Vỏ Bọc Của Quỷ Dữ: Hổ Chúa Đang Săn Đuổi Chính Mình

ร่างทรงของปีศาจ: เสือสมิงไล่ล่าตัวเอง

ผมชอบเสียงกระดูก เสียงกรอบเล็กๆ ตอนที่คีมหนีบลงไปบนนิ้วก้อยของมัน ไอ้ลูกหนี้สารเลวร้องเสียงหลง น้ำตาไหลพราก “พอแล้วครับพี่ต้น! ผมหามาคืนให้แน่!” ผมยิ้ม “มึงพูดคำนี้มาสามรอบแล้ว” ผมบิดคีมอีกนิด เสียง “กร๊อบ” ดังกว่าเดิม คราวนี้มันสลบไปเลย ผมโยนคีมทิ้งลงบนโต๊ะ เลือดเหนียวๆ ติดอยู่ที่ปลาย “ลากมันออกไป” ผมสั่งลูกน้อง นี่คืองานของผม ต้น… นักทวงหนี้ แต่จริงๆ แล้ว ผมเป็นมากกว่านั้น ผมคุมพื้นที่ ผมดูแลความสงบ และผมเก็บส่วย ผมชอบงานของผม ผมชอบสายตาที่พวกมันมองผม สายตาของความกลัว แต่พักหลัง… ความกลัวนั่นเริ่มจางลง ไอ้พวกของเฮียเกียรติ มันเริ่มเหิมเกริม มันเป็นแก๊งคู่แข่งที่คุมพื้นที่ฝั่งตะวันออก ลูกน้องผมโดนเก็บไปสองคนเมื่ออาทิตย์ก่อน ผมรู้ว่านี่คือสัญญาณ พวกมันกำลังลองของ ผมตบหน้าลูกหนี้ที่สลบอยู่เบาๆ “ตื่นมา… แล้วไปบอกพวกของมึง… ว่ากูยังอยู่” ผมเดินออกมาจากห้องเหม็นๆ นั่น อากาศข้างนอกชื้นและหนัก ผมต้องการอะไรบางอย่าง… อะไรที่มากกว่าปืน มากกว่ามีด ผมต้องการ “บารมี” บารมีที่ทำให้พวกมันแค่มองหน้าก็ต้องก้มหัว ผมได้ยินเรื่องของเขามานาน… อาจารย์วิรัช เจ้าสำนักสักยันต์ที่ไม่มีใครรู้ว่าตั้งอยู่ที่ไหนแน่ชัด ว่ากันว่าลายสักของเขา… มี “ของ” ผมใช้เวลาสองวันตามหา จนกระทั่งมาถึงสำนักเก่าๆ หลังวัดป่าช้า กลิ่นกำยานลอยคลุ้งจนแสบจมูก อาจารย์วิรัชเป็นชายแก่ ร่างเล็ก แต่แววตาคมกริบ เขามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนเครื่องเอ็กซเรย์ “อยากได้อะไร” เขาถามเสียงเรียบ “ผมอยากได้ลายที่แรงที่สุด” เขานิ่งไปอึดใจ “แรงที่สุด… มักจะมาพร้อมกับราคาที่แพงที่สุด” “ผมไม่เกี่ยงเรื่องเงิน” อาจารย์วิรัชส่ายหัวช้าๆ “กูไม่ได้หมายถึงเงิน” เขาเดินนำผมเข้าไปในห้องพิธี มันมืดและเย็น บนผนังมีเศียรฤาษีและหน้ากากผีเต็มไปหมด “ลายที่มึงพูดถึง… คือเสือสมิง” “ครับ” ผมตอบหนักแน่น “ผมต้องการมัน” “มึงรู้ไหมว่าเสือสมิงคืออะไร” “คือเสือที่กินคน” “ผิด” เขาสวนทันที “เสือสมิง… คือวิญญาณที่ถูกจองจำ คือความแค้นที่ไม่ถูกปลดปล่อย มันสิงอยู่ในร่างของเสือ… หรือร่างของคน” ผมใจเต้น… นี่แหละที่ผมต้องการ “มันจะให้บารมีที่มึงต้องการ” อาจารย์พูดต่อ “มันจะทำให้มึงเป็นที่ยำเกรง” “ผมพร้อมแล้ว” “มึงแน่ใจนะ” เขามองลึกเข้ามาในตาผม “ของแบบนี้… พอได้มาแล้ว เอากลับคืนไม่ได้” ผมนั่งลงบนอาสนะ อาจารย์วิรัชเริ่มสวด เสียงสวดของเขาแหบพร่า ฟังดูโบราณและน่าขนลุก เขาเริ่มจรดเข็มลงบนแผ่นหลังของผม ความเจ็บปวดแล่นพล่าน แต่มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากเข็ม ผมเคยสักมาแล้วทั่วตัว นี่มันเทียบกันไม่ได้ นี่มัน… ร้อน เหมือนมีเหล็กเผาไฟนาบลงมา ผมกัดฟันแน่น เหงื่อแตกพลั่ก ผมได้กลิ่นเนื้อไหม้… กลิ่นเนื้อของผมเอง อาจารย์วิรัชยังคงสวด เสียงสวดดังขึ้นเรื่อยๆ ผมรู้สึกเหมือนแผ่นหลังกำลังฉีกขาด ความเจ็บปวดมันมหาศาลจนผมแทบจะหมดสติ ผมได้ยินเสียง… เสียงคำราม… เสียงคำรามของเสือ… ดังมาจากข้างในหัวผม “มันจะคุ้มครองมึง… ถ้ามึงคู่ควร” เสียงอาจารย์วิรัชดังแทรกเข้ามา “แต่ถ้ากรรมของมึงหนัก… หนักเกินไป…” เข็มสุดท้ายปักลึกลงไป ผมสะดุ้งสุดตัว “มึงจะไม่ได้ครอบครองมัน” ผมหอบหายใจ “มัน… จะครอบครองมึง” ผมลุกขึ้นยืน มึนงงไปหมด ผมมองในกระจก แผ่นหลังของผม… เสือสมิง มันคือเสือโคร่งขนาดใหญ่ที่กำลังกระโจน ดวงตาของมัน… ผมสาบานได้ว่า… มันเหมือนมีชีวิต อาจารย์วิรัชมองผม “จำคำกูไว้… เลี้ยงมันให้ดี… แตอย่าให้มันหิว” ผมหัวเราะ “อาจารย์คิดมากไป” ผมควักเงินปึกหนึ่งวางไว้ “ผมไม่เชื่อเรื่องกรรม” ผมสวมเสื้อ “ผมเชื่อในอำนาจ” ผมเดินออกมาจากสำนัก ความเจ็บปวดที่หลังหายไปแล้ว เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นๆ… เหมือนมีเตาไฟเล็กๆ อยู่บนแผ่นหลัง คืนนั้นผมนอนหลับสบาย แต่ผมฝัน… ผมฝันว่าผมกำลังจมน้ำ อากาศกำลังจะหมด ผมพยายามดิ้นรน แต่มีมือ… มือของใครบางคน… กดหัวผมไว้ ผมพยายามมองหน้ามัน ผมเห็นหน้าตัวเอง… หน้าผมเมื่อสามปีก่อน และผมได้ยินเสียงกระซิบ “มึงฆ่ากู… ไอ้ต้น” ผมสะดุ้งตื่น เหงื่อท่วมตัว ผมจำเสียงนั้นได้ ไอ้ศร… ลูกน้องเก่าที่ผมเก็บไป… คนที่ผมผลักตกน้ำและกดหัวมันไว้… จนมันสิ้นใจ ผมสลัดหัว “แค่ฝัน” ผมลุกไปดื่มน้ำ แผ่นหลังผมยังอุ่น ผมยิ้ม อีกไม่นาน… พวกไอ้เกียรติจะได้รู้… ว่านรกมีจริง วันต่อมา ผมรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง ผมรู้สึกแข็งแรงขึ้น… สายตาผมคมชัดขึ้น ผมได้ยินเสียง… แม้แต่เสียงกระซิบไกลๆ ลูกน้องผมมองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่ความเคารพ มันคือ… ความกลัว ผมชอบมัน ตอนที่ผมตะคอกใส่ลูกน้องคนหนึ่งที่ทำงานพลาด เสียงผมมันก้อง… และแหบ เหมือน… เหมือนเสียงคำราม มันสะดุ้งสุดตัว ก้มลงกราบแทบเท้าผม “ครับพี่! ครับพี่! ผมขอโทษ!” ผมนึกถึงคำพูดของอาจารย์วิรัช “มันจะทำให้มึงเป็นที่ยำเกรง” ผมหัวเราะในลำคอ ดูเหมือนว่า… ผมจะได้ของดีมาแล้ว ผมตัดสินใจว่าคืนนี้… ผมจะไป “ทักทาย” เฮียเกียรติที่ร้านของมัน ผมอยากเห็นหน้ามัน… ตอนที่มันเห็น “บารมี” ใหม่ของผม


ร้าน “จันทรา” ของเฮียเกียรติ เป็นผับหรูที่ฟอกเงินชั้นดี เสียงเพลงดังกระหึ่ม แสงสีวูบวาบ ผมเดินเข้าไป การ์ดหน้าประตูพยายามจะขวาง “เฮียไม่อยู่ครับ” ผมมองตามัน ผมไม่ได้พูดอะไร ผมแค่… มอง และผมรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่นหลัง การ์ดตัวโตๆ นั่น… ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นที่หน้าผากมัน “เชิญครับพี่” ผมเดินผ่านมันไป เหมือนเดินผ่านอากาศ ลูกน้องของเกียรติที่นั่งคุมโซนต่างๆ เริ่มสังเกตเห็นผม พวกมันลุกขึ้นยืน บรรยากาศในร้านตึงเครียดทันที เพลงยังดัง… แต่ความสนุกมันหายไปแล้ว ผมเดินไปที่โซนวีไอพี เฮียเกียรตินั่งจิบไวน์อยู่กับเด็กสาวสองคน มันเห็นผม มันไม่ลุก มันยิ้ม “อ้าว… ไอ้ต้น… ลมอะไรหอบมึงมาถึงนี่” มันจงใจเรียกผมว่า “ไอ้ต้น” ต่อหน้าคนของมัน มันจงใจหักหน้าผม “กูมาเตือนมึง” ผมพูดเสียงเรียบ “เตือน?” มันหัวเราะ “เตือนอะไรวะ” “หมาของมึง… เก็บให้ดีๆ หน่อย” รอยยิ้มของเฮียเกียรติหายไป “มึงหมายความว่าไง” “ลูกน้องกูโดนเก็บไปสองคน… ฝีมือหมามึง” “มึงมีหลักฐานเหรอ” “กูไม่ต้องมีหลักฐาน” ผมก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะ ความร้อนที่หลังผม… มันเพิ่มขึ้น มันไม่ใช่แค่ “อุ่น” อีกต่อไปแล้ว ตอนนี้มัน “ร้อน” เหมือนมีไฟลุกอยู่ใต้ผิวหนัง “มึงกำลังเล่นกับไฟนะเกียรติ” เฮียเกียรติหน้าแดง มันเป็นเสือเฒ่า… มันไม่ยอมเสียหน้า “แล้วถ้ากูบอกว่า… กูทำ” มันลุกขึ้นยืน “มึงจะทำไม” ลูกน้องของมันเริ่มขยับเข้ามาล้อมผม ผมอยู่คนเดียว ผมรู้… แต่ผมไม่กลัว ผมยิ้ม “กูก็จะ…” ผมรู้สึกถึงมัน ความเกรี้ยวกราด… ที่ไม่ใช่ของผม มันทะลักขึ้นมาจากแผ่นหลัง ไหลผ่านกระดูกสันหลัง… มาที่แขน… มาที่มือ… ผมได้ยินเสียงคำราม… ในหู โลกทั้งใบเหมือนจะช้าลง ผมเห็นเฮียเกียรติชักปืนออกมาจากเอว ช้า… ช้ามาก… ผมคว้าขวดไวน์บนโต๊ะ ฟาดลงไปบนหัวมัน! “เคร้ง!” เสียงแตกดังลั่น ไวน์แดงสาดกระจาย เด็กสาวสองคนกรีดร้อง เฮียเกียรติล้มลง ลูกน้องมันชะงัก ผมไม่ได้หยุด ผมคว้าคอเฮียเกียรติที่กำลังมึน ดึงมันขึ้นมา “มึงกล้าลองดีกับกูเหรอ!” เสียงที่ออกมา… ไม่ใช่เสียงผม มันแหบ… มันก้อง… มันคือเสียงคำราม ผมบีบคอเกียรติ แรงมหาศาล… ผมไม่เคยมีแรงมากขนาดนี้ หน้าของเกียรติเริ่มเขียว ดวงตาของมันเบิกกว้าง มันไม่ได้มองผม… มันมองผ่านผมไป… มองสิ่งที่อยู่ “ข้างหลัง” ผม มันมองผม… เหมือนเห็นผี “ปล่อย… กู… หาย… ใจ… ไม่… ออก…” ลูกน้องมันคนหนึ่งพุ่งเข้ามา ผมไม่แม้แต่จะหันไปมอง ผมใช้มืออีกข้างที่ว่าง… ตบมัน! “ผัวะ!” ร่างมันลอยไปกระแทกผนัง สลบเหมือด ทุกคนในร้านหยุดนิ่ง นี่มันไม่ใช่การต่อสู้… นี่มันการ “ล่า” ผมรู้สึกถึงพลัง… ผมรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ใช่คน ผมคือ… สัตว์ร้าย “พอแล้ว… ต้น… พอ!” เสียงลูกน้องผมคนหนึ่งตะโกนขึ้น ผมหันไป อ้าว… ผมไม่ได้มาคนเดียว ลูกน้องผมสองสามคนตามมาทีหลัง พวกมันยืนอออยู่หน้าประตู… หน้าซีดเผือด ผมมองกลับมาที่เฮียเกียรติ มันใกล้จะตายแล้ว ผมคลายมือออก ร่างมันร่วงลงไปกองกับพื้น มันไอโขลกๆ… พยายามโกยอากาศเข้าปอด ผมยืนค้ำหัวมัน ความร้อนที่แผ่นหลัง… ค่อยๆ ลดลง เหลือเพียงความอุ่น ผมจัดเสื้อให้เข้าที่ “กูเตือนมึงแล้ว” ผมพูดด้วยเสียงปกติของผม ผมหันหลังเดินออกมาจากร้าน ไม่มีใครกล้าขวาง ผมเดินผ่านฝูงชน พวกเขาแหวกทางให้ผม… เหมือนโมเสสแหวกทะเล ผมนั่งรถกลับมาที่เซฟเฮาส์ ลูกน้องผมขับรถ… มือมันสั่น “พี่… พี่ครับ… เมื่อกี้…” “หุบปาก” ผมขัดจังหวะ ผมไม่อยากพูดถึงมัน ผมหลับตา ผมรู้สึก… ดี ดีมากๆ พลังอำนาจ… มันหอมหวาน ผมกลับถึงห้อง ผมถอดเสื้อออก ยืนอยู่หน้ากระจก ลายสักเสือสมิง… ผมสาบานได้… สีมันเข้มขึ้น ดวงตาของมัน… มันดูเหมือน… พอใจ ผมลูบมันเบาๆ ผิวหนังบริเวณนั้นร้อนกว่าปกติ “เราจะไปกันได้สวย… เพื่อนยาก” ผมกระซิบกับเงาในกระจก คืนนั้น ผมฝันอีกแล้ว ฝันเดิม… ผมกำลังจมน้ำ มือที่มองไม่เห็น… กดหัวผมไว้ แต่คราวนี้… ผมได้ยินเสียงมันชัดขึ้น “มึงฆ่ากู… มึงเอานายกูไป…” นาย? ไอ้ศรมันหมายถึงอะไร? ผมไม่เคยเป็นนายมัน ผมเป็น “ลูกพี่” มันต่างหาก ผมสะดุ้งตื่นกลางดึก ห้องมืดสนิท ผมได้ยินเสียง… เสียงน้ำหยด… ติ๋ง… ติ๋ง… ผมลุกขึ้น เสียงมันดังมาจากห้องน้ำ ผมเปิดประตูห้องน้ำ ไฟยังปิด ผมคลำหาสวิตช์… ผมเหยียบลงไปบนบางอย่าง… มันเปียก… และเหนียว ผมเปิดไฟ “ฉับ!” แสงสว่างวาบขึ้น ผมยืนอยู่… ท่ามกลางแอ่งเลือด เลือดเต็มพื้นห้องน้ำ และรอยเท้า… รอยเท้าเปื้อนเลือด… เดินมาจากหน้าต่างห้องน้ำที่เปิดทิ้งไว้ ผมมองตัวเองในกระจก ผมยังใส่กางเกงนอนตัวเดิม แต่… เสื้อยืดที่ผมใส่นอน… มันหายไป ตัวผม… ตั้งแต่หน้าอกลงไป… เปื้อนดิน… เปื้อนโคลน… และเปื้อนเลือด ผมมองที่มือตัวเอง ซอกเล็บผม… มีเศษเนื้อติดอยู่ ผมอ้าปากค้าง หัวใจผมเต้นเหมือนจะหลุดออกมา ผม… ผมไปไหนมา… ผมไปทำอะไรมา… ผมจำอะไรไม่ได้เลย ผมจำได้แค่ว่า… ผมเข้านอน ผมหันหลังกลับ… มองลายสักเสือสมิงในกระจก มันดูอิ่มเอม และมันยัง “อุ่น” ผมรีบวิ่งไปเปิดทีวี ผมไล่ดูช่องข่าว ตีสาม… ยังไม่มีข่าวอะไร ผมข่มตาหลับไม่ลง ผมอาบน้ำ… ล้างคราบเลือดและดินโคลนออก น้ำที่ไหลผ่านตัวผม… เป็นสีแดง ผมสั่น นี่ไม่ใช่บารมี… นี่มัน… คำสาป


ผมรอจนถึงเช้า ผมนั่งจ้องทีวีเหมือนคนบ้า ในที่สุด… ข่าวเช้าก็มา “พบศพชายไม่ทราบชื่อ… ถูกทำร้ายอย่างทารุณ… บริเวณบึงบัวท้ายซอย…” ผมรู้จักที่นั่น มันเป็นที่รกร้าง… ที่พวกค้ายาชอบใช้ส่งของ ที่… ที่พวกไอ้เกียรติคุม ผมกลืนน้ำลาย ผู้ประกาศข่าวรายงานต่อ “สภาพศพ… ถูกทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม… ตำรวจสันนิษฐานว่า… อาจเป็นการโจมตีของสัตว์ป่าขนาดใหญ่…” สัตว์ป่า… ผมปิดทีวี เสียง “ซ่า…” ดังขึ้นในความเงียบ ผมลุกขึ้น เดินไปที่กระจกบานเดิม มองแผ่นหลังตัวเอง ลายสักเสือสมิง… มันดูอิ่ม ดวงตาของมัน… มันกำลังเยาะเย้ยผม “มึงทำเหรอ” ผมถามเงาในกระจก แน่นอน… ไม่มีคำตอบ มีเพียงความร้อนจางๆ ที่แผ่นหลัง ผมเริ่มกลัว นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ ผมต้องการ “บารมี” ให้คนเกรงกลัว ไม่ใช่ “นักฆ่า” ที่ผมควบคุมไม่ได้ ผมตัดสินใจ ผมต้องกลับไปหาอาจารย์วิรัช ผมขับรถย้อนกลับไปที่สำนักเก่าหลังวัดป่าช้า ผมกระแทกประตู “อาจารย์!” อาจารย์วิรัชนั่งอยู่ที่เดิม… เหมือนไม่ได้ลุกไปไหน เขากำลังฝนหมึก “เกิดอะไรขึ้น” เขาถาม… โดยไม่เงยหน้า “มัน… มันฆ่าคน!” ผมตะโกน “ใครฆ่า” “ไอ้เสือ… ลายสักที่หลังผม! มันฆ่าคนเมื่อคืน! แต่ผมจำอะไรไม่ได้เลย!” อาจารย์วิรัชหยุดมือ เขาเงยหน้ามองผม แววตาของเขา… สงบนิ่ง… และเย็นชา “กูเตือนมึงแล้ว” “เตือน?” ผมทวนคำ “นี่ไม่ใช่คำเตือน! นี่มันคำสาป! เอา-มัน-ออก-ไป!” ผมถอดเสื้อ… หันหลังให้เขา “เอามันออกไปจากตัวผม!” อาจารย์วิรัชลุกขึ้น เขาเดินมาดูที่แผ่นหลังผม นิ้วเย็นๆ ของเขาสัมผัสที่ลายสัก ผมสะดุ้ง “มันเข้าไปลึกแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ “หมายความว่าไง” “มันหยั่งรากแล้ว… วิญญาณมันตื่นแล้ว” “วิญญาณอะไร!” “วิญญาณเจ้าของเก่า” ผมหันกลับมาเผชิญหน้าเขา “เจ้าของเก่า? ก็อาจารย์เป็นคนสักให้ผม!” “กูสัก… แต่กูไม่ได้สร้าง” อาจารย์วิรัชพูด “ลายนี้… มันมีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว” หัวใจผมหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม “มันกำลังหิว” อาจารย์พูดต่อ “และมันใช้ร่างมึง… ออกไปล่า” “มันล่าใคร” “ศัตรูของมัน” ผมคิดถึงข่าวเมื่อเช้า ไอ้คนที่ตาย… เป็นคนของเฮียเกียรติ ผม… ผมเริ่มเข้าใจ ผมหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ศัตรูของมัน… ก็คือศัตรูของผม” ผมมองอาจารย์วิรัช “ไอ้เกียรติ… พวกมันเป็นศัตรูผม!” ผมรู้สึก… โล่งใจ อย่างน้อย… มันก็ไม่ได้ฆ่ามั่วซั่ว มันกำลัง… “ทำงาน” ให้ผม ผมกำลังมี “นักฆ่าส่วนตัว” ที่ไม่มีใครตามรอยได้ อาจารย์วิรัชมองผม… สายตาของเขา… มันเหมือน… สมเพช “มึงยังไม่เข้าใจ” “ผมเข้าใจดี” ผมสวน “ผมมีอำนาจที่แม้แต่ผมเองก็ควบคุมไม่ได้ แต่มันกำลังกำจัดเสี้ยนหนามให้ผม” ผมสวมเสื้อกลับ “ผมจะใช้ประโยชน์จากมัน” ผมเดินออกมาจากสำนัก คราวนี้… ผมไม่ได้รู้สึกกลัว ผมรู้สึก… ตื่นเต้น ผมกลับไปที่เซฟเฮาส์ คืนนั้น… ผมเข้านอน ผมไม่ได้พยายามฝืน ผมอยากรู้… ว่ามันจะพาผมไปที่ไหน ผมหลับตา… และผมฝัน… แต่คราวนี้ไม่ใช่ฝันว่าจมน้ำ ผมฝันว่า… ผมกำลังวิ่ง วิ่งสี่ขา… ผมวิ่งผ่านป่า… ไม่ใช่… มันเป็นสวนรกร้าง ผมได้กลิ่น… กลิ่นเหงื่อ… กลิ่นความกลัว ผมเห็นเงาคนสองคน… กำลังส่งของกัน ผมซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ ผมเห็นพวกมัน… เหมือนเห็นในที่มืด ชัดเจน… พวกมันคือคนของเฮียเกียรติ ผมรู้สึกถึงความโกรธ… ความแค้น… ที่เผาไหม้… ผมกระโจนออกไป! ผมได้ยินเสียงกรีดร้อง ผมใช้กรงเล็บ… ฉีก… ผมได้ยินเสียงกระดูกหัก ผมกัด… เลือดอุ่นๆ สาดเข้าปาก รสชาติของมัน… มัน… น่ารังเกียจ… แต่ก็… เติมเต็ม ผมสะดุ้งตื่น ผมนอนอยู่บนเตียง… แต่… มีกลิ่นคาวเลือดติดอยู่ที่ปากผม ผมลุกไปบ้วนปาก ผมเปิดทีวี เหมือนเดิม… “พบศพชายอีกสองคน… บริเวณสวนรกร้าง…” ผมปิดทีวี ผมยิ้ม “ทำงานได้ดีมาก… เพื่อนยาก” ผมเริ่มสนุกกับมัน ผมกลายเป็นตำนาน ในวงการ… พวกมันเริ่มเรียกผมว่า “ผีดิบ” ลูกน้องเฮียเกียรติหายไปทีละคน… สองคน ไม่มีใครรู้ว่าใครทำ ไม่มีหลักฐาน มีแต่ข่าวลือ… ว่าพวกมันถูก “เสือ” กิน เฮียเกียรติหัวเสียมาก มันส่งคนมาตามล่าผม แต่พวกมันหาผมไม่เจอ หรือถ้าเจอ… พวกมันก็กลายเป็นศพในเช้าวันต่อมา ผมกลายเป็น… ผู้คุมเกม ผมไม่ต้องออกไปทวงหนี้เอง ผมแค่นอน… และปล่อยให้ “มัน” ทำงาน ผมเริ่มเสพติดความรู้สึกนี้ ผมเริ่มจงใจ… ก่อนนอน… ผมจะนึกถึงหน้าคนที่ผมเกลียด นึกถึงลูกน้องของเกียรติที่ผมอยากให้มันตาย และเช้าต่อมา… มันก็จะตาย ผมคิดว่าผมควบคุมมันได้ ผมคิดว่า… ผมเป็นนายมัน จนกระทั่งคืนนั้น… คืนที่ไอ้เอก… ลูกน้องที่ซื่อสัตย์ที่สุดของผม… มันมาหาผมที่เซฟเฮาส์ “พี่ต้นครับ” มันหน้าซีด “ผมว่า… มันแปลกๆ” “อะไรแปลก” ผมกำลังอารมณ์ดี “พี่… พี่ไม่เหมือนเดิม” “กูดีขึ้นต่างหาก” “เปล่าครับพี่” เอกกล้าสบตาผม “พี่น่ากลัวขึ้น… พี่เหมือน… ไม่ใช่คน” ผมตบหน้ามัน “ฉาด!” “มึงกล้าว่ากูกเหรอ!” ความโกรธพุ่งขึ้น แผ่นหลังผมร้อนผ่าว “พี่!” เอกกุมหน้า “ผมเป็นห่วงพี่นะ! ไอ้ลายสักนั่น… มันไม่ปกติ!” “มึงหุบปาก!” ผมคำราม เสียงผม… มันไม่ใช่เสียงผมอีกแล้ว มันคือเสียงเสือ เอกถอยหลัง… “พี่ต้น… นั่น… นั่นเสียงอะไร” ผมผลักมัน “ไสหัวไป! ก่อนที่กูจะหมดความอดทน!” เอกมองผมด้วยสายตา… หวาดกลัว… และผิดหวัง มันวิ่งหนีออกไป ผมหงุดหงิด ไอ้เอก… มันกล้าสงสัยผม ผมเข้านอน… ด้วยความโกรธ ผมจ้องเพดาน ผมคิดถึง… ผมคิดถึงเฮียเกียรติ คืนนี้… ต้องเป็นคืนของมัน ผมจะ “ปล่อย” เสือ… ไปจัดการมัน ผมหลับตา… จินตนาการถึงหน้าเฮียเกียรติ ความแค้น… ความอยากฆ่า… ผมจมดิ่งสู่ความมืด


ผมตื่นขึ้น… แต่ผมไม่ได้อยู่บนเตียง ผมนั่งยองๆ อยู่บน… บนขอบตึก ลมกลางคืนพัดแรงจนผมสะท้าน ผมอยู่ที่ไหน ผมนอนไม่หลับ ร่างของผมเคลื่อนไหวเอง ผมมองลงไปข้างล่าง รถราเล็กเหมือนมด นี่มัน… ตึกร้าง ผมจำได้… ที่นี่คือจุดนัดพบเก่าของพวกผม ผมรู้สึกถึงมัน… เสือ… มันตื่นเต็มที่ มันกำลังควบคุม ผมเป็นแค่ผู้โดยสาร… ที่ถูกขังอยู่ในหัวตัวเอง ผมได้ยินเสียงฝีเท้า มีคนกำลังเดินขึ้นบันไดหนีไฟ มันมาแล้ว… เหยื่อ… ผมแยกเขี้ยว ผมไม่ได้อยากทำ… แต่ร่างกายผมมัน… มันอยาก ประตูบันไดหนีไฟเปิดออก “แกร๊ก…” ร่างคนคนหนึ่งเดินออกมาในเงามืด ไม่ใช่เฮียเกียรติ ผมหรี่ตา “พี่ต้น…” เสียงนั้น… ไอ้เอก… มันกลับมาทำไม “ผมบอกแล้ว… ว่าอย่ามายุ่ง!” ผมตะคอก ไม่… นั่นไม่ใช่เสียงผม มันเป็นเสียงคำรามต่ำๆ เอกชะงัก มันถือไฟฉาย… ส่องมาที่ผม “พี่… พี่อยู่บนนั้นได้ไง! ลงมาพี่! อันตราย!” มันยังเป็นห่วงผม ไอ้โง่… “กูบอกให้มึงไป!” ผมรู้สึกถึงแรงกระตุ้น แรงกระตุ้นที่จะ… กระโจน “ไม่พี่!” เอกยังคงเดินเข้ามา “ผมรู้ว่าพี่ไม่สบาย! ไอ้ลายสักนั่น… มันกำลังทำร้ายพี่!” มันพยายามจะช่วยผม “ผมไปหาอาจารย์วิรัชมา!” ผมชะงัก มันพูดว่าอะไรนะ “อาจารย์… เขาบอก… เขารู้ว่าพี่เป็นอะไร… เขามีวิธีแก้!” วิธีแก้… ผมรู้สึกถึง… ความหวัง… แต่เสือ… มันไม่ต้องการ “มึงโกหก!” ผม (เสือ) คำราม “ผมไม่ได้โกหก!” เอกชูสร้อยพระในมือ “อาจารย์ให้ผมเอามาให้พี่! เขาบอกว่ามันจะ… คุ้มครองพี่!” มันโยนสร้อยพระมาให้ผม สร้อยพระลอยข้ามอากาศ… ผมยื่นมือไปรับ… “ฉ่า!” ทันทีที่สร้อยสัมผัสผิวผม ควันก็ลอยขึ้น! มันร้อน… ร้อนเหมือนโดนเหล็กนาบ! ผมกรีดร้อง “อ๊ากกกกก!” มันไม่ใช่ความร้อนที่แผ่นหลัง มันคือความร้อนที่มือ! ผมปัดสร้อยพระทิ้ง มันร่วงลงไปข้างล่าง ผมมองมือตัวเอง เป็นรอยไหม้… รูปสร้อยพระ “มึงทำร้ายกู!” เสือมันโกรธ มันโกรธจัด มันรู้สึกว่าถูก “หักหลัง” “ไม่พี่! ผมพยายามช่วย!” “ช่วย?” ผมกระโจน… จากขอบตึก… ลงมาที่พื้นดาดฟ้า “ตึบ!” ร่างผมลงมายืนสี่ขา… ผมเงยหน้ามองเอก ดวงตาของเอกเบิกกว้าง “พี่ต้น… ไม่…” “มึงกล้าดียังไง… เอาน้ำมนต์มาสาดกู!” (ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสร้อยนั่นคืออะไร… แต่เสือมันรู้) มันคือศัตรู มันคือภัยคุกคาม ผมพุ่งเข้าใส่ เอกยกมือขึ้นกัน “พี่! นี่ผมเอง! เอก!” ผมไม่ฟัง ผมได้ยินแต่เสียงคำรามในหัว “ฆ่ามัน!” “ฆ่ามัน!” “ฆ่าไอ้คนทรยศ!” ผมตบ… ด้วยกรงเล็บที่ตอนนี้งอกออกมาจากนิ้วผมจริงๆ “ฉึบ!” เลือดสาด เอกล้มลง มันมองผม… ด้วยสายตาที่ไม่เชื่อ… และเจ็บปวด “ทำไม… พี่…” ผมยืนคร่อมร่างมัน ผมอ้าปาก… ผมจะ… ผมจะกัดคอมัน… “ไม่!!!” ผมตะโกนออกมา… เสียง “ผม” จริงๆ ผมใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี… ฝืน… ผมฝืนร่างกายตัวเอง ผมพยายามดึงแขนกลับ เสือมันต่อต้าน มันแข็งแกร่งกว่าผม กล้ามเนื้อผมสั่นไปทั้งตัว “อย่า… ทำ… มัน…” ผมอ้อนวอน ผมสู้กับตัวเอง ผมเห็นน้ำตาไหลออกมาจากตาของเอก “หนี… ไป…” ผมเค้นเสียง “หนีไป… เอก…” “พี่…” “ไป!!!!” ผมใช้แรงเฮือกสุดท้าย… ผลักตัวเอง… ถอยหลัง… ผมล้มกลิ้งไปกับพื้น ผมชนเข้ากับขอบดาดฟ้า “เจ็บ…” เสือมันร้องโหยหวนในหัว มันเจ็บ… เพราะผมฝืนคำสั่งมัน เอก… มันลุกขึ้น… กุมหน้าอกที่เลือดไหล มันพยายามวิ่งไปที่ประตู มันหันกลับมามองผม… แววตาสุดท้ายของมัน… ผมจะไม่มีวันลืม แล้วมันก็หายไปในความมืด ผมหอบ… นอนอยู่บนพื้นดาดฟ้า ผมทำอะไรลงไป… ผมเกือบฆ่าลูกน้องที่ภักดีที่สุดของผม ลายสักที่หลัง… มันเต้นตุบๆ… เหมือนหัวใจดวงที่สอง มันโกรธผม มันไม่พอใจที่ผมขัดขวางการ “ล่า” ของมัน ผมนอนอยู่อย่างนั้น… จนเช้า ผมกลับมาที่เซฟเฮาส์ ผมกลายเป็นซาก ผมมองตัวเองในกระจก รอยข่วนจางๆ ที่หน้าอก… ที่เอกพยายามป้องกันตัว… มันกำลังสมานตัว… เร็วผิดปกติ ผมรู้แล้ว… นี่ไม่ใช่พลัง นี่คือการ “สิงสู่” ผมนั่งลงบนเตียง ผมต้องทำอะไรสักอย่าง ผมหยิบโทรศัพท์ ผมต้องโทรหาเอก… ขอโทษมัน… บอกมันว่า… ผมกำลังจะไปหาอาจารย์วิรัช “หมายเลขที่ท่านเรียก…” ผมโทรเข้าออฟฟิศ “ไอ้เอกอยู่ไหน” ผมถามลูกน้อง “มันยังไม่เข้าเลยครับพี่” ผมใจคอไม่ดี ผมโทรเข้ามือถือมันอีกครั้ง… สิบครั้ง… ยี่สิบครั้ง… ไม่รับสาย ผมออกตามหา ผมไปที่ห้องเช่าของมัน ประตูไม่ได้ล็อก ผมผลักเข้าไป “เอก!” ห้องว่างเปล่า มีร่องรอยการต่อสู้… โต๊ะล้ม… แจกันแตก… และ… มีเลือดหยดเป็นทาง… ไปที่หน้าต่าง ผมวิ่งไปที่หน้าต่าง เชือก… มีเชือกผูกอยู่… ห้อยลงไปข้างล่าง มันหนี… มันหนีใคร… มันหนีผมเหรอ ไม่… ผมกลับมาที่เซฟเฮาส์แล้ว ผมใจหาย ผมรู้ทันที… พวกไอ้เกียรติ… พวกมันรู้ว่าเอกเป็นคนของผม พวกมันจับตัวเอกไป “เวรเอ๊ย!” ผมทุบกำแพง ผมต้องไปช่วยมัน แต่ผมจะไปช่วยยังไง ผมตัวคนเดียว และถ้าผมไป… เสือ… มันจะออกมาไหม ผมต้องการมัน ผมต้องการ “เสือ” ตอนนี้… เพื่อไปฆ่าพวกไอ้เกียรติ… ไปช่วยเอก… ผมนั่งลง หลับตา “ออกมา…” ผมกระซิบ “กูต้องการมึง… ออกมา… ไปฆ่าพวกมัน” ผมรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่นหลัง… มันตอบสนอง มันลุกฮือขึ้นมา ผมยิ้ม “ไป… ไปที่โกดังเก่า… โกดังริมน้ำของไอ้เกียรติ” ผมลุกขึ้น ผมรู้สึกถึงพลังที่ไหลผ่าน ผมไม่ใช่ “ต้น” อีกต่อไป ผมคือ… “นักล่า” ผมไปที่โกดัง ผมไม่ได้ใช้รถ ผม… “วิ่ง” ผมวิ่งไปตามตรอกซอกซอย กระโดดข้ามกำแพง ผมเคลื่อนไหว… เหมือนสัตว์ป่า ผมไปถึงโกดัง มันเงียบ… แต่ผมได้กลิ่น กลิ่นเลือด… กลิ่นไอ้เอก… และการ์ดสองคนยืนเฝ้าประตูหน้า ผมไม่อ้อม ผมเดินเข้าไป “หยุด! มึงเป็นใคร!” มันชักปืน ผมคำราม… เสียงก้อง… พวกมันชะงัก “ไอ้… ไอ้ผีดิบ!” พวกมันจำฉายาผมได้ พวกมันยิง! “ปัง! ปัง! ปัง!” ผมรู้สึกถึงกระสุน… มันเจาะเข้าที่หน้าอก… ที่ไหล่… มันเจ็บ… แต่มันไม่หยุดผม ผมวิ่งเข้าใส่ กรงเล็บของผม… ฉีกกระชาก เสียงปืน… เสียงกรีดร้อง… เงียบลง ผมถีบประตูโกดัง “โครม!” ข้างใน… ไอ้เกียรติยืนอยู่ และ… ไอ้เอก… มันถูกแขวนห้อยหัว… เลือดไหลนองพื้น มัน… มันตายแล้ว ผมยืนนิ่ง ทุกอย่างเหมือนหยุดไป ไอ้เกียรติหัวเราะ “มาช้าไปนะ… ไอ้ต้น… หรือกูควรเรียกมึงว่า… ไอ้เสือ” มันรู้ มันรู้อะไรบางอย่าง “มึง… ฆ่ามัน…” ผมพูด เสียงผมสั่น “ใช่” มันยิ้ม “เหมือนที่มึง… ฆ่าลูกน้องกู” “มึงต้องตาย” ผมพุ่งเข้าใส่ “เดี๋ยวก่อน!” เกียรติชูบางอย่างขึ้นมา มันเป็น… ยันต์ แผ่นยันต์สีแดง… ที่ผมคุ้นตา มันคือยันต์ที่แปะอยู่หน้าห้องพิธีของอาจารย์วิรัช “มึงไม่รู้อะไรเลยใช่ไหม” เกียรติพูด “มึงคิดว่าลายสักนี่มันเป็นของมึงเหรอ” ผมหยุด “มึงกำลังพูดเรื่องอะไร” “ไอ้โง่!” เกียรติหัวเราะ “มึงคิดว่าอาจารย์วิรัช… เป็นคนดีเหรอ” ผมสับสน “มึงคิดว่าลายสักที่มึงได้มา… มันเป็น “ของ” เหรอ” “…” “มันเป็น “คน”!” เกียรติพูดต่อ “มันคือวิญญาณ… ไอ้ศร!” ผมตัวแข็งทื่อ “ไอ้ศร… ลูกน้องเก่ามึง… ที่มึงฆ่า” “ไม่… ไม่จริง” “จริง!” เกียรติยิ้ม “ไอ้ศร… มันเป็นศิษย์เอกของอาจารย์วิรัช! มันเป็นคนคุมลายสักเสือสมิงคนเก่า! แต่มันทำผิด… มันใช้พลังไปในทางที่ผิด… อาจารย์เลยจะเอามันคืน” “…” “แต่ไอ้ศรมันหนี… มันหนีมาซมซานอยู่กับมึง… จนมึง… ฆ่ามัน” ผม… ผมเป็นคนฆ่าไอ้ศร ผมจำได้ “พอไอ้ศรตาย… วิญญาณเสือสมิงมันก็ว่าง… อาจารย์วิรัชเลยต้องการ “ร่าง” ใหม่… มาเก็บมันไว้” เกียรติชี้มาที่ผม “และมึง… ไอ้ต้น… กรรมของมึงมันหนัก… หนักพอที่จะเป็น “กรง” ขังวิญญาณที่ดุร้ายที่สุดได้” “มึงโกหก!” “กูไม่ได้โกหก!” เกียรติพูด “และมึงรู้ไหม… ศัตรูของไอ้ศร… คือใคร” ผมส่ายหัว “คือ… กู” เกียรติชี้ตัวเอง “และ… คือ… มึง!” ผมตาเบิกกว้าง “มันกำลังใช้มึง… ล่ากู… และพอมันฆ่ากูเสร็จ… คนต่อไป… คือมึง!”


ร่างของเอก… เลือดของมัน… ทุกอย่างพร่ามัว คำพูดของไอ้เกียรติ… เหมือนค้อนทุบหัว “ไอ้ศร… ลูกน้องเก่ามึง” “อาจารย์วิรัช… ต้องการ “ร่าง” ใหม่” “คนต่อไป… คือมึง” ผมส่ายหัว “ไม่… ไม่จริง… มึงโกหก!” “กูโกหก?” เกียรติหัวเราะ “มึงถาม “มัน” ดูสิ” ผมตัวแข็ง ผมรู้สึกถึง… การเคลื่อนไหว… ที่แผ่นหลัง มันไม่ใช่ความร้อน มันคือ… การ “ตื่น” ผมอ้าปาก แต่เสียงที่ออกมา… ไม่ใช่เสียงผม “นาน… นานเหลือเกิน… ที่กูรอวันนี้” มันเป็นเสียงแหบพร่า… เย็นชา… เต็มไปด้วยความแค้น ไอ้เกียรติหน้าซีด “ไอ้ศร…” “มึงจำกูได้… ดี” ร่างกายผม… มันขยับเอง มันหันไปมองไอ้เกียรติ ช้าๆ… ผม… ผม “ต้น”… ผมกลายเป็นผู้ชม ผมถูกขัง… อยู่ในหัวของตัวเอง มองดูทุกอย่างผ่านดวงตา… ที่ตอนนี้… ไม่ใช่ของผม “มึงใช้ไอ้ต้นฆ่ากู” ศร (ในร่างผม) พูด “มึงแย่งพื้นที่กู” “มันไม่ใช่กู!” เกียรติถอยหลัง “อาจารย์… อาจารย์วิรัชเป็นคนบอก!” “อาจารย์… จะโดนทีหลัง” ศรคำราม “แต่มึง… ต้องโดนก่อน” ผม (ศร) ก้าวไปข้างหน้า “เดี๋ยวก่อน!” เกียรติชูยันต์สีแดงในมือขึ้นมา ยันต์ที่ผมจำได้… จากหน้าห้องพิธี “กูเตรียมตัวมาแล้ว!” เกียรติตะโกน “อาจารย์วิรัชให้ยันต์นี่กูมา! เขาบอกว่า… มันจะหยุดมึงได้!” “โง่…” ศรยิ้ม “นั่นมันยันต์ “สะกด”… ไม่ใช่ยันต์ “ทำลาย” “อะไรนะ” “มันไม่ได้ทำร้ายกู… ไอ้ศร” เสียงผมเปลี่ยน… “มันทำร้าย… “มัน”…” ผม… “ต้น”… กรีดร้องออกมา “อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!” ความเจ็บปวด… มันมหาศาล… มันไม่ใช่ความร้อน มันคือ… เหมือนมีเข็มนับล้าน… ทิ่มแทงผม… จาก “ข้างใน” ผมล้มลงไปกองกับพื้น ผมดิ้นทุรนทุราย ร่างกายผมกำลังฉีกขาด “ฮ่าๆๆๆ!” เกียรติหัวเราะ “เป็นไงล่ะ! กูบอกแล้ว! มึงเจ็บใช่ไหม… ไอ้ต้น!” เกียรติเดินเข้ามาใกล้ “มันคือยันต์สะกดวิญญาณ… แต่มึง… มึงคือ “ร่าง”… มึงเลยต้องเจ็บแทนมัน!” “อ๊า… อ๊า…” ผมพูดไม่ออก “มึง… ไอ้… สารเลว…” ผมได้ยินเสียงศร… มันก็เจ็บ แต่มัน… มันกำลังใช้ความเจ็บปวดของผม… เป็นพลัง “มึงคิด… ว่า… แค่นี้… จะหยุดกูได้เหรอ” ศรเค้นเสียงผ่านปากผม ร่างกายผม… ที่กำลังสั่นเพราะความเจ็บปวด… ลุกขึ้นยืน! ผมลุกขึ้น… ทั้งๆ ที่เจ็บเหมือนจะตาย “เป็นไปได้ยังไง!” เกียรติหน้าถอดสี “มึงต้อง… ต้องสลบสิ!” “กู… ทน… เจ็บ… มานานกว่ามึงคิด” ศรพูด “กูจมน้ำ… ทุกคืน… ในฝันของมัน” “กูรอ… วันนี้” ผม (ศร) พุ่งเข้าใส่ เกียรติยกยันต์ขึ้นมาจ่อหน้าผม “ฉ่า!” เหมือนเหล็กร้อนนาบหน้า ผม (ต้น) กรีดร้อง แต่… มือของผม… คว้าข้อมือไอ้เกียรติไว้ได้ มือที่ถือนยันต์ “มึงพลาดแล้ว” ศรพูด ผมบิด… “กร๊อบ!” เสียงกระดูกข้อมือของเกียรติ… ดังกว่าเสียงกระดูกนิ้วที่ผมเคยหัก “อ๊ากกกก!” เกียรติร้องลั่น ยันต์สีแดง… ร่วงหล่นลงพื้น ความเจ็บปวด… หายไป เหมือนปิดสวิตช์ ผมยืนหอบ ร่างกายเป็นของผม… ไม่… ไม่ใช่… มันเป็นของ “มัน” ศร… มันยืนมองเกียรติที่กุมข้อมือ “ทีนี้… ก็เหลือแค่เรา” ศรยิ้ม… ด้วยใบหน้าของผม “อย่า… อย่าฆ่ากู” เกียรติคุกเข่า “กู… กูมีเรื่องจะบอก!” “…” “เรื่องไอ้ศร… เรื่องที่มึงตาย!” ศรชะงัก “อาจารย์วิรัช… เขาไม่ได้แค่ “ปล่อย” ให้มึงตายนะ!” เกียรติพูดรัว “เขา… เขารู้… เขารู้ว่าไอ้ต้นจะไปฆ่ามึง!” “…” “เขา… จงใจ!” “จงใจ… ให้ไอ้ต้น… ฆ่ามึง… เพื่อที่เขาจะได้ “จับ” มึง… ใส่ใน “ยันต์”!” “แต่… มึงตายก่อน… วิญญาณมึงหนีไป… เขาเลยต้องใช้ไอ้ต้น… เป็น “กรง” ใหม่!” ศรเงียบไป มันกำลังประมวลผล “มึง… หมายความว่า…” “อาจารย์วิรัช… หลอกใช้เราทุกคน!” เกียรติสรุป ผม (ต้น) ที่ซ่อนอยู่ข้างใน… ตัวสั่น… นี่มันเรื่องบ้าอะไร อาจารย์วิรัช… คือ… ต้นตอของทุกอย่าง ศร… มันหันไปมองศพไอ้เอก แล้วมันก็หันกลับมามองไอ้เกียรติ มันแสยะยิ้ม “เรื่องนั้น… ไม่สำคัญ” “อะไรนะ” “อาจารย์วิรัช… กูจะไปฆ่ามันทีหลัง” ศรพูด “แต่… ศัตรู… ก็ต้องตายตามลำดับ” “ไม่… ไม่… ศร… เรา… เราตกลงกันได้…” “มึงฆ่า “คน” ของมัน” ศรชี้ไปที่ศพเอก “และมึง… “หักหลัง” กู” ศรเดินเข้าไป “ไม่! อย่านะ!” ผม (ศร) อ้าปาก… และคำราม… เสียงคำรามของเสือสมิง… ดังลั่นโกดัง ผมหลับตา… ผมไม่อยากเห็น ผมได้ยินแต่เสียง… เสียงฉีกกระชาก… เสียงกรีดร้อง… และเสียง… เคี้ยว … … … ผมลืมตา ผมยืนอยู่ท่ามกลาง… ซาก เลือด… เศษเนื้อ… ไอ้เกียรติ… ไม่เหลือชิ้นดี ผมยืนหอบ กระสุนที่โดนยิง… มันยังคาอยู่ที่อก ผมเจ็บ… แต่… แผลกำลังสมานตัว ผมเดิน… โซเซ… ไปที่ร่างของไอ้เอก ผมคุกเข่าลง น้ำตา… น้ำตาผมไหล “เอก… กูขอโทษ… กู… ขอโทษ…” ผมร้องไห้ แต่มัน… มันมีเสียงหัวเราะ… ดังขึ้นในหัวผม “ฮ่า… ฮ่า… ฮ่า…” “เสร็จไปหนึ่ง” เสียงไอ้ศร… มันพูด… ด้วยเสียงที่เหมือนผม “มึง… มึงออกไปจากหัวกู” ผมกระซิบ “เกียรติ… ตายแล้ว… มึงได้ทุกอย่างแล้ว… ออกไป!” ผมได้ยินเสียงมัน… ชัด… เหมือนมันยืนอยู่ข้างหู “กูยังไม่ได้ทุกอย่าง” “…” “เหลืออีกหนึ่ง” ผมเงยหน้า… มองเงาสะท้อนของตัวเอง… ในแอ่งเลือดของไอ้เกียรติ ดวงตาในเงานั้น… มันไม่ใช่ตาผม มันคือตาของเสือ มันกำลังจ้อง… “จ้อง” ผม… “หนึ่ง… ตายไปแล้ว” “เหลือ… “มึง”…” “ถึงตา… ของมึงแล้ว… ไอ้ต้น”


ผมวิ่ง ผมวิ่งหนี ผมไม่รู้ว่าผมวิ่งหนีอะไร หนีจากโกดังนั่น… หนีจากซากศพของเกียรติ… หรือหนีจาก… ตัวผมเอง “มึงหนีไม่พ้นหรอก” เสียงไอ้ศร… มันหัวเราะอยู่ในหัวผม ผมกลับมาถึงเซฟเฮาส์ ผมกระแทกประตู ล็อก… ผมล็อกประตูทุกบาน ผมเอาตู้… เอากทุกอย่าง… มาขวางประตู เหมือนเด็กโง่… ที่คิดว่ามอนสเตอร์… มันอยู่ “ข้างนอก” “โง่… มึงมันโง่” เสียงมันดังขึ้นอีก ผมหันไปที่กระจก ผม… ผมยังเป็นผม แต่ลายสัก… ลายสักเสือสมิงที่แผ่นหลัง… มัน “เต้น” มันเคลื่อนไหว… เหมือนมีชีวิต… เหมือนมันกำลัง… หายใจ “มึงคือเป้าหมายสุดท้าย” “ไม่!” ผมตะโกน “กูไม่ได้ทำ! กูไม่ได้ฆ่ามึง! มึงเข้าใจผิด!” “มึงฆ่ากู” “ไม่! นั่นมัน… นั่นมัน… อุบัติเหตุ!” ผมพยายามโกหก… โกหกผี… “มึงกดหัวกูไว้” เสียงมันเย็นชา “มึงมองตากู… ตอนที่กูหมดลม” ผมจำได้ ผมจำสายตา… สายตาที่อ้อนวอน… ก่อนที่ทุกอย่างจะดับไป “มึงต้องชดใช้” “ไม่!” ผมคว้ามีด มีดทำครัว… เล่มที่คมที่สุด “กูจะเอามึงออกไป!” ผมหันหลังให้กระจก ผมเงื้อมีด… ผมกรีดมันลงไปบนแผ่นหลัง! “เคร้ง!” เสียงเหมือนโลหะกระทบกัน มีด… มีดมัน… หัก! ใบมีดหักเป็นสองท่อน ร่วงลงพื้น ผมมองแผ่นหลังตัวเอง ไม่มี… ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ผิวหนังบริเวณลายสัก… มันแข็ง… แข็งกว่าเหล็ก “ฮ่าๆๆๆๆ!” มันหัวเราะ มันหัวเราะเยาะผม… จาก “ข้างใน” ตัวผม “กูบอกแล้ว… มึงคือ “กรง”” “มึงทำลายกรง… จากข้างในไม่ได้” ผมทุบกระจก “โครม!” เศษกระจกบาดมือผม เลือดไหล… แต่… แผลมัน… มันสมานตัว… ผมเห็นมัน… เห็นเนื้อเยื่อมันงอกกลับมา… ต่อหน้าต่อตา “มึงฆ่าตัวตายก็ไม่ได้” เสียงมันบอก “ร่างนี้… เป็นของกู… จนกว่ากูจะ “เสร็จ” ธุระ” ธุระ… ผมตัวแข็ง “ธุระอะไรอีก… ไอ้เกียรติมันตายแล้ว!” “เหลืออีกหนึ่ง” ผมรู้ทันที “อาจารย์… วิรัช” “มันหลอกใช้กู” เสียงศรเต็มไปด้วยความแค้น “มันหลอกใช้มึง” “มันคือต้นเหตุของทุกอย่าง” “มันต้องตาย” “ไม่…” ผมส่ายหัว “กูไม่ไป… กูไม่ฆ่าใครอีกแล้ว!” “มึงไม่ได้เลือก” ผมรู้สึกถึงมัน ความร้อน… แต่คราวนี้… มันไม่ใช่ความร้อน มันคือ… ความเย็น เย็นเหมือนน้ำแข็ง… แผ่ซ่านจากกระดูกสันหลัง ร่างกายผม… มัน “ล็อก” ผมขยับนิ้วไม่ได้ ผมขยับปากไม่ได้ ผม… ผมกลายเป็นหุ่น “ได้เวลา…” เสียงศรดังขึ้น “ไปเยี่ยม “ครู” ของเรา” ขาของผม… มันก้าว… มันก้าวไปที่ประตู มือของผม… มันเอื้อมไปปลดล็อก มันยกตู้ที่ขวาง… ออกไป… เหมือนมันเบาเหมือนขนนก ผมกรีดร้อง… อยู่ข้างใน “ไม่! หยุดนะ! หยุด!” แต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ผมเปิดประตู เดินออกไปในความมืด ร่างกายผม… แต่ไม่ใช่ผม ผมกำลังเดิน… มุ่งหน้า… กลับไปที่จุดเริ่มต้น กลับไปที่สำนักเก่า… หลังวัดป่าช้า ผมเป็นแค่นักโทษ… ที่ถูกบังคับให้เดิน… ไปสู่ลานประหาร และอาวุธที่ใช้ประหาร… ก็คือตัวผมเอง


ผมยืนอยู่หน้าสำนัก กลิ่นกำยานยังคงลอยคลุ้ง แต่วันนี้… กลิ่นกำยานนั้น… เหมือนกลิ่นธูปงานศพ ประตูไม้บานเก่าเปิดแง้มอยู่ “เข้าไป” เสียงศรสั่งในหัว ผมเดินเข้าไป ข้างในเงียบสนิท อาจารย์วิรัช… เขานั่งรออยู่แล้ว บนอาสนะเดิม ข้างๆ มีเตาถ่านเล็กๆ และเครื่องมือสัก… วางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ “มึงมาแล้ว… ต้น” อาจารย์วิรัชพูด แววตาของเขา… ไม่ได้แสดงความประหลาดใจ เหมือนเขารู้อยู่แล้ว… ว่าผมต้องมา “มาหาอาจารย์เหรอ… หรือมาหาครูบาอาจารย์เก่าของมึง” ผมไม่ตอบ ผมตอบไม่ได้ ศรเป็นคนตอบ “มึงรู้ว่ากูจะมา” เสียงของศร… มันแหบ… มันดุดัน อาจารย์วิรัชยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่… น่าขนลุก “กูเตรียมการไว้หมดแล้ว” “มึงหลอกใช้กู” ศรพูด “มึงหลอกใช้ร่างของมัน… เป็นกรงขังกู” “มันคือพร… ไม่ใช่คำสาป” อาจารย์วิรัชพูด “มึงมันดื้อด้าน… ศร… พลังของเสือสมิง… ไม่ได้มีไว้ให้มึงใช้ฆ่าคนไม่บริสุทธิ์” “แล้วไอ้เกียรติล่ะ!” ศรโกรธ “มันสมควรตาย!” “ใช่… เกียรติสมควรตาย” อาจารย์วิรัชยอมรับ “แต่… กรรมของมัน… ไม่ได้หนักพอให้มึงลงมือ” “มึง… มึงเป็นคนบอกไอ้เกียรติ… ให้มาฆ่ากู” “กูให้ยันต์มันไป” อาจารย์วิรัชพูด “กูรู้ว่ามึงจะตาย… แล้วกูจะได้ดึงวิญญาณมึงกลับมา… สะกดไว้ในยันต์” “แล้วทำไม… ทำไมกูถึงมาอยู่ในร่างไอ้ต้น!” “เพราะไอ้ต้น… มีกรรมหนักกว่ามึง” อาจารย์วิรัชชี้มาที่ผม “มัน… ฆ่าคนด้วยความตั้งใจ… ด้วยความชอบธรรมในตัวเอง” “มันคือ… “ภาชนะ” ที่สมบูรณ์แบบ” ผม (ต้น) ที่ถูกขัง… ได้ยินทุกอย่าง ผมรู้สึกเหมือน… ถูกเปลือย… ถูกมองเห็นทุกซอกทุกมุมของจิตใจที่ชั่วร้าย “มึง… จงใจ… ให้ไอ้ต้น… ฆ่ากู” ศรเข้าใจ “แล้วมึงก็หลอกให้ไอ้ต้นมาหา… เพื่อรับ “ลายสัก”…” “เพื่อรับ “โทษ”” อาจารย์วิรัชยืนขึ้น “โทษของมึง… คือการถูกขังในร่างที่มึงเกลียดที่สุด” “โทษของไอ้ต้น… คือการเป็น “ทาส” ให้วิญญาณที่มันฆ่า” “กรรม… มันหมุนวน… ต้น” อาจารย์วิรัชเดินมาหาผม “ถึงเวลาจบเรื่องนี้แล้ว” “มึงจะทำอะไร” ศรระแวง “กูจะเอามึงออกไป” อาจารย์วิรัชหยิบมีดสั้นเล่มหนึ่ง มีดนั้น… ทำจากกระดูก มันไม่ใช่มีดธรรมดา มันคือมีดที่ใช้ในพิธีศักดิ์สิทธิ์ “มึงจะฆ่าร่างนี้เหรอ!” ศร (ในร่างผม) ถอยหลัง “ไม่… กูจะ “ผ่า” กรง” อาจารย์วิรัชพูด “แล้วกูจะสะกดมึง… ไว้ในหมึก” ศร… มันกลัว ผม… ผม… ผมสับสน นี่คือโอกาสเดียวที่ผมจะได้เป็นอิสระ แต่… แลกกับการถูกผ่าทั้งเป็น อาจารย์วิรัชเงื้อมีด “จงสำนึกซะ… ศร” “และจงชดใช้… ต้น” มีด… กำลังจะฟันลงมาที่แผ่นหลังผม… “หยุด!” ผม… ผม (ต้น) ผมตะโกนออกมา เสียงของผม… แทรกทะลุเสียงของศร ร่างกายผม… หยุดนิ่ง อาจารย์วิรัชชะงัก “มึงพูดได้เหรอ… ต้น” “ปล่อย… มันไป” ผมเค้นเสียงออกมา “อ๊า… อ๊า…” ผมเจ็บปวด เพราะศร… มันพยายามจะเอาเสียงผมกลับคืน “มึงบ้าเหรอ… ไอ้ต้น! มันจะฆ่ามึงนะ!” ศรตะโกน “มัน… คือ… โทษ” ผมพูด “กู… ยอม… รับ” อาจารย์วิรัชมองผม “มึง… ยอมรับกรรมของตัวเองเหรอ” “ผม… ฆ่าเอก” ผมพยายามใช้แรงทั้งหมด… ดึงความคิดตัวเองกลับมา “ผม… ฆ่าคน… ผม… ผมควรตาย” น้ำตาผมไหล “แต่… ผมขอ… อย่าให้มัน… ได้ครอบครองอีก” ผมชี้ไปที่แผ่นหลังตัวเอง “เอา… มันไป… แต่… ให้ผม… เป็นคนรับผิดชอบ” อาจารย์วิรัชลดมีดลง เขามองผม… ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป สายตาที่… มีความเห็นใจ… แฝงอยู่ “มึง…” อาจารย์วิรัชถอนหายใจยาว “มึง… เข้าใจถึง… ธรรมะแล้ว” “แต่… มึงต้องแลก” “ผมรู้” ผมหลับตา “ทำเลย… อาจารย์” อาจารย์วิรัชเงื้อมีดอีกครั้ง แต่คราวนี้… เขาไม่ได้จ้วงแทง เขาใช้มีด… กรีดเบาๆ… ที่ลายสัก เขาเริ่มสวด… เสียงสวดของเขา… วันนี้… มันไม่ได้น่ากลัว มันสงบ… และเต็มไปด้วยพลัง ผมรู้สึกถึง… ความเย็น… ที่ไหลออกมาจากแผ่นหลัง เหมือนน้ำแข็งที่ละลาย… ผมได้ยินเสียง… เสียงคำรามโหยหวน… เป็นครั้งสุดท้าย “ไม่… กูไม่ยอม… กูจะกลับมา!” เสียงศร… มันกำลังถูกดึงออกไป ผมกรีดร้อง ผมเจ็บปวด ผมทรมาน แต่ผม… ผมยิ้ม เพราะผม… กำลังจะได้คืน… “ตัวผม” ผมล้มลง… หมดสติ


ผมตื่นขึ้น… ในห้องเดิม ห้องที่เคยเป็นห้องพิธีของอาจารย์วิรัช แต่ตอนนี้… มันว่างเปล่า… มีเพียงผม… นอนอยู่บนเสื่อ ความเจ็บปวด… ความเจ็บปวดหายไปแล้ว แต่ความรู้สึก… มันหนักอึ้ง ผมลุกขึ้นนั่ง ผมรู้สึกถึงร่างกายตัวเอง รู้สึกถึงกล้ามเนื้อ… ที่กลับมาเป็นของผม ไม่ใช่ของมัน ผมคลำที่แผ่นหลัง ผิวหนังเรียบเนียน… ไม่มีลายสัก หายไปแล้ว… ลายเสือสมิง… หายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงรอยแผลเป็นสีจางๆ… เหมือนถูกกรีดเบาๆ ด้วยมีด ผมเดินไปที่กระจก… กระจกบานใหญ่ที่ผมเคยเห็นเงาเสือสมิง ผมมองตัวเอง ผมผอมลง ตาของผม… มันเต็มไปด้วยรอยเหนื่อยล้า… และ… ความว่างเปล่า แต่… มันเป็นตาของผม ผม… เป็นอิสระแล้ว “มึงพร้อมที่จะไปเผชิญหน้ากับความจริงรึยัง” เสียงอาจารย์วิรัชดังขึ้น เขาเดินออกมาจากมุมมืด ในมือเขา… มีถ้วยดินเผาเล็กๆ ข้างในมี… หมึก หมึกสีดำ… ที่ดูเหมือนจะขยับได้ ผมรู้ทันที “ศร…” “มันถูกสะกดแล้ว” อาจารย์วิรัชพูด “อยู่ในหมึกนี้… รอเวลาชดใช้กรรม” ผมมองถ้วยหมึกนั้น ผมไม่รู้สึกถึงความเกลียดชัง ผมรู้สึกถึง… ความสงสาร “แล้ว… ผมล่ะ” ผมถาม “กรรมของผม… ผมจะชดใช้อย่างไร” อาจารย์วิรัชมองผม “มึงทำสิ่งที่ถูกต้อง… ต้น” “มึงยอมรับผิด… มึงยอมสละชีวิตตัวเอง… เพื่อหยุดวิญญาณนั้น” “แต่…” เขาเดินเข้ามาใกล้ “มึงยังต้องชดใช้ในโลกนี้” “ศพไอ้เกียรติ… ศพไอ้เอก… ศพคนอื่นๆ…” ผมพยักหน้า “ผมรู้… ผมจะไปมอบตัว” “ดี” อาจารย์วิรัชพูด “นั่นคือทางเดียวที่มึงจะปลดปล่อยตัวเองได้จริงๆ” เขาเดินไปที่แท่นพิธี “แต่ก่อนที่มึงจะไป…” เขาหยิบผ้าขาวผืนหนึ่งขึ้นมา ผ้าขาวนั้น… เปื้อนเลือด… เลือดของไอ้เอก ผมมองมัน ความเจ็บปวดแล่นแปลบเข้าหัวใจ “มึงไม่ได้ฆ่าไอ้เอก” อาจารย์วิรัชพูด “มึงพยายามช่วยมัน… มึงขัดขืนมัน” “แต่… มันตาย… เพราะผม” “กรรมมันซับซ้อนกว่านั้น” อาจารย์วิรัชสวดมนต์… แล้วเขาก็ปัดมือลงบนหมึกในถ้วย “พรึ่บ!” หมึกในถ้วยลุกเป็นไฟ ไฟสีเขียว… สว่างวาบ ไฟนั้นลุกโชน… แล้วก็ดับลงอย่างรวดเร็ว อาจารย์วิรัชหันมามองผม “ไปเถอะ… ต้น” “ไปเผชิญหน้ากับชะตากรรมของมึง” ผมเดินออกมาจากสำนัก ไม่หันกลับไปมอง อากาศภายนอก… บริสุทธิ์ ผมรู้สึกถึงความหนาวเย็น หนาวเย็น… ที่ผมไม่เคยรู้สึก… ตอนที่ผมมีเสือสมิงอยู่ข้างใน ผมเดินไปตามถนน ผมไม่ได้คิดถึงตำรวจ ผมคิดถึง… เอก คิดถึงศร คิดถึงอาจารย์วิรัช ทุกคน… ล้วนมีกรรม ผมเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงสถานีตำรวจ ผมเดินเข้าไป “ผมมามอบตัว” ผมพูด ตำรวจมองผม “คุณ… คุณเป็นใคร” “ผมชื่อ ต้น… ผมฆ่าคน” … การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างยาวนาน ผมสารภาพทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องการทวงหนี้… เรื่องการฆ่าไอ้ศร… ไปจนถึงเรื่อง… ลายสักเสือสมิง แน่นอน… ไม่มีใครเชื่อเรื่องเสือสมิง พวกเขาคิดว่าผม… บ้า บ้าจากการฆ่าคนมากเกินไป ผมถูกตัดสิน… ให้รับโทษสูงสุด ผมยอมรับ ในคุก… ผมใช้ชีวิตอย่างสงบ ผมอ่านหนังสือ… ผมสวดมนต์… ผมทำทุกอย่าง… เพื่อชดใช้ ผมไม่เคยคิดหนี เพราะผมรู้… อิสรภาพที่แท้จริงของผม… มันอยู่ข้างใน ปีที่สามของการจำคุก ผมได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง เป็นจดหมายจาก… สำนักพิมพ์ พวกเขาเสนอให้ตีพิมพ์… เรื่องราวของผม ผมปฏิเสธ ผมไม่ต้องการชื่อเสียง ผมต้องการเพียง… ความสงบ แต่… มีข้อความหนึ่งที่ทำให้ผมชะงัก ข้อความจากอาจารย์วิรัช “มึงทำดีแล้ว” “แต่… กรรม… มันไม่จบแค่นี้” “กู… เก็บหมึกนั้นไว้… อย่างดี” “และ… กู… ได้สักลายใหม่” “ลาย… ที่จะคุ้มครอง… “ผู้บริสุทธิ์”…” “กูขอให้มึง… อโหสิกรรมให้กู… ต้น” ผมปล่อยจดหมายร่วงลงพื้น อาจารย์วิรัช… เขายังคงทำหน้าที่ของเขา หน้าที่… ของคนคุมกฎแห่งกรรม ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าสีเทา ผมยิ้ม ผมรู้แล้ว… ว่าไม่มีใครเป็นอิสระ ทุกคน… ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของ… วงจร ผมเป็นอิสระจากศรแล้ว แต่ผม… ยังอยู่ภายใต้กฎของกรรม ผมลุกขึ้น เดินไปที่มุมห้อง เริ่มสวดมนต์ ผมจะชดใช้… จนกว่าจะถึงวันนั้น วัน… ที่ผมจะได้ปลดปล่อยตัวเอง… จาก… ต้น


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube