“เงาแค้นสองรุ่น” (Bóng Ma Thù Hận Hai Thế Hệ).
เสียงฟนที่ตกลงมาอย่างหนักในคืนนั้นดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด มันไม่ใช่เพียงแค่สายฝนที่ชำระล้างฝุ่นละอองจากถนนในกรุงเทพฯ แต่มันคือพายุที่กำลังซัดโหมเข้าใส่ชีวิตของลูกผู้หญิงคนหนึ่งอย่างไม่ปราณี สุดายืนสั่นสะท้านอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดลวดลายวิจิตรของคฤหาสน์ตระกูลศิริชัย มือทั้งสองข้างกุมท้องที่นูนออกมาเล็กน้อยของเธอเอาไว้แน่น ราวกับว่านั่นคือที่พึ่งพาสุดท้ายในโลกที่แสนมืดมิดใบนี้ น้ำฝนเย็นเฉียบไหลซึมผ่านเสื้อผ้าเนื้อบางเข้าถึงผิวหนัง แต่มันยังไม่หนาวเหน็บเท่ากับสายตาของผู้หญิงที่ยืนอยู่หลังบานประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ในเวลาต่อมา คุณหญิงพิมพามองลงมาที่เธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและเหยียดหยาม สำหรับหัวหน้าครอบครัวที่ยึดถือเรื่องเกียรติยศและชาติตระกูลเป็นอันดับหนึ่งอย่างคุณหญิง สุุดาเป็นเพียงแค่ความผิดพลาดชั่วคราวของลูกชายเธอ เป็นเพียงกรวดทรายที่บังเอิญกระเด็นเข้ามาในรองเท้าผ้าไหมราคาแพง เสียงฟ้าผ่าคำรามกึกก้องอยู่เหนือศีรษะ แต่มันกลับไม่ดังเท่ากับถ้อยคำที่พ่นออกมาจากปากของผู้หญิงสูงศักดิ์คนนั้น คุณหญิงพิมพาสั่งให้คนรับใช้โยนเช็คเงินสดใบหนึ่งลงบนพื้นหญ้าที่เปียกแฉะ เธอบอกว่านั่นคือค่าตอบแทนสำหรับการไปให้พ้นจากชีวิตของกวิน และที่สำคัญที่สุดคือการไปจัดการกับเด็กในท้องที่ไม่มีใครต้องการ สุดามองดูแผ่นกระดาษที่กำลังถูกน้ำฝนชะล้างหมึกให้เลือนราง ความเจ็บปวดพุ่งพล่านจากหัวใจไปทั่วร่างกายจนแทบจะยืนไม่อยู่ เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อเงิน…