ห้องร้างเงามรณะ: เมื่อวิญญาณเลือกผู้เรียกเป็นเจ้าของ
ท่ามกลางแสงสีทองอ่อนโยนของห้องจัดเลี้ยงเล็ก ๆ นีดาถือแก้วไวน์ไว้ในมือ ข้างนอกดูเหมือนเธอคือเพื่อนเจ้าสาวที่เปี่ยมสุขที่สุด แต่ข้างในนั้นความรู้สึกเกลียดชังและริษยาที่ร้อนรุ่มได้กัดกินเธอจนเกือบหมดสิ้น
เสียงหัวเราะของลินที่กังวานและสดใสทำให้ความรู้สึกนั้นยิ่งขยายใหญ่ขึ้น ลินเพื่อนรักของเธอในชุดเดรสสีขาวนวลกำลังถูกสวมแหวนหมั้นโดยกฤต ช่างเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบจนน่าคลื่นไส้ ภาพที่เธอใฝ่ฝันมาตลอดหลายปี
“ถ่ายรูปให้หน่อยสิ นีดา” ลินยื่นโทรศัพท์ให้ ดวงตาของเธอบ่งบอกถึงความสุขที่ไม่ปิดบังแม้แต่น้อย นีดาฝืนยิ้ม กดชัตเตอร์รัว ๆ โดยใช้ฟิลเตอร์ที่สวยงามที่สุดเพื่อปกปิดความว่างเปล่าภายใน
เธอเห็นประกายความรักในดวงตาของกฤตขณะที่เขามองลิน เป็นประกายที่ไม่เคยมีให้เธอเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่เธออยู่ข้างกฤตมานานกว่า เป็นคนรับฟังความทุกข์ยากของเขาเสมอ
“ยินดีด้วยนะ เพื่อนรัก” นีดาพูดออกไป คำพูดที่เต็มไปด้วยน้ำผึ้งแต่ซ่อนยาพิษไว้
เย็นวันนั้น เมื่อกลับถึงห้องพักคอนโดที่ว่างเปล่า นีดาจ้องมองรูปถ่ายคู่ของลินและกฤตที่เธอเพิ่งอัปโหลดลงอินสตาแกรม ยอดไลก์และคอมเมนต์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างชื่นชมว่าพวกเขาเหมาะสมกันเพียงใด
“ทำไมต้องเป็นลิน” เสียงกระซิบในใจดังขึ้น “ทำไมฉันต้องเป็นคนที่อยู่ข้างหลังเสมอ”
ความโดดเดี่ยวที่กัดกินมานานทำให้ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้น เธอจำได้ถึงคำร่ำลือถึงตลาดมืดในย่านชานเมือง ที่ซึ่งมีหมอผีและแม่มดลึกลับคอยช่วยเหลือคนสิ้นหวัง
เช้าวันรุ่งขึ้น นีดาปลอมตัวอย่างมิดชิด เธอขับรถเก่า ๆ เข้าไปในซอยแคบ ๆ ที่มีกลิ่นธูปและสมุนไพรโบราณคละคลุ้ง เธอพบกับป้าหวาน หมอผีร่างท้วมที่มีดวงตาที่รู้แจ้งราวกับมองทะลุความผิดบาปของเธอได้
“ข้าเห็นไฟริษยาในใจเจ้า นีดา” ป้าหวานพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เจ้าต้องการทำลายความสุขของพวกเขาเพื่ออะไร”
นีดาไม่ตอบ เธอวางเงินปึกใหญ่ลงบนโต๊ะไม้เก่า ๆ “ฉันต้องการให้พวกเขาเกลียดกัน ให้เลิกกันอย่างไม่มีวันกลับ”
ป้าหวานจ้องมองเงินนั้นอย่างเย็นชา ก่อนจะหยิบเอาห่อผ้าสีดำที่มัดด้วยด้ายแดงออกมา “นี่คือ ‘เสน่ห์เลือดตา’ (Bùa Huyết Lệ) ที่ใช้เรียกผีตายโหงมาผูกรัก ผีตายโหงนี้มีฤทธิ์ทำลายความผูกพันที่แข็งแกร่งที่สุด มันจะทำลายความรักเดิมและจะมอบความรักใหม่ให้เจ้า”
ป้าหวานเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง “แต่จงจำไว้ ผีตายโหง (Phi Tai Hong) คือดวงวิญญาณที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความต้องการที่จะเป็นเจ้าของ มันจะทำลาย แต่ไม่ยอมจากไปง่าย ๆ”
“เมื่อมันทำลายความรักเดิมของพวกเขาเสร็จสิ้น มันจะมองหาที่พักพิงใหม่ ที่ที่อบอุ่นและโดดเดี่ยว”
ป้าหวานเน้นย้ำทุกถ้อยคำ: “ถ้าเจ้าแสดงความอ่อนแอ ความโดดเดี่ยว หรือความสำนึกผิดออกมาแม้แต่นิดเดียวหลังภารกิจสำเร็จ มันจะถือว่าเจ้าคือ เจ้าสาวคนใหม่ ของมัน และมันจะมาอยู่กับเจ้าตลอดไป”
นีดาหัวใจเต้นรัวด้วยความกลัวและความตื่นเต้นผสมกัน แต่ภาพของกฤตและลินที่จุมพิตกันในงานหมั้นยังคงฝังแน่น เธอพยักหน้าอย่างแน่วแน่ “ฉันจะระวัง ฉันไม่กลัวความโดดเดี่ยว”
เธอรับห่อผ้าอาถรรพ์นั้นมา มันเย็นเฉียบและหนักอึ้งราวกับก้อนหินที่เปียกชื้น
กลางดึกคืนวันศุกร์ นีดาขับรถไปที่บ้านของกฤตและลินในย่านชานเมือง เธอรอจนกระทั่งไฟในบ้านดับลงทั้งหมด เธอใส่ถุงมือและสวมหน้ากากอนามัยเพื่อปิดบังใบหน้า
บรรยากาศรอบบ้านเงียบสนิทจนน่าขนลุก มีเพียงเสียงจิ้งหรีดที่ร้องระงม นีดามุดเข้าไปในสวนหลังบ้านอย่างทุลักทุเล เธอเดินไปยังประตูหลังบ้านอย่างระมัดระวัง
เธอคลายห่อผ้าสีดำออก ภายในเป็นเศษผงสีแดงเข้มผสมกับผมเส้นยาวสีดำ เธอกระซิบคำอธิษฐานตามที่ป้าหวานสอน ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“จงทำลาย จงทำลายทุกอย่างที่พวกเขาได้สร้างขึ้น”
เธอโปรยผงอาถรรพ์นั้นลงไปใต้ธรณีประตูทางเข้าหลังบ้านอย่างบรรจง “จงให้ความริษยาของข้ากลายเป็นความจริง”
เมื่อเสร็จสิ้น เธอรีบถอยออกมาอย่างรวดเร็วราวกับเป็นขโมยที่กำลังหนีความผิด เมื่อกลับมาถึงรถและขับออกมาได้สำเร็จ นีดาหายใจเข้าลึก ๆ ความรู้สึกแรกคือความโล่งใจ แต่ตามมาด้วยความรู้สึก ว่างเปล่า ที่น่าสะพรึงกลัว
เธอขับรถกลับคอนโดด้วยความเร็วสูง ทิ้งบ้านที่มีเสน่ห์อาถรรพ์อยู่เบื้องหลัง เมื่อเปิดประตูห้องพัก สิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้คือ กลิ่น กลิ่นหอมฉุนของดอกมะลิที่เหี่ยวเฉา ผสมกับกลิ่นอับชื้นคล้ายดิน
นีดาตัวแข็งทื่อ เธอไม่ได้เปิดหน้าต่าง ไม่มีใครเข้ามาในห้องของเธอ
เธอปลอบตัวเองว่าคงเป็นแค่จินตนาการ แต่ในคืนนั้นเอง ขณะที่เธอกำลังนอนหลับ เธอได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ อยู่ข้างหู เสียงนั้นคล้ายเสียงผู้หญิงร้องไห้ แต่เป็นภาษาที่เธอไม่เข้าใจ
เสียงนั้นว่ายวนอยู่ในความเงียบงัน…
สามวันหลังจากที่เสน่ห์เลือดตาถูกฝังไว้ใต้ธรณีประตู ความเปลี่ยนแปลงเริ่มเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและโหดร้ายเกินกว่าที่นีดาจะคาดคิด
ลินโทรหาเธอด้วยน้ำเสียงที่แตกพร่า “นีดา… กฤตเปลี่ยนไป เขาโกรธฉันตลอดเวลา โกรธเรื่องเล็กน้อยมาก อย่างการที่ฉันวางแก้วน้ำผิดที่”
นีดาปลอบเพื่อนด้วยคำพูดที่เสแสร้ง เธอบอกให้ลินใจเย็นและให้เวลาเขาหน่อย แต่ในใจเธอเต็มไปด้วยความปีติยินดี เสน่ห์เลือดตาเริ่มทำงานแล้ว ผีตายโหงกำลังทำลายความรักของพวกเขา
แต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน ความรู้สึกถูกเฝ้ามองเริ่มก่อตัวขึ้นในชีวิตประจำวันของนีดา
ขณะทำงานในออฟฟิศ เธอรู้สึกว่ามีใครบางคนยืนอยู่ข้างหลัง เมื่อหันกลับไปก็ไม่พบใคร มีเพียงอากาศเย็นจัดที่พัดผ่านต้นคอ เธอเริ่มพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียวในห้องน้ำที่ทำงาน
ความผิดปกติที่รุนแรงที่สุดคือในคอนโดของเธอเอง
ทุกครั้งที่อาบน้ำ เธอจะได้ยินเสียงเหมือนมีน้ำหยดจากก๊อกน้ำที่ไม่ได้เปิด เมื่อเธอปิดตา เสียงหยดนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องไห้คร่ำครวญเบา ๆ เธอจำได้ถึงคำเตือนของป้าหวาน: มันจะทำลายและมันจะไม่จากไปง่าย ๆ
คืนหนึ่ง นีดาตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะอากาศที่หนาวเย็นจนต้องห่มผ้าห่มหนา ทั้งที่เครื่องปรับอากาศถูกปิดไว้
เธอมองไปยังมุมห้อง บนเก้าอี้ที่ว่างเปล่า เธอเห็นเงาดำ ๆ จาง ๆ รูปคล้ายผู้หญิงผมยาวนั่งก้มหน้าอยู่ เงาจางจนแทบมองไม่เห็น แต่ความรู้สึกถึงการมีอยู่ของมันนั้นชัดเจนราวกับมีคนมาบีบคอเธอไว้
“ออกไป…” นีดากระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
เงาไม่ตอบ มันยังคงนั่งนิ่งอยู่ในท่าก้มหน้า แต่นีดาได้ยินเสียงกระซิบอีกครั้ง คราวนี้ชัดกว่าเดิม มันพูดด้วยภาษาไทยโบราณที่ฟังดูเหมือนบทเพลงกล่อมเด็กที่แสนเศร้า
“อย่าอยู่คนเดียว… อยู่กับฉัน… อยู่ด้วยกัน…”
นีดาคว้าโทรศัพท์มือถือและเปิดไฟฉายฉายไปที่เก้าอี้ทันที เงาจางหายไปแล้ว เหลือไว้เพียงเก้าอี้ที่ว่างเปล่าและความเย็นยะเยือกที่กัดกินไปถึงกระดูก
เธอรู้ว่ามันคือ แม่พิม ผีตายโหงที่เธอเรียกมาเพื่อทำลายความสุขของลินและกฤต ตอนนี้มันเริ่มมองหา เจ้าสาว คนใหม่แล้ว และกำลังทดสอบความอ่อนแอของเธอ
เพื่อพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้อ่อนแอ นีดาจึงเลือกที่จะใกล้ชิดกับกฤตมากขึ้นตามแผนเดิม
กฤตโทรหาเธอทุกวัน เขาเล่าเรื่องการทะเลาะกับลินด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึก “ฉันไม่รู้ว่าทำไมถึงทนอยู่กับเธอได้อีกต่อไป นีดา”
นีดาให้คำแนะนำที่ดูเป็นกลาง “บางทีนายแค่เหนื่อย ลองห่างกันสักพักดูไหม”
แต่คำพูดของกฤตในสายถัดมาทำให้เธอตกใจยิ่งกว่า “ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว ฉันอยากอยู่กับเธอ นีดา เธอเข้าใจฉันที่สุด”
วันต่อมา กฤตมาหานีดาที่คอนโด เขาดูโทรมและสับสน แต่สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความต้องการที่ไม่เคยมีมาก่อน เขาคว้ามือเธอไว้แน่น
“ฉันรู้สึกเหมือนฉันเป็นคนอื่นเวลาอยู่กับลิน แต่กับเธอ… ฉันรู้สึกเหมือนเป็นตัวเอง” กฤตพูด
นีดาเห็นความรักที่หันเหมาหาเธออย่างชัดเจน เธอรู้สึกถึง ชัยชนะ ที่แสนหวาน แต่ในขณะที่กฤตกำลังกอดเธออย่างแรงนั้นเอง นีดาได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักที่เย็นเยียบจากทางเดิน
เธอเหลือบมองไปที่กระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพพวกเขา ภาพของเธอกับกฤตในอ้อมกอดกัน
แต่ในขอบกระจกด้านบน เธอเห็นเงาผู้หญิงผมยาวที่ยืนอยู่เหนือไหล่ของกฤต เงาของแม่พิมกำลังยิ้มเยาะ
รอยยิ้มนั้นไม่ใช่ความพึงพอใจ แต่เป็นรอยยิ้มของการ เป็นเจ้าของ
นีดาผลักกฤตออกไปทันทีด้วยความตกใจ “กฤต… ฉันว่านายควรกลับไปพักผ่อนก่อน”
กฤตมองเธอด้วยความสับสน “เกิดอะไรขึ้น นีดา”
เธอพยายามควบคุมสีหน้าของเธอและรีบพาเขาออกไปอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อประตูถูกปิดลง นีดาพิงประตูด้วยความเหนื่อยล้า เธอรู้ว่าเสน่ห์เลือดตาไม่ได้ให้กฤตแก่เธอ แต่ให้ ผีตายโหง แก่เธอ
มันกำลังใช้กฤตเป็นเครื่องมือเพื่อเข้าถึงเธอ มันกำลังบอกว่า: ความรักที่ถูกทำลายนั้น ฉันจะเข้ามาแทนที่เอง
ความสัมพันธ์ของลินและกฤตมาถึงจุดแตกหักอย่างรวดเร็ว กฤตโทรมาบอกนีดาว่าเขาได้ทิ้งลินไปแล้ว เขาไม่ได้โกรธอีกต่อไป แต่กลายเป็นความรู้สึก ว่างเปล่า และ ไม่สนใจ ลินแม้แต่น้อย
“ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย นีดา เหมือนกับว่าฉันกำลังแสดงบทบาทของตัวเอง” กฤตบอกด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “ฉันรู้สึกดีขึ้นเมื่ออยู่กับเธอ”
ลินโกรธแค้นและเจ็บปวด เธอมาที่คอนโดของนีดา ร้องไห้สะอึกสะอื้น นีดากอดเพื่อนอย่างจอมปลอม ขณะที่ในใจเต็มไปด้วยความเย็นชา
“ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้” ลินเช็ดน้ำตา “เขาบอกว่าเขาพบคนที่เข้าใจเขามากกว่า”
นีดาต้องฝืนทำสีหน้าตกใจ “หมายถึงใคร ลิน นายต้องไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องนะ”
แต่ลินส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง “ฉันไม่ไหวแล้ว นีดา ฉันเหนื่อยเหลือเกิน”
เมื่อลินกลับไปแล้ว นีดาได้ดื่มด่ำกับชัยชนะอีกครั้ง กฤตเป็นอิสระแล้ว และเขาต้องการเธออย่างเห็นได้ชัด
แต่ความสุขนั้นจางหายไปเมื่อเธอต้องอยู่คนเดียว กลิ่นดอกมะลิเหี่ยวเฉาและกลิ่นดินชื้นในห้องของเธอเริ่มแรงขึ้นทุกวัน มันกลายเป็นกลิ่นประจำห้องที่เธอไม่สามารถกำจัดได้
ผีตายโหงเริ่มแสดงตัวชัดเจนขึ้น มันไม่ได้เป็นเพียงเงาจาง ๆ อีกต่อไป
คืนนั้น นีดาตัดสินใจอาบน้ำเพื่อบรรเทาความตึงเครียด เธอเปิดน้ำอุ่นและก้าวเข้าไปในอ่างอาบน้ำ ทันใดนั้น ความรู้สึกเหมือนมี มือเย็นเฉียบ มาแตะที่ข้อเท้าของเธอ
นีดาลืมตาพรวด เธอเห็น เส้นผมเปียกน้ำสีดำสนิท ลอยขึ้นมาจากใต้อ่างอาบน้ำอย่างช้า ๆ เส้นผมนั้นยาวเหยียดและพันรอบข้อเท้าของเธออย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังลูบไล้
นีดากรีดร้องและกระโดดออกจากอ่างด้วยความตื่นตระหนก เธอวิ่งไปคว้าผ้าเช็ดตัวมาคลุมตัวและมองกลับไปยังอ่างอาบน้ำ
เส้นผมนั้นหายไปแล้ว น้ำในอ่างยังคงใสสะอาดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ร่องรอยความเย็นเฉียบยังคงอยู่บนผิวของเธอ
เธอทรุดตัวลงกับพื้นห้องน้ำ เธอเริ่มรู้สึกสำนึกผิด ความกลัวที่แท้จริงเริ่มเข้าครอบงำ ความปรารถนาที่จะทำลายความรักของคนอื่นได้นำพา ความตาย มาสู่ชีวิตของเธอเอง
ในสภาพที่อ่อนแอที่สุดนั้นเอง เสียงกระซิบก็ดังขึ้นอย่างชัดเจนและใกล้ชิดราวกับอยู่ข้างหู
“อย่ากลัวเลย… นีดา… ฉันมาอยู่กับเธอแล้ว… พวกเราจะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป…”
เสียงนั้นดูเหมือนเสียงผู้หญิงที่กำลังยิ้ม
นีดาปิดหูของเธอแน่น “ฉันไม่ได้ต้องการแก! ฉันต้องการกฤต! แกหลอกฉัน!”
ในขณะที่เธอตะโกน เสียงกระซิบนั้นกลับหัวเราะเบา ๆ และพูดว่า: “เจ้าเองที่เรียกข้ามา… เจ้าให้ที่อยู่แก่ข้า… ความโดดเดี่ยวของเจ้าคือความรักของข้า…”
มันคือความจริง คำพูดของป้าหวานย้อนกลับมาทิ่มแทง: ถ้าเจ้าแสดงความอ่อนแอ ความโดดเดี่ยว หรือความสำนึกผิดออกมาแม้แต่นิดเดียว… มันจะถือว่าเจ้าคือเจ้าสาวคนใหม่ของมัน
ในความหวาดกลัว นีดาโทรหากฤตเพื่อขอความช่วยเหลือ
“กฤต… ฉันคิดว่าฉันไม่สบาย นายมาหาฉันได้ไหม” เสียงของเธอสั่นเครือ
กฤตมาถึงอย่างรวดเร็ว เขากอดเธอและปลอบโยน แต่สายตาของเขานั้นดู ว่างเปล่า ราวกับเขากำลังมองทะลุเธอไป
“ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว นีดา ฉันจะดูแลเธอ” กฤตพูด
ในขณะที่เขากอดเธอ นีดาได้ยินเสียงกระซิบซ้อนขึ้นมาอีกครั้ง แต่มาจากทางด้านหลังของกฤต
“เขาอยู่ตรงนี้… แต่เขาเป็นของฉัน…”
นีดาผละออกจากกฤตอย่างรวดเร็ว เธอเห็นรอยยิ้มที่ผิดปกติบนใบหน้าของกฤต มันเป็นรอยยิ้มที่ดูพึงพอใจและชั่วร้าย ไม่ใช่รอยยิ้มของกฤตที่เธอรู้จัก
นีดาตระหนักในที่สุด: กฤตไม่สามารถช่วยเธอได้ เขาเป็นเพียงหุ่นเชิด ผีตายโหงได้ครอบครองเขาแล้วและกำลังใช้เขาเพื่อ ล่อลวง เธอให้เข้าสู่กับดัก
ในที่สุด นีดาได้สัมผัสถึงความโดดเดี่ยวที่แท้จริง – ความโดดเดี่ยวที่ไม่สามารถหลีกหนีได้ เพราะมันถูกผูกไว้ด้วยพันธะอาถรรพ์ที่เธอสร้างขึ้นมาเอง
เธอเป็น ผู้ล่า ที่กลายเป็น เหยื่อ ในเกมของผีตายโหง
หลังจากที่ผีตายโหงได้ประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน นีดาตัดสินใจที่จะแข็งแกร่ง เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกโดดเดี่ยวหรือหวาดกลัวอีกต่อไป
เธอโทรหาเพื่อนร่วมงาน ชวนพวกเขาออกไปทานอาหารเย็นทุกคืน เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไม่ต้องอยู่คนเดียวในคอนโดที่เต็มไปด้วยกลิ่นมะลิเหี่ยวเฉานั้น
แต่แม่พิม (ผีตายโหง) ไม่ยอมแพ้ มันเริ่มใช้กฤตเป็นเครื่องมือในการทดสอบความมุ่งมั่นของนีดา
กฤตเริ่มมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและครอบงำ นีดาถูกบังคับให้รับสายเขาตลอดเวลา แม้กระทั่งในที่ทำงาน เขาต้องการให้นีดาอยู่กับเขาตลอดเวลา และมักจะเรียกเธอด้วยคำว่า “เจ้าสาวของฉัน”
“เธอสวยขึ้นนะ นีดา ฉันรักดวงตาคู่นี้ที่มองมาที่ฉัน” กฤตพูดด้วยรอยยิ้มหวาน แต่ดวงตาของเขานั้นเย็นชาและไร้ชีวิตชีวาอย่างน่าขนลุก
นีดาพยายามผลักไสเขาออกไปอย่างสุภาพ แต่กฤตจะไม่ยอม เขายึดติดกับเธอราวกับเป็นของตาย
“นี่คือความรักที่เธอต้องการไม่ใช่เหรอ” กฤตกระซิบใกล้หูเธอ “ความรักที่สมบูรณ์แบบที่ทำลายทุกอย่างเพื่อเรา”
คำพูดนั้นไม่ได้มาจากกฤต แต่มาจากแม่พิม นีดาเห็นเงาของผู้หญิงคนหนึ่งทาบซ้อนอยู่บนเงาของกฤตขณะที่พวกเขาเดินผ่านกระจกหน้าร้านอาหาร มันเป็นภาพที่ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
ความกลัวของนีดาเริ่มเปลี่ยนเป็นความรำคาญและความสิ้นหวัง เธอกลายเป็น ผู้ถูกล่า ในเกมความรักที่บิดเบี้ยวนี้
วันหนึ่ง กฤตบังคับให้นีดาพาเขาไปที่คอนโดของเธอ เขาต้องการให้พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันใน “บ้านของเรา”
นีดาปฏิเสธไม่ได้เพราะกลัวปฏิกิริยาที่รุนแรงของกฤต เมื่อพวกเขาเข้าไปในห้อง กลิ่นมะลิเหี่ยวเฉาก็หอมฟุ้งไปทั่ว
กฤตยิ้มด้วยความพึงพอใจ “หอมมาก… เหมือนกลิ่นดอกมะลิในงานแต่งงาน”
นีดาตัวแข็งทื่อ เธอรู้ว่ากลิ่นนั้นเป็นสัญญาณของการมีอยู่ของแม่พิม
กฤตจ้องมองเธออย่างหลงใหล เขาคว้ามือเธอและพยายามสวมแหวนที่ทำจาก ผมเปียกสีดำ ที่ถักรวมกัน
“ใส่สิที่รัก นี่คือพันธสัญญาของเรา”
นีดาผงะถอยหลัง เธอเห็นเส้นผมสีดำเปียกชุ่มที่ดูน่าขยะแขยงและน่ากลัว
“กฤต! นี่มันอะไรกัน!” เธอร้องออกมาด้วยความตกใจ
กฤตกลับมีสีหน้าไม่พอใจ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นแข็งกระด้างอย่างรวดเร็ว
“เธอปฏิเสธของขวัญจากฉันงั้นเหรอ” เสียงนั้นต่ำและเย็นชา ไม่ใช่เสียงของกฤต
นีดาเห็นประกายความโกรธที่น่ากลัวในดวงตาของเขา เธอกำลังเผชิญหน้ากับความบ้าคลั่งของผีตายโหง
“ฉัน… ฉันแค่ยังไม่พร้อม” นีดาพยายามหาคำพูดที่ดีที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการแสดงความกลัวหรือความอ่อนแอ
กฤตยิ้มอย่างเย็นชา แล้วเก็บแหวนผมเปียกนั้นไว้ในกระเป๋าเสื้อของเขา
“ได้… ฉันจะรอ เธอต้องยอมรับฉัน นีดา เราถูกผูกมัดกันด้วยความริษยาของเธอแล้ว”
หลังจากที่กฤตกลับไป นีดาพยายามติดต่อป้าหวานอีกครั้ง แต่ร้านของป้าหวานถูกปิดตาย ป้ายที่แขวนไว้เขียนว่า “เลิกกิจการ”
นีดาถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังกับความหวาดกลัวของตัวเอง เธอเริ่มสวดมนต์และพยายามทำความสะอาดห้องอย่างบ้าคลั่งเพื่อไล่กลิ่นมะลิ แต่กลิ่นนั้นกลับยิ่งแรงขึ้นทุกครั้งที่เธอพยายามทำความสะอาด
เธอเปิดลิ้นชักที่โต๊ะเครื่องแป้งและพบสิ่งที่ทำให้เธอเกือบเป็นลม
ในลิ้นชักที่ว่างเปล่า มีรูปถ่ายงานแต่งงานเก่า ๆ สีซีดจางของหญิงสาวหน้าตาเศร้าสร้อยคนหนึ่งในชุดไทยโบราณ รูปนั้นถูกฉีกครึ่ง และมีข้อความเขียนด้วย เลือดแห้ง ไว้ที่ด้านหลัง: “เจ้าสาวคนต่อไป”
นีดารู้ทันทีว่านี่คือแม่พิม เธอพยายามฉีกรูปนั้นทิ้ง แต่รูปนั้นกลับแข็งแกร่งราวกับทำจากเหล็กกล้า เธอทำได้เพียงแค่โยนมันลงพื้นและวิ่งออกจากห้องด้วยความหวาดกลัว
ความกลัวได้กัดกินความเข้มแข็งที่เธอพยายามสร้างขึ้นมา และแม่พิมกำลังรอคอยเพียงแค่ความพ่ายแพ้ของเธอ
ลินมาหานีดาในสภาพที่ย่ำแย่ เธอผอมลงอย่างเห็นได้ชัดและดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ เธอมาในเย็นวันหนึ่งโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า
“นีดา… ฉันรู้ว่าเธอกับกฤตมีความสัมพันธ์กัน” ลินพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาอย่างน่าประหลาดใจ “เขาบอกฉันเอง”
นีดาตกใจ เธอพยายามปฏิเสธ “ลิน ไม่จริงนะ! กฤตเขาแค่สับสน”
“อย่าโกหก!” ลินตะโกน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความผิดหวัง “ฉันเจอข้อความของพวกเธอ เขาบอกว่าเธอคือความสุขเดียวของเขาในช่วงนี้ เขาบอกว่าเธอมีความเข้าอกเข้าใจที่ฉันไม่มี”
นีดาไม่สามารถพูดอะไรได้ เธอรู้สึกผิดและละอายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรักที่ถูกทำลายนั้นตอนนี้กำลังพังทลายมิตรภาพของเธอ
“ฉันไม่เข้าใจ… ทำไมเธอถึงทำกับฉันแบบนี้” ลินพึมพำ “เราเป็นเพื่อนรักกันนะ”
ความสำนึกผิดเข้าจู่โจมนีดาอย่างรุนแรง เธอรู้สึกถึงความอ่อนแอและความโดดเดี่ยวอีกครั้ง ความรู้สึกที่แม่พิมเฝ้ารอคอย
ในขณะที่นีดาพยายามจะอ้าปากสารภาพความจริงเรื่องเสน่ห์อาถรรพ์ ทันใดนั้น บรรยากาศในห้องก็หนักอึ้งขึ้น อย่างกะทันหัน อากาศเย็นเฉียบเหมือนมีใครเปิดเครื่องทำความเย็นในฤดูหนาว
ลินหยุดพูดทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ไม่ใช่เพราะนีดา แต่เพราะ สิ่งที่อยู่ข้างหลังนีดา
นีดาหันไปมองอย่างช้า ๆ
ที่มุมห้อง… แม่พิมปรากฏตัวอย่างชัดเจนกว่าครั้งไหน ๆ เธอเป็นหญิงสาวในชุดไทยโบราณสีขาวที่เปื้อนคราบดิน มีเส้นผมยาวสีดำเปียกชื้นที่ปกคลุมใบหน้าที่ซีดเซียว ดวงตาของเธอไร้แววแต่เต็มไปด้วยความหิวโหย
แม่พิมไม่ได้ต้องการให้นีดาทำลายความรักของลิน แต่ต้องการทำลายความผูกพันทั้งหมดในชีวิตนีดา เพื่อให้นีดาเป็นของมันแต่เพียงผู้เดียว
แม่พิมยิ้มเยาะ มองตรงไปที่ลิน
“อย่าสารภาพ… เจ้าสาวของฉัน… อย่าอ่อนแอ…” เสียงกระซิบของแม่พิมดังขึ้นในหัวของนีดา “เธอมันคนนอก… ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาในชีวิตของเรา…”
ลินเห็นผีตายโหงอย่างชัดเจน เธอร้องกรี๊ดสุดเสียงและวิ่งไปที่ประตูเพื่อจะหนี
ในขณะที่ลินกำลังเปิดประตู แม่พิมใช้พลังทั้งหมด ปิดประตู กระแทกอย่างแรง ลินล้มลงกับพื้นและมองกลับมาที่นีดาด้วยความหวาดกลัวที่เปลี่ยนเป็นความหวาดระแวง
“เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ นีดา! เธอเห็นมันใช่ไหม! เธอเรียกมันมาใช่ไหม!” ลินตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
นีดาพยายามวิ่งเข้าไปหาลินเพื่อช่วย แต่แม่พิมเข้ามาขวางทาง แม่พิมยืนอยู่ตรงหน้านีดา ใบหน้าที่ซีดเซียวจ้องมองมาอย่างใกล้ชิด
“เธอจะทิ้งฉันไปหาคนที่เกลียดเจ้าอย่างนั้นหรือ…” เสียงของแม่พิมดังแผ่วเบา แต่ทรงพลัง
ทันใดนั้น แม่พิมก็ หายตัวไป แต่ความเย็นไม่ได้หายไป มันถูกส่งตรงไปยังร่างของกฤตที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง
กฤตเข้ามากระชากแขนของลินอย่างแรง “เธอมาทำอะไรที่นี่! ออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้!”
ดวงตาของกฤตเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ควบคุมไม่ได้ ร่างกายของเขาถูกควบคุมโดยผีตายโหงอย่างสมบูรณ์
“กฤต! นี่ฉันเองนะ ลิน!” ลินร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“เธอไม่ใช่ของฉัน! นีดา ต่างหากที่เป็นเจ้าสาวของฉัน!” กฤตตะโกนด้วยเสียงที่ผิดเพี้ยน
เขาโยนลินออกไปอย่างรุนแรง ลินกระแทกเข้ากับชั้นวางของอย่างแรงจนของแตกกระจาย
นีดาได้เห็นความจริงอันน่ากลัว: ผีตายโหงได้ใช้เสน่ห์ของมันเพื่อทำลายลินและครอบครองกฤต เพื่อนำพาความตายและความโดดเดี่ยวมาสู่เธอ
ลินมองนีดาด้วยความเจ็บปวดที่แสนสาหัสผสมกับความเกลียดชังก่อนที่เธอจะลุกขึ้นวิ่งหนีออกไปจากห้องอย่างไม่คิดชีวิต
นีดาอยู่ในความสับสน เธอได้ทำลายเพื่อนรักของเธออย่างสิ้นเชิง และตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในเงื้อมมือของวิญญาณอาฆาต
หลังจากเหตุการณ์นั้น ลินหายตัวไป นีดาพยายามติดต่อเธอหลายครั้งแต่ก็ไม่มีการตอบรับจากลิน เธอรู้สึกเหมือนมีดกรีดลึกในใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับมิตรภาพของเธอ
กฤตที่ถูกแม่พิมครอบงำอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นคนบ้าคลั่ง เขาเชื่อว่านีดาคือภรรยาของเขา และทุกคนที่เข้าใกล้นีดาคือภัยคุกคาม
เขามาหานีดาที่ทำงาน พยายามแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผยจนเพื่อนร่วมงานเริ่มหวาดกลัว นีดาถูกโดดเดี่ยวอีกครั้ง เธอไม่สามารถหันไปพึ่งพาใครได้เลย
ความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวระหว่างนีดาและกฤต/แม่พิมดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
คืนหนึ่ง นีดาได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาล
“คุณรู้จักคุณลินใช่ไหมคะ เธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสองวันที่แล้ว และไม่มีใครมาเยี่ยมเลย”
นีดาหัวใจหล่นวูบ เธอรีบไปโรงพยาบาลทันที
ลินนอนอยู่บนเตียงในห้องไอซียู ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยท่อและผ้าพันแผล ใบหน้าซีดเซียวและไร้สติ แพทย์บอกว่าเธอได้รับบาดเจ็บสาหัสและอาการยังไม่คงที่
นีดาปล่อยโฮ เธอทรุดตัวลงข้างเตียงของลิน น้ำตาแห่งความรู้สึกผิดและความเสียใจไหลอาบแก้ม
“ฉันขอโทษ ลิน… ฉันขอโทษที่ฉันริษยาเธอจนทำเรื่องโง่ ๆ” นีดากระซิบขอโทษอย่างบ้าคลั่ง “ฉันเรียกมันมาเอง… ฉันสมควรได้รับโทษนี้”
ในขณะที่เธอสารภาพความอ่อนแอและความสำนึกผิดออกมานั้นเอง อากาศภายในห้องไอซียูก็หนาวเย็นลงอย่างรวดเร็ว จอมอนิเตอร์การเต้นของหัวใจส่งเสียงเตือนเบาๆ
นีดาหันไปมอง และเห็นแม่พิมยืนอยู่ตรงประตูห้อง ใบหน้าของแม่พิมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น ดวงตาจ้องมองมาที่นีดาอย่างไม่พอใจ
“เจ้าไม่ควรสำนึกผิด… เจ้าสาวของข้า… เจ้าต้องแข็งแกร่ง…” เสียงของแม่พิมดังสะท้อนอยู่ในความคิดของนีดา “ความอ่อนแอของเจ้าทำให้ข้าต้องถูกทำลาย…”
แม่พิมเริ่มเคลื่อนไหวช้าๆ ตรงไปยังเตียงของลิน
“แกต้องการอะไร!” นีดาตะโกนออกไป แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงเธอ เพราะมันเป็นเพียงเสียงกระซิบในหัว
แม่พิมหยุดยืนอยู่ข้างเตียงของลิน เธอจ้องมองใบหน้าที่อ่อนแอของลินด้วยความเกลียดชัง
“นางเป็นอดีต… ข้าคือนิรันดร์…”
ทันใดนั้น หน้าจอมอนิเตอร์ของลินก็ส่งเสียงเตือนถี่ขึ้นอย่างรวดเร็ว จังหวะการเต้นของหัวใจพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากลัว
แม่พิมหัวเราะเยาะอย่างชั่วร้าย เธอเอื้อมมือที่ซีดเซียวออกไป สัมผัส ที่หน้าผากของลินอย่างช้า ๆ
“ไม่นะ! อย่าทำอะไรลิน!” นีดาพุ่งเข้าไปพยายามผลักแม่พิมออกไป แต่ร่างของผีตายโหงนั้นไม่มีตัวตน นีดาเพียงแค่ผ่านทะลุร่างที่เย็นเยียบนั้นไป
ในวินาทีที่แม่พิมสัมผัสใบหน้าของลิน หน้าจอมอนิเตอร์ก็เปลี่ยนจากความถี่สูงเป็น เส้นตรง ยาวเหยียด… เสียงเตือนอันยาวนานดังขึ้นในห้องไอซียู
ลินจากไปแล้ว
แม่พิมหันกลับมามองนีดา ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความพึงพอใจและชัยชนะ
“ความรักที่แท้จริงคือการเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์… ตอนนี้เธอเป็นของฉันแล้ว… เจ้าสาวของฉัน…”
นีดาถูกแช่แข็งด้วยความหวาดกลัวและความรู้สึกผิด เธอได้ฆ่าเพื่อนรักของเธอด้วยมือของเธอเอง
ในขณะที่แพทย์และพยาบาลวิ่งเข้ามาในห้องด้วยความตื่นตระหนก นีดาเห็นแม่พิมกำลังมองมาที่เธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักที่บิดเบี้ยว มันคือ ความรักของผู้ครอบครอง
นีดารู้ว่าการล่าของแม่พิมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และเหยื่อคนต่อไปคือเธอ
การตายของลินทำให้นีดาเข้าสู่ความบ้าคลั่งที่แท้จริง เธอไม่ได้พยายามหลบหนีจากแม่พิมอีกต่อไป แต่พยายามหลบหนีจาก ความผิดบาป ของตัวเอง
เธอไปร่วมงานศพของลินอย่างเงียบ ๆ มองดูครอบครัวของลินที่กำลังร้องไห้ด้วยความทุกข์ระทม นีดาแทบจะทนยืนไม่ไหว เธอรู้สึกว่าสายตาของทุกคนกำลังตัดสินเธอ เพราะเธอคือคนรักใหม่ของกฤตที่ทำให้ลินต้องตาย
ที่แย่ไปกว่านั้น กฤตไม่รู้สึกอะไรเลย เขามางานศพในสภาพที่ดูดีและสงบอย่างน่าประหลาดใจ เขาจับมือนีดาไว้ตลอดเวลาและยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ในที่สุดเธอก็เป็นอิสระจากเธอ นีดา” กฤตกระซิบข้างหูเธอ “ตอนนี้เราสามารถอยู่ด้วยกันได้แล้ว”
นีดารู้ว่านี่ไม่ใช่กฤตที่พูด แต่เป็นแม่พิมที่กำลังใช้ร่างกายของกฤตเพื่อ เย้ยหยัน เธอ
นีดาทนไม่ไหว เธอหนีออกมาจากงานศพและตรงไปยังคอนโดของป้าหวานอีกครั้ง แม้จะรู้ว่ามันปิดแล้วก็ตาม
เธอพบเพียงความว่างเปล่าและบ้านที่ถูกทิ้งร้าง แต่เธอสังเกตเห็น สิ่งหนึ่ง ที่เหลืออยู่บนพื้นหน้าบ้าน เป็นสมุดบันทึกเล่มเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยอักขระและลายมือของป้าหวาน
เธอเปิดสมุดบันทึกนั้นออก และอ่านเจอเรื่องราวของ แม่พิม
แม่พิมเป็นหญิงสาวชื่อ ชัญญา (Chanya) ถูกคนรักที่กำลังจะแต่งงานด้วยทิ้งไปเมื่อรู้ว่าเธอท้อง ชัญญาทนความอับอายไม่ได้และฆ่าตัวตายพร้อมกับลูกในท้องใต้ต้นมะลิเก่าแก่ เสน่ห์เลือดตาที่ใช้เรียกเธอมานั้นไม่ได้ต้องการให้เธอ แก้แค้น แต่ต้องการให้เธอ ได้รับความรัก และ ความเข้าใจ ที่แท้จริง
ป้าหวานเขียนไว้ว่า: “ถ้าผู้เรียกไม่ได้มอบความรักหรือความเข้าใจให้แม่พิม มันจะเข้ามาแทนที่ความโดดเดี่ยวของผู้เรียก และจะทำให้ชีวิตของผู้เรียกเป็นเหมือนชีวิตของมัน… โดดเดี่ยวและไร้จุดหมาย”
นีดาตระหนักว่าการหลีกหนีความอ่อนแอและความโดดเดี่ยวของเธอต่างหากที่ทำให้ผีตายโหงมาอยู่กับเธอ
เธอกลับไปที่คอนโดของตัวเองเพื่อเผชิญหน้ากับความจริง เมื่อเปิดประตูเข้าไป กลิ่นมะลิเหี่ยวเฉาแรงจนแสบจมูก
ห้องของเธอถูกจัดใหม่ทั้งหมด เสื้อผ้าของเธอถูกแขวนไว้อย่างเป็นระเบียบ ข้างเตียงมี ชุดไทยโบราณสีขาว พับไว้อย่างบรรจง
บนเตียง นีดาเห็นกฤตนอนหลับอยู่ เขาสวมชุดนอนของเธอและกอด แหวนผมเปียกสีดำ นั้นไว้แน่น
ข้าง ๆ กฤต มีเงาของผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ เธอคือ แม่พิม ที่กำลังลูบศีรษะกฤตอย่างอ่อนโยนและร้องเพลงกล่อมเด็ก
แม่พิมหันมามองนีดาและยิ้มอย่างพึงพอใจ
“เจ้ามาแล้ว เจ้าสาวของฉัน… ถึงเวลาแล้วที่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป…”
นีดาไม่ได้กรีดร้อง เธอไม่ได้หนี
“พอแล้ว!” นีดาตะโกนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ฉันรู้แล้วว่าเธอต้องการอะไร!”
เธอทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าแม่พิมและร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย เธอไม่ได้ร้องไห้ด้วยความกลัว แต่ด้วยความสำนึกผิดและความเข้าใจ
“ฉันขอโทษ… ฉันขอโทษที่ฉันริษยาจนทำลายทุกอย่าง ฉันขอโทษที่ฉันทำให้เธอต้องมาเจอความโดดเดี่ยวของฉัน” นีดาพูดด้วยเสียงสะอื้น
“ฉันเข้าใจความเจ็บปวดของเธอ… ฉันเองก็ถูกทอดทิ้ง ฉันเองก็โดดเดี่ยว… ฉันทำร้ายลินเพราะฉันรักกฤตมากเกินไป และฉันไม่เคยได้รับความรักแบบนั้นเลย… ฉันเข้าใจว่าเธอต้องการคนที่จะ เห็น เธอ…”
เมื่อนีดาพูดคำว่า “ฉันเข้าใจ” ออกมานั้นเอง แม่พิมก็หยุดนิ่ง ใบหน้าของเธอเปลี่ยนจากความอาฆาตเป็นความเศร้าอย่างสุดซึ้ง
แม่พิมกำลังมองหาสิ่งเดียวที่ผีตายโหงไม่เคยได้รับ: ความเข้าใจ และ การยอมรับ ในความเจ็บปวดของเธอ
คำสารภาพและความเข้าใจที่แท้จริงของนีดาได้สร้างรอยร้าวในเกราะป้องกันความโกรธแค้นของแม่พิม
แม่พิมเริ่มร้องไห้ เสียงร้องไห้นั้นไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความเศร้าโศกของหญิงสาวที่ถูกทอดทิ้ง
“ไม่มีใครเห็นฉัน… พวกเขาแค่ใช้ฉัน…” เสียงของแม่พิมดังแผ่วเบาเหมือนสายลม
นีดาคลานเข้าไปใกล้แม่พิม แม้ว่าจะรู้ว่ามันเป็นวิญญาณ แต่นีดาเอื้อมมือออกไปราวกับจะปลอบโยนเพื่อนที่กำลังเสียใจ
“ฉันเห็นเธอ แม่พิม ฉันเห็นความเจ็บปวดของเธอ” นีดาพูดด้วยความจริงใจ “ฉันเองก็ใช้เธอ… และฉันขอโทษที่ฉันทำให้ความเจ็บปวดของเธอต้องถูกนำมาใช้ในการทำลายคนอื่น”
แม่พิมจ้องมองนีดาอย่างลึกซึ้ง ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความสับสน ตอนนี้มันไม่ได้เห็นนีดาเป็น เจ้าสาว อีกต่อไป แต่มันเห็น เงา ของความโดดเดี่ยวที่คล้ายคลึงกับมัน
ทันใดนั้น กฤตที่นอนอยู่บนเตียงก็เริ่มกระสับกระส่าย เขาลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขามองไปที่นีดาและแม่พิมด้วยความโกรธ
“นี่เธอทำอะไร!” กฤตที่ถูกผีครอบงำตะโกน เสียงของเขาสั่นเครือ “เธอปฏิเสธฉัน! เธอปฏิเสธความรักของฉัน!”
แม่พิมหันไปมองกฤตที่กำลังคลุ้มคลั่ง มันรู้ว่ามันได้มอบความรู้สึก เป็นเจ้าของ ที่บิดเบี้ยวให้กับร่างกายของกฤต และความรู้สึกนั้นกำลังปฏิเสธการปลดปล่อย
แม่พิมเอื้อมมือไปแตะที่หน้าผากของกฤตอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพื่อทำร้าย แต่เพื่อดึง พลังงาน ของมันออกจากร่างกายของกฤต
กฤตร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาล้มลงบนเตียงและสลบไป
แม่พิมหันกลับมาหานีดา ร่างของมันเริ่มโปร่งแสงขึ้นอย่างช้า ๆ
“เจ้าช่วยปลดปล่อยข้า… นีดา…” แม่พิมกระซิบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “ข้าเบื่อความโดดเดี่ยวนี้เหลือเกิน…”
นีดาเข้าใจสิ่งที่แม่พิมต้องการ: การให้อภัยและการปล่อยวาง
“ฉันจะช่วยเธอ แม่พิม” นีดาพูดอย่างแน่วแน่ “ฉันจะให้ความเข้าใจแก่เธอ”
นีดาหยิบเอาสมุดบันทึกของป้าหวานที่เธอพกติดตัวมา เธอเปิดไปที่หน้าที่มีเรื่องราวของชัญญา
“แม่พิม… เธอชื่อชัญญา เธอถูกทิ้งและเธอโดดเดี่ยว ฉันจะสวดมนต์ขอให้เธอได้รับการปลดปล่อย และฉันขอโทษที่ฉันไม่สามารถช่วยชีวิตลินไว้ได้”
นีดาเริ่มสวดมนต์บทกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลอย่างช้า ๆ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่จริงใจ เธอตั้งใจที่จะอุทิศบุญกุศลนี้ให้กับ ชัญญา และ ลิน
ในขณะที่เธอสวดมนต์นั้นเอง ร่างของแม่พิมก็เริ่มเปล่งแสงสีขาวนวล มันหันกลับไปมองกฤตด้วยสายตาที่สงสาร ก่อนที่มันจะหันกลับมามองนีดาและยิ้มอย่างอ่อนโยนเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มที่แท้จริงของชัญญา
“ขอบคุณ… เจ้าสาวที่ไม่ได้เป็นเจ้าสาว…”
ร่างของแม่พิมสลายไปในอากาศ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมของดอกมะลิที่ สดชื่น ไม่ใช่กลิ่นเหี่ยวเฉาอีกต่อไป
นีดาเงียบไปครู่หนึ่ง เธอรู้ว่าภารกิจของเธอเสร็จสิ้นแล้ว เธอได้ปลดปล่อยผีตายโหงได้สำเร็จ แต่ราคาที่เธอต้องจ่ายนั้นสูงลิบ
เมื่อแม่พิมจากไป ร่างกายของกฤตก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เขาตื่นขึ้นมาด้วยความสับสนและความหวาดกลัว เขาจำเหตุการณ์บ้าคลั่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้อย่างสมบูรณ์ แต่เขารู้สึกถึงความมืดมิดที่เข้ามาครอบงำจิตใจของเขา
“เกิดอะไรขึ้น นีดา” กฤตถามด้วยน้ำเสียงที่แท้จริงของเขา น้ำเสียงที่อ่อนแอและสับสน
นีดาจ้องมองเขาด้วยความเจ็บปวด เธอรู้ว่าเธอไม่สามารถบอกความจริงทั้งหมดได้ แต่ก็ไม่สามารถโกหกได้อีกต่อไป
“คุณถูกครอบงำ” นีดาพูดอย่างเรียบง่าย “คุณถูกครอบงำด้วยความรู้สึกด้านมืด… และมันทำให้คุณทำร้ายลิน”
กฤตจำได้ถึงภาพที่ลินร้องไห้และการทะเลาะกันอย่างรุนแรง ความจริงที่ว่าลินเสียชีวิตในโรงพยาบาลกระแทกเข้าใส่เขาอย่างแรง เขาปล่อยโฮออกมาด้วยความรู้สึกผิด
ในขณะที่กฤตกำลังจมอยู่กับความทุกข์ นีดาตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับความจริงของตัวเอง
เธอไปที่สถานีตำรวจและให้การเกี่ยวกับอุบัติเหตุของลิน เธอไม่ได้สารภาพเรื่องเสน่ห์อาถรรพ์ แต่เธอสารภาพถึงความสัมพันธ์ที่เกินเลยกับกฤต ซึ่งเป็นสาเหตุทางอ้อมที่ทำให้ลินประสบอุบัติเหตุ
ในทางกฎหมาย นีดาไม่มีความผิด แต่ในทางจริยธรรม เธอถูกลงโทษแล้ว
นีดาตัดสินใจที่จะคืนอิสระให้กับกฤต การปลดปล่อยแม่พิมทำให้เธอตระหนักว่าความรักที่แท้จริงไม่ใช่การเป็นเจ้าของ
“เราต้องยุติเรื่องนี้ กฤต” นีดาพูดอย่างหนักแน่นในเย็นวันนั้น “ความสัมพันธ์ของเรามันเริ่มจากความผิดบาป และมันจะไม่มีวันเป็นจริงได้”
กฤตพยายามรั้งเธอไว้ แต่เขาอ่อนแอเกินกว่าจะต่อต้านความจริงที่เขากำลังเผชิญอยู่
“ฉันเป็นบ้าไปแล้ว นีดา ฉันไม่คู่ควรกับใคร” กฤตยอมรับในที่สุด
นีดาออกจากคอนโดของเธอในคืนนั้น และไม่กลับไปอีกเลย เธอได้ทิ้งชีวิตเก่าของเธอไว้เบื้องหลัง ทั้งความริษยา ความปรารถนา และความกลัว
เธอลาออกจากงานและย้ายไปอยู่ที่เมืองเล็ก ๆ เงียบสงบทางภาคใต้ เธอขายทรัพย์สินทุกอย่างและใช้เงินบางส่วนเพื่อสร้าง ห้องสมุดขนาดเล็ก สำหรับเด็กด้อยโอกาส เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับลินและชัญญา
การกระทำของเธอไม่ได้เกิดจากความหวาดกลัวอีกต่อไป แต่เกิดจากความปรารถนาที่จะ ไถ่บาป
นีดาเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เธอใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สงบ และทำงานหนักเพื่อคนอื่น เธอสวมเสื้อผ้าสีขาวและสีดำเท่านั้น เหมือนกับการยอมรับว่าชีวิตไม่ได้มีเพียงแค่ความสุข (ขาว) หรือความทุกข์ (ดำ)
หลายเดือนต่อมา นีดาได้รับโปสการ์ดจากต่างประเทศ มันมาจากกฤต เขาเขียนว่าเขากำลังเดินทางและพยายามค้นหาตัวเอง เขาไม่ได้ขอให้นีดาให้อภัย แต่เพียงแค่ขอบคุณสำหรับ ความจริง ที่เธอได้มอบให้เขา
นีดาเก็บโปสการ์ดนั้นไว้ เธอรู้ว่าเธอได้ปลดปล่อยกฤตได้สำเร็จ แต่เธอยังไม่ได้รับการปลดปล่อยจาก ผลกรรม ของตัวเอง
หลายปีผ่านไป นีดาใช้ชีวิตอย่างสงบในบ้านไม้เล็ก ๆ ใกล้ทะเล เธอพบความสงบจากการให้และการทำงานเพื่อผู้อื่น แต่ความสงบนั้นไม่ใช่ความสุขที่สมบูรณ์แบบ มันเป็นความสงบที่มาพร้อมกับ ความโดดเดี่ยว ที่หนักอึ้ง
เธอไม่เคยสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับใครอีกเลย ความกลัวที่จะทำร้ายใครสักคน หรือความกลัวที่จะถูกความริษยากัดกินอีกครั้ง ทำให้เธอสร้างกำแพงล้อมรอบตัวเอง
ความโดดเดี่ยวของเธอไม่ใช่ความโดดเดี่ยวที่น่ากลัวเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นความโดดเดี่ยวที่เธอ เลือก และ ยอมรับ ในฐานะผลกรรมจากการกระทำของเธอ
บางครั้ง ขณะที่เธอกำลังจัดหนังสืออยู่ในห้องสมุดเล็ก ๆ เธอก็ยังได้ยินเสียงแผ่วเบาของ กลิ่นมะลิ ลอยมาตามลมทะเล มันเป็นกลิ่นที่มาเตือนถึงการมีอยู่ของชัญญาและลิน
วันหนึ่ง นีดาเปิดดูอัลบั้มรูปเก่า ๆ ที่เธอไม่ได้แตะต้องมานาน เธอพบภาพถ่ายงานหมั้นของลินและกฤต ภาพที่สมบูรณ์แบบที่จุดชนวนความริษยาของเธอ
นีดาจ้องมองภาพนั้นอย่างยาวนาน เธอไม่ได้รู้สึกโกรธหรือริษยาอีกต่อไป แต่รู้สึกถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการทำลายความบริสุทธิ์ของความรักและมิตรภาพ
เธอสังเกตเห็น สิ่งผิดปกติ ในภาพนั้น
ในภาพถ่ายที่ชัดเจน นีดาเห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของลินและกฤต แต่ในบริเวณขอบของภาพด้านหลังกฤต มี เงาจาง ๆ ของผู้หญิงผมยาวกำลังยืนมองอยู่
นีดาแทบหยุดหายใจ มันไม่ใช่ภาพสะท้อนหรือความผิดพลาดในการถ่ายภาพ
เงาผู้หญิงนั้นกำลังยิ้ม… แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้ชั่วร้าย มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วย ความเศร้า และ การให้อภัย
นีดาปิดอัลบั้มลงอย่างช้า ๆ เธอรู้ว่าเงาที่เห็นอาจเป็นภาพหลอนจากความรู้สึกผิดของเธอ หรืออาจเป็น การมาเยี่ยมเยียนครั้งสุดท้าย ของชัญญาและลิน
เธอเข้าใจในที่สุดว่า แม้ว่าผีตายโหงจะจากไปแล้ว แต่ ผลกรรม ของความริษยาและความโดดเดี่ยวที่เธอได้สร้างขึ้น จะยังคงอยู่กับเธอตลอดไป
เธอสูญเสียทุกอย่างเพื่อได้มาซึ่งความจริง แต่ความจริงที่เธอได้รับคือ การยอมรับความโดดเดี่ยว เป็นเพื่อนร่วมทาง
นีดาเดินออกไปนอกบ้าน เธอเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มีดาวพร่างพราย เธอรู้สึกถึงลมเย็น ๆ ที่พัดมาจากทะเล
เธอใช้มือลูบหัวใจของตัวเองอย่างช้า ๆ
“ข้าจะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป” นีดากระซิบเบา ๆ “ข้าจะอยู่กับความจริงและผลกรรมของตัวเอง”
นับจากนั้น นีดาก็ยังคงใช้ชีวิตต่อไปอย่างสงบและมีคุณค่า แต่ทุก ๆ การกระทำของเธอถูกขับเคลื่อนด้วย การไถ่บาป ที่ไม่สิ้นสุด
ความโดดเดี่ยวของเธอคือ สร้อยอาถรรพ์ ที่ผูกมัดเธอไว้กับอดีต ตลอดไป