“Dưới Làn Nước Songkran” (ใต้ละอองสงกรานต์).
เสียงดนตรีจังหวะอึกทึกดังก้องไปทั่วท้องถนนในกรุงเทพมหานครช่วงเดือนเมษายน แสงแดดอันร้อนระอุแผดเผาลงมาบนผิวกาย แต่ดูเหมือนไม่มีใครแยแสต่อความร้อนนั้นเลย ละอองน้ำสีขาวขุ่นที่ผสมด้วยแป้งดินสอพองลอยละล่องอยู่ในอากาศราวกับม่านหมอก เสียงหัวเราะและเสียงตะโกนอย่างสนุกสนานประสานไปกับเสียงน้ำที่สาดกระทบตัวคนครั้งแล้วครั้งเล่า พิมพ์ชนกในวัยยี่สิบเอ็ดปี ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่เบียดเสียดกันบนถนนสีลม ร่างกายของเธอเปียกโชกจนเสื้อยืดสีขาวแนบเนื้อ ผมยาวสลวยรุ่ยร่ายเต็มไปด้วยคราบแป้ง เธอยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความอิสระที่เพิ่งได้รับจากการเรียนจบหมาดๆ ทำให้เธอกล้าที่จะปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานนี้ ในจังหวะที่เธอกำลังยกขันน้ำขึ้นเตรียมจะสาดใส่เพื่อนกลุ่มข้างๆ มือหนาคู่หนึ่งก็คว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ พิมพ์ชนกหันไปมองตามสัญชาตญาณ แล้วหัวใจของเธอก็เหมือนจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ ท่ามกลางละอองน้ำที่พร่างพราย เธอเห็นใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนยิ้มให้เธออย่างอบอุ่น เขาคืออนุรักษ์ ชายหนุ่มมาดกวนในชุดเสื้อลายดอกสีสดใสที่ดูเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างประหลาด…