“Ánh Dương Sau Vùng Chiến Sự” (แสงตะวันหลังเขตสงคราม).
เสียงลมพัดหอบเอาฝุ่นทรายหนาทึบเข้าปะทะกับใบหน้าของลลิน เธอยืนนิ่งอยู่กลางค่ายอพยพชายแดนในตะวันออกกลาง แสงแดดแผดเผาจนผิวกลายเป็นสีน้ำผึ้งเข้ม ดวงตาของเธอไม่ได้ฉายแววอ่อนแอเหมือนเมื่อแปดปีก่อนอีกต่อไป ในมือของเธอถือแฟ้มเอกสารงบประมาณการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่งได้รับอนุมัติจากองค์กรระหว่างประเทศ รอบกายมีเสียงตะโกนเป็นภาษาท้องถิ่นระคนกับเสียงเครื่องจักรกลหนักที่กำลังทำงานอยู่ ลลินมองเห็นเด็กน้อยคนหนึ่งเดินเตาะแตะอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง เด็กคนนั้นทำให้เธอนึกถึงลูกชายของเธอที่นอนหลับอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ที่ดัดแปลงเป็นที่พักชั่วคราว ความทรงจำในวันที่เธอถูกทิ้งไว้กลางสายฝนที่กรุงเทพฯ ยังคงแจ่มชัดเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ในตอนนั้นเธอไม่มีอะไรเลย นอกจากเด็กในครรภ์และความสิ้นหวังที่เกาะกินหัวใจ แต่ในวันนี้เธอกลายเป็น “มาดามลลิน” ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการวิกฤตเศรษฐกิจที่ทั่วโลกต้องการตัว เธอเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนความเจ็บปวดให้เป็นเกราะป้องกัน และเปลี่ยนน้ำตาให้เป็นวิสัยทัศน์ที่เฉียบคม เสียงโทรศัพท์ดาวเทียมในกระเป๋าเสื้อดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของเธอ ปลายสายคือผู้บริหารระดับสูงจากธนาคารโลกที่แจ้งข่าวสำคัญเกี่ยวกับโครงการ “ฟีนิกซ์”…