ปีศาจโคลนตม: พันธสัญญาแห่งชีวิตใต้แม่น้ำแม่กลอง
กลิ่นคาวปลาคลุ้งในอากาศยามเช้าตรู่ที่ตลาดแม่กลอง เสียงหัวเราะและเสียงต่อรองราคาดังแข่งกับเสียงหวูดรถไฟที่กำลังจะมาถึง ทุกอย่างดูเหมือนเดิมจนน่าเบื่อ มีเพียงความร้อนชื้นที่เกาะบนผิวหนังและกลิ่นอายของโคลนตมที่ไหลมาจากแม่น้ำ ประพันธ์ ชายวัยสี่สิบห้า ยืนอยู่หลังแผงขายปลาที่ใหญ่ที่สุดในตลาด มองดูลูกค้าด้วยแววตาที่เหนื่อยล้า แต่แฝงไว้ด้วยความภาคภูมิใจ แผงของเขาเต็มไปด้วยปลาสดใหม่ที่สุดในสมุทรสงคราม ไม่มีใครเคยสงสัยในความโชคดีของเขา แต่ประพันธ์รู้ดี ความโชคดีนี้มีราคาที่ต้องจ่ายมานานกว่ายี่สิบปี
ดาว ลูกสาววัยสิบแปดของประพันธ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีรอยยิ้มสดใส เป็นคนเดียวที่ไม่เคยเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ใดๆ ในตลาด เธอใช้มีดคมกริบผ่าท้องปลาอินทรีขนาดใหญ่ด้วยความชำนาญ เธอไม่ได้สวมถุงมือ เพราะความเย็นและลื่นของปลาคือส่วนหนึ่งของชีวิตเธอ “พ่อคะ พ่อดูเครียดนะวันนี้ ไม่ต้องกังวลหรอก ปลาเราจะขายหมดเหมือนทุกวัน” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง แต่ประพันธ์ไม่ได้ฟัง เขากำลังจ้องมองไปยังถุงกระสอบป่านที่เต็มไปด้วยปลาดุกดำตัวใหญ่ยักษ์ที่เพิ่งขนขึ้นมาจากเรือลำสุดท้าย ปลาพวกนี้เป็นปลาที่เขาไม่ค่อยชอบสัมผัส มักจะมีผิวหนังเย็นชื้นผิดปกติและดวงตาที่ดูเหมือนจ้องมองกลับมาเสมอ
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องแหลมเล็กก็ดังมาจากแผงขายปลาข้างๆ “โอ๊ย! อะไรกันนี่? ไม่ใช่เครื่องใน!” ป้าสมพร เจ้าของแผงข้างๆ มือสั่นเทาถือมีดเปื้อนเลือด เธอจ้องมองไปยังสิ่งที่หลุดออกมาจากท้องปลาตะเพียนตัวเล็กๆ สิ่งนั้นมีลักษณะเหมือนขี้ผึ้งสีดำสนิท มีเส้นผมพันอยู่รอบๆ เล็กน้อย และถูกมัดด้วยด้ายสีแดงเข้ม ประพันธ์ตัวแข็งทื่อทันที หัวใจของเขาร่วงไปอยู่ตาตุ่ม เขารู้จักสิ่งนั้นดี มันคือ ของที่ถูกยัด
“มันคืออะไรกันคะป้า?” ดาวถามอย่างสงสัย เธอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเชิงวิทยาศาสตร์ “เหมือนเป็นเศษอาหารที่ย่อยไม่หมดเลย” ป้าสมพรเบิกตากว้าง ใบหน้าซีดเผือด “ไม่ใช่ของกิน! นี่มัน ผ้ายันต์ ผ้ายันต์ที่ลงอาคมไว้ นี่มันปลาจากบึงผีสิงที่ไหนกัน” เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้นทั่วตลาด พ่อค้าแม่ค้าเริ่มละทิ้งแผงของตัวเองเพื่อมามุงดูสิ่งแปลกประหลาดที่ออกมาจากท้องปลา ประพันธ์รีบเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างจงใจ “ไม่มีอะไรหรอกป้า ปลาพวกนี้มันกินของแปลกๆ ลงไปบ้างก็เป็นเรื่องปกติ”
เขาคว้าเอาขี้ผึ้งดำนั้นไปอย่างรวดเร็ว พยายามบีบมันในมือให้แหลกละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สัมผัสของมันกลับเหนียวหนึบ เย็นเฉียบ และดูเหมือนจะมีการเต้นเบาๆ อยู่ภายใน ประพันธ์รู้สึกเหมือนมีคนมองจากด้านหลัง แต่เมื่อหันไปก็ไม่พบใคร มีเพียงเสียงหวูดรถไฟที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ขณะที่ผู้คนกำลังตื่นตกใจ จู่ๆ คุณยายสายสมุทร หญิงชราขายธูปเทียนและดอกไม้ถวายพระที่มุมตลาด ก็เดินโซซัดโซเซเข้ามา เธอไม่เคยพูดกับใครเลยนอกจากให้พรสั้นๆ แต่ครั้งนี้เธอยืนอยู่ข้างแผงของประพันธ์ สายตาของเธอมองตรงไปยังกองปลาดุกดำที่ประพันธ์พยายามจะซ่อนไว้ “ปลาพวกนี้… พวกมันกำลัง หา” ยายสายสมุทรพูดด้วยเสียงแหบแห้ง เสียงที่ฟังดูเหมือนลมหายใจสุดท้าย “มันหาของที่หายไป ของที่ถูกฝังไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน ของที่เจ้าสัญญาว่าจะเลี้ยงมัน“
ประพันธ์หายใจติดขัด เหงื่อเย็นเยียบไหลลงมาตามแผ่นหลัง คำพูดของยายสายสมุทรเหมือนมีดที่กรีดลึกเข้าไปในความลับที่เขาพยายามจะฝังไว้ตลอดมา “ยายพูดอะไร ผมไม่เข้าใจ” ประพันธ์พยายามปฏิเสธ แต่สายตาของเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ดาวมองดูพ่อและยายสลับกันอย่างสับสน เธอสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องงมงายในตลาดอีกต่อไปแล้ว
ทันใดนั้น รถไฟก็แล่นผ่านตลาดไป เสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนพื้นดินสั่นสะเทือน ทุกคนก้มตัวหลบตามความเคยชิน เมื่อรถไฟผ่านไป ความวุ่นวายก็คลี่คลายลง แต่สิ่งที่ประพันธ์เห็นคือ รอยแตกขนาดใหญ่บนพื้นปูนซีเมนต์ของแผงปลาของเขา รอยแตกนั้นทอดยาวจากมุมหนึ่งไปยังอีกมุมหนึ่ง เหมือนกับนิ้วมือที่แห้งเหี่ยวของใครบางคนกำลังคืบคลานขึ้นมาจากด้านล่าง
ประพันธ์จำได้ทันที… ใต้รอยแตกนั้นคือจุดที่เขาเคยฝัง “เครื่องผูกมัด” ชิ้นแรกเอาไว้ในคืนที่ฝนตกหนักเมื่อนานมาแล้ว เพื่อแลกกับความอุดมสมบูรณ์ของปลาที่ไม่มีวันหมดสิ้น
คืนนั้นเมื่อกลับถึงบ้าน ประพันธ์รีบจุดไฟเผาขี้ผึ้งดำที่เขาเก็บมาในเตาเผาเล็กๆ กลิ่นเหม็นไหม้ของขี้ผึ้งและเส้นผมอบอวลไปทั่วห้อง แต่เมื่อมองดูเปลวไฟ เขากลับเห็นภาพสะท้อนของดวงตาคู่หนึ่งในกองไฟ ดวงตาที่ไม่ใช่ของเขา แต่เป็นดวงตาของปลาที่ไม่มีวันหลับ
ความวุ่นวายในตลาดวันนั้นจบลงอย่างรวดเร็วเหมือนถูกน้ำสาดใส่ แต่ความเย็นเยียบของความกลัวยังคงเกาะติดอยู่กับทุกคน แม้แต่ลูกค้าประจำก็เริ่มลังเลที่จะเข้าใกล้แผงขายปลาของประพันธ์ ดาวพยายามทำตัวให้ปกติ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ “ผ้ายันต์ในท้องปลา” อย่างจริงจัง เธอคิดว่ามันต้องมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์บางอย่าง อาจเป็นเรื่องของปรสิตที่กินเศษวัสดุ หรือเพียงแค่เรื่องตลกที่ถูกจัดฉากโดยใครบางคน
“พ่อคะ หนูคิดว่าอาจจะเป็นแค่พวกขยะที่ปลาเผลอกินเข้าไปก็ได้นะ” ดาวพูดขณะที่เธอกำลังตรวจสอบปลาอีกตัวอย่างละเอียด ประพันธ์ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ มองดูดาวด้วยความรู้สึกผิดและกลัวปนเปกัน เขาไม่อยากให้ลูกสาวต้องรับรู้ถึงความมืดมิดที่เขาได้สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องความสุขของเธอ “ลูกไม่ต้องมาแตะปลาพวกนี้อีก พ่อจะจัดการเองทั้งหมด” เขากล่าวเสียงเข้มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ดาวเงยหน้าขึ้นมองพ่อ เธอเห็นร่องรอยความหวาดระแวงในดวงตาของประพันธ์ ที่ปกติจะเต็มไปด้วยความอบอุ่น “พ่อกำลังปิดบังอะไรหนูอยู่หรือเปล่า” เธอถามอย่างตรงไปตรงมา ประพันธ์หันหลังให้ทันที เขาหยิบถังน้ำแข็งขึ้นมาแล้วเดินหนีไปที่หลังแผง ทิ้งให้ดาวยืนอยู่คนเดียวพร้อมกับความสงสัยที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
ในขณะที่ประพันธ์กำลังขอดเกล็ดปลาอีกตัวอย่างรวดเร็ว มือของเขาก็พลาดไปโดนถังบรรจุ ปลาดุกดำ ถังใบนั้นล้มคว่ำลง น้ำโคลนและปลาตัวใหญ่หลายตัวกระจัดกระจายไปบนพื้นปูน ประพันธ์ทรุดตัวลงคุกเข่าเพื่อเก็บพวกมัน หัวใจของเขาสั่นระรัวราวกับกลองที่ถูกตีอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเขาสัมผัสผิวหนังปลา ก็รู้สึกเหมือนได้สัมผัสกับความทรงจำที่ถูกแช่แข็งเอาไว้
คืนนั้นเมื่อยี่สิบปีก่อน… ฝนตกหนัก น้ำท่วมสูงเกือบถึงหัวเข่า ประพันธ์หนุ่มแน่นยืนอยู่ข้างคลองแม่กลอง มือของเขากำลังถือสิ่งที่ถูกห่อด้วยผ้าเก่าๆ สีดำสนิท มีชายแก่คนหนึ่งที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยสักยันต์ยืนอยู่ข้างเขา “จำไว้นะไอ้หนุ่ม สิ่งนี้จะนำความมั่งคั่งมาให้เจ้า ปลาจะอุดมสมบูรณ์ตลอดไป แต่เจ้าต้อง เลี้ยงมัน ด้วยความลับและความกลัวของเจ้า ห้ามทิ้งขว้าง และห้ามให้ใครรู้ที่ซ่อนของมัน” ประพันธ์ในตอนนั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความโลภ เขาต้องการแผงปลาที่ดีที่สุดเพื่อเลี้ยงดูภรรยาที่กำลังป่วยหนัก ดังนั้นเขาจึงตกลงและฝังห่อผ้านั้นไว้ใต้แผงขายปลาที่เขาจะครอบครองในวันรุ่งขึ้น
ความทรงจำนี้ฉายชัดในหัวของเขา ประพันธ์สลัดมือออกจากปลาดุกดำที่ดิ้นรนอยู่บนพื้น เขาเห็นดวงตาของปลาเหล่านั้น ดวงตาที่ดูเหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่างรอคอยให้เขาทำตามสัญญา รอคอยเครื่องเซ่น
เย็นวันนั้น ขณะที่ประพันธ์กำลังทำความสะอาดแผงขายปลา ยายสายสมุทรก็กลับมาอีกครั้ง ยืนอยู่ตรงข้ามรอยแตกบนพื้นปูน ยายชี้นิ้วที่เหี่ยวย่นลงไปที่พื้นดิน “อย่าพยายามหลีกหนีนะไอ้หนุ่ม เจ้าหยุด การให้อาหาร มานานเกินไปแล้ว มันหิวโหย มันเริ่มส่งของกลับคืนมาให้เจ้าเพื่อเตือนความจำ” ยายพูดด้วยเสียงแผ่วเบา แต่ทุกคำเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจประพันธ์
“ผมไม่ได้ให้อาหารอะไร ยายเข้าใจผิดแล้ว” ประพันธ์พยายามพูดอย่างใจเย็น แต่เสียงของเขาสั่นเครือ ยายสายสมุทรหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่ฟังดูเหมือนใบไม้แห้งถูกเหยียบ “ของที่ถูกฝังไว้มันไม่ใช่วัตถุ แต่มันคือ ความผิด ของเจ้าเอง และความผิดมันจะเติบโตขึ้นทุกครั้งที่เจ้าได้กำไรจากปลาพวกนี้ ตอนนี้มันถึงเวลาที่ต้องจ่ายคืนด้วย ความหวาดกลัว ของเจ้าเองแล้ว”
ประพันธ์จ้องมองรอยแตกบนพื้นอย่างหวาดระแวง เขาเห็นรอยร้าวขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หรือเขาแค่คิดไปเอง? ทันใดนั้น เขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่มุมหลังของแผง มันคือ ผ้าขนหนูเก่าๆ ที่ภรรยาของเขาเคยใช้เช็ดมือ ผ้านั้นถูกมัดอย่างหลวมๆ และมีเส้นผมสีดำยาวพันอยู่รอบๆ ผ้านั้นถูกพับเป็นรูปคล้ายตุ๊กตาเด็กที่ไร้แขนขา
ประพันธ์ล้มตัวลง เขารู้ว่ามันไม่ใช่ผ้าขนหนูธรรมดา มันคือ ผ้ายันต์ชิ้นที่สอง ที่ถูกยัดไว้ในปลาตัวอื่นและถูกโยนทิ้งไว้ข้างแผงของเขา มันกำลังใกล้เข้ามา มันกำลังตามล่า
กลางดึกคืนนั้น ขณะที่ดาวกำลังนอนหลับ ประพันธ์ลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบ เขารู้สึกถึงกลิ่นคาวปลาที่รุนแรงผิดปกติในบ้าน ทั้งที่เขาทำความสะอาดทุกอย่างแล้ว กลิ่นนั้นพาเขาไปที่ห้องครัว เขาพบว่าก๊อกน้ำไม่ได้ปิดสนิท และน้ำกำลังไหลลงในอ่างล้างจานอย่างช้าๆ แต่สิ่งที่ทำให้เขาตัวแข็งทื่อคือ เสียง เสียงที่ฟังดูเหมือน ปลาตัวใหญ่กำลังหายใจ อยู่ใต้อ่างล้างจานนั้น
เขาคุกเข่าลงไปที่พื้นห้องครัว เขากลั้นหายใจแล้วค่อยๆ เปิดประตูตู้ใต้อ่างออก สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่ปลา แต่เป็น พื้นไม้ที่เปียกชื้น และมีน้ำสีดำคล้ายโคลนซึมออกมาจากรอยต่อของไม้ ประพันธ์ใช้ผ้าเช็ดมือเช็ดน้ำสีดำนั้นออก เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของดาวก็จ้องมองเขาอยู่จากประตูห้องนอนพอดี เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่จ้องมองที่หลังของพ่อ และที่นั่น เธอเห็น รอยปาน สีดำคล้ำรูปวงกลมที่กลางแผ่นหลังของประพันธ์ รอยปานที่ไม่เคยมีมาก่อน… หรือเธอไม่เคยสังเกตเห็น? รอยปานนั้นดูเหมือนกับ ลายของผ้ายันต์ ที่เธอเห็นในตลาดไม่มีผิด
ดาวถอยหลังอย่างเงียบๆ พยายามซ่อนความตกใจจากสิ่งที่เธอเห็นบนหลังพ่อ เธอปิดประตูห้องนอนอย่างช้าๆ หัวใจเต้นรัว ไม่ใช่เพราะกลัวพ่อ แต่กลัวสิ่งที่ติดอยู่บนตัวพ่อ รอยปานวงกลมสีดำคล้ำนั้นไม่ใช่สิ่งที่เกิดตามธรรมชาติ มันดูเหมือนร่องรอยของการถูกประทับ เธอหยิบภาพถ่ายเก่าๆ ของครอบครัวสมัยที่เธอยังเป็นเด็กมาดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในภาพเหล่านั้น แผ่นหลังของประพันธ์สะอาดหมดจด ไม่มีร่องรอยใดๆ รอยปานนี้เพิ่งปรากฏขึ้น หรือมันถูกซ่อนอยู่ตลอดมา
ในห้องครัว ประพันธ์ไม่รู้ตัวว่าดาวได้เห็นความลับบนร่างกายของเขาแล้ว เขานั่งยองๆ จ้องมองน้ำโคลนสีดำที่ซึมออกมาจากพื้นใต้ซิงก์ เสียงหายใจของปลาใต้พื้นไม้เงียบลงแล้ว แต่ความรู้สึกว่ามีสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นอยู่ใกล้ๆ ยังคงเกาะกุมจิตใจ ประพันธ์รู้ว่าเขาต้องทำอะไรบางอย่าง เขาไม่สามารถปล่อยให้ การให้สัญญาณ นี้ดำเนินต่อไปได้ การส่งของที่ถูกยัดกลับมาในปลาเป็นเพียงการเตือน การจ่ายหนี้ด้วยความกลัวกำลังเริ่มขึ้นแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น ประพันธ์ตัดสินใจ เขาจะหยุดการขายปลา “พ่อจะปิดแผงสักสองสามวันนะดาว พ่อไม่สบาย” เขากล่าวกับลูกสาวด้วยสีหน้าซีดเซียว ดาวมองพ่อด้วยความกังวล แต่เธอไม่ได้ซักไซ้ เธอเข้าใจว่าพ่อกำลังเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่ใหญ่กว่าแค่ความเหนื่อยล้าทางกาย
แต่เมื่อประพันธ์มาถึงตลาด ยายสายสมุทรก็รอเขาอยู่แล้ว ยืนอยู่ข้างกองปลาที่ประพันธ์สั่งให้ลูกน้องนำมาลงจากเรือเมื่อคืนนี้ ซึ่งเต็มไปด้วย ปลาดุกดำ และ ปลาช่อน ตัวใหญ่มากมาย “เจ้าคิดว่าหนีได้ง่ายๆ หรือไง” ยายสายสมุทรกล่าว “ถ้าเจ้าไม่เปิดแผงขาย พวกมันก็จะไปหา เจ้าของใหม่ หรือไม่ก็หา ทางออก อื่น พวกมันไม่ต้องการถูกกักขังอยู่ในโคลนตมอีกต่อไป”
ประพันธ์เงยหน้ามองยายด้วยความโกรธเป็นครั้งแรก “ยายต้องการอะไรกันแน่” ยายสายสมุทรหัวเราะอย่างเย็นชา “ฉันไม่ได้ต้องการอะไร แต่ สิ่งที่อยู่ข้างใน มันต้องการการให้อาหาร และตอนนี้มันต้องการ เจ้า” ยายสายสมุทรชี้ไปที่กองปลาสด ปลาเหล่านั้นบางตัวเริ่มมีอาการกระตุกเบาๆ แม้จะตายไปแล้วก็ตาม
ประพันธ์รับรู้ถึงความจริงที่น่าสะพรึงกลัว: เขาคือเหยื่อ ที่ถูกผูกมัดกับโชคชะตาของปลาเหล่านี้ เขารู้สึกเหมือนถูกบีบรัดด้วยสายใยที่มองไม่เห็นมานานกว่ายี่สิบปี ตอนนี้เขาตัดสินใจแล้ว ประพันธ์หยิบมีดที่คมที่สุดของเขาขึ้นมา เขากำมีดแน่นจนข้อเป็นสีขาว เขาไม่ได้เตรียมจะฆ่าใคร แต่เขาเตรียมพร้อมที่จะทำลาย วงจร นี้ให้สิ้นซาก
ประพันธ์เริ่มผ่าท้องปลาทุกตัวบนแผงอย่างบ้าคลั่ง เขาสั่งให้คนงานแยกปลาที่มีขนาดใหญ่ผิดปกติออกทั้งหมด เขาผ่าอย่างรวดเร็วและรุนแรง เลือดและเครื่องในกระเด็นไปทั่ว เมื่อผ่าท้องปลาดุกดำตัวสุดท้าย เขาก็หยุดชะงัก ภายในท้องปลาตัวนั้นมี ขี้ผึ้งดำขนาดใหญ่ที่สุด ที่เขาเคยเห็นมา ขี้ผึ้งนั้นถูกพันด้วยด้ายไหมสีดำหลายเส้น และมี ม้วนกระดาษสา ที่มีรอยยันต์สีเลือดแห้งกรังอยู่ด้านใน
แต่สิ่งที่ทำให้ประพันธ์สั่นสะท้านไปทั้งตัวคือ เล็บมือเล็กๆ สองสามชิ้นที่ถูกยัดอยู่ข้างๆ ม้วนผ้ายันต์ มันไม่ใช่เล็บของผู้ใหญ่ มันเป็นเล็บของเด็ก เขาจำลายเล็บนั้นได้ทันที มันเป็นเล็บที่ถูกตัดในวันเกิดของ ภรรยา ผู้ล่วงลับของเขา ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่เขาทำตามคำสั่งของ อาจารย์ ผู้ทำพิธีในครั้งนั้น เพื่อเป็นการผูกมัด ดวงวิญญาณ ของคนที่เขารักที่สุดไว้กับแผงปลาของเขา
ประพันธ์กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจและรังเกียจตัวเอง เขาไม่ได้แค่เลี้ยงวิญญาณชั่วร้าย แต่เขาได้ พลีชีพ ความรักของตัวเองเพื่อแลกกับความร่ำรวย เขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางกองเลือดและปลาที่ส่งกลิ่นคาว ประพันธ์ตัดสินใจขั้นเด็ดขาด เขาคว้าผ้ายันต์และเล็บมือทั้งหมด ก้อนขี้ผึ้งเหนียวๆ ที่ห่อหุ้มสิ่งของนั้นเหมือนหัวใจที่เต้นอ่อนๆ อยู่ในมือเขา
ประพันธ์วิ่งออกจากตลาด มุ่งหน้าไปยังแม่น้ำ เขาต้องทำลายสิ่งนี้ก่อนที่มันจะครอบงำเขาไปมากกว่านี้
ตัดไปที่ฉากสุดท้ายของ :
ดาวรีบวิ่งตามพ่อมา เธอเห็นพ่อกำลังจะโยนห่อขี้ผึ้งดำลงในแม่น้ำ ขณะที่พ่อเงื้อแขนขึ้น ดาวก็ตะโกน “พ่อ! หยุด!” ประพันธ์ชะงัก แต่ไม่หันกลับมา เขามองลงไปในน้ำที่มืดมิด
ทันใดนั้น แสงไฟจาก รถไฟเที่ยวสุดท้าย ที่กำลังวิ่งผ่านสะพานก็สาดส่องลงมาที่แม่น้ำ และในแสงสว่างจ้าเพียงชั่วพริบตานั้น ดาวไม่ได้เห็นเพียงพ่อของเธอ แต่เธอมองเห็น ภาพสะท้อน ในน้ำ ภาพสะท้อน ที่ไม่ใช่ของประพันธ์ แต่เป็น ภาพของเด็กคนหนึ่ง ที่มีใบหน้าบิดเบี้ยวและดวงตาที่ว่างเปล่ากำลังเอื้อมมือขึ้นมาจับขากางเกงของพ่อเธอ
ประพันธ์โยนห่อขี้ผึ้งนั้นลงไปในน้ำอย่างรุนแรง เสียงน้ำกระเซ็นดังสนั่น ขณะที่มันจมดิ่งลงไป ดาวกรีดร้องอย่างตกใจ ภาพเด็กนั้นหายไป เหลือเพียงน้ำที่กลับสู่ความสงบ แต่เมื่อเธอมองไปที่พ่อ รอยปานวงกลมสีดำคล้ำบนแผ่นหลังของประพันธ์ก็ เรืองแสง เป็นสีแดงจางๆ ก่อนจะดับลง
หลังจากที่ประพันธ์โยนห่อขี้ผึ้งดำลงในแม่น้ำ ความเงียบก็เข้าปกคลุมทั้งคู่ เป็นความเงียบที่หนักอึ้งกว่าเสียงหวีดหวิวของรถไฟ ดาวเดินไปหาพ่อด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อสิ่งที่เธอเห็น แต่เพราะความกลัวต่อพ่อที่กำลังแตกสลาย ประพันธ์หันกลับมามองลูกสาว ดวงตาของเขาว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขาไม่ได้พยายามอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น เขาเพียงแค่ดึงดาวเข้ามากอดอย่างแน่นหนา ราวกับว่านั่นคือครั้งสุดท้ายที่เขาจะสามารถทำได้ “พ่อขอโทษ… พ่อขอโทษทุกอย่าง” เขาพึมพำซ้ำๆ
แต่การทำลายของที่ถูกยัดไม่ได้นำมาซึ่งความสงบสุข กลับเป็นจุดเริ่มต้นของการลงทัณฑ์ที่แท้จริง
คืนนั้นที่บ้าน ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ประพันธ์นอนไม่หลับ เขารู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังเดินอยู่รอบๆ บ้าน เสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำที่เพิ่งปิดสนิทดังขึ้นเป็นจังหวะ แต่เมื่อเขาตั้งใจฟัง เสียงนั้นกลับกลายเป็น เสียงร้องไห้เบาๆ ของเด็กที่ถูกปิดปาก เสียงนั้นดังมาจากพื้นห้องครัว จากจุดที่เขาเห็นน้ำโคลนซึมออกมาเมื่อคืนก่อน ประพันธ์ลุกขึ้นนั่งบนเตียง เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว เขาเอามือกุมศีรษะไว้ พยายามแยกแยะว่านี่คือความจริงหรือภาพหลอนที่เกิดจากความเครียด
รุ่งเช้า เมื่อประพันธ์มาถึงตลาด แผงขายปลาของเขากลับกลายเป็น สุสานปลา ปลาสดทั้งหมดที่เขาคัดเลือกมาอย่างดีกลับกลายเป็นปลาที่เน่าเปื่อยอย่างรวดเร็ว กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ปลาเหล่านั้นมีเกล็ดหลุดลอก ดวงตาขุ่นมัว และมีรอยกัดกินอย่างแปลกประหลาดที่บริเวณท้อง ราวกับว่ามีสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนเร้นได้แทะเล็มพวกมันจากด้านใน
เพื่อนพ่อค้าแม่ค้าเริ่มซุบซิบ พวกเขามองประพันธ์ด้วยความสงสารระคนความกลัว “ประพันธ์ต้องทำอะไรผิดผีแน่ๆ ปลาพวกนี้ไม่เคยเน่าเร็วขนาดนี้” เสียงซุบซิบนั่นเหมือนเข็มแทงเข้าไปในใจของประพันธ์ เขารู้ว่านี่คือสัญญาณ นี่คือการลงโทษที่เขากล้าฝ่าฝืนคำสัญญาที่ให้ไว้กับ วิญญาณใต้โคลนตม
ดาวพยายามช่วยพ่อทำความสะอาดแผง เธอใช้สายยางฉีดน้ำอย่างแรง พยายามล้างกลิ่นคาวและคราบเน่าออกไป “พ่อคะ เราต้องโทรเรียกกรมอนามัยมาตรวจสอบ เราอาจจะโดนสารเคมีอะไรบางอย่าง” ดาวพยายามหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผล แต่ประพันธ์ส่ายหน้า เขาพูดด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ไม่มีประโยชน์หรอกลูก มันไม่ใช่เรื่องของสารเคมี”
ยายสายสมุทรเดินเข้ามาใกล้ ยายถือธูปสามดอกที่กำลังควันโขมง ยายจ้องมองไปที่รอยแตกบนพื้นแผงที่ตอนนี้ดูเหมือนจะขยายใหญ่และลึกขึ้น “การให้อาหารได้หยุดลงแล้ว แต่ความหิวโหยไม่ได้หยุดตามไปด้วย เจ้าได้ปลดปล่อย ความโกรธ ของมันออกมา มันไม่ต้องการเพียงแค่ปลา มันต้องการ สิ่งทดแทน” ยายวางธูปไว้บนรอยแตกบนพื้นอย่างตั้งใจ ควันธูปลอยขึ้นเป็นเกลียวอย่างผิดปกติ มันพุ่งตรงไปยังใบหน้าของประพันธ์
วันต่อมา ตลาดแม่กลองตกอยู่ในความหวาดกลัวอย่างแท้จริง ลุงชูศักดิ์ เจ้าของแผงหมูที่เคยหัวเราะเยาะประพันธ์เรื่องปลาบ้าๆ บอๆ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ถูกพบว่า แขนหัก จากการพลัดตกบันไดบ้านที่ไม่มีใครเคยล้มมาก่อน ลุงชูศักดิ์เล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ก่อนล้มเขาได้ยิน เสียงครูด บางอย่างที่เหมือนครีบปลาขนาดใหญ่ที่กำลังไถลไปบนพื้นไม้
ความหวาดระแวงแพร่กระจายไปเรื่อยๆ ผู้คนในตลาดเริ่มเชื่อมโยงเหตุการณ์ร้ายๆ เหล่านี้เข้ากับประพันธ์ และแผงปลาของเขา ทุกคนรู้ว่าการที่แผงขายปลาของประพันธ์โชคดีมานานยี่สิบปีนั้นเป็นเรื่องไม่ธรรมดา แต่ตอนนี้ความโชคดีนั้นได้กลายเป็น คำสาป ที่กำลังกลืนกินทุกคนรอบข้าง
คืนนั้นประพันธ์ตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับความจริง เขาขังตัวเองอยู่ในบ้าน เขาหยิบจอบและพลั่วที่เก็บไว้ในห้องเก็บของออกมา ดาวมองพ่อด้วยความหวาดกลัว “พ่อจะทำอะไรคะ” ประพันธ์มองลูกสาวด้วยดวงตาที่แดงก่ำ “พ่อต้องขุดมันขึ้นมา ขุดไอ้สิ่งที่พ่อฝังไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน”
ประพันธ์เดินไปที่พื้นห้องครัว เขาเริ่มทุบพื้นปูนซีเมนต์อย่างบ้าคลั่ง เสียงดังโครมครามจนแผ่นดินสั่นสะเทือน เขาขุดลึกลงไปเรื่อยๆ โคลนที่ขุดขึ้นมานั้นมีกลิ่นคาวรุนแรงกว่าปกติ ผสมกับกลิ่นอับของความตายที่ถูกซ่อนไว้ ดาวนั่งดูด้วยความตกใจและหวาดผวา
ในที่สุด จอบก็กระทบเข้ากับวัตถุแข็งบางอย่างในความมืด ประพันธ์หยุดหายใจ เขาใช้มือเปล่าคุ้ยโคลนอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเขาพบกับ ห่อผ้าเก่าๆ สีดำ ที่ชื้นแฉะ ห่อผ้าที่เขาเคยฝังไว้เมื่อสองทศวรรษก่อน ประพันธ์ค่อยๆ คลี่ห่อผ้าออกด้วยมือที่สั่นเทา
ภายในนั้นไม่ใช่ผ้ายันต์ แต่เป็น กล่องไม้เล็กๆ ที่ดูเก่าแก่และผุพัง ประพันธ์เปิดกล่องออกอย่างช้าๆ ภายในกล่องมีเพียง ก้อนดินเหนียว สีดำที่ปั้นเป็นรูปคนขนาดเล็ก พร้อมกับ เส้นผม สีดำยาวหลายเส้นพันรอบก้อนดินนั้น แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวที่สุด
ใต้ก้อนดินเหนียวนั้นคือ กะโหลกศีรษะเด็ก ขนาดเล็กที่เปื่อยยุ่ย กะโหลกศีรษะที่ถูกพันด้วยด้ายไหมสีดำสนิท ประพันธ์ทรุดตัวลงบนพื้นโคลน เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าสิ่งที่เขาฝังไว้คือ ร่างไร้วิญญาณ ของใครบางคน ไม่ใช่แค่เครื่องราง นี่คือ การพลีชีพมนุษย์
ทันใดนั้น เสียงเตือนของโทรศัพท์ดาวก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากเพื่อนร่วมชั้นที่อยู่ใกล้แม่น้ำ บอกว่าน้ำในแม่น้ำแม่กลองตอนนี้ เปลี่ยนเป็นสีดำ และมี ปลาตายลอยเป็นแพ ขึ้นมาเต็มไปหมด แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ…
บนกะโหลกศีรษะเด็กที่ประพันธ์ถืออยู่ ดวงตาของมันถูก ยัดด้วยลูกแก้วสีดำสองลูก ลูกแก้วนั้นสะท้อนแสงไฟจากหลอดไฟในครัว และดูเหมือนกำลัง จ้องมอง ไปที่ประพันธ์ด้วยความโกรธแค้น
ดาวทรุดตัวลงคุกเข่าข้างพ่อ มองดูกะโหลกศีรษะเด็กที่มีลูกแก้วสีดำจ้องมองออกมาอย่างว่างเปล่า ความจริงที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดว่านี่คือเรื่องเหนือธรรมชาติได้พังทลายลงสิ้นเชิง นี่ไม่ใช่แค่บ้า แต่เป็นอาชญากรรมที่ถูกอำพราง เธอรู้สึกคลื่นไส้ แต่ความรักและความกังวลที่มีต่อพ่อทำให้เธอต้องเข้มแข็ง
“พ่อ… นี่มันอะไรกันแน่! พ่อไปทำอะไรมา! บอกหนูมาเดี๋ยวนี้!” ดาวเขย่าแขนพ่ออย่างแรง ประพันธ์ยังคงนั่งนิ่ง ตัวสั่นเทา ดวงตาจ้องมองลูกแก้วที่ฝังอยู่ในเบ้าตาของกะโหลกศีรษะ ราวกับว่ามันกำลังสื่อสารบางอย่างกับเขา
“ไม่… พ่อไม่ได้ทำ…” ประพันธ์พึมพำเสียงแหบแห้ง “พ่อแค่ทำตามที่ อาจารย์ บอก อาจารย์บอกว่ามันคือ เครื่องผูกวิญญาณ ที่จะทำให้แผงปลาของพ่ออุดมสมบูรณ์ตลอดไป พ่อไม่รู้… พ่อไม่เคยรู้ว่ามันเป็นของจริง…”
ดาวก้มลงหยิบห่อผ้าเก่าๆ ที่อยู่ข้างๆ กล่อง เธอเห็น จดหมายเก่าๆ ที่เขียนด้วยลายมือของประพันธ์เอง เป็นบันทึกสั้นๆ ที่เขียนเมื่อยี่สิบปีก่อน ในนั้นมีการกล่าวถึง “การบูชายัญเงียบ” และ “การแลกเปลี่ยน”
“…ฉันรู้ว่ามันผิดบาป ฉันรู้ว่าฉันไม่สมควรได้รับการอภัย แต่ฉันทำเพื่อเธอ (ภรรยา) เพื่อให้เธอมั่นใจว่าเราจะมีเงินรักษาเธอ ฉันทำตามที่อาจารย์สั่ง ฝัง… ไว้ที่ใต้แผง… หวังว่ามันจะไม่ใช่ชีวิตจริง… นี่คือราคาของความมั่งคั่ง…”
ดาวอ่านข้อความนั้นแล้วน้ำตาไหลทะลัก เธอเข้าใจทันที พ่อของเธอตกอยู่ใต้อำนาจของความโลภและความสิ้นหวังเมื่อภรรยาป่วย การตัดสินใจเพียงครั้งเดียวนำมาซึ่งหนี้กรรมที่ต้องจ่ายนานถึงสองทศวรรษ
“พ่อหยุดมันได้แล้ว พ่อโยนขี้ผึ้งนั่นทิ้งไปแล้ว” ดาวพยายามปลอบ “เราจะแจ้งตำรวจ เราจะบอกทุกอย่าง…”
ประพันธ์ส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง “ไม่ได้หรอกลูก มันไม่ยอมให้พ่อหยุด” เขาชี้ไปที่รอยปานสีดำบนแผ่นหลังของเขา “นี่คือ ตราประทับ ของมัน มันอยู่ในตัวพ่อแล้ว และการที่พ่อโยนของที่ถูกยัดทิ้งไป ก็เหมือนการ ปฏิเสธการให้อาหาร สิ่งที่ถูกฝังไว้มันกำลังโกรธแค้น และตอนนี้มันไม่ได้ต้องการแค่ความกลัวของพ่อ มันต้องการ ตัวพ่อ“
ทันใดนั้น เสียง ตุบ ดังมาจากนอกบ้าน เสียงเหมือนปลาตัวใหญ่กระโดดจากน้ำมาชนกำแพง ประพันธ์และดาวมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว ดาวรีบไปที่หน้าต่าง เธอเห็นความมืดมิดที่ปกคลุมตลาด ไม่มีอะไรเคลื่อนไหว แต่กลิ่นคาวปลาที่รุนแรงผิดปกติลอยเข้ามากระทบจมูก
เหตุการณ์ในตลาดเริ่มเลวร้ายลง: วันรุ่งขึ้น ลูกน้องคนสนิทของประพันธ์ที่ชื่อ สิน (Sin) ถูกพบว่า หายตัวไป หลังจากการเก็บปลาที่เน่าเสียที่แผงของประพันธ์ สินเป็นคนเดียวที่รู้ว่าประพันธ์มีความลับบางอย่างเกี่ยวกับแหล่งที่มาของปลา ทุกคนคิดว่าสินหนีหนี้ แต่ประพันธ์รู้ดี เขาคือสิ่งทดแทน ที่ถูกนำไปบูชายัญ เพราะเขาหยุดการให้อาหารดวงวิญญาณนั้นแล้ว
ความหวาดระแวงของประพันธ์ถึงจุดสูงสุด เขาเริ่มแยกตัวออกจากดาว เขาเดินไปรอบๆ บ้านในตอนกลางคืน พูดคุยกับตัวเอง ประพันธ์เริ่มเขียน จดหมายสารภาพ ฉบับยาวด้วยลายมือที่สั่นเทา เขาตั้งใจจะมอบมันให้กับดาว แต่ทุกครั้งที่เขาเขียนจบ เสียงกรีดร้องจากใต้พื้นดินก็จะทำให้เขาทิ้งปากกาไป
ดาวพยายามหาทางออกอย่างสิ้นหวัง เธอจำคำพูดของยายสายสมุทรได้ จึงตัดสินใจไปหายายสายสมุทรที่มุมตลาด ยายกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางดอกไม้และธูปควันโขมง ยายไม่ได้มองดาว แต่พูดด้วยเสียงที่เบาแต่คมชัด “เจ้ามาหาคำตอบในสิ่งที่เจ้าไม่ควรแตะต้อง”
“หนูแค่ต้องการช่วยพ่อค่ะ ยายรู้ทุกอย่างใช่ไหมคะ” ดาวถามด้วยน้ำเสียงวิงวอน
ยายสายสมุทรค่อยๆ หันมา ใบหน้าเหี่ยวย่นของยายเต็มไปด้วยความเศร้า “ความผิดของพ่อเจ้า… ไม่ใช่แค่การฝังของสิ่งนั้น แต่เป็นการ ใช้ความรัก เป็นเครื่องบูชา สิ่งที่ถูกฝังไว้ไม่ใช่ดวงวิญญาณบริสุทธิ์ แต่มันคือ คำสาปที่ถูกผูกติดด้วยความปรารถนา ของเจ้าเอง” ยายยื่นสมุดเล่มเล็กๆ ที่ห่อด้วยผ้าสีม่วงให้ดาว “สิ่งนี้คือ ทางแก้ แต่เจ้าต้องรู้ความจริงทั้งหมดก่อน”
สมุดเล่มนั้นคือ สมุดบันทึกของภรรยา ผู้ล่วงลับของประพันธ์ ในบันทึกนั้นมีการกล่าวถึงคืนฝนตกเมื่อยี่สิบปีก่อน และความกลัวของเธอต่อแผนการของสามี เธอพยายามจะหยุดเขา แต่ประพันธ์ไม่ฟัง เขาทำพิธีนั้นไปแล้ว
ขณะที่ดาวกำลังอ่านบันทึกนั้น ประพันธ์ที่บ้านก็กำลังยืนอยู่หน้ากระจก เขายกมือขึ้นสัมผัสรอยปานสีดำบนแผ่นหลังของตัวเอง ทันใดนั้น รอยปานนั้นก็ แตกออก เป็นเส้นๆ เหมือนรอยร้าวบนพื้นปูน และจากรอยร้าวเหล่านั้น ของเหลวสีดำ ที่มีกลิ่นคาวก็เริ่มไหลซึมออกมาจากผิวหนัง ประพันธ์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและความหวาดกลัว เขาตระหนักว่าเขาไม่ใช่แค่ ผู้เลี้ยง อีกต่อไปแล้ว เขาคือ ภาชนะ
ดาวอ่านบันทึกของแม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือของเธอสั่นเทา บันทึกนั้นไม่ได้กล่าวถึงเพียงแค่ความพยายามหยุดยั้งพ่อของเธอ แต่ยังมีรายละเอียดแปลกๆ เกี่ยวกับ อาจารย์ ผู้ทำพิธี ยายสายสมุทรนั่งเงียบๆ มองดูดาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตาและเสียใจ “ความมั่งคั่งมักจะถูกแลกมาด้วยเลือดเสมอ… โดยเฉพาะเลือดของคนที่รักที่สุด”
“หนูไม่เข้าใจค่ะ” ดาวพูดเสียงแผ่วเบา “แม่พยายามจะหยุดพ่อ แล้วทำไมพ่อถึงยังทำได้สำเร็จ และทำไมรอยปานนั้นถึงได้เรืองแสงบนหลังพ่อ”
ยายสายสมุทรเอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่สมุดบันทึกของแม่ดาว “เพราะพ่อเจ้าถูก อาจารย์ ชักจูงอย่างสมบูรณ์ ความกลัวความจนทำให้พ่อเจ้าปิดตาจากความจริง สิ่งที่พ่อเจ้าฝังไปไม่ใช่แค่กะโหลก แต่เป็น หลักฐาน ที่ใช้ผูกมัดพ่อเจ้าเอง และไอ้ของที่ถูกฝังไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน… ไม่ใช่ของที่คนทำพิธีเตรียมไว้“
ยายสายสมุทรเปิดเผยความจริงที่น่าตกตะลึง: กะโหลกศีรษะเด็ก ที่ประพันธ์ขุดขึ้นมานั้นไม่ใช่ของเหยื่อที่ไม่รู้จัก แต่เป็นของ น้องสาวของประพันธ์เอง น้องสาวของเขาที่จมน้ำตายในคลองแม่กลองเมื่อตอนที่ประพันธ์ยังเป็นวัยรุ่น ประพันธ์รู้สึกผิดมาตลอดเพราะเขาเป็นคนปล่อยให้น้องสาวไปเล่นน้ำคนเดียวในวันนั้น อาจารย์ ที่ทำพิธีได้ใช้ความรู้สึกผิดของประพันธ์เป็นเครื่องมือ เขาหลอกให้ประพันธ์ขุดร่างน้องสาวขึ้นมา เพื่อใช้เป็น เหยื่อบูชายัญที่สมบูรณ์แบบ เพราะมันถูกผูกมัดด้วยความรักและความรู้สึกผิดของประพันธ์เอง
“เมื่อเจ้าโยนของที่ถูกยัดลงไปในน้ำ มันไม่ได้ทำลายคำสาป แต่เจ้าได้ ปลดปล่อยความโกรธแค้น ของน้องสาวของเจ้าออกมา” ยายสายสมุทรกล่าว “วิญญาณนั้นไม่ได้แค่อยากทำร้าย แต่มันต้องการ การรับผิดชอบ จากเจ้า มันต้องการให้เจ้าสารภาพและจ่ายหนี้กรรม”
ดาวทรุดตัวลงกับพื้น ความสยองขวัญนี้เกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ พ่อของเธอไม่ได้แค่ทำข้อตกลงกับปีศาจ แต่เขาได้ ทำบาป ต่อสายเลือดของตัวเองโดยไม่รู้ตัว และคนที่แนะนำพิธีชั่วร้ายนี้คือใคร? ดาวพลิกดูบันทึกของแม่ เธอเห็นชื่อที่เขียนไว้ในมุมเล็กๆ ข้างคำว่า “อาจารย์”
ชื่อนั้นคือ: สมพร (Somporn)
ป้าสมพร—เจ้าของแผงปลาข้างๆ ที่กรีดร้องเมื่อพบขี้ผึ้งดำก้อนแรก!
ดาวเงยหน้ามองยายสายสมุทรด้วยความตกใจ “ป้าสมพร? เป็นไปไม่ได้! เธอเป็นแค่คนขายปลา”
ยายสายสมุทรยิ้มอย่างเศร้าสร้อย “คนเราบางทีก็ซ่อนความดำมืดไว้ใต้ความเรียบง่ายที่สุด พ่อเจ้าเคยเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดของป้าสมพร เมื่อยี่สิบปีก่อน ป้าสมพรต้องการครอบครองแผงที่ดีที่สุด เธอจึงจ้าง อาจารย์ คนนั้นมา และวางแผนให้พ่อเจ้าเป็น ผู้ทำพิธี เพื่อแลกกับความโชคดีชั่วคราว ความโชคดี ที่ผูกมัดพ่อเจ้าไว้ตลอดไป” ยายกล่าวต่อ “ป้าสมพรเป็นคนเดียวที่รู้ว่า กะโหลกศีรษะ นั้นถูกฝังไว้ เธอเฝ้าดูเจ้าและพ่อเจ้ามาตลอดสองทศวรรษ เพื่อให้แน่ใจว่าพ่อเจ้าจะยังคง เลี้ยง วิญญาณนั้นไว้”
ความตึงเครียดของสถานการณ์ถึงจุดแตกหักเมื่อดาวตัดสินใจกลับบ้านทันทีเพื่อเผชิญหน้ากับพ่อ เธอถือสมุดบันทึกของแม่และกล่องไม้ที่มีกะโหลกศีรษะเด็กติดตัวไปด้วย เมื่อดาวกลับมาถึงบ้าน ประพันธ์กำลังยืนนิ่งอยู่ที่กลางห้องครัว ท่ามกลางโคลนตมและพื้นปูนที่ถูกทุบ ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างรุนแรง
“พ่อคะ! พ่อถูกหลอก! คนที่ทำเรื่องนี้คือป้าสมพร!” ดาวตะโกน
ประพันธ์ไม่หันมา เขากำลังจ้องมองไปที่ ภาพถ่ายเก่าๆ บนผนัง ภาพถ่ายของน้องสาวที่จมน้ำตาย ภาพถ่ายนั้นกำลังถูก ของเหลวสีดำ ไหลซึมออกมาจากกรอบไม้
“ไม่… มันไม่สำคัญแล้วลูก” ประพันธ์พูดเสียงเบาเหมือนกระซิบ “พ่อรู้แล้วว่าใครเป็นคนทำ แต่พ่อก็เป็นคน เลือก ที่จะฝังมันลงไปเอง ความโลภของพ่อ… มันได้ทำลายทุกสิ่ง”
ทันใดนั้น รอยปานสีดำบนหลังของประพันธ์ก็ ระเบิด ออกมาเป็นรอยร้าวที่ใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ของเหลวสีดำไหลออกมาจากร่างกายของเขามากขึ้น ประพันธ์ทรุดตัวลงกับพื้น เขาหายใจติดขัด ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่ดาวด้วยความรักและความเจ็บปวด
“ลูก… เอา… ไอ้ของพวกนี้ไปให้ไกล… แล้วหนีไป… อย่าให้มัน… จับตัวลูกได้”
ในวินาทีนั้นเอง ประตูบ้านก็ถูก กระแทก เปิดออกอย่างแรง และมี เงาดำทะมึน ที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวปลาพุ่งเข้ามาในห้อง เงาของใครบางคนที่มีใบหน้าเปื้อนโคลน และในมือถือ ปลาดุกดำ ตัวใหญ่ที่ยังดิ้นรนอยู่
มันคือสิน! ลูกน้องที่หายตัวไปของประพันธ์ แต่ดวงตาของสินกลับกลวงโบ๋ และดิ้นรนราวกับถูกควบคุมโดยพลังงานที่ชั่วร้าย
สินเงื้อปลาดุกดำขึ้นเหนือศีรษะ และพุ่งเข้าใส่ประพันธ์ด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์!
เงาของสินที่ถูกครอบงำพุ่งเข้าใส่ประพันธ์อย่างรวดเร็ว ดาวกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เธอคว้าจอบที่ประพันธ์ใช้ขุดพื้นเมื่อครู่ขึ้นมา สินไม่สนใจดาว ดวงตาที่กลวงโบ๋ของเขามุ่งตรงไปยังรอยร้าวที่กำลังไหลซึมบนหลังของประพันธ์ ปลาดุกดำในมือของสินดิ้นรนราวกับมีชีวิต มันคือ อาวุธ ที่ถูกควบคุมด้วยวิญญาณใต้โคลนตม
“พ่อคะ! หนีไป!” ดาวตะโกน ขณะที่เธอเงื้อจอบฟาดเข้าที่แผ่นหลังของสินอย่างแรง เสียง ตุบ ดังสนั่น สินเซถลาไปเล็กน้อย แต่ไม่ล้ม ร่างกายของเขาแข็งแกร่งอย่างผิดมนุษย์ สินหันมามองดาวด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว เผยให้เห็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ไม่ได้มาจากตัวเขาเอง
“มัน… ต้องการ… พ่อ… เจ้า” เสียงของสินฟังดูแหบพร่าและเย็นเยียบ ราวกับมีเสียงอื่นแทรกเข้ามา สินปล่อยปลาทิ้งลงบนพื้น ปลานั้นดิ้นพล่านและพุ่งเข้าหาประพันธ์เหมือนสัตว์ร้าย
ประพันธ์มองดูดาวที่กำลังต่อสู้ด้วยความสิ้นหวังและความรัก เขาไม่สามารถปล่อยให้ลูกสาวที่เขารักต้องแบกรับกรรมนี้ได้อีกต่อไปแล้ว ร่างกายที่กำลังสั่นเทาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นสุดท้าย ประพันธ์ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ แม้ของเหลวสีดำจะไหลออกจากหลังเขาไม่หยุดก็ตาม
“สิน… ปล่อยลูกสาวฉันไป” ประพันธ์พูดเสียงแหบแห้ง “ฉันคือคนที่มันต้องการ ฉันยอมรับ ฉันทำตามสัญญาแล้ว…”
สินที่ถูกครอบงำหยุดชะงัก ประพันธ์เดินอย่างช้าๆ เข้าไปหาสิน รอยปานบนหลังของเขาเรืองแสงสีแดงจัดอีกครั้ง มันดึงดูดความสนใจของวิญญาณชั่วร้ายอย่างรุนแรง
“มาหาฉัน… สิ่งที่ถูกฝังไว้… มาเอาสิ่งที่แกต้องการ” ประพันธ์เปิดแผ่นหลังให้สิน
สินไม่ลังเล เขาพุ่งเข้าใส่ประพันธ์ด้วยความเร็วสูง แต่คราวนี้เขาไม่ได้ใช้ปลา เขาใช้ มือเปล่า พุ่งเข้าไปคว้าเข้าที่รอยร้าวกลางหลังของประพันธ์อย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อหนังที่ถูกฉีกขาดดังน่าสยดสยอง ประพันธ์กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่เขาก็ยังคงกอดรัดสินไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
ดาวมองดูเหตุการณ์นั้นด้วยความตกใจจนพูดไม่ออก เธอเห็น หมอกควันสีดำ พวยพุ่งออกมาจากรอยร้าวบนหลังพ่อ แล้วพุ่งตรงเข้าสู่ดวงตาที่กลวงโบ๋ของสิน สินทรุดตัวลงทันที ร่างกายของเขากระตุกอย่างรุนแรง แล้วก็แน่นิ่งไป ประพันธ์ผลักร่างของสินออก เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
ประพันธ์หันมามองดาว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยคราบเลือดและน้ำตา แต่ดวงตาของเขาสะอาดบริสุทธิ์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รอยปานสีดำบนแผ่นหลังของเขาหายไปแล้ว ถูกแทนที่ด้วยบาดแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่
“พ่อ… พ่อ… หนูขอโทษ…” ดาวร้องไห้ เธอรีบวิ่งเข้าไปประคองพ่อ
“ไม่เป็นไร… ลูก… พ่อ… ได้ทำลาย… ภาชนะ แล้ว” ประพันธ์หายใจติดขัด “มันไม่สามารถใช้ร่างของพ่อได้อีกต่อไป… แต่มันยังไม่จบ… ลูกต้อง… นำ ความจริง ไปให้ไกลที่สุด”
ประพันธ์ยื่น กล่องไม้ ที่มีกะโหลกศีรษะเด็กและ สมุดบันทึก ของแม่ให้ดาว มือของเขาสั่นเทาอย่างรุนแรง “รีบไป… ไปที่แม่น้ำ… ไปหา… ยายสายสมุทร… มีเพียง… ยายเท่านั้น… ที่รู้… ทางออก…”
ทันใดนั้น เสียง ตุบ ตุบ ตุบ ก็ดังมาจากทุกทิศทาง เสียงที่ฟังดูเหมือน ปลาตัวใหญ่หลายร้อยตัว กำลังทุบกำแพงบ้าน ประพันธ์รู้ดีว่า ดวงวิญญาณ นั้นยังไม่ได้ถูกทำลาย มันแค่ เปลี่ยนเป้าหมาย มันกำลังพยายามจะยึดร่างใหม่ และเป้าหมายต่อไปคือ ดาว ลูกสาวของเขา
ประพันธ์ผลักดาวออกไปอย่างรวดเร็ว “หนีไป! ลูก!”
ดาวจ้องมองพ่อด้วยความปวดร้าว เธอเห็นความรักที่บริสุทธิ์ในสายตาของพ่อเป็นครั้งสุดท้าย เธอจำคำพูดของยายสายสมุทรได้: วิญญาณนั้นต้องการการรับผิดชอบ
ดาววิ่งหนีออกจากบ้าน ทิ้งพ่อไว้เบื้องหลัง แต่ก่อนที่เธอจะออกไปจากประตูบ้าน เธอก็ได้ยิน เสียงกรีดร้องสุดท้าย ของพ่อ ประพันธ์ได้คว้าเอา ซากปลาดุกดำ ตัวนั้นมา แล้วใช้มีดแทงเข้าไปที่ กลางหน้าอก ของตัวเองอย่างรุนแรง
ประพันธ์ได้เลือกที่จะทำลายตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณร้ายใช้ร่างกายของเขาเป็นฐานทัพสุดท้าย
ดาววิ่งหนีไปในความมืด พร้อมกับกล่องไม้ที่มีกะโหลกศีรษะและสมุดบันทึกของแม่ เสียงหวีดหวิวของลมยามค่ำคืนเหมือนเสียงกระซิบของวิญญาณที่ตามล่าเธอ ข้างหลังเธอ เสียง โครมครืน ดังสนั่นหวั่นไหว บ้านของเธอกำลังพังทลายลงในกองโคลนตม ราวกับถูก สิ่งที่มองไม่เห็น ดึงลงไปใต้ดิน
ดาววิ่งไม่คิดชีวิต เธอไม่รู้ว่ากำลังวิ่งไปที่ไหน รู้เพียงแค่ว่าต้อง ไปที่แม่น้ำ ตามคำสั่งสุดท้ายของพ่อ และไปหา ยายสายสมุทร กลิ่นคาวปลาคลุ้งและเสียง ครืน… ครืน… ที่ตามมาข้างหลังทำให้เธอรู้ว่าการไล่ล่าไม่ได้หยุดลง บ้านของเธอพังทลายลงไปแล้ว ความเศร้าโศกเสียใจถูกแช่แข็งไว้ด้วยความกลัวและความจำเป็นต้องเอาชีวิตรอด
ในมือของเธอกำแน่นด้วย กล่องไม้ ที่มีกะโหลกศีรษะของน้องสาวของพ่อ และ สมุดบันทึก ของแม่ สมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อของเธอแลกมาด้วยชีวิต ดาวมาถึงริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง น้ำในแม่น้ำไม่ได้สงบเหมือนปกติ แต่กลับมีสีดำขุ่นมัว และมีฟองอากาศขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาเป็นระยะๆ ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังเดือดดาลอยู่ใต้ผิวน้ำ
ดาวมองหา ยายสายสมุทร ยายไม่ได้อยู่ที่มุมตลาด แต่ยายกำลังยืนอยู่บน เรือไม้เก่าๆ ลำหนึ่งที่ผูกติดอยู่กับท่าเรือที่ผุพัง ยายมองมาที่ดาวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แต่ดวงตาของยายเต็มไปด้วยความเข้าใจในความทุกข์ระทมที่ดาวกำลังเผชิญ
“มันกำลังมา… เจ้าไม่มีเวลาแล้ว” ยายสายสมุทรกล่าวเสียงเรียบ
ดาวพุ่งตัวไปที่เรือ เธอโยนกล่องไม้และสมุดบันทึกให้ยายสายสมุทร “ยายคะ! พ่อหนู… พ่อหนูตายแล้ว! ป้าสมพรเป็นคนบงการทั้งหมด! ยายบอกหนูที! หนูต้องทำยังไง!”
ยายสายสมุทรรับของเหล่านั้นมาด้วยมือที่เหี่ยวย่น ยายค่อยๆ เปิดกล่องไม้และมองดู กะโหลกศีรษะเด็ก ที่มีลูกแก้วสีดำฝังอยู่ ยายพยักหน้าเล็กน้อย “สิ่งที่เจ้าเห็นไม่ใช่ความจริงทั้งหมด กะโหลกนี้คือ หัวใจของความแค้น มันไม่ใช่กะโหลกธรรมดา แต่มันถูกหล่อเลี้ยงด้วยความรู้สึกผิดของพ่อเจ้ามาตลอด”
ยายสายสมุทรชี้ไปที่ สมุดบันทึก ของแม่ดาว “แม่เจ้าเป็นคนที่ฉลาด และเธอรู้เรื่องพิธีชั่วร้ายของอาจารย์นั้นดี เธอรู้ว่าพ่อเจ้าถูกหลอก ดังนั้น เธอจึงทำบางสิ่งบางอย่าง เพื่อต่อต้านพิธีนั้น”
ดาวรีบเปิดบันทึกหน้าสุดท้ายที่ถูกซ่อนไว้ด้วยรอยยับ หน้าสุดท้ายนั้นเต็มไปด้วยลายมือที่สั่นเครือของแม่เธอ และมี แผนผัง ที่วาดไว้อย่างหยาบๆ
“…ฉันรู้ว่าฉันไม่สามารถหยุดประพันธ์ได้แล้ว เพราะความโลภมันได้ครอบงำเขาไปแล้ว แต่ฉันไม่สามารถปล่อยให้เขาฝัง น้องสาว ของเขาไว้กับความแค้นได้ ฉันจึง สลับ มัน…”
สิ่งที่แม่ของดาวทำในคืนนั้นเมื่อยี่สิบปีก่อนคือ: แม่ของดาวไม่ได้สลับเอา กะโหลกศีรษะเด็ก ออกไป แต่สลับเอา ลูกแก้วสีดำ ที่ถูกเตรียมไว้สำหรับพิธีออกไป ลูกแก้วสีดำเหล่านั้นไม่ใช่ของธรรมดา แต่เป็น ดวงตาของวิญญาณ ที่อาจารย์เตรียมไว้เพื่อ “เห็น” และ “ควบคุม” แผงปลา
แม่ของดาวได้แทนที่ลูกแก้วเหล่านั้นด้วย เมล็ดปลาวาฬ (เมล็ดพืชที่ชาวบ้านเชื่อว่ามีพลังในการปกป้อง) ที่ย้อมสีดำ เพื่อทำให้พิธีไม่สมบูรณ์ และป้องกันไม่ให้น้องสาวของพ่อกลายเป็น เครื่องมือ ของวิญญาณชั่วร้ายอย่างแท้จริง
“สิ่งที่ถูกฝังไว้เมื่อคืนนั้นไม่ใช่ ดวงตาของความแค้น” ยายสายสมุทรเปิดเผย “แต่เป็น ดวงตาที่มองไม่เห็น ที่ถูกผูกมัดด้วย ความผิด ของพ่อเจ้าเท่านั้น มันเลยทำได้แค่ เรียกคืน สิ่งที่ถูกยัดไว้ และทำให้คนรอบข้างเป็นบ้า”
ยายสายสมุทรหยิบ ปลาดุกดำ ตัวที่สินทิ้งไว้บนพื้นเรือขึ้นมา ยายชี้ไปที่ลูกแก้วสีดำที่ฝังอยู่ในเบ้าตาของกะโหลกศีรษะเด็กในกล่องไม้ “ตอนนี้วิญญาณนั้นกำลังโกรธแค้น เพราะมันไม่สามารถ มองเห็น เป้าหมายได้อีกต่อไปหลังจากที่พ่อเจ้าทำลายภาชนะ ดวงตาของมันถูกแทนที่ด้วยเมล็ดพืชมาตลอดสองทศวรรษ”
“แล้วทำไมพ่อถึงเห็นภาพหลอน” ดาวถามด้วยความเจ็บปวด
“เพราะ ลูกแก้วสีดำจริง ที่ควรจะอยู่ในกะโหลกนั้น… มันยังอยู่” ยายสายสมุทรชี้ไปที่ริมฝั่งแม่น้ำ ที่มี หินสีดำ ก้อนหนึ่งวางอยู่ “แม่เจ้าได้โยนลูกแก้วนั้นลงในแม่น้ำเพื่อหวังจะทำลายมัน แต่ลูกแก้วนั้นจมดิ่งลงสู่โคลนตม และนั่นคือสิ่งที่ วิญญาณใต้โคลนตม ยึดเอาไว้เป็น ดวงตาที่แท้จริง ของมัน เมื่อพ่อเจ้าขุดกะโหลกขึ้นมา และทำลายภาชนะ ดวงตาที่แท้จริงของมันจึงถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระ และกำลังมองหา ร่างกายใหม่“
ยายสายสมุทรจับมือดาวอย่างมั่นคง “เจ้าต้องทำลาย ดวงตาที่แท้จริง ของมัน! ก่อนที่มันจะพบ ร่างใหม่! และตอนนี้เจ้าก็คือเป้าหมายเดียวของมัน”
ทันใดนั้น น้ำในแม่น้ำก็เริ่ม เดือดพล่าน อย่างรุนแรง ปลาตัวใหญ่หลายร้อยตัวผุดขึ้นมาเหนือผิวน้ำ ปลาเหล่านั้นมี ดวงตาที่ว่างเปล่า และกำลังจ้องมองมาที่เรือของยายสายสมุทร
น้ำในแม่น้ำแม่กลองปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง เสียงคลื่นซัดกระทบเรือไม้เก่าๆ ของยายสายสมุทรอย่างรุนแรง ปลาที่ดวงตาว่างเปล่าเหล่านั้นกำลังพุ่งเข้าใส่เรือราวกับลูกธนู ยายสายสมุทรจับไม้พายไว้แน่น ดวงตาจ้องมองไปยัง ก้อนหินสีดำ ที่ริมฝั่ง นั่นคือ ดวงตาที่แท้จริง ของวิญญาณใต้โคลนตม
“เจ้าต้องไปทำลายมันซะ!” ยายสายสมุทรตะโกนเสียงดังแข่งกับเสียงน้ำที่ซัดสาด “วิญญาณนั้นกำลังใช้ ดวงตา นั้นมองดูเจ้าอยู่!”
ดาวรู้ดีว่าเธอไม่สามารถหลบหนีได้อีกแล้ว การเสียสละของพ่อจะต้องไม่ไร้ความหมาย เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ดาวหยิบ กะโหลกศีรษะเด็ก ที่มีเมล็ดปลาวาฬย้อมสีดำอยู่ในเบ้าตาขึ้นมา เธออุ้มมันไว้แนบอก ราวกับว่านั่นคือโล่ป้องกันสุดท้าย
“ยายต้องช่วยหนูนะ!” ดาวตะโกน
ยายสายสมุทรพยักหน้า ยายหยิบ ธูปสามดอก ที่ยังไม่ได้จุดขึ้นมา ยายโยนธูปนั้นลงไปในน้ำตรงหน้าเรือ ธูปดอกนั้นกลับลอยขึ้นและ ลุกไหม้ ทันทีในอากาศที่ชื้นแฉะ “ฉันช่วยเจ้าได้แค่นี้! เจ้าต้องเดินด้วยตัวเจ้าเอง! เอา ความจริง ไปสู่แม่น้ำ!”
ดาวกระโดดออกจากเรือ เธอเหยียบลงบนโคลนตมที่เย็นเฉียบและนุ่มนิ่ม เธอวิ่งอย่างรวดเร็วไปยังริมฝั่งที่ ก้อนหินสีดำ ก้อนนั้นวางอยู่ ทุกย่างก้าวที่เธอเหยียบลงไป โคลนตมก็ดูเหมือนจะ ดูด เธอลงไปด้านล่าง เสียงปลาที่แหวกว่ายตามมาดังกระหึ่มจากด้านหลัง
เมื่อดาวมาถึงก้อนหินสีดำนั้น เธอคุกเข่าลง ก้อนหินนั้นไม่ได้เย็น แต่กลับ ร้อนผ่าว เหมือนเพิ่งถูกนำออกมาจากกองไฟ มันกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ทันใดนั้น ป้าสมพร ก็ปรากฏตัวขึ้นจากพุ่มไม้ใกล้ๆ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ดวงตาเบิกโพลง “แก! แกต้องไม่ทำลายมัน! แกต้องมาเป็นภาชนะใหม่! ฉันต้องการให้วิญญาณนี้กลับมานำความมั่งคั่งให้ฉัน!”
ป้าสมพรไม่สามารถสัมผัสวิญญาณใต้โคลนตมได้โดยตรง เธอทำได้เพียงควบคุมมันผ่านความโลภของประพันธ์ แต่ตอนนี้เธอหวังจะใช้ดาวเป็นเครื่องมือต่อไป ป้าสมพรพุ่งเข้าใส่ดาวด้วยความรวดเร็วที่น่าตกใจ
ดาวเบี่ยงตัวหลบอย่างเฉียดฉิว เธอใช้กำลังทั้งหมดผลักป้าสมพรออกไป แต่ป้าสมพรไม่ได้ล้ม นางคลานกลับมาอย่างรวดเร็วเหมือนสัตว์ร้าย พยายามแย่งชิง กล่องไม้ ที่มีกะโหลกศีรษะ
ดาวรู้ว่าเธอไม่มีทางสู้กับความบ้าคลั่งนี้ได้อีกต่อไปแล้ว เธอตัดสินใจครั้งสุดท้าย ดาวไม่ได้ทิ้งกะโหลกศีรษะ แต่เธอทิ้ง สมุดบันทึก ของแม่ลงบน ก้อนหินสีดำ ก้อนนั้น พร้อมกับ กล่องไม้ ที่มีกะโหลกของอาของเธอ
“นี่คือ ความจริง!” ดาวตะโกนใส่ก้อนหิน “นี่คือ การสารภาพบาป ของพ่อ! นี่คือ ความบริสุทธิ์ ของแม่! และนี่คือ ความผิด ที่ถูกฝังไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน! จงปล่อยวาง!“
ทันทีที่สมุดบันทึกและกล่องไม้สัมผัสกับก้อนหินสีดำนั้น แสงสีขาวสว่างจ้าก็ระเบิดออกมาจากก้อนหิน เสียงกรีดร้องที่ดังโหยหวนและน่ากลัวกว่าเสียงใดๆ ที่ดาวเคยได้ยินก็ดังมาจากก้อนหินนั้น มันคือ เสียงแห่งความแค้น และ ความสิ้นหวัง ของวิญญาณที่กำลังถูกทำลาย
ป้าสมพร ที่อยู่ใกล้ที่สุดถูกแรงระเบิดของแสงสีขาวกระแทกจนปลิวไปชนกับต้นไม้ใหญ่ ร่างกายของเธอแน่นิ่งไปทันที
แสงสีขาวค่อยๆ ดับลง ก้อนหินสีดำ นั้นแตกออกเป็นเสี่ยงๆ กลายเป็นเพียงผงฝุ่นสีเทาที่ถูกลมพัดปลิวไป กล่องไม้ และ สมุดบันทึก ที่เปียกโชกเหลือเพียงเศษซากที่แทบไม่เป็นชิ้นดี แต่ กะโหลกศีรษะเด็ก นั้นกลับ หายไป
น้ำในแม่น้ำแม่กลองกลับสู่ความสงบอย่างรวดเร็ว สีดำขุ่นมัวหายไปแทนที่ด้วยสีน้ำตาลปกติ เสียงปลาว่ายน้ำก็กลับมาเป็นเสียงที่สงบและเป็นธรรมชาติ
ยายสายสมุทรพายเรือเข้ามาหาดาว ยายมองดาวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจ “เจ้าได้ชำระล้างแล้ว… เจ้าได้ปลดปล่อยน้องสาวของพ่อเจ้าจากความแค้น… และเจ้าได้ทำลาย ดวงตาแห่งความโลภ นั้นแล้ว”
ดาวทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก นี่คือครั้งแรกที่เธอได้ปลดปล่อยความเจ็บปวดทั้งหมด ความรัก ความกลัว และการสูญเสีย
หลายปีต่อมา ตลาดแม่กลองยังคงคึกคักไปด้วยผู้คนและเสียงหวูดรถไฟ แต่ทุกอย่างดูแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากการตายอย่างน่าสยดสยองของป้าสมพร และการพังทลายของแผงปลาของประพันธ์ (ซึ่งต่อมาถูกพบว่าประพันธ์เสียชีวิตจากการทำร้ายตัวเอง) ตลาดถูกชำระล้างด้วยพิธีกรรมทางศาสนาครั้งใหญ่ เรื่องราวสยองขวัญเกี่ยวกับ “ปลาที่มีดวงตา” กลายเป็นเพียงตำนานที่เล่าขานกันในหมู่แม่ค้า
ดาว ไม่ได้ขายปลาอีกต่อไปแล้ว เธอใช้เงินที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยเพื่อเรียนต่อด้านการศึกษา และตอนนี้เธอเป็น ครูสอนภาษาไทย ในโรงเรียนเล็กๆ แห่งหนึ่งใกล้แม่น้ำ
ชีวิตของดาวสงบเงียบลง แต่ความทรงจำเกี่ยวกับความมืดมิดในอดีตยังคงติดอยู่ในใจเธอเสมอ เธอรู้ดีว่าคำสาปสิ้นสุดลงแล้ว แต่หนี้กรรมและความเจ็บปวดจากการสูญเสียยังคงอยู่ เธอเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน ด้วยความเข้าใจใน ความจริง ที่ถูกเปิดเผย
บ่ายวันหนึ่ง หลังจากเลิกเรียน ดาวกำลังเดินเล่นอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง บริเวณที่เคยเป็นจุดที่พ่อของเธอทิ้งของที่ถูกยัดลงไป เธอเห็น เด็กนักเรียน คนหนึ่งที่ชื่อ น้องฟ้า กำลังนั่งเล่นอยู่บนพื้นทราย เด็กหญิงคนนั้นเรียกดาวด้วยรอยยิ้ม
“คุณครูคะ หนูเจอของแปลกๆ ค่ะ” น้องฟ้ายื่นมือเล็กๆ ที่กำแน่นมาให้ดาว
ในมือของน้องฟ้าคือ ปลาแห้งตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง เป็นปลาตะเพียนธรรมดาที่ถูกแดดเผาจนแห้งแข็ง แต่มีสิ่งแปลกประหลาดคือ รอยร้าว เล็กๆ ที่บริเวณท้องของมัน
“ปลาตัวนี้มีอะไรแปลกเหรอคะหนูฟ้า” ดาวถามด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน แต่หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ เธอกลัวว่ามันจะเป็นสัญญาณจากความมืดมิดอีกครั้ง
น้องฟ้าตอบอย่างใสซื่อ “มันไม่มีอะไรเลยค่ะคุณครู”
ดาวใช้ปลายเล็บค่อยๆ ผ่าท้อง ปลาแห้งตัวนั้นอย่างระมัดระวัง เป็นท่าทางที่เธอเรียนรู้จากพ่อเมื่อนานมาแล้ว เธอผ่ามันออกอย่างช้าๆ ภายในท้องปลาแห้งนั้น ว่างเปล่า ไม่มีผ้ายันต์ ไม่มีขี้ผึ้งดำ ไม่มีแม้แต่เครื่องใน
“มันไม่เห็นมีอะไรเลยนี่คะ” น้องฟ้าพูดด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
ดาวมองดูปลาที่ถูกผ่าท้องนั้นด้วยสายตาที่สงบ เธอค่อยๆ หายใจออกอย่างช้าๆ นี่คือ การสิ้นสุด ที่แท้จริง
“ใช่แล้วจ้ะ” ดาวพูด “มันไม่มีอะไรเลย ปลาตัวนี้ ว่างเปล่า เหมือนกับหัวใจที่ถูกชำระล้างด้วยความจริง”
ดาวเงยหน้าขึ้นมองแม่น้ำ แม่น้ำแม่กลองยังคงไหลอย่างเงียบสงบ ไม่มีปลาตัวไหนมีดวงตาที่มองกลับมาหาเธออีกต่อไป เธอรู้ว่า วิญญาณแห่งความแค้น ได้ถูกปลดปล่อยไปแล้วพร้อมกับการสารภาพบาปและการชดใช้ด้วยชีวิตของพ่อ
แต่แล้ว… ขณะที่เธอกำลังจะโยนซากปลาแห้งนั้นทิ้ง ดาวก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่มุมหนึ่งของซากปลา มันคือเกล็ดปลา เกล็ดปลาชิ้นเล็กๆ ที่ยังคงติดอยู่กับผิวหนังของปลาแห้ง
ดาวค่อยๆ ใช้เล็บเขี่ยเกล็ดปลาชิ้นนั้นออกมา เกล็ดนั้นมีสีขาวสะอาด แต่เมื่อแสงแดดยามเย็นกระทบ เกล็ดปลานั้นก็สะท้อนแสงออกมาเป็นสี รุ้ง เจ็ดสี มันเป็นสีที่สวยงามบริสุทธิ์
มันคือเกล็ดปลาที่ไม่มีดวงตา ไม่มีร่องรอยของความมืดมิดใดๆ หลงเหลืออยู่เลย
ดาวหยิบเกล็ดปลาชิ้นนั้นขึ้นมา เธอพิจารณามันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกที่เต็มตื้น
ปลาที่มีดวงตาได้ตายจากไปแล้ว เหลือไว้เพียงเกล็ดที่สะท้อนแสงแห่งความบริสุทธิ์ของ ความรัก ที่ยิ่งใหญ่กว่า ความโลภ ใดๆ การเสียสละ ของพ่อเธอไม่ได้สูญเปล่า และ ความจริง ของแม่เธอได้นำมาซึ่งการไถ่บาปในท้ายที่สุด
ดาวเก็บเกล็ดปลาชิ้นนั้นไว้ในกระเป๋าเสื้อ เธอจูงมือน้องฟ้าเดินกลับบ้าน
แต่ก่อนที่เธอจะเดินจากไป ยายสายสมุทรก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ยืนอยู่บนสะพานรถไฟ ยายไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยิ้มให้ดาวอย่างแผ่วเบา แล้วยายก็เดินจากไปในเงาของทางรถไฟที่ทอดยาวไปสู่ความมืดมิด
ดาวรู้ดี… ว่า ยายสายสมุทร ไม่ได้เป็นเพียงแค่คนขายธูปเทียน แต่เป็น ผู้เฝ้ามอง และ ผู้ไถ่บาป ที่คอยดูแลกฎแห่งกรรมในแม่น้ำนี้