รสสัมผัสแห่งซากศพ
ชีวิตของ แม่ ไม่เคยมีคำว่าเรียบง่าย เธอคือเจ้าของอาณาจักรร้านอาหารไทยโบราณที่หรูหราที่สุดในเมือง ทุกย่างก้าวของเธอคือความสง่างามที่ถูกฉาบไว้ด้วยความลับอันมืดมิด ผิวของแม่วัยหกสิบห้ายังคงตึงกระชับราวกับผู้หญิงสี่สิบ แต่ในดวงตาที่สวยคมนั้นมีความกระหายที่ไม่เคยดับ เธอต้องการการครอบครอง ต้องการความเยาว์วัยที่สะท้อนจากคนรักของเธอ
เอก ชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดผู้มีเสน่ห์ดึงดูด คือแสงสะท้อนนั้น เขาเป็นเหมือนผีเสื้อที่ถูกดึงดูดเข้าสู่เปลวไฟ เอกเป็นชายที่ฉลาด มีความฝัน แต่ความทะเยอทะยานของเขาถูกพันธนาการไว้ด้วยกรงทองที่แม่สร้างขึ้น ทุกเช้าเขาตื่นขึ้นมาในห้องนอนขนาดใหญ่ มองออกไปยังสระน้ำอินฟินิตี้ และรู้ดีว่าชีวิตที่หรูหรานี้มีราคาที่ต้องจ่าย
ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้เริ่มต้นจากความรักแบบปกติ มันเริ่มต้นจากความต้องการและการแลกเปลี่ยน แม่ต้องการความตื่นเต้นและพลังงานของคนหนุ่ม เอกต้องการความมั่งคั่งและโอกาส แต่สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์นี้คงอยู่และผูกมัดเอกไว้แน่นหนา คือสิ่งที่แม่เรียกว่า ‘คำมั่นสัญญา’ แต่เอกรู้ดีว่ามันคือบางอย่างที่เหนือธรรมชาติ
‘คำมั่นสัญญา’ นั้นมาในรูปแบบของ จูบ จูบของแม่ไม่ใช่แค่การสัมผัสของริมฝีปาก มันคือคลื่นแห่งความลุ่มหลงที่ไหลบ่าเข้าท่วมทุกอณูของเอก ทุกครั้งที่ริมฝีปากของแม่แตะต้องเขา โลกภายนอกของเอกจะเงียบสงบลง ความกังวลและความรู้สึกผิดทั้งหมดจะถูกลบเลือนไป เหลือไว้เพียงความรู้สึกเดียว: ความต้องการแม่ ความรู้สึกนั้นรุนแรงจนบางครั้งเอกรู้สึกว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกของเขาเอง
บ่ายวันหนึ่งในเรือนกระจกที่เต็มไปด้วยกล้วยไม้หายาก เอกกำลังเล่าเรื่องการเดินทางครั้งล่าสุดของเขา ดวงตาของแม่จ้องมองเขาอย่างไม่ลดละ ไม่ใช่ด้วยความรัก แต่ด้วยความหิวกระหาย แม่ยกมือขึ้นเชยคางเอกอย่างอ่อนโยนก่อนจะโน้มตัวเข้าใกล้
“เธอพูดมากเกินไปแล้วที่รัก” เสียงของแม่แหบพร่า แต่ทรงพลัง
เมื่อริมฝีปากของพวกเขาสัมผัสกัน เอกรู้สึกถึงรสชาติหวานหอมที่คุ้นเคย มันเหมือนกับไวน์แดงราคาแพงที่ผสมกับกลิ่นดอกราตรี เขาปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในความมึนเมานั้น เขาโอบกอดแม่ไว้แน่น ราวกับว่าถ้าเขาปล่อย แม่จะหายไป เอกรับรู้เพียงแม่และคำมั่นสัญญาที่แม่มอบให้
แต่ในขณะเดียวกัน ภายในจิตใจของแม่ ความรู้สึกนั้นคือความทุกข์ทรมาน Seed 2 แม่รับรู้ถึงรสชาติที่แตกต่างออกไป ทุกครั้งที่จูบ เอก แม่รู้สึกถึงรส คาวของดิน และ ความเค็มของน้ำตา มันไม่ใช่รสชาติทางกายภาพ แต่มันเป็นรสชาติทางจิตวิญญาณ แม่ต้องฝืนกลืนความขยะแขยงนั้นลงไป เพื่อแลกกับภาพสะท้อนของความสุขที่เห็นในดวงตาของเอก
ทันทีที่จูบนั้นจบลง เอกก็กลับสู่สภาพปกติ เขายิ้มอย่างมีความสุข แต่แม่กลับรีบผลักเขาออกเบาๆ และหันหลังเดินไปยังมุมห้อง เธอยกน้ำชาขึ้นจิบ แต่แท้จริงแล้วคือการ กลั้วปาก เพื่อล้างรสชาติอันน่ารังเกียจนั้น แม่แอบปาดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาเล็กน้อยอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครเห็นนอกจากตัวเอง แต่เอกก็จับความผิดปกตินั้นได้เพียงเสี้ยววินาที
“แม่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เอกถามด้วยความเป็นห่วงกึ่งความอยากรู้อยากเห็น
“ไม่เป็นอะไรหรอกที่รัก… แค่ชานี้ขมไปหน่อย” แม่ตอบ น้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาของเธอเต้นระริก
ค่ำคืนนั้น ขณะที่เอกนอนหลับด้วยความเหนื่อยล้าจากการถูกดึงดูดทางอารมณ์ แม่ไม่ได้นอน เธอเดินไปยังตู้ไม้โบราณที่ตั้งอยู่ในมุมมืดของห้อง เธอเปิดลิ้นชักที่ล็อกไว้อย่างแน่นหนา Seed 1 ข้างในนั้นมี กล่องไม้ดำ ขนาดเล็กที่ทำจากไม้พะยูงเก่าแก่ กล่องนั้นเย็นชืดเมื่อสัมผัส
แม่นำกล่องนั้นออกมาวางบนโต๊ะเครื่องแป้ง เธอไม่ได้เปิดมัน แต่ลูบไล้มันอย่างทะนุถนอมราวกับเป็นหัวใจของเธอเอง กล่องนี้คือแหล่งกำเนิดของ ‘คำมั่นสัญญา’ มันคือที่เก็บของบางอย่างที่ทำให้เธอยังคงรักษาสิ่งที่เธอต้องการไว้ได้ แม่ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการจ้องมองกล่องนั้น ความปรารถนาและความสยดสยองปะปนกันอยู่ในใบหน้าของเธอ
เช้าวันรุ่งขึ้น เอกเตรียมตัวไปทำงาน เขาค้นหาเสื้อเชิ้ตตัวโปรดในตู้เสื้อผ้า เขาหยิบมันขึ้นมาใส่ และเมื่อล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ ก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่แปลกปลอม Seed 3 เอกดึงมันออกมา มันคือ ดอกไม้แห้งสีม่วงเข้ม ที่มีกลิ่นหอมแรงผิดปกติ และ เส้นผมสีเงิน ยาวประมาณหนึ่งนิ้ว
เอกขมวดคิ้ว เขาจำไม่ได้ว่าเคยเห็นดอกไม้นี้มาก่อน กลิ่นหอมนี้… มันคล้ายกับกลิ่นที่เขาได้รับในจูบเมื่อวานนี้ เขากำลังจะทิ้งมัน แต่บางอย่างก็ดึงให้เขาหยุด เขาเก็บมันไว้ในกระเป๋ากางเกงแทน
ในช่วงบ่าย ขณะที่เอกกำลังรับประทานอาหารกลางวันกับแม่ เลิศ ผู้เป็นคนรับใช้ที่ซื่อสัตย์และ เป็นใบ้ ของแม่ เข้ามาจัดโต๊ะ เลิศรับใช้แม่มานานหลายสิบปี เธอไม่พูด แต่ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเข้าใจที่น่ากลัว เอกรู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่สบตากับเลิศ เหมือนกับว่าเลิศรู้ความลับทุกอย่างในบ้านนี้ รวมถึงความลับที่ซ่อนอยู่ในจูบของแม่ด้วย
แม่สังเกตเห็นแววตาที่ลังเลของเอก
“เธอคิดอะไรอยู่ เอก” แม่ถามอย่างเฉียบขาด
“เปล่าครับแม่… แค่สงสัยว่า… แม่กับเลิศอยู่ด้วยกันมานานแค่ไหนแล้ว”
แม่ยิ้มเย็นชา “นานจนฉันจำไม่ได้ เลิศคือเงาของฉัน และเงา… ไม่มีวันทรยศต่อเจ้าของ” แม่เน้นคำว่า ทรยศ ราวกับเป็นการตักเตือนกลายๆ
คำพูดของแม่ทำให้เอกรู้สึกหนาวสั่น แต่เมื่อแม่โน้มตัวมาข้างหน้าและยื่นชิ้นเนื้อที่อร่อยที่สุดให้เขา รสชาติของอาหารและความเอาใจใส่ของแม่ก็ทำให้ความกังวลของเขาจางหายไป เอกรู้สึกว่าเขายังคงรักแม่ รักความหรูหรา และรักความรู้สึกที่จูบนั้นมอบให้
ค่ำคืนนั้น เอกนอนไม่หลับ ความฝันแปลกๆ เริ่มเข้ามาในจิตสำนึกของเขา เขาฝันถึง น้ำตา จำนวนมากที่กลายเป็นสีดำสนิท และ กลิ่นดินเปียก ที่อับชื้น เสียงกระซิบที่ไม่มีถ้อยคำทำให้เขาตื่นขึ้นมากลางดึก เอกลุกขึ้นนั่งหายใจหอบถี่ เขามองไปยังแม่ที่นอนหลับอยู่ข้างๆ ใบหน้าของแม่ดูสงบและงดงาม แต่มีบางอย่างที่เย็นชาอย่างประหลาด
เอกเดินไปยังห้องน้ำ เขาเปิดก๊อกน้ำและล้างหน้าเพื่อปลุกตัวเองให้ตื่น ขณะที่เขามองตัวเองในกระจก เขาสังเกตเห็นรอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากของตัวเอง รอยยิ้มนั้น… ดูว่างเปล่าและบิดเบือน เอกรู้ตัวดีว่ากำลังถูกยึดครอง แต่ความรู้สึกที่ถูกยึดครองนั้นช่างหอมหวานเหลือเกิน
ก่อนจะกลับไปนอน เอกมองเห็นเงาของแม่ที่ลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปยังกล่องไม้ดำในความมืด แม่ไม่ได้เปิดมัน แต่เธอลูบไล้มันซ้ำแล้วซ้ำอีกพร้อมกับพึมพำบางอย่าง เอกได้ยินเพียงประโยคเดียวที่ดังพอจะลอดผ่านความเงียบของค่ำคืน: “ความรักนี้ไม่ใช่เพื่อการปล่อยวาง มันคือ นิรันดร์“
เอกถอยกลับไปที่เตียงอย่างเงียบเชียบ หัวใจของเขาเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความรู้สึกที่ว่าเขากำลังเล่นเกมที่ใหญ่เกินกว่าที่เขาจะเข้าใจได้
ความลุ่มหลงที่เกิดจากจูบของแม่เริ่มกัดกินจิตวิญญาณของเอกอย่างช้าๆ เขาไม่สามารถทำงานได้อย่างมีสมาธิ ทุกความคิดของเขาถูกครอบงำด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและความปรารถนาอันรุนแรงที่ขัดแย้งกัน ภายนอกเขาคือชายหนุ่มที่ประสบความสำเร็จ ได้รับความอุปถัมภ์จากเศรษฐีนี แต่ภายในเขาเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นหุ่นเชิด
วันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังรอแม่ที่ร้านอาหารหรู เขาเหลือบไปเห็น นกแก้ว หญิงสาวอายุยี่สิบต้นๆ เธอเป็นพนักงานเสิร์ฟฝึกหัด มีดวงตาที่สดใสและรอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติอย่างที่ไม่เคยเห็นในโลกของแม่ นกแก้วเข้ามาให้บริการเอกด้วยความเคารพ แต่ความบริสุทธิ์ของเธอทำให้อารมณ์ของเอกสั่นคลอน
“คุณ…ดูมีความสุขจัง” เอกพูดออกไปโดยไม่ทันคิด
นกแก้วยิ้มเขินๆ “ไม่หรอกค่ะ แค่ต้องทำงานให้ดี”
บทสนทนาสั้นๆ นั้นเป็นเหมือนรอยร้าวแรกในกำแพงที่แม่สร้างขึ้น เอกเริ่มติดต่อกับนกแก้วอย่างลับๆ ผ่านข้อความสั้นๆ ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการพูดคุยที่บริสุทธิ์ แต่สำหรับเอก มันคือ ทางหนี ทางหนีจากรสชาติคาวดินและน้ำตาที่ตามมาหลังจูบอันหอมหวานของแม่ เขาปรารถนาความรักที่ไม่มีเงื่อนไขและปราศจากความลับ
แต่ไม่มีความลับใดที่รอดพ้นจากสายตาของแม่ได้ สัญชาตญาณของแม่นั้นเฉียบคมราวกับมีดผ่าตัด แม่รู้สึกได้ถึงความเย็นชาที่เพิ่มขึ้นในอ้อมกอดของเอก ความลังเลเล็กน้อยก่อนที่เอกจะจูบเธอ และที่สำคัญที่สุดคือรสชาติของจูบที่เปลี่ยนไป
ค่ำคืนหนึ่ง แม่กำลังเตรียมส่วนผสมบางอย่างในห้องเก็บของลับ เลิศ ยืนดูอยู่ข้างๆ อย่างเงียบเชียบ แม่นำเอาเส้นผมสีเงินของเธอออกมาเผาไฟผสมกับน้ำมันหอมระเหยและ ดอกไม้สีม่วง ที่อยู่ในกล่องดำ (ซึ่งก็คือดอกไม้ที่เอกพบ) กลิ่นควันลอยฟุ้งไปทั่วห้อง
“มันเริ่มอ่อนแอลงแล้ว เลิศ” แม่พูดด้วยเสียงเครียด “คำมั่นสัญญาของเขาถูกท้าทาย”
เลิศทำสีหน้าไม่สบายใจ เธอใช้มือเขียนลงบนพื้นด้วยน้ำมันที่เหลือ “เขา…อยาก…จาก” เลิศเขียนช้าๆ แต่ชัดเจน
แม่ยิ้มเยาะ “ไม่มีใครจะพรากสิ่งที่ฉันมีไปได้ และไม่มีใครจะทิ้งฉันไปได้ ตราบใดที่ฉันยังมี… สิ่งนี้” แม่ชี้ไปยังกล่องไม้ดำที่วางอยู่บนแท่นบูชาเล็กๆ ในห้องลับ
แม่ตัดสินใจใช้ แรงขับเคลื่อนที่รุนแรงกว่า เธอสั่งให้เลิศเตรียมพิธีกรรมที่ใหญ่ขึ้นในคืนวันเพ็ญถัดไป แม่ไม่ได้ทำเพื่อความรัก แต่ทำเพื่อ อำนาจการครอบครอง และเพื่อตอบโต้ความกลัวที่จะกลับไปสู่ความเหี่ยวเฉา
ในวันรุ่งขึ้น เอกนัดนกแก้วไปดูหนัง เขาโกหกแม่ว่ามีธุระเรื่องธุรกิจ ริมฝีปากของนกแก้วที่หัวเราะอย่างเป็นสุขทำให้เอกรู้สึกถึงความอบอุ่นที่เขาไม่เคยรู้สึกมานาน เอกอยากจะสารภาพทุกอย่าง อยากจะบอกว่าเขาถูกครอบงำ แต่ความกลัวที่จะสูญเสียทุกอย่างทำให้เขาปิดปากเงียบ
แต่ขณะที่พวกเขากำลังดูหนังอยู่ โทรศัพท์ของเอกก็สั่น เสียงเรียกเข้าจากแม่นั้นดังและน่ากลัวกว่าเสียงระเบิดในหนังเสียอีก
“เธออยู่ที่ไหน เอก” น้ำเสียงของแม่ราบเรียบ แต่แฝงด้วยความเยือกเย็นจนเอกรู้สึกเย็นสันหลัง
เอกโกหกด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ผม…อยู่ที่ห้องประชุมครับแม่ มีปัญหาใหญ่”
แม่หัวเราะเยาะเบาๆ “ปัญหาใหญ่? ปัญหาของเธออยู่ที่ไหน… เอก”
ทันใดนั้น แม่ก็ส่ง รูปถ่าย มาให้เอก ในรูปนั้นคือเอกที่กำลังหัวเราะอย่างมีความสุขกับนกแก้วในโรงหนัง มุมกล้องนั้นชัดเจนราวกับคนที่ถ่ายอยู่ใกล้ๆ เอกตกใจจนหน้าซีด นกแก้วมองเห็นรูปนั้นและรู้สึกสับสน
แม่ไม่ได้ตำหนิ แต่ใช้คำพูดที่บาดลึก “คนของเรามีอยู่ทุกที่ เอก เธอรู้ใช่ไหม… ไม่มีใครจะมาทำลายรังของเราได้ กลับมาบ้านเดี๋ยวนี้”
เอกยอมจำนน ความกลัวและการถูกเปิดโปงทำให้เขาตัวแข็ง เขาขอโทษนกแก้วอย่างลนลานและรีบวิ่งออกจากโรงหนัง ทิ้งให้นกแก้วยืนงงงวยอยู่คนเดียว
เมื่อกลับถึงบ้าน แม่นั่งรอเขาอยู่บนโซฟาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ เลิศยืนเป็นเงาอยู่ข้างหลัง แม่ไม่ได้ขึ้นเสียง แต่ใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง
“เธอไม่ซื่อสัตย์ เอก” แม่พูดอย่างช้าๆ “และคนไม่ซื่อสัตย์มักจะ สูญเสีย สิ่งที่สำคัญที่สุดไป”
แม่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าหาเอกช้าๆ แม่ดึงมือของเอกขึ้นมาและจ้องมองที่ดวงตาของเขา
“ฉันรู้ว่าเธอไม่เข้าใจความรักของฉัน แต่นั่นไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือ ฉันไม่อนุญาตให้เธอไป”
แม่ดึงเอกเข้ามาและมอบ จูบที่รุนแรงที่สุด เท่าที่เคยมีมา จูบนั้นไม่ใช่แค่ความลุ่มหลง แต่มันคือ พลังการพันธนาการ ที่อัดแน่นด้วยความโกรธและความกระหายที่จะครอบครอง เอกรู้สึกเหมือนสมองของเขาถูกช็อต ความคิดเกี่ยวกับนกแก้วและความรู้สึกผิดทั้งหมดถูกฉีกทิ้งไปทันที เอกโอบกอดแม่ไว้แน่นอย่างบ้าคลั่ง เขารู้สึกถึงความมืดมิดที่โอบล้อมเขาไว้
แต่ครั้งนี้ ที่แม่กล่าวไว้เมื่อคืนก่อน ก็กลับมาก้องอยู่ในหูของเอก “ความรักนี้คือ นิรันดร์“
ทันทีที่จูบจบลง แม่ไม่ได้รีบวิ่งไปล้างปากเหมือนปกติ แต่จ้องมองเอกด้วยความพึงพอใจ แม่รู้ว่าเธอได้ผูกมัดเขาไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม
Cliffhanger: เอกรู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่ม แสบร้อน เล็กน้อยเมื่อแม่ปล่อยมือออกไป เขาเดินกลับไปที่ห้องนอน และเมื่อถอดเสื้อเชิ้ตออก เขาก็พบว่ามี รอยช้ำสีดำอมม่วง เล็กๆ ปรากฏอยู่ที่ผิวหนังบริเวณลิ้นปี่ มันเป็นตำแหน่งที่แม่มักจะซบหน้าลงไปขณะจูบ รอยช้ำนั้นดูคล้ายกับ รอยแผลเป็นเก่า ที่ถูกปกปิดไว้
เขาหันไปมองกระจก และในขณะนั้นเอง เขาก็เห็นแววตาของ เลิศ ที่กำลังยืนมองเขาอยู่จากประตูห้องนอนที่แง้มเปิด เลิศไม่ได้พูด แต่เลิศชี้ไปที่รอยช้ำนั้น… แล้วเลิศก็ชี้ไปที่ ลำคอของตัวเอง เอกเห็นรอยแผลเป็นเก่าๆ, ลึกๆ, น่ากลัว บนลำคอของเลิศ
รอยช้ำสีม่วงที่ลิ้นปี่ของเอกไม่ได้หายไป แต่มันกลับ เติบโต ขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละวัน เอกพยายามปิดบังมันจากแม่และเลิศ แต่ทุกครั้งที่เขาจ้องมองรอยช้ำนั้น มันเหมือนการเตือนถึงความจริงที่น่าสะอิดสะเอียนที่เขาพยายามปฏิเสธ การกระทำของเลิศเมื่อคืนก่อน—การชี้ไปที่รอยแผลเป็นบนคอของตัวเอง—ได้ฝังความสงสัยที่น่ากลัวไว้ในใจของเอก
เอกพยายามค้นคว้าเกี่ยวกับ “ว่านเสน่ห์” หรือ “ของขลัง” ที่เกี่ยวข้องกับริมฝีปากและดิน เขาใช้คอมพิวเตอร์อย่างระมัดระวัง ค้นหาในห้องสมุดดิจิทัลโบราณ เขาพบข้อมูลเกี่ยวกับพิธีกรรมที่ต้องใช้ “สิ่งที่เหลืออยู่” จากบุคคลที่ตายแล้ว เพื่อสร้างการผูกมัดทางจิตวิญญาณ มันเป็นเรื่องเล่าที่น่ากลัวจนเขาแทบจะปฏิเสเสธ แต่ภาพรอยช้ำและรอยแผลเป็นของเลิศก็ทำให้เขาสั่นสะท้าน
เอกพยายามใช้ชีวิตปกติ เขาไปทำงาน ไปพบปะลูกค้า แต่ความลุ่มหลงที่แม่มอบให้นั้นรุนแรงกว่าเดิม มันกลายเป็นความทรมานที่แฝงด้วยความสุข เขาไม่สามารถจินตนาการถึงการอยู่โดยปราศจากแม่ได้อีกต่อไป ความคิดที่จะทิ้งแม่ทำให้เขารู้สึกเหมือน ร่างกายกำลังจะแตกสลาย ความหรูหรา ความมั่นคง และความรู้สึกที่ถูกครอบครองนั้นผูกมัดเขาไว้แน่นหนา
เย็นวันหนึ่ง แม่เรียกเอกไปพบในห้องแต่งตัว แม่กำลังแต่งตัวในชุดราตรีผ้าไหมสีดำที่ดูสง่างามแต่แฝงไว้ด้วยความมืดมิด
“คืนนี้เราจะไปงานเลี้ยงที่สำคัญที่สุดในรอบปี” แม่พูดขณะที่เลิศกำลังช่วยใส่สร้อยคอที่ทำจากพลอยสีแดงเลือดนก “เธอจะต้องอยู่ข้างฉันตลอดเวลา เอก”
ก่อนออกจากบ้าน แม่จับหน้าเอกไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง เธอจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเอกด้วยความมุ่งมั่นที่น่ากลัว
“จำไว้ เอก… เธอคือของฉัน ทั้งหมด เธอไม่สามารถเป็นของใครอื่นได้อีก” แม่กระซิบเสียงต่ำ “และไม่มีทางที่จะกลับไปได้”
จากนั้นแม่ก็มอบ จูบที่ยาวนานที่สุด ให้เอก จูบนั้นรุนแรงและครอบงำจนเอกแทบจะสำลัก รสชาติคาวดินและน้ำตาที่แม่รู้สึกนั้นปะปนไปด้วยกลิ่นไวน์และกลิ่นอายของพิธีกรรมที่ถูกซ่อนไว้ เอกรู้สึกเหมือน จิตวิญญาณของเขากำลังถูกดูดกลืน ความคิดสุดท้ายของเขาเกี่ยวกับนกแก้วถูกบดขยี้จนหมดสิ้น
เมื่อจูบสิ้นสุดลง เอกทรุดตัวลงเล็กน้อย เขาไม่กล้าสบตาแม่ แต่เขารู้สึกถึงความมึนเมาที่ครอบงำอย่างสมบูรณ์
ในงานเลี้ยง เอกทำตัวเป็นคนรักที่สมบูรณ์แบบ เขาอยู่ข้างแม่ตลอดเวลา เขาหัวเราะ เขายิ้ม และเขาโอบกอดแม่ แต่ในขณะที่แม่กำลังพูดคุยกับแขกคนสำคัญ เอกเหลือบไปเห็น เลิศ เลิศกำลังยืนนิ่งอยู่ที่มุมห้อง แต่ดวงตาของเธอกำลังสั่นไหว เลิศจับที่ลำคอของตัวเองและส่ายหน้าเบาๆ ราวกับจะเตือนเอกถึงอันตราย
การกระทำของเลิศทำให้ความรู้สึกที่ถูกครอบงำของเอกแตกร้าว Seed 5 รอยแผลเป็นที่คอของเลิศ… มันคือร่องรอยของการทำลายความสามารถในการพูด และรอยช้ำที่ลิ้นปี่ของเขา… คือร่องรอยของการทำลายจิตวิญญาณ
ในที่สุด เอกตัดสินใจ ต้องรู้ความจริง แม้ว่ามันจะหมายถึงการแตกหักที่รุนแรงที่สุด
หลังกลับจากงานเลี้ยง แม่สั่งให้เลิศเตรียมน้ำชาสมุนไพรสำหรับเอก แต่เอกแอบทำให้น้ำชานั้นหกเล็กน้อยและแอบผสมยานอนหลับปริมาณน้อยๆ ลงในน้ำชาของแม่ แม่จิบน้ำชานั้นอย่างสบายอารมณ์และหลับไปในเวลาไม่นาน
เอกไม่ได้รอช้า เขาตรงไปยังห้องลับที่เขาเห็นแม่และเลิศเข้าไปทำพิธี เขาไม่สนใจห้องเก็บของเก่าอีกต่อไป เป้าหมายของเขาคือ กล่องไม้ดำ ที่อยู่ใต้หมอนของแม่ Seed 1 เอกค่อยๆ ยกหัวแม่ขึ้นอย่างระมัดระวัง แล้วเขาก็สัมผัสได้ถึงกล่องนั้น มันเย็นและหนักอึ้ง
ขณะที่เขากำลังจะดึงกล่องออกมา เอกก็เห็น เงา ของเลิศที่หน้าประตู เลิศมองมาที่เขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวาดกลัว เลิศไม่ได้ห้าม แต่เลิศใช้มือข้างหนึ่งแตะที่ปากของตัวเอง… และมืออีกข้าง ชี้ไปที่กล่องไม้ดำ การกระทำนี้เป็นการยืนยันความสงสัยของเอก เลิศกำลังบอกว่า… ความลับทั้งหมดอยู่ในนั้น
เอกเข้าใจ เลิศไม่ได้ต้องการทรยศแม่ แต่เลิศต้องการให้เอกรู้ความจริงเพื่อช่วยเหลือตัวเอง เลิศคือผู้ที่ต้องทนทุกข์ทรมานที่สุดจากความลับนี้
เอกตัดสินใจที่จะตามรอยแม่ เขาไม่ได้เปิดกล่องในทันที เพราะเขารู้ว่าถ้าทำเช่นนั้น แม่จะตื่นขึ้นมาและทุกอย่างจะจบลง เอกต้องการพยานหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด
เอกรอจนถึงเช้าตรู่ของวันเพ็ญที่กำลังจะมาถึง เอกจำได้ว่าแม่และเลิศมักจะหายตัวไปในคืนวันเพ็ญเพื่อทำพิธี เขาตัดสินใจที่จะ แอบตาม พวกเขา
เมื่อคืนวันเพ็ญมาถึง เอกแสร้งทำเป็นหลับ แต่เขาก็ได้ยินเสียงเท้าที่เบาที่สุดของแม่และเลิศที่กำลังเดินออกจากบ้านไปทางสวนหลังบ้าน เอกลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ สวมเสื้อคลุมสีเข้ม และตามรอยพวกเขาไปอย่างระมัดระวัง
แม่และเลิศเดินไปตามทางเดินลับที่นำไปสู่ ซากปรักหักพังของวัดเก่า ที่อยู่ท้ายสวน ซากปรักหักพังนั้นถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์และดูมืดมิดน่ากลัว
เอกซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ เขาเห็นแม่และเลิศหยุดอยู่ที่แท่นบูชาหินที่เต็มไปด้วยดิน แม่เปิดกล่องไม้ดำ และแสงสลัวของดวงจันทร์ก็ส่องลงมาที่สิ่งที่อยู่ในกล่องนั้น…
เอกเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาเห็นเพียงแค่เงา ของสิ่งที่แม่กำลังทำ—แม่กำลังใช้ชิ้นส่วนเล็กๆ ที่เหมือนกับ… กระดูก หรือ รากไม้ ที่บดละเอียด แล้วแม่ก็ผสมมันกับดอกไม้แห้งสีม่วง
แม่ยื่นชิ้นส่วนนั้นให้เลิศ เลิศถอดสร้อยคอของตัวเองออก และ…
เอกเห็นแม่ จูบ เลิศที่ริมฝีปาก เลิศทำหน้าเจ็บปวดอย่างที่สุด ราวกับยอมรับความทรมานเพื่อแลกกับบางสิ่งบางอย่าง แล้วแม่ก็หันไปทางกองดินที่วางอยู่บนแท่นบูชา ราวกับกำลัง… พูดคุยกับใครบางคนที่ไม่สามารถมองเห็นได้ เอกไม่สามารถทนดูต่อไปได้อีก เขาต้องเข้าไปใกล้เพื่อดูสิ่งที่อยู่ในกองดินนั้น…
เอก คลานเข้าไปใกล้ซากปรักหักพังของวัดเก่า หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองที่กำลังจะแตก ภาพที่เขาเห็นเมื่อครู่ – การที่แม่จูบเลิศด้วยความเจ็บปวด – ยิ่งตอกย้ำความเชื่อที่ว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเสน่ห์ยาแฝดธรรมดา แต่มันคือ พันธะที่โหดร้าย
เอกซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงหินที่แตกหัก เขาใช้ดวงตาจ้องมองผ่านช่องว่างแคบๆ แสงจันทร์สาดส่องลงมา ทำให้เขาเห็นรายละเอียดของแท่นบูชาหินที่เต็มไปด้วยของแปลกประหลาด มีเทียนไขสีดำถูกจุดล้อมรอบ มีกลิ่นธูปหอมฉุนและกลิ่นคาวที่คล้ายกับ เลือดแห้ง คละคลุ้งอยู่ในอากาศ
แม่ยืนอยู่หน้าแท่นบูชาอย่างสง่างาม ในมือของแม่มีกล่องไม้ดำ เธอยื่นมือไปหยิบ ดอกไม้แห้งสีม่วง ที่มีร่องรอยการบดละเอียดออกมา แล้วแม่ก็โรยมันลงบนวัตถุบางอย่างที่ถูกฝังอยู่ใน กองดิน เล็กๆ บนแท่นบูชา
เลิศคุกเข่าอยู่ข้างๆ แม่ สีหน้าของเธอทรมานแต่ก็ยอมจำนน เลิศใช้มือที่สั่นเทาคลานเข้าไปใกล้กองดินนั้น และเริ่ม ขุด มันช้าๆ ด้วยนิ้วมือของตัวเอง
เอกจ้องมองอย่างใจจดใจจ่อ เลิศดึงวัตถุนั้นขึ้นมา มันไม่ใช่แค่รากไม้หรือกระดูก แต่มันคือ กะโหลกศีรษะมนุษย์ ที่มีขนาดเล็กกว่าปกติ กะโหลกนั้นถูกพันด้วยผ้าไหมสีแดงเข้มที่เริ่มเปื่อยยุ่ยแล้ว และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ ริมฝีปาก ของกะโหลกนั้นถูกเคลือบด้วยบางอย่างที่ดูเหมือนขี้ผึ้งสีดำสนิท
เลิศใช้มีดขนาดเล็กขูด ขี้ผึ้งสีดำ นั้นออกอย่างระมัดระวัง แล้วแม่ก็หยิบเอาขี้ผึ้งที่ขูดได้นั้นใส่ลงใน กล่องไม้ดำ แม่นำขี้ผึ้งนั้นมาผสมกับดอกไม้แห้งสีม่วงและ หยดน้ำตา ของตัวเองที่หยดลงไปบนส่วนผสมนั้นอย่างจงใจ
แม่เงยหน้ามองดวงจันทร์เต็มดวง แม่พูดพึมพำด้วยภาษาโบราณที่เอกไม่เข้าใจ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหลงใหลและความเย้ยหยัน มันเป็นเหมือนมนต์สะกดที่สร้างความรู้สึก เมตตา และ กระหาย ในเวลาเดียวกัน
แม่หันไปหากะโหลก แม่ลูบไล้กะโหลกนั้นอย่างอ่อนโยน ราวกับปลอบประโลมเด็กน้อย
“อย่าโกรธเลยนะ แก้ว” แม่พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “ฉันรักษาสัญญา เธอจะอยู่กับฉัน ตลอดไป”
เอกได้ยินชื่อ แก้ว หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้น เขาไม่รู้ว่าแก้วคือใคร แต่เขารู้ว่ากะโหลกนี้คือแหล่งกำเนิดของ รสชาติคาวดินและน้ำตา ที่แม่ได้รับหลังจากจูบเขา ขี้ผึ้งสีดำที่เคลือบริมฝีปากนั้นคือ หัวเชื้อของงั่ง ‘Nụ Hôn’ (จูบ) ที่ถูก สกัดจากริมฝีปากของซากศพ
เอกรู้สึกคลื่นไส้จนแทบจะอาเจียน เขาไม่สามารถทนดูต่อไปได้อีก เขาเข้าใจแล้วว่า ความรัก ที่เขาได้รับนั้นเป็นอย่างไร มันคือการดูดซับพลังงานจากสิ่งที่เหลืออยู่ของผู้ที่ถูกสาปแช่ง และเขาก็ได้กลายเป็นเหยื่อรายต่อไปของพิธีกรรมที่น่าขยะแขยงนี้
ขณะที่แม่กำลังทำพิธีสุดท้ายในการปิดผนึกกะโหลก เลิศ ก็ลุกขึ้นยืน เลิศมองไปยังทางที่เอกซ่อนอยู่ เลิศไม่ได้ส่งเสียง แต่ดวงตาของเธอเต็มไปด้วย คำวิงวอน เลิศใช้มือข้างหนึ่งแตะที่คอตัวเองอีกครั้ง และทำท่าทางเหมือน การถูกบีบคอ เอกเข้าใจว่าเลิศกำลังบอกว่าเธอถูกบังคับให้ทำเช่นนี้ และชะตากรรมของเธอถูกผูกมัดไว้กับความลับนี้แล้ว
การกระทำที่รุนแรง: เอกตัดสินใจที่จะต้องทำอะไรบางอย่าง เขาไม่สามารถทนอยู่กับความจริงที่น่าสะพรึงกลัวนี้ได้อีกต่อไป
เขาออกมาจากที่ซ่อนอย่างรวดเร็ว เขาวิ่งตรงเข้าไปหาแท่นบูชา
“แม่! หยุดเดี๋ยวนี้!” เอกตะโกนเสียงดัง ความตกใจทำให้เสียงของเขาสั่นเครือ
แม่และเลิศหันกลับมาทันที แม่ทำสีหน้า ตกใจ เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะเปลี่ยนเป็น ความโกรธเกรี้ยว ที่น่ากลัว
“เอก! เธอทำอะไร? ออกไปจากที่นี่!” แม่กรีดร้อง แม่พยายามซ่อนกะโหลกไว้ข้างหลังตัวเอง
“ไม่ครับแม่! ผมเห็นทุกอย่างแล้ว! นี่มันอะไรกัน!” เอกชี้ไปที่กองดินและสิ่งที่คล้ายกับ ชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ ที่หลงเหลืออยู่
เลิศรีบวิ่งเข้ามาหาเอกทันที เธอพยายาม ดึงเอกออกไป เธอใช้มือปิดปากเอกไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เขาพูดดังขึ้น แต่เอกก็สลัดเธอออก
“ผมจะทำลายมัน!” เอกพยายามเข้าไปหากล่องไม้ดำ
แม่ดึงมีดขนาดเล็กออกมาจากเสื้อคลุมของเธอ
“อย่าเข้ามายุ่งกับของของฉัน เอก!” แม่ขู่
“ผมจะไม่เป็นคนบ้าที่ต้องตกอยู่ในมนต์สะกดของซากศพอีกต่อไป!” เอกตะโกนอย่างสิ้นหวัง
แม่พุ่งเข้ามาหาเอกอย่างรวดเร็ว แต่เอกหลบทันและ ผลัก แม่ล้มลงกับพื้น เลิศรีบเข้าไปประคองแม่ แต่แม่ก็ยังไม่ละความพยายามในการที่จะ ปกป้องกล่องดำ
เอกฉวยโอกาสนี้ วิ่งหนี ออกจากซากปรักหักพังนั้นอย่างไม่คิดชีวิต เขาวิ่งเข้าไปในความมืดโดยไม่ได้มองย้อนกลับไป แต่เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องที่โกรธเกรี้ยวของแม่ตามหลังมา
“เอก! เธอจะไม่มีวันหนีฉันพ้น! เธอจะ ตาย ถ้าไม่มีฉัน!”
Kết thúc Hồi 2 – Phần 1: เอกวิ่งไปจนถึงถนนใหญ่ที่มืดมิด เขาขึ้นรถแท็กซี่คันแรกที่ผ่านมาและสั่งให้คนขับออกรถไปอย่างรวดเร็วที่สุด ขณะที่รถกำลังแล่นออกไป เอกมองย้อนกลับไปที่บ้านหรูหราที่เต็มไปด้วยความลับมืดมิดของแม่ เขาสัมผัสที่รอยช้ำสีดำอมม่วงบนลิ้นปี่ของตัวเอง และรู้สึกถึง รสชาติคาวดิน ที่จู่โจมเข้ามาในปากของเขาอย่างรุนแรง
เขาเป็นอิสระแล้ว… แต่คำสาปก็ยังคงติดตามเขาไป.
เอก ซ่อนตัวอยู่ในโรงแรมราคาถูกริมถนนที่ห่างไกลจากความหรูหราของแม่ ห้องพักเล็กๆ อับชื้นและมีกลิ่นบุหรี่เก่าๆ ซึ่งตรงกันข้ามกับบ้านของแม่อย่างสิ้นเชิง แต่แม้จะหนีออกมาไกลแค่ไหน รสชาติคาวดินและน้ำตา ก็ยังคงเกาะติดอยู่ในปากของเขา รอยช้ำสีม่วงที่ลิ้นปี่เริ่มปวดแปลบ ราวกับว่าสายใยเวทมนตร์กำลังถูกดึงออกอย่างเจ็บปวด
เอกไม่ได้นอนมาตั้งแต่เมื่อคืน เขานั่งอยู่บนเตียง จ้องมองไปยังกำแพงสีซีด ความคิดของเขาสับสนวุ่นวายระหว่างความจริงที่น่าสะพรึงกลัวและความเย้ายวนใจของพลังงานที่เขาได้รับจากจูบนั้น
ความว่างเปล่าที่มาเยือน :
เขาพยายามนึกถึงชีวิตเก่าก่อนที่จะพบแม่ นึกถึงอิสรภาพ และนึกถึง นกแก้ว เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพยายามโทรหาเธอ เอกอยากจะขอโทษ อยากจะอธิบายเรื่องบ้าๆ ที่เขาต้องเจอ แต่เมื่อเสียงของนกแก้วดังขึ้นมาอย่างสดใสในสาย ความรู้สึกของเอกกลับเย็นชาและว่างเปล่า
“เอก…คุณสบายดีไหม หายไปไหนมา” นกแก้วถามด้วยความเป็นห่วง
เอกพยายามพูดถ้อยคำที่อ่อนโยน แต่สิ่งที่ออกมาจากปากของเขาคือความหงุดหงิดและความไม่ใส่ใจ “ฉันไม่รู้สิ ฉันแค่ยุ่ง”
เขาพยายามบังคับตัวเองให้พูดว่า “ฉันคิดถึงเธอ” แต่สิ่งที่แล่นเข้ามาในหัวของเขาคือภาพของ กล่องไม้ดำ และความรู้สึกทรงอำนาจเมื่ออยู่กับแม่ ความรู้สึกรักที่เขามีต่อนกแก้วนั้นจืดชืด ไร้รสชาติ และไร้พลัง เขาได้กลายเป็นผู้เสพติด เสน่ห์ ที่รุนแรงกว่า
เอกวางสายโทรศัพท์ลงด้วยความสิ้นหวัง เขาตระหนักว่าเขาถูก กัดกิน ไปลึกเกินกว่าจะถอนตัวได้ ความรักที่บริสุทธิ์ไม่สามารถแทนที่ความหลงใหลที่เกิดจากความตายได้ นี่คือ คำสาป ที่แท้จริง
กุญแจแห่งการทำลายล้าง:
ขณะที่เอกกำลังพยายามล้างหน้าเพื่อปลุกสติ เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่แข็งๆ ในกระเป๋าเสื้อของเขา มันคือ กุญแจทองเหลืองเล็กๆ ที่ดูเก่าแก่ เขาจำได้ว่ากุญแจนี้คือสิ่งที่เขาคว้ามาได้โดยไม่ตั้งใจตอนที่เขาผลักแม่ล้มลง กุญแจดอกนี้… คือกุญแจที่ใช้ไข กล่องไม้ดำ นั่นเอง
จู่ๆ ความหวังก็กลับมา เอกรู้ว่ากุญแจดอกนี้คือ โอกาสเดียว ที่จะทำลายพันธนาการทั้งหมดได้ แต่เขาจะกลับไปที่บ้านนั้นได้อย่างไร? เขาต้องรู้ว่ากล่องนั้นถูกเก็บไว้ที่ไหน และจะต้องทำลายมันอย่างไรโดยไม่ให้แม่และ เลิศ เข้ามาขัดขวาง
เอกรู้ดีว่าเลิศคือคนที่สำคัญที่สุดในเรื่องนี้ เลิศคือคนเดียวที่รู้ทุกอย่างและเป็นคนเดียวที่เตือนเขา เลิศไม่ได้ทำด้วยความเต็มใจ
การเผชิญหน้ากับความเงียบ:
ในตอนกลางคืน เอกกลับไปที่บ้านของแม่ เขาใช้รถแท็กซี่ไปจอดห่างจากบ้านหลายกิโลเมตรและเดินเท้าผ่านความมืด เขาปีนรั้วเข้าไปในสวนหลังบ้านอย่างระมัดระวัง เขาไม่ได้เข้าไปในตัวบ้าน แต่เดินตรงไปยัง โรงเรือนกล้วยไม้ ที่แม่ชอบไปนั่งพักผ่อน
เขาพบ เลิศ อยู่ที่นั่น เลิศกำลังรดน้ำกล้วยไม้เงียบๆ ท่ามกลางแสงไฟสลัว เมื่อเลิศหันมาเห็นเอก ร่างของเธอก็แข็งทื่อ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตกใจและความหวาดกลัว เลิศรีบเอามือปิดปากของตัวเอง ราวกับกลัวว่าจะมีเสียงใดหลุดรอดออกมา
เอกเดินเข้าไปหาเลิศอย่างช้าๆ
“เลิศ… ผมรู้ว่าคุณช่วยผม” เอกกระซิบ “คุณชี้ไปที่คอของคุณ… และชี้ไปที่กล่องนั้น”
เลิศส่ายหน้าอย่างรุนแรง เธอโบกมือเป็นเชิงห้ามไม่ให้เอกพูดอะไรออกมา เลิศรู้ดีว่ากำแพงก็มีหู และแม่ก็มีคนของแม่อยู่ทุกที่
“ผมไม่กลัวแม่แล้ว” เอกพูด พยายามแสดงความกล้าหาญที่เขากำลังสร้างขึ้นมา “ผมอยากรู้ว่า แก้ว คือใคร ทำไมแม่ถึงทำแบบนี้ และ… ทำไมคุณถึงช่วยแม่”
เลิศทรุดตัวลงบนเก้าอี้ไม้ เธอใช้มือปิดหน้าและเริ่ม ร้องไห้แบบไร้เสียง การร้องไห้ของคนใบ้นั้นน่ากลัวกว่าเสียงร้องไห้ใดๆ ที่เอกเคยได้ยิน มันคือการแสดงออกถึงความเจ็บปวดที่ถูกขังไว้ภายในมานานหลายสิบปี
เอกคุกเข่าลงต่อหน้าเลิศ เขาเปิดกระเป๋าแล้วหยิบ ดินสอและสมุดเล็กๆ ที่เขาซื้อมาไว้เผื่อฉุกเฉิน
“เขียนมันออกมา เลิศ” เอกพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด “เขียนสิ่งที่แม่ทำกับคุณ… และทำกับแก้ว”
เลิศมองไปยังดินสอในมือของเอกอย่างลังเล เธอเงยหน้ามองประตูโรงเรือนซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อแน่ใจว่าไม่มีใครมา ก่อนที่เธอจะตัดสินใจ เขียน
คำสารภาพของความเงียบ:
มือของเลิศสั่นเทาขณะที่เธอเขียนตัวอักษรลงในสมุด หน้าแรก: แก้ว… คนรักคนแรก… แม่… สวย… โลภ
เลิศวาดภาพ ดวงจันทร์เต็มดวง และ ซากปรักหักพัง จากนั้นเธอก็วาดภาพ กะโหลกศีรษะ โดยมี เส้นผมยาว และ ริมฝีปากที่ถูกปิดผนึก เอกสั่นสะท้านเมื่อเห็นภาพวาดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้
“กะโหลกนั้น… คือแก้วใช่ไหม” เอกถามเสียงเครือ
เลิศพยักหน้าอย่างช้าๆ แล้วเลิศก็เขียนประโยคที่ทำให้เอกรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า: แก้ว…ยอม…ตาย…เพื่อ…แม่
“แก้วยอมตาย?” เอกไม่อยากจะเชื่อ “ทำไมใครจะยอมทำแบบนั้น”
เลิศส่ายหน้าแล้วเขียนต่อ: ไม่…แก้วไม่รู้…แม่ใช้…มนต์ดำ…เพื่อ…ครอบครอง…แม้…ความตาย
เลิศเขียนถึงวิธีที่แม่และหมอผีเฒ่าได้ ขโมย ศพของแก้วมาทำพิธีชุบชีวิตทางวิญญาณ และสกัด ‘งั่งจูบ’ ออกมาจากริมฝีปากของแก้ว เพื่อให้ พลังแห่งความรักนิรันดร์ ผูกมัดแม่ไว้กับความเยาว์วัยและอำนาจ
เอกรู้สึกอาเจียน เขาได้รับจูบจากคนตายมาโดยตลอด รสชาติคาวดินและน้ำตา ที่แม่ได้รับ… คือ ความเจ็บปวด ของแก้วที่ถูกบังคับให้แสดงความรักตลอดไป
ความจริงที่ลึกซึ้งกว่า:
จู่ๆ เลิศก็เปลี่ยนจากการเขียนเป็นการ วาด เธอวาดภาพเด็กผู้หญิงสองคนยืนอยู่เคียงข้างกัน หนึ่งในนั้นมี รอยแผลเป็นที่คอ (เลิศเอง) และอีกคนหนึ่งคือ แก้ว
เลิศใช้ดินสอชี้ไปที่รูปวาดของแก้ว แล้วเธอก็ชี้ไปที่ ตัวเอง แล้วเธอก็วาด เส้นบางๆ เชื่อมระหว่างทั้งสองคน
“พวกคุณเป็น… อะไรกัน” เอกถามอย่างระมัดระวัง
เลิศพยักหน้า เธอเขียนคำสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด: น้องสาว
: เอกมองเลิศด้วยความตกตะลึง เลิศไม่ได้เป็นแค่คนรับใช้ที่ถูกบังคับ แต่เธอคือ น้องสาว ของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย เธอถูกแม่ทรมานด้วยการทำให้เธอเป็นใบ้ เพื่อบังคับให้เธอต้องรับใช้และดูแล กะโหลกศีรษะ ของพี่สาวตัวเองตลอดไป
เลิศยกมือขึ้นปาดน้ำตา เธอยื่นสมุดให้เอก แล้วเธอก็เขียนประโยคสุดท้ายด้วยแรงทั้งหมดที่เธอมี: ถ้า…ทำลาย…กล่อง…แม่จะ…แก่…และ…พลัง…จะ…ย้อนกลับ
เอกกอดสมุดนั้นไว้แน่น เขาได้รู้ความจริงทั้งหมดแล้ว ความขลาดกลัวของเขาได้มลายหายไปแทนที่ด้วย ความโกรธ และ ความมุ่งมั่น เขาไม่ได้แค่กำลังหนี แต่เขากำลังจะกลับไปเพื่อ แก้แค้น ให้กับเลิศและแก้ว
เอก กลับเข้าสู่โรงแรมซอมซ่อของเขาด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะแก้แค้น ข้อมูลที่ได้จากเลิศ — ทั้งเรื่อง แก้ว ผู้เป็นพี่สาวของเลิศ และเรื่อง อำนาจของกล่องไม้ดำ — ได้เปลี่ยนความขลาดกลัวให้เป็นไฟแค้น เขาตระหนักว่าเขาไม่ใช่นักโทษของความรัก แต่เป็น เหยื่อ ของพิธีกรรมที่วิปริต
เขาใช้เวลาตลอดทั้งคืนเพื่อวางแผน เขารู้ว่าแม่จะปกป้อง กล่องไม้ดำ ไว้เหนือสิ่งอื่นใด และเลิศก็ให้กุญแจสำคัญ: “ถ้าทำลายกล่อง… แม่จะแก่… และพลังจะย้อนกลับ” นี่คือการแก้แค้นที่โหดร้ายที่สุด ไม่ใช่ความตาย แต่เป็น การทำลายความงามและอำนาจ ที่แม่ยึดถือ
การกลับไปสู่รังแมงมุม:
รุ่งเช้า เอกเดินทางกลับไปที่บ้านของแม่ เขาใช้กุญแจเล็กๆ ที่เขาได้มาแอบเข้าไปในบ้านผ่านประตูหลังที่แม่บ้านคนอื่นไม่รู้ การกระทำของเอกนั้นเงียบเชียบและมุ่งมั่น ราวกับไม่ใช่ เอก คนเดิมที่เคยอ่อนแอและลุ่มหลง
เขาเดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่ของแม่ เขาพบแม่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างสงบ ใบหน้าของแม่ดูเหมือนนางฟ้าที่หลับใหล แต่สำหรับเอกแล้ว นั่นคือใบหน้าของ ปีศาจ ที่สกัดพลังชีวิตจากศพพี่สาวของคนรับใช้
เอกค้นหากล่องไม้ดำอย่างรวดเร็ว เขารู้ว่ามันถูกซ่อนไว้ใต้หมอน แต่คืนนี้แม่ไม่ได้นอนบนเตียงนั้น เอกค้นพบกล่องไม้ดำถูกซ่อนอยู่ใน ตู้เซฟ ที่ถูกซ่อนอยู่หลังภาพวาดราคาแพงบนผนัง
เขาใช้ กุญแจทองเหลือง ไขตู้เซฟอย่างรวดเร็ว มันเปิดออกด้วยเสียงคลิกเบาๆ ภายในนั้นมี กล่องไม้ดำ วางอยู่อย่างโดดเดี่ยว ราวกับหัวใจที่ชั่วร้ายของบ้านหลังนี้
เอกหยิบกล่องออกมาอย่างระมัดระวัง เขานำมันไปยังห้องน้ำ และวางมันลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ
เขาใช้ กุญแจ ไขกล่องออก ความจริง ที่ถูกเก็บงำไว้หลายสิบปีก็ปรากฏขึ้น ภายในกล่องมีขี้ผึ้งสีดำที่มีกลิ่นหอมแรงผสมกับ เนื้อเยื่อแห้ง ของมนุษย์ และ ม้วนกระดาษหนังเก่าๆ เอกไม่สนใจส่วนผสมเหล่านั้น เขารีบเปิดม้วนกระดาษหนัง
บันทึกของความโลภ:
ม้วนกระดาษนั้นคือ ไดอารี่ ของแม่เอง เอกอ่านมันด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความสยดสยองและความเข้าใจ
แม่บันทึกรายละเอียดของความรักที่บ้าคลั่งกับ แก้ว เมื่อหลายสิบปีก่อน แก้ว เป็นหญิงสาวที่สวยงามและอ่อนโยน แต่แม่นั้น ครอบครอง และ หึงหวง จนน่ากลัว
บันทึก: “แก้วเป็นของฉันเท่านั้น หากฉันไม่สามารถมีเธอไว้ในโลกนี้ ฉันก็จะครอบครองเธอไว้… ในความตาย”
แม่ได้ค้นพบวิธีการสกัด งั่ง ‘Nụ Hôn’ จากซากศพของแก้ว เพื่อให้ พลังงานแห่งชีวิต ของแก้วยังคงอยู่เพื่อรักษาความเยาว์วัยและอำนาจของแม่ บันทึกนั้นบรรยายถึงการทำพิธีอย่างละเอียดถี่ถ้วน การบังคับให้เลิศ น้องสาวของแก้วให้เป็นใบ้และคอยปรนนิบัติ วิญญาณ ของพี่สาวตลอดไป เพื่อแลกกับความปลอดภัยของตัวเอง
Bi kịch (Twist giữa chừng): เอกค้นพบประโยคสุดท้ายที่ถูกขีดเขียนด้วยลายมือหวาดกลัวของแก้วก่อนตาย ซึ่งถูกซ่อนไว้ในกล่อง: “ฉันไม่ได้ยอม… ฉันถูกบังคับ”
ทันใดนั้น ประตูห้องน้ำก็เปิดออก แม่ ยืนอยู่ที่นั่น ใบหน้าของเธอเปลี่ยนจากความสงบเป็น ความโกรธแค้น ที่น่ากลัว ดวงตาของเธอแดงก่ำราวกับถูกปลุกจากหลุมศพ แม่ไม่ได้หลับ และแม่ก็รอคอยการกระทำนี้ของเอก
“ฉันรู้ว่าเธอจะต้องกลับมา… เอก” แม่พูดเสียงเย็นชา “เธอหนีความรักของฉันไม่พ้น”
เอกยืนหยัดอย่างกล้าหาญ เขาถือกล่องไม้ดำไว้ในมือข้างหนึ่ง และไดอารี่อีกข้างหนึ่ง
“นี่ไม่ใช่ความรัก! นี่มันคือ ปีศาจ!” เอกตะโกน “นี่คือความวิปริตที่สร้างขึ้นจากศพของแก้ว! แม่ทำร้ายเลิศ! แม่ทำลายผม!”
แม่ก้าวเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ “เธอไม่เข้าใจหรอก เอก… นี่คือ ความรักนิรันดร์ ฉันมอบชีวิตให้แก้วแม้หลังจากที่เธอตายไปแล้ว… และฉันก็มอบชีวิตที่ยิ่งใหญ่ให้เธอด้วย! เราสามคนอยู่ด้วยกันตลอดไป”
“ผมไม่ใช่ของแม่!” เอกกล่าว
การปะทะและการทำลาย:
เอกโยนไดอารี่ลงพื้น แม่ไม่สนใจ เธอมุ่งตรงไปที่ กล่องไม้ดำ ที่มีส่วนผสมของงั่งอยู่ข้างใน
“เอามือออกไปจากของฉัน เอก!” แม่พุ่งเข้าใส่ เอกพยายามหลบหลีก การต่อสู้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงในห้องน้ำเล็กๆ
ในขณะที่ทั้งสองกำลังยื้อแย่งกัน เลิศ ก็ปรากฏตัวที่หน้าประตู เธอไม่ได้พูดอะไร แต่ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวังที่ขัดแย้งกัน
แม่ผลักเอกชนกับกำแพง แล้วแม่ก็ฉวยโอกาสคว้า กล่องไม้ดำ ไว้ได้ แม่ยิ้มเยาะอย่างมีชัย
“เธอไม่สามารถทำลายมันได้ เอก! พลังนี้ไม่มีวันสูญสลาย!”
เอกมองไปยังเลิศอย่างสิ้นหวัง เลิศสบตาเขา และพยักหน้าเล็กน้อยราวกับจะบอกว่า ทำลายมัน!
เอกรวบรวมแรงทั้งหมด เขากระโดดเข้าใส่แม่และ ตบ กล่องไม้ดำจากมือของแม่ กล่องไม้ดำกระเด็นไปตกใส่ อ่างอาบน้ำ ที่เต็มไปด้วยน้ำเย็น
แม่กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง “ไม่!!!”
แม่พยายามคว้ากล่องจากอ่างอาบน้ำ แต่เอกก็คว้าตัวแม่ไว้ได้ทัน แม่ดิ้นรนอย่างรุนแรง ในระหว่างการยื้อยุดฉุดกระชากนั้น เอกจับใบหน้าของแม่ไว้ และจ้องมองเข้าไปในดวงตาของแม่
เอกไม่ได้ทำร้ายร่างกาย แต่ บีบบังคับ แม่
“ถ้าแม่รัก งั่ง มากนัก… แม่ก็จงรับ รสชาติ ของมันเอง!”
เอก จูบ แม่ที่ริมฝีปากอย่างรุนแรงและนานกว่าที่เคยทำมา แต่จูบนี้เต็มไปด้วยความรังเกียจและความแค้น เอกต้องการให้แม่ได้รับรู้ถึง ความทุกข์ทรมานของแก้ว และ ความน่าขยะแขยง ที่แม่มอบให้
แม่ทรุดตัวลงทันทีหลังจากที่เอกปล่อยจูบนั้น ใบหน้าของแม่เปลี่ยนเป็นสีขาวซีด แม่เห็นภาพหลอน ของ แก้ว กำลังร้องไห้ด้วย น้ำตาสีดำ แม่สัมผัสได้ถึงรสชาติคาวดินและน้ำตาที่รุนแรงที่สุดที่เธอเคยได้รับ พิษย้อนกลับ ทำลายแม่ทันที
เอกทิ้งแม่ไว้ที่พื้น แล้วเขาก็หันไปหยิบกล่องไม้ดำที่กำลัง แตกสลาย ในอ่างอาบน้ำ แต่ในขณะที่เขากำลังจะทำลายกล่องนั้น เลิศก็พุ่งเข้ามา ชน เขาอย่างรวดเร็ว!
เอกล้มลง และ ชน เข้ากับ ขอบอ่างอาบน้ำ อย่างแรง เลิศ ทรุดตัวลงข้างๆ เอก ร่างของเธอสั่นเทาจากการถูกทำร้ายโดยไม่ตั้งใจ เอกมองไปยังเลิศอย่างงุนงง ก่อนที่เขาจะสังเกตเห็น รอยแผลเป็นเก่าที่คอของเลิศฉีกขาด และมีเลือดสีแดงสดไหลออกมา
เอกไม่ทันได้สนใจบาดแผลของเลิศ เขามองเลยไปที่ ข้อมือ ของเลิศ และเห็น รอยสักรูปดอกบัว เล็กๆ ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เสื้อแขนยาว รอยสักนั้น… เป็น สัญลักษณ์เดียวกับ ที่แก้ววาดไว้ในไดอารี่ของแม่เมื่อหลายสิบปีก่อน
เอกตระหนักถึงความจริงอันน่าสยดสยอง: เลิศไม่ได้เป็นแค่ น้องสาว ของแก้ว แต่ เลิศ คือ… คนเดียวที่ยอมเสียสละตัวเอง ให้แม่ใช้ งั่ง เพื่อปกป้อง แก้ว ที่เป็นพี่สาวแท้ๆ ของเธอ แต่แม่ ทรยศ เลิศ และหันไปใช้ศพของแก้วแทน
เอก จ้องมองรอยสักรูปดอกบัวที่ข้อมือของเลิศอย่างตะลึงงัน รอยสักนั้นเป็นสัญลักษณ์ของแก้วที่เขาวาดไว้ในไดอารี่ของแม่ ความเข้าใจใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้าสู่จิตใจของเขา เลิศไม่ได้แค่เป็นน้องสาว แต่เธอคือ ผู้เสียสละ ที่ไม่ได้รับการยอมรับ
เลิศไออย่างรุนแรง เลือดจากรอยแผลเป็นที่คอของเธอไหลออกมามากขึ้น เอกรีบช่วยพยุงเธอขึ้นมาจากพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ แม่นอนนิ่งอยู่ข้างๆ ในสภาพที่แก่ชราและสติสัมปชัญญะเลือนลาง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยริ้วรอยและความเหี่ยวเฉาในทันทีที่พิษของงั่งย้อนกลับ
“เลิศ… คุณ…” เอกพยายามจะพูด แต่ความรู้สึกผิดและการตระหนักถึงความเลวร้ายที่เขาได้ทำลงไปทำให้เขาพูดไม่ออก
เลิศใช้มือที่สั่นเทาหยิบ สมุดและดินสอ ที่ยังอยู่ในกระเป๋าของเอก เธอไม่สามารถพูดได้ แต่เธอสามารถเขียนได้ นี่คือวิธีเดียวที่เธอจะสามารถเปิดเผยความจริงทั้งหมดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
เลิศเขียนอย่างรวดเร็วและเจ็บปวด: รอยสัก… เหมือน… ฉันขอให้แก้วสัก… ก่อนแม่จะมา
คำสารภาพสุดท้ายของเลิศ:
เลิศเขียนถึงเรื่องราวเมื่อหลายสิบปีก่อน แก้ว พี่สาวของเธอคือรักแท้และรักแรกของแม่ แต่แม่ต้องการ ครอบครอง แก้วอย่างสมบูรณ์แบบ แม่ได้ไปพบกับหมอผี และวางแผนที่จะทำพิธีเพื่อผูกมัดแก้วไว้ตลอดไป
เลิศรู้เรื่องนี้ เลิศรักพี่สาวมาก เธอรู้ว่าพี่สาวจะต้องทรมาน เลิศจึง เสนอตัวเอง เข้าทำพิธีแทนพี่สาว เลิศบอกแม่ว่า: “ใช้ฉันเถอะ… ฉันยินดีมอบพลังชีวิตทั้งหมดให้แม่… เพื่อแลกกับอิสรภาพของพี่สาว”
แม่ตกลง! แต่แม่นั้น โลภ และ ชั่วร้าย เกินกว่าจะรักษาสัญญา แม่ไม่เพียงแต่ทำให้เลิศ เป็นใบ้ โดยการทำลายเส้นเสียงของเธอ เพื่อให้เธอไม่สามารถพูดความลับได้ แต่แม่ยังคง ทำพิธีกับแก้ว ด้วย! แม่ใช้ร่างของเลิศในการปรนนิบัติทางกายและจิตวิญญาณ และใช้ร่างของแก้ว (ซากศพ) ในการเป็น แหล่งพลังงาน แห่งความลุ่มหลง
เลิศถูกบังคับให้รับใช้ความตายของพี่สาวตัวเอง ถูกบังคับให้ดูแลกะโหลกศีรษะของแก้ว และถูกทรมานด้วยความเงียบที่น่ากลัว รอยแผลเป็นที่คอของเธอคือเครื่องหมายของการทรยศและการเป็นทาสของแม่
เอกอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยความเจ็บปวด เขาจินตนาการถึงความทรมานที่เลิศต้องทนมาหลายสิบปี – ต้องเห็นคนรักของพี่สาวมาเป็นคนรักของแม่ ต้องเห็น เขา ถูกจูบที่เปื้อนไปด้วยรสชาติของดินและน้ำตาของพี่สาวตัวเอง
“คุณ… ทำไมคุณถึงทำอย่างนั้น…” เอกกระซิบด้วยความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น “ทำไมคุณถึงไม่หนีไป?”
เลิศเขียนคำตอบสุดท้ายที่ทำให้เอกเข้าใจถึง พันธนาการ ที่แท้จริง: แม่… ขัง… พี่สาวฉัน… ในวิญญาณ… ถ้าฉันหนี… แก้ว… จะ… ไม่… สงบ
พันธนาการของความภักดี: เลิศต้องอยู่เพื่อปลอบโยนวิญญาณของพี่สาวที่ถูกกักขังไว้ในกะโหลก เธอต้องอยู่เพื่อต่อสู้กับแม่ในทางที่เธอสามารถทำได้เงียบๆ และตอนนี้เธอเลือกที่จะ ตาย เพื่อเปิดเผยความจริงให้เอกรู้และทำลาย งั่ง
เลิศชี้ไปที่ กล่องไม้ดำ ที่กำลังแตกอยู่ เอกเข้าใจสัญญาณนั้น เอกหยิบกล่องไม้ดำขึ้นมา และ ทำลาย มันด้วยแรงทั้งหมด เขาขว้างมันลงพื้นจนกล่องแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ส่วนผสมที่อยู่ภายในนั้นถูกน้ำท่วมและไหลลงท่อระบายน้ำ
ทันทีที่กล่องแตก แม่ ก็กรีดร้องอีกครั้งด้วยความเจ็บปวด แม่ชี้มือที่เหี่ยวย่นมาที่เอก
“ฉัน… ฉันจะสาปแช่งเธอ… เอก! เธอจะไม่มีวันได้รักใคร! เธอจะ… เธอจะรู้สึกถึงรสชาติ… คาวดิน… ไปตลอดชีวิต!”
แม่ตะโกนคำสาปออกมาด้วยพลังสุดท้าย ก่อนที่แม่จะหมดสติไป เลิศมองมาที่เอกด้วยสายตาที่ ให้อภัย และ ขอบคุณ ก่อนที่ร่างกายของเธอจะทรุดลงอย่างหมดแรง
เลือดของเลิศเปื้อนพื้นหินอ่อน เอกประคองร่างของเธอไว้ในอ้อมแขน เขาไม่ใช่คนที่น่ากลัวอีกต่อไป แต่เขาคือ พยาน ของโศกนาฏกรรมที่โหดร้ายที่สุด เอกไม่สามารถช่วยชีวิตเลิศได้ แต่เขารู้ว่าเขาได้มอบ อิสรภาพ ให้กับวิญญาณของ แก้ว และ เลิศ แล้ว
แต่ในขณะที่เขากำลังมองใบหน้าของเลิศด้วยความเศร้าโศก รสชาติคาวดินและน้ำตา ก็พุ่งเข้าสู่ปากของเขาอย่างรุนแรงที่สุด มันไม่ใช่แค่รสชาติที่แม่ได้รับ แต่เป็น รสชาติแห่งความผิดบาป ของเขาเอง – ความผิดที่เคยยอมจำนนต่อความโลภและความหลงใหลชั่วร้าย
หลังจากที่ เอก เห็น เลิศ สิ้นใจในอ้อมแขน ความรู้สึกผิดและความเศร้าโศกได้เปลี่ยนเป็นความเย็นชาชาด้าน เอกลุกขึ้นยืนในห้องน้ำที่เปื้อนเลือดและน้ำ ของเหลวที่เคยเป็น งั่ง ‘Nụ Hôn’ ได้ไหลลงสู่ท่อระบายน้ำจนหมดสิ้น แม่ นอนสลบอยู่บนพื้นในสภาพที่ร่างกายถูกพลังย้อนกลับทำให้แก่ชราอย่างรวดเร็ว
เอกไม่ได้หนี เขารออยู่ที่นั่นราวกับกำลังรอคอยบทลงโทษของตัวเอง เมื่อตำรวจมาถึงตามการแจ้งของผู้ดูแลบ้านคนอื่นๆ ที่ได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงแตกหัก เอกยอมมอบตัวแต่โดยดี เขาไม่ได้ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม แต่ถูกสอบสวนในฐานะ พยาน ของเหตุการณ์สยองขวัญ
คำให้การของเอกเต็มไปด้วยเรื่องราวที่เหนือจริง: งั่ง, จูบจากศพ, วิญญาณที่ถูกกักขัง, การทรมานของเลิศ แต่ด้วยหลักฐานที่แน่นหนา – ร่างของเลิศที่ถูกทำร้าย, แม่ที่อยู่ในสภาพแก่ชราอย่างน่าตกใจ, และร่องรอยของการทำพิธีในบ้าน – ทำให้ตำรวจสืบสวนคดีนี้อย่างจริงจัง
การลงโทษของแม่:
แม่ ไม่ได้ถูกจับกุม แต่ถูกส่งไปโรงพยาบาล สภาพจิตใจของเธอแตกสลายอย่างสมบูรณ์ แม่พูดจาไม่รู้เรื่อง พูดถึงแต่ แก้ว และ ความรักนิรันดร์ ที่ถูกทำลาย แม่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคทางจิตเวชขั้นรุนแรง และไม่สามารถรับรู้ถึงความผิดชอบชั่วดีได้อีกต่อไป
อำนาจ และ ความมั่งคั่ง ของแม่ค่อยๆ สลายไปอย่างรวดเร็ว ธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองเริ่มล่มสลายเพราะขาดการดูแล ภาพลักษณ์ของเศรษฐีนีผู้ทรงอิทธิพลถูกแทนที่ด้วยภาพของหญิงชราผู้บ้าคลั่งที่พูดถึงแต่รสชาติคาวดิน ทุกสิ่งที่แม่เคยยึดถือได้ถูกพรากไปอย่างสมบูรณ์
เอก ได้รับการปล่อยตัวออกมาในที่สุด เขาไม่ได้ถูกดำเนินคดี เพราะหลักฐานแสดงให้เห็นถึงการป้องกันตัวและการกระทำที่เกิดจากภาวะถูกคุกคามทางจิตใจอย่างรุนแรง แต่ อิสรภาพ ที่เขาได้รับนั้น ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเป็นอิสระเลย
คำสาปที่ตามมา :
Twist cuối cùng: คำสาปสุดท้ายของแม่ได้กลายเป็นความจริง เอกไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ เขาพยายามติดต่อ นกแก้ว อีกครั้ง เธอต้อนรับเขาด้วยความเข้าใจและความสงสาร เอกพยายามที่จะรักเธอ พยายามที่จะจูบเธอเพื่อพิสูจน์ว่าเขาสามารถกลับไปสู่ความรักที่บริสุทธิ์ได้
แต่เมื่อริมฝีปากของ เอก สัมผัสกับริมฝีปากของนกแก้ว รสชาติคาวดินและน้ำตา ก็พุ่งเข้าสู่ปากของเขาอย่างรุนแรง มันเป็น รสชาติที่รุนแรงกว่าเดิม มันไม่ได้มาจากงั่งแล้ว แต่มาจาก จิตใต้สำนึก ของเขาเอง
เอกถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาซีดเผือด นกแก้วตกใจกับปฏิกิริยาของเขา
“เอก คุณเป็นอะไรไป”
“ฉัน… ฉันทำไม่ได้” เอกพูดเสียงสั่น “ฉัน… ได้กลิ่น… ฉันรู้สึกถึง… ความตาย…”
เอกหนีออกมาจากนกแก้ว เขาเข้าใจแล้วว่า งั่ง ไม่ได้ผูกมัดแค่แม่ แต่ ผูกมัดเขา ด้วย งั่งได้ กัดกิน ความสามารถในการรักบริสุทธิ์ของเขาไปแล้ว การได้ลิ้มรสความรักที่วิปริตจากซากศพและความโลภ ได้ทำลายประสาทสัมผัสแห่งความรักที่แท้จริงของเขา
เขากลายเป็นผู้ถูกลงโทษที่ต้องมีชีวิตอยู่: เอกยังคงมีเงินทองที่แม่ทิ้งไว้ให้ (ส่วนที่ยังไม่ถูกยึด) แต่เขาไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ ทุกครั้งที่เขาพยายามเข้าใกล้ผู้คน ความรู้สึก รังเกียจ และ รสชาติคาวดิน ที่แม่สาปแช่งก็จะเข้าจู่โจมเขา
เอกกลายเป็น ผู้สังเกตการณ์ ของชีวิตตัวเอง เขาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในอพาร์ตเมนต์ที่เรียบง่าย เขาบริจาคทรัพย์สินส่วนใหญ่ของแม่ให้กับองค์กรการกุศลเพื่อเป็นการไถ่บาป เขาใช้เวลาในการค้นคว้าเกี่ยวกับจิตวิญญาณและการไถ่บาป แต่เขาก็ไม่สามารถกำจัด รสชาติอันน่ากลัว นั้นไปได้
การเยี่ยมเยียนสุดท้าย:
วันหนึ่ง เอกตัดสินใจไปเยี่ยม แม่ ที่โรงพยาบาลจิตเวช แม่นั่งอยู่บนเก้าอี้โยกในห้องพักที่สะอาด แต่ว่างเปล่า ดวงตาของแม่ไม่รับรู้โลกภายนอกแล้ว
แม่ พูดพึมพำกับอากาศ
“แก้ว… จูบของเธอช่างหอมหวาน… แต่มันคาวดินเหลือเกิน… เลิศ… เธออยู่ที่ไหน… อย่าทิ้งฉันไป…”
เอกยืนมองแม่จากระยะไกล เขาไม่ได้รู้สึกโกรธอีกต่อไป มีแต่ความสงสารและความเข้าใจที่แสนเจ็บปวด แม่ได้กลายเป็น ซากศพที่มีชีวิต ไปแล้ว การทำลาย งั่ง ได้ทำลายแม่จากภายใน
เอกหันหลังเดินออกจากโรงพยาบาล เขาเดินผ่านห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง และเห็น เลิศ ที่กำลังนั่งอยู่เงียบๆ สุดท้าย เลิศไม่ได้ตาย เธอบาดเจ็บสาหัสและสูญเสียความสามารถในการพูดไปอย่างถาวร แต่เธอรอดชีวิต
เลิศมองเห็นเอก เธอไม่ได้ลุกขึ้นมา แต่เธอยิ้มให้เอก รอยยิ้มที่บริสุทธิ์ รอยยิ้มที่ปราศจากความลับและการทรมาน
เอกเดินเข้าไปหาเลิศ เขาจับมือเธอไว้ เลิศใช้มืออีกข้าง เขียน ลงบนกระดาษที่พยาบาลเตรียมไว้ให้: อิสระ…
เอกน้ำตาไหล เขาได้ให้ อิสรภาพ แก่เลิศและแก้วแล้ว แต่เขาได้รับ คำสาป ของแม่ไว้แทน เขาต้องแบกรับรสชาติของความผิดบาปและการทรยศไปตลอดชีวิตของเขา
เอก ไม่ได้พยายามเข้าใกล้ เลิศ อีกต่อไป เขารู้ว่าการมีชีวิตรอดของเลิศคือ ชัยชนะ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโศกนาฏกรรมนี้ และการปล่อยให้เธอมีชีวิตอย่างสงบคือวิธีเดียวที่เอกจะสามารถไถ่บาปให้ตัวเองได้ เอกยังคงไปเยี่ยม แม่ เป็นครั้งคราว แต่แม่ไม่รับรู้การมีอยู่ของเขาอีกต่อไป แม่ยังคงพึมพำถึง รสชาติคาวดิน และ ความรัก ที่หลุดลอยไป
ชีวิตหลังคำสาป:
เอก ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว เขาหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ทางกายกับใครก็ตาม เพราะทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ใคร รสชาติคาวดิน ก็จะย้อนกลับมาเตือนเขาถึงการกระทำที่ผ่านมา รสชาตินั้นไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันได้กลายเป็น ส่วนหนึ่ง ของจิตวิญญาณเขาไปแล้ว
เขาใช้เงินที่เหลืออยู่ทั้งหมดของตัวเองและของแม่ (ส่วนที่เหลือจากการบริจาค) ในการก่อตั้ง มูลนิธิเล็กๆ เพื่อช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกคุกคามหรือถูกทำร้ายทางจิตใจ มูลนิธินั้นถูกตั้งชื่ออย่างเรียบง่ายว่า “แก้ว”
เอกรู้ว่าเขาไม่สามารถล้าง รสชาติ ที่ติดอยู่ในปากได้ แต่เขาสามารถเปลี่ยน ความหมาย ของมันได้ รสชาติคาวดินและน้ำตา ไม่ใช่รสชาติของ งั่ง อีกต่อไป แต่มันคือ รสชาติของการตระหนัก รสชาติของการ ยอมรับความผิดบาป และ การไถ่ถอน
เขาทำงานอย่างหนักเพื่อชดใช้สิ่งที่แม่และเขาได้ทำลงไป เขายอมรับความจริงที่ว่าความโลภและ ความขลาดกลัว ของเขาคือเชื้อเพลิงที่ทำให้พิธีกรรมของแม่ดำเนินต่อไปได้
ร่องรอยสุดท้าย:
หลายปีผ่านไป แม่ เสียชีวิตลงอย่างเงียบๆ ในโรงพยาบาล ไม่มีใครมาร่วมงานศพนอกจากเอกและทนายความผู้ดูแลทรัพย์สิน เอกมองร่างที่เหี่ยวเฉาของแม่ และรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่มาพร้อมกับการจากไปของผู้ที่เคยครอบงำเขา
หลังจากงานศพ เอกไปที่บ้านพักฟื้นของ เลิศ เลิศดีขึ้นมาก เธอเริ่มใช้ชีวิตอิสระ แต่ยังคงไม่สามารถพูดได้ เอกนำ ดอกบัวสีม่วง ไปมอบให้เธอ (ดอกไม้ที่แม่เคยใช้เป็นส่วนผสมของงั่ง แต่ตอนนี้มันมีความหมายใหม่ – ความบริสุทธิ์และการชดเชย)
เลิศยิ้มให้เขา เธอหยิบดินสอขึ้นมาและเขียนประโยคสั้นๆ ที่เป็นเหมือน ปรัชญา ของชีวิต: ความรัก… ไม่… ถูก… ขโมย… มัน… ถูก… มอบให้
เอกเข้าใจ ความรักไม่ใช่สิ่งที่สามารถ สกัด หรือ ซื้อขาย ได้ และเมื่อมนุษย์พยายามครอบครองมันด้วยความโลภ มันก็จะกลายเป็น รสชาติที่ขมขื่น และ คาวดิน ตราบนิรันดร์
ค่ำคืนนั้น เอกยืนอยู่ริมระเบียงของอพาร์ตเมนต์ที่เรียบง่ายของเขา เขายกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบ เขายังคงสัมผัสได้ถึง รสชาติคาวดิน ที่คุ้นเคย แต่ครั้งนี้ เขาไม่ได้รู้สึกขยะแขยงอีกต่อไป เขาได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน รสชาตินั้นคือ เครื่องเตือนใจ ที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา
เอกตระหนักว่า รสชาติที่น่าสะอิดสะเอียน ที่เขารับรู้นั้น ไม่ใช่พลังจาก งั่ง อีกแล้ว แต่เป็น รสชาติของความโลภของตัวเอง และ การทรยศต่อความรักบริสุทธิ์ ที่เขาเคยมองข้าม มันคือรอยแผลเป็นทางจิตวิญญาณที่จะอยู่กับเขาตลอดไป
เอกมองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน เขาไม่ได้ฝันถึงความรักที่เร่าร้อน แต่ฝันถึง อิสรภาพ ที่เขามอบให้คนอื่น และนั่นคือ การไถ่ถอน ที่แท้จริงสำหรับเขา
เอกยิ้มอย่างอ่อนโยน เขากลืนรสชาติคาวดินนั้นลงไป พร้อมกับความจริงที่ว่า… ความมืดมิดในใจของเขาได้กลายเป็นแสงนำทางให้กับผู้อื่นแล้ว
จบ.