โรงยิมผีสิง: พันธสัญญาเลือดของแชมป์
เสียงประกาศดังก้องอยู่ในโถงใหญ่ของเวทีประกวด เสียงที่ Poom รู้จักดี… เสียงที่ไม่ได้เรียกชื่อเขาในฐานะผู้ชนะ ภูมิยืนอยู่หลังเวทีในชุดที่เปื้อนเหงื่อและสีแทน ร่างกายที่เขาใช้เวลาหลายปีปั้นแต่งจนแข็งแกร่งดูอ่อนแอลงทันทีภายใต้แสงไฟที่จางลง เขาแพ้ แพ้อีกครั้งและแพ้ให้กับ Chai คู่ปรับเก่าที่หัวเราะเยาะเขาอย่างเปิดเผย Chai ชูถ้วยรางวัลทองคำขึ้นสูง แสงสะท้อนจากถ้วยนั้นทำให้ Poom รู้สึกเหมือนมีดกรีดใส่ตา
“แกมันไม่ได้เรื่องว่ะ Poom!” เสียง Chai ลอยมาตามลม “ร่างกายแกมันแค่กล้ามเนื้อเปล่า ๆ ไม่มีจิตวิญญาณของผู้ชนะ!”
Poom ก้มหน้า เขารู้สึกเหมือนเป็นคนโง่เง่าที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับการยกเหล็กเพื่ออะไรที่จับต้องไม่ได้ เขารีบเก็บของและหนีออกจากที่นั่นก่อนที่ Nida ภรรยาของเขาจะเข้ามาปลอบใจ เขาไม่ต้องการคำปลอบโยน เขาต้องการแค่ชัยชนะเท่านั้น
เมื่อกลับถึงบ้าน ห้องพักเล็ก ๆ ในย่านชานเมืองดูคับแคบกว่าเดิม Nida กำลังสอนโยคะออนไลน์ให้ลูกค้า เธอใช้ชีวิตอย่างประหยัดและอดทนเพื่อสนับสนุนความฝันอันสิ้นเปลืองของสามี Poom มองไปที่ใบหน้าอ่อนล้าของภรรยา ความรู้สึกผิดกัดกินใจเขา
“ฉันขอโทษ Nida” เขาพูดเสียงเบา “ฉันทำไม่ได้”
Nida ปิดคอมพิวเตอร์และเดินเข้ามาจับมือเขา “ไม่เป็นไรที่รัก คุณทำดีที่สุดแล้ว คุณควรพักผ่อนได้แล้ว”
“พักผ่อน?” Poom ผลักมือเธอออกเล็กน้อย “ฉันจะพักได้ยังไงในเมื่อเรายังต้องดิ้นรน? ฉันสัญญากับแม่ว่าจะพาพวกเราออกจากความจนนี้ให้ได้! ฉันต้องชนะ!”
คืนนั้น Poom นอนไม่หลับ เขาลุกขึ้นมาเปิดอินเทอร์เน็ต ดูคลิปเก่า ๆ ของแชมป์ที่เขาเคยเอาชนะได้ แต่ตอนนี้ทุกคนแซงหน้าเขาไปหมดแล้ว สายตาของเขาไปสะดุดกับฟอรัมลับของนักกีฬาที่มีหัวข้อว่า “เคล็ดลับสุดท้าย: พละกำลังเหนือมนุษย์” มันพูดถึง “บ่วงกรรมพละกำลัง” หรือที่เรียกกันว่า “บัวร์ขวัญ” — พลังลึกลับที่ช่วยให้นักกีฬาเอาชนะขีดจำกัดทางร่างกายได้จริง
ข้อความในฟอรัมนั้นดูบ้าคลั่ง แต่ชื่อของคนที่ใช้มันกลับเป็นชื่อของนักกีฬาสายรองที่เพิ่งคว้าแชมป์ใหญ่เมื่อปีที่แล้ว Poom หัวใจเต้นรัว ความสงสัยกลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจยับยั้งได้ เขานึกถึงคำพูดของ Chai ‘กล้ามเนื้อเปล่า ๆ’ ถ้าเขาได้พลังที่มองไม่เห็นมาเติมเต็ม ‘จิตวิญญาณ’ นั้น…
Poom ใช้เวลาสามวันในการตามหาเบาะแส จนกระทั่งเขาได้พบกับสถานที่นัดพบลับ – บ้านไม้เก่า ๆ หลังหนึ่งในป่าทึบของจังหวัดอื่น อาจารย์ Khao ชายวัยหกสิบกว่าปีที่ดูใจดีแต่มีดวงตาที่เย็นชาจนน่าขนลุกกำลังนั่งรอเขาอยู่
“ผมต้องการพลังนั้น อาจารย์” Poom พูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ “ผมจะทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ”
อาจารย์ Khao ยิ้มอย่างแปลกประหลาด “พละกำลังไม่เคยฟรี Poom มันเป็นการยืม พลังนี้ไม่ใช่ของแก แต่มันเป็นของ ‘เจ้าของ’ ที่สละมันให้แกใช้ชั่วคราว”
Poom สูดหายใจลึก “ผมเข้าใจ… ผมพร้อมจะรับผลที่ตามมา”
“ดี” อาจารย์ Khao พยักหน้าเบา ๆ “แต่จำไว้… เมื่อแกหยุดฝึกฝน เจ้าของจะมาทวงคืนสิ่งที่ถูกยืมไป และการทวงคืนนั้น… จะเจ็บปวดกว่าความพ่ายแพ้ใด ๆ”
Poom ไม่สนใจคำเตือน เขาเห็นแค่ถ้วยรางวัลที่รออยู่ข้างหน้า อาจารย์ Khao เริ่มพิธีกรรมลับ: ควันธูปหนาแน่น กลิ่นสมุนไพรโบราณคละคลุ้ง อาจารย์ใช้มีดเล็ก ๆ กรีดที่แขนของ Poom แล้วทาด้วยของเหลวสีดำข้น
เมื่อพิธีจบลง Poom มองไปที่บ่าของเขา ไม่มีความเจ็บปวด แต่มีรอยสักแปลกประหลาดปรากฏขึ้น: รูปร่างคล้าย ห่วงโซ่ที่พันรอบกล้ามเนื้อ จากบ่าไปจนถึงข้อศอก มันไม่ใช่รอยสักธรรมดา มันดูเหมือน… รอยมัด
Poom กลับมาที่โรงยิมของเขา ทุกอย่างเปลี่ยนไป การยกน้ำหนักที่เคยหนักอึ้งกลายเป็นเรื่องง่ายดาย กล้ามเนื้อของเขาพองโตขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับถูกสูบด้วยพลังงานที่ไม่สิ้นสุด เขาไม่รู้สึกเหนื่อย ไม่มีความเจ็บปวด มีแต่ความรู้สึกที่อยากจะ ‘ยก’ ‘ฉีก’ และ ‘ทำลาย’ ขีดจำกัด
เขาฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง 200 กิโลกรัม 250 กิโลกรัม 300 กิโลกรัม เขาไม่รู้สึกถึงความเหนื่อยล้า แต่รู้สึกถึง แรงขับเคลื่อน ที่มาจากภายใน จากรอยสักที่เป็นห่วงโซ่นั้น
Nida สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง เธอกลัว ดวงตาของ Poom มีไฟประหลาดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “คุณดู… โหดร้ายจัง Poom” เธอบอกเขา
Poom หัวเราะ “นี่แหละพลังที่ฉันต้องการ Nida คราวนี้ฉันจะชนะ ฉันจะทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น!”
เขากลับไปที่เวทีการแข่งขันด้วยรูปร่างใหม่ที่น่าทึ่ง กล้ามเนื้อทุกส่วนแข็งแกร่งจนน่ากลัว เขาเป็นที่หนึ่ง เขาเป็นแชมป์โลกตามที่เขาต้องการ ทุกคนในโลกต้องมองเขา Poom ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของชีวิต ดื่มด่ำกับความรู้สึกของอำนาจและชัยชนะที่เหนือกว่ามนุษย์
ชัยชนะของ Poom ไม่ใช่แค่ความสุขส่วนตัว มันเป็นการประกาศกร้าวต่อโลกถึงการกลับมาของเขา เงินรางวัลมหาศาลทำให้ Nida ไม่ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานสอนโยคะราคาถูกอีกต่อไป พวกเขาย้ายไปอยู่ห้องพักที่ใหญ่ขึ้น มีโรงยิมส่วนตัวเล็ก ๆ ในบ้าน ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปตามความฝันที่ Poom เคยตั้งไว้ แต่ Nida ไม่ยิ้มอย่างจริงใจเหมือนเดิม
Poom ยืนอยู่หน้ากระจกในโรงยิมส่วนตัว จ้องมองร่างกายตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ กล้ามเนื้อที่ดูสมบูรณ์แบบจนแทบไม่น่าเชื่อ ร่องกล้ามเนื้อทุกมัดคมชัดและตึงเปรี๊ยะราวกับถูกแกะสลักด้วยเหล็ก เขาลูบรอยสักรูปโซ่ที่บ่า มันไม่ได้เจ็บ แต่มันรู้สึกถึง ความเย็น ที่ซึมลึกเข้าไปในผิวหนัง
“ที่รัก คุณไม่ได้นอนมาสามคืนแล้วนะ” Nida ยืนพิงกรอบประตูมองเขาอย่างกังวล
“ฉันสบายดี Nida” Poom ตอบ ขณะที่กำลังวิดพื้นโดยมีน้ำหนักถ่วงกว่าร้อยกิโลกรัม “ร่างกายฉันตอนนี้มันไม่ต้องการการพักผ่อน ฉันรู้สึกว่ามันแค่… ต้องเคลื่อนไหว”
“แต่มันมากเกินไป Poom ตั้งแต่คุณชนะ คุณฝึกหนักกว่าเดิมสิบเท่า คุณไม่ใช้เวลาอยู่กับฉันเลย” เสียง Nida เริ่มสั่น
Poom ลุกขึ้นยืน เขาไม่ได้หันไปมองเธอ แต่จ้องมองไปยังกระจกสะท้อนตัวเอง “ฉันต้องรักษา ‘มัน’ ไว้ Nida”
“รักษาอะไร? กล้ามเนื้อเหรอ?”
“พลังงานนี้…” Poom หันกลับมา ดวงตาของเขามีเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำ “มันเรียกร้องความสนใจจากฉัน ถ้าฉันหยุด มันจะ… หายไป”
Nida เห็นความหวาดกลัวในดวงตาของสามี ไม่ใช่ความกลัวแพ้ แต่เป็นความกลัวต่อสิ่งที่เขาได้รับมา เธอยอมถอยกลับไป ปล่อยให้ Poom ดำดิ่งอยู่กับความต้องการที่ผิดปกติของร่างกาย
สัปดาห์ที่สองของการเป็นแชมป์โลก Poom เริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติอย่างชัดเจน ตอนกลางวันในขณะที่เขานั่งดูโทรทัศน์อย่างผ่อนคลาย จู่ ๆ กล้ามเนื้อท้องของเขาก็ บีบรัด อย่างรุนแรงโดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจ มันไม่ใช่ตะคริว แต่มันเหมือนกล้ามเนื้อกำลังถูกสั่งงานจาก ศูนย์กลางอื่น เขารู้สึกเหมือนมีสายใยที่มองไม่เห็นกำลังดึงกล้ามเนื้อของเขาให้ตึง
Poom รีบลุกขึ้นไปที่ห้องน้ำ อาบน้ำเย็นจัดเพื่อคลายความตึงเครียด แต่เมื่อเขาออกมาเช็ดตัว รอยสักรูปโซ่ที่บ่ากลับดูมีมิติมากขึ้น มันไม่ใช่แค่รอยหมึก แต่มันเหมือนโซ่จริง ๆ ที่พันอยู่ใต้ผิวหนัง และตอนนี้มันกำลัง กระตุก เบา ๆ
“ฝึก… ฝึกฝน…” เสียงกระซิบเบา ๆ ดังขึ้นในหูของเขา มันไม่ใช่เสียงของ Poom แต่มันเป็นเสียงที่แหบแห้งและเย็นยะเยือก
Poom สวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วและวิ่งกลับไปที่โรงยิม เขายกเหล็กด้วยความบ้าคลั่งทันทีที่สัมผัสบาร์เหล็ก ความเจ็บปวดจากการบีบรัดเมื่อครู่ก็หายไป กลายเป็นความรู้สึกของ พลังงานอันร้อนรุ่ม ที่พุ่งพล่านอยู่ในกระแสเลือด เขาฝึก ฝึก และฝึกต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงเวลาตีสี่
คืนนั้น Poom รู้สึกเหมือนถูกพันธนาการไว้กับเตียง เขาหลับตาลง แต่กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายปฏิเสธการพักผ่อน เขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดังตึก ตึก และเสียงหายใจที่ดังและหอบถี่
จู่ ๆ แขนขวาของเขาก็ กระชาก อย่างรุนแรง มันเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อต กล้ามเนื้อแขนบีบตัวจนแข็งเป็นหิน Poom ลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ เขาพยายามควบคุมแขน แต่ทำไม่ได้ แขนนั้นยกขึ้นมาเองช้า ๆ เหมือนกับกำลังจะทำท่าบริหารกล้ามเนื้อโดยไม่มีน้ำหนักใด ๆ
“อ๊าก!” Poom ครางออกมาด้วยความเจ็บปวดผสมความกลัว เขาใช้แขนซ้ายจับแขนขวาไว้เพื่อบังคับให้มันสงบลง แต่มันไม่เป็นผล แขนขวากระตุกและดิ้นรนอย่างรุนแรง
Nida สะดุ้งตื่น “เกิดอะไรขึ้น Poom! คุณเป็นอะไรไป!”
“ออกไป Nida! อย่าเข้ามา!” Poom ตะโกนเสียงดัง ความกลัวเข้ายึดครองจิตใจเขา กล้ามเนื้อที่บีบตัวตอนนี้ไม่ได้แค่ต้องการฝึกฝน แต่มันต้องการ ทำลาย
ด้วยความพยายามสุดท้าย Poom ทิ้งตัวลงจากเตียง กลิ้งไปกับพื้นเพื่อพยายามใช้แรงโน้มถ่วงกดแขนขวาไว้ กล้ามเนื้อแขนขวาแข็งแกร่งจนน่ากลัว มันยังคงพยายามเหยียดตรงและเกร็งตัวอย่างต่อเนื่อง ราวกับมันมี เจตจำนงของตัวเอง
Nida ลนลานเปิดไฟ เธอเห็นสามีของเธอดิ้นรนอยู่บนพื้น ร่างกายที่เคยเป็นความภาคภูมิใจตอนนี้กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัว Poom มองเห็นเงาของตัวเองในกระจกตู้เสื้อผ้า ร่างกายของเขายังคงเป็นเขา แต่ในความมืดสลัวนั้น รอยสักรูปโซ่ที่บ่าดูเหมือนจะ เรืองแสง จาง ๆ และมี เงาของใบหน้า ปรากฏขึ้นชั่วครู่บนกล้ามเนื้อหน้าท้องของเขา — ใบหน้าที่ผอมแห้ง ดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความทรมาน
ใบหน้าของใครคนอื่น…
Poom ใช้พลังทั้งหมดของตัวเองกระโจนออกจากห้องนอน ตรงไปที่โรงยิม และเริ่มยกบาร์เบลน้ำหนักมากที่สุดทันทีที่เขาสามารถทำได้ ทันทีที่น้ำหนักกดลงบนบ่า กล้ามเนื้อที่ดิ้นรนก็สงบลงทันที ความตึงเครียดหายไป กลายเป็นความรู้สึกสบายที่คุ้นเคย มันเหมือนกับว่าเขาได้มอบ อาหาร ให้กับสิ่งที่อยู่ภายในตัวเขา
Nida ตามมาถึงโรงยิม เธอเห็น Poom กำลังยกน้ำหนักอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแต่ดวงตาดูสงบลงแล้ว
“Poom… คุณต้องหยุด” Nida อ้อนวอน
“ฉันหยุดไม่ได้ Nida” Poom หอบหายใจหนัก “อาจารย์ Khao พูดถูก… เมื่อฉันหยุดฝึกฝน เจ้าของจะมาทวงคืน และตอนนี้… เขากำลังหิว“
Poom ฝึกต่อไปจนกระทั่งเช้า กล้ามเนื้อของเขาแทบจะฉีกขาด แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ เขาไม่กล้าหยุดพัก เขาไม่กล้าหลับ และที่สำคัญที่สุด เขาไม่กล้าที่จะอยู่ใกล้ Nida เพราะเขารู้ว่าเมื่อใดที่ “เจ้าของ” ต้องการควบคุมร่างกายนี้ สิ่งแรกที่มันจะทำคือกำจัดสิ่งที่รักที่สุดของเขา
รอยสักรูปโซ่บนบ่าของ Poom ตอนนี้ไม่ได้แค่กระตุก แต่มันเริ่ม ร้อนระอุ ราวกับถูกเผา มันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ‘เจ้าของ’ กำลังไม่พอใจ
Poom จ้องมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง เขาเกร็งกล้ามเนื้อทุกมัด แล้วยิ้มออกมา—รอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากความภาคภูมิใจ แต่มาจากความบ้าคลั่งและความหวาดกลัว เขาเห็นตัวเองแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เห็นตัวเองเป็นเพียง หุ่นเชิด ที่กำลังเต้นรำตามความต้องการของวิญญาณกระหายพลังที่ถูกกักขังอยู่ในตัวเขา
Poom ไม่สามารถทนความหวาดกลัวนี้ได้อีกต่อไป เขารู้สึกว่าถ้าเขาอยู่บ้านกับ Nida ต่อไป ไม่ช้าก็เร็ว “เจ้าของ” ในตัวเขาจะต้องทำร้ายเธออย่างแน่นอน กล้ามเนื้อของเขาตอบสนองต่อความคิดนี้ด้วยการบีบรัดอย่างรุนแรงอีกครั้ง ราวกับเป็นคำขู่
เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาด: ต้องกลับไปหาอาจารย์ Khao เพื่อขอคำอธิบายและทางออก
Poom ขับรถไปตามถนนที่คดเคี้ยวสู่บ้านไม้เก่าหลังเดิมในป่าทึบ ตลอดการเดินทาง Poom ไม่รู้สึกง่วงหรือเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ร่างกายเขาตื่นตัวเกินจริง และรอยสักรูปโซ่ที่แขนก็กำลังสั่นสะท้านอย่างต่อเนื่อง มันไม่ได้ต้องการให้เขาหยุด แต่ต้องการให้เขากลับไปยกเหล็ก
เมื่อ Poom ไปถึง อาจารย์ Khao กำลังนั่งสมาธิอยู่บนระเบียง ท่านมอง Poom ด้วยสายตาที่รู้ทุกอย่าง
“มาแล้วหรือ Poom” อาจารย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ข้าเดาอยู่แล้วว่าแกจะกลับมาเร็วขนาดนี้”
“อาจารย์! นี่มันไม่ใช่แค่พละกำลังเสริม! มันคือปีศาจ!” Poom เดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว “กล้ามเนื้อของผมมันมีชีวิตของตัวเอง มันบังคับให้ผมต้องฝึกฝน ผมแทบจะทำร้าย Nida!”
อาจารย์ Khao ลุกขึ้นยืนช้าๆ “ข้าบอกแกแล้วว่ามันคือการยืม พละกำลังที่แกได้ไปคือ กายสังขาร ที่ถูกกักเก็บไว้ของนักกีฬาที่เคยฝึกกับข้า เขาถูกบังคับให้ฝึกจนตายเพราะความไม่พอใจของเทพเจ้าที่เขาไปลบหลู่ ด้วยความแค้นและพลังงานที่อัดอั้น ข้าได้ดึงวิญญาณของเขามาผูกไว้ในพิธีบัวร์ขวัญ”
Poom ส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง “หมายความว่า… ผมกำลังแบกรับวิญญาณของคนที่ถูกทรมานให้ตายคาโรงยิมไว้ในตัว?”
“ใช่ Poom” อาจารย์ Khao พยักหน้า “วิญญาณนั้นยังไม่สงบ และมันกระหายการฝึกฝน การควบคุม และการเป็นที่หนึ่ง แกคือเรือนร่างใหม่ที่สมบูรณ์แบบของเขา“
“แล้วจะทำยังไงให้มันออกไปจากตัวผมได้?” Poom ถามเสียงเบาหวิว เขาไม่ต้องการเป็นเรือนร่างให้ใครอีกแล้ว
อาจารย์ Khao ยิ้มอย่างชั่วร้ายเล็กน้อย “ทางเดียวคือ ต้องให้เขาพอใจ เขาไม่ต้องการแพ้ เขาไม่ต้องการอ่อนแอ ถ้าแกหยุดฝึกแม้แต่วันเดียว ร่างกายนี้จะสลายอย่างรวดเร็ว… ถูกบีบคั้นด้วยแรงบิดของพลังที่ถูกกักเก็บไว้”
“ไม่จริง! ต้องมีวิธีอื่น!”
อาจารย์ Khao เดินเข้ามาใกล้ Poom ใช้มือที่เหี่ยวย่นลูบเบาๆ ที่รอยสักรูปโซ่บนแขน Poom ทันทีที่สัมผัส รอยสักก็ร้อนขึ้นจน Poom สะดุ้ง
“มีอีกวิธีหนึ่ง… การถ่ายโอน” อาจารย์กระซิบ “ข้าสามารถถ่ายโอน ‘เจ้าของ’ ไปสู่เรือนร่างใหม่ได้ แต่เรือนร่างนั้นจะต้อง บริสุทธิ์ และ อ่อนแอ พอที่จะเป็นภาชนะรองรับได้ง่าย… คนที่รักแกที่สุดและจิตใจอ่อนโยนที่สุด…”
Poom ตระหนักถึงความหมายทันที ใบหน้าของ Nida ปรากฏในความคิดของเขา
“อาจารย์หมายถึง Nida งั้นเหรอ!” Poom ถอยหลังด้วยความตกใจและความขยะแขยง “ไม่! ผมไม่มีทางทำแบบนั้นเด็ดขาด!”
“แล้วแกจะปล่อยให้ร่างกายนี้ทำร้ายนางในที่สุดหรือไง Poom?” อาจารย์ Khao ย้อนถามด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “แกเคยยอมทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ นี่คือ ราคา ของมัน แกเลือกแล้ว แกยอมให้ความโลภเข้าควบคุมตัวแกแล้ว”
Poom ยืนนิ่งอยู่กับที่ ความจริงอันโหดร้ายเข้ามากระแทกหน้าเขาอย่างจัง เขาคือผู้ที่เลือกเส้นทางนี้ตั้งแต่แรก เขารู้สึกถึงความคับแค้นที่เพิ่มขึ้นของ ‘เจ้าของ’ ที่กำลังตื่นตัวในกล้ามเนื้อของเขา
ในเสี้ยววินาที Poom ตัดสินใจกลับไป เขาต้องหาทางต่อสู้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่การถ่ายโอนความทุกข์ยากไปให้ Nida
“ผมไม่ต้องการการถ่ายโอนใด ๆ ทั้งสิ้น ผมจะหาวิธีเอาชนะ ‘มัน’ ด้วยตัวผมเอง” Poom ประกาศอย่างหนักแน่น แม้ว่าน้ำเสียงของเขาจะยังคงสั่น
อาจารย์ Khao หัวเราะอย่างเย็นชา “โง่เขลา… แกไม่สามารถต่อสู้กับสิ่งที่แกยอมรับเข้ามาได้ง่าย ๆ หรอก Poom พละกำลังของมันจะทำลายแกจากภายใน”
Poom วิ่งกลับไปที่รถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว เขาต้องการหนีจากบ้านหลังนี้ หนีจากความจริงที่น่ากลัวนี้ ขณะที่เขาขับรถด้วยความเร็วสูง Poom มองไปที่กระจกมองหลัง เขาสังเกตเห็นเงาตะคุ่มที่เกาะติดกับกระจกราวกับเป็นผู้โดยสารที่มองไม่เห็น เงาของชายที่ผอมแห้งแต่มีกล้ามเนื้อบิดเบี้ยว
“ฝึก… ฝึก… แกกำลังหนีความรับผิดชอบของแก Poom…” เสียงกระซิบเย็นเยียบดังขึ้นอีกครั้ง Poom เหยียบเบรกจนตัวโก่ง เขาลงจากรถและตะโกนใส่ความว่างเปล่า
“แกต้องการอะไรอีก! ฉันให้แกแล้ว! ฉันให้ชัยชนะกับแกแล้ว!”
ทันใดนั้น กล้ามเนื้อขาและหน้าท้องของ Poom ก็ เกร็งตัวอย่างบ้าคลั่ง จนเขาต้องทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร่างกายของเขาสั่นสะท้านราวกับถูกไฟฟ้าช็อตอย่างต่อเนื่อง มันคือการลงโทษจากการที่เขาพยายาม “หยุด” และ “หนี”
Poom คลานกลับไปที่รถด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เขารู้แล้วว่า ‘เจ้าของ’ จะไม่ยอมให้เขาหยุด และจะไม่ยอมให้เขาอ่อนแอ เขาต้องฝึกต่อไปเพื่อควบคุมมัน แต่เขาก็รู้ด้วยว่าการฝึกฝนต่อไปจะทำให้ ‘เจ้าของ’ แข็งแกร่งขึ้น จนสุดท้ายตัวตนของเขาเองก็จะถูกกลืนกิน
เมื่อกลับถึงบ้าน เขาตรงไปที่โรงยิมอย่างสลบไสล มองดูน้ำหนักที่เรียงรายอยู่บนพื้น เขายกบาร์เบลขึ้นมาด้วยมือข้างเดียวด้วยความโกรธและความหมดหวัง มันไม่ใช่การฝึกฝนอีกต่อไป แต่มันคือ การต่อสู้เพื่อแย่งชิงร่างกาย
การกลับมาถึงบ้านของ Poom ในครั้งนี้ไม่ใช่การกลับมาของแชมป์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่เป็นการกลับมาของนักโทษที่ถูกล่ามด้วยโซ่ที่มองไม่เห็น เขากลับเข้าสู่โรงยิมราวกับเป็นห้องขังส่วนตัว Nida เห็นอาการของเขาแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร เธอรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่น่ากลัวกำลังเติบโตอยู่ในตัวสามีของเธอ
Poom เริ่มฝึกฝนอย่างไม่สนใจความตาย เขาไม่ได้ฝึกเพื่อชัยชนะอีกแล้ว แต่ฝึกเพื่อ ความอยู่รอด การยกน้ำหนักที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ คือวิธีการทำให้ ‘เจ้าของ’ ที่อยู่ในตัวเขา สงบลง ทุกครั้งที่เขายกเหล็ก ความเจ็บปวดจากการบีบรัดของกล้ามเนื้อที่เพิ่งเกิดขึ้นก็จะหายไป แต่ทันทีที่เขาหยุดพักเพียงไม่กี่นาที ความต้องการฝึกฝนอันบ้าคลั่งก็จะกลับมาอีกครั้ง
วงจรนี้ทำให้ Poom กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวและแปลกแยก เขาแทบไม่พูดคุยกับ Nida เลยตลอดทั้งวัน นอกจากคำสั้น ๆ ที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความระแวง เขานอนเพียงสองชั่วโมงต่อวันเท่านั้น และแม้ในช่วงเวลานั้น กล้ามเนื้อของเขาก็ยังคง กระตุก และ เกร็ง อย่างต่อเนื่อง
คืนหนึ่ง Nida เข้าไปในโรงยิม เธอเห็น Poom กำลังยกบาร์เบลที่มีน้ำหนักถ่วงเกือบสามร้อยกิโลกรัม ใบหน้าของเขาดูซีดเซียวจนน่าตกใจ แต่เหงื่อยังคงไหลอาบ
“Poom… คุณต้องหยุดได้แล้วนะ” Nida พูดเสียงแผ่วเบา “ร่างกายคุณต้องการการพักผ่อน”
Poom ไม่ตอบ แต่เสียงกระซิบที่แหบแห้งดังขึ้นอีกครั้งในหูของเขา “อย่าฟัง… ฝึกต่อไป… อย่าหยุด… อ่อนแอ… คือความตาย…”
Poom รู้สึกว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก แต่จิตใจของเขากำลังอ่อนแอลง เขาไม่สามารถแยกแยะได้อีกต่อไปว่าความคิดไหนคือของเขา และความคิดไหนคือของ ‘เจ้าของ’
“คุณเห็นมันไหม Nida?” Poom หันมาถาม ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
“เห็นอะไร Poom?”
“เงา… เงาของผู้ชายคนนั้น… เขายืนอยู่ข้างหลังฉันตลอดเวลา เขาจ้องมองฉันฝึกฝน… ทุกครั้งที่ฉันยกเหล็ก เขาจะแข็งแกร่งขึ้น” Poom ชี้ไปที่มุมมืดของโรงยิม แต่ Nida ไม่เห็นอะไรนอกจากเครื่องออกกำลังกายที่ว่างเปล่า
Nida น้ำตาไหล เธอรู้แล้วว่าสามีของเธอกำลังถูกกัดกินจากภายใน เธอเริ่มสงสัยว่ามันเป็นเรื่องของไสยศาสตร์จริง ๆ หรือเป็นความบ้าคลั่งที่เกิดจากการใช้สารกระตุ้นอย่างหนักในการฝึกฝน แต่เธอก็จำได้ถึงความแปลกประหลาดที่ Poom แสดงออกก่อนหน้านี้
เธอตัดสินใจค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ Ajarn Khao อีกครั้งอย่างลับ ๆ เธอใช้ชื่อนักกีฬาที่ Ajarn เคยพูดถึงในการค้นหา และสิ่งที่เธอพบคือ บทความข่าวเก่า เกี่ยวกับนักกีฬาเพาะกายคนหนึ่งที่เสียชีวิตอย่างลึกลับในโรงยิมส่วนตัวเมื่อหลายปีก่อน นักกีฬาคนนั้นถูกพบในสภาพที่ร่างกาย เกร็งค้างอย่างบิดเบี้ยว เหมือนกับถูกทรมานจนตาย และชื่อของเขาคือ ‘Korn’
Nida เก็บความลับนี้ไว้คนเดียว เธอเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่อยู่ในตัว Poom คือวิญญาณที่มีตัวตนจริง ๆ ไม่ใช่แค่ภาพหลอน และ Korn ผู้น่าสงสารคนนั้น ก็เป็นเหยื่อของการกระหายอำนาจเช่นเดียวกับ Poom
ในขณะที่ Poom ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง รอยสักรูปโซ่ที่แขนของเขาเริ่มมีรอยแตกเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น มันไม่ใช่การแตกลายของผิวหนัง แต่เป็นการแตกของ ผิวหนังที่ถูกรัดด้วยโซ่ที่มองไม่เห็น Poom มองเห็นความจริงที่น่าขนลุก: รอยสักนั้นคือ พันธนาการ ที่ Ajarn Khao ใช้กักขัง Korn ไว้ และตอนนี้โซ่นั้นกำลังรัดแน่นขึ้นทุกทีที่ Poom พยายามที่จะหยุดพัก
“ไม่… ฉันต้องแข็งแกร่งกว่านี้…” Poom บ่นพึมพำ
Poom เริ่มยกน้ำหนักในท่าที่ผิดธรรมชาติและอันตราย เพียงเพราะ ‘เจ้าของ’ เรียกร้อง ความต้องการของวิญญาณผู้หิวกระหายพลังนั้นไม่มีที่สิ้นสุด มันผลักดันร่างกายของ Poom ไปสู่จุดที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถทนได้
คืนหนึ่ง Poom ล้มลงขณะยกเหล็กหนัก กล้ามเนื้อหน้าท้องของเขา ฉีกขาด อย่างรุนแรง เลือดไหลออกมาเป็นทาง Nida วิ่งเข้ามาด้วยความตกใจ แต่ Poom กลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ไม่เป็นไร Nida… เขาไม่ยอมให้ฉันตายง่าย ๆ หรอก…” Poom พูดขณะที่เขากำลังใช้ผ้าพันแผลพันแผลฉีกขาดด้วยตัวเอง โดยไม่แสดงความเจ็บปวดใด ๆ
ภายในไม่กี่ชั่วโมง Poom กลับไปฝึกฝนต่อทันที และที่น่าประหลาดใจ แผลที่ฉีกขาดกลับ สมานตัวเร็วกว่าปกติ อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ในขณะที่แผลหาย กล้ามเนื้อส่วนที่เคยฉีกขาดก็ปรากฏ เงาของใบหน้า Korn ที่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิมราวกับใบหน้าของเขาถูก ฝัง อยู่ใต้ผิวหนังของ Poom
นี่คือจุดเปลี่ยนที่น่ากลัว: Poom ไม่ได้แค่ถูกควบคุม แต่ร่างกายของเขากำลังถูก แปรเปลี่ยน ให้กลายเป็นร่างของ Korn
ความสยองขวัญของ Poom และ Nida ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อร่างกายของ Poom ไม่ใช่ของเขาเองอีกต่อไป การฝึกฝนของ Poom กลายเป็นพิธีกรรมที่น่ากลัว เขาไม่ได้ยกเหล็กด้วยความมุ่งมั่น แต่ด้วยความทรมานที่ถูกบังคับ รอยสักรูปโซ่ที่แขนตอนนี้กลายเป็น รอยนูน ที่ร้อนผ่าวและแข็งกระด้างราวกับเป็นโลหะที่พันอยู่ใต้ผิวหนัง
Poom พยายามต่อสู้ เขาตัดสินใจอดอาหาร ไม่ยอมให้ร่างกายได้รับสารอาหารใดๆ เพื่อทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอลง หวังว่า ‘เจ้าของ’ จะไม่มีพลังงานที่จะควบคุมเขาได้อีกต่อไป
“ถ้าฉันอ่อนแอลง ‘มัน’ ก็จะอ่อนแอลงด้วย Nida” Poom บอกภรรยาด้วยเสียงที่แหบแห้ง ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาผอมลงอย่างเห็นได้ชัดในเวลาเพียงสองวัน แต่กล้ามเนื้อของเขากลับ คงรูป และ ตึงเปรี๊ยะ อย่างผิดธรรมชาติ มันเป็นความแข็งแกร่งที่ไม่ต้องการอาหาร ไม่ต้องการการพักผ่อน แต่ต้องการเพียง การเคลื่อนไหว
ทันทีที่ Poom อดอาหาร ‘เจ้าของ’ ก็แสดงอาการไม่พอใจอย่างรุนแรง ในคืนที่สามของการอดอาหาร Poom ล้มตัวลงนอนด้วยความอ่อนเพลีย แต่กล้ามเนื้อของเขากลับ ลุกขึ้นยืนเอง โดยที่จิตใจของเขาไม่สามารถควบคุมได้ Poom รู้สึกเหมือนถูก ดึง ให้ลุกจากเตียง เขายืนอยู่ในความมืดมิด
“ไม่! ฉันไม่ไป!” Poom ตะโกนอย่างสิ้นหวัง แต่ขาของเขากลับเดินตรงไปยังประตูห้องนอน
Nida ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงดิ้นรนของสามี เธอเห็นภาพที่น่าขนลุก: Poom กำลังเดินซวนเซ แต่การเดินนั้นดูเหมือน การลากศพ ร่างกายของเขาดูเหมือนวัตถุที่ถูกบังคับให้เคลื่อนไหวโดยพลังภายนอก
Poom ถูกลากไปที่โรงยิมอย่างไม่เต็มใจ มือของเขาจับบาร์เบลที่หนักที่สุด และ ‘เจ้าของ’ ก็บังคับให้เขายกมันขึ้นมาในท่าที่รุนแรงและอันตรายซ้ำแล้วซ้ำเล่า Poom กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เพราะความอ่อนเพลียทางร่างกายกับความแข็งแกร่งที่ถูกบังคับกำลังฉีกทึ้งเขาอยู่
“นี่คือโทษ… โทษของการไม่เชื่อฟัง…” เสียงกระซิบแหบแห้งดังในหัวของ Poom “แกคิดจะทำให้ฉันอ่อนแออย่างนั้นหรือ? ฉันคือพละกำลัง… ฉันไม่ต้องการอาหาร… ฉันต้องการแค่การทรมาน…“
ความทรมานทางจิตใจและร่างกายทำให้ Poom เริ่มหลุดลอย เขาไม่รู้ว่าควรจะสู้หรือยอมจำนนต่อการควบคุมที่สมบูรณ์แบบนี้อีกต่อไป
Nida ตัดสินใจแล้วว่าเธอต้องทำอะไรสักอย่าง เธอขับรถกลับไปที่บ้านไม้เก่าของอาจารย์ Khao ทันที ในใจของเธอเต็มไปด้วยความโกรธและความกลัว เธอไม่ต้องการให้สามีของเธอต้องตายเหมือน Korn
เธอไปถึงบ้านไม้ในยามเช้ามืด อาจารย์ Khao ไม่ได้ตกใจที่เห็นเธอมาถึง ท่านเพียงแต่ยิ้มอย่างเย็นชา
“รู้แล้วสินะว่าสามีของเจ้ากำลังกลายเป็นอะไร” อาจารย์ Khao พูดด้วยน้ำเสียงที่เนิบนาบ “ร่างกายของเขาถูกเจ้าของควบคุมอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่ช้าก็เร็ว เขาจะกลายเป็นเพียงเปลือกนอก ส่วนจิตวิญญาณของเขาก็จะถูกกักขังไว้ในวงจรการฝึกฝนตลอดไป”
“คุณต้องเอามันออกไป! คุณโกหก Poom!” Nida ตะคอกใส่เขา
“ข้าไม่เคยโกหก ข้าแค่ไม่ได้บอก ความจริงทั้งหมด” อาจารย์ Khao สารภาพอย่างใจเย็น “ความจริงคือ การถ่ายโอน นั้นไม่ได้มีไว้สำหรับให้เขาหนีรอด แต่มันเป็นวิธีเดียวที่ข้าจะสามารถ กำจัด พลังงานที่บ้าคลั่งของ Korn ได้ ถ้าพลังนั้นถูกย้ายไปสู่เรือนร่างที่อ่อนแอและยอมจำนน มันจะถูกทำลายได้ง่ายกว่า”
อาจารย์ Khao จ้องมอง Nida อย่างลึกซึ้ง “ข้ารู้ว่าเจ้ามาที่นี่ด้วยความรัก Nida… ความรักของเจ้าคือพลังที่อ่อนแอที่สุดและบริสุทธิ์ที่สุด เหมาะสำหรับเป็นภาชนะสุดท้าย… จงยอมรับการถ่ายโอนนั้นเสีย เพื่อปลดปล่อยสามีของเจ้า”
Nida ตกใจจนตัวแข็ง เธอมองเห็นความชั่วร้ายที่แท้จริงของอาจารย์ Khao ท่านไม่ได้ต้องการช่วยใคร แต่ต้องการเพียงแค่ทำพิธีให้สำเร็จและกำจัดเศษเสี้ยวของวิญญาณที่แข็งแกร่งเกินกว่าจะควบคุมได้ให้พ้นไปจากโลก
Nida ถอยหลังหนี “ไม่! ฉันไม่ยอมให้คุณทำร้าย Poom และฉันก็จะไม่อยู่ที่นี่ให้คุณใช้เป็นเครื่องสังเวย!”
เธอขับรถกลับไปที่บ้านด้วยความหวังอันริบหรี่ แต่เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไปในโรงยิม ภาพที่เธอเห็นก็ทำให้หัวใจเธอแทบหยุดเต้น
Poom กำลัง ยืนนิ่ง อยู่หน้ากระจก เขาไม่ได้ฝึกฝน แต่ร่างกายของเขากลับ บิดเบี้ยว กล้ามเนื้อของเขายังคงแข็งแกร่ง แต่มีรอยช้ำสีม่วงเข้มปกคลุมไปทั่ว ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งดูเหมือน Poom อีกครึ่งหนึ่งดูเหมือน ใบหน้าผอมแห้งของ Korn ที่มีเส้นเลือดปูดโปน
Poom หันมามอง Nida ในดวงตาของเขามีความว่างเปล่า แต่เมื่อเขาพูด เสียงที่ออกมานั้นเป็นเสียงที่แหบแห้งและเย็นยะเยือก—เสียงของ Korn
“แกไปหา อาจารย์ มาใช่ไหม… ทำไมแกถึงไม่ยอมปล่อยให้เราฝึกฝนอย่างสงบสุข…”
มือที่แข็งแกร่งของ Poom (หรือ Korn) ถูกยกขึ้นมา และในชั่ววินาทีนั้น Poom ก็ไม่สามารถควบคุมร่างกายของเขาได้อีกต่อไป ‘เจ้าของ’ ได้เข้ายึดครองอย่างสมบูรณ์ และด้วยพละกำลังที่น่ากลัว เขา เหวี่ยง Nida ออกไป อย่างรุนแรงจนร่างของเธอชนเข้ากับกำแพง
Nida ล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดจากแรงเหวี่ยงที่รุนแรง เธอพยายามลุกขึ้นแต่ขาของเธอไม่ตอบสนอง เธอเงยหน้ามอง Poom ที่ตอนนี้ยืนอยู่เหนือเธอ ร่างกายยังคงเป็นสามีของเธอ แต่สายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังและว่างเปล่า — มันคือ Korn ที่อยู่ในร่าง Poom อย่างสมบูรณ์แล้ว
“แก… แกไม่ควรขวางทางเรา” เสียงของ Korn ที่พูดผ่านปากของ Poom นั้นแหบแห้งและเย็นยะเยือก
Nida พยายามรวบรวมลมหายใจ “Korn… ฉันรู้ว่าคุณเป็นใคร! ฉันรู้ว่าคุณถูกอาจารย์ Khao ทรมานให้ตาย! Poom ไม่ใช่ศัตรูของคุณ!”
ทันทีที่ Nida เอ่ยถึงชื่อ Korn ร่างกายของ Poom ก็ กระตุก อย่างรุนแรงอีกครั้ง Poom กุมศีรษะไว้ด้วยความเจ็บปวด
“ไม่… เงียบ! อย่าพูดชื่อนั้น!” Korn/Poom กรีดร้อง การควบคุมของ Korn สั่นคลอนชั่วขณะ
Nida เห็นช่องว่างเล็กๆ ของ Poom ที่ยังหลงเหลืออยู่ เธอตัดสินใจใช้ความทรงจำและความรู้สึกของ Poom เป็นอาวุธสุดท้าย
“คุณจำได้ไหม Poom… วันที่เราชนะการแข่งขันครั้งแรก? คุณร้องไห้ด้วยความดีใจ คุณสัญญากับฉันว่าเราจะแก่ไปด้วยกัน! เขา… ‘เจ้าของ’ คนนี้กำลังทำลายทุกอย่างที่คุณสร้างมา!” Nida พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความเจ็บปวด
คำพูดของ Nida ดูเหมือนจะทะลุผ่านเกราะของการควบคุมของ Korn ไปได้ ร่างกายของ Poom ทรุดลงเล็กน้อย และภาพความทรงจำของ Poom ที่มีความสุขกับ Nida ก็ฉายแวบขึ้นมาในดวงตาที่ว่างเปล่า
Poom กำลังต่อสู้จากภายใน
Korn ในร่าง Poom เห็นถึงความลังเลนี้ มันโกรธแค้นอย่างรุนแรง “แกไม่ควรมีความสุข! แกไม่สมควรได้รับความรัก! ฉันถูกบังคับให้ฝึกจนตายเพราะความต้องการอันไร้สาระของมนุษย์! แกก็ต้องเหมือนกัน Poom!”
กล้ามเนื้อของ Poom เริ่มบีบรัดตัวอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม รอยสักรูปโซ่ที่แขนดูเหมือนจะ ผูกมัด แน่นขึ้นจนผิวหนังรอบๆ เริ่มมีสีคล้ำและแตกออกเป็นรอยเลือดซึมออกมา
ในขณะเดียวกัน Poom ก็เริ่มเห็น ความทรงจำของ Korn— ภาพของโรงยิมที่มืดมิด, ความเจ็บปวดที่ไม่มีที่สิ้นสุด, การถูกบังคับให้ยกน้ำหนักเกินขีดจำกัดจนร่างกายอ่อนล้าและทรุดโทรมลง, และใบหน้าที่ยิ้มเยาะของอาจารย์ Khao ในขณะที่ Korn กำลังจะตาย
Poom เห็นความเจ็บปวดของ Korn เขาเข้าใจความแค้นของวิญญาณนี้ แต่ Poom รู้ว่า Korn กำลังทำผิดซ้ำรอยเดิม Korn กำลังใช้ Poom เป็นเครื่องมือในการทรมานตัวเองไม่รู้จบ
“อย่าให้ความแค้นควบคุมคุณ Korn!” Poom ตะโกนจากภายในจิตใจที่ถูกกักขัง “เราเป็นแค่เหยื่อของชายคนนั้น! เขาคือผู้ทรมาน! ไม่ใช่ Nida! ไม่ใช่ฉัน!”
การต่อสู้ทางจิตวิญญาณนี้ทำให้ร่างกายของ Poom สั่นสะท้านอย่างรุนแรง เขาเดินไปที่บาร์เบลที่มีน้ำหนักถ่วงเกือบสี่ร้อยกิโลกรัม Korn กำลังบังคับให้เขายกมันขึ้นเพื่อแสดงอำนาจ แต่ Poom พยายามต่อสู้โดยการ ปล่อยมือ ออกจากบาร์เบลซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หนึ่งวินาทีของการปล่อยมือ… เป็นชัยชนะเล็ก ๆ ของ Poom แต่ก็เป็นความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ กล้ามเนื้อที่ถูกปล่อยวางของเขาถูกบีบอัดจนแทบจะระเบิด Korn กรีดร้องด้วยความโกรธที่ถูกขัดขวาง
ในขณะนั้นเอง Nida สังเกตเห็นบางอย่าง: ที่รอยสักรูปโซ่บนแขน Poom มีจุดเล็กๆ ที่ เรืองแสง จาง ๆ ที่ปลายของโซ่แต่ละเส้น มันดูเหมือนเป็น จุดเชื่อมต่อ
Nida รู้แล้วว่าเธอต้องทำอะไร เธอลากตัวเองไปยังตู้เครื่องมือของ Poom และหยิบมีดเล็ก ๆ ที่ Poom ใช้สำหรับแกะสลักไม้ เธอรู้ว่าความเสี่ยงนั้นสูงมาก แต่การปล่อยให้ Poom กลายเป็น Korn นั้นน่ากลัวยิ่งกว่าความตาย
Poom/Korn หันมามอง Nida ในมือมีดเล็ก ๆ Nida พยายามยืนขึ้นด้วยขาที่บาดเจ็บ
“แก… แกพยายามจะทำอะไร!” เสียงของ Korn เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “อย่าเข้ามา! นี่คือร่างกายของฉัน! ฉันคือผู้ชนะ!”
Nida ไม่พูดอะไร เธอพุ่งเข้าไปหา Poom ด้วยความกล้าหาญที่เกิดจากความรักที่หมดหวัง Poom/Korn พยายามจะใช้พละกำลังอันมหาศาลผลักเธอออกไปอีกครั้ง แต่ Nida เร็วกว่า
ด้วยมีดในมือ เธอจิ้มไปที่จุดเรืองแสงเล็ก ๆ ที่ปลายรอยสักรูปโซ่บนแขน Poom
ทันทีที่ใบมีดสัมผัสจุดนั้น ไฟฟ้าช็อต ที่มองไม่เห็นก็พุ่งเข้าสู่ร่างกายของ Nida และ Poom พร้อมกัน ทั้งสองทรุดตัวลงกับพื้น Poom กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและทรมาน รอยสักรูปโซ่ แตกออก อย่างรุนแรง พร้อมกับมี ควันสีดำจาง ๆ ลอยออกมาจากผิวหนังของเขา
Korn ถูกปลดปล่อยอย่างกะทันหัน แต่เขาก็ยังไม่จากไป เขาพยายามรวบรวมพลังงานสุดท้ายเพื่อกลับเข้าสู่ร่าง Poom อีกครั้ง
การกระทำของ Nida เป็นเหมือนการเปิดประตูให้ Poom สามารถหายใจได้อีกครั้ง พลังงานของ Korn ถูกรบกวนอย่างรุนแรง รอยสักรูปโซ่ที่ถูกกรีดเพียงเล็กน้อยไม่ได้ทำลาย ‘บ่วงกรรม’ ทั้งหมด แต่ได้ทำลาย พันธนาการทางกายภาพ ชั่วคราว
Poom ทรุดตัวลงกับพื้น หายใจหอบอย่างหนักด้วยความอ่อนเพลีย เขามอง Nida ที่นอนจมกองเลือดเล็กน้อยจากบาดแผลที่ขาและรอยช้ำทั่วร่างกาย
“Nida! คุณ…” Poom พยายามคลานเข้าไปหาภรรยา แต่ร่างกายของเขายังไม่เป็นอิสระโดยสมบูรณ์
“แกคิดจะหยุดเราอย่างนั้นหรือ!” เสียงกรีดร้องของ Korn ดังขึ้นในหัวของ Poom อย่างรุนแรง พลังงานสีดำที่ลอยออกมาจากแขนของ Poom เริ่มรวมตัวกันอีกครั้ง มันพยายามแทรกซึมกลับเข้าสู่ร่างของ Poom อย่างบ้าคลั่ง
Poom รู้ว่าเขาต้องทำให้ Korn ออกไปจากร่างกายนี้อย่างถาวร แต่เขาจะทำได้อย่างไร? เขาอ่อนแอเกินไป และ Korn ก็แข็งแกร่งเกินกว่าจะต่อสู้ด้วยพละกำลัง
ทันใดนั้น Poom ก็เห็น ภาพสะท้อน ของตัวเองในกระจกบานใหญ่ของโรงยิม มันไม่ใช่ Poom แต่เป็น Korn ที่มีใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ที่กำลังพยายามรวบรวมพลังงานสุดท้ายเพื่อครอบงำ Poom ให้ได้อย่างสมบูรณ์
Korn ต้องการ การฝึกฝน และ ความทรมาน ที่ไม่สิ้นสุด
Poom ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว เขาใช้ความเจ็บปวดจากการต่อสู้เป็นพลังงานสุดท้าย เขาลากตัวเองไปที่แท่นยกน้ำหนัก เขาล้มตัวลงใต้บาร์เบล ที่หนักเกือบสี่ร้อยกิโลกรัม น้ำหนักที่เขาเพิ่งยกขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนอย่างง่ายดาย
Nida มองด้วยความตกใจ “Poom! ไม่! คุณจะทำอะไร!”
Poom สูดหายใจลึก เขาหลับตาลงและพูดกับ Korn ด้วยความเด็ดเดี่ยวในใจ “แกต้องการการฝึกฝนใช่ไหม… ฉันจะให้… แต่เป็นการฝึกฝนที่แกไม่สามารถแบกรับได้!”
แทนที่จะยกน้ำหนักนั้นขึ้น Poom กลับ ปล่อย น้ำหนักถ่วงเหล่านั้น ทับลงบนหน้าอกของเขา ทันที!
โครม!
เสียงโลหะหนักกระทบกับร่างกายดังสนั่น Poom กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน กระดูกหน้าอกของเขาร้าวทันที แต่ Poom ยังคง ยิ้ม ออกมาอย่างบ้าคลั่ง—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแต่เป็นรอยยิ้มแห่ง ชัยชนะของเจตจำนง
การกระทำนี้ไม่ได้ฆ่า Poom แต่เป็นการสร้าง ความเจ็บปวดอันรุนแรง ที่ Korn ไม่เคยคาดคิดมาก่อน Korn ไม่ได้ต้องการความตาย เขาต้องการ การฝึกฝนอันทรงพลัง แต่ Poom ได้ให้ ความบอบช้ำทางกายภาพที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Korn กลัวที่สุด
“ไม่! หยุด! แกกำลังทำลาย… เรือนร่างที่สมบูรณ์แบบของเรา!” เสียงกรีดร้องของ Korn ดังขึ้นทั้งในหัวของ Poom และดังออกมาจากปากของ Poom เอง ร่างกายของ Poom บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจากแรงกดทับของเหล็กหนัก
พลังงานสีดำที่พยายามกลับเข้ามาในร่าง Poom ถูก ดีดออก อย่างรุนแรงจากการกระทำที่บ้าคลั่งนี้ มันเหมือนกับการที่ Korn ได้รับความทรมานที่ไม่ใช่จากการฝึกฝน แต่จากการทำลายตัวเอง ซึ่ง Korn ในฐานะวิญญาณแห่งการควบคุมไม่สามารถยอมรับได้
Korn ถูกบังคับให้ ละทิ้ง ร่างของ Poom อย่างสมบูรณ์ พลังงานสีดำลอยหนีออกไปจากโรงยิมอย่างรวดเร็วราวกับควันไฟที่ถูกเป่าด้วยลมแรง มันหายไปในความมืดมิดของเช้ามืด
Poom นอนอยู่ใต้บาร์เบล น้ำหนักกดทับจนเขาทั้งตัวชาและมองไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด แต่เขากลับรู้สึกถึง ความว่างเปล่า ที่น่าพึงพอใจ: ความเงียบสงบ ที่กลับมาในหัวของเขาแล้ว ไม่มีเสียงกระซิบ ไม่มีแรงขับเคลื่อนอันบ้าคลั่งอีกต่อไป
Nida คลานเข้ามาหา Poom ด้วยความอ่อนล้าทั้งหมดที่มี เธอดันน้ำหนักที่หนักอึ้งนั้นออกไปจากร่างของสามีด้วยพละกำลังที่เหนือมนุษย์อันเกิดจากความรักและความสิ้นหวัง เมื่อน้ำหนักถูกยกออกไป Poom ก็ทรุดตัวลงด้วยความโล่งอก
“เรา… ชนะแล้ว Nida” Poom กระซิบเสียงแผ่วเบา ร่างกายของเขาตอนนี้ไม่ได้แข็งแกร่งเลย มันเต็มไปด้วยรอยช้ำและอาการบาดเจ็บหนัก เขาไม่เป็นแชมป์โลกอีกต่อไปแล้ว แต่เขาเป็น อิสระ
Poom ตื่นขึ้นมาในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล กลิ่นยาและแอลกอฮอล์เข้าปะทะจมูกแทนที่กลิ่นสนิมของเหล็กและเหงื่อที่เขาคุ้นเคย ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเฝือกและสายระโยงระยางจากอาการบาดเจ็บหนัก การกระทำสุดท้ายที่เขาทำเพื่อขับไล่ Korn นั้นทำให้เขากระดูกซี่โครงร้าวหลายซี่และมีภาวะอวัยวะภายในบอบช้ำ แต่ความเจ็บปวดทางกายนี้เป็นสิ่งที่ Poom ยินดีที่จะแบกรับ เพราะมันมาพร้อมกับ ความเงียบ ที่แท้จริงในจิตใจของเขา
Nida นั่งอยู่ข้างเตียงของเขา ใบหน้าของเธอซีดเซียว มีรอยช้ำจาง ๆ ที่ขา แต่ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความโล่งใจที่ไม่อาจซ่อนได้ เธอจับมือ Poom อย่างอ่อนโยน
“คุณปลอดภัยแล้ว Poom” Nida กระซิบ เสียงของเธอแหบพร่าเพราะไม่ได้พักผ่อนมาหลายวัน
“ผม… กลายเป็นคนอ่อนแอไปแล้วใช่ไหม Nida” Poom ถามด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว เขาเหลือบมองไปยังแขนที่ถูกพันผ้าไว้ มันไม่มีกล้ามเนื้อที่น่ากลัวเหล่านั้นอีกแล้ว เหลือเพียงร่างกายที่ผอมลงอย่างเห็นได้ชัดและเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
Nida ยิ้ม “คุณไม่เคยอ่อนแอ Poom คุณแข็งแกร่งที่สุดในโลกแล้ว เพราะคุณสามารถต่อสู้กับปีศาจที่อยู่ในตัวคุณเองได้ คุณเลือกที่จะสูญเสียทุกอย่างเพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ไว้… นั่นคือความเข้มแข็งที่แท้จริง”
คำพูดของ Nida ทำให้ Poom น้ำตาไหล เขารู้สึกถึงความรักและความเสียสละของเธอที่ทำเพื่อเขาตลอดมา
ขณะที่ Poom ค่อย ๆ ฟื้นตัว ตำรวจก็มาสอบปากคำเรื่องอุบัติเหตุในโรงยิม แต่ Nida ได้เตรียมเรื่องราวไว้ล่วงหน้าแล้ว เธอพูดว่า Poom ประสบอุบัติเหตุจากการยกน้ำหนักที่ผิดพลาดเนื่องจากความเหนื่อยล้าสะสม ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยในหมู่นักกีฬาเพาะกาย ตำรวจเชื่อเรื่องนี้ เพราะไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะเชื่อมโยงกับสิ่งที่เหนือธรรมชาติ
แต่ Poom รู้ว่าเขายังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องจัดการ นั่นคือ อาจารย์ Khao ชายผู้ที่ใช้ความโลภของเขามาเป็นเครื่องมือในการทรมาน Korn และใช้ Poom เป็นเหยื่อรายต่อไป
“ผมต้องไปหาอาจารย์ Khao” Poom บอก Nida ด้วยความมุ่งมั่น “ผมต้องทำให้เขาชดใช้… และทำลายบ่วงกรรมนั้นทิ้งเสีย”
Nida ลังเล “คุณบาดเจ็บหนัก Poom ปล่อยให้ตำรวจจัดการเถอะ”
“ไม่ Nida” Poom ส่ายหน้าอย่างช้า ๆ “นี่ไม่ใช่คดีทางโลก มันเป็นเรื่องของ ผลกรรม ผมต้องเป็นคนจัดการเอง… เพื่อ Korn และเพื่อผมเอง”
เมื่ออาการดีขึ้น Poom ก็ออกจากโรงพยาบาล เขาผอมลง กล้ามเนื้อที่เคยพองโตหายไปหมดสิ้น เขากลายเป็นชายหนุ่มธรรมดา ๆ ที่ร่างกายอ่อนแอ แต่สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและความเข้าใจในชีวิตมากขึ้น
Poom ขับรถกลับไปยังบ้านไม้เก่าในป่าทึบ แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ไปในฐานะผู้แสวงหาพลัง แต่ไปในฐานะ ผู้ทำลาย เขาไม่ได้พกอาวุธใด ๆ ไปเลย สิ่งที่เขาพกไปมีเพียง เจตจำนง ที่ได้รับการปลดปล่อยแล้ว
เมื่อ Poom ไปถึง บ้านไม้เก่ากลับ ว่างเปล่า ไม่มีอาจารย์ Khao ไม่มีเครื่องราง และไม่มีกลิ่นธูปเหม็นสาบหลงเหลืออยู่เลย ราวกับว่าอาจารย์ Khao ได้อันตรธานหายไปทันทีหลังจากที่ Korn ถูกขับไล่ออกไป
Poom เดินเข้าไปในบ้านที่ว่างเปล่า เขาสังเกตเห็นว่าที่กลางห้องที่มีแท่นบูชาเก่าแก่ ตอนนี้เหลือเพียง รอยไหม้สีดำ รูปทรงคล้ายมนุษย์ที่กำลังก้มหน้าอยู่
Poom ยืนนิ่ง มองไปยังรอยไหม้นั้น แล้วเขาก็ตระหนักถึง ความจริงสุดท้าย ที่โหดร้ายที่สุดที่อาจารย์ Khao ซ่อนไว้
อาจารย์ Khao ไม่ได้แค่ถ่ายโอนพลังงานของ Korn แต่ในพิธีสุดท้ายที่ Poom ได้รับการถ่ายทอดพลังนั้น อาจารย์ Khao ได้ ผนึก วิญญาณของ Korn ไว้กับ Poom เพื่อให้ Korn สามารถกลับมาได้ทุกครั้งที่ Poom อ่อนแอ
แต่เมื่อ Poom ตัดสินใจ ทำลาย ร่างกายที่สมบูรณ์แบบนั้นลงด้วยการทับเหล็กหนัก มันไม่ได้เพียงแค่ขับไล่ Korn แต่ยังได้ทำลาย แหล่งพลังงานหลัก ที่อาจารย์ Khao ใช้ในการกักเก็บวิญญาณทั้งหมดไว้ด้วย
Poom มองไปรอบ ๆ และเห็นภาพหลอนเล็ก ๆ ที่ปรากฏขึ้น: เงาของ Korn ที่ยืนอยู่ตรงรอยไหม้ ร่างกายผอมแห้ง แต่ครั้งนี้ใบหน้าของเขากลับ สงบ
“ขอบคุณ Poom…” เสียงกระซิบที่ไม่เย็นยะเยือกอีกต่อไป ดังขึ้นเบา ๆ ในอากาศ แล้วเงาของ Korn ก็สลายหายไปพร้อมกับสายลม
Poom เดินออกมาจากบ้านไม้เก่าด้วยความรู้สึกที่เหมือนกับได้ แบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า แล้วเพิ่งจะถูกปลดปล่อย เขาไม่ได้รู้สึกเสียใจที่สูญเสียกล้ามเนื้อหรือชื่อเสียงแชมป์โลก แต่รู้สึกถึงความบริสุทธิ์ของจิตวิญญาณที่กลับคืนมา
เขากลับไปที่โรงยิมที่บ้าน ซึ่งตอนนี้ถูกปิดล็อกไว้ เขายืนอยู่หน้าประตูเหล็ก มองเข้าไปในความมืดที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ดูเงียบสงบ มันไม่เหมือนคุกอีกต่อไป แต่เป็นเหมือน อนุสรณ์สถาน ของความโลภและความบ้าคลั่งที่เกือบจะทำลายชีวิตเขา
Poom ตัดสินใจที่จะ ทำลาย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางแห่งความมืดนี้ เขาเริ่มจากการขายอุปกรณ์ออกกำลังกายที่หนักและใหญ่โตทั้งหมดทิ้งไป แม้แต่บาร์เบลสี่ร้อยกิโลกรัมที่เขาใช้เป็นอาวุธสุดท้ายในการต่อสู้กับ Korn ก็ถูกส่งไปหลอมใหม่ทั้งหมด
Nida ช่วยเขาทำความสะอาดโรงยิม ทุกครั้งที่เธอมองไปที่ Poom รอยยิ้มของเธอก็เต็มไปด้วยความสงบสุขที่หาได้ยาก Poom ค่อย ๆ ใช้เวลาอยู่กับ Nida มากขึ้น พวกเขาทำกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้พละกำลัง แต่ใช้ ความรู้สึก และ ความเข้าใจ แทน
คืนหนึ่ง ขณะที่ทั้งคู่นั่งดูโทรทัศน์ด้วยกัน Poom ก็สัมผัสถึง รอยสักรูปโซ่ ที่แขนของเขา มันไม่ได้ร้อน ไม่ได้บีบรัด แต่จู่ ๆ มันก็ จางหายไป อย่างช้า ๆ ราวกับภาพวาดที่ถูกลบด้วยยางลบ
“มันหายไปแล้ว Nida” Poom กระซิบด้วยความประหลาดใจ
Nida มองไปที่แขนของเขา และเธอก็เห็นว่ารอยสักที่เป็นโซ่พันธนาการนั้นได้หายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่เหลือแม้แต่รอยแผลเป็น Poom รู้สึกได้ว่า พันธนาการสุดท้าย ที่ผูกมัดเขากับอดีตได้ถูกทำลายลงแล้ว
แต่แล้ว… เรื่องราวกลับไม่ได้จบลงง่าย ๆ
Poom ได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง จ่าหน้าซองถึงเขาโดยไม่มีชื่อผู้ส่ง เมื่อเปิดออก ข้างในเป็นเพียง ภาพถ่าย ใบหนึ่ง — ภาพถ่ายของ Ajarn Khao ที่กำลังยืนอยู่ข้าง ๆ ชายหนุ่มร่างใหญ่ คนหนึ่งที่ดูเหมือน Poom ในอดีต กำลังยกถ้วยรางวัลอย่างภาคภูมิใจ
แต่ชายหนุ่มในภาพนั้นไม่ใช่ Poom แต่เป็นนักกีฬาคนใหม่ที่มีใบหน้าอ่อนเยาว์และดวงตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน
และสิ่งที่น่าตกใจที่สุดก็คือ รอยสักรูปโซ่นั้นได้ปรากฏอยู่บนแขนของนักกีฬาคนใหม่คนนั้นแล้ว!
Poom สูดหายใจเข้าลึก เขาตระหนักได้ทันทีว่าบ่วงกรรมไม่ได้ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง มันแค่ถูกถ่ายโอนไปยังเหยื่อรายใหม่! Ajarn Khao ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่หาเหยื่อรายใหม่ที่ความโลภยังไม่ถูกกัดกิน
“ไม่… เขาทำแบบนี้ซ้ำอีกแล้วเหรอ?” Poom พูดเสียงเบาหวิว ความรู้สึกผิดเข้าท่วมท้นหัวใจ เขาเคยเป็นส่วนหนึ่งของวงจรอุบาทว์นี้
Nida เดินเข้ามาเห็นภาพถ่ายนั้น เธอกอด Poom ไว้แน่น “คุณหยุดเขาไม่ได้ Poom คุณพยายามมากพอแล้ว”
“แต่ผมรู้ว่าความเจ็บปวดนั้นมันเป็นยังไง Nida” Poom กล่าว “ผมรู้ว่าการถูกควบคุมมันทรมานแค่ไหน… ผมต้องเตือนเขา!”
Poom รู้ดีว่าการติดต่อกับชายคนนั้นเป็นการเสี่ยงอย่างมาก เขาอาจจะถูกมองว่าเป็นคนบ้าหรือเป็นคู่แข่งที่อิจฉา แต่ Poom ไม่สามารถทนให้คนอื่นต้องตกเป็นทาสของความโลภเหมือนที่เขาเคยเป็นได้
เขาใช้ข้อมูลจากภาพถ่ายและชื่อของเวทีประกวด ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับนักกีฬาคนนั้น และพบว่าเขามีกำหนดจะลงแข่งในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า นี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะเตือนเขา
Poom ตัดสินใจกลับไปที่โลกของการแข่งขันอีกครั้ง… ไม่ใช่ในฐานะผู้แข่ง แต่ในฐานะผู้ไถ่บาป
สองสัปดาห์ต่อมา Poom และ Nida เดินทางไปยังเวทีการแข่งขันเพาะกายระดับภูมิภาค สถานที่ที่ Poom เคยคว้าชัยชนะและเริ่มต้นความฝันอันเลวร้ายนี้ Poom ไม่ได้อยู่ในชุดที่แสดงกล้ามเนื้ออีกต่อไป แต่ใส่เสื้อยืดธรรมดาที่ปิดบังร่างกายที่อ่อนแอและเต็มไปด้วยร่องรอยของการต่อสู้
Non (นนท์) คือชื่อของนักกีฬาคนใหม่ที่ Ajarn Khao ได้เลือกไว้ Non ยืนอยู่หลังเวทีด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดและกล้ามเนื้อที่พองโตอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ Poom เห็นบางสิ่งที่เขาคุ้นเคยในดวงตาของ Non – ความกลัว และ ความบ้าคลั่ง ที่ถูกบ่มเพาะด้วยความโลภ
Poom เดินเข้าไปหา Non ท่ามกลางความวุ่นวายหลังเวที
“Non! หยุดเดี๋ยวนี้!” Poom พูดเสียงดัง แต่ Non มองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
“แกเป็นใคร? ออกไปจากตรงนี้ ฉันกำลังเตรียมตัว!” Non ตอบกลับด้วยเสียงที่ห้วนจัด
“ฉันคือ Poom แชมป์เก่า… ฉันรู้ว่าแกกำลังใช้อะไรอยู่” Poom ลดเสียงลงเป็นกระซิบ “ฉันเห็นรอยสักที่แขนของแกแล้ว! นั่นมัน บ่วงกรรมพละกำลัง มันจะทำลายชีวิตแก!”
Non ตกใจจนตัวแข็ง เขารีบก้มมองไปที่แขนของตัวเอง รอยสักรูปโซ่ถูกปิดบังด้วยสีแทนที่ใช้ทาทับอย่างหนาแน่น แต่เขารู้ว่ามันยังอยู่ตรงนั้น
“ไม่จริง! แกโกหก! ฉันฝึกฝนอย่างหนักเพื่อสิ่งนี้!” Non พยายามปฏิเสธ แต่ความลังเลปรากฏบนใบหน้า
“มันไม่ได้มาจากความพยายามของแก Non มันคือวิญญาณที่ถูกกักขัง! มันจะควบคุมแก… มันจะบังคับให้แกฝึกจนตาย!” Poom คว้าแขนของ Non ไว้แน่น “ดูฉันสิ! ฉันก็เคยเป็นเหมือนแก… แต่ฉันเลือกที่จะสูญเสียทุกอย่างเพื่อเป็นอิสระ!”
Non มอง Poom อย่างละเอียด ร่างกายที่อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัดของ Poom ยืนยันคำพูดของเขาได้ดีกว่าคำพูดใด ๆ Non เห็นร่องรอยของการต่อสู้ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่รอยบาดเจ็บจากการฝึกฝน
ในขณะที่ Non กำลังสับสน อาจารย์ Khao ก็ปรากฏตัวขึ้นจากมุมมืด ท่านมอง Poom ด้วยสายตาเย็นชาและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
“แกมาทำอะไรที่นี่ Poom? แกแพ้แล้ว… และแกกำลังพยายามทำลาย อนาคต ของคนอื่น” อาจารย์ Khao พูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงด้วยอำนาจ
“คุณทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาจารย์! คุณใช้ความฝันของผู้คนมาสร้างปีศาจ!” Poom ตะโกนใส่เขาด้วยความโกรธ
อาจารย์ Khao หันไปมอง Non “อย่าฟังเขา Non! เขากลัวที่จะเห็นแกประสบความสำเร็จ! ความเข้มแข็งที่แท้จริงคือการทำตามคำสั่ง… จงไปคว้าชัยชนะมาซะ แล้วแกจะได้รับพลังที่สมบูรณ์แบบ!”
Non สับสนอย่างหนักระหว่างความโลภที่ฝังรากไว้กับความกลัวที่ Poom ได้ปลูกฝังให้ แต่เขาก้มมองไปที่รอยสักรูปโซ่ที่แขนของตัวเอง แล้วนึกถึงความรู้สึกเจ็บปวดที่เขาต้องอดทนเมื่อพยายามจะหยุดพัก
Non ตัดสินใจแล้ว
แทนที่จะเดินออกไปที่เวที Non กลับ ถอด กางเกงเพาะกายของเขาออกกลางที่สาธารณะ จากนั้นเขาหยิบมีดที่ใช้ตัดผลไม้ที่เตรียมไว้หลังเวที กรีด ลงไปที่รอยสักรูปโซ่ที่แขนของเขาอย่างไม่ลังเล!
เลือด ไหลออกมาเป็นทาง ท่ามกลางความตกใจของผู้คนที่อยู่รอบข้าง
“ไม่! Non!” อาจารย์ Khao กรีดร้องด้วยความโกรธแค้น ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความตื่นตระหนกของการสูญเสียพลังงานอีกครั้ง
Non ทรุดตัวลงด้วยความเจ็บปวด แต่เขากลับยิ้มมอง Poom “ผมเชื่อคุณ Poom! ผมไม่ต้องการชัยชนะที่มาจากการเป็นทาส!”
Poom เห็นภาพนั้นแล้วรู้ว่า กรรม ได้ถูกส่งต่อจากเขาไปสู่ Non แต่ Non ได้เลือกที่จะทำลายมันด้วยตัวเอง การเสียสละเพื่ออิสรภาพ
อาจารย์ Khao มองดูรอยสักของ Non ที่กำลังปล่อย ควันสีดำ ออกมาอีกครั้งอย่างรุนแรง พลังของท่านอ่อนแอลงจนถึงขีดสุด ท่านล้มลงกับพื้นด้วยความอ่อนแรง ใบหน้าของท่านแก่ชราลงอย่างรวดเร็ว
“แกทำลายมัน… แกทำลายทุกอย่าง…” อาจารย์ Khao บ่นพึมพำอย่างสิ้นหวัง
Nida รีบวิ่งเข้ามาช่วย Non ท่ามกลางความโกลาหล Poom ยืนมองดูอาจารย์ Khao ที่ถูกทิ้งไว้เพียงลำพังบนพื้น ที่สุดแล้ว ความโลภ ก็กัดกินผู้ที่สร้างมันขึ้นมา
Poom และ Nida ไม่ได้รอผลการแข่งขัน พวกเขาพา Non ไปโรงพยาบาลและรายงานเรื่องอาจารย์ Khao ต่อทางการ ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบเรื่องยาเสพติดและพิธีกรรมที่ผิดกฎหมายในวงการกีฬา
หลายเดือนต่อมา Poom ไม่ได้เป็นแชมป์โลกอีกแล้ว แต่เขาเป็นเจ้าของโรงยิมขนาดเล็กที่มีชื่อว่า “The Willpower” โรงยิมที่สอนให้ผู้คนรู้จักกับความแข็งแกร่งที่แท้จริงที่มาจาก จิตใจ ไม่ใช่ กล้ามเนื้อ
Poom ยืนมองตัวเองในกระจก เขายังคงออกกำลังกาย แต่เป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เพื่อความสุข และเพื่ออยู่เคียงข้าง Nida ร่างกายของเขาไม่สมบูรณ์แบบ แต่ จิตวิญญาณของเขาเป็นอิสระ
Non กลายเป็นเพื่อนที่ดีของ Poom เขาไม่ได้กลับไปแข่งขันเพาะกาย แต่มาเป็นโค้ชในโรงยิมของ Poom สอนเรื่องความเสี่ยงของความโลภและให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพที่แท้จริง
Poom มอง Nida ที่กำลังสอนโยคะอยู่ในห้องข้าง ๆ รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความสงบสุขที่เขาไม่เคยรู้จักในสมัยที่เขาเป็นแชมป์โลก
ชัยชนะที่แท้จริงไม่ใช่การยกเหล็กให้หนักที่สุด แต่คือการวางความโลภลงและยอมรับความอ่อนแอในฐานะส่วนหนึ่งของความเข้มแข็งของมนุษย์