จากคนนอกที่ถูกเหยียดหยามกลายเป็นพระเจ้าผู้ถือชะตากรรมของวรโชติเมธีในวันที่พวกเขาล้มละลายและไม่มีที่ซุกหัวนอน…KẺ BÊN LỀ BỊ KHINH RẺ BẤT NGỜ TRỞ THÀNH HY VỌNG DUY NHẤT CỨU CẢ GIA ĐÌNH KHỎI CẢNH TÙ TỘI 5 PHÚT SAU…
เสียงกี่ทอผ้าที่ดังกระทบกันเป็นจังหวะสม่ำเสมอในโรงทอสะท้อนก้องอยู่ในหูของผมมาตั้งแต่จำความได้ มันไม่ใช่แค่เสียงของเครื่องจักร แต่มันคือลมหายใจของตระกูลวรโชติเมธี ตระกูลที่สร้างชื่อเสียงมาจากผ้าไหมที่งดงามที่สุดในประเทศนี้ แต่สำหรับผม เสียงนั้นกลับเหมือนคำสาปที่ย้ำเตือนว่าผมเป็นได้เพียงแค่ส่วนเกิน ผมยืนอยู่ที่มุมมืดของโรงย้อมผ้า กลิ่นฉุนของสารเคมีและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเส้นไหมดิบผสมปนเปกันจนกลายเป็นกลิ่นที่ผมคุ้นเคยยิ่งกว่ากลิ่นข้าวสวยในจานเสียอีก มือของผมหยาบกร้านและมีรอยด่างจากสีย้อมที่ล้างไม่ออก มันเป็นสีน้ำเงินเข้มที่ฝังลึกอยู่ในซอกเล็บ ราวกับตราบาปที่บอกว่าผมไม่มีวันหลุดพ้นไปจากนรกที่สวยงามแห่งนี้ได้ วันนี้เป็นวันงานเทศกาลไหมประจำปี คฤหาสน์หลังใหญ่ถูกประดับตกแต่งด้วยผ้าไหมสีสดใสที่พลิ้วไหวตามสายลม แสงแดดยามบ่ายทอแสงระยิบระยับล้อไปกับลวดลายบนผืนผ้าที่บรรจงทออย่างประณีต ผมมองเห็นปกรณ์ พี่ชายลูกพี่ลูกน้องของผมในชุดผ้าไหมสีงาช้างที่ดูหรูหรา เขายืนอยู่ท่ามกลางแขกเหรื่อผู้มีเกียรติ ใบหน้ายิ้มแย้มและรับคำชมเชยในฐานะผู้สืบทอดที่เก่งกาจ ทุกคนเชื่อว่าผ้าไหมสีทองอร่ามที่จัดแสดงอยู่นั้นเป็นผลงานการสร้างสรรค์ของเขา…