๊ก ไฟสีเขียวสว่างวาบ วินหยุดหายใจ

เขาเห็น… เครื่องจักรกำลังอุ่นเครื่อง เสียง ‘หึ่ง’ ที่คุ้นเคย… ดังกระหึ่ม แล้ว… กระดาษแผ่นหนึ่ง… ค่อยๆ ไหลออกมา จากเครื่องที่… ว่างเปล่า ไม่มีต้นฉบับ ไม่มีคนสั่งงาน

วินจ้องเขม็ง กล้องของเขา… แม้จะมืด… แต่ก็จับภาพได้ กระดาษแผ่นนั้น… มันไม่ใช่กระดาษเปล่า มันมี… ภาพ ภาพที่ถูกพิมพ์อย่างหยาบๆ… เหมือนภาพสเก็ตช์ที่บิดเบี้ยว

วินซูมภาพเข้าไป… แม้ว่ามันจะแตกพร่า เขาเห็น… …ใบหน้า ใบหน้าที่เขารู้จักดี… …ใบหน้าของเขาเอง

ใบหน้าของวิน… ถูกพิมพ์อยู่กลางหน้ากระดาษ และมี… เส้นสีดำหนา… ขีดฆ่าทับใบหน้าของเขา เหมือนกากบาท และใต้ภาพนั้น… มีคำหนึ่งคำ พิมพ์ด้วยฟอนต์ที่แปลกประหลาด… เหมือนลายมือ…

“ชดใช้”

“อ๊ากกก!” วินกรีดร้อง เขาปิดโน้ตบุ๊กเสียงดัง ปัง! ห้องทั้งห้องเงียบกริบ มีเพียงเสียงหัวใจของเขาที่เต้นรัวเหมือนกลองสงคราม มันรู้… เครื่องจักรนั่น… มันรู้ว่าเขากำลังมอง มันส่ง ‘คำเตือน’ มาให้เขา ไม่… นี่ไม่ใช่คำเตือน นี่คือ… ‘คำพิพากษา’

คืนนั้น… วินไม่ได้นอน เขานั่งตัวแข็งอยู่ในความมืด… จนถึงเช้า เขาถูกล่า เขาไม่ได้ต่อสู้กับอร เขาต่อสู้กับ… บางสิ่ง… ที่สิงสู่อยู่ในเครื่องจักรนั่น

เช้าวันต่อมา วินไปทำงาน เขาเหมือนซากศพเดินได้ เขาหลีกเลี่ยงการสบตาทุกคน โดยเฉพาะ… อร

อร… วันนี้เธอดู… เปล่งประกาย แต่เป็นประกายที่เย็นเยียบ เธอสวมชุดสูทสีดำสนิท และทาลิปสติก… สีแดงเข้ม สีแดง… ที่ดูเหมือนสีเลือด ผิวของเธอดูซีดลง… ราวกับกระดาษ แต่ดวงตาของเธอ… ภายใต้คอนแทคเลนส์… มันวาวโรจน์… ทรงพลัง

เธอเดินผ่านโต๊ะของวิน เธอหยุด วินเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ อรยิ้มให้เขา “ดูไม่สบายนะคะ… คุณวิน” เสียงของเธอราบเรียบ… แต่มีความพึงพอใจอยู่ในนั้น “เมื่อคืน… นอนไม่หลับเหรอคะ?” วินตัวแข็ง เธอรู้… เธอรู้ว่าเขารู้

“ผม… ผมแค่เหนื่อย” “เหรอคะ” อรเอียงคอ “พักผ่อนเยอะๆ นะคะ… เดี๋ยวจะ… ‘ป่วย’ ไปอีกคน” เธอจงใจพูดคำว่า ‘ป่วย’ เธอรู้เรื่องอาหารเป็นพิษ เธอรู้ทุกอย่าง

อรเดินเข้าห้องกระจกของเธอไป วินหายใจหอบ เขาต้องหนี เขาต้องลาออก… ต้องย้ายเมือง ต้องไปให้ไกลจากที่นี่ เขาเริ่มเก็บของเงียบๆ… รวบรวมของใช้ส่วนตัวใส่กล่อง

ในห้องทำงานของเธอ อรนั่งลง ความรู้สึกทรงพลังเมื่อครู่… จางหายไป ความเหนื่อยล้า… กลับมาโจมตีเธอ รุนแรงกว่าเดิม เธอรู้สึก… ว่างเปล่า เหมือนถูกสูบอะไรบางอย่างออกไป เธอได้ยินเสียง ‘หึ่ง’ ในหัวอีกแล้ว มันดังกว่าเดิม มันเรียกร้อง… มันหิว…

เธอเปิดลิ้นชัก หยิบเอกสารที่เธอเพิ่งถ่ายสำเนาเมื่อเช้า โครงการใหม่… ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เธอเพิ่งนำเสนอมัน… และคุณกฤตก็รักมัน เธอจ้องมองเอกสารนั้น มันสมบูรณ์แบบ… คมชัด แต่… ที่มุมกระดาษ… มุมล่างขวา… มีรอยเปื้อนเล็กๆ รอยเปื้อนสีดำ… ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

อรขมรงคิ้ว เธอเพ่งมอง… มันไม่ใช่แค่รอยเปื้อน มันคือ… รูปร่างของ… รอยนิ้วมือ นิ้วมือเล็กๆ… เหมือนนิ้วเด็ก… ประทับอยู่บนเอกสาร ‘แห่งความสำเร็จ’ ของเธอ

อรสะดุ้ง เธอโยนกระดาษทิ้ง เธอเริ่มหายใจติดขัด นี่มันอะไร? มันคือ… ราคาที่เธอต้องจ่ายเหรอ? เครื่องจักรกำลัง… อ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในตัวเธอเหรอ?

“ไม่…” เธอกระซิบ “ฉันเป็นคนควบคุม… ไม่ใช่แก” เสียง ‘หึ่ง’ ในหัวเธอดังขึ้น… ราวกับจะหัวเราะเยาะ

ความกลัว… เป็นครั้งแรก… ที่อรสัมผัสได้ถึงความกลัว แต่ความทะเยอทะยานของเธอ… มันแข็งแกร่งกว่า “ฉันต้องจบเรื่องนี้” เธอพูดกับตัวเอง “ฉันต้องกำจัดวิน… เขาคืออุปสรรค” “ถ้ากำจัดเขา… ทุกอย่างจะกลับมาเป็นของฉัน เครื่องจักรก็จะอิ่ม… และฉันก็จะได้พัก”

เธอเริ่มร่างแผนการ ไม่ใช่แค่แผนงาน แต่เป็น… แผนการทำลายล้าง เธอจะสร้าง ‘หลักฐาน’ รายงานการเงินปลอม… ที่บ่งชี้ว่าวิน… คือคนที่ยักยอกเงิน… (ข้อหาเดียวกับที่เล็กโดน) เธอจะโยนความผิดทั้งหมดให้เขา เธอจะใช้เครื่อง SF-400 เพื่อ ‘อวยพร’ เอกสารชิ้นนี้ ให้มันกลายเป็น ‘ความจริง’ ให้มัน… กำจัดวิน… ไปจากชีวิตเธอ… ตลอดกาล

ในขณะเดียวกัน วิน… ที่กำลังเก็บของ… ก็หยุดชะงัก เขาจะหนีไปไหน? ไอ้เครื่องนั่น… มันพิมพ์หน้าเขาออกมา มันรู้ว่าเขาเป็นใคร ถ้ามันทำลายเล็กกับฝนได้… มันก็ทำลายเขาได้… ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน

เขาหนีไม่ได้ เขาต้อง… สู้ แต่เขาจะสู้กับผีในเครื่องถ่ายเอกสารได้ยังไง? เขาต้องการข้อมูล เขาต้องรู้ว่า ‘มัน’ คืออะไร เขาต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น

ป้าแม่บ้าน… คนที่ลาออกไป คนที่บอกอร… เกี่ยวกับตลาดมืด เขาต้องหาเธอให้พบ

วินทิ้งกล่อง เขาวิ่งออกจากออฟฟิศ เขาไปที่ฝ่ายบุคคล โกหกว่าจะไปเยี่ยมป้าแม่บ้านคนนั้น… (ป้านวล) เพราะเธอไม่สบาย เขาได้ที่อยู่ของเธอมา… เป็นชุมชนแออัด… ท้ายซอยลึก

เขารีบไปที่นั่น กลิ่นขยะ… และความอับชื้น เขาพบห้องพักเก่าๆ ของป้านวล ป้านวลตัวเล็ก… และดูแก่กว่าที่เขาจำได้ เธอกำลังตากผ้า พอเธอเห็นวิน… เธอก็หน้าซีด

“คุณ… มาทำอะไรที่นี่” “ป้าครับ” วินพูดอย่างร้อนรน “ผมต้องการความช่วยเหลือ… มันเกี่ยวกับอร… และเครื่องถ่ายเอกสารเครื่องนั้น”

วินาทีที่เขาพูดคำว่า ‘เครื่องถ่ายเอกสาร’ ป้านวลก็เบิกตากว้าง… ด้วยความสยดสยอง เธอรีบดึงวินเข้าไปในห้อง… ปิดประตูเสียงดัง “ชู่ว์!” เธอยกนิ้วทาบปาก “อย่าพูดชื่อมันออกมาดัง!”

“ป้ารู้?” วินกระซิบ “ป้ารู้ว่ามันคืออะไร?” ป้านวลตัวสั่น “ป้าแค่บอกทาง… ป้าไม่นึกว่านังเด็กนั่นจะกล้าทำ” เธอมองไปรอบๆ อย่างหวาดกลัว “ป้าถึงต้องรีบลาออก… เพราะป้าเริ่มได้ยินเสียงมัน… มันเริ่ม ‘เรียก’ คนไปทั่ว”

“มันคืออะไรครับป้า” “มันคือ ‘สาริกาเครื่องจักร’…” ป้านวลพูดเสียงสั่น “แต่คนเก่าแก่เขาเรียกมันว่า… ‘เปรตดูดดวง'” วินขมวดคิ้ว “เปรต…?” “ใช่… วิญญาณที่หิวโหย… มันไม่กินเครื่องเซ่น… มันกิน ‘โชคชะตา’ มันกิน ‘อนาคต’ ของคนอื่น… เพื่อมาต่อให้ ‘เจ้าของ’ มันสูบความสำเร็จจากคนหนึ่ง… ไปให้อีกคนหนึ่ง”

วินนึกถึงเล็ก… นึกถึงฝน “แล้วมันจะหยุดเมื่อไหร่?” ป้านวลหัวเราะแห้งๆ “มันไม่เคยหยุด… จนกว่า… มันจะกิน ‘เจ้าของ’ จนหมดตัว”

วินหน้าซีด “มันกินอรเหรอ?” “มันกำลังเริ่ม” ป้านวลพยักหน้า “แต่ก่อนที่มันจะกินเจ้าของ… มันต้องกินเหยื่ออีกมากมาย มันต้องแข็งแกร่งขึ้น… และตอนนี้… มันเจอเหยื่อชิ้นใหญ่แล้ว”

วินรู้ว่าป้าหมายถึงใคร “ผมจะหยุดมันได้ยังไง?” ป้านวลส่ายหน้า “หยุดไม่ได้… ของพวกนี้… เมื่อถูกปลุกแล้ว… มันต้อง ‘กิน’ ทางเดียวคือ… ทำลาย ‘ร่าง’ ของมัน”

“ร่างของมัน?” “เครื่องถ่ายเอกสารนั่นน่ะสิ!” ป้านวลพูด “แต่ไม่ใช่แค่ทุบมัน… คุณต้องทำลาย ‘หัวใจ’ ของมัน …แผ่นโลหะ… อักขระที่นังอรมันใส่เข้าไป ป้าได้ยินมาว่า… มันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเครื่องไปแล้ว” “มันอยู่ตรงไหน?”

ป้านวลหลับตา… พยายามนึก “หมอผีเคยบอก… มันจะฝังตัวอยู่ที่… ‘ดวงตา’ …สิ่งที่ใช้ ‘อ่าน’ …สิ่งที่ใช้ ‘ขยาย’ …กระจก… หรือแกนดรัม…”

วินนึกถึงกระจกสแกน… ที่อรหยดน้ำมันลงไป

“แต่คุณทำไม่ได้หรอก” ป้านวลจับแขนเขา “มันจะสู้… มันจะปกป้องเจ้านายของมัน และเจ้านายของมัน… ก็จะปกป้องมัน”

วินกำหมัดแน่น เขามีคำตอบแล้ว เขาต้องทำลายเครื่องนั่น เขาต้องทำลายหัวใจของมัน

เขาขอบคุณป้านวล… และรีบวิ่งกลับไป เขากลับไปที่ออฟฟิศ… ในตอนเย็น เขามีแผน เขาจะรอจนดึก… พกค้อน… และทำลายกระจกสแกนนั่นให้สิ้นซาก

แต่เมื่อเขากลับมาถึงโต๊ะ… เขาก็พบ… ซองเอกสารสีน้ำตาล… วางอยู่บนเก้าอี้ของเขา ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงชื่อเขา… “วิน”

เขารู้สึกเย็นวาบ เขารู้… ว่านี่มาจากอร เขาเปิดซอง… มือสั่น ข้างใน… คือรูปถ่าย รูปถ่าย… จากกล้องวงจรปิดของอพาร์ตเมนต์เขา เมื่อเช้ามืด… ตอนที่เขา… กำลังนั่งจ้องโน้ตบุ๊ก ตอนที่เขา… กำลังดูภาพจากกล้องสอดแนม …อรส่งคนมาถ่ายรูปเขา เธอรู้… ว่าเขาแอบดูเธอ

และมีกระดาษอีกแผ่น พิมพ์จากเครื่อง SF-400 ตัวอักษรคมกริบ “ฉันรู้ว่าคุณทำอะไร” “คืนนี้… อยู่ให้ห่างจากเครื่องนั่น” “ไม่อย่างนั้น… พรุ่งนี้… ทุกคนจะได้เห็น ‘รายงานการเงิน’ ฉบับจริงของคุณ” “คุณ… จะตามเล็กไป”

อร… ไม่ได้แค่ป้องกันตัว เธอกำลัง… แบล็กเมล์เขา เธอวางกับดักไว้แล้ว ถ้าเขาทำลายเครื่องนั่น… เธอก็จะทำลายชีวิตเขา วิน… ติดกับ


วินกำซองเอกสารไว้แน่น กระดาษในมือเขาร้อนผ่าว ไม่ใช่เพราะความร้อน… แต่เพราะความโกรธและความกลัว อรไม่ได้แค่รู้ว่าเขาสืบเรื่องอะไร เธอรู้แม้กระทั่งว่าเขากำลัง ‘มอง’ เธอจากที่ไหน

รูปถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่อพาร์ตเมนต์ของเขา… คือหลักฐาน อรจ้างคนสะกดรอยตาม หรือ… เขาเหลือบมองไปยังเครื่อง SF-400 หรือ ‘มัน’ ต่างหากที่บอกเธอ? ความเป็นไปได้ที่สอง… น่ากลัวยิ่งกว่า

วินเข้าใจแล้ว เขาไม่สามารถทำลายเครื่องจักรนั่นได้ในตอนนี้ เพราะอรได้เตรียม ‘รายงานการเงินฉบับจริง’ ของเขาไว้แล้ว ถ้าเขาทำอะไรผลีผลาม… ชีวิตของเขาก็จะพังพินาศเหมือนเล็ก นั่นคือการแลกเปลี่ยนที่โหดร้าย ชีวิตของเขา… แลกกับความอยู่รอดของเครื่องจักรชั่วร้าย

เขานั่งลงที่โต๊ะ… หัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองถูกตี เขาต้องคิด เขาต้องหาทางอื่น… ทางที่จะทำลาย ‘หัวใจ’ ของมัน… โดยที่อรไม่ทันรู้ตัว

แต่ดูเหมือนว่า… เครื่องจักรนั่น… จะไม่ยอมให้เขาได้พักหายใจ

ตลอดวันนั้น… วินรู้สึกเหมือนถูกจับตามอง เขาเงยหน้าขึ้นมาเมื่อไหร่ เขาก็จะเห็นอร… มองมาที่เขาจากในห้องกระจก รอยยิ้มเย้ยหยัน… อยู่บนริมฝีปากของเธอ

ยิ่งไปกว่านั้น… เขารู้สึกได้ถึงความกดดันที่มองไม่เห็น อากาศรอบตัวเขาหนักอึ้ง เหมือนมีใครกำลังยืนอยู่ข้างหลังเขา เขาทนไม่ไหว เขาลุกขึ้นพรวดพราด… หันไปด้านหลัง …ว่างเปล่า

แต่ความรู้สึกนั้นไม่หายไป มันยังคงอยู่ เหมือนสายตาที่เย็นชา… จ้องมองมาที่คอของเขา

ส่วนอร… แม้ภายนอกเธอจะดูเหมือนผู้ควบคุมเกม แต่ภายใน… เธอกำลังร้าวฉาน ความเหนื่อยล้าทางจิตใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียง ‘หึ่ง’ ในหัวของเธอ… ไม่เคยหยุด มันไม่ใช่แค่เสียงเครื่องจักร มันคือเสียงเรียก… ของความต้องการ

การใช้ ‘สาริกาเครื่องจักร’ ทำให้เธอประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว แต่ทุกความสำเร็จ… มีราคาที่ต้องจ่าย เธอสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของตัวเอง ผิวของเธอที่เคยตึง… ตอนนี้เริ่มแห้งกร้าน เธอต้องแต่งหน้าหนาขึ้นเพื่อปกปิดความซีดเผือด เธอต้องกินวิตามินมากมาย… แต่ก็ไม่ช่วยอะไร เธอรู้สึกเหมือน… กำลังถูก ‘ดูด’

คืนนั้น อรยังคงอยู่คนเดียวในออฟฟิศ เธอเดินไปที่ห้องน้ำ มองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก เธอสวย… แต่เป็นความสวยที่เยือกเย็น แต่เมื่อเธอเช็ดเครื่องสำอางออก… เธอก็เห็นความจริง

รอบดวงตาของเธอ… มีเส้นริ้วเล็กๆ เหมือนรอยเหี่ยวย่นของคนที่อายุห้าสิบ ไม่ใช่ยี่สิบแปด เธอเบิกตากว้าง… เธอกรีดร้องออกมาเบาๆ “ไม่… นี่มันไม่จริง”

เธอรู้ว่ามันคืออะไร ‘เปรตดูดดวง’ … กำลังเริ่มกิน ‘เจ้าของ’ แล้ว มันกินความอ่อนเยาว์ของเธอ… มันกินพลังชีวิตของเธอ… เพื่อที่มันจะได้แข็งแกร่งขึ้น… เพื่อที่มันจะได้ ‘ขยาย’ อำนาจของเธอ

ความกลัวจู่โจมเธออย่างรุนแรง เธอรีบไปที่เครื่อง SF-400 หยิบขวดน้ำมันสีดำออกมา “เธอต้องสงบลง!” เธอสั่งเครื่องจักร เธอหยดน้ำมันลงบนกระจก ครั้งนี้… เธอไม่ได้กระซิบ เธอพูดเสียงดัง

“ฉันให้วินแก่เธอ! เขาคืออาหารชั้นดี! เขาคือคนสุดท้ายที่ฉันจะให้! แล้วเธอจะต้องเชื่อฟังฉัน! เธอจะต้องคืน… พลังให้ฉัน!”

ทันใดนั้น เครื่อง SF-400 ก็สั่นสะเทือน ไม่ใช่เสียง ‘หึ่ง’ ธรรมดา แต่เป็นเสียง ‘ครืนนนน’ ลึกๆ เหมือนเสียงคำราม… ของสัตว์ร้ายที่กำลังถูกปลุก

อรยืนตัวแข็ง ความโกรธของเธอ… ได้ปลุก ‘บางสิ่ง’ ที่อยู่ลึกกว่าเดิม เธอได้ก้าวข้ามเส้นบางๆ ไปแล้ว เธอไม่ใช่เจ้านายอีกต่อไป เธอเป็น… คู่หูที่ถูกควบคุม

เธอนึกถึงแผนการทำลายวิน เธอรีบกลับไปที่โต๊ะ เปิดคอมพิวเตอร์ พิมพ์ ‘รายงานการเงิน’ ปลอมของวิน ตัวเลขที่สลับซับซ้อน… หลักฐานที่มัดตัวเขา เธอต้องทำให้เสร็จก่อนพรุ่งนี้เช้า

เวลาผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า อรพิมพ์งานด้วยความบ้าคลั่ง เธอรู้สึกเหมือนมีใครกำลังหายใจรดต้นคอเธออยู่ เธอไม่กล้าหันไปมอง เธอรู้ว่ามันคือ ‘มัน’ เฝ้าดูอยู่… รอคอย ‘อาหาร’

เกือบตีสอง เธอทำเสร็จ เธอพิมพ์ ‘รายงาน’ ฉบับสมบูรณ์ออกมาจากเครื่องพิมพ์ปกติ มือของเธอสั่น เธอต้องนำมันไป ‘ชุบ’ ที่เครื่อง SF-400

อรเดินไปที่มุมห้อง อากาศเย็นเฉียบ เธอวางเอกสารลงบนกระจกสแกน นิ้วของเธอแตะปุ่ม ‘เริ่ม’ “กินซะ!” เธอแทบจะตะโกน

เครื่องจักรเริ่มทำงาน เสียง ‘หึ่ง’ ของมันดังขึ้น แสงสแกนสีเขียวสว่างวาบ กระดาษเริ่มไหลออกมา แผ่นแรก… สมบูรณ์แบบ แผ่นที่สอง… สมบูรณ์แบบ อรยิ้มอย่างบ้าคลั่ง “จบแล้ว! วิน! แกจบแล้ว!”

แต่ทันใดนั้น… เสียงเครื่องจักรก็ผิดเพี้ยน ‘แคร่ก… ครืนนนน… กึก… กึก…’ เครื่องไม่หยุดทำงาน มันยังคงพิมพ์ต่อไป กระดาษยังคงไหลออกมา

อรขมวดคิ้ว เธอพยายามกดปุ่ม ‘หยุด’ “หยุดสิ! พอแล้ว!” แต่ปุ่มไม่ทำงาน

เครื่องจักรยังคงพ่นกระดาษออกมาอย่างบ้าคลั่ง ไม่ใช่สำเนาของรายงานการเงิน แต่เป็น… ภาพ ภาพที่เต็มไปด้วยความมืด ภาพ… ใบหน้าของอร

อรหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา นั่นคือใบหน้าของเธอ แต่… ไม่ใช่ใบหน้าปัจจุบัน มันคือใบหน้าของเธอในวัยชรา เต็มไปด้วยริ้วรอยลึก… ดวงตาโบ๋… ฟันหลอ… น่าเกลียดน่ากลัว… ภาพนั้นเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน

เธอปล่อยกระดาษหลุดจากมือ มันร่วงลงสู่กองกระดาษที่เต็มไปด้วย ‘ใบหน้าแก่ชรา’ ของเธอ แต่เครื่องจักรยังคงพิมพ์ต่อไป… เร็วขึ้น… เร็วขึ้น…

อรพยายามดึงสายไฟ ‘เปรี๊ยะ!’ ประกายไฟแลบขึ้นมา ไฟช็อตเข้าที่มือของเธอ เธอถูกกระแทกจนล้มลงกับพื้น เจ็บปวด… และหวาดกลัว

เธอนอนจ้องมอง เครื่อง SF-400 กำลังบ้าคลั่ง แสงสแกนสีเขียว… กะพริบถี่ๆ กองกระดาษสูงขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าแก่ชราของเธอ… ถูกพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันกำลัง ‘ขยาย’ ขยาย… Cái giá phải trả (cái giá phải trả)

Và chỉ có một từ พิมพ์ด้วยหมึกสีดำ… lặp đi lặp lại không ngừng trên hàng trăm bản sao

“ของข้า” (Của Ta)

อรกรีดร้องสุดเสียง ไม่ใช่เสียงกรีดร้องของความโกรธ แต่เป็นเสียงกรีดร้องของความสำนึก เธอไม่ควบคุมเครื่องจักร เครื่องจักร… กำลังควบคุมเธอ


วินอยู่ที่บ้าน เขานั่งอยู่หน้าโน้ตบุ๊ก… กำลังดูภาพจากกล้องสอดแนม เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ทำลายเครื่องจักรนั่นในคืนนี้ เขาจะรอ… เขาจะหนี แต่แล้ว… เสียงกรีดร้องก็ดังทะลุลำโพงคอมพิวเตอร์ของเขามา

มันคือเสียงของอร เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง ไม่เหมือนเสียงกรีดร้องของคนที่กำลังแสดงละคร วินผุดลุกขึ้น เขาเห็นภาพจากกล้องสั่นไหวอย่างรุนแรง แสงจากเครื่องถ่ายเอกสารกะพริบเหมือนฟ้าผ่า และกองกระดาษสีขาวที่พวยพุ่งออกมา… เหมือนภูเขาไฟระเบิด

วินวิ่งออกจากอพาร์ตเมนต์ เขาไม่สนใจแผนการของอรอีกต่อไป ความกลัวในเสียงกรีดร้องนั้น… มันคือความจริง บางสิ่งกำลังเกิดขึ้น… ที่เลวร้ายกว่าที่เขาคาดคิด

เขารีบขับรถไปที่ออฟฟิศ เสียงไซเรนจากรถพยาบาลและรถตำรวจ… ดังแว่วมา เขาไม่รู้ว่านี่เป็นลางร้ายสำหรับเขา… หรือสำหรับอร

ในขณะเดียวกัน ป้านวล… กำลังสวดมนต์อยู่ในห้องเช่ามืดๆ ของเธอ เมื่อคืนเธอฝันถึงกลิ่นคาว… กลิ่นไหม้ของหมึกและโลหะ เธอรู้ว่า ‘เปรตดูดดวง’ ได้ตื่นขึ้นแล้ว เธอรีบหยิบถุงผ้าเก่าๆ… ข้างในมีของศักดิ์สิทธิ์เล็กๆ น้อยๆ เธอต้องทำอะไรบางอย่าง… เธอต้องเตือนวินให้ทัน

วินมาถึงออฟฟิศ เขาไม่สนใจยามที่กำลังหลับใหล เขารีบวิ่งขึ้นไปยังชั้นของเขา ทางเดินมืดมิด มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มจางๆ

เขาตรงไปยังมุมห้อง และสิ่งที่เขาเห็น… ทำให้เขากลืนน้ำลายไม่ลง

อร… นอนกองอยู่บนพื้น ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน… เสื้อผ้าขาดวิ่นเล็กน้อย… และล้อมรอบตัวเธอ… คือกองกระดาษมหึมา กองกระดาษที่สูงเกือบท่วมตัวเธอ

เธอไม่ได้สลบ เธอกำลังสั่น ดวงตาของเธอเบิกกว้าง… จ้องมองเพดาน เหมือนเธอเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น ใบหน้าของเธอ… ภายใต้เครื่องสำอางที่เลอะเลือน… ดูแก่ชราลงอย่างน่ากลัว ริ้วรอยนั้น… ลึกและชัดเจน เหมือนโดนใครเอาคราดมาข่วน

และเครื่อง SF-400 ยังคงส่งเสียง ‘ครืนนนน’ ลึกๆ เสียงนั้นสม่ำเสมอ… เหมือนเสียงหายใจ ควันสีดำจางๆ… ลอยขึ้นมาจากช่องระบายอากาศของเครื่อง กลิ่นเหม็นไหม้… คละคลุ้ง

วินวิ่งเข้าไปหาอร “อร! อร! เธอเป็นอะไรไป!” อรไม่ตอบ เธอชี้ไปยังกองกระดาษที่อยู่ข้างๆ วินหยิบมันขึ้นมาดู และเขาก็เห็น… ใบหน้าแก่ชราของอร

“ของข้า” คำว่า ‘ของข้า’ ถูกพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระดาษเปียกชุ่มไปด้วยหมึก

“มัน… มันกำลังกินฉัน…” อรกระซิบเสียงแหบ “มันไม่ต้องการวินอีกแล้ว… มันต้องการฉัน… มันต้องการ… ทุกอย่างที่ฉันมี” เธอร้องไห้ น้ำตาที่ไหลออกมา… ไม่ใช่น้ำตาของความแค้น แต่เป็นน้ำตาของความสำนึกผิด… และความหวาดกลัว

วินเข้าใจทุกอย่างแล้ว นี่ไม่ใช่การเล่นสกปรก นี่คือ… สัตว์ร้าย และอร… คือทั้งคนเลี้ยง… และเหยื่อ

“เราต้องทำลายมัน” วินพูด “ป้า… ป้านวลบอกผมแล้ว” อรสั่นศีรษะ “ไม่ทันแล้ว… ฉันทำลายรายงานของเธอแล้ว …รายงานการเงิน… มันอยู่ในเครื่องนั่น… ถ้าเธอทำลายเครื่อง… ฉันก็จะพ้นโทษ” “แต่… ชีวิตเธอ…” วินมองเธอด้วยความสงสาร

จู่ๆ เครื่อง SF-400 ก็หยุดนิ่ง ความเงียบเข้าปกคลุม เงียบจนน่ากลัว แล้ว… สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น

กระดาษที่กองอยู่รอบเท้าของอร เริ่มขยับ ไม่… ไม่ใช่กระดาษขยับ …เครื่องจักรกำลัง ‘ดึง’ พวกมันเข้าไป

กระดาษกองใหญ่… ถูกดูดกลับเข้าไปในช่องป้อนกระดาษ อย่างรวดเร็ว… อย่างบ้าคลั่ง เหมือนงูยักษ์กำลังกลืนเหยื่อ เสียง ‘แคร่ก… แคร่ก…’ ดังลั่น เศษกระดาษปลิวว่อน

แล้ว… กระดาษที่ถูกดูดกลับไป… เริ่ม ‘ดึง’ อร ผมของเธอ… เสื้อผ้าของเธอ… ที่สัมผัสกับกองกระดาษ ถูกดึงเข้าไปในเครื่อง SF-400

“อ๊ากกกก! วิน! ช่วยฉันด้วย!” อรกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ผมของเธอถูกดึงเข้าช่องป้อนกระดาษ เสื้อผ้าของเธอฉีกขาด

วินตระหนักได้ ‘เปรตดูดดวง’ กำลัง ‘กิน’ เจ้าของของมันจริงๆ มันไม่ต้องการปล่อยเธอไป เธอคือ ‘อาหารจานหลัก’ ของมัน

วินรีบวิ่งไปที่เครื่อง เขาพยายามดึงอรออกมา แต่แรงดึงจากเครื่องจักรนั้นมหาศาล เขาดึงอร… แต่เครื่องก็ดึงผมเธอ… “วิน! มันจะเอาฉันไป!”

วินนึกถึงคำพูดของป้านวล ทำลาย ‘หัวใจ’ ของมัน… แผ่นโลหะ… ที่อยู่ใน ‘ดวงตา’ ของมัน…

วินมองไปรอบๆ เขาเห็นถังดับเพลิง… ที่แขวนอยู่บนผนังใกล้ๆ

วินตัดสินใจ เขาปล่อยอร “ทนไว้นะอร!” เขาวิ่งไปที่ถังดับเพลิง คว้ามันมา ถังดับเพลิงหนักอึ้งในมือเขา แต่วินาทีนี้… เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

เขาวิ่งกลับไปที่เครื่อง SF-400 อร… ใบหน้าของเธอใกล้จะถึงช่องป้อนกระดาษแล้ว ผมของเธอ… ถูกดึงเข้าไปจนเกือบจะถึงหนังศีรษะ

วินยกถังดับเพลิงขึ้น เล็งไปที่… กระจกสแกน ‘ดวงตา’ ของมัน

“แก… ต้องจบแค่นี้!” วินคำราม เขาฟาดถังดับเพลิงลงไปเต็มแรง

‘เพล้งงงงงงงงงงงงงงงง!’ เสียงกระจกแตก… ดังสนั่นหวั่นไหว แสงสีเขียวสุดท้ายดับวูบไป ควันสีดำ… พวยพุ่งออกมาจากเครื่องอย่างรุนแรง กลิ่นคาวและกำมะถัน… เหม็นคลุ้งไปทั่ว

เครื่อง SF-400 หยุดนิ่ง ความเงียบ… เข้าปกคลุมอีกครั้ง ความเงียบที่แท้จริง

อร… ร่วงหล่นลงสู่พื้น ผมของเธอ… ถูกดึงขาดไปครึ่งหนึ่ง เสื้อผ้าของเธอฉีกขาด เธอหายใจหอบ… ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา… และร่องรอยความชรา… ที่ถูกกระชากมา

วินทรุดตัวลงข้างๆ เธอ “อร…” เธอไม่ตอบ เธอแค่มองไปที่ซากเครื่องจักร… ที่กระจกแตกละเอียด… ตรงกลาง… ของซากกระจกนั้น… วินเห็น… แผ่นโลหะเล็กๆ ที่มีอักขระโบราณ… มันแตกหักออกเป็นสองส่วน หัวใจของมัน… ถูกทำลายแล้ว

“ผมทำได้แล้ว” วินกระซิบ

อรหลับตาลง… ความตึงเครียดทั้งหมดคลายลง เธอยิ้ม… เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยน… รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากอำนาจ แต่เกิดขึ้นจาก… การพ้นโทษ


วินทรุดตัวลงข้างอร เขาจับมือที่แห้งกร้านและเย็นเฉียบของเธอไว้ กลิ่นควันและโอโซนจากเครื่องจักรที่ถูกทำลายยังคงคละคลุ้ง “อร… เธอไม่เป็นไรนะ”

อรลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาของเธอว่างเปล่า แต่ไร้ซึ่งความบ้าคลั่งแล้ว “หลุดแล้ว… วิน… ฉันหลุดพ้นแล้ว…” เธอหัวเราะแผ่วเบา… เสียงหัวเราะที่เหนื่อยล้า ไม่มีความทะเยอทะยานใดๆ หลงเหลืออยู่… มีเพียงความโล่งใจบริสุทธิ์

โครม!

ประตูห้องทำงานเปิดผางออก แสงไฟจ้าจากโถงทางเดินสาดเข้ามา นั่นคือรปภ. และตำรวจสองนาย พร้อมด้วยคุณกฤตที่ถูกเรียกมาอย่างเร่งด่วน ใบหน้าของคุณกฤตซีดเผือดเมื่อเห็นฉากตรงหน้า: เครื่องถ่ายเอกสารพังยับเยิน, ผงเคมีจากถังดับเพลิงสีขาวโพลน, กองกระดาษพิมพ์หน้าคนแก่ของอร และอรที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น

“เกิดบ้าอะไรขึ้นที่นี่!” คุณกฤตตะโกน “เราได้ยินเสียงดังมากครับ! และสัญญาณเตือนภัย!” ตำรวจนายหนึ่งพูด

วินลุกขึ้นยืน บังอรไว้ มือของเขาเปื้อนผงเคมีและมีเลือดซึม “เรียนคุณกฤต… เรียนคุณตำรวจ… นี่เป็นอุบัติเหตุครับ เครื่องจักรมัน… เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและระเบิด”

“ลัดวงจร? ด้วยถังดับเพลิงเนี่ยนะ?” ตำรวจอีกนายถามอย่างสงสัย

อร แม้จะอ่อนแรง แต่ก็เอื้อมมือชี้ไปที่เครื่องจักรที่ถูกทุบ “ตรวจดูสิคะ… ดูข้างใน… จิตวิญญาณของมัน…”

วินรีบก้มลง หยิบเศษโลหะเล็กๆ สองชิ้นที่แตกหักออกมา มีรอยสลักอักขระโบราณตามที่ป้านวลบอก “นี่คือสาเหตุครับ… เครื่องนี้ถูก… ดัดแปลง มีวัตถุแปลกปลอมอยู่ข้างใน”

คุณกฤต… นักธุรกิจที่เชื่อในความเป็นจริง เดินเข้ามาใกล้ เขามองเครื่องจักร มองอร มองวิน และสุดท้าย… สายตาของเขาหยุดที่เศษโลหะ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป เขาเคยได้ยินข่าวลือทั้งหมด… ความสำเร็จที่ไม่ปกติของอร… การล่มสลายที่ไม่ปกติของเล็กและฝน

คุณกฤตถอนหายใจยาว พลางนวดขมับ “พอแล้วครับ… ทุกคน… ได้โปรด ไม่มีวัตถุแปลกปลอมใดๆ ทั้งสิ้น นี่คืออุบัติเหตุร้ายแรงของเครื่องจักร… มันเก่าเกินไปและเกิดการโอเวอร์โหลด คุณอรและคุณวินพยายามดับไฟเล็กน้อยที่เกิดขึ้นตอนแรกด้วยถังดับเพลิง… แต่เครื่องก็ระเบิด คุณอรบาดเจ็บและหมดสติเพราะความอ่อนเพลีย คุณวิน… คือฮีโร่ที่ช่วยเธอไว้”

คุณกฤตหันไปทางวิน “วิน… คุณเข้าใจผมใช่ไหม? อุบัติเหตุของเครื่องจักร หมดสติ บริษัทไม่ต้องการเรื่องราวเกี่ยวกับ… ‘การดัดแปลง’ หรือ ‘จิตวิญญาณ’ ใดๆ ที่จะทำลายชื่อเสียง”

วินมองอร อรพยักหน้า เห็นด้วยกับการปิดบังเรื่องนี้ เธอไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นคนบ้า “ผมเข้าใจครับคุณกฤต อุบัติเหตุของเครื่องจักร ผมใช้ถังดับเพลิงทุบมันเพื่อหยุดการระเบิด”

คุณกฤตหันไปทางตำรวจ “เรื่องก็มีแค่นี้ครับ ความเสียหายของทรัพย์สิน พวกเราจัดการเอง กรุณาเรียกรถพยาบาลให้คุณอรด้วย”

ผลที่ตามมา:

  1. อร: ถูกนำส่งโรงพยาบาล ก่อนจะย้ายไปศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ เธอลาออกจากตำแหน่งทันที ผมของเธอต้องถูกตัดสั้น และต้องใช้เวลาหลายเดือนในการทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูร่างกายและรูปลักษณ์ เธอสูญเสียความเยาว์วัยไป… แต่ได้จิตวิญญาณของเธอกลับคืนมา ทรัพย์สินทั้งหมดที่เธอได้รับในช่วง “ความสำเร็จ” ถูกโอนเข้ากองทุนลับของบริษัทเพื่อ “ชดเชยความเสียหายและสนับสนุนพนักงาน” (หมายถึงเล็กและฝน)
  2. วิน: ถูกยกย่องเป็นฮีโร่ของบริษัท แต่ก็เป็นผู้ที่ผ่านความบอบช้ำทางจิตใจ เขาได้รับวันหยุดยาวพร้อมเงินเดือน และตัดสินใจลาออก วินไม่ต้องการความสำเร็จใดๆ ที่ได้มาจากชัยชนะที่น่าสยดสยองเช่นนี้
  3. บริษัท เอเพ็กซ์ โซลูชั่นส์: เหตุการณ์ทั้งหมดถูกปกปิดอย่างสมบูรณ์ เครื่อง SF-400 ถูกรื้อถอนและกำจัดอย่างลับๆ เล็กและฝนได้รับเงินชดเชยจำนวนหนึ่งเพื่อแลกกับความเงียบ คุณกฤต ผู้ที่รู้ความจริง… กลายเป็นคนระมัดระวังอย่างยิ่ง เขาไม่เคยอนุญาตให้อุปกรณ์สำนักงานเก่าๆ น่าสงสัย… อยู่ในออฟฟิศนานเกินไป

บทสรุป :

หนึ่งปีต่อมา

วินเปิดร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในชานเมือง ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ไม่มีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่อีกต่อไป เขายังคงเก็บเศษโลหะสองชิ้นที่สลักอักขระโบราณไว้ในกล่องล็อก มันคือเครื่องเตือนใจถึงการต่อสู้ของเขา

วันหนึ่ง อรมาเยี่ยม เธอดูผอมลง แต่แข็งแรงขึ้น ผมของเธอยาวขึ้นแล้ว ดวงตาของเธอลึกซึ้ง แต่ดูอบอุ่น “วิน” เธอกล่าว “ฉันมาขอบคุณ คุณช่วยฉันให้รอดจากสิ่งที่เลวร้ายที่สุด”

“เราต่างช่วยกันนะ อร” วินตอบ “ผมก็หลุดพ้นจากความหลงใหลในความสำเร็จไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม”

อรยิ้ม “และฉันได้เรียนรู้บทเรียน พลังอำนาจที่แท้จริงมาจากภายใน… ไม่ใช่จากเครื่องพิมพ์ต้องสาป”

ก่อนจะจากไป เธอชี้ไปที่เครื่องพิมพ์สำนักงานรุ่นใหม่ เงางาม… ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของวิน “ระวังนะวิน บางครั้ง… ความทะเยอทะยาน… ก็เป็นเหมือนหมึกดำชนิดหนึ่ง”

วินมองเธอ… แล้วมองไปที่เครื่องพิมพ์ เขายิ้ม “ผมจะพิมพ์แต่สิ่งที่จะนำมาซึ่งความสุขเท่านั้น… อร”

ทั้งสองแยกจากกัน อรขึ้นรถประจำทาง มุ่งหน้าสู่เมือง วินกลับไปทำงานต่อ

เครื่องถ่ายเอกสาร SF-400 ได้หายไปแล้ว แต่บทเรียนเกี่ยวกับความทะเยอทะยานและราคาที่ต้องจ่าย… ยังคงอยู่ตลอดไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube