ตุ๊กตาเย็บปาก: ทายาทแห่งคำสาป
ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ หายใจด้วยฝุ่น
กลิ่นของมันคือกลิ่นของผ้าป่านดิบ กาว และความเหงาที่จับตัวเป็นก้อน
นี่คือโลกทั้งใบของไหม
บนพื้นพรมเก่าๆ ที่สีซีดจนแทบไม่เหลือลวดลายเดิม เธอนั่งขดตัวอยู่ท่ามกลางผลงานของเธอ… ครอบครัวของเธอ
ตุ๊กตาผ้าหลายสิบตัวจ้องมองเธอจากทุกมุมห้อง
พวกมันนั่งอยู่บนชั้นหนังสือไม้ราคาถูก บนขอบหน้าต่างที่รอยยาแนวเริ่มปริแตก บนหัวเตียงเหล็กเย็นเฉียบ
และพวกมันทั้งหมด… กำลังยิ้ม
รอยยิ้มที่ถูกเย็บตรึงด้วยด้ายสีดำเส้นหนา ปากของพวกมันโค้งขึ้นเป็นรอยพระจันทร์เสี้ยวที่ผิดธรรมชาติ
ไหมกำลังทำงานกับสมาชิกใหม่
มือเรียวขาวของเธอ… ที่มีรอยเข็มทิ่มตำจนเป็นจุดแดงเล็กๆ… กำลังทำงานอย่างคล่องแคล่ว
เข็มเล่มเล็กสอดแทงทะลุเนื้อผ้าครั้งแล้วครั้งเล่า
ฉึก…
ฉึก…
ฉึก…
เสียงเดียวที่ทำลายความเงียบงันภายในห้อง
เธอไม่ได้กำลังเย็บเสื้อผ้า… เธอไม่ได้กำลังเย็บแผล…
เธอกำลังเย็บ “ดวงตา”
ดวงตาที่ทำจากกระดุมสีดำสนิทสองเม็ด
เธอเชื่อว่าตุ๊กตาจะไม่สมบูรณ์หากไม่มีดวงตา… พวกมันจะมองไม่เห็นเธอ พวกมันจะไม่สามารถ “เป็นพยาน” ให้กับชีวิตของเธอได้
ไหมเป็นเด็กกำพร้า เติบโตมาในสถานสงเคราะห์ที่สอนให้เธอรู้ว่า “ครอบครัว” คือสิ่งที่ต้องสร้างขึ้นเอง ไม่ใช่สิ่งที่ได้รับมา
และนี่คือครอบครัวที่เธอสร้าง… เงียบงัน… ซื่อสัตย์… และยิ้มเสมอ
เธอทำงานฝีมือเหล่านี้ส่งขายตามร้านค้าเล็กๆ ในตลาดนัด มันเป็นรายได้เพียงน้อยนิดที่พอให้เธอยังเช่าห้องเล็กๆ นี้อยู่ได้
ความโดดเดี่ยวคือผ้าห่มผืนหนาที่ห่อหุ้มเธอไว้เสมอ… จนกระทั่ง “เขา” ก้าวเข้ามา
เสียงลูกบิดประตูหมุนดัง “คลิก”
ไหมสะดุ้งสุดตัว เข็มในมือทิ่มเข้าที่ปลายนิ้วของเธอเอง
เลือดหยดหนึ่งผุดขึ้นมา… สีแดงสดตัดกับผิวขาวซีดของเธอ
เธอยกนิ้วขึ้นดูดแผลตามสัญชาตญาณ… ขณะที่ประตูห้องเปิดอ้าออก
แสงสว่างจากโถงทางเดินสาดจ้าเข้ามาในห้องที่มืดสลัว… เผยให้เห็นเงาร่างสูงของบุรุษผู้มาเยือน
“ณัฐ”
เขาคือขั้วตรงข้ามของทุกสิ่งในห้องนี้
ในขณะที่ห้องนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอับและฝุ่นผ้า… ตัวเขากลับหอมกรุ่นด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพง… กลิ่นของโลกภายนอก… กลิ่นของความสำเร็จ
ในขณะที่เธอมักจะสวมเสื้อยืดเก่าๆ… เขากลับสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบกริบที่ขาวจนแสบตา
“ทำงานหนักอีกแล้วนะ ที่รัก” ณัฐกล่าว เสียงของเขานุ่มทุ้ม… เหมือนดนตรีที่เธอไม่เคยได้ยินในวัยเด็ก
เขาก้าวเข้ามาในห้อง แสงไฟจากโถงทางเดินดับวูบลงเมื่อประตูปิด… ทิ้งให้ความสลัวกลับมาครอบงำห้องอีกครั้ง
ณัฐเปิดไฟในห้อง… แสงสีส้มอ่อนจากหลอดไฟเก่าๆ สาดส่องลงมา
เขาเดินเข้ามากอดไหมจากด้านหลัง… ไออุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านทะลุเสื้อยืดบางๆ ของเธอ
ไหมหลับตาลง… ผ่อนคลายในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งนี้ นี่คือที่เดียวในโลกที่เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างแท้จริง
“ผมซื้อของโปรดมาให้” เขากระซิบข้างหูเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำให้เธอขนลุกซู่
เขาคลายอ้อมกอด… และยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลเล็กๆ ให้เธอ
ข้างในคือ… “ขนมปังสังขยา” จากร้านเจ้าประจำที่เธอเคยบอกเขาว่าชอบ
แค่ครั้งเดียว… เธอจำได้ว่าเคยพูดถึงมันแค่ครั้งเดียวตอนที่เดินผ่านร้านนั้นด้วยกัน
แต่เขาจำได้
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้… คือสิ่งที่มัดใจเธอไว้จนดิ้นไม่หลุด
“ขอบคุณค่ะ” เธอพึมพำ ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวด้วยความสุข
เธอมองเขา… ผู้ชายที่หล่อเหลา… ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ… ผู้ชายที่เลือกเธอ… เด็กกำพร้าธรรมดาๆ คนหนึ่ง
มันเหมือนฝัน… ฝันที่ดีเกินจริงจนเธอกลัวว่าตัวเองจะตื่น
“นั่งลงก่อนสิครับ” เขายิ้ม… รอยยิ้มที่ทำให้ดวงตาของเขาส่องประกาย “วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญจะให้คุณดู”
ไหมรีบเก็บกวาดกองผ้าและด้ายบนพื้นพรม… ปัดฝุ่นบนโซฟาเก่าๆ ที่สปริงยุบตัว… ตัวเดียวในห้อง
ณัฐนั่งลง… และดึงเธอลงนั่งข้างๆ เขา
เขาไม่ได้หยิบพิมพ์เขียวออกมาทันที… เขาแค่กุมมือเธอไว้
“ไหม…” เขาเริ่มพูด “จำได้ไหมว่าผมเคยบอกคุณว่า… ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมคืออะไร”
ไหมพยักหน้าช้าๆ “คุณอยากมี… ธุรกิจเป็นของตัวเอง… ที่มั่นคง”
“ใช่… แต่มันมากกว่านั้น” เขาพูด “ผมไม่ได้อยากได้ธุรกิจ… ผมอยากได้ อนาคต… อนาคต… ที่มีคุณอยู่ด้วย”
หัวใจของไหมเต้นแรง
เขาหยิบม้วนกระดาษขนาดใหญ่ที่เสียบอยู่ในกระเป๋าเอกสารหนังราคาแพงของเขาออกมา
เขาวางมันลงบนโต๊ะกาแฟตัวเล็กๆ… แล้วคลี่มันออกอย่างช้าๆ
มันคือพิมพ์เขียว…
ไม่ใช่พิมพ์เขียวธรรมดา… แต่มันคือแบบร่างของรีสอร์ตหรูขนาดเล็ก… ตั้งอยู่ริมชายหาดที่ไหนสักแห่ง
มีสระว่ายน้ำ… มีบ้านพักเป็นหลังๆ… และมี… บ้านหลังเล็กๆ ที่แยกออกมาต่างหาก… มีรั้วสีขาวล้อมรอบ
“นี่คือ…” ไหมพูดเสียงสั่น
“โครงการของเราครับ” ณัฐตอบ “ผมซุ่มทำมันมาหลายเดือนแล้ว… ที่ดินที่ชลบุรี… ผมเพิ่งเจรจาสำเร็จ”
ไหมเอามือทาบอก… เธอไม่อยากจะเชื่อสายตา
“แต่… คุณณัฐ… นี่มัน…”
“ผมรู้… มันใหญ่มาก” เขายิ้ม “แต่มันคือสิ่งที่เราสมควรได้รับ”
เขาชี้ไปที่บ้านหลังเล็กๆ ที่มีรั้วสีขาว “และนั่น… คือบ้านของเรา”
คำว่า “บ้านของเรา”
มันคือคำวิเศษ… คำที่สามารถสลายกำแพงทุกอย่างในใจของไหม
เธอไม่เคยมี “บ้าน”
“มันจะเป็นที่ที่เราสร้างครอบครัวกันจริงๆ เสียทีนะไหม… ที่ที่มีสนามหญ้าให้ลูกๆ วิ่งเล่น… ที่ที่คุณไม่ต้องมานั่งเย็บตุ๊กตาในห้องแคบๆ อับๆ แบบนี้อีกต่อไป”
น้ำตาเริ่มคลอหน่วยที่ดวงตาของเธอ
ณัฐดึงเธอเข้าไปกอด… จูบที่หน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน
“ผมสัญญา… อีกไม่นานนี้… เราจะมีทุกอย่าง”
ไหมซบหน้าลงกับอกของเขา… สูดกลิ่นน้ำหอมของเขาเข้าไปเต็มปอด… เธอเชื่อเขาทุกคำพูด
เธอยอมแลกทุกอย่างเพื่อวินาทีนี้… เพื่ออนาคตที่เขากำลังวาดให้เธอเห็น
หลังจากปล่อยให้เธอจมอยู่ในความฝันสักพัก… เขาก็ค่อยๆ คลายอ้อมกอด
สีหน้าของเขา… จริงจังขึ้นเล็กน้อย
“แต่…” เขาเริ่มพูด… และถอนหายใจยาว
ไหมใจหายวาบ “มีอะไรเหรอคะ”
“มันมีปัญหานิดหน่อยครับ… ที่รัก” เขาพูดพลางลูบผมเธอ “เรื่องปกติของธุรกิจใหญ่… มันเป็นเรื่อง… เอกสาร… การวิ่งเต้น… คุณก็รู้”
เขาลุกขึ้นยืน… เดินไปที่หน้าต่าง… ทำท่าเหมือนกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก
“ผมต้องการเงินทุนหมุนเวียนก้อนสุดท้าย… เพื่อเร่งรัดให้โครงการมันอนุมัติเร็วขึ้น… จ่ายค่าธรรมเนียมใต้โต๊ะ… อะไรทำนองนั้น”
“ถ้าผมได้เงินก้อนนี้มา… ทุกอย่างจะจบภายในอาทิตย์หน้า… สัญญาจะถูกเซ็น… และเราจะเริ่มก่อสร้างได้ทันที”
ไหมนั่งนิ่ง… เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าเขากำลังจะพูดอะไร
“มันเป็นเงินก้อนที่ค่อนข้างใหญ่… และผมหมุนไม่ทันจริงๆ… เงินของผมทั้งหมดจมไปกับค่าที่ดินแล้ว”
เขากลับมานั่งข้างเธออีกครั้ง… จับมือเธอไว้แน่น
ดวงตาของเขาจ้องมองเธออย่างลึกซึ้ง… อ้อนวอน
“ผมรู้ว่ามันมากเกินไปที่จะขอ… ผมรู้ว่าคุณก็ลำบาก… แต่…”
“ฉันมีค่ะ”
ไหมพูดออกไป… ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากขอ
ณัฐเบิกตากว้าง… ทำท่าเหมือนตกใจ
“อะไรนะครับ”
“ฉันมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่ง” ไหมพูด เสียงของเธอเบาแต่หนักแน่น “ไม่มากหรอกค่ะ… แต่มันเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่ฉันมี”
เธอหมายถึง… เงินประกันชีวิตของพ่อแม่
เงินก้อนเดียวที่ทางสถานสงเคราะห์เก็บไว้ให้เธอจนกระทั่งเธออายุครบสิบแปด… เงินที่เธอไม่เคยกล้าแตะต้อง… เงินที่เปรียบเสมือนเครื่องยึดเหนี่ยวเดียวที่เธอมีกับอดีต
ณัฐส่ายหน้าทันที
“ไม่… ไหม… ไม่ครับ… ผมรับเงินนั้นไม่ได้” เขาพูดอย่างจริงจัง “นั่นมันเงินของคุณ… เงินสำคัญ… เงินของพ่อแม่คุณ”
การที่เขา “ปฏิเสธ” อย่างหนักแน่น… มันกลับยิ่งทำให้ไหมรู้สึกว่าเธอต้อง “ช่วย”
นี่คือจิตวิทยาการต้อนเหยื่อขั้นสูงสุด
“แต่มันก็คือเงินของเราไม่ใช่เหรอคะ” เธอแย้ง “คุณบอกเองว่านี่คืออนาคตของเรา… ถ้ามันจะช่วยให้เราได้ ‘บ้าน’ เร็วขึ้น… ฉันก็เต็มใจ”
“ที่รัก… แต่ผม…”
“อย่าปฏิเสธเลยค่ะ” ไหมเอานิ้วแตะที่ริมฝีปากของเขา “ถือซะว่า… นี่คือการลงทุนครั้งแรกของฉัน… ในครอบครัวของเรา”
ณัฐนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่…
ดวงตาของเขาสั่นไหว… ราวกับกำลังซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหล (นั่นคือสิ่งที่ไหมเห็น)
แต่ในเสี้ยววินาทีที่เธอกะพริบตา… แววตาแห่ง “ชัยชนะ” ก็วาบผ่านไป… เร็วเกินกว่าที่เธอจะจับสังเกตได้
“คุณแน่ใจนะ” เขาถามเสียงเครือ
ไหมพยักหน้าอย่างมั่นคง
“ผมไม่รู้จะพูดยังไงเลย… คุณคือผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลก” เขาดึงเธอเข้าไปกอดแน่น… แน่นจนเธอแทบหายใจไม่ออก
“ผมสัญญา… ผมสัญญาด้วยเกียรติของผม… ทันทีที่โครงการอนุมัติ… ผมจะคืนเงินให้คุณเป็นสองเท่า!”
“ฉันไม่ต้องการเงินคืนหรอกค่ะ” เธอกระซิบ “ฉันแค่ต้องการคุณ… และบ้านของเรา”
“ผมรักคุณนะไหม… รักที่สุด”
คืนนั้น… พวกเขานอนกอดกันบนเตียงเหล็กแคบๆ… พูดคุยถึงอนาคต… ถึงสีของผ้าม่านในบ้านหลังใหม่… ถึงชื่อของลูกคนแรก
มันคือคืนที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของไหม
เช้าวันรุ่งขึ้น… สดใสกว่าทุกวัน
ณัฐตื่นแต่เช้า… เขาอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดที่เนี้ยบที่สุด
“ผมต้องรีบไปจัดการเอกสารเลย” เขายิ้ม “ตื่นเต้นจนรอไม่ไหวแล้ว”
ไหมตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม… เธอโอนเงินทั้งหมดในบัญชีของเธอ… เงินประกันชีวิตของพ่อแม่… ผ่านแอปพลิเคชันในมือถือ… ไปยังเลขที่บัญชีที่ณัฐส่งให้
ตัวเลขในบัญชีของเธอ… กลายเป็น “0.00”
เธอรู้สึกโหวงๆ ในท้องเล็กน้อย… แต่วินาทีต่อมา… สลิปการโอนเงินก็เด้งขึ้นมาพร้อมกับข้อความจากณัฐ
“ได้รับแล้วครับที่รัก! คุณคือทุกสิ่งทุกอย่างของผม!”
ความรู้สึกโหวงหวิวนั้นหายไปทันที… ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นในหัวใจ
ณัฐรีบร้อนเก็บกระเป๋าเอกสาร
“ผมต้องรีบไปชลบุรีเลยนะ… ไปเคลียร์กับพวกผู้รับเหมา” เขาก้มลงจูบหน้าผากเธอ “อาจจะสักสองสามวัน… ห้ามคิดถึงผมมากนะ”
“เดินทางปลอดภัยนะคะ” เธอยิ้มให้
เขาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่… “รอผมกลับมานะ… เราจะไปฉลองใหญ่กัน”
เขาก้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว… ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ และคำสัญญาที่หอมหวาน
ไหมยืนอยู่ที่หน้าประตู… มองตามแผ่นหลังของเขาจนลับสายตา
เธอปิดประตู… ล็อคกลอน
ความเงียบ… กลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง
แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด
มันคือความเงียบ… ที่เต็มไปด้วยความหวัง
เธอฮัมเพลงเบาๆ… เดินไปหยิบตุ๊กตาตัวที่ทำค้างไว้
เธอมองหน้าตุ๊กตา… ที่ยังไม่มีรอยยิ้ม
“อีกไม่นานนะ… พวกเราจะได้ย้ายไปอยู่บ้านใหม่กันแล้ว”
เธอพึมพำกับตุ๊กตา… ก่อนจะลงมือเย็บต่อ
วันแรกผ่านไป…
ไหมใช้เวลาทั้งวันวางแผน… เธอร่างแบบผ้าม่านสำหรับ “บ้าน” ของพวกเขาลงในสมุดบันทึกเก่าๆ
เธอลองส่งข้อความหาณัฐตอนเย็น
“ถึงหรือยังคะ เป็นยังไงบ้าง”
…
ไม่มีการตอบกลับ
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย… แต่ก็ปลอบใจตัวเอง
“เขาคงยุ่งมาก… ขับรถเหนื่อยๆ คงหลับไปแล้ว”
คืนนั้น… เธอนอนกอดตุ๊กตาตัวหนึ่งไว้แนบอก… หลับฝันดีถึงชายหาดและรั้วสีขาว
วันที่สอง…
เธอตื่นขึ้นมาด้วยความสดใส… หวังว่าจะเห็นข้อความตอบกลับจากเขา
…ยังคงว่างเปล่า…
ความกังวลเล็กๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
เธอโทรหาเขา
เสียงรอสายดังขึ้น… ตู๊ด… ตู๊ด… ตู๊ด…
…และตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความเสียง
“สวัสดีครับ ผมณัฐ ตอนนี้ไม่สะดวกรับสาย…”
ไหมวางสายทันที… หัวใจของเธอเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ
เขาอาจจะแบตหมด… หรืออยู่ในที่ที่ไม่มีสัญญาณ… ใช่… ชลบุรีบางพื้นที่ก็ไม่มีสัญญาณจริงๆ
เธอพยายามทำตัวให้ยุ่ง… เย็บตุ๊กตา… แต่เข็มมันทิ่มนิ้วเธอบ่อยขึ้น
ตอนบ่าย… เธอโทรหาเขาอีกครั้ง
คราวนี้… มันแตกต่างออกไป
“ไม่สามารถติดต่อเลขหมายปลายทางได้ในขณะนี้…”
โทรศัพท์… ปิดเครื่อง
ความเย็นเยียบแล่นวาบไปทั่วกระดูกสันหลังของเธอ
“ไม่… ไม่เป็นไร… เขาอาจจะแค่ต้องการสมาธิ… เขาบอกว่างานมันเครียด”
เธอพยายามปฏิเสธความจริงที่กำลังคืบคลานเข้ามา
เธอเดินวนไปวนมาในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ…
ตุ๊กตาผ้าหลายสิบตัวบนชั้นวาง… รอยยิ้มที่ถูกเย็บตรึงของพวกมัน…
บัดนี้… มันดูเหมือนกำลัง…
…เยาะเย้ยเธอ
วันที่สาม… คือวันที่โลกเริ่มปริแตก
ไหมไม่ได้นอนเลยทั้งคืน
เธอนั่งจ้องโทรศัพท์มือถือ… จ้องจนดวงตาพร่ามัว… จ้องจนแบตเตอรี่ลดเหลือขีดสุดท้าย
“ไม่สามารถติดต่อเลขหมายปลายทางได้ในขณะนี้…”
ประโยคเดิมๆ… เสียงสังเคราะห์ที่ไร้อารมณ์… มันตอกย้ำความล้มเหลวของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เธอพยายามโทรหาเขา… ทุกๆ ชั่วโมง…
และทุกครั้งที่ล้มเหลว… ความหวาดกลัวก็ยิ่งกัดกินหัวใจของเธอมากขึ้น
“เขาอาจจะประสบอุบัติเหตุ…” ความคิดนั้นแวบเข้ามา… ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
ความรักที่เธอมีให้เขามันมากพอ… ที่จะทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดแทนที่จะโกรธเคือง
เธอสวดมนต์… ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยเชื่อในพระเจ้า…
“ขอให้เขาปลอดภัย… ขอแค่ให้เขาปลอดภัย…”
เธอพยายามนึก… เขาเคยให้เบอร์ติดต่อใครไว้บ้างไหม? เพื่อน? ครอบครัว?
…ไม่มี…
เธอมารู้ตัวเอาตอนนี้เองว่า… ตลอดเวลาที่คบกัน… เขาไม่เคยพูดถึงครอบครัวของเขาเลย
เขาบอกแค่ว่าเขา “ตัวคนเดียว” เหมือนเธอ…
นั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกเชื่อมโยงกับเขาอย่างลึกซึ้ง…
…หรือว่านั่น… ก็เป็นอีกหนึ่งคำโกหก?
เธอสะบัดหัว… ไล่ความคิดชั่วร้ายนั้นออกไป “ไม่… เขาไม่ใช่คนแบบนั้น… เขารักฉัน”
เธอต้องหาหลักฐาน… เธอต้องทำอะไรสักอย่าง…
เธอเริ่มค้นห้อง… ค้นหาสิ่งของของเขาที่อาจหลงเหลืออยู่
แต่ณัฐเป็นคนเนี้ยบ… เขาไม่เคยทิ้งอะไรไว้
ไม่มีแปรงสีฟัน… ไม่มีเสื้อผ้า… ไม่มีเอกสาร…
ราวกับว่า… เขาไม่เคย “อาศัย” อยู่ที่นี่จริงๆ… เขาเป็นเพียง “แขก” ที่แวะมา… แล้วก็ไป
เธอยิ่งค้น… ก็ยิ่งใจหาย
มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาทิ้งไว้…
ขนมปังสังขยา… ที่เธอไม่ได้กิน…
ตอนนี้มันวางแห้งแข็งอยู่บนโต๊ะกาแฟ… ข้างๆ พิมพ์เขียวรีสอร์ตในฝัน
เธอหยิบพิมพ์เขียวนั้นขึ้นมาดู…
ภาพบ้านรั้วสีขาว… ที่เคยวาดฝัน… บัดนี้มันดูเหมือนภาพวาดล้อเลียน
มันคือภาพของ “กับดัก”
น้ำตาหยดแรกร่วงหล่น… หยดลงบนกระดาษ… ทำให้หมึกพิมพ์เขียวซึมเบลอ
ก๊อก… ก๊อก… ก๊อก…
เสียงเคาะประตูดังขึ้น!
ไหมสะดุ้งสุดตัว! หัวใจของเธอพุ่งไปที่คอหอย
“คุณณัฐ!”
เธอวิ่งไปที่ประตู… ด้วยความหวังทั้งหมดที่เหลืออยู่…
เธอไม่ได้ส่องตาแมว… เธอรีบปลดล็อคและกระชากประตูเปิดออก!
…ไม่ใช่เขา…
ชายร่างท้วม… เจ้าของอพาร์ตเมนต์… ยืนทำหน้าบูดบึ้งอยู่หน้าห้อง
ในมือของเขาถือสมุดบัญชีเล่มหนา
ความหวังที่พุ่งขึ้นสูงเมื่อครู่… ร่วงหล่นกระแทกพื้นจนแหลกสลาย
“อ้าว… นึกว่าไม่อยู่” เขาพูดเสียงห้วน “เห็นเงียบไปหลายวัน”
“มีอะไรเหรอคะ” ไหมถามเสียงสั่น… พยายามซ่อนความผิดหวัง
“ก็เรื่องเดิมๆ นั่นแหละ” เขาถอนหายใจยาว “ค่าเช่า… สามเดือนแล้วนะคุณ”
“คะ?” ไหมทวนคำ… เหมือนหูอื้อไปชั่วขณะ “สามเดือนเหรอคะ?”
“ใช่! สามเดือน!” เขาเริ่มขึ้นเสียง “นี่มันจะเข้าเดือนที่สี่แล้วนะ”
“แต่… แต่ฉันให้เงินคุณณัฐไปแล้วทุกเดือนนี่คะ…” เธอเถียง “เขาบอกว่าเขาจัดการจ่ายให้เรียบร้อยแล้ว…”
เจ้าของห้องหัวเราะเยาะออกมาดังลั่น
“ณัฐ? ไอ้แฟนตัวดีของคุณน่ะเหรอ!” เขาชี้หน้าเธอ “คุณนี่มันโง่จริงๆ เลยนะ… ผมไม่เห็นเงินจากมันมาสามเดือนแล้ว!”
“ไม่จริง…” ไหมส่ายหน้า… ขาของเธอเริ่มสั่น
“ไม่จริงอะไร! นี่ไงหลักฐาน!” เขาเปิดสมุดบัญชีให้เธอดู… ชื่อห้องของเธอ… ถูกขีดเส้นใต้สีแดงไว้สามบรรทัดติด
“ผมโทรหามัน… มันก็ปิดเครื่องหนี… เหมือนที่มันทำประจำ”
“เขา… เขาแค่ไปทำงานต่างจังหวัดค่ะ… เขาอาจจะลืม…” ไหมพยายามแก้ตัวแทน… แม้ว่าเสียงของเธอจะแทบไม่เหลือความมั่นใจ
“ต่างจังหวัด? หรือต่างประเทศไปแล้วก็ไม่รู้!” เจ้าของห้องตะคอก “ผมไม่สนหรอกนะ… ว่าคุณจะโดนมันหลอก… หรือคุณจะร่วมมือกับมันหลอกผม”
“ไม่ใช่นะคะ! ฉันไม่ได้…”
“ผมให้เวลาคุณถึงพรุ่งนี้เที่ยง!” เขาตัดบทอย่างเย็นชา “ถ้าเงินค่าเช่าสามเดือน… บวกค่าปรับ… ยังไม่มาวางบนโต๊ะผม… ผมจะขนของของคุณโยนออกไปกองที่ถนน… และผมจะแจ้งตำรวจจับคุณข้อหาฉ้อโกง!”
เขาไม่รอฟังคำตอบ… เขาหันหลังเดินกระแทกเท้าจากไป
ประตูห้องของไหมยังคงเปิดอ้า…
ไหมยืนนิ่งอยู่ที่เดิม…
คำว่า “โง่” ที่เจ้าของห้องพูด… มันยังคงก้องอยู่ในหูของเธอ
ไม่ใช่… มันไม่ใช่แค่ “โง่”
มันคือการที่เธอ “จงใจ” ที่จะไม่เห็น…
เธอหลอกตัวเองมาตลอด…
ณัฐไม่ได้ลืมจ่ายค่าเช่า… เขา “จงใจ” ไม่จ่าย
เขาเก็บเงินค่าเช่าของเธอ… เงินกินอยู่ของเธอ… ไปปรนเปรอตัวเอง
และเงินก้อนสุดท้าย… เงินประกันชีวิตของพ่อแม่เธอ…
มันไม่ใช่น้ำมันที่ใช้เร่งรัดโครงการ…
มันคือ “ตั๋ว” ที่เขาใช้ในการ “หนี” ไปจากเธอ
ความจริงที่โหดร้ายนี้… มันหนักหน่วงกว่าที่เธอจะรับไหว
เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นตรงหน้าประตู…
เสียงร้องไห้ที่เธอพยายามกลั้นไว้ตลอดสามวัน… บัดนี้มันระเบิดออกมา
ไม่ใช่เสียงร้องไห้เพราะความเป็นห่วง…
ไม่ใช่เสียงร้องไห้เพราะความเสียใจ…
มันคือเสียงร้องไห้ของคนที่ถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี… เสียงร้องไห้ของความอัปยศอดสู…
เธอนั่งอยู่ที่นั่น… บนพื้นเย็นๆ หน้าประตูที่เปิดอ้า… นานแสนนาน
สายตาของเพื่อนบ้านที่เดินผ่านไปมา… บางคนมองด้วยความสมเพช… บางคนมองด้วยความรังเกียจ…
เธอไม่สนใจ…
เธอไม่เหลือศักดิ์ศรีอะไรให้ต้องรักษาอีกต่อไปแล้ว
ความมืดคืบคลานเข้ามาอีกครั้ง…
ความหิวเริ่มส่งเสียงร้อง… แต่เธอไม่รู้สึกอยากอาหาร
เธอต้องทำอะไรสักอย่าง…
พรุ่งนี้เที่ยง… เธอจะกลายเป็นคนไร้บ้าน…
เธอต้องหาเขาให้พบ…
ไม่ใช่เพื่อทวงความรัก… แต่เพื่อทวง “ชีวิต” ของเธอกลับคืนมา
เธอพยายามนึก… นึกถึงทุกสถานที่ที่เขาเคยพูดถึง
“ออฟฟิศ”
ใช่… เขาเคยบอกว่าเขามีออฟฟิศเล็กๆ อยู่แถวสีลม… เขาเคยพาเธอขับรถผ่าน… ชี้ให้ดูตึกสูงๆ ตึกหนึ่ง
เธอรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย… ลุกขึ้นยืน
เธอคว้ากระเป๋าเงิน… ที่เหลือเงินติดตัวอยู่ไม่ถึงสามร้อยบาท
เธอไม่แม้แต่จะเปลี่ยนเสื้อผ้า… หรือหวีผมที่ยุ่งเหยิง
เธอก้าวออกจากห้อง… ล็อคประตู… ด้วยความรู้สึกที่ว่า… นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้กลับมาที่นี่
เธอเรียกแท็กซี่… บอกชื่อตึกที่เธอจำได้ลางๆ
หัวใจของเธอเต้นระรัว…
ตลอดทาง… เธอภาวนา…
ภาวนาให้เขาอยู่ที่นั่น… ภาวนาให้ทุกอย่างเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด…
ภาวนาให้เขาหันมา… กอดเธอ… แล้วพูดว่า “ผมขอโทษที่รัก… โทรศัพท์ผมหาย… นี่ไงเงินของคุณ”
เธอพร้อมที่จะให้อภัย… ขอแค่เขาอย่าทิ้งเธอไป…
…เธอยังคง “โง่” จนวินาทีสุดท้าย…
แท็กซี่จอดเทียบหน้าตึก…
มันไม่ใช่ตึกที่เธอจำได้…
เธอจำได้ว่ามันเป็นตึกกระจกสีชา… หรูหรา…
แต่ที่ที่แท็กซี่จอด… มันคือร้านล้างรูปถ่ายเก่าๆ… ที่ปิดตาย…
ฝุ่นเกาะกรังที่กระจกหน้าร้าน… มีป้าย “ให้เช่า” สีซีดๆ แปะอยู่
“ถึงแล้วครับ… ที่อยู่ตามนี้เป๊ะ” คนขับแท็กซี่พูด
ไหมก้าวลงจากรถ… ขาของเธอสั่น
“ไม่ใช่… ต้องไม่ใช่ที่นี่…”
เธอจ่ายเงินค่าแท็กซี่… และยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
นี่คือที่อยู่ “ออฟฟิศ” ที่เขาจดทะเบียนไว้… ที่อยู่ที่เขาใช้หลอกลวงคนอื่น
มันไม่เคยมีอยู่จริง…
ออฟฟิศ… รีสอร์ต… อนาคต…
ทุกอย่างคือละครฉากใหญ่… ที่เธอเป็นตัวประกอบที่โง่เง่าที่สุด
เธอเดินอย่างไร้จุดหมาย…
เดินไปเรื่อยๆ… ปล่อยให้เท้าพาไป
เธอไม่รู้ว่าเธอเดินมานานแค่ไหน… จนกระทั่งเธอมายืนอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าหรูแห่งหนึ่ง
สถานที่ที่เธอไม่เคยคิดจะเหยียบย่างเข้ามา…
แต่เธอจำได้…
เขาเคยพาเธอมาที่นี่ครั้งหนึ่ง… “ผมมีประชุมกับนักลงทุนที่นี่… คุณรอผมที่ร้านกาแฟข้างล่างนะ”
ในตอนนั้น… เธอรู้สึกภูมิใจในตัวเขามาก
แต่ในตอนนี้…
เธอไม่รู้ว่าอะไรดลใจเธอ…
อาจจะเป็นสัญชาตญาณสุดท้าย… หรืออาจจะเป็นชะตากรรมที่กำลังลากเธอไปสู่จุดจบ
เธอก้าวเข้าไปในห้าง…
กลิ่นหอมของน้ำหอมราคาแพง… แสงไฟสีนวลที่ส่องประกาย… ผู้คนที่แต่งตัวดี…
มันคือโลกอีกใบที่เธอไม่เคยเป็นส่วนหนึ่ง
เธอดูเหมือน “สิ่งแปลกปลอม”… ผมเผ้ายุ่งเหยิง… เสื้อผ้ายับยู่ยี่… ดวงตาบวมช้ำ
พนักงานรักษาความปลอดภัยมองเธออย่างเหยียดหยาม… แต่เธอก็ไม่สนใจ
เธอเดินเหมือนคนละเมอ… ขึ้นบันไดเลื่อน… ไปยังชั้นที่มีร้านอาหารหรู
และแล้ว…
ท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ… ท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้มีอันจะกิน…
เธอก็เห็นเขา
ณัฐ…
เขานั่งอยู่ที่นั่น… ในร้านอาหารอิตาเลียนที่แพงที่สุด…
หัวใจของเธอหยุดเต้น…
เขามีชีวิตอยู่… เขาไม่ได้ประสบอุบัติเหตุ… เขาไม่ได้หนีไปไหน…
เขานั่งอยู่ที่นี่…
ความโล่งใจพุ่งขึ้นมา… ก่อนที่มันจะถูกบดขยี้ด้วยภาพที่เธอเห็นในวินาทีต่อมา
เขาไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว
ตรงข้ามเขา… คือผู้หญิงคนหนึ่ง…
ผู้หญิงที่แก่กว่าเขามาก… ใบหน้าถูกฉาบทาด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะ… สวมชุดผ้าไหมสีฉูดฉาด… และเครื่องเพชรที่ส่องแสงแยงตา
และณัฐ…
เขากำลังป้อน…
เขากำลังใช้ส้อมจิ้มพาสต้า… ป้อนผู้หญิงคนนั้น… ด้วยท่าทางที่เอาอกเอาใจที่สุด
รอยยิ้มที่เขาส่งให้เธอ…
มันคือรอยยิ้มเดียวกับที่เขาเคยมอบให้ไหม
ความอบอุ่นในดวงตา…
มันคือการแสดงแบบเดียวกันเป๊ะ…
โลกทั้งใบของไหม… แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ… ณ วินาทีนั้น
ไหมยืนนิ่งแข็งทื่อ… เหมือนถูกสาปให้เป็นหิน
เวลาในห้างหรูดูเหมือนจะหยุดนิ่ง… หรืออาจจะบิดเบี้ยวไป
เสียงดนตรีแจ๊ส… เสียงแก้วไวน์กระทบกัน… เสียงพูดคุย… ทุกอย่างกลายเป็นเสียงหึ่งๆ ที่ไร้ความหมายในหูของเธอ
สิ่งที่เธอเห็นตรงหน้าต่างหาก… คือความจริงหนึ่งเดียว
ณัฐ… ผู้ชายที่เธอมอบวิญญาณให้… กำลังป้อนพาสต้าราคาแพงให้ผู้หญิงคนอื่น
มือของเขา… ที่เคยลูบไล้ผมเธออย่างอ่อนโยน… บัดนี้กำลังประคองจานให้ผู้หญิงคนนั้น
รอยยิ้มของเขา… ที่เคยเป็นแสงสว่างเดียวในชีวิตเธอ… บัดนี้กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือ… ในการแสดงละครฉากใหม่
เธอสังเกตเห็น…
เธอเห็นวิธีที่เขาหัวเราะ… เสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำ… แต่แฝงไว้ด้วยการคำนวณ
เธอเห็นวิธีที่เขาสบตาผู้หญิงคนนั้น… แววตาที่ “เหมือนจะ” ซาบซึ้ง…
มันคือการแสดงชุดเดิม!
ฉากเดิม… บทพูดเดิม… แค่เปลี่ยนนักแสดงนำหญิง
หัวใจของเธอไม่ได้แตกสลาย… ไม่… มันแย่กว่านั้น
มันถูกควักออกไป… และถูกแทนที่ด้วยน้ำแข็งก้อนหนึ่งที่เย็นเฉียบ
ความเจ็บปวดกลายเป็นความชา… และความชากำลังจะกลายเป็น… สิ่งอื่น
เธอเริ่มก้าวเดิน…
ขาของเธอหนักอึ้งเหมือนสวมรองเท้าที่ทำจากตะกั่ว
เธอไม่ได้เดินไปเพื่อทวงถาม… เธอไม่ได้เดินไปเพื่อร้องไห้
เธอเดินไป… เหมือนคนละเมอที่กำลังเดินไปหาจุดจบของตัวเอง
โต๊ะแล้วโต๊ะเล่าที่เธอเดินผ่าน… สายตาของคนอื่นมองมาที่เธอ… ผู้หญิงโทรมๆ ที่ไม่เข้ากับสถานที่
แต่เธอไม่เห็น…
เธอเห็นแค่โต๊ะตัวนั้น… โต๊ะที่ณัฐนั่งอยู่
…สิบก้าว…
ผู้หญิงคนนั้นหันมาเห็นเธอก่อน
หล่อนเลิกคิ้วสูง… ริมฝีปากที่ทาสีแดงก่ำเบะออกเล็กน้อย… สายตาประเมินเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า… ราวกับกำลังมองดูแมลงสาบที่คลานออกมาจากท่อ
…ห้าก้าว…
ณัฐ… ที่กำลังหัวเราะ… รู้สึกได้ถึงสายตาของคู่ขาที่เปลี่ยนไป
เขาหันตาม…
และเขาก็เห็นเธอ
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขา… แข็งค้าง…
ดนตรีแจ๊สในร้านดูเหมือนจะหยุดบรรเลงกะทันหัน… (ในความรู้สึกของไหม)
ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะของพวกเขา
วินาทีแรกที่เขาสบตาเธอ…
ไหมไม่ได้เห็นความตกใจ… ไม่ได้เห็นความรู้สึกผิด…
เธอเห็น… ความรำคาญใจ
ความรำคาญใจที่บริสุทธิ์… ที่การแสดงอันสมบูรณ์แบบของเขากำลังจะถูกขัดจังหวะ
ดวงตาที่เคยอบอุ่นเหมือนฤดูใบไม้ผลิ… บัดนี้กลายเป็นความว่างเปล่า… เย็นเยียบเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก
“คุณณัฐ…”
เสียงของเธอเล็ดลอดออกมา… แหบพร่า… เบาหวิวเหมือนกระดาษ
เธอเรียกชื่อเขา… เหมือนเป็นคำถามสุดท้าย… เหมือนเป็นการขอร้องครั้งสุดท้าย… ให้เขาปฏิเสธว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง
ณัฐวางส้อมในมือลง… ช้าๆ
เขายังไม่ลุกขึ้น…
เขาจ้องมองเธอ…
“คุณมาทำอะไรที่นี่”
เขาไม่ได้ถาม… เขา “ขู่”
น้ำเสียงของเขา… ไม่มีความทรงจำใดๆ หลงเหลืออยู่
มันคือเสียงของคนแปลกหน้า…
“ฉัน… ฉันติดต่อคุณไม่ได้…” ไหมพูดตะกุกตะกัก “ฉันเป็นห่วง… ค่าห้อง…”
คำว่า “ค่าห้อง” หลุดออกมา…
ผู้หญิงสูงวัยคนนั้นหัวเราะ “คิก” ออกมาเบาๆ
“โอ้… ที่รัก” หล่อนพูดกับณัฐ “นี่คุณ… ยังเคลียร์ของเก่าไม่หมดอีกเหรอคะ”
“ของเก่า”…
คำๆ นี้แทงทะลุหัวใจของไหม
ณัฐถอนหายใจยาว… ราวกับว่านี่เป็นเรื่องน่าเบื่อที่สุดในโลก
เขาลุกขึ้นยืน…
เขาไม่ได้ตะโกน… เขาไม่ได้โวยวาย
เขาเดินตรงเข้ามาหาไหม… ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างโต๊ะ
เขาสูงกว่าเธอมาก… เงาของเขาทาบทับเธอจนมิด
เขาโน้มตัวลงมา… จนใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ
กลิ่นน้ำหอมเดิมๆ… ที่เคยทำให้เธอใจสั่น… บัดนี้มันทำให้เธอคลื่นไส้
เขาไม่ได้มองเธอ… เขามองเลยผ่านไหล่เธอไป…
แล้วเขาก็กระซิบ…
เสียงกระซิบที่ดังพอให้เธอได้ยินแค่คนเดียว… แต่ความโหดร้ายของมันดังพอที่จะทำลายล้างจักรวาลทั้งใบของเธอ
“เธอเป็นใคร”
…
…
ไหมหยุดหายใจ
โลกทั้งใบยุบตัวลงเหลือเพียงคำสามคำนั้น
“ผมไม่รู้จักคุณ”
เขากระซิบต่อ… “และผมก็ไม่อยากรู้จัก… ตอนนี้… ไสหัวไปซะ”
น้ำตาหยดหนึ่ง… หยดใหญ่… ไหลลงมาจากดวงตาที่เบิกกว้างของไหม
ไม่ใช่… เธอจะไม่ร้องไห้ต่อหน้ามัน
“เงิน… เงินของฉัน…” เธอเค้นเสียงออกมา “เงินประกันของพ่อแม่ฉัน…”
ณัฐยืดตัวตรง…
สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความรำคาญ… เป็นความเกลียดชังที่ชัดเจน
“โอ้… เรื่องเงินนั่น” เขาพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย… พอให้คนโต๊ะข้างๆ ได้ยิน “ผมคิดว่านั่นคือ ‘ค่าตัว’ ที่คุณเสนอให้ผม… สำหรับการที่ผมต้องทนอยู่กับผู้หญิงจืดชืดน่าสมเพชอย่างคุณ”
เพียะ!
ไหมตบหน้าเขา…
มันไม่ใช่การตบด้วยความโกรธ… มันคือปฏิกิริยาอัตโนมัติของคนที่ถูกทำร้ายจนถึงที่สุด
ฝ่ามือของเธอ… ชา…
ใบหน้าของณัฐหันไปตามแรงตบ…
ความเงียบกริบ… ปกคลุมทั้งร้าน
ณัฐหันหน้ากลับมา… ช้าๆ
รอยยิ้ม… หายไปแล้ว
เหลือเพียงดวงตาที่ลุกวาวด้วยความโกรธจริง
“กล้าดียังไง”
เขากระซิบ… ก่อนที่จะ…
ผลัก!
เขาผลักเธอ… ไม่ใช่แค่ปัด… แต่คือการใช้กำลังทั้งหมดที่มี… ผลักไปที่หน้าอกของเธอ
ไหม… ที่ทั้งร่างกายและจิตใจกำลังเปราะบาง… เซถลาไปด้านหลัง
เธอเสียหลัก…
โครม!
ร่างของเธอล้มลงไปกองกับพื้นหินอ่อนที่เย็นเฉียบ… ชนเข้ากับถาดเสิร์ฟของพนักงานที่ยืนตะลึงอยู่…
เสียงจานชามแตกกระจาย… เสียงไวน์หก…
ทุกสายตาในร้าน… หันมามองเธอ
ผู้หญิงโทรมๆ ที่นอนกองอยู่บนพื้น… ท่ามกลางเศษอาหารและแก้วที่แตก…
“ฮ่าๆๆๆ!”
เสียงหัวเราะแหลมสูงของผู้หญิงคนนั้นดังลั่น!
หล่อนหัวเราะ… จนตัวโยน…
“น่าสมเพชจริงๆ ด้วย!” หล่อนพูดพลางเช็ดน้ำตาที่หางตา
ณัฐจัดเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้เข้าที่… มองลงมาที่ไหมด้วยสายตาที่เหมือนมองหนอนตัวหนึ่ง
“รปภ.!” เขาตะโกนลั่น “มาเอา ‘ขยะ’ ชิ้นนี้ออกไปจากร้านที!”
พนักงานรักษาความปลอดภัยสองคนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
ไหมยังคงนอนนิ่ง…
เธอไม่ได้ยินเสียง… เธอไม่รู้สึกเจ็บที่ล้ม…
เธอรู้สึก… หนาว
หนาวจากพื้นหินอ่อน… หนาวจากสายตาของผู้คน…
หนาวจากความจริงที่ว่า… ชีวิตของเธอ… มันจบสิ้นแล้วตรงนี้
“ลุกขึ้น!” รปภ. คนหนึ่งกระชากแขนเธอ
ไหมลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล…
“ออกไป!”
เธอถูกลาก… ถูกหิ้วปีก… ออกจากร้านอาหารหรู
ผ่านสายตาเหยียดหยามของทุกคน…
เสียงสุดท้ายที่เธอได้ยิน… ก่อนที่ประตูร้านจะปิดลง…
คือเสียงของณัฐ… ที่กลับไปพูดกับผู้หญิงคนนั้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเหมือนเดิม…
“ขอโทษนะครับที่รัก… พอดี… ‘ของ’ มันส่งกลิ่นเหม็นนิดหน่อย… เรามาทานกันต่อเถอะครับ”
เธอถูกโยนออกมาที่ทางเท้าหน้าห้าง…
ฝน…
มันเริ่มตกลงมา…
ฝนกรุงเทพฯ… ไม่ได้ชำระล้าง… มันแค่ทำให้ทุกอย่างยิ่งสกปรกและเหนียวเหนอะหนะ
ไหมยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน…
ผู้คนวิ่งหาที่กำบัง… แต่เธอยืนนิ่ง…
ปล่อยให้ฝนสาดใส่ใบหน้า… ชะล้างน้ำตาที่ปนเปื้อน…
เธอยืนอยู่อย่างนั้นนานเท่าไหร่ไม่รู้…
จนกระทั่งเสียงแตรรถ… เสียงผู้คน… กลับเข้ามาในหูของเธออีกครั้ง
เธอเริ่มเดิน…
เดินอย่างไร้จุดหมาย…
เดินไปตามถนนที่น้ำท่วมขัง…
ภาพในหัวของเธอ… มันฉายซ้ำไปซ้ำมา…
เสียงกระซิบ… “เธอเป็นใคร”
เสียงผลัก…
เสียงจานแตก…
เสียงหัวเราะ… “น่าสมเพช”
เธอเดิน… และเดิน…
จนกระทั่งเธอกลับมาถึงหน้าอพาร์ตเมนต์เก่าๆ ของเธอ…
มันมืด… และเงียบสงัด
เธอยืนมองตึกที่เธอกำลังจะถูกไล่ออก…
ใบแจ้งหนี้ค่าเช่าที่เปียกปอน… ยังคงติดอยู่ที่ประตู
พรุ่งนี้เที่ยง…
เธอไม่มีที่ไป…
เธอไม่มีเงิน…
เธอไม่มีครอบครัว…
เธอไม่เหลือ “อะไร” เลย…
…ไม่…
เธอยังเหลือ “สิ่งหนึ่ง”
ความทรงจำ…
ความทรงจำที่เธอพยายามลืม… มันผุดขึ้นมาในความมืดมิดนี้
เสียงซุบซิบของเพื่อนบ้าน… ที่เธอเคยได้ยินผ่านผนังบางๆ…
“…นังห้องตรงข้ามมันทะเลาะกับผัว… มันบอกว่ามันจะไปหา ‘อาจารย์’ ที่ตลาดเก่า… ให้ทำของใส่ผัวมัน…”
“…น่ากลัว… ตรอกนั้นน่ะ… เขาว่ากันว่าคนเป็นเท่านั้นที่เข้าไปได้… แต่คนที่ออกมา… ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป…”
ในตอนนั้น… เธอคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ… งมงาย
แต่ในตอนนี้…
ในตอนที่เธอไม่เหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยว…
ความงมงาย… ก็คือฟางเส้นสุดท้าย
เธอไม่ได้ต้องการเงินคืน…
เธอไม่ได้ต้องการความรักกลับมา…
เธอมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มืดมิด… ปล่อยให้สายฝนสาดใส่ใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก
เธอต้องการ… การชดใช้
เธอไม่ต้องการให้เขากลับมา…
เธอต้องการให้เขา เจ็บปวด
เจ็บปวด… เหมือนที่เธอกำลังเจ็บ
เจ็บปวด… จนต้องร้องขอความตาย
ไหมหันหลังให้กับอพาร์ตเมนต์… ที่พักพิงสุดท้ายของเธอ
ดวงตาของเธอที่เคยเต็มไปด้วยความฝัน… บัดนี้มันมืดบอด…
เหลือเพียงจุดหมายเดียวที่ลุกโชนอยู่ในความมืดนั้น…
เธอไม่ได้วิ่ง…
เธอเดิน…
เดินฝ่าสายฝนที่โหมกระหน่ำ…
มุ่งหน้าไปยังตลาดเก่าที่อับชื้น…
มุ่งหน้าไปยังตรอก… ที่คนเป็น… กำลังจะก้าวเข้าไป…
…และจะไม่มีวันได้กลับออกมา… เหมือนคนเดิม
ตลาดเก่าแห่งนี้… คือบาดแผลที่ถูกซุกซ่อนไว้ของเมืองกรุง
มันคือสถานที่ที่แสงแดดส่องลงมาไม่ถึง… แม้ในยามกลางวันแสกๆ
อากาศภายในตรอกซอกซอยที่แคบและสลับซับซ้อน… หนักอึ้งและชื้นแฉะ
กลิ่นของมันคือการผสมผสานที่น่าสะอิดสะเอียน… กลิ่นคาวเลือดจากเขียงหมูที่ถูกล้างอย่างลวกๆ… กลิ่นปลาเน่าที่ถูกทิ้งไว้รอการเก็บกวาด… กลิ่นท่อระบายน้ำที่แตกซึม… และกลิ่นฉุนของยาฆ่าแมลงที่ผสมปนเปไปกับกลิ่นกำยานราคาถูก
ที่นี่… คืออีกด้านของเหรียญ… ตรงข้ามกับห้างหรูที่เธอเพิ่งจากมา
ไหมเดินลึกเข้าไป… ลึกเข้าไป…
สายฝนที่เคยโหมกระหน่ำ… บัดนี้เหลือเพียงละอองฝอยที่ลอดผ่านหลังคาผ้าใบเก่าๆ และสังกะสีที่ผุพังลงมาได้
เธอไม่รู้สึกหนาว… ไม่รู้สึกเปียก
ความเกลียดชังที่เพิ่งถือกำเนิด… มันคือเปลวไฟสีดำที่กำลังลุกโหมอยู่ในอก… มันให้ความอบอุ่นแก่เธอ
ผู้คนที่นี่… แตกต่างออกไป
พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า… ซุกซ่อนอยู่ในเงามืดของแผงลอยที่ปิดตาย
สายตาของพวกเขา… ว่างเปล่า… ไร้ความหวัง…
เมื่อพวกเขาเห็นเธอ… ผู้หญิงแปลกหน้าในสภาพเปียกปอนและดวงตาที่บวมช้ำ…
พวกเขาไม่ได้มองด้วยความสงสาร… หรือความอยากรู้อยากเห็น
พวกเขามอง… แล้วก็เมินเฉย…
ราวกับว่าความทุกข์ทรมาน… คือเรื่องปกติของที่นี่
ไหมเดินตามคำบอกเล่าที่เธอเคยได้ยิน…
“สุดทาง… เลี้ยวซ้ายตรงเขียงหมู… เดินผ่านร้านยาจีนที่ปิดตาย… ห้องสุดท้ายทางขวามือ… ห้องที่ไม่มีป้าย… แต่มีกลิ่นกำยานที่รุนแรงที่สุด”
เธอกลั้นหายใจ… เดินผ่านเขียงหมูที่ส่งกลิ่นคาวคลุ้ง…
เธอเลี้ยวซ้าย… เข้าสู่ตรอกที่แคบยิ่งกว่าเดิม… แคบจนเธอต้องเดินเบี่ยงตัว
ร้านยาจีนที่ปิดตายอยู่ตรงหน้า… ตู้ไม้เก่าๆ ภายในร้านว่างเปล่า… มีเพียงฝุ่นหนาเตอะ
และแล้วเธอก็มาถึง…
ห้องแถวไม้เก่าๆ… ห้องสุดท้ายทางขวามือ
มันดูไม่ต่างจากห้องอื่นๆ… ผุพัง… และเงียบสงัด
แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่าง… คือ “กลิ่น”
กลิ่นกำยานที่รุนแรง… รุนแรงจนแสบจมูก… ลอยออกมาจากช่องใต้ประตู
มันไม่ใช่กลิ่นหอมศักดิ์สิทธิ์เหมือนในวัด…
แต่มันคือกลิ่นอับ… กลิ่นสาบ… กลิ่นของบางสิ่งที่ถูกเผาไหม้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า…
ไหมหยุดยืนอยู่หน้าประตูบานนั้น
ประตูไม้ที่สีลอกร่อน… ไม่มีลูกบิด… มีเพียงห่วงเหล็กที่ขึ้นสนิม
หัวใจของเธอเต้นแรง…
ส่วนหนึ่งในตัวเธอกรีดร้องให้หันหลังวิ่งหนี… วิ่งกลับไปหาแสงสว่าง…
แต่ “บ้าน” ของเธอก็กำลังจะถูกยึด… “ชีวิต” ของเธอก็ถูกขโมยไปแล้ว…
เธอไม่มีที่ให้หนีอีกต่อไป
เธอยกมือขึ้น…
มือที่สั่นเทา… ไม่ใช่เพราะความกลัว… แต่เพราะความแน่วแน่
เธอเคาะ…
ก๊อก… ก๊อก…
เสียงเคาะของเธอดังสะท้อน… แต่กลับถูกความอับชื้นของตรอกกลืนกินไปอย่างรวดเร็ว
…ความเงียบ…
ไม่มีเสียงตอบรับ
เธอเคาะอีกครั้ง…
คราวนี้หนักแน่นกว่าเดิม…
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
…ยังคงเงียบ…
เธอเริ่มสิ้นหวัง… หรือว่าคำเล่าลือมันก็เป็นแค่เรื่องโกหก…
ขณะที่เธอกำลังจะหันหลังกลับ…
…เอี๊ยด…
เสียงบานพับที่ฝืดเคือง… ดังขึ้น
ประตูไม้บานนั้น… แง้มเปิดออกเอง… ช้าๆ
ช่องว่างที่เปิดออก… คือความมืดทึบ…
มืดสนิท… จนมองไม่เห็นสิ่งใดข้างใน
มีเพียงกลิ่นกำยานที่รุนแรง… พวยพุ่งออกมาปะทะใบหน้าของเธอ… จนเธอต้องไอออกมา
“เข้ามา”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากความมืด
มันคือเสียงแหบแห้ง… เหมือนเปลือกไม้เก่าๆ ที่เสียดสีกัน…
เสียงที่ไร้เพศ… ไร้ความรู้สึก
ไหมกลืนน้ำลายก้อนเหนียวๆ ที่ติดอยู่ในลำคอ
เธอสูดหายใจลึก… กลิ่นกำยานที่อัดแน่นเข้าไปในปอด…
และเธอก็ก้าวข้ามธรณีประตูนั้นเข้าไป
…เอี๊ยด… ปัง!
ประตูไม้ปิดลงเองข้างหลังเธอ…
ทันที…
โลกภายนอกถูกตัดขาด
ภายในห้อง… มืดสนิท… และเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น
ไหมยืนตัวแข็งทื่อ… พยายามปรับสายตาให้ชินกับความมืด
เธอใช้เวลาสักพัก… กว่าจะเริ่มมองเห็น
แสงสว่างเพียงแหล่งเดียวในห้อง… ไม่ได้มาจากหลอดไฟ… หรือหน้าต่าง (เพราะมันไม่มีหน้าต่าง)
แต่มาจาก… เทียนเล่มเล็กๆ หลายสิบเล่ม
เทียนสีแดงเข้ม… ที่ถูกจุดวางไว้บนแท่นบูชาแปลกประหลาดที่มุมห้อง
แท่นบูชานั้น… ไม่ได้บูชาพระพุทธรูป… หรือเทพเจ้าองค์ใด
แต่มันเต็มไปด้วย… ตุ๊กตาไม้แกะสลัก… รูปปั้นดินเผาที่บิดเบี้ยว… และเครื่องรางหน้าตาน่ากลัว…
และท่ามกลางแสงเทียนที่สั่นไหวนั้น…
เธอก็เห็นเขา
“อาจารย์”
เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น… นิ่งสงบราวกับรูปปั้นหิน
เขาหันหลังให้กับประตู… หันหน้าเข้าหาแท่นบูชา
เขาสวมชุดสีคล้ำ… กลืนไปกับเงามืด…
ไหมมองไม่เห็นใบหน้าของเขา… เห็นเพียงแผ่นหลัง… และศีรษะที่โล้นเลี่ยน
“ข้ารู้ว่าเจ้าจะมา” อาจารย์พูดขึ้น… โดยไม่หันกลับมา “กลิ่นของหัวใจที่แตกสลาย… มันมักจะนำทางเหยื่อมาที่นี่เสมอ”
“ฉัน… ฉันต้องการ…” ไหมเริ่มพูด เสียงของเธอสั่นเครือ
“เจ้าไม่ต้องพูด” อาจารย์ขัดจังหวะ “ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการอะไร… เจ้าไม่ได้ต้องการ ‘เงิน’ คืน… เจ้าไม่ได้ต้องการ ‘คนรัก’ กลับมา…”
“เจ้าต้องการ… เห็นมันพินาศ“
คำพูดนั้น… ตรงประเด็นจนน่าขนลุก
ไหมพยักหน้า… ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาคงมองไม่เห็น
“ที่นี่ไม่มีของฟรี” อาจารย์พูดต่อ “ที่นี่ไม่มีความเมตตา… มีแต่ ‘การแลกเปลี่ยน'”
เขาค่อยๆ หันกลับมา…
ไหมแทบจะร้องออกมาด้วยความตกใจ…
ใบหน้าของเขา… ครึ่งหนึ่ง… ถูกเผาไหม้
ผิวหนังบริเวณนั้น… หดรั้ง… บิดเบี้ยว… ดวงตาข้างนั้นปิดสนิท…
มีเพียงดวงตาข้างเดียวที่ยังใช้การได้…
และดวงตาข้างเดียวนั้น… มันก็จ้องมองเธอ…
มันไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์…
มันคือดวงตาที่เห็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน… ว่างเปล่า… และลึกจนน่ากลัว
“เจ้ามีอะไรมาแลก” เขาถามเสียงเรียบ
“ฉันไม่เหลืออะไรเลย” ไหมตอบตามความจริง “ฉันสิ้นเนื้อประดาตัว… ฉันกำลังจะกลายเป็นคนไร้บ้าน…”
อาจารย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ… เสียงหัวเราะที่แห้งผาก
“ข้าไม่ต้องการเงินของเจ้า… เงินมันไร้ค่า”
เขาผายมือไปยังเสื่อผืนเล็กๆ ที่ปูอยู่ตรงหน้าเขา… เสื่อที่ทำจากฟางถัก… เก่าและขึ้นรา
“นั่งลง”
ไหมทำตามอย่างว่าง่าย… เธอนั่งลงบนเสื่อผืนนั้น… เว้นระยะห่างจากเขา
กลิ่นสาบ… กลิ่นอับชื้น… พุ่งเข้าจมูกเธอ
“สิ่งที่ข้าต้องการ… มีค่ามากกว่านั้น” อาจารย์กล่าว “ข้าต้องการ… เวลา ของเจ้า”
“เวลา?” ไหมทวนคำ
“ไม่ใช่… ไม่ใช่เวลาในโลกนี้” เขาส่ายหน้าช้าๆ “ข้าหมายถึง… เวลา ‘หลังจาก’ นี้”
ไหมขมวดคิ้ว… ไม่เข้าใจ
อาจารย์เอื้อมมือไปหยิบกล่องไม้เล็กๆ กล่องหนึ่ง… ที่วางซ่อนอยู่ในเงามืดข้างแท่นบูชา
มันเป็นกล่องไม้เก่าๆ… สลักลวดลายที่สลับซับซ้อน… มองดูคล้ายยันต์… แต่ก็ไม่ใช่
เขาวางกล่องนั้นลงบนพื้น… ระหว่างเขากับไหม
“การแก้แค้นมีหลายวิธี” เขากล่าว “บางวิธี… ทำให้เจ็บปวด… บางวิธี… ทำให้ตกต่ำ… บางวิธี… ทำให้วิกลจริต”
“แล้ววิธีนี้ล่ะคะ” ไหมถาม พลางจ้องมองกล่องไม้นั้น
“วิธีนี้…” อาจารย์ยิ้ม… เผยให้เห็นฟันที่ดำเมี่ยม “มันทำ ทุกอย่าง… และมันจะทำอย่างช้าๆ… ให้เหยื่อได้ลิ้มรสความทรมาน… ทีละนิด… จนกว่ามันจะร้องขอความตาย”
คำพูดนั้น… แทนที่จะทำให้เธอกลัว… กลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความคาดหวัง
“เปิดมันสิ” อาจารย์สั่ง
ไหมลังเลเล็กน้อย… เธอยื่นมือที่สั่นเทา… ค่อยๆ แตะที่ฝากล่อง
มันเย็น… เย็นเหมือนน้ำแข็ง
เธอเปิดมันออก…
สิ่งที่อยู่ข้างใน…
มันไม่ใช่เครื่องราง… หรืออัญมณี…
มันคือ… แผ่นหนัง
แผ่นหนังสีคล้ำ… แห้งกรัง… ขนาดประมาณฝ่ามือ
มันดูเก่า… แต่ก็ยืดหยุ่น…
และบนแผ่นหนังนั้น… มีรอยสัก
รอยสักรูปยันต์โบราณที่สลับซับซ้อน… สักด้วยหมึกสีแดงเข้ม… ที่เก่าจนเกือบดำ
มันคือ… “ยันต์หนังคน”
ไหมรู้สึกคลื่นไส้พะอืดพะอม… เธอรีบปิดฝากล่องกลับ
“นั่น… นั่นมัน…”
“ใช่” อาจารย์พยักหน้า “ผิวหนังของมนุษย์… ผู้หญิงที่เหมือนเจ้า… ถูกคนรักทรยศ… จนต้องฆ่าตัวตาย”
ไหมตัวชาวาบ…
“วิญญาณของนางไม่ได้ไปไหน… มันถูกขังไว้ในความแค้นนั้น… และถูกผนึกไว้ในแผ่นหนังแผ่นนี้… วิญญาณที่กระหาย… รอคอยการปลดปล่อย”
“มันจะช่วยฉันได้ยังไง”
“มันจะ เป็น เจ้า” อาจารย์อธิบาย “มันจะดูดซับความแค้นของเจ้า… ความเจ็บปวดของเจ้า… และมันจะฉายภาพความทรมานนั้น… กลับไปที่ไอ้คนรักของเจ้า… แต่รุนแรงกว่า… ร้อยเท่า… พันเท่า”
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของไหม “มันจะทำให้เขาเห็นภาพหลอน… ได้ยินเสียงของเจ้า… ทำให้ผิวหนังของเขาลอกออก… มันจะบีบคลั้น… จนกว่าสติของเขาจะแตกสลาย… และทำลายตัวเองในที่สุด”
ภาพของณัฐที่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด… ผุดขึ้นมาในหัวของไหม
มันคือภาพที่หอมหวานที่สุด…
“ฉันตกลง!” เธอพูดทันที “ฉันจะทำ… ต้องทำยังไงบ้าง”
“เจ้ายังไม่ได้ฟัง ‘ราคา'” อาจารย์ขัดจังหวะ
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง… มีเพียงเสียงเทียนที่แตกดังเปรี๊ยะเบาๆ
“การจะปลุกมัน… ต้องใช้เลือด”
“เลือดของฉัน?”
“ถูกต้อง” อาจารย์พยักหน้า “เลือดของ ‘ผู้ถูกกระทำ’ คนใหม่… เลือดที่ชุ่มโชกไปด้วยความแค้น… ต้องหยดลงไปบนยันต์นั้น… เพื่อทำ ‘สัญญา'”
“แค่เลือดเหรอคะ” ไหมถาม… มันดูง่ายเกินไป
อาจารย์ยิ้มอีกครั้ง… รอยยิ้มที่น่าสยดสยอง
“ไม่ใช่แค่เลือด… เมื่อเลือดของเจ้าสัมผัสยันต์… วิญญาณของเจ้า… ก็จะถูก ‘ผูกมัด'”
“ผูกมัด… หมายความว่ายังไง”
“หมายความว่า… เจ้ากับยันต์… จะกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน”
“เจ้าจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดของมัน… เจ้าจะเห็นในสิ่งที่มันเห็น… เจ้าจะได้ลิ้มรสการแก้แค้นของเจ้า… ผ่านทางมัน”
“นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการ” ไหมยืนยัน
“แต่…” อาจารย์ยกนิ้วเหี่ยวย่นขึ้นมา “มีเงื่อนไขข้อสุดท้าย… ข้อที่สำคัญที่สุด”
“เมื่อภารกิจของมันเสร็จสิ้น… เมื่อไอ้คนรักของเจ้า… ตาย”
“วิญญาณของมัน… จะถูกปลดปล่อย… แต่สัญญา… มันยังไม่จบ”
“ยันต์ที่สูญเสียเหยื่อ… มันจะหิวโหย”
“และมันจะหันกลับมา… หาเจ้าของสัญญาคนใหม่”
“มันจะหันกลับมา… หา เจ้า“
“และวิญญาณของเจ้า… ที่ผูกมัดไว้ด้วยเลือด… ก็จะกลายเป็น ‘อาหาร’ มื้อต่อไป… เป็น ‘นักโทษ’ คนใหม่… ที่จะถูกกักขังไว้ในแผ่นหนังนั่น… แทนที่วิญญาณดวงเดิม”
“เจ้าจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด”
“เจ้าจะไม่ได้ไปไหน”
“เจ้าจะติดอยู่ที่นั่น… ชั่วนิรันดร์… กลายเป็นทาสของความแค้นที่เจ้าเป็นคนปลุกขึ้นมาเอง”
ไหมนิ่งอึ้งไป…
นี่คือราคา…
มันไม่ใช่แค่เวลา… มันคือ “ตลอดกาล”
อิสรภาพชั่วนิรันดร์… แลกกับการแก้แค้นเพียงชั่วครู่…
มันคุ้มกันหรือ?
ภาพของณัฐ… ที่ผลักเธอ…
เสียงหัวเราะเยาะเย้ย… “น่าสมเพช”
คำกระซิบ… “เธอเป็นใคร”
ภาพของเธอที่ถูกลากออกมาเหมือน “ขยะ”…
ความเกลียดชังที่ลุกโหมขึ้นมาอีกครั้ง… มันรุนแรงจนบดบังเหตุผลทุกอย่าง
เธอไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว
ชีวิตในโลกนี้ของเธอ… มันจบสิ้นไปแล้วตั้งแต่ที่เธอถูกผลักล้มลงบนพื้นหินอ่อนนั้น
ถ้าเธอต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน… อดตาย… หรือฆ่าตัวตาย… วิญญาณของเธอก็คงไม่ได้ไปไหนอยู่ดี
อย่างน้อย… เธอก็ขอ “เอา” มันไปด้วย
ไหมเงยหน้าขึ้น… สบตากับดวงตาข้างเดียวของอาจารย์
ดวงตาของเธอ… บัดนี้… ว่างเปล่าและเย็นชา… ไม่ต่างจากเขา
“ฉันไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว” เธอพูดเสียงเรียบ “วิญญาณของฉันมันตายไปแล้ว… ถ้ามันจะต้องถูกขัง… ก็ขอให้มันได้เห็นจุดจบของไอ้คนนั้นก่อน”
อาจารย์พยักหน้าช้าๆ…
นี่คือคำตอบที่เขารอคอย
เขาหยิบมีดเล่มเล็กๆ ออกมาจากใต้แท่นบูชา
มันไม่ใช่มืดโลหะ… แต่เป็นมีดที่ทำจาก “หิน”… หินสีดำขลับ… คมกริบ…
เขายื่นมันให้กับไหม… พร้อมกับเปิดฝากล่องไม้ออกอีกครั้ง… เผยให้เห็นยันต์หนังคนที่นอนนิ่งอยู่ข้างใน
“เลือดของเจ้า… หยดลงบนใจกลางของยันต์”
“ปลุกมัน… ด้วยชื่อของมัน… และความแค้นทั้งหมดที่เจ้ามี”
ไหมรับมีดหินนั้นมา…
มันเย็นเฉียบ… จนแทบจะกัดผิวของเธอ
เธอยกมือซ้ายขึ้น… แบฝ่ามือออก…
ฝ่ามือที่เคยใช้เย็บปะตุ๊กตา… บัดนี้กำลังจะใช้มันเพื่อผนึกชะตากรรมของตัวเอง
เธอมองแผ่นยันต์นั้น…
เธอไม่ลังเล…
เธอไม่เสียใจ…
เธอกรีด…
ฉึก…
คมมีดหินที่เย็นเฉียบ… กรีดผ่านเนินเนื้อบนฝ่ามือของไหม
มันคม… คมกว่าที่เธอคิด
เลือดสีแดงสด… เอ่อล้นขึ้นมาทันที
ไม่มีความเจ็บปวด…
ความเกลียดชังที่ท่วมท้น… มันคือยาชาที่ดีที่สุด
ไหมยกฝ่ามือที่ชุ่มเลือด… ไปเหนือกล่องไม้ที่เปิดอ้า…
เหนือแผ่นยันต์หนังคนที่นอนนิ่ง… รอคอย…
“พูดชื่อมัน” เสียงแหบแห้งของอาจารย์สั่งการ
ไหมจ้องมองแผ่นหนังนั้น… ภาพใบหน้าของณัฐที่กระซิบว่า “เธอเป็นใคร” ฉายชัดขึ้นมาในมโนสำนึก
“ณัฐ…” เธอเค้นเสียงออกมา “ชื่อของมันคือ ณัฐ”
เลือดหยดแรก… ร่วงหล่นลง
…ซี่…
เสียงที่ดังขึ้น… ไม่ใช่เสียงหยดน้ำกระทบหนังแห้ง
แต่มันคือเสียง… เหมือนเนื้อสดที่ถูกนาบลงบนกระทะร้อน
ทันทีที่เลือดหยดแรกสัมผัสใจกลางยันต์…
แผ่นหนังที่เคยแห้งกรัง… ก็พลันสั่นสะท้าน!
มันไม่ได้ดูดซับเลือด… มัน ดื่ม เลือด!
ลวดลายยันต์สีแดงเข้มที่เคยซีดจาง… บัดนี้มันเปล่งแสงสีแดงเรื่อๆ… สว่างวาบขึ้นมาเหมือนเส้นเลือดที่ถูกสูบฉีด
แผ่นหนังทั้งแผ่นบิดตัว… งอเข้า… แล้วคลายออก… ราวกับกำลังหายใจเป็นครั้งแรกในรอบศตวรรษ
“บอกมัน… ว่าเจ้าต้องการอะไร” อาจารย์กระตุ้น
ไหมจ้องมองยันต์ที่กำลังตื่นขึ้น… ดวงตาของเธอเบิกกว้าง… ไร้แวว
“ฉันต้องการให้แกเจ็บปวด” เธอกระซิบ… เสียงของเธอเย็นชาและแปลกแยก… “เจ็บปวดยิ่งกว่าที่ฉันกำลังเป็น… ร้อยเท่า… พันเท่า”
เลือดหยดที่สอง… หยดที่สาม… ร่วงหล่นลงไป
ยันต์แผ่นนั้นสั่นแรงขึ้น… กลิ่นกำยานในห้องดูเหมือนจะรุนแรงขึ้น… ผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ
“ฉันต้องการให้แกสูญเสียทุกอย่าง… เหมือนที่แกพรากมันไปจากฉัน”
“ฉันต้องการให้แกเห็นฉันในทุกที่ที่แกไป… ได้ยินเสียงของฉันในทุกคำโกหกที่แกพูด”
“ฉันต้องการให้ผิวหนังของแก… ที่แกใช้มันสัมผัสคนอื่น… มันเน่าเปื่อย… หลุดลอก…”
“ฉันต้องการให้แกคลานกลับมาอ้อนวอน… กรีดร้องขอความตาย… แต่แกจะไม่ได้มัน!”
“ฉันต้องการให้แกตาย… อย่างทรมานที่สุด… และโดดเดี่ยวที่สุด!”
สิ้นคำประกาศิตของเธอ…
เลือดหยดสุดท้ายก็ร่วงหล่นลงไป
ยันต์แผ่นนั้น… ก็หยุดสั่นกะทันหัน
แสงสีแดงเรื่อๆ ที่สว่างวาบ… ค่อยๆ หรี่แสงลง… กลับไปเป็นสีแดงคล้ำเหมือนเดิม
แผ่นหนังที่เคยบิดงอ… กลับมาเหยียดตรง…
มันดูดซับเลือดของไหมเข้าไปจนหมดสิ้น… ไม่เหลือร่องรอย…
ราวกับว่า… ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ไหมรู้สึกได้…
ความเกลียดชังที่เคยอัดแน่นอยู่ในอก… ความเจ็บปวดที่บีบรัดหัวใจ…
มันหายไป…
ไม่ใช่… มันไม่ได้หายไป…
มันถูก ย้าย…
มันถูกสูบออกไปจากตัวเธอ… และถูกอัดแน่นเข้าไปในแผ่นหนังแผ่นนั้น
ตอนนี้… ภายในตัวเธอกลวงโบ๋… ว่างเปล่า… และหนาวเหน็บ
อาจารย์พยักหน้าช้าๆ… อย่างพึงพอใจ
เขาหยิบผ้าขี้ริ้วสีคล้ำผืนหนึ่ง… ที่วางอยู่ข้างตัว… (มันคือผ้าผืนเดียวกับที่เขาอาจจะใช้เช็ดเลือดของ “ลูกค้ารายก่อน”) …โยนมาให้เธอ
“พันแผลซะ”
ไหมรับผ้าผืนนั้นมาอย่างเหม่อลอย… พันรอบฝ่ามือที่ยังคงมีเลือดไหลซิบๆ
“เสร็จสิ้นแล้ว” อาจารย์กล่าว “สัญญาถูกผนึกแล้ว”
เขาค่อยๆ ปิดฝากล่องไม้ลง…
คลิก
เสียงฝากล่องที่ปิดลง… ดังเหมือนเสียงล็อคประตูคุก
เขายื่นกล่องนั้นคืนให้กับไหม
“เอามันกลับไป… วางไว้ใกล้ตัว… ในห้องของเจ้า”
“แล้ว… แล้วฉันต้องทำยังไงต่อ” ไหมถามเสียงแผ่ว
“เจ้าไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว” อาจารย์ตอบ “ห้าม… ติดต่อมัน… ห้าม… ไปหามัน… ห้าม… ยุ่งเกี่ยวกับมัน”
“ปล่อยให้ ‘มัน’ ทำงาน”
“ยันต์แผ่นนี้… มันเชื่อมโยงกับวิญญาณของเจ้าแล้ว… เจ้าจะรับรู้ได้เอง… เมื่อมันเริ่มล่า”
“กลับไปที่ห้องของเจ้า… และรอ”
“รอ?”
“ใช่… รอ” อาจารย์ยิ้มแสยะ… เผยให้เห็นฟันดำ “การแก้แค้นที่ดีที่สุด… ต้องใช้เวลาในการลิ้มรส”
“ไปได้แล้ว… และจำไว้… อย่ากลับมาที่นี่อีก”
“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น… อย่ากลับมาที่นี่”
“สัญญา… มันยกเลิกไม่ได้”
ไหมพย็อกหน้าอย่างว่าง่าย… เธอกอดกล่องไม้นั้นไว้แนบอก
มันให้ความรู้สึก… อุ่น…
อุ่นอย่างประหลาด… เหมือนกำลังกอดสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ไว้
เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืน… เดินหันหลัง… ไปที่ประตู
“เดี๋ยวก่อน” เสียงของอาจารย์รั้งเธอไว้
ไหมหยุดชะงัก… แต่ไม่หันกลับไป
“คำแนะนำสุดท้าย” อาจารย์พูด “ตอนนี้… เจ้าไม่ใช่ ‘เหยื่อ’ อีกต่อไปแล้ว…”
“เจ้าคือ ‘ผู้ล่า'”
ไหมผลักประตูเปิดออก…
กลิ่นอับชื้นของตลาดเก่าโชยเข้ามา… แต่มันก็ยังดีกว่ากลิ่นกำยานที่น่าสะอิดสะเอียนในห้องนั้น
เธอเดินฝ่าความมืดของตรอก… กลับสู่โลกภายนอก
สายฝนหยุดแล้ว… ทิ้งไว้เพียงแอ่งน้ำเน่าๆ ตามพื้นถนน
ไหมกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ของเธอ… ตอนเกือบเช้า
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม… ใบแจ้งหนี้ที่เปียกชื้นยังคงติดอยู่ที่ประตู
เธอไขกุญแจเข้าไป…
ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เธอเคยเรียกว่า “บ้าน”…
บัดนี้… มันให้ความรู้สึกเหมือน “สุสาน”
เธอไม่ได้เปิดไฟ…
เธอล็อคประตู… และเดินฝ่าความมืด… ไปนั่งขดตัวอยู่ที่มุมห้อง… มุมที่เธอนั่งเย็บตุ๊กตาประจำ
เธอมองตุ๊กตาหลายสิบตัว… ที่จ้องมองเธอกลับมาในความสลัว
รอยยิ้มที่ถูกเย็บตรึงของพวกมัน… บัดนี้ไม่ได้ดูเหมือนกำลังเยาะเย้ยเธออีกต่อไป
มันดูเหมือน… กำลัง “รอคอย” …เหมือนกับเธอ
ไหมวางกล่องไม้นั้นลงบนตัก… ลูบไล้มันเบาๆ
ความว่างเปล่า… ความกลวงโบ๋… มันคือความรู้สึกใหม่ที่เธอต้องทำความคุ้นเคย
เธอไม่ร้องไห้… เธอไม่เสียใจ…
เธอแค่… รอ
ณ คอนโดเพนท์เฮาส์หรู… อีกฟากหนึ่งของเมือง
ณัฐกำลังหลับสนิท… บนเตียงผ้าไหมราคาแพง
ร่างอวบอ้วนของผู้หญิงสูงวัยนอนกรนอยู่ข้างๆ… กลิ่นน้ำหอมฉุนกึ้กผสมกับกลิ่นไวน์ค้างคืน
เขาควรจะมีความสุข…
เขาเพิ่งปิด “ดีล” ใหญ่ได้… เงินก้อนโตจากผู้หญิงคนนี้… (แน่นอนว่า… ไม่ใช่แค่โครงการรีสอร์ตจอมปลอม… แต่เป็นโครงการอื่นๆ ที่เขาหลอกลวงเธอ)
เงินจากไหม… มันคือ “โบนัส”… เงินค่าขนม…
เขาควรจะหลับฝันดี…
แต่คืนนี้… เขาฝัน…
เขาฝัน…
เขาฝันว่าเขากลับไปที่ห้องอพาร์ตเมนต์เก่าๆ ของไหม
แต่ในห้องนั้น… ไม่ได้มีแค่ไหม…
มันเต็มไปด้วยตุ๊กตา…
ไม่ใช่หลายสิบตัว… แต่เป็น… หลายร้อย… หลายพันตัว
พวกมันกองทับถมกันจนเต็มห้อง… สูงจนเกือบถึงเพดาน
พวกมันทั้งหมด… หันมามองเขา
ดวงตาที่ทำจากกระดุมสีดำ… สะท้อนเงาของเขา
และพวกมัน… ไม่ได้ยิ้ม
ปากของพวกมัน… ถูกเย็บปิด… ด้วยด้ายสีดำเส้นหนา…
ฉึก… ฉึก… ฉึก…
เสียงเข็มดังขึ้น…
เขาหันไป…
ไหม… นั่งอยู่กลางกองตุ๊กตา
เธอกำลังเย็บ… เย็บอย่างบ้าคลั่ง…
เธอไม่ได้เย็บตุ๊กตา…
เธอเงยหน้าขึ้น…
ดวงตาของเธอกลวงโบ๋… ไม่มีลูกตา…
และเธอกำลังเย็บ… ปากของตัวเอง!
ฉึก… ฉึก… ฉึก…
เลือดสีดำทะลักออกมาจากรอยเย็บ…
“ณัฐ…” เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่ถูกเย็บ… มันบิดเบี้ยว… “แกมันคนโกหก…”
“กรี๊ดดดดด!”
ณัฐสะดุ้งตื่นสุดตัว!
เขาลุกพรวดขึ้นนั่ง… หอบหายใจอย่างหนัก…
เหงื่อกาฬแตกพลั่ก… ท่วมตัว…
“ฝัน… แค่ฝันบ้าๆ” เขาสบถ… พลางลูบหน้าตัวเอง
“เป็นอะไรคะที่รัก” เสียงงัวเงียของผู้หญิงข้างๆ ดังขึ้น “ฝันร้ายเหรอ”
“เอ่อ… ครับ… นิดหน่อย” เขาตอบ “สงสัยผมจะเครียดเรื่องงาน… ขอน้ำดื่มหน่อย”
เขาลุกจากเตียง… เดินโซเซไปที่ห้องครัว…
…และแล้ว… เขาก็รู้สึก…
ความรู้สึก คัน
มันไม่ได้คันที่ผิวหนัง…
มันคัน ยุบยิบ… อยู่ลึก… ลึกมากๆ…
เหมือนมีมดตัวเล็กๆ… กำลังไต่ยั้วเยี้ย… อยู่ ใต้ ผิวหนังของเขา…
บริเวณต้นแขนซ้าย…
“บ้าชิบ” เขาสบถ…
เขาเกา…
เกาอย่างแรง… จนเล็บครูดไปบนผิว…
“เป็นอะไรไปอีกล่ะ” หญิงสูงวัยเดินตามออกมา… สวมเพียงชุดคลุมผ้าไหมบางๆ
“คันน่ะสิครับ… สงสัยจะแพ้อะไร… หรือไม่ก็ไรฝุ่นบนที่นอนคุณ” เขาพูดอย่างหงุดหงิด
“ปากเสีย!” หล่อนตีแขนเขาเบาๆ “ที่นอนฉันซักทุกอาทิตย์… คุณนั่นแหละ… ไปอาบน้ำล้างตัวไป”
ณัฐพยักหน้า… บางทีน้ำเย็นๆ อาจจะช่วยได้
เขาเดินเข้าห้องน้ำหรู… ที่ผนังทำจากหินอ่อน…
เขาถอดเสื้อคลุมออก… ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่
เขาจ้องมองตัวเอง…
รูปร่างที่สมบูรณ์แบบ… กล้ามเนื้อที่ได้มาจากการเข้ายิมเป็นประจำ…
เขาคือรางวัล… เขาคือสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนปรารถนา…
เขาขยี้ตา… พยายามไล่ภาพฝันบ้าๆ นั่นออกไป
แล้วเขาก็หันไปดูที่ต้นแขนซ้าย… ที่ที่เขารู้สึกคัน…
…ไม่มีอะไร…
ไม่มีผื่น… ไม่มีรอยแดง… (นอกจากรอยเล็บที่เขาเพิ่งเกา)
ผิวหนังยังคงเรียบเนียน… ปกติทุกอย่าง
“ประสาทแดกไปแล้วกู” เขาหัวเราะเยาะตัวเอง
เขาคงจะเครียดเกินไปจริงๆ… เรื่องที่เขาตบหน้าไหมกลางร้านอาหาร… มันอาจจะกวนใจเขานิดหน่อย… ไม่ใช่เพราะรู้สึกผิด… แต่เพราะกลัวว่ามันจะ “เสียภาพลักษณ์”
เขากำลังจะก้าวเข้าไปในห้องอาบน้ำ…
…เมื่อเขาได้ยิน…
เสียง…
เสียงกระซิบ… เบาๆ…
…คนโกหก…
มันแว่วมา… เหมือนเสียงลม…
เขาหยุดกึก!
“คุณพูดอะไรนะ” เขาตะโกนถามผู้หญิงที่อยู่ข้างนอก
“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย! รีบๆ อาบได้แล้ว!” เธอตะโกนกลับมา
ณัฐยืนนิ่ง…
เขาได้ยินมันจริงๆ…
มันดังมาจาก… ในนี้… ในห้องน้ำ
หรือ… ใน หัว ของเขา…
เขาหันไปมองกระจกอีกครั้ง…
จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของตัวเอง…
ทุกอย่างปกติ…
…แต่… เดี๋ยวนะ…
เงาสะท้อนในกระจก…
เงาของเขา…
ที่มุมห้องด้านหลัง… ในเงาสะท้อน…
เขาเห็น…
…บางสิ่ง…
บางสิ่งที่นั่งอยู่บนขอบอ่างอาบน้ำ…
ตัวเล็กๆ… ทำจากผ้า…
มันคือ… ตุ๊กตา!
ตุ๊กตาผ้า… ที่ปากถูกเย็บปิด…
ณัฐหันขวับกลับไปมองที่ขอบอ่าง!!!
…ว่างเปล่า…
ไม่มีอะไรเลย…
“บ้า… บ้าไปแล้วจริงๆ” เขาเอามือทุบหัวตัวเอง
เขาต้องรีบออกไปจากที่นี่… เขาต้องการอากาศ… เขาต้องการอยู่คนเดียวสักพัก
“ผมมีธุระด่วนที่ออฟฟิศ… ต้องไปเอาเอกสาร” เขาตะโกนบอก… รีบแต่งตัวลวกๆ
“ดึกดื่นป่านนี้เนี่ยนะ!”
“ใช่ครับ! ด่วนมาก!”
เขาไม่รอฟังคำตอบ… เขารีบคว้ากุญแจรถสปอร์ต… และวิ่งหนีออกมาจากเพนท์เฮาส์นั้น…
ราวกับกำลังหนีผี
ในห้องพักที่มืดมิด…
ไหม… ที่นั่งนิ่งไม่ไหวติงมาหลายชั่วโมง…
ก็พลันขยับตัว
เธอก้มลงมองกล่องไม้บนตัก…
มัน… อุ่น
มันอุ่นขึ้นกว่าเดิม…
มันกำลังสั่น…
สั่นสะเทือนเบาๆ… เป็นจังหวะ…
ตุบ…
ตุบ…
ตุบ…
เหมือนเสียงหัวใจที่กำลังเต้น…
และเธอก็ รู้
เธอรู้… ว่ามันเริ่มแล้ว
รอยยิ้ม… ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความสุข…
มันคือรอยยิ้มที่เย็นชา… บิดเบี้ยว… และน่าสยดสยอง
“ได้เวลา… เล่นสนุกแล้ว” เธอกระซิบกับความมืด
เอี๊ยดดดด!
เสียงยางรถสปอร์ตคันหรูบดขยี้ไปกับพื้นถนน…
ณัฐขับรถเหมือนคนบ้า… เขาเหยียบคันเร่งจนมิด… ปาดซ้าย… ปาดขวา…
เขาไม่สนใจเสียงแตรที่ด่าทอไล่หลัง… เขาไม่สนใจสัญญาณไฟจราจร
เขาแค่ต้อง หนี…
หนีออกจากเพนท์เฮาส์นั่น… หนีออกจากเงาของตุ๊กตาตัวนั้น… หนีออกจากเสียงกระซิบ…
เขาหนีไปยังที่ที่เขาคิดว่าปลอดภัยที่สุด…
คอนโดมิเนียมส่วนตัวของเขาเอง…
ไม่ใช่ห้องหรูที่เขาใช้ “ทำงาน” กับเหยื่อ… แต่เป็น “รัง” ที่แท้จริงของเขา
ห้องพักที่ซ่อนอยู่ใจกลางเมือง… ห้องที่ไม่มีใครรู้… แม้แต่ไหม… หรือผู้หญิงคนไหนที่เขาเคยคบหา
มันคือป้อมปราการแห่งความสันโดษของเขา
เขาเปิดเพลงในรถ… เปิดมันให้ดังที่สุด…
เสียงเบสหนักๆ ของเพลงอิเล็กทรอนิกส์… ดังกระหึ่มจนรถสั่น…
เขาหวังว่ามันจะกลบ… กลบเสียงในหัวของเขาได้
…คนโกหก…
“หุบปาก!” เขาตะโกนอัดเสียงเพลง
…แกมันคนขี้ขโมย…
“กูบอกให้หุบปาก!”
เสียงเพลงที่เคยเร้าใจ… บัดนี้มันฟังดูเพี้ยน…
เสียงนักร้องหญิงที่กำลังร้องเพลงรัก… มันบิดเบี้ยว… กลายเป็นเสียงของ ไหม… ที่กำลังคร่ำครวญ…
ณัฐทุบพวงมาลัยอย่างบ้าคลั่ง!
เขากระตุกสายตา… มองกระจกมองหลัง…
แวบหนึ่ง…
เพียงเสี้ยววินาที…
เขาเห็น…
ใบหน้าของไหม… นั่งอยู่ที่เบาะหลัง…
เธอกำลังจ้องมองเขา… ด้วยดวงตาที่กลวงโบ๋… และปากที่ถูกเย็บปิด…
“อ๊ากกกกก!”
เขาเหยียบเบรคกะทันหัน!
เอี๊ยดดดด! โครม!
รถของเขาเสียหลัก… หมุนคว้าง… และชนเข้ากับถังขยะข้างทาง
โชคดีที่ถนนโล่ง…
ณัฐหอบหายใจ… หัวใจแทบจะทะลุออกมาจากอก
เขาหันขวับไปมองเบาะหลัง!!!
…ว่างเปล่า…
ไม่มีอะไร… นอกจากเบาะหนังราคาแพง
“กูบ้าไปแล้ว… กูต้องพักผ่อน…” เขารำพึงกับตัวเอง
เขารีบสตาร์ทรถอีกครั้ง… ขับต่อไปยังคอนโดของเขา…
ติ๊ด… ติ๊ด… ติ๊ด… คลิก
เขารีบวิ่งออกจากลิฟต์… วิ่งมาที่ประตูห้อง…
ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา… สแกนลายนิ้วมือ… รหัสผ่าน…
ประตูเหล็กหนาหนักเปิดออก…
เขากระโจนเข้าไปในห้อง… แล้วรีบปิดมัน!
ปัง!
เขาล็อค…
ล็อคชั้นที่หนึ่ง…
ล็อคชั้นที่สอง…
ใส่กลอนเดดโบลท์…
เขาหันหลังพิงประตู… หอบหายใจ…
…ปลอดภัย…
ในที่สุดเขาก็ปลอดภัย…
ห้องของเขา… คือขั้วตรงข้ามกับห้องของไหมโดยสิ้นเชิง
ห้องของไหม… อบอุ่น… รกรุงรัง… เต็มไปด้วยผ้า…
ห้องของเขา… คือ “ความว่างเปล่า” ที่ถูกออกแบบ
ทุกอย่างเป็นสีขาว… ดำ… และเทา…
พื้นหินอ่อนขัดมัน… โซฟาหนังสีดำสนิท… เคาน์เตอร์ครัวสแตนเลส…
ไม่มีรูปภาพ… ไม่มีของประดับ… ไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึง “ชีวิต”
มันคือความเย็นชา… ที่เป็นระเบียบ… และปลอดเชื้อ
เขาเปิดไฟ…
เปิดมันทุกดวง!
แสงไฟสีขาวสว่างจ้า… สาดส่องไปทั่วทุกมุมห้อง…
ไม่มีเงามืด…
ความเงียบ… คือสิ่งที่เขาต้องการ
เขาถอดเสื้อเชิ้ตที่ชุ่มเหงื่อออก… โยนมันทิ้งอย่างรังเกียจ
เขาเดินไปที่ตู้เย็น… หยิบขวดวอดก้าออกมา…
เขาไม่ต้องการน้ำเปล่า… เขาต้องการแอลกอฮอล์…
เขาต้องการสิ่งที่แรงพอ… ที่จะเผาไหม้ความทรงจำบ้าๆ นั่น
เขากระดกมันจากขวด…
ความเย็นเฉียบของวอดก้า… ไหลผ่านลำคอ…
มันช่วยได้… มันทำให้เขารู้สึกเหมือนกลับมาควบคุมตัวเองได้อีกครั้ง
เขาเดินไปที่ห้องน้ำ… ห้องน้ำที่ใหญ่กว่าห้องทั้งห้องของไหม…
เขาจะอาบน้ำ… ล้างความซวย…
เขาถอดเสื้อผ้าออกจนหมด… ยืนเปลือยเปล่าอยู่หน้ากระจกบานใหญ่…
เขามองสำรวจตัวเอง…
รอยขีดข่วนจางๆ ที่ต้นแขน… จากที่เขาเกาเมื่อคืน…
“ประสาทหลอน… ทั้งหมดมันก็แค่…”
…และแล้ว… ความคัน… ก็กลับมา…
มันกลับมา… ในที่เดิม…
ต้นแขนซ้าย…
แต่มันไม่ใช่แค่ “คัน”
ครั้งนี้… มัน “แสบร้อน”
เหมือนมีเข็มร้อนๆ… ทิ่มแทงออกมาจาก ข้างใน
“อึก…”
เขากัดฟัน… จ้องมองที่ต้นแขนของเขา…
ผิวหนังบริเวณนั้น… มัน… มันกำลัง… กระตุก?
กล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง… มันกำลังเต้น… เหมือนมีอะไรอยู่ข้างใต้
เขายื่นมือขวาไปสัมผัส…
…และเขาก็รู้สึกถึงมัน…
“บางสิ่ง”… ที่แข็ง… และเล็ก…
มันอยู่ใต้ผิวหนังของเขา…
“อะไรวะ…”
เขาขมวดคิ้ว… พยายามเพ่งมอง…
มันคือ…
“เส้นด้าย…?”
เขาเห็นมัน…
เส้นด้ายสีดำ… เส้นเล็กๆ…
มันไม่ใช่แค่ “อยู่ใต้”… แต่ปลายของมัน… โผล่ ออกมาจากรูขุมขนของเขา!
ณัฐผงะถอยหลัง…
“ไม่จริง… กูตาฝาด…”
เขาขยี้ตา… แล้วมองอีกครั้ง
มันยังอยู่ที่นั่น!
เส้นด้ายสีดำ… สีเดียวกับที่ไหมใช้เย็บปากตุ๊กตา…
มันงอกออกมาจากแขนของเขา!
ความกลัวที่เย็นเฉียบ… แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง… รุนแรงกว่าตอนที่เขาเห็นตุ๊กตาในเพนท์เฮาส์เสียอีก
เพราะนี่… มันคือ “ร่างกาย” ของเขา!
“เอามันออกไป!”
เขาใช้เล็บจิก… พยายามดึงมันออกมา
แต่มันลื่น… และเหนียว…
เขาจิกไม่ขึ้น…
ความตื่นตระหนกเข้าครอบงำ…
เขาหันรีหันขวาง… เขานึกถึงกล่องเครื่องมือ…
เขาวิ่งออกไปทั้งๆ ที่เปลือยเปล่า… ไปที่ห้องเก็บของ…
เขารื้อค้น…
คีม!
เขาต้องการคีม!
เขาเจอมัน… คีมปากจิ้งจกอันเล็ก…
เขาวิ่งกลับมาที่หน้ากระจก… มือของเขาสั่นจนถือคีมแทบไม่อยู่
เขาหายใจลึก… “มึงต้องออกมา…”
เขากัดฟัน… ใช้ปลายคีม… หนีบเข้าที่ปลายเส้นด้ายนั้น…
เขาหนีบมันได้!
เขากำคีมแน่น… แล้ว… ดึง!
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!”
เสียงกรีดร้องของเขา… ไม่ใช่เสียงร้องของมนุษย์!
มันคือเสียงร้องของสัตว์ที่ถูกควักไส้ทั้งเป็น!
ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น… มันไม่ใช่ความเจ็บปวดที่ผิวหนัง…
มันคือความเจ็บปวดที่แผดเผา… ลากยาวจากต้นแขน… ผ่านหัวไหล่… เข้าไปที่ หน้าอก…
มันเหมือนมีเบ็ดตกปลา… เกี่ยวเข้าที่ หัวใจ ของเขา… แล้วกระชาก!
เขาปล่อยคีมหลุดจากมือทันที!
เคร้ง!
คีมตกลงไปในอ่างล้างหน้า…
ณัฐทรุดตัวลงกับพื้นหินอ่อนที่เย็นเฉียบ… กุมหน้าอก…
เขาไอ… ไอจนตัวงอ…
เขามองไปที่ต้นแขน…
เส้นด้าย… มันยังอยู่ที่เดิม…
แต่มันไม่ได้โผล่ออกมาเท่าเดิมอีกแล้ว…
มัน… ยาวขึ้น
มันเลื้อยออกมา… อีกประมาณหนึ่งนิ้ว… ราวกับกำลังเยาะเย้ยเขา
ณ ห้องพักที่มืดมิดและอับชื้น…
ไหม… ที่นั่งกอดกล่องไม้อยู่…
ก็พลันสะดุ้งสุดตัว!
“อ๊ะ!”
เมื่อครู่นี้…
วินาทีที่ณัฐกรีดร้อง…
กล่องไม้ในมือของเธอ… มันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
และเธอก็ “รู้สึก”
เธอรู้สึกถึง… ความสุข
มันไม่ใช่ความสุขธรรมดา…
มันคือความปิติยินดี… ที่รุนแรง… มืดดำ… และ “ถึงจุดสุดยอด”
มันคือความรู้สึกเหมือนไฟฟ้าช็อต… ที่แล่นผ่านจากกล่องไม้… เข้าสู่ปลายนิ้ว… ผ่านหน้าอก… และกระจายไปทั่วทุกอณูของร่างกาย
มันคือความรู้สึก… ที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต
มันคือ “การแก้แค้น” ที่สัมผัสได้
เธอรู้สึกถึง “ความเจ็บปวด” ของเขา… และมัน… “หอมหวาน”
เธอรู้สึกถึง “ความกลัว” ของเขา… และมัน “หล่อเลี้ยง” เธอ
ไหมยกกล่องไม้ขึ้นมา…
กล่องไม้ที่สั่นสะเทือนเบาๆ… เหมือนกำลังพึงพอใจ…
เธอกอดมันไว้แนบอก…
…และเธอก็หัวเราะ…
เป็นครั้งแรก… ที่เธอหัวเราะออกมาจริงๆ…
มันไม่ใช่เสียงหัวเราะที่สดใส…
มันคือเสียงหัวเราะที่แหบแห้ง… เย็นชา… และไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์…
“อีก…” เธอกระซิบกับกล่องไม้ “เอาอีก… มันยังไม่พอ…”
ณัฐคลานอยู่บนพื้นห้องน้ำ…
เขากำลังวิกลจริต…
เขาต้องบอกให้มันหยุด!
เขาลุกขึ้น… โซเซ… ไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่เขาเพิ่งชาร์จไว้
เขาต้องโทรหา “มัน” … โทรหา “ไหม”
เขาจำเบอร์ของเธอได้ขึ้นใจ… (เบอร์ที่เขาโทรไปเพื่อตัดสายทิ้งเป็นครั้งสุดท้าย)
เขากด…
ตู๊ด… ตู๊ด…
“ไม่สามารถติดต่อเลขหมายปลายทางได้ในขณะนี้…”
“โธ่เว้ย!”
เขาปิดเครื่อง! มันปิดเครื่องหนี!
เขาเปลี่ยนเป็นส่งข้อความ…
นิ้วของเขาสั่น… จนพิมพ์แทบไม่ถูก
“มึง! มึงทำอะไรกับกู!”
“มึงต้องการอะไร! อีผีบ้า!”
“หยุดเดี๋ยวนี้! หยุด!”
เขากด “ส่ง”
…
…
“ส่งข้อความไม่สำเร็จ” (Failed)
“อ๊ากกกกกก!”
ณัฐคลั่ง! เขาหมดหนทาง!
เขาขว้างโทรศัพท์มือถือ… อัดเข้ากับผนังหินอ่อนเต็มแรง!
เพล้ง!!!
โทรศัพท์แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ… ชิ้นส่วนแบตเตอรี่กระเด็นไปคนละทิศละทาง…
ความเงียบ… กลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง…
ณัฐยืนหอบ… จ้องมองซากโทรศัพท์…
“กูต้องหนี… กูต้องไปหาหมอ… กู…”
เขาเงยหน้าขึ้น…
และเขาก็เห็น…
…มันนั่งอยู่บนโซฟา…
โซฟาหนังสีดำสนิท… ที่ไม่เคยมีใครนั่ง…
ตุ๊กตาผ้า…
ตัวเดียวกับที่เขาเห็นในเพนท์เฮาส์… ตัวเดียวกับในฝัน…
มันนั่งนิ่ง… จ้องมองเขา… ด้วยดวงตากระดุมสีดำ… และปากที่ถูกเย็บปิด…
“มึงเข้ามาได้ยังไง…” เขาพึมพำ… ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เขาค่อยๆ ก้าวถอยหลัง…
เขาหันไปมองที่เคาน์เตอร์ครัวสแตนเลส…
…อีกตัวหนึ่ง!…
มันนั่งอยู่บนนั้น… ข้างๆ ขวดวอดก้าที่เขาเพิ่งดื่ม…
เขาหันขวับไปมองที่เตียงนอนของเขา… ประตูห้องนอนที่เปิดอ้า…
บนหมอนสีเทาที่เรียบตึง…
…อีกตัวหนึ่ง!…
พวกมัน… เข้ามาอยู่ใน “รัง” ของเขาแล้ว!
“ไม่… ไม่จริง… กูหลอน… กูหลอนไปเอง…”
เขาหลับตา… ส่ายหัวแรงๆ…
แล้วเขาก็ลืมตาขึ้น…
…พวกมันยังอยู่ที่เดิม…
และ… มันมี “เสียง”
เสียงที่เขาคุ้นเคย…
ฉึก…
ฉึก…
ฉึก…
เสียงเข็ม… ที่กำลังเย็บผ้า…
มันไม่ได้ดังมาจากตุ๊กตา…
มันดังมาจาก… ทุกทิศทุกทาง
มันดังมาจากในผนัง…
มันดังมาจากบนเพดาน…
มันดังมาจากใต้พื้นหินอ่อนที่เขายืนอยู่!
ราวกับว่า… ห้องทั้งห้อง… กำลังถูก “เย็บ”
“หยุด!”
ณัฐเอามืออุดหู… “กูบอกให้หยุด!!!”
เขาเสียสติโดยสมบูรณ์…
เขาคว้าขวดวอดก้าที่เหลืออยู่ครึ่งขวด…
เขาวิ่งไปที่โซฟา… แล้วฟาด!
ปึง!
ฟาดใส่ตุ๊กตาตัวนั้น!
ไส้สำลีสีขาวทะลักออกมา…
“ตายซะ! ตาย!”
เขาหันไปที่เคาน์เตอร์ครัว… ฟาดขวดลงไปอีก!
เพล้ง!
ขวดแตกกระจาย… วอดก้าสาดไปทั่ว…
เขาคว้าเก้าอี้… เขวี้ยงมันใส่ห้องนอน!
โครม!
“ออกไปให้พ้น!!! ออกไปจากบ้านกู!!!”
เขากำลังอาละวาด… ทำลายล้างป้อมปราการที่ปลอดเชื้อของเขา…
เขาวิ่งไปที่โคมไฟตั้งพื้น… (ที่ให้แสงสว่างจ้า) …
เขาจะทำลายแสง… เขาไม่รู้ว่าทำไม…
เขาผลักมันล้มลง!
ปัง!
หลอดไฟแตก…
และ…
…ไฟฟ้าลัดวงจร…
พรึ่บ!
ไฟทั้งห้อง… ดับลง
เหลือเพียงความมืดสนิท…
ความมืด… ที่ถูกทำลายโดยแสงจันทร์สีซีดๆ… ที่ส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามา
ณัฐยืนนิ่ง… ท่ามกลางซากปรักหักพังที่เขาสร้างขึ้น…
…ทุกอย่างเงียบ…
เขาคิดว่ามันจบแล้ว…
…แต่… ไม่…
ฉึก…
ฉึก…
ฉึก…
เสียงนั้น… มันยังอยู่…
มันดังขึ้น… ชัดเจนกว่าเดิม… ในความมืด
และมันก็… คัน…
ความคันที่ต้นแขน… มันกลับมาแล้ว…
เขาอยู่คนเดียว… ในความมืด…
กับเสียงเย็บผ้า… และบางสิ่งที่กำลังชอนไชอยู่ใต้ผิวหนังของเขา
ความมืด…
ความมืดที่สมบูรณ์แบบ… หนาทึบ… และมี “เสียง”
ณัฐยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของป้อมปราการที่เขาเคยคิดว่าปลอดภัย
ฉึก…
ฉึก…
ฉึก…
เสียงเย็บผ้า…
มันไม่ได้หยุด…
การที่ไฟดับ… ไม่ได้ทำให้มันหายไป… มันกลับทำให้มัน ชัดเจน ยิ่งขึ้น
มันดังมาจากทุกหนแห่ง…
ในผนัง…
ในเพดาน…
ในพื้น…
และ… ใน ตัว เขา
เขากลั้นหายใจ… พยายามฟัง
ฉึก… ฉึก…
มันดัง… สอดคล้องกับจังหวะ…
…จังหวะการเต้นของหัวใจเขา
“ไม่…” เขากระซิบ
เขากำลังสั่น… สั่นไปทั้งตัว…
เขาเปลือยเปล่า… เปียกโชกไปด้วยวอดก้าและเหงื่อเย็นๆ
เขาต้องหาแสงสว่าง…
เขาต้องการแสงสว่างมากกว่าที่เขาต้องการอากาศหายใจ
“ไฟ… ไฟ…”
โทรศัพท์ของเขา… แหลกละเอียดไปแล้ว
เขาคลำทาง… เดินโซเซ… ขาของเขาสะดุดเข้ากับเก้าอี้ที่เขวี้ยงล้มไว้
โครม!
เขาล้มลงไปกองกับพื้นหินอ่อน… เศษแก้วจากขวดวอดก้าที่แตก… บาดเข้าที่เข่าของเขา
“อ๊าก!”
เขาคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด…
เลือด…
เขาได้กลิ่นคาวเลือดของตัวเอง…
เขารีบคลาน… หนีจากจุดนั้น…
เขาคลานไปที่เคาน์เตอร์ครัว… ที่ที่เขาทำลายทุกอย่าง…
เขารู้ว่ามี…
ลิ้นชัก…
ลิ้นชักที่เขาทิ้ง “ไฟแช็ก” ไว้… ไฟแช็กราคาแพงที่เขาใช้จุดซิการ์เวลา “ฉลอง”
มือของเขาสั่นระริก… คลำหา…
เศษแก้ว… เศษอาหาร…
เจอแล้ว!
แท่งโลหะเย็นเฉียบ…
เขาหยิบมันขึ้นมา…
แชะ!
นิ้วโป้งของเขากดมัน…
แชะ! แชะ!
…ไม่ติด…
“ติดสิโว้ย!” เขาตะโกน
แชะ! แชะ! แชะ!
…พรึ่บ!…
เปลวไฟสีส้มเล็กๆ… สว่างวาบขึ้นมา…
มันเป็นเพียงแสงสว่างจุดเล็กๆ… แต่ในความมืดมิดอันสมบูรณ์แบบนี้… มันสว่างจ้าเหมือนดวงอาทิตย์
แสงไฟสั่นไหว… เผยให้เห็นใบหน้าของเขาที่บิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว…
และเผยให้เห็น… สภาพห้องที่เละเทะ…
และเผยให้เห็น…
…ตุ๊กตา…
พวกมันยังอยู่ที่เดิม…
บนซากโซฟา… บนเคาน์เตอร์… บนเตียง…
เปลวไฟสะท้อนในดวงตากระดุมสีดำนับสิบคู่…
พวกมันจ้องมองเขา… นิ่ง… และ “รอ”
ณัฐหอบหายใจ…
เขาค่อยๆ ลดไฟแช็กลง…
…ไปที่ต้นแขนซ้ายของเขา…
ที่ที่เขารู้สึกคัน… ที่ที่เขาเพิ่งดึงมัน…
เส้นด้ายสีดำ…
มันยังอยู่ที่นั่น…
และในแสงไฟที่สั่นไหวนี่… เขาเห็นมันชัดเจน…
มันไม่ใช่แค่ “ยาวขึ้น” …
มัน… “ขยับ”
มันกำลัง ชอนไช!
มันเลื้อยไปมาอยู่ใต้ผิวหนังของเขา… เหมือนหนอนตัวเล็กๆ… ที่กำลังหาทางออกมา
“อึ๋ย…”
เขาขยะแขยงจนแทบอาเจียน
เขาต้องเอามันออกไป!
ความคิดบ้าๆ แล่นเข้ามาในหัว…
ถ้าดึงไม่ออก… ก็ต้อง เผา
เขาตัดสินใจ…
เขากัดฟันแน่น…
แล้วจ่อเปลวไฟจากไฟแช็ก…
…ไปที่ปลายเส้นด้ายนั้น!
ฟู่! ซี่!
เสียงที่ดังขึ้น… ไม่ใช่เสียงผิวหนังไหม้…
มันคือเสียง… เหมือนยางที่ถูกเผา…
และ…
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!”
ความเจ็บปวด… มันไม่ใช่ความเจ็บปวดธรรมดา!
มันไม่ใช่แค่ความร้อนที่ผิว!
แต่มันคือความเจ็บปวดที่เหมือน “ไฟฟ้าช็อต”… ที่แล่นตรงจากปลายเส้นด้าย… พุ่งผ่านเส้นเลือด…
ตรงไปที่ หัวใจ ของเขา!
ตุบ!!!
หัวใจของเขา… ถูกกระตุกอย่างรุนแรง… จนเขาแทบสิ้นสติ
เขาปล่อยไฟแช็กหลุดมือ…
ไฟดับวูบลง…
ความมืด… และความเจ็บปวด… กลับมาอีกครั้ง
ณัฐนอนตัวงอ… กุมหน้าอก…
เขาหายใจไม่ออก… เหมือนมีคนเอามือมาบีบหัวใจเขาไว้
“อึก… อ่อก…”
เขาไอ…
เขาได้กลิ่น…
กลิ่นไหม้… กลิ่นยาง…
และกลิ่น…
กลิ่น “เนื้อ” ของเขาเอง… ที่ถูกย่างจาก “ข้างใน”
ณ ห้องพักที่มืดมิดของไหม…
“อ๊า!!!”
ไหมกรีดร้องออกมา…
ไม่ใช่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด…
แต่เป็นเสียงร้อง… ด้วยความ สุขสม
วินาทีที่ณัฐจี้ไฟเผาเส้นด้าย…
วินาทีที่หัวใจของเขาถูกกระตุก…
กล่องไม้บนตักของเธอ… ที่สั่นสะเทือนเป็นจังหวะ…
มันก็ “กระตุก” อย่างรุนแรง!
ปึ้ก!
มันส่งคลื่นพลังงานที่รุนแรง… เข้าสู่ร่างกายของเธอ…
มันคือความรู้สึก… ที่มากกว่าการเสพยา…
มันคือการ “เชื่อมต่อ” ที่สมบูรณ์แบบ…
เธอ “รู้สึก” ถึงหัวใจของเขาที่ถูกบีบ…
เธอ “ได้กลิ่น” เนื้อของเขาที่ไหม้…
และมัน… วิเศษ ที่สุด
“อ่า… ใช่… ตรงนั้น…”
เธอกระซิบ… ลูบไล้กล่องไม้นั้น…
ตัวเธอสั่นสะท้าน…
น้ำตาไหลออกมาจากดวงตา… แต่มันคือน้ำตาของความปิติยินดีอันมืดมิด
เธอไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว…
เธอไม่ใช่เหยื่อ…
เธอไม่ใช่นักล่า…
เธอคือ “ผู้เสพ”
และความเจ็บปวดของเขา… คือยาเสพติดของเธอ
เธอกำลังลงแดง… และเธอต้องการมันอีก…
เธอกอดกล่องไม้นั้น… “เอาอีกสิ… ทำอีก… ทำให้มันเจ็บปวดกว่านี้… อย่าหยุดนะ…”
เธอหลับตาลง… “เห็น” เขา…
และเธอ… ก็เริ่ม สั่งการ…
ณัฐนอนอยู่บนพื้นได้สักพัก… จนกระทั่งหัวใจของเขากลับมาเต้นเป็นปกติ
เขาลุกขึ้น… คลำหาไฟแช็ก…
เขาจุดมันขึ้นมาอีกครั้ง…
มือของเขาสั่นเทา… จนเปลวไฟแทบจะดับ
เขาค่อยๆ ส่องไฟไปที่แขน…
เส้นด้าย…
มันยังอยู่ที่นั่น…
แต่ปลายของมัน… ที่เขาพยายามเผา…
มันแค่ “หงิกงอ”… เหมือนพลาสติกที่โดนความร้อน…
…มันเผาไม่ไหม้…
และความสยดสยองที่แท้จริง… ก็เริ่มต้นขึ้น…
ผิวหนัง…
ผิวหนัง “รอบๆ” เส้นด้ายนั้น…
มันกำลัง เปลี่ยนไป
มันไม่ใช่ผิวสีเนื้อปกติอีกต่อไป…
มันกำลัง… แห้ง
แห้ง… เหมือนกระดาษ…
มันเริ่ม… เหี่ยว…
และมันกำลังเปลี่ยนสี…
จากสีเนื้อ… เป็นสี “เทา”…
เทา… เหมือนขี้เถ้า…
เทา… เหมือนฝุ่น…
เทา… เหมือน หนัง ที่ถูกฟอก…
ณัฐจ้องมองมัน… ด้วยความไม่เชื่อสายตา
เขาค่อยๆ ยื่นนิ้วมือขวา… ที่สั่นเทา…
ไปแตะ…
ผิวหนังส่วนนั้น…
…มัน “ชา”…
มันไม่รู้สึก!
เขาหยิก…
…ไม่เจ็บ!…
มันคือ… “ผิวหนังที่ตายแล้ว”…
“ไม่… ไม่… นี่มัน…”
เขาคลาน… โซเซ… ไปที่ห้องน้ำ…
เขาต้องล้างมันออก…
เขาต้องใช้สบู่… ขัดมันออก…
เขาไปถึงอ่างอาบน้ำ…
เขาพยายามเปิดก๊อกน้ำ…
…ไม่มีน้ำไหล…
(อาจเพราะเขาลืมจ่ายบิล… หรืออาจเพราะคำสาป)
เขาหันไปที่กระจกบานใหญ่… ที่ยังไม่แตก…
เขายกไฟแช็กขึ้น… ส่องหน้าตัวเอง…
เขาต้องดู… ว่ามันลามไปถึงไหน…
ใบหน้าของเขา… ที่เคยหล่อเหลา… เครื่องมือทำมาหากินของเขา…
มันยังอยู่…
ซีดเผือด… หวาดกลัว… แต่ก็ยังเป็นเขา…
เขาถอนหายใจ… อย่างโล่งอก…
อย่างน้อย… มันก็ยังไม่ใช่ใบหน้า…
…แต่เดี๋ยวก่อน…
ที่แก้ม…
แก้มข้างขวา…
ข้างที่เขา… “ตบ” ไหม…
(ความทรงจำที่บิดเบือน… จริงๆ แล้วเขา “ผลัก” เธอ… และเธอ “ตบ” เขา)
เขายกไฟแช็กเข้าไปใกล้…
…มี “รอย”…
รอยจางๆ… เหมือน… รอย ฝ่ามือ…
มันไม่ใช่รอยแดง…
แต่มันคือรอย… ที่ “แห้ง” กว่าผิวส่วนอื่น…
“ไม่…”
เขากระซิบ
เขาเอามือซ้าย… (ข้างที่มีเส้นด้าย) …
ไปแตะที่รอยฝ่ามือบนแก้มขวา…
…มัน “ชา”…
เขาไม่รู้สึก!!!
“อ๊าาาาาาาาาาาาาาา!”
เสียงกรีดร้องของเขา… ก้องสะท้อนในห้องน้ำที่ทำจากหินอ่อน…
มันลามมาถึง “ใบหน้า” ของเขาแล้ว!
เขาต้องออกไป!
เขาต้องออกไปจากที่นี่!
เขาต้องไปหาหมอ!
นี่มันไม่ใช่ผี… นี่มันคือ “โรค”!
โรคประหลาด! โรคติดต่อ!
เขาต้องไปโรงพยาบาล!
เขาวิ่ง…
เขาวิ่งกลับไปที่ประตูหน้า…
เขาวิ่งชนข้าวของที่แตกกระจาย… เศษแก้วบาดเท้าเขาอีก… แต่เขาไม่สน!
เขาวิ่งไปที่ประตูเหล็กหนาหนัก…
เขาต้องปลดล็อค!
ในความมืด…
เขาคลำหา…
กลอนเดดโบลท์…
ล็อคชั้นที่สอง…
ล็อคชั้นที่หนึ่ง…
มือของเขาสั่น… จนทำอะไรแทบไม่ถูก
ฉึก…
ฉึก… ฉึก…
เสียงเย็บผ้า…
มันดังขึ้น…
มันไม่ได้ดังรอบห้องอีกแล้ว…
มันดัง… “ที่นี่”
มันดัง… มาจาก ประตู!
ราวกับว่า… มีคนกำลัง “เย็บ” ประตู… จากอีกฟากหนึ่ง!
“เปิดสิโว้ย!”
เขาบ้าคลั่ง… เขาพยายามบิดลูกบิด…
แกรก… แกรก…
มันติด!
มันล็อค… จาก “ข้างนอก” หรือยังไง!
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ใครก็ได้!”
เขาตะโกน… ทุบประตู…
“ไฟไหม้! ช่วยด้วย!”
ฉึก… ฉึก… ฉึก…
เสียงเย็บผ้าดังขึ้น… เร็วขึ้น… และ “ดังขึ้น”
มันดังแข่งกับเสียงทุบประตูของเขา!
ณัฐสิ้นหวัง…
เขาถอยหลัง…
แล้ววิ่ง…
โครม!!!
เขากระแทกไหล่… ใส่ประตูเหล็กเต็มแรง!
“อั่ก!”
เขาเจ็บ… แต่ประตูไม่ขยับ…
เขาทำอีกครั้ง!
โครม!!!
…และอีกครั้ง!…
โครม!!!
…แกรก!…
เสียงกลอน… มันขยับ!
เขาทำอีกครั้ง! ครั้งสุดท้าย!
โครม!!!
…ผลัวะ!…
ประตูเปิดอ้าออก!
ณัฐถลาล้มกลิ้ง… ออกไปที่โถงทางเดิน…
โถงทางเดินที่… สว่างจ้า
แสงไฟสีขาวนวล… ที่ส่องสว่างตลอด 24 ชั่วโมง…
พื้นพรมสีเทาที่สะอาดสะอ้าน…
อากาศที่บริสุทธิ์…
…เขาออกมาได้แล้ว…
เขารอดแล้ว!
เขานอนหอบอยู่บนพื้นพรม…
ร่างกายเปลือยเปล่า… มีเลือดไหลจากเข่าและเท้า… ใบหน้าบิดเบี้ยว…
เขาค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น… พิงผนังเย็นๆ…
เขาต้องไป… เขาต้องไปโรงพยาบาล…
…คลิก…
เสียงประตูห้อง… ที่อยู่ “ตรงข้าม”
ห้องเพนท์เฮาส์ที่แพงที่สุด… ของคุณหญิงนักธุรกิจ…
ประตูห้องนั้น… เปิดออก
คุณหญิงคนนั้น… ในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหม… ออกมา… เพื่อจะหยิบหนังสือพิมพ์ตอนเช้า… (ถึงแม้ตอนนี้จะดึกมากแล้วก็ตาม… เธอนอนไม่หลับ)
เธอกำลังหาว…
…และเธอก็เห็นเขา…
ณัฐ… เพื่อนบ้านหนุ่มรูปหล่อ… ที่เธอกำลังคิดจะ “ทำความรู้จัก”
เธอยืนอึ้ง…
มองเขา…
ตั้งแต่หัว… จรดเท้า…
ร่างกายที่เปลือยเปล่า…
เลือด…
“คุณพระ…” เธออุทาน
“ช่วย… ช่วยผมด้วยครับ…” ณัฐเค้นเสียง “ผม… ผมไม่สบาย…”
เขาพยายามจะยิ้ม… ยิ้มที่มีเสน่ห์…
…แต่มันทำไม่ได้…
เพราะแก้มข้างขวาของเขา… มัน “ชา”…
คุณหญิงจ้องมองเขา…
เธอไม่ได้มองที่ร่างกาย… ไม่ได้มองที่เลือด…
เธอจ้อง… ที่ “ใบหน้า” ของเขา
และเธอก็…
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!”
เสียงกรีดร้องของเธอ… ดังลั่นไปทั่วทั้งชั้น!
“อะไร! อะไรเหรอครับ!” ณัฐตกใจ
“หน้า! หน้าของคุณ!” เธอชี้… นิ้วสั่นเทา
“หน้าผมทำไม!”
เขาหันไปมอง…
ที่ผนังโถงทางเดิน… มีแผ่นโลหะขัดมัน… สำหรับตกแต่ง…
มันสะท้อนภาพ…
เขาเห็นใบหน้าของตัวเอง… ในแสงไฟที่สว่างจ้า…
…รอยฝ่ามือ… บนแก้มขวา…
มันไม่ใช่แค่ “แห้ง”…
ผิวหนังบริเวณนั้น…
มันกำลัง… ลอก
มันกำลังลอกออก… เป็น “แผ่น”…
เหมือนสีที่ลอกร่อน…
เผยให้เห็น… “เนื้อ” สีแดงสด… ที่อยู่ข้างใต้…
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!”
เสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนนั้น… ไม่ใช่เสียงร้องด้วยความตกใจ… แต่คือเสียงร้องด้วยความ ขยะแขยง สุดขีด
มันเสียดแทงแก้วหูของณัฐ…
“หน้า! หน้าของคุณ!” เธอยังคงชี้… ตัวสั่นเทา… ถอยหลังกรูดกลับเข้าห้องของตัวเอง “อย่าเข้ามานะ! ไอ้ปีศาจ!”
“ไม่! เดี๋ยวก่อน! มัน…”
ณัฐพยายามจะพูด… แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ
เขาหันกลับไปจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเอง… ในแผ่นโลหะขัดมันบนผนัง…
ในแสงไฟสีขาวสว่างจ้าของโถงทางเดิน…
มันชัดเจน…
ชัดเจนยิ่งกว่าตอนที่อยู่ในความมืด…
รอยฝ่ามือบนแก้มขวาของเขา… มันไม่ใช่แค่ “ลอก”
มันคือ “การสลายตัว”
แผ่นผิวหนังที่แห้งกรัง… มันกำลังหลุดร่วงลงมา… เหมือนปูนที่หมดอายุ…
เผยให้เห็น…
ไม่ใช่เนื้อสีแดงสด… ที่เขาเห็นในตอนแรก…
แต่มันคือ… “เนื้อเยื่อ” สีเทาคล้ำ… ชื้นแฉะ… และมีกลิ่น
กลิ่น…
เขาได้กลิ่นมัน…
กลิ่น “เน่า”
มันคือกลิ่นของเนื้อตาย!
“อึก…”
ณัฐเอามือขึ้นปิดหน้า…
แต่มือซ้ายของเขา… ข้างที่มีเส้นด้าย…
ผิวหนังบนแขนข้างนั้น… ก็กำลัง “ตาย” เช่นกัน
มันแห้ง… เหี่ยว… และเป็นสีเทา…
“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกับกู!!!” เขาคำรามออกมา
ปัง!
ประตูห้องเพนท์เฮาส์ตรงข้าม… ปิดกระแทกใส่หน้าเขา
และเขาก็ได้ยินเสียง…
เสียงที่เขากลัวที่สุดในตอนนี้…
เสียงโทรศัพท์…
เธอกำลังโทร…
“รปภ.เหรอ! ขึ้นมาที่ชั้น 30 ด่วน! มี… มี… มีตัวอะไรก็ไม่รู้! มันน่ากลัวมาก! มันเปลือย! มันมีเลือด! มันจะทำร้ายฉัน! รีบขึ้นมา!!!”
“ไม่! ไม่! ผมไม่ได้จะทำร้าย!” ณัฐทุบประตู “คุณหญิง! ช่วยผมด้วย! ผมป่วย! ผมต้องไปโรงพยาบาล!”
“ไปให้พ้น! ไอ้ผีเปรต!” เสียงกรีดร้องตอบกลับมา
ณัฐสิ้นหวัง…
เขาไม่ใช่ “เพื่อนบ้านหนุ่มรูปหล่อ” อีกต่อไปแล้ว…
เขาคือ “ตัวอะไรก็ไม่รู้”
เขาคือ “ผีเปรต”
เขาหันหลังให้ประตู…
…จะไปไหน…
ลิฟต์?
เขามองไปที่ลิฟต์…
ถ้าเขาลงไปข้างล่างในสภาพนี้… เปลือยเปล่า… ใบหน้าเน่าเฟะ… แขนที่ตายซาก…
เขาจะถูกจับ… ถูกส่งโรงพยาบาลบ้า… หรือถูกกักกันโรค…
เขาจะกลายเป็น “ข่าว”
“ณัฐ นักธุรกิจจอมลวงโลก… กลายเป็นผีดิบ”
ภาพลักษณ์…
สิ่งที่เขาสร้างมาทั้งชีวิต…
มันกำลังจะพังทลายลง… ตรงนี้…
…ติ๊ง…
เสียงลิฟต์…
มันกำลัง… ขึ้นมา
รปภ. กำลังมา!
ณัฐตื่นตระหนก…
เขาวิ่ง…
เขาวิ่งกลับไปที่ “ห้อง” ของเขา…
ห้องที่มืดมิด… เละเทะ… และเต็มไปด้วยตุ๊กตา…
มันคือที่เดียวที่เขาพอจะซ่อนตัวได้ในตอนนี้!
เขาวิ่งกลับเข้าไปในความมืด…
ปัง!
เขาปิดประตูเหล็กหนาหนักนั้นอีกครั้ง…
ล็อค…
เขากลับเข้ามาอยู่ในกรงขัง… ด้วยความสมัครใจ…
เขานั่งทรุดลงพิงประตู… หอบหายใจ…
ในความมืด…
ฉึก…
ฉึก… ฉึก…
เสียงเย็บผ้า…
มันต้อนรับเขากลับบ้าน…
ณ ห้องพักที่มืดมิด… และอบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้น…
ไหม… กำลังอยู่ในห้วงแห่งความสุขสม
เธอนอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นห้องที่เย็นเฉียบ…
เธอกอดกล่องไม้นั้นไว้แนบอก… เหมือนเป็นคนรัก…
กล่องไม้กำลังสั่นสะเทือน… เป็นจังหวะที่รุนแรง…
ตุบ… ตุบ… ตุบ…
มัน “เต้น”… สอดคล้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่บ้าคลั่งของณัฐ
และทุกครั้งที่มันสั่น…
มันจะส่งคลื่นแห่งความปิติยินดี… แล่นซ่านไปทั่วร่างของเธอ
“อ่า… ใช่…” เธครางออกมาเบาๆ
เธอ “เห็น” ทุกอย่าง…
เธอเห็น… ตอนที่เขาถูกคุณหญิงคนนั้นกรีดร้องใส่หน้า…
เธอ “ได้กลิ่น” … เนื้อเน่าของเขา…
เธอ “รู้สึก” … ถึงความอัปยศอดสู… ตอนที่เขาถูกเรียกว่า “ผีเปรต”
เธอ “รับรู้” … ถึงความหวาดกลัว… ตอนที่เขาวิ่งหนี รปภ. กลับเข้าไปซ่อนตัวในความมืด…
มันคือ… อาหารมื้อค่ำที่เลิศรสที่สุด
ความอัปยศของเขา… คือไวน์ชั้นเลิศ
ความกลัวของเขา… คืออาหารจานหลัก
และความเจ็บปวดทางกาย… คือของหวานที่เธอเสพติด
เธอลืมไปแล้ว… ว่าเคยถูกเขาทรยศ
เธอลืมไปแล้ว… ว่าเคยเจ็บปวด
เธอลืมไปแล้ว… ว่าตัวเองเป็นใคร
ตอนนี้… เธอมีเพียงสิ่งเดียว…
“ความหิว”
เธอหิว… กระหาย… ที่จะได้ “เสพ” ความทรมานของเขาอีก
“ไม่พอ…” เธอกระซิบกับกล่องไม้ “แค่นี้มันยังไม่พอ…”
“เขายังมีสติ… เขายังวิ่งหนีได้…”
“ฉันต้องการ… ให้เขาแตกสลายมากกว่านี้…”
เธอยกกล่องไม้ขึ้น…
จูบ…
จูบลงไปบนฝากล่องที่สลักลายยันต์…
“ทำลายมันสิ… ที่รัก” เธอกระซิบสั่ง “ทำลาย… ใบหน้านั่น… อาวุธของมัน…”
“เอาทุกอย่างไปจากมัน… เหมือนที่มันเคยเอาไปจากฉัน…”
“และพาตัวมัน… มาที่นี่”
“พาเหยื่อ… มาที่แท่นบูชา…”
กล่องไม้สั่นสะเทือนรุนแรงขึ้น… ตอบรับคำสั่งของเธอ
ณัฐนั่งตัวสั่นอยู่ในความมืด…
เสียงทุบประตู… ดังมาจากข้างนอก
ปัง! ปัง! ปัง!
“คุณณัฐ! เปิดประตู! นี่ รปภ. นะครับ!”
“คุณผู้หญิงชั้น 30 บอกว่าคุณอาการไม่ดี! เปิดให้เราเข้าไปดูหน่อย!”
ณัฐเอามืออุดหู…
“ไปให้พ้น! กูไม่เป็นอะไร!” เขาตะโกนกลับไป
“ถ้าคุณไม่เปิด เราจะใช้กุญแจสำรองนะครับ!”
“อย่าเข้ามา! กูจะฟ้องพวกมึง! นี่มันที่ส่วนตัว!”
เสียงข้างนอกเงียบไป…
ณัฐถอนหายใจ…
…แต่แล้ว…
แกรก…
เสียงกุญแจ…
พวกมันมีกุญแจสำรอง!
ประตูเหล็กหนาหนัก… ค่อยๆ แง้มเปิดออก…
แสงไฟสีขาวจากโถงทางเดิน… สาดเป็นลำยาว… เข้ามาในห้องที่มืดมิด…
รปภ. สองคน… ถือกระบอง… ค่อยๆ ก้าวเข้ามา
“คุณณัฐครับ… คุณ…”
พวกเขาชะงัก…
กลิ่น…
กลิ่นเหม็นเน่า… ผสมกับกลิ่นวอดก้า…
และสภาพห้อง… ที่เละเทะเหมือนผ่านสงคราม…
“พระเจ้า…” รปภ. คนหนึ่งอุทาน…
“คุณณัฐ… คุณอยู่ไหน”
แสงไฟฉายจากมือถือของพวกเขา… ส่องกราดไปทั่ว…
ส่องไปที่ซากโซฟา…
ส่องไปที่เคาน์เตอร์ครัว…
และส่องไป… ที่มุมห้อง…
ที่ที่ณัฐนั่งกอดเข่า… ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด…
“นั่นไง!”
ลำแสงสองสาย… จับจ้องไปที่เขา…
ณัฐยกแขนขึ้นบัง…
แขนข้างซ้าย…
แขน… ที่เป็นสีเทา… แห้งกรัง… และมีเส้นด้ายสีดำห้อยอยู่…
“เหี้ยอะไรวะนั่น!” รปภ. คนหนึ่งสบถ…
“คุณณัฐ! นั่นแขนคุณ… แขนคุณเป็นอะไร!”
ณัฐไม่ตอบ… เขากำลังสั่น…
“เปิดไฟ!”
รปภ. อีกคน… คลำหาสวิตช์ไฟ…
…แต่ไฟมันดับ…
“เอาไฟฉายส่องหน้าเขา!”
ลำแสงที่สว่างจ้า… ส่องตรงมาที่ใบหน้าของณัฐ…
…ใบหน้า…
ที่ผิวหนังครึ่งหนึ่ง… กำลังหลุดลอก… เน่าเปื่อย…
“เชี่ยเอ๊ย!!!”
รปภ. ทั้งสองคน… ผงะถอยหลังกรูด…
นี่ไม่ใช่คนป่วย…
นี่มัน… ศพ…
“ตัวประหลาด! มันเป็นโรคติดต่อ!”
“โทรแจ้งตำรวจ! แจ้งหน่วยกู้ภัย! แจ้ง…”
“หุบปาก!!!”
ณัฐคำรามออกมา…
ความกลัว… ความอับอาย… มันระเบิดออกมาเป็นความบ้าคลั่ง!
เขาคว้า…
เขาคว้าโคมไฟตั้งพื้นที่หัก… ที่มีขอบโลหะแหลมคม…
แล้วพุ่งเข้าใส่!
“กูบอกให้ออกไป!!!”
“เฮ้ย! มันบ้าไปแล้ว!”
รปภ. คนหนึ่งยกกระบองขึ้นกัน…
เคร้ง!
ณัฐแรงเยอะกว่า… เขาฟาด… และฟาด…
“ออกไป! ออกไปจากบ้านกู!”
เขากลายเป็นสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ… และกำลังคลุ้มคลั่ง
รปภ. ทั้งสอง… ไม่ได้ฝึกมาเพื่อสู้กับ “ผีดิบ”
พวกเขาวิ่งหนี!
วิ่งหนีตาย… ออกจากห้อง…
“ล็อค! ล็อคมันไว้! ขังมันไว้ข้างใน!”
ปัง!
ประตูเหล็ก… ถูกปิดลงอีกครั้ง…
และครั้งนี้… ณัฐได้ยินเสียง…
เสียงโซ่…
พวกมันเอาโซ่มาคล้องประตู… จาก “ข้างนอก”
…เขาถูกขัง…
เขาถูกขังไว้… ในป้อมปราการของเขาเอง…
ขังไว้กับความมืด…
ขังไว้กับความเน่าเปื่อย…
และขังไว้กับ… พวกมัน
ฉึก… ฉึก… ฉึก…
เสียงเย็บผ้า…
มันดังขึ้นอีกแล้ว…
แต่คราวนี้… มันไม่ได้ดังมาจากผนัง…
ณัฐหันขวับ…
ตุ๊กตา…
ตุ๊กตาผ้าที่นั่งอยู่บนโซฟา…
…หัวของมัน…
มันกำลัง… ขยับ
มันกำลังหัน…
หันมามองเขา… ช้าๆ…
…และไม่ใช่แค่ตัวเดียว…
ทุกตัว…
ตุ๊กตาที่อยู่บนเคาน์เตอร์…
ตุ๊กตาที่อยู่บนเตียง…
พวกมันทั้งหมด… กำลังหันมามองเขา…
ดวงตากระดุมสีดำ… สะท้อนความว่างเปล่า…
ณัฐกรีดร้อง…
เขาคลานถอยหลัง… จนแผ่นหลังชนกับผนัง…
เขาไม่มีที่หนีอีกแล้ว…
เขาถูกขังไว้… กับกองทัพตุ๊กตาผีสิง…
เวลา… ผ่านไปนานเท่าไหร่…
หนึ่งชั่วโมง…
หรือหนึ่งวัน…
เขาไม่รู้…
เขาแค่ซุกตัวอยู่ที่มุมห้อง… ตัวสั่น… และ “ฟัง”
ฟังเสียงร่างกายของตัวเอง… ที่กำลังเน่าสลาย…
ผิวหนังที่แก้ม… ลอกออกไปจนหมด…
ผิวหนังที่แขน… ตายซากไปทั้งแขน…
และความคัน… มันกำลังลาม…
ลามไปที่หน้าอก… ลามไปที่ขา…
เขากำลังจะกลายเป็น “สิ่งนั้น” ทั้งตัว…
และแล้ว… ในความสิ้นหวังอันมืดบอดที่สุด…
ความคิดสุดท้าย… ก็ผุดขึ้นมา…
ความคิดที่ไร้เหตุผล… และบ้าคลั่ง…
…ไหม…
ชื่อของเธอ…
…มันคือยัยนั่น… ยัยนั่นเป็นคนทำ…
ไม่ใช่…
…ยัยนั่น… ช่วยได้…
…ใช่…
เธอ “รัก” เขา…
เธอรักเขา… จนยอมตายแทนได้… (เขาเชื่ออย่างนั้น)
เธอโง่… เธอใสซื่อ…
ถ้าเขาไปหาเธอ…
ถ้าเขาไป… ขอโทษ…
(คำที่เขาไม่เคยพูดอย่างจริงใจ)
ถ้าเขาคลานไปอ้อนวอนเธอ…
เธออาจจะ… “ยกโทษ” ให้…
และคำสาปบ้าๆ นี่… มันอาจจะหายไป…
มันคือความหวังเดียว…
ความหวังสุดท้าย… ที่บิดเบี้ยว…
เขาต้องออกไปจากที่นี่…
เขาต้องไปหา “ไหม”
เขามองไปรอบๆ…
ห้องที่มืดมิด…
เขาต้องหาทางออก…
หน้าต่าง!
หน้าต่างบานใหญ่… ที่มองเห็นวิวเมือง…
มันสูง… ชั้น 30…
แต่เขาไม่สน!
เขาคลาน… ไปที่หน้าต่าง…
เขาใช้โคมไฟที่หัก… กระแทก!
เพล้ง!!!
กระจกนิรภัย… แตกออกเป็นรอยร้าว…
เขาไม่สนว่าเสียงจะดัง…
เขาไม่สนว่าใครจะได้ยิน…
เขาต้องออกไป!
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!
เขากระแทกมัน… จนเป็นรู…
รูที่ใหญ่พอ… ให้ร่างที่เน่าเปื่อยของเขา… ลอดออกไปได้…
…ที่ระเบียง…
เขาลอดออกไป…
ลม…
ลมแรง… ปะทะร่างที่เปลือยเปล่า…
เขายืนอยู่บนระเบียง… สูงจากพื้นดินหลายร้อยฟุต…
เขามองลงไป…
ความตาย… อยู่แค่เอื้อม…
…ไม่…
เขาจะไม่โดด…
เขามองไปที่ระเบียง “ข้างห้อง”…
ระเบียงของคุณหญิงคนนั้น…
มันเชื่อมกัน…
เขาปีน…
เขาปีนข้ามระเบียง… เหมือนสัตว์ประหลาด…
เขาไปที่ประตูระเบียงของหล่อน…
มันล็อค…
เขาใช้โคมไฟอันเดิม…
เพล้ง!
เขาทุบมัน…
สัญญาณกันขโมยดังลั่น!
วี้~~~~ หว่อ~~~~~
เขาไม่สน!
เขามุดเข้าไปในเพนท์เฮาส์ที่ว่างเปล่า… (หล่อนคงหนีไปแล้ว)
เขาวิ่ง…
วิ่งผ่านห้องนั่งเล่นหรู…
ไปที่ประตูหน้า…
เขากำลังจะออกไปที่โถงทางเดิน…
เขารอดแล้ว!
แต่… เดี๋ยวก่อน…
สภาพเขา…
เขาเปลือย…
เขาต้องหาอะไรใส่…
เขาวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าของหล่อน…
เขาคว้า…
…ชุดคลุมอาบน้ำ…
ชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหม… สีชมพูแปร๋น…
เขาหยิบมันมาสวม…
เขาไม่สนว่ามันจะน่าสมเพชแค่ไหน…
เขาวิ่งไปที่ประตู…
…และเขาก็หนีออกมา…
เขาวิ่งไปที่ “บันไดหนีไฟ”
เขาวิ่ง…
วิ่งลงบันได…
สามสิบชั้น…
ด้วยร่างกายที่เน่าเปื่อย… และเท้าที่เต็มไปด้วยเลือด…
เขาวิ่ง…
มุ่งหน้า…
สู่จุดเริ่มต้นของความพินาศ…
มุ่งหน้า… ไปหา “ไหม”
ณ ห้องพักที่มืดมิด…
กลิ่นอับชื้น… กลิ่นฝุ่นผ้า… และกลิ่นจางๆ ของความพึงพอใจอันบิดเบี้ยว
ไหมยังคงนอนขดตัวอยู่บนพื้น…
กล่องไม้บนหน้าอกของเธอ… หยุดสั่นแล้ว
มันกลับไปนิ่งสนิท… และเย็นชืด…
เย็น… เหมือนตอนที่เธอได้มันมาครั้งแรก
ความรู้สึก “เชื่อมต่อ”… ความรู้สึก “สุขสม”… ที่เคยพุ่งพล่านไปทั่วร่าง…
มันหายไปแล้ว
หายไป… กะทันหัน…
เหมือนสายป่านที่ถูกตัดขาด
ไหมลืมตาขึ้นในความมืด…
“อะไร…” เธอกระซิบ “ทำไมมันหยุด…”
เธอ “เสพ” ความกลัวและความเจ็บปวดของเขามานานหลายชั่วโมง… (หรืออาจจะหลายวัน… เธอไม่รู้)
เธอ “เห็น” เขาวิ่งหนี… “เห็น” เขากรีดร้อง…
และภาพสุดท้ายที่เธอเห็น… ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง…
คือภาพของเขา… ในชุดคลุมอาบน้ำสีชมพู… วิ่งลงบันไดหนีไฟ…
แล้วมันก็ตัดไป
“ไม่… ไม่… อย่าเพิ่งจบ…”
เธอลุกขึ้นนั่ง… เขย่ากล่องไม้นั้น
“เอาอีกสิ! ทำงานต่อสิ!”
ไม่มีปฏิกิริยา…
มันกลายเป็นแค่กล่องไม้ธรรมดาๆ…
ความรู้สึก “ลงแดง” … ความกระวนกระวาย… เริ่มเข้าครอบงำเธอ
ยาเสพติดของเธอ… มันหมดฤทธิ์แล้ว
“มันเกิดอะไรขึ้น… มันหนีไปได้เหรอ… หรือว่า…”
…หรือว่า… มันตายแล้ว…
ความคิดนั้น… ทำให้หัวใจของเธอเย็นวาบ
ถ้าเขาตาย…
เกมก็จบ…
ความสนุก… ก็จบ
และความสุขสมที่เธอเพิ่งค้นพบ… ก็จะหายไปด้วย
“ไม่… ยังไม่จบ… ฉันยังสนุกไม่พอ…” เธอพึมพำกับตัวเอง
เธอคลานไปที่ประตู… แนบหูลงกับบานไม้เก่าๆ
เธอฟัง…
รอคอย…
รอคอยเสียงฝีเท้าที่คลั่งแค้น… เสียงทุบประตูที่สิ้นหวัง…
เธอรอ… ที่จะได้ยินเสียงอ้อนวอนครั้งสุดท้ายของเขา… ที่หน้าประตูห้องเธอ
…ความเงียบ…
ไม่มีอะไร…
นอกจากเสียงลม… ที่หวีดหวิวผ่านช่องหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท
และเสียง…
เสียงไซเรน…
เสียงไซเรนตำรวจ… ที่ดังแว่วมา… ไกลๆ…
ค่อยๆ ดังเข้ามา… ใกล้ขึ้น…
…และมาหยุด…
…ที่หน้าอพาร์ตเมนต์ของเธอ!
ไหมผงะถอยหลังจากประตู…
ตำรวจมาทำไม?
หรือว่า… เขามาที่นี่… และทำอะไรบ้าๆ… จนคนแจ้งตำรวจ?
ก๊อก… ก๊อก… ก๊อก…
เสียงเคาะประตู… แต่ไม่ใช่ประตูห้องเธอ
เป็นเสียงเคาะประตู… ห้องข้างๆ…
“ตำรวจครับ! ขอโทษที่รบกวนตอนดึก… พอดีมีเหตุ…”
เสียงพูดคุยดังอู้อี้…
ไหมกลั้นหายใจ… พยายามฟัง…
“มีคนตายครับ… ข้างล่าง… ดูเหมือนจะ… ตกตึก…”
…ตกตึก…
“สภาพ… เอ่อ… ค่อนข้างแย่ครับ… เราเลยต้องมาสอบถามว่ามีใครเห็นอะไร… หรือได้ยินเสียงอะไรผิดปกติไหมครับ…”
“ตายแล้ว… ใครกันล่ะนั่น…” เสียงป้าข้างห้องดังขึ้น
“เรายังระบุตัวตนไม่ได้ชัดเจนครับ… แต่เขาใส่… เอ่อ… ชุดคลุมอาบน้ำสีชมพู…”
ไหมหยุดหายใจ…
…ชุดคลุมอาบน้ำสีชมพู…
…มันคือเขา…
เขามาที่นี่…
แต่เขาไม่ได้มาเคาะประตู…
เขา… ตกตึก
“เขาตายแล้ว…” ไหมกระซิบกับตัวเอง
ตำรวจเดินไล่เคาะประตูไปทีละห้อง… จนกระทั่งมาถึงห้องของเธอ
ก๊อก… ก๊อก… ก๊อก!
“ตำรวจครับ! มีใครอยู่ข้างในไหมครับ!”
ไหมยืนนิ่ง… ตัวแข็งทื่อ…
เธอมองไปที่กล่องไม้… ที่วางนิ่งอยู่บนพื้น…
“ตำรวจครับ! เปิดประตูด้วยครับ!”
เสียงทุบประตูดังขึ้น…
เธอควรจะทำยังไง…
ถ้าเธอเปิด… พวกเขาจะเห็นสภาพห้อง…
ถ้าเธอไม่เปิด… พวกเขาจะพังเข้ามา…
…ปัง! ปัง! ปัง!
“เปิดเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นเราจะพังเข้าไปนะ!”
ไหมตัดสินใจ…
เธอเดินไปที่ประตู…
มือที่สั่นเทา… ปลดล็อค…
เธอแง้มประตูออก… เพียงเล็กน้อย…
แสงไฟฉายสว่างจ้า… สาดเข้าหน้าเธอทันที!
“อ๊ะ!” เธอหรี่ตา
“คุณ… คุณเป็นใครครับ” ตำรวจถาม… ลดไฟฉายลงเล็กน้อย
พวกเขาเห็นผู้หญิงผมเผ้ายุ่งเหยิง… ดวงตาเบิกกว้าง… ในห้องที่มืดมิด…
“ฉัน… ฉันชื่อไหมค่ะ… ฉันพักอยู่ที่นี่”
“คุณได้ยินเสียงอะไรไหมครับ… เมื่อสักครู่… เสียงคนทะเลาะกัน… หรือเสียงของตก…”
ไหมส่ายหน้า… “ไม่… ไม่ได้ยินค่ะ… ฉัน… ฉันนอนไม่ค่อยสบาย…”
ตำรวจมองหน้ากัน… “โอเคครับ… รบกวนขอดูบัตรประชาชนหน่อย”
ไหมปิดประตู… (เกือบจะทันที) … “รอสักครู่นะคะ”
เธอหันกลับเข้ามาในความมืด…
หัวใจของเธอเต้นแรง…
เธอต้องหาบัตร…
กระเป๋าเงิน… มันอยู่ไหน…
เธอคลำหา…
…และเธอก็เหยียบ…
…เหยียบ “กองขี้เถ้า”
กองขี้เถ้า… ที่เธอไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน…
มันอยู่ตรงที่… ที่เธอนั่งกอดกล่องไม้เมื่อครู่…
ไหมก้มลงมอง…
…กล่องไม้…
มัน… หายไป
มันไม่ได้หายไปไหน…
มัน… สลาย
กล่องไม้… และยันต์หนังคนข้างใน…
มันได้ “เผาไหม้” ตัวเอง…
หลังจากที่ภารกิจเสร็จสิ้น…
เหลือทิ้งไว้เพียง… กองขี้เถ้าสีดำสนิท… กองเล็กๆ
“คุณครับ! เร็วๆ หน่อย!” เสียงตำรวจเร่งมาจากข้างนอก
ไหมตกตะลึง…
เขาตาย…
ยันต์… ก็สลายไป…
…มันจบแล้ว…
ทุกอย่าง… มันจบแล้วจริงๆ…
เธอรีบคว้ากระเป๋าเงิน… เจอบัตรประชาชน…
เธอกลับไปเปิดประตู… ยื่นบัตรให้ตำรวจ
ตำรวจรับไป… ส่องไฟฉายดู…
“โอเคครับ… คุณไหม… ถ้าคุณนึกอะไรขึ้นได้… หรือเห็นอะไรน่าสงสัย… ติดต่อเราที่เบอร์นี้นะครับ”
เขายื่นนามบัตรให้เธอ…
“ขอบคุณค่ะ”
“แล้วก็… คุณควรจะจ่ายค่าไฟบ้างนะครับ… มืดขนาดนี้… อันตราย” ตำรวจคนหนึ่งพูดทิ้งท้าย
ไหมรับนามบัตรมา… แล้วรีบปิดประตู
ปัง!
เธอล็อค…
…เธอรอดแล้ว…
เขาตาย…
หลักฐาน (กล่องไม้) ก็สลายไป…
ไม่มีอะไรเชื่อมโยงมาถึงเธอได้…
เธอเป็นอิสระ…
ไหมพิงประตู…
ความรู้สึก “ว่างเปล่า”… ที่เธอรู้สึกในตอนแรก… มันกลับมา
แต่คราวนี้… มันไม่ใช่ความว่างเปล่าที่หนาวเหน็บ…
มันคือความว่างเปล่า… ที่ สงบ
มันจบแล้ว…
ฝันร้ายมันจบลงแล้ว…
เธอหันกลับมามองกองขี้เถ้ากองนั้น… ที่อยู่บนพื้น
มันคือสิ่งสุดท้าย… ที่หลงเหลืออยู่จากฝันร้ายครั้งนี้
เธอต้องกำจัดมัน…
เธอเดินไปที่ครัว… หยิบที่ตักขยะ… และไม้กวาด
เธอจะกวาดมัน… เอาไปทิ้ง…
และเริ่มต้นชีวิตใหม่…
(ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง… ในเมื่อพรุ่งนี้เธอจะถูกไล่ออกจากห้องแล้วก็ตาม)
เธอค่อยๆ ก้มลง…
ใช้ไม้กวาด… เขี่ย…
…ขี้เถ้านั้น…
…มัน “ไม่ขยับ”
มันไม่ได้เป็นผงๆ… เหมือนขี้เถ้าบุหรี่
แต่มัน… เกาะตัวกัน
มันเกาะกันเป็นก้อน… เหนียวๆ…
เหมือนดินน้ำมัน…
ไหมขมวดคิ้ว…
เธอวางไม้กวาด…
ความอยากรู้อยากเห็น… (หรือบางที… อาจจะเป็น “แรงดึงดูด” สุดท้าย) …
เธอยื่นนิ้วชี้…
นิ้ว… ที่ไม่ได้เป็นแผล…
ค่อยๆ แตะลงไปบนกองขี้เถ้านั้น…
เธอคาดว่ามันจะเย็น…
…แต่มัน “อุ่น”…
อุ่น… เหมือนยังมีชีวิต…
และทันที… ที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัส!
…ซู่วววววววววววววววววว!…
กองขี้เถ้าที่เคยนอนนิ่ง…
มัน “ตื่น” ขึ้นมา!
มันไม่ใช่ฝุ่นผงอีกต่อไป!
มันกลายเป็น… “ของเหลว” สีดำสนิท!
และมันก็… เลื้อย!
มันเลื้อย… เหมือนงู… เหมือนฝูงมดดำนับล้านตัว…
มันเลื้อย… ไต่ขึ้นมาตามนิ้วของเธอ…
“ว๊ายยยยยยยยย!”
ไหมกรีดร้อง! เธอพยายามสะบัดมือ!
แต่มันไม่หลุด!
มันเกาะติดผิวของเธอ… เหนียวหนึบ… เหมือนน้ำมันดินร้อนๆ!
มันเลื้อยขึ้นมา… รวดเร็วมาก!
ผ่านข้อมือ…
ผ่านท่อนแขน…
มุ่งหน้า… ตรงไปยัง… หัวไหล่…
เธอพยายามใช้มืออีกข้างขูดมันออก…
แต่มันก็แค่… ซึมผ่านนิ้วของเธอ…
มันเลื้อยขึ้นมาที่บ่า…
และ… ลงมาที่… หน้าอก…
มันหยุดนิ่ง…
ตรงตำแหน่ง… เหนือหัวใจ ของเธอ!
“ออกไป! ออกไปจากตัวฉัน!”
เธอทุบหน้าอกตัวเอง…
แต่…
มัน “แสบร้อน”!
ไม่ใช่… มัน “เย็นเฉียบ”!
มันคือความเจ็บปวดที่ประหลาดที่สุด…
ความเจ็บปวด… ที่เหมือนมี “น้ำแข็งแห้ง” … นับพันก้อน… ถูกจี้ลงบนผิวหนังของเธอ…
มันกำลัง… กัด…
มันกำลัง… ซึม…
ซึมลงไปในผิวหนังของเธอ!
“อ๊ากกกกกกกก!”
ไหมกรีดร้อง… ล้มลงไปกองกับพื้น…
เธอฉีกกระชากเสื้อยืดเก่าๆ ของเธอออก…
เธอก้มลงมอง…
…ขี้เถ้าสีดำ…
มันกำลัง… จม…
จมหายเข้าไปในเนื้อของเธอ!
มันไม่ได้สร้างบาดแผล…
แต่มันกำลัง “รวมเป็นหนึ่ง” กับเธอ!
เธอขูด… เธอขีด…
จนเล็บฉีก…
เลือด…
เลือดของเธอไหลซิบออกมา…
แต่ขี้เถ้านั่น… มันก็แค่… “ดื่ม” เลือดของเธอ… แล้วจมลึกลงไปอีก…
จนกระทั่ง… หยดสุดท้าย…
หายวับเข้าไป…
…เหลือทิ้งไว้…
…ความเงียบ…
และความเจ็บปวด… ก็หายไป…
ไหมนอนหอบ… เหงื่อแตกท่วมตัว…
เธอมองไปที่หน้าอกของตัวเอง…
…มันไม่มีอะไร…
ไม่มีขี้เถ้า… ไม่มีเลือด…
ผิวหนังของเธอ… เรียบเนียน… เหมือนเดิม…
“ฝัน… ฉันฝันไป…” เธอพึมพำ…
เธอคงจะ… เครียดจนหลอนไปเอง…
เธอค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น…
…แต่แล้ว…
เธอก็รู้สึก…
…คัน…
คันยุบยิบ… ตรงจุดที่ขี้เถ้ามันจมลงไป…
เธอเกา…
และเธอก็สังเกตเห็น…
…มันมี “รอย”…
รอยจางๆ…
รอย… ที่เหมือน “รอยสัก”…
มันคือ… “ลวดลาย”
ลวดลาย… ของยันต์แผ่นนั้น!
ยันต์หนังคน…
บัดนี้… มันถูก “สลัก” ไว้บนผิวหนังของเธอ…
เหนือหัวใจของเธอ!
“ไม่… ไม่… ไม่!!!”
เธอกรีดร้อง…
คราวนี้… คือเสียงกรีดร้องของความหวาดกลัวที่แท้จริง!
เธอลุกขึ้น… วิ่งไปที่อ่างล้างจานเล็กๆ…
เธอเปิดก๊อกน้ำ…
กึก… กึก…
…ไม่มีน้ำ…
(ใช่… เธอจำได้แล้ว… ไฟถูกตัด… น้ำก็คงถูกตัดด้วย)
“เอามันออกไป! เอามันออกไป!”
เธอคว้ามีด… มีดทำครัว…
เธอจะ “ขูด” มันออก!
เธอจ่อปลายมีด… ไปที่ผิวหนัง…
…แต่… เธอทำไม่ได้…
มือของเธอสั่น…
ความกลัว… มันจับตัวเธอไว้…
“อาจารย์…”
เธอนึกถึงเขา…
“เขาต้องรู้… เขาต้องเอามันออกไปได้!”
“เขาหลอกฉัน! เขาบอกว่าสัญญาจบแล้ว!”
(ไม่… เขาไม่ได้พูด… เธอคิดไปเอง)
ไหมโยนมีดทิ้ง…
เธอต้องไปหาเขา!
เดี๋ยวนี้!
เธอวิ่งไปที่ประตู…
ประตู… ที่เป็นทางออกเดียว…
เธอกระชากลูกบิด…
เธอเปิดมันออก…
…และเธอก็ชน…
ชนเข้ากับ… กำแพง
ไม่ใช่กำแพงจริงๆ…
แต่มันคือ “แรงกระแทก” ที่มองไม่เห็น!
ปึ้ก!!!
ร่างของเธอ… ถูกผลัก… อย่างรุนแรง…
ปลิวกลับเข้ามาในห้อง…
ล้มลงไปกองกับพื้น…
“อั่ก!”
เธอจุก…
เกิดอะไรขึ้น…
เธอเงยหน้ามอง…
ประตู… มันยังเปิดอ้าอยู่…
โถงทางเดิน… ยังอยู่ที่เดิม…
“อะไร…”
เธอรวบรวมแรง… คลาน…
เธอลุกขึ้นยืน…
เธอต้องตาฝาด…
เธอเดินไปที่ประตูอีกครั้ง… ช้าๆ…
เธอยื่นมือออกไป…
ผ่านช่องประตู…
…ทันที… ที่ปลายนิ้วของเธอ… ข้าม “ธรณีประตู”…
…ซี่!…
เหมือนนิ้วของเธอ… ถูกจุ่มลงใน “กรด” ที่มองไม่เห็น!
“อ๊ากกก!”
เธอชักมือกลับแทบไม่ทัน!
ปลายนิ้วของเธอ… แดงก่ำ… และพอง…
มันคือ “เขตแดน”
เธอ… ออกไปไม่ได้!
และแล้ว… เธอก็ได้ยินเสียง…
เสียงแหบแห้งของอาจารย์…
มันไม่ได้ดังมาจากข้างนอก…
มันดัง… “ก้อง” … อยู่ใน หัว ของเธอ
“…เมื่อภารกิจของมันเสร็จสิ้น…”
“…ยันต์ที่สูญเสียเหยื่อ… มันจะหิวโหย…”
“…และมันจะหันกลับมา… หาเจ้าของสัญญาคนใหม่…”
“…วิญญาณของเจ้า… ก็จะกลายเป็น ‘นักโทษ’ คนใหม่…”
“…ชั่วนิรันดร์”
ไหมเบิกตากว้าง…
เธอเข้าใจแล้ว…
เขาไม่ได้ตาย… แล้วคำสาปก็จบ…
เขาตาย…
…เพื่อ “ส่งต่อ” คำสาป…
…มาให้ เธอ
ยันต์… มันไม่ได้สลายไปไหน…
มันแค่… ย้ายบ้าน
จากกล่องไม้…
มาอยู่ที่ “ร่าง” ของเธอ
ห้องนี้…
ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้…
มันไม่ใช่ “บ้าน” ของเธออีกต่อไป…
มันคือ “กล่องไม้” ใบใหม่
และวิญญาณของเธอ…
คือ “ยันต์” แผ่นต่อไป
“ไม่… ไม่จริง…”
ไหมปฏิเสธความจริง…
เธอกระเสือกกระสน… คลานถอยหลัง… จนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องที่เย็นชืด
เธอมองไปที่ประตู… ประตูที่ยังคงเปิดอ้า…
โถงทางเดินด้านนอก… ที่มีแสงสว่างรำไร… มันคือ “โลกภายนอก”
มันอยู่ห่างไปแค่ไม่กี่ก้าว… แต่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ไกลกันคนละจักรวาล
“ฉันต้องออกไป!”
เธอไม่ยอมแพ้…
เธอลุกขึ้นยืนอีกครั้ง… ขาสั่นเทา…
เธอหันไปมอง “หน้าต่าง”
หน้าต่างบานไม้เก่าๆ… ที่มองเห็นตรอกแคบๆ ข้างล่าง…
มันคืออีกหนึ่งทางออก!
เธอวิ่ง…
เธอวิ่งไปที่หน้าต่าง…
เธอกระชากมันเปิดออก!
…เอี๊ยด…
บานหน้าต่างไม้ที่ฝืดเคือง… เปิดออก…
ลม…
ลมอับชื้นจากภายนอก… พัดเข้ามาปะทะใบหน้าเธอ…
กลิ่นของท่อระบายน้ำ… กลิ่นของชีวิตที่เน่าเปื่อยข้างนอก…
มันคือกลิ่นของ “อิสรภาพ”
เธอปีน…
เธอปีนขึ้นไปบนขอบหน้าต่าง…
เธอชะโงกตัวออกไป…
…และเธอก็ชน…
ปึ้ก!!!
มันคือ “กำแพง” เดิม…
กำแพงที่มองไม่เห็น… กำแพงที่โปร่งใส…
มันกั้นเธอไว้… ไม่ให้พ้นขอบหน้าต่างออกไปแม้แต่เซนติเมตรเดียว
มันผลักเธอกลับเข้ามา!
“อ๊ากกก!”
เธอหงายหลัง… ตกลงมากระแทกพื้นห้องอีกครั้ง…
“ไม่… ไม่… มันกั้นฉันไว้…”
เธอถูกขัง…
ขังไว้ในกล่องสี่เหลี่ยมนี้…
เหมือนหนูที่ติดกับดัก
“ช่วยด้วย!!!”
เธอตะโกน…
เธอตะโกนสุดเสียง…
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้! ช่วยฉันด้วย! ฉันติดอยู่ในนี้!”
เธอได้ยิน…
เธอได้ยินเสียง…
เสียงป้าข้างห้อง… ที่เพิ่งคุยกับตำรวจ…
“เฮ้อ… สมัยนี้มันน่ากลัวจริงๆ… คนตายกันง่ายๆ…”
เสียงป้าดังมาจากนอกประตู…
“ป้า! ป้าครับ! ช่วยด้วย!” ไหมตะโกนเรียก “ฉันติดอยู่! ฉันออกไปไม่ได้!”
…เสียงป้าข้างห้อง… เงียบไป…
ไหมใจชื้น… “ป้าได้ยินฉัน!”
…แต่…
“ไป… ไปหาอะไรกินดีกว่า… หิว…”
…ป้าคนนั้น… เดินจากไป…
…ป้าไม่ได้ยินเธอ…
เสียงของเธอ… มันถูก “กัก” ไว้ในห้องนี้เช่นกัน
“ไม่…”
น้ำเสียงของเธอ… สั่นเครือ…
ความจริงข้อใหม่ที่น่าสะพรึงกลัว…
ไม่เพียงแต่ร่างกาย… แต่ “เสียง” ของเธอก็ถูกจองจำ
เธอมองไปรอบๆ…
ห้องที่มืดมิด…
รอยยันต์บนหน้าอก… มันกำลัง “คัน”
คันยุบยิบ… เหมือนมันกำลัง “พอใจ”
มันกำลัง เพลิดเพลิน กับความสิ้นหวังของเธอ
“แก…” เธอกระซิบ… ก้มลงมองรอยสักนั้น “แกมันตัวปีศาจ…”
“ฉันจะเอามันออกไป…”
เธอนึกถึงมีด…
มีดทำครัวที่เธอโยนทิ้งไป…
เธอกลับไปที่ซิงค์ล้างจาน… หยิบมันขึ้นมา…
มือของเธอ… สั่นเทา…
เธอจะ “กรีด” มันออก…
กรีดเอาผิวหนังส่วนนี้… ที่เป็นของมัน… ทิ้งไป
เธอยกปลายมีดขึ้น… จ่อไปที่หน้าอก…
ตรงใจกลางของลวดลายยันต์…
เธอหลับตา…
แล้วกดมันลงไป…
…
…ไม่มีความเจ็บ…
ไม่…
มัน “แย่” กว่าความเจ็บปวด
มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทาง “กาย”…
ทันทีที่คมมีดสัมผัสกับรอยสัก…
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!”
มันคือ “ความเย็น”!!!
ความเย็นเยียบ… ที่เหมือนถูกจุ่มลงใน “ไนโตรเจนเหลว”
มันไม่ใช่แค่ที่ผิว…
แต่มันคือความเย็น… ที่แล่นตรงเข้าสู่ “วิญญาณ” ของเธอ!
มันคือความรู้สึก… “ว่างเปล่า”… ที่ถูกอัดแน่นจนกลายเป็นความทรมาน
มันคือความ “สิ้นหวัง”… ของวิญญาณนับร้อยดวง… ที่ถูกอัดรวมกัน… แล้วกระแทกเข้ามาในอกของเธอ!
มีด… หลุดจากมือ…
เคร้ง!
เธอล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง…
ตัวงอ…
สั่นสะท้าน…
เธอหายใจไม่ออก…
มันไม่ใช่แค่ “กำแพง” ที่ประตูและหน้าต่าง…
“คุก”… มันไม่ใช่ห้องนี้…
…คุก… มันคือ “ตัว” เธอ…
รอยยันต์… มันได้ “หลอมรวม” กับวิญญาณของเธอไปแล้ว…
การทำลายมัน… ก็คือการทำลาย “ตัวเอง”
เธอ… ไม่มีทางหนี…
…ชั่วนิรันดร์…
เวลา…
มันเริ่มสูญเสียความหมาย
แสงสว่างที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา… บอกให้รู้ว่า… มันคือ “กลางวัน”
ความมืดที่กลับมา… บอกให้รู้ว่า… มันคือ “กลางคืน”
วัน…
แล้วก็ คืน…
วัน…
แล้วก็ คืน…
เธอไม่รู้ว่าผ่านไปกี่วัน…
สองวัน… หรือสามวัน…
เสียงคนข้างนอก… เริ่มกลับมาเป็นปกติ
เสียงเด็กวิ่งเล่น…
เสียงคนทะเลาะกัน…
เสียง… ของ “ชีวิต” … ที่ดำเนินต่อไป…
…โดยที่ไม่มีเธอ…
ความหิว… เริ่มส่งเสียงร้อง…
ท้องของเธอ… บิดเกร็ง…
เธอหิวน้ำ… คอของเธอแห้งผาก…
ร่างกายเนื้อ… มันยังคงเรียกร้อง…
เธอลองเปิดก๊อกน้ำอีกครั้ง…
…ว่างเปล่า…
เธอคลานไปที่ขนมปังสังขยา… ที่ณัฐซื้อมาให้…
ที่มันเคยขึ้นรา…
บัดนี้… มัน “แห้งแข็ง”… เป็นหิน…
เธอลองยกมันขึ้นมากัด…
แกรก!
ฟันของเธอแทบหัก…
เธอกินมันไม่ได้…
เธอจะต้อง “อดตาย” อยู่ในนี้เหรอ?
เธอจะต้องตายอย่างช้าๆ… ในห้องที่ขังวิญญาณของเธอเหรอ?
…แต่…
…เธอ “ไม่ตาย”…
เวลาผ่านไปอีก…
สี่วัน…
ห้าวัน…
คนที่เคยหิวโหย… ควรจะหมดแรง…
แต่ไหม… ยังคงมีสติ…
เธอยังคงลืมตา…
เธอยังคง “รับรู้”
ความหิวโG… มันยังอยู่… แต่มันไม่สามารถ “ฆ่า” เธอได้
มันกลายเป็นแค่ “เสียงรบกวน”… ที่กรีดร้องอยู่ในท้องของเธอ… ตลอดเวลา…
เช่นเดียวกับความกระหาย…
เธอค้นพบความจริงที่น่าสยดสยองข้อต่อมา…
รอยยันต์…
มันกำลัง “เลี้ยง” เธอ
มันไม่ได้เลี้ยงเธอด้วยอาหาร…
มันเลี้ยงเธอ… ด้วย “ความสิ้นหวัง” ของเธอเอง
มันสูบพลังงานจากความทุกข์ทรมานของเธอ… เพื่อให้เธอ “มีชีวิต” อยู่…
เพื่อให้เธอ “ทุกข์ทรมาน” ต่อไปได้…
เธอไม่ใช่ “มนุษย์” อีกต่อไปแล้ว…
เธอคือ “ภาชนะ”
เธอคือ “แหล่งพลังงาน”… ให้กับคำสาปที่เธอเป็นคนปลุกขึ้นมา
เธอนั่ง…
เธอนั่งอยู่ที่มุมห้อง… มุมเดิม…
เธอมอง…
มองออกไปนอกหน้าต่าง…
หน้าต่างบานเล็กๆ… ที่เป็นเหมือน “จอโทรทัศน์” … ฉายภาพโลกที่เธอไม่มีวันได้สัมผัสอีก
เธอเห็นนก… บินผ่านไป…
“แกโชคดีจังนะ…” เธอกระซิบ “แกบินไปไหนก็ได้…”
เธอเห็นผู้ชายส่งของ… ขี่มอเตอร์ไซค์…
เธอเห็นเด็กนักเรียน… เดินหัวเราะกัน…
พวกเขาคือ “คนละสายพันธุ์” กับเธอ…
เธอคือ… “สิ่งของ”… ที่ถูกลืม
เธอคือ “ความลับ”… ที่ถูกขังไว้ในห้องนี้
และแล้ว… เธอก็หันกลับมามอง…
“ครอบครัว” ของเธอ
เหล่าตุ๊กตา… ที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม
พวกมันคือสิ่งเดียว… ที่ยังอยู่กับเธอ…
“พวกแกเห็นใช่ไหม” เธอพึมพำ…
เสียงของเธอ… แหบแห้ง… เพราะขาดน้ำ
“พวกแกเห็น… ว่ามันเกิดอะไรขึ้น…”
“พวกแกคือพยาน… ใช่ไหม…”
เธอคลาน…
คลานไปที่ชั้นวาง…
เธอยื่นมือที่สั่นเทา…
ไปหยิบตุ๊กตาตัวหนึ่ง…
ตัวที่เธอรักที่สุด… ตัวที่ณัฐเคยบอกว่า “น่าเกลียด”
เธอยกมันขึ้นมา…
จ้องมอง…
ดวงตากระดุมสีดำ… ที่เธอบรรจงเย็บ…
…มันกำลังจ้องเธอกลับ…
และ… รอยยิ้ม…
รอยยิ้มที่เธอเย็บมันด้วยความรัก…
รอยยิ้มที่เธอคิดว่ามัน “ซื่อสัตย์” …
บัดนี้…
…มันดูเหมือน… กำลัง “เยาะเย้ย”
…ฮ่าๆๆ…
“ไม่…” ไหมส่ายหน้า
…น่าสมเพช…
เสียงหัวเราะแหลมสูงของผู้หญิงในร้านอาหาร… มันดังซ้อนทับขึ้นมา
…ผู้หญิงจืดชืดน่าสมเพชอย่างคุณ…
เสียงของณัฐ…
…เธอเป็นใคร…
“ไม่!!!”
ไหมกรีดร้อง!
เธอขว้างตุ๊กตาตัวนั้น… อัดเข้ากับผนัง!
ปึก!
มันร่วงลงไปกองกับพื้น…
ไส้สำลีทะลักออกมาเล็กน้อย…
…แต่มันยังคง “ยิ้ม” …
“แกก็เหมือนกัน!” เธอชี้หน้าตุ๊กตาตัวอื่นๆ “พวกแกมันจอมโกหก!”
“พวกแกนั่งมองฉันถูกหลอก! พวกแกไม่เคยเตือนฉัน!”
“พวกแกรู้มาตลอด… ว่ามันเป็นคนยังไง!”
“รอยยิ้มจอมปลอม! พวกแกมันก็เหมือนมัน!”
เธอคลั่ง…
เธอเริ่มลุกขึ้น…
ปัด…
ปัดตุ๊กตาทุกตัว… ที่อยู่บนชั้นวาง…
ร่วงหล่นลงมากระจายเกลื่อนพื้น!
ตุบ! ตับ!
ตุ๊กตาไม้…
ตุ๊กตาดินเผา… (ที่เธอเคยปั้นเล่น)
และตุ๊กตาผ้า…
พวกมันนอนกองระเกะระกะ…
บางตัวหน้าคว่ำ…
บางตัวหงายหน้า…
แต่ทุกตัว… ยังคง “ยิ้ม”
รอยยิ้มที่ถูกเย็บตรึง…
รอยยิ้ม… ที่เหมือนกับใบหน้าของ “อาจารย์”
รอยยิ้ม… ที่เหมือนกับใบหน้า “สุดท้าย” ของณัฐ
รอยยิ้ม… ของผู้ชนะ…
…ที่กำลังหัวเราะเยาะ… “ผู้แพ้” … อย่างเธอ
เธอทำลาย “ครอบครัว” ของเธอจนหมดสิ้น…
เธอกลับมานั่งทรุดตัว… ที่มุมห้อง
เธอหอบ…
เธอเหนื่อย…
…แต่เธอก็ยังไม่ตาย…
รอยยันต์บนอก… มันเต้นตุบๆ…
มัน “พอใจ” … ที่ได้เห็นเธอทำลายล้าง
เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว…
ไม่มีณัฐ…
ไม่มีครอบครัวตุ๊กตา…
เหลือแค่ “เธอ”… กับ “มัน” (รอยยันต์)
เธอเริ่มลืม…
เธอเริ่มลืม… ว่าใบหน้าของณัฐ… เป็นยังไง
เธอพยายามนึก…
นึกถึงดวงตาที่อบอุ่น (จอมปลอม) …
…มันเลือนราง…
เธอนึกถึงใบหน้าของพ่อแม่… ที่เธอจำได้ลางๆ จากรูปถ่ายเก่าๆ…
…มันหายไปแล้ว…
ความทรงจำ… มันกำลังถูก “สูบ” ไปด้วย
ถูกสูบไป… พร้อมกับความหวัง…
เหลือเพียง… “ความรู้สึก”
ความรู้สึก… “เย็น” ที่หน้าอก…
ความรู้สึก… “ชา” ที่ปลายนิ้ว…
และความรู้สึก… “คัน”…
และ… “เสียง”
ฉึก…
ฉึก… ฉึก…
เสียงเย็บผ้า…
มันไม่ได้ดังมาจากข้างนอก…
มันดัง… มาจากใน “ความทรงจำ” ของเธอ…
เสียง… ที่เธอเคยคิดว่ามัน “สร้างสรรค์”
เสียง… ที่เธอใช้ “สร้าง” ครอบครัว…
บัดนี้… มันคือเสียงเดียว… ที่ยังคงอยู่กับเธอ
มันคือเสียง… ของ “การจองจำ”
ไหมค่อยๆ หันไปมอง…
ท่ามกลางซากตุ๊กตาที่กองอยู่บนพื้น…
มีอยู่ตัวหนึ่ง…
ตัวที่เธอยังทำไม่เสร็จ…
ตัว… ที่เธอ “เย็บปิดปาก” …
มันยังคงวางนิ่งอยู่บนโต๊ะ… ไม่ได้ถูกปัดตกลงมา…
เธอคลาน…
คลานฝ่าซากปรักหักพังของครอบครัวเธอ…
ไปที่โต๊ะตัวนั้น…
เธอยื่นมือ…
หยิบมันขึ้นมา…
ตุ๊กตา… ที่ไม่มีตา… ไม่มีจมูก…
มีเพียง… “ปาก”… ที่ถูกเย็บปิดด้วยด้ายสีดำ…
มันคือ “ตัวแทน” ของเธอ…
เธอ… ที่ไม่มีสิทธิ์พูด…
เธอ… ที่ไม่มีสิทธิ์กรีดร้อง…
เธอ… ที่ถูก “เย็บ” ติดไว้กับสถานที่แห่งนี้…
ไหมกอดตุ๊กตาตัวนั้นไว้…
กอดมัน… แนบอก…
ทับลงไปบน “รอยยันต์”
…และเธอก็เริ่ม…
…เริ่ม “ฮัมเพลง”…
เพลง… ที่ไม่มีทำนอง…
เสียงแหบแห้ง… ที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก…
“ฮือ… ฮือ… ฮือ…”
เธอโยกตัว…
โยกตัวไปมา… ช้าๆ…
ในความมืด…
ในสุสาน… ที่เธอสร้างขึ้นเอง…
เธอไม่ได้รอคอยความตายอีกต่อไป…
เพราะเธอ… ได้ “ตาย” ไปแล้ว
เธอแค่… กำลัง “อยู่”…
เป็น “วิญญาณ”… ที่ถูกขังไว้ในซากศพของตัวเอง
เป็น “ผี”… ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้น…
โลกภายนอก… ยังคงหมุนต่อไป
เสียงไซเรนจางหายไป…
เสียงฝีเท้าหน้าห้อง… เงียบลง
การสืบสวน… ถูกปิดฉากลงอย่างรวดเร็ว
“คดีที่ 45/2568: ชายไม่ทราบชื่อ (คาดว่าเป็นนายณัฐ…) พลัดตกจากที่สูง… เสียชีวิต”
หลักฐานแวดล้อม… (ที่ รปภ. คอนโดหรูให้การ)… บ่งชี้ว่าเขามีอาการทางประสาท… ทำลายข้าวของ… และอาจจะเมายา
บวกกับสภาพศพที่ “เน่าเปื่อย” … (ซึ่งแพทย์สรุปเอาเองว่าเกิดจากการใช้ยาเสพติดชนิดรุนแรง… หรือติดเชื้อร้ายแรง)
คดีนี้… ถูกปิดลงในแฟ้มที่เขียนว่า… “ฆ่าตัวตาย” … หรือ “อุบัติเหตุจากความวิกลจริต”
ไม่มีใคร… พูดถึง “การฆาตกรรม”
ไม่มีใคร… สงสัยผู้หญิงในห้องเช่ามืดๆ… ที่ตำรวจแค่มาเคาะประตู… แล้วก็ลืม
โลก… ได้ลืม “ณัฐ” ไปแล้ว
…และโลก… ก็กำลังจะลืม “ไหม” เช่นกัน
เวลา… ผ่านไป
หนึ่งสัปดาห์…
ใบแจ้งหนี้ที่สอดอยู่ใต้ประตู… ถูกลมพัดจนปลิวหายไป
เจ้าของอพาร์ตเมนต์… (ชายร่างท้วม)… มาที่หน้าห้อง
เขาทั้งเคาะ… ทั้งตะโกนเรียก…
ปัง! ปัง! ปัง!
“คุณไหม! เปิดประตู! นี่มันเลยกำหนดมาอาทิตย์หนึ่งแล้วนะ!”
…ความเงียบ…
“อย่ามาเล่นตุกติกนะ! ผมจะแจ้งตำรวจ!”
เขาลองบิดลูกบิด…
…มันล็อค…
เขาใช้กุญแจสำรอง…
แกรก… แกรก…
กุญแจเสียบเข้าไปได้… แต่… บิดไม่ได้
มันเหมือนมี “บางสิ่ง” … ขวางกลไกข้างในไว้
“เวรเอ๊ย!” เขาสบถ “มันเอาอะไรมาขวางประตู!”
เขาพยายาม… กระแทก…
โครม!
ประตูไม้เก่าๆ สั่นสะเทือน… แต่ไม่เปิด
เจ้าของห้องหอบ…
เขารู้สึก…
เขารู้สึก “เย็น”…
เย็นวาบ… ทั้งๆ ที่อากาศก็อบอ้าว
เขามองไปที่ประตูบานนั้น…
มันดู… “ไม่เหมือนเดิม”
มันดู… “หนักอึ้ง”… และ “มืดมน” … กว่าห้องอื่นๆ
…เขากลัว…
เขากลั้นหายใจ… แล้วเดินถอยหลัง…
“ช่างแม่งมัน…” เขาพึมพำ “อยากอยู่ในนั้น… ก็อยู่ไป… ถือว่าค่าเช่าที่ค้าง… เป็นค่าปิดตายห้องนี้ก็แล้วกัน…”
เขาเดินจากไป…
และไม่เคยกลับมาที่ชั้นนี้อีกเลย
หนึ่งเดือน…
ฝุ่น… เริ่มจับตัวหนาขึ้น… ที่หน้าประตูห้องของไหม
ใยแมงมุม… เริ่มถักทอ… ที่มุมวงกบ
ห้องนี้… ถูก “ปิดตาย” … จากโลกภายนอกอย่างเป็นทางการ
หกเดือน…
เจ้าของอพาร์ตเมนต์คนเดิม… หัวใจวายตาย… (อาจจะเพราะความเครียด… หรืออาจจะเพราะอย่างอื่น…)
เจ้าของคนใหม่เข้ามา…
เขาพยายามจะ “เคลียร์” ห้องที่ถูกปิดตายนี้…
เขาจ้างช่างกุญแจ…
ช่างกุญแจ… เจาะสว่าน…
…สว่าน “หัก”…
เขาจ้างคนมา “พัง” ประตู…
คนงานใช้ขวาน… จาม…
ปึก!
…ขวาน “เด้ง” กลับ…
ราวกับว่า… ประตูบานนั้น… ไม่ใช่ไม้อีกต่อไป…
แต่เป็น “หิน”
คนงานปฏิเสธที่จะทำต่อ…
พวกเขาบอกว่า… “ห้องนี้… มัน ‘มีเจ้าของ’ … และเจ้าของ… ‘ไม่ต้อนรับ'”
ห้องนี้… จึงถูกปล่อยทิ้งไว้…
กลายเป็น “บาดแผล” ที่ถูกลืม… ของตึกเก่าๆ แห่งนี้
เวลา…
ภายในห้อง…
มันไม่ได้ “ผ่านไป”
มันแค่… “คงอยู่”
ไหม… ยังคงนั่งอยู่ที่มุมห้อง…
เธอไม่ตาย…
ความหิว… ความกระหาย…
มันไม่ได้หายไป…
แต่มันกลายเป็น “เพื่อนร่วมห้อง”…
มันคือเสียงครวญคราง… ที่ดังอยู่ในท้อง… ตลอดเวลา…
มันคือความแห้งผาก… ที่เกาะติดอยู่ในลำคอ… ชั่วนิรันดร์…
มันคือการทรมาน… ที่ไม่มีวันจบสิ้น…
รอยยันต์บนหน้าอกของเธอ…
มัน “เต้น”…
ตุบ… ตุบ…
มันสูบฉีด “ความทุกข์” ของเธอ… เพื่อหล่อเลี้ยง “ชีวิต” (ที่เหมือนตาย) ของเธอไว้
เธอคือ… “แบตเตอรี่”… ที่ชาร์จไฟให้กับคำสาปของตัวเอง
เธอลืม…
เธอลืม… ว่า “แสงแดด” … รู้สึกยังไง
เธอลืม… ว่า “เสียงหัวเราะ” … ฟังดูเป็นยังไง
เธอลืม… “ใบหน้า” ของตัวเอง
เธอลองคลาน… ไปที่กระจกบานเล็กๆ ที่ร้าว… ที่เธอเคยใช้ส่อง…
…มันว่างเปล่า…
ไม่ใช่…
มัน “มืด”
กระจก… ไม่สะท้อนภาพเธออีกต่อไป
“ฉัน… ไม่มีตัวตน…” เธอกระซิบ
เธอไม่ใช่ “ไหม” อีกต่อไป…
เธอคือ “ห้อง”
เธอคือ “คำสาป”
เธอคือ “ผี”… ที่ยังไม่ได้ตาย
และแล้ว… วันหนึ่ง…
ท่ามกลางซากปรักหักพังของตุ๊กตา… ที่กองอยู่บนพื้น…
เธอก็เห็น…
“เข็ม”
เข็มเล่มเล็ก… ที่เธอทำตกไว้…
ข้างๆ นั้น… คือ “ด้าย” … ม้วนเล็กๆ…
ด้ายสีดำ…
ฉึก…
ฉึก… ฉึก…
เสียง…
เสียงในความทรงจำ… มันดังขึ้นมา
เธอคลาน…
เธอคลานไปหยิบมัน…
เข็ม… และด้าย…
เธอหยิบเศษผ้า… จากตุ๊กตาตัวหนึ่งที่แตกสลาย…
…และเธอก็เริ่ม…
…เริ่ม “ทำงาน”…
มือของเธอ… ที่บัดนี้ซีดขาวราวกับกระดาษ… และเย็นเฉียบ…
เริ่มขยับ…
เย็บ…
ฉึก…
ฉึก…
ฉึก…
มันคือสิ่งเดียว… ที่เธอจำได้ว่าต้องทำ
มันคือสิ่งเดียว… ที่ทำให้การ “คงอยู่” อันไร้ความหมายนี้… มี “จุดมุ่งหมาย”
เธอไม่ได้เย็บ “ตา”
เธอไม่ได้เย็บ “จมูก”
เธอไม่ได้เย็บ “รอยยิ้ม”
เธอเย็บ…
เย็บ “ปาก”
เย็บปิด…
เย็บซ้ำๆ… แน่นหนา…
ด้ายสีดำ… ตัดกับผ้าสีซีด…
เธอสร้าง… “เพื่อน” … คนใหม่
เพื่อน… ที่เข้าใจเธอ
เพื่อน… ที่ “เงียบ” … เหมือนเธอ
เพื่อน… ที่ “ถูกจองจำ” … เหมือนเธอ
ห้าปี…
สิบปี…
อพาร์ตเมนต์แห่งนี้… ถูกทิ้งร้าง… เกือบทั้งหมด
เหลือเพียงคนจน… คนที่ไม่มีที่ไป… ที่ยังคงทนอาศัยอยู่ชั้นล่างๆ
และ… “เรื่องเล่า”… ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น
เรื่องเล่า… ของ “ห้องผีสิง” … ที่ชั้นบนสุด
ห้อง… ที่ถูกปิดตาย…
ห้อง… ที่ไม่มีใครเข้าไปได้…
แต่ “มีคน” … อยู่ข้างใน
พวกขี้ยา… ที่แอบขึ้นไปมั่วสุมที่ชั้นดาดฟ้า…
พวกเขา “ได้ยิน”…
ในยามค่ำคืน… ที่เงียบสงัด…
พวกเขาจะได้ยินเสียง…
…ฉึก…
…ฉึก… ฉึก…
เสียง… “เย็บผ้า”…
เสียงเข็มที่ทิ่มแทง… ดังออกมาจากห้องที่ถูกปิดตายนั้น
และบางครั้ง…
พวกเขาจะได้ยินเสียง…
…เสียง “ฮัมเพลง”…
“ฮือ… ฮือ… ฮือ…”
เสียงฮัมเพลงที่แหบแห้ง… ไร้ทำนอง…
เสียงของผู้หญิง… ที่กำลังร้องไห้… หรือกำลัง “พอใจ” … ไม่มีใครรู้
มันกลายเป็น “ตำนานเมือง”…
“ผีสาวช่างเย็บผ้า”
วิญญาณของหญิงสาว… ที่ถูกคนรักหักหลัง… จนต้องฆ่าตัวตายในห้องนั้น…
(พวกเขาเดาเรื่องได้ใกล้เคียง… อย่างน่าขนลุก)
พวกเขาบอกว่า… วิญญาณของเธอ… ยังคง “เย็บ” …
เย็บ… รอคอย…
รอคอย “คนรัก” … ให้กลับมา…
ภาพสุดท้าย…
กล้อง… เคลื่อนที่…
เคลื่อนที่… ผ่านโถงทางเดินที่มืดมิด…
ผ่านประตู… ที่ถูกคล้องโซ่… ขึ้นสนิม…
…ทะลุผ่าน…
ทะลุผ่านบานไม้… ราวกับเป็นวิญญาณดวงหนึ่ง…
…เข้าไปข้างใน…
…ในห้อง…
ฝุ่น…
ฝุ่นหนาเตอะ… ปกคลุมทุกสิ่ง…
เฟอร์นิเจอร์… ผุพัง…
ใยแมงมุม… หนาทึบ… จนเหมือนม่านสีเทา…
…แต่…
…ไม่ใช่ทั้งหมด…
ที่มุมห้อง…
มุม… ที่ “เธอ” นั่ง…
มัน “สะอาด” …
ราวกับว่า… ฝุ่นและกาลเวลา… ไม่กล้าแตะต้องบริเวณนั้น
“ไหม”…
เธอนั่งอยู่ที่นั่น…
นั่งขดตัว… ในท่าเดิม…
เธอไม่แก่ลงเลย…
เธอยังคงดูเหมือน “วันนั้น”…
แต่… ไม่ใช่…
ผิวของเธอ… ซีดขาว… ราวกับผ้าป่าน…
ดวงตาของเธอ… เบิกกว้าง…
…และ “ว่างเปล่า”…
เธอกำลัง “ทำงาน”
มือของเธอ… ที่บัดนี้กลายเป็นสีเทาซีด… ขยับอย่างเชื่องช้า… แต่มั่นคง
ฉึก…
ฉึก…
เธอกำลังเย็บ…
เย็บตุ๊กตาตัวใหม่…
…ในห้อง…
รอบตัวเธอ…
มี “ตุ๊กตา”
ไม่ใช่หลายสิบตัว…
แต่เป็น… หลายร้อยตัว
พวกมันถูกจัดวาง… นั่งเรียงราย…
บนพื้น… บนเตียง… บนชั้น…
พวกมันคือ “ผู้ชม”
และตุ๊กตาทุกตัว…
ทุกตัว…
ถูก “เย็บปิดปาก” … ด้วยด้ายสีดำ
และในมือของเธอ… ตัวที่เธอกำลังเย็บ…
มันมีรูปร่าง… คล้าย “ผู้ชาย” …
เธอเย็บปากมัน… เป็นตะเข็บสุดท้าย…
ฉึก!
…เสร็จ…
เธอวางมันลง…
แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้น…
เงยหน้า… มองตรงมาที่ “กล้อง” (ผู้ชม)
ดวงตาที่กลangเปล่า… จ้องทะลุ…
รอยยันต์… บนหน้าอกของเธอ… (ที่มองเห็นได้… เพราะเสื้อผ้าของเธอขาดวิ่น)
มันไม่ได้เป็นสีดำจางๆ อีกต่อไป…
มัน “เรืองแสง”
เรืองแสงสีแดงเข้ม… เหมือนถ่านไฟที่คุโชน…
และมันกำลัง “เต้น”
ตุบ…
ตุบ…
ตุบ…
เป็นจังหวะเดียวกับ…
…ฉึก…
…ฉึก…
…เสียงเย็บผ้า… ที่ดังก้องอยู่ในหัวของเธอ…
เธอมองเรา…
…และเธอก็…
…ยิ้ม…
มันไม่ใช่รอยยิ้มของ “ไหม”
มันไม่ใช่รอยยิ้มของมนุษย์…
มันคือการ “แสยะ”…
ริมฝีปากที่แห้งผาก… ค่อยๆ แยกออก…
เผยให้เห็นความมืดมิด… ข้างใน…
มันคือรอยยิ้ม… ของ “ยันต์”
รอยยิ้ม… ของ “ผู้คุม”…
รอยยิ้ม… ที่กำลังบอกว่า…
…เธอยังอยู่ที่นี่…
…และเธอกำลัง… รอ…
…ตัดภาพไปที่…
ตลาดเก่า… ตรอกที่อับชื้น…
ในห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นกำยาน…
“อาจารย์”…
เขายังคงนั่งอยู่ที่เดิม…
(เขาดูไม่แก่ลงเลย… หรือบางที… เขาอาจจะไม่เคย “มีชีวิต” อยู่ตั้งแต่แรก)
เขาเปิดฝากล่องไม้…
ข้างใน…
คือ “แผ่นหนัง” … แผ่นใหม่…
ขาว… สะอาด… และว่างเปล่า…
…แกรก…
เสียงประตูเปิด…
เด็กสาวคนหนึ่ง… ร้องไห้สะอื้น… ก้าวเข้ามา
“กลิ่นของหัวใจที่แตกสลาย”… ลอยฟุ้ง…
อาจารย์เงยหน้าขึ้น…
สบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความแค้น…
“เจ้า…”
เสียงแหบแห้งของเขาดังขึ้น…
“…มีอะไรมาแลก”
…วงจร…
…เริ่มต้นอีกครั้ง