“Hơi Thở Độc Hại” (ลมหายใจพิษ)
ฉันจำรสชาติของซุปถ้วยนั้นได้ดี มันเป็นรสชาติที่ผสมผสานระหว่างความใส่ใจอย่างที่สุดและความตายที่คืบคลานเข้ามาเงียบ ๆ ในค่ำคืนที่ฝนตกหนักพวัตเดินเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับถาดอาหารกลิ่นหอมกรุ่นเขาวางมันลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างแผ่วเบาใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าจากการทำงานที่โรงพยาบาลมาทั้งวันแต่ดวงตาของเขากลับยังคงประกายความอ่อนโยนที่ฉันเคยหลงรักเขาเอื้อมมือมาสัมผัสหน้าท้องที่นูนเด่นของฉันฉันกำลังตั้งครรภ์ได้แปดเดือนแล้วลูกสาวของเราเตะทักทายมือของพ่อพวัตยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นจนฉันไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าภายใต้รอยยิ้มนั้นซ่อนอะไรไว้บ้างเขากระซิบข้างหูฉันบอกว่ากินซุปหน่อยนะพิมผมตั้งใจทำเพื่อคุณและลูกโดยเฉพาะคุณต้องบำรุงเยอะ ๆ เพราะช่วงนี้คุณดูซีดเซียวเกินไปฉันมองดูสามีที่คนทั้งเมืองต่างยกย่องเขาคือหมอศัลยกรรมฝีมือดีผู้มีภาพลักษณ์ขาวสะอาดและเป็นสามีที่ใคร ๆ ก็อิจฉาฉันตักซุปเข้าปากรสชาติกลมกล่อมของมันซึมซาบไปทั่วลิ้นมันเป็นซุปไก่ใส่สมุนไพรที่เขาบอกว่าสั่งตรงมาจากต่างประเทศฉันกินจนหมดถ้วยด้วยความซาบซึ้งใจโดยไม่รู้เลยว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของจุดจบชีวิตที่แสนสุขของฉัน บ้านหลังนี้เคยเป็นวิมานที่เราช่วยกันสร้างขึ้นมาทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบตามความต้องการของพวัตเขาเป็นคนรักความสมบูรณ์แบบในตอนแรกฉันคิดว่ามันคือความใส่ใจแต่เมื่อเวลาผ่านไปฉันเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในนิทรรศการชีวิตของเขาเสื้อผ้าของฉันต้องแขวนเรียงตามเฉดสีตารางเวลาการกินของฉันต้องถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดแม้แต่เรื่องที่ฉันต้องลาออกจากงานสถาปนิกเขาก็เป็นคนจัดการให้โดยบอกว่าอยากให้ฉันพักผ่อนเพื่อลูกฉันยอมเขาทุกอย่างเพราะเชื่อในคำว่ารักแต่ในคืนนั้นหลังจากที่ฉันกินซุปเข้าไปไม่นานความรู้สึกแปลกประหลาดก็เริ่มจู่โจมร่างกายหัวใจของฉันเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะมันเต้นแรงจนฉันรู้สึกเหมือนมันจะหลุดออกมาจากหน้าอกความร้อนผ่าวแล่นพล่านไปตามเส้นเลือดลมหายใจของฉันเริ่มติดขัดฉันพยายามจะเรียกพวัตที่กำลังนั่งอ่านวารสารทางการแพทย์อยู่ปลายเตียงแต่เสียงของฉันกลับหายไปในลำคอภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือนฉันเห็นพวัตเงยหน้าขึ้นมองเขาไม่ได้พุ่งเข้ามาประคองฉันในทันทีแต่เขากลับนั่งนิ่งมองดูนาฬิกาข้อมือของเขาอย่างสงบสายตาของเขาในตอนนั้นมันไม่ใช่สายตาของสามีที่รักภรรยาแต่มันคือสายตาของนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังเฝ้าสังเกตผลการทดลอง เหงื่อเย็น ๆ ไหลซึมตามไรผมของฉันฉันพยายามตะเกียกตะกายจะไปที่ประตูแต่มือไม้กลับไร้เรี่ยวแรงความเจ็บปวดบีบคั้นที่ท้องอย่างรุนแรงฉันกลัวเหลือเกินฉันไม่ได้กลัวเพื่อตัวเองแต่ฉันกลัวว่าลูกในท้องจะเป็นอันตรายพิมเป็นอะไรไปเขาลุกขึ้นเดินมาหาฉันช้า ๆ น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบจนน่าขนลุกฉันพยายามชี้ไปที่ท้องแล้วบอกว่าเจ็บช่วยลูกด้วยพวัตประคองฉันไว้แต่มือของเขาเย็นเฉียบเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรแจ้งหน่วยฉุกเฉินเขาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกที่ดูสมจริงจนฉันเกือบจะเชื่อว่าเขาเป็นห่วงจริง ๆ แต่ในขณะที่เขากำลังคุยโทรศัพท์สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่ชามซุปที่ว่างเปล่าเขารีบหยิบชามใบนั้นเดินหายเข้าไปในครัวครู่หนึ่งก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับขวดน้ำเปล่าในนาทีที่รถพยาบาลมาถึงสติของฉันเกือบจะดับวูบไปแล้วฉันเห็นแสงไฟสีแดงน้ำเงินสลับกันไปมาท่ามกลางสายฝนเสียงไซเรนดังระงมพวัตจับมือฉันไว้แน่นในรถพยาบาลพร่ำบอกว่าคุณต้องไม่เป็นไรนะพิมผมจะช่วยคุณเองแต่ลึก ๆ ในใจของฉันที่กำลังต่อสู้กับความตายเริ่มมีคำถามเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาทำไมเขาถึงต้องเก็บชามซุปใบนั้นไปก่อนที่คนอื่นจะเห็น…